กลับไป   PaLungJit.com > พุทธศาสนา > อภิญญา - สมาธิ > สายป่าธรรมยุติ - หลวงปู่มั่น
Connect with Facebook
ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม คะแนน: คะแนนของกระทู้: 7 โหวต, 4.71 ค่าเฉลี่ย. เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 06-11-2011, 08:17 PM   #1
VANCO
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
 
VANCO's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2007
สถานที่: มหาวิทยาลัยนครพนม
ข้อความ: 31,506
พลังการให้คะแนน: 11658
VANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond reputeVANCO has a reputation beyond repute

อุปสรรคของการภาวนา (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)






หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี


ฝึกหัดทำสมาธิภาวนา จงทำเหมือนชาวนาเขาทำนา เขาไม่รีบร้อน เขาหว่านกล้า ไถคราด ปักดำ โดยลำดับ ไม่ข้ามขั้นตอน แล้วรอให้ต้นข้าวแก่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เห็นเมล็ดไม่เห็นรวงข้าวเลย แต่เขาก็มีความเชื่อมั่นของเขาว่าจะมีเมล็ดมีรวงวันหนึ่งข้างหน้าแน่ๆ เมื่อต้นข้าวแก่แล้วออกรวงมาจึงเชื่อแน่ว่าจะได้รับผลแน่แล้ว เขาไม่ไปชักดึงต้นข้าวให้ออกรวงเอาตามชอบใจ ผู้กระทำเช่นนั้นย่อมไร้ผลโดยแท้

การฝึกหัดสมาธิภาวนาก็เช่นเดียวกัน จะรีบร้อนข้ามขั้นตอนย่อมไม่ได้ ต้องตั้งจิตให้เลื่อมใสศรัทธาแน่วแน่ว่าอันนี้ละเป็นคำบริกรรมที่จะทำให้จิตของเราเป็นสมาธิได้อย่างแท้จริง แล้วอย่าไปลังเลสงสัยว่า คำบริกรรมนี้จะถูกจริตนิสัยของเราหรือไม่หนอ คำบริกรรมอันนั้น คนนั้นทำแล้วมันเป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ เราทำแล้วจิตไม่ตั้งมั่น อย่างนี้ใช้ไม่ได้

ถ้าจิตตั้งมั่นแน่วแน่ในคำบริกรรมที่ตนภาวนาอยู่นั้นแล้วเป็นใช้ได้ทั้งนั้น เพราะภาวนาก็เพื่อต้องการทำจิตให้แน่วแน่เท่านั้น ส่วนนอกนั้นมันเป็นตามบุญวาสนาของแต่ละบุคคล

ครั้งพุทธกาล มีพระรูปหนึ่งไปภาวนาอยู่ใกล้สระแห่งหนึ่ง เห็นนกกระยางตัวหนึ่งโฉบปลากินเป็นอาหาร ท่านเลยถือเอาเป็นคำบริกรรมภาวนาจนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ นกกระยางกินปลาไม่เคยเห็นมีในกัมมัฏฐานบทใด ท่านเอามาภาวนาจนได้สำเร็จ นี้เป็นตัวอย่าง

จิตที่ตั้งใจอบรมให้อยู่ในขอบเขตของคำบริกรรม พุทโธๆๆ ซึ่งมีสติเป็นผู้ควบคุมแล้วย่อมจะละพยศตัวเองได้ แต่เราก็ต้องฝึกฝนอบรมเพราะต้องการความสุขสงบของจิต ธรรมดาของจิตย่อมมีอารมณ์ส่งส่ายหาความฟุ้งซ่านเป็นวิสัยอยู่แล้ว ดังอธิบายมาแล้ว โดยมากมันจะส่งส่ายไปในอารมณ์เหล่านี้คือ

พอเริ่มบริกรรมพุทโธๆๆ เอาจิตไปตั้งไว้ที่พุทโธๆๆ เท่านั้นแหละ มันจะไม่อยู่ในพุทโธ มันจะวิ่งไปหาการงานที่เราเริ่มจะทำหรือกำลังทำอยู่ ปรุงแต่งทำนั้นทำนี้วุ่นวายกันไปหมด กลัวมันจะไม่ดีไม่งาม กลัวมันจะไม่สำเร็จ การงานที่เรารับจากคนอื่นหรือเรารับเฉพาะส่วนตัวมันจะเสียผลประโยชน์ หรือขายขี้หน้าเขาเมื่อเรารับแล้วไม่ทำตาม ฯลฯ นี่เป็นเรื่องรบกวนใจไม่ให้เป็นสมาธิของผู้อบรมใหม่อย่างหนึ่ง

เราดึงเอาจิตมาไว้ที่พุทโธๆๆนั้นอีก บอกว่านั้นไม่ใช่หนทางแห่งความสงบ ทางสงบแท้จริงต้องเอาจิตมาตั้งไว้ที่พุทโธแห่งเดียว แล้วบริกรรมพุทโธๆๆ เรื่อยไป ฯลฯ

เดี๋ยวส่งไปอีกแล้ว โน่นคราวนี้ไปถึงครอบครัว ส่งไปหาลูกไปหาภรรยาไปหาสามี เขาจะอยู่อย่างไร เขามีสุขภาพพลานามัยดีหรือไม่หนอ ได้บริโภคอาหารดีมีรสหรือไม่หนอ ถ้าอยู่ห่างไกลกันก็คิดถึงที่อยู่ที่นอน จะอยู่จะกินอย่างไร ผู้จากไปก็คิดถึงผู้อยู่ทางบ้าน ผู้อยู่ทางบ้านก็คิดถึงผู้ไปไกล กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย กลัวคนอื่นจะมาข่มเหง ไม่มีผู้อยู่เป็นเพื่อน กลัวจะเหงาหงอย ฯลฯ คิดไปร้อยแปดพันเก้า สุดแท้แต่จิตจะปรุงแต่งไป ซึ่งเกินกว่าเหตุทั้งนั้น

หรือถ้ายังเป็นโสด ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ก็จะปรุงแต่งไปในทางสนุกสนานเพลิดเพลินอยู่กับหมู่เพื่อนที่เคยเที่ยวสนุกเฮฮาไปในที่ต่างๆ บางคนถึงกับอุทานออกมาเป็นเสียงดังหัวเราะก๊ากก็มี กิเลสตัวนี้มันร้ายยิ่งกว่าเพื่อน

เมื่อภาวนาพุทโธๆๆ มันเห็นว่าไม่ได้การแล้ว เขาจะหนีจากเราไปแล้ว มันก็สรรหาสิ่งที่จะผูกมัดให้เราติดมั่นเข้าทุกที เราเกิดมาตั้งแต่เด็กจนโต เราก็ไม่เคยมาฝึกหัดสมาธิภาวนาเลย มีแต่ปล่อยให้จิตไปตามอารมณ์ของกิเลส เพิ่งมาฝึกหัดเดี๋ยวนี้เอง เมื่อภาวนาพุทโธๆๆเข้า จิตมันจะมารวมอยู่ที่พุทโธๆๆ จิตมันจึงดิ้นเหมือนกับบุคคลโยนปลาขึ้นจากน้ำไปบนหาดทราย ปลาย่อมดิ้นหาน้ำเป็นธรรมดา เราดึงเอาจิตให้เข้ามาหาพุทโธๆๆอีก
พุทโธๆๆ เป็นของเย็น เป็นทางที่ให้เกิดสันติสุข มีทางเดียวเท่านั้นที่ทำให้พ้นจากทุกข์ในโลกนี้ได้

เราดึงเอาจิตเข้ามาอยู่ในพุทโธๆๆอีก หากคราวนี้พอสงบลงไปได้บ้าง พอรู้สึกว่าจิตมันอยู่ พอเห็นลางๆว่าจิตมันอยู่ มีความสุขสบาย จิตสงบ ไม่มีความเดือดร้อน ตั้งใจระวังเอาสติประคองอารมณ์นั้นไว้ เอ้า.....ไปอีกแล้ว โน้น......คราวนี้ไปยึดเอาผลประโยชน์มาเป็นเครื่องอ้าง ถ้าสิ่งนั้นเราไม่ทำหรือเราไม่แสวงหาก็จะเสียโอกาสอันมีค่ามหาศาล แล้วก็เอาจิตไปจดจ่ออยู่เฉพาะสิ่งนั้นแทนคำบริกรรมพุทโธ ส่วนพุทโธมันเลยหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ กว่าจะรู้ว่าพุทโธหายไปแล้ว มันก็สายเสียแล้ว จิตนี้เป็นของดิ้นรนกระเสือกกระสน รักษาได้ยากเหมือนกับลิงอยู่ไม่เป็นสุข

นั่งสมาธิภาวนานานๆเข้า กลัวโลหิตจะไม่เดินหรือเดินไม่สะดวก เส้นประสาทจะตาย เกิดเป็นเหน็บชา ในที่สุดเป็นอัมพาต ถ้าไปภาวนาไกลบ้านหน่อยหรือในป่าก็ยิ่งกลัวใหญ่ กลัวเสือจะมากิน กลัวงูจะมากัด กลัวผีจะมาหลอกทำท่าทีต่างๆนานาใส่ ความกลัวตายยุบยิบไปหลายอย่างหลายประการ ล้วนแล้วแต่ตัวเองหลอกตัวเองทั้งนั้นแต่เกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เห็นเสือกินคนเลยสักคนเดียว ผีก็ไม่เคยเห็นหลอกเลยสักที แม้แต่ตัวผีก็ไม่เคยเห็นเลยสักที ไม่ทราบว่าตัวมันเป็นอย่างไร แต่ก็ปรุงแต่งขึ้นมาหลอกตัวเอง

อุปสรรคของการภาวนาที่ชักตัวอย่างมาอธิบายนี้พอเป็นบางอย่างเท่านั้น ความจริงแล้วมันมีมากกว่านี้ตั้งหลายเท่า ผู้ภาวนาแล้วจะรู้ด้วยตัวเอง

แต่เราก็ยึดพุทโธๆๆ มาไว้ที่ใจ แล้วเอาสติควบคุมจิตให้อยู่กับพุทโธอันเดียว ภัยอันตรายทั้งปวงจะไม่มีมาแผ้วพาน

ขอให้เชื่อมั่นในพุทโธจริงๆเถอะ รับรองว่าไม่มีอันตรายแน่นอน เว้นเสียแต่กรรมเก่าที่เขาเคยได้กระทำไว้ นั่นเป็นของสุดวิสัยแม้พระพุทธเจ้าก็ป้องกันให้ไม่ได้

ผู้ภาวนาทั้งหลายแรกๆศรัทธายังอ่อน ไม่ว่าจะบริกรรมอะไรก็แล้วแต่เถอะ จะต้องถูกกิเลสเหล่านี้รบกวนด้วยกันทั้งสิ้น เพราะกิเลสเหล่านี้มันเป็นพื้นฐานของโลก เมื่อเรามาทำภาวนาทำจิตให้เป็นอันเดียวเท่านั้นแหละ กิเลสมันเห็นว่าเราจะหนีจากบ้าน กิเลสเหล่านั้นมันมารุมล้อมไม่ให้เราหนีจากโลกนี้ได้

ผู้มาเห็นโทษของมันว่ามันร้ายแรงอย่างนี้แล้ว ทำใจให้กล้าหาญ ศรัทธาให้หนักแน่นมั่นคง คิดเสียว่าเราได้หลงเชื่อกิเลสมาหลายภพหลายชาติแล้ว คราวนี้เราจะยอมเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เอาพุทโธ ไม่ให้จิตหนีจากพุทโธ เมื่อเราตั้งปณิธานไว้อย่างนั้นแล้ว จิตก็จะดิ่งลงสู่อารมณ์อันเป็นหนึ่งเข้าถึงสมาธิได้

ด้วยอำนาจจิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันเดียวนั่นแหละเป็นเหตุนำจิตให้เข้าถึงสมาธิได้

ผู้เข้าถึงสมาธิทีแรกจะมีอาการอย่างนี้ เราจะไม่ทราบเลยว่าสมาธิหรือจิตเป็นเอกัคคตารมณ์เป็นอย่างไร เราเพียงแต่ตั้งสติให้แน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว ด้วยอำนาจจิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันเดียวนั่นแหละเป็นเหตุนำจิตให้เข้าถึงสมาธิได้ แล้วก็ไม่ได้นึกว่าอาการของสมาธิเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ และอยากให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มันเป็นของมันเองโดยอัตโนมัติ ใครๆจะบังคับให้เป็นไม่ได้

ในขณะนั้นจะมีความรู้สึกเหมือนกับเราอยู่อีกโลกหนึ่ง(โลกจิต) มีความสุขสบายวิเวกหาอะไรเปรียบมิได้ในโลกนี้

เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว จะรู้สึกเสียดายอารมณ์อันนั้น แลจำอารมณ์อันนั้นได้แม่นยำ ที่พูดกันอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่จิตถอนออกมาจากอารมณ์ทั้งนั้น ในขณะที่จิตกำลังรวมอยู่นั้น ใครจะพูดจะทำอะไรไม่รับรู้ทั้งหมด

เราต้องฝึกหัดจิตให้เข้าถึงสมาธิอย่างนี้อยู่บ่อยๆเพื่อให้ชำนิชำนาญ แต่อย่าไปจำอารมณ์เก่า อย่าอยากให้เป็นอย่างเก่า มันจะไม่เป็นอย่างนั้นซ้ำจะยุ่งใหญ่ เป็นแต่เราคอยบริกรรมพุทโธๆๆให้จิตอยู่ในคำบริกรรมนั้นก็แล้วกัน มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน

จิตเป็นสมาธิใหม่ๆ เมื่อมันเป็นอีกมันจะไม่เป็นอย่างเก่า แต่ก็ช่างมัน มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน ขอให้มันเป็นสมาธิก็แล้วกัน ที่มันเป็นหลายอย่าง มันจึงได้ความรู้กว้างขวางและมีอุบายมาก

ที่อธิบายมาโดยย่อนี้พอเป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ ขอผู้ทำตามนี้จงอย่าได้เอามาใส่ใจ มันจะเป็นสัญญา ภาวนาจะไม่เป็นไป เพียงแต่จำไว้เป็นเครื่องเทียบเคียงในเมื่อเราภาวนาเป็นไปแล้ว

ผู้ภาวนาทั้งหลาย ไม่ว่าจะภาวนาพุทโธ หรือยุบหนอพองหนอ หรือสัมมาอะระหัง อะไรแล้วแต่ เมื่อจิตจะรวมเป็นสมาธิแล้ว ไม่ว่าจิตเราจะรวมหรือกำลังรวมอยู่ หรืออะไรทั้งหมด แต่มันรวมของมันเองโดยอัตโนมัติ แม้ที่สุดแต่คำบริกรรมอยู่นั้นไม่ทราบมันวางแต่เมื่อไหร่ มันจะมีแต่ความสงบสุขอยู่อันหนึ่งต่างหาก ซึ่งมิใช่โลกนี้แลโลกอื่นหรืออะไรทั้งหมด และไม่มีใครหรือสิ่งอะไรทั้งหมด เป็นสภาพของมันต่างหาก (ซึ่งเรียกว่าโลกของจิต)

ในที่นั้นจะไม่มีคำว่าโลกนี้หรืออื่นใดๆทั้งสิ้น สมมติบัญญัติในโลกอันนี้จะไม่ปรากฏในที่นั้น เพราะฉะนั้น ในที่นั้นมันจะไม่เกิดบัญญัติอะไรทั้งสิ้น เป็นแต่หัดจิตให้เป็นสมาธิไว้เทียบเคียงกับจิตที่ไม่เป็นสมาธิว่าผิดแปลกต่างกันอย่างไร จิตเข้าถึงสมาธิแล้วเมื่อถอนออกมาพิจารณาในทางโลกกับทางธรรม มันต่างกันอย่างไรกับจิตที่ไม่ได้เป็นสมาธิ


http://www.dhammajak.net
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 06-11-2011, 09:53 PM   #2
Lacuna
สมาชิก
 
Lacuna's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
ข้อความ: 2,507
พลังการให้คะแนน: 383
Lacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant futureLacuna has a brilliant future
อนุโมทนา สาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-11-2011, 10:17 PM   #3
Nat Simon
สมาชิก
 
Nat Simon's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2010
สถานที่: Boise, Idaho.
ข้อความ: 62
พลังการให้คะแนน: 40
Nat Simon has a spectacular aura aboutNat Simon has a spectacular aura about
Good lesson. Anumotana Satu
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 08:13 AM   #4
ningnong25 ningnong25 ได้ร่วมบริจาคเข้าโครงการของเว็บพลังจิตเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา ในระยะ2เดือนนี้
ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต
 
ningnong25's Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2011
ข้อความ: 175
พลังการให้คะแนน: 28
ningnong25 will become famous soon enough
อนุโมทนา สาธุ กับบทความดี ๆ แบบนี้ด้วยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 08:48 AM   #5
Santajitto
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Sep 2010
ข้อความ: 269
พลังการให้คะแนน: 71
Santajitto is a glorious beacon of lightSantajitto is a glorious beacon of lightSantajitto is a glorious beacon of lightSantajitto is a glorious beacon of lightSantajitto is a glorious beacon of light
กราบอนุโมทนา สาธุ ครับ...

" ฝึกหัดทำสมาธิภาวนา จงทำเหมือนชาวนาเขาทำนา เขาไม่รีบร้อน เขาหว่านกล้า ไถคราด ปักดำ โดยลำดับ ไม่ข้ามขั้นตอน แล้วรอให้ต้นข้าวแก่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เห็นเมล็ดไม่เห็นรวงข้าวเลย แต่เขาก็มีความเชื่อมั่นของเขาว่าจะมีเมล็ดมีรวงวันหนึ่งข้างหน้าแน่ๆ เมื่อต้นข้าวแก่แล้วออกรวงมาจึงเชื่อแน่ว่าจะได้รับผลแน่แล้ว เขาไม่ไปชักดึงต้นข้าวให้ออกรวงเอาตามชอบใจ ผู้กระทำเช่นนั้นย่อมไร้ผลโดยแท้ "
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 10:41 AM   #6
นางสาวอยู่จ้ะ
สมาชิก
 
นางสาวอยู่จ้ะ's Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2007
สถานที่: รับผลิตสื่อวีดีโอซีดี สิ่งพิมพ์ขนาดเล็กส่งทั่วประเทศ 083-794-3230
ข้อความ: 762
พลังการให้คะแนน: 154
นางสาวอยู่จ้ะ is just really niceนางสาวอยู่จ้ะ is just really niceนางสาวอยู่จ้ะ is just really niceนางสาวอยู่จ้ะ is just really niceนางสาวอยู่จ้ะ is just really nice
อนุโมทนาค่ะ...........
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 10:53 AM   #7
thitarat
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 178
พลังการให้คะแนน: 33
thitarat will become famous soon enoughthitarat will become famous soon enough
อนุโมทนาสาธุการค่ะ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 12:58 PM   #8
ZhaoYun
สมาชิก
 
ZhaoYun's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2005
ข้อความ: 163
พลังการให้คะแนน: 101
ZhaoYun will become famous soon enough
อนุโมทนาสาธุครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 02:00 PM   #9
baimaingam
สมาชิก
 
baimaingam's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2010
ข้อความ: 231
พลังการให้คะแนน: 50
baimaingam will become famous soon enough
ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ
...หันหลังคืนฝั่ง พ้นจากทะเลทุกข์...
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 02:21 PM   #10
Apotamkin
สมาชิก
 
Apotamkin's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2011
ข้อความ: 38
พลังการให้คะแนน: 0
Apotamkin is on a distinguished road
อนุโมทนา สาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 02:34 PM   #11
person
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2011
ข้อความ: 103
พลังการให้คะแนน: 26
person will become famous soon enough
อนุโมทนาสาธุ ครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 05:41 PM   #12
phanbuaphet
สมาชิก
 
phanbuaphet's Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2011
ข้อความ: 941
พลังการให้คะแนน: 107
phanbuaphet will become famous soon enoughphanbuaphet will become famous soon enough
อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณที่นำเสนอสิ่งดีๆให้อ่าน
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 06:02 PM   #13
choo2521
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Apr 2011
ข้อความ: 74
พลังการให้คะแนน: 24
choo2521 will become famous soon enough
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับบทความดีๆ อนุโมทนาด้วยครับ สาธุๆ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 06:52 PM   #14
สุขิโต
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: May 2011
ข้อความ: 3
พลังการให้คะแนน: 0
สุขิโต is on a distinguished road
สาธุ สาธุ สาธุ....อนุโมทนาครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 08:53 PM   #15
poppapza
สมาชิก
 
poppapza's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2011
ข้อความ: 29
พลังการให้คะแนน: 0
poppapza is on a distinguished road
อนุโมทนา สาธุ...
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2011, 09:21 PM   #16
Allymcbe222
สมาชิก
 
Allymcbe222's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2011
ข้อความ: 181
พลังการให้คะแนน: 158
Allymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond reputeAllymcbe222 has a reputation beyond repute
อนุโมทนาครับ
หลวงปู่เทสก์ ท่านเทศน์ได้ชัดเจนมากครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 08-11-2011, 12:27 AM   #17
rwoot
สมาชิก
 
rwoot's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2008
ข้อความ: 283
พลังการให้คะแนน: 99
rwoot is just really nicerwoot is just really nicerwoot is just really nicerwoot is just really nicerwoot is just really nice
อนุโมทนาสาธุ...ครับผม...
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 08-11-2011, 12:57 AM   #18
beauty cosme'
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Oct 2011
ข้อความ: 69
พลังการให้คะแนน: 16
beauty cosme' is on a distinguished road
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

By Beauty cosme
www.baviphatthailand.comfficeffice" />>>
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 08-11-2011, 07:18 AM   #19
ตุ้ม ณ บ้านโป่ง
สมาชิก
 
ตุ้ม ณ บ้านโป่ง's Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2008
ข้อความ: 146
พลังการให้คะแนน: 64
ตุ้ม ณ บ้านโป่ง has a spectacular aura aboutตุ้ม ณ บ้านโป่ง has a spectacular aura about
อนุโมทนา สาธุ ฯ แด่ท่านผู้สนใจในพระธรรมคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคนทุกท่าน และขอให้ทุกท่านได้ดวงตาเห็นธรรม ตามคำสอนในพระธรรมของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเทอด สาธุ ฯ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 08-11-2011, 08:33 AM   #20
Jainak
สมาชิก
 
Jainak's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2010
ข้อความ: 14
พลังการให้คะแนน: 0
Jainak is on a distinguished road
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are งดใช้
Pingbacks are งดใช้
Refbacks are งดใช้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 12:24 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา |

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.0
Palungjit.com 1 April 2003 - 2009
Page generated in 2.96738 seconds with 35 queries