เรื่องเด่น แวมไพร์-หัวใจอมตะ

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย Mathura, 15 พฤศจิกายน 2016.

  1. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    ผีดูดเลือดที่มธุรารู้จักนั้นเป็นวรรณกรรมสยองขวัญ เคยอ่านฉบับแปลไทย และ ดูหนังสยองขวัญบ่อยๆ หากใครก็ตามเคยได้อ่านเรื่อง Dracula ชอง Bram Stoker เล่าเรื่องประสบการณ์ผีดูดเลือด ในแถบโรมาเนีย โดยได้ต้นแบบจาก Vlad the impaler หรือ "ราชันย์จอมเสียบ" จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ มีการบันทึกถึงความอำมหิต การทำโทษของศัตรูด้วยการเสียบร่าง บ้างก็เป็นเชลยเพื่อข่มขวัญกองทัพที่บุกรุกเข้ามา ภายหลังจึงมีการแปลงตำนานเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมสยองขวัญ วันนี้มธุราได้อ่านบทความเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการค้นพบหัวใจของแวมไพร์ ที่ไม่เน่าสลายและอายุมากกว่าร้อยปี

    คัดลอกจาก เปิดตำนานล่าแวมไพร์ลุยเซียนา ผ่านไปร้อยปีหัวใจไม่เน่า

    ตามตำนานเล่าว่า ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในชุมชนชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ครอบครัวหนึ่งถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ไม่มีใครรู้ว่าฆาตกรเป็นใคร ท่ามกลางของหวาดกลัวของชาวบ้าน ฆาตรกรใจโฉดได้ก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้คนกว่า 40 ชีวิตถูกสังหาร สิ่งที่น่าประหลาดของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องครั้งนี้ คือ สภาพศพทุกรายเหือดแห้ง ราวกับว่าเลือดถูกสูบออกไปจนหมด จากความผิดปกติเหล่านี้ ชาวเมืองจึงลงความเห็นกันว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นฝีมือของแวมไพร์ เมื่อชาวเมืองต่างทุกข์ร้อนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังท่านสาธุคุณอองรี เจตต์ บาทหลวงประจำชุมชน คุณพ่ออองรีถูกขอร้องให้มาสืบคดีและตามล่าแวมไพร์ร้ายตนนี้มาลงทัณฑ์ ท่านสาธุคุณอองรีรับปากและไปชักชวนโมเสส ออบูชอน สหายเก่าแก่ผู้เป็นหมอผีในลัทธิฮูดู

    ท่านทั้งสองตกลงกันว่าจะออกตามล่าฆาตกรายนี้ หมอผีโมเสสไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวว่าฆาตกรคือแวมไพร์ แต่ก็หวั่นใจว่าอาจจะใช่ ด้วยความเชี่ยวชาญในการรับมือกับวิญญาณร้ายมานักต่อนัก ท่านหมอผีจึงพกลิ่มไม้ติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ในการกำราบวิญญาณร้าย หมอผีโมเสสเริ่มปฏิบัติการตามล่า ด้วยการสืบหาจากจุดเกิดเหตุในแต่ละที่ และทุกจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลกับสถานีรถไฟ ท่านทั้งสองเดินทางไล่ตามที่เกิดเหตุไปจนถึงสถานีเชนนีย์วิลล์ สถานีแห่งนี้เป็นสถานีสุดท้ายในแผนที่ที่ยังไม่เกิดเหตุใด ๆ ทั้งคู่ซุ่มรออยู่ที่สถานีในทุก ๆ คืน จนค้นพบตัวผู้ต้องสงสัยที่มั่นใจว่าคือฆาตกร ชายวัยกลางคนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ตามเนื้อตัวและมือทั้งสองข้างเปื้อนเลือด หมอผีโมเสสและสาธุคุณอองรีตามสืบจนรู้ตัวว่า ชายคนดังกล่าวมีนามว่า "ออกุสต์ เดอลากรานซ์" เป็นพนักงานของบริษัทการรถไฟ

    หลังจากสืบจนรู้ว่าฆาตกรคือใครและอาศัยอยู่ที่ไหน คู่หูหมอผีและบาทหลวงได้รอจนถึงกลางคืน จากนั้นจึงเดินทางไปยังบ้านของออกุสต์ ด้วยความที่เส้นทางขรุขระเต็มไปด้วยรากไม้ และหมอผีโมเสสก็ไม่สามารถเดินได้ ต้องนั่งรถเข็น การเดินทางจึงเป็นไปอย่างล่าช้า ท่านสาธุคุณอองรีจึงตัดสินใจที่จะลุยเดี่ยว คว้าค้อนและลิ่ม ย่องเข้าบ้านของออกุสต์ ในบ้านหลังนั้น ท่านสาธุคุณอองรีพบขวาน อุปกรณ์ที่ออกุสต์ใช้สังหารวางพิงอยู่กับผนัง ขวานด้ามนั้นมีคราบเลือดจำนวนมากติดอยู่ จากนั้นท่านก็ย่องไปถึงตัวออกุสต์ เดอลากรานซ์ ที่นอนหลับอยู่บนเตียง ใช้ลิ่มตอกเข้าอย่างแรงที่อก และปักคาไว้เป็นการสะกดวิญญาณ ออกุสต์ตายและเป็นการปิดฉากฆาตกรรมสะเทือนขวัญแห่งลุยเซียนาไป

    ร่างของแวมไพร์ออกุสต์ เดอลากรานซ์ ได้สูญสลายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้แต่โครงกระดูกและหัวใจที่ยังคงสภาพ ไม่เน่าเสีย แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว ปัจจุบันโครงกระดูกของเขาจัดตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เฟรนช์ ควอเตอร์ อย่างไรก็ตาม หัวใจของออกุสต์ไม่ได้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์อีกต่อไป เนื่องจากมีผู้นำมาลงขายในเว็บไซต์อีเบย์เมื่อ 2-3 ปีก่อน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้าไปประมูลกันเป็นจำนวนมาก


    รูปภาพจาก
    Propnomicon: Mummified Vampire Heart, Part Three
    บทความแปลจากทีมงาน Kapok.com

    หลายคนอ่านเสร็จคิดว่าเป็นเรื่องจริงไหมคะ ?

    **ภาพที่คุณเห็นพร้อมประวัติอันเหลือเชื่อจนน่ากลัวนี้เป็นเพียงเรื่องแต่งค่ะ เหมือนเป็นของตกแต่งงานเทศกาลฮัลโลวีนอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่มาของเรื่องทั้งหมด มาจาก Blog ที่รวบรวมผลงานสยองๆ ศิลปะเลียนแบบต่างๆค่ะ เป็นการสร้างผลงานเลียนแบบของเก่า

    ****มธุราขอฝากไว้คือ "สดิ" เป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจว่าควรคล้อยตามความเชื่อหรือไม่ และต้องคัดกรองสิ่งที่อ่านก่อนโดยเฉพาะข้อมูลออนไลน์

    ****สติ สว่าง สงบ****

    อรรถาธิบาย
    การขุดค้นพบสุสานแวมไพร์มีจริงค่ะ แต่เป็นการค้นพบเจอในประเทศโปแลนด์ ในปี 2013 ทีมสำรวจขุดค้นพบซากโบราณ และเจอร่างกาย 17 ร่าง แต่มีการตอกหมุด ตัดคอ แล้วเอากระดูกไว้ที่ด้านร่างของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้แวมไพร์คืนชีพขึ้นมา เมื่อสำรวจอายุก็เป็นกระดูกสมัยยุคกลาง (Vampire cemetery found in Poland) ความเชื่อเรื่องแวมไพร์มีมานานแล้วค่ะ แต่ที่หยิบมาให้อ่านเพื่อนำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งเท่านั้นค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤศจิกายน 2016
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +27,515
    โปรดใช้วิจารณญานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเห็นด้วยครับ..
    พอดีมาอ่านเจอเรื่องนี้
    เลยส่งเมลไปถามท่านแวมไพร์มาครับ จ๊าก ! ไม่ใช่แระ ล้อเล่น..

    ทั่วไปเนาะเคยดูหนังตอนที่มีเกี่ยวกับจอมเสียบ และดูหนังแนวนี้มาบ้าง
    พบว่า คนที่จะเล่นเป็นท่านเค้าแดรกเนี่ย ต้องประมาณว่า
    หล่อประหนึ่งเทพลงมาจุติ แค่ชำเรืองมองสาวๆถึงกับทำให้
    สาวๆเคลิ้มหลงไหล จนกระทั่งยอมให้ดูดเลือด..
    สมัยก่อนพระเอกที่เล่นเป็นท่านเค้าแดรก จะประมาณว่า
    บรุษหนุ่มรูปงามฟันไม่เข้าทั้งนั้น(คือฟันล่างยื่นออกมาข้างนอก)

    ส่วนนี้เป็นความเชื่อในอีกมุม ประมาณว่ายุคหนึ่งมีกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่า
    ถ้าตัวเองยกจิตให้พระเจ้า(เค้าว่าอย่างนั้น) จะทำให้ตนเองกลายเป็น
    ผู้มีพลังพิเศษ มีเครื่องป้องกันตัวการภัยอันตราย และร่างกายจะถูกเชื่อม
    เข้ากับระบบพลังงานทำให้เสมือนว่าถ้าร่างกายส่วนไหน
    ถูกทำให้บาดเจ็บจะใช้เวลาไม่นาน ในการที่สามารถซ่อมแซม
    ตัวมันเองได้ ไม่นานคือประมาณวันที่ ๙ หรือวันที่ ๑๐ นะครับ
    ไม่ใช่แบบในหนังที่เคยดูมานะครับ..หมายถึงปกตินะครับ
    แต่ถ้าได้มีการดื่มเลือดแล้ว ร่างกายบริเวณนั้นจะสามารถซ่อม
    แซมตัวเองได้ทันที ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร
    เพราะไม่มีประสบการณ์ตรงนี้ เคยกินเลือดอย่างอื่น(อร่อยดี)
    และเคยบริจาคเลือดแบบไม่ตั้งใจ(ยุงกัด)
    ส่วนการทำลายที่หัวใจนั้น จะทำให้ระบบการรักษาร่างกาย
    ตัวเองพังลงไปทันที เหมือนๆว่ามีหัวใจช่วยหนุนระบบรักษา
    ร่างกายตัวเองอยู่

    แต่ๆว่า ด้วยการที่เริ่มมีพลังวิเศษขึ้นมา ด้วยการเน้นใช้พลังพิเศษ
    ไปเพื่อตนเองเป็นหลัก จึงถูกตัดขาดจากการอบรมสั่งสอนจากพระเจ้า
    (เชื่ออย่างนั้น บ้านเราเรียกครูบาร์อาจารย์ทางภพภูมิ)แต่ว่าในระบบ
    พลังงานยังมีอยู่ แล้วด้วยถูกยุยงจากภูมิในระดับที่เป็นอสูรกายอาชีพ
    (คือขอเป็นภูมินี้หละ ภูมิอื่นๆหรือยกพัฒนาระดับข้าไม่สน)
    จึงออกมาเป็นพฤติกรรม ที่เน้นเพื่อส่งเสริมพลัง
    พิเศษของตนเองเป็นหลัก เดาว่าดูดเลือดเพื่อเรื่องส่งเสริม
    พลังตนเองก็เป็นสาเหตุหนึ่ง....

    ปล.ประมาณนี้ ที่เล่าเป็นแค่หนึ่งข้อมูลนะครับ
    พอขำๆ ถ้าอยากรู้จริงๆต้องไปคุยกับท่าน
    เค้าแดรกเอาเองนะครับ ยังไงคุยแล้วก็มาเล่า
    ให้ฟังหน่อยก็ดีครับ ๕๕๕



     
  3. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    เคยได้ยินแต่แวมไพร์ทางการแพทย์ค่ะ อันนี้อาจจะนอกประเด็นความเชื่อนะคะ มธุราชอบเกร็ดประวัติศาสตร์ของยุโรปตะวันตกมากๆ จนคิดว่าหลายเรื่องน่าสนใจ เช่น อาการของเจ้าชายวลาด มีอาการผิวซีด เหนื่อยง่าย หายใจหอบ และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ เป็นต้น ชาวยุโรปยุคกลางเชื่อว่าเป็นผลมาจากการถูกทำร้ายจากแวมไพร์

    สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้:

    1. โรคธาลัสซีเมีย เนื่องจากชนชั้นสูงนิยมแต่งงานกันกับคนในตระกูลหรือเครือญาติเดียวกัน บางตำราเชื่อว่าเจ้าชายวลาดมีภาวะซีด หรืออาจเป็นโรคเลือดธาลัสซีเมียขั้นรุนแรงก็เป็นได้ เพราะสภาวะทุพโภชนาการท่ามกลางการเผชิญกับสงครามก็เป็นได้

    2. โรคแพ้แสงแดด ในกรณีที่รุนแรงมากๆ บางคนไม่สามารถโดนแสงแดดได้ เนื่องจากผิวหนังเกิดการเผาไหม้ที่รุนแรง

    3. ความบกพร่องทางจิต เป็นต้น

    อันนี้หยิบยกมาวิเคราะห์ให้ฟังตามความเชื่อสนุกๆ นะคะ มธุราไม่ใช่ผู้รู้แต่เคยจำได้ว่าตำนานยุคกลางหลายอย่างมักจะมีความเชื่อเรื่องแวมไพร์ น่าแปลกที่ร่างกายของนักบวชหากไม่เน่าเปื่อยจะได้สถาปนาเป็นนักบุญ แต่หากร่างกายของคนทั่วไปหากดูเหมือนยังมีชีวิต กลับเชื่อว่าเป็นผีดูดเลือด เป็นเรื่องที่แปลกดีเหมือนกัน ความรู้ทางการแพทย์ยุคกลางมีการพัฒนามากและมีการเรียนรู้ร่างกายมนุษย์ แต่อย่าลืมว่าอาการที่ไม่สามารถหาสาเหตุใดๆได้ อย่างอัมพฤกษ์ อัมพาต การคุ้มคลั่ง จะถือว่าเป็นการกระทำของปีศาจ หรืออาจถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ไว้ว่างๆจะมาเล่าเรื่องวงแหวนแม่มด เนื่องจากหนังสือโบราณหลายอย่าง มีบริการให้ download อ่านได้ ก็สนุกไปอีกแบบค่ะ

    ***เรื่องแถม***
    มีนะ แต่ยังไม่ว่าง กำลังรอขบวนปูเสื่อรออ่าน จะเอาเรื่องผีสั้นๆดีหรือว่าเอาฮาๆๆ ดี "เค้าแดรก" ก็น่ามาเขียน เดี๋ยวรอแรงบันดาลใจกับหามุุกสนุกๆ มาเขียน Snooty เอ๊ย มาปล่อยมุกหน่อย Sathu-Sathu, น้ำเกลี้ยงก็ได้ มามะ ร่วมวงทำความดีแทนแล้วกัน หากหม่ำเกรงว่าจะกลัวอ้วน ฮา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤศจิกายน 2016
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +27,515
    ถ้าแต่งงานในระบบสายเลือดเดียวกัน
    น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับบุตรได้ครับ
    คุ้นๆอยู่แต่จำไม่ได้


    และส่วนตัวก็โดนแดดนานๆมาก
    ไม่ได้เหมือนกันครับ แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก
    เหมือนเจ้าชายวลาดครับ
    โรคนี้เป็นมาตั้งแต่เด็กเลยครับ
    ทางการแพทย์เรียกว่าโรค. ดำแดดครับ ๕๕๕
    อาการนะครับคือ ดำได้ภายในสองชั่วโมง
    แต่กว่าจะคืนสองเดือนครับ น่ากลัวมากกกกก
    ระวังด้วยนะครับ

    ปล.ถ้าเรื่องการแพทย์ ทางพุทธเราล้ำพอควรนะครับ
    ผ่าตัดตั้งแต่ยุคพุทธกาล ยาสมุนไพรต่างๆรักษาโรค
    น่าเสียดายที่ยุคนี้ไปตามฝรั่งมากไป
    แล้วเหมือนๆดูแคลนภูมิปัญญาบรรพบุรุษไปหน่อย
    ส่วนตัวมองว่าสมุนไพร + สมาธินี่หละที่สุดแระ
    สำหรับเรื่องรักษาโรค (^_^)
     
  5. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +667
    ขบวนปูเสื่อขบวนแรกมาแล้วค่ะ มาพร้อมกับงาม้อนปรุงรสจากน่าน เค็มๆปะแล่มๆ อิอิ

    ชอบฟังเรื่องสยองขวัญทางยุโรปเหมือนกันค่ะ อย่างเรื่อง บลัดดีแมรี่ หรือ ตำนานความเชื่อของคนยุโรป เช่น แฟรี่ กริมม์ เป็นต้น และก็ชอบฟังแนวทาวเวอร์ออฟลอนดอน หรือผีตามประสาทเก่าๆในยุโรป ความฝันอันสูงสุดคือได้มีโอกาสทัวร์ไปตามสถานที่หลอนๆทั่วโลก โดยเฉพาะถ้าได้ไปนอนด้วยละก็...หึหึ (บรื๋ออออ....)

    อยากฟังหมดเลยค่ะ ทั้งผีสั้น ผียาว ผีไทย ผีเทศ ผีฮา ผีหลอน ผีดุ ผีใจดี


    สรุป ผีอะไรก็ได้...

    \(^___^)/

    ป.ล. โรคที่ป๋านบบอกมาน่ากลัวจิงค่ะ ช่วงที่เคยไปปั่นจักรยานเสือภูเขา (เรียกซะเทห์ แต่จริงๆคือเข้าไปหลงอยู่ในป่า อิอิ) ก็เคยเป็นโรคนี้ กว่าจะหายก็เป็นปีกันเลยทีเดียว เข้าขั้นรุนแรง แม้ตอนนี้ก็ยังมีร่องรอยโรคดำแดดอยู่ค่ะ ไม่ขาวใสวิ้งเหมือนสาวสมัยนี้ กลูต้าก็ไม่ช่วย :':)':)'(

    ป.ล. "เค้าแดรก" แค่ฟังชื่อก็สยองแร่ะคะ โดยเฉพาะถ้ามาแนวกินไม่หยุดเหมือน snooty ตอนนี้ กรี๊สสสสสสส กลัวพุงล้ำหน้า........
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 15 พฤศจิกายน 2016
  6. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    @Snooty ช่วงนี้ปั่นงานค้ะ เพราะเดือนหน้าไม่อยู่ แถมป่วยเนื่องจากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาทิตย์ที่สามยังไม่หยุดไอ แต่ดีว่าไข้กับอาการอื่นๆ หายหมดเกลี้ยง เดี๋ยวพอว่างๆ จะพิมพ์เรื่องแถม ขอระดมมันสมองก่อนค่ะ มธุราพวกมนุษย์ห้องแล็ป ความขาวซีดเป็นเรื่องธรรมชาติ อิอิ
     
  7. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +667
    ยุ่งประมาณนี้ป่าวคะ? อิอิ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    Spaghetti cable wires น่ากิน ฮา
    ไม่ใช่ อิิิอิ ฮา จริงๆเรื่องเล่าจากการขุดเจาะก็มี
    สมัยก่อนตามทีมไปขุดบ่อย แต่เป็นงานโบราณคดี
    ไว้เก็บมาเล่านะ ตอนนี้วัตถุดิบมีแต่อื่นๆ เช่นผีฝรั่ง
    มือมัมมี่ อียิปต์ ยาสมัยกลาง หนังสือหนังมนุษย์
    อยากได้อะไรเรียบง่ายหน่อย แบบใช้เวลาไม่นานค่ะ

    เลยรอไอเดียแว้บๆ
     
  9. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,075
    ค่าพลัง:
    +2,715
    แสดงว่าขาดพลังงาน ก็ต้องแสวงหาแหล่งพลังงานอื่น
     
  10. Dazeng

    Dazeng เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2006
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +110
    ผีดิบทางภาคเหนือมีลักษณะคล้ายแวมไพร์ทุกประการ เคยอ่านจากประวัติหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ท่านไปเจอมาครับ

    ผีพวกนี้เป็นคนที่ตายด้วยความแค้น แรงแค้นมีเยอะจนชนะแรงกรรมได้ชั่วขณะหนึ่ง ภาคเหนือเขาทำแบบฝรั่งคือฝังไม่ได้เผา พอศพไม่ได้เผาโอกาสที่วิญญาณจะกลับเข้าร่างก็มี ใครที่ไม่ไปเกิดก็รอเวลาฟื้น บางรายหลับไป20ปีค่อยฟื้นขึ้นมาดูดเลือดคนก็มี

    ท่านเล่าว่าผีพวกนี้จะหลับในเวลากลางวัน จะหากินเวลากลางคืนเท่านั้น ลักษณะคล้ายเรื่องซอมบี้ของฝรั่งมาก แต่ดูแล้วเหมือนแวมไพร์ซะมากกว่า เพราะศพผีดิบพวกนี้จะมีสภาพสมบูรณ์ ผิวพรรณเปล่งปลั่งเพราะได้เลือดคนมาบำรุงร่างกาย แต่ขนยาวทั้งตัวเพราะไม่ได้รักสวยรักงามค่อยตัดคอยโกนเหมือนอย่างคนเป็น

    รายละเอียดอยู่ในเรื่องนารีผลครับ ท่านเข้าป่าไปกับหลวงปู่ใหญ่(พระครูเทพโลกอุดร) ไปช่วยชาวบ้านปราบผีพวกนี้ที่ออกอาละวาดที่คนในหมู่บ้านตายเสียมากมาย ลักษณะคล้ายผีแม่หม้ายของคนอีสาน คือส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง

    ขอเล่าเรื่องตัวเองนะครับอาจโยงกันได้บ้าง เรื่องผีแม่หม้าย คือตอนเด็กๆผมก็เคยเจอวิญญาณผู้หญิงชุดขาวมาลวงให้เดินลงบ้านบ่อยๆ บางคืนหมาเห่าก็ตกใจตื่นซะก่อนจึงรู้ว่าเดินข้ามหมู่บ้านจนถึงอีกหมู่บ้านแล้ว ตอนนั้นเด็กมากร้องไห้อย่างเดียวพอคนมาเจอก็พากลับ เรียกว่านอนละเมอก็ไม่ผิดเพราะพ่อต้องตอกไม้คาดหน้าต่างบ้านชั้น2ทุกบานเหตุจากบางวันจะออกทางนั้นดีที่พ่อคว้าตัวไว้ทัน

    ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาว คนในหมู่บ้านผมไหลตายกันมากและส่วนใหญ่ที่ตายเป็นผู้ชาย ทุกบ้านติดปลัดขิกทาเล็บแดงทาปากแดงนุ่งซิ่นนอน ยกเว้นบ้านผมที่พ่อท่านไม่เชื่อและไม่กลัวผี จนท่านได้ไปเจอผู้ได้วิชชา3ซึ่งรู้ล่วงหน้าและทายท่านถูกทั้งหมดความคิดจึงได้เปลี่ยนไป

    ตอนเด็กผมอยู่บ้านนอกคนค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้กันมาก บางคราวก็มีหมอผีมาปราบผีดิบผีปอบถือดาบวิ่งไล่ฟันกันให้วุ่น บางคนโดนว่าเป็นปอบมากๆก็ไปผูกคอตายในป่า วันนั้นผมตามไปดูด้วยปรากฏเป็นยายเพื่อนผมที่ชาวบ้านกล่าวหาแล้วแกน้อยใจ แกผูกคอกับต้นไม้เตี้ยๆสูงแค่เอวผู้ใหญ่แล้วก็นั่งคอพับเหมือนตรอมใจตายน่าสงสารมาก ผมขอจบเรื่องตนเองเพียงเท่านี้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤศจิกายน 2016
  11. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +27,515
    เรื่องเล่าคุณ Dazeng ส่วนตัวว่า
    น่ากลัวนะครับ คือ ถ้าพลาดหมายถึงชีวิตเลย

    เหตุแบบนี้มักเกิดบริเวนที่เรียกว่า เขตทับซ้อน
    บ้างก็เรียกเมืองบังบด ซึ่งมีเยอะมากในบ้านเรา
    โดยเฉพาะบริเวนที่ใกล้ภูเขา หรือเป็นบริเวน
    เนินเขามาก่อน
    ปล.แค่เพียงแต่เล่าให้ฟัง พอขำๆ
    มีภาพประกอบ ตัวอย่าง แล้วแต่สายตานะครับ http://palungjit.org/attachments/a.3755853/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_0965.JPG
      IMG_0965.JPG
      ขนาดไฟล์:
      3.1 MB
      เปิดดู:
      107
  12. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    @Nopphakan @Dazeng เคยได้ยินในเรื่องเล่า แล้วก็มีบันทึกหลายประเทศ ที่มีความเชื่อเรื่องผีดูดเลือดมาแต่โบราณ บ้างก็จัดว่าเป็นพวกอสุรกาย เช่นประเทศฟิลิปปินส์ ก็มีความเชื่อเรื่องผีดูดเลือด แต่เรียกว่า Aswang หรือ Asuwang เป็นต้น ตัวมธุราหยิบเรื่องนี้ขึ้นมานำเสนอ เพราะว่าได้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษถึงรู้ว่าเป็นแค่ prop ของตกแต่งพร้อมกับกระแส viral เลยหยิบมาเล่าให้คนอ่านได้พิจารณากันสนุกๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่มาเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิดอีกด้านหนึ่งค่ะ

    อดนึกถึงโฉมหน้าของผีกองกอยกับการเผชิญหน้าพระธุดงค์ไม่ได้ น่าจะเป็นผีที่่รู้สึกว่าอาจจะใกล้เคียงกับแวมไพร์ แต่รูปร่างคงไม่เหมือน ไว้ก่อนเนอะ ตอนนี้ในหัวยุ่งๆ แบบที่น้อง Snooty โพสต์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2016
  13. sathu-sathu

    sathu-sathu ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +367
    หายไปนานเลยพี่มุ.. ไข้หวัดใหญ่หายดียังคะ ^_^

    พูดเรื่องพี่แวมไพร์ ชอบดูหนัง Vampire Twilight ดูกี่รอบๆ ก็ชอบ ชอบคาแรกเตอร์พระเอก ฮิ้วววววว
    แต่ถ้าจะให้เห็นจริงๆ คงไม่เอาด้วยกลัว ผ อี ผี :boo:

    แถวบ้าน... ไม่มีผีแบบนี้ค่า จะเป็นผีแนว K.Dazeng ผีป..บ ผี..กระสื... ผีแม่ม่าย ...และผีโป่ง (เปล่านะ)
    ผีอื่นๆ ไม่เคยเห็น (และก็ไม่อยากเห็นด้วย เหอะๆ) แต่ผีโป่งนี่ไม่รู้ว่าใช่ไหม...
    สมัยก่อนพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จะบอกว่า อย่าออกนอกบ้านเวลามืดค่ำ จะโดนผีโป่งจับกิน :boo:

    คืนนึง... ไปยืนดูอะไรไม่รู้ที่ระเบียงชั้น 2 เห็นแสงไฟ ต่ำๆ แลกลมๆ ที่ถนน (คิดเองว่า อ้อแสงไฟฉายคนหาปลา)
    สักพักนึง ..แสงไฟนี้..มันดันลอยไปบนยอดต้นไผ่ ที่สูงมาก (ตกใจ.. ไฟฉายไมลอยสูงจังวุ้ย และมันดวงใหญ่ และชัดมาก)
    สักพักนึงมันลอยมาบริเวณยอดต้นมะพร้าวที่... รั้วบ้าน :boo:
    รีบวิ่งเข้าบ้าน ปิดประตูระเบียงทันที... ไม่กล้าดู และไม่อยากรู้อีกเลย
    แสงบ้าอะไรทำไมมันใหญ่ลอยได้สูงขนาดนั้น บรื๊อออออ...
     
  14. ผ่านมาเฉยๆ

    ผ่านมาเฉยๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    898
    ค่าพลัง:
    +1,133
    ผีกองกอยเป็นภูตจำพวกอสุรกายครับ
     
  15. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    @ผ่านมาเฉยๆ ขอบคุณค่ะ ไว้ว่างๆจะได้แวะมาแลกเปลี่ยนเรื่องผีไทยอีกนะคะ
     
  16. aries

    aries เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    1,375
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,166
    แวมไพร์กลัวกระเทียมจริงหรือเปล่าครับ
     
  17. Mathura

    Mathura The root of suffering is attachment ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มกราคม 2012
    โพสต์:
    802
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +5,034
    ทำไมแวมไพร์กลัวกระเทียมทั้งที่มีผักกลิ่นรุนแรง อย่างหัวหอม หรือสะตอ ?

    จริงๆ แล้ววัฒนธรรมความเชื่อเรื่องกระเทียมป้องกันผีดูดเลือดเป็นที่แพร่หลาย เช่นชาวฟิลิปปินส์ก็นำกระเทียมมาทารักแร้ เพื่อป้องกันผีดูดเลือด คนจีนนำมาทาที่หน้าผาก และในสมัยเรเนซองส์ก็มีการนำพวงกระเทียมมาแขวนคอเพื่อป้องกันผีแวมไพร์

    ความวิเศษของกระเทียมมีการนำมาใช้ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ เพื่อขับไล่แมลงดูดเลือด พวกเหลือบไร เช่นการทำไว้ที่ตัววัวหรือม้า เพื่อป้องกันแมงรบกวนค่ะ นอกจากนั้นการขุดค้นพบสุสานแวมไพร์ แถวโปแลนด์ โรมาเนีย Slavic และสุสานบางแห่งในอังกฤษ มีการขุดค้นพบซากศพในยุคศตวรรษที่ 13-14 โดยร่างนั้นจะถูกตัดคอยัดด้วยกระเทียม กระโหลกถูกนำมาวางที่ขาอย่างผิดรูปผิดร่างเพื้อป้องกันไม่ให้แวมไพร์คืนชีพนั่นเอง น่าแปลกที่มีการโยงเรื่องความเชื่อเรื่องแวมไพร์ในหลายๆประเทภ อย่างตำนานของอังกฤษ บ้างก็เชื่อว่าโรบินฮูดนั้นตายด้วยแวมไพร์ก็มีเป็นต้น

    ความเชื่อเรื่องแวมไพร์กลัวกระเทียมนั้นมีความเป็นไปได้จากความเชื่อเรื่องที่ว่ากระเทียมช่วยป้องกันโรค ลองมาคิดกันสนุกๆว่าสมัยก่อนคนไม่ได้มีความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ผู้ที่ป่วยด้วยกาฬโรค ฝีดาษ โพรพีเรีย เมื่อมีโรคระบาดและคนเสียชีวิตจำนวนมาก มักถูกเหมารวมว่าเกิดจากแวมไพร์เป็นต้น แต่มีพ่อค้าขายกระเทียมรอดตาย ผู้คนจำนวนมากจึงเชื่อว่ากระเทียมน่าจะมีสรรพคุณวิเศษอันใดอันหนึ่งที่ขับไล่ปีศาจร้ายได้

    จริงๆแล้วน้ำมันสกัดจากกระเทียมมีสารป้องกันโรคระบาดสมัยก่อนค่ะ นักทฤษฏีอีกด้านมองว่าน้ำมันจากกระเทียมนั้นช่วยป้องกันยุงดูดเลือด หากป้องก้ันยุงดูดเลือดได้ก็น่าจะขับไล่แวมไพร์ได้เช่นกัน เป็นต้น

    อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับผี แต่เป็นแง่มุมทางความเชื่อเรื่องผี ที่น่าสนใจคือเรื่องของแวมไพร์กับแพร่หลายไปยังต่างวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ ยุโรป เป็นต้น
     
  18. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +27,515
    ไม่รู้ว่ากลัวหรือไม่อยากอยู่ใกล้กระเทียมนะครับพูดยาก
    กิริยาเวลาที่พี่แวมไพร์เจอกระเทียมเนาะ
    คือถ้าอยู่ในถังก็เอาฝาปิดพอได้แล้วก็ทำหน้าหยีๆ
    คล้ายๆประหนึ่งว่าเราเผลอเปิดดูถังคะระรี่คี่ แล้วรีบปิดฝาทันใด
    แต่ถ้าเห็นที่อื่น ก็จะรีบหันข้างให้ก่อน
    ที่จะกลับหลังหันแล้วไปที่อื่นดีกว่า
    เดินจากไปเฉยๆเหมือนไม่มีแรงนี่หละครับ
    ไม่รู้เพราะอะไร
    พอดีไม่รู้จักพี่แกเป็นการส่วนตัว
    รู้แต่ว่าคงมีสัญญาเรื่องกลิ่นที่
    ทำให้พี่แกปวดหัว ซึ่งจะพาล
    ทำให้พี่แก ปวดหลัง ปวดแข้ง
    ปวดต้นแขน ส่วนสาเหตุจากสัญญาอะไร
    ไม่ทราบต้องไปถามพี่แกเอาเองครับ
    ปล.พอขำๆเน้อ
     
  19. devotee57

    devotee57 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2014
    โพสต์:
    200
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +484
    แต่กระเทียมบ้านบักสีดานี่ไม่ฉุนน่ะคะ เท่าที่เจอมาน่ะ แต่เผ็ดแบบลึกๆคือลงท้องแล้วแสบตอนกินเฉยๆ บ้านเราหอมเผ็ดที่ปลายลิ้นจบ บ้านหรั่งกว่าจะรู้ว่าเผ็ดก็กลืนไปแล้ว อาหารมีแต่เน้นเค็มโด่เด่ ใส่น้ำตาลไม่เป็น รสโดดๆ มัน เลี่ยน จืด รสชาติชัดเจนมาก ขนมบางอย่างนี่หวานตับวายเลย แต่ชอบมีครีมเปรี้ยวแปร่งๆในเค้ก บางอย่างอร่อยมากๆ บางอย่างอยากคายเดี๋ยวนั้น

    ที่พี่แวมไพร์แกย่านกระเทียมเพราะกลัวแสบท้องรึเปล่า?(อาหารบ้านเขาไม่ค่อยใส่กระเทียมมันแพงน่ะเออ)
     
  20. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +27,515
    จะรู้สึกทรมานตอน
    ทำลายข้าศึก(คะระรี่)
    รู้สึกจากทัพหลังถึงทัพหน้า
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...