PDA

View Full Version : เผยโฉม 10 กลโกงทางอินเทอร์เน็ต (Internet Fraud) รูปแบบของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต


sithiphong
14-10-2006, 09:44 AM
ที่มา http://www.mthai.com/webboard/7/38742.html


<CENTER>เผยโฉม 10 กลโกงทางอินเทอร์เน็ต (Internet Fraud) รูปแบบของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต </CENTER>
<!--detail--><!--images-->

<CENTER>http://www.mthai.com/webboard/upload_images/38742.jpg
</CENTER>
<!--images--><!--images-->
รูปแบบของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต มีลักษณะและวิธีการป้องกันโดยสรุป ดังนี้


1. การหลอกลวงให้ประกอบธุรกิจที่บ้าน (Work-at-Home)

ลักษณะการหลอกลวง:

บริษัทที่หลอกลวงจะเชิญชวนให้ผู้ต้องการประกอบธุรกิจทางอินเทอร์เน็ตหรือธุรกิจด้าน
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สมัครเป็นสมาชิกเพื่อทำธุรกิจ โดยผู้บริโภคมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์และ
สามารถ ใช้อินเทอร์เน็ตจากที่บ้านได้ และมักอ้าง ว่าธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผู้บริโภคจะไม่ได้รับคำแนะนำในการทำธุรกิจ ไม่มีข้อมูลธุรกิจ ที่ชัดเจนหรือไม่ทราบว่าตน
อาจไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ เลยผู้ถูกหลอกลวงจะถูกเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกหรือซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น
เพื่อเริ่มทำธุรกิจ

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:

ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่มีการกล่าวอ้าง และอาจต้องสูญเสียเงินจากการ
ลงทุนอีกด้วย

วิธีการป้องกัน:

ผู้ที่ต้องการลงทุนหรือต้องการเป็นเจ้าของกิจการ ควรศึกษาหรือสอบถามรายละเอียดของ
ประเภทธุรกิจที่จะลงทุนการจ่าย เงินค่าตอบแทนที่ผู้บริโภคจะได้รับ ที่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน
รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะต้องจ่ายในการเริ่มต้นทำธุรกิจ และผู้บริโภคควรระวังไม่หลงเชื่อ
คำเชิญชวนของผู้ที่อ้างว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมากภายในระยะเวลาสั้นๆ
2. การประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง (Internet Auction Fraud)

การโฆษณาขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีการประมูลสินค้า ผู้ซื้อที่สนใจจะเข้าร่วมการประมูลมัก ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หลังจากนั้นจะได้รับ หมายเลขสมาชิกและรหัสผ่าน (password) ผู้ซื้อจะต้องเสนอราคาซื้อแข่งขันกับผู้ซื้อรายอื่น เมื่อเสร็จสิ้นการ ประมูลถือว่ามีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ประมูลและผู้เสนอขาย โดยจะมีการส่งข้อความทางอีเมล์ (e-mail) แจ้งให้ผู้ซื้อและผู้ขายทราบผลการประมูล และแจ้งรายละเอียดที่จะติดต่อกันได้ เพื่อให้ทั้งฝ่ายผู้ซื้อและ ผู้ขายติดต่อกันในเรื่องการชำระเงินและการส่งมอบสินค้า

ลักษณะการหลอกลวง:

การประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการซื้อขายสินค้าที่ได้รับความนิยม และเป็นช่องทางการ ติดต่อซื้อขายสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว ในรายงานสำรวจที่กล่าวมาแล้วของบางประเทศพบว่า เป็นวิธีการ หลอกลวงที่พบมากที่สุดเช่นกัน การหลอกลวงมีหลายรูปแบบ เช่น ผู้ขายไม่ส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อประมูลได้ เพราะไม่มีสินค้าอยู่จริง, การหลอกลวงโดยการปั่นราคาซื้อขาย ผู้ขายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายจะ เข้าเสนอราคาเพื่อประมูลสินค้าของตน เพื่อให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงเกินจริง เป็นต้น

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:

ผู้ซื้อได้ชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ชำรุดเสียหาย หรือเป็นสินค้า ที่มีลักษณะไม่ตรงกับที่มีการเสนอขายแต่แรก ด้านผู้ให้บริการประมูลทางอินเทอร์เน็ตเองก็อาจได้รับความ เสียหาย เพราะผู้ใช้บริการ (ผู้ซื้อและผู้ขาย) ไม่ให้ความไว้วางใจและไม่ใช้บริการ

วิธีการป้องกัน:

ผู้ซื้อควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ต (คนกลาง) มีวิธีการระบุตัวบุคคลที่เป็นผู้ขาย (หรือผู้ซื้อ) ดีพอหรือไม่ กล่าวคือมีการเก็บประวัติ รายละเอียดของผู้ขาย ที่สามารถติดต่อได้ หรือพิจารณาว่าผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ต (คนกลาง) มีนโยบายการ ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง

3. การให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง (Internet Service Provider Scams)

ผู้หลอกลวงจะส่งเช็คจำนวนหนึ่ง (เช่นราว 3.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้แก่ผู้ใช้บริการ เมื่อมีการเบิกเงินตาม เช็คแล้วก็ถือว่าผู้บริโภคตกลงที่จะใช้บริการของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider - ISP) ที่ได้รับแจ้ง ในการนี้อาจจะไม่มีการแจ้งค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ และมักเป็นการทำสัญญาให้ บริการอินเทอร์เน็ตที่มีระยะเวลานาน ผู้หลอกลวงจงใจให้ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการเกิดความสับสน และเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริการนั้น กล่าวคือเมื่อผู้บริโภคเข้าทำสัญญา ดังกล่าวแล้วจะถือว่า ยินยอมตามเงื่อนไขทุกประการที่ระบุไว้ การหลอกลวงดังกล่าวนี้มักพบในประเทศที่มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หลายราย และมีบริการที่หลากหลาย

ลักษณะการหลอกลวง:

ผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการต่างๆ จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังอาจจะมีคำขู่ ที่กล่าวว่าถ้าหากผู้ใช้บริการ ต้องการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญา จะถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:

ผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการต่างๆ จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังอาจจะมีคำขู่ที่กล่าวว่า ถ้าหากผู้ใช้บริการต้องการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญา จะถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง

วิธีการป้องกัน:

เมื่อผู้บริโภคได้รับเช็คโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนแล้ว ไม่ควรทำข้อตกลงใดๆ กับบุคคลอื่น แต่ควรศึกษา รายละเอียดของเอกสารหรือข้อตกลงที่ส่งมาโดยถี่ถ้วน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะถูกเรียกเก็บให้ครบถ้วน และควรติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรง


4. การใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต (Credit Card Fraud)

การชำระค่าสินค้า ค่าบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมที่สุดวิธีหนึ่งคือ การชำระเงินด้วยบัตร เครดิต เนื่องจากมีความสะดวกแก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ซื้อสามารถชำระเงินโดยการให้ข้อมูลบัตรเครดิตคือ หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อ-สกุลของ ผู้ถือบัตร และวันหมดอายุแก่ร้านค้า ร้านค้าสามารถตรวจสอบได้เพียงว่า บัตรดังกล่าวเป็นบัตรที่ออกโดยผู้ออกบัตรจริง แต่ไม่สามารถตรวจสอบตัวบุคคลผู้ใช้บัตรได้ว่าเป็นบุคคลใด

ลักษณะการหลอกลวง:

วิธีการหลอกลวงเกี่ยวกับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ตมีหลายวิธี ตัวอย่างเช่น การให้บริการดูภาพลามกอนาจารโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (ตามกฎหมาย สหรัฐอเมริกา) แต่ผู้บริโภคต้องแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตให้ผู้ให้บริการทราบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล แล้วผู้หลอกลวงจะใช้ข้อมูลนี้ไปกระทำผิดในที่อื่น

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:

ผู้ถือบัตรที่เป็นผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการจากบริษัทหรือธนาคารผู้ออกบัตร ทั้งที่ผู้ ถือบัตรไม่ได้ใช้บัตรเครดิตชำระรายการนั้นๆ เลย ซึ่งกฎหมายบางประเทศจะให้ความคุ้มครองผู้ถือบัตร ในกรณีนี้ หรือผู้ถือบัตรรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างผู้ออกบัตรและผู้ถือบัตร

วิธีการป้องกัน:

ผู้ถือบัตรเครดิตไม่ควรแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตให้บุคคลอื่นทราบ แต่หากต้องมีการชำระเงินด้วยบัตร เครดิต ทางอินเทอร์เน็ต ก็ควรเลือกร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ หรือมีหลักแหล่งที่แน่นอนสามารถติดต่อได้ หรือผู้บริโภคอาจเลือกใช้บัตรที่มีวิธีการตรวจสอบตัวบุคคลผู้ใช้บัตรว่าเป็นผู้ถือบัตร เช่น การใช้รหัสประจำ ตัว (PIN) หรือรหัสใดๆ ที่ไม่ปรากฎอยู่บนบัตร แต่ถือ เป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตรที่ไม่เปิดเผย ให้บุคคลอื่นทราบ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรควรตรวจดูข้อตกลงที่ทำไว้กับผู้ออกบัตรด้วยว่ามีเงื่อนไข ความรับผิดชอบอย่างไร


5. การเข้าควบคุมการใช้โมเดมของบุคคลอื่น (International Modem Dialing/ Modem Hijacking)

ลักษณะการหลอกลวง:

การโฆษณาการให้บริการสื่อลามกอนาจารโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้ใช้บริการจะต้องติดตั้งโปรแกรม คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพดังกล่าวหรือเรียกว่า

sithiphong
15-10-2006, 08:59 AM
<TABLE height=34 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=780 border=0><TBODY><TR><TD style="PADDING-LEFT: 30px">ระแวดระวังภัยจากอินเตอร์เน็ต [14 ต.ค. 49 - 00:22]
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE class=text cellSpacing=0 cellPadding=0 width=780 border=0><TBODY><TR><TD align=middle><TABLE class=text cellSpacing=0 cellPadding=0 width="85%" border=0><TBODY><TR><TD>http://www.thairath.co.th/2549/technology/Oct/library/14/techno.jpg
ข่าวคราวเกี่ยวกับภัยจากอินเตอร์เน็ตปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ โดยมากมักเกี่ยวกับการล่อลวงหลัง จากติดต่อกันทางโปรแกรมแชตต่างๆ แต่ภัยรูปแบบอื่นก็ยังมีอีกมาก ดังนั้น การรู้เท่าทันสื่อชนิดนี้จึงเป็นหนทางเดียวที่ผู้ปกครองจะช่วยปกป้องเยาวชนจากพิษภัยต่างๆได้
จากปัญหาข้างต้นจึงมีความพยายามจัดทำ “คู่มืออินเตอร์เน็ตปลอดภัย” โดยเป็นความพยายามของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะ และสถาบันทีอาร์เอ็น ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ด้วยความสนับสนุนของสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
เนื้อหาของคู่มืออินเตอร์เน็ตปลอดภัย เหมาะกับผู้ปกครองที่ยังไม่เชี่ยวชาญการใช้อินเตอร์เน็ตมากนัก แต่ก็พอรู้อยู่บ้าง โดยแบ่งหมวดหมู่ ตั้งแต่เรื่องที่ว่า อินเตอร์เน็ตคืออะไร ศัพท์เน็ตต้องรู้ ภัยออนไลน์ หลักการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองที่ช่วยแนะวิธีรับมือกับเด็กที่ติดเน็ตติดเกม หรือกำลังจะติด
ลองมาดูกันอย่างย่นย่อว่าจะใช้ “เน็ต” อย่างปลอดภัยได้อย่างไร จะเริ่มตั้งแต่ 1. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่บอกชื่อนามสกุลจริง ที่อยู่ เบอร์ โทรศัพท์ 2. ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น 3. ไม่ควรโอนเงินให้ใครอย่างเด็ดขาด นอกจากจะเป็นญาติสนิทที่เชื่อใจได้ จริงๆ 4. ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันการลักพาตัว หรือการกระทำมิดีมิร้ายต่างๆ
5. ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงคำโฆษณาชวนเชื่ออื่นๆ 6. สอนให้เด็กบอกพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครู ถ้าถูกกลั่นแกล้งทางอินเตอร์เน็ต (Internet Bullying) เช่น ได้รับอีเมล์หยาบคาย หรือถูกนำรูปถ่ายไปตัดต่อเข้ากับภาพโป๊แล้วส่งไปให้เพื่อนทุกคนดู
ยังอีกหลายข้อที่ต้องระวัง ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ www.thaicyberangle.net (http://www.thaicyberangle.net/) หรือโทร. 0-2938-2636.
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=22935

Orora416
05-07-2008, 11:57 PM
เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ
เกี่ยวกับการหลอกลวงโดยแจ้งว่าเราถูก lotto หรือล็อตเตอรี่จากต่างประเทศ
โดยเฉพาะที่อ้างว่ามาจากแถบ Irish หรือ UK
โดยจะมีเงื่อนไขคือ ให้เราส่งเงินไปให้เพื่อเป็นค่าส่งเช็คหรือส่งของมาให้
หลังจากที่คนหลงเชื่อและโอนเงินค่าส่งไปให้แล้ว เจ้าของเมล์ก็จะหายไป พร้อมกับเงินที่เราส่งไปให้นั่นเอง

เนื่องจากเคยเล่น lotto ของ USA และได้รับเช็คมา จำนวนไม่กี่เซนต์
ตอนแรกก็เชื่อ คิดว่าเขาจ่ายให้จริง เพราะเคยเล่น lotto ไป 1-2 ครั้ง

ต่อมามีเมล์แจ้งว่า เราถูก lotto เป็นจำนวน 1 ล้าน$ ส่งมาถี่มากๆ แต่เขาต้องการข้อมูลบัตรเครดิตของเราเป็นการแลกเปลี่ยน

หลังจากที่สอบถามกับผู้ที่หารายได้บนอินเตอร์เน็ตแล้ว
หลายคนแนะนำว่าให้ลบเมล์ทิ้ง ไม่ต้องไปสนใจ
มาทราบภายหลังว่ามีคนหลงเชื่อ แจ้งข้อมูลบัตรเครดิตไปแล้วสูญเงินจนหมดบัญชี

ถ้าเคยเล่น lotto และได้รับเมล์ทำนองนี้ ให้ลบทิ้งอย่างเดียวค่ะ
สำหรับคนไม่เคยเล่น ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่คุณจะถูก lotto จริงป่ะ
(ถ้าได้รับเมล์แบบนี้ ก็ลบโลดค่ะ)
ทุกวันนี้ก็ยังได้รับเมล์แบบนี้อยู่

อุดรเทวะ
06-07-2008, 02:31 AM
น่าสนใจดีมากครับ

AddWassana
06-07-2008, 09:09 AM
เป็นข้อมูลดีมากค่ะ ขอบคุณ