กลับไป   PaLungJit.com > พุทธศาสนา > พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น
Connect with Facebook
ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 29-05-2009, 12:23 PM   #1
teporrarit
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
 
teporrarit's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2008
สถานที่: เทพออรฤทธิ์พิทักษ์ห้องพุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น
อายุ: 25
ข้อความ: 4,313
พลังการให้คะแนน: 1281
teporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond reputeteporrarit has a reputation beyond repute

พระโสดาบัน แปลว่า ผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน






อารมณ์พระโสดาบัน โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย เวลานี้ท่านทั้งหลายได้สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานแล้ว ต่อไปนี้ขอได้โปรดฟังคำแนะนำ อารมณ์ของพระโสดาบัน
สำหรับวันนี้จะได้พูดถึงอารมณ์ของท่านที่ทรงความเป็นพระโสดาบัน ท่านทั้งหลายจะได้ทราบไว้ว่า คนที่เป็นพระโสดาบันแล้วมีอารมณ์เป็นยังไง ส่วนใหญ่คนทั้งหลายมักจะมีความรู้สึกว่า คนที่เข้ามาเจริญพระกรรมฐาน หรือสมถภาวนา หรือ วิปัสสนาญาณ และเริ่มเข้ามาเจริญแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องตัดหมดนั้นเป็นความรู้สึกผิดของท่านผู้มีความคิดอย่างนั้น

ความจริงการเจริญพระสมณธรรมมีอารมณ์เป็นขั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่ทรงจิตเป็น ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิหรือ อัปปนาสมาธิ สำหรับอัปปนาสมาธินี้หมายถึงอารมณ์ฌาน ตั้งแต่ฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 8 อารมณ์ประเภทนี้จะระงับได้เพียงนิวรณ์ 5 ประการ แต่ก็เป็นเพียงระงับเท่านั้นไม่ใช่ตัด ถ้ายังมีความประมาทจิตคิดชั่ว ฌานก็สลายตัว เป็นอันว่าผู้ทรงฌานโดยเฉพาะอย่างยิ่งฌานโลกีย์ ยังไม่มีความหมาย ในการเจริญสมณธรรมในพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าท่านผู้นั้นจะได้มโนมยิทธิก็ดี ได้อภิญญา 5 ในอภิญญา 6 ก็ดี ได้ 2 ในวิชชาสามก็ดี ก็ยังไม่มีความหมายในการตัดอบายภูมิ ท่านที่จะตัดอบายภูมิได้จริง ๆ ก็คือ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป

คำว่า พระโสดาบัน แปลว่า ผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน
ฉะนั้นพระโสดาบันก็ยังตัดอะไรไม่ได้หมด เป็นแต่เพียงว่ามีอารมณ์ชนะสังโยชน์ 3 ประการเบื้องต้น แต่เพียงอย่างอยาบเท่านั้น อารมณ์ชนะสังโยชน์ 3 ประการเบื้องต้นก็คือ 1. สักกายทิฏฐิ ที่มีความรู้สึกว่าสภาพร่างกายหรือว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา เรามีในขันธ์ 5 ขันธ์ 5 มีในเรา เฉพาะอย่างยิ่งในด้านสักกายทิฏฐินี้ พระโสดาบันลดลงมาได้เพียงเล็กน้อย ยังมีความรู้สึกว่าร่างกายเป็นเรา เป็นของเราอยู่ แต่ทว่ามีอารมณ์ไม่ประมาท มีความรู้สึกอยู่เสมอว่าเราจะต้องตายที่ท่านกล่าวว่าบรรดาพระโสดาบันกับพระสกิทาคามี เป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ มีสมาธิเล็กน้อย คำว่าสมาธิเล็กน้อย คือ อารมณ์สมาธิของท่านผู้เจริญฌานสมาบัติ มีอารมณ์ตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไป ยังไม่ถึงฌาน 4 ก็สามารถจะเป็นพระโสดาบันได้

สำหรับที่ว่ามีปัญญาเล็กน้อย ก็เพราะว่ายังไม่สามารถตัดขันธ์ 5 ได้เด็ดขาดด้วยกำลังของจิต ยังมีความรู้สึกว่าร่างกายเป็นเรา เป็นของเรา แต่ทว่าความรู้สึกของท่านมีความดีอยู่หน่อยหนึ่งว่าเราจะต้องตาย ยังไง ๆ ก็ต้องตายแน่ เหมือนกับที่เปสการีมีอารมณ์คิดถึงคำสั่งสอนของสมเด็จพระธรรมสามิสร ที่ทรงตรัสว่า

ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง ท่านทั้งหลายจงอย่ามีความประมาทในการสร้างความดี
นี่ความรู้สึกของพระโสดาบันในด้านสักกายทิฏฐิ มีอยู่จุดนี้เข้าใจไว้ด้วย มีคนพูดกันว่าถ้าเจริญสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน จะต้องสามารถระงับทุกขเวทนาได้หมด ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ร้อน ไม่หนาว นี่ไม่ใช่ความจริง ร่างกายยังมีความรู้สึก ร่างกายยังมีมีจิตเป็นเครื่องรักษา ร่างกายยังมีวิญญาณรู้การสัมผัส ถึงแม้ว่าพระอรหันต์ก็ดี พระพุทธเจ้าก็ดีก็ยังรู้สึก รู้สึกเจ็บ รู้สึกปวดเหมือนกัน

นี่ว่ากันถึงอารมณ์ของพระโสดาบัน เมื่อจิตเข้าถึงพระโสดาบันแล้ว มีความไม่ประมาทในชีวิต มีความรู้สึกเสมอว่าเราจะต้องแก่ เราจะต้องตาย แล้วก็ขึ้นชื่อว่าความตายนี้ไม่มีนิมิตเครื่องหมาย ไม่ใช่ว่าจะไปกำหนดอายุการตายว่าต้องตายเท่านั้นเท่านี้ จะตายตั้งแต่ความเป็นเด็ก หรือ ความเป็นหนุ่มเป็นสาว ความเป็นคนแก่ อาการที่จะตาย อาจจะด้วยโรคภัยไข้เจ็บ อาจจะตายด้วยอุบัติเหตุ หรือตายเช้า ตายสาย ตายบ่าย ตายเที่ยง ตายกลางคืน ตายดึก ตายหัวค่ำก็เอาแน่นอนไม่ได้

ฉะนั้น พระโสดาบันจึงไม่ประมาทในชีวิต คิดว่าถ้าเราจะตายก็เชิญ แต่เราจะตายอยู่กับความดี อารมณ์ของพระโสดาบันที่จะคัดค้านคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระชินศรีนั้นไม่มี คือว่าเป็นคนไม่สงสัยในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นี่เป็นอันดับที่ 2 ที่เรียกว่า วิจิกิจฉา พระโสดาบันตัดสังโยชน์ตัวที่ 2 ได้ คือ ความสงสัย ที่เรียกว่า วิจิกิจฉา ขึ้นชื่อว่าความสงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่มีในพระโสดาบัน เกิดขึ้นด้วยกำลังของปัญญา ที่พิจารณาหาความจริงว่า

พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นปัจจัยให้เกิดความสุข
และอันดับ 3 สีลัพพตปรามาส พระโสดาบันย่อมทรงศีลบริสุทธิ์ตามฐานะของตัว คำว่า ฐานะของตัวก็หมายความว่า ถ้าเป็นฆราวาสก็มีศีล 5 เป็นปกติ มีศีล 5 บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา ไม่มีเจตนาในการทำลายศีล รักษาศีลบริสุทธิ์ ไม่ทำลายศีลด้วยตนเอง ไม่ยุให้บุคคลอื่นทำลายศีล แล้วก็ไม่ยินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว เป็นอันว่าพระโสดาบันเป็นผู้มีความทรงอารมณ์อยู่ในศีลเป็นสำคัญ หนักหน่วงในเรื่องของศีล ยอมตัวตายดีกว่าศีลขาด
ที่กล่าวมานี้หมายความว่า สังโยชน์ 3 ประการนี่ พระโสดาบันปฏิบัติมีจิตเข้าถึงตามนี้ นี่ก็พูดกันไปว่าก่อนที่จะเข้าถึงความเป็นพระโสดาบันจากโลกียะเป็นโลกุตตระ ตอนนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกว่า โคตรภูญาณ ขณะเมื่ออารมณ์จิตของท่านผู้ปฏิบัติเข้าถึงโคตรภูญาณ


คำว่าโคตรภูญาณ นี่ก็หมายความว่า จิตของท่านผู้นั้น ยังอยู่ในระหว่างโลกียะกับโลกุตตระ
แต่ทว่าอารมณ์ตอนนี้จะไม่ขังอยู่นาน บางท่านจิตจะทรงอยู่เพียงแค่ชั่วโมงหนึ่ง หรือไม่ถึงชั่วโมง และบางท่านก็อยู่ถึงอาทิตย์สองอาทิตย์ถึงเป็นเดือนก็มี สุดแล้วแต่ความเข้มแข็งของจิต ในช่วงที่จิตเข้าถึงโคตรภูญาณ ท่านกล่าวว่า ในขณะนั้นอารมณ์จิตของนักปฏิบัติ จะมีความรักพระนิพพานอย่างยิ่ง คือมีความรู้สึกอยู่เสมอว่ามนุษย์โลกก็ดี เทวโลกก็ดี พรหมโลกก็ดี ไม่เป็นแดนแห่งความสุข ถ้าเราเกิดเป็นมนุษย์ มันก็ทุกข์ตลอดเวลา ถ้าเกิดเป็นเทวดาก็พักทุกข์ชั่วคราว หรือ พรหมก็เช่นเดียวกัน ถ้าหมดบุญวาสนาบารมีแล้วก็จะต้องจากเทวดา จากพรหมมาเกิดเป็นคนบ้าง บางรายก็เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นอันว่าเขตทั้ง 3 จุด ไม่มีความหมายสำหรับใจ
จิตใจของท่านที่มีอารมณ์เข้าถึงโคตรภูญาณ ใจมีความต้องการอย่างเดียวคือ พระนิพพานเป็นปกติ

แต่ทว่าพอจิตพ้นจากโคตรภูญาณไปแล้ว ก้าวเข้าสู่ความเป็นพระโสดาบันเต็มที่ ที่เรียกว่า โสดาปัตติผล ตอนนี้อารมณ์จิตของท่านละเอียดขึ้นมานิดหนึ่ง นอกจากจะรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ แล้วก็มีความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันเป็นของธรรมดา

การนินทาว่าร้ายที่จะปรากฏขึ้นกับบุคคลผู้ใดกล่าวถึงเรา จิตดวงนี้มีความรู้สึกว่า ธรรมดาของคนที่เกิดมาในโลกมันเป็นอย่างนี้ ความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้น การพลัดพรากจากของรักของชอบใจเกิดขึ้น มีความรู้สึกหนักไปในด้านของธรรมดา แต่ทว่าธรรมดาของพระโสดาบัน ยังอ่อนกว่า ธรรมดาของพระอรหันต์มาก

ฉะนั้น ท่านที่เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน จึงยังมีความรักในระหว่างเพศ ยังมีการแต่งงาน ยังมีความอยากรวย ยังมีความโกรธ ยังมีความหลง ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่า ท่านกล่าวไว้แล้วว่า พระโสดาบันมีสมาธิเล็กน้อย และก็มีปัญญาเล็กน้อย หากว่าท่านทั้งหลายจะถามว่า ถ้าคนยังมีความรักในเพศ ยังมีการแต่งงาน ยังมีการอยากรวย ยังมีความโกรธ ยังมีความหลงก็ดูเหมือนว่าพระโสดาบันก็คือ ชาวบ้านธรรมดา

แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ความรักในระหว่างเพศก็ดี ความอยากรวยก็ดี ความโกรธก็ดี ความหลงก็ดี ของพระโสดาบันอยู่ในขอบเขตของศีล เรารักในรูปโฉมโนมพรรณ มีการแต่งงานกันได้ระหว่างสามีภรรยาของตนเอง ยอมเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน จะนอกใจสามีและภรรยา ขึ้นชื่อว่า กาเมสุมิจฉาจาร จะไม่มีสำหรับพระโสดาบัน จะทำให้ครอบครัวนั้นมีอารมณ์เป็นสุข

และประการที่ 2 พระโสดาบันยังมีความโกรธ ท่านโกรธจริง พูดเป็นที่ไม่ถูกใจท่านก็โกรธ ทำให้ไม่เป็นที่ไม่ถูกใจท่านก็โกรธ แต่ทว่าพระโสดาบันมีแต่อารมณ์โกรธ ไม่ประทุษร้ายให้เขามีการบาดเจ็บ และไม่ฆ่าคนหรือสัตว์ที่ทำให้ตนโกรธ ให้ถึงแก่ความตาย เป็นอันว่าความโกรธหรือความพยาบาทของท่าน อยู่ในขอบเขตของศีล จิตโกรธแต่ว่าไม่ทำร้าย คือ แตกต่างกับคนธรรมดาตรงนี้

สำหรับด้านความหลงของพระโสดาบัน ที่ขึ้นชื่อว่าหลง เพราะยังมีความรักในเพศ ยังมีความอยากรวย เมื่อสักครู่นี้ข้ามคำว่าอยากรวยไป การอยากรวยของพระโสดาบัน คือ ต้องการความรวยในด้านสุจริตธรรมเท่านั้น เรียกว่า การทุจริตคิดร้ายคดโกงบุคคลอื่นใด ไม่มีในอารมณ์จิตของพระโสดาบัน ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต เพราะอาศัยยังรักในความสวยสดงดงาม คือ รูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่าเพศยังมีอยู่ ยังมีความอยากรวย ยังมีความโกรธ ยังมีความหลง เพราะว่ายังคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ยังมีของสวยของงาม การถือตัวถือตนแบบนี้ จึงเชื่อว่ายังมีความหลง แต่ความหลงของพระโสดาบันนั้น ไม่สามารถจะนำบุคลผู้นั้น ในเวลาแล้วไปสู่อบายได้
จุดนี้ขอบรรดาท่านทั้งหลายผู้รับฟัง จงจำไว้ว่า ความจริงอารมณ์ของพระโสดาบันนั้น ไม่แตกต่างกับชาวบ้านธรรมดาเท่าไรนัก ชาวบ้านธรรมดา ยังมีความรักในเพศ ยังมีสามี ภรรยา แต่ทว่ายังมีการนอกใจภรรยา สำหรับพระโสดาบันไม่มี ชาวบ้านอยากรวยก็ยังมีการคบคิดกันคดโกง การโกงมีการยื้อแย่งฉกชิงวิ่งราวดูทรัพย์ สำหรับพระโสดาบันนี่ ถ้าต้องการรวยก็รวยด้วยการสุจริต หากินด้วยความชอบธรรม ต่างกันตรงนี้

พระโสดาบันยังมีความโกรธ ชาวบ้านโกรธแล้วก็ปรารถนาจะประทุษร้าย ถ้ามีโอกาสก็ประทุษร้ายบุคคลที่เราโกรธ ถ้าสามารถจะฆ่าได้ก็ฆ่า สำหรับพระโสดาบันมีแต่ความโกรธ การประทุษร้ายไม่มี การฆ่าการประหารไม่มี นี่ต่างกันกับชาวบ้าน

พระโสดาบันยังมีความหลง ตามที่ได้กล่าวมาด้วยอาการที่ผ่านมาแล้ว แต่ทว่าพระโสดาบันก็ไม่ลืมคิดว่า เราจะต้องตาย เมื่อเราตายแล้ว เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ตอนนี้พระโสดาบันไม่เสียใจ ไม่เสียดาย ถือว่าถ้าตายเราจะมีความสุข นี่ขอท่านทั้งหลายจำอาการอารมณ์จิตที่เข้าถึงพระโสดาบันไว้ด้วย

ตอนนี้จะขอพูดอีกนิดหนึ่งถึงอารมณ์ความจริงของพระโสดาบัน ที่เรียกกันว่า องค์ของพระโสดาบัน
คำว่า องค์ ก็ได้แก่ อารมณ์จิตที่ทรงไว้อย่างนั้นอย่างแนบแน่นสนิท นั่นก็คือ
1.พระโสดาบันมีความเคารพในพระพุทธเจ้าอย่างจริงใจ ไม่คลายในความเคารพในพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะมีเหตุผลใด ๆ เกิดขึ้น ใครจะมาจ้างให้รางวัลมาก ๆ ให้กล่าวว่าพระพุทธเจ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้า พระธรรมไม่ใช่พระธรรม พระสงฆ์ไม่ใช่พระสงฆ์ แม้แต่พูดเล่นพระโสดาบันก็ไม่พูด ทั้งนี้เพราะว่าอะไร เพราะว่าท่านมีความเคารพในพระพุทธเจ้า มีความเคารพในพระธรรม มีความเคารพในพระอริยสงฆ์อย่างจริงใจ แต่ทว่าระวังให้ดี ถ้าพระสงฆ์เลว พระโสดาบันไม่ใส่ข้าวให้กิน

ตัวอย่าง ภิกษุโกสัมพี มีความประพฤติชั่ว ตอนนั้นฆราวาสที่เป็นพระอริยเจ้านับหมื่น ไม่ยอมใส่ข้าวให้กิน เพราะถือว่าเป็นโจรปล้นพระพุทธศาสนา เป็นผู้ทำลายความดี ไม่ใช่ว่าเป็นพระอริยเจ้าแล้วละก็ จะเมตตาไปเสียทุกอย่าง ท่านเมตตาแต่คนดีหรือว่าบุคคลผู้ใดมีความประพฤติชั่วท่าน แนะนำแล้วสามารถจะกลับตัวได้ พระโสดาบันก็เมตตา ถ้าเขาชั่วแนะนำแล้วไม่สามารถจะกลับตัวได้ พระโสดาบันก็ทรงอุเบกขา คือ เฉยไม่สงเคราะห์ โปรดจำอารมณ์ตอนนี้ไว้ให้ดี
2. ในประการต่อไป พระโสดาบันมีศีลบริสุทธิ์ ขอพูดย่อให้สั้น เพราะองค์ของพระโสดาบันก็คือ

(1) มีความเคารพในพระพุทธเจ้า
(2) มีความเคารพในพระธรรม
(3) มีความเคารพในพระอริยสงฆ์

นี่จัดเป็นองค์ที่มี 3 ประการ
(4) และสิ่งที่จะแถมขึ้นมาก็คือรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่หวังผลตอบแทน ไม่หวังความดีมีชื่อเสียงในชาติปัจจุบัน มีความรู้สึกต้องการอยู่อย่างเดียวว่าเราทำความดีทุกอย่างเพื่อพระนิพพานเท่านั้น อารมณ์จิตตอนนี้ขอบรรดาท่าพุทธบริษัทภิกษุ สามเณรทุกท่านต้องจำไว้ จงอย่าไปคิดว่าพระโสดาบันเลอเลิศไปถึงอารมณ์อรหันต์โดยมากมักจะคิดว่าอารมณ์ของพระอรหันต์เป็นอารมณ์ของพระโสดาบัน ก็เลยทำกันไม่ถึง นี่เป็นการคิดผิด ความจริงการเป็นพระโสดาบันเป็นง่าย มีอารมณ์ไม่หนักที่หนักจริง ๆ ก็ คือ ศีลอย่างเดียว

ต่อไปนี้ขอพูดถึงอาการของพระโสดาบันที่จะพึงได้ พระโสดาบันจัดเป็น 3 ขั้น คือ
1.สัตตักขัตตุง สำหรับที่ท่านเป็นพระโสดาบันมีอารมณ์ยังอ่อน จะต้องเกิดและตายในระหว่างเทวดาหรือพรหมกับมนุษย์อีกอย่างละ 7 ชาติ เป็นมนุษย์ชาติที่ 7 และเข้าถึงความเป็นอรหัตผล

2. ถ้ามีอารมณ์เข้มแข็งปานกลาง ที่เรียกกันว่า โกลังโกละ อย่างนี้จะทรงความเป็นเทวดาหรือมนุษย์อีกอย่างละ 3 ชาติครบเป็นมนุษย์ชาติที่ 3 เป็นพระอรหันต์

3.สำหรับพระโสดาบันที่มีอารมณ์เข้มแข็งเรียกว่า เอกพิชี นั่นก็จะเกิดเป็นเทวดาอีกครั้งเดียว มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็เป็นพระอรหันต์
4.ที่พูดตามนี้ หมายความว่า ท่านผู้นั้นเมื่อเป็นพระโสดาบันแล้วเกิดใหม่ไม่ได้พบพระพุทธศาสนา จะต้องฝึกฝนตนเองอยู่เสมอทุกชาติ แต่ว่าความเป็นมิจฉาทิฏฐิในชาติต่อ ๆไป จะไม่มีแก่พระโสดาบัน เพราะว่า พระโสดาบันไม่มีสิทธิที่จะไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน จะเกิดได้แค่ช่วงแห่งความเป็นมนุษย์กับเทวดาหรือพรหมสลับกันเท่านั้น
เป็นอันว่าพระโสดาบันนี่ ถ้าท่านทั้งหลายพิจารณาให้ดีแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าเป็นของไม่ยาก

หากว่าท่านจะถามว่า พระโสดาบันทั้งสัตตักขัตตุง โกลังโกละ และเอกพีชี มีอารมณ์ต่างกันอย่างไร

ก็จะขอตอบว่า พระโสดาบันขั้นสัตตักขัตตุง มีจริยาคล้ายชาวบ้านธรรมดามาก ยังมีอารมณ์รุนแรงในความรัก ยังมีอารมณ์รุนแรงในความโลภ ในความโกรธ ในความหลง แต่ทว่าเป็นผู้มั่นคงในศีล ไม่ละเมิด

สำหรับพระโสดาบันขั้นโกลังโกละ ขั้นโกลังโกละนี้มีอารมณ์เยือกเย็นมาก หรือว่ามีความมั่นในคุณพระรัตนตรัย มีศีลมั่นคงมาก ความจริงเรื่องศีลนี่มั่นคงเหมือนกัน แต่ว่าจิตท่านเบาบางในด้านความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความคำนึงถึงอารมณ์อย่างนี้มีอยู่แต่ก็น้อย ถ้ามีคู่ครองเขาจะโทษว่า กามคุณท่านจะลดหย่อนลงไป ความสนใจในเพศ ความสนใจในความโลภ อารมณ์แห่งความโกรธ อารมณ์แห่งความหลงมันเบา กระทบไม่ค่อยจะมีความรู้สึก

สำหรับพระโสดาบันขั้นเอกพีชี ในตอนนี้อารมณ์ของท่านผู้นั้น จะมีอารมณ์ธรรมดาอยู่มาก ขอท่านทั้งหลายโปรดอย่าลืมว่า พระอริยเจ้าจะเป็นฆราวาสก็ดี จะเป็นพระก็ดี จะเป็นเณรก็ดี จะเป็นคนมีจิตละเอียด ไม่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และไม่ขัดคำสั่ง ไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบวินัยและกฏหมาย อันนี้เป็นอารมณ์ของพระโสดาบัน ที่ท่านทั้งหลายจะพึงทราบ

สำหรับเอกพิชีนี่ ความจริงมีอาการจิตใจใกล้พระสกิทาคามี แต่ทว่าสิ่งที่จะระงับไว้ได้นั้น กดด้วยกำลังของศีล มีความรู้สึกว่าเราจะต้องประคับประคองศีลของเราให้แจ่มใสอยู่เสมอ มองดูความรักในระหว่าเพศ หรือว่าความร่ำรวย หรือว่าความโกรธ หรือหลงในระหว่างเพศ หลงในสภาวะต่าง ๆ เห็นว่าเป็นของไร้สาระ มีอารมณ์เบาในความปรารถนาในสิ่งนั้น ๆ แต่ทว่าก็ยังมีความปรารถนาอยู่
เอาละ บรรดาสาวกขององค์สมเด็จพระบรมครู เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ วันนี้คงไม่ได้อารมณ์แห่งการปฏิบัติ แต่ทว่าอารมณ์แห่งการปฏิบัติ ในความเป็นพระโสดาบันท่านฟังกันมาแล้วสองคืน ผมเองมีความรู้สึกว่า ท่านทั้งหลายคงจะรู้สึกว่าง่ายสำหรับท่าน แต่ถ้าหากว่าเห็นว่าอารมณ์ของพระโสดาบันยากนี่ ถ้าเป็นพระเป็นเณร ผมไม่ถือว่าเป็นพระเป็นเณร ผมถือว่าเป็นเถน เถนในที่นี้หมายความว่ามี สระเอ นำหน้า มีถอถุง และ นอหนู เขาแปลว่าหัวขโมย คือ ขโมยเอาเพศของพระอริยเจ้ามาหลอกลวงชาวบ้าน ตามปกติพระกับเณรนี่ต้องทรงศีลบริสุทธิ์อยู่แล้ว


เอาละ พูดไปเวลามันเกินไป 1 นาที ก็ขอพอไว้แต่เพียงนี้ หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะเข้าใจ ต่อแต่นี้ไปขอท่านทั้งหลายตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น จะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม นั่งก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ นอนก็ได้ตามอัธยาศัย ทรงกำลังใจควบคุมความเป็นพระโสดาบันของท่านไว้ จนกว่าจะถึงเวลาที่ท่านเห็นว่าสมควร สวัสดี



ที่มา...[url=http://www.palungjit.com/smati/books/index.php?cat=195]

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย teporrarit : 05-05-2010 เมื่อ 10:15 AM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 29-05-2009, 03:50 PM   #2
anntamin
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: May 2008
ข้อความ: 4
พลังการให้คะแนน: 0
anntamin is on a distinguished road
แล้วอาตมาจะรู้ได้งัยว่าเราเป็นพระโสดาบันแล้ว

พระมหาฉัตรชัย ธนปัญโญ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29-05-2009, 05:01 PM   #3
สี่จุด
สมาชิก
 
สี่จุด's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2006
ข้อความ: 709
พลังการให้คะแนน: 367
สี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond reputeสี่จุด has a reputation beyond repute
อนุโมทนา...
จะขอประคองอารมณ์ให้อยู่ในวิถีของพระโสดาบันให้ถึงที่สุด
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29-05-2009, 07:02 PM   #4
murano
สมาชิก
 
murano's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 140
พลังการให้คะแนน: 57
murano will become famous soon enough
เขาว่า เราเป็นโสดาบันแหล่ะ อิ๊อิ๊
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29-05-2009, 11:48 PM   #5
ต้นไทร
สมาชิก
 
ต้นไทร's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2006
ข้อความ: 905
พลังการให้คะแนน: 276
ต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond reputeต้นไทร has a reputation beyond repute
อนุโมทนา คับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 30-05-2009, 02:34 PM   #6
นุภาวัฒน์
สมาชิก
 
นุภาวัฒน์'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2008
ข้อความ: 781
พลังการให้คะแนน: 173
นุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud ofนุภาวัฒน์ has much to be proud of
อนุโมทนาสาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 30-05-2009, 09:56 PM   #7
suchot nintat
สมาชิก
 
suchot nintat's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 158
พลังการให้คะแนน: 64
suchot nintat has a spectacular aura aboutsuchot nintat has a spectacular aura aboutsuchot nintat has a spectacular aura about
สาธุอนุโมทนาบุญ
สามเณรสุโชติ นิลเทศ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 03-06-2009, 09:28 AM   #8
jinny95
สมาชิก
 
jinny95's Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2007
สถานที่: มัชฌิมา
ข้อความ: 5,696
พลังการให้คะแนน: 922
jinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond reputejinny95 has a reputation beyond repute
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ anntamin อ่านข้อความ
แล้วอาตมาจะรู้ได้งัยว่าเราเป็นพระโสดาบันแล้ว

พระมหาฉัตรชัย ธนปัญโญ
ถึงนิพพานสักครั้ง ความสงสัยคงหายไป ทางปฎิบัติที่ควรคงได้มา

นิพพานที่ได้สัมผัสมา คือ โสดาบันผล สื่บเนื่องมาจาก สักกายทิฐิดับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 02-10-2009, 03:42 PM   #9
ราชนาวี
สมาชิก
 
ราชนาวี's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
ข้อความ: 561
พลังการให้คะแนน: 231
ราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond reputeราชนาวี has a reputation beyond repute
ขอให้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาตินี้
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-10-2009, 11:45 AM   #10
beautiful soul^^
สมาชิก
 
beautiful soul^^'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
ข้อความ: 308
พลังการให้คะแนน: 112
beautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to beholdbeautiful soul^^ is a splendid one to behold
อนุโมทนา สาธุ
__________________
"You get the best out of others when you give the best of yourself."
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 20-10-2009, 07:24 PM   #11
Bussarin.K
สมาชิก
 
Bussarin.K's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
สถานที่: Suphanburi
อายุ: 19
ข้อความ: 265
พลังการให้คะแนน: 78
Bussarin.K is a jewel in the roughBussarin.K is a jewel in the roughBussarin.K is a jewel in the roughBussarin.K is a jewel in the rough
อนุโมทนาสาธุค่ะ^_^
__________________
เพราะคิดยึดครอง จึงต้องเสียใจ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 23-10-2009, 01:51 AM   #12
Karnta
สมาชิก
 
Karnta's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,229
พลังการให้คะแนน: 484
Karnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond reputeKarnta has a reputation beyond repute
อนุโมทนา สาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 26-10-2009, 04:01 PM   #13
nong_cm
สมาชิก
 
nong_cm's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
ข้อความ: 1,497
พลังการให้คะแนน: 537
nong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond reputenong_cm has a reputation beyond repute
อนุโมทนา สาธุ _/\_ ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-11-2009, 03:26 PM   #14
Atsadong
สมาชิก
 
Atsadong's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
สถานที่: เมืองทองธานี
ข้อความ: 1,182
พลังการให้คะแนน: 242
Atsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant future
สาธุ อนุโมทนาครับ
__________________
[CENTER][SIZE=1][COLOR=royalblue][FONT=Times New Roman]พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาลัง สังฆังนิพพานัง[/FONT][/COLOR][/SIZE][/CENTER]
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-11-2009, 05:27 PM   #15
saipote
สมาชิก
 
saipote's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
สถานที่: ชั้นนิพพาน (อยู่ที่ใจ มุ่งให้ไกล แล้วไปให้ถึง)
ข้อความ: 4,409
พลังการให้คะแนน: 989
saipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond reputesaipote has a reputation beyond repute
อนุโมทนาสาธุค่ะ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 06-11-2009, 08:19 PM   #16
พลรัฐ
สมาชิก
 
พลรัฐ's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2006
ข้อความ: 531
พลังการให้คะแนน: 201
พลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud of
.....รู้..เมื่อรู้ว่า ชีวิต ไม่เที่ยง ความตาย เที่ยง....

.....รู้..เมื่อรู้ว่า ศีล เป็นหลักการใช้ชีวิต ที่ไม่เบียดเบียน ใคร เขา เรา....

.....รู้..เมื่อรู้ว่า กตัญญูต้องมี กตเวทิตา ต้องมี.....

.....รู้..เมื่อรู้ว่า ทางที่ทำให้พ้นทุก คือทางที่ไปนิพพาน ย่อมปรารถนานิพพานอย่างเดียว..ถึงก็ช่าง....ไม่ถึงก็ช่าง....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 15-11-2009, 08:04 PM   #17
ก็แค่นั้น
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 39
พลังการให้คะแนน: 0
ก็แค่นั้น has a spectacular aura aboutก็แค่นั้น has a spectacular aura about
โสดาบัน สักกายทิฐิยังไม่ดับนะคับ แต่เบาบางลงผู้ที่ดับได้มีแต่พระอรหันต์เท่านั้น
มีคนเขาก็ว่าผมเป็น ผมก็ไม่รู้สึกเป็น ถูกของเขาแต่ไม่ถูกของเรา สำหรับผมโสดาบันเป็นแค่สมมุติเท่านั้นเพื่อแยกให้ถูก เรียกให้ถูก อย่าไปใส่ใจเลยครับ เพราะเป็นเพียงนามจริงๆ
มาสนใจดีกว่าว่าเราจะระงับกิเลสอย่างไร แก่นแท้มีเพียง รู้แต่ไม่สน เท่านั้น
สำหรับผมไม่ได้อยากเป็นเลย ไม่ว่าโสดา สกิ อนา หรืออรหัน ขอเป็นเพียงผู้ที่ห่างจากกิเลสเป็นพอ จริงๆไม่ค่อยอยากจะมาตอบเท่าไหร่ ยิ่งตอบผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามี มานะ แฝงมา
คล้ายๆยกตัวเองนั้นแหละ คนเราก็แค่นั้นมีแต่รูป ถูกพ่อแม่ใส่นามให้ก็ว่าตัวว่าตนของเรา
ใช้ให้ถูกแต่อย่าไปยึดกับรูปนามทั้งหลาย ยึดเมื่อไหร่ฉิบ...เมื่อนั้น สุดท้ายที่ผมต้องการบอก คือ อย่าสนเลยคับว่าเราเป็นอะไร ให้รู้อย่างเดียวพอ มีสติเป็นที่ตั้ง ไม่ปล่อยช่องว่างให้อารมณ์เป็นพอ อย่าลืม มหาสติปัฏฐาน๔...เอ๊ะ ทำไมเขาถึงเรียกมหาสติน๊า มีใครเคยเอ๊ะใจบางป่าวหว่า..เอ๊ะ ทำไม เขาว่าพระพุทธเจ้าเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานน๊า ?
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-11-2009, 08:21 AM   #18
พลรัฐ
สมาชิก
 
พลรัฐ's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2006
ข้อความ: 531
พลังการให้คะแนน: 201
พลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud ofพลรัฐ has much to be proud of
.........................................................................

พระพุทธเจ้า :"..............เธอ มาจากไหน.....

ลูกสาวนายช่างทอหูก :" ไม่ทราบ เจ้าค่ะ "

พระพุทธเจ้า :"...เธอ จะไปไหน

ลูกสาวนายช่างทอหูก :" ไม่ทราบ เจ้าค่ะ "

พระพุทธเจ้า :...เธอ ไม่ทราบหรือ

ลูกสาวนายช่างทอหูก :" ทราบ เจ้าค่ะ "

พระพุทธเจ้า :"...เธอ ทราบหรือ

ลูกสาวนายช่างทอหูก :" ไม่ทราบ เจ้าค่ะ "

....พระพุทธเจ้า รับรองว่า ลูกสาวนายช่างทอหูก เป็นพระโสดาบัน....

...สาธุ....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 21-11-2009, 10:19 AM   #19
Nothing Eternal
สมาชิก
 
Nothing Eternal's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
ข้อความ: 120
พลังการให้คะแนน: 83
Nothing Eternal is a name known to allNothing Eternal is a name known to allNothing Eternal is a name known to allNothing Eternal is a name known to allNothing Eternal is a name known to allNothing Eternal is a name known to all
ในเว็ปพลังจิตนี้น่าจะมีอยู่เยอะนะครับ พระโสดาบัน กับ พระสกิทาคามี นี่แหละ

จริงๆพระอริยเจ้าทั้งสองระดับนี้ หลวงพ่อฤาษีฯท่านบอกว่า ก็คือฆราวาสชั้นดีนี่แหละ

ขอทุกท่านเจริญในธรรมนะครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 23-12-2009, 02:33 PM   #20
Atsadong
สมาชิก
 
Atsadong's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
สถานที่: เมืองทองธานี
ข้อความ: 1,182
พลังการให้คะแนน: 242
Atsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant futureAtsadong has a brilliant future
อ้างอิง:
แล้วอาตมาจะรู้ได้งัยว่าเราเป็นพระโสดาบันแล้ว

พระมหาฉัตรชัย ธนปัญโญ
ท่านจะทราบเมื่อคนที่ท่านคุยด้วย และสอนธรรมมะท่าน คือท่านเทพทั้งหลาย ท่านท้าวเวสสุวรรณ และท่านพญามัจจุราช เป็นต้น
__________________
[CENTER][SIZE=1][COLOR=royalblue][FONT=Times New Roman]พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาลัง สังฆังนิพพานัง[/FONT][/COLOR][/SIZE][/CENTER]
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
gallery,


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are งดใช้
Pingbacks are งดใช้
Refbacks are งดใช้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 09:42 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา |

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.0
Palungjit.com 1 April 2003 - 2009
Page generated in 0.40700 seconds with 33 queries