![]() | | ![]() | |
| | ||||||
| สมัครสมาชิก | กฎกติกา | ทุกอัลบั้ม | คู่มือการใช้ | กลุ่มชมรม | ปฏิทิน | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
![]() |
![]() |
| | คำสั่งเพิ่มเติม | ให้คะแนนกระทู้ | เรียบเรียงคำตอบ |
| | #1 |
| ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด วันที่สมัคร: Feb 2007 สถานที่: มหาวิทยาลัยนครพนม
ข้อความ: 31,506
พลังการให้คะแนน: 11658 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | เปิดเผยความลึกลับ ของท่านอาจารย์มั่น : บันทึกส่วนตัวของ หลวงปู่ อุ่น ชาคโร![]() ข้าพเจ้าเกิดมาในชาตินี้ รู้สึกว่าเสียใจมากที่ได้ไปอยู่ร่วมจำพรรษากับท่านอาจารย์มั่นเพียงปีเดียว ท่านก็มานิพานจาก แต่ก็ภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้ไปฟังเทศน์อยู่ร่วมอุปัฏฐากท่านผู้มีจิตบริสุทธิ์ นึกว่าไม่เสียทีประการหนึ่ง ครั้งสมัยนั้นเป็นปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ข้าพเจ้าอยู่วัดอรัญญวาสีท่าบ่อกับท่านอาจารย์เทสก์ เทสก์รังสี ท่านได้พูดว่า พระเณรรูปใดจะไปฟังเทศน์อาจารย์มั่น ก็ไปเสียเดี๋ยวจะไม่เห็นท่านเพราะท่านได้ทำนายชีวิตท่านไว้แล้วว่า อายุผมจะถึงเพียง ๘๐ ปีเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้อายุท่านก็ ๗๙ จะเข้ามาแล้วพวกคุณจะเสียดายในภายหลังว่า ไม่ได้ฟังธรรมจากพระอรหันต์อย่างท่านอาจารย์ ครั้งนั้นก็ได้นมัสการลาท่านอาจารย์เทสก์ ท่านก็อนุญาตและส่งทางด้วย เมื่อเดินทางไปถึงวัดป่าบ้านหนองผือ ได้เข้าไปนมัสการท่าน ๆ ก็ยินยอมรับอยู่ในสำนักท่าน นึกว่าบุญเรามากเหนือหัว แต่นั้นก็ตั้งใจปฏิบัติอุปัฏฐากท่าน ฟังเทศน์ฟังธรรมจากท่านเรื่อย ๆ มาตลอด ศึกษาเรื่องภายในจิตที่เป็นไปต่าง ๆ นานา ๑. ความลึกลับที่มีอยู่ภายในท่าน ก็ถูกเปิดเผยออกมา ที่จำได้คือ ข้าพเจ้ากราบเรียนท่านอาจารย์มั่นว่า กระผมขอโอกาสกราบเรียน การนิมิตเห็นดวงหฤทัย (หัวใจ) ของคน ตั้งปลายขึ้นข้างบนนั้น เป็นอะไร ท่านเลยอธิบายไปว่า ที่จริงดวงหฤทัยของคนนั้น ก็ตั้งอยู่ธรรมดา ๆ นี้แหละ อันมันเป็นต่าง ๆ นานา ตามเรานิมิตเห็นนั้น มันเป็นนิมิตเทียบเคียงคือ ปฏิภาคนิมิตนั้นเอง ที่ท่านว่ามันตั้งชันขึ้นนั้น แสดงถึงจิตของคนนั้นมีกำลังทางสมาธิ ถ้าจิตนั้นตั้งขึ้นและปลายแหลม กกใหญ่คล้ายกับดอกบัวตูมกำลังจะเบ่งบานนั้น แสดงว่าจิตคนนั้นมีกำลังทางสมาธิและปัญญาแล้ว ถ้าน้ำเลี้ยงดวงหฤทัยมีสีต่าง ๆ กันนั้น หมายถึงจิตของคน เช่น โทสจริตนั้นดวงหฤทัยแดง ถ้าราคะจริตน้ำเลี้ยงหฤทัยแดงเข้ม ๆถ้าจิตของคนที่หลุดพ้นไปแล้วเป็น น้ำหฤทัยขาวสะอาดเลื่อมเป็นปภัสสรเหมือนทองหลอมแล้วอยู่ในเตา เลื่อมอย่างนั้นแหละ ถ้าดวงหฤทัยเหี่ยว ๆแห้ง ๆนั้นหมายถึง จิตของคนนั้นไม่มีกำลังทางจิตคือ ศรัทธาพลัง วิริยะพลัง สติพลัง สมาธิพลัง ปัญญาพลัง ถ้าธรรมทั้ง ๕ อย่างนี้ไม่มีในจิตแล้ว ท่านว่าอบรมไม่ขึ้น ไม่เป็นไป จะสั่งสอนทรมานสักปานใด ไม่มีประโยชน์เลย ถ้าดวงหฤทัยคนนั้นมีกกเบ่งบานเหมือนดอกบัว อบรมสั่งสอนไป ได้ผลตามคาดหมายจริง ๆ ท่านว่า ผมเองเคยเพ่งดวงหฤทัยของผมเอง เห็นเลื่อมเป็นแสงเลยทีเดียว เพ่งไปเพ่งมาปรากฏแตกใส่ดวงตา นี้คำพูดของท่าน ท่านจึงอธิบายว่า คนในประเทศไทยนี้ ดวงหฤทัยต่างหมู่อยู่สามองค์คือ ดวงหฤทัยปรากฏว่ามีจานหรือแท่นรองสวยงามดี พระสามองค์นี้ องค์หนึ่งคือ ท่านสมเด็จพระมหาวีรวงค์ (ติสโส อ้วน) ท่านตายไปแล้ว ส่วนอีก ๒ องค์นั้นยังอยู่ ท่านอาจารย์มั่นพูดว่า บุญวาสนาบารมีพระสามองค์นี้แปลกๆหมู่เพื่อนมาก นี้นึกว่าท่านอาจารย์นี้ท่านดูคนไม่ใช่ดูแต่ หูชิ้นตาหนัง (หูเนื้อตาหนัง) เหมือนคนเรา ท่านสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาต้องดูด้วยตานอกตาในเสียก่อน ไม่เหมือนปุถุชนเรา อย่างพวกเรานี้มาเอาแต่กิเลสมาสั่งมาสอนบังคับ ไม่ว่าใครเป็นอย่างใด ฉะนั้นจึงเกิดสงครามกันบ่อย ๆ ระหว่าง อาจารย์กับลูกศิษย์ จึงวุ่นวายกันอยู่ทั่วโลก ส่วนอาจารย์มั่นนั้น ท่านสั่งสอนไปมันก็ได้ผลจริง ๆ อย่างว่า คนจริตไม่มีธรรม ๕ ข้อก็คือ คนอินทรีย์ไม่แก่กล้านั้นเอง อย่างนี้โดยมากท่านไม่รับเอาไว้ในสำนักของท่าน ท่านใช้อุบายว่า ควรไปอยู่แห่งนั้นแห่งนี้ หรือกับคนโน้นดีคนนี้ ๒. ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าตั้งใจปรึกษาท่านด้วยจิตคือ กุฏิของท่านอยู่ไม่ห่างไกลกับกุฏิของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้เข้าสมาธิทำจิตให้สงบดิ่งลงถึงจิตที่เคยเป็นมา แล้วนึกถามท่านว่า จิตของข้าน้อยตั้งอยู่อย่างนี้แหละ ข้าน้อยขอกราบเรียนว่า จิตของข้าน้อยตั้งอยู่อย่างไร และเรียกว่าจิตอะไร จึงขอนิมนต์ครูบาอาจารย์จงได้เมตตาบอกข้าน้อยด้วย นึกแล้วก็พยายามรักษาจิตอย่างนั้นไว้จนกว่าท่านอาจารย์มั่น เลิกเดินจงกรม เมื่อท่านเลิกเดินจงกรมแล้ว ท่านก็ขึ้นไปกุฏิ และลูกศิษย์ผู้เคยปฏิบัติอุปัฏฐากท่านคือ ท่านอาจารย์วัน ก็ขึ้นไปนั่งอยู่กับท่าน ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปนมัสการท่านแล้วนั่งอยู่ โดยไม่ได้พูดอะไร ๆ กับท่านเลย ท่านพูดเอ่ยมาว่าจิตของท่านอุ่นเป็นอย่างนั้น ๆ ตั้งอยู่อย่างนั้น ๆ เรียกว่าจิตอันนั้น ๆ ทีเดียว ข้าพเจ้านั่งตัวแข็งเลย พูดอะไร ๆ ไม่ออก ทั้งดีใจ ทั้งเสียใจและทั้งกลัวท่าน ละอายท่านถ้าจะกราบเรียนท่านอย่างอื่น ๆ ไปก็กลัวท่านจะเล่นงานเราอย่างหนัก แต่ทุกวันนี้คิดเสียดายเมื่อภายหลังว่า เรานี้มันโง่ถึงขนาดนี้จริง ๆ จะเรียนท่านว่า จิตเป็นอย่างนั้น แล้วข้าน้อยจะทำอย่างไรอีกจิตจึงเจริญหลุดพ้นไปได้ สมกับคำโบราณว่า อายครูบ่ฮู้ อายชู้บ่ดี คำนี้มันถูกเอาเสียจริง ๆ ๓. ครั้งสมัยท่านกำลังแสดงธรรมเรื่อง ความหลุดพ้นและอริยสัจธรรม ๔ข้าพเจ้าได้นั่งอยู่ตรงหน้าตรงตาของท่าน ตั้งจิตสำรวม ส่งไปตามกระแสธรรมของท่านพร้อมทั้ง กำหนดพิจารณาไปด้วย จิตข้าพเจ้าเลยรวมลงพับเดียว ปรากฏว่า ดวงจิตของข้าพเจ้านี้คล้ายกับเครื่องนาฬิกา กำลังเดินหมุนเวียนอยู่ พอนิมิตแล้วจิตก็ถอนออกมาพอดี ถูกท่านเทศน์ใหญ่เลยว่า จิตพระอรหัตต์ทั้งหลายนั้น จิตท่านไม่หมุนเวียนอีก ไม่หันต่อไปอีก จึงได้นามว่า อะระหันแปลว่า ไม่หัน ท่านเหล่านั้นจะเอาอะไปไส่แล้ว ไม่เหมือนเรา เรามีแต่หันอย่างเดียว ไม่หยุดไม่หย่อน พระอรหันต์นั้นท่านตัดกงหันได้แล้ว ท่านทำลายกงสังสารจักรขาดไปแล้วด้วย อรหัตตมรรค ข้าพเจ้านั่งฟังอยู่ครั้งนั้นจึงเกิดความมหัศจรรย์อย่างใหญ่หลวง ท่านอาจารย์มั่น นั้นไม่แสดงธรรมด้วยหูหนัง ตาหนัง เหมือนพวกเรา ท่านจก (ล้วง) เอาหัวใจผู้ฟังมาแสดงจริง ๆ ธรรมของท่านที่แสดงจึงถึงจิตถึงใจของผู้ฟัง อย่างพวกเราแสดงให้กันฟังอยู่ทุกวันนี้ มีแต่คนตาบอด ผู้แสดงบอกผู้ฟังก็บอด บอดต่อบอดจูงกันไม่รู้ว่าจะไปถึงไหน จะไปโดนเอาหลักเอาตอ ตกเหว ตกขุม ที่ไหนไม่ทราบกันเลย ผู้เทศน์ก็มีกิเลส ผู้ฟังก็มีกิเลสกันทั้งนั้น ผู้เทศน์เล่าก็หวังเอาแต่กัณฑ์เทศน์ ไม่เทศน์เอาคน มันจึงไกลกันแสนไกล สมกับพระพุทธเจ้าว่า ธรรมของสัตตบุรุษกับธรรมของอสัตตบุรุษไกลกันเหมือนฟ้ากับแผ่นดิน คำหนึ่งว่า ดูกรอานนท์ ถ้าธรรมของเราตถาคตไปสิงในจิตของพระอรหันต์ผู้สิ้นจากกิเลสแล้ว ธรรมของเราก็เป็นธรรมแท้ไม่ปลอมแปลง ถ้าเมื่อใดธรรมของตถาคตนี้ไปสิงอยู่ในจิตปุถุชนผู้มีกิเลส ธรรมของเราก็กลายเป็นธรรมปฏิรูปคือ ธรรมปลอมแปลง ถ้าผู้เขียนนี้เขียนไปมาก ๆ ก็เหมือนดูว่าเทศน์ไปอีกแหละ มันเป็นการเอามะพร้าวมาขายสวนไปจึงขอเขียนเรื่องท่านอาจารย์มั่นต่อไป ๔. วันหนึ่งตอนเช้ากำลังฉันจังหัน พระเณรกำลังแจกอาหารลงใส่ในบาตร และพระผู้อุปัฏฐากท่านก็กำลังจัดอาหารหวานคาวลงใส่ในบาตรท่านอาจารย์มั่น ถ้าเป็นอาหารของแข็งหรือใหญ่ ต่างองค์ก็ต่างเอามีดหั่น หรือโขลกด้วยครก ต่างคนต่างกระทำด้วยความเคารพจริง วันนั้นข้าพเจ้าได้มองไปเห็นพระท่านทำ ก็นึกเกิดปิติขึ้นมาด้วยความเลื่อมใสปล่อยใจเลื่อนลอยไปว่า แหม…พระลูกศิษย์ลูกหาของครูบาอาจารย์นี้ตั้งใจปฏิบัติอุปัฏฐากด้วยความเคารพเลื่อมใสจริง เอ๊ะ…ครั้งพุทธกาล โน้นบรรดาพระสาวกทั้งหลายนั้น จะมีสานุศิษย์ปฏิบัติอุปัฏฐากดี ๆอย่างนี้ไหมหนอ คิดแล้วก็ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า เราเป็นบ้า คิดเรื่องราวให้ไปกระทบกระทั่งจิตใจของท่าน ครั้นต่อมาในวันหลัง บรรดาสานุศิษย์ทั้งหลายที่เคยปฏิบัติอุปัฏฐากท่าน ก็เข้าไปจะปฏิบัติ ถูกท่านห้ามอย่างใหญ่ว่า หยุดอย่ามาทำนะวันนั้น ท่านดุเอาจริง ๆ ครั้นต่อมาวันหลังอีก จะเข้าไปปฏิบัติ ท่านเล่นงานอย่างใหญ่อีกว่า ทำไมห้ามไม่ฟัง เดี๋ยวถูกค้อนตีเอาแหละ แล้วท่านก็บ่นว่า มันมาดูถูกกัน การปฏิบัติอุปัฏฐากอย่างนี้ ในครั้งพุทธกาลโน้นพระสาวกไม่มีดอก วันนั้นไม่มีใครเข้าไปใกล้ท่านได้เลย การจัดสิ่งของลงในบาตร ท่านจัดเอง การอุปัฏฐากท่านนั้นจำเป็นต้องงดไปหลายวัน ต่อมาท่านอาจารย์มหาบัว ท่านเป็นลูกศิษย์อาวุโสกว่าหมู่ พรรษาท่านขณะนั้นคงได้ในราว ๑๖ พรรษา จึงได้เรียกบรรดาสานุศิษย์รุ่นน้อย มีท่านอาจารย์วัน ท่านอาจารย์เนตร อาจารย์คำพอง อาจารย์สุวัจน์ อาจารย์จันโสม บ้านนาสีดา และข้าพเจ้า พร้อมอีกหลาย ๆ รูป ไปประชุมกันที่กุฏิท่านอาจารย์มหาบัว ว่า เรื่องนี้เป็นใครหนอ ได้นึกได้คิดอย่างว่านี้ เป็นเหตุให้ครูบาอาจารย์เดือดร้อน ผมเองว่าพิจารณาเห็นว่าคงไม่มีไครดอก เพราะว่าใครๆที่ได้มาอยู่ก็ได้มอบกายถวายชีวิตกับท่านแล้ว ต่างคนก็ต่างเคารพนับถือท่านผมว่าจะเป็นอุบายท่านอาจารย์ทรมานพวกเราเฉย ๆดอก ตามที่ผมได้อยู่กับท่านมาหลายปี ผมเองเคยถูกท่านทรมาน ดูว่าเรานี้จะปฏิบัติอุปัฏฐากท่านเอาจริง เอาจังไหม หรือสักแต่ว่าทำเพื่อแก้เก้อเฉย แต่นี้ไปพวกเราต้องเข้าไปทำปฏิบัติท่านเลย ท่านจะฆ่าจะแกงจะต้มอย่างไรเราก็ยอมเสียสละ นี้ท่านอาจารย์มหาบัวแนะนำสานุศิษย์รุ่นเล็ก ๆ ต่อมาก็เลยเข้าไปอุปัฏฐากท่าน ครั้งนี้ท่านไม่ว่าอะไร เพราะจะห้ามไว้ก็ไม่ฟัง เป็นหน้าที่ข้อวัตรของสานุศิษย์ผู้หวังดีจะทำกัน แต่นั้นมาก็ไม่มีใครปรารภเรื่องนี้อีก แม้แต่ท่านอาจารย์มั่น ก็ไม่ว่าอะไรตลอดถึงวันท่านนิพานของท่าน ยังปิดบังไว้ ครั้นต่อมาประมาณ ๒๐ กว่าปี ข้าพเจ้าจึงมารำลึกถึงบุญคุณ ของท่านอาจารย์มั่นดู จึงนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่ออยู่กับท่านอาจารย์มั่น ถูกท่านเทศน์กัณฑ์ใหญ่ สมัยนั้นเราผู้ที่ไม่มีสตินี้แหละ เป็นเหตุ ทำให้หมู่เพื่อนครูบาอาจารย์องค์อื่น ๆ เดือดร้อนไปตามกัน เมื่อมานึกทวนจิตรู้มันก็สายเสียแล้ว จำทำอย่างไรดี จะไปขอขมาโทษคารวะท่าน ท่านก็ไม่อยู่ในโลกไหนภพไหน จึงนึกคิดขึ้นมาได้ว่าเหลืออยู่แต่โอวาทคำสอนของท่านนี้แหละให้เรา เราต้องขอขมาโทษเคารพนับถือธรรมของท่านที่ให้ไว้นี้แหละ นึกขึ้นได้แล้วก็เบาใจต่อมานี้แหละ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย คนเรานี้แม้แต่จิตของตัวเราเองนี้ นึกคิดไปแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าขณะนี้เราคิดเรื่องอะไร มันจะไปรู้จิตนึกคิดคนอื่นได้อย่างไร ทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งปี ทั้งเดือน ผ่านไป ผ่านไป หมดไปเฉย ๆ ไม่ได้ทบทวนตรวจดูการดูจิตของตนเลย อย่างท่านอาจารย์มั่นนั้นท่านเคยพูดให้ได้ยินบ่อยว่า ผมเองพิจารณาเห็นจิตห็นกายอยู่ทุก ๆเวลาเช่น เห็นกายเป็นร่างกระดูกอย่างนั้นแหละ เอาผ้ามาห่มมาคลุม ก็เห็นเอาผ้ามาคลุมร่างกระดูกอยู่อย่างนั้น ท่านอ่านเรื่องนี้แล้วจงระวัง อย่าให้เป็นดังจิตของข้าพเจ้าผู้เขียนนี้เลย เรื่องนี้ข้าพเจ้าผู้ถูกมาเองจึงอดปิดบังไว้ไม่ได้ เป็นของอัศจรรย์ ข้อหนึ่งที่เคยประสบเหตุการณ์มากับท่านอาจารย์มั่น จริง ๆ ๕. วันหนึ่งตอนบ่ายท่านอาจารย์มั่นจะสรงน้ำ ตามธรรมดาเวลาสรงน้ำมีพระปฏิบัติท่านอาจารย์ในราวสัก ๓ รูปไม่ขาด ครั้งนั้น มีพระรูปหนึ่งท่านองค์ชอบหัวดื้อหน่อย และชอบทดลองสิ่งต่าง ๆ ด้วย พระองค์นั้นจึงคิดทดลองดูว่าท่านอาจารย์มั่นนี้จะรู้ไหม จึงคิดในขณะไปสีขาให้ท่านว่า กกขา (ต้นขา) นี้ขาวเหมือนขาผู้หญิงเลย พอนึกเท่านั้น ท่านอาจารย์มั่นจึงพูดขึ้นว่า เอ๊ะ ท่านนี้เป็นบ้าจริง ๆ เว้ย แล้วพระองค์นั้นก็ถอยออก จึงมานึกว่าเอ๊ะ….ท่านอาจารย์จะรู้จริง ๆ หรืออย่างไรหนอ แกยังสงสัยอยู่ พอวันหลังก็มาปฏิบัติเวลาท่านอาบน้ำอีก พอสีเหงื่อไคลขาท่านก็ลองนึกดูอีก ครั้งนี้ท่านดุเอาอย่างใหญ่เลยว่า ท่านนี้ออกหนี อย่ามาทำเลย ไปหนี ๆ ไล่ใหญ่ อันนี้ข้าพเจ้าผู้เขียนก็ได้ไปปฏิบัติท่านอาจารย์ในเวลานั้นเหมือนกัน อันนี้นึกว่าท่านอาจารย์มั่นนั้นท่านชำนาญทางปรจิตวิชาจริง ๆ จึงหาได้ยากอีกในโลกอันนี้ ๖. สมัยหนึ่งเป็นเวลาออกพรรษาแล้วนายวัน และนางทองสุข ร้านศิริผล นครราชสีมา ได้มาถวายกฐิน ครั้งนั้นมีครูบาอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่ นายวันนิมนต์มาด้วยมากองค์ เช่น ท่านอาจารย์สิงห์ใหญ่ อาจารย์ฝั้น อาจารย์สีโห วัดป่าสุมนามัย บ้านไผ่ ท่านอาจารย์องค์นี้ ไม่เคยมาและไม่เคยเห็นท่านอาจารย์มั่นเลย ได้ไปพักอยู่กุฏิเล็ก ๆ ห่างจากกุฏิท่านอาจารย์มั่น ประมาณ ๔ เส้น ขณะนั้นท่านอาจารย์สีโหอาบน้ำ ข้าพเจ้าและพระอื่น ๆ มาปฏิบัติท่านขณะนั้น ท่านอาจารย์สีโห จึงพูดกับข้าพเจ้าขึ้นเบา ๆ ว่า เอ๊ะ! ท่านอาจารย์มั่นนี้ รูปร่างหน้าตาเหมือนผมนิมิตเห็นท่านไม่ผิดเลย ว่าลักษณะท่านคน น้อย ๆ คางแบน ๆบัดนี้เราจะได้ฟังเทศน์ท่าน เรานี้อยากให้เทศน์จริง ๆ ว่า เรานี้มันคาอยู่อะไร ทำไมจึงไม่เห็นตนคาว่าแล้วก็ผลัดเปลี่ยนผ้า ข้าพเจ้าก็เลยไปกุฏิ พอตอนค่ำครูบาอาจารย์ต่างก็ไปชุมนุมที่กุฏิท่านอาจารย์มั่น ท่านอาจารย์สีโหก็อยู่นั่นแหละ ท่านอาจารย์มั่นก็ทักทายปราศรัยกับท่านอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ไป พอท่านมองไปเห็นท่านอาจารย์สีโห นั่งอยู่ ท่านเลยพูดขึ้นว่า ท่านสีโหนี้ ก็มีแต่ไปหากินข้าวต้มขนมเขาอยู่แต่ในเมืองนี่นา ทำไมไม่เห็นเข้าป่าไปภาวนาเล่า ว่าแล้วท่านหัวเราะ ใครก็หัวเราะกัน เพราะเป็นเรื่องขบขัน ผู้ฟังเพลินดูคล้ายกับว่าท่านพูดเล่น แต่ที่จริงท่านพูดตามเหตุที่ท่านรู้ทางจิต ๗. ครั้นต่อมาอีกเช้า เวลาฉันจังหัน ครั้งนั้นครูบาอาจารย์ที่เป็นพระแขกติดตามมากับองค์กฐินนายวัน แม่ทองสุขเช่น อาจารย์สิงห์ อาจารย์สีโห อาจารย์อ่อน อาจารย์ฝั้น และพระอื่น ๆ อีกมาก ได้ไปรวมกันฉันที่ศาลาหลังใหญ่เพราะที่หอฉันที่ไม่เพียงพอ จึงฉันอยู่ที่หอฉันก็มีแต่พระเณรเจ้าถิ่นเท่านั้น ครั้งนั้นบันดาอาหารหวานคาว พวกโยมทั้งหลายเลยเอาขึ้นไปแต่หอฉันที่อาจารย์มั่นอยู่ ไม่มีใครแบ่งไปศาลาใหญ่เลย พระผู้แจกอาหารเช่นอาจารย์วัน อาจารย์ทองคำ และข้าพเจ้าผู้เขียนนี้ด้วย ก็บังเอิญลืมแบ่งไปจริง ๆ พอฉันเสร็จแล้ว ไม่มีใครว่าอะไรอีก ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ฉันอยู่ศาลาหลังใหญ่ก็ฉันแต่อาหารที่ได้มาในบาตร ไม่มีใครพูดอะไร เพราะกลัวความกระทบกระเทือนจะไปถึงท่านอาจารย์ใหญ่ พอตื่นเช้าวันหลังเท่านั้นแหละ ท่านอาจารย์มั่นเลยว่าโยมชาวบ้านหนองผือเลยว่า พวกโยมทำอาหารมาให้พระฉันกันอย่างไร อาตมาได้ยินว่า ท่านอาจารย์สิงห์ บ่นว่าอาหารจาง อาหารจางอยู่ พระพวกภัตตุเทศที่แจกอาหารเลยสืบถามดูความจริงแล้ว ลืมแบ่งอาหารไปศาลาหลังใหญ่ ปล่อยให้ครูบาอาจารย์ฉันแต่ข้าวที่ไม่มีอะไร ๆ กันทั้งนั้น จึงเป็นเหตุให้ท่านอาจารย์มั่นรู้เรื่องราวโดยไม่มีไครบอก อันนี้เป็นของอัศจรรย์ข้อหนึ่งตามข้าพเจ้าเคยผ่านเหตุการณ์มาในเรื่องท่านอาจารย์มั่น คัดลอกมาจาก เวปไซด์ หนังสือพิมพ์พุทธธรรม.คอม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย VANCO : 14-12-2011 เมื่อ 07:55 PM |
| | |
| sponsor links |
| | #2 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Oct 2007 สถานที่: รับผลิตสื่อวีดีโอซีดี สิ่งพิมพ์ขนาดเล็กส่งทั่วประเทศ 083-794-3230
ข้อความ: 762
พลังการให้คะแนน: 154 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | อนุโมทนาค่ะ............ |
| | |
| | #3 |
| ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต วันที่สมัคร: Sep 2011
ข้อความ: 504
พลังการให้คะแนน: 79 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | "ท่านอ่านเรื่องนี้แล้วจงระวัง อย่าให้เป็นดังจิตของข้าพเจ้าผู้เขียนนี้เลย" กราบนมัสการหลวงปู่ โมทนาสาธุท่าน จขท ครับ :> |
| | |
| | #4 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Dec 2010
ข้อความ: 143
พลังการให้คะแนน: 33 ![]() | ขออนุญาติแบ่งปันน๊ะค๊ะ...ขอบคุณค่ะ |
| | |
| | #5 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Mar 2011
ข้อความ: 338
พลังการให้คะแนน: 51 ![]() | อนุโมทนาสาธุครับ |
| | |
| | #6 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2010
ข้อความ: 269
พลังการให้คะแนน: 71 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | กราบอนุโมทนาสาธุ ครับ |
| | |
| | #7 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Feb 2011
ข้อความ: 442
พลังการให้คะแนน: 65 ![]() ![]() | อนุโมทนา..สาธุด้วยครับ |
| | |
| | #8 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Jun 2010
ข้อความ: 90
พลังการให้คะแนน: 41 ![]() ![]() | สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ |
| | |
| | #9 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2011 สถานที่: Bangkok 10140.
ข้อความ: 1,084
พลังการให้คะแนน: 124 ![]() ![]() | กราบนมัสการพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ตั้งตรงจิตใจถึงท่านสาธุ |
| | |
| | #10 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 397
พลังการให้คะแนน: 126 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ |
| | |
| | #11 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 2,236
พลังการให้คะแนน: 449 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | สาธุๆ ลูกหลานขอกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่นที่เคารพยิ่งแล้ว ขอรับ __^/|\^__ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่นำสิ่งดีๆ มาแบ่งบัน ^_^ ______________________________ ![]() กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติจังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติจังหวัดเพชรบูรณ์มาทำงานกัน แจกไฟล์รูปภาพพ่อแม่ครูบาอาจารย์-เพื่อเป็นสิริมงคล |
| | |
| | #12 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Nov 2011
ข้อความ: 94
พลังการให้คะแนน: 16 ![]() | เข้าใจคำว่า อะ ระ หัน ลึกซึ้ง ก็วันนี้แหละคะ อนุโมธนาบุญด้วยนะคะ |
| | |
| | #13 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: May 2010
ข้อความ: 153
พลังการให้คะแนน: 70 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | อนุโมทนาด้วยคะ ขออนุญาติแบ่งปัน และขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
__________________ กรุณาใช้ภาษาไทย อย่างคนมีการศึกษา อย่า"แอ๊บเอ๋อ" |
| | |
| | #14 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Jul 2008
ข้อความ: 2,507
พลังการให้คะแนน: 383 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | อนุโมทนา สาธุ |
| | |
| | #15 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Mar 2010
ข้อความ: 771
พลังการให้คะแนน: 225 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | น้อมกราบองค์หลวงปู่มั่นครับ นะโมวิมุตตานัง นโมวิมุตติยา |
| | |
| | #16 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2009
ข้อความ: 1,389
พลังการให้คะแนน: 343 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | สาธุ สาธุ สาธุ วันนี้ระลึกถึงองค์หลวงปู่มั่นอยู่หลายคราว มาได้อ่านกระทู้นี้ดีใจมากเลยค่ะ อนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ ลูกผู้ต้อยต่ำี้คนนี้ขอกราบองค์หลวงปู่มั่นสุดเศียรเกล้า ขอบูชาธรรมท่านด้วยดอกบัว
__________________ จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์คลาสสิคสุดหรู http://classic-bedroom.webs.com/apps/photos/ |
| | |
| | #17 |
| ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด วันที่สมัคร: Jan 2009 สถานที่: Bkk.,
ข้อความ: 1,772
พลังการให้คะแนน: 722 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | อนุโมทนา
__________________ "ธรรมะสกิดใจ" เพจ Facebook เล็กๆ เพื่อเผยแพร่ธรรมทาน และนำพาทุกท่านให้มีชีวิตไปถูกทาง ธรรมะสกิดใจ...พาชีวิตไปถูกทาง |
| | |
| | #18 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Oct 2008
ข้อความ: 39
พลังการให้คะแนน: 0 ![]() ![]() | อนุโมทนาสาธุบุญครับ |
| | |
| | #19 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 1,430
พลังการให้คะแนน: 245 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | กราบหลวงปู่มั่นและกราบทุกๆหลวงปู่ครับผม และอนุโมทนาสาธุบุญกับหลวงปู่ทุกๆองค์ ทุกท่าน ทุกๆกองบุญ กองกุศล ครับผม สาธุ |
| | |
| | #20 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Nov 2010
ข้อความ: 676
พลังการให้คะแนน: 95 ![]() ![]() | ขอกราบนมัสการหลวงปู่มั่น |
| | |
![]() |
| Bookmarks |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
| เรียบเรียงคำตอบ | ให้คะแนนกระทู้นี้ |
| |
กระทู้ที่คล้ายกัน | ||||
| ชื่อกระทู้ | ผู้ตั้งกระทู้ | เว็บบอร์ด | คำตอบ | ข้อความล่าสุด |
| เจริญพร อาตมาภาพ พระมหาชาญชัย ชาคโร เเวะมาเยี่ยม | มหาชาญชัย | วิธีดูพระเครื่อง-เครื่องรางของขลัง | 16 | 09-11-2011 02:40 PM |
| มีใครรู้จักท่าน พระอาจารย์บุญช่วย ชาคโร บ้างไหมครับ | kennek | อภิญญา - สมาธิ | 1 | 27-06-2011 08:41 PM |
| นิมิตดวงหทัย (หลวงปู่อุ่น ชาคโร) | wellrider | พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น | 0 | 02-04-2010 01:21 PM |
| นิมิตดวงหทัย (หลวงปู่อุ่น ชาคโร) | wellrider | พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น | 1 | 16-11-2009 11:14 PM |