![]() | | ![]() | |
| | ||||||
| สมัครสมาชิก | กฎกติกา | ทุกอัลบั้ม | คู่มือการใช้ | กลุ่มชมรม | ปฏิทิน | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
![]() |
![]() |
| | คำสั่งเพิ่มเติม | ให้คะแนนกระทู้ | เรียบเรียงคำตอบ |
| | #1 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ไขปริศนาธรรมชาติ จิต จักรวาล ด้วย เรขาคณิตเศษส่วน(Fractal Geometry)![]() มีคนแปลว่า Geometry ในเชิงภาษาลาติน ว่า "การวัดแผ่นดิน" และคำว่า fractal มาจากภาษาละตินว่า tractus หรือ fractrum ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า fragmented(or irregular) เมื่อแปลเป็นภาษาไทย คือ แตกเป็นชิ้น เป็นเศษ ![]() ขณะที่เรขาคณิตคลาสสิกของยูคลิดที่เราเรียนมาเมื่อเป็นเด็ก เป็นเรขาคณิตที่สนใจต่อแบบฟอร์มและรูปร่างในอุดมคติ คือ มีรูปร่างเป็นเส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม หรือ วงรี รูปทรงต่างๆ ในเรขาคณิตยูคลิดจึงสะอาดราบเรียบ สม่ำเสมอชัดเจน อ่านเพิ่ม http://202.29.77.139/primath/ebook/geometry/index.asp ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ขณะที่เรขาคณิตเศษส่วน หรือ Fractal Geometry สนใจค้นคว้ารูปทรงธรรมชาติวึ่งขรุขระ ไม่เรียบร้อย เช่น ใบไม้ ก้อนเมฆ สายฟ้าฟาด ชายฝั่งทะเล ภูเขาและโตรกผา ปอดของมนุษย์ เป็นต้น มิติของเวลาเรขาคณิตเศษส่วนจึงมีลักษณะคล้ายทศนิยมไม่รู้จบ เช่น มิติเศษส่วนของสมองเรา คือ 2, 79 และ ของก้อนเมฆ คือ 2,35 มิติของเศษส่วนหรือ fractal ในที่นี้จะเป็นสองมิติของพื้นที่ หรือ จะเป็นสามมิติของลูกเต๋า หรือ ลูกกลมก็ได้
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| sponsor links |
| | #2 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() คุณสมบัติสำคัญของ fractal หรือ "ความคล้ายตนเอง" (self-similarity)นั่นคือ โครงสร้างเศษส่วนที่ขยายตัวออกไปไม่สิ้นสุดไม่ว่าจะเป็นมิติกาละ(time) หรือ มิติเทศะ(space)ล้วนแต่มีรูปร่างคล้ายคลึงซ้ำกับแบบแผน(pattern)อันแรกอันเป็นแม่แบบของมัน Benoit Mandelbrot ผู้ค้นคว้าทฤษฎีไร้ระเบียบทางคณิตศาสตร์ สรุปความเชื่อมโยงแนบแน่นระหว่างคณิตศาสตร์เศษส่วนกับ ทฤษฎีไร้ระเบียบไว้ดังนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างและเศษส่วน (fractal) กับระบบที่ไร้ระเบียบ (chotic system)เกิดจากคุณสมบัติที่บอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นต่อ(depend)ความอ่อนไหวอย่างยิ่งยวดของเงื่อนไขเบื้องต้น (initial condition)ประกอบกับการพัฒนาลักษณะพลวัตอันซับซ้อนและยอกย้อนกลับไปกลับมา ทำให้เศษส่วนแต่ละอัน ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ รูปลักษณ์แต่ละอันจะมีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง เช่น ปุยเมฆแต่ละก้อน ต้นไม้แต่ละต้น ใบไม้แต่ละใบ หัวใจแต่ละดวง และ สมองแต่ละก้อน ย่อมแตกต่างกันไปบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพิจารณาก็รู้ทันทีว่านี่คือต้นมะม่วง นี่คือต้นมังคุด นี่คือใบโพธิ์ เป็นต้น และนี่เป็นสิ่งที่ฤษฎีไร้ระเบียบพยายามตอบคำถามว่า ทำไมเกล็ดหิมะแต่ละเกล็ดที่โปรยปรายลงมาจึงมีความแตกต่างกันไปเล็กน้อย ![]() ก็เนื่องจากตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการเกิดเกล็ดหิมะแต่ละเกล็ดต่างกัน การค้นคว้าในมิติเศษส่วน (fractal) จึงมิใช่การนิยามสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ประดิษฐ์ ขึ้นมาเอง แต่เป็นการนำเสนอให้เห็นคุณสมบัติอันแท้จริงของสภาพแวดล้อมในระดับต่างๆ ตั้งแต่ขนาดจิ๋ว(micro)จนถึงขนาดยักษ์(macro) ซึ่งปรากฎอยู่ในโลก การพัฒนาที่ดำเนินไปในลักษณะเศษส่วนและไร้ระเบียบนั้น น่าสนใจ มิใช่เพียงว่าได้แสดงให้เห็นโครงสร้างที่ไม่สม่ำเสมอ ในระบบพลวัตที่ไม่เป็นเส้นตรงเท่านั้น ความสำคัญอีกข้อหนึ่งซึ่งจะมีประโยชน์ในการสังเกตุดูแบบแผนของสรรพสิ่งบนโลก(รวมทั้งสังคม) คือ โครงสร้างไร้ระเบียบ (chotic structure) เป็นโครงสร้างพื้นฐานของกระบวนการสร้างสรรค์ในธรรมชาติ ธรรมชาติมีพลังในการสร้างสรรค์ในการจัดตั้งรูปแบบอย่างมหัศจรรย์ เมื่อได้สร้างแม่แบบเบื้องต้นขึ้นแล้วรูปแบบอื่นก็จะลอกเลียนตามมา นักวิจัยไร้ระเบียบเรียกเศษส่วนคล้ายธรรมชาติว่า "ภาษาธรรมชาติ" พวกเขาเชื่อว่าวิธีการและรูปแบบที่เรขาคณิตเศษส่วน และ ทฤษฎีไร้ระเบียบ ได้ถ่ายทอดความเป็นจริงของโลกออกมานั้น พอจะกล่าวได้ว่า ทฤษฎีไร้ระเบียบ เป็นเสาหลักของโลกทัศน์ใหม่ได้ และ ความสำคัญของเศษส่วน (fractal) ในการวิจัย คือ การช่วยทำให้เข้าใจ "จุดดึงดูดไร้ระบียบ (chotic attractors)ได้ดีขึ้นเพราะมันมีโครงสร้างแบบเศษส่วน(fractal structure) อยู่ในนั้น
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #3 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | .....เทียบกับ ระบบ ที่เคลื่อนที่ มีมิติ..ซับซ้อนขึ้น... ![]() ![]() Heinz Otto-Peitgen นักคณิตศาสตร์เศษส่วน และ นักคณิตศาสตร์ ไร้ระเบียบนามอุโฆษพูดว่า "ความไร้ระเบียบและความเป็นเศษส่วน คือ ความพยายามร่วมกันที่ใช้หลักคณิตศาสตร์ ความซับซ้อน (complexity)คือ เมื่อความซับซ้อนพลวัต ( dinamix complexity) Peitgen ว่าต้องใช้ทฤษฎีเข้าไปจับ เพราะสามารถอธิบายธรรมชาติของความไร้ระเบียบ การวัดคุณสมบัติ และ อธิบายช่วงเปลี่ยนผ่านจากระเบียบไปสู่ไร้ระเบียบ " แต่เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความซับซ้อนของโครงสร้างและแบบแผน (complexityof structure and patterns)ซึ่งธรรมชาติซ่อนตัวในรูปแบบที่ปรากฎออกมา จึงเป็นโจทย์ที่ต้องใช้เรขาคณิตเศษส่วนไปทำความเข้าใจ เพราะว่าในความไร้ระเบียบทั้งหมดจะมีร่องรอยเชิงเศษส่วนและการเกิดแบบแผนเศษส่วน (fractalpatterns) มักเป็นกระบวนการไร้ระเบียบ (choticprocess) สรุปอีกครั้งหนึ่งว่า มื่อระบบพลวัตเคลื่อนตัวเข้าสู่สภาพไร้ระเบียบ รูปแบบและโครงสร้างของความไร้ระเบียบ สามารถใช้เรขาคณิตเศษส่วน อธิบายให้เข้าใจ และในทางกลับกัน ทฤษฎีไร้ระเบียบช่วยในการคิดค้นว่าโมเดลอะไร กลไกลอะไรที่มีส่วนทำให้เกิดโครงสร้างเศษส่วนขึ้นมา การค้นพบดังกล่าว ทำให้เกิดประโยคที่ว่า การวิจัยความไร้ระเบียบคือรากฐานของ ศาสตร์แขนงใหม่ เป็น " ศาสตร์แห่งอนิจจัง " (science of becoming) ***รู้ใหมว่าผมพยายามจะบอกอะไร ยังมีต่อครับขอเรียบเรียงก่อน ซักครู่
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #4 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | [size=3]ภาษาทางวิชาการอาจเยอะครับ....แต่ผมจะค่อยๆ ซอย อรรถาธิบาย ขอเวลาผมเรียบเรียงหน่อย นะครับ จะทะลุ ทะลวง ให้ท่านเอง ตอนแรก จะขอค่อยๆ ไล่จากง่าย ก่อน จนถึงซับซ้อนขึ้น.... แต่ผมจะใช้ โมเดล พระพุทธเจ้า มาจับ ถ้ามองแบบพุทธะ จะง่ายขึ้น ผมคนเอเชีย ตะวันออกครับ อธิบายแบบตะวันออก..แบบธรรมชาติ ....จะติดศัพธ์ ติดกรอบ วิชาการให้น้อยที่สุด... คนเราถ้า ความคิดติดอยู่ปีกหนึ่ง จะ มองอีกปีกหนึ่งไม่เห็น ถ้ามองหลายๆ ปีก มันจะบูรณาการเป็น องค์ความรู้เอง...จะมองบ้า ประหลาด นิวเอจ เกินยุคสมัย ก็ แล้วแต่ท่าน อิ อิ อิ วิวาทะ สุนทรียสนทนา ตามสบาย จะเสนอมุมใหน...ตอนแรก ผมจะเสนอก่อน คุยกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน ตอบคำถาม...ภายหลังครับ กระทู้นี้ เปิดกว้าง เปิดพื้นที่ ต้อนรับ ทุกสำนัก สหวิทยการ ครับ ต้อนรับ นักคิดทุกแนว........ คุยกันแบบใหนอ่านซะ [b]
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #5 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | Golden number ลองศึกษาเรื่อง Golden Section หรือ Fibonacci's Number ดูด้วยสิคะ จะพบอะไรที่น่าสนใจหลายอย่าง A/B = B/C = 1.618 หรือค่า Phi นั่นเอง คนโบราณรู้จักสัดส่วนทองนี้นานแล้ว ชาวอิยิปต์เอาไปออกแบบปิรามิด ชาวกรีกไปออกแบบวิหาร เราจะพบสัดส่วนนี้ในธรรมชาติ รวมถึงร่างกายมนุษย์ด้วยค่ะ อ่านเพิ่มเติม http://goldennumber.net/ __________________ ========================================= To solve a difficult problem, one must experiment and suffer! ========================================= จากคุณ Toutou
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #6 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() ขอข้ามขั้นวิวัฒนาการนะ.... คนในยุคแรกคนป่าเลยยังไม่มีภาษาเขียน แต่ จะใช้ร่างกายกับ คำพูดโยงใย อธิบายสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะมีคนมากกว่าหนึ่ง ปฏิสัมพันธ์กัน เช่น คนกับคน คนกับกลุ่ม คนกับสิ่งแวดล้อม ภาษาจึงเกิดขึ้นภาษา ในเริ่มแรก จะหยาบก่อน เช่น ภาพตามถ้ำ จนพัฒนามาเป็นสัญลักษณ์หยาบๆ จนถึงภาษา ระบบภาษาจะเอียด(มีศักยภาพ...ในการอธิบาย) ขึ้นเรื่อยๆ คนสองคน เป็นกลุ่ม เป็นเผ่า หมู่บ้าน เมือง นครรัฐ ชนชาติ จะเพิ่ม ขยายซับซ้อน ตามกาลเวลา ภาษาก็ยิ่งซับซ้อนตาม เพราะมี กิจกรรมให้คิดให้ทำเยอะ ต่างกับคนป่าโบราณมาก.....เกิดมีนักคิด สมัยก่อนเรียกนักคิดว่าปราชญ์ ![]() ![]() ธรรมชาติ เกิดเป็น ลัทธิ ความเชื่อ ปรัชญา ศาสนา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ การปกครอง ก่อรูปซับซ้อนโยงใย แตกยอด ตามยุคสมัยกลายเป็น เป็น วิทยาการแขนงต่างๆ (สหวิทยาการ สรรพศาสตร์) ยิ่งเจริญ วิทยาการยิ่งเยอะ โดยที่ลืมไปว่า....ทุกอย่างมีต้นตอมาจากธรรมชาติ สหวิทยาการเหล่านั้น เกิดมาเพื่ออธิบาย ธรรมชาติ ในระดับต่างๆ ตื้นลึก หนาบาง จุลภาค มหภาค ง่าย จนถึง ละเอียด ซับซ้อน ต่างมุมมอง ภาษาในแต่ละศาสตร์ จนถึงรวมภาษาทุกแขนงวิชาก็ต่าม ก็ไม่สามารถอธิบายธรรมชาติหมดทุกซอกทุกมุม เพราะ อาการของธรรมชาติ เป็นภาษาที่ละเอียดปราณีตมาก เหมือนกับว่า ไม่ใช่ภาษาเป็นอาการ หรือ ปรากฎการณ์ แต่ มีตัวคนเท่านั้นที่ไปจับแล้ว สรั้างบัญญัติ สมมุติล้อมมัน ภาษาจึงหยาบ กว่า ธรรมชาติแท้ๆ แผนที่ย่อม ไม่ใช่ของจริง แล้วไอ้ที่เรียกว่าของจริง มันจริงหรือ เปล่าล่ะ ภาษาที่เป็นโมเดลสำคัญเป็นรากของวิทยาศาสตร์ คือ คณิตศาสตร์ มีตรรกะเหตุผล หลอมรวม ข้อเท็จจริง กระบวนการเข้าถึง ความจริงได้ในระดับหนึ่งกลายเป็นองค์ความรู้
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #7 | |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | เอ สัดส่วนทองนี่ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นสัดส่วนที่เค้าว่าเป็นสัดส่วนของรูปปั้นเทพีวีนัสด้วยนี่นา __________________ Quote:
เอ จะมันคล้ายกับว่าแผ่นดินที่เราเหยียบนั้นก็เป็นแผ่นดินผืนเดียวกับแผ่นดินที่ทวีปยุโรปและแอฟริกา แต่เราลากเส้นสมมติแบ่งออกเป็นทวีปเป็นประเทศ ก็เหมือนกับว่ามนุษย์เราแบ่งธรรมชาติออกเป็นหลายๆ ศาสตร์ บัญญัติไปเป็นภาษาต่างๆ ถ้าเอาศาสตร์ต่างๆ มารวมกันถึงจะเข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริง โอ้!!!!! หลุดไปไหนแล้วเนี่ยชั้น.. จาก zipper .......................................................................................................... เหอ...เขมร !!!ยายนี่อยากคิด...ๆ..ๆ...ๆ...ๆ...นะ อยากทำฟามเข้าใจ...อยากตีให้แตก!!! เวียนหัวฟ่ะ ...ขออะไรกินหน่อยดิ๊... หญ้าอ่อนๆน่ะมีบ่เขมร ของโปรดเชียวล่ะ มอ มอ มอ __________________ [img]file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/images/smilies/b2-evil.gif[/img] นี่ๆ!...ตามยายมานะถ้าอยากลุยมิติลึกลับ (ทุกเรื่องที่กำลังค้นหา) ยายจัดให้นะที่ห้องนี้ไงจ๊ะ...เออ!...ตามมาทำไม..ถ้าไม่รักยายผีป่า?!! หรือถ้าไม่กลัวบ้าก้อเข้าห้องนี้นะ ตามหาคุณยายที่รักคะ [img]file:///C:/My%20Documents/My%20Received%20Files/images/smilies/emoticon200.gif[/img] "ลาภสักการะและเสียงสรรเสริญนั้นเป็นเพียงกิ่งและใบของศาสนา , การมีความสมบูรณ์ด้วยศีลนั้นเป็นเพียงสะเก็ดของศาสนา , ความสมบูรณ์ด้วยสมาธินั้นเป็นเพียงเปลือกของศาสนา, การมีความเห็นที่ถูกต้อง(สัมมาทิฐิ)นั้นเป็นเพียงกะพี้ของศาสนา , ความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างสิ้นเชิงนั้นคือแก่นของศาสนา" *ยายผีป่า* จอมซ่าส์... บ้า...เพี้ยนห้ามเลียนแบบ!.. บุคคลสงวนพันธุ์คุ้มครองประเภทหนึ่ง แห่งBOARDจักรวานฯ at palungjit.com THE ONE AND ONLY! จาก ยาย DevilBitch
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด | |
| | |
| | #8 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() การสังเกตุ ปรากฏการณ์ วิถี จำนวน รูปทรง ....ลักษณะทางธรรมชาติก่อให้เกิดเป็นคณิตศาสตร์ มันมีกระบวนการวิเคราะ สร้างตัวแปรขึ้นมาเรียกว่า สมการ หรือ ฟังชั่น ใช้เป็นมาตรวัด อธิบาย มิติ ความกว้าง ยาว พื้นที่ปริมาตร เวลา สร้าง ปริมาณ แกนอ้างอิง.....อื่นๆ...ได้ดีในระดับหนึ่ง.... กลายเป็นกราฟต่างๆ จุด เส้นตรง เส้นโค้ง วงกลม วงรี จนถึงกราฟ ภาพสามมิติ เอาง่ายๆ บนแกนสองมิติ.....เส้นตรง เส้นโค้ง พาราโบลา กราฟต่างๆ X คือ ตัวแปรต้น เหตุ หน่วยที่ป้อน Y คือ ตัวแปรตาม ผล ฟังชั่น หน้าที่ กระบวนการ ระบบ ระบบสมการง่ายไม่กี่ตัว ตัวเลขที่ป้อนง่ายๆ เกิดเป็นกราฟอย่างง่าย อธิบายปรากฎการณ์ ธรรมชาติได้หยาบๆ ระบบสมการซับซ้อน ตัวเลขที่ป้อนง่ายๆ เกิดเป็นกราฟละเอียด มีพื้นที่รูปทรง ปริมาตร มีมิติ กว้าง ยาว ลึก อธิบายปรากฎการณ์ ธรรมชาติได้ละเอียดขึ้น สามารถประยุกต์พัฒนาจนสามารถ ตรวจธรรมชาติของกระแสลม การ์ตูนสามมิติ แบบจำลองต่างๆ และ ภาพ Fractal และยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เทคโนโลยีก้าวหน้าปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณผล ทุ่นแรงสร้างความละเอียด แม่นยำขึ้นไปอีกเพราะสามารถ บรรจุกระบวนการอันซับซ้อนของ ฟิสิก คณิตศาสตร์ เพื่อจะใช้วัด ปรากฎการธรรมชาติ แบบต่างๆ เช่น การพยากรณ์ อากาศ แต่ทว่า...มีเหตุการณ์...พลิกประวัติศาสตร์เกิดขึ้น....ทำให้ทุกคนต้องกลับมามองธรรมชาติ ใหม่ ว่า มันช่างลึกลับ ซับซ้อนซะจริง ระบบยิ่งใหญ่ ความอ่อนไหวยิ่งเยอะ เป็นที่มาของ เด็ดดอกไม้ ย่อมสะเทือนถึงดวงดาว ลงไว้แล้วใครอยากอ่านอังกฤษเชิญมีแปลด้วย http://www.bbznet.com/scripts2/view...&order=lastpost
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #9 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() คุณคงได้เรียนรู้จากบทเรียนสี่บทแรกแล้ว ว่าการใช้ กฎของฟิสิกส์มาทำนายเรื่องระยะยาวนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แม้จะในทางทฤษฎีก็ตาม การจะทำนายระยะยาวให้มีความแม่นยำในระดับใดระดับหนึ่งนั้น จำต้องมีเงื่อนไขหรือข้อมูลตั้งต้นที่ถูกต้องเที่ยงตรง(Precise) อย่างสมบูรณ์(Infinite) ในตอนที่ค้นพบทฤษฎีนี้นั้น ปรากฏการณ์ เคลื่อนไหวที่ยุ่งเหยิง(Chaotic Motion) นี้ถูกมองว่าเป็นความแปลกหรือพิลึกทางคณิตศาสตร์ แต่ทศวรรษต่อๆมาจากนั้น นักฟิสิกส์ได้พบว่าพฤติกรรมแบบChaos ปรากฏอยู่อย่างแพร่หลาย และอาจถึงขนาดเป็นบรรทัดฐานของจักรวาลทีเดียว การค้นพบที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง เกิดขึ้นในปี 2506 โดย เอ็ดเวอร์ด ลอเรนซ์ นักอุตุนิยมวิทยาผู้เขียนโปรแกรมซอฟแวร์เพื่อศึกษาแบบจำลองของดินฟ้าอากาศอย่างง่าย (Simplified) ลอเรนซ์เจาะจงศึกษาแบบจำลองเก่าแก่ที่ว่าด้วยกระแสลมที่ลอยตัวขึ้นหรือลดต่ำลงเมื่อได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของลอเรนซ์ลอเรนซ์ประกอบด้วยสมการคณิตศาสตร์หลายสมการ ที่ครอบคลุมการไหลเวียนของกระแสลม และเนื่องจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ตายตัว(Deterministic) ลอเรนซ์ จึงคาดว่าเมื่อใส่ตัวเลขเบื้องต้นที่เหมือนๆกันเข้าไป เมื่อรันโปรแกรมแล้ว เขาก็ควรได้รับผลลัพท์ที่ออกมาเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ ลอเรนซ์ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่า ตัวเลขที่เขาคิดว่าเหมือนกันเมื่อตอนใส่อินพุทนั้น กลับให้ผลลัพท์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการรันแต่ละครั้ง ลอเรนซ์เจาะจงศึกษาแบบจำลองเก่าแก่ที่ว่าด้วยกระแสลมที่ลอยตัวขึ้นหรือลดต่ำลงเมื่อได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของลอเรนซ์ลอเรนซ์ประกอบด้วยสมการคณิตศาสตร์หลายสมการ ที่ครอบคลุมการไหลเวียนของกระแสลม และเนื่องจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ตายตัว(Deterministic) ลอเรนซ์ จึงคาดว่าเมื่อใส่ตัวเลขเบื้องต้นที่เหมือนๆกันเข้าไป เมื่อรันโปรแกรมแล้ว เขาก็ควรได้รับผลลัพท์ที่ออกมาเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ ลอเรนซ์ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่า ตัวเลขที่เขาคิดว่าเหมือนกันเมื่อตอนใส่อินพุทนั้น กลับให้ผลลัพท์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการรันแต่ละครั้ง จากการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อมา เขาพบว่าตัวเลขที่เขาใส่ลงไปนั้น เขาไม่ได้ใส่ตัวเลขเดียวกันลงไปทุกครั้ง ตัวเลขที่เขาใส่แต่ละครั้ง จะมีค่าแตกต่างกันเล็กน้อย เขาไม่ได้สังเกตเห็นความแตกต่างของตัวเลขที่เขาใส่ลงไป เพราะความแตกต่างที่มีนั้น มันน้อยจนแทบไม่น่าเชื่อ มันเล็กขนาดที่ถือกันว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวธุลีหรือจุลภาค(Microscopic) และถือว่าไม่มีค่าในมาตรฐานปกติ ในทศวรรษ 1970 มีการศึกษาตัวเลขในแบบจำลองกระแสลมของลอเรนซ์อย่างกว้างขวาง และก็ต่อๆมาก็เป็นที่ที่รู้กันว่า แม้ความแตกต่างจะมีค่าเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม จะสามารถทำให้เซ็ทของเงื่อนไขก่อนหน้าสองเซ็ทมีผลที่แตกต่างกันอย่างมหาศาลไม่ว่าจะในภายหน้าหรือในกาลย้อนหลัง นี่ก็คือสัญญลักษณ์ของระบบที่ไร้ระเบียบ(Chaotic System) นั่นเอง ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า สภาพอากาศโดยรวมนั้น เป็นระบบไรัระเบียบแบบเดียวกับแบบจำลองคอมพิวเตอร์ของลอเรนซ์ ซึ่งหมายความว่า ถ้าจะพยากรณ์อากาศระยะยาวให้มีความแม่นยำ จำต้องมีตัวเลขจากการวัดต่างๆที่มีค่าถูกต้องสมบูรณ์ ดังนั้น แม้ว่าจะมีเครื่องวัดค่าต่างๆเต็มท้องฟ้า เช่น เทอร์โมมิเตอร์ บาโรมิเตอร์ ที่วัดลม ฯ ก็ตาม ความคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อยที่เกิดจากการวัดต่างๆ ก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในค่าตั้งต้นขึ้น และเพราะบรรยากาศของเรานี้ยไร้ระเบียบ ความไม่แน่นอนเหล่านั้นไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงไรก็ตาม ที่สุดแล้วก็จะท่วมท้นการคำนวนต่างๆ และจะทำลายความแม่นยำของการพยากรณ์ หลักการดังกล่าวนี้ บางครั้งเรียกกันว่า"ผลกระทบผีเสื้อ"(Butterfly Effect) ในเรื่องของการพยากรณ์อากาศ หมายถึงว่า การที่ผีเสื้อกระพือปีกหรือไม่ ณ ตำแหน่งหนึ่งในโลก สามารถทำให้เกิดความแตกต่างขนาดจะเกิดพายุในอีกซีกโลกในอีกหนึ่งปีข้างหน้า เพราะ ผลกระทบผีเสื้อหรือButterfly Effect ปัจจุบันยอมรับกันแล้วว่า การพยากรณ์อากาศสามารถทำได้แม่นยำในระยะสั้นแค่นั้น ส่วนการพยากรณ์ระยะยาวนั้น ถึงแม้จะมีคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนยอดเยี่ยมเพียงใดก็ตาม ก็ไม่ได้ดีไปกว่าการเดาเอาเท่านั้น การมีอยู่ของระบบไร้ระเบียบ(chaotic system) ในธรรมชาติ ดูเสมือนว่าจะกำหนดขีดจำกัดของเราในการใช้กฎตายตัวทางฟิสิกส์เพื่อทำนายการเคลื่อนไหว(Motion) อย่างแม่นยำ การค้นพบทฤษฎีความไร้ระเบียบหรือ Chaos เหมือนกับจะบ่งว่า การสุ่มเป็นภาวะที่ซ่อนอยู่ที่แก่นของแบบจำลองที่ตายตัวทั้งหลายของจักรวาล และเพราะข้อเท็จจริงนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มสงสัยว่าจะมีความหมายอะไร ที่จะกล่าวว่าจักรวาลของเรามีพฤติกรรมที่กำหนดได้ตายตัว นี่เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ ซึ่งบางส่วนอาจรู้ได้เมื่อวิทยาศษสตร์เรียนรู้มากขึ้นว่า ระบบของความไร้ระเบียบ ดำเนินไปอย่างไร นักวิทยาศาสตร์บางท่านคาดการณ์ว่า การมีอยู่ของความไร้ระเบียบ ก็คือภาวะการสุ่มที่เกิดขึ้นผ่านกฎตายตัวของฟิสิกส์ในระดับจุลภาค และอาจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเกิดขึ้นรูปแบบ(Pattern)ของฟิสิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า [font=MS Sans Serif][size=2]เร็วๆนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า ความไร้ระเบียบหรือ Chaos ในฟิสิกส์คือสาเหตุที่จักรวาลมี
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #10 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() ![]() Lesson Two: Initial Conditions นววัตกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สรรสร้างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1900 คือความคิดที่ว่ากฎของจักรวาลวัตถุ สามารถทำความเข้าใจได้ด้วยการแสดงให้เห็นคุณสมบัติด้านกายภาพโดยการวัดในเชิงปริมาณ ซึ่งก็คือไม่ใช่เพียงแสดงออกเป็นภาษาพูด แต่เป็นรูปของตัวเลขด้วย การใช้ตัวเลขในเชิงปริมาณเพื่ออธิบายโลกของฟิสิกส์ คือเหตุผลที่ว่าทำไมกฎของฟิสิกส์จึงแสดงออกในรูปของสมการคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแสดงออกเป็นประโยคคำพูดธรรมดาๆ ตัวอย่างเช่น ถึงแม้ว่ากฎของนิวตั้นสามารถที่จะแสดงให้เห็นได้ด้วยคำพูด แต่ในการนำกฎไปใช้เพื่อศึกษาระบบใดระบบหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผู้ใช้ก็จำเป็นที่จะต้องใช้กฎเหล่านั้นในรูปของสมการคณิตศาสตร์ กฎของนิวตั้นที่กล่าวข้างต้นนั้น อาจเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่สุดของกฎทางกลศาสตร์(Dynamic-หรือ พลวัตร)ก็ได้ เพราะนั่นหมายความว่ากฎเหล่านั้นเชื่อมค่าของตัวเลขที่ได้จากการวัด ณ.กาลหนึ่งของเวลา เข้ากับอีกค่าของอีกการวัดเช่นเดียวกัน ในอีก กาลหนึ่งในอนาคตหรือในอดีต การวัดต่างที่ปรากฎในกฎของนิวตั้นนั้น แม้จะขึ้นอยู่กับระบบใดระบบหนึ่งที่กำลังศึกษาอยู่โดยเฉพาะก็ตาม แต่โดยทั่วๆไปแล้ว มักรวมถึง ตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทาง ของวัตถุในระบบนั้น ร่วมกันกับ ทิศทางและกำลังแรงของวัตถุ ในการแสดงออกถึงค่าของการวัดที่เหมาะสมกับระบบใดระบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบสุริยะ หรือ การตกของวัตถุบนโลก หรือการขึ้นลงของกระแสน้ำทะเล ค่าที่ได้จากการวัดในตอนเริ่มต้นที่กำหนดขึ้นไว้นั้น เรียกกันว่า ค่าตั้งต้น (Initial conditions-เงื่อนไขเริ่มต้น) ของระบบนั้นๆ ในฐานะของกฎทางกลศาสตร์ กฎของนิวตั้นเป็นกฎตายตัว เพราะมันส่อว่าในระบบหนึ่งๆ ค่าตั้งต้นหรือเงื่อนไขเดียวกัน ย่อมจะนำไปสู่ผลสรุปที่เหมือนกันทุกประการ แบบจำลองจักรวาลแบบนิวตั้นนี้ มักแสดงให้เห็นโดยการยกตัวอย่างของเกมบิลเลียด ที่ผลสรุปคลี่คลายออกได้ด้วยค่าของคณิตศาสตร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากค่าตั้งต้น เฉกเช่นกับภาพยนตร์ ที่สามารถฉายเดินหน้าถอยหลังให้ดูได้ตามต้องการ เกมบิลเลียดเป็นการเปรียบเปรยที่มีประโยชน์ เพราะว่าในระดับจุลภาคแล้ว โมเลกุลสามารถเทียบเคียงได้กับการกระแทกกันของลูกบิลเลียดบนโต้ะ ซึ่งกฎของกลศาสตร์ก็สามารถใช้ได้ทั้งสองกรณีเหมือนๆกัน
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #11 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() Lesson Three: Uncertainty of Measurements ในการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ หลักการพื้นฐานประการหนึ่งคือ ไม่มีการวัดใดๆที่มีค่าถูกต้องสมบูรณ์(Infinitely precise) ทั้งนี้เพราะการวัดใดๆก็ตามจะต้องมีค่าของความคลาดเคลื่อนติดมาด้วยเสมอ ความไม่แน่นอนที่ปรากฏในการวัดใดๆก็ตามที่ว่านี้ เกิดขึ้นเพราะเหตุว่าเครื่องมือวัดไหนๆก็ตาม ถึงแม้จะออกแบบและใช้ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ก็สามารถมีความเที่ยงตรงได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น [font=MS Sans Serif][size=2]หนทางหนึ่งทีจะช่วยให้เข้าใจข้อเท็จจริงนี้ได้ก็คือ ให้นึกถึงว่าในการจะบันทึกค่าของการวัดที่ทำได้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด เครื่องวัดที่ใช้จำต้องมี(หน้าปัด- คนกันเอง ผู้ถอดความ)เครื่องแสดงผลที่สามารถแสดงค่าตัวเลขที่สมบูรณ์ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ดังในกรณีที่ไม่มีเครื่องคิดเลขหรือเครื่องวัดใดๆที่จะสามารถแสดงผลของค่าทศนิยมไม่รู้จบได้โดยไม่ต้องมีการปัดเศษ
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #12 |
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | ![]() Lesson Four: Dynamical Instabilities เมื่อได้ทำความเข้าใจแล้ว ว่าอะไรคือ ลัทธิความตายตัว(Determinism) เงื่อนไขตั้งต้น(Initial Conditions) และความไม่แน่นอนของการวัด(Uncertainty of Measurements) ตอนนี้คุณก็สามารถศึกษาเรื่องความไม่มีเสถียรภาพทางกลศาสตร์(Dynamical Instability) ซึ่งสำหรับนักฟิสิกส์แทบทุกคนแล้ว มันมีความหมายเช่นเดียวกับความไร้ระเบียบ(Chaos) [font=MS Sans Serif][size=2]ความไร้เสถียรภาพทางกลศาสตร์นี้ หมายถึงพฤติกรรมพิเศษอย่างหนึ่งของ
__________________ ไม่ว่าง กำลังปั่นกระทู้เพื่อชาติอยู่ เฟ่ย คิดถึงก็มาทักกันได้ อิ อิ อิ แอ๊ดของป๋มก้าบบบบ :> bozatzu@hotmail.com http://www.agalico.com/board/attachm...1&d=1149499295ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด |
| | |
| | #13 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Sep 2004
ข้อความ: 4,034
พลังการให้คะแนน: 687 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | หนูจ๋อย ตื่นขึ้นมา มึน Quote:
« ทำความดี...ทำไมมันสุขจัง...แต่พวกคนทำไม่ดี...ทำไมถึงทำ...
|
จิตคุณเป็นเช่นไรถ้าหากได้ชมคลิปนี้!!! »
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 10:55 PM | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||