กลับไป   PaLungJit.com > พลังจิต > พระเครื่อง - วัตถุมงคล > ประสบการณ์ เรื่องเล่า
Connect with Facebook
กดปุ่มเพื่อรับฟัง วิทยุพลังจิต  
ฟังวิทยุ Player
โครงการและบริจาค | บริจาคผ่านบัตร

ตอบ
 
LinkBack (12) คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 19-08-2009, 12:38 AM   10 links from elsewhere to this Post. Click to view. #1
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

อาจารย์ฤาษีพุทธเวทย์ ผู้เรืองวิทยาคมอีกท่านของล้านนา



ภาพบูรพาจารย์ของอาจารย์ปู่ฤาษีพุทธเวทย์ เขมเทโว



ภาพ อาจารย์ฤาษีพุทธเวทย์ เขมเทโว



สำหรับผู้ที่ไปพบอาจารย์ฤาษีมาแล้ว


หากมีเวลาว่าง ช่วยโพสประสบการณ์ หรือเรื่องราว
จากที่ท่านไปพบท่านอาจารย์มา ให้สมาชิกในกระทู้นี้
ได้ร่วมอนุโมทนาด้วยนะครับผม

เพราะมีคนมาติดต่ออยากพบอาจารย์
อาจารย์ท่านบอกมีสมาชิกเวปพลงจิตไปพบหลายคนแล้ว

อนุโมทนาครับ



ข้อความด้านล่างนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ท่านผู้อ่านทั้งหลายโปรดใช้วิจารณญาณอันประกอบด้วยสติและปัญญาอับแยบคายพิจารณาเองเถิด สาธุ

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจศึกษาเรื่องไสยศาสตร์ ประวัติศาสตร์โบราณคดี และเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นชนชาติไทยของเรามาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน โดยนอกจากการศึกษาในเรื่องของวิชาการความรู้ทางโลกแล้ว ยังเสาะแสวงหาพระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ จากงานเขียน และจากการไปกราบขอพบทั้งในทางธรรมะล้วนๆ อาทิ พุทธทาส ว วชิรเมธี หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระพุทธพจนวราภรณ์(จันทร์ กุสโล) และทางด้านวิทยาคม อาทิ หลวงปู่ครูบาอิ่นแก้ว ตุ๊เจ้านันท์ และอีกหลายท่าน ตลอดจนฆราวาสผู้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นตำนานของล้านนา และเป็นอาจารย์ของพระสงฆ์ และฆราวาสผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนี้หลายท่าน คือ พ่อหนานสุวรรณ มณีสีแสง เพราะบ้านเดิมของกระผมอยู่ในละแวกเดียวกับท่าน และมีความรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี
และที่สำคัญที่สุด ท่านอาจารย์ผู้กำลังมีชื่อเสียงในเวปพลังจิตแห่งนี้ คือ ท่านอาจารย์พรสิทธิ์ แห่งวัดสว่างอารมณ์ ผู้ที่ผมได้ไปกราบนมัสการ และเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยตัวเองเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด จึงทราบดีว่าการเดินทางไปกราบท่านอาจารย์พรสิทธิ์นั้น หนทางค่อนข้างไกลเหลือเกิน จึงอยากแนะนำอาจารย์อีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา จากการได้สัมผัสฤทธาคมของท่าน และได้รู้จักเป็นระยะเวลาหนึ่ง คือ ท่านอาจารย์ฤาษีพุทธเวทย์ เขมเทโว แห่งอาศรมบารมีปู่เจ้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่


สำหรับอาจารย์พุทธเวทย์ เป็นอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะพอสมควร ทั้งฆราวาส พระ และสามเณร เนื่องจากท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทย์ที่มีความถูกต้องทางตำราโบราณสูง และมีความถูกต้องทางอักขรวิธีเนื่องจากท่านได้ศึกษาทั้งหลักทางไสยศาสตร์จากครูบาอาจารย์ และภาษาศาสตร์ จากคณาจารย์ทางด้านวิชาการ

ซึ่งนอกจากความเข้มขลังแห่งฤทธาคมที่ท่านได้สะสมมาหลายภพชาติ และการปฏิบัติเพียรเรียนศึกษาของท่านแล้ว จนลูกศิษย์หลายคนหลายท่านที่มีสัมผัสที่หก มีประสบการณ์มาแล้วต่างๆนานา อาจารย์พุทธเวทย์ยังมีความน่าเลื่อมใสในหลายด้าน เช่น ท่านบวชเป็นฤาษี ซึ่งเป็นเพศที่สามารถศึกษาร่ำเรียนวิชาอาคมต่างๆได้อย่างสะดวกมากกว่าการครองสมณเพศเป็นพระสงฆ์ และความที่ท่านเป็นอาจารย์ที่มีอายุน้อยมาก หากเทียบกับอาจารย์ หรือเกจิหลายท่านในปัจจุบัน ทำให้มีพลังจิตที่เข้มขลังอยู่จากสังขารที่ยังหนุ่ม และที่สำคัญที่สุดคือ เวลามีทุกข์ร้อน หรือมีปัญหาอยากปรึกษา ขอความช่วยเหลือจากท่าน จะได้รับความเป็นกันเอง เพราะท่านไม่ไช่อาจารย์ที่มาแบบซีเรียสๆนั่งภาวนาทั้งวัน แต่เป็นอาจารย์ที่ยังมีความเป็นวัยรุ่นและทรงศีลาจริยาวัตรที่ดีพร้อมๆกัน เรียกว่าทั้งเก่ง ทั้งขลัง และทั้งเ้ข้าใจวัยรุ่น ทำให้ลูกศิษย์กล้าเข้าหา กล้าพูด กล้าเปิดใจระบายทุกข์ร้อนต่างๆ

เรียกว่า ท่าน เมตตาสูงมากๆ เพราะกว่าผมจะกล้าโพสลงเวปนี้นั้น เรียกว่าผมได้ "ลอง" ท่านอาจารย์ในหลายๆเรื่อง เช่นการเข้าไปขอของดีฟรีๆ ไปทำพิธีแบบไม่ให้ค่าครูสักบาทเดียว และการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของศิษย์หลายคนของท่าน ที่ยังจำได้ดีคือ พี่คนหนึ่งซึ่งมีสัมผัสที่หกสามารถเห็นวิญญาณได้ เค้าบอกว่า ในชีวิตเลื่อมใสอาจารย์อยู่ 4 ท่าน อาจารย์พุทธเวสเป็นหนึ่งในนั้น และท่านอายุน้อยที่สุด เหตุที่เลื่อมใสเพราะไปงานพิธีมงคลงานหนึ่ง เห็นอาจารย์พุทธเวทย์เดินมาพร้อมๆวิญญาณทั้งผีทั้งพรายนับสิบติดสอยห้อยตามมา จะ จะ กับตาตัวเอง จึงได้เลื่อมใสว่าอาจารย์พุทธเวทย์นี้ ของจริง ของแท้ ขลังสุดๆ

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว อาจารย์พุทธเวสยังไม่ได้เชี่ยวชาญทางไสยเวทย์อย่างเดียวเท่านั้น ทางด้านความรู้ด้านธรรมะของท่านก็มีความรู้มากเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน และท่านก็จะพร่ำสอนให้คิดและแก้ปัญหาในแนวธรรมะก่อนเสมอ ถึงค่อยพึ่งไสยศาสตร์ซึ่งเป็นเพียงกำลังใจ เกิดฤทธิ์ได้จากความศรัทธามิอาจเทียบกับธรรมะที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ได้

คืนนี้ที่ผมพิมพ์มาจนเมื่อย เป็นเพียงแค่ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ ที่อยากบอกเล่าให้แก่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้จะกลับมาเล่าถึง ปู่ฤาษีพุทธเวทย์ เขมเทโว ต่อ ราตรีสวัสดิ์ พี่น้องชาวพลังจิตทุกคน

ตำนานพระฤาษี --------------------------------------------------------------------------------
ฤๅษี แปลว่า ผู้มีปัญญาอันได้มาจาก การฝึกฝนพลังจิตอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อมุ่งประโยชน์ในหนทางความสำเร็จ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเหนือกว่าปุถุชนคนธรรมดา การจะฝึกขึ้นเป็นฤๅษี นั้นมีด้วยกันหลายวิธีแต่มีขั้น ตอนคร่าวๆคล้าย ขั้นบันได เช่น พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคมี แล้วพระอรหันต์ เช่นเดียวกัน ขออธิบายเป็นขั้นตอนง่ายๆ
ขั้นที่ ๑ สิทธา คือผู้ดำรงการฝึกวิชาอาคมหรือมนต์ตราและคาถา จนสามารถล่วงรู้ สวรรค์ นรก มีจริง สามารถติดต่อเทวดา และวิญญาณทั้งหลายได้ ส่วนใหญ่ที่เราเรียกกันในประเทศ มีใช้คำว่า “ฆารวาสผู้ขมังเวทย์”
ขั้นที่ ๒ โยคี หรือ โยคะ คือ การบำเพ็ญตนโดยมีหลักวิชาโยคกรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเคยฝึก คือ การบำเพ็ญทุกขกิริยา นั่นเอง มักจะเที่ยวทรมานตนอยู่ตามเทือกป่าเขาลำเนาไพร เป็นผู้ถือสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด มุ่งความสำเร็จในการทรมานเป็นสำคัญ
ขั้นที่ ๓ ดาบส คือ ผู้บำเพ็ญตนมุ่งหมายปฏิบัติเพื่อให้เกิดตบะเดชะ เข้าสู่ฌานเบื้องต้น และเข้าสู่ฌานเบื้องสูงได้ โดยใช้ความพากเพียรทรมานสังขารร่างกาย เพื่อเอาชนะกิเลสของตน สามารถกระทำจิตให้เกิดพลัง เพื่อมุ่งหวังให้อยู่ในโลกุตรสุข แต่ก็ยังไปไม่ได้ เพียงได้แค่ ชั้นสูงของโลกียะสุขเท่านั้น
ขั้นที่ ๔ พระฤๅษี คือผู้บำเพ็ญตนผ่านจากการศึกษาวิชา ๓ ขั้นตอนเบื้องต้นแล้วได้นำเอาตบะอำนาจฌานที่มีนั้น นำการบูชาศาสดาของตนที่นับถือ เพื่อจะได้พรจากพระผู้เป็นเจ้านั้น เมื่อการบูชานั้นถึงซึ่งพระผู้เป็นเจ้าแล้ว พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จลงมาประทานพรนั้นให้แก่บรรดาฤๅษีที่ทำการบูชาแล้วได้เอื้อนเอ่ยนามของฤๅษีนั้นไปทั้ง ๓ โลก จึงจะสำเร็จการเป็นพระฤๅษีได้อย่างแท้จริง ตีความหมายง่ายๆว่าเมื่อการบูชาของฤๅษีนั้นถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้วท่านเสด็จลงมาให้อำนาจฤทธิ์เหล่าใดที่พวกฤๅษีต้องการแล้ว จึงตั้งชื่อฤๅษีองค์นั้นให้เช่น ฤๅษีอัคคีเนตร คือฤๅษีตาไฟ ฤๅษีโคสุภเนตร คือ ฤๅษีตาวัว นั่นเอง
(ฤๅษีในพจนานุกรมตีความหมายไว้ว่า ฤๅษีผู้ที่ซุกซ่อนหลีกหนีไปสู่สถานอันสงบระงับ อันมิได้มีความวุ่นวายเข้ามาก่อกวน อีกนัยหนึ่ง เรียกว่า ผู้อยู่อย่างสันโดษ)
ถ้าเปรียบในทางพระพุทธศาสนา เราได้ไปขอบวชกับพระพุทธเจ้า หรือ พระอุปัชฌาย์ แล้วก็จะได้นามตามที่พระพุทธเจ้าหรืออุปัชฌาย์เห็นเป็นสมควร เช่น เขมะปัตโต สุชินทะโร อาจารโร เฉกเช่นเดียวกัน อย่างนั้นจะเป็นได้อีก การจะมีผู้ใดจะใช้คำว่า ฤๅษีนั้น ก็จะต้องได้รับการให้พรจากพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เท่ากับว่าฤๅษีผู้ใดได้รับการอุปัชฌาย์ หรือบวชฤๅษี แล้วจึงสามารถใช้คำว่า พระฤๅษีได้จริงๆ ตามพระคัมภีร์ปุราณะ และเป็นธรรมเนียมมีปฏิบัติกันมาก่อนสมัยพระพุทธเจ้ายังไม่ได้อุบัติขึ้นในโลกด้วยซ้ำ แล้วจะมีพวกฤๅษีอีกพวกหนึ่งที่เป็นวรรณะสูงมาเป็นฤๅษี จำแนกให้ท่านเข้าใจพอสังเขป
1. พราหมณ์ คือผู้ปฏิบัติบูชาโดยการบูชาด้วยวัตถุ ข้าวของ เครื่องสักการะ และอ่านโองการกล่าวบูชา ดีดสีตีเป่า บูชาสักการะเทพเจ้าเหล่าที่นับถือ เพื่อมุ่งประโยชน์ในการกระทำพิธีอย่างหนึ่งให้สำเร็จ เมื่อการปฏิบัติบูชาของตนจะทำให้ตนเข้าสู่ความเป็นฤๅษีนั้น เข้าจะเข้าสู่ขั้นที่ ๒
2. ชฏิล คือ พราหมณ์จำพวกหนึ่งที่มาใส่ชฎา เกล้าผมไว้หนวดเครายาวรุงรัง ทิ้งผ้านุ่ง มีคนห่มนั้นก็รุงรังยุ่งเหยิง ไม่สวยงาม จะอยู่ตามป่าเขาซึ่งไม่ได้อยู่ในเทวสถานประจำเหมือนพวกพราหมณธรรมดา
3. นักพรต คือผู้ปฏิบัติดีจากวรรณะของชฎิล จะต้องเคร่งมากกว่า จะต้องเป็นผู้ทรงศีล สัจจะอันประเสริฐ มิได้บกพร่องแต่ประการใด ตั้งใจบำเพ็ญพรต ตบะเดชะให้บังเกิดอำนาจจิตสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะบำเพ็ญอยู่ในถ้ำคูหาป่าเขา มิให้ใครเห็นเลย นั่งสมาธิเป็นวันเป็นเดือนเป็นปี คือว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์มากเลยทีเดียว เพราะประกอบด้วยวรรณะเป็นพราหมณ์แล้วได้ศึกษาตำรามาแล้วบำเพ็ญเพียรอีก จึงประกอบกันทำให้มีฤทธิ์มากเลยทีเดียว
4. นักสิทธิ คือ พราหมณ์ผู้ปฏิบัติคนด้วยศีลอาจารวัตรมิได้ขาดตกบกพร่องจนสามารถมีฤทธิ์เหาะเหิรเดินอากาศ หายตัว ลุยน้ำ ดำดินได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ กึ่งเทวดา จะชอบเพียงช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นนิจ หรือใครมาขอความช่วยเหลือ ก็จะต้องไปช่วยอยู่เสมอ ที่อยู่ของพวกเขาอยู่ระหว่างดินกับฟ้า ก็คือช่องอากาศในพวกกลุ่มนั้นก็จะมีหลายแสนหลายล้านองค์ด้วยกัน
5. มุนี คือ ผู้เป็นพราหมณ์บำเพ็ญเพียรผ่านมาทั้ง ๔ขั้นตอนแล้วยังทำบำเพ็ญพิธีกรรมต่างๆถวายแก่พระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาประทานพรจนกลายเป็นถึงบรมครูเป็นผู้มีปัญญาญานและความรู้ความสามารถในระดับชั้นสูงสุด บางครั้งได้ซึ่งเป็นถึงครูของโลกด้วยซ้ำ อินเดีย เรียก คุรุ พอจะเข้าใจบ้างนะครับว่า การเป็นฤๅษี จากคนธรรมดา กว่าจะมาเป็นฤๅษีนั้นมิใช่ง่ายเลย ถ้าเป็นคนธรรมดาขึ้นมาเป็นฤๅษี เมื่อถึงขั้นได้พรจากพระผู้เป็นเจ้า ก็จะเป็นพระฤๅษีที่มีพลังอำนาจ คือ พระฤๅษีตาไฟ พระฤๅษีมะลัยโกฏิ ฤๅษีมีวรรณะพราหมณ์ ถ้าได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้าได้ชื่อ เช่น พระฤๅษีพรหมมุนี พระฤๅษีวาลมิกิมุนี จะเป็นว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร ที่กล่าวมานั้นคือเป็นฤๅษีฝ่ายขาวนะครับ
ยังมีฤๅษีฝ่ายดำเช่นเดียวกัน ก็จะต้องเอาไว้มีโอกาสก็จะกล่าวไว้ในครั้งหลังแล้วกัน ที่ได้เขียนบทความเบื้องต้นนั้น เป็นวิถีทางที่เกิดขึ้นก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้น พอมาถึงคราวที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงได้รับการบวชจากมหาฤๅษีชื่อ อาฬาดาบส และ อุทสกดาบส เป็นอุปัชฌาย์ผนวชให้จนได้ชื่อว่า พระฤๅษีสมณโคดมบรมครู ที่ใช้คำว่าสมณะ นั้นพระองค์ท่านเป็นวรรณะกษัตริย์มาบวช ต่อมา พระองค์ท่านก็ได้หาทางพ้นทุกข์ โดยไม่มีใครได้บวชให้พระองค์อีกเลย พึงโต้เลยว่า ถ้าพระพุทธศาสนาอยู่ที่ใด ความเป็นฤๅษีนั้นคงจะห่างไปจากกันเลยเสียมิได้ เพราะพระพุทธองค์ได้ดำรงสมณะการบวชด้วยฤๅษีมาแล้ว ครูของพระองค์ก็ยังเป็นฤๅษีซึ่ง เราท่านทั้งหลายคงจะหนีความจริงไปไม่พ้น ฤๅษีจะต้องอยู่คู่พระพุทธศาสนาของพระสมณโคดมบรมครูจนถึงกัลป์อันสิ้นสุดจนไปถึงยุคของพระศรีอาริยเมตตรัยนั้นเอง
ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นก็ทำให้ฤๅษี มุนี หลายองค์ได้เข้าไปบวชอยู่กับพระพุทธเจ้า และบำเพ็ญตนจนได้บรรลุอรหันต์ไปหลายองค์ เมื่อแต่ละองค์นั้นได้สำเร็จมรรคผลนั้น ต่างก็ไปคนละทิศคนละทาง บำเพ็ญตนต่อ ตามที่ พระพุทธองค์ท่านทรงประกาศไว้ พระอรหันต์บางองค์ก็เป็นปัจเจกอรหันต์ บางองค์ไว้หนวดไว้เครา บางองค์ก็ไว้ผมยาว ก็เลยทำให้บุคคลที่พบเห็นทั่วไปนั้น ก็เลยเรียกท่านว่า ฤๅษีเหมือนกัน อย่างเช่น พระอรหันต์จี้กง พระอรหันต์ตักม้อ ทางอินเดียก็เรียกท่านว่า พระฤๅษีตักม้อ ยุคหลังมาจึงได้บังเกิด ฤๅษีอีกกลุ่มหนึ่ง คือ หลวงปู่พระฤๅษี ขึ้นมาก็คือได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธศาสนาแล้วบำเพ็ญตนจนเห็นทางของตนเป็นปัจเจกอริยสงฆ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวในลาภยศสรรเสริญ มุ่งแสวงหาโมกขธรรมเพียงอย่างเดียวทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ คือธรรมะ จึงปล่อยให้ผม ให้หนวดยาวตามธรรมชาติ ย่อมไม่ได้อยู่ในหมู่กลุ่มของพระสมมติสงฆ์ทั่วไป ไม่ยึดติดในรูปแบบต่างๆ แล้วแสวงหาความหลุดพ้นจากกิเลสไปสู่พระนิพพานได้เฉกเช่นเดียวกัน เพราะศาสดา ก็คือพระพุทธเจ้านั่นเอง แต่ฤๅษีดาบสที่กล่าวมาเบื้องต้นนั้น นับถือพระผู้เป็นเจ้า อาจจะเป็นองค์ใดก็ได้ เช่น พระศิวะ(พระอิศวร) พระนารายณ์ พระพรหม ก็ได้ แต่หลวงปู่พระฤๅษีนั้นมีศาสดาคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียว อาจจะใช้การบูชาพื้นฐานของฤๅษีมาปฏิบัติก็ได้ แต่พอสู่ชั้นสูงก็เอาหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้จึงไปสู่การหลุดพ้น ขอแบ่งชนิดฤๅษีที่อยู่ในระดับชั้นต่างๆ ให้ผู้อ่านได้เข้าใจพอสังเขป
ชั้นที่ ๑ เรียกว่า ราชรรษี หมายความว่า เจ้าฤๅษีมีชั้นและฐานะความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติปกติ
ชั้นที่ ๒ เรียกว่า เทวรรษี หมายความว่า เจ้าฤๅษีที่บำเพ็ญตนสามารถ เหาะเหิรเดินอากาศ มุดน้ำดำดิน หายตัวได้ ที่เรียกว่า เทวฤทธิ์
ชั้นที่ ๓ เรียกว่า พรหมรรษี หมายความว่า การปฏิบัติ จนมีฌานแก่กล้า เป็นถึงชั้นบรมครูแล้วเป็นที่เคารพของเทวฤๅษีทั้งหลาย เรียกง่ายๆว่า พรหมฤๅษี
ชั้นที่ ๔ เรียกว่า มหรรษี หมายความว่า ฤๅษีเหล่าที่เกิดจากฤทธิ์อำนาจของพระผู้เป็นเจ้าบันดาลขึ้นมาจากกายของพระองค์แต่ละองค์ อย่างเช่น สัตตะฤๅษี
ฤๅษีทั้ง ๗ องค์ที่ออกมาจากการบันดาลของพระศิวะเจ้าคือ
1. มรีจิ 2. อัตริ 3. อังคีรส 4.ปุจหะ
5. กระตุ 6. ปุจลัสตะยะ 7. วิสิษฐิ
ฤๅษี ๗ องค์ที่ เป็นของพราหม์ เป็นการบันดาลของพระพรหม คือ 1. โคดม 2. ภริทวาร 3. วิศวามิตร 4. ชมทิศนี (ชมมิทอัคคี) 5. วิสิกรุ 6. กศยป (กัด-สะ-หยบ) 7.อัตริ นี้เป็นฤๅษีมีฤทธิ์เดชมาก อำนาจสูงส่ง แต่จะเอามาเทียบกับ หลวงปู่พระฤๅษีไม่ได้ เพราะฤๅษีที่กล่าวมาเบื้องต้นเป็นฤๅษีมีอยู่ในโลกิยฌาน ไม่หลุดพ้น จึงไม่ต้องเปรียบเทียบกัน ทางคณะผู้จัดทำได้อธิบายอย่างสังเขปให้เข้าใจแล้วเรื่องประวัติต่างๆของฤๅษีแต่ละฤๅษีนั้นไว้โอกาสหน้านะครับ และที่จะกล่าวถึงอีกว่า ผู้ใดเกิดวันใด ควรบูชาฤๅษีองค์ไหน ซึ่งปัจจุบันมีผู้สงสัยจำนวนมาก ครั้งนี้คณะผู้จัดทำได้ขอความอนุเคราะห์จาก หลวงปู่พระฤๅษีแก้ว มาให้ทางท่านผู้อ่านได้มีความเข้าใจและบูชาได้ถูกจริต เพราะหลวงปู่พระฤๅษีแก้ว ท่านได้มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้และศึกษาคัมภีร์โบราณจากอินเดีย เนปาล ทิเบต จนได้เกิดความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะจึงได้ขอความเมตตาจากท่านให้ข้อมูลเรื่องของฤๅษีและผู้ที่เกิดวันอะไรควรใช้ฤๅษีอะไรกันดี

เล่าต่อนะครับผม
บุพกำเนิด
อาจารย์ฤาษีพุทธเวส ท่านเป็นคนนครสวรรค์โดยกำเนิด เกิดที่บ้านดงมัน อ.ตาคลี เมื่อแรกเกิดบิดามารดาตั้งนามอันเป็นมงคลให้ว่า ธนภัทร แปลว่าสมบัติอันเป็นที่รัก ด้วยเหตุนี้เองกระมัง อาจารย์จึงได้ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีราวกับสมบัติของครอบครัว
เมื่อตอนยังเล็กมารดาของอาจารย์เล่าว่าท่านอาจารย์มีนิสัยไม่เหมือนเด็กคนอื่นที่ชอบเล่นสนุกสนานไปตามวัย แต่กลับสนใจในเรื่องราวของธรรมมะ ชอบไปวัด ชอบไปอยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ตามหมู่บ้าน วันๆเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องพระไม่สนใจเที่ยวเล่นเหมือนเด็กอื่นๆทั่วไป เวลาว่างก็นำดินจากบ่อน้ำข้างบ้านมาปั้นมาแต่งเป็นพระพุทธรูปหรือพระพิมพ์แจกเพื่อนฝูง ในยามป่วยไข้ ท่านก็ร่ำร้องให้บิดามารดาพาไปวัด พอไปถึงก็หายจากอาการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ท่านอาจารย์จึงได้รับความเมตตาจากผู้สูงอายุผู้ทรงวิทยาคุณหลายท่านตั้งแต่เยาว์วัย

ปฐมเหตุแห่งไสยเวทย์
ด้วยความที่ชอบคลุกคลีอยู่กับผู้สูงอายุโดยเฉพาะคุณปู่และคุณตา ในยามว่างท่านอาจารย์จึงมักจะไปอยู่ด้วยเสมอ โดยคุณปู่และคุณตาของท่านเป็นผู้ทรงคุณความรู้ในระดับปราชญ์ชุมชน ไม่ว่าจะในศาสตร์ด้านหมอยาสมุนไพร หรือในการใช้อาคมช่วยเหลือชาวบ้าน จึงทำให้ท่านทั้งสองเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ท่านอาจารย์จึงได้มีโอกาสช่วยเหลือปู่และตาของท่านบำบัดทุกข์ให้กับผู้คน จนท่านทั้งสองไว้วางใจและเริ่มถ่ายทอดวิชาต่างๆให้ ท่านอาจารย์จึงได้ศึกษาวิชาอาคมตั้งแต่อายุเพียง ๘-๙ ขวบ
ท่านอาจารย์พากเพียรเรียนวิชากับคุณปู่และคุณตา จนเจนจบครบหลักสูตรเป็นเวลาหลายปีไม่มีอะไรที่จะสอนให้อีกต่อไป คุณปู่ของท่านอาจารย์จึงนำไปฝากฝังไว้กับเพื่อนสนิทของตัวเองที่เรียนวิชามาด้วยกัน ชื่อคุณตาเป้า โดยคุณตาเป้าท่านนี้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ ท่านอาจารย์ตั้งใจเรียนวิชากับคุณตาเป้าอยู่ปีกว่าๆ ก็สามารถเรียนรู้จนชาญเชี่ยวในสรรพวิชาจนสิ้น ซึ่งในขณะนั้นท่านอาจารย์มีอายุเพียง ๑๒ ปี ท่านได้มองเห็นว่าสรรพวิชาในเขตจังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี ชัยนาท ยังไม่เพียงพอกับความใคร่ใฝ่เรียนรู้ทางไสยเวทย์ของท่าน ท่านอาจารย์จึงเริ่มเสาะแสวงหาผู้มีวิชาอาคมที่จะมาเติมเต็มของต้องการที่จะเรียนรู้ในสรรพวิชาแขนงนี้ต่อไป

พระภิกษุจีวรดำ
ในวันหยุดท่านอาจารย์มักจะไปนอนที่บ้านคุณปู่เพื่อช่วยคุณปู่สำหรับการช่วยเหลือผู้คน บ้านคุณปู่ของท่านอาจารย์นั้นอยู่ติดกับทุ่งนา ในยามว่างอาจารย์มักจะนำสรรพวิชาต่างๆทีได้ร่ำเรียนมานั่งทบทวนที่กระท่อมปลายนา ในวันหนึ่ง ขณะที่อาจารย์กำลังนั่งครุ่นคิดว่าเมื่อใดหนอ จะได้พบกับครูบาอาจารย์ที่จะสอนให้เราเป็นยอดคนได้ ตอนที่กำลังนั่งคิดอยู่เพลินๆนั้น สายตาของท่านอาจารย์ก็เหลือบไปเห็น พระภิกษุรูปหนึ่ง นั่งอยู่โคนไม้ปลายนาอีกฟากหนึ่ง ซึ่งตอนที่ท่านอาจารย์เดินมา ไม่ได้สังเกตเห็น ตอนนั้นท่านอาจารย์ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าท่านคงนั่งอยู่นานแล้วเพียงแต่ไม่ทันได้สังเกต ด้วยอุปนิสัยที่ชอบพูดคุยกับพระสงฆ์ท่านอาจารย์จึงเดินลัดเลาะตามคันนา เพื่อไปกราบภิกษุรูปนั้น
เมื่อเดินไปถึงท่านอาจารย์ก็ก้มลงกราบพระรูปนั้น เมื่อกราบเสร็จท่านอาจารย์ก็มีโอกาสได้พิจารณาวรรณลักษณะของภิกษุรูปนั้นอย่างชัดเจน ท่านเป็นภิกษุรูปร่างผอมสูง แต่มีโครงสร้างร่างกายใหญ่กว่าคนทั่วไปมาก จีวรที่ท่านนุ่งห่มก็มีสีดำคล้ำต่างจากจีวรภิกษุทั่วไป ที่แปลกที่สุดคือเกศาสีขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ทั้งที่ดูจากรูปร่างและใบหน้าแล้ว พระสงฆ์รูปนี้มิน่าจะมีอายุเกิน ๔๐ ปีแต่อย่างใด

อดีตชาติของเด็กชาย
ขณะที่ท่านอาจารย์กำลังจะเอ่ยถามถึงที่มาที่ไปของภิกษุรูปนั้นให้คลายความสงสัย พระภิกษุรูปดังกล่าวก็ได้กล่าวขึ้นมาโดยพลันเฉกว่าท่านมีเจโตปริยญาณว่า “ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าอาตมาเป็นใคร มาจากไหน มันไม่มีประโยชน์ เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง ที่อาตมามานี่จะเอาของมาคืนให้ ฝากไว้หลายภพหลายชาติแล้ว” พูดจบ ภิกษุรูปดังกล่าวก็หยิบเอาตำราเล่มหนึ่งออกมาจากย่าม ยื่นมาให้ท่านอาจารย์ พร้อมกับพูดว่า “อย่าเพิ่งเปิดดู เรามีอะไรจะเล่าให้ฟัง”
“ตำราเล่มนี้เจ้าเป็นเขียนขึ้นเองในชาติภพที่เป็นพระฤๅษี ในขณะนั้นเจ้ามีอายุมากแล้วได้มีโอกาสได้ฟังเรื่องราวของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง เจ้านั้นมีความเลื่อมใสเป็นอันมาก เจ้าซึ่งมีความสามารถในการล่วงรู้อนาคตก็ทราบไว้ว่าต่อไปศาสนาของพระสมณโคดมจะเป็นที่รุ่งเรือง ณ ดินแดนที่เจ้าอาศัยในขณะนั้น เจ้าจึงน้อมถวายชีวิตแด่พระรัตนตรัย และตั้งใจว่าสักวันหนึ่งเจ้าต้องบำเพ็ญให้ถึงพระสัมโพธิญาณบ้างให้ได้ เจ้าจึงเขียนสรรพวิชาของเจ้าทั้งหมดใส่ในตำราเล่มนี้ แล้วผนึกไว้ในถ้ำที่เจ้าเคยพำนักพร้อมตั้งใจว่าในอนาคตจะใช้มันสร้างประโยชน์ให้กับพระศาสนา แล้วเจ้าก็เวียนว่ายผ่านภพชาติมาเป็นอันมาก ในทุกชาติที่เจ้าได้เป็นมนุษย์ ตำราเล่มนี้จะตกมาอยู่ในมือของเจ้าเสมอ ชาติภพใดที่เจ้าอุบัติมาบนโลกแต่มิได้เป็นมนุษย์ ตำราเล่มนี้ก็จะถูกเก็บไว้ในสถานที่ที่เจ้าผนึกมันเอาไว้ และนี่ก็เป็นอีกภพชาติหนึ่งที่เจ้าได้อุบัติเป็นมนุษย์เพื่อบำเพ็ญบารมีตามที่ตั้งใจไว้ เราจึงนำตำรานี้มาคืนให้กับเจ้าผู้เป็นเจ้าของอีกครั้ง”
แล้วท่านก็พูดต่อว่า “ไม่ว่าชาติภพไหนเจ้าก็ไม่พ้นการเป็นฤๅษี” ท่านอาจารย์ก็แย้งว่า “สมัยนี้ยังมีฤๅษีอยู่อีกหรือครับ” ภิกษุรูปนั้นตอบว่า “เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง และเมื่อใดที่เจ้าได้อยู่ในสมณเพศ เราจะได้พบกันอีก เอาล่ะที่นี้ดูตำราได้แล้ว” ทันทีที่ท่านอาจารย์ก้มลงเปิดตำรา พลันเกิดแสงสว่างวูบหนึ่ง แล้วท่านก็หมดสติไป

นิมิตประหลาด
ท่านอาจารย์ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่าเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ไม่มีตำราอะไรอยู่ทั้งสิ้น และท่านก็นั่งอยู่ในกระท่อมที่เดิมเหมือนเช่นเริ่มแรก ท่านจึงคิดว่าที่ผ่านมาคงเป็นเพียงแค่ความฝันท่านจึงกลับเข้าบ้านใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในคืนนั้นเอง ท่านอาจารย์ก็ได้มีความฝันถึงดินแดนหนึ่งที่อาจารย์รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเองก็มีชายชราผู้หนึ่งแต่งกายด้วยผ้าสีดำแบบฤๅษี มุ่นมวยผมสีขาวขึ้นสูง คล้องประคำทำจากเมล็ดพืชที่ท่านอาจารย์ไม่เคยพบมาก่อน กำลังเดินเข้ามาหาท่านอาจารย์ ในความรู้สึกขณะนั้นท่านอาจารย์คิดว่าฤๅษีท่านนี้เรารู้จัก ท่านอาจารย์จึงยกมือไหว้แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านเป็นใคร” ฤๅษีตอบว่า “เราคือท่านในอดีตชาติ” บัดนี้ตำราได้กลับคืนสู่เจ้าของแล้ว เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในตำราของท่านเท่านั้น และเรามีหน้าที่ที่จะบอกวิชาต่างๆให้ท่านทราบ ส่วนเรื่องทำความเข้าใจนั้น ท่านจะเรียนรู้ได้เอง เพราะท่านเองคือผู้เขียนมันขึ้นมา” หลังจากนั้นในทุกๆคืนท่านอาจารย์ก็จะฝันเห็นฤๅษีท่านนี้มาบอกวิชาต่างๆอยู่เสมอๆจนท่านอาจารย์อายุได้ ๑๕ ปี

หมดตำรา
คืนนั้นท่านอาจารย์ฝันไปว่าฤๅษีรูปนั้นได้มาหาท่านแล้วบอกว่า “ตำราในส่วนของท่านเราก็ได้บอกให้ทราบจนหมดสิ้น ท่านจงใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด ต่อจากนี้ไปจะมีครูบาอาจารย์มากมายที่ท่านจะได้พบ ตามที่ภิกษุจีวรดำรูปนั้นได้จัดเตรียมไว้ให้ ขอให้ท่านจงประสบความสำเร็จตามที่ท่านและเราเคยตั้งใจไว้ในกาลก่อนเถิด” หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็ไม่เคยได้ฝันเห็นฤๅษีท่านนั้นอีกเลย หากแต่ว่าสรรพวิชาที่ฤๅษีท่านนั้นได้เพียรบอกกว่า ๓ ปี กลับติดแน่นอยู่ในความทรงจำของท่านอาจารย์เพียงแต่นึกถึงก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ท่านอาจารย์พอใจได้เนื่องจากท่านคิดว่าท่านยังไม่สามารถใช้วิชาในนิมิตได้อย่างเต็มที่เหมือนกับว่ายังมีบางอย่างที่ไม่สามารถไขให้กระจ่างได้ ท่านจึงเฝ้าคิดถึงพระภิกษุจีวรดำรูปนั้นอยู่เสมอ ว่าบางทีท่านอาจจะไขข้อสงสัยของท่านอาจารย์ได้ แล้วท่านอาจารย์ก็คิดได้ว่าแม้แต่ชื่อท่านเราก็ไม่รู้จัก พระท่านจะมีตัวตนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านอาจารย์จึงเรียกพระรูปนั้นว่า “หลวงพ่อจีวรดำ” พร้อมกับเก็บความรู้สึกสงสัยนั้นไว้ในใจมาตลอดเวลา

เรียนพระเวทเขมร
ในช่วงมัธยมปลายท่านอาจารย์ได้มีโอกาสไปอบรมผู้กำกับลูกเสือที่จังหวัดจันทบุรีหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งหลังจากมีเวลาว่างท่านอาจารย์ก็จะตระเวนไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสรรพวิชาของสายตะวันออกอีกด้วย ในช่วงนั้นอาจารย์ได้มีโอกาสได้พบปะกับผู้คนมากมาย และหนึ่งในมีผู้หนึ่งนั้นเป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวกัมพูชา ชื่อคุณจำเริญ หลังจากที่พูดคุยด้วยภาษาอังกฤษกันจนสนิทสนมแล้ว คุณจำเริญพอทราบว่าท่านอาจารย์สนใจในเรื่องไสยศาสตร์อาคมก็บอกที่จะแนะนำอาจารย์ที่กัมพูชาให้รู้จัก อาจารย์ท่านนี้ชื่ออาจารย์วิมาเนียหรือวิมาน เป็นที่เคารพของเชื้อพระวงศ์ในเขมรมาก หากต้องการจะไปเรียนจะจัดการให้ โดยจะหาคนที่รู้ภาษาอังกฤษไปอยู่เป็นเพื่อนคอยเป็นล่ามแปลให้ด้วย ท่านอาจารย์คิดว่าโอกาสอย่างนี้หาได้ยาก ท่านจึงตอบตกลงและนัดแนะวันเวลาที่จะเข้าไปเรียน จากนั้นท่านอาจารย์ได้กลับมาเตรียมตัวที่นครสวรรค์และบอกกับมารดาเพื่อไม่ให้เป็นห่วงว่าท่านจะไปอบรมที่จันทบุรีประมาณครึ่งเดือนอาจติดต่อไม่ได้เนื่องจากไม่มีคลื่นโทรศัพท์แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะไปหลายครั้งแล้วเพียงแต่ครั้งนี้จะนานกว่าทุกครั้ง หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ด้วยการจัดการของคุณจำเริญท่านอาจารย์ก็ได้ไปเรียนวิชาที่เขมรสมใจ วิชาส่วนใหญ่ที่เรียนจะเป็นวิชาเกี่ยวกับด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมและวิชาด้านจิตวิญญาณที่สามารถนำวิญญาณมาใช้ได้ดั่งใจ ซึ่งในเวลาที่จำกัด อาจารย์ชาวกัมพูชาได้เมตตาสั่งสอนท่านอาจารย์อย่างเต็มที่และบอกเคล็ดวิชาต่างๆให้จนหมด ในวันที่ท่านอาจารย์ไปลาเพื่อกลับบ้านเกิดเมืองนอน อาจารย์วิมานได้แนะนำว่า หากต้องการเรียนวิชาต่อให้ไปหาศิษย์น้องของท่านที่อยู่เมืองไทย ที่จังหวัดสุรินทร์ โดยท่านจะเขียนจดหมายแนะนำไปให้ด้วย หลังจากกลับมาเมืองไทยท่านอาจารย์ก็ได้ไปตามที่อาจารย์วิมานได้แนะนำ


กาฝากสำนัก
ในที่สุดท่านอาจารย์ก็ได้พบกับศิษย์น้องของอาจารย์วิมาน ชื่อว่าอาจารย์บุญมา ซึ่งหลังจากที่ท่านอาจารย์ได้เข้าพิธีครอบครูเป็นศิษย์ของท่านแล้ว อาจารย์บุญมาได้ให้ท่านอาจารย์เรียกท่านว่า “ณุเฒ่า” ซึ่งแปลว่าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ ในช่วงนั้นอาจารย์บุญมามีลูกศิษย์ที่ติดตามเรียนวิชาอยู่ประมาณ ๖-๗ คน เป็นศิษย์ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นสุดท้ายของท่านแล้ว เพราะหลังจากท่านรับท่านอาจารย์พุทธเวทย์เป็นลูกศิษย์ท่านก็ไม่ได้รับใครเป็นลูกศิษย์อีกเลยจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ในช่วงที่ท่านอาจารย์เข้าสำนักใหม่ๆนั้นท่านอาจารย์ได้รับความเอ็นดูจากอาจารย์บุญมาเป็นอย่างมาก จนทำให้ศิษย์หลายคนในสำนักเกิดความอิจฉา ศิษย์บางคนถึงกับเรียกท่านอาจารย์ว่าเป็น “กาฝาก” เนื่องจากเป็นเด็กเส้นที่อาจารย์วิมานฝากฝังมา แต่ท่านอาจารย์ก็หาได้เก็บเอามาเป็นเรื่องที่ทำให้ขุ่นข้องหมองใจไม่ กลับตั้งใจร่ำเรียนเพียรปฏิบัติ จนศิษย์ร่วมสำนักทุกคนล้วนยอมรับในความสามารถด้านวิชาอาคมและพลังจิตที่เป็นหนึ่งของท่านอาจารย์ หลังจากนั้นอาจารย์บุญมาก็ได้เดินทางท่องเที่ยวไปในหลายจังหวัดโดยอาศัยพักอยู่กับลูกศิษย์รุ่นก่อนๆ ทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาส โดยท่านอาจารย์พุทธเวทย์เมื่อว่างเว้นจากการเรียนวิชาทางโลก ก็ได้ติดตามไปปรนนิบัติและฝึกฝนวิชาจากท่านอาจารย์บุญมาเสมอๆ ด้วยเหตุที่ท่านอาจารย์บุญมาเป็นนักเดินทางท่านจึงมีวิชาความรู้มากมายของหลายสำนักทั่วแผ่นดินไทย วิชาไหนที่ท่านอาจารย์เคยติดขัดอาจารย์บุญมาท่านก็ได้ไขข้อข้องใจให้จนหมดสิ้น จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตท่านอาจารย์บุญมา ท่านได้มาอาศัยอยู่กับลูกศิษย์ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้ประกาศต่อหน้าหมู่ลูกศิษย์ที่มาดูใจว่า ให้ท่านอาจารย์พุทธเวทย์เป็นตัวแทนท่านในการสืบทอดวิชาต่อไป


ขึ้นเชียงใหม่ เรียนวิชาโลก ได้วิชาเวทย์
แม้ท่านอาจารย์จะฝักใฝ่ในวิชาไสยเวทย์ ท่านก็มิได้ละทิ้งวิชาทางโลก ในปี ๒๕๔๘ ท่านอาจารย์ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในคณะที่ท่านอาจารย์จะสามารถเรียนภาษาโบราณเช่นภาษาขอม ภาษาล้านนา ภาษาพม่า ฯ จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงตามที่ท่านตั้งใจได้ และก็ยังเป็นโอกาสดีที่ทำให้ท่านอาจารย์สามารถไปปรนนิบัติอาจารย์บุญมาซึ่งมารักษาตัวอยู่ที่แม่ฮ่องสอนได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งท่านอาจารย์ก็ยังได้มีโอกาสศึกษาสรรพวิทยาคมในสายล้านนา พม่า เงี้ยว(ไทใหญ่) เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ในแดนล้านนาแห่งนี้อีกด้วย โดยครูบาอาจารย์ที่สำคัญท่านหนึ่งของท่านอาจารย์ก็คือพ่ออาจารย์สม จอมขมังเวทย์แห่งดินแดนล้านนาที่แม้แต่พระเกจิดังระดับประเทศยังให้การยอมรับ พ่ออาจารย์สมเป็นผู้สำเร็จวิชาข่ามคง ข้ามขึด และวิชาสายพรายอย่างเอกอุ พ่ออาจารย์สมได้ถ่ายทอดวิชาให้ท่านอาจารย์พุทธเวทย์จนหมดสิ้น และอีกท่านหนึ่งคืออาจารย์น้อยทอง ผู้สำเร็จวิชามหาเสน่ห์ ท่านอาจารย์ก็ไปกราบขอเรียนวิชามาจนเจนจบ นอกจากนี้ก็ยังมีพ่อครูอีกหลายๆท่านที่ท่านอาจารย์ไปกราบขอเรียนวิชา ด้วยอายุเพียง ๑๙ ปีเศษ ท่านอาจารย์ก็ได้รับขนานนามว่าเป็น “พ่อครู” (ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆของล้านนาโดยเฉพาะ จะได้รับขนานนามว่าพ่อครู เช่นพ่อครูคำ กาไวย ผู้เชี่ยวชาญการฟ้อนเจิง พ่อครูมานพ ยาระนะ ผู้เชี่ยวชาญการตีกลองสะบัดชัย เป็นต้น) ท่านหนึ่งเลยทีเดียว โดยเกจิอาจารย์บางท่านจะเรียกท่านอาจารย์ว่า “พ่อครูน้อย” เนื่องด้วยความรู้ที่เกินวัยเมื่อเทียบกับอายุยังน้อยของท่านนั่นเอง

เข้าเป็นศิษย์สายถ้ำวัวแดง
เมื่อท่านอาจารย์ได้มาอยู่เชียงใหม่ ได้เห็นความฉ้อฉลบิดเบือนในวิชาไสยเวทย์เกิดขึ้นมากมาย ในขณะนั้นสื่อที่จะสามารถกระจายแนวคิดของตัวเองได้มากที่สุดคือเวปไซต์ ท่านอาจารย์จึงจับมือกับผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ก่อตั้งเวบไซต์ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่แนวคิดและความเชื่อรวมถึงเครื่องรางที่ถูกต้องและเป็นของจริงตามแนวทางโบราณขึ้น โดยให้ชื่อว่า“ตันตระสยาม” และในการณ์นั้นท่านอาจารย์ได้พบปะผู้คนมากมาย จนได้รู้จักกับคุณศุภกิจ กิตติสกุลวงศ์ ซึ่งเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ยกพลในขณะนั้นยังเป็นพระภิกษุ คุณศุภกิจได้พาท่านอาจารย์ไปพบกับท่านอาจารย์ยกพล โดยในครั้งแรกท่านอาจารย์พุทธเวทย์ไม่ได้มีศรัทธาในตัวท่านอาจารย์ยกพลเลย หากแต่พอได้สัมผัสกับตัวเองท่านจึงได้รู้ว่าท่านได้พบอาจารย์ดีอีกคนแล้ว ท่านอาจารย์จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ยกพลและกราบขอเรียนวิชากับท่านมามากมาย และท่านอาจารย์ยกพลยังได้ฝากท่านอาจารย์พุทธเวทย์ไปร่ำเรียนวิชาทางเสน่ห์เพิ่มเติมจากสหธรรมมิกของท่าน ที่ชื่อว่าอาจารย์เวทย์ แห่งป่าภูเขียวอีกด้วย


เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์พบหลวงพ่อจีวรดำ
เมื่ออายุครบวัยอุปสมบท ท่านอาจารย์ก็ได้เข้ารับการอุปสมบทเพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดาที่พระอุโบสถวัดจันเสน โดยมีพระครูนิยมสิริทัต วัดเขาวงษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “เขมเทโว” แปลว่า ผู้มีความเกษมดุจเทวดา ท่านอาจารย์ได้จำพรรษาที่วัดจันเสนเป็นเวลา ๗ วัน ก็ออกเดินทางไปจำพรรษาที่วัดหนองดงกับท่านอาจารย์ยกพล จนลาสิกขา ตลอดเวลาที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองดง ท่านอาจารย์ได้บำเพ็ญสมณะกิจ พอเหมาะแก่สมณะสารูปเมื่อว่างเว้นจากกิจของสงฆ์ก็ได้ฝึกปรือวิชาให้แก่กล้าขึ้น โดยมีท่านอาจารย์ยกพลค่อยให้การสั่งสอนชี้แนะ บ้างก็ไปฝึกวิชาตามป่าเขา ตามถ้ำที่เร้นลับ ของป่าชัยภูมิ เพื่อฝึกจิตให้กล้าแข็งตามลำดับ ในช่วงแห่งการฝึกฝนนี้เองในขณะที่ท่านอาจารย์ได้ปลีกตัวออกมาฝึกจิต ณ ถ้ำแห่งหนึ่งในเขตถ้ำวัวแดง ท่านอาจารย์ก็ได้พบกับพระภิกษุจีวรดำ หรือที่ท่านอาจารย์เรียกว่าหลวงพ่อจีวรดำ ทำให้ท่านจำเรื่องเมื่อเกือบ ๑๐ ปีก่อนได้อีกครั้ง คราวนี้ท่านมาในขณะที่ท่านอาจารย์ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ ท่านอาจารย์จึงรีบก้มลงกราบอย่างรวดเร็ว พอเงยหน้าขึ้นหลวงพ่อจีวรดำก็พูดขึ้นว่า“ได้เจอกันอีกครั้งแล้วนะ ตลอดเวลาเราคอยเฝ้าดูเจ้าอยู่เสมอ ต่อจากนี้ไป อยากเจอเราเมื่อไหร่ ให้ระลึกถึงเรา แล้วเราจะไปหาเอง” ท่านอาจารย์จึงหมดข้อสงสัยทั้งมวลยกเว้นอยู่เพียงเรื่องเดียวท่านอาจารย์จึงถามว่า “เกล้ากระผมขอทราบนามของพระคุณเจ้าได้หรือไม่ขอรับ” หลวงพ่อจีวรดำหัวเราะแล้วตอบว่า “เราชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน เพราะมันนานนานมากเลยจริงๆ นานจนเราเองก็ลืมเลือนมันไป แต่ถ้าเจ้าจะระลึกถึงเรา จงระลึกถึงชื่อที่คนในสมัยนี้เรียกเรา เค้าเรียกเราว่า โลกอุดร” หลังจากนั้นหลวงพ่อจีวรดำหรือหลวงปู่เทพโลกอุดรก็ได้สั่งสอนอาจารย์หลายเรื่อง และได้ลาจากไป หากแต่ถ้าท่านอาจารย์อยากพบท่าน ท่านก็จะมาโปรดอยู่เสมอ ก่อนที่ท่านจะจากไปนั้นท่านได้กล่าวไว้ว่า “เรากับเจ้ามีอดีตผูกกันมาหลายภพชาติ ในชาติภพนี้เมื่อเจ้าอายุได้ ๒๒ ปี เจ้าจะต้องประสบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ เจ้าจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปหรือไม่ก็อยู่กับเหตุการณ์ครั้งนี้ จงจำไว้ให้ดี” และเมื่อท่านอาจารย์อายุได้ ๒๒ ปีกว่า ท่านก็ได้พบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด ตามคำพยากรณ์ของหลวงปู่เทพโลกอุดรทุกประการ

สละเพศสมณะครองเพศฤๅษี
หลังจากได้ลาสิกขา ท่านอาจารย์ได้มีนิมิตพิสดารเกิดขึ้นหลายประการ ท่านได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปปรึกษาท่านอาจารย์ยกพล ท่านอาจารย์ยกพลได้แนะนำให้ท่านอาจารย์บวชเป็นฤๅษี เพราะตามดวงชะตาของอาจารย์ไม่สามารถอยู่ในเพศฆราวาสได้ ท่านอาจารย์จึงเข้ารับการบวชฤๅษีโดยมีท่านอาจารย์ยกพลเป็นอุปัชฌาย์ และมีคณะสงฆ์เป็นสักขีพยาน ได้รับฉายาตามพระภิกษุว่า “เขมเทโว” เช่นเดิม หลังจากท่านอาจารย์ได้บวชเป็นฤๅษีแล้วท่านก็ได้บำเพ็ญบารมีตามที่ได้ตั้งใจไว้ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่พระศาสนาจวบจนปัจจุบัน

(บทความข้างล่างนี้ต้องขอขอบคุณ ขุนเทวฤทธิ์ จากตันตระสยามครับ)
สำหรับครูบาอาจารย์ทั้งหมดที่ท่าน ได้ไปกราบขอวิชาความรู้ต่างนั้น ๆ มีดังนี้

1.ปู่ผิน พระเทพ คุณปู่แท้ ๆ ของท่านเอง

- เรียนวิชาด้านป้องกันภัย ปราบมนต์ดำ ขับคุณไสย วิชาสายคุณพระ และยาสมุนไพร คุณปู่ของท่านเป็นปราชญ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้รับพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อ ปี ๒๕๔๙ ครับ

2.เสือบุญส่ง นาคะ

- เรียนวิชาด้านคงกระพัน ชาตรี มหาอุตม์ แคล้วคลาด และท่านได้รับครอบครูให้ถ่ายทอดวิชาของสายนี้ได้ครับ

3.หลวงปู่อินทร์

- เรียนวิชาทำกุมารทอง รักยม พรายดำ พยนต์อาถรรพ์ ปลัดขิก สีผึ้งสามสีสุกิตติมา และพระเพ็ชรกลับครับ

4.หลวงปู่สาคร

- เรียนวิชาเสกน้ำมนต์มหานิยม

5.คุณพ่อบุญมา อินทรจักร

- เรียนวิชาพระลักษณ์หน้าทอง วิชานารายณ์ทั้งสิบ วิชาเสน่ห์สายเขมร สายอยุธยา และวิชาสายหลวงปู่ศุข ท่านได้รับครอบครูให้ถ่ายทอดวิชาของสายนี้ได้เช่นกัน

6.พ่ออาจารย์สม เชียงใหม่

- เรียนวิชาสายล้านนา เช่น เสน่ห์ ข่ามคง แก้ขึด รวมถึงวิชาสายพรายครับ

7.พระอาจารย์ยกพล โรจฺจนธมฺโม

- เรียนวิชาด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม โชคลาภ วิชาสายหลวงปู่เทพโลกอุดร สายสมเด็จลุน และสายอิสานครับ

8.อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ

- เรียนวิชาสายเทพ สายสัญญาบารมีและวิชาจักระ ครับ

9.อาจารย์เวทย์ ชัยภูมิ

- เรียนวิชาทำของขลังด้านเสน่ห์ต่าง ๆ สีผึ้งสาวสะอื้น น้ำตาแห้ง วิชาผูกหุ่น เป็นต้น

10.ครูบาอาจารย์ท่านอื่น ๆ ที่ไม่อาจกล่าวถึง ทั้งจากในตำราและในนิมิตร
รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	DSCF6273.jpg
Views:	2463
Size:	56.2 KB
ID:	674960   คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	Untitled-1.jpg
Views:	1537
Size:	144.4 KB
ID:	720744  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 31-10-2009 เมื่อ 02:00 AM เหตุผล: เพิ่มเติมประวัติ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 19-08-2009, 02:42 AM   #2
ตะติยะทาส
สมาชิก
 
ตะติยะทาส's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
สถานที่: พิงคนครา มหาวิชชาลัย
ข้อความ: 313
Groans: 2
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 579
ได้รับอนุโมทนา 1,423 ครั้ง ใน 251 โพส
พลังการให้คะแนน: 62
ตะติยะทาส has a spectacular aura aboutตะติยะทาส has a spectacular aura aboutตะติยะทาส has a spectacular aura about
หลวงปู่ตื้อท่านบอกว่า"ปัญหาในโลกนี้หลวงตาตอบได้หมดตอบได้หมดแม้แต่ยากๆไอ้ที่คนไม่เห็นนั้นแหละง่ายเพราะพูดไปก็ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น"
__________________
"ธรรมจริงของจริงฟังไม่ได้ก็ไม่ต้องฟัง" หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 07:30 AM   #3
jomjamp
สมาชิก
 
jomjamp's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
ข้อความ: 659
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 37
ได้รับอนุโมทนา 2,570 ครั้ง ใน 576 โพส
พลังการให้คะแนน: 130
jomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud of
ท่านอยู่ตรงไหนเหรอคราบ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 10:46 AM   #4
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

จริงอยู่


..จริงอยู่ ปาณาติบาต ก็ดี
อทินาทาน ก็ดี
กาเมสุมิจฉาจาร ก็ดี
สุราบาน ก็ดี
ย่อมมีแก่พระโพธิสัตว์บ้างในฐานะบางอย่าง
แต่มุสาวาทที่กล่าวให้คลาดเคลือนหักประโยชน์เสีย
ย่อมไม่มีแก่พระโพธิสัตว์เลย..

-อรรถกถาาหริตจชาดก ที่ ๕ -


คัดลอกมาจาก HomePage เวปตันตระสยาม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 19-08-2009 เมื่อ 10:59 AM เหตุผล: .
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 11:02 AM   #5
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ jomjamp อ่านข้อความ
ท่านอยู่ตรงไหนเหรอคราบ
เป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่าครับผม จะได้บอกทางได้ถูกครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 11:16 AM   #6
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

คำสอน และปาฏิหารย์บางส่วน


คัดลอกโดยได้รับความอนุญาตจากท่านอาจารย์พุทธเวทย์ จากเวปตันตระสยาม

ภาคนี้เป็นการรวมคำสอนของท่านอาจารย์
รวมถึงปาฏิหาริย์ในบางส่วน
ท่านอาจารย์ได้บอกว่าอย่าไปยึดติดกับมัน

“...เราไม่ได้เก่ง พระพุทธเจ้าเก่ง พระธรรมเก่ง พระสงฆ์เก่ง
เราเป็นแค่ขี้ตีนของท่าน ถ้าเคารพเรา
ก็ขอให้เคารพพระรัตนตรัยให้มากยิ่งกว่า
ใครพกของของเรา แต่ไม่เคารพพระรัตนตรัย
ก็เหมือนพกก้อนอิฐก้อนหิน
แต่ถึงแม้ไม่พกของของเรา
แต่เชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย
เรารับรองได้ว่า “ไม่ตายโหง” ...”




ฉิบหายแน่ๆ
มีครั้งหนึ่งลูกศิษย์โทรมาหาอาจารย์ เพราะได้ยินมาว่าสามารถใช้บาตรแตก สามารถทำให้ศัตรูมีอันเป็นไปได้ จึงโทรมาถามท่านอาจารย์
ลูกศิษย์ – อาจารย์คะ ถ้าหนูเอาบาตรแตกไปใส่บ้านมันมันจะเป็นยังไงคะ
อาจารย์ – ฉิบหาย
ลูกศิษย์ – มันจะฉิบหายเลยใช่มั้ยคะอาจารย์
อาจารย์ – มึงนี่แหล่ะ ฉิบหาย...
ลูกศิษย์ – (อึ้ง)
แล้วท่านอาจารย์ก็สอนว่า การที่เราคิดร้ายกับคนอื่น มันก็ทำให้เราทุกข์แล้ว ไหนจะต้องคอยคิดเคียดแค้น คอยหาทางทำลายเค้า ไหนจะกลัวว่า เค้าจะแก้แค้นเราคืนหรือเปล่า ไม่เป็นอันต้องทำอะไรกันพอดี อย่างนี้มันถึงเรียกว่าฉิบหาย



คนที่สมควรรำคาญ
มีบุคคลบางกลุ่ม บางคณะได้พยายาม ว่ากล่าวใส่ร้ายท่านอาจารย์ อยู่เสมอๆ ทั้งทางตรง ทางอ้อม เนื่องจากอุปนิสัยของอาจารย์เป็นคนจริงคนตรง ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก จึงมักจะไปขัดข้องขุ่นเคืองใจกับผู้แสวงหาผลประโยชน์หลายๆกลุ่มอยู่เสมอ ในเมื่อทำร้ายอาจารย์โดยตรงไม่ได้ ก็เลยอาศัยปล่อยข่าวใส่ร้ายป้ายสี โจมตี ให้ท่านอาจารย์เสื่อมเสียชื่อเสียงอยู่เป็นๆระยะ เมื่อมีลูกศิษย์นำไปบอกกับท่านอาจารย์ท่านก็นิ่งเฉยทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกศิษย์ถึงกับพิมพ์ข้อความที่มีคนเขียนใส่ร้ายท่านอาจารย์มาให้ท่านอาจารย์ดู
ลูกศิษย์ – อาจารย์คะ มีคนเขาเขียนใส่ร้ายอาจารย์ในอินเตอร์เน็ตค่ะ
อาจารย์ – แล้วมึงเชื่อเขาเรอะ (ถ้าลูกศิษย์คนไหนสนิทกันท่านอาจารย์จะพูดกู มึง)
ลูกศิษย์ – ถ้าหนูเชื่อ แล้วหนูจะเอามาฟ้องอาจารย์ทำไมคะ หนูไหว้อาจารย์มาตั้งนาน คิดหรอว่าหนูจะไม่รู้ว่าคนที่หนูไหว้เป็นยังไง หนูแค่กลัวว่าคนที่เขาไม่รู้ความจริงเขาจะเลิกศรัทธาอาจารย์
อาจารย์ – “จำไว้นะ ถ้าคนเขาจะเลิกศรัทธากู เพราะเรื่องแค่นี้ก็ปล่อยเขาไป แสดงว่าเขาผูกวาสนากับกูมาแค่นั้น ศรัทธาเขาเลยยังไม่มั่นคง เขาจะไปศรัทธาคนอื่นก็ช่างเขา กูเคยห้ามให้มึงไปไหว้อาจารย์คนอื่นมั้ย ไม่รู้จะหวงไว้ทำไม ถ้าเจอคนที่ดีกว่าเก่งกว่า ก็ไปได้เลย กูจะพาไปไหว้เองซะอีก แต่ถ้ากูคิดว่าคนนี้ทำตัวไม่เหมาะไม่ควร กูก็อาจจะปรามบ้างแต่ก็ไม่เคยห้าม กูไม่เคยไปว่ากล่าวติเตียนใคร ถ้ากูปรามแล้วยังไม่เชื่อกูก็ปล่อย มันจะได้พากันลงนรกคล่องๆ ถ้ามึงคิดว่าสิ่งที่มึงทำอยู่มันดี มันถูกต้องแล้ว ก็ให้ทำต่อไป ใครจะว่ายังไงก็ช่างมันเถอะ หูมันอยู่ใกล้ปากมันมากกว่าหูเรา มันยังไม่รำคาญ แล้วเรื่องอะไรเราจะเอาหูเราไปคั่นปากกับหูมันให้รำคาญใจ พระพุทธองค์ทรงล้ำเลิศ ประเสริฐกว่าเราไม่รู้กี่อสงไขยเท่า ยังโดนด่า โดนใส่ร้าย โดนนินทา นับประสาอะไรกับเราที่เป็นแค่เศษขี้ดินติดปลายเท้าของท่านเรื่องแค่นี้ธรรมดามาก ไม้ใกล้ทางคนถางคนถาก เกิดเป็นมนุษย์อยู่ใกล้ปาก ถ้าไม่โดนคนถากคนถาง ก็เสียชาติเกิดล่ะวะ” (หัวเราะ)
รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	DSCF6360.jpg
Views:	3164
Size:	37.8 KB
ID:	675238  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 19-08-2009 เมื่อ 11:18 AM เหตุผล: .
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 12:54 PM   #7
่่่Jumbo A
สมาชิก PREMIUM
 
่่่Jumbo A's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 2,757
Groans: 2
Groaned at 9 Times in 9 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 6,596
ได้รับอนุโมทนา 11,821 ครั้ง ใน 2,268 โพส
พลังการให้คะแนน: 432
่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute
โอ้ว....น่าติดตามยิ่งนัก...............
__________________
...ตราบที่ยังมีลมหายใจทำเข้าไปบุญ ตายไม่ได้ทำ..
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 02:05 PM   #8
่่่Jumbo A
สมาชิก PREMIUM
 
่่่Jumbo A's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2008
ข้อความ: 2,757
Groans: 2
Groaned at 9 Times in 9 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 6,596
ได้รับอนุโมทนา 11,821 ครั้ง ใน 2,268 โพส
พลังการให้คะแนน: 432
่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute่่่Jumbo A has a reputation beyond repute
ไม่ทราบว่าท่านอายุพรรษาเท่าไหร่ครับดูจากหน้ายังรุ่นๆ.......

ผมเรียกถูกไหมครับอายุพรรษาถ้าผิดขออภัย..เห็นท่านใช้ไม้เท้าด้วย....หรือว่าท่าน

อายุมากแล้วร่างจริงแต่สังขารหนุ่มเลยต้องใช้ไม้สักกะเท้าค้ำยัน................

เพราะผมเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ว่าบางท่านอายุน้อยแต่บารมีมาก...ร่างเก่าครูมาสิงสู่ทำให้

เหมือนคนแก่...ร่างในกายสังขารเกือยร้อยปีแต่สังขารภายนอกดูหนุ่ม...บางท่านเคยเห็นเคี้ยว

หมากปากแดงเพราะผมก็ไม่เคยเห็นคนรุ่นๆเคี้ยวหมากเห็นแต่รุ่นป้ารุ่นยาย...รุ่นตา

เขาว่าหมากมันกัดปากด้วยผมเลยงง......

ผมอาจขึ้นเชียงใหม่อีกไม่นานนี้ยังไงถ้ามีของดีๆๆๆๆๆๆๆๆผมอยากจะเจอท่านครับเกิดท่านจะ

เมตตาให้ของดีครับ.....

ท่าน 108 ช่วยแนะนำของดีของสำหนักหน่อยนะครับ.............

แล้วของฟรีด้วยครับผมอยากได้ครับ....................
__________________
...ตราบที่ยังมีลมหายใจทำเข้าไปบุญ ตายไม่ได้ทำ..
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 02:24 PM   #9
เทวทูต
สมาชิก
 
เทวทูต's Avatar
 
วันที่สมัคร: Oct 2006
สถานที่: พาราไดซ์
อายุ: 26
ข้อความ: 592
Groans: 1
Groaned at 320 Times in 114 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 5,386
ได้รับอนุโมทนา 7,407 ครั้ง ใน 1,117 โพส
พลังการให้คะแนน: 138
เทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to beholdเทวทูต is a splendid one to behold
ชอบมาก คำสอนนี้


"ลูกศิษย์ – อาจารย์คะ ถ้าหนูเอาบาตรแตกไปใส่บ้านมันมันจะเป็นยังไงคะ
อาจารย์ – ฉิบหาย
ลูกศิษย์ – มันจะฉิบหายเลยใช่มั้ยคะอาจารย์
อาจารย์ – มึงนี่แหล่ะ ฉิบหาย...
ลูกศิษย์ – (อึ้ง)
"

อาจารย์ท่านนี้สอนแบบกระแทกตรงๆ ใส่หน้าเลย
ตรงไปตรงมาเลย สาธุ เอาตรงๆแบบนี้สิ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 06:30 PM   #10
jomjamp
สมาชิก
 
jomjamp's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
ข้อความ: 659
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 37
ได้รับอนุโมทนา 2,570 ครั้ง ใน 576 โพส
พลังการให้คะแนน: 130
jomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud of
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ 108 อ่านข้อความ
เป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่าครับผม จะได้บอกทางได้ถูกครับ
ไม่ช่ายคนเชียงใหม่หรอกคราบ

แต่มาเรียนที่เชียงใหม่คราบ

ยังไงก็ขอแผนที่ด้วยนะคราบ

ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 10:12 PM   #11
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

ตอบปัญหาที่ทุกท่านสงสัยที่ถามมา


ตอบปัญหาที่ทุกท่านสงสัยที่ถามมาหลายท่าน ทั้งทาง PM และทาง Board ครับผม
ว่า ขุนแผนทั้ง 2 รายการ ต่างกันอย่างไร


ต้องขออ้างอิงคำพูดอาจารย์ฺครับ เพราะผมก้เป็นคนหนึ่งที่ชอบสงสัยเรื่องโน่นนี่เกี่ยวกับเรื่องราวทางวิญญาณ และไสยศาสตร์

วันหนึ่งผมก็ได้ถามอาจารย์ว่า ขุนแผนนี่ของอาจารย์มีหลายเนื้อเหลือเกิน มันต่างกันยังไง และทำไมถึงมีปัจจัยร่วมบุญที่ต่างกัน
อาจารย์ตอบว่า " ของขลังหรือวัตถุมงคลนั้นมันอยู้ที่ ชอบ และ เชื่อ
ชอบก็คือ ถูกตาต้องใจเห็นแล้วว่าสวยงามดี เหมาะสมดี น่าห้อย น่าบูชา ส่วน เชื่อ ก็คือ ต้องมีความศรัทธา มีความเชื่อมั่น เพราะมวลสารและมนต์คาถาที่ประจุลงไปย่อมจะส่งผลทางกำลังใจได้ดีกว่าผู้ไม่เชื่อถือ "
คำพูดบางตอนนี้อาจใช้ภาษาที่เป็นทางการ และไม่ได้พิมพ์ตามทุกตัวอักษร เพราะพิมพ์จากความทรงจำที่ผมเคยถาม ไม่ได้จดเอาไว้ครับ



ขุนแผนทั้งสองรุ่นนี้ ทำการปลุกเสกเดี่ยวโดยอาจารย์พุทธเวทย์ และปลุกเสกโดยคณาจารย์ผู้ขมังเวทย์อีกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านพระอาจารย์พรสิทธิ์ แห่งวัดสว่างอารมณ์ที่ได้มาร่วมปลุกเสกประจุพลัง ในงานวันไหว้ครูของอาศรมด้วยครับ








ปู่ฤาษีพุทธเวทย์ อธิษฐานฤทธิ์ ประจุอาคมขลังเข้าสู่วัตถุมงคลทุกชิ้น
รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	DSCF6501-2.jpg
Views:	3181
Size:	40.4 KB
ID:	675606   คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	DSCF6502-2.jpg
Views:	2038
Size:	37.3 KB
ID:	675607   คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	DSCF6510-2.jpg
Views:	2035
Size:	41.9 KB
ID:	675608  

__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 10:21 PM   #12
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of
อาจารย์พรสิทธิ์กล่าวขณะพิธีอธิษฐานจิตว่า ขุนแผนที่อาจารย์พุทธเวทย์สร้างทุกเนื้อโดยเฉพาะรุ่นปัดทองและรุ่นอื่นๆนี้ เอาไว้ว่า
[B]" ไปเอามวลสารจากไหนมาเสกมาสร้าง เสกขึ้นดีมากๆ เห็นเป็น ตัว ตัว วิ่งไปวิ่งมาในองค์ด้วย " [/B
]
ท่านบอกแค่นี้ครับ คำว่าเป็น ตัว ตัว หมายถึงอะไรก็ลองจินตนาการกันเอาแล้วกันนะครับ ตามวิจารณญาณและความเชื่อ





วีดีโอพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลอาศรมบารมีปู่เจ้า

โดย

พระอาจารย์พรสิทธิ์ ธมฺมธโร วัดสว่างอารมณ์ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

พระอาจารย์อดูลย์ วชิรโพธิ วัดสันนาเม็ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

สามเณรธีรเดช กันทาดง วัดอุโบสถ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

ปู่ฤาษีพุทธเวทย์ เขมเทโว อาศรมบารมีปู่เจ้า จ.เชียงใหม่
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 19-08-2009 เมื่อ 10:32 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-08-2009, 10:27 PM   #13
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

พิธีไหว้ครูปู่ฤาษีพุทธเวทย์ ปี 2552 ที่ผ่านมา


พิธีไหว้ครูปู่ฤาษีพุทธเวทย์ ปี 2552 ที่ผ่านมา

นอกจากมีการสักยันต์ การทำพิธีทางเสน่ห์หลายอย่าง และการไหว้ครูเพื่อรำลึกถึงคูณครูอาจารย์ของอาจารย์พุทธเวทย์แล้ว ตอนกลางคืนยังมีการปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นทำบุญสร้างอาศรม ซึ่งพระขุนแผนทั้งสองรุ่น และผ้ายันต์ปรัชญาปรมิตาสูตร และวัตถุมงคลอีกหลายรายการที่จะได้ทยอยนำมาให้ท่านชมบารมี


พิธีไหว้ครู อาศรมบารมีปู่เจ้า คืนก่อนวันงาน

มีลูกศิษย์ที่ค้างที่บ้านเห็นชายชราชุดขาวผมขาว ยืนพรมน้ำมนต์ที่วัตถุมงคล

เปิดไฟดูไม่มีใคร แต่กองวัตถุมงคลกับชุ่มไป่ด้วยน้ำพุทธมนต์



ในคลิปมีอาการแปลกๆของผู้ร่วมพิธี ซึ่งเข้าใจในหมู่คนทั้วไปว่าเป็นอาการของขึ้น



">




">
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 31-10-2009 เมื่อ 01:29 AM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 21-08-2009, 01:06 PM   #14
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of
ได้ข่าวว่าคลิป youtube งานไหว้ครูนี้ มีผู้นำมาลงก่อนผมตั้งเป็นเดือน
ตามลิ้งค์นี้ครับ
http://board.palungjit.com/f127/%E0%...A5-198512.html

ขออนุโมทนาครับ
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 02:29 PM   #15
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

แทงตัวเองทำไม


มีลูกศิษย์หลายคนชอบเล่าความทุกข์ให้อาจารย์ฤาษีพุทธเวย์ffice:smarttags" />ฟัง เจ็บอย่างนั้น ช้ำอย่างนี้ โดนแฟนทิ้งมาเจ็บเหมือนจะตาย โดนคนบ่นคนด่าคนว่าคนนินทา ก็เป็นเดือดเป็นร้อน อาจารย์มักจะบอกเสมอว่า fficeffice" />>>
“ไอ้ความทุกข์ความร้อนเนี่ย มันก็เหมือนมีคนเอาไม้แหลมๆมาแทงที่หัวใจเรา พอเค้าแทงเสร็จ เค้าก็วิ่งหนีไป มีแต่ตัวเรานี่แหล่ะ แทนที่จะถอนไม้นั้นออก กลับเอาไม้นั้นมาทิ่มมาแทงตัวเอง ให้เจ็บซ้ำไปซ้ำมาไม่หายสักที”>>
ท่านอาจารย์ต้องการสอนว่าการที่เรามัวพร่ำพรรณนาถึงความทุกข์ความร้อนต่างๆมันไม่มีประโยชน์ แต่ให้เราดูทุกข์ให้ออก แยกทุกข์ให้ได้ ดูว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร ทุกข์มันเกิดที่ไหนก็ดับที่นั่น ถ้ามันเกิดที่ใจก็ดับที่ใจ มัวมาคิดคร่ำครวญอยู่มันดับทุกข์ไม่ได้
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 02:32 PM   #16
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

ไม่มีใครผิด


เรื่องความรัก เมื่อต้องแยกทางกันไปมักจะบอกเสมอว่าอีกฝ่ายผิดอีก อีกฝ่ายนอกใจ อีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี ท่านอาจารย์ได้สอนว่าfficeffice" />>>
“มันไม่มีใครผิดหรอก ถ้าเราคิดว่าทุกอย่างมันเป็นตถตา (มันเป็นเช่นนั้นเอง) ทุกอย่างเป็นผลของกรรมที่ส่งผลเท่านั้น แล้วเราก็เป็นคนที่ทำให้ผลของกรรมนั้นเองดำเนินไปได้ ถ้าวันนั้นเราไม่เลือกที่จะคบกับเค้า วันนี้ก็คงไม่มีการเลิกรา ก่อนที่จะโทษฟ้า โทษดิน หรือโทษใครๆ ให้ลองมองดูตัวเองก่อน ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนเลือกเองทั้งนั้น”
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 02:33 PM   #17
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of

ไม่เสกพระพุทธรูป


ไม่เสกพระพุทธรูป

ในวันปกติมักมีลูกศิษย์นำวัตถุมงคลให้อาจารย์ประจุพลังเพิ่มอยู่เสมอๆ ถ้าเป็นเครื่องรางหรือวัตถุมงคลอื่นๆอาจารย์ก็จะอธิษฐานจิตประจุพลังทิพย์ให้ตามสมควร แต่หากเป็นรูปแทนองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหรืออริยสงฆ์ อาจารย์มักจะปฏิเสธหรือไม่ก็แต่เพียงอัญเชิญบารมีให้เท่านั้น เรื่องนี้เมื่อมีผู้สงสัย ท่านอาจารย์ได้เมตตาสอนว่า>>
“พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไอ้พวกหลับตื่นๆอย่างเรา จะเอาดีอะไรไปปลุกท่าน เสกท่าน พระพุทธเจ้าท่านมีตาดี คือดวงตาที่เห็นธรรม ไอ้พวกตามัวด้วยกิเลส ด้วยตัณหาอย่างเรา จะเอาดีอะไรไปเบิกเนตร เบิกตาท่าน แทนที่จะมัวไปเบิกตาท่าน เอาเวลามาเบิกตาเราให้ดีเท่าท่านไม่ดีกว่าหรือ”>>
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 08:28 PM   #18
jomjamp
สมาชิก
 
jomjamp's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
ข้อความ: 659
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 37
ได้รับอนุโมทนา 2,570 ครั้ง ใน 576 โพส
พลังการให้คะแนน: 130
jomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud ofjomjamp has much to be proud of
พี่คราบ

อาจารย์ฤาษีพุทธเวย์

อาศรมท่านอยู่ใกล้ถนนริมคลองหรือเปล่า

หรือว่าอยู่แถวทางไปกองบิน 51 เหรอคราบ

ช่วยตอบด้วยคราบ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 10:18 PM   #19
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of
ฮิมคันคลองคับผม
อ้ายจำ๋ำจื้อป้ายหน้าหมู่บ้านบ่าได้
ก็อย่างตี้ PM บอกครับผม
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-08-2009, 11:09 PM   #20
108
สมาชิก PREMIUM
 
108's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
สถานที่: เชียงใหม่
ข้อความ: 1,931
Groans: 0
Groaned at 5 Times in 5 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 99
ได้รับอนุโมทนา 2,615 ครั้ง ใน 1,077 โพส
พลังการให้คะแนน: 254
108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of108 has much to be proud of
จากการที่นำวัตถุมงคลของท่านอาจารย์ให้บูชาหลายรายการ
ผมเชื่อแน่ว่าหลายท่านศรัทธาพอสมควร และเพื่อเป็นการยืนยันว่า เงินร่วมบุญ ของท่านนั้น นอกจากทำบุญกับอาศรมแล้ว อาจารย์ฤาา๊พุทธเวทย์โดยคณะลูกศิษย์ยังได้นำเงินร่วมบุญของหลายคนหลายท่าน ที่เช่าบูชาวัตถุมงคลไปทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ และพระศาสนาครับ

นำเสนอเพื่อ
1"เป็นการการันตีความแท้ ความแรง ของวัตถุมงคลทุกชิ้นตามที่ได้บรรยายสรรพคุณ
2"เพื่อเป็นการระลึกในบุญ สำหรับท่านที่เคยบูชาวัตถุมงคลของอาจารย์ฤาษ๊ในปีก่อนๆมา ได้ร่วมอนุโมทนาบุญครับ




ข้อความโดยท่าน Zenie

ตันตระสยามเปิดตัวมา ๓ ปีเข้าปีที่ ๔ จากเวปเล็กๆ คุยกันแบบพี่น้อง รวมถึงเปิดศึกระเบิดคารม กันมาตลอด แต่ก็อยู่รอดกันมาได้ หาค่าเวปค่าบอร์ด จนเวปตันตระ เป็นที่รู้จัก มีสมาชิกมากมาย (ทั้งผู้ที่เปลี่ยนชื่อไปเปลี่ยนชื่อมา ) เพราะเวปนี้เป็นเวปเปิด จนบางครั้งก็เลยกฏเลยเกณฑ์กันไป เหล่าผู้ดูแลบอร์ด ต่างโดนด่ากันต่างๆนา ทั้งในบอร์ดและใน MSN เปิดบอร์ดมาเพื่อให้โดนด่า แต่ก็ยังไม่เข็ดกันหาเงินมาต่ออายุกันจนได้ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ชมรมของเรา มีเจตนาเดิมไว้ว่า อยากให้คนที่มีความเชื่อเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ใครรู้ที่ว่าที่ไหนมีของดีก็มาแนะนำกัน ใครมีอะไรดีก็นำมาแบ่งปันมาบอกกัน และพวกเราก็เบื่อของเสริมที่มาจากศูนย์ เพราะได้ข่าวมาเยอะ จากนั้นเวปก็ได้เปิดตัวขึ้น และแก้ไขปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เวปเริ่มมีผู้รู้มากขึ้น เริ่มเหมือนตลาดสดมากขึ้น บางครั้ง มีการตกลงซื้อขายกันเองของสมาชิกในบอร์ดผลปรากฎว่าเป็นของเล่น หรือส่งเงินไปแล้วไม่ได้ของก็มี และก็มาลงที่ผู้ดูแลบอร์ดต้องโดนด่าและรับผิดชอบ (เงินก็ไม่ได้ เสียค่าเวปแถมโดนด่าอีก) พอเวปบอกไม่รู้เห็นก็เอาไปด่าต่อเวปอื่นก็มี แต่ของที่ทางเวปทางผู้ดูแลบอร์ดออกมาให้เช่า ท่านก็ไม่แน่ใจกันอีกว่าแท้ไหม และจะเชื่อใจไว้ใจได้ไหม แต่ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีสักครั้งที่ของทางเวปถูกกล่าวหาว่าปลอม บางท่านหาเงินใช้ไม่ทันขายคืนมาก็มี (เหมือนเป็นโรงรับจำนำที่ไร้ดอกเบี้ย) แต่สิ่งที่เวปทำมาตลอดที่เปิดเวปมาก็คือสิ่งที่ท่านจะเห็นต่อไปนี้ ทั้งเงินจากงานผ้าป่า กฐิน หรือเงินที่ได้บูชาของจากเวป ก็เปลี่ยนมาเป็น เช่นดังต่อไปนี้ครับ

ปล. บางภาพ ท่าน Zenie ไม่มี ผู้ดูแลบอร์ดท่านใดจำได้ก็นำมาลงด้วยครับ
>>

ขอขอบคุณข้อมูลจากกระดานสนทนาตันตระเสวนาครับ

เริ่มจาก เมรุวัดหนองดง ครับ


ต่อด้วย ศาลาพระอภิธรรม


ต่อด้วย ... กระทู้ต่อไปนะครับ เชิญติดตามได้

รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	nongdong05.jpg
Views:	1834
Size:	27.9 KB
ID:	677736   คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	nongdong06.jpg
Views:	1841
Size:	36.7 KB
ID:	677737  
__________________
นิพพานํ ปรมํสุขํ //ติดต่อโทร.086-9180424
http://www.mungkhalung.com

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 108 : 22-08-2009 เมื่อ 11:28 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
กฐิน, กาเมสุมิจฉาจาร, ขุนแผน, จันทร์, ต่างกันอย่างไร, พม่า, พระอาจารย์พรสิทธิ์, พุทธทาส, ฟัง, รายการ, วัดสว่างอารมณ์, หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, อินเดีย, เนปาล, ไทย, ไสยศาสตร์ ฤาษี เชียงใหม่



LinkBacks (?)
LinkBack to this Thread: http://board.palungjit.com/f127/อาจารย์ฤาษีพุทธเวทย์-ผู้เรืองวิทยาคมอีกท่านของล้านนา-201612.html
ถูกเขียนโดย For Type วันที่
Untitled document This thread Refback 03-02-2010 10:40 PM
mungkhalung / This thread Refback 02-02-2010 09:00 AM
Weloveshopping.com : This thread Refback 23-01-2010 08:32 PM
mungkhalung / This thread Refback 09-01-2010 03:12 PM
mungkhalung / This thread Refback 08-01-2010 09:30 PM
mungkhalung / This thread Refback 01-12-2009 09:44 PM
mungkhalung / This thread Refback 29-11-2009 11:01 AM
mungkhalung / This thread Refback 23-11-2009 05:24 PM
Untitled document This thread Refback 10-11-2009 02:03 AM
mungkhalung / This thread Refback 08-11-2009 01:21 AM
hi5 - ศิษย์ปู่ฤาษีพุทธเวทย์ 108 This thread Refback 01-11-2009 09:58 PM
Untitled document This thread Refback 29-10-2009 11:27 AM
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) [ แนะนำเรื่องเด่น ]
 

(View-All สมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้แล้ว : 128 (Set)
(JD), 108, actuel_pz, Ahingsagha, akachiro, Akazaba, amar, anandsingh, AngelHeart, angiekul, Angle007, attasade, babekids, BALL99, barbeerza, beethayu, bu2, buzzer, cabin, chantasakuldecha, Chanut, chirat, CHITPOL, cornell, dalmat, eow1, Everton12, fight001, Frankz, freedomk, Ga_t, goldhook, goygf, hirun, inkpan, it_sun, iya53, jacky15, jacky2009, jairlinethai, javapor, jDaiJaiDee, jikkok, Jumbott, kiati_sak, KoRaT_191, KT_PK, kungfuloma, la8coste, leeminho, lekin, LordShadow, LordTartarus, megaplay7, moddang, myammyaa, naruphos, nat_007, nishiki, nuonmxzz, nut924, pangpangjang, phalek, pigbuta, pinrat, pornsuksun, racha2008, RainyWindy, rang551, rangsan2508, Reflect, sabzajeed, sapa, Sarahmini, sayank, seedgogo, Single Club, sio191, sitsiva, SPATON, spthong2000, sujjaporn, super-x, TARADIN, taztoo, Thanaphats, The29, Tum-kung, tumnansakyun, TURK T.M., tuytan, void, watjang2, wiruch99, WPZ-2491, yut2029, กริชสีทอง, ก้องครับ, คนบรรพต, คนวังหน้า, จันทรวิชิต, ชวัลวิทย์พัทยา, ชาตะ, ทำความดี, ท่านพงษ์, นจอ.26, นับถือครับ, ยังเลวอยู่มาก, วาตานาเบ้, ศรนารายณ์ธนูทอง, ศรศิลป์, ศาล, สายครูบา, หมู ไพริน, อุทิศ ทองทวี, ฮิเดกิ, เก่งแมนยู, เจ้าสร้อย, เทวาลัย, เสือทองคำ, เส้นทางแห่งธรรม, โดเร่, ใช้กรรม, ่ีjustapierce
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 08:46 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | ไทยKeyboard
| Google แปลภาษา | เลขเด็ด

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.3.2
Palungjit.com 1 April 2003 - 2009
Page generated in 0.40118 seconds with 35 queries