กลับไป   PaLungJit.com > พลังจิต > จิตวิทยา & สุขภาพ
Connect with Facebook
ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 07-11-2007, 11:54 AM   #1
MBNY
Administrator
 
MBNY's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2003
ข้อความ: 11,747
พลังการให้คะแนน: 50000
MBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond reputeMBNY has a reputation beyond repute

ช่วยลดโลกร้อนด้วยการทานมังสวิรัติ






ลดภาวะโลกร้อนด้วยการกินอาหารมังสวิรัติ

วัน Wednesday 01 Aug 07@ 00:43:40 EDT
หัวข้อ: แกะรอย




โลกร้อนเป็นมหันตภัยใหม่ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงวิธีการแก้ปัญหาที่ไกลตัว เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ น้อยคนจะนึกถึงวิธีง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ นั่นคือการหันมากินอาหารมังสวิรัติ

ก่อนที่จะเข้าใจว่าอาหารมังสวิรัติช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไรนั้น เราคงต้องตามแกะรอยดูก่อนว่าภาวะโลกร้อนจริงๆ แล้วน่ากลัวอย่างไรและเกิดจากอะไรกันแน่


ความน่ากลัวของภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนคือการที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นเนื่องจากถูกปกคลุมด้วยก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่าโลกจะร้อนขึ้นเกือบ 6 องศาเซลเซียสในอีกร้อยปีข้างหน้า และที่ขั้วโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 12 องศาเซลเซียส น้ำแข็งขั้วโลกจะละลายจนเกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ขึ้นหลายแห่ง นอกจากนั้น ยังทำให้ก๊าซมีเทน (อันเกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์) ที่ในปัจจุบันถูกน้ำแข็งปกคลุมอยู่ระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอีก 4 พันล้านตัน ซึ่งจะเป็นตัวการเร่งให้โลกร้อนขึ้นอย่างรุนแรงจนในที่สุด ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 ฟุต



ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ นอกจากจะทำให้หลายต่อหลายเมืองอาจจมอยู่ใต้น้ำแล้ว ยังเป็นผลให้น้ำทะเลไหลเข้ามาปนเปื้อนแหล่งน้ำตามธรรมชาติรวมทั้งน้ำใต้ดิน ทำให้น้ำจืดตามแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีอยู่เพียง 2.5% ของปริมาณน้ำทั่วโลกยิ่งขาดแคลน



อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นยังทำให้มีการระบาดของแมลงและเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่และเกิดโรคระบาดใหม่ๆ ที่รุนแรง การสูญพันธ์ของสัตว์หลายชนิดทำให้ผู้ล่าในห่วงโซ่อาหารมีจำนวนมากขึ้น สัตว์จะอพยพย้ายถิ่นนอกฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลที่ผิดปกติทำให้พืชผลได้รับความเสียหายและแหล่งอาหารตามธรรมชาติลดลง มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ทวีปเอเชียจะมีพืชผลเสียหายจากภาวะโลกร้อนจนส่งผลกระทบต่อประชากรมากกว่า 130 ล้านคน

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือภาวะโลกร้อนจะนำไปสู่ยุคน้ำแข็งซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ต้องล้มตายลง นักวิทยาศาสตร์พบว่าภาวะโลกร้อนมักเกิดสลับกับภาวะโลกเย็นจัด ในช่วง 1 ล้านปีที่ผ่านมา ได้เกิดยุคน้ำแข็งมาแล้วประมาณ 8 ถึง 10 ครั้งโดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 18,000 ปีก่อน นักฟิสิกส์และนักอุตุนิยมวิทยาหลายคนเชื่อว่าภาวะโลกร้อนดังเช่นในปัจจุบันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าในอีก 50 ถึง 150 ปีข้างหน้า โลกจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่ง


สาเหตุสำคัญที่ทำให้โลกร้อน

ในความรับรู้ทั่วไปภาวะโลกร้อนเกิดจากปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตลอด 20,000 ปีที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริง ก๊าซเรือนกระจกยังประกอบด้วยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ด้วย ก๊าซ 2 ชนิดนี้สามารถทำให้โลกร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 21 และ 300 เท่าตามลำดับ มิหนำซ้ำ ในชั้นบรรยากาศยังมีการสะสมของก๊าซมีเทนมากกว่า 60% ซึ่งมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 2 เท่า

ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงอยากเสนอให้เราหันมาให้ความสำคัญกับการลดก๊าซมีเทนแทน นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจซึ่งทำให้ยากแก่การแก้ไขแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายและทำได้ทุกวันอีกด้วย


ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
การสะสมของก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศเกิดจากหลายสาเหตุ เป็นต้นว่าการถลุงถ่านหินและบ่อขยะ แต่น้อยคนจะรู้ว่าการเลี้ยงวัวและปศุสัตว์อื่นๆ เป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเทนที่สำคัญ รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนที่สำคัญกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์เสียอีก ก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์จะปล่อยออกมาทางลมหายใจ การผายลมและมูลสัตว์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าก๊าซมีเทนที่เกิดจากสัตว์ในฟาร์มหลายพันล้านตัวจะเป็นสาเหตุหลักในการทำให้ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงในครึ่งศตวรรษหน้า

หากมองในภาพกว้าง การทำฟาร์มปศุสัตว์ใช้พื้นที่ถึง 2 ใน 3 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั่วโลก ส่วนใหญ่มักทำในประเทศด้อยพัฒนาเพื่อส่งขายให้กับประเทศตะวันตก การทำฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การเผาถางป่าซึ่งทำให้เกิดภาวะทะเลทรายตามมา มีการรวบรวมสถิติที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดโดยเปรียบเทียบไว้ว่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้นจะเท่ากับการสูญเสียพื้นที่ป่าดงดิบไปถึง 55 ตารางฟุต! และอย่าลืมว่า 19% ของก๊าซเรือนกระจกเกิดจากการเผาทำลายป่าซึ่งเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญของโลก

ในแต่ละปี การเลี้ยงปศุสัตว์ก่อให้เกิดก๊าซมีเทนสูงถึง 100 ล้านตันและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะการบริโภคเนื้อสัตว์ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่าจากเมื่อ 50 ปีก่อน แม้นักวิทยาศาสตร์จะพยายามทดลองลดก๊าซมีเทนโดยให้สัตว์ทานกระเทียมมากขึ้นเพราะกระเทียมจะทำให้แบคทีเรียซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเทนที่อยู่ในท้องของวัว แกะและแพะตายลง แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้แน่ชัดว่ากระเทียมสามารถลดการผายลมของสัตว์ได้จริงหรือไม่


มังสวิรัติช่วยได้

ด้วยเหตุผลข้างต้น การเปลี่ยนรูปแบบการกินอาหาร (เช่น ลดอาหารประเภทปิ้งและย่าง) โดยเฉพาะการหันมากินผักแทนเนื้อสัตว์เพื่อให้ลดการเลี้ยงสัตว์ลงจึงเป็นทางออกสำคัญที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ มีผลวิจัยเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเภทของอาหารที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งพบว่าการผลิตและการกินอาหารอเมริกันทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการกินอาหารมังสวิรัติถึง 1.5 ตันต่อปีและอาหารมังสวิรัติจะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3,000 ปอนด์ต่อคนต่อปี

นอกจากนั้น การหันมากินอาหารมังสวิรัติยังเป็นการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผักมากขึ้น พืชผักและต้นไม้เป็นตัวดูดจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในอากาศเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ดังนั้น การเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตร หรือแม้แต่การปลูกผักสวนครัวก็มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้

ข้อดีอีกประการของการหันมากินพืชผักคือสามารถจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า การเผาขยะเป็นแหล่งมลพิษที่สำคัญที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แม้การรีไซเคิ้ลจะสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2,400 ปอนด์ต่อปี แต่การหันมากินอาหารมังสวิรัติจะสามารถลดปริมาณขยะที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเนื่องจากพืชมีประสิทธิภาพในการเผาไหม้ได้ดีกว่าเนื้อสัตว์ถึง 15 เท่า


การกินมังสวิรัติเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนที่ถูกต้อง

การกินมังสวิรัติเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนที่ถูกต้องควรเลือกกินผักผลไม้ตามฤดูกาลที่มีอยู่ในท้องถิ่น ส่งเสริมผักผลไม้ที่ใช้วิธีการปลูกตามวิถีพื้นบ้าน ไม่มีการใช้สารเคมีและไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม

การกินผักผลไม้ในท้องถิ่นจะช่วยลดการคมนาคมขนส่งสินค้าจากแดนไกลซึ่งเป็นตัวการอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สำคัญ พืชผักที่มีอยู่ในท้องถิ่นเดิมไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมซึ่งอาจเป็นเรื่องหนึ่งที่นักกินมังสวิรัติมือใหม่กังวล

ส่วนที่ว่าควรเลือกกินพืชผักตามฤดูกาลนั้นเนื่องจากการปลูกพืชผักนอกฤดูกาลต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติถึง 10 เท่า โดยเฉพาะการจุดไฟเผาที่โคนต้น การใช้แสงไฟเพื่อเร่งผลผลิตหรือการเดินทางไปซื้อผลผลิตในแหล่งปลูกที่อยู่ไกล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้โลกร้อนขึ้นทั้งสิ้น


นอกจากนี้ การกินมังสวิรัติเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนยังหมายถึงการกินผักที่ปลูกตามวิถีพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ วิธีการทำการเกษตรที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ดีที่สุดคือการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะใช้ปุ๋ยที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และจะช่วยดูดจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในดินได้ดีกว่าการทำการเกษตรแบบที่ใช้สารเคมี มีรายงานวิจัยว่าการปลูกถั่วเหลืองและข้าวโพดด้วยวิธีการทำเกษตรอินทรีย์จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ถึง 580 พันล้านปอนด์

โลกเราร้อนขึ้นทุกวัน แต่พวกเราทุกคนก็สามารถช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ทุกวันเช่นกัน หันมาช่วยกันกินอาหารมังสวิรัติก่อนที่ยุคน้ำแข็งครั้งหน้าจะมาถึงก่อนเวลาอันควรเถิดนะคะ


มนตรา เลี่ยวเส็ง

หมายเหตุ
อีกเรื่องที่เราช่วยกันได้คือหลีกเลี่ยงการกินอาหารแช่แข็งเพราะใช้พลังงานในการผลิตสูงถึง 10 เท่าของอาหารทั่วไป และควรหลีกเลี่ยงการบรรจุอาหารในถุงพลาสติกเพราะจะช่วยลดขยะลงได้ถึง 10% ซึ่งเป็นผลให้สามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ถึง 1,200 ปอนด์ นอกจากนั้น ยังพบว่าในการผลิตถุงพลาสติก 10,000 ล้านถุง ต้องใช้ต้นไม้ถึง 14 ล้านต้นทำให้เราสูญเสียตัวดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่ดีไปไม่น้อยอีกด้วย






บทความนี้มาจาก * ห ม า ย เ ห ตุ สั ง ค ม
http://www.sac.or.th/downtoearthsocsc/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.sac.or.th/downtoearthsocsc//modules.php?name=News&file=article&sid=18

ที่มา : http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=15942
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 07-11-2007, 11:18 PM   #2
poom076
สมาชิก
 
poom076's Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2005
สถานที่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
ข้อความ: 211
พลังการให้คะแนน: 179
poom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant futurepoom076 has a brilliant future
ขออนุญาติให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ
อีกเรื่องที่การทานมังสวิรัตช่วยได้คือ
เรื่องของ 10 % LAW ของทางชีววิทยาครับ
คือว่า..
การที่สัตว์กินพืชหรืออาหารต่างๆ100 จะกลายมาเป็นเนื้อในสัตว์นั้น 10
ก็คือกฏนี้นี่เอง
ดังนั้นถ้าหากว่าเราหันมารับประทานมังสวิรัตได้
ก็จะทำให้ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก และพืชก็มีเหลืออยู่มากๆๆๆๆๆครับผม(b-smile)
__________________
มีพบย่อมมีพราก มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก..ภุมริน...

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย poom076 : 07-11-2007 เมื่อ 11:20 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
006


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are งดใช้
Pingbacks are งดใช้
Refbacks are งดใช้


กระทู้ที่คล้ายกัน
ชื่อกระทู้ ผู้ตั้งกระทู้ เว็บบอร์ด คำตอบ ข้อความล่าสุด
ทำสังฆทานได้เป็นเปรต? ทำบุญได้บาป? เกิดเป็นสัตว์ง่ายกว่าคน? กินมังสวิรัติไดบุญรึ? รัตนพันธ์ กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ 14 22-04-2010 08:07 AM
อยากทราบหลักที่ถูกต้องของการทานมังสวิรัตค่ะ (ใครทราบช่วยตอบด้วยนะคะ) เวฬุวัล กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ 31 17-04-2010 04:21 PM
ผอม สดใส อ่อนวัย ด้วยการกินมังสวิรัติ paang ท่องเที่ยว - อาหารการกิน 6 21-01-2008 10:42 PM
เกิดเป็นสัตว์ง่ายกว่าคน? สังฆทานเป็นเปรต? ทำบุญได้บาป? ทานมังสวิรัตได้บุญรึ? รัตนพันธ์ พระเครื่อง วัตถุมงคล 0 15-08-2006 04:09 PM
ทำสังฆทานได้เป็นเปรต? ทำบุญได้บาป? เกิดเป็นสัตว์ง่ายกว่าคน? กินมังสวิรัติไดบุญรึ? รัตนพันธ์ พุทธศาสนา - ธรรมะ 0 15-08-2006 03:09 PM


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 08:47 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา |

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.0
Palungjit.com 1 April 2003 - 2009
Page generated in 0.39449 seconds with 16 queries