![]() | | ![]() | |
| | ||||||
| สมัครสมาชิก | กฎกติกา | ทุกอัลบั้ม | คู่มือการใช้ | กลุ่มชมรม | ปฏิทิน | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
![]() |
![]() |
| | คำสั่งเพิ่มเติม | ให้คะแนนกระทู้ | เรียบเรียงคำตอบ |
| | #1 | |||
| สมาชิก
วันที่สมัคร: Oct 2005
ข้อความ: 9,959
Groans: 2
Groaned at 76 Times in 59 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 34
ได้รับอนุโมทนา 36,091 ครั้ง ใน 6,375 โพส
พลังการให้คะแนน: 3334 ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | "ซาฮี ฮาวาส" ดอกเตอร์อียิปต์วิทยามือหนึ่ง กับภารกิจตามหา"คลีโอพัตรา"โดย พนิดา สงวนเสรีวานิช
สำนักข่าวหลายๆ แห่งต่างรายงานถึงความคืบหน้าของการค้นพบสถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพของ "คลีโอพัตรา" ฟาโรห์พระองค์สุดท้ายของอียิปต์โบราณ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นอิสตรีที่ชาญฉลาดที่สุดแห่งดินแดนไอยคุปต์ ที่สำนักงานของ ดร.ซาฮี ฮาวาส เลขาธิการ สภาโบราณสถาน และผู้อำนวยการโครงการมัมมี่ของประเทศอียิปต์ ย่านซามาลิค ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ วันนี้เป็นอีกวันที่วุ่นวาย มีทั้งการประชุมวงเล็กวงใหญ่ เนื่องจากถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวการขุดค้นโบราณสถานโบราณวัตถุ เรื่องทุกเรื่องต้องผ่านเข้ามาที่นี่ เช่นเดียวกับเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เมื่อลาตัวหนึ่งเกิดวิ่งไปสะดุดเข้ากับก้อนหินก้อนหนึ่ง แล้วหล่นลงไปพื้นข้างใต้ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานด้านโบราณคดีและการขุดค้น ต้องรายงานเข้ามาให้ ดร.ฮาวาสทราบเรื่องในทันที และเป็นที่มาของการค้นพบมัมมี่ทองคำ จำนวน 105 มัมมี่ ที่บาฮารียา โอเอซิส ชื่อของ ดร.ซาฮี ฮาวาส ในวัย 62 ปี เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะนักโบราณคดีด้านอียิปต์วิทยาลำดับต้นๆ เกิดที่เขตอัล-อุบาย์ดิยาห์ ใกล้ๆ เมืองดาเมียตตา ประเทศอียิปต์ สำเร็จดุษฎีบัณฑิต ทางด้านอียิปต์วิทยาจากมหาวิทยาลัย เพนซิลเวเนีย ด้วยทุนฟุลไบรท์ เมื่อปี พ.ศ.2530 หลังจากได้เขียนหนังสือจนมีผลงานบทความทางวิชาการจำนวนมาก และได้รับการยกย่องสูงสุดในฐานะนักอียิปต์วิทยา ดร.ฮาวาสเข้าร่วมค้นพบโบราณวัตถุสำคัญๆ จำนวนมาก รวมทั้งสุสานของผู้ก่อสร้างพีระมิดกีซา นอกจากการค้นพบสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ยุคโบราณของอียิปต์จำนวนมาก ยังเป็นผู้ที่นำวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อการพิสูจน์มัมมี่ เช่น การใช้เครื่องแคทสแกน รวมทั้งเครื่องตรวจดีเอ็นเอ ในการไขปริศนาพระศพของฟาโรห์ตุตันคามุน เมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้เราทราบถึงอายุที่แท้จริงของฟาโรห์ตุตันคามุนเมื่อตอนสิ้นพระชนม์ สาเหตุการสิ้นพระชนม์ รวมทั้งโฉมพระพักตร์ที่แท้จริงของพระองค์
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรากุมารี เสด็จเยือนประเทศอียิปต์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2550 ดร.ฮาวาสผู้นี้เป็นผู้ที่ถวายคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวของอียิปต์โบราณ ล่าสุด เขากำลังมุ่งมั่นกับการค้นหาสถานที่ฝังพระศพของคลีโอพัตราที่ 7 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คลีโอพัตรา" ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะฝังอยู่เคียงข้างกับ มาร์ค แอนโทนี่ ชู้รักของพระนาง ณ ที่ใดที่หนึ่งใกล้ๆ กับวิหารทาโปซิริส แม็กนา ห่างจากเมืองอเล็กซานเดรียไปทางตะวันตกราว 50 กิโลเมตร บริเวณชายแดนอียิปต์กับลิเบีย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางทีมขุดค้นของ ดร.ฮาวาสและสาธารณรัฐโดมินิกันได้ร่วมมือกันสำรวจบริเวณดังกล่าวด้วยเครื่องเรดาร์ เป็นเวลานานถึง 1 เดือน และได้พบกับหลุมฝังศพขนาดใหญ่จำนวน 3 หลุม ที่เป็นสุสานของบุคคลชั้นสูง ซึ่งโดยปกติแล้วมัมมี่ของคนชั้นระดับนี้จะฝังอยู่ใกล้ๆ กับกษัตริย์ผู้ปกครอง เรื่องราวการค้นพบหลุมฝังศพทั้งสามแห่งนี้จึงเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่า การจะค้นพบหลุมฝังพระศพของพระนางคลีโอพัตรานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในห้วงสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพนั้น หลังจากที่กองทัพออคตาเวียนบุกขึ้นที่อ่าวแอคติอุม ก่อนที่จะถึงเมืองอเล็กซานเดรีย พระนางก็ชิงปลิดพระชนม์ชีพพระองค์เองตามมาร์ค แอนโทนี่ เสียก่อนจะเกิดสงคราม พระศพของทั้งสองพระองค์ย่อมจะต้องถูกซ่อนเร้นอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันการถูกทำลายโดยศัตรู อย่างไรก็ตาม ดร.ฮาวาสมีความเชื่อว่า สถานที่ฝังพระศพของทั้งสองจะต้องอยู่ในบริเวณวิหารทาโปซิริส แม็กนา วิหารที่สร้างขึ้นในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าปโตเลมีที่ 2 แน่นอน เพราะเท่าที่ขุดค้นมา 4 ปี พบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก พบศีรษะรูปปั้นของพระนางคลีโอพัตรา เหรียญที่เป็นรูปพระพักตร์ของพระนาง จำนวน 22 เหรียญ รวมทั้งหน้ากากที่เชื่อว่าเป็นของมาร์ค แอนโทนี่
ที่สำคัญ ดร.ฮาวาสบอกว่า การค้นพบสุสานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสุสานของคนระดับบุคคลสำคัญกลุ่มหนึ่ง ตามทฤษฎีแล้วบุคคลสำคัญเหล่านี้มักจะฝังอยู่ใกล้ๆ กษัตริย์และราชินี รอเพียงว่าเมื่อใดที่เขาจะโชคดีได้พบสถานที่ฝังพระศพเท่านั้น! คลีโอพัตราเป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาซิโดเนีย จึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ แม้ว่าพระนางคลีโอพัตราจะสิ้นพระชนม์ไปแล้วกว่า 2 ศตวรรษ แต่จนบัดนี้เรื่องราวของพระนางก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่หลายเรื่อง นับตั้งแต่สีผิว เพราะแม้พระนางจะเป็นฟาโรห์ของอียิปต์ แต่ในความเป็นจริงพระนางเป็นชาวกรีก เป็นพระธิดาของพระเจ้าปโตเลมีที่ 12 กระทั่งสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของพระนาง หลายคนยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเพราะการให้งูพิษกัด ยังไม่รวมถึงเสียงวิพากษ์ที่ว่า พระสิริโฉมของพระนางว่าจะงดงามดังที่เล่าลือหรือไม่ โดยการอนุมานจากลักษณะของพระนางที่ปรากฏบนเหรียญที่พบ ซึ่งพระพักตร์ด้านข้างมีลักษณะของจมูกที่ใหญ่และหักงุ้ม "ทำไมผู้หญิงที่มีจมูกใหญ่จะไม่สวย" ดร.ฮาวาสแสดงความเห็นแย้ง "ถ้าคลีโอพัตราไม่สวย มาร์ค แอนโธนี จะหลงรักหรือ ผมว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุด" พร้อมกับยืนยันว่า การนำลักษณะที่ปรากฏบนเหรียญมาเทียบความงามของพระนางเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะ... "เหรียญนั้นทำด้วยโลหะ ซึ่งเป็นการยากที่จะนำความงามของเธอใส่ลงบนเหรียญที่เป็นโลหะ ผมเชื่อว่าคลีโอพัตราสวย" นักโบราณคดีคนเก่งว่าอย่างนั้น นอกจากการตามหาพระนางคลีโอพัตราแล้ว ผู้อำนวยการโครงการมัมมี่ของอียิปต์ ยังเผยว่า เดือนกรกฎาคมนี้อาจจะมีการแถลงถึงความลับที่อยู่เบื้องหลังการขุดค้นที่หุบเขากษัตริย์ โดยจะสรุปผลจากการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบดีเอ็นเอ มัมมี่ฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งอียิปต์นับเป็นประเทศแรกของโลกที่มีสร้างแล็บเพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอของมัมมี่โบราณโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แห่ง คือ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงไคโร และที่มหาวิทยาลัยไคโร เพื่อให้ได้ผลวิเคราะห์ที่ชัดเจน "เราจะได้ทราบถึงครอบครัวของฟาโรห์ตุตันคามุน เราจะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อ แม่ ยาย และสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของฟาโรห์ตุตันคามุน" อีกเรื่องที่คนทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจระทึกคือ การค้นพบสถานที่ฝังพระศพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่มือหนึ่งด้านอียิปต์วิทยาอย่าง ดร.ฮาวาสยืนยันเสียงหนักแน่นว่า พระองค์สิ้นพระชนม์ในอเล็กซานเดรียแน่นอน และเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้พบหลุมฝังพระศพของพระองค์โดยบังเอิญ เพราะหลุมฝังศพที่พบในอเล็กซานเดรียส่วนมากจะเป็นการพบโดยบังเอิญทั้งนั้น บางทีอาจจะอยู่ข้างใต้พื้นดินที่ไหนสักแห่งใจกลางเมืองอเล็กซานเดรียก็เป็นได้ เหมือนกับสุสานที่เมืองอเล็กซานเดรีย (Catacomb) ที่ถูกพบโดยบังเอิญ แต่ ณ วันนี้ ดร.ฮาวาสบอกว่า ยังไม่สนใจที่จะค้นหาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และไม่เคยคิดด้วยซ้ำ เป็นเพราะความสนใจทั้งหมดมุ่งไปที่แห่งเดียวที่วิหารทาโปซิริส แม็กนา ซึ่งเป็นสถานที่ที่คิดว่าจะเจอพระศพของพระนางคลีโอพัตรา "ผมรักคลีโอพัตรา อยากจะค้นหาความลับของพระนาง" แม้ว่า การค้นหาสถานที่ฝังพระศพของพระนางคลีโอพัตราและมาร์ค แอนโธนี่ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ประการหนึ่งเพราะบริเวณแหล่งขุดค้นที่เชื่อว่าน่าจะได้พบนั้นอยู่บริเวณเนินเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักประธานาธิบดีมูบารัค แห่งอียิปต์ แต่ก็ยังหวังว่าเร็วๆ นี้จะได้รับข่าวดี [url=http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra01150752§ionid=0131&day=2009-07-15]˹ѧ | |||
| | |
| sponsor links |
![]() |
| Bookmarks |
| Tags |
| font, photo |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
| เรียบเรียงคำตอบ | ให้คะแนนกระทู้นี้ |
| |
กระทู้ที่คล้ายกัน | ||||
| ชื่อกระทู้ | ผู้ตั้งกระทู้ | เว็บบอร์ด | คำตอบ | ข้อความล่าสุด |
| ที่รักผมรักคุณทุก "T" (I love "T" Today and tomorrow) | บุษบากาญจ์ | จักรวาลคู่ขนาน | 17 | 26-06-2009 10:21 PM |
| "" Cafe Sweets Bakery "" | เฮียปอ ตำมะลัง | ท่องเที่ยว - อาหารการกิน | 5 | 25-12-2008 10:39 PM |
| แบ่ง "ที่ว่าง" ตรงกลางไว้คอย.."ฉบับเต็มเพลงค่ะ"..toorainyseason feat. j2ep | toorainyseason | เพลงคู่และกลุ่ม | 30 | 07-05-2008 11:05 AM |
| "ยุคมืด" หรือช่องว่างในประวัติศาสตร์สยาม "A Dark Age", or Gap in Siamese History ภาคท | vacharaphol | วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ | 0 | 01-11-2006 11:20 AM |