PDA

View Full Version : ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่


หน้า : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 [85] 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126

kananun
26-07-2010, 09:32 PM
นี่คือการเตรียมการของผม ...
นะโม ~ ตัสสะ ภัคคะวะโต ขออย่าให้เกิด สาธุ :boo:

ถูกต้องแล้ว คร้าบบบบ..

ช่วยกันสวดมนต์ ภาวนา ทำจิตให้เป็นกุศลกันให้มากๆครับ

เกษม
26-07-2010, 10:28 PM
หนังสือผ่าดวงเมือง ปี 2553-2555 โดยหมอนิด

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1060843&stc=1&d=1041363753

วันนี้ผม(เกษม)ได้ไปซื้อหนังสือ ผ่าดวงเมืองปี 2553-2555 ของหมอนิดมาอ่าน พบว่ามีเรื่องคำทำนายเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในประเทศไทยที่น่าสนใจมาก ผมจึงขออนุญาตนำข้อความบางส่วน มาโพสต์ไว้ในกระทู้นี้เพื่อเป็นการเตือนภัย ส่วนท่านใดที่สนใจจะอ่านเนื้อหาแบบเต็มๆ ก็สามารถไปหาซื้อได้ที่ร้าน “เซเว่น” ร้าน “ซีเอ็ด” ร้าน “B2S” เซ็นทรัล...เล่มละ 99 บาท เนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ

ภัยแผ่นดินไหว ภัยมหาโหด

ภาคตะวันออกน่าเป็นห่วงที่สุด ตามที่ดูดวงในปีนี้ แต่ใช่ว่าภาคใต้จะไม่เกิดภัยทางน้ำ จึงอยากจะให้ผู้มีธุรกิจ หรือมีบ้านเรือนอยู่ใกล้ทะเล ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ทะเลฝั่งอันดามันหรือทะเลฝั่งอ่าวไทย ต้องระวังไว้ทุกภาคเหมือนกัน ภัยทางน้ำที่น่ากลัวอีกแห่งหนึ่งคือเขื่อนกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะแถบจังหวัดกาญจนบุรี ยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นทึ่ประเทศพม่า โอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในปีนี้ก็จะเกิดขึ้นตามมา

หากไม่เกิดทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ก็ต้องระวังทางภาคเหนือให้มากที่สุด ความสั่นสะเทือนสามารถมาถึงกรุงเทพได้ทันที ถ้าปีนี้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นความรุนแรงจะน่ากลัวมากทีเดียว ตึกสูงหรือบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ๆจุดเกิดเหตุจะพังทลายทันที ประชาชนจะตายจำนวนมากทีเดียว ไฟฟ้าจะดับไปทั่ว ถนนหนทางและสะพานหลายแห่งจะพังและทรุดจำนวนมาก รวมทั้งน้ำประปาจะมีปัญหาตามมาอีก "ภัยแผ่นดินไหว" จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล ทรัพย์สินเสียหายอย่างมากมาย น้ำอาหารจะขาดแคลนไปทั่ว คนไทยจากหลายภาคจะร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมากที่สุดในรอบหลายสิบปีเช่นกัน

ถึงตอนนั้นทุกคนคงจะลืมเรื่องการขัดแย้งทางการเมืองไปชั่วคราว ความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ จะเข้ามาจากหลายประเทศ ประเทศไทยจะเจอปีหฤโหดสุดๆในปีนี้ ถ้าจะกำหนดเดือนจากภัยแผ่นดินไหวคงจะยาก แต่ขอให้ระวังในเดือน มิถุนายนต่อไปถึงเดือนสิงหาคมนี้ เป็นอันดับแรกก่อน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นในเดือนดังกล่าว จะต้องจับตามองภัยที่จะเกิดขึ้นจากประเทศพม่าให้ดี

ผลกระทบที่จะมาทางภาคเหนือมากที่สุด และมีโอกาสที่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว จะกระเทือนมาถึงกรุงเทพฯได้ทันที แต่ก็ต้องไม่ประมาทกับทางภาคตะวันตก คือแถบเมืองกาญจนบุรีเอาไว้ด้วยเช่นกัน ถัดมาคือช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งถ้าเกิดในช่วงเดือนนี้ โอกาสที่จะเกิดภัยทางทะเลมีสูงมากทีเดียว

สรุปที่เป็นห่วงที่สุด มีอยู่สองภาคด้วยกัน คือภาคตะวันออกและภาคเหนือ ภาคใดภาคหนึ่ง จะเจอภัยจากแผ่นดินไหวในปีนี้อย่างรุนแรง จำไว้ว่าอ่านคำทำนายนี้แล้ว "อย่าระแวงแต่ให้ระวัง" กุศลผลบุญเท่านั้นจึงจะช่วยท่านได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและขอให้คำทำนายนี้ผิด ซึ่งผมจะดีใจมาก

นายกิจจา ทวีกุลกิจ (หมอนิด)

ที่มา หนังสือผ่าดวงเมือง ปี 2553-2555

ธีรยุทธ
27-07-2010, 07:12 AM
อุตุฯเผยดินไหวที่อ.ปาย3ครั้งซ้อน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1061131&stc=1&d=1280192252


สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุฯ รายงานแผ่นดินไหวที่ อ.ปาย 3 ครั้งซ้อน คนในพื้นที่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหว 3 ครั้ง ในประเทศไทย โดยสามารถตรวจวัดการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งแรกเกิดขึ้นในเวลา 18.07 น. ครั้งที่สอง เวลา 18.35 น.ครั้งที่สาม เวลา 19.17 น.
โดยครั้งแรกสามารถวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 2.1 ริกเตอร์ ครั้งที่สอง 3.0 ริกเตอร์ และครั้งที่สาม 2.5 ริกเตอร์ ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ถือว่าเกิดติดต่อกันในช่วงไม่กี่นาที และประชาชนในพื้นที่สามารถรู้สึกได้ของการเกิดแผ่นดินไหว โดยขณะนี้ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา อยู่ระหว่างการรอประชาชนรายงานการเกิดแผ่นดินไหวว่า รู้สึกได้ในพื้นที่ใดบ้าง ของ จ.แม่ฮ่องสอน

น้ำท่วมจีนตายพุ่งทะลุ700สูญหายอีกกว่า300

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1061132&stc=1&d=1280192252

จีนอ่วม เจออุทกภัยครั้งรุนแรง ประชาชนสังเวยแล้ว 701 ราย สูญหายอีก 347 รายนับเป็นหายนะครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ
หลิวหนิง เลขาธิการใหญ่ของศูนย์ป้องกันอุทกภัยของจีน กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ 3 ใน 4 ของจีนเผชิญกับน้ำท่วม หนัก แม่น้ำ 25 สาย มีระดับน้ำที่สูงกว่าปกติ ทั้งนี้เหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในปีนี้ ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 701 คน สูญหายอีก 347 คน บ้านเรือนกว่า 6.45 แสนหลังคาเรือนพังราบ สร้างความเสียหายมากถึง 1.42 แสนล้านหยวน
หลิว ระบุว่า ความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนนับตั้งแต่ปี 2000
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า ทหารยังคงระดมกำลังใช้เครื่องเกลี่ยดิน เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยเพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่ม ที่คาดว่าจะติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนที่พังลงมา ขณะที่คนงานในหลายพื้นที่ยังคงช่วยกันนำกระสอบทรายไปกั้นตามสันอ่างเก็บน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วม

ระทึก! หนุ่มมะกันรอดเกือบดับในหลุมยุบ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1061133&stc=1&d=1280192429

หนุ่มมะกันรอดตายหลังรถยนต์ร่วงตกลงในหลุมยุบบริเวณสี่แยก ย่านเมืองมิววอลกี้ ในรัฐวิสคอนซิน
(26 ก.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาฝนตกอย่างหนัก และเกิดเหตุระทึก รถยนต์ยี่ห้อ"คาร์ดิลแล็ค เอสคาเลเด้" ซึ่งขับขี่โดยนายแลนซ์ เทรนเกอร์ เกิดร่วงลงยังหลุมยุบบริเวณสี่แยกไฟแดงของถนนแห่งหนึ่ง ในเมืองมิววอลกี้ รัฐวิสคอนซิน ทำให้สัญญาณไฟแดงร่วงลงยังหลุมยุบดังกล่าว ซึ่งมีขนาดลึก 20 ฟุต กว้าง 40 ฟุต
รายงานระบุว่า นายแลนซ์ เคราะห์ดีบาดเจ็บเล็กน้อย โดยประชาชนผู้สัญจรได้ช่วยกันนำร่างเขาขึ้นมาจากหลุม
ด้านโฆษกของเมืองระบุว่า หลุมยุบดังกล่าว อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะซ่อมเสร็จ โดยก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการรัฐวิสคอนซิน ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินหลังรัฐต้องเผชิญกับพายุซึ่งทำให้เกิดฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก ท่วมบ้านเรือนและทำให้เกิดหลุมยุบหลายแห่ง รวมทั้งยังประกาศปิดสนามบินหลักของเมืองด้วย

เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง หาเพื่อน แชท ข่าว หางาน ดารา ผู้หญิง : Sanook.com (http://www.sanook.com/)

เกษม
27-07-2010, 10:31 PM
ผู้นำอิหร่านชี้สหรัฐฯ จะโจมตี 2 ชาติตะวันออกกลาง ภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1062675&stc=1&d=1041359824

"มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด"ยืนยันมีข้อมูลที่แม่นยำว่าสหรัฐฯ วางแผนนี้โดยเริ่มโหมทำสงครามจิตวิทยากับอิหร่านก่อน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ระบุชัดว่าอิหร่านจะถูกโจมตีด้วยหรือไม่....

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด แห่งอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ “เพรส ทีวี” ของทางการอิหร่านเมื่อ 27 ก.ค.ระบุ อิหร่านคาดว่าสหรัฐฯ จะใช้กำลังทหารโจมตีอย่างน้อย 2 ประเทศในตะวันออกกลางใน 3 เดือนข้างหน้านี้

อิหร่านมีข้อมูลท่ีแม่นยำว่าสหรัฐฯ วางแผนนี้โดยเริ่มโหมทำสงครามจิตวิทยากับอิหร่านก่อน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ระบุชัดว่าอิหร่านจะถูกโจมตีด้วยหรือไม่ เท่าที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่จะโจมตีอิหร่านเพื่อยับยั้งการ พัฒนาโครงการณ์นิวเคลียร์ต้องสงสัย

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเคยชิงโจมตีแหล่งต้องสงสัยพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอิรักเมื่อปี 2524 และในซีเรียเมื่อปี 2550 มาแล้ว ข้อกล่าวหาของผู้นำอิหร่านครั้งนี้มีขึ้นหลังสหภาพยุโรปและแคนาดา ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน รวมทั้งปิดกั้นการลงทุนด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ถึงแม้รัสเซียจะคัดค้าน โดยชี้ว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่าน

ก่อนหน้านั้น สหประชาชาติก็คว่ำบาตรอิหร่านเป็นรอบที่ 4 ส่วนสหรัฐฯ ก็คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่อิหร่านยืนกรานจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ต่อไป แต่เผยว่ายังไม่ปิดประตูการเจรจา

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2553

สกัดนิวเคลียร์! อียูคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1062676&stc=1&d=1041359824

สหภาพยุโรปลงมติคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นไปที่การจำกัดการซื้อขายและส่งออกอุปกรณ์-เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ขณะที่ผู้นำอิหร่านลั่นตอบโต้แข็งกร้าว....

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ว่า สหภาพยุโรป หรือ อียู ลงมติคว่ำบาตร อิหร่านเพิ่มเติม หวังสกัดกั้นความพยายามพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

รายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ จะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดการซื้อขายและส่งออกอุปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการกลั่นน้ำมันซึ่งรวมถึงการสำรวจและการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปกล่าวว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้ถือว่าที่รุนแรงที่สุดที่อียูเคยดำเนินการมา ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว สหประชาชาติเพิ่งลงมติคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเป็นครั้งที่ 4 โดยมุ่งเน้นไปที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯก็ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของตนเองเพิ่มเติมไปแล้วเช่นกัน

ด้านประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจ๊าด ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าว หากถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติม

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2553

มอสโกอ่วม! พิษหมอกควันทึบ ซ้ำร้อนจัด

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1062677&stc=1&d=1041359824

เกิดไฟป่า 26 จุด และไฟไหม้ถ่านหินใต้ดินเลน 34 จุด รอบกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย ส่งผลให้มีหมอกควันหนาทึบปกคลุมทั่วเมือง อุณหภูมิพุ่งสูง 35 องศา...

กระทรวงสหพันธรัฐรัสเซียฝ่ายกลาโหมพลเรือนและบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉินแถลงเมื่อ 26 ก.ค.ว่า หมอกควันหนาทึบปกคลุมทั่วกรุงมอสโก รวมทั้งจตุรัสแดง และทำเนียบประธานาธิบดี สาเหตุเกิดจากไฟป่า 26 จุด และไฟไหม้ถ่านหินใต้ดินเลน 34 จุด กินเนื้อที่ 145 เอเคอร์รอบเมืองหลวง แต่สนามบินต่างๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบ

หมอกควันลักษณะนี้เคยปกคลุมกรุงมอสโกครั้งล่าสุดเมื่อปี 2545 และเกิดขึ้นขณะท่ีกรุงมอสโกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2524 สร้างความเสียหายให้พืชผลเป็นบริเวณกว้างเท่าๆ กับประเทศโปร์ตุเกส

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2553

นครหลวงโบราณจีนน้ำท่วมสั่งปิดชั่วคราว

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063133&stc=1&d=1041355670

“ลั่วหยาง” เมืองหลวงของจีนในยุคโบราณ เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม ทางการต้องสั่งปิด “ถ้ำหินหลงเหมิน” หนึ่งใน “มรดกโลก” อายุ 1,500 ปี....

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อ 26 ก.ค.ว่า ฝนตกหนักและน้ำท่วมทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 คน สูญหายอีก 19 คน ที่เมืองลั่วหยางในมณฑลเหอหนาน เมืองหลวงของจีนในยุคโบราณ ทางการต้องสั่งปิดโบราณสถาน รวมทั้ง “ถ้ำหินหลงเหมิน” อายุ 1,500 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งใน “มรดกโลก”

พร้อมทั้งเตือนว่า ในหลายมณฑลซึ่งเผชิญน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,200 คน จะมีฝนตกหนักซ้ำเติมความทุกข์ยาก ขณะที่แม่น้ำใหญ่หลายสายรวมทั้งแม่น้ำอี้เริ่มเอ่อล้นฝั่ง ส่วนมณฑลส่านซีและยูนนานก็น้ำท่วมอย่างหนัก

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

พลอยรุ้ง
28-07-2010, 09:48 AM
ปั่นป่วนทั่วโลกเลย ที่เคยร้อนกลับหนาว ที่เคยหนาวกลับร้อน ที่แล้งก็แล้ง แล้วน้ำก็ไปท่วมที่แผ่นดินใหญ่ มากเกินไป น้อยเกินไป ไม่มีความพอดีเลย

Falkman
28-07-2010, 09:58 AM
ปั่นป่วนทั่วโลกเลย ที่เคยร้อนกลับหนาว ที่เคยหนาวกลับร้อน ที่แล้งก็แล้ง แล้วน้ำก็ไปท่วมที่แผ่นดินใหญ่ มากเกินไป น้อยเกินไป ไม่มีความพอดีเลย

น้ำที่เขื่อนสามผาที่จีนในไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็จะถึงระดับสูงสุด (ขณะที่ระบายออกตลอดนะ) แล้วยังไม่พายุ มีเมฆฝนมาอีกตรึม งานนี้แหล่ะทดสอบประสิทธิภาพของเขื่อนได้เลย แถมยังมีแผ่นดินถล่ม
(กรรมที่ไปปิดน้ำ ไม่ให้ไหลลงมาสู่แม่น้ำโขงหรือเปล่าน๊อ?)

ญี่ปุ่น ร้อนจนคนตายไปหลายสิบ

ไทย แผ่นดินไหวติดกัน 15 หน
<table style="border-collapse: collapse;" align="center" border="0" bordercolor="#669933" cellpadding="3" cellspacing="0" width="600"><tbody><tr bgcolor="#ccffcc"><td valign="top">2553-07-27 02:47:12 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=482)</td> <td valign="top">2.4</td> <td valign="top">19.26</td> <td valign="top">98.42</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 21:50:37 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=481)</td> <td valign="top">2.0</td> <td valign="top">19.26</td> <td valign="top">98.44</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 21:21:58 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=480)</td> <td valign="top">2.3</td> <td valign="top">19.26</td> <td valign="top">98.44</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 20:50:07 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=479)</td> <td valign="top">3.2</td> <td valign="top">19.26</td> <td valign="top">98.44</td> <td valign="top"> อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 20:10:35 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=490)</td> <td valign="top">2.1</td> <td valign="top">19.22</td> <td valign="top">98.41</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 19:39:13 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=489)</td> <td valign="top">2.0</td> <td valign="top">19.27</td> <td valign="top">98.42</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 19:17:00 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=478)</td> <td valign="top">2.5</td> <td valign="top">19.28</td> <td valign="top">98.44</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 18:45:54 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=488)</td> <td valign="top">2.2</td> <td valign="top">19.28</td> <td valign="top">98.43</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 18:35:50 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=477)</td> <td valign="top">3.0</td> <td valign="top">19.27</td> <td valign="top">98.43</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 18:07:34 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=476)</td> <td valign="top">2.1</td> <td valign="top">19.28</td> <td valign="top">98.43</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 16:56:24 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=487)</td> <td valign="top">2.2</td> <td valign="top">19.27</td> <td valign="top">98.42</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 16:36:23 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=485)</td> <td valign="top">2.8</td> <td valign="top">19.25</td> <td valign="top">98.42</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 16:17:14 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=486)</td> <td valign="top">2.1</td> <td valign="top">19.25</td> <td valign="top">98.41</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-07-26 15:50:33 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=484)</td> <td valign="top">2.4</td> <td valign="top">19.27</td> <td valign="top">98.43</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-07-26 15:43:52 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=483)</td> <td valign="top">2.2</td> <td valign="top">19.23</td> <td valign="top">98.41</td> <td valign="top">อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</td> <td valign="top"> - </td></tr></tbody></table>
ฟิลิปปินส์ แผ่นดินไหวแรงๆ ติดกันหลายหน
<table border="0" cellpadding="1" cellspacing="1"><tbody><tr><th>
</th> <th align="center">MAG (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#magnitude) </th> <th align="center">UTC DATE-TIME
y/m/d h:m:s (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#date) </th> <th align="center">LAT
deg (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#location) </th> <th align="center">LON
deg (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#location) </th> <th align="center">DEPTH
km (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#depth) </th> <th> Region (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/glossary.php#region)</th> </tr> <tr><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">MAP (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/10/125_5.php)</td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap"> 7.4 </td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">2010/07/23 23:15:10 (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/us2010zbcd.php) </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 6.792 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 123.282 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap">631.2 </td><td valign="top"> MORO GULF, MINDANAO, PHILIPPINES</td></tr> <tr><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">MAP (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/10/245_30.php)</td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap"> 2.5 </td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">2010/07/23 22:53:17 (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/ci10760053.php) </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 32.085 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> -115.194 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 10.0 </td><td valign="top"> BAJA CALIFORNIA, MEXICO</td></tr> <tr><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">MAP (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/10/125_5.php)</td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap"> 7.6 </td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">2010/07/23 22:51:13 (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/us2010zbca.php) </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 6.470 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 123.532 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap">583.8 </td><td valign="top"> MORO GULF, MINDANAO, PHILIPPINES</td></tr> <tr><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">MAP (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/10/125_5.php)</td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap"> 5.4 </td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">2010/07/23 22:19:36 (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/us2010zbb9.php) </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 6.764 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 123.545 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap">594.8 </td><td valign="top"> MORO GULF, MINDANAO, PHILIPPINES</td></tr> <tr><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">MAP (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/10/125_5.php)</td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap"> 7.3 </td><td align="center" valign="top" nowrap="nowrap">2010/07/23 22:08:12 (http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/us2010zbbz.php) </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 6.699 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap"> 123.475 </td><td align="right" valign="top" nowrap="nowrap">612.2 </td><td valign="top"> MORO GULF, MINDANAO, PHILIPPINES</td></tr></tbody></table>
ตอนนี้สังเกตให้ดีดิ ว่าประเทศมหาอำนาจต่างๆ เริ่มฮึ่มๆ กันเรื่องนิวเคลียร์ น่ากลัวจริงๆนะ

เมืองไทยก็เริ่มฮึ่มๆ กันอีกแล้ว เฮ่อ !!!!

kananun
28-07-2010, 10:00 AM
โลกวิกฤตเพิ่มขึ้นมากครับ

ระวังรักษาใจของเราเองทุกท่าน ให้ร่มเย็น สงบสุขด้วยศีลธรรม ด้วยกระแสบุญกันเอาไว้ครับ

ระหว่างช่วงนี้ไปถึงออกพรรษา ภัยพิบัติจะเกิดรุนแรงขึ้น

เป็นวาระแห่งน้ำ ที่จะก่อเกิดความเสียหายและภัยพิบัติ รุนแรงในหลายพื้นที่ของโลกรวมทั้งประเทศไทย

ไทยเราให้จับตา ดูข่าวเฝ้าระวัง

1. ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

2. สถานการณ์เขื่อน และปริมาณน้ำในประเทศจีน

3. กรณีหากเกิดแผ่นดินไหว ในแนวเลื่อนศรีสวัสดิ์

เกษม
28-07-2010, 10:26 AM
สหรัฐ-พีต้าประท้วงกลางไทม์ส สแควร์

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063366&stc=1&d=1041360597

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063367&stc=1&d=1041360597

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063368&stc=1&d=1041360597


กลุ่มผู้ประท้วงจากกลุ่มพีต้า หรือประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม ใช้เลือดปลอมเทราดตัวเอง และใช้พลาสติกห่อหุ้มร่างกาย เพื่อให้ดูเหมือนห่อเนื้อกลางย่านไทม์สสแควร์ของมหานครนิวยอร์ก เพื่อห้ามปรามไม่ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริโภคเนื้อสัตว์

กลุ่มผู้ประท้วงพากันลงไปนอนในถาดขนาดใหญ่ภายใต้อุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียสของฤดูร้อน โดยทุกคนอยู่ในสภาพเกือบเปลือย เพื่อแสดงให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นว่า เนื้อสัตว์ที่ถูกห่อเพื่อจำหน่ายนั้นเป็นอย่างไร

สมาชิกพีต้า กล่าวว่า พวกเขาอยากให้ผู้คนหันไปบริโภคอาหารจำพวกผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแทนการบริโภคเนื้อสัตว์

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ซ้อมรบร่วมสหรัฐฯ เกาหลีใต้

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063369&stc=1&d=1041360597

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063370&stc=1&d=1041360597


สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีอยู่ในภาวะเสี่ยงนับตั้งแต่ที่เรือรบของเกาหลีใต้ถูกยิงโจมตีด้วยตอร์ปิโดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีใต้เชื่อว่า เป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ ล่าสุดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯกับกาหลีใต้ขณะนี้ยิ่งทำให้หลายคนต้องจับตามองท่าทีของเกาหลีเหนือมากยิ่งขึ้น

การซ้อมรบร่วมระหว่างกองทัพของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ มีขึ้นที่ทะเลตะวันออก นอกชายฝั่งเกาหลีใต้และในทะเลเหลือง ใกล้ชายฝั่งจีนในน่านน้ำสากล ภายใต้ชื่อ "Invincible Spirit" โดยใช้เรือรบ 20 ลำ อากาศยาน 200 ลำ ทหารของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ 8,000 นาย การซ้อมรบมีขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ท่ามกลางคำขู่ของเกาหลีเหนือว่า จะใช้นิวเคลียร์ตอบโต้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าการซ้อมรบร่วมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญานเตือนเกาหลีเหนือว่า สหรัฐฯจะไม่อดทนต่อการรุกรานใดๆก็ตามบนคาบสมุทรเกาหลี การซ้อมรบดังกล่าวยังเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เครื่องบินจู่โจมสเตลท์ เอฟ 22 ในเกาหลีใต้ด้วย ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวสามารถใช้หลบหลีกการป้องกันทางอากาศของเกาหลีเหนือได้

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

นายกฯเยี่ยมเหยื่อบึ้มบิ๊กซี

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1063371&stc=1&d=1041360597


นายกรัฐมนตรี เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ที่โรงพยาบาลตำรวจ

ทันทีที่เดินทางกลับจากพักผ่อนที่เกาะเสม็ดกับครอบครัวในช่วงวันหยุดเข้าพรรษา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยี่ยมนายปวร เขมะนุเชษฐ์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ อายุ 17 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายเดียวที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยผ่าตัดหัวเข่าข้างขวาที่ถูกสะเก็ดระเบิดและบริเวณขาข้างซ้าย รวมถึงใต้รักแร้ข้างขวาที่ถูกสะเก็ดระเบิดด้วย

โดยมีพลตำรวจโทจงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ พันตำรวจตรีพีระพงศ์ ปิยะพิธยานันท์ นายแพทย์เจ้าของไข้ รอต้อนรับ พร้อมเปิดเผยว่า อีก 2-3 วัน นายปวร จะกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ไปเยี่ยม นายบุญมี เริ่มสุข อายุ 71 ปี ที่ถูกลูกหลงจากเหตุการชุมนุมที่ปากซอยย่านบ่อนไก่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งยังมีอาการหนัก และพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

Lazaza
28-07-2010, 08:30 PM
======================================


28 ก.ค. 53


23 ธ.ค. 46
2 เทวดาโดดร่ม
ทางเทวโลกได้ลงมาเก็บกวาด

2 ก.ย. 47
2 จ้าวป่า
จะเกิดสงคราม 2 ครั้ง

5 ก.ย. 47
3 ปลายักษ์
จะเกิดภัยทางน้ำ 3 ครั้ง

26 ธ.ค. 47
เกิดซึนามิครั้งที่ 1

16 ก.พ. 53
กำลังเตรียมการเก็บกวาดทางน้ำ



องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

เกษม
28-07-2010, 10:47 PM
เครื่องบินโดยสารปากีสถานตก ดับยกลำ 152 คน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064586&stc=1&d=1041357867

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064587&stc=1&d=1041357867

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064588&stc=1&d=1041357867

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064589&stc=1&d=1041357867

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064592&stc=1&d=1041357867

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่พบผู้รอดชีวิต และยังไม่ทราบสาเหตุการตกของเครื่องแอร์บัน เอ 321 ในครั้งนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ประกาศให้ทั่วประเทศไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า วันนี้ (28 ก.ค.) กรณีเครื่องบินโดยสารของ“แอร์บลู” สายการบินเอกชนของปากีสถาน พร้อมคนบนเครื่อง 152 คน เป็นผู้โดยสาร 146 คน ลูกเรือ 6 คน บินจากนครการาจี เมืองท่าทางภาคใต้ ประสบอุบัติเหตุตกบริเวณช่องหุบเขาที่มีป่าขึ้นรกทึบ “มาร์กัลลา” เหนือกรุงอิสลามาบัด ขณะเตรียมลงจอดที่สนามบินนานาชาติกรุงอิสลามาบัด ช่วงมีฝนตกหนักและทัศนวิสัยเลวร้าย

รายงานข่าวแจ้งว่า เครื่องบินของเที่ยวบินมรณะดังกล่าว เป็นรุ่นแอร์บัส เอ-321 เที่ยวบินที่ 202 เป็นเที่ยวบินภายในประเทศ บินขึ้นจากนครการาจี เมื่อเวลา 07. 45 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 09.45น.ตามเวลาในไทย ก่อนขาดการติดต่อจากหอควบคุมการบิน ของสนามบินนานาชาติกรุงอิสลามาบัด เมื่อเวลาราว 09.43น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยตรงกับ 11.43 น. ตามเวลาในไทย และต่อมาจึงพบว่าเครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกแถวหุบเขา ส่วนการเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หน่วยกู้ภัยต้องเดินเท้าเข้าไป เพราะที่เกิดเหตุเป็นหุบเขาป่าขึ้นรกทึบ ไม่มีถนนหนทางเข้าถึง โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินส่งกำลังสนับสนุนและค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่รายงานข่าวช่วงแรกที่ระบุว่าพบผู้รอดชีวิต 5 คน

นายอิมติอัส เอลาฮี ประธานสภาพัฒนานครหลวง ที่ดูแลภารกิจช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวเป็นการรายงานที่คลาดเคลื่อน โดยเหตุเครื่องบินตกจนคร่าชีวิตผู้คนยกลำ 152 คน ในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่พบและกู้ศพผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 คน ส่วนการระบุเอกลักษณ์และสัญชาติผู้เสียชีวิต คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ทั้งนี้หน่วยกู้ภัยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ รายงานว่า ไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิตในบริเวณเกิดเหตุ พบเพียงชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ และเศษซากเครื่องบิน กระจายไปทั่ว

ด้าน นายยูซูฟ ราซา กิลานี นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน ได้สั่งการเจ้าหน้าที่เข้าให้เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุโดยทันที และสั่งยกเลิกประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมประกาศไว้อาลัยเหยื่อผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเป็นเวลา1วัน ส่วนเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯและอังกฤษในกรุงอิสลามาบัด กำลังตรวจสอบว่ามีพลเมืองของตนเดินทางมาพร้อมกับเครื่องบินลำดังกล่าวหรือ ไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า สายการบิน “แอร์บลู” เป็นหนึ่งในสายการบินได้รับความน่าเชื่อถือมากสุดของปากีสถาน เริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2547 โดยใช้เครื่องบินของแอร์บัส รุ่น เอ 320 และเอ 321 บริการเที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ นับเป็นอุบัติเหตุทางอากาศครั้งร้ายแรงสุดในรอบ 4 ปีของปากีสถาน

ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2553

สภาแคว้น"กาตาลัน"ลงมติห้ามสู้วัวกระทิงถาวร

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1064594&stc=1&d=1041357867

สภาท้องถิ่นของแคว้นคาตาโลเนียในสเปน ลงมติห้ามการสู้วัวกระทิงอย่างเป็นทางการแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า รัฐสภาท้องถิ่นของแคว้นคาตาโลเนียหรือ "กาตาลัน"ในสเปนได้ลงมติด้วยคะแนน 68-55 เสียงห้ามการสู้วัวกระทิงอย่างเป็นทางการแล้ว และถือเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินสเปนที่มีการแบนการสู้วัวที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของชาติ

รายงานข่าวระบุว่าการลงมติแบนการสู้วัวกระทิง แบบเด็ดขาดของรัฐสภาแคว้นคาตาโลเนียในครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์ที่พยายามต่อสู้และเรียกร้องมาโดยตลอด ให้มีการยกเลิกกีฬาสู้วัว เนื่องจากเป็นกีฬาที่ทารุณต่อสัตว์อย่างโจ่งแจ้ง

"นี่คือชัยชนะครั้งสำคัญและถือเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ผมรู้สึกยินดีที่เริ่มมีนักการเมืองมองเห็นว่าการสู้วัวเป็นกีฬาที่ป่าเถื่อนโหดร้ายและสมควรถูกกำจัดให้หมดไปจากประเทศของเรา ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมอันสวยงามและยิ่งใหญ่ของสเปนจะไม่ถูกลดความสำคัญลงแต่อย่างใดหากเรายกเลิกการสู้วัวนี้เสีย " โฮเซ รามอน มาเญน ตัวแทนจากกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ฟุนดาซิอ็อน เอกวานิมัลกล่าว

อย่างไรก็ตาม มาตรการแบนการสู้วัวกระทิงของรัฐสภาแคว้นคาตาโลเนียในครั้งนี้จะมีผลอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2012 เป็นต้นไป เนื่องจากทางการของแคว้นคาตาโลเนีย ต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสู้วัวมีเวลาเพียงพอที่จะปรับตัว และเพื่อเป็นการให้เวลาแก่ทางการของเมืองบาร์เซโลนาด้วยว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำอย่างไร กับสังเวียนสู้วัวกระทิงชื่อก้องโลกอย่าง "ลา โมนูเมนตัล" หลังจากที่การแบนกีฬาสู้วัวมีผลบังคับใช้

ขณะเดียวกัน เป็นที่คาดกันว่า บรรดาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้วัวน่าจะมีการยื่นเรื่องต่อทางการเพื่อขอเงินชดเชยเป็นจำนวนไม่น้อยว่า 390 ล้านยูโรหรือราว 16,354 ล้านบาท เพื่อลดทอนผลกระทบจากคำสั่งแบนครั้งนี้

ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Falkman
29-07-2010, 09:02 AM
<table bgcolor="#ffffff" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr><td class="f-title" height="40">China's Three Gorges Dam withstands another round of heavy water flows (http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/28/c_13418264.htm)<!-- end_t -->


</td> </tr> <tr> <td height="5">
</td> </tr> </tbody></table> <table bgcolor="#ffffff" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td class="sj" align="left" width="43%">
</td> <td class="hei13" align="right">
</td> </tr> </tbody></table> <!-- begin_ct --> <table style="border-width: 0px; border-color: rgb(172, 2, 172); width: 80px; height: 40px; background-color: rgb(255, 255, 255);" bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#ffffff" align="center" border="0" cellpadding="1" cellspacing="0"> <tbody> <tr> <td style="min-height: 16px; background-color: rgb(255, 255, 255);" align="left" valign="top">http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/28/13418264_21n.jpg</td> </tr> <tr> <td style="min-height: 16px; background-color: rgb(255, 255, 255);" align="left" valign="top">Flood waters are sluiced with the water outflux monitored at 40,000 cubic meters per second at Three Gorges Dam in Yichang, central China's Hubei Province, July 20, 2010. China's Three Gorges Dam project on the Yangtze River stood its biggest flood-control test at 8 a.m onTuesday since completion. (Xinhua/Cheng Min)</td> </tr> </tbody> </table>
YICHANG, July 28 (Xinhua) -- China's Three Gorges Dam was tested for the second time this month Wednesday morning as the highest water flow of the year hurtled down the swollen Yangtze River.
Flow rates as high as 56,000 cubic meters per second hit the dam at 8 a.m. Wednesday, dam engineers said.
The dam withstood the flow with a water discharge rate of 40,000 cubic meters per second, meaning 16,000 cubic meters of water per second accumulated in the reservoir behind the dam.
The water level in the reservoir had risen to 158 meters at 8 a.m. Wednesday, about 17 meters below its maximum capacity of 175 meters.
Continuous downpours in recent weeks have raised water levels in the upper reaches of the Yangtze.
Water flows on the river's upper reaches reached 70,000 cubic meters per second on July 20 -- the highest level since the dam was completed last year and 20,000 cubic meters more than the flow during the 1998 floods that killed 4,150 people.
Vessels' transit through the dam resumed last Thursday after the first peak flow passed. But it was suspended again at 10 p.m. Tuesday as the second round of floodwaters approached.
After the shipping service was suspended, a road near the dam was opened for vehicles to transport goods and people across the dam.
Special Report: China Fights Against Floods (http://www.xinhuanet.com/english2010/special/2010floods/)


http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/28/13419670_21n.jpg (http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/28/c_13419670_2.htm)


<table style="border: 0px none rgb(255, 255, 255); width: 80px; height: 40px; background-color: rgb(255, 255, 255);" bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#ffffff" align="center" border="0" cellpadding="1" cellspacing="0"><tbody><tr><td style="min-height: 16px; background-color: rgb(255, 255, 255);" align="left" valign="top">http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/28/13419670_11n.jpg</td> </tr> <tr> <td style="min-height: 16px; background-color: rgb(255, 255, 255);" align="left" valign="top">Security personnels patrol at a power plant near the Three Gorges Dam, central China's Hubei Province, July 28, 2010. A flood peak with water flux of 56000 cubic meters per second reached the Three Gorges Dam at 8 o'clock Wednesday morning. (Xinhua/Cheng Min)</td></tr></tbody></table>

http://news.xinhuanet.com/english2010/china/2010-07/26/13415410_11n.jpg

Falkman
29-07-2010, 09:08 AM
จีนอ่ะนะ น่าเกลียดมาก
พอน้ำเยอะก็ปล่อยลงมาท่วมบ้านเรือนคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ทางปลายน้ำ (อย่างทางอีสานบ้านเรา)

พอน้ำไม่มี (แล้ง) ก็เก็บไว้ไม่ยอมให้เราใช้บ้าง ชาวบ้าน สัตว์น้ำ ลำบากกันหมด

ถ้าเขื่อนพังก็ดี ชาวบ้านอีกจำนวนมหาศาลจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนอีกนาน
จะบ้าเหร๋อ มาอุดกระแสเลือด (เส้นเลือดใหญ่โลก) เลือดเดินไม่ได้โลกก็ป่วยสิ
แล้วน้ำมหาศาลขนาดนี้ หนักแค่ไหน โลกหมุนของมันดีๆ ก็จะเสียสมดุลย์เอา

เซ็ง..........:boo:

ธัมมะอาสา
29-07-2010, 09:36 AM
เหมือนมียักษ์ตัวใหญ่ไปกระโดดเล่นบริเวณปลายคานงัดเพลตทวีป
หน้าแล้งก็กระโดดขึ้น
หน้าน้ำก็กระโดดลง

พลังงานสะสมของเพลตทวีปจึงปลดปล่อยออกมาเมื่อถึงเวลา กลายเป็นแผ่นดินที่รุนแรง

kowmoo
29-07-2010, 11:03 AM
จีนอ่ะนะ น่าเกลียดมาก
พอน้ำเยอะก็ปล่อยลงมาท่วมบ้านเรือนคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ทางปลายน้ำ (อย่างทางอีสานบ้านเรา)

พอน้ำไม่มี (แล้ง) ก็เก็บไว้ไม่ยอมให้เราใช้บ้าง ชาวบ้าน สัตว์น้ำ ลำบากกันหมด

ถ้าเขื่อนพังก็ดี ชาวบ้านอีกจำนวนมหาศาลจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนอีกนาน
จะบ้าเหร๋อ มาอุดกระแสเลือด (เส้นเลือดใหญ่โลก) เลือดเดินไม่ได้โลกก็ป่วยสิ
แล้วน้ำมหาศาลขนาดนี้ หนักแค่ไหน โลกหมุนของมันดีๆ ก็จะเสียสมดุลย์เอา

เซ็ง..........:boo:
อย่าไปโทโสเลยเค้าก็คงได้รับกรรมที่เค้าก่ออีกไม่ช้าหรอก คนจีนแผ่นดินใหญ่จริงๆ เห็นแก่ตัวจริงๆ ไม่ใช่จีนอพยพในไทยนะ เพราะข้าพเจ้าเป็นลูกจีนที่รักพ่อหลวง รักแผ่นดินไทยมากมาย รักพุทธศาสนา รักสงบ โอ๊ยเยอะแยะ *v*

ragpon
29-07-2010, 01:00 PM
ผมเสริมนิดครับ ไม่ใช้เป็นที่เชื้อชาติหรือเผ่าพันธ์ ที่เห็นแก่ตัวแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่ที่มนุตย์คนนั้นไปเกิดในดินแดนที่มีความบีบรัดเบาบางหรือเข้มข้นต่างกันไป ตามบุพกรรมของตนที่เหวี่ยงให้ไปกำเนิดในสถานที่นั้นๆเป็นเหตุแก่การก่อกรรมเพิ่มหรือหวังพึงสรางบารมีใหญ่โดยแม้กรรมบีบคั้นเพียงใดแต่ยังดำรงค์อยู่ในศีลธรรมอันดีทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้นั้นย่อมเป็นกรรมดีบารมีเสริม อันผู้หวังสร้างพึงรับได้หวังกระทำเป็นเช่นนี้มาตลอด ชนชาติจึงไม่ใช้ปัญหาเลย พวกเราจึงหวังให้กรรมที่ไม่ดีจงไม่เกิดหรือผู้ที่จะหวังกระทำจะไม่ลงมือทำในสิ่งนั้นหากหวังหรือการอธิฐานใดๆไม่มีผลต่อการช่วยยกระดับของการกระทำของการกระทำของเขาเหล่านั้นได้เลย จึงปล่อยวางซะและกำหนดให้อยู่ในที่ตั้งของพื้นที่ของตนเองและสร้างบารมีต่อไปทำให้ผู้ที่ยังเกี่ยวข่องยังคงอยู่ในวงค์ของกรรมดีหนุนนำอยู่เป็นปกติ หากปล่อยวางไม่สิ้นเชื้อ หรือถึงขั้นเสี่ยงต่ออารมณ์ที่ไม่คงที่ในความขุ่นเคืองเราเองจะต้องไปเกี่ยวข่องในวงค์ของเขาด้วย(ช่วงบนเป็นการเสริมครับ ส่วนช่วงล่างเป็นการแนะนำเพิ่มเติมครับ)

พลอยรุ้ง
29-07-2010, 02:23 PM
จีนอ่ะนะ น่าเกลียดมาก
พอน้ำเยอะก็ปล่อยลงมาท่วมบ้านเรือนคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ทางปลายน้ำ (อย่างทางอีสานบ้านเรา)

พอน้ำไม่มี (แล้ง) ก็เก็บไว้ไม่ยอมให้เราใช้บ้าง ชาวบ้าน สัตว์น้ำ ลำบากกันหมด

ถ้าเขื่อนพังก็ดี ชาวบ้านอีกจำนวนมหาศาลจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนอีกนาน
จะบ้าเหร๋อ มาอุดกระแสเลือด (เส้นเลือดใหญ่โลก) เลือดเดินไม่ได้โลกก็ป่วยสิ
แล้วน้ำมหาศาลขนาดนี้ หนักแค่ไหน โลกหมุนของมันดีๆ ก็จะเสียสมดุลย์เอา

เซ็ง..........:boo:

เคยอ่านที่คุณลุงคนเชียงใหม่โพสต์ไว้นานแล้ว เกี่ยวกับเขื่อนในประเทศจีน ที่เก็บกักน้ำไว้มากเกินไป ทำให้ที่อื่นแห้งแล้ง ผิดธรรมชาติ ทำให้เสียสมดุลของระบบไหลเวียนน้ำ และน้ำที่เก็บไว้ก็มีน้ำหนักมากด้วย พื้นดินต้องคลายแรงกดดันที่ถูกน้ำกดทับอยู่ ทำให้เกิดแผ่นดินไหว และน้ำท่วมหลายๆที่ในจีน ก็เพราะขาดความสมดุล
ท่าจะจริงอย่างที่ลุงแกว่าไว้

พลอยรุ้ง
29-07-2010, 02:29 PM
อยากชมว่า กระทู้นี้ข่าวอัพเดท ดีจริงๆค่ะ ขยันหาข้อมูลกันมากเลย ไม่รู้ทำได้ไงนะคะ ที่ไปเอาข้อมูลแผ่นดินไหวมา เพราะตัวเองทำไม่เป็นค่ะ (ถ้าทำอะไรได้จะมาช่วยเสริม แต่ไม่ค่อยเก่งเทคนิคเลยจริงๆ เลยได้แต่อ่านอย่างเดียว)

หนุมาน ผู้นำสาร
29-07-2010, 02:42 PM
*** กองทัพธรรม ****

ช่วยด้วยการตัดลดปลดนิสัยตนเอง
ด้วยสัจจะสัก ๑ ข้อ

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

Cutie Kung
29-07-2010, 05:07 PM
นักวิชาการเตือนไทยอย่าชะล่าใจ ชี้จีนปล่อยน้ำเขื่อนสามผาเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน


.:
ASTV


ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน ส่งผลให้ขณะนี้ระดับน้ำในเขื่อนสามผา ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการทดสอบประสิทธิภาพการรองรับน้ำของเขื่อนนี้อีกครั้ง ว่าจะรองรับปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลได้หรือไม่ โดยในเช้าวันนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นถึงระดับ 158 เมตร แม้จะมีการระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว 56,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่คงเหลืออีกไม่ถึง 10% ก็จะเกินความสามารถสูงสุดในการรับน้ำของเขื่อนแห่งนี้แล้ว


ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นักวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกมาเตือนว่า ประเทศไทยไม่ควรชะล่าใจกับการปล่อยน้ำของเขื่อนสามผาของจีน ถึงแม้ว่าจะไม่เชื่อมโยงกับแม่น้ำโขง แต่ว่าช่วงนี้มีลมมรสุมพัดเข้าไทยอย่างต่อเนื่องบวกกับน้ำแข็งที่ละลายจาก เทือกเขาหิมาลัย ประเทศทิเบตไหลลงมาสมทบลงแม่น้ำโขงจะทำให้ประเทศไทยเกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำโขง และสาขาแม่น้ำโขง เช่น แม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำกก และแม่น้ำสงคราม


มลภาวะจีนน่าห่วง!! ผลสำรวจพบเลวร้ายที่สุดในรอบ 5 ปี


.:
ASTV


กระทรวงพิทักษ์สภาพแวดล้อมของจีน เปิดเผยรายงานการศึกษาคุณภาพอากาศ ในเมืองสำคัญทั่วประเทศช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า เมืองหลัก 113 เมือง มีคุณภาพอากาศต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดไว้ ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 5 ปี


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นผลมาจากการขยายตัวในภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กรมสรรพากรของจีน ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จำนวนผู้จดทะเบียนรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล


ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมและมีอากาศร้อน เมื่อทางการตรวจสอบคุณภาพอากาศพบว่า ดัชนีมลพิษทางอากาศในกรุงปักกิ่งอยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาระบบทางเดินหายใจ

Cutie Kung
29-07-2010, 05:11 PM
เหตุระเบิด “ครั้งแผ่นดินไหว” หนันจิง ตายแล้ว 12 ราย สาหัส 15 ราย

เอเจนซี-สื่อจีนรายงาน เมื่อวันพฤหัสฯ(29 ก.ค.) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน และผู้บาดเจ็บ 300 กว่าคน โดยมีผู้ที่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 120 คน ในจำนวนนี้ 14 ราย มีอาการสาหัส สืบเนื่องจากกรณีท่อสารเคมีเอทิลีนของโรงงานพลาสติกในเขตซีเสียเมืองหนันจิง รั่วและระเบิด จนไฟไหม้ใหญ่เมื่อวันพุธ(28 ก.ค.)

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟไหม้ได้แล้วในช่วงเย็น 18.00 น. ของวันเกิดเหตุ

แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างประตูของตึกอาคารในบริเวณแตกกระจาย โดยเฉพาะในรัศมี 100 เมตร ได้รับความเสียหายยับเยิน นายติง เล่าว่าบ้านของเขาอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 300 กว่าเมตร ตอนเกิดเหตุระเบิดเขารู้สึกว่าบ้านสั่นอยู่ 2-3 วินาที และคิดว่าเกิดแผ่นดินไหว

ขณะนี้ หนันจิงได้ส่งเจ้าหน้าที่ถึง 900 นาย ออกสำรวจและสอบถามประชาชนตามบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดใหญ่ครั้งนี้.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000011108802.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/553000011108802.JPEG)</td> </tr> <tr> <td align="center" valign="baseline">ฤทธิ์แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนและร้านค้าในรัศมีนับร้อยเมตรพังยับ(ภาพเอเจนซี) (http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1618899)</td> </tr> </tbody></table>
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000011108803.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/553000011108803.JPEG)</td> </tr> <tr> <td align="center" valign="baseline">เจ้าหน้าที่นับร้อยนายเข้าไปควบคุมไฟไหม้ และช่วยเหลือผู้คน(ภาพเอเจนซี) (http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1618900)</td> </tr> </tbody></table>
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000011108804.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/553000011108804.JPEG)</td> </tr> <tr> <td align="center" valign="baseline">เหยื่อที่โดนลูกหลงเล็กๆน้อยๆ (ภาพเอเอฟพี) (http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1618901)</td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="right" valign="bottom" width="1" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> <td align="center" background="/images/linedot_hori.gif" valign="bottom" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> <td align="left" valign="bottom" width="1" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> <tr> <td align="center" background="/images/linedot_vert.gif" valign="middle" width="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> <td> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="5" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://pics.manager.co.th/Images/553000011108801.JPEG</td> </tr> </tbody></table> </td> <td align="center" background="/images/linedot_vert.gif" valign="middle" width="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> <tr> <td align="right" valign="top" width="1" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> <td align="center" background="/images/linedot_hori.gif" valign="top" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> <td align="left" valign="top" width="1" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> ฤทธิ์แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนและร้านค้าในรัศมีนับร้อยเมตรพังยับ(ภาพเอเอฟพี)

Manager Online (http://www.manager.co.th)

CASIO12
29-07-2010, 06:25 PM
แผ่นดินไหวจากการกระทำของมนุษย์
มีทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การระเบิด การทำเหมือง สร้างอ่างเก็บน้ำ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3)หรือเขื่อนใกล้รอยเลื่อน การทำงานของเครื่องจักรกล การจราจร รวมถึงการเก็บขยะนิวเคลียร์ไว้ใต้ดิน เป็นต้น

การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอาจพบปัญหาการเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากน้ำหนักของน้ำในเขื่อนกระตุ้นให้เกิดการปลดปล่อยพลังงาน ทำให้สภาวะความเครียดของแรงในบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งทำให้แรงดันของน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดพลังงานต้านทานที่สะสมตัวในชั้นหิน เรียกแผ่นดินไหวลักษณะนี้ว่า แผ่นดินไหวท้องถิ่น ส่วนมากจะมีศูนย์กลางอยู่ที่ระดับความลึก 5-10 กิโลเมตร ขนาดและความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวจะลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะปกติ รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะเช่นนี้เคยมีที่ เขื่อนฮูเวอร์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AE%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2488 แต่มีความรุนแรงเพียงเล็กน้อย เขื่อนการิบา (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1) ประเทศซิมบับเว เมื่อ พ.ศ. 2502 เขื่อนครีมัสต้า (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1) ประเทศกรีซ เมื่อ พ.ศ. 2506 และครั้งที่มีความรุนแรงครั้งหนึ่งเกิดจากเขื่อนคอยน่า (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1) ในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2508 ซึ่งมีขนาดถึง 6.5 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 180 คน<SUP class=reference id=cite_ref-nytimes.com_0-0>[1] (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7#cite_note-nytimes.com-0)</SUP>
การทำเหมืองในระดับลึก ซึ่งในการทำเหมืองจะมีการระเบิดหิน ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นได้
การสูบน้ำใต้ดิน การสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้มากเกินไป รวมถึงการสูบน้ำมัน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99)และแก๊สธรรมชาติ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%AA%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4) ซึ่งอาจทำให้ชั้นหินที่รองรับเกิดการเคลื่อนตัวได้
การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C)ใต้ดิน ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนจากการทดลองระเบิด ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบต่อชั้นหินที่อยู่ใต้เปลือกโลกได้
แผ่นดินไหว - วิกิพีเดีย (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7)

เกษม
29-07-2010, 10:14 PM
เรือล่มกลางแม่น้ำที่คองโก สังเวยอย่างน้อย 130 ศพ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066393&stc=1&d=1041356539

มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 130 ราย จากอุบัติเหตุเรือล่มกลางแม่น้ำสายหนึ่งในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ว่า เกิดอุบัติเหตุเรือโดยสารล่มที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ "ดีอาร์ คองโก" อดีตประเทศอาณานิคมของเบลเยียมทางตอนกลางของทวีปแอฟริกากลางเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 130 คน

รายงานข่าวล่าสุดจากกรุงคินชาซาเมืองหลวงของดีอาร์ คองโก ระบุว่า เกิดอุบัติเหตุเรือล่มกลางแม่น้ำสายหนึ่งในเขตควาเมาธ์ของจังหวัดบันดุนดู ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 130 รายแล้ว แต่มีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงเกินกว่า 200 คน

ซาวิเยร์ เอ็นซิงชี หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกออกมาเปิดเผยว่า เรือโดยสารลำดังกล่าวมีผู้โดยสารอยู่มากกว่า 250 คนในช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นพวกนักธุรกิจ เกษตรกร และกลุ่มนักเรียนที่เดินทางไปทัศนศึกษา โดยเอ็นซิงชีระบุว่าการบรรทุกผู้โดยสารเกินพิกัดน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพิ่งเกิดเหตุเรือล่มในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จากการบรรทุกผู้โดยสารเกินพิกัดซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในคราวนั้นมากกว่า 100 คนมาแล้ว ขณะที่ข้อมูลของทางการระบุว่าเมื่อปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากการสัญจรทางน้ำในดินแดนแห่งนี้ไปมากกว่า 2,000 คน

ไทยรัฐออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2553

เรือบรรทุกน้ำมันยุ่น บึ้มในช่องแคบฮอร์มุซ เชื่อถูกโจมตี

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066394&stc=1&d=1041356539

เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ “เอ็ม.สตาร์” ของญี่ปุ่น เกิดระเบิดขึ้น ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกชายฝั่งโอมานและอิหร่าน ลูกเรือบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน แต่ไม่มีน้ำมันรั่วไหล...

บริษัท “มิตซุย โอ.เอส.เค ไลน์ส” ของญี่ปุ่น เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ “เอ็ม.สตาร์” แถลงเมื่อ 28 ก.ค.ว่า เกิดเหตุระเบิดบนเรือเอ็ม.สตาร์ ในช่องแคบฮอร์มุซ นอกชายฝั่งโอมานและอิหร่าน ทำให้เรือเสียหาย ลูกเรือคนหนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่มีน้ำมันรั่ว

โดยเรือลำดังกล่าว ได้แล่นกลับไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเรืออาจถูกโจมตีจากภายนอก เพราะลูกเรือเห็นแสงไฟสว่างวาบจากระยะไกล ก่อนเกิดระเบิดที่ท้ายเรือ

สำหรับเรือลำนี้บรรทุกน้ำมัน 270,204 ตัน จะไปยังเมืองท่าชิบะ ใกล้กรุงโตเกียว มีลูกเรือเป็นชาวฟิลิปปินส์ 16 คน อินเดีย 15 คน แต่หลังเกิดเหตุ ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดตามปกติ

ไทยรัฐออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2553

แม่ทัพภาคที่ 2 คุมเข้มชายแดนไทย-เขมร

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066395&stc=1&d=1041356539

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ยอมเสียดินแดนเป็นอันขาด ขณะบรรยากาศโดยรอบปราสาทพระวิหารเงียบเหงา...

เวลา 11.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 พลโท สุรพันธ์ วงศ์ไทย เจ้ากรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยได้เดินทางมาตรวจดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านปราสาทเขาพระวิหารที่บริเวณผามออีแดง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากสถานการณ์ที่มีข่าวการเลื่อนการพิจารณาการพัฒนาพื้นที่รอบตัวปราสาทเขาพระวิหารออกไปทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น พอมาถึงก็ได้เดินทางต่อไปยังบริเวณผามออีแดงโดยไม่อนุญาตให้ ผู้สื่อข่าวติดตามไปทำข่าวจึงไม่ทราบภารกิจ

จากนั้นเจ้าหน้าที่กองกำลังสุรนารี ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปบริเวณผามออีแดง บรรยากาศโดยทั่วไปปกติ สังเกตเห็นว่าบริเวณโดยรอบปราสาทเขาพระวิหารเงียบเหงามากมองไม่เห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเหมือนแต่ก่อน และได้เดินทางไปดูโดยรอบปราสาทเขาพระวิหารสังเกตตามแนวสันปันน้ำของเขาพระวิหาร พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง และตัดถนนหลายสาย ตลอดจนมีบ้านเรือนราษฎรอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ละเมิดข้อตกลงของ เอ็มโอยู

แหล่งข่าวคนหนึ่ง กล่าวว่า ที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ทหารกัมพูชา ได้ส่งผู้หญิง และเด็กลงไปด้านล่างเหลือไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่และทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติการอยู่เท่านั้น และ เจ้าหน้าที่ทหาร และ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่สามารถปรับทีวีรับกัมพูชา ได้เฝ้าดูข่าวตลอดทั้งวัน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.50 น. วันเดียวกัน พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางเดินมารับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวบ้านภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ขอให้เปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้ให้ชะลอไว้ก่อน ณ บริเวณสนาม ร.ร.บ้านภูมิซรอล กล่าวว่า สถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ยังคงเป็นปกติ โดยหน่วยทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ ได้แก่ กองกำลังสุรนารี กรมเฉพาะกิจทหารพรานที่ 23 และกรมทหารราบที่ 6 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีการเสริมกำลังเข้าสู่พื้นที่ทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด

เหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดมีหรือไม่ ตนคิดว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์การทางการเมืองเพราะการประชุมกันที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น มีผลกระทบต่อแนวชายแดน เพื่อความไม่ประมาทผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้ตนมาดู ตรวจความพร้อมต่างๆ และไม่ให้มีการไปสู่การใช้อาวุธ เว้นว่า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเราจะต้องป้องกันตัวหรือหากมีการรุกล้ำดินแดนเราคงจะยอม ไม่ได้เหมือนกับที่เราประกาศมาตลอดว่า เราจะไม่ยอมเสียอธิปไตยหรือเสียดินแดนเป็นอันขาด หลังจากนั้น ได้เดินทางต่อไปเพื่อรับฟังบรรยายสรุปที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารก่อนเดินทางกลับ

ไทยรัฐออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Kongp
29-07-2010, 10:19 PM
พูดถึงเรื่องน้ำบ่อยๆ แล้วนึกถึงเรื่อง น้ำในเจ้าพระยา ที่คุณภาพน้ำแย่ลงทุกวัน

วันนี้นั่งเรือด่วนเจ้าพระยากลับบ้าน เห็นปลาสวายลอยตาย ถึง 2 ตัว บริเวณท่าน้ำสี่พระยา กับ ท่าน้ำวังหลังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

เวลาที่แห้งแล้ง คนไทยจะไม่มีน้ำใช้

เวลาน้ำมีมาก แต่กลับใช้ไม่ได้ เพราะน้ำจะเน่าเสียกันหมด

ต้องช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้มากๆ ครับ

Kongp
29-07-2010, 10:22 PM
นี่คือการเตรียมการของผม ...
นะโม ~ ตัสสะ ภัคคะวะโต ขออย่าให้เกิด สาธุ :boo:

หลังๆนี้ การเตรียมการของผมคือ ให้ทาน รักษาศีล ภาวนา ครับ

นานๆ เข้าบอร์ดที

หลังเสร็จงาน จะห่างบอร์ดมากขึ้น...

เกษม
29-07-2010, 10:38 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>กองทัพเขมรสั่งเตรียมกำลังพล-อาวุธหนักพร้อมรับมือ “ทหารไทย” ตลอดแนวชายแดน
</TD><TD vAlign=baseline align=right width=85>[/URL]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>29 กรกฎาคม 2553 18:11 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066440&stc=1&d=1041358062

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066441&stc=1&d=1041358062

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066442&stc=1&d=1041358062
ความขัดแย้งกรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าท่องเที่ยวที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ วันนี้ (29 ก.ค.)

ชายแดนไทย-เขมรด้าน “ช่องจอม” สุรินทร์ ยังไม่ตึงเครียด พ่อค้าแม่ค้าชาวไทย-กัมพูชา ค้าขายและเดินทางผ่านแดนเข้าไปเล่นกาสิโนตามปกติ ขณะกองทัพกัมพูชามีคำสั่งให้ทหารเขมรเตรียมกำลังพลและอาวุธหนักพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทหารไทยเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มที่ ตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่ ศรีสะเกษ-สุรินทร์

วันนี้ (29 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่รัฐบาลไทยคัดค้านการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เพียงฝ่ายเดียวของประเทศกัมพูชา และค้านแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาท ซึ่งกัมพูชาเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 34 ที่ประเทศบราซิล อยู่ในขณะนี้นั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยว ที่บริเวณชายแดนด้านด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนชาวกัมพูชา ยังคงเดินทางเข้ามาค้าขายและซื้อสินค้าที่ตลาดการค้าช่องจอมใหม่ ฝั่งไทยที่บ้านด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กันอย่างคึกคัก

ขณะที่ประชาชนนักท่องเที่ยวชาวไทยยังเดินทางข้ามแดนเข้าไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนชายแดนฝั่งประเทศกัมพูชากันตามปกติ โดยผู้ประกอบการกาสิโนชายแดนกัมพูชา ได้ประชาสัมพันธ์ ให้นักพนันชาวไทยไม่ต้องกังวลต่อสถานการณ์ปัญหาจากความขัดแย้งกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก พร้อมได้แจ้งข่าวให้บรรดานักพนันได้รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา

สำหรับความเคลื่อนไหวทางการทหารนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวทหารประเทศกัมพูชาที่ชุมชนโอร์เสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมากองทัพประเทศกัมพูชา ได้สั่งการให้ทหารกัมพูชา ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ตั้งแต่ที่ด้านปราสาทพระวิหาร อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ตรงข้าม จ.ศรีสะเกษ, ด้านด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์, ด้านปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ให้เตรียมกำลังพลและอาวุธหนัก ปืนใหญ่ และรถถังให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่หากทหารไทยเปิดฉากโจมตี

ด้านแหล่งข่าวนายทหารไทยประจำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังปกติ ทหารไทยกับทหารกัมพูชาสามารถที่จะพูดคุยเจรจาทำความเข้าใจกันได้ โดยได้มีการตั้งตัวแทนทางทหารสำหรับประสานงานในแต่พื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกัน

ล่าสุด ฝ่ายไทยยังไม่ได้มีการเพิ่มกำลังพล และอาวุธหนักเข้าไปยังพื้นที่แนวชายแดนแต่อย่างใด เพราะได้วางกำลังทหารพร้อมอาวุธประจำหน่วยเข้าประจำการในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันอธิปไตยไทยไว้เป็นปกติอยู่แล้ว

ที่มา [URL="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104787"]http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104787 (http://www.manager.co.th/vdo/ViewVDO.aspx?NewsID=9530000104787)

เกษม
29-07-2010, 11:10 PM
พิษณุโลก-พระธาตุผุดออกจากรูปหล่อสมเด็จโต

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066524&stc=1&d=1041359926

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066525&stc=1&d=1041359926

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066527&stc=1&d=1041359926

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066522&stc=1&d=1041359926


พบรูปหล่อเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม ที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นมีพระธาตุผุดออกจากรูปหล่อ

ที่วัดเจดีย์ยอดทอง ถนนพญาเสือ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หลังจากเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน นายสหราช ทวีพงษ์ อายุ 36 ปี อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้นำรูปหล่อเหมือน สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม ที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นจากผงอิทธิเจหรือผงจักรพรรดิ (เศษผงช๊อคจากกระดานชนวนในอดีต) เมื่อปีพ.ศ.2532

มามอบถวายให้พระครูวินัยธรสน กนตสีโล เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ยอดทอง เจ้าคณะตำบลในเมือง(ฝ่ายธรรมยุทธ) เนื่องจากพบว่าองค์รูปเหมือนมีลักษณะที่เชื่อกันว่า มีพระธาตุเสด็จอยู่ในลักษณะของพระธาตุอ่อนขึ้นตามจีวร และล่าสุดเมื่อผ่านไปเพียง 1 เดือน ก็ได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสว่า พระธาตุอ่อนที่มีลักษณ์คล้ายใยสีขาว ได้ห่อหุ้มตามจีวรเต็มไปหมดและเริ่มจะขึ้นที่บริเวณศีรษะของรูปหล่อ สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับพุทธศาสนิกชนที่มานมัสการเจ้าอาวาสอย่างมาก โดยเจ้าอาวาสนำมาใส่กรอบกระจก เพราะหากผู้มีบุญไม่ถึงไปสัมผัสบริเวณพระธาตุอ่อนที่ผุดขึ้นมาก็จะยุบไป โดยเฉพาะที่บริเวณฐานรูปหล่อเหมือนได้ยุบหายไปบ้างแล้ว

นายสหราช บอกว่า ได้บูชาต่อรูปหล่อเหมือนนี้มาจากเพื่อน และเมื่อนำมากราบไหว้บูชาได้ระยะหนึ่งก็พบว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจึงได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจนพบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นลักษณะหนึ่งของพระธาตุเสด็จตามความเชื่อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นลักษณะของพระธาตุอ่อน ที่พบได้ตามเครื่องรางของขลังที่พระเกจิรุ่นเก่าๆได้สร้างไว้ และเป็นสิ่งของหายาก เนื่องจากผู้ที่มีความเชื่อต้องการนำไปกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ตนเองมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อเจ้าอาวาสวัดสระสี่เหลี่ยม จึงได้นำมาถวายให้ดังกล่าว

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพฤหัสบดี ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com/kkn/ข่าวสังคม/22155/พิษณุโลก-พระธาตุผุดออกจากรูปหล่อสมเด็จโต.html (http://www.krobkruakao.com/kkn/ข่าวสังคม/22155/พิษณุโลก-พระธาตุผุดออกจากรูปหล่อสมเด็จโต.html)

เกษม
30-07-2010, 08:31 AM
กองทัพตะเข็บบุกบ้านยั้วเยี้ยนับแสน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1066765&stc=1&d=1041355429

สุดสยอง ตะเข็บนับแสนตัวบุกบ้านทุกหลังในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมืองระยอง เลื้อยยั้วเยี้ย เกรงจะเกิดอันตรายจากโรค เทศบาลไล่ฉีดยาจ้าละหวั่น ตายกองจำนวนมาก...

วันที่ 29 ก.ค.2553 เวลา 15.00 น. นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับมา อ.เมืองระยอง ได้รับแจ้ง จากชาวบ้าน ในหมู่บ้านเพชรรัตน์ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยองว่า มีสัตว์เลื้อยคลาน นับแสนตัว คลานเข้ามาในหมู่บ้าน เข้ามาขดตัวตามกำแพง และซอกผนัง บ้านเรือน ไต่ยั้วเยี้ย น่าขยะแขยง ทั้งในห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร ทุกซอกทุกมุม ที่เป็นที่อับชื้น จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมผู้สื่อข่าว พบว่าบริเวณกำแพงรั้วบ้าน หลายสิบหลังมีตัวแมลงลักษณะคล้ายกิ้งกือ บางคน เรียกตัวตะเข็บ มีสีดำ ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว มีจำนวนมาก ชาวบ้านกวาดมากองรวมกัน

นางปราณี ช่างเกวียนดี อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 /122 หมู่บ้านเพชรรัตน์ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง กล่าวว่า มีแมลงจำนวนมากไต่ตามกำแพง และคืบคลานเข้าสู่ตัวบ้าน จนแทบไม่มีที่ยืน กวาดเอามากองแล้วจุดไฟเผาไปบ้าง คนในหมู่บ้านทนไม่ไหว จึงได้โทรศัพท์ให้เทศบาลตำบลทับมาเข้ามาช่วยเหลือ เพราะเกรงว่า จะเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัว กลัวเป็นเหมือน 3 พ่อแม่ลูกที่มีแมลงผุดจากผิวหนัง เหมือนในข่าวนายประเสริฐ วงษ์ศรี ได้สั่งการให้ของนายชนิตพล คมกล้า เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลทับ มานำยาฆ่าแมลง เซฟวิน 85 มาฉีดพ่น ตัวแมลงดังกล่าวตายกองเป็นจำนวนมาก

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Powernext
30-07-2010, 10:56 AM
ตะเข็บออกมาเตือนว่าระวังจะเกิดแผ่นดินไหว..

หนุมาน ผู้นำสาร
30-07-2010, 12:05 PM
ตะเข็บเปลือกโลก

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

angelpair
30-07-2010, 01:50 PM
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่

เกษม
30-07-2010, 09:42 PM
ปากีสถานวิกฤติหนัก น้ำท่วมดับกว่า 300 คน-บ้านเรือนพังยับ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1067980&stc=1&d=1041356629

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1067981&stc=1&d=1041356629

อุทกภัยในปากีสถาน ดับชีวิตประชาชนแล้วอย่างน้อย 300 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้อพยพผู้คนหลายพันคน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรถูกทำลายเสียหายหลายพันไร่...

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปากีสถานว่า 300 คน ได้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากอุทกภัยดังกล่าว ได้ทำลายบ้านเรือนไปแล้วกว่าหลายร้อยหลัง ทำลายพื้นที่การเกษตรไปอีกหลายพันไร่

โดยจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 291 คน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2553

จีนป่วนสารเคมีรั่วลงแม่น้ำใหญ่

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1067982&stc=1&d=1041356629

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถังสารเคมี หล่นลงสู่แม่น้ำสายสำคัญ ของมณฑลจี้หลิน ของจีน หลังน้ำท่วมอย่างหนัก ขณะยอดผู้เสียชีวิต มีกว่า 1,200 คนแล้ว...

เจ้าหน้าท่ีจีนสั่งระงับการจ่ายน้ำประปาให้บางพื้นท่ีของเมืองจี้หลิน มณฑลจี้หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อ 29 ก.ค. อีกทั้งระดมคนงานออกเก็บกวาดสารเคมีในแม่น้ำซ่งหัว หลังกระแสน้ำท่วมสูงพัดสารเคมี สำหรับผลิตยางลบ และกาวกว่า 3,000 ถัง ปริมาณกว่า 3,000 บาเรลในโรงงานแห่งหนึ่งลงสู่แม่น้ำซ่งหัว แม่น้ำสายสำคัญท่ีสุดของจี้หลิน

ขณะท่ีมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในจี้หลินแล้ว 13 คน สูญหาย 6 คน ทางการต้องส่งหน่วยกู้ภัยกว่า 200 คนเข้าไปช่วยชาวบ้านกว่า 30,000 คนท่ีติดค้างอยู่ในเมืองหยงจี ส่วนภาวะน้ำท่วมครั้งร้ายแรงท่ีสุดในรอบกว่า 10 ปีในหลายพ้ืนท่ีของจีนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,200 คน

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2553

มะกันชนเกินครึ่งเชื่อจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ภายใน 40 ปี

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1067983&stc=1&d=1041356629

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันเชื่อว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และเชื่อว่าสหรัฐฯจะถูกโจมตีจากพวกผู้ก่อการร้ายด้วยอาวุธนิวเคลียร์ภายในระยะเวลา 40 ปีข้างหน้า...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ค.โดยอ้างผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยสถาบันวิจัย "พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์" ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ที่ระบุว่า ในขณะนี้มีคนอเมริกันถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ที่เชื่อว่าจะเกิด "สงครามโลกครั้งที่ 3" ภายในระยะเวลา 40 ปีข้างหน้า ขณะที่อีก 53 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าสหรัฐอเมริกาจะถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากฝีมือของพวกกลุ่มก่อการร้ายภายใน 40 ปีนับจากนี้หรือภายในปี ค.ศ. 2050 เช่นกัน

ผลสำรวจความเห็นครั้งนี้ยังพบว่าคนอเมริกันรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 18-29 ปีเป็นกลุ่มที่เชื่อว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ภายในปี 2050 มากที่สุดถึง 68 เปอร์เซ็นต์รองลงมาคือกลุ่มคนที่มีอายุ 50-64 ปีที่เชื่อในเรื่องดังกล่าว 59 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่กลุ่มชาวอเมริกันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปกลับเป็นกลุ่มที่เชื่อว่าสหรัฐอเมริกาจะถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดถึง 57 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือกลุ่มคนอายุ 50-64 ปีที่มี 56 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนั้น ผลสำรวจยังพบว่าชาวอเมริกันที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มที่จะมีความวิตกกังวลว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และกลัวว่าสหรัฐฯ จะถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากพวกผู้ก่อการร้ายสูงถึง 61 เปอร์เซ็นต์และ 57 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ากลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตที่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าวเพียงร้อยละ 53 เปอร์เซ็นต์ และ 46 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

rov
30-07-2010, 10:28 PM
เป็นไปตามที่ทำนายไว้,นำมาทำนายอีกที,พบว่าโลกตอนนี้มันเกิดแล้ว,โลกกำลังพิดทวนเข็มนาฬิกา,ซึ่งรู้สึกว่าทำไมน้ำแข็งกำลังละลายและไหลไปในทางที่,ตรงกันข้ามของการหมุนของโลก

rov
30-07-2010, 10:42 PM
อาจมีคนตายเพิ่ม,บางคนอาดยังไม่รู้,แต่ผมรู้ถึงความตายของผู้คน,ผมเห็นพายุทุกลูก,เหมือนมาเตือนภัยข้างหน้า,เห็นเสธแดงที่ถูกฆ่าแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะอยู่ที่ปัจจุบัน แต่เห็นด้วยสมาธิในอนาคต:)

jaojao48
30-07-2010, 11:28 PM
....................................................

siyan3
31-07-2010, 10:49 AM
ผมพูดตรงนะครับ
เท่าที่ผมเห็นมา และ ผมคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ ขึ้นมา
ตามองค์พระบรมศาสดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเคยตรัสเอาว่า
กมฺนา วัตติโลโก = สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
การไม่เบียดเบียนผู้อื่นเป็นสัตว์อันประเสริฐ
แต่มนุษย์เป็นผู้ลิขิตเองทั้งหมด ไม่ต้องไปโทษพระโทษเจ้า
1. การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จีน ญี่ปุ่น จีนฆ่าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นฆ่าจีน ความโกรธแค้น การสาปแช่ง
2. พม่าฆ่าไทยก็อย่างที่ผมยกตัวอย่างไป
3. คนเห็นแก่ตัว มีมากขึ้นเรื่อย
4. การอยู่ไม่เป็นสุข ระราน สัตว์ ป่าไม้ ผู้คนไปทั่ว
5. การแบ่งชนชั้น
6. ความขี้เหนียว ขี้งก ตระหนี่
7. การไม่เอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ ไม่เคยแบ่งปัน เพื่อนร่วมโลก
8. คิดที่จะฆ่า คิดที่จะวางแผน สังหารผู้อื่น
9. การที่ฆ่าสัตว์ กินเนื้อสัตว์ มนุษย์เป็นสัตว์ที่จัญไรมากที่สุด ข้อนี้ผมขอยกเลย ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ เพียงแค่เห็นเป็นสัตว์ เกิดมาไม่มีค่า มีแต่ ( ฆ่า ) เพื่อเอาเนื้อ หนัง เลือด มาเพื่อเป็นความอิ่มหนำ สำราญ โดยที่ผู้โอนต้องเจ็บปวด ทรมาน แสนสาหัด
โดยทีสัตว์จัญไร ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์
ถ้าเกิดเพื่อนร่วมโลกตนนั้น ได้ยินว่าเนื้อตนเองอร่อย ถ้าเกิดเป็นคุณจะชอบหรือ ไม่มีใครอยากถูกฆ่า และ ไม่มีใครอยากตาย ย่อมรักชีวิตของตนเองทั้งนั้น
การช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ ทำให้เค้ามีสุข จะทำให้เรามีสุข มีบุญ บารมี ตายไปไม่รู้กี่ภิภพ กี่ชาติ ถึงคนอื่นไม่รู้ เราไม่รู้ คนดีก็ย่อมเป็นศรีของคนดีทุกชาติ ทุกชาติ ไป

ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้แต่งขึ้นมาเพื่อจะโทษหรือกล่าวร้ายใคร มันเป็นความจริงที่เพื่อนมนุษย์ควรรับรู้ ควรให้อภัย ควรให้ทาน ให้ชีวิตแก่สัตวทั้งหลาย ปล่อยเค้าไปเถิด ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอน นอกจาก " กรรม " กรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นจะได้รับผลกรรมร่วมกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง

angelpair
31-07-2010, 01:01 PM
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่

หลังจากสำรวจดู ก็ปรากฏว่าซอยข้างๆเกิดแผ่นดินทรุด ยุบตัวลงไปเลย แหมซอยข้างๆบ้านเอง หวาดเสียว

Falkman
31-07-2010, 01:32 PM
วันนี้ทำบุญวันเกิดบริษัทได้คาถามาใหม่ จึงเอามาแบ่งเพื่อนๆ

คาถาป้องกัน มหายักษ์
นะโม ๓ จบ
นะมะ สัจจะ มะลา มะมะ สะมะยัง
บทนี้ให้ท่องจำ
-----------------------------------------
ฐิติธิลาฑณ มัณธโร สะติโป จะทิโท คะหะตะเล
บทนี้ใช้เขียนใส่ผ้าหรือหมวก พกติดตัว

pmntr
31-07-2010, 01:51 PM
เล่าอะไรให้ฟัง ไม่ใช่การทำนายครับ
ลับมากนะครับ เพิ่งจะได้ยินวันนี้ตอนเรียนวิชาคอมฯ
พอดีวันนี้อาจารย์ที่มาสอน แกทำงานด้านแผนที่และเกี่ยวกับทรัพยากรของประเทศ เป็นที่ปรึกษาให้กับคณะรัฐมนตรีด้วย(หลายชุดไม่ใช่ชุดนี้ชุดเดียว) แต่ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะครับ เพราะแกไม่ยุ่งการเมือง ทำเรื่องงานอย่างเดียว
แกบอกว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วหรือช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการประชุมกันเรื่องสภาพแวดล้อมของโลก และมีการบอกในที่ประชุมว่า ทางนาซ่าแจ้งเรื่องการเอียงขึ้นของแกนโลก เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 1 องศา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศของโลก ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือประเทศจีน และอากาศที่เปลี่ยนแปลงของหลาย ๆ ประเทศ ข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่ได้บอกให้เชื่อ แต่แกบอกว่าข้อมูลนี้ถือเป็นความลับของทางนาซ่าอยู่ครับ

คาดว่าเรื่องนี้หลาย ๆ ประเทศคงรู้เรื่องแล้ว และอาจจะมีการเตรียมตัวบ้างแล้วครับ
ถ้าใครอ่านหน้า วาไรตี้ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ผมยังทำเรื่องเตรียมต้นฉบับส่งให้กับทางหนังสือพิมพ์อยู่เลย แต่ผมไม่ใช่เจ้าของบทความนะครับ หลาย ๆ บทความยังห่างจากความจริงมาก เพราะความไม่ต้องการความตื่นตระหนกของประชาชนครับ น่าจะเข้าใจกันว่าคนเรามีสภาพจิตใจที่ไม่เหมือนกันจึงไม่สามารถที่จะรับรู้เรื่องราวอะไรที่สะเทือนใจได้มาก แม้แต่คนที่รู้ข้อมูลหลาย ๆ คน ยังทำใจกันไม่ได้เลยครับ
แต่ก็ขอให้เชื่อครับ ไม่เลวร้ายเกินไปนักหรอกครับ
ถ้ามันจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าไม่เกิดก็คือไม่เกิด อย่าคาดหวัง เพราะคาดการณ์อะไรไม่ได้ เรื่องของธรรมชาติ เราได้แต่เฝ้าติดตามดู แล้วรับมือกับสิ่งที่จะเกิดหากเราเตรียมเอาไว้ดี ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่หากไม่มีก็เอาเถอะครับ รับไปตามสภาพของแต่ละคน
เหมือนชีวิตที่เรามีหน้าที่ดูการเจริญเติบโต ไม่ได้มีหน้าที่หยุดการเจริญเติบโต หรือห้ามการเจริญเติบโต มันต้องแก่ ต้องตายตามธรรมดา
ต้นไม้เราก็มีหน้าที่แต่ดู รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย แต่ไม่ใช้หน้าที่เราไปดึงยอด ให้มันโตเร็ว ไปแกะเมล็ดให้มันงอก ใช่ไหมครับ
เราอยู่กับธรรมชาติ มีหน้าที่เรียนรู้และปรับตัวไปตามสภาพ ไม่ใช่ไปเปลี่ยนแปลงมันตามความพอใจ มนุษย์ทุกวันนี้ให้กิเลสเป็นเจ้า กายเป็นนาย ใจเป็นบ่าวกันหมดแล้ว
พัฒนาอืกสิ่งเถอะครับจิตใจ ถ้าเราพัฒนาจิตใจของเราไว้ดีแล้ว ต่อให้อะไรจะเกิด จิตใจของเราก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ รับได้

nitsuda08
31-07-2010, 02:45 PM
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ angelpair http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-1054.html#post3601065)
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่
</TD></TR></TBODY></TABLE>
หลังจากสำรวจดู ก็ปรากฏว่าซอยข้างๆเกิดแผ่นดินทรุด ยุบตัวลงไปเลย แหมซอยข้างๆบ้านเอง หวาดเสียว<!-- google_ad_section_end -->
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ angelpair http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-1054.html#post3601065)
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ขอทราบว่า บริเวณไหนของศรีราชาที่เกินแผ่นดินยุบค่ะ
บ้านอยู่ศรีราชาเหมื่อนกันค่ะ อยู่แถวซอยอัสสัมฯ<!-- google_ad_section_end -->

nivee
31-07-2010, 03:14 PM
อ้างอิง:
<TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%"><TBODY><TR><TD style="BORDER-BOTTOM: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-RIGHT: 1px inset" class=alt2>ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ angelpair http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-1054.html#post3601065)
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่

</TD></TR></TBODY></TABLE>
หลังจากสำรวจดู ก็ปรากฏว่าซอยข้างๆเกิดแผ่นดินทรุด ยุบตัวลงไปเลย แหมซอยข้างๆบ้านเอง หวาดเสียว<!-- google_ad_section_end -->
อ้างอิง:
<TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%"><TBODY><TR><TD style="BORDER-BOTTOM: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-RIGHT: 1px inset" class=alt2>ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ angelpair http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-1054.html#post3601065)
เมื่อสักเที่ยงๆวันนี้ ที่บ้านศรีราชา ชลบุรี นี่เหมือนมีแผ่นดินไหวเลยจ๊ะ ราวตากผ้าที่มีขาตั้ง

มันสั่นเองได้ ลมก็ไม่มี รถวิ่งก็ไม่มี ในบริเวณรอบๆนี่หาแรงสั่นจากพวกเครื่องจักรเครื่องยนต์ก็

ไม่มี สั่นอยุ่ประมาณ5นาทีแล้วก็ค่อยๆเบาลงไป แหมถ้ามีแผ่นดินไหวแรงๆสงสัยจะแย่

</TD></TR></TBODY></TABLE>
ขอทราบว่า บริเวณไหนของศรีราชาที่เกินแผ่นดินยุบค่ะ
บ้านอยู่ศรีราชาเหมื่อนกันค่ะ อยู่แถวซอยอัสสัมฯ<!-- google_ad_section_end -->

....

อยู่ซอยอัสสัมฯ เหมือนกันค่ะ ปากซอยเลยหล่ะ (ร้านนิต)

เกษม
31-07-2010, 03:55 PM
เกิดแผ่นดินไหวที่อิหร่าน 5.6 ริคเตอร์ บาดเจ็บนับร้อย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068936&stc=1&d=1041362057


เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ที่ประเทศอิหร่าน ขนาด 5.6 ริคเตอร์ เบื้องต้นมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 200 คน โดยคนจำนวนมาก ยังติดอยู่ภายใต้ซากตึกปรักหักพัง ที่พังถล่มลงมา...

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน วันที่ 31 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย ว่า ศูนย์สำรวจธีรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 5.6 ริคเตอร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เบื้องต้นมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 200 คน ซึ่งจุดศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของกรุงเตหะราน 715 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไป 26.1 กิโลเมตร นอกจากนี้ มีรายงานว่ามีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากตึกที่พังลงมา

ไทยรัฐออนไลน์ วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

ปากีสถานเผชิญอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบ 81 ปี

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068937&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068938&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068939&stc=1&d=1041362057


ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานพุ่งทะลุ 400 คนแล้ว หลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน นับเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 81 ปี

ตลอด 3 วันที่ผ่านมาที่พื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานต้องเผชิญกับพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างหนักในฤดูมรสุม โดยวัดปริมาณน้ำฝนได้กว่า 312 มิลลิเมตร ฝนตกหนักสุดในรอบ 35 ปี ทำให้น้ำแม่น้ำหลายสายเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหล่บ่าเข้าท่วมหมู่บ้านหลายร้อยแห่งในปากีสถาน สะพาน 60 แห่งรวมทั้งถนน ทางรถไฟ อาคารบ้านเรือน และโรงเรียนจำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมไปถึงพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมฉับพลัน นับเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2472 (ในรอบ 81 ปี)

เมื่อวานนี้ทางการปากีสถานเผยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 430 คนแล้ว หลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย และคาดว่า จะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เมื่อนำลด กองทัพปากีสถานต้องส่งเฮลิคอปเตอร์ 21 ลำและเรืออีก 150 ลำเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยที่ถูกตัดขาดเพื่อเร่งจัดส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย คาดว่า มีผู้ประสบภัยราว 4 แสนคนที่ยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ ล่าสุดได้อพยพประชาชนออกมาจากพื้นที่แล้ว 14,250 คน กรมอุตุนิยมวิทยาปากีสถานคาดว่า จะเกิดฝนตกต่อเนื่องไปอีก 10 วัน

ทั้งนี้เมืองนาวเชร่า และชาร์ซัดดา รวมไปถึงพื้นที่บริเวณหุบเขาสวาท ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะที่เมืองนาวเชร่า เมืองเกือบครึ่งเมืองจมอยู่ใต้น้ำ ด้านรัฐบาลปากีสถานได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นการเร่งด่วนขณะที่สำนักงานผู้ลี้ภัยยูเอ็นได้จัดส่งความช่วยเหลือชุดแรกมาให้ผู้ประสบภัยแล้ว มีทั้งเต๊นท์ 585 หลัง รวมไปถึงอาหารและอุปกรณ์ทำอาหาร

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไฟป่าสหรัฐฯ,รัสเซีย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068940&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068941&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068942&stc=1&d=1041362057


เกิดไฟไหม้ป่าทั่วพื้นที่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่ไฟป่าในรัสเซียก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 25 คน

พนักงานดับเพลิงกว่า 700 คนต้องเร่งทำงานกันอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับไฟป่าที่กำลังโหมกระหน่ำเผาผลาญบ้านเรือนประชาชนทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียไปหลายสิบหลัง ทางการต้องประกาศอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนกว่า 2 พันหลังคาเรือนไปอยู่ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ประชาชนก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้

ไฟป่าปะทุขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดี เปลวเพลิงลุกโชนสูงถึง 15 เมตร และคุกคามที่อยู่อาศัยของประชาชน แต่อากาศที่เย็นลงช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น พนักงานดับเพลิงให้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์บินไปทิ้งน้ำและสารเคมีเพื่อดับไฟ

ส่วนที่รัสเซียซึ่งกำลังเผชิญคลื่นความร้อนครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 130 ปี ก็ต้องเจอไฟป่าเผาผลาญเป็นบริเวณกว้างถึง 866 ตารางกิโลเมตรหรือเทียบเท่ากับกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีรายงานผู้เสียชีวิตไปแล้ว 25 คน บาดเจ็บ 482 คน ต้องสูญเสียบ้านเรือนไปกับไฟป่า 2,178 คน และต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัยหลายพันคน กระทรวงฉุกเฉินได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ถึง 238,000 คนไปช่วยกันควบคุมไฟป่า

ประธานาธิบดีดมิทรี่ เมดเวเดฟ สั่งให้กองทัพเข้าช่วยดับไฟป่าครั้งนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็ออกมาเตือนว่า ใครไม่สามารถควบคุมไฟป่าได้จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จีน-เร่งเก็บถังสารเคมีอันตราย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068944&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068943&stc=1&d=1041362057

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068945&stc=1&d=1041362057


ทีมฉุกเฉินหลายทีมของจีน รีบเข้าไปเก็บรวบรวมถังบรรจุสารเคมีอันตรายหลายพันใบจากแม่น้ำซงฮัว แม่น้ำสายสำคัญในมลฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน หลังน้ำท่วมพัดพาถังสารเคมีเหล่านี้ออกมาจากโรงงานลงไปลอยในแม่น้ำ

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าถังเหล่านี้ถูกปิดแน่นหนาแค่ไหน แต่สารก่อมลพิษ 2 ชนิดปริมาณเล็กน้อยก็ถูกพบในแม่น้ำซงฮัว ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นคนหนึ่งยอมรับว่า ได้กลิ่นประหลาดบางอย่างขณะเขาเฝ้ามองตู้คอนเทนเน่อร์โลหะเหล่านี้ ลอยผ่านย่านธุรกิจของเมืองจี๋หลิน

น้ำประปาถูกตัดในเมืองจี๋หลิน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคตั้งแต่เกิดน้ำท่วม แต่น้ำประปากลับมาอีกครั้งเมื่อวานนี้ หลังกระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมของจีน เปิดเผยว่า การทดสอบแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับน้ำประปา คุณภาพน้ำยังเป็นปกติ

ถังบรรจุสารเคมีประมาณ 3 พันใบ ที่บรรจุสารเคมีประมาณ 175 กิโลกรัม และถังเปล่าอีกประมาณ 4,000 ใบ ลอยอยุ่ในแม่น้ำซงฮัว ซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำเฮย์หลงเจียง หรืออามูร์ ซึ่งก่อตัวเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างจีนกับรัสเซีย เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ก่อนจะข้ามเข้าไปในประเทศรัสเซีย

นำท่วมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในมลฑลจี๋หลินมาตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องพลัดถิ่น ทีมกู้ภัยต่างๆ ต้องใช้เรือและรอกเชือกในการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในเขตน้ำท่วม

ฝนที่ตกหนักทั่วภาคกลาง และภาคใต้ของจีนในปีนี้ คร่าชีวิตประชาชนไปอย่างน้อย 928 คน และอีก 477 คนสูญหาย สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าถึงประมาณ 176,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 26,040 ล้านบาท คิดเป็นเงินไทย 833,280 ล้านบาท บ้านเรือนพังเสียหายประมาณ 875,000 หลัง ประชาชนราว 9,610,000 คน ต้องอพยพ และผลผลิตทางการเกษตรเสียหายคิดป็นเนื้อที่ 8,760,000 เฮกแตร์ หรือ 87 ล้านล้านตารางเมตร

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

Falkman
31-07-2010, 04:00 PM
หลังจากสำรวจดู ก็ปรากฏว่าซอยข้างๆเกิดแผ่นดินทรุด ยุบตัวลงไปเลย แหมซอยข้างๆบ้านเอง หวาดเสียว

ถ่ายรูปมาใหู้ดูบ้างสิ

เกษม
31-07-2010, 04:22 PM
แคนาดาสกัดเครื่องบินทิ้งบอมบ์รัสเซีย 2 ลำใกล้ขั้วโลกเหนือ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>31 กรกฎาคม 2553 11:49 น
</TD></TR></TBODY></TABLE>

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068973&stc=1&d=1041363745
เครื่องบินทิ้งระเบิด ตู-95 ของรัสเซีย

เอเอฟพี - กระทรวงกลาโหมแคนาดาเผยวานนี้ (30) เครื่องบินของกองทัพสามารถยิงสกัดเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียได้ 2 ลำในสัปดาห์นี้ ขณะที่เครื่องบินดังกล่าวบินเข้าใกล้ขั้วโลกเหนือในน่านฟ้าของแคนาดา

เจย์ แพกซ์ตัน โฆษกกระทรวงกลาโหมแคนาดาระบุถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นในวันพุธ (28) ที่ผ่านมาว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด ตู-95 ของรัสเซีย 2 ลำสามารถบินกลับไปยังฐานทัพได้อย่างปลอดภัย

เขาเสริมว่า ทางแคนาดาตรวจพบเครื่องบินรัสเซียทั้งสองลำอยู่ห่างจากกูส เบย์ในรัฐนิวฟันด์แลนด์ 250 ไมล์ทะเล หรือราว 463 กิโลเมตร ในน่านน้ำบริเวณพื้นที่แนวกันชนของแคนาดา

แพกซ์ตันกล่าวว่า นับแต่เมื่อปี 2007 เครื่องบินของแคนาดาสามารถสกัดเครื่องบินรัสเซียได้หลายลำในแต่ละปี ทว่า เซอร์เกย์ คุดยอฟ โฆษกสถานทูตรัสเซียในกรุงออตตาวาปฏิเสธรายงานการเผชิญหน้าดังกล่าว

ทั้งนี้ แคนาดาอ้างสิทธิ์ในน่านน้ำของตัวเอง ตั้งแต่ชายฝั่งไกลออกไป 200 ไมล์ทะเล แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ 300 ไมล์ทะเลจากแผ่นดินไปยังน่านน้ำสากล

5 ชาติอาร์กติก ได้แก่ แคนาดา เดนมาร์ก นอร์เวย์ รัสเซีย และสหรัฐฯ ต่างอ้างสิทธิ์ดินแดนของตัวเองในพื้นที่ซีกโลกเหนือเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข่งขันชิงแหล่งทรัพยากรน้ำมัน และก๊าซ ซึ่งเชื่อว่าซ่อนอยู่ใต้ผืนทะเลแถบนั้น

ทั้ง 5 ประเทศได้พยายามหลีกเลี่ยงกรณีพิพาทประเด็นดินแดน และสร้างความสมดุลในโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยการเจรจาเกี่ยวกับระบบนิวเศที่เปราะบาง ในปี 2008 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แคนาดาได้ตรวจพบว่ามีการเสริมกำลังทางทหารอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่ขั้วโลกเหนือด้วย

ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105612 (http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105612)

ยิวโจมตีกาซาดับ 1 หลังถูกจรวดถล่ม ฮามาสประกาศตอบโต้ล้างแค้น
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>31 กรกฎาคม 2553 16:33 น.
</TD></TR></TBODY></TABLE>

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068974&stc=1&d=1041363745
ชาวบ้านพยายามดับไฟที่ยังคงลุกไหม้จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล


เอเอฟพี - เครื่องบินรบของอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีหลายพื้นที่ในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 คน หลังเมืองทางใต้ของยิวถูกถล่มด้วยจรวด ขณะที่กลุ่มฮามาสประกาศตอบโต้ล้างแค้นให้เจ้าหน้าที่อาวุโสที่เสียชีวิต

มัววิยา ฮัสซานีน หัวหน้าหน่วยฉุกเฉินของกาซาเผยว่า ในคืนวันศุกร์ (30) ที่ผ่านมา เครื่องบินของอิสราเอลยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 4 ลูกโจมตีอาคารของกองกำลังความมั่นคงฮามาสในเมืองกาซาซิตี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน ซึ่งหลายคนมีอาการสาหัส

หลังจากนั้น ฮามาสได้ออกมาแถลงในวันนี้ (31) ว่า อิสซา อัล บาตรัน ผู้บัญชาการภาคสนามอาวุโสวัย 40 ปีเสียชีวิตในการโจมตีกองคาราวานทางอากาศ ใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยมากาซี กลางดินแดนปาเลสไตน์ ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุว่าเป็นโกดังผลิตอาวุธ

"อาชญากรรมโดยไซออนนิสต์ครั้งใหม่นี้จะไม่ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้" ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุ

สถานที่ดังกล่าวเคยใช้เป็นสำนักงานของประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาสแห่งปาเลสไตน์ ก่อนที่พรรคฟาตะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยชาติตะวันตกของเขา ถูกขับไล่ออกจากกาซาโดยกลุ่มฮามาสในปี 2007

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เครื่องบินหลายลำยังได้โจมตีอุโมงค์ บริเวณชายแดนติดกับอียิปต์ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ฮามาสได้สั่งอพยพผู้คนออกจากกลุ่มอาคารสำนักงานดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ด้วยเกรงว่าอาจถูกโจมตีอีก

ด้านกองทัพอิสราเอลยังไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการโจมตี ทว่า อิสราเอลมักตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดจากกาซาอยู่เป็นประจำ

การโจมตีทางอากาศของยิวครั้งนี้เกิดขึ้น หลังเมืองแอชเคลอน ทางตอนใต้ของประเทศถูกจรวดลูกหนึ่งของกลุ่มติดอาวุธในกาซายิงถล่ม แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก่อให้เกิดความเสียหาย และถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากสหประชาชาติ

ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105737 (http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105737)


<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>นักวิจัยเผย “เฟรนช์ อัลไพน์” เสี่ยงภัยน้ำมหาศาลบน “มองต์บลังก์”</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>31 กรกฎาคม 2553 16:33 น.
</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068975&stc=1&d=1041363745
ยอดเขา "มงต์ บลังก์"

เอเจนซี - เจ้าหน้าที่เผยวานนี้(29) ธารน้ำแข็งบนยอดเขา “มองต์บลังก์” ซึ่งเก็บกักน้ำปริมาณมากเท่ากับสระโอลิมปิกรวมกันถึง 20 สระ อาจแตกทำลายและคร่าชีวิตผู้คนในหุบเขา เฟรนช์ อัลไพน์ ได้ทุกเมื่อ

นักวิจัยของศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (CNRS) ระบุว่า มีการค้นพบน้ำปริมาณ 65,000 ลูกบาศก์เมตรภายในธารน้ำแข็งแต็ต-รูส ซึ่งอาจแตกได้ตลอดเวลาและทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางน้ำ รวมไปถึงบ้านเรือนเกือบ 900 หลังในหมู่บ้านใกล้เคียง หายนะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 1892 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน

นักวิจัยพบแอ่งน้ำดังกล่าวระหว่างตรวจสอบธารน้ำแข็งเป็นประจำ คริสเตียน วินเซนต์ วิศวกรธรณีฟิสิกส์ของซีเอ็นอาร์เอสกล่าวว่า “เราไม่คาดมาก่อนเลยว่าจะพบน้ำเหล่านี้”

“ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะน้ำที่ซ่อนอยู่ภายในธารน้ำแข็งมักแห้งเหือดไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ในกรณีนี้ธารน้ำแข็งได้เก็บกักน้ำเย็นไว้เป็นจำนวนมาก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแตกหากได้รับแรงกดดัน มันก็คล้ายกับหม้ออบความดันดีๆ นี่เอง” เขากล่าว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีคำเตือนไปยังประชากรกว่า 3,000 คนในพื้นที่แล้ว และให้ข้อมูลแก่พวกเขาว่าทางการกำลังดำเนินการอย่างไรเพื่อให้น้ำดังกล่าวแห้งหายไป

“เราจะดูดน้ำออกจากยอดธารน้ำแข็งในแนวระนาบ โดยจะเริ่มกลางเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมนี้” ฌ็อง-มาร์ก เปย์เย นายกเทศมนตรีเมืองเซนต์ แฌร์เวส์ เผย

ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105039 (http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105039)<!-- google_ad_section_end -->

kowmoo
31-07-2010, 04:53 PM
น่ากลัวเข้าไปทุกวันแล้วโลกเรา เมื่อวานพ่อหลวงทรงห่วงสถานการณ์น้ำ ดิฉันว่าปีนี้เกินธรรมดาแน่ เมื่อประมาณต้นอาทิตย์ที่ผ่านมาฝันหรือป่าวไม่แน่ใจ หรือคิดมาก (ขอให้เป็นแค่คิดมาก) เห็นแผนที่ไทยตอนล่างประมาณเลยประจวบลงไป ฝั่งอ่าวไทยหายไปซีกหนึ่งโดนน้ำท่วมป่าวไม่รู้

เกษม
31-07-2010, 05:09 PM
เรื่องน่าพรั่นพรึงได้เกิดขึ้นจริงแล้ว
โดยคุณ jesdath

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1068936&stc=1&d=1041362057

ข้อความจากคุณ jesdath

---ผมขอนำบทความจากคุณ 1พี2เอ็ม ที่ส่งมาเป็นข้อความหลังไมค์ ซึ่งยังติดตามดาวนิบิรูและแผ่นดินไหวอยู่ตลอด

---ปัญหาที่ผมพบใหม่คือว่า ดาวนิบิรู หายตัวได้ ผมก็เพิ่งนึกจุดนี้ได้ว่า มีชาวต่างดาว คือมนุษย์ยักษ์ อาศัยอยู่บนดาวนิบิรู โดยที่พวกนี้มีเทคโนโลยี่ที่สามรถพรางดาวทั้งดวงได้ เช่นสร้างหลุมดำขนาดเล็กที่ดูกกลืนแสง หรือใช้ฉากใส ให้แสงทะลุผ่านไปแบบจอภาพนะครับ

--คราวนี้มาดูการวิเคราะห์ไบเบิ้ล ส่วนใหญ่ผมคิดว่าจะดูจากอักขระต้นฉบับในภาษาฮีบรู คืออ่านขวาง อ่านทะแยงเอา เช่นเดียวกับที่เขาถอดรหัสเรื่องตึกเวิลดิ์เทรดครับ น่ามหัศจรรย์ทีเดียว

--จากเว็ปต้นเค้ามีการถอดรหัส 21 ธค.2010 คือปีนี้ ดาวเทียมทุกดวงจะตกจากฟ้า เพราะมีสะเก็ดดาวเคราะห์น้อยวิ่งเฉียดหรือชน ซึ่งจะทำให้การสื่อสารข้ามประเทศล้มเหลว โทรศัพท์ โทรทัศน์ อินเตอร์เนตล่มครับ คอยดูกันไปครับ และเรื่องแผ่นดินไหวในอเมริกาอีก

--------------------------------------------------------------------------

From : 1p2m [5 กุมภาพันธ์ 2553 01:58]

ลองเข้าไปดูเรื่องวันสิ้นโลกตามแนวทางพระคัมภีร์ของคริสเตียนบ้าง เพิ่ง Update บล็อกใหม่ มีหลายเรื่อง

From : 1p2m [4 กุมภาพันธ์ 2553 03:59]

สวัสดีคุณ jesdath ว่าง ๆ ก็แวะมาที่บล็อกได้ พอดีจะทำเรื่องวันสิ้นโลกในแนวทางคริสเตียน มีเรื่องนิมิตร ฝัน และอื่น ๆ ที่อยากเผยแพร่ เช่น สงครามโลกครั้งที่ 3 แผนที่สงครามที่จะเกิดขึ้น เมืองที่ถูกโจมตี ภัยพิบัติต่าง ๆ จากคริสเตียนที่ได้เห็นนิมิตรมาสำแดง บอกกล่าว ว่าง ๆ เข้ามาคุยกันหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้

ตามเรื่องดาวนิบิรุ ไปถึงไหนแล้ว มีข่าวคราวอะไรบ้างตอนนี้ ในส่วนคริสเตียนนั้นก็มีการเปิดเผยจากผู้เชื่อที่เห็นนิมิตร ในหลายสิบปีก่อนโดยที่เขาไ่ม่เคยรู้เรื่องดาวนิบิรุมาก่อน ว่าดาวนี้มันมีจริง ๆ และกำลังใกล้เข้ามาทำให้โลกหายนะแน่นอน

ในพระคัมภีร์ส่วนของวิวรณ์ได้กล่าวถึง นิบิรุ ว่าเป็นดาวบอระเพ็ด ที่จะทำให้ท้องฟ้าของโลกติดไฟ !! ซึ่งมันอาจแพร่ก๊าซมีเธนที่ติดไฟได้เข้ามาในบรรยากาศโลก และนำเศษหินอุกกาบาตมาตกถล่มโลกด้วย ส่วนเรื่องวันเวลานั้นไม่อาจจะฟันธงไปว่าต้องเป็นปี 2012 ได้เป๊ะมันคลาดเคลื่อนได้ และที่ยืนยันได้ว่าดาวนี้จะไ่ม่ชนโลกอย่างที่เชื่อกัน จะเพียงแค่เ้ข้าใกล้แค่นั้น ว่าง ๆ จะนำมาเสนอภายหลัง ครับคุณ jesdath

เรื่องปี 2012 นั้น จริง ๆ แล้วส่วนตัวไม่เชื่อและไม่คิดว่าคือวันสิ้นโลกแน่นอน แต่จะมีเหตุการณ์ใหญ่บางอย่างเกิดขึ้น และจะต้องเกิดก่อนหน้านั้นด้วย มีเรื่องหนึ่ง Bible Code ที่ำกำลังศึกษา ตามข่าวอยู่ เพราะอยู่ในวงการผู้พยากรณ์ในแวดวงคริสเตียนอยู่ ตอนแรกไม่เชื่อเรื่อง Bible Code เลยเพราะดูมันน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเล่นกลทางคณิตศาสตร์ แต่พอได้ศึกษาก็รู้ว่า บางโค้ดนั้นเืชื่อได้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเิอิญ แต่ไม่ใช่ว่าทุก ๆ Code จะจริงและเชื่อได้หมด

แผ่นดินไหวที่เฮติ ก็มีอยู่ใน Code ที่แกะจากหนังสือปฐมกาล (GENESIS) ตรงทุกอย่างดังนี้ (แปลจากภาษาเดิมแล้ว)

BIBLE CODE: GEN:6:3:
HAITI - MAJOR EARTHQUAKE-
JANUARY 2010 - DESTRUCTION - DEVASTATION
MASS DEATH

From : 1p2m [25 กุมภาพันธ์ 2553 20:49]

ส่วน Code อื่นในปี 2010 ที่น่าสนใจต้องตามดูว่าจะเกิดจริงหรือไม่เช่น

BIBLE CODE: EX:39:10, DEUT:1:36:
MARCH 01, 2010- COMET IMPACT- UTAH
DAYTIME - DAYLIGHT- IN THE MORNING
HOLOCAUST - CATASTROPHE- ANNIHILATION
SOUTH - PATH - TRAJECTORY - SOUTH
PREVENTION - PREVENTABLE - STOPPED
ACTUAL DATE: 15 ADAR 5770 (HC).

หรือในปีนี้จะมีอุกกาบาตตกใ่ส่โลก และ Code จากแหล่งอื่น ๆ ก็บอกว่า อุกกาบาตนี้จะใหญ่ขนาดตกใส่มหาสมุทรแอตแลนติก จนทำให้เกิดคลื่นยักษ์อย่างในหนัง Deep Impact ได้ทีเดียว ต้องรอดูกัน

ส่วนดาว NIBIRU นั้นก็มีบอกอยู่ใน BIBLE CODE ว่ามันมีอยู่จริง ๆ และกำลังใกล้เข้ามาและจะได้เห็น แม้ตอนนี้จะไม่เห็น BIBLE กล่าวว่า มันเป็นดาวที่หลบ ๆ ซ่อน ผลุบโผล่ ๆ ที่เรียกว่า HIDDEN STAR จึงไม่เห็นตลอดเวลาหรืออยู่ที่เดียวตลอด และยังมี Bible Code ที่กล่าวเตือนถึงการบุกรุกของมนุษย์ต่างดาวด้วย ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลมานำเสนออยู่

ยังมีเรื่่องที่อยากนำเสนออีกเช่น นิมิตรที่พระเจ้าสำแดงให้เห็นว่าจะมีอุกกาบาตใหญ่ 3 ลูกตกที่อ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรแอตแลนติกด้วย ใหญ่ขนาดทำให้เกิดคลื่นยักษ์อย่างที่ดูในหนัง Deep Impact เลยนั่นแหละ และผู้เ็ห็นนิมิตรจากพระเจ้าได้เปิดเผยแผนที่อเมริกาที่จะถูกคลื่นถล่มจนเละด้วย

รอติดตามน่ะ พวกนี้เป็นคำเตือนจาก Bible Code ในปี 2010

BIBLE CODE: EX:39:10, DEUT:1:36:
MARCH 01, 2010- COMET IMPACT- UTAH
DAYTIME - DAYLIGHT- IN THE MORNING
HOLOCAUST - CATASTROPHE- ANNIHILATION
SOUTH - PATH - TRAJECTORY - SOUTH
PREVENTION - PREVENTABLE - STOPPED
ACTUAL DATE: 15 ADAR 5770 (HC).

BIBLE CODE: 2010 (5770) ISRAEL - WAR - IRAN

BIBLE CODE: 2010 (5770) - NIBIRU- COMET PLANET-
SIGHTED- VISIBLE

BIBLE CODE: 2010 (5770) - SWINE FLU- MUTATION - NYC -
DALLAS - MARTIAL LAW - MASS DEATH - BANKS SEIZED -
WALL STREET CRASH

BIBLE CODE - 2010 (5770) OBAMA ASSASSINATED-
HILLARY PRESIDENT - 2010 - HILLARY WELCOMES
AND ACCEPTS ANTICHRIST 666

BIBLE CODE 2010? (5770) MAY- EBOLA BIO-ATTACK-
PHILADELPHIA - OBAMA - SPEECH- INFECTED - DEAD

BIBLE CODE 2010 (5770)- ANTICHRIST- UFO ARRIVAL- JERUSALEM

BIBLE CODE 2010 (5770)- SEPTEMBER- IRAN - MAJOR EARTHQUAKE

BIBLE CODE 2010 (5770) - WALL STREET - COLLAPSE - CRASH
UNDER OBAMA - SECOND YEAR - PANIC

From : 1p2m [25 กุมภาพันธ์ 2553 23:04]

แนะนำเวปของคริสเตียนคนหนึ่ง ที่เป็นอาจารย์และได้ถอด Bible Code มาเตือนเป็นระยะ ข้อมูลเยอะมาก http://www.satansrapture.com/ (http://www.satansrapture.com/) ไบเบิลโค้ดปีนี้ถูกหมดทุกรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เฮติและ ชิลี

BIBLE CODE: GEN:6:3: HAITI - JANUARY 2010-
EARTHQUAKE - DESTRUCTION - MASS DEATH

BIBLE CODE: GEN:1:14: CHILE- FEBRUARY 2010
MAJOR EARTHQUAKE- DESTRUCTION -DEATH

และที่สำคัญคำเตือนว่าประเทศที่จะโดนต่อไปคือ อเมริกา และ อิหร่าน ดังนี้

Matthew 27:54-Phil. 2:19 ANDREAS (ELS=58201) คือรอยเลื่อนที่อยู่ผ่านแถบชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา หรือรัฐแคลิฟอเนียร์เป็นส่วนใหญ่ LA จะถล่ม

-- EARTHQUAKE
-- EIGHT
-- TWO TEN (year 2010?)
-- BE DIVIDED, HE CANNOT STAND, SAND, THRUST US OUT
-- BE BROKEN, THE DEAD (the
-- YEAR, FROM BENEATH

BIBLE CODE 2010 (5770)- SEPTEMBER- IRAN - MAJOR EARTHQUAKE

ครั้งต่อไป

วันที่เกิด - วันที่ 3 กันยายน 2010 เิกิดเล็กประมาณ 7.4 ริกเตอร์ บริเวณเกิิด - ฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ

วันที่เกิด - วันที่ 10-11 กันยายน 2010 บริเวณเกิิด - เกิดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิค และทำให้เกิดคลื่นซึนามิยักษ์สูงหลายร้อยฟุต พัดถล่มชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา

ถ้าผิดก็อย่าว่ากันเพราะไม่มีใครทำนายแผ่นดินไหวได้ ถึงบอกว่าทำนายได้ก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี ถ้าถูกตามนี้ก็ค่อยถามแ้ล้วกันว่า รู้ได้ยังไง เอาข้อมูลมาจากไหน SAVE กระทู้นี้เก็บไว้เป็นหลักฐานหน่อยก็ดี เพื่อรอดูผลว่าจะิเกิดหรือไม่ (วันตั้งกระทู้ วันที่ 13 มีนาคม 2010)

เพิ่มเติมครับ เรื่องแผ่นดินไหวใหญ่ที่แปซิฟิกครั้งนี้ ใหญ่หลวงมากขนาดทำให้เกิดคลื่นยักษ์สูงเป็นร้อยฟุตถล่มชายฝั่งตะวันอเมริกาเหนือ คือกวาดลอสแองเจลิส และเมืองใหญ่ชายฝั่งตะวันเรียบเลยทีเดียว ไม่ใช่ซึนามิแบบเด็ก ๆ ที่เคยเกิดที่เมืองไทยน่ะ

ที่มาทำนายนี้ มาจากนิมิตร ไม่ใช่ Bible Code และที่สำคัญต่อมาคือ เขาทำนายว่า จะเกิดกลียุคหรือสงครามกลางเมืองในอเมริกาพร้อม ๆ กับการใช้ Martial Law หรือ พรก. ฉุกเฉิน + กฎอัยการศึก แบบบ้านเรานั่นแหละ และ รัสเซียกับจีนอาจจะถือโอกาสบุกอเมริกา เกิดสงครามโลกครั้งที่สามได้ในปีนี้ 2010 เรื่องสงครามนิวเคลียร์นี้ กำลังแปลนิมิตรที่เขาเห็นมาให้อ่าน อเมริกาจะถูกบอมบ์ด้วยนิวเคลียร์ในเมืองใหญ่ ๆ คนตายเป็นล้าน ๆ

และหลายฝ่ายทำนายคล้ายกันว่าปี 2012 จะมีผู้มาจากต่างแดนไกลหรือมนุษย์ต่างดาวมาเพื่อยุติสงครามโลกนิวเคลียร์นี้ และประกาศตัวเป็นจ้าวโลกควบคุมมนุษย์ทั้งหมด แต่ที่แน่ ๆ แผ่นดินไหวใหญ่ใน กันยายน ปีนี้ต้องจับตาดูอย่ากระพริบตา รับรองว่าช๊อกกันทั้งโลกแน่ ๆ เพราะอาจะทำให้โกลาหลวุ่นวายทั้งโลกเพราะมันจะทำให้คนทั้งโลกเชื่อว่าหายนะ 2012 คงเกิดจริงแน่ ๆ !

------------------------------------------------------------------------------
ไม่ค่อยมีรูปให้ดูนะครับ เพราะกำลังทำวงจรเครื่องเสียง กับตอบอีเมล์เมืองนอกครับ ไม่ค่อยมีเวลาเลย เว็ปส่วนตัวก็ต้องรีบทำครับ
--ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

<TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="50%">Create Date : 05 มีนาคม 2553 </TD></TR><TR><TD width="50%">Last Update : 14 มีนาคม 2553 23:58:05 น.

ที่มา Bloggang.com : jesdath (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=secret-world&group=1&page=8)

</TD></TR></TBODY></TABLE>

เกษม
01-08-2010, 12:01 AM
เชียงใหม่-น้ำป่าพัดถล่มบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่ อ.หางดง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069575&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069576&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069577&stc=1&d=1041358797

ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านกว่า 40 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย

เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้น้ำในลำห้วยปลาก้าง ซึ่งไหลจากดอยสูงผ่านพื้นที่ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่บ้านปง หมู่ 9 และบ้านฟ่อน หมู่ 2 ทำให้บ้านเรือนราษฏรกว่า 40 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืน ชาวบ้านส่วนใหญ่เข้านอนกันหมดแล้ว ทำให้ไม่ได้เตรียมตัวที่จะเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยน้ำมีปริมาณสูงกว่า 1 เมตร แต่เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ปริมาณน้ำก็ได้ลดลง

อย่างไรก็ดีหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ภัยหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นจากอำเภอหางดงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพิงค์นครของเทศบาลนครเชียงใหม่ ก็ได้เดินทางเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหน่วยงานราชการจะเข้าไปตรวจสอบความเสียหายและให้การช่วยเหลือต่อไป

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฏาคม พ.ศ. 2553

เลย-ไข้เลือดออกระบาด เดือนเดียวพุ่งพรวดกว่า 100 ราย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069578&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069579&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069580&stc=1&d=1041358797

เลย-ไข้เลือดออกระบาด เดือนเดียวพุ่งพรวดกว่า 100 ราย ตายแล้ว 1 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจาก นายวิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เปิดเผยถึง ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 – 29 กรกฎาคม 2553 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 772 ราย ซึ่งพุ่งพรวดจากเดือนที่แล้ว 100 กว่าราย และยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่อำเภอภูหลวง อำเภอที่ป่วยมากที่สุดคืออำเภอเมืองเลย 345 ราย รองลงมาคือ อำเภอด่านซ้าย 119 ราย โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส มียุงลายเป็นพาหะ ติดเชื้อได้ทุกเพศทุกวัย

สำหรับ โรคไข้เลือดออกเมื่อได้รับเชื้อจากยุงลายกัด ภายใน 1– 7 วัน จะเริ่มมีไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรืออาจมีอาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหลฯลฯ อาจช็อคและเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว คำแนะนำในการป้องกันโรค มีดังนี้

สำหรับประชาชน

1. ป้องกันมิให้ยุงกัด โดยการนอนกางมุ้ง, สวมเสื้อผ้ามิดชิด, ทายากันยุง ฯลฯ
2. ร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ภายในและบริเวณบ้านทุก 7 วัน หรือทุกวันศุกร์
โดยปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด, ภาชนะใส่น้ำให้เปลี่ยนล้างทุก 7 วัน, อ่างบัวให้ปล่อยปลาหางนกยูง หรือปลาอื่นๆ ที่กินลูกน้ำ แจกัน + จานรองขาตู้ให้ล้างหรือใส่ทรายอะเบท, ทำลายเศษภาชนะที่ ไม่ใช้ เช่น กะลามะพร้าว ยางรถยนต์เก่า ฯลฯ ช่วยกันทำลายยุงตัวแก่ด้วย
3. หากมีไข้และมีอาการร่วมของโรคดังข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวต่ออีกว่า ในขณะนี้นั้นในสถานพยาบาลของจังหวัดเลย มีคนไข้ที่เข้ามารอทำการรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในบางครั้งนั้นไม่เพียงพอ เนื่องด้วยโรงพยาบาลแต่ละโรงนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องเตียงผู้ป่วย อย่างเช่นที่โรงพยาลเลยนั้น มีเตียงคนไข้ที่มีอยู่ประมาณ 35-40 เตียง ในแต่ละตึก แต่ขณะนี้มีผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารักษาในโรคไข้เลือดออกนั้นเข้ามาเป็นจำนวนมาก 2 เท่า หรือ ประมาณ 60 -70 เตียง ในรอบ 5 ปี ทางโรงพยาบบาลจะต้องขยายพื้นที่รักษา และเตรียมหมอ บุคลากรทางการแพทย์ มากขึ้น และขยายเตียง ออกไปยังด้านนอกของตึก และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้อยู่ระยะหนึ่ง จนกว่าโรคเหล่านี้จะทุเลาลง

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฏาคม พ.ศ. 2553

ดร.สมิทธเตือนปี 54 สถานการณ์น้ำเข้าขั้นวิกฤติ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069581&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069582&stc=1&d=1041358797

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069583&stc=1&d=1041358797

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช เตือนปี 54 สถานการณ์น้ำเข้าขั้นวิกฤติทั้งการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม เตรียมสร้างสระน้ำต้นแบบแก้ปัญหาภัยแล้งแห่งแรกของประเทศที่โคราช

นครราชสีมา บ่ายวันนี้ (31 ก.ค. 53) ที่โรงแรมวีวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นวิทยากรสัมมนาโครงการสระน้ำต้นแบบร่วมใจต้านภัยแล้ง ถึงแนวโน้มสถานการณ์ทางธรรมชาติของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ว่า

ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยอาจจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำในการทำเกษตรกรรมและน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งสภาวะความแห้งแล้งของประเทศได้เกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 และเราไม่มีพายุจรพัดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศมานานแล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำต่างๆทั่วประเทศลดน้อยลง ถ้าในปี 2553 นี้ยังไม่มีพายุจรพัดผ่านเข้ามาอีกเราจะเกิดสภาวะวิกฤติ และในปีหน้าเราจะไม่มีน้ำทำการเกษตรกรรมเลย รวมทั้งอาจจะไม่มีน้ำในการใช้อุปโภคบริโภคด้วย ซึ่งหากเรายังไม่มีการเก็บกักน้ำไว้ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนมาก

ซึ่งคาดการณ์ว่าเดือนกันยายนนี้จะเกิดปรากฏการณ์ลานีญ่าขึ้นมา แต่เรายังคาดการณ์ไม่ได้ เพราะว่าเราขาดแคลนน้ำที่เก็บกักไว้ในเขื่อนใหญ่ ๆ หรืออ่างเก็บน้ำใหญ่ๆมาต่อเนื่องกันนาน 3 ปีแล้ว ฉะนั้นถ้าไม่มีปรากฎการณ์ลานีญ่าและไม่มีปริมาณฝนที่ตกลงมามากพอสมควร ในปี 2554 ปริมาณน้ำเราจะอยู่ในขั้นวิกฤติมาก ต้องย้ำว่าขั้นวิกฤติ

อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยอย่างยิ่งในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะพวกเราเองทั้งหน่วยงานทางราชการและภาคเอกชนยังไม่มีการบูรณาการซึ่งกันและกันเลย ต่างคนต่างทำงาน ฉะนั้นมันก็เลยมีปัญหาอย่างนี้ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ซึ่งในปีนี้มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้เริ่มทำสระเก็บน้ำต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ที่อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา โดยหากสร้างเสร็จแล้วชาวบ้านจะมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี และปัญหาการขาดแคลนน้ำก็จะหมดลง

สำหรับสระน้ำต้นแบบเป็นสระน้ำที่สร้างขึ้นโดยการคิดคำนวณปริมาณการใช้ของชาวบ้าน รวมถึงปริมาณการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรในชุมชนตลอดทั้งปี ก่อนจะทำการคำนวณหาปริมาตรของสระน้ำที่จะทำการขุด เพื่อให้ปริมาณน้ำในสระน้ำเพียงพอกับความต้องการของชาวบ้านในชุมชนทั้งการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม ซึ่งสระน้ำต้นแบบแห่งแรกของประเทศขณะนี้ได้เริ่มลงมือก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2553 นี้

ข่าวทีวีช่อง 3 วันเสาร์ ที่ 31 กรกฏาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกษม
01-08-2010, 09:48 AM
ยอดผู้เสียชีวิตจากพิบัติภัยน้ำท่วมของปากีสถานพุ่งเกิน 900 ศพ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069926&stc=1&d=1041357686

ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในปากีสถานได้เพิ่มเป็นมากกว่า 900 คนแล้ว ผู้บาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่อย่างน้อย 342 ราย ขณะที่อีกกว่า 1 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศปากีสถานได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นมากกว่า 900 รายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่อย่างน้อย 342 ราย

ขณะที่รายงานข่าวล่าสุดจากกรุงอิสลามาบัดยืนยันว่าเหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ยังทำให้เกิดดินถล่มและถนนสำคัญหลายสายทางภาคตะวันตกและภาคใต้ของประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนั้น ภัยธรรมชาติครั้งนี้ยังทำให้ประชาชนอีกกว่า 1 ล้านคนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน

ด้านมิอัน อิฟติคาร์ โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัด"ไคเบอร์ พัคห์ตุนควา"ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดออกมาระบุว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ 900 รายนั้น เป็นผู้ที่เสียชีวิตในจังหวัดของตนถึงประมาณ 800 ราย ขณะที่ประชาชนของจังหวัดอีกอย่างน้อย 27,000 รายที่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านและยังคงไม่ได้รับช่วยเหลือที่จำเป็นแต่อย่างใด เนื่องจากถนนสายหลักที่เชื่อมจังหวัดไคเบอร์ พัคห์ตุนควากับโลกภายนอกถูกตัดขาด

ทั้งนี้ แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกองทัพปากีสถานออกมาเปิดเผยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจมีเกินกว่า 1,000 คน เพราะเชื่อว่ายังมีร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้กองโคลนและซากปรักหักพังต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2553

ไข้เลือดออกพัทลุงระบาดหนัก นักเรียนดับ 2 ราย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069927&stc=1&d=1041357686

สาธารณสุขพัทลุง เผย ไข้เลือดออกระบาดหนัก จนมีผู้เสียชีวิต 2 รายแล้ว นักเรียนป่วยมากสุด ขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย...

นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกในจังหวัดพัทลุง ยังรุนแรงพร้อมเร่งเจ้าหน้าที่และ อสม. ออกรณรงค์ป้องกันอย่างเร่งด่วน และสถานณ์การการระบาดในขณะนี้ยังน่าเป็นห่วงและมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอีก โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -27 กรกฎาคม 2553 มีจำนวนผู้ป่วย แล้วทั้งสิ้น 898 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 178.46 ต่อประชากร ซึ่งเป็นภาวะที่สูงมาก และ ได้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และ เป็นที่สังเกตว่ากลุ่มผู้ป่วยมีอัตราสูงสุด คือ กลุ่มนักเรียน ซึ่งสันนิษฐานว่า โรงเรียนอาจเป็นแหล่งมีการระบาดของยุงลายมากกว่าในชุมชน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อรณรงค์กำจัดจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายแล้ว พร้อมทั้งแนะนำให้นักเรียนทุกคนทาโลชั่นกันยุง ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด

ส่วนมาตรการด้านการรักษา ทางโรงพยาบาลทุกแห่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจรักษาได้ตามมาตรฐาน แต่เนื่องจากเชื้อไข้เลือดออก จะตรวจพบได้หลังรับเชื้อไปแล้วประมาณ 3 วัน ประกอบกับอาการเบื้องต้นของโรคจะใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น หากผู้ป่วยไปพบแพทย์ตรวจรักษาแล้ว แต่อาการไข้มีขึ้นหลังป่วยแล้ว 3 วัน ต้องรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำเนื่องจากโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มีอันตรายถึงชีวิต การแนะนำกำจัดยุงลาย ควรทำพร้อมกันทุก ๆ ครัวเรือนและทุกสัปดาห์โดยวิธีกำจัดลูกน้ำยุงลาย เพราะยังเป็นตัวอ่อนหากใช้วิธีพ่นหมอกควันสามารถกำจัดได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือความร่วมมือของประชาชนที่ทำกิจกรรมกำจัดลูกยุงน้ำยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์พร้อม ๆ กันจึงสามารถลดจำนวนยุงลายที่เป็นตัวพาหะของโรคได้

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2553

กล้วยประหลาด ออกปลีออกลูกจากหน่อ คนแห่ขอโชค!

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069928&stc=1&d=1041357686

ที่จังหวัดสตูล พบต้นกล้วยประหลาดออกปลี ออกลูกจากหน่อ โผล่ออกจากหน่อแต่ละต้นสูงประมาณไม่เกิน 1 ฟุต จำนวน 3 ต้น แต่มีปลีกล้วย ทั้ง 3 ต้น คนแห่ขอเลขเด็ดเพียบ....

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นกล้วยประหลาด ออกผล ออกปลี ที่หน่อกล้วย จากนั้นจึงได้เดินทางไปพิสูจน์ พบที่ข้างบ้านของนางฉลวย ตรีพลอักษร อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ม.6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล มีต้นกล้วยหอมทอง ซึ่งเพิ่งโผล่ออกจากหน่อแต่ละต้นสูงประมาณไม่เกิน 1 ฟุต จำนวน 3 ต้น แต่มีปลีกล้วย ทั้ง 3 ต้น โดยปลี กล้วย 1 ใน 3 ต้นนั้น ออกผลแล้ว 4 ลูก ทำให้ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงต่างไปดูด้วยความประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นมาก่อน บางคนได้จุดธูปเทียน เพื่อขอหวย และขอพร โดยเฉพาะนางฉลวย ตรีพลอักษร เจ้าของต้นกล้วยดังกล่าวได้นำผ้า 3 สี ๆไปผูกไว้รอบต้นกล้วย พร้อมอธิฐาน ว่า ขอให้มาดี อย่ามาร้าย

นางฉลวย เปิดเผยว่า สำหรับต้นกล้วยต้นแรกตนปลูกมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว จากนั้นได้แตกหน่อออกมา แต่พอแตกหน่อออกมาพอต้นกล้วย ขึ้นมาพ้นหน่อ ก็ออกปลีและออกผล ซึ่งตนเพิ่งทราบจากหลานสาวเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2553 เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะพอตอนค่ำจะไปบำเพ็ญศีลและพักค้างคืนที่วัด เพราะตนได้บวชชีพราหม มาก่อนและจะถือศีลแปด เรื่อยมา ส่วนที่นำผ้า3สี ไปผูกรอบต้นกล้วย นั้นเนื่องจากมีคนแนะนำให้ผูกเพราะถือว่าเป็นของดีของศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน

ด้านนางเหม แสงสุรินทร์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180 ม.2 ต.คลอง อ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นหลานของนางฉวย กล่าวว่า ตนเองไปพบต้นกล้วย ในขณะที่จะเข้าไปช่วยดูแล บริเวณรอบต้นกล้วย เพราะเห็นว่ารก และสังเกตเห็นปลี กล้วยโผล่ ออกมาจากหน่อกล้วยที่เพิ่งแตกออกมาจากกอ ก็เลยคิดว่าเป็นเรื่องประหลาด จึงได้บอกเจ้าของบ้านให้ไปดู ซึ่งตลอดเวลา พอเพื่อนบ้านทราบข่าวต่างแห่ไปดูและจุดธูป เทียน ขอเลขเด็ด

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2553

ขาดเพื่อนเหมือนขาดไฟ โอกาสที่ี่จะมีชีวิตรอดตกต่ำเหลือน้อย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1069929&stc=1&d=1041357686

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยบริกแฮม ยัง ของสหรัฐฯคำนวณออกมาได้ว่า ผู้ที่ขาดเพื่อน มีโอกาสที่จะอยู่รอดชีวิตอยู่ได้ แค่พอๆกับผู้ที่สูบบุหรี่มากวันละ 15 มวน หรือคนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังเท่านั้น

พวกเขาคำนวณผลลัพธ์ได้จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษากับนักศึกษา 150 คน ถึงโอกาสในการอยู่รอดกับเครือข่ายสังคม ทั้งยังได้ทราบอีกว่า การรู้สึกห่วงหาอาทรผู้อื่นนั้น จะทำให้เรายิ่งรู้จักเอาใจใส่ตนเองมากขึ้น

แต่พร้อมกันนั้น นักวิจัยก็ได้พบว่า เครือข่ายสังคมสมัยใหม่ทุกวันนี้กำลังเสื่อมทรามลง เนื่องจากผู้คนต่างต่อสู้ เพื่อแย่งชิงในการงานอาชีพ และครอบครัวกัน การขาดเพื่อนฝูง ทำให้โอกาสที่จะดำรงชีวิตรอดลดลง เหมือนกับการปล่อยให้ตัวอ้วนหรือไม่ยอมออกกำลัง

หัวหน้าคณะวิจัย จูเลียน โฮล์ต ลันสตัด ได้บอกแนะนำว่า หนทางที่จะเอาเพื่อนฝูงมิตรสหายและครอบครัวช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่มีหลายทางด้วยกัน" ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับหมู่คณะ และมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อคนอื่น ความรู้สึกมีเป้าหมายและความหมายจะช่วยแปลงให้เกิดความรู้สึก หันมาดูแลตนเองและเลิกทำเรื่องเสี่ยงต่างๆลง

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

ระกาจันทร์
01-08-2010, 10:40 PM
ที่โบลิเวีย สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงจนทำให้สัตว์น้ำนับล้านตายค่ะ

1 Million Fish Dead in Bolivian Ecological Disaster



http://www.cosmosmagazine.com/files/imagecache/news/files/news/20090115_climate_change_aus.jpg

<INS style="BORDER-BOTTOM: medium none; BORDER-LEFT: medium none; PADDING-BOTTOM: 0px; PADDING-LEFT: 0px; WIDTH: 120px; PADDING-RIGHT: 0px; DISPLAY: inline-table; HEIGHT: 90px; VISIBILITY: visible; BORDER-TOP: medium none; BORDER-RIGHT: medium none; PADDING-TOP: 0px"><INS style="BORDER-BOTTOM: medium none; BORDER-LEFT: medium none; PADDING-BOTTOM: 0px; PADDING-LEFT: 0px; WIDTH: 120px; PADDING-RIGHT: 0px; DISPLAY: block; HEIGHT: 90px; VISIBILITY: visible; BORDER-TOP: medium none; BORDER-RIGHT: medium none; PADDING-TOP: 0px"></INS></INS>Over 1 million fish and thousands of alligators, turtles, dolphins and other river wildlife are floating dead in numerous Bolivian rivers in the three eastern/southern departments of Santa Cruz, Beni and Tarija.

The extreme cold front that hit Bolivia in mid-July caused water temperatures to dip below the minimum temperatures river life can tolerate. As a consequence, rivers, lakes, lagoons and fisheries are brimming with decomposing fish and other creatures.

Unprecedented: Nothing like this has ever been seen in this magnitude in Bolivia. Inhabitants of riverside communities report the smell is nauseating and can be detected as far as a kilometer away from river banks.

River communities, whose livelihoods depend on fishing, fear they'll run out of food and will have nothing to sell. Authorities are concerned there will be a shortage of fish in markets and are more concerned by possible threats to public health, especially in communities that also use river water for bathing and drinking, but also fear contaminated or decaying fish may end up in market stalls.


They've begun a campaign to ensure market vendors and the public know how to tell the difference between fresh and unhealthy fish.

In university fish ponds and commercial fisheries the losses are also catastrophic.



http://2.bp.blogspot.com/_ps0pkwUPirU/SxWn1A0a7EI/AAAAAAAADhA/cT3SfyO3KNw/s400/climate%2520change%2520child%2520hands[1].jpg



http://www.boliviabella.com/1-million-fish-dead-in-bolivian-ecological-disaster.html (http://www.boliviabella.com/1-million-fish-dead-in-bolivian-ecological-disaster.html)

kananun
02-08-2010, 12:10 AM
จากที่ครูบาอาจารย์ท่านเตือนตรงกัน ว่า ให้สร้างบุญ สร้างกุศลกันให้มากเข้าไว้ครับ

อีกไม่นาน ก็จะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ

หากเราดูจากข่าวต่างประเทศ

ความรุนแรงของภัยพิบัติก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ


ของไทยเรา ได้มีโอกาสดูข่าวในพระราชสำนักที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานโดยให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการกรมอุตุนิยมวิทยา เข้าเฝ้า ถวายรายงานเรื่องพายุ ก็น่าจะมีเหตุที่ไม่ธรรมดาครับ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

nitsuda08
02-08-2010, 12:58 AM
อ้างอิงข้อความเดิมของคุณเกษม

BIBLE CODE 2010 (5770)- SEPTEMBER- IRAN - MAJOR EARTHQUAKE

ครั้งต่อไป

วันที่เกิด - วันที่ 3 กันยายน 2010 เิกิดเล็กประมาณ 7.4 ริกเตอร์ บริเวณเกิิด - ฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ

วันที่เกิด - วันที่ 10-11 กันยายน 2010 บริเวณเกิิด - เกิดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิค และทำให้เกิดคลื่นซึนามิยักษ์สูงหลายร้อยฟุต พัดถล่มชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา

ดิฉันได้มาตรวจสอบดู พบว่าตรงกับที่ ดร.ก้องภพได้คาดการณ์เรื่องแผ่นดินไหวไว้
วันที่ 9 กันยา 2510 18UPC +/- 2ชั่วโมง 01.00น 7.5-8.5 ริกเตอร์

วรเดช
02-08-2010, 08:30 AM
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>เตือน'เหนือ-อีสาน-ตะวันออก'น้ำท่วมฉับพลัน!</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img7/155885.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>ลักษณะอากาศเช้าวันนี้(2 ส.ค.)ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น-ฝนตกหนักบางแห่ง"เหนือ-อีสาน-ตะวันออก"ระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก อันดามัน-อ่าวไทยคลื่นแรง....

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันจันทร์ที่ 2 ส.ค.เมื่อเวลา 04.00 น.มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศา สูงสุด 33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง มากกว่า 2 เมตร.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.teenee.com/thank/trd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

วรเดช
02-08-2010, 08:36 AM
ยุคเสื่อม...

<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>สลดเณรตุ๊ดกริ๊ดลั่นห้าง</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img3/155896.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>ชาวพุทธสลดใจ กลุ่มพระตุ๊ดเณรแต๋วเดินช็อปปิ้งกลางห้างดังเชียงใหม่ สะพายย่ามสีหวานแหวว ทาปากแดง

แถมยังยืนกรี๊ดสนั่นหน้าบูธมินิคอนเสิร์ต ไม่สนใจสายตาพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวเห็นเข้าถ่ายภาพร้องเรียน"ข่าวสด" ผอ.สำนักพระพุทธฯ เชียงใหม่ชี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะห้างถือเป็นโลกวัชชะ ยิ่งเป็นช่วงเข้าพรรษา พระเณรต้องอยู่ทำวัตรในวัด ฝากเตือนเจ้าอาวาสช่วยสอดส่องดูแล อบรมตักเตือนให้พระเณรลูกวัดสำรวมด้วย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนและได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ว่า

ขณะนี้ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ได้มีกลุ่มพระสงฆ์สามเณรเกือบ 10 รูป พากันสะพายย่ามสีหวานแหววเดินช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งพระสงฆ์และสามเณรดังกล่าวส่วนมากจะเป็นพวกพระตุ๊ดเณรแต๋ว พากันเดินชมสินค้า ทดสอบสินค้า ไม่สนใจสายตาประชาชน โดยนักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพส่งมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวให้ช่วยเผยแพร่ความไม่เหมาะสมด้วย

โดยประชาชนที่ร้องเรียนได้แจ้งว่าภาพที่บันทึกพระตุ๊ดเณรแต๋วดังกล่าวเป็นภาพจากห้างสรรพสินค้าแอร์พอร์ต พลาซ่า อ.เมือง เชียงใหม่

โดยได้บันทึกภาพพระตุ๊ดเณรแต๋วกำลังยืนดูบูธกิจกรรมของหน่วยงานเอกชนแห่งหนึ่งที่จัดการแสดงการเต้นและการร้องเพลง ปรากฏว่าพระและเณรกลุ่มดังกล่าวก็ส่งเสียงร้องกรี๊ดดังสนั่น เณรบางรูปทาแป้งจนหน้าขาว ทาปากสีแดง สร้างความงุนงงให้กับประชาชนที่เดินช็อปปิ้งอยู่ในห้างดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

นายจำลอง กิตติศรี ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีพระตุ๊ดเณรแต๋ว ออกมาเดินตามห้างและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมว่า

ในช่วงนี้ก็อยากฝากเตือนไปยังเจ้าอาวาสแต่ละวัดให้ช่วยกันสอดส่องดูแล และตักเตือนอบรม รวมทั้งการแสดงอาการสำรวมต่างๆ ให้กับพระลูกวัดสามเณรในวัดของแต่ละท่าน ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา พระสงฆ์สามเณรควรจะอยู่ทำวัตรในวัด ไม่ควรออกมาในสถานที่เช่นห้างสรรพสินค้าทั่วไป ถือว่าเป็นสถานที่โลกวัชชะ

"พระสงฆ์สามเณรที่มีพฤติกรรมในลักษณะไม่เหมาะสมเบี่ยงเบน พวกนี้มักจะทำให้พุทธศาสนาเสียหาย หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะเข้าไปตักเตือนและจำส่งยังต้นสังกัดเพื่อให้ทางต้นสังกัดได้ตักเตือนและคาดโทษ ก็อยากฝากเตือนไปยังพระตุ๊ดเณรแต๋วทั้งหลายด้วย ควรจะควบ คุมสติอารมณ์ เมื่อเราอยู่ในผ้าเหลือง ครองผ้าเหลือง เรื่องนี้เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชุมคณะสงฆ์และได้กำชับให้คณะสงฆ์ดำเนินการกวดขันอบรมตักเตือนพระลูกวัดของแต่ละวัดแล้ว และหากยังมีพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกระทำผิดกฎระเบียบสงฆ์ ทางสำนักพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ก็จะเข้าไปดำเนินการทันที" นายจำลองกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากพระตุ๊ดเณรแต๋วแล้ว ในช่วงเช้าวันเดียวกันทางเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ยังได้ดำเนินการจับกุมพระสงฆ์ที่ทำการบิณฑบาตแบบเวียนเทียน (หลายรอบ) โดยทางเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ดำเนินการเข้าจับกุมพระสงฆ์ที่ทำการบิณฑบาตหลายๆ รอบวันนี้จำนวน 2 รูป บริเวณตลาดต้นพยอม ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ นำตัวส่งวัดต้นสังกัดให้ดำเนินการลงโทษตามระเบียบสงฆ์ไปแล้ว
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.teenee.com/thank/kaosod.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>ชาวบ้านสุดทนโวยพระเวียนเทียนของบิณฑบาต</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img8/155868.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle>ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>พุทธศาสนิกชนเชียงใหม่สุดทน แจ้งเทศกิจปราบพระฉาว เวียนเทียนขายของบิณฑบาต เจอจะๆ 2 รูป แต่ทำได้แค่ตักเตือน ชาวบ้านแฉส่วนใหญ่เป็นพระแก่วอนเร่งแก้ไข...

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2553 นายเดชา ภู่พลับ หัวหน้ากลุ่มงานเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ นำกำลังไปตรวจสอบร้านค้า และแผงลอยช่วงเช้าบริเวณหน้าตลาดสดต้นพะยอม ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับร้องเรียนจากประชาชน และ พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตจำนวนมากว่า มีแผงลอยบางส่วนร่วมกับพระสงฆ์บางรูปเดินวนเวียนบิณฑบาตรแล้วนำสิ่งของและอาหารมาขายให้แผงลอยมานานยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ไข

ต่อมา เจ้าหน้าที่ พบพระสงฆ์สูงอายุจำนวน 2 รูป เดินวนเวียนบิณฑบาตแล้วนำสิ่งของและอาหารที่ได้ใส่กระสอบหรือภาชนะให้กับแผงลอยขายอาหารเช้าบริเวณดังกล่าว จากนั้น พ่อค้าแม่ค้าจะนำไปจัดชุดขายใหม่วนเวียนกันไปจนประชาชนใส่บาตรไม่มีพระสงฆ์ จึงจะกลับวัดจึงได้ตักเตือน เบื้องต้นทราบว่า เป็นพระสงฆ์ที่มาจากวัดใกล้ตลาดและจะมาทุกๆ เช้า

ด้านพระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง อดีตพระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้มีมานานมาก โดยผู้มีอำนาจในการตรวจสอบดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมต้องเป็นเจ้าคณะตำบลในพื้นที่ซึ่งพระสงฆ์รูปนั้นไปก่อพฤติกรรมไม่เหมาะสมขึ้น

แต่จะให้ตำรวจหรือเทศกิจดำเนินการไม่ได้จะทำได้แค่เตือนเท่านั้น เรื่องนี้จะต้องมีการประชุมพูดคุยกันในคณะสงฆ์ตั้งแต่เจ้าคณะตำบลจนถึงเจ้าคณะจังหวัดเพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นมา นายวัลลพ นามวงศ์พรหม ประธานอนุกรรมการฝ่ายศิลปกรรมท้องถิ่น สภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นที่ทราบกันมานานแล้วมีอยู่หลายแห่งในตลาดเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบว่าพระสงฆ์ที่ประพฤติตัวเช่นนี้ส่วนมากจะเป็นพระบวชเมื่ออายุมากหรือบวชตอนแก่แล้วเรียกว่า "ตุ๊ปู่" หรือ "ตุ๊ลุง" จึงไม่ได้มีการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างท่องแท้ และได้ร่วมกับคนที่รู้จัก โดยอาจจะเป็นญาติมาก่อพฤติกรรมหรืออีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเป็นพระปลอมมาเช่าบ้านหรือพักใกล้ตลาดและจะออกมาแต่งกายเลียนแบบพระออกมาบิณฑบาต

ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นถึงแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเป็นพระสงฆ์จริงพฤติกรรมเช่นนี้ เรียกว่าโลกวัชชะ หรือ โลกติเตือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้มีน้อยมาก ส่วนมากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขอพึ่งทางตำรวจและเทศกิจช่วยในการว่ากล่าวตักเตือน และหากเป็นพระจริงจะต้องมีการประสานไปยังเจ้าคณะตำบลให้ดำเนินการโดยจะมีการเตือนเบื้องต้นจนถึงให้มีการจับสึกออกไป

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.teenee.com/thank/trd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

Falkman
02-08-2010, 09:36 AM
น่ากลัวเข้าไปทุกวันแล้วโลกเรา เมื่อวานพ่อหลวงทรงห่วงสถานการณ์น้ำ ดิฉันว่าปีนี้เกินธรรมดาแน่ เมื่อประมาณต้นอาทิตย์ที่ผ่านมาฝันหรือป่าวไม่แน่ใจ หรือคิดมาก (ขอให้เป็นแค่คิดมาก) เห็นแผนที่ไทยตอนล่างประมาณเลยประจวบลงไป ฝั่งอ่าวไทยหายไปซีกหนึ่งโดนน้ำท่วมป่าวไม่รู้

ใครมีรายละเอียดบ้างว่าในหลวงท่านว่าอย่างไรบ้าง เช่น ให้ป้องกันน้ำท่วม ให้เตรียมตัวป้องกันน้ำหมด (แล้ง) หรือ ให้ป้องกันพายุ หรือ ให้ดูเขื่อน ว่าแข็งแรงดีหรือเปล่า อะไรเงี๊ยะ?

Lazaza
02-08-2010, 10:14 AM
======================================


1 ส.ค. 53


ม้าสีน้ำตาลขาว (จะต้องเดินทางไกล)

เที่ยวที่แล้วได้รับสัญญาณมาว่าจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิดไว้ (ในภาพ
ตัวเองถือไวโอลีน) ตัวเองอยากจะทำเรื่องเจาะน้ำบาดาลให้เสร็จ แต่เงินรวม
ยังไม่ครบแสนหนึ่งหมื่นบาท ขาดอยู่สามหมื่นบาท บ่ายนี้เจอหลานจิ๊บที่ร้าน
อาหารเจก็ยังบอกกับหลานจิ๊บว่าที่นัดกันไว้ช่วง 12 สิงหาฯ อาจจะไม่ได้ขึ้น
ไปที่ฐานผาแบ่นเพื่อที่จะทำเรื่องน้ำ แต่ผมก็ได้บอกกับหลานจิ๊บว่าเช้านี้ผม
ได้รับสัญญาณมาว่าจะต้องเดินทางไกลแต่ก็ยังหาเงินส่วนที่ขาดไม่ได้ และ
ยังได้บอกว่าทางคนเจาะคิดหนึ่งแสนแถมปั้มน้ำให้หนึ่งตัว

เย็นนี้พี่สาวก็ให้ยืมเงินสองหมื่นบาท ถ้าสามหมื่นก็ต้องคอยอีกสองเดือน
ผมบอกว่าถ้าอีกสองเดือนก็ไม่ต้องยืมเพราะแนวร่วมจะช่วยสองหมื่นบาท
ผมคงต้องหาอีกประมาณหนึ่งหมื่นเป็นค่าน้ำมันรถ ที่พัก อาหาร ค่าขอ
อนุญาตการเจาะ ซื้อฝาครอบโอ่ง 12ใบและเงินที่ค้างค่าของที่เจ้าของที่
ออกให้ไปก่อนหน้านี้



องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

เกษม
02-08-2010, 12:09 PM
"คนที่จะมา กำจัดซ้าย พิฆาตขวา"

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071902&stc=1&d=1041357984

'หมอนิด'เตือนนายกฯระวังถูกมือมืดปองร้าย

"หมอนิด"เตือนนายกฯ ระวังถูกปองร้าย บอกดวงไม่ดีถึงปีหน้า ชี้ปรับครม.ดึงคนดวงไม่ดีมาร่วมงาน ส่งผลเศรษฐกิจตกต่ำ แนะนิมนต์พระอริยสงฆ์ทำบุญทำเนียบ

นายกิจจา ทวีกุลกิจ หรือหมอนิด กล่าวถึงกรณีที่หมอดูฮวงจุ้ยได้ตรวจฮวงจุ้ยของทำเนียบรัฐบาล และมีการระบุว่าหากไม่จัดทำบุญ อาจเกิดความวุ่นวาย เพราะพระพรหมที่สถิตอยู่บนยอดตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ได้อยู่ปกป้องรักษาทำเนียบรัฐบาลแล้ว และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตนั้นว่า นายกฯจะถูกปองร้ายจากภัยมืดต้องระวัง หรือไม่จะเจออุปสรรคในการบริหารประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำไม่สามารถฟื้นตัวได้ หุ้นตก แม้แต่การปรับคณะรัฐมนตรีก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะไม่มีใครที่ดวงดีเข้ามาช่วยงาน เพราะส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็เข้ามาโดยมีใบสั่ง บริหารประเทศไม่ราบรื่น

"ต้องระวังบุคคลคนๆ หนึ่ง ที่จะมาจำกัดซ้าย พิฆาตขวา คนๆนี้น่ากลัว ทำทุกอย่างเพื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี สมองดีมากแต่น่ากลัว ทำทุกอย่าง ถ้าหากคนนี้เข้าหาผู้บังคับบัญชา ผู้นำเหล่าทัพ โดยเฉพาะปี 54 ปี 55 ดวงคนนี้ดีมาก ที่เป็นนักการเมืองคนสำคัญ ที่บงการการเมืองในซีกรัฐบาล และกำลังพ้นจากบ้านเลขที่ 111 แต่ขณะที่ดวงอภิสิทธิ์ไม่ดีถึงปีหน้า เพราะประเทศชาติยังวุ่นวาย การก่อวินาศกรรมยังมีอยู่ รวมถึงภัยธรรมชาติ ส่วนคนที่อยู่ต่างประเทศดวงดีกว่าอภิสิทธ์ แต่ว่าไม่สามารถกลับประเทศได้ ต้องจากนี้ไป 3 ปี ขณะนี้ประเทศไทยถึงจุดเปลี่ยน นอกเหนือจากที่ทำเนียบทำบุญ 5 ศาสนาแล้ว ยังต้องนิมนต์พระอริยสงฆ์ที่มีบุญมีบารมีมาทำพิธี คนไทยทุกคนต้องร่วมกันภาวนาจะทำให้หนักเป็นเบาได้" หมอนิดกล่าว

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 10 มิถุนายน 2553 15:05

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com (http://www.bangkokbiznews.com)

หมายเหตุ

"คนที่จะมากำจัดซ้ายพิฆาตขวา" หมอนิดบอกเอาไว้ในหนังสือ"ผ่าดวงเมืองปี 2553-2555 ว่าเป็นคน "ชอบการโอบกอด" โหรเก่งกาจ จงใจพระ บอกว่าคนคนนี้มีดวงจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน คุณดำรง พุฒตาล ทำนายว่าคนคนนี้จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในอนาคต -เกษม-

เกษม
02-08-2010, 01:00 PM
เหยื่อน้ำท่วมปากีสถานเพิ่มเป็น 1,100 คน-อหิวาฯเริ่มระบาด

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071944&stc=1&d=1041360808

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในปากีสถานมีกว่า 1,100 คน คาดเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขห่วงอหิวาตกโรคเริ่มระบาด

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า ประชาชนกว่า 1 ล้าน 5 แสนคนได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักในฤดูมรสุมที่กำลังทำให้เกิดน้ำท่วมและดิน ถล่มในจังหวัดไคเบอร์ ปัคตุนควา ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 คน นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชนกว่า 3,700 หลังถูกกระแสน้ำพัดพาไป และพื้นที่การเกษตรจำนวนมากได้รับความเสียหาย ด้านรัฐมนตรีข่าวสารกล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ คร่าชีวิตประชาชนในพื้นที่ต่างๆ แล้วกว่า 1,100 คน และส่งผลกระทบต่อประชาชน 1 ล้าน 5 แสนคน

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดจากน้ำท่วมมา จากทุกจังหวัดที่ประสบภัย พร้อมกล่าวแสดงความกังวลว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก
ขณะที่ผู้ประสบภัยหลายร้อยคนอพยพเข้าพักอาศัยในโรงเรียนต่างๆ ในเปชวาร์และมูซาฟฟาราบัด

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวแสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ประสบภัย เนื่องจากโรคที่เกิดจากน้ำเริ่มแพร่ระบาดแล้ว โดยเฉพาะอหิวาตกโรค

ด้านรัฐบาลสหรัฐได้ส่งเฮลิคอปเตอร์หลายลำ เรือหลายลำ สะพานชั่วคราว หน่วยบริการน้ำ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในปากีสถานแล้ว พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้เงินช่วยเหลืออีก 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ เริ่มหลั่งไหลเข้าไปยังปากีสถานอย่างต่อเนื่อง

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม 2553

ยูเอ็น-สหรัฐส่งปัจจัยช่วยเหยื่อน้ำท่วมในปากีสถาน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071945&stc=1&d=1041360808

ยูเอ็นและสหรัฐเร่งส่งปัจจัยช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมในปากีสถาน ขณะยอดตายพุ่งแตะ 1,025 ราย คาดเสียชีวิตพุ่งถึง 3,000 คน

สหประชาชาติและสหรัฐเร่งส่งปัจจัยช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปากีสถาน หลังจากที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และส่งผลกระทบต่อประชาชนเกือบ 1 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 1,025 รายแล้ว และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงถึง 3,000 คน

นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเผยจะให้งบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือปากีสถาน 10 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ สหรัฐได้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์ เรือ สะพาน เครื่องกรองน้ำ และอาหารไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว

ส่วนองค์การอาหารโลกได้เริ่มลำเลียงอาหารช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในปากีสถานแล้ว ขณะที่ปัจจัยด้านอาหารในประเทศลดน้อยลง และคาดว่า จะมีฝนตกลงมาอีกในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่า จะทำให้สถานการณ์เลวร้ามากกว่าเดิม

หน.โฆษกของสำนักงานช่วยเหลือเอดีในปากีสถาน กล่าวว่า บ้านเรือนและสะพานในพื้นที่ต่างๆพังทลายลงมาพร้อมสายฝน ขณะที่เสาไฟฟ้าก็โค่นล้ม ประชาชนจำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาไป

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม 2553

<!-- Tags Keyword -->ปากีสถานลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย 152 ผู้เสียชีวิตเครื่องบินตก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071946&stc=1&d=1041360808

นายกฯปากีสถานสั่งลดธงชาติครึ่งเสาทั่วประเทศ หลังเครื่องบินตก มีผู้เสียชีวิต 152 คน เมื่อวานนี้(28 ก.ค.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปากีสถานไว้อาลัยผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งร้ายแรงที่สุด เป็นเวลา 1วันในวันนี้ และนายยูซุฟ ราซา จิลานี่ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน สั่งให้ลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ

วานนี้(28ก.ค.)เครื่องบินแอร์บัสแบบเอ-321 เที่ยวบินที่ ED-202 ของสายการบินเอกชน "แอร์บลู" ของปากีสถาน ประสบอุบัติเหตุตกที่ภูเขานอกกรุงอิสลามาบัด ขณะกำลังร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติเบนาซีร์ บุตโตในกรุงอิสลามาบัด ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 152 คน เสียชีวิตทั้งลำ ผู้เสียชีวิตรวมถึงชาวอเมริกัน 2 คน และนักธุรกิจชาวออสเตรียพร้อมลูกๆ อีก 7 คน เครื่องบินดังกล่าวบินจากเมืองการาจีทางภาคใต้ของปากีสถาน ไปยังกรุงอิสลามาบัด

ด้านนายคามาร์ ซามาน ไครา รัฐมนตรีสารนิเทศปากีสถาน ปฏิเสธข่าวที่ว่าพบกล่องดำแล้ว จึงยังไม่ทราบสาเหตุของเครื่องบินตก และเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพแล้ว 115 ศพ แต่ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนร่างกายที่ถูกเผาจนดำ ทำให้ต้องใช้การตรวจดีเอ็นเอ จึงจะสามารถระบุได้ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใคร

ทั้งนี้ รัฐบาลปากีสถานยังไม่ได้โทษใคร และไม่ได้คาดเดาสาเหตุการตกของเครื่องบิน แต่ไม่คิดว่าเป็นการก่อการร้าย และได้เริ่มสอบสวนสาเหตุเครื่องบินตกแล้ว โดยยังไม่ได้ตัดประเด็นการก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมทิ้ง

ด้านโฆษกสายการบินแอร์บลู แถลงแสดงความเสียใจ และระบุว่า เครื่องบินลำที่ตกไม่มีประวัติว่าเคยมีปัญหาทางเทคนิค และเป็นเครื่องบินที่ค่อนข้างใหม่ ที่ใช้งานมาเพียง 10 ปี มีชั่วโมงบิน 34,000 ชั่วโมง

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2553

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com (http://www.bangkokbiznews.com)

หมีขาวร้อนพุ่ง 40 องศา เกรงไฟป่าเลวร้ายอีก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071947&stc=1&d=1041360808

ในสัปดาห์หน้าอุณหภูมิรัสเซียจะพุ่งสูง 40 องศา รัฐบาลเกรง อาจเพิ่มความเลวร้ายให้กับปัญหาไฟป่าซึ่งกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า อุณหภูมิภาคกลางและภาคใต้ของรัสเซียจะพุ่งสูงแตะ 40 องศาเซลเซียสในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจเพิ่มความเลวร้ายให้กับปัญหาไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

รัฐบาลรัสเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าแห่งชาติ จาก 319,000 เอเคอร์ เหลือ 282,000 เอเคอร์ แต่เพลิงไหม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยากต่อการเข้าควบคุมเพลิง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ส.ค.) ไฟป่าจำนวน 438 จุดยังคงลุกไหม้ ประชาชนนับพันไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 28 คน

ทั้งนี้ รัสเซียต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินจำนวนมาก และทหารอีกหลายร้อยนาย ในการเร่งปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าครั้งนี้

ด้านประธานาธิบดี ดมิทรี เมดเวเดฟ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวนับเป็นหายนะทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในรัสเซียทุก ๆ 30 หรือ 40 ปี

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2553

'โอบามา' ฟุ้ง สงครามอัฟกันเพียงพอบรรลุผล

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071948&stc=1&d=1041360808

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา คุยในรายการ "ซันเดย์ มอร์นิ่ง" ระบุ สงครามในอัฟกานิสถานเป็นเรื่องยากมาก แต่เพียงพอที่จะบรรลุผลสำเร็จ ขณะที่กองกำลังเนเธอร์แลนด์สิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจ เตรียมถอดทหารแล้ว...

สำนักข่าวเอพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ระบุถึงเป้าหมายสำหรับสงครามในอัฟกานิสถานว่า แม้จะเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็เพียงพอที่จะบรรลุผลสำเร็จแล้ว

โอบามา เผยผ่านรายการคุยยามเช้า "ซันเดย์ มอร์นิ่ง" ของสถานี "ซีบีเอส" ว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่พยายามเปลี่ยนอัฟกานิสถานให้เป็น "ประชาธิปไตยแนวเจฟเฟอร์สัน" และจะไม่ให้อัฟกานิสถานเป็นสวรรค์ของกลุ่มกบฏก่อการร้าย

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. กองกำลังทหารเนเธอร์แลนด์สิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจ และเตรียมถอดกำลังออกจากอัฟกานิสถาน จากการช่วยต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กองกำลังนานาชาติร่วมส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจยังอัฟกานิสถาน มาเป็นระยะเวลานาน 9 ปี

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Falkman
02-08-2010, 01:01 PM
http://www.dailynews.co.th/content/images/1007/30/news02.jpg


“เลขาธิการ กปร.เผย”ในหลวง”รับสั่งทุกหน่วยแก้ปัญหาน้ำแบบบูรณาการ เตรียมรับมือขาดแคลนน้ำในอนาคต (http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=339&contentID=81920)


วันนี้ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมเกรียติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ(กปร) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยทรงมีพระราชประสงค์ให้ทุกหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งประเทศ ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อเตรียมวางแผนร่วมกันรับมือปัญหาน้ำที่จะขาดแคลนมากขึ้น โดยให้มุ่งเน้นการบริหารน้ำและบริหารแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้มีการจัดการที่ ร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขณะนี้น้ำสำรองของประเทศมีอย่างจำกัด หากทุกหน่วยงานไม่มองภาพรวมว่าจะประหยัดน้ำกันอย่างไรในอนาคตจะเกิดปัญหา หนักมากขึ้น ทั้งน้ำที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมองหาจุดที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งมากไป นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเรื่องการสร้างประตูกันลำน้ำเพื่อกักเก็บไว้ใช้ในพื้นที่ได้ ทั้งหน้าแล้งและระบายออกแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ปล่อยน้ำทิ้งออกทะเลหรือลงสู่แม่น้ำโขง โดยสูญเปล่า รวมทั้งการสร้างแหล่งน้ำชุมชน ฝายชะลอน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นและให้สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงว่ากระทรวงเกษตรฯเตรียมทำโครงการ หนึ่งแหล่งน้ำหนึ่งจังหวัด เพื่อให้การจัดหาแหล่งน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการของชุมชน ทั้งประเทศ โดยได้สั่งการให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดไปทำงานบูรณาการกับหน่วยงาน ของกระทรวงเกษตรทั้งหมดในแต่ละจังหวัดเพื่อร่วมกันจัดหาพื้นที่สร้างแหล่ง น้ำในแต่ละจังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรระดับจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดทำแผนเบื้องต้นในการปฏิบัติการตามโครงการดังกล่าว กลับมาที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงฯภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยจะมีคณะอนุกรรมการบูรณาการแผนฯที่มีนายจักรี สุจริตธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานพิจารณาเพื่อนำสู่คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบบริหาร จัดการน้ำเพื่อการเกษตร ที่มีปลัดกระทรวงเป็นประธาน พิจารณาเสนอเข้าที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงเพื่อประเมินผลความสำเร็จร่วมกัน เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ภายในงบประมาณปี 2554 นี้ โดยอย่างช้าต้นปี 2554 จะต้องมีการเริ่มโครงการได้ทันที

“โครงการนี้จะเป็นบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและกระตุ้นเศษรฐกิจในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยจะนำร่อง 2 เขต 9 จังหวัดที่มีความพร้อม ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี จันทรบุรี และตราด ซึ่งการจัดหาแหล่งน้ำในจังหวัดเหล่านี้อาจจะไม่ใหญ่มากแต่เน้นในเรื่องการ ขยายระบบการกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพและใช้น้ำได้เต็ม ศักยภาพ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าทุกหนึ่งเดือน เมื่อครบ 6 เดือนจะมีการประเมินผลของโครงการอีกครั้งว่าจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไร”นาย ธีระ กล่าว

รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าวต่อว่าขณะนี้ชาวนาสามารถเริ่มปลูกข้าวนาปีได้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่เพราะมีฝนตกลงอย่างต่อ เนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางมีฝนตกหนักมากว่าในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รวมทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศเริ่มมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นโดย เฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเข้ามาจากพายุโกเซิน อีก 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อดูจากการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศนานาชาติเชื่อว่า ปรากฎการลานีญา จะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม และฝนตกมากกว่าค่าปกติ ทำให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากและสามารถส่งน้ำสนับสนุนการทำ นาได้ในทุกพื้นที่

นายธีระ กล่าวอีกว่าทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯจะเตรียมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ฉบับที่ 11 โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งจากการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกษตรกรต้องการให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร โดยแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน การใช้ที่ดินทำกินอย่างต่อเนื่อง การคุ้มครองที่ดินเพื่อการเกษตร การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตร โดยการตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาขึ้นมาโดยเร็ว รวมทั้งการออกกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้สภาเกษตรกร สามารถทำหน้าที่ดูแลปกป้องเกษตรกรได้เต็มที่


รับสั่งให้แก้ปัญหานํ้าแบบบูรณาการ รัฐบาลผุดโครงการ 1จังหวัด1แหล่งนํ้า (http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=562&contentID=82003)

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2553 เวลา 10:09 น



พระราชทานฝนหลวงบรรเทาปัญหาภัยแล้ง"ในหลวง" ทรงห่วงพสกนิกร “สุเมธ” นำคณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานสรุปสถานการณ์น้ำ ด้าน “เลขาฯ กปร.” เผย รับสั่งทุกหน่วยแก้ปัญหาน้ำแบบ บูรณาการ เตรียมรับมือการขาดแคลนน้ำในอนาคต “ธีระ” ผุดโครงการหนึ่งแหล่งน้ำหนึ่งจังหวัด เพิ่มประสิทธิภาพบริหารแหล่งน้ำ เร่งเดินหน้าปี 54 นำร่อง 9 จังหวัด

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 30 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออก ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร นำคณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 12 คน เฝ้าฯกราบบังคมทูลรายงานสรุปสถานการณ์น้ำประเทศไทยปี พ.ศ. 2552 และเดือน ม.ค.-มิ.ย. ปี พ.ศ. 2553 การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทย ปีพ.ศ. 2553 การปรับปรุงสถานีโทรมาตร ตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติและระบบโทรมาตร เพื่อสนับสนุนการจัดการปัญหาภัยแล้ง และผลการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 3 กับรับพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันฯ

ในการนี้ รายงานสรุปสถานการณ์น้ำในประเทศไทยนั้น รวมรวบข้อมูลโดยการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและหน่วย งานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2541 และระบบดังกล่าวสามารถ ใช้งานได้จริงในปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบันได้ขยายผลการดำเนินงานเพิ่มเติม โดยการ พัฒนาระบบคลังข้อมูล สภาพอากาศประเทศไทย เพื่อให้ได้ข้อมูลสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ของประเทศ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ จำเป็นในการนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ในปีที่ผ่านมานั้นพบว่า มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,403 มิลลิเมตร ซึ่ง ขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 2 ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. พ.ศ. 2552 มีปริมาณน้ำฝนมาก และต่ำลงในช่วงปลายปี เนื่องจากอิทธิพลของเอลนินโญ่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรม ชาติอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม และรูปแบบของฝน และอุณหภูมิที่มีการผันแปรในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก อีกทั้ง ฝนที่ตกหนักจากพายุเพียงหนึ่งครั้ง ถูกพายุไต้ฝุ่นกฤษณา เป็นเหตุให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ 311 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนในปีนี้ นับตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงเดือน มิ.ย. พ.ศ. 2553 พบว่ามีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 381 มิลลิเมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 22 เนื่องจาก อิทธิพลของเอลนินโญ่ต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงพสกนิกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือน้อย ซึ่งได้พระราชทานฝนหลวงพิเศษ เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว โดยการติดตั้งสถานีโทรมาตร ตรวจวัดสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน และวัดระดับน้ำเสริมระบบโทรมาตรเดิมบริเวณเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และเขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี รวมทั้งพัฒนาระบบรายงานสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงพระราชทานใน 4 เขื่อนดังกล่าว และต่อเชื่อมข้อมูลในระบบโทรมาตรเดิม ในพื้นที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

โดยแสดงผลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถืออีกทางหนึ่งด้วย ด้วยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่พบว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญ่ และลานิน ญ่าซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิน้ำในมหา สมุทรแปซิฟิกผิดปกติไปจากค่าเฉลี่ย คือ หากอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณ ใกล้ประเทศฟิลิปปินส์สูงกว่าปกติก็จะเป็นปรากฏการณ์ลานินญ่า ประเทศไทยก็จะมีฝนตกหนัก ในทางตรงกันข้าม หากอุณหภูมิบริเวณนั้นต่ำกว่าปกติ ก็จะเป็นปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ประเทศไทยก็จะมีฝนน้อย

สำหรับการปรับปรุงสถานีโทรมาตร ตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติได้ดำเนินการ ปรับปรุงแล้ว 439 สถานีทั่วประเทศ ใน จำนวนนี้มีสถานีโทรมาตรในพื้นที่ จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และจ.ยะลา 31 สถานี แล้วยังติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดความเร็วลม 110 ชุด ในสถานีโทรมาตรดังกล่าว เพื่อนำข้อมูลไปประมวลผลจัดทำแผนที่ลมติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อไป ส่วนผลการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริครั้งที่ 3 ซึ่งมีชุมชนทั่วประเทศร่วมกันประกวดได้พบ 6 แบบอย่างความสำเร็จของชุมชนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้จนเกิดผล สำเร็จ ได้แก่ การจัดผังน้ำ และระบบส่งน้ำชุมชน การจัดทำฝายชะลอน้ำรูปแบบต่าง ๆ การรักษาแหล่งน้ำด้วยการทำการเกษตรอินทรีย์ การจัดการน้ำของชุมชนบริเวณป่าต้นน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝก การรักษาป่าต้นน้ำด้วยภูมิปัญญาและประเพณีตามวิถีชุมชน รวมทั้งการจัดการป่าต้นน้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด

ทางด้านนายเฉลิมเกีรยติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ (กปร.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยทรงมีพระราชประสงค์ให้ทุกหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งประเทศ ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อเตรียมวางแผนร่วมกันรับมือปัญหาน้ำที่จะขาดแคลนมากขึ้น โดยให้มุ่งเน้นการบริหารน้ำและบริหารแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้มีการจัดการที่ ร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขณะนี้น้ำสำรองของประเทศมีอย่างจำกัด หากทุกหน่วยงานไม่มองภาพรวมว่าจะประหยัดน้ำกันอย่างไร ในอนาคตจะเกิดปัญหาหนักมากขึ้น ทั้งน้ำที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมองหาจุดที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งมากไป

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเรื่องการสร้างประตูกันลำน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ได้ ทั้งหน้าแล้งและระบายออกแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ปล่อยน้ำทิ้งออกทะเลหรือลงสู่แม่น้ำโขงโดยสูญเปล่า รวมทั้งการสร้างแหล่งน้ำชุมชน ฝายชะลอน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นและให้สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงว่า กระทรวงเกษตรฯเตรียมทำโครงการหนึ่งแหล่งน้ำหนึ่งจังหวัด เพื่อให้การจัดหาแหล่งน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการของชุมชน ทั้งประเทศ โดยได้สั่งการให้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดไปทำงานบูรณาการ กับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมดในแต่ละจังหวัดเพื่อร่วมกันจัดหาพื้นที่สร้างแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรระดับจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดทำแผนเบื้องต้นในการปฏิบัติการตามโครงการดังกล่าวกลับมา ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงฯภายในวันที่ 20 ส.ค. โดยวางเป้าให้โครงการดังกล่าวสามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ภายในงบประมาณปี 2554 นี้ หรืออย่างช้าต้นปี 2554 จะต้องมีการเริ่มโครงการได้ทันที โดยจะนำร่อง 2 เขต 9 จังหวัดที่มีความพร้อม ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งการจัดหาแหล่งน้ำในจังหวัดเหล่านี้อาจจะไม่ใหญ่มาก แต่เน้นในเรื่องการขยายระบบการกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างมี ประสิทธิภาพและใช้น้ำได้เต็มศักยภาพ

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนา สามารถเริ่มปลูกข้าวนาปีได้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่เพราะมีฝนตกลงอย่างต่อ เนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางมีฝนตกหนักมากกว่าในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่าน มา รวมทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศเริ่มมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นโดย เฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเข้า มาจากพายุโกนเซิน อีก 400 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อดูจากการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศนานาชาติเชื่อว่าปรากฏการณ์ลานินญ่า จะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม และฝนตกมากกว่าค่าปกติ ทำให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากและสามารถส่งน้ำสนับสนุนการทำ นาได้ในทุกพื้นที่.

เกษม
02-08-2010, 01:39 PM
ดวงประธานาธิปดีโอบามาและดวงนายกอภิสิทธิ์ที่คล้ายคลึงกัน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1071967&stc=1&d=1041363416

หมอดูอินเดียเตือนโอบามา จะมีเคราะห์หนัก

นายราช กุมาร ชาร์มา หมอดูชื่อดังชาวอินเดียจากเมืองมุมไบ ทำนายว่า นายโอบามา จะเป็นผู้คว้าชัยในการเลือกตั้งวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้อย่างขาดลอยถึง 10% เพราะดูจากปัจจัยแวดล้อม ประกอบกับการโคจรของดวงดาวที่ชี้ชัดว่า นายแมคเคน จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หมอดูแดนภารตะรายนี้ยังได้ทิ้งท้ายเกี่ยวกับดวงชะตาของนายโอบามาเอาไว้อย่างน่าสะพรึงกลัวว่า เขาจะมีเคราะห์หนักในช่วงปี 2010-2011 เนื่องจากดาวอาทิตย์ที่อ่อนกำลังได้เคลื่อนเข้าสู่ราศีของนายโอบามา ซึ่งหมายความว่านายโอบามาอาจมีอันตรายถึงชีวิต และมีโอกาสรอดเพียง 25% เท่านั้น

ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq02/462645 (http://www.ryt9.com/s/iq02/462645)

'หมอนิด'เตือนนายกอภิสิทธิ์ ระวังถูกมือมืดปองร้าย

"หมอนิด"เตือนนายกฯ ระวังถูกปองร้าย บอกดวงไม่ดีถึงปีหน้า ชี้ปรับครม.ดึงคนดวงไม่ดีมาร่วมงาน ส่งผลเศรษฐกิจตกต่ำ แนะนิมนต์พระอริยสงฆ์ทำบุญทำเนียบ

นายกิจจา ทวีกุลกิจ หรือหมอนิด กล่าวถึงกรณีที่หมอดูฮวงจุ้ยได้ตรวจฮวงจุ้ยของทำเนียบรัฐบาล และมีการระบุว่าหากไม่จัดทำบุญ อาจเกิดความวุ่นวาย เพราะพระพรหมที่สถิตอยู่บนยอดตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ได้อยู่ปกป้องรักษาทำเนียบรัฐบาลแล้ว และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตนั้นว่า นายกฯจะถูกปองร้ายจากภัยมืดต้องระวัง หรือไม่จะเจออุปสรรคในการบริหารประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำไม่สามารถฟื้นตัวได้ หุ้นตก แม้แต่การปรับคณะรัฐมนตรีก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะไม่มีใครที่ดวงดีเข้ามาช่วยงาน เพราะส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็เข้ามาโดยมีใบสั่ง บริหารประเทศไม่ราบรื่น

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com (http://www.bangkokbiznews.com/)

Falkman
02-08-2010, 02:47 PM
<table style="border-collapse: collapse;" align="center" border="0" bordercolor="#669933" cellpadding="3" cellspacing="0" width="600"><tbody><tr bgcolor="#669933"><td width="130" nowrap="nowrap">วัน-เวลา</td> <td width="40" nowrap="nowrap">ขนาด</td> <td width="50" nowrap="nowrap">lat</td> <td width="50" nowrap="nowrap">long</td> <td width="120" nowrap="nowrap">บริเวณที่ เกิด</td> <td nowrap="nowrap">ข้อมูลอื่นๆ</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-08-02 13:42:44 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=499)</td> <td valign="top">4.3</td> <td valign="top">18.51</td> <td valign="top">104.60</td> <td valign="top">ประเทศลาว</td> <td valign="top"> - ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย ประมาณ 70 กม.</td></tr></tbody></table>

Falkman
02-08-2010, 03:57 PM
พี้นมหา สมุทรบริเวณออสเตรเลียสูงขี้น 13 ฟุตต่อวัน ! (http://www.truth4thai.org/node/148)

<!-- start node-forum.tpl.php --> รายงานข่าวจากประเทศออสเตรเลีย แจ้งว่าขณะนี้ระดับพี้นมหาสมุทรใต้ทะเลปรับตัวสูงขี้นอย่างรวดเร็ว ขนาด 12 ฟุตต่อวันตั้งแต่ช่วงมีนาคม ถีง ช่วงเมษายน คศ 2010 ที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มสูงขี้นเรื่อยๆ ซี่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง รายละเอียดของข่าวสามารถอ่านต่อได้จากลิงค์ข้างล่าง



OCEAN FLOOR RISING BY 13 FEET PER DAY IN AUSTRALIA (http://reinep.wordpress.com/2010/05/16/ocean-floor-rising-by-13-feet-per-day-in-australia/)

http://reinep.files.wordpress.com/2010/05/ocean.jpg?w=300&h=199

his is very disturbing. More and more things are happening that really shouldn’t. Is the 2012 events we are waiting for, starting already? The National Oceanic and Atmospheric Administration has a Tsunami station in event mode activated for Station 55023 – STB Coral Sea located at 14.803 S 153.585 E (14°48’9″ S 153°35’6″ E). The tsunami station has been in event mode since the large quakes occurred in the area for several days now. This is triggered by the buoys’ anomalies of water column height above the sea floor. If you do a data search for 2010 March 20th to 2010 April 13th you get this- Over 100 meters or 328 feet less distance from buoy to sea floor in 24 days! That’s 13 feet per day since the quakes. As you will see from the waves on the line graph it matches the tide lines perfectly

http://reinep.files.wordpress.com/2010/05/catoislandcoralsea.png?w=300&h=205

Coral Sea tide chart So Station buoy 55023 is still on the surface. Its not the lunar cycles, checked that as well. There also has been a very odd sea surface temperature in the same location See link CSIRO web page [link (http://www.marine.csiro.au/)] Note the area in blue on the map on the left then see the unusually cold surface temperatures on the surface in the map on the right. Seismic activity has also offers a good insight as to what may be occurring.


http://reinep.files.wordpress.com/2010/05/ring-of-fire.gif?w=300&h=222


Note the long time periods of S waves on this seismic station is the upward thrust of the ocean floor by 13 feet per day? Does anyone know what’s going on in this area? Is 2012 events already on it`s way?
It is also now speculated that the Indo Australian Plate is moving north-west, colliding with and subducting beneath the Eurasian Plate and this movement is allegedly causing the Indo Australian Plate to tip so that the western half of Australia will sink while the eastern seaboard will rise. However, the rate of movement of the Plate is so slow that it seems unlikely that that subduction is causing the rapid sea level rises recorded in the Coral Sea before the two NOAA buoys were taken off line, or at least their readings no longer made public.
What`s the conclusion?


http://reinep.files.wordpress.com/2010/05/map.jpg?w=300&h=248


In my view and many others one theory is, that it is more likely that at least parts of Lemuria are beginning to rise with totally uncertain consequences for Australia and especially the east coast. In any event the seismic activity around Vanuatu and along the western boundary of the Pacific Ring of Fire in the southern hemisphere indicates that the east coast of Australia and especially the Queenslanc coast needs to be on alert for possible tsunamis when generated there. Anyway big changes are going on here on earth, that`s for sure.


Disappearing islands of India (http://www.greenlivingtips.com/blogs/27/Disappearing-islands-of-India.html)


By Green Living Tips (http://www.greenlivingtips.com/authors/1/Green-Living-Tips) | Published 12/26/2006
Chances are you've never heard of the Indian islands of Lohachara and Suparibhanga. Chances are you won't hear much more about them after the initial press flurry has died down.
Once home to around 10,000 people, Lohachara island has slipped beneath the ocean and it's neighbor, Suparibhanga island, met the same fate a while back.

http://www.greenlivingtips.com/content_images/Lohachara-island-Suparibhanga.jpg

ส่วนอันนี้น้ำทะเลขึ้นสูง เกาะหายไปเลย
อันนี้ข่าวเก่า ปี 2006 - เอามาเปรียบเทียบกันเผื่อได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ

Kongp
02-08-2010, 07:52 PM
ด่วน! น้ำท่วมฉับพลันเกาะช้าง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่องในจังหวัดตราด ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่เกาะช้าง จังตราด เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำสูง 50 ซม. นอกจากนี้ยังได้เกิดดินโคลนถล่ม ลงมาปิดเส้นทาง ถนนบางจุด ซึ่งขณะนี้ จนท.ได้เร่งช่วยเหลือ และ รีบรื้อสิ่งกีดขวางที่ไหลลงมาปิดทับเส้นทางต่างๆ
นายศรัณ จิรังศรี นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.เกาะช้าง อ.เกาะ ช้าง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างมากในขณะนี้ ทำให้เกิดดินสไลด์จากภูเขาบริเวณถนนสายมาบค้างคาว-บ้านบางเบ้า หลายจุดโดยเฉพาะบริเวณโรงแรมริสา คาบาน่า เป็นระยะทางยาวและมีความสูง ทำให้รถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้ ทางเทศบาลได้ประสานไปยังกำนัน ต.เกาะช้างให้นำเครื่องจักรไปช่วยแก้ไข ขณะที่สำนักงานทางหลวงชนบท จ.ตราด ได้ประสานไปแล้วแต่ยังอยู่ระหว่ารงการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือ คาดว่าอีกไม่นาจะสามารถแก้ไขปัญหาได้


สนับสนุนเนื้อหา http://btgsf1.fsanook.com/css/news/story_pictures/source/source_027.gif (http://news.sanook.com/)

เกษม
02-08-2010, 10:02 PM
การใช้อภิญญากับเวทมนต์ มีวิธีใช้ต่างกันอย่างไร?

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1072951&stc=1&d=1041358211

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1072955&stc=1&d=1041358211

<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->กัณหปักษ์<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/กัณหปักษ์-28379)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1201265", true); </SCRIPT> สมาชิก

การใช้อภิญญา กับเวทมนต์ ต่างกันอย่างไรคะ คือสงสัยค่ะ ว่าจอมขมังเวทย์ กับผู้สำเร็จอภิญญา มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้ววิธีใช้แตกต่างกันมั้ยคะ ข้อถามในกรณีที่อาจไม่ใช่ไสยศาสตร์ ข้อความคิดเห็นส่วนตัวด้วยก็ดีค่ะ

15-05-2008, 05:33 AM

<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->ตามหาคุณธรรม<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/ตามหาคุณธรรม-187196)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1201448", true); </SCRIPT> สมาชิก

ครูบาอาจารย์ของผมท่านกล่าวว่า คาถาเป็นเพียงตัวน้อมนำจิตครับ ขอเพียงแค่จิตมีสมาธิอย่างเดียว จะทำอะไรก็ทำได้ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยจิตครับผม

ยกตัวอย่างเช่น คาถาสะเดาะกลอน ตามสูตรโบราณเขาต้องท่องอิติปิโสถอยหลัง จากนั้นให้เป่าลงไปที่กลอนประตู จะสามารถสะเดาะกลอนได้ แต่หากผู้ใดที่ฝึกกรรมฐานหรือมีกำลังจิตดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องท่องอิติปิโสถอยหลังก็ได้ครับ เพียงเข้าสมาธิ แล้วอธิษฐานให้กลอนมันสะเดาะออก แค่นั้นก็เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นคาถาจะศักดิ์สิทธิ์เพียงใด ขึ้นอยู่กับศรัทธาและสมาธิของผู้สวดหรือผู้ใช้ครับ<!-- google_ad_section_end -->

15-05-2008, 06:27 AM

<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->ศนิวาร<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/ศนิวาร-216804)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1201695", true); </SCRIPT> สมาชิก

ไสยศาสตร์ ใช้เวทย์มนต์คาถาอาคมและแรงครูหนุนจึงจะสำเร็จ โดยใช้กำลังสมาธิแค่อุปจารสมาธิบวกกับความศรัทธา

อภิญญา ใช้กำลังของฌาณสมาบัติ ใช้กสิณและกำลังสมาธิล้วนๆ ถึงฌาณ ๔ ชำนาญวสีเข้าฌาณออกฌาณอย่างเฉียบพลัน อธิษฐานจิตให้บังเกิดผลตามต้องการ ดังนั้นอานุภาพและผลสำเร็จจึงแตกต่างกัน

ในบางครั้งเข้าฌาณไม่ทันเพราะจิตติดนิวรณ์ก่อน ก็เปลี่ยนไปใช้เวทย์มนต์และแรงครูแทน ดังนั้นครูบาอาจารย์ในสมัยก่อนจึงฝึกจิตทั้งสองแบบ เมื่อถึงระยะหนึ่งก็ทิ้งไสยศาสตร์ทำวิปัสสนาล้วนๆ เพื่อความหลุดพ้น<!-- google_ad_section_end -->

15-05-2008, 07:33 AM

<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->นาๆจิตตัง<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/นาๆจิตตัง-203881)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1202045", true); </SCRIPT> สมาชิก

ว่ากันตามเข้าใจนะ.....สัพเพเหระ.....หรือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดหรือล่วงเกินไป ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และโปรดใช้วิจารณญาณ.ในการพิจารณา

อภิญญา ก็เป็นเรื่องของการฝึกจิตเป็นหลักหรือจะเกี่ยวข้องกับ การฝึกกสิณฯหรือผู้ที่มีวาสนา บุญญาธิการมาแต่หนหลัง..อดีตชาติ...ซึ่งก็จะต้องมีสมาธิที่สูงฯตั้งแต่อัปปนาสมาธิหรือฌานขึ้นไป สามารถยั้งตัว...ในสมาธิหรือคล่องในฌานให้เป็นวสีนึกเข้าก็เข้านึกจะออกก็ออกได้...

ส่วนที่จะสามารถใช้ฤทธิ์ใช้เดชได้นั้น ก็ต้องเข้าฌาน ๔ ได้จนคล่อง (ความสามารถก็จะ...ตามแต่ของกำลังสมาธินั้นๆ)แล้วพึงอธิษฐานตามแต่..ต้องประสงค์ ! ก็มักจะเป็นไปตามนั้น ถ้าสมาธิ..จิต ฝึกได้ในระดับนี้จริงๆ และผู้ที่ใช้ฤทธิ์ใช้เดชฯ ได้จริงๆ ตามที่ศึกษามานั้น ก็จะต้องสำเร็จกสิณได้ครบทุกกองคือฝึกจนถึงระดับของฌาน ๔ (หรือสูงยิ่งขึ้นไป...หรือเป็นอรูป) เข้าฌานสลับฌาน...สลับกองกสิณฯ.....จึงจะสามารถใช้งานได้ผลดีจริง

ส่วนเวทย์มนต์ ฯ ใช้การบริกรรมน้อมนำจิตแลใจ เพื่อให้เป็นไปตามแต่เหตุพึงประสงค์! โดยมากแล้วก็จะมักเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางโลก....ยังไม่น้อมนำไปสู่การหลุดพ้นทางโลก ก็ใช้สมาธิแลให้เข้าถึงฌานเหมือนกัน เพื่อนำประโยชน์ของสมาธิไปใช้งาน...! ตามพึงประสงค์ ซึ่งก็ต้องพยายามฝึกให้เข้าถึงหรือเพื่อได้อภิญญาเหมือนกัน (อภิญญาเป็นของที่อยู่สูงหรือเหนือกว่า...ซึ่งโดยมากก็ฝึกเพื่อน้อมให้ไปสู่การบรรลุอภิญญานั้นเอง)

แต่เวทมนต์ ฯ มักจะมีความอยากจะให้มี ให้เป็น หวังประโยชน์ฯ อยู่ !ทำให้การฝึก..ฝน นั้นสู้การฝึกกสิณฯ..ตามแนวกรรมฐาน ๔๐ ไม่ได้เลย (บางผู้บางคนก็ใช้การฝึกกสิณตามกรรมฐาน ๔๐ประยุกต์หรือควบคู่ไปด้วย ทำให้ผลที่ได้....ก็สูงตาม...ไปด้วยแล เช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ ฯ)ส่วนกรณีที่เป็นหรือเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์นั้น..ก็จะลดหลั่นระดับลงไปอีก เพราะจะฝึกจนเทียบขั้นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ได้ ยิ่งมุ่งประเด็นไปในทางมิจฉาทิฏฐิ มุ่งร้าย ก่อกรรม ทำเวรแก่ผู้อื่นด้วยแล้ว(คนที่ประสบหรือโดนเกี่ยวกับ..สิ่งเหล่านี้ โดยมากมักจะมีกรรมมีเวร หรือไปสร้างเวรไว้แต่อดีตชาติ จึงทำให้มีเชื้อ...ทำให้สามารถดึงดูด เป็นพิษเป็นภัยแก่ตนเองได้) ก็จะเป็นผลของสมาธิที่ไม่บริสุทธิ์ ผลที่ได้ก็จะมีแต่โทษแต่ภัย และโดนผลของวิบากกรรมเล่นงานเอา

บ้างบางทีก็มีการเข้าสิงเข้าทรง อัญเชิญเทพ เทวดา คุณครู ครูบา อาจารย์ พ่อปู่ ฤาษี ฯมาช่วยมาเสริม เติมแต่ง....ในฤทธิ์วิธีต่างๆ ตามแต่วิชชาที่ร่ำที่เรียนมา หรืออ้อนวอน ขอ บนบาน ศาลกล่าว ให้ท่านมาช่วยสงเคราะห์ให้....ซึ่งบางทีผลที่เกิดก็มาจากปัจจัยเสริม..ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น! เป็นผู้ดลบันดาลให้แทบทั้งหมดเลยทีเดียว (แต่โดยมากก็มักจะแอบอ้าง..เสริมเติมแต่ง ทั้งอมนุษย์หรือผู้กระทำเสียมากกว่า)วิธีใช้พอเล่าสู่กันฟังได้ดังนี้

อภิญญาต้องฝึกจนถึงระดับสมาธิของฌาน ๔ ขึ้นไป จึงจะพึงอธิษฐานฤทธิ์วิธี....บังเกิดผล ซึ่งผลที่เกิด ที่ได้ ก็เป็นไปตามกำลังของสมาธินั้นๆ ตามแต่......กำลังของผู้ฝึกสมาธิเอง (เป็นปัจจัตตัง)

ส่วนของเวทย์มนต์ฯ คาถา ก็มักจะเป็นไปตามกำลังของสมาธิ ของผู้ที่ใช้เวทย์มนต์ คาถาฯ นั้นๆโดยมากมักจะเป็นไปในด้าน...น้อมนำเพื่อเป็นกำลังใจเสียมากกว่าเพราะผลของสมาธิที่ฝึกฯหรือที่ได้นั้นมักจะไม่บริสุทธิ์? และบางส่วนยังเป็นการบริกรรมภาวนาฯ หรือ ขอถึง อ้อนวอน ฯ ยังไม่เป็นการเข้าถึงสมาธิ ในระดับของฌานหรือฌานที่สูงขึ้น ฯ...ในระดับที่สามารถใช้งานได้แต่อย่างใด ผลที่เกิดก็ยังไม่ค่อยมีผลนัก ยกเว้นผู้ที่ฝึกจนถึงระดับของฌาน สมาธิที่ลึกยิ่งเข้าไปก็ยังพอมีผลบ้าง!(แต่ก็มีเป็นส่วนน้อย) เท่าที่พอ...สังเกตุ ศึกษา ค้นคว้า ผลที่เกิดที่ได้นั้น มักมาจากปัจจัยภายนอกเสียมากกว่า (อมนุษย์หรือภูมิของเทพ เทวา.....ฯ ดลบันดาลให้...มี ให้เป็น หรือบังเกิดขึ้น )ซึ่งก็ส่งผลหรือมาจากผลของ.....กฏแห่งกรรม เข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น

ส่วนคำว่าจอมขมังเวทย์นั้นเป็นคำนิยมยกย่อง...ของผู้คน ให้แก่ผู้ที่ดูขึงดูขลังในด้านวิชชา...หรือไสยศาสตร์อย่างนี้เป็นต้น ส่วนจะได้จริงหรือเก่งจริงแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง...ก็ว่ากันตามเข้าใจหรือที่มองเห็น !(ส่วนในหนังในภาพยนตร์ก็ว่ากันไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง.....ตามถนัดชอบพอ) ซึ่งก็มีทั้งผู้ดีและผู้ร้ายสามารถที่จะเป็นจอมขมังเวทย์ได้หมด......แม้กระทั่งข้าพเจ้าสมัยยังบวชเป็นพระ ยังโดนล้อหรือไม่ล้อ..ก็ไม่รู้!ว่าเป็น หลวงพี่ " จอมขมังเวทย์ " ก็เพียงแค่จารอักขระเลขยันต์ ลงตะกรุด...ว่าคาถาเพื่อสมาธิ! ซึ่งก็ฝึกมาตั้งแต่ตอนยังไม่บวช...........ก็ว่ากันไป ! ซึ่งตอนนี้ก็ปล่อยวาง...!

ส่วนผู้สำเร็จอภิญญานั้นโดยมากมักจะเป็นพระภิกษุสงฆ์...ฆราวาสก็มี แต่ก็น้อยมากฯ เพราะการฝึก ต้องเข้าถึงจริงๆ..ไม่ได้ขอถึงหรืออ้อนวอนเพื่อถึงแล้วจะถึงได้..... ต้องปฏิบัติจริง ทำจริง ! ก็เป็นคนละเรื่องกับจอมขมังเวทย์ แต่......จอมขมังเวทย์ก็ต้องฝึกสมาธิแลจิตเพื่อให้เกิดอิทธิฤทธิ์วิธีต่างๆ...ก็ต้องมาเดินแนวสมาธิของการฝึกอภิญญาหรือประยุกต์ผสมผสานเพื่อให้ได้ ซึ่งผลของสมาธิ...เป็นการเบี่ยงเบนหรือเอาผลนั้นไปใช้ผิดวิธี วัตถุประสงค์ ทำให้แลดูหรือแยกกันไม่ค่อยออกไป

15-05-2008, 09:04 AM

<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->wit<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/wit-2417)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1206564", true); </SCRIPT> สมาชิก

ฤทธิ์ที่เกิดจากการใช้คาถาอาคมเรียกว่า "วิชชามัยฤทธิ์" น่ะครับ ผู้ที่เชี่ยวชาญในฤทธิ์ประเภทนี้ก็คือ เหล่าฤาษีและคนธรรพ์ทั้งหลาย

ส่วนฤทธิ์ที่ควบคุมธาตุทั้ง 4 ในกรณีที่ใช้ในการ เหาะ เดินบนอากาศ ดำดิน ทะลุกำแพง ฯลฯ ฤทธิ์จำพวกนี้ เรียกว่า "อธิษฐานฤทธิ์" ครับ

ถ้าสนใจรายละเอียดสามารถอ่านได้จากหนังสือ "ทิพย์อำนาจ" ของพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) น่ะครับ รู้สึกว่าท่านจะจำแนกอธิบายเรื่องฤทธิ์ออกมา 10 ประเภทตามลักษณะหรือวิธีการใช้ฤทธิ์น่ะครับ

หรือหนังสือ "พระไตรปิฎกฉบับพิเศษ ธรรมธาตุ ธรรมชาติแห่งสรรพสิ่ง" ของ ไชย ณ พล อัครศุภเศรษฐ์ ก็ได้น่ะครับ ในหนังสือเล่มนี้มีคำอธิบายและมีเรื่องราวที่น่าสนใจทีเดียวครับ<!-- google_ad_section_end -->

16-05-2008, 03:00 PM

ที่มา http://board.palungjit.com (http://board.palungjit.com)

เกษม
02-08-2010, 10:33 PM
ตราด-ฝนตกหนัก โคลนถล่มที่เกาะช้าง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073023&stc=1&d=1041361452

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073024&stc=1&d=1041361452

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073025&stc=1&d=1041361452

ตราด-ฝนตกหนักน้ำท่วม โคลนถล่มที่เกาะช้าง การจราจรเป็นอัมพาต

เกิดฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เวลาประมาณ 10.00 น.วันนี้ เกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายบ้านหาดทรายขาว-บ้านบางเบ้า หลายสิบจุด ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 20 ซม.- 1 เมตรเศษ

โดยที่บริเวณบ้านไก่แบ้ ม.4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ นอกจากนี้น้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือประชาชนในบริเวณดังกล่าวอีกกว่า 10 หลังคาเรือน ส่วนที่บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส บ้านไบลาน ต.เกาะช้างใต้ น้ำไหลบ่าจากภูเขาเข้าท่วมถนนระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร เนื่องจากกำแพงโรงแรมและอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ปิดขวางทางน้ำ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านไปมาได้

นายศักดิ์ประเสริฐ เจริญประสิทธิ์ นายอำเภอเกาะช้าง สั่งให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเกาะช้าง นำรถยนต์ขนาดใหญ่ไปช่วยชักลากรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย และขนประชาชนข้ามฟาก

ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่าเกิดเหตุดินสไลด์ลงจากภูเขาปิดทับเส้นทางไปบ้านบางเบ้าอีกจำนวนหลายจุดด้วย และขณะนี้ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นายอำเภอเกาะช้างสั่งให้ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครกู้ภัยคอยเฝ้าระวังให้ความช่วยเหลือประชาชนหากน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไปด้วย

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มหาสารคาม-ทุกข์ซ้ำชาวไร่อ้อยถูกหนอนเพลี้ยไฟระบาดกว่า 3,000 ไร่

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073026&stc=1&d=1041361452

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073027&stc=1&d=1041361452

ชาวไร่อ้อยทุกข์หนักจากปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบให้เพลี้ยหอยอ้อยระบาด เสียหายแล้ว กว่า 3,000 ไร่ ขณะที่เกษตรจังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่าใกล้ชิด และเร่งหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วน

ที่ห้องประชุมพิรุณ 2 สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม นายวิบูลย์ วงศ์มาศา เกษตรจังหวัดมหาสารคาม สั่งการให้หัวหน้ากลุ่มฝ่ายนักวิชาการ ระดับจังหวัดและอำเภอ เฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืชที่ส่อเค้าระบาดรุนแรงกว่าทุกปี อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยาวนานกว่าทุกปี โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูอ้อย ซึ่งนอกจากจะพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยแล้ว ล่าสุดยังพบการระบาดของเพลี้ยหอยอ้อยที่อำเภอบรบือ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระดับจังหวัดและอำเภอลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ เบื้องต้นพบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 3,060 ไร่ ในพื้นที่ 7 ตำบล 26 หมู่บ้าน มีชาวไร่อ้อยเดือดร้อน 381 ราย นอกจากนี้ยังได้เตรียมเสนอคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อำเภอ และจังหวัดให้ความช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่เดือดร้อน ครั้งนี้ กว่า 4 ล้านบาท

เพลี้ยหอยอ้อยชนิดนี้เป็นพวกเพลี้ยหอยเกราะ ซึ่งเพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ 140-340 ฟอง ไข่ที่ออกจากท้องแม่จะเรียงติดกันคล้ายลูกปัดหรือรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ใต้ท้องแม่ ระยะไข่ 7–10 วัน จึงฟักเป็นตัวอ่อน เปลือกไข่ที่ฟักออกไปแล้วจะมีสีขาวและมีรอยอีกด้านหนึ่งเห็นได้ชัดเจน ตัวอ่อนเคลื่อนที่รวดเร็ว และสามารถเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งที่เหมาะสม เพื่อเป็นที่อาศัย โดยเคลื่อนย้ายขึ้นไปตามปล้องอ้อยที่สูง ๆ ที่อาศัยที่เหมาะสมของตัวอ่อน คือ บริเวณใต้ปล้องอ้อยที่ยังคงมีกาบใบอ้อยปกคลุมอยู่ ตัวอ่อนทำหน้าที่แพร่กระจายไปสู่จแหล่งปลูกอ้อยอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แพร่กระจายโดยลมพัดพาไป เมื่อตัวอ่อนหาที่อาศัยเหมาะสมได้แล้ว ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 46 ชม. จึงใช้ปากเจาะไชเข้าสู่ลำต้นอ้อยเพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง หากระบาดรุนแรง มีผลทำให้ผลผลิตของอ้อยลดลง 2-4 ตันต่อไร่

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกาะบาหลีวิกฤติ พิษสุนัขบ้าระบาด เสียชีวิต 78 ศพ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073011&stc=1&d=1041360131

เกาะบาหลีวิกฤติเจอโรคพิษสุนัขบ้าระบาดหนักตายแล้ว 78 ศพ คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตมีมากกว่านี้ แต่ไม่มีรายงานเป็นทางการ ...

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ว่า โรคพิษสุนัขบ้าระบาดอย่างหนักบนเกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซียซึ่งมีประชากรราว 3 ล้านคน โดยใน 2 ปีหลังมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้ว 78 คน รวมทั้งสตรีวัย 40 ปีเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตมีมากกว่านี้แต่ไม่มีรายงานเป็นทางการ

ส่วนรัฐบาลอินโดฯ ยอมรับว่ารับมือไม่ไหวจนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากภายนอก พร้อมทั้งระบุว่าแค่ 6 เดือนแรกของปีนี้ มีรายงานผู้ถูกสุนัขบ้ากัดแล้วกว่า 30,000 คน รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการการฆ่าสุนัขทิ้งแล้วราว 2 แสนตัว แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักที่ไม่เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามคำแนะนำ ขององค์การอนามัยโลก โดยอ้างว่าวัคซีนขาดแคลน

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Kongp
03-08-2010, 12:55 AM
Flood Maps (http://flood.firetree.net/)

เว็บสำหรับ จำลองว่า ถ้าน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทย หรือ ทั่วโลกจะเป็นอย่างไร

ลองเพิ่ม ลด ระดับน้ำ เอาเองครับ

เกษม
03-08-2010, 08:33 AM
ไฟป่ารัสเซียลามเพิ่มนับร้อยจุด-เหยื่อน้ำท่วมปากีฯพุ่ง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073236&stc=1&d=1041356119

ความคืบหน้าเหตุไฟป่าที่ประเทศรัสเซีย ผลพวงจากคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงในรอบ 130 ปีนั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของกระทรวงพลังงานเมื่อ 2 ส.ค. ระบุไฟยังลุกลามต่อเนื่องทั่วภาคตะวันตกของประเทศ ล่าสุดพบว่าเกิดไฟป่าเพิ่มกว่า 320 จุด ขณะที่เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 34 ศพ...

นางเยเลนา เชอร์โนวา โฆษกกระทรวงพลังงานรัสเซีย เผยว่า เหตุดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าไปแล้วกว่า 474,000 ไร่ มีหมู่บ้านกว่า 77 แห่งได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณรอบๆเมืองโวโรเนซ ทางตอนใต้ของกรุงมอสโก มีบ้านเรือนถูกเผาราบเป็นหน้ากลองกว่า 300 หลัง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ชุมชนได้บ้างแล้ว หลังดับไฟไปกว่า 210 จุด เหลืออีกกว่า 110 จุด ซึ่งกำลังลุกลามไปทางทิศตะวันออก ใกล้เขตนิชนีโนฟ-โกรอด มอร์โดเวีย และตาตาร์สถาน

ขณะเดียวกัน เกิดเหตุไฟป่ากว่า 350 จุด ที่รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เผาทำลายพื้นที่ธรรมชาติไปแล้วประมาณ 220,000 ไร่ เจ้าหน้าที่รายงานว่า สถานการณ์ยังคงรุนแรง ไฟไม่มีท่าทีจะดับได้ในเร็วๆนี้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1073237&stc=1&d=1041356119

สำหรับความคืบหน้าเหตุอุทกภัยในประเทศปากีสถาน ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปี คร่าชีวิตชาวบ้านเพิ่มเป็น 1,300 รายแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ภัยพิบัติยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่มีน้ำและอาหาร แม้กระทั่งเต็นท์ไว้นอนหลับพักผ่อน แถมในบางพื้นที่ยังมีชาวบ้านกว่า 100,000 รายป่วยเป็นอหิวาตกโรคแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลชี้แจงว่าอยู่ระหว่างเร่งส่งความช่วยเหลือ แต่อาจล่าช้าเพราะเหตุครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 2.5 ล้านคน ส่วนกรณีโรคระบาดนั้นจะรีบอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่โดยเร็ว

ด้านนายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ส่งสารถึงรัฐบาลปากีสถานแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุดังกล่าว พร้อมอนุมัติเงินช่วยเหลือจากกองทุนฉุกเฉิน กว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 320 ล้านบาททันที ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯตัดสินใจส่งเงินเข้าช่วยเหลือปากีสถานราว 10 ล้านดอลลาร์ ส่วนรัฐบาลจีนก็ส่งเงินช่วยประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์เช่นกัน

ส่วนเหตุน้ำท่วมที่ประเทศจีน เจ้าหน้าที่รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 928 ศพ สูญหายกว่า 477 คน บ้านเรือนถูกทำลายกว่า 875,000 หลัง ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายกว่า 33 ล้านไร่ ความเสียหายคิดเป็นเงินมูลค่ากว่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

nitsuda08
03-08-2010, 10:23 AM
มีข่าวสารจากจิตจักรวาลมาฝากค่ะ

เตือนภัย! พายุถล่มกทม.ปี 2012
ถ่ายทอดคลื่นความคิดเป็นข่าวสารจากจิตจักรวาลโดย อาจารย์ปริญญา ตันสกุล : วันที่ 1 สิงหาคม 2553

ขณะนี้ท่านจะสังเกตได้ว่า โลกของเรากำลังเกิดอาการวิกฤติอยู่ 2 ประการ คือ
1.วิกฤติด้านจิตสำนึกของมนุษย์ โดยส่วนใหญ่จะใช้อารมณ์ด้านลบขับเคลื่อนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตมากยิ่งขึ้น และบกพร่อง
ในการใช้สติปัญญามากขึ้นเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้ง และการประพฤติผิดศีลธรรมของผู้คนในสังคม
มีมากขึ้นและกระจายทั่ว เริ่มจากครอบครัวไปสู่ระดับประเทศและระดับโลก เหตุเพราะมนุษย์โลกฝักใฝ่ในธรรมน้อยลง แต่ใส่ใจใฝ่หาวัตถุเท็คโนโลยีและโภคทรัพย์ทั้งปวงกันมากขึ้น ก็ด้วยอำนาจฤทธิ์ของกิเลสตัณหาเป็นตัวขับเคลื่อนนั่นเอง
มนุษย์จึงใฝ่หาความรวยมากกว่าความรัก....
ใฝ่หาความสุขมากกว่าความสงบ....

2.วิกฤติด้านดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ท่านทั้งหลายจะได้ฟังข่าวสารด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภาคพื้นทวีปทั้งแผ่นดินไหว แผ่นดินยุบ-แยก แผ่นดินถล่ม อุทกภัย ไซโคลน-ทอร์นาโด และภูเขาไฟระเบิด เป็นต้น สิ่งที่ท่านจะต้องสังเกตก็คือ ภัยพิบัติเหล่านี้
มันจะเกิดขึ้นไปทั่วทุกที่ ไม่ว่าสถานที่แห่งนั้นมันจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วหรือไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ตาม
นอกจากนั้นภัยพิบัติเหล่านี้มันมักจะเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆตลอดมา...และจะเป็นเช่นนี้อีกทั้งในปีนี้และปีต่อๆไปด้วย
ที่สำคัญคือ โปรดระวัง!!! เหตุร้ายมันจะเกิดคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวของท่านเรื่อยๆอย่างไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะในปี ค.ศ.2012 อันเป็นปีที่ภาพยนตร์ฝรั่งที่เข้ามาฉายในเมืองไทย ได้สร้างกระแส "โลกแตกฟีเวอร์" เอาไว้เมื่อปีที่ผ่านมา
จนทำให้ผู้คนคิดไปว่า โลกจะแตกในปี ค.ศ.2012 ทั้งๆที่มันเป็นแค่เพียงภาพยนตร์อันเกิดจากจินตนาการของผู้สร้างให้เป็นกระแสเท่านั้นเอง เรา "ในนามของจิตจักรวาล" ขอยืนยันว่า ไม่ว่าจะปีไหนๆดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะไม่มีคำว่า แตก แน่นอน หากจะมีก็คือ
มนุษย์นี่แหละที่จะ สติแตก!หากไม่มีการเตรียมตนเองและจิตวิญญาณของตนเพื่อการผจญภัยไว้เสียแต่บัดนี้....
เตรียมอย่างไร...โอกาสต่อไปโปรดติดตาม.... ซึ่งในปี ค.ศ.2012 (พ.ศ.2555) สิ่งที่ท่านจะต้องระวังไว้เกี่ยวกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นใกล้ตัวของท่าน คือ ข่าวสาร (มิใช่คำพยากรณ์) ต่อไปนี้

สถานที่จะเกิด:
1.กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก
2.สมุทรปราการ ด้านก้นอ่าวไทย
3.ปากแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานแขวน และธนบุรีริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
4.มีนบุรีบางส่วน

ชนิดของภัยพิบัติที่จะเกิด:
1.พายุหมุนพัดถล่ม 1-3 ลูก ภายในวันเดียว
2.อุทกภัยที่หนักสุดในรอบ 50 ปี

ความเสียหายที่คาดหมาย:
1.ตึกสูงใหญ่ถล่ม บ้านปลิว ป้ายขนาดใหญ่พัง เสาไฟฟ้าล้ม
2.สะพานแขวนบางแห่งจะขาด หรือสะพานลอยฟ้าจะหักพังลงมา
3.น้ำท่วมกรุงเทพฯและชานเมือง อ่าวไทยน้ำทะเลหนุนสูง
4.ตึกบางแห่งจะถูกฟ้าผ่าจนพัง และบางแห่งไฟไหม้
5.มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนไม่น้อย บ้างก็ไร้ที่อยู่อาศัย
6.ไฟฟ้าดับทั่วกรุง

ช่วงเวลาที่คาดหมายว่าจะเกิดภัยนี้:
1.ระหว่างเดือน เมษายน - มิถุนายน 2012
2.เริ่มเกิดเหตุตั้งแต่ ตี 2- ตี 4 โดยจะเริ่มรุนแรงประมาณ 6-9 โมงเช้า และให้ระวังตั้งแต่บ่ายโมงจนพลบค่ำ

หมายเหตุ:
เหตุการณ์นี้อาจเบาลง เลื่อนกำหนด หรือไม่เกิดขึ้น หากท่านทั้งหลายหันมาใส่ใจปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน ตามคำแนะนำของ "จิตจักรวาล" กันให้มากๆตั้งแต่บัดนี้ ทุกท่านก็ทำได้....ไม่ยากเลย... คือ

1.รักให้ได้ (แม้เขาจะไม่น่ารักเลยก็ตาม)
2.ให้ให้เป็น (แบ่งปัน-เสียสละ-ให้ทาน-ให้อภัยแม้กับคนที่ไม่สมควรจะให้อภัย)
3.ไม่ก้าวล่วงผู้อื่น (ทั้งกาย-วาจา-ใจ)
4.ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต (ไม่ตกเป็นทาสทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น)

เราอ่านดูแล้วปฏิบัติตามได้ไม่ยากเลย รักให้ได้ ใหให้เป็น ไม่ก้าวล่วงผู้อื่น ใช้สติในการดำเนินชีวิต ถ้าคนไทยรักกันมากขึ้นกว่านี้ ให้อภัยกันให้ได้โดยไม่มีเงื่อนไง เชื่อว่าพัทยาคนไม่ไร้ซึ่งฝรั่งแบบวันนี้ อิ อิ เกี่ยวกันไหมนี่

kowmoo
03-08-2010, 10:57 AM
สาธุ ขอให้ทุกคนทำได้(รวมทั้งตัวเองและครอบครัว) ทั้ง 4 ข้อเลย

หมอก้อย
03-08-2010, 12:46 PM
โอ้ กระทู้หมอฮอตจริงๆ ^^ ลืมบอกไป koymoo= หมอก้อย นะคะ ^^

Kongp
03-08-2010, 02:08 PM
เตือนด่วน! 11 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน


กรมอุตุฯ ประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 4 (73/2553) ลงวันที่ 03 สิงหาคม 2553 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก เพชรบูรณ์ จันทบุรี และตราด ระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้
สำหรับ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในช่วงวันที่ 3-5 ส.ค. 2553 นี้ไว้ด้วย
สนับสนุนเนื้อหา

พลอยรุ้ง
03-08-2010, 02:16 PM
ขออนุโมทนากับพี่เกษม และคุณ nitsuda08 ที่มาอัพ ข่าวตลอดเลยค่ะ เป็นผู้ติดตาม กท ตลอด แต่ตัวเองไม่รู้จะเขียนอะไร ได้แต่ให้กำลังใจค่ะ
และวันนี้ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าของกระทู้ใช่ไม๊คะ เป็น กท ที่ยาวนาน และ hot จริงๆค่ะ มาเช็คบ่อยๆนะคะ :z10 ยินดี ยินดีค่ะ

Nirvana
03-08-2010, 03:58 PM
พี้นมหา สมุทรบริเวณออสเตรเลียสูงขี้น 13 ฟุตต่อวัน ! (http://www.truth4thai.org/node/148)

รายงานข่าวจากประเทศออสเตรเลีย แจ้งว่าขณะนี้ระดับพี้นมหาสมุทรใต้ทะเลปรับตัวสูงขี้นอย่างรวดเร็ว ขนาด 12 ฟุตต่อวันตั้งแต่ช่วงมีนาคม ถีง ช่วงเมษายน คศ 2010 ที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มสูงขี้นเรื่อยๆ ซี่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง รายละเอียดของข่าวสามารถอ่านต่อได้จากลิงค์ข้างล่าง

OCEAN FLOOR RISING BY 13 FEET PER DAY IN AUSTRALIA (http://reinep.wordpress.com/2010/05/16/ocean-floor-rising-by-13-feet-per-day-in-australia/)

**************************************************

ข่าวข้างบนนี่ล่ะ ที่เรียกว่า น่ากลัวจริงๆ.....เนื่องจากเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตรที่ไม่ต้องเดา

แล้วเพราะอะไร....ถ้าแผ่นดินที่หนึ่งสูงขึ้น อีกที่หนึ่งจะต้องทรุดต่ำลง เหมือนเด็กเล่นกระดานหก และเพราะโลกเราก็มีวิวัฒนาการเช่นนี้มาโดยตลอด

ปัญหาคือ ตรงไหนจะยืดขึ้น ตรงไหนจะยุบลง แล้วจะทำอย่างไรกับชีวิตในยุคนั้น ต่างหาก

Kongp
03-08-2010, 04:27 PM
เกิดหลุมดินทรุดกลางแปลงทดลองเกษตรน่าน-ปภ.ประสานกรมทรัพย์ดูพื้นที่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2553 16:16 น.

น่าน - เกิดเหตุหลุมยุบกลางแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน เบื้องต้นยังระบุไม่ได้ลึกแค่ไหน หลังคนงานทดลองใช้ไม้ไผ่ยาว 6 เมตร ทดสอบแล้วแต่วัดจนมิดด้ามยังไม่เจอก้นบ่อ ปภ.เตรียมประสานกรมทรัพยากรธรณีวิทยาเข้าตรวจสอบ

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ (3 ส.ค.) นายสุระพงษ์ รัตนโกศล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน ได้ประสานทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เพื่อแจ้งเหตุหลุมยุบที่บริเวณแปลงทดลองของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน บ้านผาตูบ ม.7 ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน ซึ่ง นายถวิล กาบแก้ว อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศูนย์ฯ ได้แจ้งเข้ามาที่ศูนย์ ว่าเกิดเหตุการณ์ประหลาดหลุมยุบ

ลักษณะของจุดที่เกิดเหตุ อยู่ในบริเวณแปลงทดลอง ซึ่งเป็นบ่อดินกว้าง และต่ำกว่าจากขอบถนนดินภายในแปลงทดลอง ประมาณ 1.5 เมตร โดยปกติจะไม่มีน้ำ แต่ถ้าหากฝนตกหนักจะมีน้ำขัง ชาวบ้านมักจะมาจับสัตว์จำพวก กบและเขียด บริเวณกลางบ่อดินพบหลุมยุบ มีปากหลุมกว้างประมาณ 2-3 เมตร และมีน้ำขังอยู่ในหลุม ปากบ่อมีต้นหญ้าและต้นไม้เล็กๆ ลู่ล้มลงไปในปากหลุม

คนงานได้นำท่อนไม้ไผ่ยาวประมาณ 6 เมตร วัดความลึกของหลุม แต่จนมิดด้ามไม้ไผ่ ก็ยังไม่ถึงก้นหลุม คาดว่าจะมีความลึกมากแต่ยังไม่สามารถประมาณได้

นายถวิล เล่าว่า ตนได้เข้าเวรประจำรักษาการณ์ในช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00 น.ของเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.53) โดยประจำอยู่ที่ป้อมตู้ยามทางเข้าศูนย์ และฝั่งตรงกันข้ามอีกฟากของถนน ซึ่งเป็นถนนสายหลักน่าน-ทุ่งช้าง จะเป็นพื้นที่แปลงทดลองงานวิจัยของศูนย์ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก และช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.(3 ส.ค.) ตนได้ยินเสียงดังมาก เสียงดังคล้ายระเบิดในพื้นที่แปลงทดลอง

จุดที่มีเสียงดัง ห่างจากจุดป้อมยามประมาณ 400 เมตร จึงได้นำไฟฉาย เดินข้ามถนนเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนั้นมืดมาก และพบกับชาวบ้านที่มาหากบ เขียด กำลังแตกตื่นพากันวิ่งหนีขึ้นมาจากบ่อดิน ซึ่งขณะนั้นได้ยินเสียงดังมาก มีลักษณะเสียงคล้ายกับก้อนหินก้อนดินตกจากที่สูง และพบว่า น้ำที่ขังอยู่ในบ่อดิน ได้ไหลลงไปในหลุมอย่างรวดเร็วจนแห้งหมดบ่อ จากนั้นได้พยายามส่องไฟฉายเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พบเพียงปากหลุมยุบ

ด้าน นายธวัช เพชรวีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ เข้าตรวจสอบและเก็บข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณีวิทยาแล้ว โดยคาดว่าจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์

http://pics.manager.co.th/Images/553000011378001.JPEG

http://pics.manager.co.th/Images/553000011378002.JPEG

http://pics.manager.co.th/Images/553000011378003.JPEG

Falkman
03-08-2010, 04:53 PM
พี้นมหา สมุทรบริเวณออสเตรเลียสูงขี้น 13 ฟุตต่อวัน ! (http://www.truth4thai.org/node/148)

รายงานข่าวจากประเทศออสเตรเลีย แจ้งว่าขณะนี้ระดับพี้นมหาสมุทรใต้ทะเลปรับตัวสูงขี้นอย่างรวดเร็ว ขนาด 12 ฟุตต่อวันตั้งแต่ช่วงมีนาคม ถีง ช่วงเมษายน คศ 2010 ที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มสูงขี้นเรื่อยๆ ซี่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง รายละเอียดของข่าวสามารถอ่านต่อได้จากลิงค์ข้างล่าง

OCEAN FLOOR RISING BY 13 FEET PER DAY IN AUSTRALIA (http://reinep.wordpress.com/2010/05/16/ocean-floor-rising-by-13-feet-per-day-in-australia/)

**************************************************

ข่าวข้างบนนี่ล่ะ ที่เรียกว่า น่ากลัวจริงๆ.....เนื่องจากเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตรที่ไม่ต้องเดา

แล้วเพราะอะไร....ถ้าแผ่นดินที่หนึ่งสูงขึ้น อีกที่หนึ่งจะต้องทรุดต่ำลง เหมือนเด็กเล่นกระดานหก และเพราะโลกเราก็มีวิวัฒนาการเช่นนี้มาโดยตลอด

ปัญหาคือ ตรงไหนจะยืดขึ้น ตรงไหนจะยุบลง แล้วจะทำอย่างไรกับชีวิตในยุคนั้น ต่างหาก

ใช่ ตอนนี้มีอะไรแปลกๆ เยอะมากนะ
นักวิทยาศาสตร์ เค้าก็รู้ เรียกประชุมด่วนกัน แต่อาจจะยังไม่อาจเปิดเผยได้มาก
เพราะผู้คนอาจแตกตื่น ลองๆ หาข้อมูลกันจะรู้
ใครมีอะไรก็เอามาบอกันได้นะ :cool:

Falkman
03-08-2010, 05:18 PM
Event: Heat Wave
Location: Japan MultiPrefectures Prefectures of Tochigi, Fukuoka, Gunma and the Capital City
Number of Deads: 98 person(s)
Number of Injured: 21032 person(s)


คลื่นความร้อนในประเทศญี่ปุ่น - เสียชีวิตแล้ว 98 คน บาดเจ็บ 21,032 คน ตั้งแต่ 31 พค สองหมื่นกว่าคนถูกส่งโรงพยาบาล เนื่องจากเป็น heatstroke และ 98 คนในนั้นได้เสียชีวิตหลังจากถูกส่งโรงพยาบาล
และมากกว่าครึ่งของคนป่วย เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

ในสัปดาห์ที่ 26 กรกฎา ถึง 1 สิงหา มีคนไข้รวม 5,460 คน ที่ถูกส่งโรงพยาบาล เนื่องจาก heatstroke รวมทั้งประเทศ และ 25 คนตายหลังจากเข้าโรงพยาบาลแล้วไม่นาน

Situation:Up to 21,032 people have been taken to hospitals in Japan due to heatstroke since May 31, and 98 of them died shortly after being hospitalized, the Fire and Disaster Management Agency said Tuesday. In a preliminary report, the agency said that nearly half of the patients were aged 65 and over. In terms of areas, Aichi Prefecture ranked first with 2,032 patients, followed by Tokyo with 1,729, and Saitama, Osaka and Kanagawa prefectures with 1,713, 1,235 and 1,083 patients respectively. In the week from July 26 to Aug. 1, a total of 5,460 people were take to hospitals over heatstroke nationwide, and 25 of them died shortly after arrival.

Nirvana
03-08-2010, 05:37 PM
ใช่ ตอนนี้มีอะไรแปลกๆ เยอะมากนะ
นักวิทยาศาสตร์ เค้าก็รู้ เรียกประชุมด่วนกัน แต่อาจจะยังไม่อาจเปิดเผยได้มาก
เพราะผู้คนอาจแตกตื่น ลองๆ หาข้อมูลกันจะรู้
ใครมีอะไรก็เอามาบอกันได้นะ :cool:

จริงๆเรื่องนี้ในต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกาตื่นตัวกันมาก โดยสมาชิกพลังจิตบางท่านได้แจ้งมาให้ทราบ

เพราะเค้าเห็นความพินาศจากภัยธรรมชาติจากพายุคาทรีนา ที่นิวส์ออร์ลีนมาแล้วว่า "ยับทั้งเมือง" :'(

ขณะนี้เลย มีผู้ที่คิดจะอพยพจากอเมริกาเหนือไปอยู่อัฟริกา ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะที่นั่นเป็นดินแดนยังเป็น "มิกขลักษณ์" คือ ไร้ศาสนาอยู่อีกหลายแห่ง ในความอ้างว้างใหญ่โตของพื้นที่

แต่ที่แน่ๆ ในอเมริกาเอง ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน
อย่าลืมว่า อเมริกา เป็นประเทศที่ผลิตอาวุธมากที่สุดในโลกและประชาชนมีเสรีในการครอบครองมากที่สุดเช่นกัน

เคยทราบว่ามีปืนพกในอเมริกาอยู่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน กระบอก (สองร้อยล้าน) นะครับ :@

ถ้าภัยพิบัติมาถึงแล้วมีผู้คนอยู่รอด บ้านเมืองอาจจะเหมือนหนังฮอลลี่วูดเรื่อง Mad Max หรือ Book of Eli ก็ได้ นะครับ....แฮ่ๆๆๆ

Nirvana ว่าอยู่เมืองไทยนี่แหละประเสริฐแล้ว
ผู้คนยังรู้จักศีล ๕ รู้จักแผ่เมตตา มีพุทธพยากรณ์ไว้ป็นอนุสติเตือนใจแล้ว

ผู้เจริญก็รีบแปลงทรัพย์สินเป็นบุญโดยด่วน นะครับ

ท่านจะได้มีโค้วต้าเลื่อนไปอยู่ในยุคหน้า ครับ.....อนุโมทนา:cool:

Falkman
03-08-2010, 05:46 PM
จริงๆเรื่องนี้ในต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกาตื่นตัวกันมาก โดยสมาชิกพลังจิตบางท่านได้แจ้งมาให้ทราบ

เพราะเค้าเห็นความพินาศจากภัยธรรมชาติจากพายุคาทรีนา ที่นิวส์ออร์ลีนมาแล้วว่า "ยับทั้งเมือง" :'(

ขณะนี้เลย มีผู้ที่คิดจะอพยพจากอเมริกาเหนือไปอยู่อัฟริกา ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะที่นั่นเป็นดินแดนยังเป็น "มิกขลักษณ์" คือ ไร้ศาสนาอยู่อีกหลายแห่ง ในความอ้างว้างใหญ่โตของพื้นที่

แต่ที่แน่ๆ ในอเมริกาเอง ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน
อย่าลืมว่า อเมริกา เป็นประเทศที่ผลิตอาวุธมากที่สุดในโลกและประชาชนมีเสรีในการครอบครองมากที่สุดเช่นกัน

เคยทราบว่ามีปืนพกในอเมริกาอยู่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน กระบอก (สองร้อยล้าน) นะครับ :@

ถ้าภัยพิบัติมาถึงแล้วมีผู้คนอยู่รอด บ้านเมืองอาจจะเหมือนหนังฮอลลี่วูดเรื่อง Mad Max หรือ Book of Eli ก็ได้ นะครับ....แฮ่ๆๆๆ

Nirvana ว่าอยู่เมืองไทยนี่แหละประเสริฐแล้ว
ผู้คนยังรู้จักศีล ๕ รู้จักแผ่เมตตา มีพุทธพยากรณ์ไว้ป็นอนุสติเตือนใจแล้ว

ผู้เจริญก็รีบแปลงทรัพย์สินเป็นบุญโดยด่วน นะครับ

ท่านจะได้มีโค้วต้าเลื่อนไปอยู่ในยุคหน้า ครับ.....อนุโมทนา:cool:


ปากีสถาน กับ จีน ก็อ่วม
คนเป็นอหิวา ในปากีสถานเป็นหมื่นคนแล้ว
สังเกต ดูสิว่า น้ำท่วมตอนนี้ท่วมหนักมาก ปีที่แล้วก็ฟิลิปปินส์
(ในหนังที่ว่าดูแล้วมันเว่อร์ ไม่เหมือนจริง ตอนนี้ของจริงเว่อร์ยิ่งกว่าในหนังอีก)

ปีนี้ ต้องระวัง ในหลวงท่านมารับสั่งห่วงเรื่องน้ำ แป่วแน่เลย :'(

doodee1
03-08-2010, 06:08 PM
วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:00 น. ข่าวสดออนไลน์


กทม.เข้ม20จุดเสี่ยงส่งสายตัวเทศกิจลงพท.

<STYLE> P { margin: 0px; } </STYLE>

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ศาลาว่าการกทม.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ในฐานะผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร(กอ.รมน.กทม.)กล่าวภายหลังการประชุม คณะกรรมการกอ.รมน.กทม.ว่าทางบช.น.รายงานถึงมาตรการการดูแล และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ทั้งบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ และคิงพาวเวอร์ ซ.รางน้ำ ซึ่งทาง บช.น.รายงานว่ามีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษประมาณ 20 กว่าจุด เช่น พื้นที่เขตพระราชฐาน บริเวณถนนสายหลักเข้า – ออกกรุงเทพฯ ทุกสาย สถานที่สำคัญๆ ที่มีประชาชนอยู่รวมกันจำนวนมาก เป็นต้น

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่าทางกทม.ก็พร้อมให้ความร่วมมือโดยจะได้จัดส่งสายตรวจเทศกิจ ลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกันอยากขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติหรือเหตุไม่น่าไว้วางใจ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแจ้งผ่านทางสายด่วน กทม.1555

น้ำลำห้วยแม่อางทะลักเข้าหมู่บ้าน-โชคดีชาวบ้านหนีทัน

<STYLE> P { margin: 0px; } </STYLE> ผู้สื่อข่าวจากจังหวัดลำปาง รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.วันที่ 3 ส.ค.เกิดเหตุน้ำในลำห้วยแม่อาง ที่ไหลผ่านบ้านวังยวม หมู่ 10 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง เอ่อทะลักล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่สองริมฝั่งลำห้วย ทำให้ปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 150 ซ.ม.นอกจากนี้ยังมีลำห้วยสาขาของห้วยแม่อางก็เอ่อทะลักเข้าท่วมภายในหมู่บ้านดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 50 ครัวเรือน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงบางส่วนถูกน้ำท่วมขังและไหลไปกลับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างมาก
ด้านนายอำนาจ ฝั้นธรรมครั่ง ผู้ใหญ่บ้านวังยวม เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกอย่างหนักและต่อเนื่องในหมู่บ้านและเขาแม่อาง เป็นต้นกำเนินลำห้วยแม่อาง ออกตรวจตราและคอยแจ้งเหตุให้ลูกบ้าน เนื่องจากว่าที่หมู่บ้านไม่มีเครื่องมือวัดระดับน้ำฝนและสัญญาณเตือนภัยจนกระทั่งเวลา 03.00 น.ขณะที่ตรวจดูสภาพน้ำในลำห้วยแม่อาง ปรากฏว่าน้ำได้เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วและไหลแรง จึงได้ประกาศตามเครื่องขยายเสียงของหมู่บ้านให้อพยพคนขึ้นไปที่สูง ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ส่วนทรัพย์สินเบื้องต้นพบว่ามีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน สัตว์เลี้ยงบางส่วนจนอยู่ในน้ำ และบางส่วนก็ถูกกระแสน้ำพัดไป ความเสียหายอยู่ในระหว่างสำรวจ

ผู้ดีชี้"โทรศัพท์มือถือ"สกปรกกว่าที่คิด แหล่งรวมเชื้อโรคเยอะกว่าส้วม



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/tec01030853p1.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>การสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขของไทยพบว่าห้องน้ำโดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค โดยเฉพาะที่กดน้ำชัก โครก เพราะผ่านการสัมผัสจากคนมากหน้าหลายตาที่น้อยนักจะใส่ใจทำความสะอาดมือก่อน แต่จากการสำรวจของนักวิจัยอังกฤษพบว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คนในยุคปัจจุบันใช้ติดตัวเหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายอย่างมือถือมีแบคทีเรียมากกว่าที่กดชักโครกในห้องน้ำชายเฉลี่ยถึง 18 เท่า

ภายหลังการทดสอบหาเชื้อแบคทีเรีย ทีวีซี ซึ่งเป็นเชื้อที่ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายทันที แต่บ่งชี้ถึงการรักษาความสะอาดของบุคคลและเป็น อาหารของเชื้อโรคตัวอื่นบนมือถือ 30 เครื่อง พบว่ามือถือเกือบ 1 ใน 4 สกปรกและมีเชื้อแบคทีเรียมากกว่าระดับที่กำหนด 10 เท่า โดยมือถือเครื่องหนึ่งที่ทดสอบมีเชื้อทีวีซีในระดับสูงมากซึ่งอาจทำให้เจ้าของเครื่องปวดท้องหรือท้องเสียได้

จิม ฟรานซิส ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยผู้ทำการวิจัยระบุว่า ชาวอังกฤษ 14.7 ล้านคนจากที่มีมือถือใช้งาน 63 ล้านคน เสี่ยงต่อสุขภาพเพราะมือถือสกปรก เครื่องที่สกปรกที่สุดมีแบคทีเรียเกินระดับที่กำหนดถึง 39 เท่า เป็นแบคทีเรียกลุ่มที่อยู่ในลำไส้ส่วนปลายของมนุษย์และสัตว์รวมทั้งเชื้อซัลโมเนลลาซึ่งทำให้เกิดโรคท้องร่วงและเชื้ออีโคไลที่ทำให้อาหารเป็นพิษด้วย

"เชื้อแบคทีเรียจากมือจะไปติดอยู่ที่มือถือแล้วก็เปื้อนกลับไปกลับมาระหว่างมือถือกับมือและอาจจะไปลงเอยที่อาหารเข้าปาก หรือไปจับตาหรือปาก คนมักคิดว่าที่กดชักโครกสกปรก แต่จริงๆ แล้วกลับมีแบคทีเรียน้อยกว่าบนมือถือเสียอีก"

kananun
03-08-2010, 08:57 PM
ช่วงนี้โรคระบาดเริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้นทั่วโลกและในหลายส่วนของประเทศไทยครับ

ในหลายพื้นที่ โรคหวัดที่ทำลายเนื้อปอดเริ่มปรากฏแล้ว อยากให้ทุกๆคน ระวังรักษาสุขภาพกันให้มากๆครับ

การป้องกันย่อมดีกว่าป่วยแล้วมารักษาเพราะร่างกายเราจะทรุดโทรมกว่า การทำให้ร่างกายแข็งแรงเข้าไว้ เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาหลายประเภท

ห่วงใยและปรารถนาดีต่อทุกๆท่านครับ

เกษม
03-08-2010, 10:22 PM
แตกตื่นฉลามยาว 5 ฟุตเกยหาดนิวเจอร์ซีย์คาดมาหาของกิน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1074713&stc=1&d=1041357406

เกิดเหตุฉลามสีน้ำเงินยาว 5 ฟุตโผล่กลางชายหาดยอดนิยมในมลรัฐนิว เจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ ด้านเจ้าหน้าที่ยามฝั่งคาดฉลามเข้าฝั่งเพื่อหาอาหาร! ...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ว่า เกิดเหตุปลาฉลามสีน้ำเงินตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาดความยาวของลำตัวราว 5 ฟุตว่ายน้ำ หลุดเข้ามาในเขตน้ำตื้นบริเวณชายหาดที่ซีไซด์ พาร์ค ในเขตโอเชียน เคาน์ตีทางตะวันออกของมลรัฐนิว เจอร์ซีย์ ในสหรัฐฯ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนทุกเพศทุกวัยที่กำลังพักผ่อนบริเวณชายหาดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

รายงานข่าวระบุว่า การปรากฏตัวของฉลามตัวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยเฝ้าระวังชายหาดของรัฐนิว เจอร์ซีย์ ต้องสั่งปิดชายหาดซีไซด์ พาร์ค ที่มีความยาวหลายกิโลเมตรเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง กว่าที่จะสามารถไล่ฉลามตัวนี้กลับออกสู่ทะเลได้

เหตุฉลามสีน้ำเงินปรากฎตัวอย่างไม่คาดฝันครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เพิ่งจะเกิดเหตุฉลามตัวหนึ่งโผล่เข้ามาบริเวณชายหาดที่ซีไซด์ พาร์คแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ยามฝั่งออกมาให้ความเห็นว่า ฉลามสามารรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของน้ำที่มีผู้คนลงไปแหวกว่ายบริเวณชายหาดได้แม้มันจะอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร และการที่มันว่ายจากทะเลลึกเพื่อเข้ามายังชายหาดน่าจะเป็นเพราะต้องการหาอาหาร

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553

ผู้นำอิหร่านท้า ดีเบท'โอบามา' สดต่อหน้าชาวโลก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1074714&stc=1&d=1041357406
มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด,บารัค โอบามา

ประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด แห่งอิหร่าน "ท้า" ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ขึ้น "ดีเบท" ประชันวิสัยทัศน์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาโลก ในที่ประชุมใหญ่ยูเอ็น ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์...

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ระหว่างการประชุมกับบรรดาชาวอิหร่านที่อพยพไปอยู่ต่างแดน ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด แห่งอิหร่าน ได้ท้าทายให้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ขึ้น “ดีเบท” โต้วาที ประชันวิสัยทัศน์กับตนแบบตัวต่อตัว ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อหน้าสื่อมวลชน

สำหรับการดีเบทอาจมีขึ้นเมื่อทั้งคู่ไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก ช่วงปลายฤดูร้อนนี้ ทั้งนี้เพื่อประชันกันว่า ใครจะเสนอทางแก้ปัญหาต่างๆ ของโลกได้ดีกว่ากัน เขายังคุยทับด้วยว่า ผู้นำสหรัฐฯคนก่อน คือประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ไม่กล้ารับคำท้าขอดีเบทกับตนเพราะความกลัว

อนึ่ง อาห์มาดิเนจาดเคยออกโรงท้าโอบามาดีเบทมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนก.ย.52 แต่ฝ่ายผู้นำสหรัฐฯไม่ใส่ใจ โดยการท้าทายครั้งล่าสุด มีขึ้นขณะอิหร่านกำลังหาทางรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรหลายระลอกจากนานาชาติ ซึ่งสหรัฐฯเป็นผู้ผลักดัน รวมทั้งการคว่ำบาตรรอบที่ 4 จากคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (อียู) และแคนาดา เพื่อกดดันให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งชาติตะวันตกสงสัยว่าเป็นการลอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั่นเอง

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553

ระดมยิงจรวดถล่มยิว-จอร์แดน บึ้มอัฟกัน เด็กตาย 5 ศพ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1074715&stc=1&d=1041357406

มือลึกลับระดมยิงจรวดถล่มอิสราเอลและจอร์แดน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ส่วนที่อัฟกานิสถานเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ทำให้เด็กท่ีวิ่งเล่นอยู่บริเวณใกล้เคียงเสียชีวิตถึง 5 คน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มือลึกลับซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง บนคาบสมุทรไซนายในประเทศอียิปต์ ยิงจรวด 5 ลูกใส่เมือง “ไอลัต” เมืองรีสอร์ทริมทะเลแดงของอิสราเอล มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และยิงจรวดอีก1 ลูกใส่เมืองท่า “อกาบา” ของจอร์แดนเมื่อ 2 ส.ค. มีผู้เสียชีวิต 1 คน แต่เจ้าหน้าท่ีด้านความมั่นคงของอียิปต์ปฏิเสธว่าจรวดไม่ได้ถูกยิงจากดินแดนของตน

วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพถล่มรถบรรทุกตำรวจซึ่งกำลังนำเจ้าหน้าท่ีไปทำงาน ท่ีอ.แดนด์ ทางตะวันตกของเมืองกันดาฮาร์ ทางภาคใต้อัฟกานิสถาน ทำให้เด็กๆ ท่ีวิ่งเล่นอยู่บริเวณใกล้เคียงเสียชีวิตถึง 5 คน ในเบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบ แต่คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มตาลีบัน

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553

นกเหล็กหมีขาวโหม่งไซบีเรีย ดับ 11 ศพ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1074716&stc=1&d=1041357406

เครื่องบินโดยสารแบบใบพัดของรัสเซีย ประสบอุบัติเหตุตกขณะร่อนลงจอกดที่ไซบีเรีย เพราะทัศนวิสัยเลวร้าย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน...

เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารแบบใบพัด “เอเอ็น-24” ของสายการบิน “เคทคาเวีย” ของรัสเซียตกและระเบิดลุกเป็นไฟ ขณะกำลังร่อนลงจอดที่สนามบินเมืองอิการ์คา ในภูมิภาคไซบีเรียเหนือเมื่อ 3 ส.ค. มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน รวมทั้งเด็ก 1 คน และแอร์ โฮสเตส 1 คน

เครื่องบินลำนี้บินมาจากเมืองคาสโนยาร์สค์ พร้อมผู้โดยสาร 11 คน ลูกเรือ 4 คน สาเหตุการตกยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีรายงานว่าเครื่องบินไถลไปทางขวา ก่อนตกกระแทกพื้นห่างรันเวย์สนามบินราว 700 เมตร ขณะที่มีฝนตกและหมอกหนาจัด

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

เกษม
03-08-2010, 11:25 PM
"การลอบสังหาร"
ชนวนแห่งสงครามโลกครั้งที่ 3

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1074764&stc=1&d=1041361402

คำทำนายของพระฮวน พอล วัลเดส

สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ปลงชีพของผู้นำประเทศตะวันออกกลาง สงครามจะถึงจุดสูงสุด เมื่อประเทศตะวันตกทิศเหนือ ไม่อาจยอมทนต่อไปกับการวางระเบิดแบบสละชีพและก่อการร้ายของชนประเทศตะวันออกกลาง ต่ออธิปไตยของประเทศ

คำทำนายของนอสตราดามุส

"มาบูซ จะตายในไม่ช้า
จะมีการฆ่าหมู่คนและสัตว์อย่างน่าสยดสยอง
ทันใดนั้น การแก้แค้นจะปรากฏขึ้นจากร้อยแผ่นดิน
ความกระหาย อดอยาก จะเกิดขึ้นเมื่อดาวผ่านโคจรผ่านมา" II 62

สาสน์ข้อที่ 3 ของแม่พระฟาติมา

"การลงโทษจะมาอย่างแน่นอน เมื่อบุรุษผู้หนึ่งซึ่งมีตำแหน่งสำคัญถูกฆาตกรรม เหตุการณ์นี้จะก่อให้เกิดมติที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหานั่นคือ กองทัพที่มีพลังมหาศาลจะบุกเข้าสู่ยุโรป แล้วสงครามนิวเคลียร์จะเริ่มขึ้น มันจะทำลายทุกสิ่ง ความมืดจะครอบคลุมโลกเป็นเวลา 72 ชั่วโมง และ 1 ใน 3 ของมนุษย์ชาติซึ่งจะมีชีวิตรอดจากช่วงเวลาแห่งความมืด 72 ชั่วโมงนั้นจะเข้าสู่ ชีวิตในยุคใหม่และเป็นคนดี"

คำทำนายของ วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า

2010 - เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 - ตุลาคม 2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดา ต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี
2016 - ยุโรปแทบจะร้างผู้คน

คำทำนายจากคัมภีร์ไบเบิ้ล

BIBLE CODE:NUM:5:2
AHMADINEJAD - WILL DIE
ASSASSINATED -- UNITED NATIONS
GUNMAN - SNIPER- MARKSMAN
ISRAEL- MASSAD - TISHRI

This Bible Code says that Ahmadinejad, Iran's Terrorist Leader, will be assassinated at his trip to the United Nations, Sept 24/25 = the Hebrew Month of TISHRI. The Code says that he will be killed by a marksman/ sniper and that Israel's Massad (spy agency) will be behind this assassination.

2010 AD: There is a date in this Bible code for the Hebrew Year of 5770 = SEPT 2009 AD to SEPT 2010 AD in our western calendar. Its possible Israel will assassinate Ahmadinejad in 5770 in another of his propoganda trips to The United Nations?

It is also possible that Israel will assassinate Ahmadinejad in Sept 2009-2010 AD (at a UN speech) at the same time Israel launches a bombing campaign to destroy Iran's nuclear weapons program. What is interesting is the time frame for a possible war between ISRAEL vs IRAN (2009- 2010 AD), a war that will clearly trigger the Biblical Apocalypse.

ที่มา BIBLE CODE: AHMADINEJAD ASSASSINATED (http://www.satansrapture.com/hitler2.htm) - [ แปลหน้านี้ (http://translate.google.co.th/translate?hl=th&sl=en&u=http://www.satansrapture.com/hitler2.htm&ei=JUVYTKDQJM2-rAfWo6mOBQ&sa=X&oi=translate&ct=result&resnum=2&ved=0CCAQ7gEwAQ&prev=/search%3Fq%3DMahmoud%2BAhmadineja%2Bbible%2Bcode%26hl%3Dth%26sa%3DG) ]

หนุมาน ผู้นำสาร
04-08-2010, 08:29 AM
ประเทศไทย...โชคดี
อยู่บนสันเปลือกโลก
น้ำทะเลจะสูงขึ้น
ประเทศไทย....เหลือเป็นกลมๆ

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

เกษม
04-08-2010, 09:00 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ฝนกระหน่ำโคราชถนน “พิมาย-ห้วยแถลง” ถล่ม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>3 สิงหาคม 2553 20:19 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075049&stc=1&d=1041356462

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075050&stc=1&d=1041356462

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075051&stc=1&d=1041356462

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075052&stc=1&d=1041356462

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075053&stc=1&d=1041356462

</TD></TR></TBODY></TABLE>ฝนกระหน่ำ จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องหลายวัน น้ำไหลบ่ากัดเซาะถนนลาดยาง เชื่อม อ.พิมาย-ห้วยแถลง ถล่มตัดขาดการคมนาคมสิ้นเชิง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก วันนี้ ( 3 ส.ค.)

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ฝนกระหน่ำโคราชต่อเนื่องหลายวัน น้ำไหลบ่ากัดเซาะถนนเชื่อม อ.พิมาย-ห้วยแถลง ถล่มตัดขาดการคมนาคมสิ้นเชิงรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านเดือดร้อนหนักวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เผยเป็นถนนของกรมทางหลวงชนบท เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อต้นปี

วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุถนนลาดยาง สาย อ.พิมาย-ห้วยแถลง ช่วงบ้านตะคร้อ ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลักกิโลเมตร (กม.) ที่ 7-8 เกิดทรุดตัวลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ความกว้างกว่า 20 เมตร ลึกกว่า 3 เมตร ทำให้ถนนเสียหายถูกตัดขาดแยกออกจากกัน เนื่องจากเกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

นายชัยวิทย์ ภูผา อายุ 43 ปี ราษฎรหมู่ 8 บ้านตะคร้อ ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ ถนนสายดังกล่าวทรุดตัวลง เนื่องจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันมา 2-3 วันแล้ว ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลบ่ามารวมกันเพื่อไหลผ่านท่อระบายน้ำใต้ถนนลงสู่พื้นที่ต่ำ แต่ท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กจึงระบายไม่ทัน ทำให้น้ำกัดเซาะถนนทรุดตัวลงเมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา และมีรถยนต์ของประชาชนตกลงไปในหลุมดังกล่าวแต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและชาวบ้านได้ช่วยกันลากรถยนต์ขึ้นจากหลุมดังกล่าวได้แล้ว

สำหรับถนนสายนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท และเพิ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกันมากเพราะหากต้องกสนเดินทางไปยัง อ.ห้วยแถลง ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่มีระยะทางไกลมาก ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าน้ำมัน

“ฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งดำเนินการซ่อมถนนให้กลับมาใช้งานโดยเร็ว เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดลงมาแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน มีเพียงชาวบ้านที่ช่วยกันเปิดทางให้น้ำไหลผ่านถนนไปได้เท่านั้น” นายชัยวิทย์ กล่าว

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000107337 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000107337)
</TD></TR></TBODY></TABLE>

เกษม
04-08-2010, 09:55 AM
"สฤษดิ์2" จะเกิดขึ้นไม่นานนี้...
โดยหมอนิด

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1075155&stc=1&d=1041359807
อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ค่ายธนะรัชต์ ปากน้ำปราณบุรี

ผบ.ทบ. คนใหม่ จะมี “งานใหญ่” ให้ทำเพื่อประเทศชาติเร็วๆนี้ ผมจะรอดู “สฤษดิ์2” ที่จะเกิดขึ้นไม่นานนี้... และจะมีการ “ต้อนรับน้องใหม่” จากกลุ่มคนไม่หวังดีเกิดขึ้นด้วย... ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ที่ได้รับคงจะเหนื่อยน่าดู... สำหรับดวงของผู้นำที่ใช้ปากพาเพลินเริ่มจะหดตัวลงแล้วเพราะเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป เป็นเดือนธาตุทอง มาตัดธาตุไม้ของผู้นำ... ผู้นำเริ่มจะเจอศึกหนักและมีปัญหาใหญ่ๆเข้ามาตลอด... ระเบิดจะมีมากขึ้นหรือแรงขึ้น... อีกไม่นานนี้ผู้นำก็ต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า... เก็บของต่างๆ ออกจากทำเนียบรัฐบาล... “มองหาคนรูปหล่อไม่เห็น”

ประเทศไทยไม่รู้ทำไมถึงมีเวรกรรมอะไรมากมาย... คนไทยก็มาแตกแยกกัน... กัดกันเองเพื่อนักการเมือง... เขมรก็จ้องฮุบแผ่นดินไทย... พม่าก็ปิดด่านพรมแดน... ไทยต้องไปง้อ ไปกราบตีนรอบทิศ... เอาเหอะทนอีกหน่อย... อีกไม่นานก็จะรู้ว่าไผ๋เป็นไผ๋

<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-comhttp://board.palungjit.com/ /><O:P></O:P></P><P>ขอบอกก่อนว่าถ้าตำแหน่ง ผบ.ทบ. ไม่ใช่ พล.อ. ป.ปลา ก็จะมีเสียวเกิดขึ้นในประเทศไทย... แต่ก็ไม่ได้รับรองว่า พล.อ. ป.ปลา มารับตำแหน่ง ผบ.ทบ. แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย... เพียงแต่ว่า ณ. วันนี้ ปีนี้ ต้องเอาคนจริงมารับตำแหน่งนี้เท่านั้น</P><P> </P><P><O:P>ด้วยความเคารพ</O:P></P><P><O:P>หมอนิด (กิจจา ทวีกุลกิจ)</O:P></P><P><O:P>3 ส.ค. 53</P><P> </P><P></O:P></P><P><STRONG><FONT color=red size=4><U>หมายเหตุ</U></FONT></STRONG><FONT face=Arial></P><P> </P><B><P>จอมพลสฤษดิ์<FONT face=Arial> </FONT>ธนะรัชต์</B><FONT face=Arial> </FONT>เป็นนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย เพราะตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่งและมีบทบาท ท่านได้ใช้มาตรการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อจัดการความสงบเรียบร้อยของประเทศ เช่นประหารชีวิตเจ้าของบ้านทันทีหลังจากบ้านใดเกิดเพลิงไหม้ เพราะถือว่าเป็นการก่อความไม่สงบ การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา <FONT face=Arial>17 </FONT>การปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นต้น </P><P> </P><P><FONT face=Arial>อีกทั้งยังเป็นผู้ที่รื้อฟื้นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นจัดงานเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพ การสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ การประดับไฟบนถนนราชดำเนินในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา เป็นต้น</FONT></P><P> </P><P><FONT face=Arial>ที่มา <A href=วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เกษม
04-08-2010, 10:31 AM
ประกาศข่าวแผ่นดินไหว

<TABLE class=tborder id=post3619452 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">วันนี้, 03:58 AM </TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right>#2519 (http://board.palungjit.com/f178/ประกาศข่าวแผ่นดินไหว-51734-126.html#post3619452) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175><!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->แม่นายมล<!-- google_ad_section_end --> (http://board.palungjit.com/members/แม่นายมล-10180)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_3619452", true); </SCRIPT>
สมาชิก

http://board.palungjit.com/customavatars/avatar10180_13.gif (http://board.palungjit.com/members/แม่นายมล-10180)

</TD><TD class=alt1 id=td_post_3619452 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- google_ad_section_start -->มีข้อความจากคุณชยุต บอกมา เจอแหล่งข่าว อาจจะมีแผ่นดินไหวและสึนามิตามมาในอ่าวเม็กซิโก ที่มีเหตุการณ์น้ำมันรั่วนั่นแหละครับ อันนี้เป็นการมาเตือนรอบแรก และจะคอยมาบอกอีกเรื่อยๆ

ถ้ามีอะไรคืบหน้าอีก ว่างั้นนะครับ และผู้มาเตือนก็คือ ท่านคริสต์? ไมเคิ้ล และพระเยซูครับ ลองไปดูช่วงท้ายสุดของข้อความนี้นะครับ

The Coming Cataclysms (http://www.luisprada.com/Protected/the_coming_cataclysms.htm)<!-- google_ad_section_end -->


</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา http://board.palungjit.com/f178/ประกาศข่าวแผ่นดินไหว-51734-126.html (http://board.palungjit.com/f178/ประกาศข่าวแผ่นดินไหว-51734-126.html)

Nirvana
04-08-2010, 10:31 AM
ช่วงนี้โรคระบาดเริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้นทั่วโลกและในหลายส่วนของประเทศไทยครับ

ในหลายพื้นที่ โรคหวัดที่ทำลายเนื้อปอดเริ่มปรากฏแล้ว อยากให้ทุกๆคน ระวังรักษาสุขภาพกันให้มากๆครับ

การป้องกันย่อมดีกว่าป่วยแล้วมารักษาเพราะร่างกายเราจะทรุดโทรมกว่า การทำให้ร่างกายแข็งแรงเข้าไว้ เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาหลายประเภท

ห่วงใยและปรารถนาดีต่อทุกๆท่านครับ


จริงๆโรคที่มากับอากาศนี้.......

ผู้รู้ทางสายหลวงปู่ทวดได้เตือนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว
เชื่อว่าหากร่างกายไม่แข็งแรงพอ รักษาไม่หายแน่ เพราะยังไม่มียาแก้โดยตรง

ท่านจึงบอกเล่าไว้ว่าให้ทำน้ำพระพุทธมนต์ รอไว้ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นบารมีของ หลวงปู่ทวดหรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ได้เหมือนกัน

รู้แล้วรีบหารีบทำ อย่าได้ประมาท

ยาล้างตา
04-08-2010, 03:31 PM
จริงๆโรคที่มากับอากาศนี้.......

ผู้รู้ทางสายหลวงปู่ทวดได้เตือนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว
เชื่อว่าหากร่างกายไม่แข็งแรงพอ รักษาไม่หายแน่ เพราะยังไม่มียาแก้โดยตรง

ท่านจึงบอกเล่าไว้ว่าให้ทำน้ำพระพุทธมนต์ รอไว้ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นบารมีของ หลวงปู่ทวดหรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ได้เหมือนกัน

รู้แล้วรีบหารีบทำ อย่าได้ประมาท

แล้วจะทำเองได้อย่างไรครับ

Nirvana
04-08-2010, 04:02 PM
แล้วจะทำเองได้อย่างไรครับ


ก่อนอื่นต้องถามว่า ท่านมีศรัทธาในองค์ท่านหรือเปล่า

ถ้ามีศรัทธาแล้ว วิธีการทำน้ำมนต์ก็มีอยู่ในเวปต่างๆ ครับ

จิตเท่านั้นที่มีพลัง..........

ถ้าทำไม่ได้จริงๆเชื่อว่า ท่านผู้รู้หลายท่านในเวปพลังจิตนี้ ทำได้แน่นอน
ลองสอบถามกันดู

kowmoo
04-08-2010, 04:10 PM
ขณะนี้เวลา 5.00 PM ฝนตกหนักมากกกกกกกกกกกก สี่พระยา ตลาดน้อย หัวลำโพง ตู้ดๆ

Kongp
04-08-2010, 04:20 PM
นนทบุรี ฝนก็ตกครับ ลมแรงมากๆ

Falkman
04-08-2010, 04:49 PM
ลาดพร้าว ตกหนักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พายุอีกต่างหาก :boo:

บัวรองพุทธบาท
04-08-2010, 05:12 PM
ช่วงนี้โรคระบาดเริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้นทั่วโลกและในหลายส่วนของประเทศไทยครับ

ในหลายพื้นที่ โรคหวัดที่ทำลายเนื้อปอดเริ่มปรากฏแล้ว อยากให้ทุกๆคน ระวังรักษาสุขภาพกันให้มากๆครับ

การป้องกันย่อมดีกว่าป่วยแล้วมารักษาเพราะร่างกายเราจะทรุดโทรมกว่า การทำให้ร่างกายแข็งแรงเข้าไว้ เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาหลายประเภท

ห่วงใยและปรารถนาดีต่อทุกๆท่านครับ

กราบขอบพระคุณอาจารย์ครับ ที่อาจารย์เมตตาตักเตือนมาครับ
อาจารย์กล่าวถึงโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งที่คุณ
GenerationXXX เคยได้โพสต์ไว้ครับ

http://board.palungjit.com/f2/ไปทำบุญที่บ้านสบายใจมา-หลวงพ่อสมปองบอกเกี่ยวกับอนาคตอันใกล้นี้-239063.html

ตอนนั้น เป็นช่วงเดือนพฤษภาครับ นี้อาจเป็นหนึ่งในข้อมูลสนับสนุนที่สำคัญครับ จึงเอามาให้ท่านพิจารณาดูกันครับ

doodee1
04-08-2010, 06:27 PM
วันที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7188 ข่าวสดรายวัน


โคราชป่วน-ไข้เลือดออกพุ่ง



นครราชสีมา - น.พ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ระบุถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-1 ส.ค. พบผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้วทั้งสิ้น 2,095 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว 1 ราย, อ.ครบุรี 1 ราย และที่ ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง 1 ราย สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในช่วงฤดูฝนนี้จะมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกจะยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นอีก เนื่องจากปัญหาโลกร้อนส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ซึ่งเหมาะแก่การแพร่ขยายพันธุ์ของยุงลาย ทั้งนี้ จากรายงานการวิจัยของกองระบาดวิทยาพบว่าในนครราชสีมาจำนวนผู้ป่วยสะสมของปีนี้มียอดสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยสถิติปี 2552 มีจำนวนผู้ป่วยสะสมเพียง 1,007 ราย แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ป่วยสะสมของปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 2 เท่าตัว และยังคงมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกในช่วงนี้

โดยจากรายงานสถิติจำนวนผู้ป่วยเฉพาะในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีอัตราผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นถึง 600 คน ซึ่งหากเทียบกับค่าเฉลี่ยมาตรฐานในห้วง 5 ปีที่ผ่านมาแล้วพบว่าเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่เกิดการระบาดซ้ำซาก และมีจำนวนผู้ป่วยต่อประชากรสูงสุด อย่างเช่น อ.เทพารักษ์ และอ.ขามสะแกแสง นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง เทศบาล และอบต.ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นควันกำจัดยุงลายให้กับชาวบ้านให้ครอบ คลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมาโดยด่วนแล้ว

เกาะช้างเดือดร้อนน้ำท่วมหนัก



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/pro02040853p1.jpg
เดือดร้อน - ถนนสายหาดทรายขาว-บ้านมาบค้างคาว-บ้านไก่แบ้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ชำรุดเสียหายจากเหตุการณ์ฝนตกติดต่อกันหลายวัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวเกาะช้างและนักท่องเที่ยวมาก


</TD></TR></TBODY></TABLE>ตราด - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายหาดทรายขาว-บ้านมาบค้างคาว และตลอดไปจนถึงบ้านไก่แบ้ บ้านท่าน้ำ ชำรุดเสียหายจากเหตุการณ์ฝนตกติดต่อกันหลายวัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวเกาะช้างและนักท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวบ้านหาดทรายขาว ซึ่งเป็นเสมือนศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเกาะช้าง แต่บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำท่วมขังตลอดเวลา สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการในบริเวณดังกล่าวและนักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ระดับน้ำสูงประมาณ 10-20 ซ.ม. และผิวจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางบ้านหาดทรายขาว ทำให้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เส้นทางสายดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

แม่ค้าเปิดเผยว่า น้ำท่วมขังมานานแล้ว จนผิวจราจรชำรุด ชาวบ้านเดือดร้อนไปตามกัน รถยนต์ที่แล่นผ่านไปมา เหยียบน้ำกระเซ็นใส่นักท่องเที่ยวและคนเดินถนนได้รับความเดือดร้อนทุกวัน อยากให้เทศบาลตำบลเกาะช้างเร่งหาทางแก้ไข ระบายน้ำออกจากผิวจราจรและซ่อมแซมถนนให้อยู่ในสภาพปกติ

เทิดไท้ราชินี-สามัคคีทั่วแผ่นดิน



เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดกิจกรรมพิเศษ "มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน" ในวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 21.30-24.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี โดยถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหายาเสพติด จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สมทบกับงบประมาณสำนักงาน ป.ป.ส. จัดตั้งเป็น "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน โดยการรวมพลังของชุมชนร่วมแก้ปัญหายาเสพติดด้วยจิตใจที่พึ่งตนเอง และฟื้นฟูทุนทางสังคมของหมู่บ้านและชุมชนให้เข้มแข็งตามสภาพของสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ให้ยึดโยงกับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน

นายสุเทพ กล่าวว่า กิจกรรมในวันที่ 9 ส.ค.นี้ รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนร่วมสมทบทุน "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" สนองพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยจะทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อพระราชทานให้กับ 10,000 หมู่บ้านในการใช้เพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดังนั้น ขอให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการฯ ช่วยกันกระตุ้นเชิญชวนทุกภาคส่วน ในการร่วมสมทบทุน ทั้งนี้รัฐบาลตั้งเป้าที่จะขยายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ เพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้ได้ถึง 20,000 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนสมทบทุน "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" ได้ ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ หรือทางธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนรัชดาฯ-สี่แยกสาธุประดิษฐ์ บัญชีสะสมทรัพย์ ชื่อบัญชี "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" เลขที่ 195-4-73956-9 สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานป.ป.ส. 0-2640-9343, 08-9969-1212 และ 08-1931-0808

น่านระทึกดินยุบ



เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ส.ค.นายสุระพงษ์ รัตนโกศล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน ได้ประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน หลังรับแจ้งจากนายถวิล กาบแก้ว อายุ 57 ปี รปภ. ศูนย์ฯ ว่าเกิดหลุมยุบบริเวณแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน บ้านผาตูบ ม.7 ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน เหตุการณ์ประหลาดหลุมยุบ จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณแปลงทดลอง เป็นบ่อดินกว้างและต่ำกว่าจากขอบถนนดินประ มาณ 1.5 เมตร ปกติจะไม่มีน้ำ แต่ถ้าหากฝนตกจะมีน้ำขัง ชาวบ้านมักจะมาจับกบและเขียด หลุมยุบปากหลุมกว้าง 2-3 เมตร และมีน้ำขัง คนงานนำท่อนไม้ไผ่ยาว 6 เมตร วัดความลึกมิด

ช็อกปกไทม์-สาวอัฟกันโดนตัดจมูก



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/for02040853p1.jpg
เหยื่ออธรรม- ภาพหญิงอัฟกานิสถานถูกสามีตัดจมูก ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตาลิบัน บันทึกโดยโจดี บีเบอร์ ขึ้นปกนิตยสารไทม์ สหรัฐ ฉบับ 9 ส.ค.2553 พร้อมรายงานเป็นเรื่องใหญ่ของฉบับ ที่พาดหัวข่าวว่า "จะเกิดอะไรขึ้น หากเราทิ้งอัฟกานิสถาน"


</TD></TR></TBODY></TABLE>วันที่ 3 ส.ค. นิตยสารไทม์ช็อกผู้อ่านขึ้นปกสาวชาวอัฟกานิสถานที่โดนสามีตัดจมูกตามคำสั่งของตาลิบัน หญิงสาวมีชื่อว่าไอช่า วัย 18 ปี ถูกผู้บัญชาการตาลิบันพิพากษาให้สามีตัดจมูกและหู ในความผิดที่ไอช่าหลบหนีสามีที่ทำร้ายร่างกาย

นิตยสารแนวรักชาติของสหรัฐพาดหัวข่าวว่า "จะเกิดอะไรขึ้น หากเราทิ้งอัฟกานิสถาน" เพื่อกระตุ้นความรู้สึกชาวอเมริกันที่ถกเถียงกันถึงบทบาทของสหรัฐในศึกอัฟกานิสถานที่ยืดเยื้อมา 9 ปี ขณะที่ริชาร์ด สเตนเกล บรรณาธิการบริหารของไทม์ กล่าวว่า คิดอยู่นานว่าสมควรเอาภาพนี้ขึ้นปกหรือไม่ เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของไอช่าและต้องทำความเข้าใจกับเจ้าตัวว่าเอาภาพมาขึ้นปกเพื่ออะไร ไอช่ารู้ดีว่าตัวเองเป็นสัญลักษณ์ความทารุณที่ตาลิบันทำกับหญิงอัฟกันและไทม์ยืนยันว่าจะปกปิดที่อยู่ของไอช่าเป็นความลับ

เรื่องหลักในเล่มเล่าเกี่ยวกับเสรีภาพที่สตรีอัฟกันได้รับหลังจากที่ตาลิบันถูกโค่นล้มและความหวาดกลัวหากตาลิบันฟื้นอำนาจอีก โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลอัฟกานิสถานต้องการปรองดองด้วย แต่สตรีที่ตกเป็นเหยื่อ รวมถึงไอช่า ตั้งคำถามว่า จะปรองดองกับคนเช่นนี้ได้อย่างไร

หมอกร้อน



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/for34040853p1.jpg

</TD></TR></TBODY></TABLE>ท่ามกลางหมอกควันจากไฟป่าที่ห่มคลุมกรุงมอสโกของรัสเซีย นักท่องเที่ยวหอบลูกจูงหลาน เดินผ่านเงาของโบสถ์เซนต์บาซิล และสุสานของวลาดิเมียร์ เลนิน ผู้ก่อตั้งโซเวียตในจัตุรัสแดงที่มองเห็นสลัวเลือนรางอยู่เบื้องหลัง หลายวันที่ผ่านมา เกิดไฟป่าไปทั่วยุโรปและรัสเซียเพราะคลื่นความร้อนที่ถาโถมมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. ยังไม่คลี่คลาย






ดินถล่ม

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

โดย น้าชาติ ประชาชื่น



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/you02040853p1.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>ดินถล่ม ภูเขาพัง น่าจะมีองค์ประกอบอื่นมากกว่าแค่ฝนตกหนัก น้าชาติหาคำตอบด้วยนะ

Jang

ตอบ jang

สำนักธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี มีคำตอบว่า ดินถล่ม (Landslide) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเกิดจากปัจจัยหลัก 4 ประการ คือ 1.สภาพธรณีวิทยา โดยปกติชั้นดินที่เกิดการถล่มลงมาจากภูเขา เป็นชั้นดินที่เกิดจากการผุกร่อนของหินให้เกิดเป็นดิน แต่เนื่องจากชั้นหินแต่ละชนิดมีอัตราการผุพังไม่เท่ากัน ดินที่ผุพังจากหินต่างชนิดกันจะให้ดินต่างชนิดกันและความหนาต่างกัน คุณสมบัติของดินในการยึดเกาะระหว่างเม็ดดินและค่าแรงต้านทานการไหลของดินก็จะแตกต่างกันตามชนิดของดินนั้นๆ ทำให้ไหล่เขามีความลาดชันไม่เท่ากัน และต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติบนภูเขาต่างชนิดกันตามชนิดของชั้นดินและความสูงของภูเขา

นอกจากนั้น ลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา เช่น รอยเลื่อน รอยแตก ก็มีผลต่อการผุพัง หินที่มีรอยแตกมาก หรือที่อยู่ในเขตรอยเลื่อน จะมีการผุพังสูง เนื่องจากมวลหินที่รอยแตกมีช่องว่างให้น้ำและอากาศผ่านเข้าไปทำปฏิกิริยาทางเคมีให้หินผุพังได้ง่าย ชั้นหินในบางบริเวณหากมีการแทรกดันของหินอัคนี หรือจุดที่มีน้ำพุร้อน และแหล่งแร่จากสายน้ำแร่ร้อน จะทำให้หินมีอัตราการผุพังยิ่งขึ้น เพราะความร้อนและสารละลายน้ำแร่ร้อนที่มาจากหินอัคนีแทรกซอนจะไปทำปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเนื้อหิน <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/you02040853p2.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>

2.ลักษณะภูมิประเทศ เป็นผลที่เกิดจากขบวนการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก การผุพังที่แตกต่างกันของชั้นหินและลักษณะการวาง ตัวของโครงสร้างชั้นหิน เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อเสถียรภาพของดินบนภูเขา ยิ่งบริเวณใดที่มีความลาดชันสูงยิ่งมีโอกาสที่ดินจะสูญเสียเสถียรภาพและเคลื่อนที่ลงมาตามลาดชันของภูเขาได้สูง โดยเฉพาะชั้นดินทรายร่วนที่ไม่มีแรงยึดเกาะระหว่างเม็ดดิน นอกจากนี้ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นร่องเขาหน้ารับน้ำฝน และเป็นบริเวณที่น้ำฝนไหลมารวมกัน จะทำให้ปริมาณน้ำในมวลดินสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริเวณพื้นมีค่าอัตราส่วนความปลอดภัยของลาดดินลดลง มีโอกาสเกิดการเคลื่อนตัวและถล่มลงมาได้มากกว่าพื้นที่ที่ไม่ใช่ร่องเขาหน้ารับน้ำฝน <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/08/you02040853p3.jpg
</TD></TR></TBODY></TABLE>

3.ปริมาณน้ำฝน ดินถล่มที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อฝนตกหนักเป็นเวลานาน โดยน้ำฝนจะไหลซึมลงไปในชั้นดินจนกระทั่งชั้นดินชุ่มน้ำ ไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ เนื่องจากความดันของน้ำในดินเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มความดันในช่องว่างของเม็ดดินดันให้ดินมีการเคลื่อนที่ลงมาตามลาดเขาได้ง่ายขึ้น และน้ำที่เข้าไปแทนที่ช่องว่างระหว่างเม็ดดินทำให้แรงยึดเกาะระหว่างเม็ดดินลดน้อยลง ส่งผลให้ดินมีกำลังรับแรงต้านทานการไหลของดินลดลง ทำให้ความปลอดภัยของลาดดินลดลงไปด้วย

และถ้าหากปริมาณน้ำในมวลดินเพิ่มขึ้นจนมวลดินอิ่มตัวไปด้วยน้ำ และระดับน้ำในชั้นดินสูงขึ้นมาที่ระดับผิวดิน จะเกิดการไหลบนผิวดินและกัดเซาะหน้าดิน ความปลอดภัยของลาดดินจะลดลงไปครึ่งหนึ่งของสภาวะปกติ และถ้าฝนตกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานออกไป น้ำจะไหลลงไปในระนาบของรอยการเคลื่อนตัวและชะล้างเม็ดดินที่เป็นดินเหนียวออกไปตามแนวระนาบ ทำให้ค่าแรงยึดเกาะระหว่างเม็ดดินบริเวณระนาบการเคลื่อนตัวลดลงไปอย่างมาก ก่อให้เกิดดินถล่มลงมาตามความลาดชันของไหล่เขา

4.สภาพสิ่งแวดล้อม จากบันทึกเหตุการณ์ดินถล่มในอดีต พบว่าการเกิดดินถล่มส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงชัน และหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยจากการศึกษาพบว่าดินที่มีรากไม้ยึดเกาะจะมีค่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเม็ดดินมากกว่าดินที่ไม่มีรากไม้ ซึ่งทำให้ค่ากำลังรับแรงต้านทานการไหลของดินสูงขึ้น ชั้นดินที่มีรากพืชหนาแน่นมาก ค่ากำลังรับแรงต้านทานการไหลของดินจะเพิ่มสูงขึ้นตาม และรากพืชยังมีส่วนดูดซึมเอาน้ำที่ไหลลงไปในดินให้มีปริมาณลดลง หรือชะลอการอิ่มตัวของดินอีกทาง

เกษม
04-08-2010, 10:33 PM
ไฟป่ารัสเซียยังไม่ดับคร่า 40 ชีวิต,ไร้บ้านร่วมแสน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1076221&stc=1&d=1041357810


เหตุไฟไหม้ป่าที่รัสเซียยังลามไม่หยุด ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 รายแล้ว ขณะที่อีกราว 100,000 คนต้องหนีออกจากบ้านเรือนเพื่อเอาชีวิตรอด...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในรัสเซียที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์แล้วยังคงไม่ดีขึ้น โดยล่าสุดเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายร้อยจุดทั่วประเทศ ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 40 คน มีบ้านถูกเผาวอดไม่ต่ำกว่า 2,000 หลังคาเรือน และยังทำให้มีประชาชนที่ต้องอพยพหนีออกจากบ้านเรือนของตนอีกราว 100,000 ราย

รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าในรัสเซียยังคงไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แถบชานกรุงมอสโกอันเป็นเมืองหลวงของประเทศที่เกิดไฟป่ากระจายอยู่โดยรอบหลายสิบจุด ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 35 องศาเซลเซียสในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของรัสเซียออกมาเตือนว่าสถานการณ์ไฟป่าทั่วประเทศอาจเลวร้ายยิ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ เพราะมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในพื้นที่หลายส่วนอาจพุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียสภายในวันเสาร์ (7 ส.ค.)นี้

ด้านเซอร์เก คิริเยนโก ผู้อำนวยการศูนย์นิวเคลียร์ของรัสเซียออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางสกัดเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้เข้าใกล้เมืองซารอฟซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกราว 500 กิโลเมตรและเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยนิวเคลียร์แห่งชาติโดยเร็ว หลังมีรายงานว่าไฟป่าได้ลามเข้ามาถึงเขตชานเมืองชารอฟแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th/)

แม่ฮ่องสอน-น้ำป่าถล่มปายรอบ 2

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1076222&stc=1&d=1041357810


เกิดน้ำป่าหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่ฮี้ อ.ปาย เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ สาเหตุจากฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณน้ำสะสมตามเทือกเขามีมาก ขณะที่ชาวบ้านเชื่อน้ำท่วมเกิดจากโครงการขุดลอกลำน้ำปายของจังหวัด และ อำเภอปาย

เมื่อเวลาประมาณ 8.00 น.วันนี้ (3 ส.ค.) ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน รวมทั้งพื้นที่ทำการเกษตรบ้านแม่ฮี้ ต.แม่ฮี้ อ.ปาย นอกจากนี้น้ำป่ายังได้พัดหินและทรายเข้ามาสะสมในแปลงปลูกข้าว และถั่วเหลือง ได้รับความเสียหายประมาณ 5 ไร่ และที่นาถูกน้ำป่ากัดเซาะพัดที่ดินเสียหายไปประมาณ 2 ไร่เศษ

ชาวบ้าน บ้านแม่ฮี้ เล่าว่า ช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักลงมาเป็นระยะ ๆ จากนั้นในช่วงเช้าจึงเกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรอย่างรวดเร็ว น้ำสูงกว่า 2 เมตร และไหลแรงกว่าน้ำป่าท่วมครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

และชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำป่าครั้งนี้ คือโครงการขุดลอกลำน้ำปายของอำเภอปาย ที่ได้รับความเห็นชอบจากทางจังหวัด มีการขุดลอกหินและทรายในแม่น้ำปาย ทำให้เกิดร่องลึก และเมื่อเกิดน้ำป่าและมีปริมาณน้ำจำนวนมากทำให้น้ำไหลจากลำห้วยแม่ฮี้ลงสู่ลำน้ำปายอย่างรวดเร็วโดยไม่ถูกสกัดจากน้ำปาย ซึ่งเดิมระดับในลำน้ำปาย กับ ลำห้วยแม่ฮี้ จะมีระดับน้ำใกล้เคียงกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับประชาชนแต่อย่างใด และเมื่อเกิดน้ำป่าขึ้นในทุกปีก็จะพัดเอากรวด ทราย และหิน เข้ามาทับถมบริเวณที่เคยขุดลอกไว้

ทางด้าน นายนิเวศน์ พูนสวัสดิ์ นายอำเภอปาย เปิดเผยว่า ทางอำเภอได้จัดตั้งศูนย์เตือนภัย และประสานงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อรับมือกับภัยพิบัติจากฝนตกหนัก ซึ่งเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ได้ประสานความร่วมมือเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยหลังเกิดเหตุทางเทศบาลอำเภอปาย , อปพร., อส. , เจ้าหน้าที่ทหารจาก ฉก.ร 7 และ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฮี้ ได้ร่วมมือกันในการเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที ล่าสุดได้นำกระสอบบรรจุทรายกว่า 1,000 กระสอบ นำไปทำแนวกั้นตลิ่งทรุดตัวบริเวณที่เกิดอุทกภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่า ได้เกิดฝนตกหนักทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งแต่เมื่อเย็นวานเป็นต้นมาได้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พื้นที่อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และ อำเภอเมือง ส่งผลให้ลำน้ำในลำห้วยต่าง ๆ และ แม่น้ำปาย มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 1 (7/2553) เรื่องฝนตกหนัก เนื่องด้วยร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือทุกจังหวัด ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านของจังหวัดในภาคเหนือ ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม 2553

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ลำพูน-ผู้ว่าฯตรวจพื้นที่รับมือน้ำท่วม

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1076223&stc=1&d=1041357810

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1076224&stc=1&d=1041357810


ผู้ว่าฯลำพูน ลงพื้นที่ตรวจฝายกักเก็บน้ำหลายจุดในพื้นที่ สั่งให้เปิดฝายเร่งระบายน้ำป่าจากลำห้วยก้อที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร พร้อมประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่เสี่ยงทั้ง 15 ตำบลใน 5 อำเภอ เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้น้ำป่าตามเทือกเขาในลำห้วยก้อ ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เอ่อล้นเข้าท่วมแปลงพืชผลทางเกษตรของชาวสวนข้าวโพดเสียหายเล็กน้อย ขณะที่บ้านเรือนประชาชนยังไม่ได้รับความเสียหายเพราะอยู่ไกลจากหมู่บ้าน ขณะที่เช้าวันนี้ นาย ดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจฝายกักเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า 5 จุด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันพลเรือนช่วยกันนำสิ่งกีดขวางทางน้ำออกให้หมด และให้เปิดประตูระบายทุกฝายเพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วม

นอกจากนี้ยังประกาศเตือนประชาชน และเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ 15 ตำบล ใน 5อำเภอ ได้แก่ อำเภอลี้ อำเภอแม่ทา อำเภอป่าซาง อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอทุ้งหัวช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม และรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 2-5 ส.ค.53 พร้อมทั้งเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 6-8 ส.ค.สำหรับพื้นที่การเกษตรซึ่งอยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดทำทางระบายน้ำออกจากแปลงปลูกเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กำชับให้สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม.เพื่อช่วยกันเตือนภัย แจ้งข่าวสาร ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ตามเทือกเขาให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ขณะที่เกษตรกรชาวสวนก็ต้องระวังพืชผลทางการเกษตรจะเสียหาย

ข่าวทีวีช่อง 3 วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกษม
04-08-2010, 10:58 PM
ปลูกผัก บ้านในเมือง
โดยหนูดี

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1076276&stc=1&d=1041359504

ฝนตกหนักแทบทุกวันแบบนี้ หนูดีเคยคิดว่า พืชผักต้องเติบโตดีแน่นอน ในฐานะคนเมืองที่ไม่เคยชินกับการปลูกผักมาก่อน หนูดีก็เริ่มต้นลงเมล็ดพันธุ์ผักเมื่อเริ่มฤดูฝนทันที และก็พบว่า ไม่มีผักขึ้นมาเลยแม้แต่ต้นเดียว เรียกว่า ถ้าเป็นข้อสอบก็คือสอบตกแบบติดเอฟเลยทีเดียวค่ะ

หนูดีเริ่มสนใจปลูกผักเมื่อ 2-3 ปีมานี้เอง ในชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยสนใจเลยว่า ผักมาจากไหน ไม่เคยแม้กระทั่งคิดจะหาเมล็ดพันธุ์ คิดจะเตรียมดิน คิดจะปลูก เพราะแค่คิดก็เริ่มคันตัวแล้วค่ะ คนที่ไม่คุ้นเคยกับดิน อยู่ดีๆ จะให้ไปขุดดินไปจับจอบก็กระไรอยู่ สำหรับคนเมืองอย่างพวกเรา ผักหมายถึงสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่อยู่ในถุงพลาสติกหรือวางเรียงกันอยู่ในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต และเรามีหน้าที่เลือกชนิดให้เหมาะกับอาหารที่เราจะทำ.... หากช่วงนั้นเราว่างพอ หรือ มีแรงบันดาลใจมากพอจะทำอาหารสักจาน

แต่แค่หาเวลาจะทำอาหารยังยาก ดังนั้น การจะคิดนอกกรอบไปถึงขนาดที่จะปลูกผักเอง ที่แค่ฟังดูก็วุ่นวายจนไม่น่าคุ้มค่าเวลา จึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในความสนใจของหนูดีเลย กระทั่งหนูดีเรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่เมืองไทยใหม่ๆ โรงเรียนวนิษาพาเด็กนักเรียนประถมจำนวนเกือบร้อยคนขึ้นไปปั้นพระดินและปฏิบัติธรรมที่วัดสันกู่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หนูดีช่วยคิดตารางกิจกรรมของเด็กด้วย ก็ได้ค้นพบว่า มี “ บ้านดิน ” ของพี่โจน จันได อยู่ไม่ห่างไปจากวัดนัก วันหนึ่ง เราเลยจัดการพาเด็กไปเยี่ยมพี่โจนที่บ้านดิน ศูนย์พันพรรณ ที่ใจกลางหุบเขา อากาศดี

พี่โจนเล่าให้เด็กฟังถึง “ เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น ” ที่กำลังจะสูญหาย เหมือนวัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่นที่กำลังถูกกลืน และสูญหายไปเรื่อยๆ ทุกวัน ตอนนั้น หนูดีสงสัยว่าการที่เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นสูญหาย จะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว ก็เลยได้รับคำอธิบายว่า เมล็ดพันธุ์พืชท้องถิ่น เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่ที่บรรพบุรุษทุกชาติจะทิ้งไว้ให้ลูกหลาน และวิธีการเก็บรักษาพันธุ์คือ การปลูกลงดินต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แล้วเก็บเมล็ดที่ดีที่สุดไว้ทำพันธุ์ต่อ นี่เป็นวิธีที่เมล็ดพันธุ์ถูกเก็บรักษามาเป็นพันหมื่นปีแล้ว แต่ปัจจุบัน คนเริ่มลดการกินผักท้องถิ่น เริ่มกินผักตัดแต่งพันธุกรรม กินผักนำเข้า ซึ่งผักตัดแต่งพันธุกรรมนั้น จำนวนมาก “ เป็นหมัน ” คือ ให้ลูกรุ่นต่อไปไม่ได้ ในฐานะเกษตรกร นี่คือ โศกนาฏกรรมทีเดียวค่ะ

ใครคิดว่า เมล็ดพันธุ์เป็นของถูก หนูดีเพิ่งอ่านพบ เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศพันธุ์นอกที่ขายกันที่เมล็ดละ 26 บาท ตกกิโลกรัมละ 12 ล้านบาทพอดีๆ ปัจจุบันมีเพียงเจ้าเดียวที่ได้ลิขสิทธิ์ต่อเนื่อง 5 ปีในเมืองไทย อ่านแล้วตกใจในความแพงอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่เมื่อก้าวเข้ามา หนูดีก็เริ่มหลงรักโลกแห่งการเกษตรนี้เข้าแบบเต็มตัว เริ่มไปเรียนวิชาการเพาะเห็ดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5 วันเต็ม เริ่มรับสมัครสมาชิกนิตยสารเกษตรกรรมธรรมชาติ เริ่มอ่านวารสารเคหการเกษตร เริ่ม YouTube เข้าไปดูการทำ Composting หรือ ทำปุ๋ยหมักเองในบ้าน เริ่มวางแผนจะเลี้ยงใส้เดือนในสวน จากที่ไปช้อปปิ้งหนังสือและเสื้อผ้า ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นกระถางปลูกผักและอุปกรณ์ขุดดินประเภทต่างๆ

หนูดีขับรถไปถึงราชบุรีเพื่อซื้อกระถางสีจากร้านเถ้าฮงไถ่ จะได้ปลูกผักแบบมีสไตล์ แถมยังถือโอกาสสะสมรองเท้าบู๊ตทำสวนลวดลายเก๋ไว้อีกหลายคู่ และจากคนที่นอนประมาณ 4 ทุ่ม หนูดีเคยทำสถิติเข้าซื้อเมล็ดพันธุ์ผักไม่ตัดแต่งพันธุกรรมจาก www.seedsaversexchange.com (http://www.seedsaversexchange.com/) ด้วยความสนุกสนานจนเวลาผ่านไปถึงตี 2 ไม่รู้ตัว ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักจากฟาร์มในอเมริกาแห่งนี้ไปได้หลายพันเมล็ด เฝ้าคอยพัสดุด้วยใจจดจ่อ เมื่อมาถึงและลองปลูกดูก็พบด้วยความตื่นเต้นว่า ผักเมืองหนาวหลายประเภทปลูกในเขตรังสิตของหนูดีได้หลายต้น เช่น ดอกกะหล่ำม่วงที่ปลูกได้ต้นสูงถึงเอว ต้นรูบาร์บที่เป็นผักอวบสีแดงสดไว้ทำพายสตรอเบอรี่ ต้นโคลราบี ที่เป็นตุ่มกลมบนดินสีม่วงเข้มรสชาติเหมือนมันแกว รวมถึงข้าวโพดพันสตรอเบอรี่ที่ผลเล็กแดงน่ากินน่าดู

นี่เป็นงานอดิเรกที่ทำให้หนูดีอยากตื่นขึ้นมาทุกเช้า แล้วรีบเข้าไปในสวนเพื่อดูว่า วันนี้ ผักหนูดีโตไปถึงไหนแล้วบ้าง และเมื่อไปเรียนการเพาะเห็ด หนูดีก็เริ่มฝันอยากเป็นเจ้าของโรงเห็ดเล็กๆในโรงเรียนด้วย นี่เป็นความฝันที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีในชีวิตนี้

วันนี้ แม้จะยังเป็นฤดูฝน แต่ก็มีผักหลายชนิดที่ยังขึ้นได้ ที่โรงเรียนของหนูดีกำลังขึ้นดีทีเดียว เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ผักบุ้ง (ขึ้นได้ทุกฤดู) ผักกาดขาว กระเจี๊ยบเขียว แตงกวา ใครที่คิดว่า ชีวิตนี้ไม่ปลูกผักเองแน่ๆ หนูดีขอชวนให้ลองเข้ามาสู่โลกนี้ดูค่ะ โลกที่หนูดีไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา แต่วันนี้ ไม่คิดจะก้าวออกไปอีกแล้ว ลองปลูกต้นแรกดูนะคะ แล้วรับรองว่า ต้นต่อไปเราจะไม่กลัวการปลูกพืชอีกเลย

ติดตามหนูดีที่ www.facebook.com/mindbrain (http://www.facebook.com/mindbrain)www.twiter.com/nudi_vanessa (http://www.twiter.com/nudi_vanessa) <!-- Tags Keyword -->

muser
05-08-2010, 06:31 AM
จริงๆโรคที่มากับอากาศนี้.......

ผู้รู้ทางสายหลวงปู่ทวดได้เตือนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว
เชื่อว่าหากร่างกายไม่แข็งแรงพอ รักษาไม่หายแน่ เพราะยังไม่มียาแก้โดยตรง

ท่านจึงบอกเล่าไว้ว่าให้ทำน้ำพระพุทธมนต์ รอไว้ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นบารมีของ หลวงปู่ทวดหรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ได้เหมือนกัน

รู้แล้วรีบหารีบทำ อย่าได้ประมาท
เสียดายมากรู้ช้าไปจริงๆค่ะ..เพราะเพื่อนได้เป็นไข้อยู่2อาทิตย์ก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว...ทีแรกหมอว่าเป็นไข้เลือดออก2วันต่อมาได้ใส่ท่อช่วยหายใจทางปากและอยู่มาอาทิตย์กว่าหมอบอกว่าปอดพรุนปอดเป็นรูหมดแล้ว..ทำใจ..
เสียชีวิตด้วยอายุเพียง39ปีเองค่ะ

kowmoo
05-08-2010, 07:15 AM
HELLO HELLO ข่าวด่วน แปลไม่ออกหรอก แต่ชอบเข้าไปดู ข่าวเมืองจีน *v* มนุษย์ต่างดาวลำที่โชว์ตัวป่าวไม่รู้ ทำอะไรใครตอบทีhttp://news.xinhuanet.com/photo/2010-08/05/12410956_41n.jpg (http://news.xinhuanet.com/photo/2010-08/05/c_12410956_2.htm)

kowmoo
05-08-2010, 07:20 AM
ขออภัย แก้ข่าวจ๊ะ บ่ใช่จีน เป็นประเทศอังกฤษ แต่ข้าพเจ้าไปเอารูปมาจากจีน เลยมั่วนึกว่าจีน ขออภัยนะจ๊ะ

boyZ
05-08-2010, 09:38 AM
เสียดายมากรู้ช้าไปจริงๆค่ะ..เพราะเพื่อนได้เป็นไข้อยู่2อาทิตย์ก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว...ทีแรกหมอว่าเป็นไข้เลือดออก2วันต่อมาได้ใส่ท่อช่วยหายใจทางปากและอยู่มาอาทิตย์กว่าหมอบอกว่าปอดพรุนปอดเป็นรูหมดแล้ว..ทำใจ..
เสียชีวิตด้วยอายุเพียง39ปีเองค่ะ
อยากทราบอาการเบื้องต้นของเพื่อนที่เสียชีวิตนะครับ เพราะเป็นห่วงหลานที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกเหมือนกัน
ขอบคุณครับ

Kongp
05-08-2010, 11:19 AM
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

เรื่องอาการป่วยอย่าได้ประมาทครับ หากเราไม่แน่ใจว่า เราเป็นอะไร เป็นหวัด หรือไข้เลือดออก อย่าหายามาทานเอง ให้หมอตรวจจะดีกว่าครับ ยิ่งถ้าเป็นหนักแล้ว อย่าย่ามใจ ต้องไปหาทันทีครับ

ที่บ้านผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องป่วยมาก เนื่องจากคุณพ่อผมเป็นแพทย์ ส่วนคุณแม่ผมเป็นพยาบาล ครับ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ประมาณ 15-16 ขวบ ผมมีอาการปวดท้องเล็กน้อย ข้างขวา ปวดธรรมดาๆ เหมือนเสียดท้อง ทั่วไปครับ คุณพ่อผม ก็เรียกจับมาตรวจซะเลย กดนั่น กดนี่ เจ็บหรือเปล่า ? ผมก็บอกว่าเจ็บ สุดท้าย คุณพ่อ ก็ไล่ผม ไปทำบัตรประจำตัวคนไข้ที่โรงพยาบาลเฉย แล้วบอกฝ่ายทะเบียนว่า "มาผ่าไส้ติ่งอักเสบ" คนป่วยอะไร จัดการเบ็ดเสร็จเลย แล้วหลังจากนั้น คุณพ่อผมนี่ล่ะครับ เป็นคนผ่าไส้ติ่งอักเสบให้ผม ส่วนพี่สาวเป็นแพทย์เหมือนกัน เป็นคนเย็บแผลให้ และสุดท้าย คุณแม่ของผม เป็นคนพยาบาล ให้ผมครับ

Kongp
05-08-2010, 11:41 AM
จนท.ช่วยเหลือ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ติดน้ำป่าเขาใหญ่!!!


เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ"ติ๊ก-เจษฎาภรณ์" พิธีกรเนวิเกเตอร์ และทีมงานเกือบ 20 คน ที่ติดอยู่บริเวณน้ำตกตะคร้อในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังเกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำป่า

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เข้าช่วยเหลือนายเจษฎาภรณ์ ผลดี และนายพิเชษฐไชย ผลดี พิธีกรรายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนวิเกเตอร์ และทีมงาน รวมถึงนักศึกษาแพทย์แผนไทย วิทยาลัยแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ที่เดินทางไปร่วมถ่ายทำรายการประมาณ 20 คน ที่บริเวณน้ำตกตะคร้อ ซึ่งห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน ฯ ประมาณ 8 กิโลเมตรโดยตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขาลาดชัน ส่วนบางจุดถูกน้ำท่วมสูง มีกระแสน้ำไหล และยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามนายเจษฎาภรณ์กล่าวภายหลังได้รับการช่วยเหลืออย่าง ปลอดภัยว่าได้เดินทางมาถ่ายทำรายการเนวิเกเตอร์บริเวณน้ำตกตะคร้อ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งในช่วงเย็นมีบรรยากาศที่สวยงามจึงถ่ายทำเกินเวลาที่นัดหมายกับเจ้า หน้าที่ไว้ ประกอบกับมีฝนตกหนัก และมีทีมงานที่เป็นผู้หญิงหลายคนจึงต้องรอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ
ขณะที่นายนิวัฒน์ เกษสุวรรณ หัวหน้าหน่วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่าในช่วงเย็นได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งเป็นแอ่งน้ำที่เรียกว่าแก่งกฤษณา ทำให้คณะไม่สามารถเดินข้ามแก่งมาได้ ต้องรอจนกว่าระดับน้ำจะลดลง ซึ่งทางอุทยานฯจึงได้จัดรถและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ หลังจากเห็นว่าขาดการติดต่อไปหลายชั่วโมงแล้ว ภายหลังทั้งคณะได้รับการช่วยเหลือลงมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ อย่างปลอดภัยแล้ว คณะได้กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร


สนับสนุนเนื้อหา http://btgsf1.fsanook.com/weblog/category/1/5660/thaipbs.gif (http://www.thaipbs.or.th/)

Lazaza
05-08-2010, 11:47 AM
======================================


4 ส.ค. 53


ชีพจรลงเท้า

สรุปแล้วคืนพรุ่งนี้ ผมต้องเดินทางขึ้นฐานผาแบ่นอย่างกระทันหัน เพื่อที่จะไป
ดำเนินการเรื่องเจาะน้ำบาดาลเอาไว้ใช้ในยามเกิดภัยพิบัติ เวลาประมาณ
4-5ทุ่มรถจะออกจากขนส่งรังสิตไปถึงเชียงคานเช้าเวลาประมาณ 7นาฬิกา
จากนั้นก็จะหาที่พักในตัวอำเภอ เพื่อสะดวกในการกินอยู่ เที่ยวนี้ขึ้นไปคนเดียว
จากนั้นก็จะโทรฯสอบถามถึงรถเจาะว่าเดินทางไปถึงเชียงคานหรือยัง?
เพราะคืนนี้ผมได้โทรฯนัดไว้แล้ว

ที่ผมต้องรีบเพราะผมต้องการทำให้เสร็จเพื่อความสบายใจและจะได้ดำเนินการ
อย่างอื่นต่อไปและรถเจาะอยู่ที่เพชรบูรณ์กำลังจะย้ายไปเจาะที่นครสวรรค์
ถ้าไม่เจาะตอนนี้ก็ต้องรอคิวถัดไป



องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

Kongp
05-08-2010, 02:25 PM
วันที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:15:00 น. มติชนออนไลน์ <!--อ่านล่าสุด คน-->
<center></center>
แตกตื่นดอกลานบานชูช่อที่วัดตาปะขาวปลูกนานกว่า 80 ปี

<style> P { margin: 0px; } </style> เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2553 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระมหาพิชัย ธมมฺวํโส เจ้าอาวาสวัดตาปะขาวหาย เจ้าคณะตำบลหัวรอ เขต 2 ว่า ที่ลานวัดตาปะขาวหาย ม.4 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีปรากฏการณ์ต้นลานหนึ่งต้น กำลังชูช่อดอกขาวสะพรั่ง มีผู้ทราบข่าวเดินทางมาชมดอกลานบาน เนื่องจากหาชมได้ยากมีเฉพาะต้นลานที่วัดตาปะขาวหายที่มีอยู่หลายต้นนั้นและ ปลูกมานานร่วม 80 ปีแล้ว เพิ่งพบเห็นต้นแรกที่ออกดอกบานสะพรั่ง อาจจะเป็นต้นแรกในจังหวัดพิษณุโลกที่ได้พบเห็นการออกดอกก็เป็นได้



http://www.matichon.co.th/online/2010/08/12809241291280924151l.jpg

จ๋าเอง
05-08-2010, 02:42 PM
ดอกลาน บานสะพรั่งมากสุดในรอบ 6 ปี


http://img.kapook.com/image/pet/30151.jpg



ดอกลานบานสะพรั่งมากสุดในรอบ60ปี (คมชัดลึก)

ตะลึงป่าลานผืนสุดท้ายกว่า 3 หมื่นไร่ ออกดอกบานสะพรั่งมากสุดในรอบ 6 ปี ชี้เป็นวัฎจักรออกดอกแล้วต้นจะตาย มีไม้รุ่นใหม่ขึ้นทดแทน แต่สถานการณ์น่าห่วงคาดเหลือเพียงแห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติทับลาน

นายตระกูล อาจอารัญ หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สวนห้อม) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจปริมาณต้นลานในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 30,000 กว่าไร่ เมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย- ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ขณะนี้ต้นลานกำลังออกดอกเตรียมที่จะผลิบานในเดือน ก.ย.นี้จำนวนมาก และคาดว่าในปีนี้จะมีต้นลานที่ออกดอกบานมากที่สุดในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา สร้างความสวยงามแปลกตาให้กับบริเวณป่าลานในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมากที่สุดอีกปีหนึ่งอีกด้วย โดยต้นลานที่กำลังออกดอกในขณะนี้ เป็นต้นลานที่มีอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งตามธรรมชาติแล้วดอกลานจะออกดอกเพียงหนึ่งครั้ง และเมื่อออกดอกแล้วลำต้นก็จะเหี่ยวตายและมีต้นลานต้นใหม่ที่เกิดจากดอกลานที่กลายเป็นเมล็ดผลิขึ้นมาแทนที่ต้นเดิม

นายตระกูล กล่าวว่า ใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจทางอากาศเหนือพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด พบว่า ปริมาณของดอกลานในปีนี้มีจำนวนมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเดือน มิ.ย – ก.ค. เป็นช่วงที่ต้นลานเริ่มผลิดอก เริ่มบานในเดือน ส.ค.และจะบานเต็มที่ในเดือน ก.ย. - ม.ค. 2553 จากนั้นจะเริ่มร่วงจนหมดในเดือน พ.ค. ทำให้ขณะนี้ทั่วทุกบริเวณของพื้นที่ในเขตอุทยาน ทับลาน จึงเต็มไปด้วยดอกลานที่กำลังบานเป็นสีขาว ครอบคลุมไปทั่ว ทั้งในพื้นที่ป่าด้านล่าง รวมไปถึงตามยอดเขา และน้ำตกต่างๆ ทำให้เริ่มมี นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมความแปลกตาของดอกลานมากขึ้นแล้ว

"จากหลักฐานข้อมูลที่เราเคยสำรวจเก็บไว้ พบว่าเมื่อประมาณปี 2546-47 หรือประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ก็เคยมีจำนวนดอกลานออกดอกบานสะพรั่งจำนวนมาก ครอบคลุมทั่วบริเวณอุทยานฯ ไปหมด แต่พอปีต่อๆ มาดอกลานก็ลดน้อยลง ไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนคราวนั้น แต่พอมาถึงปีนี้ก็กลับพบว่ามีดอกลานออกดอกมาจำนวนมากอีกครั้ง สามารถสังเกตเห็นได้ทั่วไปทั้งบริเวณต้นที่อยู่ตามริมถนน หรือเข้าไปในบริเวณป่า โดยดอกลานจะออกดอกเพียงครั้งเดียวเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป ก่อนที่มันจะตายลง มีดอกเป็นสีขาว ต้นหนึ่งจะผลิตดอกประมาณ 60 ล้านดอกทีเดียว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของต้นลานทั่วประเทศกำลังน่าเป็นห่วง ล่อแหลมต่อการถูกรุกรานจนมีปริมาณลดลง เพราะถูกชาวบ้านตัดทิ้งเพื่อใช้นำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ก่อนหน้านี้พบต้นลานมากอยู่ในหลายพื้นที่ เช่นที่ ต.ดงลาน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หรือ ในพื้นที่หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ แต่เชื่อว่ามีเพียงที่ทับลานเท่านั้นที่ยังคงมีต้นลานหน่าแน่นมากที่สุดในประเทศไทย

"ต้นลานเป็นต้นไม้โบราณ ที่มีประโยชน์หลายอย่าง ในอดีตใบลานจะถูกนำมาใช้ในการเขียนบันทึกต่างๆ รวมทั้งเขียนเป็นคัมภีร์ และใช้ทำเป็นเครื่องจักรสาน ส่วนเม็ดลานก่อนหน้านี้จะนำมาทำเป็นขนมหวาน เรียกว่า ลูกชิด แต่ภายหลังเลิกใช้เปลี่ยนไปใช้ลูกจากแทน นอกจากนี้ต้นลานยังมีประโยชน์ในระบบนิเวศแสดงถึงความสมบูรณ์ของป่าอีกด้วย ดังนั้นการที่ดอกลานออกดอกมากในปีนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้เรียนรู้ และร่วมอนุรักษ์ต้นลาน ซึ่งถือว่าเป็นต้นไปดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ให้เพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นต่อไป" นายตระกูล กล่าว

นอกจากนี้ หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สวนห้อม) กล่าวอีกว่า สำหรับนัก ท่อง เที่ยว หรือประชาชนที่สนใจอยากจะเข้ามาดูดอกลานบานในปีนี้ สามารถเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา โดยในระยะช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้จะเป็นช่วงที่ดอกลานบานอย่างเต็มที่ และมองเห็นได้ง่ายตลอดริมข้างทาง และจะค่อยๆ เข้าสู่ระยะร่วงโรยในเดือน ต.ค. ไปจนถึง เดือน พ.ค. 53 แต่ก็ยังสามารถชื่นชมดอกลานและเม็ดลานได้เพราะมีอยู่ปริมาณมาก ทั้งนี้ทางอุทยานฯ ได้จัดเตรียมแผ่นพับ รวมถึงบอร์ดให้ความรู้วิชาการเกี่ยวกับต้นลานไว้บริการสำหรับผู้ที่สนใจ รวมทั้งการจัดกิจกรรมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นลานโดยการใช้หนังสติ๊ก ยิงเม็ดลาน จากบริเวณผาเก็บตะวัน ไปบนพื้นที่ด้านล่างเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าอีกด้วย

"เม็ดลานที่จะร่วงลงและกลายเป็นต้นลานต้นใหม่นี้ ในชั่วชีวิตเราอาจจะไม่สามารถกลับมาเห็นมันออกดอกได้อีกเพราะมันจะออกดอกตอนอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่เราก็สามารถมองเห็นดอกลานของต้นลานอื่นๆ ได้ และหากไม่ได้ชมดอกลานบานจำนวนมากที่สุดในปีนี้ ก็อาจจะต้องรอไปอีก 5-6 ปี ที่ดอกลานจะบานให้เห็นเยอะๆ ขนาดนี้" หน.เขต อช.ทับลานที่ 2 (สวนห้อม) กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับป่าลาน ที่อุทยานทับลาน สภาพจะเป็นป่าโปร่ง มีลานขึ้นอย่างหนาแน่นทั่วพื้นที่ ป่าลานนี้มีเนื้อที่ 200 ไร่ บริเวณที่ราบบนเขาละมั่ง ด้านตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ไม้ลานเป็นพืชในตระกูลปาล์ม ( Palmae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corypha lecomtei Becc. บริเวณป่าลานและป่ารุ่นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้แก่ กระรอก หนู กระต่ายป่า พังพอน เก้ง กวางป่า เหยี่ยวขาว นกคุ่มอกลาย กิ้งก่าหัวแดง ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าหางยาว อึ่งอ่างบ้าน และคางคก เป็นต้น

จ๋าเอง
05-08-2010, 03:06 PM
http://images.thaiza.com/37/37_200909180857592..jpg
ดอกลาน ...ตรงยอด รูปทรงปิรามิด สวยแปลกตาดีจัง

หนุมาน ผู้นำสาร
05-08-2010, 03:22 PM
พระไตรปิฎก อักษรในธรรมชาติ รอบตัว

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

Kongp
05-08-2010, 04:36 PM
2-3 วันที่ผ่านมา ในห้องนอนผมเอง เป็นอพาร์ตเม้นท์ครับ อยู่ ชั้น 6 หน้าต่างจะอยู่ทางทิศใต้พอดี เป็นทิศทางเดียวกับลมพัดเข้าห้อง

ผมสังเกตและสงสัยว่า ทำไมฝ้าเพดานห้องน้ำผม มันชอบเปิด ตอนแรกนึกว่า จะมีขโมยขึ้นห้อง หรือ จะมีผีรึเปล่า

วันนี้ตอนเย็นลมแรงมากครับ เข้ามาในห้อง ถึงขนาดเปิดประตูห้อง บริเวณทางเดิน แทบเปิดไม่ได้เลย เพราะลมมันดันประตูห้องอยู่ ผมก็ได้ยินเสียง ครืดๆ ในห้องน้ำ ผมก็เจอแล้ว นี่ล่ะตัวการ คือ ลมแรง นี่เอง ลมมันปะทะฝ้าเพดาน จนมันลอย และเปิดเองได้ครับ

ถ้าเกิดเป็นพายุไต้ฝุ่น มันจะขนาดไหนเชียว

มิน่า ฝรั่งจะมี พวกเทปผ้า (Duct Tape) ไว้อยู่เสมอ คอยปิดตามขอบประตู หน้าต่าง กันลม กันกระจกแตกเพราะลม ไว้ด้วยครับ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1077045&stc=1&d=1281003832

Nirvana
05-08-2010, 05:15 PM
เสียดายมากรู้ช้าไปจริงๆค่ะ..เพราะเพื่อนได้เป็นไข้อยู่2อาทิตย์ก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว...ทีแรกหมอว่าเป็นไข้เลือดออก2วันต่อมาได้ใส่ท่อช่วยหายใจทางปากและอยู่มาอาทิตย์กว่าหมอบอกว่าปอดพรุนปอดเป็นรูหมดแล้ว..ทำใจ..
เสียชีวิตด้วยอายุเพียง39ปีเองค่ะ


ขอแสดงความเสียใจด้วย ครับ

จริงๆเรื่องแบบนี้ ใครๆก็คาดไม่ถึงแม้กระทั่งคุณหมอเอง
โรคใหม่ๆ โรคประหลาดๆ นี่รับมือลำบาก นะครับ

ก็คงมีแต่คุณพระรัตนตรัยและครูอุปัชฌาย์อาจารย์เท่านั้นแหละ ครับ ที่มาช่วยสงเคราะห์ให้

ทีนี้ทราบแล้วก็ระมัดระวังด้วยแล้วกัน

Cutie Kung
05-08-2010, 07:11 PM
อังกฤษผวาผลิตภัณฑ์เนื้อ-นม จากวัวโคลนนิ่ง (http://www.hooknews.com/id/241112)


http://www.hooknews.com/img_archive/www.thairath.co.th/%252Fmedia%252Fcontent%252F2010%252F08%252F04%252F101226%252Fhr1667%252F630.jpg



สำนักงานมาตรฐานอาหารของอังกฤษ ผวาการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อวัวโคลนนิ่งจากสหรัฐฯ ในอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัย ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบ...


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า สำนักงานมาตรฐานอาหารของอังกฤษ ระบุการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อวัวโคลนนิ่งจากสหรัฐฯ ในอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้น ยังมีรายงานด้วยว่าวัวพ่อพันธุ์ในอังกฤษ 2 ตัว กำเนิดจากตัวอ่อนวัวโคลนนิ่งจากสหรัฐฯ


ขณะที่รายงานของสื่อสหรัฐฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว อ้างเกษตรกรผลิตภัณฑ์นมในอังกฤษหลายราย ใช้นมจากวัวโคลนนิ่งผลิตสินค้าป้อนตลาดในอังกฤษ ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ทางการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว.


อังกฤษผวาผลิตภัณฑ์เนื้อ-นม จากวัวโคลนนิ่ง - ข่าวไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/oversea/101226)

นม ที่มาจากวัวธรรมดา กะ วัวโคลนนิ่ง รสชาติต่างกันไหม อยากรู้เหมือนกัน
:boo:

Cutie Kung
05-08-2010, 07:21 PM
คนไทยบริโภคใยหินติดอันดับโลก

ชี้คนไทยบริโภคแร่ใยหินติดอันดับ 2 ของโลก สคบ.ยื่น 9 ข้อเสนอเชิงนโยบายวาระชาติ

เมื่อวันพุธที่ 4 ส.ค.แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภค สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.)จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่องการจัดการอันตรายจากแร่ใยหินเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค ระบุคนไทยบริโภค ‘แร่ใยหินแอสเบสตอส’ มากติดอันดับ 2 ของโลก พร้อมยื่น 9 ข้อเสนอเชิงนโยบายในการผลักดันให้การป้องกันแร่ใยหินในระดับชาติ แพทย์เผยคนไทยบริโภคมากสูงถึง 3 กก./คน/ปี เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดร่วม 1,295 คน/ปี และย้ำมาตรการ “ติดฉลากเตือน” ยังต่ำกว่าการ “แบน” ในระดับสากล


นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สสส.คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยได้ยกเลิกแร่ใยหินทุกชนิดเหลือเพียงแร่ใยหินไครโซไทล์และทาง สคบ.ได้กำหนดให้มีการติดฉลากคำเตือนว่ามีอันตรายต่อมะเร็งและโรคปอด แต่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้กลับใช้มาตรการยกเลิกการใช้แร่ใยหินทุกชนิดจนเป็นมาตรฐานสากลไป แล้ว สะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐานในการรุกสู้กับปัญหาผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคปอดยัง ต่ำกว่าระดับสากลที่ใช้วิธีการ “แบน”



“ปัจจุบันแม้จะมีการติดฉลากขนาด 3 x 3 เซนติเมตร ในวัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินประมาณในร้านค้าประมาณ 80% แต่ก็พบว่า ฉลากมีขนาดเล็กจนไม่เป็นที่สังเกต อาจจะทำให้ผู้บริโภคไม่รับรู้ถึงอันตรายเท่าที่ควร การเปิดประเด็นคำถาม 25 ข้อ ของผศ.ดร.พญ.พิชญา พรรคทองสุขจึงเป็นการกระชากหน้ากากกลยุทธ์การค้าที่เปลี่ยนความคิดผู้บริโภค ว่า “ไครโซไทล์” เป็นแร่ใยหินชนิดเดียวที่ยังบริโภคได้ ทั้งที่ผลสรุปชี้ตรงกันว่า เป็นอันตรายและควรเลิกใช้” นายวิทยา



พญ.พิชญา พรรคทองสุข อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุข และนักวิชาการต่างรณรงค์ให้เลิกใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน และเห็นตรงกันว่าควร “ยกเลิกการใช้” แต่ก็มีผู้ประกอบการที่ยังนำเข้ามาร่วม 30 ปี โดยประเทศไทยมีอัตราการนำเข้าเป็นอันดับที่ 4 รองจากจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย และมีการบริโภคมากติดอันดับ 2 ของโลก รองจากรัสเซีย ในอัตราการบริโภคประมาณ 3 กิโลกรัม (ต่อคน/ปี)
“แม้ประเทศไทยจะมีการนำเข้าแร่ใยหินลดลงจากปี 2000 ถึงปี 2009 จาก 120,563 แสนตัน เหลือเพียง 68,743 แสนตัน แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นเพราะบริษัทหลายแห่งได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์จึงทำให้การบริโภค ลดลง ทั้งที่จริงแล้วประเทศไทยยังมีการนำเข้าแร่ใยหินไครโซไทล์อยู่ โดยผู้นำเข้าพยายามสื่อสารกับผู้บริโภคว่า ไครโซไทล์ไม่มีอันตรายเท่าแอสเบสตอส และพบว่าประเทศไทยบริโภคแอสเบสตอสติดอันดับสองของโลก คือ 3 กก./คน/ปี รองจากรัสเซีย และคาดว่าจะมีคนไทยที่เป็นโรคมะเร็งปอด ซึ่งแสดงอาการป่วยมากถึงปีละประมาณ 1,295 คน” ผศ.ดร.พญ.พิชญา กล่าว


นางมาลี พงษ์โสภณ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการพิเศษ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ในวงการแพทย์และอนามัยโลกก็ยืนยันว่า แร่ใยหินเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ประเทศไทยยังอนุญาตให้ใช้เหลือแต่ชนิดไครโซไทล์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยืนยันเป็นสารก่อนมะเร็ง จึงเสนอให้หยุดและยกเลิกการใช้ สธ.พยายามออกมาตรการในการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วย โดยให้มีการออกมาตรการฉลากเตือนให้ประชาชนได้มีสิทธิ์เลือกใช้วัสดุที่ไม่มี แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทั่วโลกใช้ตัวอักษร “A” ที่ย่อมาจาก “แอสเบสตอล” ในการสื่อสาร ซึ่งประชาชนจะได้รับรู้ทั่วกันว่าเป็นวัสดุขึ้นนี้มีสารก่อมะเร็ง



“การออกฉลากนั้นก็เพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิ์ได้เลือกใช้สินค้าที่มีแร่ ใยหินหรือไม่ด้วยตัวเอง แต่การออกมาตรการฉลากผ่านสคบ.ได้รับการต่อต้านอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พยายามผลักดันให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า สินค้าที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นส่วนประกอบนั้นไม่มีอันตราย โดยล่าสุดมีสินค้าประมาณ 3,000 รายการที่ยังคงมีส่วนประกอบของไคโซไทล์ ตั้งแต่หลังคา กระเบื้อง คลัชเบรค ฯลฯ ซึ่งมักจะเกิดการฟุ้งกระจายระหว่างก่อสร้าง การใช้งาน ซึ่งปัจจุบันมีวัสดุทดแทนที่สามารถใช้ได้ แต่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงยังไม่ออกมาตรการแบน" นางมาลี กล่าว


นางชื่นสุข เมธากุลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า แร่ใยหินทุกชนิดเป็นอันตรายต่อปอด แต่สาเหตุที่ประเทศไทยยังมีการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ เนื่องจากเข้าใจว่าสารไครโซไทล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายสามารถขับสารพิษออกมาได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อสารสะสมในร่างกายจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดได้ ฉะนั้นแนวทางควบคุมแร่ใยหินไครโซไทล์



ทั้งนี้ จึงต้องตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอมาตรการจัดการอันตรายจากแร่ใยหิน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ประมวลและรวบรวมข้อมูลสินค้าแร่ใยหินไครโซไทล์ ตลอดจนหาวัสดุทดแทนเพื่อจัดการอันตราย พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลอันตรายและสินค้าที่มีส่วนผสมแร่ใยหิน ซึ่งหลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันอยากผลักดันไม่ให้ใช้ แต่ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังมีการอนุญาตให้ใช้ได้


ด้าน นายอิสราวุธ ทองคำ ผู้ประสานงานสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันตก ได้ยื่นขอสำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่ต้องการผลักดันในระดับชาติ มีอยู่ 9 ข้อดังนี้ 1.มาตรการยกเลิกการนำเข้า ผลิตและจำหน่ายสินค้า ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินที่สามารถใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนได้ โดยแบ่งเป็น 1.1 การยกเลิกการนำเข้าวัตถุดิบแร่ใยหิน ภายใน 3 เดือน 1.2ยกเลิกการผลิตและการจำหน่ายสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินที่สามารถ ใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนได้ภายใน 1 ปี



2.มาตรการยกเลิกภาษีของวัตถุดิบทดแทนแร่ใยหิน ทั้งนี้วัตถุดิบที่นำมาทดแทนจะต้องไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ 3.มาตรการที่จะทให้ผู้บริโภครับรู้ประกาศและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่มีส่วน ประกอบของแร่ใยหิน โดยมีการเผยแพร่ในสื่อมวลชนต้องต่อกันอย่างน้อย 30 วันทุกพื้นที่ 4.มาตรการรื้อถอนวัสดุที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน โดยจัดดำเนินการโดยมาตรฐานสากลและให้มีการจัดทำเป็นกระกาศหรือข้อบังคับ ของกระทรวงอุตสาหกรรม 5.ห้ามการนำเข้าหรือส่งออกขยะที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน
6.มาตรการกองทุนชดเชยความเสียหายและสวัสดิการแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก แร่ใยหิน 7.มาตรการควบคุมการนำเข้าหรือการจำหน่ายสินค้า ที่มีอันตรายต่อสุขภาพ โดยยึดหลักประเทศผู้ต้องผลิตต้องมีการใช้สินค้านั้นด้วย 8.มาตรการกำหนดค่ามาตรฐานการฟุ้งกระจายของฝุ่นแร่ใยหิน 0.1 เส้นใยต่อลบ.ซม. เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน (Occupational Exposure Limits/OELs) และ 9. มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในเรื่องการจัดซื้อวัสดถก่อสร้างและการจัดจ้าง ที่กำหนดสาระสำคัญไม่อนุญาตให้ใช้วัสดุที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ


แพทยสภาล้มโต๊ะกม.มีดหมอ (http://www.posttoday.com)

โห ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย มิน่าเดี๋ยวนี้ คนถึงเป็นมะเร็งกันเยอะ :'(

หลานปากน้ำ
06-08-2010, 01:16 AM
พี่น้องครับผมพลัดหลวงเข้ามา สรุป ตรงตามคำนาย เมือ ปี 2005 บ้าง ใหมครับ ^^ สรุปให้หน่อยจ๊ะ

พลอยรุ้ง
06-08-2010, 10:09 AM
อือม... กำลังย่อย(ข่าว) อยู่ค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกข้อมูลค่ะ
ต้นลานออกดอก ไม่เคยเห็นเลยค่ะ ทำไมต้องมาออกปีนี้ด้วยน้อ...

เกษม
06-08-2010, 10:32 AM
ภัยพิบัติยังคงเกิดขึ้นตามคำทำนาย
เพียงแต่ได้ถูกเลื่อนเวลาออกไปเท่านั้นครับ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1078001&stc=1&d=1041357758

พี่น้องครับผมพลัดหลงเข้ามา สรุป ตรงตามคำนาย เมือ ปี 2005 บ้าง ใหมครับ ^^ สรุปให้หน่อยจ๊ะ

ผมขอสรุปว่าจะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัวของคุณหลานปากน้ำครับ เพราะกลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติของเรา เชื่อในหลักของเหตุและผล เชื่อในหลักของกฏแห่งกรรม เชื่อในหลักของวิทยาศาสตร์ เชื่อในคำเตือนของครูบาอาจาย์ที่พวกเราเคารพนับถือ

เรื่องของภัยพิบัติที่ได้ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งหลายหนแล้วนั้น ก็ด้วยพลังจิตและพลังแห่งคุณงามความดี ของพระอริยสงฆ์หลายๆท่าน ที่ได้ยอมสละชีวิตของตนเอง ยอมละสังขารจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันสมควร ทั้งนี้ก็เพื่อเลื่อนเวลาของการเกิดภัยพิบัติให้ออกไปก่อน เพื่อให้พวกเราทั้งหลายได้มีเวลาเตรียมตัว เตรียมใจ กันได้ทันเวลา

แต่ก็มีอีกมากมายหลายท่านไม่ยอมเข้าใจในความเป็นจริงข้อนี้ มุ่งแต่จะโจมตีกันอย่างเดียว ไม่เห็นถึงความเสียสละของพระอริยสงฆ์เจ้าเหล่านั้นเลย เมื่อภัยพิบัติไม่เกิดขึ้นตรงตามเวลา ที่ผู้มีญาณทัศนะทั้งหลายได้เคยทำนายเอาไว้ ก็เหมาเอาเองว่า ภัยพิบัติมันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว พวกที่ให้คำทำนายทั้งหลายเป็นพวกลวงโลก แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะเข้ามาด่าว่า เยาะเย้ยถากถาง ทวงถามหาคำทำนาย ที่ได้ถูกเลื่อนเวลาออกไปแล้วเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมองข้ามความเสียสละและเจตนาอันดีงามของกลุ่มคน ที่มุ่งจะเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติเหล่านั้น

*************************************************

สารชมรมศาสนาและการกุศล ฉบับที่169

ในเดือนหน้า ช่วง 11 – 29 ตุลา 48 อาจมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นคำบอกเล่าของ ดร.กัญจีรา กาญจนเกศ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ที่ผันตัวมาฝักใฝ่สนใจในการปฏิบัติธรรมมากผู้หนึ่ง ปัจจุบันเป็นประธานชมรมวิถีธรรม – วิถีไท แถวเขตคันนายาว ในสายหลวงปู่ทวด ได้นำข่าวสารมาแจ้งในที่ประชุมสมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย ให้ได้ทราบเมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2548 ที่ผ่านมา

และเนื่องจากผู้เขียนนั่งติดกับ ผศ.ดร.พรชัย พัชรินทร์ตนะกุล อดีตประธานสภาคณาจารย์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่มีความสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ทางจิตมากผู้หนึ่ง และเป็นสมาชิกตลอดชีพของสมาคมค้นคว้าทางจิตฯ เหมือนผู้เขียน ขอให้ผู้เขียนช่วยสรุป และเผยแพร่เรื่องนี้ให้แก่ผู้สนใจได้ทราบด้วย ผู้เขียนได้รับปากว่าจะรีบสรุป และเขียนสิ่งที่ได้รับฟังมา และรีบ Mail ให้สมาชิกชมรมศาสนาและการกุศลทุกคนได้รับทราบโดยเร็วต่อไป บทความนี้จึงได้ผลิตออกมาเผยแพร่ในทันที

- หากช่วง 11 – 29 ตุลา 48 มีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ดร.กัญจีราฯ ก็มีชื่อเสียงดังระเบิดเถิดเทิงกันแน่ในคราครั้งนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านทุกท่าน ก็จะได้ทราบผลกันในเร็ววันนี้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือมั่วนิ่ม

- ดร.กัญจีราฯ เล่าให้ฟังว่า ขอให้ติดตามดูสถานการณ์ ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลา 48 เป็นต้นไป ท่านว่าจะมีภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงเกิดขึ้นในเมืองไทย

11 ตุลา 48 จะมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย

13 – 14 ตุลา 48 จะเกิดคลื่นสึนามิอีกครั้ง

18 ตุลา 48 จะมีน้ำป่าเข้าท่วมบ้านเรือน และมีน้ำท่วมขัง 2 สัปดาห์

21 – 23 ตุลา 48 จะมีแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ จะมีรถติดวินาศสันตะโร

ให้ระวังเขตอันตรายย่านหัวลำโพง ปทุมวัน มาบุญครอง เขตดินแดง และแถวรัชโยธิน จะมีเรื่องร้ายแรงเสียหายเกิดขึ้นที่เกิดจากแผ่นดินยุบหรือไหวตัว

29 ตุลา 48 อาจมีพายุทอนาโดเข้ามาทางอ่าวไทย

- ดร.กัญจีราฯ ท่านบอกว่า ช่วง 11 – 29 ตุลา 48 ไม่ว่าภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ล้วนมีผลกระทบทั้งประเทศ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากและน้อยที่ต้องเตรียมรับมือ

1) ภาคใต้ นครศรีธรรมราช (หนักสุด) รองๆลงมาคือ สุราษฎร์ พังงา และชุมพร
2) ภาคตะวันตก ราชบุรี (หนักสุด) รองๆลงมาคือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และ สมุทรสาคร
3) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (หนักสุด) รองๆลงมาคือ ปทุมธานี นครปฐม ชัยนาท และพิษณุโลก
4) ภาคอีสาน หนองคาย (หนักสุด) รองๆลงมาคือ ขอนแก่น อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด
5) ภาคเหนือ เชียงราย (หนักสุด) รองๆลงมาคือ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ และตาก

- ดร.กัญจีราฯ เล่าว่า อุทกภัยครั้งนี้ จะมีความรุนแรงมากกว่าช่วง 500 ปี ที่ผ่านมาก็แปลว่า ครั้งนี้จะต้องหนักมากกว่าทุกครั้งที่ท่านเคยเห็นเคยพบในช่วงชีวิตของท่าน แต่ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะถึงระดับเช่นว่าคงต้องติดตามดูครับ

- ในช่วงปลายตุลา ถึงต้น พฤศจิกา 48 ต้องงดไปลอสแองเจลลิส และนิวยอร์ค เพราะสหรัฐอเมริกาจะโดนพายุใหญ่ 2 ลูกถล่มที่ 2 เมืองนี้นั่นเอง

- เนื้อหาสาระที่รับฟังมา แม้จะมิได้บันทึกเทปไว้ แต่คิดว่าจำมาได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 หากคลาดเคลื่อน ท่านที่ฟังมาพร้อมกัน ช่วยบอกเพิ่มให้ผู้เขียนทราบด้วย จักขอบคุณมาก

- ถ้ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ต้องยกประโยชน์และปรบมือขอบคุณ แก่ดร.กัญจีรา กาญจนเกศ โดยผู้เขียนจะได้ติดตามข่าวสารจากท่านผู้นี้มานำเสนอท่านผู้อ่านเป็นระยะๆต่อไป แต่ถ้าไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นในช่วง 11 – 29 ตุลา 48

ก็ต้องกล่าวโทษ ดร.กัญจีราฯ และก็คงไม่มีข่าวสารจากท่านผู้นี้อีกต่อไป เว้นแต่มีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือและมีเหตุปัจจัยสนับสนุนที่มากเพียงพอ แต่ทั้งนี้ และทั้งนั้น จะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ก็ให้ถือเป็นเรื่องการซ้อมรับมือเหตุร้ายแรงดังกล่าว ซึ่งในระบบป้องกันความปลอดภัย หรือแม้แต่ระบบป้องกันอัคคีภัย ก็ยังมีการซ้อมดับไฟก่อนเกิดไฟไหม้จริง

ก็ขอให้ท่านผู้มีโอกาสอ่านบทความชิ้นนี้ทาง Mail ทุกท่าน โปรดใช้เป็นโจทย์การบ้านว่า “ถ้ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่พักอาศัยของท่านใน 1 – 2 สัปดาห์ข้างหน้า ท่านจะป้องกันความเสียหายได้อย่างไรบ้าง หรือให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด” อย่างไรก็ตาม เหตุร้ายแรงที่ ดร.กัญจีราฯ บอกกล่าวนี้ ยังไม่ถึงระดับมหันตภัยที่แท้จริง หากมีเกิดขึ้น ก็เป็นเพียงเหตุร้ายแรงระดับเล็ก ถ้าจะเทียบกับเหตุการณ์ในปี 2551 ทั้งนี้ผู้เขียนมิได้ยอมรับ และมิได้ปฏิเสธว่า ช่วง 11 – 29 ตุลา 48 จะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นหรือไม่ช่วงนี้ เขียนตามที่ฟังมาจากดร.กัญจีราฯ

สำหรับข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากผู้เขียน : ถ้าจะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นจริง

1. กรุณาช่วยตรวจความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน ประตู หน้าต่าง หลังคา ต้นไม้ใหญ่ สายไฟ สายโทรศัพท์ ป้ายโฆษณา ฯลฯ ซึ่งอาจหลุด อาจตกหล่น อาจล้มทับ ที่อยู่อาศัยของท่านหรือสถานที่ท่านพักอาศัย เพราะลมพายุพัดใส่ ท่านต้องตรวจตราดูแลกันสักหน่อยนะครับ หากไม่มั่นคงต้องซ่อมด่วน ต้องป้องกันก่อนครับ

2. ฝาท่อระบายน้ำหน้าบ้าน หลังบ้าน ในซอย และบริเวณถนนหน้าบ้าน / หลังบ้าน อุดตันเพราะฝุ่นผง และขยะ หรือไม่ หากมีการทำท่อระบายน้ำใหม่ กรุณาอย่าประมาทเพราะอาจทำฉาบฉวย มีรางบนถนน แต่มิได้เชื่อมกับตัวท่อระบายน้ำ และถังพักน้ำจริง โปรดตรวจตรา หาไม้แยงดู หากติดตัน แจ้งสำนักงานระบายน้ำ หรือสำนักผู้ว่า กทม. หรือสำนักงานเขตจัดการลอกขยะออกโดยเร็วต่อไป

3. ถ้าน้ำท่วมมากจนรถนำออกจากบ้านไม่ได้ ท่านมีแม่แรงไว้ยกรถหรือยัง มีอิฐบล็อค หรือขอนไม้ใหญ่ หรือเหล็กค้ำยันไว้รองดันให้รถลอยสูงหนีน้ำหรือยัง ถ้าสมมุติน้ำจะท่วมสูง 1 เมตร เข้ามาในบ้านท่าน คิดเผื่อกันเหนียวหน่อยจะดีไหม ? สิ่งของที่วางอยู่บนพื้น หากน้ำท่วมถึงจะเสียหายได้ หาทางเคลื่อนย้ายไปไว้ชั้นบนบ้าน หรือเก็บไว้ในที่สูงเกิน 1 เมตรจะดีไหม (ของใครของมัน ตัดสินใจกันเอาเอง ของใช้ของใคร ก็ต้องดูแลกันเอาเองครับ)

4. จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ตั้งสติกันให้มากหน่อย ถ้าจะไม่อยู่ในกรุงเทพฯ ชั่วคราว ครอบครัวของท่านจะไปไหนกัน ปรึกษาหารือ พูดคุยกันก่อนถึง 11 ตุลา 48 จะดีไหมครับ

5. ถ้าช่วง 11 – 29 ตุลา 48 หากมีเหตุร้ายเกิด

ขึ้นจริง แต่ละคนในครอบครัว ไม่ควรนัดรวมพลพร้อมกันที่บ้านเก่า มิฉะนั้น อาจต้องกลับบ้านเก่า (บ้านเก่า เป็นคำสะแลง หมายถึง ตาย) และต้องระวังวิกฤติจราจร แม้มีน้ำมันเต็มถัง แต่วิ่งได้เพียง 4 – 5 กิโลเมตร น้ำมันอาจหมดถังได้ เพราะรถมันไม่เคลื่อนที่ รถอาจติดกันเหมือนแตงเมก็ได้ ถ้าใช้เวลา 1 ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางเพียง 100 เมตร มิใช่ 100 กิโลเมตร แล้วผลเป็นเช่นไร ท่านคงคาดเดาได้ หากรถคันข้างหน้าเรา เขาตัดสินใจทิ้งรถแล้วออกเดิน รถเขาจึงจอดขวางทางคนขับรถคันอื่นก็ทำตาม หากเราอยู่คันหลังๆ จะแซงได้อย่างไร

เพราะบนท้องถนนไม่มีที่ว่างเปล่า มีรถจอดติดทุกช่องทางจราจร และรถอีกส่วนหนึ่งก็ปฏิบัติฝ่าฝืนกฎจราจร โดยมีปรากฏให้เห็นในถนนทุกสาย ถนนที่ให้รถวิ่งทางเดียว จะมีรถวิ่งสวนทางย้อนศร ถนนที่กำหนดให้วิ่ง 2 ทางจราจร จะมีรถเบียดแซงเป็น 3 – 4 ช่องทางจราจร ในบางแยกจึงมีการจอดประจันหน้ากัน เดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ รถย่อมเคลื่อนที่ไม่ได้ กรุณาจินตนาการดูครับ อย่าคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น คิดเป็นการบ้านเผื่อไว้ก่อน (วันนี้ ท่านอาจด่าว่าผู้เขียนว่า ไอ้บ้า เขียนข่มขู่ผู้คนให้ตื่นตระหนกกลัวอีกแล้ว ความจริงเป็นภาพที่ ผู้ยืนยันว่าเห็นชัดในปี 2551 แต่จะซ้อมคิดในปีนี้ก็ไม่น่าจะเสียหาย และต่อไปท่านอาจจะตระหนักได้ว่าไม่น่าที่จะไปด่าเขาเลย อย่างน้อยก็มีประโยชน์ที่เขาแนะนำสิ่งที่ดีๆให้ก่อน)

6. ในวันนี้กรุณาทำการสำรวจทรัพย์สินที่มีค่าของท่าน ของรักของหวงของท่านคืออะไร อยู่ที่ไหน จัดทำรายการบัญชีไว้ จะดีไหม จะนำไปด้วย หรือทิ้งไว้ก่อน ของชิ้นเล็กของที่มีน้ำหนักน้อย ของที่มีค่ามาก ควรนำติดตัวไป ของใหญ่ของหนัก ของที่มีภาระมาก จำต้องทิ้งไว้ก่อน มิฉะนั้น ท่านอาจะต้องนำไปทิ้งระหว่างทาง หรือถูกชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ระหว่างเดินทางก็ได้ คิดเผื่อไว้สักนิดจะดีไหม

7. ความจริงไม่อยากแนะนำให้เอาอาวุธติดตัวไปด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดการฆ่าฟันกัน แต่ช่วงวิกฤติดังกล่าว จะมีสมุนพญามาร และสมุนซาตานออกอาละวาด จะเป็นช่วงที่มีการ ลัก – วิ่ง – ชิง - ปล้น กันหนัก (ลัก คือ ลักทรัพย์, วิ่ง คือ วิ่งราวทรัพย์,ชิง คือ ชิงทรัพย์, ปล้น คือ ปล้นทรัพย์) นอกจากนั้น ก็จะมีการข่มขืนและฆ่า ในช่วงวิกฤติติดตามมา จึงจำใจต้องแนะนำ “ให้หาอาวุธ ไว้ป้องกันตนเองและครอบครัว” ขอย้ำว่า “ให้หาอาวุธไว้ป้องกันตนเองและครอบครัว มิใช่หาอาวุธให้ไปชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ผู้ใด”

- ผู้ที่มีอาวุธปืน หากไม่เคยยิงเลย ระวังกระสุนด้าน ปืนอาจขัดลำกล้อง ในเวลาจำเป็นต้องใช้ก็อาจเป็นได้ ให้ไปทดลองฝึกยิงดูสักหน่อย เปลี่ยนกระสุนใหม่สักนิด

- ผู้ที่ไม่กล้าใช้ปืน จะหามีด หาไม้ เอาไว้ใกล้มือที่จะหยิบฉวยมาป้องกันตนเอง และครอบครัวได้ ก็ควรมีไว้ในช่วงวิกฤติ หากประมาทแล้วจะเสียใจ จะหาว่าไม่บอกกล่าวเล่าเตือนไม่ได้นะครับ (จะอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ช่วง 11 – 29 ตุลา 48 ยังมิใช่เหตุร้ายแรงระดับมหันตภัยในระดับน่ากลัวมากนัก หากเกิดมีขึ้นจริงตามที่ดร.กัญจีราฯ เล่าให้ฟังก็ถือว่าเป็นการซ้อมรับมือปี 2551 ก็ไม่น่าจะเสียหายมากนัก)

7. ปัจจัย 5 หาเตรียมไว้บ้าง ก็น่าจะดี ปัจจัย 4 เป็นที่ทราบอยู่แล้ว คือ อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค สำหรับปัจจัยที่ 5 คือ น้ำมัน หรือพาหนะที่จะใช้เดินทางเคลื่อนที่

8. ปัจจัยแรก อาหาร หมายรวมถึง น้ำดื่มด้วย และหมายรวมถึงอุปกรณ์นอกจากอาหารสด อาหารแห้งแล้ว เครื่องครัว ข้าวสาร อาหารแห้ง และแก๊สหุงต้มด้วย ระวังมีแต่ถัง แต่แก๊สหมด อาจเกิดขึ้นได้ ตรวจดูหน่อยจะเป็นไร ฯลฯ

9. ปัจจัยที่สอง เครื่องนุ่งห่ม นอกจากเสื้อผ้าแล้ว รวมถึงเครื่องนอนด้วย ในช่วงที่ไปอยู่ในที่อื่น ที่มิใช่บ้านอยู่อาศัยของตนเอง เสื้อผ้า ไม่ควรเป็นชุดหรูหราสวยงาม แต่ควรเน้นชุดธรรมดาๆ สวมใส่สบาย ให้ความอบอุ่นได้ดีก็พอแล้ว

10. ปัจจัยที่สาม ที่อยู่อาศัย นอกจากเป้าหมายสุดท้ายที่เป็นเป้าหมายหลักที่นัดหมายบุคคลในครอบครัวไปพบและพักอยู่ร่วมกันในยามวิกฤติแล้ว หมายรวมถึง จุดนัดพบระหว่างทางจุดที่ 1, 2, 3 หากพลาดนัดจุดที่ 1 กี่ชั่วโมง ไปพบจุดที่ 2, 3 เป็นต้น เพื่อมิให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางไกลมากนัก และเพื่อมิให้เป็นกังวลตลอดระยะเวลาการเดินทาง ซึ่งไม่ต้องถูกถ่วงเวลาด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดวินาศสันตะโร (ไฟฉาย / ไม้ขีด ก็ควรมีไว้ใช้ในยามจำเป็น) (ช่วง 11 – 29 ตุลา 48 ไม่น่าถึงระดับวิกฤติถึงขนาดต้องอพยพ โยกย้าย เว้นแต่บางพื้นที่ ซึ่งเป็นแอ่งรับน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลผ่าน ก็คงจะจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายที่หลับนอนเป็นการชั่วคราว แต่ไม่นานนัก)

11. ปัจจัยที่สี่ ยารักษาโรค นอกจากยาสามัญประจำบ้านพื้นฐาน และเวชภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็นแล้ว ผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ต้องเตรียมปริมาณยาให้มากพอสัก 1 เดือน

12. ปัจจัยที่ห้า น้ำมันเติมยานพาหนะเพื่อการเดินทาง ต้องเติมเต็มถังไว้ทุกวันในช่วงที่มีความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง และควรมีถัง 20 ลิตร ไว้สำรองเติมน้ำมันเพิ่มสัก 1 – 2 ถัง ก็น่าจะดี เพราะปั๊มน้ำมันต่างๆ จะขายน้ำมันหมด รถน้ำมันมาส่งไม่ทันความต้องการของประชาชน และสภาพการจราจรทุกสายในกรุงเทพฯ เข้าสภาวะจราจล รถเคลื่อนตัวช้ามากๆ

13. จะอย่างไรก็ตาม นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เรามาฝึกฝนตน ลด ความโลภ ความโกรธ ความหลงให้น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ฝึกทำความเข้าใจในสามัญลักษณะ หรือลักษณะสามัญตามธรรมชาติ คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา หรือทุกสิ่งไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็แปรเปลี่ยน ในที่สุดก็สูญสลาย ทนอยู่ในสภาพเดิมโดยตลอดมิได้ แท้จริงเป็นสิ่งสมมุติทั้งสิ้น ปล่อยวางสิ่งต่างๆลงบ้างจะดีไหม

เพิ่ม เมตตา มีความปรารถนาให้คนอื่นมีความสุข
เพิ่ม กรุณา มีความปรารถนาให้คนอื่นพ้นทุกข์
เพิ่ม มุทิตา มีความปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดี / ยินดีที่ผู้อื่นได้ดีกว่า
เพิ่ม อุเบกขา มีใจเป็นธรรมมากขึ้น
เพิ่ม การกระทำความดีทุกรูปแบบ ทุกเวลา ทุกสถานที่ เพื่อให้มีจิตวิญญาณที่ดี
เพิ่ม ความกตัญญู กตเวทีต่อคุณพ่อคุณแม่ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน

เพิ่ม ความมีศีล 5 ให้ได้หลายชั่วโมงในวัน และให้ได้นานวันมากกว่าเดิม
เพิ่ม การสวดมนต์ / การทำสมาธิภาวนา การทำวิปัสสนาภาวนา และการทำเมตตาภาวนา (แผ่อุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่น สัตว์อื่น)

เพิ่ม หิริ โอตตัปปะ / ละอายที่จะทำชั่ว กลัวบาป - ทั้งหมด เป็นการให้

คำแนะนำเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ แก่ท่านผู้อ่าน ท่านใดมีสิ่งที่จะแนะนำเพิ่ม ช่วยส่งข่าวมาให้ผู้เขียนด้วยครับ โดยส่งทาง E-Mail ที่ mkrichti@ktb.co.th target=_blank>mkrichti@ktb.co.th โทรสารที่ 0-2256-8320, 0-2423-0505

สิ่งที่ว่ามาในข้อแนะนำ 13 ข้อนี้ ดร.กัญจีราฯ มิได้แนะนำ ผู้เขียนเป็นผู้แนะนำเอง ผิด – ถูก ผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

- ดร.กัญจีราฯ แจ้งข่าวดีว่า ในปี 2552 ประเทศไทย จะเป็นมหาอำนาจในเอเซียอาคเนย์ หรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศต่างๆ ทางตะวันออกของโลก จะย่างเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู (ประเทศต่างๆในทางตะวันตกของโลก ก็จะเข้าสู่ยุคถดถอย หรือยุคเสื่อมถอย และหมดสภาวะเป็นผู้นำของโลก)

- ดร.กัญจีราฯ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนช่วยกันสวดมนต์ ตามบทสวดแผ่เมตตาของหลวงปู่ทวด นับแต่วันนี้ ไปถึงเดือนกรกฎาคม 2549 หากตั้งใจสวดในช่วงเวลา 10.45 – 11.15 น. หรือ 22.45 – 23.15 น. ทุกวันธรรมสวนะ หรือทุกวันพระ จะเกิดคลื่น “พลังพิเศษ” ซึ่งจะเป็นคลื่นช่วยสลายพลังเลวร้าย และช่วยให้ผู้สวดและครอบครัว แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆได้ แต่ถ้านัดหมายรวมตัวกันสวดเป็นหมู่คณะได้ ยิ่งจะเกิดพลังพิเศษมากขึ้น เป็นคลื่นพลังพุทธานุภาพ และจิตตานุภาพ ช่วยขับไล่พลังร้ายให้อ่อนตัวลง

ในช่วงเวลา 10.45 – 11.15 น. หรือ 22.45 – 23.15 น. เป็นช่วงที่เหมาะแก่การสวดมากที่สุด เพราะเป็นช่วงรอยต่อของมิติเวลา โดยการแผ่เมตตาตามบทสวดของหลวงปู่ทวด และทำสมาธิต่อจากนั้นสักเล็กน้อย เพื่อลดแรงอาฆาตของเจ้ากรรมนายเวรจากนรกภูมิ และพญามารจากสวรรคภูมิ (สวรรค์ชั้นสูง)

อานุภาพการสวดฯ ต้องเปล่งเสียงดังให้หนักแน่น จะทำให้เกิดพลังพุทธานุภาพ และจิตตานุภาพมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าผู้สวดเป็นบุคคลที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีจิตใฝ่กุศล รักษาศีลมั่นคงจะก่อให้เกิดพลังรักษาชาติบ้านเมืองได้ ช่วยให้สังคม มีความสงบ และมีสันติสุขได้ แต่ทั้งนี้ผู้เขียนเชื่อว่าย่อมต้องมีผู้ไม่เชื่อถือว่ามีผลเช่นดังว่า อีกทั้งยังต่อต้านค่อนแคะในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางลับ และเปิดเผย เรียกว่าเป็นตัวฉุดรั้งและต่อต้าน ซึ่งทำให้ผู้ที่มุ่งหวังจะกระทำความดี เพื่อช่วยสังคมและประเทศชาติอ่อนแรง และไม่สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก็น่าวิตกพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอสนับสนุนให้ท่านผู้อ่าน กรุณาหาเวลาชวนกันมาสวดแผ่เมตตาตามบทสวดดังต่อไปนี้ ในเวลา 22.45 – 23.15 น. อย่างน้อยก็ช่วยให้เกิดการคุ้มครองแก่ผู้สวด และครอบครัว แต่ถ้าท่านผู้อ่านที่ได้รับ Mail เรื่องนี้ ปัจจุบันมิได้ประกอบอาชีพเป็นลูกจ้าง หรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นข้าราชการประจำ สามารถที่จะจัดสรรเวลาในช่วง 10.45 – 11.15 น. ได้อีก 1 ช่วงเวลา ก็ขอให้สวดเพิ่ม และทำสมาธิจิตในช่วงเวลาดังกล่าวอีก 1 ช่วงเวลา ซึ่งผู้เขียนก็ขอร่วมอนุโมทนาบุญกุศลกับท่านด้วย เพราะ 2 ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ถือว่า เป็นช่วงรอยต่อของมิติเวลา เป็นช่วงที่มีพลังแรงมาก

ท้ายที่สุดนี้ ขอกราบเรียนเชิญท่านผู้อ่านทุกท่านและครอบครัว รวมทั้งญาติสนิทและมิตรสหาย ขอให้มาร่วมด้วยช่วยกัน ในการสวดโดยเปล่งเสียงดังว่า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท-ธัสสะ (3 จบ)
นะโม โพธิ สัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (3 จบ)
เประมัง ธัมมัง สังฆัง
ประมัง ธัมมัง สังฆัง
ปรมัง ธัมมัง สังฆัง
เสสัง ธัมมัง สังฆัง

กะริยานัง อัตโน โหนตุ
(สวดทั้งหมด 3-11จบ)


สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงไปสู่ภพภูมิที่ดีที่ชอบเถิด

จากนั้นนั่งสมาธิสักครู่ เป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยความปรารถนาดี
จาก นายมงคล กริชติทายาวุธ
ประธานชมรมศาสนาและการกุศล

หมายเหตุ : หากท่านใดต้องการรับข่าวสารชมรมศาสนาและการกุศล บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฟรีทางจดหมายอิเล็คโทรนิค E-Mail ซึ่งท่านจะได้รับข่าวสารก่อนการจัดทำเป็น CD แจกฟรี

โปรดแจ้งมาที่ E-Mail : mkrichti@ktb.co.th mkrichti@ktb.co.th หรือ โทร. 0-2208-7600, 0-2208-7601 โทรสาร. 0-2256-8320 หรือ 0-2256-8322

nut_20036
06-08-2010, 11:12 AM
แผ่นดินไหวเขย่าพม่า5.0ริคเตอร์
เกิดแผ่่นดินไหวขนาด 5.0 ริคเตอร์ในประเทศพม่า เมื่อเวลา 01.17 น. ตามเวลาในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผลกระทบต่อประเทศไทย

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 01.17 น.ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.0 ริคเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกจากระดับผิวดิน 33 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผลกระทบต่อประเทศไทย.

เกษม
06-08-2010, 11:28 AM
แผ่นดินไหวเขย่าพม่า 5.0 ริคเตอร์

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1078053&stc=1&d=1041360925

เกิดแผ่่นดินไหวขนาด 5.0 ริคเตอร์ในประเทศพม่า เมื่อเวลา 01.17 น. ตามเวลาในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผลกระทบต่อไป...

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 01.17 น.ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.0 ริคเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกจากระดับผิวดิน 33 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผลกระทบต่อประเทศไทย

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553

อุทกภัยปากีสถาน เดือดร้อนกว่า 4 ล้านคน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1078054&stc=1&d=1041360925

ยูเอ็นแจง เหตุน้ำท่วมหนักที่ปากีสถาน ชาวบ้านกว่า 4 ล้านคนได้รับผลกระทบ ล่าสุดรถโดยสารพุ่งตกแม่น้ำเชี่ยวกราด ทางตะวันออกของประเทศ เสียชีวิต 20 คน...

สหประชาชาติระบุเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ปากีสถาน ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเดือดร้อนมากกว่า 4 ล้านคน สถานการณ์เลวร้ายย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทั้งยังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งถึงราว1,500 คน

นอกเหนือจากนี้ มีรายงานเหตุรถโดยสารพุ่งตกแม่น้ำเชี่ยวกรากในทางภาคตะวันออก คร่าชีวิตผู้โดยสารอย่างน้อย 20 ราย ส่วนเหตุไฟไหม้ป่าในรัสเซียครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ คร่าชีวิตผู้คนแล้ว 50 ราย

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553

'บีพี' หยุดน้ำมันรั่วถาวร เร่งจำกัดคราบอ่าวเม็กซิโก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1078056&stc=1&d=1041360925

"บีพี" อ้างกระบวนการ "Static kill" ปิดปากบ่อน้ำมันได้ถาวร ไม่รั่วไหลสู่อ่าวเม็กซิโก ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯเผย กำจัดคราบได้ 3 ใน 4 ของทั้งหมดแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า บริษัทนำมัน "บีพี" อ้างว่า สามารถหยุดน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จากกระบวนการปิดปากบ่อน้ำมันถาวร "Static kill" ที่ได้ผลค่อนข้างน่าพึงพอใจ

ความพยายามล่าสุด บีพีใช้การฉีดอัดโคลนเข้าไปปิดปากบ่อ ซึ่งกินเวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง สำหรับตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการประเมินว่า ต้องฉีดซีเมนต์เข้าไปในบ่อเพิ่มด้วยหรือไม่ ด้านรัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่า สามารถจัดการคราบน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้แล้ว 3 ใน 4 ของทั้งหมด ซึ่งเป็นผลจากการเผาทำลาย และใช้เรือขนาดใหญ่ดูดน้ำมันเข้าไป และปล่อยน้ำบริสุทธิ์กลับออกมา รวมไปถึงการระเหยตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน

ขณะที่หัวหน้าศูนย์บริหารการแห่งมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ เผยถึงวิกฤติน้ำมันรั่วไหลครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ว่า อาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาว แม้บีพีสามารถอุดน้ำมันรั่วได้อย่างถาวรแล้วก็ตาม

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553

สื่อเทศวิพากษ์ โผทหาร เสริมแกร่ง 'มาร์ค'

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1078055&stc=1&d=1041360925

สื่อต่างชาติวิพากษ์ "โผทหาร" อาจกระทบแผนปรองดองไทย แต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้นายกฯอภิสิทธิ์ อาจเห็นการประกาศยืดเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การใช้กำลังกลุ่มผู้ประท้วงมากขึ้น ...

สำนักข่าวรอยเตอร์ เสนอบทวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อแต่งตั้ง และโยกย้ายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่เหล่าทัพต่างๆ ระบุว่าเมื่อพิจารณาโผแต่งตั้งนายทหารที่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ดูเหมือนนายทหารฝ่ายอิงกับกลุ่มชนชั้นสูงและต่อต้านรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรและกลุ่มคนเสื้อแดงจะได้รับตำแหน่งสำคัญๆ กันถ้วนหน้ารวมทั้งเก้าอี้ ผู้บัญชาการกองทัพบก

นายจาค็อบ แรมซีย์ นักวิเคราะห์ "คอนโทรล ริสค์" บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของอังกฤษระบุว่า การแต่งตั้งกลุ่มคนดังกล่าว ทำให้โอกาสร้างความปรองดองของรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงริบหรี่ลงรวมทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งให้นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งอาจเห็นการประกาศยืดเวลาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และการใช้กำลังกลุ่มผู้ประท้วงมากขึ้น อันเป็นการส่งข้อความแข้งกร้าว แสดงถึงความอดทนต่อกลุ่มคนเสื้อแดงเหลือน้อยลง

ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

sindea
06-08-2010, 01:43 PM
แล้วจะทำเองได้อย่างไรครับ

อ้างอิงจาก กระทู้ของคุณ KANANUN

http://board.palungjit.com/f178/d-i-y-มาทำเครื่องทำน้ำมนต์ที่บ้านกันดีกว่า-121412.html

Falkman
06-08-2010, 02:29 PM
น้ำแข็งที่ขั้วโลกใ้ต้เพิ่มปริมาณสูงขี้น (http://www.truth4thai.org/node/184)

<!-- start node-forum.tpl.php -->


http://www.truth4thai.org/sites/default/files/pictures/picture-1.jpg (http://www.truth4thai.org/user/1)




ปริมาณภูเขา น้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้กำลังสูงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ในขณะที่ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือก็กำลังลดลงต่ำสุดในรอบหหลายสิบปีเช่นกัน





http://climateinsiders.files.wordpress.com/2010/06/antarcticarcticsteepestslopeever.jpg?w=510&h=344


ผู้่ที่สนใจสามารถอ่านบทความต่อได้ที่นี่
Sea Ice News #11 | Watts Up With That? (http://wattsupwiththat.com/2010/06/28/sea-ice-news-11/)

doodee1
06-08-2010, 06:39 PM
วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:53 น. ข่าวสดออนไลน์


พายุถล่มอยุธยา ต้นมะขาม 200 ปี ล้มทับโบสถ์เก่าแก่

<STYLE> P { margin: 0px; } </STYLE>
วันที่ 6 สิงหาคม 53 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พระพยุง จิตตปาโล อายุ 64 ปี พระลูกวัด ว่าที่วัดโบสถ์ ม.2 ต.เจ้าปลุก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ติดแม่น้ำลพบุรีถูกต้นไม้หักโค่นล้มทับ พระอุโบสถเก่าแก่ของวัด จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า พระอุโบสถที่ถูกต้นไม้ทับ มีการบูรณะใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ถูกต้นมะขามขนาดใหญ่ 3 คนโอบ อายุกว่า 200 ปี หักโค่น เพราะแรงลมพายุเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จนล้มทับพระอุโบสถด้านหน้าจนได้รับความเสียหายโดยเฉพาะหลังคาพระอุโบสถ คานเสาหน้า ใบระกา กระเบื้องหลังคาแตก เสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่า กำแพงแก้ว และเจดีย์ราย ถูกต้นไม้ล้มทับได้รับความเสียหาเช่นกัน

พระพยุง จิตตปาโล กล่าวว่า วัดนี้เก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาติดแม่น้ำลพบุรี พระอุโบสถหลังนี้มีการบุรณะใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 100กว่าปีที่ผ่านมา รูปแบบพระอุโบสถสวยงามคล้ายกับที่วัดสุวรรณดาราราม จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนต้นมะขามขนาดใหญ่ดังกล่าวเก่าแก่คู่กับวัดมานานคาดว่าจะมีอายุประมาณ 200 ปี เมื่อล้มลงมาแล้วพบว่าโคนต้นเป็นโพรง เมื่อคืนมีลมพายุพัดแรงทำให้ต้นมะขามไม่สามารถทานแรงลมพายุจึงหักโค่นลงมาทับพระอุโบสถ ค่าเสียหายในการบูรณะประเมินจากสายตาน่าจะกว่า 2 ล้านบาท ทางวัดเตรียมจะทำเร่องถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้เข้ามาช่วยเหลือเพราะลำพังวัดยังไม่พร้อมต้องขอความร่วมมือและแรงศรัทธาจากประชาชนมาช่วยเหลือ

ต่อมานายดำรงค์ นาประสิทธิ์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลโรงช้าง อ.มหาราช ไนำกำลังเข้ามาตรวจสอบพร้อมทั้งใช้เครื่องมือจักรกลเพื่อตัดต้นมะขามที่ล้มทับออก ส่วนเรื่องความเสียหายเบื้องต้นจะรายงานให้กับผู้บริหารเทศบาลได้เข้ามาช่วยเหลือ นอกจากความเสียหายของพระอุโบสถแล้ว ยังมีบ้านเรือนประชาชนเสียหายอีกหลายหลัง และต้นไม้ข้างทางถนนในเขตเทศบาลหักโค่นตลอดเส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการเก็บแก้ไขให้พ้นจากผิวถนนแล้ว

http://www.khaosod.co.th/online/2010/08/12810740761281074155l.jpg

บึงกาฬจัดแข่งเรือ ประเดิมฉลองเป็นจังหวัดใหม่

<STYLE> P { margin: 0px; } </STYLE>
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 ส.ค.53 นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ นายอำเภอบึงกาฬ กล่าวถึงมติการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดใหม่ที่ 77 ของประเทศไทย ว่า หลังจากที่ทราบมติ ครม.แล้ว ประชาชนชาวบึงกาฬทุกคนต่างพากันยินดีกันถ้วนหน้า เนื่องจากเป็นความพยายามเรียกร้องจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา

ในวันที่ 10-12 ก.ย.นี้ อำเภอบึงกาฬจะจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีที่ 11 ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาชมการแข่งขันเรือยาวเป็นประจำทุกปี โดยชาวบึงกาฬเห็นว่าจะถือเอางานแข่งเรือนี้เป็นงานฉลองจังหวัดใหม่งานแรก ถือเป็นการจัดงานส่งท้ายอำเภอบึงกาฬ และเป็นงานแรกของจังหวัดบึงกาฬ ก่อนที่จะมีการจัดงานฉลองใหญ่หลังจากเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬผ่านการพิจารณาในทุกขั้นตอนแล้ว หลังจากนั้นก็จะเดินหน้าสร้างจังหวัดบึงกาฬ ทั้งด้านสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสถานที่ และการจัดตั้งองค์กรต่าง ๆ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมการเป็นจังหวัดทุกประการ

http://www.khaosod.co.th/online/2010/08/12809189321280938493l.jpg

เตือนฝนตกหนักระวังน้ำป่าทะลัก เที่ยวภาคอีสานตอนล่าง-"เขาใหญ่"อันตราย



นครราชสีมา - นายวัลลภ เทพภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์นี้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านประเทศไทยตอนบน และในช่วงวันที่ 6-8 ส.ค. ร่องมรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนนี้มีกำลังอ่อนลง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังแรงตลอดช่วง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นอยู่ในเกณฑ์เกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในระยะแรก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในระยะหลังมีฝนลดลงอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไปและฝนตกหนักบางแห่งข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากตลอดช่วง ส่วนชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือไว้ด้วย

"ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และแหล่งท่องเที่ยวในเขตจังหวัดอีสานตอนล่างไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีอาณาเขตในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี และอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา อุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.เทพสถิต และน้ำตกตาดโตน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากประชาชนในพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 สายด่วนนิรภัย 1784" นายวัลลภ กล่าว

โรคไข้เลือดออก ระบาดสองแคว



พิษณุโลก - นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในช่วงนี้เกิดฝนตกบ่อยครั้ง ทำให้สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยระบาด ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 2 ส.ค. พบว่ามีผู้ป่วยทั้งสิ้น 326 คนใน 9 อำเภอ คิดเป็นอัตราป่วย 38.54 ต่อแสนประชากร อำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.เนินมะปราง อ.นครไทย และ อ.พรหมพิราม แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีการระบาดของโรคฉี่หนูในจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย ถึงแม้จะไม่ร้ายแรง แต่ก็พบผู้ป่วยแล้ว 31 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 3.67 ต่อแสนประชากร ซึ่งโรคฉี่หนูที่พบมากที่สุด คือ ที่ อ.ชาติตระ การ อ.นครไทย และ อ.วัดโบสถ์ จึงขอเตือนพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่เสี่ยงต่อโรคฉี่หนูมากกว่าอาชีพอื่น หากพบเท้าเป็นแผลหรือต้องแช่น้ำมาก ต้องรีบล้างเท้าให้สะอาดทันที เพื่อป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว

GUYTHUM
06-08-2010, 11:31 PM
YouTube - &#x202a;Nuclear explosion Nükleer Felaket&#x202c;&lrm;

nut_20036
07-08-2010, 07:34 AM
<TABLE style="FILTER: progid:DXImageTransform.Microsoft.Gradient(startColorStr=#C0FFFFCC, endColorStr=#10FFFFFF, gradientType=0)" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="98%"><TBODY><TR><TD style="BORDER-LEFT: gray 1px solid; BORDER-RIGHT: gray 1px solid" width="100%" colSpan=3 align=middle>ประกาศเตือนภัย
"ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง "
ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 07 สิงหาคม 2553
</TD></TR><TR><TD style="BORDER-LEFT: gray 1px solid; PADDING-BOTTOM: 10px; PADDING-LEFT: 10px; PADDING-RIGHT: 10px; BORDER-RIGHT: gray 1px solid; PADDING-TOP: 10px" width="100%" colSpan=3 align=middle> ร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนคาดว่าจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-8 สิงหาคม นี้ไว้ด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ออกประกาศ เวลา 05.30 น.




สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
</TD></TR></TBODY></TABLE>

pmntr
07-08-2010, 09:30 AM
ได้ข่าวนี้กันบ้างหรือยังครับ

ไฟป่าเข้าเขตรังสีนุก! รัสเซียย้ายคลังแสงวุ่น
รัสเซียระทึก ไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี โหมลามพื้นที่บรียานส์ ซึ่งเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีตกค้างจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เมืองเชอโนบิล...

สถานการณ์ไฟป่าในภูมิภาคตะวันตกและกลางของประเทศรัสเซีย รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี และกินเวลามานานกว่าสัปดาห์นั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อ 6 ส.ค.ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างระดมกำลังดับไฟเป็นการด่วน หลังเพลิงเริ่มลุกลามเข้าไปในพื้นที่บรียานส์ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 400 กิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีตกค้างจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เมืองเชอโนบิล ประเทศยูเครน เมื่อ 20 ปีก่อน

นายเซอร์เก โชยกู รมว.รับมือเหตุฉุกเฉิน เผยว่า ขี้เถ้าของต้นไม้และหญ้าที่ปนเปื้อนรังสีจะลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ และอาจทำให้หลายพื้นที่กลายเป็นเขตมลภาวะกัมมันตรังสีแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม นายโชยกูไม่อธิบายไปมากกว่านี้ ระบุเพียงว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ดังกล่าวได้แล้ว 2 จุด ส่วนนางตาเตียนา โกลิโควา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งนี้เพิ่มเป็น 50 ศพ

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงในพื้นที่อาลาบินส์ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 70 กิโลเมตรได้นั้น ส่งผลให้กองทัพต้องขนย้ายกระสุนปืนใหญ่ รวมถึงขีปนาวุธออกจากคลังแสงและนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน พร้อมยอมรับว่ากองทัพเรือสูญเสียฐานส่งกำลังบำรุงและยุทโธปกรณ์ไป 1 แห่ง จากไฟป่า ขณะเดียวกัน สภาพอากาศตามเมืองต่างๆของรัสเซียยังคงร้อนระอุจากคลื่นความร้อน ที่มอสโกวัดอุณหภูมิได้ถึง 40 องศาเซลเซียส

ไฟป่าเข้าเขตรังสีนุก! รัสเซียย้ายคลังแสงวุ่น - ข่าวไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/oversea/101865)

ไม่ต้องมีระเบิดนิวเคลียร์ก็สามารถฟุ้งกระจายไปได้ด้วยวิธีนี้เอง เฮ้อ ไม่น่าเลย

Falkman
07-08-2010, 09:58 AM
ได้ข่าวนี้กันบ้างหรือยังครับ

ไฟป่าเข้าเขตรังสีนุก! รัสเซียย้ายคลังแสงวุ่น
รัสเซียระทึก ไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี โหมลามพื้นที่บรียานส์ ซึ่งเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีตกค้างจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เมืองเชอโนบิล...

สถานการณ์ไฟป่าในภูมิภาคตะวันตกและกลางของประเทศรัสเซีย รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี และกินเวลามานานกว่าสัปดาห์นั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อ 6 ส.ค.ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างระดมกำลังดับไฟเป็นการด่วน หลังเพลิงเริ่มลุกลามเข้าไปในพื้นที่บรียานส์ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 400 กิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีตกค้างจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เมืองเชอโนบิล ประเทศยูเครน เมื่อ 20 ปีก่อน

นายเซอร์เก โชยกู รมว.รับมือเหตุฉุกเฉิน เผยว่า ขี้เถ้าของต้นไม้และหญ้าที่ปนเปื้อนรังสีจะลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ และอาจทำให้หลายพื้นที่กลายเป็นเขตมลภาวะกัมมันตรังสีแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม นายโชยกูไม่อธิบายไปมากกว่านี้ ระบุเพียงว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ดังกล่าวได้แล้ว 2 จุด ส่วนนางตาเตียนา โกลิโควา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งนี้เพิ่มเป็น 50 ศพ

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงในพื้นที่อาลาบินส์ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 70 กิโลเมตรได้นั้น ส่งผลให้กองทัพต้องขนย้ายกระสุนปืนใหญ่ รวมถึงขีปนาวุธออกจากคลังแสงและนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน พร้อมยอมรับว่ากองทัพเรือสูญเสียฐานส่งกำลังบำรุงและยุทโธปกรณ์ไป 1 แห่ง จากไฟป่า ขณะเดียวกัน สภาพอากาศตามเมืองต่างๆของรัสเซียยังคงร้อนระอุจากคลื่นความร้อน ที่มอสโกวัดอุณหภูมิได้ถึง 40 องศาเซลเซียส

ไฟป่าเข้าเขตรังสีนุก! รัสเซียย้ายคลังแสงวุ่น - ข่าวไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/oversea/101865)

ไม่ต้องมีระเบิดนิวเคลียร์ก็สามารถฟุ้งกระจายไปได้ด้วยวิธีนี้เอง เฮ้อ ไม่น่าเลย

ได้ยินอยู่ เห็นว่ารัฐบาลรัสเซียเป็นห่วงมากว่าจะเอาไม่อยู่ เฮ่อ
ดูดิ ประเทศมหาอำนาจใหญ่ๆ โดนภัยพิบัติกันหนักๆ

หนุมาน ผู้นำสาร
07-08-2010, 10:06 AM
YouTube - ‪Nuclear explosion Nükleer Felaket‬‎ (http://www.youtube.com/watch?v=f0uBU409Uxw&feature=related)

*** พรโปรดมวลมนุษย์ จากโลกุตตระ ****

ถึง ผู้มีอำนาจทั้งหลายทั่วโลก

" เราขอประกาศไว้ว่า.......
สถานที่นี้ เอาหลักธรรมของ โลกุตตระ มานำสัตว์ให้หลุดพ้น
เพราะฉะนั้น ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบ
อย่าได้เอาท้องฟ้านี้ เป็นสนามรบ

ถ้าฝ่าฝืน ประเทศใดประเทศหนึ่งฝ่าฝืนโองการของ โลกุตตระ
.......ฟ้าจะต่ำลงมา "

วันเสาร์ที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐
"หนุมาน ผู้นำสาร"
ผู้บันทึก<!-- google_ad_section_end -->

หนุมาน ผู้นำสาร
07-08-2010, 10:08 AM
*** อย่าเอาท้องฟ้า มาเป็นสนามรบ ****

หมายถึงว่า...เรื่องพื้นดิน นั้น.... ที่แล้วก็แล้วไป
ประเทศต่างๆ อเมริกา รัสเซีย จีน อินเดีย อิหร่าน เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย พม่า ลาว เขมร และ ประเทศอื่นๆ
ที่เคยครองสิทธิที่ดิน นานมาแล้ว...ก็แล้วไป

ทุกชนชาติ...ไม่ควรเอาท้องฟ้าเป็นสนามรบ
ให้เป็นโอกาสของดวงวิญญาณ ที่เขาจะมาเกิด

หากไม่เชื่อ...รบกันแล้ว
จะไม่มีใครเสียใครสูญ
หาผู้แพ้ผู้ชนะไม่ได้ มันระส่ำระสาย
ไม่มีใครเสียหาย แต่ทำให้ปั่นป่วน

เวลานี้...แต่ละประเทศ
ถ้ากดปุ่มอาวุธนำวิถีเมื่อไหร่....มันจะเป็นไปทั้งหมด
มันจะเกิดความผิดพลาด...ไปหมด
แต่นี้...แน่นอนหรือไม่ ???
ของเหล่านี้จูนระบบ...นำร่องด้วย "แสง"
แต่ แสงหักเหได้
มันอาจหักเหได้...ไปตกประเทศอื่น
จะลุกลามใหญ่ หลายประเทศ จะเอาข้อมูลไม่เป็นเรื่องมาอ้าง

ดังนั้น...เรื่องภัยพิบัติโลกาวินาศ
จะเกิดขึ้น หรือไม่
ขึ้นอยู่กับ...ความคิด การตัดสินใจของผู้นำแต่ละประเทศ

หาก...มีประเทศหนึ่ง ประเทศใด
กดปุ่มยิงขีปนาวุธขึ้น
โลก...จะเปลี่ยนแปลง...อย่างฉับพลัน !!!!
จึงขอฝากไว้...ถึง ผู้มีอำนาจของแต่ละประเทศ

- " หนุมาน ผู้นำสาร "<!-- google_ad_section_end -->

Falkman
07-08-2010, 10:59 AM
Event: Flood
Location: North Korea The area wasn't definied!

Situation: North Korea has been affected by floods caused by heavy rains over the past weeks, causing extensive damage, state-run media said. The Korean Central News Agency (KCNA) said late Thursday that "a great deal of damage" was done to people's livelihoods, transport and agriculture. Quoting official organs, "some 5,560 dwelling houses and more than 350 public buildings and production-related facilities were destroyed or inundated and some 14,850 hectares of farmland submerged, buried or washed away in the country." The provinces of Jagang and South Hamyong were affected, KCNA said. Casualties were also reported, the agency said, without providing any details. "Not a small number of industrial establishments were damaged or flooded, inflicting an adverse effect on the economic growth and the people's living," KCNA said. Chinese media reported Wednesday that the worst floods for up to 100 years have brought misery to hundreds of thousands of people near the country's border with North Korea. The Yanbian Korean Autonomous Prefecture in Jilin province was suffering its worst flooding for 100 years, with some 500,000 of its 2.2 million residents affected.

Kongp
07-08-2010, 11:21 AM
ตร.จีนล่า “ผีดูดเลือด“ หลังแมวตายเกลื่อนไร้โลหิต


เกิดเหตุลึกลับ หลังแมวจำนวนมากตายเกลื่อน โดนดูดเลือดจนหมดร่าง ตำรวจจีนเร่งล่าตามตัวผู้ร้าย
วานนี้(6ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจจีนเร่งล่าตัวคนร้าย หลังก่อเหตุลึกลับดูดเลือดจากร่างแมวจำนวนมากจนหมดตัว ในมณฑลจี้หลิง ซึ่งทางตำรวจกล่าวอย่างทำใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้หลายคนต้องไปทำงาน ไม่มีเวลาเลี้ยงดู จึงปล่อยให้แมวออกนอกบ้าน
ตำรวจคาดเหตุดังกล่าวเกิดจากความเชื่อว่า เลือดของแมวเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ทำเป็นยาจีน ขณะที่เจ้าของแมวรายหนึ่งกล่าวว่า แมวเขาได้หายไปเป็นเวลา 2 วันแล้ว ต่อมาพบว่ามันตายอย่างน่าอนาถ โดยมันถูกดูดเลือดหมดร่าง


สนับสนุนเนื้อหา http://btgsf1.fsanook.com/css/news/story_pictures/source/source_027.gif (http://news.sanook.com/)

nut_20036
07-08-2010, 01:45 PM
ข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ
รายงานข้อมูลน้ำในเขื่อนจากกรมชลประทานณวันที่ 2 ส.ค. 53 พบว่าในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศอยู่ที่ 31,902 ล้านลบ.ม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว ( 27 ก.ค. 53) 257 ล้านลบ.ม. โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 23 ล้านลบ.ม. ทำให้มีปริมาณน้ำเทียบระดับกักเก็บอยู่ที่ 30% เขื่อนสิริกิติ์ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 131 ล้านลบ.ม. ทำให้ปริมาณน้ำเทียบระดับกักเก็บอยู่ที่ 38% ส่วนอ่างเก็บนํ้าที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต่ำกว่า 30% ที่รนก. ได้แก่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัด(27%) , แม่กวง(11) ,กิ่วคอหมา(23%) , แควน้อย(24%), ลำปาว(23%) , ลำตะคอง(28%), น้ำอูน(25%), อุบลรัตน์(28%), ห้วยหลวง(21%), น้ำพุง(25%) , ป่าสัก(7%), ทับเสลา (20%), คลองสียัด(25%), คลองท่าด่าน(22%) , ปราณบุรี(26%)
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1079587&stc=1&d=1281171316

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1079612&stc=1&d=1281172351

วรเดช
07-08-2010, 03:50 PM
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>เตือนซ้ำ18จังหวัดเสี่ยงพายุถล่ม </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img6/156349.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากพระพยุง จิตตปาโล อายุ 64 ปี พระลูกวัด วัดโบสถ์ ต.เจ้าปลุก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

เกิดพายุพัดต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับพระอุโบสถเก่าแก่ของวัด จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า ต้นมะขามขนาดใหญ่อายุกว่า 200 ปี ถูกพายุพัดถล่มจนหักโค่นล้มทับพระอุโบสถเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาอายุกว่า 100 ปี จนทำให้หลังคาพระอุโบสถ คานเสาหน้า ใบระกา และกระเบื้องหลังคาแตก ได้รับความเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ากำแพงแก้ว และเจดีย์ราย ถูกต้นไม้ล้มทับได้รับความเสียหายเช่นกัน หลังจากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ด้าน นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนตกชุก

โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและด้านตะวันตกของประเทศ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม จึงประกาศให้ 18 จังหวัดคาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ ตาก พิษณุ โลก เลย หนองคาย อุดรธานี นครพนม และสกลนคร จึงให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนได้ รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.


</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
http://www.teenee.com/thank/dnd.jpg</CENTER>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>โลกร้อนทำภูเขาน้ำแข็งยักษ์กรีนแลนด์แยกตัว</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img2/156362.png</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>ภาวะโลกร้อนทำพิษ ส่งผลให้ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แยกตัวออกจากธารน้ำแข็งเกาะกรีนแลนด์...


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ว่า ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว่า 260 ตารางกิโลเมตรได้แยกตัวออกมาจากธารน้ำแข็งแห่งหนึ่งเกาะกรีนแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เป็นการยืนยันจากทีมนักวิจัยสหรัฐฯ

รายงานข่าวระบุว่า ทีมนักวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ในสหรัฐฯ

ที่นำโดยศาสตราจารย์ แอนเดรียส มืนชาว พบหลักฐานว่าภูเขานำ้แข็งยักษ์ดังกล่าวได้แยกตัวออกมาจากธารน้ำแข็ง "เพเทอร์มันน์" ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถือเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการแยกตัวนับตั้งแต่ปี 1962 เป็นต้นมา

ศาสตราจารย์มืนชาว ระบุว่า ภูเขานำ้แข็งที่แยกตัวออกมานี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อการเดินเรือในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือและน่านน้ำรอบเกาะกรีนแลนด์ได้ หากมันลอยลงไปทางทิศใต้แทนที่จะลอยขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ

ขณะเดียวกันทีมวิจัยอีกทีมหนึ่งจากองค์กร "Canadian Ice Service"

ออกมาเปิดเผยข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้มาจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯหรือ "นาซา" ที่พบว่าในขณะนี้ธารน้ำแข็ง "เพเทอร์มันน์"ได้พังทลายลงไปแล้วถึง 1 ใน 4 จากความยาวทั้งหมด 70 กิโลเมตรแล้วจากผลของภาวะโลกร้อนตลอดหลายปีที่ผ่านมา.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.teenee.com/thank/trd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

kananun
07-08-2010, 05:50 PM
วันนี้เกิดภูเขาไฟที่สุราเวสี อินโดนีเซีย ระเบิดแล้วครับ

อาจมีผลกระทบต่อบ้านเราไปด้วยในหลายกรณี

ติดตามเรื่องพายุและแผ่นดินไหวกันเอาไว้ครับ

ในช่วงเวลานี้ไปเป็นการ "เก็บ"และ"กวาด" แบบเป็นระยะก่อน ที่จะทวีขึ้นเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่จาก...........

เร่งรักษาใจตน ทำจิตให้เป็นกุศลเอาไว้ครับ

nut_20036
07-08-2010, 06:50 PM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1079897&stc=1&d=1281184691

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1079920&stc=1&d=1281185437

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1079921&stc=1&d=1281185650

พรหมประกาศิต
07-08-2010, 07:27 PM
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 28 คน ( เป็นสมาชิก 11 คน และ บุคคลทั่วไป 17 คน ) [ แนะนำเรื่องเด่น ]
พรหมประกาศิต, duangmanee, ggon, nut_20036, pornpituksunti, TrueWay, yutthana promnaimuang, คุณอัศว์, ปิยาจาโร, หนุมาน ผู้นำสาร

สมาชิกของกระทู้พี่เกษมยังคงเข้ามาเยี่ยมชมหนาแน่นอยู่เหมือนเดิม หุ หุ......
อาทิตย์นี้ตลอดทั้งอาิทิตย์ ที่ระยองมีฝนตกทุกวันเลยครับ มาเ็ป็นช่วงๆ เบาบ้างหนักบ้าง

Falkman
07-08-2010, 08:51 PM
<table style="border-collapse: collapse;" align="center" border="0" bordercolor="#669933" cellpadding="3" cellspacing="0" width="600"><tbody><tr bgcolor="#669933"><td width="130" nowrap="nowrap">วัน-เวลา</td> <td width="40" nowrap="nowrap">ขนาด</td> <td width="50" nowrap="nowrap">lat</td> <td width="50" nowrap="nowrap">long</td> <td width="120" nowrap="nowrap">บริเวณที่ เกิด</td> <td nowrap="nowrap">ข้อมูลอื่นๆ</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-08-07 12:16:14 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=502)</td> <td valign="top">2.7</td> <td valign="top">17.47</td> <td valign="top">98.23</td> <td valign="top">ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-08-06 16:38:36 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=503)</td> <td valign="top">1.7</td> <td valign="top">18.60</td> <td valign="top">99.91</td> <td valign="top">ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลำปาง</td></tr></tbody></table>

วัสสานะ
07-08-2010, 11:54 PM
กรมอุตุนิยมวิทยา "แนะรับมือ ภัยพิบัติช่วงหน้าฝน"

http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=106120

Lazaza
08-08-2010, 07:42 AM
======================================


7 ส.ค. 53


กลับมาแล้วครับหลานๆ อาตั้งใจจะอยู่ที่เชียงคาน 3-4วัน ก็ต้องเปลี่ยนแผนการ
เพราะผู้เจาะน้ำบาดาลยังไม่พร้อมที่จะย้ายแท่นเจาะเข้าฐานผาแบ่น อันเนื่อง
มาจากการตกลงราคาช่วงที่โทรฯคุยกันยังไม่เรียบร้อยดี เมื่อขึ้นไปเที่ยวนี้ได้
คุยกับคนเจาะ ที่ฐานผาแบ่นได้ตกลงกันที่ราคา 80,000บาท ราคานี้รวมค่า
ขออนุญาต ค่าตรวจสอบคุณภาพน้ำและปั้มซับเมิช 1ตัว คนเจาะขอเวลา
3-4วันถึงจะย้ายแท่นเข้าเชียงคาน อาเลยฝากแคชเชียร์เช็ค A/C PAYEE
70,000บาทและเงินสด อีก 10,000บาท ให้คุณทักเจ้าของที่ ถือไว้และดูแล
แทนอา เมื่อเจาะเสร็จขอให้ คุณทักถ่ายรูป แท่นโยกน้ำและปั้มซับเมิชที่ไม่ได้
ติดตั้งเข้าไปแล้วออนไลน์ภาพมาให้อาดู จะได้ส่งไปให้หลานๆที่เป็นแนวร่วม
ได้ดูกันอีกที ที่ไม่ติดปั้มซับเมิชเข้าไป เพราะเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตอนนี้

เที่ยวนี้ขึ้นไปสิ่งที่ได้มาคือ ภาพถ่ายโอ่งน้ำ 16ใบ ที่วางเป็นหลักเขตที่ดินสี่มุม
และอีก 12ใบที่วางไว้ด้านหลังสวนไว้เก็บน้ำใช้และบ่อเก็บมูล 12บ่อ ที่แยกไว้
ด้านหลังโอ่ง ซ้าย 5บ่อ ขวา 5บ่อ อีก 2บ่อ อยู่ท้ายสวนปีกขวาของพื้นที่ ภาพ
ที่เห็นจะเป็นบ่อปีกซ้าย จะเห็นแต่ท่อระบายอากาศโผล่อยู่ 3ท่อ คือ บ่อ1 บ่อ3
บ่อ5 ตัวบ่อถูกวัชพืชปกคุมอยู่ ภาพถ่ายรอให้ลูกสาวคนเล็กว่างแล้วส่งไปให้ดู
ส่วนภาพแท่นโยกคงต้องรอให้เจาะเสร็จถึงจะได้ดูกัน เที่ยวนี้ยังไม่ได้เชื่อมท่อ
ระหว่างโอ่งเพราะยังไม่รู้ตำแหน่งแน่นอนของตัวโยก

นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำที่จะเจาะอย่างไม่เป็นทางการจากคุณทักว่า
ช่วงสี่แยกทางไปวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน บริเวณนี้จะเป็นชุมชนไม่สามารถ
จะเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้เพราะใต้ดินจะเป็นหินแข็ง เมื่อเลยสี่แยกไปทาง
ถนนสาย 211 ไปทางอุดร ข้ามสะพานไปแล้วจะเจาะได้ โชคดีที่ฐานผาแบ่น
อยู่ในบริเวณดังกล่าวน้ำที่เจาะสามารถนำมาใช้ดื่มกินได้ด้วย อย่างไรก็ดีควรจะ
คอยกรมทรัพย์ฯพิสูจน์แล้วแจ้งผลจะชัดเจนกว่า

อีกเรื่องคือ อาได้ไปยืนอยู่ที่แก่งคุ๊ดคู้แล้วนับขั้นบันไดจากข้างบนไปสุดแม่น้ำ
คำนวณดูความสูงของตลิ่ง ณ.ช่วงหน้าฝนนี้ เห็นน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ต่ำจากตลิ่ง
ประมาณ 7เมตร อาได้คุยกับผู้จัดการเชียงคานรีสอร์ต ถึงเรื่องน้ำ เขาบอกกับอา
ว่ามีอยู่ปีหนึ่ง ความสูงของน้ำขาดอีก 2เมตร ก็จะท่วมพื้นที่ราบ แต่ความสูง
เท่านี้ทำให้คอสะพานช่วงรีสอร์ตจะข้ามไปตลาดเชียงคานระดับน้ำท่วมสูง
ประมาณ 70ซม. รถยนต์ไม่สามารถจะข้ามสะพานได้ การท่วมครั้งนั้นทำให้
น้ำท่วมจังหวัดหนองคาย เสียหายมาก

หัวหน้าที่มาสำรวจพื้นที่มีนามสกุลพ่วงท้ายว่า ช้างอินทร์ อายุ 59ปี คราวที่อา
คุยทางโทรฯ เมื่อทราบนามสกุลเข้าอาถึงกับหัวเราะและคิดในใจว่า งานเข้าอีกแล้ว
เมื่อวานได้ยืนคุยอยู่หน้าฐานฯด้วยกัน ก็ได้รู้ความจริงจากปากเจ้าตัวว่า เขาเป็น
ลูกหลานพระเจ้าตากฯ อาก็บอกเขาว่าอามีนามสกุลเดิมแซ่แต้และได้อาสา
หน่วยเหนือมาทำงาน ขากลับเขามาส่งอาที่บ้านคุณทัก อยู่บนรถอาเห็นเครื่องราง
และดาบ เขาบอกว่าดาบนั่นเช่ามาในราคาสี่หมื่น อาตกใจว่าราคาทำไมแพงจัง
เขาบอกเป็นดาบที่ได้ร่วมอยู่ในสมัยพระเจ้าตาก พ่อตากคงให้เขาครอบครองไว้

ขากลับรถ บขส.ได้จอดแวะปั้มแก๊สแถวสระบุรีเพื่อเติมเชื้อเพลิง อาได้เห็นบ้านพัก
คนงานในปั้ม อาเลยถ่ายรูปมาให้ดู ราคาคงไม่เท่าไร อาคิดว่าถ้าสิ้นปีอามีเงิน
ส่วนตัวสักแสนบาท อาจะสร้างคล้ายแบบในภาพแต่จะให้ใหญ่กว่าและสวยกว่า
สักห้าหลัง เป็นห้องนอน 3หลัง ห้องครัว 1หลัง ห้องน้ำ 2ห้อง 1หลัง ภาพทั้งหมด
ถ้าอาได้ส่งไปแล้วหลานช่วยลงเว็บฯ ในหน้าเดิมที่หลานลงไว้ ภาพบ้านเล็กๆ
เผื่อใครสนใจจะได้นำไปสร้างในพื้นที่ส่วนตัว

อาเค


องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

Lazaza
08-08-2010, 07:44 AM
======================================


7 ส.ค. 53


คนที่ชอบออกมาค้าน เขาคงคิดว่าเค้าอยู่บนโลกคนละใบกับประเทศที่เจอภัยพิบัติกระมัง


องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

เกษม
08-08-2010, 09:00 AM
แท้ที่จริงแล้วคนเราอาจกำลังหลงอยู่ในโลกของความฝัน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080613&stc=1&d=1041359719

ในปัจจุบันนี้แนวคิดปรัชญาทางพระพุทธศาสนา เริ่มเป็นที่สนใจของคนทางโลกตะวันตกเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากมีภาพยนต์ที่สื่อความหมายเหล่านี้ออกมาให้ได้ชมกันมากมายหลายเรื่อง เช่นเรื่อง The Matrix หรือเรื่อง INCEPTION

ในทางปรัชญาทางพระพุทธศาสนานี้ถือว่า"พระนิพพาน" คือโลกแห่งความจริงแท้ที่จะไม่ผันแปรไปตามเหตุและปัจจัยใดๆ อีกต่อไป และโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิดนี้เป็นโลกแห่งความฝัน ที่เราๆท่านๆ ยังติดหลงกันอยู่อย่างยาวนาน เมื่อวันใดที่เราค้นพบความเป็นจริงว่า ตัวเรากำลังหลงติดอยู่กับความฝันของโลกแห่งมายาใบนี้ เราก็จะตื่นขึ้นมาพบกับหนทางแห่งการเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงคือ "พระนิพพาน" นั่นเอง -เกษม-

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080618&stc=1&d=1041359719

INCEPTION สดๆ ร้อนๆ

บุญพาวาสนาส่งได้ไปดูภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีกับเขาด้วยค่ะ ดูแล้วบอกได้คำเดียวเลยว่า งง แหมๆ จะเอาอะไรมากมาย หนังแอ๊คชั่นบู๊ล้างผลาญธรรมดา ดิฉันก็งงได้ แล้วเรื่องนี้เนื้อหามันฝันซ้อนฝันซะขนาดนั้น แค่ชื่อเรื่องต่อทำเอาคนแปลต้องทำงานหนักแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่เขาบอกว่า ทำสถิติคนเข้าไปดูซ้ำมากมาย รายได้ถล่มทลาย อ้าวๆ ไม่ถล่มทลายได้ยังไง ก็เขาดูกันตั้งหลายรอบเพราะดูไม่รู้เรื่อง ฮา

Guru นักวิจารณ์หนังยกทฤษฏีและหลักการมากมายมาอธิบายไว้ยืดยาว คงต้องนึกชมผู้เขียนบทว่าคิดโครงเรื่องได้ล้ำขนาดนี้ ล้ำในแง่ของแนวคิดแก่นเรื่องซึ่งเหยียบอยู่บนทั้งความรู้ (ที่เป็นความจริง?) เชิงวิทยาศาสตร์และความลี้ลับซับซ้อนของจิตใต้สำนึก คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเรื่องนี้ได้แสดงฝีมือเต็มที่อย่างน่าทึ่ง ต้องยกนิ้วให้เลย คุ้มค่าตั๋วก็ตรงนี้

ดิฉันไม่ค่อยอินไปกับหนังเท่าไหร่ในแง่ที่เขาออกจะเชื่อมั่นในการ “บังคับ” ฝัน และทำเหมือนควบคุมฝันได้ เพราะมันค่อนข้างขัดกับความคิดส่วนตัวดิฉันนิดหนึ่ง คือ ดิฉันรู้สึกว่า เรากำหนดฝันไม่ได้ว่าคืนนี้ฉันอยากฝันเรื่องนี้ ฝันถึงคนนี้ คนนั้น คงต้องแล้วแต่จิตใต้สำนึกซึ่งมันก็ลึกล้ำเหลือกำหนด แต่เรื่องนี้เล่นกำหนดฝันกัน กำหนดระยะเวลาฝัน เนื้อเรื่องที่จะฝัน แถมเข้าไปในฝันของคนนั้นคนนี้ได้ทั่วเลย

คือ ยังไม่หายงงกับเนื้อหาด้วยนะคะ ขอบอก ถ้ามีเวลาคงต้องดูอีก 2-3 รอบเป็นอย่างต่ำถึงจะสามารถเล่าและเข้าใจได้ แต่ดิฉันว่าตัวละครยึดหลักพุทธศาสนา กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างมีสติ เราก็จะรู้ตัวอยู่เสมอ แยกความฝันและความจริงออกจากกันได้ 555 ไม่ต้องพึ่งเครื่องเตือนอะไรอย่างในเรื่อง

ดิฉันนึกถึงวิชาพุทธศาสนาที่เคยเรียนด้วย ว่า คนเราจะมีความฝันอยู่ 4 ระดับ ตามเวลา แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว ประมาณว่า ถ้าฝันช่วงนั้นจะเป็นเพราะเทวดาดลใจ ถ้าฝันอีกช่วงจะเป็นเพราะความกังวล ถ้าฝันตอนหลับใหม่ๆ อันนั้นอาหารยังไม่ย่อย ไม่นับ ฝันบางอย่างเป็นลางบอกเหตุได้ด้วย อันนี้มีตำราทำนายฝันเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมให้เลขเด็ดอยู่ในห้องคุณยายด้วยนะ อุ๊ก

บางคนหลับลึก จนไม่ฝัน หรือลึกจนไม่รับรู้อะไรเลยที่ฝรั่งเรียกว่า REM Sleep หรือ Rapid Eye Movement ก็ว่ากันไป บางคนตื่นมาแล้วจำไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง ยังไงซะ ความฝันก็เป็นความสุขส่วนบุคคล และถ้าเลือกได้ก็อยากจะฝันดีเรื่อยไป แม้มันจะไม่ใช่ความจริงก็ตาม ว่าไหมคะ?

โพสต์โดยคุณ Blossom วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://blossom2219.spaces.live.com/blog/cns!9FE9EB1B11505F14!1698.entry (http://blossom2219.spaces.live.com/blog/cns!9FE9EB1B11505F14!1698.entry)

เกษม
08-08-2010, 10:24 AM
พะเยาเตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำป่า หากฝนตกหนัก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080691&stc=1&d=1041364686

ปภ.พะเยา เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงบริเวณที่ราบต่ำ ที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหล เตรียมป้องกันอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก - ดินถล่ม ...

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2553 นางธวัลรัตน์ ไชยอินปัน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงระหว่างวันที่ 6 - 8 ส.ค.นี้ ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและด้านตะวันตกของประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่อาจสร้างความเสียหาย แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำ ที่ลาดเชิงเขา และทางน้ำไหลผ่านให้เตรียมการป้องกันอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ ดินถล่ม

สำหรับแนวทางการปฏิบัติของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามรับฟังพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะฝนตก หากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานในพื้นที่และสังเกตพบสัญญาณผิดปกติทาง ธรรมชาติ เช่น น้ำเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับสีดินบนภูเขา ระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สัตว์ป่ามีอาการแตกตื่น รวมทั้งมีเสียงดังมาจากป่าต้นน้ำ ให้รีบอพยพและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง โดยอพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เนื่องจากอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มขึ้นได้

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยา ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนสั่งการให้มิสเตอร์เตือนภัยในทุกพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2553

น้ำท่วมซัดกำแพงวัดอายุ 200 ปี พังทลาย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080692&stc=1&d=1041364686

สถานการณ์น้ำท่วมใน พื้นที่ จ.น่าน ยังวิกฤต ล่าสุดแม่น้ำน่านเออล้นท่อ เข้าท่วมขังบ้านพวงพยอมเป็นวันที่ 2 ซ้ำกระแสน้ำพัดกำแพงวัดอายุกว่า 200 ปีพังทลาย...

สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ จ.น่าน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 53 ยังคงวิกฤต แม้ล่าสุดจะมีรายงานว่า ฝนเริ่มหยุดตกแล้ว แต่สถานการณ์น้ำน่านยังเออล้นท่อเข้าท่วมขัง บ้านพวงพะยอมเป็นวันที่ 2 กระแสน้ำพัดกำแพงวัด 200 ปีพัง น้ำยังท่วมขังบ้าน15 หลัง หัวหน้าบ้านกลุ่มแม่บ้านตั้งกองอำนวยการที่วัด ประกอบอาหารส่งบ้านที่ถูกน้ำท่วมห้องครัวถูกน้ำท่วมไม่สามารถประกอบอาหารได้ เครื่องสูบน้ำทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนพังไป 1 เครื่อง ระดับน้ำที่ N 64 สะพานผาขวาง อ.ท่าวังผา เริ่มลดลงจาก เมื่อเวลา 06.00 น. 7.94 เมตร ถึงเมื่อเวลา 10.00 น. 7.83 เมตร ที่ N 1 อ.เมืองน่าน น้ำยังขึ้นเนื่องจากกระแสน้ำที่ลดจากด้านทิศเหนือจะมาทำให้ระดับน้ำใน อ.เมืองน่านสูงขึ้น จากเมื่อเวลา 02.00 น. 6.54 เมตร เมื่อเวลา 13.00 น. 6.60 เมตร จึงทำให้ชุมชนบ้านพวงพยอม ยังต้องได้รับความลำบากต่อไปอีก

แต่กระแสน้ำในแม่น้ำน่านยังมีปริมาณระดับสูง เนื่องจากกระแส น้ำด้านทิศเหนือที่ลดลง จะไหลมาเออท่วมในเขต อ.เมืองน่าน ทำให้น้ำบริเวณบ้านดอนศรีเสริมกสิกร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน น้ำน่านกำลังจะล้นท่อเข้าท่วมบ้านดอนศรีเสริมฯ

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรี จึงต้องสั่งเดินเครื่องสูบน้ำตลอด 24 ช.ม. เพื่อไม่ให้น้ำล้นท่อเข้าท่วมบ้านเรือนชุมชนบ้านดอนศรีเสริมกสิกร และชุมชนบ้านพวงพะยอม ทั้ง 2 จุด 4 เครื่อง จนเครื่องสูบน้ำจุด บ้านดอนศรีเสริมได้รับความเสียจำนวน 1 เครื่อง

ส่วนที่บ้านพวงพยอม นายเอกชัย อินทะนันท์ หัวหน้าชุมชนบ้านพวงพยอม/สท.เทศบาลเมืองน่าน เปิดเผยว่า กระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านพวงพยอมมีกระแสไหลแรง ได้ไหลเข้าท่วมวัดและสร้างความเสียหายทำให้กำแพงเก่าแก่อายุ 200 ปี ของวัดด้านทิศใต้พังไป 1ช่วง เมื่อเวลา 01.00 น. ชาวบ้านต้อง ชาวบ้านต้องช่วยกันน้ำไม้ไปค้ำยันด้านที่กำลังจะพังไว้

ส่วนในการช่วยเหลือเบื้องต้น คณะกรรมการและกลุ่มแม่บ้านได้ตั้งกองอำนวยการที่วัด ประกอบอาหารเลี้ยงให้กับครอบครัวที่ถูกน้ำท่วม 15 หลังคาเรือน เนื่องจากครัวถูกน้ำท่วมไม่สามารถประกอบอาหารได้ ความเสียหายในเบื้องต้นบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม กำลังอยู่ในระหว่างสำรวจ บางบ้านเพิ่งจะทำการปรับปรุงทาสีใหม่ก็มาถูกน้ำท่วม เมื่อเข้าสู่สภาพปกติก็จะต้องทำการซ่อมแซม พื้นบ้านได้รับความเสียหากแตกแยก

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่าได้ สั่งเดินเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่อง ที่บริเวณท่าน้ำ ร.ร.สตรีศรีน่าน 2 เครื่อง สูบออกจากท่อ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าท่วมบ้านดอนศรีเสริม และที่บ้านพวงพยอม อีก 2 เครื่อง เพื่อไม่ให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้น ตลอด 24 ช.ม.จนเครื่องสูบน้ำที่ของชลประทานเสียงไป 1 เครื่อง แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะเทศบาลได้รับเครื่องสูบน้ำใหม่มา 4 เครื่อง สามารถรับมือได้ ขณะนี้ฝนได้หยุดตก แต่กระแสน้ำด้านทิศเหนือที่ลดก็จะไหลมาทำให้กระแสน้ำในเขต เทศบาลสูงขึ้น ชุมชนที่ได้รับความเสียหายก็มี ชุมชนบ้านพวงพยอมแห่งเดียว 15 หลังคาเรือน

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2553

ไข้เลือดออกระบาดพะเยา พบป่วยกว่า 500 ราย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080693&stc=1&d=1041364686

พบผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ จ.พะเยา แล้ว 572 ราย ด้าน สสจ.จังหวัดเร่งรณรงค์สร้างความเข้าใจในการป้องกันการระบาด...

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2553 กลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกใน จ.พะเยา จนถึงขณะนี้พบว่า มีรายงานผู้ป่วยยืนยันด้วยโรคไข้เลือดออก รวมจำนวนทั้งสิ้น 572 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 322 คน เพศหญิง 250 คน อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 1 - 85 ปี โดยเป็นกลุ่มนักเรียนมากที่สุดร้อยละ 54.89 ไม่ทราบอาชีพ/เป็นเด็กในปกครอง ร้อยละ 15.91 เกษตรกร ร้อยละ 9.09 แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หากแยกผู้ป่วยตามการวินิจฉัยนั้น พบว่ามีผู้ป่วยไข้เลือดออก ช๊อก(DSS) จำนวน 1 ราย ผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 248 ราย และผู้ป่วยไข้เดงกี่ จำนวน 323 ราย

สำหรับพื้นที่ที่พบการเกิดโรคสูงสุดยังคงเป็นในเขตอำเภอเมืองพะเยา 228 ราย รองลงมาคืออำเภอดอกคำใต้ 44 ราย และอำเภอเชียงคำ 42 ราย อย่างไรก็ตาม ทางสาธารณสุขจังหวัดพะเยา จึงได้เร่งรณรงค์การป้องกันให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้ป่วยของโรคดังกล่าวลง ทั้งนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไข้เลือดออก คือ การป้องกันมิให้ยุงกัด โดยเฉพาะในบ้านที่มีคนป่วยเป็นไข้เลือดออก

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

nut_20036
08-08-2010, 10:47 AM
น้ำท่วมจีนปี53 ดับ2พันศพ เสียหายเพียบ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1080750&stc=1&d=1281242250
จีนระบุน้ำท่วมปี 2553 คนตายกว่า 2,100 ราย ต้องอพยพหนีน้ำกว่า 12 ล้านคน บ้านพัง 1.4 ล้านหลัง มูลค่าความเสียหาย 1.3 ล้านล้านบาท ขณะที่ปากีสถานดับแล้วกว่า 1,600 ศพ...
ทางการจีนระบุยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มทั่วประเทศเฉพาะปี 2553 นี้ คร่าชีวิตผู้คนแล้วกว่า 2,100 ราย ชาวบ้านถูกอพยพออกนอกพื้นที่อันตรายมากกว่า 12 ล้านคน บ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย 1.4 ล้านหลัง ประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจมูลค่าราว 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท)

สำหรับเหตุฝนตกหนักในพื้นที่เมืองลาดัคห์ บริเวณภูมิภาคหิมาลัย คร่าชีวิตชาวบ้านมากกว่า 113 ราย และเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปีของปากีสถาน คร่าชีวิตชาวบ้านแล้วกว่า 1,600 ราย.

พลอยรุ้ง
08-08-2010, 12:26 PM
ทางเหนือของเราก็มีข่าวน้ำท่วมหลายจังหวัดแล้ว แต่ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ (เป็นธรรมดาของหน้าฝน พื้นที่ที่อยู่ใกล้เขา น้ำไหลบ่าอย่างรวดเร็ว ในระยะสั้นระบายไม่ทันก็เลยท่วม) มีข่าวแผ่นดินไหวบ้าง ไม่รุนแรง ส่วนมากอยู่ภาคเหนือและภาคตะวันตก
ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปค่ะ

Lazaza
08-08-2010, 02:32 PM
======================================


8 ส.ค. 53


ภาพได้ส่งให้ไปแล้วทั้งหมด 7 ภาพ ขอให้หลานนำภาพลงในเว็บฯแล้วเขียน
คำบรรยายภาพด้วย ภาพที่มีโอ่งใบเดียวเป็นภาพหลักเขตปีกขวาด้านหน้าของ
พื้นที่โอ่งด้านหลังถูกต้นไม้บดบังอยู่ ภาพแผ่นปูนสำเร็จรูปจะนำมาปูพื้นดิน
เพื่อที่จะวางบ้านสำเร็จรูปหรือวางเต็นท์นอนเพราะช่วงหน้าฝนพื้นดินจะนอง
ไปด้วยน้ำ ภาพทั้งหมดขอให้ลงเว็บฯปัจจุบันแล้วย้ายเข้าเว็บที่หลานเคยทำไว้
สำหรับให้คนเปิดดู

ขอเพิ่มเติมเรื่องระดับน้ำอีก ช่วงที่น้ำสูงขาด 2เมตรก็จะถึงตลิ่งของแก่งคุ๊ดคู้
ทำให้น้ำท่วมคอสะพานช่วงแก่งคุ๊ดคู้จะไปตัวอำเภอเชียงคาน สูง 70ซม.
ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ จังหวัดหนองคายก็เสียหายหนัก ช่วงนั้น
ตัวเมืองเลย น้ำท่วมสูงถึง 2.50ซม.

ถ้ามาคำนวณจากภาพสัญญาณที่อาเคยถาม ฐานผาแบ่นน้ำจะท่วมสูงประมาณ
50ซม. ซึ่งช่วงนั้นผมจะนำคนขึ้นเขาไปอาศัยวัดอยู่ก่อน เมื่อน้ำลดก็กลับลงมา
อยู่ที่ฐานอย่างเดิม ถ้าน้ำท่วมสูง 50ซม. ตัวเมืองเลยน้ำก็จะสูงประมาณ 5เมตร

ที่คำนวณให้เห็นตัวเลขความสูงของน้ำ จะเป็นข้อมูลให้กับผู้คนกลุ่มอื่นๆที่จะ
ไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดเลย

ช่วงเดือนตุลาคม มีผู้สนใจจะตามไปดูฐานผาแบ่นกับหลานจิ๊บ ถ้าสนใจอาจจะ
มีการซื้อที่ดินเพิ่ม อาขอฝากไปถึงหลานจิ๊บด้วยว่าที่ดินที่ติดกับอา ยังมีอยู่อีก
4ไร่เศษ สนใจช่วงนั้นก็ลองพูดคุยกัน

อาเค


องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

Lazaza
08-08-2010, 03:12 PM
ความคืบหน้า การเตรียมการฐานผาแบ่น

ภาพล่าสุดนะคะ

โอ่งน้ำ 16ใบ ที่วางเป็นหลักเขตที่ดินสี่มุม
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4567_2.jpg

http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4568_2.jpg


หลักเขตปีกขวาด้านหน้าของพื้นที่
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4572_2.jpg


โอ่งน้ำอีก 12ใบที่วางไว้ด้านหลังสวนไว้เก็บน้ำใช้
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4570_2.jpg


บ่อเก็บมูล 12บ่อ ที่แยกไว้ด้านหลังโอ่ง ซ้าย 5บ่อ ขวา 5บ่อ อีก 2บ่อ
อยู่ท้ายสวนปีกขวาของพื้นที่ ภาพที่เห็นจะเป็นบ่อปีกซ้าย จะเห็นแต่ท่อ
ระบายอากาศโผล่อยู่ 3ท่อ คือ บ่อ1 บ่อ3 บ่อ5 ตัวบ่อถูกวัชพืชปกคุมอยู่
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4569_2.jpg


แผ่นปูนสำเร็จรูปจะนำมาปูพื้นดิน เพื่อที่จะวางบ้านสำเร็จรูปหรือวางเต็นท์นอน
เพราะช่วงหน้าฝนพื้นดินจะนองไปด้วยน้ำ
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4577_2.jpg


แบบตัวอย่างบ้านพัก(ใช้เป็นแนวทางเฉยๆ)
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4581_2.jpg

http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4580_2.jpg

ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

mapponez
08-08-2010, 03:47 PM
ตอนแรกยังไม่เชื่อเรื่องภัยพิบัติเท่าไหร่ catt24

มาตอนนี้ได้เห็นแม้กระทั่งในประเทศไทยเอง :z8

nut_20036
08-08-2010, 05:20 PM
<TABLE border=1 cellSpacing=0 borderColor=blue cellPadding=5 width=600 bgColor=white><TBODY><TR><TD bgColor=blue align=middle>Tropical Depression 05W # 02 : ประกาศเตือนภัย เรื่อง “ดีเปรสชันเขตร้อน 05W ” ฉบับที่ 02 </TD></TR><TR><TD>

</TD></TR></TBODY></TABLE>
Tropical Depression 05W # 02 : ประกาศเตือนภัย เรื่อง “ดีเปรสชันเขตร้อน 05W ” ฉบับที่ 02
ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ฮาวาย, สหรัฐฯ (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )
สภาวะโดยทั่วไปของพายุหมุนเขตร้อนเมื่อเวลา 13.00น.
ประจำวันที่ 08 สิงหาคม 2553 ออกประกาศเวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตกตอนเหนือ ทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย วันที่ 08 สิงหาคม 2553 / 14.01 น. ปรากฎพายุหมุนเขตร้อน 1 ลูก / หย่อมความกดอากาศต่ำ 1 ลูก
1)Tropical Depression 05W (22.9N 125.3E,25kts) : เมื่อเวลา 07.00น.วันนี้(08ส.ค.2553) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง 96W (-/96W) ซึ่งมีศูนย์กลางปกคลุมใกล้ชายฝั้งเกาะไต้หวันด้านตะวันออก ได้ทวีกำลังเป็น ดีเปรสชันเขตร้อน 05W แล้ว ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00น.วันนี้(08ส.ค.53) อยู่ที่ละติจูด 22.9องศาเหนือ ลองจิจูด 125.3 องศาตะวันออก หรือมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ห่ างประมาณ 473 กิโลเมตร. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนตะวันออกเล็กน้อยด้วยความเร็ว 9 นอต(17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา . มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 25 นอต(46 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลมกระโชกแรงสูงสุดประมาณ 35นอต(65กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่พื้นผิวน้ำทะเลประมาณ 1000 มิลลิบาร์ คลื่นทะเลสูงสุดประมาณ 4 เมตรในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา... / คาดดีเปรสชันเขตร้อน 05W (-/05W) จะยังคงมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือโดยส่วนใหญ่ต่อไป 12-24 ชั่วโมงข้างหน้า มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุโซนร้อน ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังประเทศเกาหลีใต้ในช่วงวันที่ 11 ส.ค.53 นี้ . ….. : ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )

<เพิ่มเติม/ความเห็น> ดีเปรสชันเขตร้อน 05W (-/05W) ไม่มีผลกระทบต่อไทย อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำมีศูนย์กลางปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนบนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าเกาะไหหลำช่วง 11 ส.ค.53 นี้ และประกอบกับลมมรสุมตะวันตกฉียงใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณน้ำฝนโดยรวมเพิ่มขึ้นในช่วง 8-11 ส.ค.53นี้ สำหรับวงเขียวที่ 2 ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยและทะเลจีนใต้ แต่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังเกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่น / สำหรับวงสีเขียวคือบริเวณที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนในอนาคต (ถ้ามี)
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1081369&stc=1&d=1281265707

เกษม
08-08-2010, 11:11 PM
เหรียญติดพระบาท สุดอัศจรรย์ พระนอนกรุงเก่า

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1081972&stc=1&d=1041357863

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1081975&stc=1&d=1041357863

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1081976&stc=1&d=1041357863

ฮือฮานักท่องเที่ยวแห่เสี่ยงทายขอพร "พระนอน" วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา สุดทึ่งแปะเหรียญติดพระบาทได้อย่างสุดอัศจรรย์ เชื่อช่วยให้มีโชคลาภการเงินดี...

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.53 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปไหว้พระภายในวัดใหญ่ชัยมงคล ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยว นิยมเสี่ยงทายขอพรโดยการนำเหรียญบาทขนาดต่างๆ นำไปติดที่พระบาทของพระพุทธไสยาสน์(พระนอน)อย่างน่าอัศจรรย์จึงเดินทางได้ตรวจสอบ

เมื่อเดินเข้าไปภายในวัดพบวิหารพุทธไสยาสน์อยู่ทางซ้ายมือ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก กำลังอธิฐานขอพรอยู่ที่บริเวณพระบาทของพระพระพุทธไสยาสน์ จากนั้นนำเหรียญแปะที่พระบาท บางรายเหรียญติดได้อย่างน่าอัศจรรย์ พบว่าที่พระบาทมีเหรียญบาทและเหรียญสองบาทติดอยู่จำนวนมาก

น.ส.ธิติมา เพ็งจันทร์ อายุ 37 ปี นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่าได้เดินเข้ามาท่องเที่ยวไหว้พระเสริมสิริมงคลวัดต่างๆ ในจังหวัดอยุธยา โดยที่วัดใหญ่ชัยมงคล มาทุกครั้งแล้วขอพร จากพระพุทธไสยาสน์ ด้วยการอธิฐานขอพรพระพุทธไสยาสน์ แล้วลองนำเหรียญ 5 บาท แปะที่พระบาทพบว่าเหรียญติดอย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นพบว่าพรที่ขอได้สมหวังอย่างที่ตั้งใจ หน้าที่การงานราบรื่น มีเงินใช้ในมือตลอดเวลาไม่ขัดสน จึงได้กลับมาทำบุญและไห้พระขอพรอีก เป็นเรื่องความเชื่อของตน สิ่งสำคัญเราควรหมั่นทำความดีทำบุญทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจะเกิดผลดี

พระมหาสำรอง ชยธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล กล่าวว่าพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนเป็นลักษณะเนื้อปูนปั้นที่อยู่ในวิหารแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นที่สักการะบูชาและปฎิบัติพระกรรมฐาน ในสมัยนั้นได้ชำรุดทรุดโทรมโดยมีการบูรณะติดเรื่อยมาจนเมื่อปี พ.ศ.2508 มีการบูรณะใหญ่อีกครั้งจนเสร็จสมบูรณ์อย่างที่เห็น มีประชาชนมากราบไหว้กันจำนวนมาก ซึ่งทุกคนบอกว่าเป็นพระนอนที่ศักดิ์สิทธิ์ มาระยะหลังมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามากราบไหว้ ได้นำเหรียญชนิดต่างๆเช่น เหรียญ 10,5,2,1 บาท และเหรียญสกุลต่างชาติไปแปะที่ปลายพระบาท เพื่ออธิฐานขอพรให้สมปารถนา ถ้าแปะติดจะประสพผลสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ไม่อยากให้หมกมุ่นและงมงายในเรื่องนี้ การไหว้พระสวดมนต์ขอพรเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ใครนำเหรียญไปแปะแล้วไม่ติดอย่าได้ท้อถอยในชีวิต หมั่นทำความดี รักษาศีล ทำบุญ รู้คุณรู้กตัญญูเป็นมงคลต่อชีวิต

พระมหาสำรอง กล่าวต่อ วัดใหญ่ชัยมงคลช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้พระจำนวนมาก การที่นักท่องเที่ยวนำเหรียญมาแปะรอยพระบาทกันเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเรื่องที่ทำตามกันเห็นอื่นทำก็ทำด้วย ถือว่าเป็นการทำบุญอีกด้านหนึ่ง เฉลี่ยแล้วมีคนนำเหรียญไปแปะติดไว้ บางครั้งเหรียญได้หลุดลงมาอยู่บนพื้นหญ้า ต้องให้เจ้าหน้าที่ของวัดคอยดูแลอยู่เป็นประจำ มิฉะนั้นจะมีผู้ไม่หวังดีมาคอยเก็บเหรียญ รายได้เฉลี่ยอาทิตย์หนึ่งอยู่ประมาณ 3-4 พันบาท เงินทุกบาทจะนำเข้าวัด เพื่อใช้ในการบูรณะปฎิสังขรณ์และเป็นทุนการศึกษาให้กับพระเณรและนักเรียนได้ศึกษาต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

Kongp
08-08-2010, 11:40 PM
ความคืบหน้า การเตรียมการฐานผาแบ่น

ภาพล่าสุดนะคะ




แบบตัวอย่างบ้านพัก(ใช้เป็นแนวทางเฉยๆ)
http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4581_2.jpg

http://i947.photobucket.com/albums/ad314/oosa27/CIMG4580_2.jpg

ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88-3906-886.html#post2512315)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%86%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น


บ้านเหมือนที่เขาใหญ่เลยครับ

http://www.thaiweekender.com/images/stories/articles/overnight/khaoyai/PA295421.JPG

nut_20036
09-08-2010, 08:02 AM
<TABLE borderColor=blue cellSpacing=0 cellPadding=5 width=600 bgColor=white border=1><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=blue>Tropical Storm DIANMU (05W) # 04 : ประกาศเตือนภัย เรื่อง “พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) </TD></TR><TR><TD>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
Tropical Storm DIANMU (05W) # 04 : ประกาศเตือนภัย เรื่อง “พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) ” ฉบับที่ 04
ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ฮาวาย, สหรัฐฯ (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )
สภาวะโดยทั่วไปของพายุหมุนเขตร้อนเมื่อเวลา 01.00น.
ประจำวันที่ 09 สิงหาคม 2553 ออกประกาศเวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตกตอนเหนือ ทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย วันที่ 09 สิงหาคม 2553 / 04.01 น. ปรากฎพายุหมุนเขตร้อน 1 ลูก / หย่อมความกดอากาศต่ำ 1 ลูก
1)Tropical Storm DIANMU (05W,24.8N 125.8E,35kts) : เมื่อเวลา 01.00น.วันนี้(09ส.ค.2553) ดีเปรสชันเขตร้อน 05W (-/05W) ซึ่งมีศูนย์กลางปกคลุมใกล้ชายฝั้งเกาะไต้หวันด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทวีกำลังเป็น พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) แล้ว อยู่ที่ละติจูด 24.8องศาเหนือ ลองจิจูด 125.8 องศาตะวันออก หรือมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ห่ างประมาณ 334 กิโลเมตร. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือด้วยความเร็ว 6 นอต(11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา . มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 35 นอต(65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลมกระโชกแรงสูงสุดประมาณ 45นอต(83กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่พื้นผิวน้ำทะเลประมาณ 996 มิลลิบาร์ คลื่นทะเลสูงสุดประมาณ 4 เมตรในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา... / คาดพายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) จะยังคงมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือโดยส่วนใหญ่ต่อไป 12-24 ชั่วโมงข้างหน้า มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังประเทศเกาหลีใต้ในช่วงวันที่ 11 ส.ค.53 นี้ . ….. : ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )

2)Tropical Disturbance 99W (8.5N 140.0E,15kts) : เมื่อเวลา 01.00น.วันนี้(09ส.ค.2553) หย่อมความกดอากาศต่ำ 99W (-/99W) ซึ่งมีศูนย์กลางปกคลุมกลางทะเลแปซิฟิค อยู่ที่ละติจูด 8.5องศาเหนือ ลองจิจูด 140.0 องศาตะวันออก หรือมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ห่ างประมาณ - กิโลเมตร. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 9 นอต(17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา . มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 15 นอต(28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลมกระโชกแรงสูงสุดประมาณ 25นอต(46กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่พื้นผิวน้ำทะเลประมาณ 1010 มิลลิบาร์ คลื่นทะเลสูงสุดประมาณ - เมตรในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา... / คาดหย่อมความกดอากาศต่ำ 99W (-/99W) จะเริ่มมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือมากขึ้นในอีก 12-24 ชั่วโมงข้างหน้า มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ระยะต่อไป . ….. : ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC)

<เพิ่มเติม/ความเห็น> พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) ไม่มีผลกระทบต่อไทย อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำมีศูนย์กลางปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนบนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าเกาะไหหลำช่วง 11 ส.ค.53 นี้ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกฉียงใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณน้ำฝนโดยรวมเพิ่มขึ้นในช่วง 8-11 ส.ค.53นี้ / สำหรับวงสีเขียวคือบริเวณที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนในอนาคต (ถ้ามี)
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082143&stc=1&d=1281318605

เกษม
09-08-2010, 09:08 AM
น้ำท่วม-ดินถล่ม ดับ 127 ศพ สูญหายกว่าพันราย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082211&stc=1&d=1041356990

เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน เผชิญฝนตกหนักจนน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 127 คน สูญหายอย่างน้อย 1,300 ราย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่า เหตุอุทกภัย และแผ่นดินถล่ม อันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ที่เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 127 คน สูญหายอีกกว่า 1,300 คน

ทหารราว 3,000 นาย และทีมแพทย์ 100 คน ถูกส่งตัวไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่ประชาชนกว่า 45,000 คน ถูกอพยพออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า ดินโคลนหนากว่า 1 เมตร ซึ่งปกคลุมพื้นที่บางแห่ง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

สำหรับผู้เสียชีวิตจากหายนะน้ำท่วมครั้งรุนแรงทั้งทางภาคกลาง และภาคใต้ประเทศจีนในปีนี้ คาดว่าเพิ่มกว่า 1,400 คนแล้ว อาคารบ้านเรือนราว 1.4 ล้านหลังพังเสียหาย ประชาชน 12 ล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ร่วม 87,600 ตารางกิโลเมตรได้รับความเสียหายรุนแรง

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553

ฮุนเซนกร้าว ฟ้องยูเอ็น อัดไทยละเมิด

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082212&stc=1&d=1041356990

นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา ส่งจดหมายถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ร้องไทยขู่ยกเลิกเอ็มโอยู และใช้กำลังข่มขู่...

นายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ของกัมพูชา ส่งหนังสือประท้วงถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ของไทยประกาศพร้อมยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน หรือ (เอ็มโอยู) ปี 2543 และพร้อมจะหันไปใช้วิถีทางทางการทูตและทางการทหารควบคู่กัน ในการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ในจดหมายประท้วงดังกล่าว ที่ส่งถึงองค์การสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้พยายามย้ำถึงประเด็นปัญหาดังกล่าวว่า โดยอ้างถึงความชอบธรรมในสิทธิของทางฝ่ายกัมพูชา ที่มีต่อเหนือพื้นที่และตัวปราสาทพระวิหาร จากคำตัดสินจากศาลโลก ตั้งแต่ปี 1962

โดยในจดหมายประท้วงดังกล่าว ระบุว่า การล่วงละเมิดคำตัดสินของศาลโลกจากฝ่ายไทย หมายถึงสถานการณ์ปัจจุบันหมายถึงการส่งทหารขึ้นไปที่วัดแก้วสิขเรศวร ของกัมพูชา รวมถึงพื้นที่ 300 เมตร จากปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นของกัมพูชา พร้อมทั้งระบุว่า การข่มขู่โดยกำลังทหารของทางฝ่ายไทย เป็นหลักฐานที่ปรากฏชัดเรื่องการละเมิดคำตัดสินของศาลโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารตอบโต้จากฝ่ายกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน จึงขอเรียกร้องให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ส่งหนังสือเวียนให้กับกับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงทุกชาติ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วย

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553

บึ้มถล่มอิรักหลายจุดตาย-เจ็บเพียบ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082213&stc=1&d=1041356990

คาร์บอม์โจมตีหลายเมืองในอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 52 คน บาดเจ็บมากถึง 218 คน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ตำรวจอิรักเผยว่า เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ในพื้นที่ตรงกลางซึ่งเป็นที่ตั้ง ระหว่างปั้มน้ำมัน กับโรงภาพยนตร์เก่า เมืองรามาดิ ทางตะวันตกกรุงแบกแดด มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 29 คน

วันเดียวกัน ยังเกิดระเบิดคาร์บอมบ์ใกล้โรงเรียนและชุมชนร้านค้า เมืองฟอลลูจาห์ มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 4 คน ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ตลาด “อัสฮาร์” ที่มีผู้คนพลุกพล่านใน “บาสรา” เมืองท่าทางใต้ เมื่อเย็นวันเสาร์ ตำรวจระบุว่าเป็นเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ และระเบิดฝังข้างทาง ไม่ใช่หม้อแปลงไฟฟ้าชุมชนระเบิดตามข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 43 คน บาดเจ็บ 185 คน

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553

คาสโตรจวกมะกัน จ่อถล่มนิวเคลียร์ตะวันออกกลาง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082214&stc=1&d=1041356990

อดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร แห่งคิวบา แถลงกลางรัฐสภา ระบุสหรัฐฯกำลังเตรียมถล่มนิวเคลียร์ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่หากโอบามารู้ผลลับของสงครามคงไม่ทำแน่...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดี บิดาแห่งการปฏิวัติคิวบา ขึ้นแถลงบนเวทีรัฐสภาในกรุงฮาวานาเป็นครั้งแรก เมื่อ 7 ส.ค. นับแต่ถ่ายโอนอำนาจทางการเมืองให้กับนายราอูล คาสโตร น้องชายเมื่อปี 2549 โดยมีนางดาเลีย โซโต เดล วัลเล ภริยาอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางสมาชิกส.ส. และผู้นำราอูลที่โห่ร้องปรบมืออวยพรยินดีกับอดีตผู้้นำ ซึ่งดูมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มากกว่าการปรากฎตัวครั้งที่ผ่านๆมา ระหว่างการแถลงซึ่งมีการถ่ายทอดสทางโทรทัศน์และวิทยุทั่วประเทศ

ซึ่งคาสโตร กล่าวเตือนระวัง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วยสงครามนิวเคลียร์” (นิวเคลียร์ ฮอล’ละคอสท์) ระบุสหรัฐฯ กำลังเตรียมทำสงครามนิวเคลียร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และว่ามันจะขึ้นอยู่กับ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่จะสั่งการโจมตี แต่ถ้าโอบามารู้ถึงผลลัพธ์ของสงครามนี้ ก็คงจะไม่ทำ

อย่างไรก็ดี นายคาสโตรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักปราศัยตัวยงที่มักใช้เวลาบนเวทีนานหลาย ชั่วโมง แต่หนนี้ เขาใช้เวลาบนแท่นแค่ 10 นาที แต่ก็สร้างกำลังใจให้ชาวคิวบาทั่วไป และบรรดาส.ส.ในสภาได้ไม่น้อย และแม้ไม่ได้เป็นผู้นำแล้ว แต่คาสโตรที่จะอายุครบ 84 ปี ใน 13 ส.ค.ศกนี้ ยังมีบทบาทเด่นด้านการปกครอง เป็นทั้งเลขานุการเอกของพรรคคอมมิวนิสต์และยังเป็นสมาชิกรัฐสภาของคิวบาด้วย

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มาhttp://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

เกษม
09-08-2010, 09:46 AM
อำนาจเจริญ-ผู้บริหารโรงเรียน 14 คน ป่วยเป็นไข้หวัด 2009

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082277&stc=1&d=1041359368

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082278&stc=1&d=1041359368

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082279&stc=1&d=1041359368


พบผู้บริหาร และผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียนใน จ.อำนาจเจริญ ต้องสงสัยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 210 คน นำไปตรวจเชื่อ พบติดหวัด 2009 แล้วจำนวน 14 คน และต้องสงสัยอีกกว่า 100 คน

หลังจากผู้บริหาร และผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 336 คน ได้เข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานที่โรงแรมกลางเมืองอุบลราชธานี พบต้องสงสัยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 210 คน ล่าสุดพบว่ามีผู้บริหารเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว จำนวน 14 คน และกำลังตรวจผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นไข้อีกกว่า 100 คน ซึ่งเรื่องนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับบรรดาครู และเด็กนักเรียนที่ทราบข่าว เกรงจะนำเชื้อมาแพร่ที่โรงเรียน ส่วนประชาชนที่ทราบต่างไม่อยากไปพบปะกับผู้บริหารโรงเรียน

ทางด้านนายปัญญา คลังกลาง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา( สพท.)อำนาจเจริญ กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้บริหารสถานศึกษาจาก จ.อำนาจเจริญ กว่า 336 คน เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารการศึกษาร่วมกันนั้น พบผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 210 คน โดยจะตรวจเข้มเพิ่มขึ้นให้ครบทุกราย ซึ่งมีบางรายยังไม่ได้ตรวจจึงต้องกลับมาตรวจหาเชื่อที่ ร.พ.อำนาจเจริญ ล่าสุดพบมีผู้บริหารติดเชื้อไข้หวัด 2009 แล้ว 14 คน กำลังตรวจผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นไข้อีกจำนวน 100 คน นอกจากนี้ได้สั่งกำชับให้ผู้ตรวจพบเชื้อไข้หวัด 2009 ทั้ง 14 คน กักตัวเองอยู่แต่ภายในบ้าน หรือที่ ร.พ.ก็ได้ และต้องสร้างความมีวินัยในตนเอง รู้จักวีธีป้องกันตนเอง ไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดไปติดคนอื่นและคนรอบข้าง ส่วนผู้ที่ป่วยหนักให้ดูแลสุขภาพให้ดี สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการตรวจให้ไปตรวจที่ ร.พ.ใกล้บ้าน อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะเชื้อนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากสาธารณสุขจังหวัดแล้ว จึงสั่งการให้สาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอำนาจเจริญ ดูแลและควบคุผู้ป่วยอย่างเข้มงวดไม่ให้แพร่ระบาดไปมากว่านี้ และให้กักบริเวณของผู้บริหารทุกคน อย่าประมาท เพราะเชื้อนี้แพร่ระบาดรวดเร็วมาก หากไม่ป้องกันและควบคุมอย่างจริงๆจังๆ ล่าสุดแพทย์ได้ให้ยาต้านหวัด 2009 กับผู้บริหารทุกคนที่เข้ารับการอบรมครั้งนี้แล้ว และให้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ไปคลุกคลีกับคนอื่นจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดจากโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และให้สาธารณสุขจังหวัดรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

พิษณุโลก-ฝนตกไข้เลือดออกระบาด ผู้ป่วยพุ่ง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082280&stc=1&d=1041359368

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082281&stc=1&d=1041359368

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082282&stc=1&d=1041359368


สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เผยฝนตกชุกทำให้การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ล่าสุดพบผู้ป่วยแล้ว 326 คน

นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้เกิดฝนตกบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกในหลายพื้นที่เพิ่มขึ้น และถือว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีผู้ป่วยรวมทั่วประเทศทั้งสิ้น 45,739 คน โดยในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-6 ส.ค.53 พบว่ามีผู้ป่วยทั้งสิ้น 326 คน ใน 9 อำเภอ คิดเป็นอัตราป่วย 38.54 ต่อแสนประชากร อำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.เนินมะปราง อ.นครไทย และ อ.พรหมพิราม เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่า และจุดเสี่ยงที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงมาก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

เบื้องต้นได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ทุกอำเภอ ร่วมรณรงค์การกำจัดลูกน้ำยุงลาย และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ตามพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณการขยายของลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไข้เลือดออก อีกทั้งให้ความรู้ประชาชนให้นอนกางมุงทุกครั้ง หากพบว่ามีไข้หรือเจ็บป่วยที่คล้ายกับไข้เลือดออกควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสี่ยงต่อชีวิตได้

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกษม
09-08-2010, 10:19 AM
ยุโรป-อุทกภัยในเยอรมนี โปแลนด์ และเชก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082358&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082359&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082360&stc=1&d=1041361313


อุทกภัยจากฝนที่ตกหนักคร่าชีวิตประชาชน 3 คน ในเยอรมนี สาธารณรัฐเชก และอีก 1 คน ในประเทศโปแลนด์ ขณะที่หลายเมืองตามบริเวณชายแดนของทั้ง 3 ประเทศถูกน้ำท่วม

สำนักข่าว DAPD ของเยอรมนี รายงานว่า ศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ พบเมื่อวานนี้ในชั้นใต้ดินของอาคารที่ถูกน้ำท่วมในเมืองนอยเคียร์เชิน รัฐซักโซนี

ตำรวจ ระบุว่า ทั้ง 3 คน ประกอบด้วยสตรีวัย 72 ปี กับสามีวัย 74 ปี กับผู้ชายวัย 63 ปีอีกคนหนึ่ง ที่เห็นได้ชัดว่าทั้งหมด จมน้ำเสียชีวิตขณะพยายามขนเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาชั้นบนจากชั้นใต้ดิน

เมืองเชมบิทซ์ก็ถูกน้ำท่วม โดยชั้นล่างของอาคารหลายหลังถูกน้ำท่วมสูง

ในเมืองซิทเทา ติดชายแดนโปแลนด์ ตำรวจดับเพลิงทำงานร่วมกับชาวเมืองในการเคลียร์โคลนออกจากบ้านเรือนและช่วยวางถุงทราย

ในโปแลนด์ ชายแดนฝั่งตรงข้าม เมืองโบกัวทีเนีย ถูกน้ำท่วมหลังแม่น้ำมีดเซียนค่าไหลท้นฝั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน

น้ำท่วมเริ่มมาตั้งแต่วันศุกร์ แต่เลวร้ายลงเมื่อวานนี้ สามในสี่ของเมืองที่มีประชากรราว 18,000 คน จมอยู่ใต้น้ำ

เครือข่ายโทรทัศน์แห่งชาติ TVN แพร่ภาพผู้ชายหลายคนเดินลุยน้ำที่ท่วมสูงถึงหัวเข่า และตำรวจดับเพลิงอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนโดยใช้เรือ

ในสาธารณรัฐเชก ประชาชนอย่างน้อยจมน้ำเสียชีวิตในอุทกภัยทางภาคเหนือ หลังฝนตกหนักและพายุพัดถล่ม เหตุเกิดบริเวณชายแดนด้านที่ติดกับโปแลนด์และเยอรมนี

ต้องอพยพประชาชนอย่างน้อย 3,000 คน บางส่วนถูกอพยพจากเขตต่างๆที่อยู่ใต้เขื่อนที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น คาดว่า ฝนจะตกหนักต่อไปจนถึงวันนี้

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปากีสถาน-อพยพประชาชนหนีน้ำท่วมในจังหวัดซิงห์

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082361&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082362&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082363&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082364&stc=1&d=1041361313


ชาวปากีสถานยังคงเผชิญกับชะตากรรมน้ำท่วมครั้งเลวร้ายไม่จบสิ้น หลังจากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักอีกระลอก ทำให้มีการอพยพประชาชนครั้งใหญ่ที่รัฐซิงห์

เหยื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ปากีสถานยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์ประสบภัยชั่วคราว หลังจากที่ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักอีกระลอก ทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนครั้งใหญ่ที่รัฐซิงห์ ซึ่งอยู่ทางใต้ หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำอินดัสได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ที่รัฐปัญจาบ สภาพอากาศเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้นักบินสามารถนำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยขึ้นออกส่งเสบียงและสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้แล้ว

ด้านประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารีของปากีสถานซึ่งเดินทางไปเยือนฝรั่งเศสและอังกฤษ ได้เรียกร้องนานาชาติเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ขณะที่กาชาดสากลได้ตั้งศูนย์ประสบภัยชั่วคราวช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามพรมแดนแล้ว แต่ก็มีข่าวร้ายว่าฝนที่กำลังตกหนักที่อัฟกานิสถานในขณะนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์ที่สปากีสถานเลวร้ายลงอีก เพราะจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำคาบูลที่ไหลผ่านปากีสถานเพิ่มสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมบ้านเรือน โดยเฉพาะรัฐปัญจาบและซิงห์จะได้รับผลกระทบหนัก ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,500 คน ไร้ที่อยู่ 12 ล้านคน ได้รับผลกระทบทั้งสิ้นกว่า 13 ล้านคน

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เกาหลีเหนือ-น้ำท่วมภาคตะวันตก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082365&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082366&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082367&stc=1&d=1041361313


เครือข่ายโทรทัศน์แห่งชาติ KRT ของเกาหลีเหนือ รายงานว่า พื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 2,800 เฮกเตอร์ หรือ 28 ล้านตารางเมตร ถูกน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักในเขตต่างๆที่อยู่ติดกับพรมแดนจีน

KRT รายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยาลู ที่ไหลเลียบชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตลอดสองฟากฝั่ง

KRT แพร่ภาพพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมสูงในจังหวัดเปียงกัน และเขื่อนที่มีปริมาณน้ำมากผิดปกติ

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกษม
09-08-2010, 10:41 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>“สุเมธ” ย้ำคนไทยชอบฟัง“ในหลวง” ตรัส แต่ไม่นำไปปฏิบัติ-เข้าใจผิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ใช้กับคนจน</TD><TD vAlign=baseline align=right width=85>[/URL]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 align=center border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>1 สิงหาคม 2553 14:13 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082434&stc=1&d=1041362747
</TD></TR></TBODY></TABLE>ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาท้องถิ่นบนพื้นที่ฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานครบรอบ 24 ปี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา วันนี้ (1 ส.ค.)

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - “ดร.สุเมธ” ย้ำ คนไทยชอบฟังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัส แต่ไม่เคยนำไปปฏิบัติ เผย สถานการณ์น้ำเขื่อนทั่วประเทศ ปีนี้แย่มากๆ ฝนไม่ตกในพื้นที่เกษตร ส่วนใหญ่ตกในเมืองและพื้นที่ใต้เขื่อน ระบุ หลายคนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงใช้สำหรับคนจน ทั้งที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นธรรม และหลักเศรษฐศาสตร์ใช้ได้กับทุกเรื่อง ทุกคน ทุกองค์กร ชี้ “ในหลวง” ตรัสการนำความสุขมาสู่ชีวิตและสังคมได้ ต้องยึดหลักธรรมะ 3 ประการ คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน

วันนี้ (1 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เดินทางมาปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาท้องถิ่นบนพื้นที่ฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานฉลองครบรอบ 24 ปี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมีพระสงฆ์ คณาจารย์ และ นักศึกษา เข้ารับฟังกว่า 80 คน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร และ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้กล่าวบรรยายตอนหนึ่ง ว่า เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำทั่วประเทศและการดำเนินการของสถาบันสารสนเทศฯ ซึ่งน้ำปีนี้แย่มากๆ น้ำในอ่างเก็บน้ำจากที่เคยเก็บสถิติว่าน้ำเหลือน้อยที่สุด

แต่ในปีนี้น้ำเหลือแค่ครึ่งหนึ่งของที่เคยเหลือน้อย ฝนที่ตกลงมาก็ไม่ตกในพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่จะไปตกในกรุงเทพฯ ในตัวเมือง หรือพื้นที่ใต้เขื่อน จึงทำให้ปีนี้น้ำแล้งมาก คนไทยเราชอบฟังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ไม่เคยนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เขาบอกว่า คนไทยชอบฟัง แต่ไม่ชอบทำตาม พระองค์ท่านพูดเรื่องบริหารจัดการน้ำให้ฟังนาน 3 ชั่วโมง แต่เราก็ไม่เคยน้ำมาปฏิบัติกันเลย

สำหรับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น หลายคนคิดว่า ความพอเพียงจะใช้ได้สำหรับคนจน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะเศรษฐกิจพอเพียงเป็นธรรมะ และหลักเศรษฐศาสตร์ไปพร้อมกัน คือ ใช้ได้กับทุกเรื่องใช้ได้กับชีวิตประจำวันของมนุษย์ ใช้ได้กับทุกองค์กร ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างปูนซีเมนต์ไทย ประสบความสำเร็จในการนำหลักพอเพียงไปใช้ ซึ่งบริษัทนี้มีเงินหมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท

ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องของคนจน แต่การนำมาใช้ต้องปรับให้ถูกกับตัวเอง เพราะทุกคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งต่างกันทั้งสิ่งแวดล้อม ต่างกันทั้งสถานะทางสังคม ฐานะการเงิน และต่างกันทั้งอายุ ฉะนั้นการนำความพอเพียงมาใช้สำหรับตัวเองต้องใช้ให้ถูก เช่น ตัวผมกับคณาจารย์ และนักศึกษาก็มีความแตกต่างกันทั้งอายุสถานะ และการเงิน ฉะนั้น ต้องประมาณตัวเองให้ได้ ว่าเราเป็นอย่างไรและควรดำเนินชีวิตอย่างไร

ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงตรัสไว้ว่า การที่จะนำความสุขมาสู่ชีวิตและสังคมด้วยความพอเพียง นั้น เราต้องยึดหลักธรรมะ 3 ประการ คือ 1.ความพอประมาณ ทำอะไรอย่าทำเกินตัว ให้มีความพอดี 2.มีเหตุผล การจะลงมือทำอะไรต้องมีเหตุมีผลอธิบายได้ และ 3.มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี นั่นคือ ทางสายกลาง ที่สามารถนำพาชีวิตเราให้ดำเนินอยู่ได้อย่างมีความสุข ซึ่งหลักการนี้สามารถนำไปใช้กับการบริหารประเทศ, บริหารองค์กร และ บริหารตัวบุคคลได้

การบริหารท้องถิ่นด้วยหลักพอเพียงนั้น สิ่งสำคัญ คือ เราต้องรู้ “ภูมิสังคม” ของแต่ละพื้นที่ การจะกำหนดนโยบายอะไรออกมาต้องรู้ลักษณะของแต่ละท้องถิ่นอย่างชัดเจน เพราะนโยบายเดียวไม่สามารถใช้ได้กับทุกพื้นที่ สำหรับ “ภูมิ” นั้นหมายถึงภูมิประเทศ คือ ดินน้ำลมไฟ ในแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน

เช่น ภาคเหนือภูมิประเทศก็ไม่เหมือนภาคใต้ และไม่เหมือนภาคกลาง หรือภาคอีสาน ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาภัยแล้งจะบอกให้ชาวบ้านหยุดทำนาปรัง หยุดปลูกพืช เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะนั่นคือวิถีชีวิตของเขา เพียงแต่ว่าเราจะบริหารจัดการน้ำกันอย่างไรเพื่อให้ใช้ได้อย่างเพียงพอเป็นเรื่องที่จะต้องคิด

ที่มา [URL="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105977"]http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105977 (http://www.manager.co.th/vdo/ViewVDO.aspx?NewsID=9530000105977)
</TD></TR></TBODY></TABLE>

Kongp
09-08-2010, 10:50 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082361&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082362&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082363&stc=1&d=1041361313

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1082364&stc=1&d=1041361313




ดูภาพเหล่านี้ แล้วลองวิเคราะห์ดูครับว่า ถ้าเราต้องเจอภัยแบบนี้ เราจะต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง

แทบจะไม่ผืนดิน อาศัยเลยครับ พื้นดิน ก็แฉะเอามากเลย

วรเดช
09-08-2010, 11:57 AM
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>โคลนท่วมฝังจีนทั้งหมู่บ้าน</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/crime/img0/156421.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>เอเอฟพีรายงานวันที่ 8 ส.ค. สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจีนรุนแรงขึ้นอีก ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

ภาวะน้ำท่วมทำให้เกิดดินโคลนถล่มตามมา มีหมู่บ้านหนึ่งที่ถูกคลื่นโคลนกวาดซัดและน้ำท่วมมิดทั้งหมู่บ้าน เบื้องต้นยอดผู้เสียชีวิตเฉพาะในพื้นที่นี้อยู่ที่ 127 ราย ขณะที่นายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรี เดินทางรุดไปถึงพื้นที่ประสบภัยแล้ว เพื่อสั่งการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์

พื้นที่ประสบภัยร้ายแรงในเหตุล่าสุดอยู่ในมณฑลกานซู ทางการอพยพชาวบ้านออกไปแล้ว 20,000 ราย

พร้อมส่งทหาร 3,000 นาย และหน่วยแพทย์ 100 คน เข้าไปยังพื้นที่ชนบทที่เป็นชุมชนของชาวทิเบต แต่การเดินทางเข้าไปลำบากมาก เจ้าหน้าที่เขตโจวฉูแจ้งว่า เส้นทางถูกโคลนท่วมหนาจนเดินและขับรถเข้าไปไม่ได้ ชาวบ้านที่อยู่ภายในพื้นที่ก็ติดค้างออกมาไม่ได้เช่นกัน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถนนบางแห่งมีโคลนท่วมหนากว่า 1 เมตร

ส่วนยอดผู้สูญหายในเหตุน้ำท่วมของจีนก่อนจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวสูงถึง 2,100 ราย ผู้เสียชีวิต 1,454 ราย อีก 12 ล้านคนอพยพจากบ้านเรือน และบ้านพังทลายไปแล้ว 1.4 ล้านหลัง

ด้านปากีสถาน นายยูซุฟ ราซา กิลานี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้รุนแรงเกินกว่าที่รัฐบาลจะรับมือไหวแล้ว หลังจากทำทุกทางที่ทำได้ แต่เนื่องจากฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง มีผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 15 ล้านคน จึงวอนขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ส่วนสถานการณ์ที่อินเดีย ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำป่าบนภูเขาที่ไหลบ่าลงมาซัดบ้านเรือนประชาชนด้านล่างอย่างฉับพลัน เพิ่มเป็น 137 ราย สูญหายอยู่กว่า 500 ราย หน่วยกาชาดทุลักทุเลอย่างหนักในการส่งเสบียงอาหารเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ลาดักห์ เนื่องจากเส้นทางขนส่งเสียหายหมด
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.teenee.com/thank/kaosod.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

วรเดช
09-08-2010, 12:05 PM
รุมประนามตาลีบัน ฆ่าโหดแพทย์ 10ศพ

อ้างมิชชันนารีชาวคริสต์เป็นสายลับให้สหรัฐฯ
9ส.ค.53 รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ หลังกลุ่มตาลีบันได้สังหารโหดอาสาสมัครทั้ง 10คน ขององค์กรการกุศล หรือ คณะผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือระหว่างประเทศ (ไอเอเอ็ม) โดยอ้างว่าพวกเขาเหล่าเป็นมิชชันนารีชาวคริสต์ที่เป็นสายลับให้สหรัฐฯ และเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ชาวอัฟกันเข้ารีต
ซึ่ง นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกประนามการกระทำสังหารโหด ครั้งนี้ว่า เป็นการใส่ความเพื่อพยายามอ้างว่าการสังหารมีความชอบธรรม ตนหัวใจสลายจากความสูญเสีย และการกระทำของกลุ่มตาลีบันในครั้งนี้
พร้อมยกย่องความเสียสละของ คณะแพทย์ที่เข้าให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอาฟกันผู้ยากไร้เกี่ยวกับโรคดวงตาและอาการป่วยไข้อื่นๆ ด้วยความเมตตาและความล้าหาญ และว่าเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจะไม่อาจยับยั้งประชาคมนานาชาติ ไม่ให้เข้าช่วยชาวอัฟกันต่อไป
จากการตรวจสอบสภาพศพของตำรวจอาฟกันพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกยิงด้วยอาวุธปืนหนักจนพรุนไปทั้งร่าง
เบื้องต้นพบผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวคือพนักงานขับรถชาวอัฟกัน วึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอัฟกัน ยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเขาคือพยานผู้เห็นเหตุการณ์หรือผู้สมคบคิดกับตาลีบันกันแน่


ระทึก!! คลิปวินาทีชีวิต หนีตายจากเหตุอุทกภัย


http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2010/08/1.jpg

<OBJECT codeBase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0" classid=clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000 width=407 height=342>
























<embedtype="application/x-shockwave-flash" width="407.6" height="342" src="http://video.mthai.com/Flash_player/player.swf?idMovie=6M1280890978M0" allowfullscreen="true"></embed></OBJECT>
ระทึก! ช่วยคนหนีน้ำท่วมที่จีน (http://video.mthai.com/player.php?id=6M1280890978M0) – ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ (http://video.mthai.com/)</P>เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มณฑลยงจี่ ในเมือง จี่ หลิน ประเทศจีน เกิดประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้บันทึกภาพวีดิวินาทีการช่วยชีวิตของชาวบ้านที่กำลังหนีตายจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้
ภาพดังกล่าว สามารถบันทึกการวินาทีการช่วยชีวิตของชาวบ้านจากสายน้ำอันเชี่ยวกราด โดยชายคนหนึ่งสามารถช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายขึ้นมาได้จำนวน 1 คน หลังจากนั้นก็มีหญิงชราวัย 61 ปีที่ชื่อว่า นาง หลิว ฟ่ง หลาน ลอยมากับสายน้ำ โดยที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเธอได้ ซึ่งผู้เป็นสามีก็ตามหาร่างหลิว ฟ่ง หลาน ที่หวังว่าจะยังคงรอดชีวิตอยู่ แต่ดูเหมือว่าความหวังครั้งนี้เหลือน้อยเต็มที
ชายผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนพยายามที่จะช่วยเธอเช่นกัน แต่ตนและเพื่อนๆ กำลังพยายามขนข้าวของขึ้นไปอีกชั้นของบ้าน เนื่องจากขณะนั้นน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นและจะท่วมไปยังชั้นสองของอาคาร จึงไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ เขารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
“จริงๆผมกำลังจะช่วยเธอเอาไว้ แต่ด้วยสายน้ำที่เชี่ยวกราก ขณะนั้นคิดว่าคงไม่สามารถช่วยเธอได้ เธอมองมาที่ผมก่อนที่สายน้ำจะพัดพาร่างเธอไป ผมเสียใจและมันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจได้” ชายดังกล่าวเล่าด้วยความเสียใจ
นอกจากนี้ ชายดังกล่าวยังเล่าต่อว่า ผู้เป็นพ่อและลูกของเขาไหลไปกับสายน้ำ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยใครได้ โชคดีที่สุดท้าย ลูกชายและพ่อของเขาได้รับช่วยชีวิตไว้ได้ อุทกภัยครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าโศกเศร้าของชีวิต อย่างไรก็ตามเขาก็ยังหวังจะได้รับข่าวดีว่า ผู้ที่สูญหายคนอื่นๆจะได้รับการช่วยเหลือ และรอดชีวิตมาได้
ทีมข่าว Mthai (http://news.mthai.com)
http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2010/08/2.jpg
http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2010/08/3.jpg
http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2010/08/4.jpg

พลอยรุ้ง
09-08-2010, 12:27 PM
ทุกคน ทุกชีวิต ทุกประเทศ ที่ประสบความเสียหาย จากภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ น่าสงสารมากๆค่ะ
ประเทศไทยเราเองก็อย่าประมาท ควรจะตั้งสติ คิดเตรียมการไว้ดีกว่าแก้ค่ะ อย่างน้อยก็ที่บ้านเราเอง บ้านเราตั้งอยู่ในชัยภูมิแบบไหน เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือเปล่า และถ้าเกิดภัยมาถึงตัวจริงๆ จะไปหลบที่ไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
เตรียมตัว เตรียมใจ เพื่อความไม่ประมาทค่ะ

Falkman
09-08-2010, 12:42 PM
ทุกคน ทุกชีวิต ทุกประเทศ ที่ประสบความเสียหาย จากภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ น่าสงสารมากๆค่ะ
ประเทศไทยเราเองก็อย่าประมาท ควรจะตั้งสติ คิดเตรียมการไว้ดีกว่าแก้ค่ะ อย่างน้อยก็ที่บ้านเราเอง บ้านเราตั้งอยู่ในชัยภูมิแบบไหน เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือเปล่า และถ้าเกิดภัยมาถึงตัวจริงๆ จะไปหลบที่ไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
เตรียมตัว เตรียมใจ เพื่อความไม่ประมาทค่ะ

สาธุ กล่าวได้ดีมากเลยจ้า

เจ้าหญิงแพร
09-08-2010, 08:40 PM
เศรษฐกิจพอเพียง

เอาตามความเข้าใจของเรานะตาที่ท่านเคยพูดไว้ ประโยคสั้นๆคือ "ทำให้พอกิน พอใช้ เหลือจึงขาย" เมื่อทุกคนมีกินมีใช้ ไม่อดมื้อกินมื้อ จิตใจจะเริ่มสบาย จิตใจจะหลุดพ้นจากการเป็นทาส เมื่อใจเป็นไทใจสบายการรักษาศีลการรับฟังธรรมมะจึงเป็นไปโดยง่าย เข้าใจในธรรมมะที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ก็เข้าใจได้ง่าย เมื่อทุกคนมีศีลเข้าใจถึงธรรม การเบียดเบียนการเอารัดเอาเปรียบจะไม่บังเกิด พระพุทธศาสนาและประเทศไทยจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และการจบกิจในพระพุทธศาสนาจะทำกันได้มากขึ้น ตามความเห็นส่วนตัวของเรา เราคิดว่าในหลวงท่านน่าจะมีพระประสงค์อย่างนี้

เกษม
09-08-2010, 09:55 PM
ชาวร้อยเอ็ดกินเห็ดพิษ เด็กตาย 1 ร่อแร่ 1

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083462&stc=1&d=1041356568


"เห็ดระงาก" ทำพิษ ชาวบ้านเก็บจากในป่า ลักษณะคล้าย "เห็ดระโงก" ที่กินได้ นำมาปรุงอาหาร ท้องร่วงระนาวกว่า 10 คน ผู้ใหญ่ 8 คนพ้นขีดอันตราย เด็ก 1 ขวบอยู่ห้องไอซียู ส่วนเด็ก 2 ขวบ เสียชีวิตแล้ว...

เมื่อเวลา 18.15 น.วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.อธิราช นาคศรี พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากรพ.ร้อยเอ็ด ให้ไปชันสูตรศพคนตาย เนื่องจากระบบการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพราะอาหารเป็นพิษ ร.ต.อ.อธิราช จึงรุดไปตรวจสอบที่ห้องเก็บศพของรพ.ร้อยเอ็ด พบศพด.ญ.ศิริทร ขจรภัย อายุ 2 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 100 บ้านผือฮี หมู่ 2 ต.ดงแดง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด

จากการสอบสวนนายวิฑูรย์ กันภัค อายุ 29 ปี มีศักดิ์เป็นน้าของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา นางโฮม ทานะขัน อายุ 58 ปี และนางชม วงศ์อามาตย์ อายุ 66 ปี พากันไปเก็บเห็ดที่ป่าดงดอนแคนร่องคำ ต.ป่าสังข์ อ.จตุรพักตรพิมาน ได้เก็บเห็ดชนิดหนึ่งชื่อ "เห็ดระงาก" มีลักษณะคล้ายเห็ดระโงกจำนวนมาก นำมาแกงได้หม้อใหญ่ จากนั้นจึงตักแบ่งไปให้บ้านญาติๆ จำนวน 4 ครอบครัวกินกัน

หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง คนใน 4 ครอบครัวเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระบ่อยแบบคนท้องร่วง จนร่างกายซีดเหลือง จำนวน 10 คน คือนางชม และนางโฮม ที่เป็นคนเก็บเห็ด นอกจากนี้ยังมีนายชัยยา เมสังข์ อายุ 39 ปี นางวารุณี เมสังข์ อายุ 40 ปี น.ส.สุนิสา เมสังข์ อายุ 19 ปี นางรัญจวน กันถัด อายุ 44 ปี นายวิฑูรย์ กันถัด อายุ 29 ปี นางหนู ทุมลา อายุ 73 ปี ด.ญ.สุทาธินี ทุมลา อายุ 1 ขวบครึ่ง และ ด.ญ.ศิริทร ขจรภัย อายุ 2 ขวบ ญาติจึงนำตัวมารักษาที่ รพ.จตุรพักตรพิมาน เป็นเวลา 1 วัน ผู้ใหญ่ 8 คน พ้นขีดอันตราย แพทย์ให้กลับไปพักที่บ้าน แต่ยังเหลืออาการน่าเป็นห่วงคือ ด.ญ.สุทาธินี และด.ญ.ศิริทร จึงถูกส่งต่อเข้ารักษาที่รพ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 3 ส.ค. แต่ ด.ญ.ศิริทร อยู่มาได้ 6 วัน จึงเสียชีวิต ยังเหลือด.ญ.สุทาธินี ที่กำลังอยู่รักษาในห้องไอซียูของรพ.ร้อยเอ็ด

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

แม่นายมล
09-08-2010, 10:05 PM
เห็นข่าวน้ำท่วมหนักๆ ทั่วโลก
นึกถึงจิตจักรวาลเลย ที่บอกไว้ว่าภัยมันจะถี่ขึ้น
ใกล้ตัวมากขึ้น เธอก็โดน ฉันก็โดน ไม่รู้ ใครจะช่วยใคร
ภาพที่เห็นจะไม่ใช่แค่จากจอทีวี
ภาพอาจอยู่ตรงหน้าเราเอง..

<STYLE>table {background:none;} td {background:none;}</STYLE><STYLE>body{background-image:url("http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=758354&stc=1&d=1258083502");}</STYLE>

เกษม
09-08-2010, 10:27 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านสุรินทร์ตึงเครียด! ทหารเขมรเสริมกำลังอาวุธหนัก “ปืนใหญ่-รถถัง” ตลอดแนว</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>9 สิงหาคม 2553 19:21 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083524&stc=1&d=1041358434


http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083525&stc=1&d=1041358434

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083526&stc=1&d=1041358434
</TD></TR></TBODY></TABLE>ทหารพูชาเสริมกำลังพร้อมอาวุธหนักและสร้างบังเกอร์ วางกระสอบทราย ตรึงเข้มประชิดชายแดนไทย ด้านช่องกร่าง บ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ วันนี้ ( 9 ส.ค.)

สุรินทร์ - สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด อีกครั้ง เผย ทหารกัมพูชาเสริมกำลังพร้อมอาวุธหนัก ปืนใหญ่ และรถถัง ประชิดชายแดนตลอดแนวด้าน จ.สุรินทร์ อย่างต่อเนื่อง ส่วนทหารไทยสั่งเตรียมพร้อมปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา ขณะการค้าขายที่ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ยังปกติ

วันนี้ (9 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ว่า ล่าสุด ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวทหารกัมพูชาในชุมชนโอร์เสม็ด อ.สำสำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามกับด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่า ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชาได้มีการเสริมกำลังทหาร พร้อมอาวุธหนัก ปืนใหญ่ และรถถัง เข้าประชิดชายแดนไทยมากขึ้น และดำเนินการอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน พร้อมได้สร้างบังเกอร์วางกำลังไว้ตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่บริเวณเขาแหลม บ้านโกนเกรียน-บ้านประองค์ อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง ของไทย

ส่วนชายแดนด้านตรงข้ามปราสาทตาควาย บ.ไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทหารกัมพูชาได้เสริมกำลังทหารเข้าประชิดปราสาทตาควายมากขึ้น พร้อมทำกระเช้าลำเลียงเสบียงอาหารขึ้นมาให้ทหารที่ปราสาทตาควายด้วย นอกจากนั้น ยังได้เสริมกำลังทหารเข้าประจำการที่บ้านทะมอโดน ทหารหน่วยปฏิบัติการชายแดนที่ 402 กองร้อยที่ 1 และเสริมกำลังตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชา ประจำฐานปฏิบัติการบ้านทะมอโดน ต.โคกมอน อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามช่องกร่าง บ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ใกล้กับปราสาทตาควาย

ขณะที่บ้านจารย์ ต.โคกมอน อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ฝั่งตรงข้ามปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอีกจุดหนึ่ง ที่อาจเกิดการปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชา นั้น ทหารกัมพูชานอกจากเสริมกำลังทหาร และอาวุธหนักเข้าประจำการพื้นที่ชายแดนแล้วยังได้สร้างบังเกอร์ และตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า “บ้านตาเมือนใหม่”โดยมีการสร้างบ้านเรือนอย่างถาวรขึ้นหลายหลังเป็นบ้านพักของทหารกัมพูชา ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียง 100 เมตร ซึ่งได้ยินเสียงเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ เพื่อการก่อสร้างดังกล่าวดังมาถึงปราสาทตาเมือนธมอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น ทหารกัมพูชาได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์ภายในตัวปราสาทตาเมือนธมตลอดทั้งวัน แต่เหตุการณ์โดยรวมยังเป็นปกติประชาชนนักท่องเที่ยวชาวไทยยังสามารถเข้าชมปราสาทตาเมือนธม ได้

ในส่วนของทหารไทยที่ปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดพื้นที่ด้าน จ.สุรินทร์ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21, หน่วยชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 26 กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ซึ่งมีการวางกำลังพลและอาวุธหนักประจำทุกจุดตลอดแนวชายแดนอยู่แล้ว ได้มีการแจ้งเตือนกำลังพลทุกนายให้มีความตื่นตัว และพร้อมเข้าปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายได้ทันที

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083527&stc=1&d=1041358434
การค้าขาย ที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยังปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับบรรยากาศการค้าขาย และการผ่านแดน ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ วันนี้ (9 ส.ค.) ยังคงเป็นปกติบรรดาพ่อค้าแม่ค้าประชาชนชาวกัมพูชายังคงเดินทาง เข้ามาค้าขายสินค้ากับแม่ค้าพ่อค้าชาวไทย ที่ตลาดช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตามปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงเดินทางผ่านแดนเข้าไปท่องเที่ยวและเล่นพนัน ในบ่อนกาสิโนชายแดนฝั่งกัมพูชา กันเป็นจำนวนมากเช่นเดิม

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ชาวกัมพูชาหลายคน บอกว่า ไม่อยากให้เกิดสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่พื้นที่ชายแดนประกอบอาชีพค้าขายกับคนไทย และพึ่งพาอาศัยเสมือนเป็นพี่น้องกันมานานหลายสิบปี จะประสบกับความยากลำบาก เพราะบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายแดนต้องคอยหลบกระสุนปืน และกระทบต่อการทำมาหากิน รวมถึงการเดินทางเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย จึงอยากให้ทั้งไทยและกัมพูชา ได้เจรจาทำความความเข้าใจแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติ

อย่างไรก็ตาม มีชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งบอกว่า อยากให้เกิดสงครามขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ากองกำลังทหารฝ่ายใดจะแข็งแกร่งกว่ากัน จะได้มีผู้ชนะและยอมรับกันไป แม้ประชาชนจะเดือดร้อน แต่เป็นเพียงระยะหนึ่งเท่านั้นทุกอย่างมันก็จะจบลง แม้ลำบากก็ต้องยอม เพราะเหตุการณ์ปัญหาที่เป็นอยู่อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะจบกันเมื่อใด สุดท้ายชาวบ้านต้องมาเดือดร้อนตลอดเวลาไม่รู้จบสิ้น

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000110333 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000110333)


</TD></TR></TBODY></TABLE>

เกษม
09-08-2010, 10:45 PM
"โสรัจจะ นวลอยู่"
ทำนาย "เขมร"บุก"สยาม"ในปี 2553

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083554&stc=1&d=1041359561

ขณะนี้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ดูจะตึงเครียดไม่น้อย และเริ่มส่อเค้าบานปลาย จนใกล้จุดแตกหักเข้าไปทุกที หากยังไม่มีทางออกในปัญหาเหล่านี้ การเผชิญหน้าระหว่างไทยกับกัมพูชาอาจเป็นไปตามคำทำนายของ "โสรัจจะ นวลอยู่" โหรชื่อดัง ผู้ได้รับฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย" ในหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร ปี 2553" ซึ่งสำนักพิมพ์ "มติชน" วางแผงอยู่ในขณะนี้

"เริ่มต้นที่เดือนกุมภาพันธ์ ในเดือนนี้ไทยจะถูกตรึงด้วยบาปเคราะห์ในมุมสามเหลี่ยม โดยมีดวงอาทิตย์เป็นตัวเสริมให้ครบมุม ดังนี้สิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น คือจะมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น สภาพเหตุการณ์ภายในเป็นที่น่าวิตก อาจปั่นป่วนหรือมีผู้ยุยงให้วุ่นวายได้ อาจมีการประสานงากันบ้างกับประเทศเพื่อนบ้าน มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขมร ที่เป็นหอกข้างแคร่ที่แสนขมขื่น ในเดือนเมษายน ดาวแห่งไทยสยามโคจรเข้ามุมฉากกับดาวบาปเคราะห์ที่ทำมุมจตุโกณ ยังเห็นว่าบ้านเมืองยังคงยุ่งยากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เหตุภายนอกรุมเร้าเข้ามา ปัญหาพม่าและเขมรจะนำความเดือดร้อนอย่างมาก เหตุการณ์น่าเป็นห่วงพอถึงเดือนพฤษภาคม ด้านชายแดนจะมีการขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเขมรและพม่าอย่างรุนแรงอีก"

เหตุการณ์ต่างๆ อาจถึงจุดแตกหักดังคำทำนายในเดือนสิงหาคมว่า "เขมรจะบุกสยามประเทศ ส่งกำลังทหารเข้าโจมตี ทหารเสียชีวิตจำนวนมาก ถึงคราวแล้วที่ไทยจะเข้าสู่สงครามที่เราไม่เคยมีมาเลยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลาช้านานแล้ว เป็นการรบอย่างแท้จริง อิทธิพลของดวงดาวคือ พระราหูทำมุมเสียกับลัคนาประเทศ ถ้าไทยยังเฉยเมยไม่ตระหนักต่อปัญหาที่รุมเร้าหนักข้อขึ้นทุกที...ดังนั้น ปี 2553 จะเกิดการรบนองเลือดถึงขั้นเสียชีวิตผู้คนมากมาย ถึงจะได้คืนมาซึ่งแผ่นดิน อาจจะถึงขั้นประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน"

ที่มา http://news.siamjobit.com/News-detail-174827.html (http://news.siamjobit.com/News-detail-174827.html)

เกษม
09-08-2010, 11:20 PM
น่าน-ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083593&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083594&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083595&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083596&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083597&stc=1&d=1041361440

น่าน-ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พืชผลการเกษตรเสียหาย สัตว์เลี้ยงสูญหายหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านเก็บข้าวของหนี ผวาอ่างเก็บน้ำแตก

ที่จังหวัดน่าน เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน จนทำให้เช้าวันนี้ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเสียหายหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีน้ำป่าจากห้วยพะยอมล้นอ่างเก็บน้ำห้วยพะยอม ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่หมู่บ้านนิคม ตำบลฝายแก้ว บ้านหนองเต่า บ้านม่วงตึ๊ด ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และน้ำจากอ่างห้วยแห็ต ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรบ้านแสงดาวพัฒนา บ้านฝายแก้ว บ้านท่าล้อ และบ้านบุฟผาราม ตำบลฝายแก้ว หลายหลังคาเรือน

ในเบื้องต้นทาง พล.ต.ชีวัน โหละบุตร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน นำกำลังทหารเข้าช่วยเหลือราษฎรข้นย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงแล้ว เนื่องจากขณะนี้ชาวบ้านได้หวาดผวากลัวอ่างเก็บน้ำห้วยพะยอมแตก เนื่องจากขณะนี้น้ำได้ล้นสันอ่างเก็บน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตรแล้ว และท่าง อบต. แต่ละแห่งได้เข้าสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

นอกจากนี้ทางพระครูวิสิฐนันทวุฒิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง / เจ้าคณะอำเภอภูเพียง ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่ ปลากระป๋อง และน้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมประมาณ 50 กว่าหลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 100 ไร่ และยังมีเป็ด ไก่ ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้สูญหายอีกจำนวนมาก

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ลำปาง-ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน 7 ตำบล 2 อำเภอ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083598&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083599&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083600&stc=1&d=1041361440

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083601&stc=1&d=1041361440

ผู้ว่าฯลำปาง ลงนามประกาศให้พื้นที่ 7 ตำบลของ 2 อำเภอจังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยพื้นที่ที่ประกาศให้เป็นเขตประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ได้แก่ 8 หมู่บ้าน 2 ตำบลใน อ.เมือง คือ ต.บ้านแลง และบ้านเสด็จ มีบ้านเรือนประสบภัย 750 ครัวเรือน ส่วนในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม มี 30 หมู่บ้าน กระจายใน 5 ตำบล ได้แก่ ต.แจ้ห่ม บ้านสา เมืองมาย แม่สุก และปงดอน บ้านเรือนประสบภัยจำนวน 1,874 ครัวเรือน ซึ่งทางจังหวัดประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน

รวมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยทางธรรมชาติครั้งนี้ใน 2 อำเภอ กว่า 8,000 คน 36 หมู่บ้าน 7 ตำบล ทั้งนี้ การประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนี้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำงบฉุกเฉินเข้ามาช่วยเหลือ และฟื้นฟูพื้นที่ได้ โดยเฉพาะการซ่อมแซมสิ่งสาธารณะประโยชน์ที่มีสะพานพังเสียหายรวม 8 แห่ง ตลิ่ง 4 แห่ง และบ้านพังเสียหาย 4 หลัง

รวมถึงพื้นที่การเกษตรที่เสียหายกว่า 3,500 ไร่ ซึ่งหากพื้นที่ใดงบประมาณไม่เพียงพอ ก็สามารถร้องขอมายังทางจังหวัดลำปาง เพื่อใช้งบทดลองราชการ 50 ล้านบาท ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เตือน 7 จังหวัดภาคอีสานฝนตกหนัก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083602&stc=1&d=1041361440

สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสกลนคร เตือน 7 จังหวัดภาคอีสานระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก รวมทั้งระวังสุขภาพจากอากาศเปียกชื้น ส่งผลเป็นโรคฉี่หนู

สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสกลนคร รายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2553 มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม. ส่วนการคาดหมายในช่วงวันที่ 9-10 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 11-14 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปถึงทั่วไป และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 9-12 ส.ค. เกษตรกรที่อยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้ง เพราะอาจเปียกชื้นเสียหายจากฝนที่ตกได้ นอกจากนี้ควรดูแลสุขอนามัย สวมถุงมือและรองเท้าบูททุกครั้งเมื่อต้องทำงานในที่ชื้นแฉะ เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู

ข่าวทีวีช่อง 3 วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

เกษม
10-08-2010, 08:43 AM
ภัยมันจะถี่ขึ้น ใกล้ตัวมากขึ้น!!!

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083992&stc=1&d=1041356429

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1083994&stc=1&d=1041356429


เห็นข่าวน้ำท่วมหนักๆ ทั่วโลก นึกถึงจิตจักรวาลเลย ที่บอกไว้ว่าภัยมันจะถี่ขึ้น ใกล้ตัวมากขึ้น เธอก็โดน ฉันก็โดน ไม่รู้ ใครจะช่วยใคร ภาพที่เห็นจะไม่ใช่แค่จากจอทีวี ภาพอาจอยู่ตรงหน้าเราเอง..


การเตรียมตนเองและจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย
(บรรยายโดย อ.ปริญญา ตันสกุล)

บุตรรักแห่งบิดาทั้งหลาย สิ่งแรกที่ลูกจะต้องเตรียมเครื่องยนต์แห่งกรรมก็คือ เตรียมปัจจัย(ที่จะใช้ในการดำรงชีวิต) ให้พร้อมทั้งเพื่อตนเองและสมาชิกในครัวเรือนของเจ้า

สิ่งแรกก็คือ อาหาร คิดเองว่าจะเอาอะไร สิ่งที่สองคือ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนุ่งห่มสำคัญมาก เพราะในช่วงเวลาในการชำระโลก อากาศจะหนาวเย็นมาก เพราะโลกจะคว่ำหัวลง ลูกเข้าใจไหม โลกจะคว่ำหัวตีลังกา และโลกนี้จะมีแต่ความมืดนั้น จะเกิดขึ้นจากหลายอย่าง
1. เมฆมืด 2. ส่วนโค้งของโลกบังดวงอาทิตย์ไว้ 3. เกิดจากนิวเคลียร์บอมส์ มันมีเป็นดอกเห็ดห่อหุ้มโลกของเจ้าไว้ ทำให้มองอะไรไม่เห็น

เครื่องใช้ไม้สอย อะไรก็ได้ อย่างสุภาพสตรีมีของส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ใช่เครื่องสำอางนะลูก ใช่ไหม ผู้หญิงต้องใช้ ผู้ชายไม่เท่าไหรหรอก มันแก้ผ้าเดินยังได้เลย(ใช่ไหม) เพราะตอนเกิดมามีไหมเสื้อผ้าอาภรณ์ ผู้ชายมีไหม ไม่มี ผู้หญิงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะระหว่างชำระโลกนั้น คนชั่วยังเหลืออยู่ไหมล่ะ ก็เหลืออยู่ซิ ไปเที่ยวเปลือยๆ เดี๋ยวมันปล้ำเอาแล้วก็ยิ่งซวย 2 ต่อเลย มันต้องระวังนะ

ที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยนี้ต้องคิดแล้ว ใครที่เคย ในโลกของเจ้านี่ บิดาเห็นแล้วเป็นเรื่องที่น่าขบขัน อีกอย่างหนึ่งเวลาซื้อที่ดินของพวกเจ้า ที่ดินระหว่างชายน้ำ ชายทะเล กับที่อยู่ในที่ธรรมดาๆ ในป่าลึกๆ เจ้าว่าที่ไหนแพงกว่ากัน (ชายน้ำ ชายทะเล) เจ้ารู้ไหม พวกที่ได้แผ่นดินที่อยู่ชายน้ำ ชายทะเล ไอ้พวกนี้คือพวกที่ถูกกำหนดมาให้มันไปอยู่ตรงนั้น มันตายง่ายกว่าไหมละลูก อย่าคิดนะว่าตอนแรกที่ผ่านมาโชคดี ที่กูไม่ได้ซื้อไว้ใช่ไหมละลูก

คนที่อยู่ริมน้ำ อยู่ในที่ราบลุ่ม นั่นคือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาเกิดที่ตรงนั้น เพื่อรอคอยการชำระความ ถูกกำหนดมา อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าบุญส่ง เขาเรียกอะไรส่งล่ะลูก กรรมส่งมา นั่นคือสิ่งสำคัญ

ที่อยู่อาศัยนั้นหมายความว่าถ้าบ้านเจ้าไปอยู่แถวน้ำ อยู่ที่ราบลุ่ม หรือที่อะไร เจ้าควรจะต้องหาที่เหมาะสมกว่านั้นแล้ว เจ้าต้องคิดแล้วใช่ไหม ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่พอบอกให้รู้แล้วยังเสือกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงที่ตายกูยังไงกูก็ไม่ตาย ไม่ตายแต่มึงทรมานไหมล่ะ ลำบากไหมล่ะ อยากลำบากหรือ อย่างนั้นเขาเรียกอวดอุตรินะ ต้องพูดให้ครบ ไม่งั้นพวกเจ้าหาว่าพ่อไม่สอนอีก

ต่อไป ยารักษาโรค ยารักษาโรคก็คือยาสามัญประจำบ้าน และยาประจำตัวเฉพาะโรคของเจ้า จะต้องมีไว้เพราะถึงเวลาบัดนั้นขัดสนแล้ว เจ้าจะไปหาที่ไหน หมอกล้ามารักษาเจ้าไหม และเจ้ากล้าออกไปหาหมอไหม(ไม่) อัตตาหิ อัตโนนาโถ ท่องเอาไว้เลย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ต้องพึ่งใคร ผัวของเรา เมียของเราอย่าไปคิดพึ่งมัน ถึงตอนนั้นมันก็สติจะแตกอยู่แล้ว มันก็ช่วยเราไม่ได้หรอก มันจะช่วยตัวมันเองยังไม่ได้เลย

และสิ่งหนึ่งที่บิดาจะกล่าวให้เจ้าเตรียมไว้ ก็คือ ด่างทับทิม และ คาลาไมน์ ของกล้วยๆ ง่ายๆ ด่างทับทิมเอาไว้ล้างเท้า เอาไว้ล้างผักหญ้าที่เจ้าจะเอามาทำเป็นอาหาร เพื่อให้มันปลอดจากสารพิษและเชื้อโรคเจ้าสัตว์ตัวน้อยของบิดา คาลาไมน์นั้นสำหรับทาแก้โรคผิวหนัง เป็นเม็ด ผด ผื่นคัน ไปรักษายาอะไรมันก็ไม่หายหรอกลูก เอาคาลาไมน์ทาทีเดียวหายเลย แต่นั่นหมายความว่าเจ้าจะต้องมีรหัสกรรมในเครื่องยนต์แห่งกรรมของเจ้าต้องไม่เกิน 30%คาลาไมน์กับด่างทับทิม ที่บิดาแนะนำเจ้าถึงจะศักดิ์สิทธิ์

ต่อไปยานพาหนะ เอารถยนต์ดีไหมลูก รถเบนซ์เลย โรลส์รอยด์เลยดีไหมลูก เอาอะไรดียานพาหนะ เรือ ชูขีพ นี่ก็เป็นยานพาหนะใช่ไหม เวลาอยู่ในน้ำลอยตัวแล้วเอามือป๋อมแป๋มๆ มันเป็นยานพาหนะพาเจ้าไปได้หรือเปล่า จักรยานได้ไหมลูก (ได้) จักรยานก็ได้ ปั่นในน้ำไงลูก

เครื่องช่วยชีวิต เช่น ถ้าคนใกล้ตัวเราเป็นโรคหืดหอบ อะไรต่างๆ เหล่านี้ เขาสำนึกบุญแล้ว มันยังมีโอกาสรอด ตอนนั้นมันตกใจ หายใจไม่ทัน มีอ๊อกซิเจนกระป๋องให้มันบ้างไหม ยกตัวอย่างเครื่องช่วยชีวิต เครื่องผายปอด หรือเครื่องกู้ภัยเช่น กาละมังใหญ่ๆ เชือกเส้นยาวๆ เพื่อนเดือดร้อนนะ มีจิตสำนึกช่วยตัวเองได้แล้ว ช่วยเพื่อนบ้าง เหวี่ยงเชือกไปให้มัน ถ้ามันมีบุญเราเหวี่ยงมันจะตรงหัวมันพอดี ถ้ามันไม่มีบุญไปพาดก้านคอมันพอดี พี่ๆ น้องๆ เจ้ากรรมนายเวรจะเอาเหวี่ยงไปให้พันเอง และก็จะช่วยมัน ซึ่งเครื่องช่วยชีวิตและเครื่องกู้ภัยเหล่านี้ปรกติในบ้านเจ้ามีไหมล่ะ (ไม่มี) บิดาถึงย้ำให้เจ้าหาไว้ใกล้ตัว

เครื่องให้แสงสว่าง ช่วงวิกฤตนั้นไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าดับมืด เหมือนอย่างที่อีสานที่เจ้าอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เห็นไหม ต้องใช้อะไรลูก เทียนไข จุดดีๆ นะลูก ไม่งั้นเผาบ้านตัวเองอีก อย่างนี้เขาเรียกว่าซวยกลางน้ำ คนอื่นเขาซวยกลางแดด พวกเจ้าจะซวยทางน้ำระวังให้ดี เทียนไขแต่ถ้าไม่งั้นก็ใช้อะไร ตะเกียงน้ำมันใช่ไหม ตะเกียงน้ำมันที่มีฝาแก้วครอบและมีน้ำมันก๊าดใส่ไว้ มันเปลืองไหมล่ะนั่น จุดทั้งคืนยังเปลืองไม่ถึงลิตรเลย ให้แสงสว่างได้ไหม (ได้) ไฟฉายได้ไหมลูก (ได้) เอาไว้ส่องดูหน้าเจ้ากรรมนายเวร

แล้วในช่วงระยะต้นๆ ใหม่ๆ ที่ชำระโลก สังคมยังปั่นป่วน เศรษฐกิจเริ่มพังพาบ แบงค์ทำงานไม่ได้ ปัจจัยยังสำคัญอยู่ไหม (สำคัญ) อย่าอวดรวยนะลูกเดี๋ยวผู้ร้ายยังอยู่นะ แต่ต้องมีเก็บไว้เพื่อเอาไว้แลกเปลี่ยนใช่ไหม มีบ้างไม่มีเลยคงแย่

เมื่อเตรียมไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้วในสิ่งเหล่านี้ ขอให้พวกเจ้าทุกคน บอกสมาชิกทุกคนในครัวเรือนให้รู้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหน เข้าใจหรือเปล่า ไม่ใช่กูแอบเก็บไว้กูคนเดียว คนในบ้านไม่มีใครรู้ พอถึงเวลากูละจะซวย เพราะเฮ้ยมึงเอาไฟฉายให้กูหน่อย แล้วมึงไม่บอกกูว่าอยู่ไหน มันเสือกกัดกันก่อนตาย ไม่ใช่ตัดก่อนตายนะลูก กัดกันก่อนตาย หรือกัดกันจนตาย ต้องบอกเขาว่าอะไรอยู่ตรงไหน และแค่นั้นยังไม่พอ บอกรู้แล้วว่าไฟฉายอยู่ตรงนี้ แต่ ๆ ๆ ที่เปิดมันอยู่ไหน เสือกไม่สอนเขาอีก ใช่ไหมไปซื้ออย่างดีมา สวิทซ์มันพิเศษพิศดารใช่ไหม

เหมือนห้องน้ำ บางคนเข้าห้องน้ำที่นี่ ที่หลังเวทีเข้าห้องน้ำ มันบอกอะไรว่ะก๊อกบ้าที่นี่ไม่มี หัวก๊อกไม่มีสวิทซ์เลย มันใช้อย่างไงนี่ จะให้กูเอาปากอมหรือดูดออกหรือไง ไม่สอนมันนี่ใช่ไหม ไม่เขียนป้ายสอนไว้ ถ้าคนไม่มีปัญญาญาณซวยไหมล่ะ ใช้น้ำได้ไหม(ไม่ได้) คนไม่มีปัญญาญาณกับคนไม่ซุกซน รับรองใช้น้ำที่นี่ไม่ได้ ห้องน้ำนั่นนะ เพราะมันมีแต่หัวก๊อก ตัววาล์วไม่มีใช่ไหม ยอมรับไหมว่าเจ้าตอนแรกเข้าไปก็งงเหมือนกัน เหมือนกับไปพักโรงแรมต่างจังหวัด ถามบ๋อยว่าผ้าห่มอยู่ไหน เสือกนอนทับผ้าห่มอยู่ มันบอกผ้าห่มอยู่ไหน นี่ทีเรื่องโง่ๆ ล่ะฉลาดนัก ทีเรื่องฉลาดแล้วโง่จริงๆ ต้องเปลี่ยนใหม่นะลูก

เตรียมอย่างที่สอง เตรียมสุขภาพร่างกายไว้ให้พร้อม ไม่ใช่ตอนนี้รู้ว่าใกล้ชำระโลกแล้วยังเสือกทำตัวเจ็บป่วย ปล่อยให้ตัวเองเจ็บป่วยนี่ร่างกายอ่อนแอไหมล่ะลูก (อ่อนแอ) ถ้าร่างกายอ่อนแอ อะไรจะอ่อนแอตามไปด้วย จิตใจของเจ้าจะอ่อนแอตามไปด้วยเมื่อใดเมื่อเจ้าป่วย เมื่อนั้นเจ้าจะติดต่อกับจักรวาลไม่ได้ทันทีเลย เพราะพลังอำนาจไม่เพียงพอ เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นทำร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ไว้

พ่อคงไม่ต้องสอนเจ้าหรอก ทำยังไงให้แข็งแรงสมบูรณ์ เพราะแต่ละคนบางทีก็อ้วนลงพุงเหมือนเครื่องยนต์แต่กรรมนี้ และสิ่งที่จะต้องทำก็คือ กินแต่น้อยและถ่ายแต่น้อย เจ้าว่าจริงไหม อย่าดันเห็นแก่กินอยู่ กินเยอะถ่ายเยอะ ตอนนั้นไม่มีที่จะถ่าย กินแต่น้อยเพื่อให้อยู่ท้องนาน ๆ ไม่ใช่กินทางปากออกทางโน้นเลย แล้วเก็บปฎิกูลของตัวเองไหวไหมล่ะลูก ไหวไหม (ไม่ไหว) นี่ดีนะพวกเจ้าจะตกใจจนสุดขีดเวลาตกใจขี้ไปอยู่ไหนล่ะลูก บางส่วนมันไปอยู่สมอง เลยช่วยเจ้าส่วนหนึ่ง ทำให้ท้องผูก ธาตุปั่นป่วน กินเข้าไปไม่รู้ออกทางไหน ไม่มีที่จะให้ออก มันหายไปอยู่บนนี้หมดแล้ว

ประการที่สาม คอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า คือเจ้าจะต้องฝึกตัวเองให้หูไว ตาไว ก่อนที่ภัยจะถึงตัว เช่นขณะนี้เจ้าว่ามันใกล้ตัวเจ้ามาหรือยัง (ใกล้แล้ว) น้ำเหนือ กำลังมาใช่ไหม ตอนนี้ปากน้ำโพกำลังเดือดร้อน ศรีอยุธยาของเจ้า เขาเรียกกรุงศรีอยุธยาใช่ไหม จะเดือดร้อน เดือดร้อนแล้วอีกไม่นานก็ถึงเจ้า ถึงคิว

ทีนี้ถึงคิวที่เจ้าจะอัศจรรย์ก็คือ ไม่ใช่น้ำเหนือมาอย่างเดียวนะลูก น้ำเหนือจริงๆ(น้ำฝน) เหนือลงมาด้วย เหนือนี่เหนือจริงไหมลูก เหนือนั้นนะไหลมาแบบเหนือๆ ไหลมาแบบปลอมๆ แต่เหนือนี่หนักหน่อยนะลูก แล้วพอมันลงมาเยอะๆ แล้วมันจะไปไหนล่ะลูก ไปไหนได้ไหม (ไม่ได้) น้ำไปไหนไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากเจ้าออกจากบ้านไม่ได้เหมือนกัน

หูไวตาไว เห็นแล้วมันกำลังมาใกล้ตัว แต่ประมาท พ่อกำลังบอกว่าอย่าประมาท เห็นรู้แต่ประมาท คำว่าประมาทแปลว่า ฮึคงไม่มั้ง คงไม่หรอกน่ะ ท่วมแล้วเดี๋ยวเดียวก็ลดละน่ะ หลับเผลอไปนอนบนเตียง ตอนนี้เหลือแค่คืบเดียว ฮึ เดี๋ยวมันคงลดน่ะ หลับไป พอตื่นอีกที เตียงกูก็ลอยหาย ตัวกูก็หาย

เจ้ารู้ไหมเป็ดที่เจ้าเลี้ยงไว้ มันยังตกใจเลย เคยไหมน้ำมาเร็วขนาดเป็ดตกใจ เคยไหม เคยรู้ เคยเห็นไหม แต่ต่อไปนี้แหละจะได้เห็น เป็ดชอบเล่นน้ำใช่ไหมลูก แต่มันมาเร็วขนาดที่เป็ดหลับๆ อยู่ ป้าปๆ ๆ ๆ ตกใจ เป็ดตกใจ พอลืมตา เฮ้ยที่นี่มันที่ไหน เป็ดจำไม่ได้ว่านี่กูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แล้วบ้านกูที่กูนอนอยู่มันอยู่ตรงไหน อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย เป็ดยังตกใจ นี่คือสิ่งที่เจ้าจะต้องเตรียมตัวเอาไว้

(คัดลอกบางส่วนมาจากเทปคำบรรยาย จิตจักรวาลอ่านโลก ครั้งที่ 76 โดย อ.ปริญญา ตันสกุล ณ.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 15-16 กันยายน พ.ศ.2545 )

ที่มา http://scratchpad.wikia.com (http://scratchpad.wikia.com)

Falkman
10-08-2010, 08:52 AM
จีน น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 1,000 ปี
ปากีสถาน น้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ
รัสเซีย ไฟป่ารุนแรงที่สุด (จำสถิติไม่ได้)
อินเดีย น้ำ่ท่วมรุนแรงตายไปแล้วหลาย
อเมริกา น้ำท่วมรุนแรง
เกาหลีเหนือ น้ำท่วมรุนแรง

สังเกต ประเทศเหล่านี้ให้ดีว่ามีอะไรเหมือนกัน :boo:

น้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ได้แตกออกมาใหญ่เป็นสี่เท่าของเกาะแมนฮัตตั้น

หรือว่า ตอนนี้โลกมันกลับเรียบร้อยแล้ว ร้อนเป็นหนาว หนาวเป็นร้อน น้ำไหลผิดทาง (เดาเอา) แล้วมันกำลังปรับตัวอยู่

วรเดช
10-08-2010, 09:00 AM
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>ทั่วไทยมีฝน กทม.ร้อยละ60ของพื้นที่ฝนตก</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img0/156482.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>ลักษณะอากาศเช้านี้(10 ส.ค.)ทั่วประเทศมีฝนกระจาย และมีฝนตกหนักบางแห่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่....

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 10 ส.ค.เมื่อเวลา 04.00 น.ว่า

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนกระจาย และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะ นี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” กำลังเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 35 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานีกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.teenee.com/thank/trd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>อัศจรรย์วันแม่ นักดาราศาสตร์มีทั้ง"ฝนดาวตก-ดาวล้อมเดือน"</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/etc/img1/156484.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า

ในคืนวันที่ 12 สิงหาคมจนถึงเช้ามืดวันที่ 13 สิงหาคม 2553 จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกชื่อว่า "เพอร์ซิอัส" คนไทยมักเรียกกันว่าฝนดาวตกวันแม่ ถือเป็นราชาแห่งฝนดาวตกและมีชื่อเสียงมากในประเทศแถบยุโรป ถ้าหากในคืนดังกล่าวท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆฝน ก็จะทำให้คนไทยได้ชื่นชมฝนดาวตกอย่างชัดเจน โดยจะมีอัตราสูงสุด 56 ดวงต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ ในค่ำคืนทั้งวันที่ 12 และ 13 สิงหาคม ช่วงหัวค่ำเวลาประมาณ 19.30 น.จะเกิดปรากฏการณ์ดาวล้อมเดือนคือ

มีดาวเคราะห์ 4 ดวง ประกอบด้วย พุธ ศุกร์ อังคาร และเสาร์ โคจรล้อมรอบพระจันทร์เสี้ยว หากในคืนวันนั้นท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆเป็นอุปสรรค ก็จะทำให้คนไทยเห็นปรากฏการณ์พิเศษลักษณะเช่นเดียวกับพระจันทร์ยิ้ม สามารถมองเห็นทางขอบฟ้าทิศตะวันตก


</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
http://www.teenee.com/thank/mati.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>พบ "วาฬบรูด้า" ใกล้ฝั่งสมุทรสาคร</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/crime/img2/156486.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสถาพร บุตรดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

เปิดเผยว่า ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 219 นำเรือออกตรวจพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางทิศใต้ของ ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ห่างจากฝั่งเพียง 2,000 เมตร ได้พบวาฬบรูด้า 2 ตัว นับเป็นครั้งแรกที่พบวาฬบรูด้าในอ่าวไทยบริเวณสมุทรสาคร ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน จ.สมุทรสาคร ได้ติดตามวาฬบรูด้าฝูงนี้มา 2-3 ปี พบว่ามีประมาณ 10 ตัว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน หาอาหารบริเวณชายทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 5-10 กิโลเมตร การหากินใกล้ชายฝั่งเช่นนี้แสดงว่าทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะแต่ละตัวจะกินอาหารวันละ 300 กิโลกรัม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ติดตามวาฬทั้ง 2 ตัว อย่างใกล้ชิด

นายสถาพรกล่าวว่า วาฬบรูด้า เป็นวาฬเพียงชนิดเดียวที่พบว่าอาศัยอยู่ประจำถิ่นในอ่าวไทย

และมีขนาดเล็กกว่าที่พบจากแหล่งอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้วาฬบรูด้าเป็นที่สนใจในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติ และพยายามศึกษาและตั้งชื่อวาฬบรูด้าในอ่าวไทยให้เป็นวาฬชนิดใหม่ของโลก

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
http://www.teenee.com/thank/mati.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

หนุมาน ผู้นำสาร
10-08-2010, 09:15 AM
*** ฝนดาวตก ****

การเติมน้ำให้กับโลก ตามสัดส่วนที่ขาดหายไป
คือ น้ำแข็งจากทางช้างเผือก มาลงไซบีเรีย
มาตามกระแสลมจักรวาล
ดวงดาวต่างๆ ก็ต้องสยบต่อสัจจะ
โลกจะสมบูรณ์ อบอุ่นขึ้น

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

-

หนุมาน ผู้นำสาร
10-08-2010, 09:32 AM
*** ฝากเป็นคำถาม ****

สงคราม เริ่มจากความคิด
ความเชื่อผิดๆ นำไปสู่สงคราม

ทำอย่างไร ไม่ต้องรบกัน
เพราะถ้าเริ่มรบกัน ก็จะสูญเสียชีวิตมากมาย

แล้วเราจะเอาเมตตา มาใช้ตอนไหน

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

วรเดช
10-08-2010, 09:32 AM
รถบินได้...


รถบินได้ - วีดีโอคลิป - โพสท์จัง.คอม (http://video.postjung.com/13927.html)

Falkman
10-08-2010, 10:44 AM
เศรษฐกิจพอเพียง


เอาตามความเข้าใจของเรานะตาที่ท่านเคยพูดไว้ ประโยคสั้นๆคือ "ทำให้พอกิน พอใช้ เหลือจึงขาย" เมื่อทุกคนมีกินมีใช้ ไม่อดมื้อกินมื้อ จิตใจจะเริ่มสบาย จิตใจจะหลุดพ้นจากการเป็นทาส เมื่อใจเป็นไทใจสบายการรักษาศีลการรับฟังธรรมมะจึงเป็นไปโดยง่าย เข้าใจในธรรมมะที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ก็เข้าใจได้ง่าย เมื่อทุกคนมีศีลเข้าใจถึงธรรม การเบียดเบียนการเอารัดเอาเปรียบจะไม่บังเกิด พระพุทธศาสนาและประเทศไทยจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และการจบกิจในพระพุทธศาสนาจะทำกันได้มากขึ้น ตามความเห็นส่วนตัวของเรา เราคิดว่าในหลวงท่านน่าจะมีพระประสงค์อย่างนี้

ใช่ ถ้ารู้จักว่า "พอ" มันก็พอ
คนเข้าใจว่า ต้องทำแบบอัดคัด นั่นไม่ใช่
อย่างที่เคยเอาเรื่องที่ในหลวงท่านยกตัวอย่างไว้ในกระทู้
เศรษฐกิจพอเพียง-sufficient economy (http://board.palungjit.com/f178/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-sufficiency-econony-66642.html)

เศรษฐกิจ พอเพียง ความหมายคือ<o></o>
ทำอะไรให้ เหมาะสม<o></o>
กับฐานะของตัวเอง คือ ทำจากรายได้<o></o>
200 – 300 บาท ขึ้นไป เป็น 2 หมื่น 3 หมื่นบาท<o></o>
คนชอบเอาคำพูดของ ฉัน เศรษฐกิจพอเพียงไปพูดกันเลอะเทอะ<o></o>
เศรษฐกิจพอเพียง คือ ทำเป็น Self – Sufficiency<o></o>
มันไม่ใช่ความหมายไม่ใช่แบบที่ฉันคิด<o></o>
ที่ฉันคิด คือ เป็น Self – Sufficiency of Economy<o></o>
เช่น ถ้าเขาต้องการดู TV ก็ควรให้เขามีดู<o></o>
ไม่ใช่ไปจำกัดเขาไม่ให้ซื้อ TV ดู เขาต้องการดูเพื่อสนุกสนาน<o></o>
ในหมู่บ้านไกล ๆ ที่ฉันไป เขามี TV เขาฟุ่มเฟือย<o></o>
เปรียบเสมือนคนไม่มีสตางค์ไปตัด Suit<o></o>
และยังใส่ Necktie Versace อันนี้ก็เกินไป... ~<o></o>

:cool:

kowmoo
10-08-2010, 10:51 AM
วันนี้เป็นชิกหวัยชิวอิก(แปลว่าเป็นวันที่1เดือน7ของจีน)เป็นเดือนเทกระจาด แดดจะร้อน เพราะประตูเปิดนะจะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยไร้กังวล สุขภาพแข็งแรงนะจะ

Nirvana
10-08-2010, 12:10 PM
จีน น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 1,000 ปี
ปากีสถาน น้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ
รัสเซีย ไฟป่ารุนแรงที่สุด (จำสถิติไม่ได้)
อินเดีย น้ำ่ท่วมรุนแรงตายไปแล้วหลาย
อเมริกา น้ำท่วมรุนแรง
เกาหลีเหนือ น้ำท่วมรุนแรง

สังเกต ประเทศเหล่านี้ให้ดีว่ามีอะไรเหมือนกัน :boo:

น้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ได้แตกออกมาใหญ่เป็นสี่เท่าของเกาะแมนฮัตตั้น

หรือว่า ตอนนี้โลกมันกลับเรียบร้อยแล้ว ร้อนเป็นหนาว หนาวเป็นร้อน น้ำไหลผิดทาง (เดาเอา) แล้วมันกำลังปรับตัวอยู่

ถามว่าประเทศเหล่านี้มีอะไรเหมือนกัน.....

ตอบง่ายๆว่า ประเทศเหล่านี้มีสิทธิก่อสงครามโลกได้เหมือนกัน (ทุกประเทศมีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนๆกัน) ผลิตอาวุธออกมามากเหมือนกัน รบราฆ่าฟันกันมากเหมือนกัน

แต่ Nirvana พยากรณ์ว่า ประเทศเหล่านี้จะต้องพบกับภัยพิบัติอย่างหนักเหมือนๆกัน เพราะก่อเวรไว้มากเหมือนๆกัน :@

ในภาพรวมก็ดูแผนที่โลกใหม่ของ ไมเคิล สแกลลอน แล้วหดหู่
เพราะจะมีหลายประเทศหายสาปสูญจมน้ำไปหมดสิ้น ผู้คนจะไปอยู่ไหนกัน

แต่ทั้งนี้โลกก็เคยเปลี่ยนแปลงแบบนี้มาก่อน....เหมือนกัน

Falkman
10-08-2010, 12:10 PM
<table style="border-collapse: collapse;" align="center" border="0" bordercolor="#669933" cellpadding="3" cellspacing="0" width="600"><tbody><tr bgcolor="#669933"><td width="130" nowrap="nowrap">วัน-เวลา</td> <td width="40" nowrap="nowrap">ขนาด</td> <td width="50" nowrap="nowrap">lat</td> <td width="50" nowrap="nowrap">long</td> <td width="120" nowrap="nowrap">บริเวณที่ เกิด</td> <td nowrap="nowrap">ข้อมูลอื่นๆ</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td valign="top">2553-08-09 20:44:00 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=506)</td> <td valign="top">2.7</td> <td valign="top">14.65</td> <td valign="top">99.08</td> <td valign="top">อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</td> <td valign="top"> - </td> </tr> <tr bgcolor="#ccffcc"> <td valign="top">2553-08-09 20:43:23 (http://www.seismology.tmd.go.th/eq_inside/local_map.php?id=505)</td> <td valign="top">2.9</td> <td valign="top">14.58</td> <td valign="top">99.16</td> <td valign="top">อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</td> <td valign="top"> - </td></tr></tbody></table>

ศิลาพร
10-08-2010, 12:31 PM
เข้ามาอัพเดตข่าวน่ะค่ะ ได้รับข้อความเตือนแผ่นดินไหวVanuatu 7.5 ริกเตอร์หลายครั้ง เกิดอะไรขึ้นหนอ..พักนี้เกิดถี่จริงๆ....รอคุณFalkmanและคุณเกษมมาอัพเดตอยู่ค่ะ

Falkman
10-08-2010, 01:39 PM
เข้ามาอัพเดตข่าวน่ะค่ะ ได้รับข้อความเตือนแผ่นดินไหวVanuatu 7.5 ริกเตอร์หลายครั้ง เกิดอะไรขึ้นหนอ..พักนี้เกิดถี่จริงๆ....รอคุณFalkmanและคุณเกษมมาอัพเดตอยู่ค่ะ

เผอิญ sms ที่ส่งไปจาก pdisaster มีปัญหานิดนึงจ้า
เลยกระหน่ำส่งไปนิด

หลังจากที่ั้อั้นมานานของส่งหน่อย อิอิ

Jurassic_Park
10-08-2010, 04:19 PM
การเตรียมตนเองและจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย
(บรรยายโดย อ.ปริญญา ตันสกุล)

บุตรรักแห่งบิดาทั้งหลาย สิ่งแรกที่ลูกจะต้องเตรียมเครื่องยนต์แห่งกรรมก็คือ เตรียมปัจจัย(ที่จะใช้ในการดำรงชีวิต) ให้พร้อมทั้งเพื่อตนเองและสมาชิกในครัวเรือนของเจ้า

ที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยนี้ต้องคิดแล้ว ใครที่เคย ในโลกของเจ้านี่ บิดาเห็นแล้วเป็นเรื่องที่น่าขบขัน อีกอย่างหนึ่งเวลาซื้อที่ดินของพวกเจ้า ที่ดินระหว่างชายน้ำ ชายทะเล กับที่อยู่ในที่ธรรมดาๆ ในป่าลึกๆ เจ้าว่าที่ไหนแพงกว่ากัน (ชายน้ำ ชายทะเล) เจ้ารู้ไหม พวกที่ได้แผ่นดินที่อยู่ชายน้ำ ชายทะเล ไอ้พวกนี้คือพวกที่ถูกกำหนดมาให้มันไปอยู่ตรงนั้น มันตายง่ายกว่าไหมละลูก อย่าคิดนะว่าตอนแรกที่ผ่านมาโชคดี ที่กูไม่ได้ซื้อไว้ใช่ไหมละลูก

คนที่อยู่ริมน้ำ อยู่ในที่ราบลุ่ม นั่นคือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาเกิดที่ตรงนั้น เพื่อรอคอยการชำระความถูกกำหนดมา อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าบุญส่ง เขาเรียกอะไรส่งล่ะลูก กรรมส่งมา นั่นคือสิ่งสำคัญ

ที่อยู่อาศัยนั้นหมายความว่าถ้าบ้านเจ้าไปอยู่แถวน้ำ อยู่ที่ราบลุ่ม หรือที่อะไร เจ้าควรจะต้องหาที่เหมาะสมกว่านั้นแล้ว เจ้าต้องคิดแล้วใช่ไหม ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่พอบอกให้รู้แล้วยังเสือกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงที่ตายกูยังไงกูก็ไม่ตาย ไม่ตายแต่มึงทรมานไหมล่ะ ลำบากไหมล่ะ อยากลำบากหรือ อย่างนั้นเขาเรียกอวดอุตรินะ ต้องพูดให้ครบ ไม่งั้นพวกเจ้าหาว่าพ่อไม่สอนอีก


(คัดลอกบางส่วนมาจากเทปคำบรรยาย จิตจักรวาลอ่านโลก ครั้งที่ 76 โดย อ.ปริญญา ตันสกุล ณ.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 15-16 กันยายน พ.ศ.2545 )

ที่มา http://scratchpad.wikia.com (http://scratchpad.wikia.com)

คนที่อยู่ ริมทะเล, ริมน้ำ, ริมคลอง, หรืออยู่ในพื้นราบต่างๆ เช่น คนที่อยู่ในกรุงเทพ ฯลฯ
คนกลุ่มนี้ มักจะคิดไปเองว่าตัวเองนั้น เป็นคนมีบุญซะเต็มประดา แต่ท่านหารู้ไม่ว่า กรรมเค้าจัดสรรค์
มาให้ท่านต้องไปเกิดในที่นั้น เพื่อรอวันชำระล้างนั่นเอง สำหรับคนที่เค้ามีบุญพอที่จะรอด กรรมเค้าจะ
ดลใจให้ท่านอพยพไปอยู่ในที่สูง ส่วนคนที่สมควรต้องถูกชำระล้าง กรรมจะดลใจให้ท่านอยู่กับบ้าน

เรื่องนี้ อ.จตุพร โหรพยากรณ์ ท่านเคยกล่าวไว้แล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่าน เชิญอ่านได้ครับ
http://board.palungjit.com/f178/อ-จตุพร-ทำนายภัยพิบัติโลกผ่านองค์เทพ-ซึ่งร้ายแรงกว่าที่มนุษย์คิดไว้มากมายนัก-2555-2558-a-247942-3.html

เกษม
10-08-2010, 04:40 PM
วานูอาตูแผ่นดินไหว 7.5 ริคเตอร์ เกิดสึนามิขนาดย่อม

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084896&stc=1&d=1041358411

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ที่วานูอาตู ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็ก ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกเตือน อาจมี "สึนามิใหญ่ตามมา"...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ที่หมู่เกาะวานูอาตูในมหาสมุทรแปซิฟิก แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนนับพัน พากันวิ่งแตกตื่นขึ้นสู่พื้นที่สูงและเนินเขา

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) รายงานในเบื้องต้นว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 35 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงพอร์ท วิลา เมืองหลวงของวานูอาตูเพียง 40 กิโลเมตร โดย USGS ระบุว่าแรงสั่นสะเทือนได้เริ่มทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กก่อตัวนอกชายฝั่งวานูอาตูแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งเผยว่า อาคารหลายแห่งในกรุงพอร์ต วิลา ประสบแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องราว 15 นาที แต่ยังไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด

ล่าสุด ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกออกมาเตือนว่า คลื่นสึนามิขนาดเล็กที่มีความสูงราว 9.2 นิ้วได้เริ่มซัดเข้าโจมตีกรุงพอร์ต วิลาแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดคลื่นสึนามิที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงมากขึ้นตามมา

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553

เหยื่อดินถล่มจีน ทะลุ 337 ศพ คนสูญหายนับพัน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084897&stc=1&d=1041358411

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้เพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 337 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้สูญหายล่าสุดจากข้อมูลของทางการจีนอยู่ที่ 1,148 ราย พบแม่เฒ่า 74 ปี รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังติดใต้โคลน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้เพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 337 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้สูญหายล่าสุดจากข้อมูลของทางการจีนอยู่ที่ 1,148 ราย

รายงานข่าวระบุว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดเหตุดินถล่มขึ้นในหลายพื้นที่ของมณฑลกานซู ทำให้ถนน อาคาร บ้านเรือนต่างๆ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ทางการจีนได้ระดมกำลังทหารมากกว่า 4,500 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง หน่วยกู้ภัย และทีมแพทย์ฉุกเฉินเข้าไปในพื้นที่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอื่นๆ แล้ว

ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีนระบุว่า พบแม่เฒ่า วัย 74 ปีรายหนึ่ง รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังจากติดอยู่ใต้ซากอาคารแห่งหนึ่งที่มีโคลนถล่มทับ โดยหน่วยกู้ภัยได้นำตัวเธอส่งยังโรงพยาบาล และขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในมณฑลกานซู ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเลขผู้สูญหายในพื้นที่ล่าสุดอยู่ที่ 1,348 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารายงานของรัฐบาลจีน พร้อมระบุอาจพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกตลอดระยะหลายวันข้างหน้านี้

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553

ชาวรัสเซียดับเพิ่ม 2 เท่า สังเวยควันพิษไฟป่า

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084898&stc=1&d=1041358411

ยอดผู้เสียชีวิตในกรุงมอสโกเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากคลื่นอากาศร้อน และเหตุไฟป่าหลายจุดทั่วประเทศ ทางการเพิ่มเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงดับไฟป่าให้ลุล่วง...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ว่า กระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย ยืนยันยอดผู้เสียชีวิต ในเมืองหลวงของประเทศเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากคลื่นอากาศร้อนพุ่งสูง และเหตุไฟป่าหลายจุดทั่วประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดกลุ่มหมอกควันปกคลุ่มทั่วทั้งกรุงมอสโก ขณะที่สารพิษในอากาศเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติถึง 7 เท่า

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า อุณหภูมิในรัสเซียขณะนี้สูงถึง 38 องศาเซลเซียส ซึ่งโดยปกติฤดูร้อนของรัสเซีย จะมีอุณหภูมิเฉลี่ย ราว 24 องศาเซลเซียสเพียงเท่านั้น ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 10,000 คน ยังคงเร่งดับไฟป่าอย่างต่อเนื่องแต่กำลังไม่เพียงพอ ทางการรัสเซียจึงเพิ่มกองกำลังทหารอีกกว่า 1,000 นาย เพื่อร่วมปฏิบัติภาระกิจให้ลุล่วงโดยเร็ว

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553

ชี้น้ำท่วมปากีสถาน หนักกว่าแผ่นดินไหวเฮติ

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084899&stc=1&d=1041358411

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084900&stc=1&d=1041358411

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084902&stc=1&d=1041358411

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084901&stc=1&d=1041358411
ราคาผักผลไม้พุ่งติดจรวดหลังพื้นที่เพราะปลูกถูกน้ำท่วมเสียหาย

เอเชียและยุโรปเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรง ชี้น้ำท่วมปากีสถานรุนแรงกว่าสึึนามิปี 2547 แผ่นดินไหวแคชเมียร์และเฮติรวมกัน แม้ยอดผู้เสียชีวิตจะน้อยกว่าก็ตาม...

ความคืบหน้าภัยพิบัติธรรมชาติในเอเชียและยุโรป ล่าสุดเมื่อ 9 ส.ค. หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านยังคงค้นหาเหยื่อผู้สูญหายราว1,300 คนจากน้ำท่วมดินถล่มในเมืองโจวกู๋๋ เขตพื้นที่ห่างไกลมณฑลกานซู ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยสามารถดึงร่างหญิงชรา วัย 74ปี คนหนึ่งจากซากอาคารที่พังเสียหายครึ่งตึกปลอดภัย หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มา 34 ช.ม. ส่วนยอดรวมผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมใน 28 มณฑลและภูมิภาคทั่วประเทศของจีนมี มากกว่า 1,100 คน มูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนปากีสถานที่เผชิญน้ำท่วมร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์ชาติ คร่าชีวิตผู้คนแล้วกว่า 1,500 คนนั้น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยราว 13.8 ล้านคน เป็นไปอย่างยากลำบาก ส่วนราคาผักผลไม้พุ่งติดจรวดหลังพื้นที่เพราะปลูกถูกน้ำท่วมเสียหาย กว่า 1 ล้านเอเคอร์ เหยื่อน้ำท่วมหลายคนร้องเรียนการช่วยเหลือล่าช้า ยอดผู้ต้องการความช่วยเหลือจะมีเพิ่มอีก เมื่อเริ่มมีฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดซินด์ ทางภาคใต้ด้วย

โฆษกสำนักประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า เมื่อเทียบตัวเลขผู้ประสบภัยแล้วพบว่าเหตุน้ำท่วมปากีฯก่อความเสีย หายใหญ่หลวงกว่าเหตุสึนามิเมื่อปี 2547 แผ่นดินไหวแคว้นแคชเมียร์ ปี 2548 และแผ่นดินไหวที่เฮติเมื่อต้นปี 2553 รวมกัน แม้ยอดผู้เสียชีวิตจะน้อยกว่า นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างอยู่ในเมืองลักดาห์ แถบภูเขาหิมาลัยของอินเดีย ราว 300 คน หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 150 คน และยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 300 คน

ด้านเหตุฝนตกหนักและอุทกภัยในเกาหลีเหนือที่สื่อรัฐบาลกรุงเปียงยาง เพิ่งนำภาพความเสียหายเผยแพร่ โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุความเสียหายดังกล่าวไม่น่าร้ายแรงเท่าปีที่ผ่านๆ มา ขณะที่ผู้คนในโปแลนด์ สาธารณรัฐเชก และเยอรมนี พากันทำความสะอาดบ้านเมืองหลังระดับน้ำที่ท่วมหนักตลอดสุดสัปดาห์เริ่มลดลง ส่วนหัวหน้าศูนย์สภาพอากาศของรัสเซีย ระบุภาวะคลื่นความร้อนที่ก่อวิกฤติด้านสุขอนามัยและเกษตรกรรมในปัจจุบัน นับว่าเลวร้ายสุดในรอบประวัติศาสตร์ 1,000 ปีของรัสเซีย

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553

ญี่ปุ่นเตือนภัยไต้ฝุ่น "เตี้ยนหมู่"

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084903&stc=1&d=1041358411

ญี่ปุ่นประกาศเตือนภัย พายุไต้ฝุ่น “เตี้ยนหมู่” ก่อตัวแถบหมู่เกาะคุเมะ อาจพัดเข้าทะเลญี่ปุ่นและคาบสมุทรเกาหลีในอีก 3 วันข้างหน้า...

สำนักขาวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 9 ส.ค.ว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ระบุวันเดียวกันนี้ว่า พายุไต้ฝุ่น “เตี้ยนหมู่” (ภาษาจีน : เจ้าแม่แห่งสายฟ้า) วัดความเร็วลมใกล้ตาพายุ 126 ก.ม./ช.ม. ก่อตัวแถบหมู่เกาะคุเมะ กำลังพัดมุ่งหน้าทางเหนือผ่านทะเลจีนใต้และน่าจะพัดเข้าคาบสมุทรเกาหลีกับทะเลญี่ปุ่นราวๆวันพฤหัสบดี พร้อมเตือนระวังภัยฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรงและทะเลมีคลื่นสูงในพื้นที่ไล่ตั้งแต่แถวเกาะโอกินาวาไปจนถึง ส่วนที่เป็นเกาะแก่งของญี่ปุ่น

ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553

ที่มา http://www.thairath.co.th (http://www.thairath.co.th)

เกษม
10-08-2010, 05:13 PM
ภัยเงียบ…!!! จากการไม่กินผัก

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1084973&stc=1&d=1041360712

คุณค่า”ผัก” ล้วนมากหลาย

ภัยเงียบคุกคามเด็กไทย อัตราการบริโภคผัก-ผลไม้ดิ่งเหวติดต่อกันตั้งแต่ปี 2544 เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายหลายชนิด ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขยืนยัน มะเร็งคร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2545 แนะควรสร้างนิสัยการกินผักผลไม้ เริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดี

ข้อมูลล่าสุดจากการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2550 ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า

โรคมะเร็ง กลายเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยในปัจจุบัน เอาชนะอุบัติเหตุและโรคหัวใจ ที่เคยครองอันดับหนึ่งสาเหตุการตายมาหลายสิบปีแล้ว โดยมะเร็งลำไส้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ โดยที่คนไทยเราไม่ค่อยตระหนักถึงภัยของโรคนี้กันเท่าไรนัก นางอลิสรา วิจารณกรณ์ ผู้จัดการด้านโภชนาการและสุขภาพ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้งจำกัด เปิดเผยว่า

สถิติล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบุชัดว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึงปีละกว่า 50,000 ราย โดยที่มะเร็งลำไส้ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งปอดและเต้านม นอกจากนี้คนไทยยังเป็นโรคเบาหวานที่รู้ตัวแล้วถึงกว่า 3 ล้านราย และกว่า 10 ล้านราย มีอัตราความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาล ในเลือดสูงเกินกำหนด ภาวะเสี่ยงที่กำลังคุกคามชีวิตของคนไทยในขณะนี้ 85% เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ การรับประทานอาหารไม่สมดุล รับประทานอาหารที่มีแป้ง ไขมัน น้ำตาล และเนื้อสัตว์มากเกินไป และบริโภคผักผลไม้น้อยลง ทำให้เกิดอาการท้องผูก มีการคั่งค้างของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ เยื่อบุลำไส้จึงสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง ที่มักพบมากในกากอาหารจำพวกไขมันได้นานขึ้น

ที่สำคัญคือ สถานการณ์การบริโภคผักผลไม้ของคนไทย อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงมาก

ปัจจุบันคนไทย รับประทานผักผลไม้เฉลี่ยวันละประมาณ 186 กรัมต่อวันเท่านั้น ขณะที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ให้ผู้บริโภครับประทานผักผลไม้วันละประมาณ 400 กรัม ซึ่งเท่ากับว่าคนไทยบริโภคผักผลไม้เพียงประมาณหนึ่งใ นสามของที่ควรจะได้รับเท่านั้น และจากสถิติที่ยูนิลีเวอร์เก็บย้อนหลังไปประมาณ 10 ปี พบว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2544 เป็นต้นมา ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ของคนไทยลดต่ำลงอย่างมาก

นอกจากนี้ยูนิลีเวอร์ยังได้ศึกษาแนวโน้มการบริโภคอาหารใน 4 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเก็บสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าแนวโน้มการบริโภคอาหารในทั้ง 4 ประเทศมีความคล้ายคลึงกัน คือ รับประทานผักผลไม้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา แต่รับประทาน แป้ง น้ำตาล ไขมัน และเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ คนไทยยังหันไปรับประทานพืชมีหัวที่เป็นแป้งมากขึ้น เช่น มันฝรั่ง จึงทำให้ปริมาณผักใบเขียว,ผลไม้ ที่รับประทานในแต่ละวัน ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ด้านนางกฤษฎี โพธิทัต นักกำหนดอาหารชั้นนำของประเทศไทยเปิดเผยว่า ในส่วนของเยาวชนไทยนั้น การรับประทานผักผลไม้น้อย ทำให้สุขภาพของเด็กแย่ลง ที่เห็นชัดเจนคือเป็นหวัดบ่อย ติดเชื้อง่าย เจ็บคอ ทำให้ต้องกินยา เสียเงินค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น บางครอบครัวต้องพาลูกเข้าๆ ออกๆ ในโรงพยาบาลปีละหลายครั้ง เสียค่าหมอเป็นเรือนพันเรือนหมื่นต่อปี อาการเหล่านี้สามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับเด็กๆ ได้ทุกวันโดยการกินผักผลไม้เพิ่มขึ้น นอกจากจะได้รับวิตามิน เกลือแร่จากผักผลไม้แล้ว เขายังจะได้รับเส้นใยอาหารที่ช่วยจับไขมันและสารพิษต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงเช่น มะเร็ง ออกไปจากร่างกาย และช่วยให้การขับถ่ายดี ไม่เป็นโรคท้องผูก

“สาเหตุเล็กๆ จากการรับประทานอาหารไม่สมดุล เพียงแค่นี้อาจนำไปสู่ภัยอันใหญ่หลวง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ ที่ทำลายชีวิตคนไทยเพิ่มขึ้นทุกขณะ, โรคอ้วนซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึ่งในอดีตมักพบในผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันเด็กอายุ 3 ขวบ ก็เป็นโรคร้ายแรงเหล่านี้ได้เช่นกัน”

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การแก้ไขหรือป้องกันปัญหานี้สามารถทำได้ โดยเริ่มจากการปลูกฝังนิสัยการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตั้งแต่ยังเด็ก

“พ่อแม่ควรชักชวนให้ลูกกินผัก อย่าปล่อยให้พี่เลี้ยงทำอาหารง่ายๆ แต่ไม่ถูกหลักโภชนาการให้ลูกกิน พ่อแม่ควรใส่ใจ พิถีพิถันในการเลือกปรุงแต่งเมนูผักให้หลากหลาย และถูกใจเด็ก ๆ มากขึ้น เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกซื้อ การปรุง และมีเทคนิคที่ทำให้เด็กสนุกกับการรับประทานผัก รู้สึกว่าผักอร่อย ไม่ได้เหม็นหรือกินยากอย่างที่คิด และควรรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ จะช่วยให้เด็กมีทัศนคติที่ดีและรับประทานผักได้ง่ายขึ้น เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ”

ขอขอบคุณที่มา : ladytips

Lazaza
10-08-2010, 06:27 PM
======================================


10 ส.ค. 53


เช้านี้มีสัญญาณเข้ามา ให้ระวัง วันที่ 9 เดือนตุลาคมให้ดี
วันนั้นจะมีเหตุหรือไม่ก็ระวังไว้ไม่เสียหาย


องค์อินทร์ - ๙๗
ทำการแทน

======================================
ภาพฐานผาแบ่นบางส่วนค่ะ (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-886.html#post2512315)
ภาพความคืบหน้าฐานผาแบ่น (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-1060.html#post3635582)
ที่มา นาม "องค์อินทร์ ๙๗" (http://board.palungjit.com/f178/ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่-3906-902.html#post2655775)







---------------------------------------------------------------------
หลงทางเสียเวลา แต่ไหนแต่ไรมา พระพุทธเจ้าท่านสอนแต่เรื่องทุกข์ และการพ้นทุกข์เท่านั้น

kananun
10-08-2010, 08:48 PM
เผอิญ sms ที่ส่งไปจาก pdisaster มีปัญหานิดนึงจ้า
เลยกระหน่ำส่งไปนิด

หลังจากที่ั้อั้นมานานของส่งหน่อย อิอิ

อย่ากระหน่ำเลยหนอ สตางค์มันหายากน่ะ

kananun
10-08-2010, 08:54 PM
วันนี้ได้ดูข่าวตอนกลางวัน ได้พบข่าวที่น่าตกใจว่า ในหลายประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตเดิมหลายประเทศ มีจำนวนคนที่คิดสั้นและฆ่าตัวตายเป็นเปอร์เซนต์สูงถึง

38เปอร์เซนต์

และมีอีกนับสิบประเทศ ที่ระดับของคนฆ่าตัวตายมีสูงกว่า 30 เปอร์เซนต์

ผมเชื่อว่ามีนัยยะลึกๆอยู่ในปรากฏการณ์นี้แน่นอนครับ

ซับบริมินอล

ไมนน์คอนโทรล

อุปทานหมู่

สนามแม่เหล็กโลกที่แปรปรวนอย่างหนักขณะนี้

ในประชากร 100,000 คน ฆ่าตัวตายซะ สามหมื่นกว่าคนนี่ไม่ธรรมดาแน่นอน


โชคดีที่ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนา ครับ

หนุมาน ผู้นำสาร
10-08-2010, 09:36 PM
*** ระวังความเชื่อผิดๆ ****

ที่เขาป้อน สอดแทรก ให้กับสังคม
กลายเป็นไฟเผาตัว ทำลายตนเอง ทำลายครอบครัว ทำลายคนรอบข้าง
หมดความสุข พากันตกนรกทั้งเป็น

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

หนุมาน ผู้นำสาร
10-08-2010, 11:34 PM
*** สิ่งที่มหาอำนาจเขากลัวกัน ****

คือ พม่า ไทย ลาว เขมร ที่เป็นประเทศนับถือศาสนาพุทธ
สามารถพูดคุย เจรจาจนตกลง รวมตัวกันได้เป็นหนึ่งเดียว
แล้วศาสนาพุทธเจริญ ชาวโลกจะหันมานับถือพุทธกันมากขึ้น
ความอุดมสมบูรณ์ของโลก ก็อยู่ภูมิภาคตรงนี้ บริเวณปากแม่น้ำจากหิมาลัย
เป็นแหล่งทรัพยากรของโลก เป็นแหล่งอาหารครัวของโลก เป็นดินแดนเรื่องราวศาสนาของโลก
นี่เขากลัวตรงนี้มากที่สุด...การรวมประเทศในดินแดนสุวรรณภูมิเป็นปึกแผ่น

- " หนุมาน ผู้นำสาร "<!-- google_ad_section_end --> <!-- / message -->

เกษม
10-08-2010, 11:47 PM
กรีนแลนด์-เกาะน้ำแข็งแตกจากธารน้ำแข็ง

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085550&stc=1&d=1041362241

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085551&stc=1&d=1041362241


เกาะน้ำแข็งขนาดมหึมาเกาะหนึ่ง เกิดแตกออกจากธารน้ำแข็งพีเทอร์มันน์ ทางตอนเหนือของเกาะกรีนแลนด์ หรือกะลาลติกนูนาต ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติก ตอนเหนือของทะเลโพลาร์

อันเดรอัส มึนโชว์ นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ ของสหรัฐ กล่าวว่า แผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำนี้ ครอบคลุมเนื้อที่ถึง 260 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตันของสหรัฐถึงกว่า 4 เท่า ภาพนิ่งของธารน้ำแข็งที่แสดงให้เห็นแผ่นน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่หลุดออกมา ถ่ายได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เดือนนี้

มึนโชว์ ที่ศึกษาช่องแคบนาเรส ระหว่างเกาะกรีนแลนด์ กับแคนาดา กล่าวว่า แผ่นน้ำแข็งแตกออกมาเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เกาะน้ำแข็งใหม่นี้ถูกพบโดยทรูดี้ โวห์ลเลเบน แห่งหน่วยน้ำแข็งแคนาดา หรือ CIS

นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 เป็นต้นมา ไม่มีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่แตกออกจากธารน้ำแข็งในเขตขั้วโลกเหนือ แต่นักวิจัยสังเกตเห็นรอยร้าวช่วงไม่กี่เดือนมานี้ในลิ้นที่ลอยอยู่ของธารน้ำแข็ง

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อินเดีย-ตายเพิ่มเป็น 140 คน ในแคชเมียร์

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085552&stc=1&d=1041362241

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085553&stc=1&d=1041362241

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085554&stc=1&d=1041362241


ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลันในเขตเชิงเขากลางทะเลทรายอันห่างไกลของรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ทางภาคเหนือของอินเดียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พุ่งสูงขึ้นเป็น 140 คนแล้ว หลังมีการพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 8 ศพ

ศพที่พบเป็นของชาวต่างประเทศ 4 คน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนชาติใด ขณะเดียวกันทหาร ตำรวจ และกองกำลังกึ่งทหารจำนวนหลายพันนาย ก็กำลังช่วยกันเคลียร์ซากปรักหักพังออกจากถนนสายต่างๆที่จะเข้าไปยังหมู่บ้านต่างๆในเขตการปกครองลาดัก ถนนถูกตัดขาดจากพายุฝนและน้ำท่วมฉับพลันที่ตามมา

โฆษกกองทัพบกอินเดียแถลงว่า ความพยายามถูกขัดขวางจากฝนที่ตกตลอดทั้งคืนในเขตลาดัก เมื่อวานนี้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศอินเดีย อพยพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 36 คน ออกจากเมืองซานัสการ์ เขตเดินทางไกลด้วยเท้าเปล่ายอดนิยมของชาวต่างชาติ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 2,000 คนในเมืองลาดัก จุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้หลงใหลกีฬาผจญภัยตอนที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ที่ทำให้บ้านเรือนพังทลาย เสาไฟฟ้าและหอโทรคมนาคมหักโค่น

นักท่องเที่ยวอีก 100 คน ถูกอพยพโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเมืองเลห์ เมืองสำคัญของเขตลาดัก ที่บางส่วนของผู้บาดเจ็บนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมือง เด็กหญิงดิลาเดน อังโม วัย 2 ขวบ อยู่ในหมู่เหยื่อน้ำท่วมฉับพลันที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองเลห์ เด็กหญิงอังโมรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ คนในโรงพยาบาลจึงขนานนามเธอว่า ทารกมหัศจรรย์ หรือ MIRACLE BABY

พันโทนายแพทย์ ชิตรา บาเนอร์จี แพทย์ทหารของกองทัพบก เปิดเผยว่า เด็กหญิงอังโมถูกน้ำพัดหลุดจากอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ขณะทั้งคู่พยายามหนีน้ำท่วม หนูน้อยถูกพบนอนหมดสติเมื่อวันเสาร์ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการไข้สูงผิดปกติ ส่วนมารดายังไม่ทราบชะตากรรม

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปากีสถาน-ผู้ประสบอุทกภัยมีมากกว่า 13.8 ล้านคน

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085555&stc=1&d=1041362241

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085556&stc=1&d=1041362241

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=1085558&stc=1&d=1041362241


สหประชาชาติ ชี้เหตุน้ำท่วมปากีสถานสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าเหตุสึนามิเอเชีย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มจีนและอินเดียพุ่งต่อเนื่อง

โฆษกสำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น ชี้ว่าวิกฤตน้ำท่วมปากีสถานครั้งล่าสุดนี้รุนแรง และสร้างความเสียหายหนักกว่าเหตุสึนามิเอเชีย 2004, แผ่นดินไหวปากีสถาน 2005 และแผ่นดินไหวเฮติเมื่อต้นปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก แม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะเทียบไม่ได้ แต่ขอบเขตความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบโดยรวมสูงกว่าทั้ง 3 เหตุการณ์รวมกันคือ 13.8 ล้านคน ทำให้นายบัน คี-มุน เลขาธิการยูเอ็น ออกมาเรียกร้องนานาชาติให้ระดมความช่วยเหลือจำนวนหลายร้อยล้านดอลล่าร์มายังปากีสถาน

โดยสหรัฐฯ รับปากจะให้ 92.8 ล้านดอลล่าร์ และล่าสุดประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ผุ้นำปากีสถาน ได้เดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อวานนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ที่ซาร์ดารีไม่ยอมยกเลิกการเดินทางเยือนอังกฤษ และฝรั่งเศสทั้งๆที่เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรง สร้างความโกรธแค้นให้ผู้ประสบภัยอย่างมาก เนื่องจากจำนวนมากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ

ส่วนที่อินเดีย ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองเลห์พุ่งขึ้นเป็น 165 คนแล้ว หลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 400 คน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเก็บกวาด และเคลื่อนย้ายหินขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นถนน เพื่อเปิดเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านที่ถูกตัดขาด ให้หน่วยงานต่างๆสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ล่าสุดยังคงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ขนย้ายผุ้ประสบภัยที่ติดค้าง ขณะที่กลุ่มนักศึกษาแพทย์ชาวไต้หวัน ซึ่งเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวได้ร่วมช่วยเหลือด้วยการตั้งศูนย์รักษาผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เหตุแผ่นดินถล่มและน้ำท่วมเมืองโจวฉู มณฑลกานซู่ ของจีน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งขึ้นเป็น 337 คนแล้ว ขณะที่ผู้สูญหายอยู่ที่ 1,148 คน ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาจีน คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาซ้ำอีกในพื้นที่เดิมภายใน 3 วัน

ข่าวทีวีช่อง 3 วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา http://www.krobkruakao.com (http://www.krobkruakao.com)

ไม้บรรทัด
11-08-2010, 04:19 AM
Replay...คงใกล้ถึงเวลาแล้วกระมัง...

เตรียมตัวรับมือกับภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่

รวบรวมข้อมูลเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกำลังใกล้เข้ามาเป็นลำดับครับ ผมจะขอขึ้นกระทู้ใหม่เรื่องการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติในทุกรูปแบบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยอยากจะให้พวกเราช่วยกันแปะข้อมูลจากกระทู้ต่างๆ ที่กระจัดกระจายมารวบรวมไว้ที่เดียวครับ เพื่อง่ายในการสืบค้น จากนั้นท่านที่อยากเก็บไว้เป็นข้อมูลในการช่วยตัวเองและคนอื่นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จงพิมพ์ลงในกระดาษเพื่อเผยแพร่ครับ

<!-- / message --><TABLE class=tborder id=post329976 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt1 id=td_post_329976 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid">ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
2. พายุถล่ม
3. แผ่นดินแยก และแผ่นดินไหว
4. ภูเขาไฟระเบิด
(จังหวัดทางภาคกลาง 2 ลูก, ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก, อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี / น่าน / แพร่ / อ.ร้องกวาง )
5. คลื่นยักษ์จากทะเล
6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ VIRUSTERIA , อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ ผู้ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตทันที ภายใน 6 วัน
7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตจะไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน
8. อดอยากขาดแคลนอาหาร

การเตรียมตัว เตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว

1. เตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 - 6 เดือน
2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย
ได้แก่เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
3. เครื่องใช้ที่จำเป็น
4. ที่อยู่อาศัย
5. ยารักษาโรค
6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ (จำเป็นมาก)
ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี
ส่วนคาราไมล์ จะมีไว้รักษาโรคทางผิวหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้ว จะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์
7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ
8. เครื่องช่วยชีวิต
9. แสงสว่าง เช่นเทียน ตะเกียงพายุ (เวลานั้น ท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน เท่ากับ 1 ราตรี และจะมืดมิดรวม 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก)
10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ

1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นญาติสนิท หรือคนที่เรารู้จักก็ตาม
2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรค สารเคมีที่มนุษย์สร้าง
3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้ด่างทับทิมล้างทุกครั้ง
4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้น ประตูมิติของโลกทั้ง 3 ภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง จิตวิญญาณก็จะได้เห็น คนที่มาเยือน อาจเป็นผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจำแลงมาก็เป็นได้ และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด
5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด
6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม
7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย
8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น
9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้
10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง

การเตรียมทางจิตวิญญาณ

1. ชำระกรรมให้เบาบาง ทำได้โดย
1.1 หยุดโลภ โกรธ หลง
1.2 ทำจิตให้สงบ เบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตก เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวาง ทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก
2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ
3. ฝึกการละวาง
4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา
5. ฝึกการทำโมฆกรรม ขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด

การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย

1. ได้ยินเสียงใด ให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใด ให้ละวางสิ่งนั้น
ต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพราะกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป
ถ้าหากละวางไม่ได้ จะเกิดอาการ “ตายก่อนตาย” (รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น)
2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา
3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวก เกิดความอิ่มเอิบ
4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น

ก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะ 2 ) จะมีลางบอกเหตุดังนี้

1. ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ
2. ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่
3. สัตว์ทั้งหลายจะไม่ออกมาปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะแลเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งมีน้ำตาซึม
<!-- / message --><!-- sig -->

( คัดลอกมาจาก หนังสือพระโอวาทแห่งองค์จิตจักรวาล ครั้งที่ 17 เรื่องพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ สื่อการถ่ายทอดพระโอวาทโดย อ.ปริญญา ตันสกุล MBA.,M.S. PARINYA TANSAKUL )

</TD></TR></TBODY></TABLE>

วรเดช
11-08-2010, 08:33 AM
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>ตะลึง นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนา"สามเหลี่ยมผีสิง"เบอร์มิวด้า"ได้แล้ว </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/weird/img3/156550.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD vAlign=top>

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถวิจัยค้นพบปริศนาลึกลับดำมืดของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่สร้างปรากฎการณ์ดูดกลืนเรือและเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณดังกล่าวจนหายสาบสูญ และถูกกล่าวขานเรียกว่าเป็น"สามเหลี่ยมผีสิง ที่ร่ำลือกันว่า ได้ดูดกลืนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาทะลุไปยังอีกมิติหนึ่ง"โดยพบว่า สาเหตุแท้จริงมาจากการการก่อตัวของก๊าซธรรมชาติ ที่ใหญ่ขนาดเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ และทำให้เรือและเครื่องบินสูญเสียการควบคุม ก่อนจมดิ่งสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

รายงานระบุว่า จากการค้นหาของศจ.โจเซฟ โมนาแกน หนึ่งในสองผู้วิจัยงานศึกษาไขปริศนาดังกล่าว ระบุว่า เขาพบว่า บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ปรากฎว่ามีก๊าซมีเธนเป็นจำนวนมาก ขนาดปะทุเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์แตกตัวเหนือบริเวณดังกล่าว ก๊าซดังกล่าวอยู่ใต้ท้องทะเลในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า โดยเมื่อก๊าซเหล่านี้ขึ้นสู่พื้นผิว มันจะทะยานสู่อากาศ และขยายตัวเป็นวงกว้างและก่อตัวเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ เมื่อเรือลำใดผ่านเข้าไปในบริเวณนั้น ก็จะเข้าไปสู่ฟองก๊าซมีเธนขนาดยักษ์ จนทำให้เรือเหล่านี้สูญเสียการควบคุม และจมลงสู่ห้วงทะเล

และหากฟองก๊าซดังกล่าวมีขนาดยักษ์มาก ๆ ที่ครอบคุมความหนาแน่นระดับสูงเพียงพอ มันก็จะสามารถทำให้เครื่องบินที่บินอยู่บนน่านฟ้าเหนือสามเหลี่ยมฯ สูญเสียการควบคุม ตกทะเลและจมลงสู่ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
http://www.teenee.com/thank/mati.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 bgColor=#e2e2e2 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ecfae0>ทั่วไทยฝนตกหนัก เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=5 borderColor=#728dac cellPadding=0 width=725 align=center><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff><TABLE class=A14 border=0 cellSpacing=0 cellPadding=3 width="100%" align=center><TBODY><TR bgColor=#cccccc><TD vAlign=center> </TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD class=A14 vAlign=top><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 bgColor=#f5f5f5 align=center><TBODY><TR><TD>http://tnews.teenee.com/politic/img1/156583.jpg</TD></TR><TR><TD align=middle></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE border=0 cellSpacing=2 cellPadding=2 width="95%"><TBODY><TR><TD class=A14 vAlign=top>ลักษณะอากาศเช้าวันนี้(11 ส.ค.)ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่น-ฝนตกหนัก เตือนปชช.พื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก.....

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 11 สิงหาคม เมื่อเวลา 04.00 น.

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัด ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนในวันนี้ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นในระยะ นี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” กำลังเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศาลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 34 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 34 องศาลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรังอุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร.

</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><CENTER>ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.teenee.com/thank/trd.jpg</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

Falkman
11-08-2010, 09:08 AM
อย่ากระหน่ำเลยหนอ สตางค์มันหายากน่ะ

ใช่ บอกนากามูระไปแระ บอกว่าต้องเขียน script ดักถ้ามีส่งเกิน 1 ไม่ให้ทำงานต่อ ได้มา 5 อันแหน่ะ

เสียดายตังค์แทน...

Kongp
11-08-2010, 09:52 AM
อนามัยโลกประกาศ "ไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ 2009" สิ้นสุดการระบาดแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2553 09:31 น.

เอเอฟพี - องค์การอนามัยโลกแถลงยกเลิกประกาศเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ เอช1เอ็น1 วานนี้ (10) หลังโรคดังกล่าวเริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลกสร้างความแตกตื่นตกใจมานานกว่า 1 ปี และยังทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวในการแถลงข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ทั่วโลกไม่ได้อยู่ในระยะที่ 6 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของประกาศเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่อีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากอนามัยโลกได้รับคำแนะนำของคณะ กรรมการที่ปรึกษาฉุกเฉิน ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์จากภายนอก15 คน นำโดยจอห์น แมคเคนซี ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อชาวออสเตรเลีย

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1เอ็น1 นี้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 18,449 คน และแพร่ระบาดไปใน 214 ประเทศ และดินแดนทั่วโลก นับตั้งแต่มีการค้นพบครั้งแรกในเม็กซิโก และสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปี 2009 ตามข้อมูลขององค์การด้านสาธารณสุขของยูเอ็น

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก แม้จะมีการใช้มาตรการควบคุมฉุกเฉินมากมาย รวมถึงการปิดประเทศเม็กซิโกนานร่วมสัปดาห์ กระตุ้นให้อนามัยโลกยกระดับการเตือนภัย และประกาศเป็นโรคระบาดร้ายแรงในวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2009

ความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรง และการกลายพันธุ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ทำให้มีการสำรองวัคซีน ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษมุลค่าหลายล้านดอลลาร์ในหลายประเทศตะวันตก จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าองค์การอนามัยโลกประกาศเตือนอันตรายไข้หวัดใหญ่ดัง กล่าวเกินจริง

ชานยังเตือนว่า ไข้หวัดใหญ่เอช1เอ็น1จะยังคงระบาดพร้อมกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทุกปี ขณะที่ประชากรเริ่มจะสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้แล้ว ทว่า ตามแนวทางปฏิบัติรับมือโรคระบาดสากล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงต้องเฝ้าระวังไว้

Kongp
11-08-2010, 09:54 AM
ความหวังช่วยผู้ติดใต้กองโคลนริบหรี่ ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า 700 คน สูญหาย กว่า 1,000 คน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2553 13:10 น.

<table width="100%" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td class="body" align="left" valign="baseline"><table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td align="center" valign="top"><table width="469" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td width="469" align="center" valign="Top">http://pics.manager.co.th/Images/553000011698601.JPEG </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">นายกรัฐมนตรี เวิน เจียเป่า รุดไปเยี่ยมผู้ประสบภัยโคลนถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในเมืองโจวชีว์,เขตปกครอง ตนเองชนชาติทิเบตกันหนัน, มณฑลกานซู่เมื่อวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) - เอเอฟพี </td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> รอย เตอร์/เอเอฟพี -จีนเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ที่ถูกฝังทั้งเป็นใต้กองโคลน และซากปรักหักพังของอาคารจากภัยพิบัติโคลนถล่มทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของ จีน แต่ความหวังพบผู้รอดชีวิตจำนวนมากริบหรี่ เนื่องจากปลักโคลนลึกเป็นอุปสรรคขัดขวางการนำอุปกรณ์หนักเข้ามาค้นหา

ฝนที่ตกกระหน่ำทำให้เกิดโคลนและหินถล่ม ตลอดจนน้ำท่วมฉับพลันในเมืองโจวชีว์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตกันหนัน, มณฑลกานซู่เมื่อวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) โดยหมู่บ้านอย่างน้อย 3 แห่งพังราบเป็นหน้ากลอง มีรายงานผู้เสียชีวิต ล่าสุดเมื่อวันอังคาร (10 ส.ค.) อย่างน้อย 702 คน สูญหาย 1,042 คน

</td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table width="399" border="0" cellpadding="0&qu