View Full Version : ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่
realing
21-04-2008, 09:06 PM
ผมจะปกป้องโลกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
rawiphan
21-04-2008, 09:29 PM
ในช่วงหนึ่งของพรรษา 4 ที่สำนักสงฆ์เทพประทานพร
http://i190.photobucket.com/albums/z47/sriaraya/angkorwat03-1.jpg
กับเหตุการณ์ ที่จะต้องอุบัตขึ้น ไม่อยากเล่าเลย น่ากลัวมาก ๆ
เหตุการณ์ที่พบเห็น นครวัด กับแผ่นหินศิลาแลง สลักเป็นภาษาเขมร
แปลออกมาได้ใจความตรง ๆ สงครามโลกครั้งที่ ๓ กับลูกระเบิดเหล็กตกจากฟ้า
ไม่รู้อะไรให้มันรู้ไป ฝันเรื่องเดิม ๆ ๓ ตรั้ง และก็มีเทวดามาบอกยักษ์ที่ถูกสาป
เป็นหิน บัดนี้คืนสังขารแล้ว ยักษ์ที่ถูกสาปได้ตื่นจากหลับแล้ว ก็ทายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปทั่วโลกอย่างแน่นอน
และยังมีตามทะเลวันอุกาฟ้าเหลืองลมเหลือง อุกาฟ้าเหลือง...?
ทะเลสะเทือนสายลมเป็นบ้ามองดูจากท้องฟ้า ผิวน้ำพื้นน้ำทะเลมีแต่บ้านแตกเรือแตก ผู้คนตายจนเกือบหมด ท้องฟ้าม้วนตัวเท่ากับวันสิ้นโลก
Falkman
22-04-2008, 07:54 AM
<table cellpadding="2" cellspacing="0" width="450"><tbody><tr><td colspan="2" align="center" bgcolor="#abcdef" height="25">แผ่นดืนไหวจังหวัดเชียงใหม่ </td> </tr> <tr> <td>ขนาด</td> <td> : 3.9 ริกเตอร์ </td> </tr> <tr> <td>จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว</td> <td> : อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ </td> </tr> <tr> <td>วันที่</td> <td> : 22 เมษายน 2551 02:31 น. </td> </tr> <tr> <td>ละติจูด</td> <td> : 18° 54' 00'' เหนือ </td> </tr> <tr> <td>ลองจิจูด</td> <td> : 98° 58' 00'' ตะวันออก </td> </tr> <tr> <td>ความลึกจากระดับผิวดิน</td> <td> : กิโลเมตร </td> </tr> <tr> <td>เพิ่มเติม</td> <td> : </td> </tr> <tr> <td colspan="2" align="center" bgcolor="#abcdef" height="1">
</td> </tr> </tbody></table>
<table width="100%"> <tbody><tr> <td class="subtitle" colspan="8"> รายงานแผ่นดินไหวในรอบ 15 วัน </td> </tr> </tbody></table> <table bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#d9d9d9" border="1" bordercolor="#d9d9d9" cellpadding="3" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr class="RH"> <td>วันที่</td> <td>เวลา</td> <td>จุดศูนย์กลาง</td> <td>ละติจูด</td> <td>ลองจิจูด</td> <td>ขนาด</td> <td>ลึกจากพื้นดิน</td> <td>หมายเหตุ</td> </tr> <tr class="RADS" align="center"><td>22 เม.ย. 51</td><td> 02:31</td><td align="left">อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่</td><td>18° 54' 00'' N</td><td>98° 58' 00'' E</td><td>3.9 </td><td> </td><td align="left"> </td></tr><tr class="RF"> <td> </td> <td>เวลาไทย</td> <td> </td> <td> </td> <td> </td> <td>ริกเตอร์</td> <td>กิโลเมตร</td> <td> </td> </tr></tbody></table>
<table class="TableBorder" cellpadding="3"> <tbody><tr><td> <table style="font-size: 14px;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="155"> <tbody><tr align="center"> <td class="14BWhite" bgcolor="#848589" height="25"> Update ! </td> </tr> <tr align="center"> <td bgcolor="#e5e7ed"> <table style="font-family: 'MS Sans Serif',Tahoma;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="150"> <tbody><tr> <td height="40" valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/radar1.gif (http://www2.tmd.go.th/radar/) </td> <td> เรดาร์ตรวจอากาศ (http://www2.tmd.go.th/radar/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/satellite1.gif (http://www.sattmet.tmd.go.th/) </td> <td> ภาพถ่ายดาวเทียม (http://www.sattmet.tmd.go.th/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/weathermap1.gif (http://www.tmd.go.th/weather_map.php) </td> <td> แผนที่อากาศ (http://www.tmd.go.th/weather_map.php) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/waterlevel.gif (http://hydromet.tmd.go.th/) </td> <td> ข้อมูลลุ่มน้ำ (http://hydromet.tmd.go.th/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/nwpproduct1.gif (http://www2.tmd.go.th/program/frames/nwp.html) </td> <td> NWP Model (http://www2.tmd.go.th/program/frames/nwp.html) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/gis.gif (http://www.arcims.tmd.go.th/DailyDATA/akom2.html) </td> <td> GIS (http://www.arcims.tmd.go.th/DailyDATA/akom2.html) </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr align="center" bgcolor="#e5e7ed"> <td height="5">
</td> </tr> <tr align="center"> <td class="14BWhite" bgcolor="#848589" height="25"> News ! </td> </tr> <tr align="center"> <td bgcolor="#e5e7ed"> <table style="font-family: 'MS Sans Serif',Tahoma;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="150"> <tbody><tr> <td height="40" valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/warning.gif (http://www.tmd.go.th/list_warning.php) </td> <td> เตือนภัย (http://www.tmd.go.th/list_warning.php) </td> </tr> <tr> <td valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/storm.gif (http://www.tmd.go.th/storm_tracking.php) </td> <td> เส้นทางเดินพายุ (http://www.tmd.go.th/storm_tracking.php) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/ewave.gif (http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php) </td> <td> รายงานแผ่นดินไหว (http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php) </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr align="center" bgcolor="#e5e7ed"> <td height="2">
</td> </tr> </tbody></table> </td></tr></tbody></table> <table><tbody><tr><td height="1">
</td></tr></tbody></table>http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=310581&stc=1&d=1208830151
หนุมาน ผู้นำสาร
22-04-2008, 09:25 AM
แก่นสาร ศาสนา... คือ "หลักสัจจะธรรม"
แก่นสารปฏิบัติ.... คือ "สัจจะ"
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
whitenaga
22-04-2008, 11:46 AM
ถามคุณ รวิพัน ว่ารายละเอียดมากกว่านี้เกี่ยวกับศิลาแลง ความฝัน เป็นอย่างไรอ่ะค่ะ
k_isara
22-04-2008, 12:37 PM
ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์<O:p</O:p
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง <O:p></O:p>
หนุมาน ผู้นำสาร
22-04-2008, 12:41 PM
ไม่ศึกษา
ไม่พิจารณา
จึงไม่เข้าใจ "สัจจะ"
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
k_isara
22-04-2008, 12:51 PM
มารไม่มี บารมีไม่เกิด <O:p</O:p
rawiphan
22-04-2008, 01:16 PM
ถามคุณ รวิพัน ว่ารายละเอียดมากกว่านี้เกี่ยวกับศิลาแลง ความฝัน เป็นอย่างไรอ่ะค่ะ
แผ่นศิลาถูกผูกด้วยระเบิดระเบิดปรมาณูสีทิศ ไม่รวมที่เห็นบนท้องฟ้าอีก มากมายครับรีบภาวนาเถิดครับก่อนจะสายไปครับ
และที่เห็นมากกว่านั้นในปัจจุบัน ทหารอเมริกัน ยกพลทางอากาศทางภาคพื้นดิน จะเข้าร่วมรบในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สาม
http://i190.photobucket.com/albums/z47/sriaraya/superbitus.jpg
k_isara
22-04-2008, 01:49 PM
พญานาคมีจริงหรือ <O:p</O:p
บทความที่เขียนมาให้อ่านในที่นี้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ เมื่อท่านได้อ่านจนจบก็จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน<O:p</O:p
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2547 ผมได้รับสัญญาณว่าจะได้พบ สองกษัตริย์ ต่อมา ในวันที่ 1 ม.ค. 2550 ผมได้พบพระองค์แรก ท่านมีพระนามว่า กมลา (ท่านที่สนใจชื่อนี้ขอให้ไปเปิดพจนานุกรมดูจะเข้าใจว่าหมายถึงเทวราชองค์ใด)ผมพบที่บ้าน ที่กรุงเทพฯ วันที่ 13 พ.ค. 2550 ผมได้ขึ้นเขาที่จังหวัดเลย ไปสร้างแสงสว่างให้กับทางวัด อยู่บนวัด 28 วัน อยู่มาคืนหนึ่ง เทวราชองค์ที่สองก็มาปรากฏให้ผมชมบารมี ในขณะที่ผมมีความรู้สึก ครึ่งหลับครึ่งตื่น ขณะนั้นลมได้พัดผ่านและกระทบเต็นท์ที่ผมกางนอนอยู่กลางศาลาใหญ่ คล้ายพายุใหญ่กำลังมา ท่านค่อยๆบรรจงเลื้อยผ่านเต็นท์ที่ผมนอนและไปหยุดอยู่ที่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ลำตัวของท่านผมประมาณได้ขนาดต้นตาล และค่อยๆชำเลืองมาที่ผม ในความรู้สึกของผมท่านให้ผมลุกขึ้นมาทำสมาธิ แต่ผมได้ปฏิเสธท่านไปว่า ผมเหนื่อยจากการทำงานในเวลากลางวัน ขอพักเถิด จากนั้นผมได้มองไปรอบๆศาลาใหญ่ ผมได้เห็นผู้ปฏิบัติธรรมเต็มศาลาไปหมดและได้ยินเสียงพระท่านสวดมนต์ก้องกังวานในศาลานั้น <O:p</O:p
ผมได้เก็บความรู้สึกนี้ไว้ จนอาจารย์ผมได้ขึ้นไปที่วัดและผมได้เล่าเรื่องที่ผมได้ประสบมา ท่านได้บอกกับผมว่า ที่วัดแห่งนี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ มีองค์พญานาคดูแลอยู่ ตรงที่ผมนอนจะเป็นองค์สีเขียว ตรงสระน้ำจะเป็นองค์สีแดง และยังมีองค์ประธานมีเศียรเจ็ดเศียรอีกองค์ ในศาลาจะมีเทวดาผู้ทรงศีลเต็มไปหมด<O:p</O:p
ที่ผมบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติคือ เมื่อเวลานั้นมาถึง ผมจะพาผู้ที่มีความดีไปหลบภัยบนเขาลูกนี้ เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครองในช่วงตะวันดับ 49 วัน<O:p</O:p
แผ่นดินสะเทือน...ภูเขาระอุ..ปะทุขึ้น..
ไฟล้างรอวัน...ผลาญทุกสิ่ง...
ลมเกิดหมุนเคว้ง...เป็นบ้าครวญคร่ำ...
น้ำทะลักเข้าล้าง...ชำระคราบน้ำตา...
หนุมาน ผู้นำสาร
22-04-2008, 02:34 PM
ไม่ชาตินี้...ก็ชาติต่อๆไป
ท่านก็ต้องมาทำใน ....หลักของสัจจะ
เพราะ...ท่านเวียนว่ายตายเกิด อยู่ใน "หลักสัจจะธรรม"
ไม่มีทางหลุดพ้นไปได้ ถ้าไม่เชื่อสัจจะ
เพราะ ไปขัดกับสัจจะธรรม
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
22-04-2008, 03:28 PM
กรรม !!!
rawiphan
22-04-2008, 03:56 PM
ไม่ชาตินี้...ก็ชาติต่อๆไป
ท่านก็ต้องมาทำใน ....หลักของสัจจะ
เพราะ...ท่านเวียนว่ายตายเกิด อยู่ใน "หลักสัจจะธรรม"
ไม่มีทางหลุดพ้นไปได้ ถ้าไม่เชื่อสัจจะ
เพราะ ไปขัดกับสัจจะธรรม
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
พระปรมัตถ์ คือจิตของท่านไม่ตายจากบาปมาเป็นบุญ สิ้นบุญสิ้นบาป เป็นผู้มีจิตไม่กำเริบ จิตของท่านไม่มีอาการไปอาการมา ปรมัตถ์ ถ้าพูดตามภาษาเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือสภาพที่เป็นจริง คือมันเป็นธรรมชาติที่เป็นอยู่จริงๆ เป็นสภาวะที่ พ้นแล้วจากหลักของสัจจะธรรม
Falkman
22-04-2008, 05:26 PM
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า <table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr> <td align="right"> http://www.tmd.go.th/images/icon_adobe.gif สำหรับพิมพ์ (http://www.tmd.go.th/programs/uploads/reports/7dForecastRegions.pdf) </td> </tr> <tr> <td> <table bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#d9d9d9" border="1" bordercolor="#d9d9d9" cellpadding="3" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr class="14BWhite" align="center" bgcolor="#0f6aaa"> <td colspan="2" align="center" height="35">ระหว่างวันที่ 22 เมษายน 2551 - 28 เมษายน 2551</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> การคาดหมาย </td> <td> ในช่วงวันที่ 22-25 เม.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ต่อจากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงนี้จะอ่อนกำลัง และลมใต้กับลมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดเข้าปกคลุมประเทศไทยต่อไป อนึ่ง ในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย. จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณปลายเกาะสุมาตรา และจะเคลื่อนเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนกลาง ทำให้ทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้น
ข้อควรระวัง ในระยะนี้ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระมัดระวังอันตรายพายุฤดูร้อน โดยในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง และไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า รวมทั้งงดใช้เครื่องมือสื่อสารด้วย
</td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคเหนือ </td> <td> อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว และมีอากาศร้อนจัดบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน และตาก อุณหภูมิสูงสุด 36-41 °ซ ส่วนในช่วงวันที่ 22-26 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ รวมทั้งอุณหภูมิสูงสุดจะลดลง และในวันที่ 27-28 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </td> <td> อากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุด 36-39 °ซ ในช่วงวันที่ 22-25 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ รวมทั้งอุณหภูมิสูงสุดจะลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย. จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
</td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคกลาง </td> <td> อากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุด 36-39 °ซ ส่วนในช่วงวันที่ 22-26 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ และในวันที่ 27-28 เม.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออก </td> <td> อากาศร้อนทางตอนบนของภาค อุณหภูมิสูงสุด 35-39 °ซ ส่วนในช่วงวันที่ 22-26 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-60ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ และในวันที่27-28 เม.ย. มีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร
</td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร
</td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> กรุงเทพมหานครและปริมณฑล </td> <td> อากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุด 36-38 °ซ ส่วนในช่วงวันที่ 22-26 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และกับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ และในช่วงวันที่ 27-28 เม.ย. มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. </td> </tr> <tr><td colspan="2" align="right" bgcolor="#accdd4">ออกประกาศ 22 เมษายน 2551</td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table>
realing
22-04-2008, 07:25 PM
Falkman (http://board.palungjit.com/member.php?u=47097) พยากรณ์อากาศ หรือครับ
5555 ขอ ข่าว ปัญหาที่เกิด จาก โลกร้อน ครับ ผมชอบมาก
kowmoo
23-04-2008, 08:39 AM
ไม่เกี่ยวกับภัยพิบัติประเทศ แต่เป็นภัยพิบัติครอบครัวช่วยดูให้ด้วยนะคะสงสารน้องเค้าและครอบครัวเค้าคะ สาธุขอให้เจอกันเร็วๆเด็กหาย เพื่อบุญกุศลและโอกาส
<?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:P></O:P>
<O:P></O:P>
ด.ช.นราวิชญ์ บุญแท้ (น้องเนม)
อายุ 6 ขวบ หายตัวบริเวณชายหายชะอำ
ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 มีนาคม 2551 ขณะเล่นน้ำ
แต่ยังไม่พบร่าง ทางญาติเชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่
ขณะนี้ทางบ้านเดือดร้อนมาก
หากผู้ใดพบเด็กชายหน้าตาดังภาพ
กรุณาติดต่อที่ :
คุณธาราธิพย์ 081-1919424
คุณศิริพร 087-6928533
คุณชฎาภรณ์ 089-6723272
รบกวนช่วยส่งต่อด้วยค่ะ
ขอบคุณมาก ๆค่ะ
ชฎาภรณ์ บุญแแท้
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<HR align=center width="100%" SIZE=2>
Discover the new Windows Vista Learn more! (http://search.msn.com/results.aspx?q=windows+vista&mkt=en-US&form=QBRE)<O:P></O:P>
********************************************************************** <O:P></O:P>
The information transmitted in this e-mail is intended only for the person or entity to which it is addressed, and may contain confidential and/or privileged material. Any review, re-transmission, dissemination or other use of, or taking of any action in reliance upon this information by persons or entities other than the intended recipient is prohibited. If you received this e-mail in error, please contact and inform the sender, and delete the material from any computer. <O:P></O:P>
********************************************************************** <O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
<HR>
<CENTER>http://board.palungjit.com/cid:{6E6CB8FD-FCED-4EBC-BBE8-C87875C6E9E4}/[x-man] Picture_0001.jpg</CENTER>
<HR>
<CENTER>http://board.palungjit.com/cid:{DC62BB9A-EF30-49DC-A77F-7C196E30443D}/[x-man] Picture_0002.jpg</CENTER>
<HR>
<CENTER>http://board.palungjit.com/cid:{EB2265D2-96FB-41D0-838E-705BE6409B9D}/[x-man] Picture_0003.jpg</CENTER>
<HR>
<CENTER>http://board.palungjit.com/cid:{660158E2-BBDB-4964-B048-741980E32CA0}/[x-man] Picture_0004.jpg</CENTER>
Falkman
23-04-2008, 08:42 AM
<table style="" cellpadding="0" cellspacing="0" width="80%"><tbody><tr><td style="border-top: 1px solid gray;" width="97%"><table width="100%"><tbody><tr><td height="1">
</td></tr></tbody></table> </td> <td class="c2" width="4">
</td> </tr> <tr> <td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray;" align="center" width="100%"> ประกาศเตือนภัย
พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย"
ฉบับที่ 5 (32/2551) ลงวันที่ 23 เมษายน 2551
</td> </tr> <tr> <td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray; padding: 10px;" align="center" width="100%"> <dd>ในระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2551 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป ลักษณะเช่นนี้จะยังคงทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออกเกิดพายุฤดูร้อนได้ โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองไม่ควรอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับและใช้สื่อไฟฟ้าที่จะเป็นสาเหตุของการเกิดฟ้าผ่าได้ สำหรับบริเวณที่มีฝนตกในระยะนี้จะช่วยคลายความร้อนอบอ้าวไปได้บ้างและขอให้ประชาชนเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งนี้ไว้ด้วย</dd></td></tr></tbody></table>
ช่วงนี้ฝนตก เป็นไปได้ก็เก็บๆ น้ำไว้ใช้กันบ้างก็ดีนะ
เจนัย
23-04-2008, 09:34 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="96%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=headnews vAlign=top>โครงการอาหารโลกหรือ WFP อาจลดช่วยเหลือเด็ก20ล้านคน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top height=4></TD></TR><TR><TD class=dessubmmenu1>โครงการอาหารโลก หรือ WFP อาจต้องลดความช่วยเหลือแก่เด็ก 20 ล้านคนจากทั่วโลก
(23เม.ย.) โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ หรือ WFP อาจจะต้องตัดลดความช่วยเหลือด้านอาหารแก่เด็กยากจนที่สุดในโลกราว 20 ล้านคน หากชาติร่ำรวยไม่เร่งจัดสรรความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาราคาข้าว ข้าวสาลี และอาหารหลักอื่นๆพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้อำนวยการWFP โจเซตต์ ชีแรน เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ขณะนี้โครงการจัดหาอาหารให้กับเด็กๆในเคนยา กัมพูชาและทาจิกิสถาน ได้ระงับหรือลดความช่วยเหลือบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ทรมานใจ
พร้อมกันนี้เธอร้องขอให้นานาชาติเร่งสมทบเงินช่วยเหลือ หลังจากเธอเพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันนี้ว่าราคาอาหารที่สูงขึ้นทำให้งบประ มาณสำหรับโครงการจัดสรรอาหารจะเพิ่มขึ้น ทำให้ยังขาดเงินอีกราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจนถึงขณะนี้มีชาติผู้บริจาคสัญญาให้เงินช่วยเหลือเกือบ300 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว นอกจากนี้เธอกล่าวว่า วิกฤติความหิวโหยที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่นี้ เป็นเหมือนสึนามิเงียบที่ไม่ได้ซัดถล่มประเทศใดเพียงแห่งเดียว แต่ยังส่งผลกระทบไปทั่วโลกและสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศยากจนมากขึ้น ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศให้ความช่วยเหลือด้านอาหารเพิ่มเติมอีก 117 ล้าน 2 แสนยูโรหลังจากเพิ่งประกาศเมื่อเดือนที่แล้วให้ความช่วยเหลือด้านอาหารครั้งใหญ่ที่สุดถึง160 ล้านยูโร
</TD></TR></TBODY></TABLE>
Falkman
23-04-2008, 10:04 AM
หนุ่มไทยอายุน้อยสุด หนึ่งเดียวใน "นาซ่า" ก้องภพ อยู่เย็น
พนิดา สงวนเสรีวานิช - เรื่อง ธิติ วรรณมณฑา - ภาพ
http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2007/01/fun01280150p1.jpgเขาเป็นความภาคภูมิใจไม่เฉพาะกับครอบครัว "อยู่เย็น" แต่นับรวมไปถึงคนไทยทั้งประเทศก็ว่าได้
ด้วยวัยเพียง 29 ปี "ดร.ก้องภพ อยู่เย็น" ได้ก้าวขึ้นเป็น "วิศวกรคนไทย" ที่อายุน้อยที่สุดในองค์การนาซ่า
ทำงานประจำอยู่สถาบัน "กอดดาร์ด สเปซ ไฟลท์ เซ็นเตอร์" ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับการสำรวจโลกและจักรวาล ที่รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
1 ใน 10 แห่งขององค์การนาซ่า ที่รับผิดชอบค้นคว้าเกี่ยวกับอุปกรณ์คลื่นไมโครเวฟรับส่งสัญญาณนอกโลก
ดร.ก้องภพ เป็นสมาชิกของครอบครัวคนเก่งของ "คุณพ่อ-พลโท กัลยาณุวัตร อยู่เย็น" ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก และ "คุณแม่-กรรณิกา"
มีน้องสาวฝาแฝดอีก 2 คน คือ "กัลยานุช" ว่าที่สัตวแพทย์ (มหาวิทยาลัยเกษตรฯ) และ "กัลยานาถ" นักศึกษาแพทยศาสตร์ ปี 5 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ต้นปี 2550 ดร.ก้องภพมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้าน ซึ่งปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนๆ เพราะกลับมาเพื่อเข้าพิธีสมรสกับ "มนิสา พิพัฒนสุนทร" แฟนสาวที่ทำงานเป็นอาจารย์อยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งคบหาดูใจกันมานานร่วม 10 ปี ทั้งคู่เจอกันตั้งแต่เรียนปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.ก้องภพนั้น แม้จะเกิดที่ลอสแองเจลิส แต่พออายุได้ 20 วันก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยตลอด กระทั่งจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมด้านไฟฟ้า ที่จุฬาฯ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จึงเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา
ระหว่างที่ยังเรียนปริญญาตรี ได้คิดค้นงานวิจัยเกี่ยวกับไฟฟ้าจนได้งานชิ้นเอกออกมาเป็น "เครื่องวัดคลื่นสมองเพื่อรักษาผู้ป่วยลมชักและลมบ้าหมู" ขณะนี้ใช้งานในโรงพยาบาลจุฬาฯ และโรงพยาบาลเชียงใหม่
เครื่องประดิษฐ์ชนิดนี้ใช้งบประมาณเพียง 30,000 บาทเท่านั้น และยังคว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติด้วย
ดร.ก้องภพเข้าทำงานที่นาซ่า เริ่มจากเป็นนักเรียนฝึกงานมาสู่ลูกจ้างชั่วคราว รับผิดชอบค้นคว้าคลื่นส่งสัญญาณไมโครเวฟ
กระทั่งปี 2547 จึงได้บรรจุเป็นข้าราชการวิศวกรระดับ 11 และเลื่อนสู่ระดับ 12 เมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นระดับสูงสุดของวิศวกรองค์การนาซ่า
"เรื่องที่ ดร.ก้องภพกำลังศึกษาค้นคว้าถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นคลื่นสัญญาณที่ใช้ส่งนอกโลก เวลานี้กำลังใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างโลก กับโครงการสำรวจดาวอังคาร"
ปลายปีที่ผ่านมา ดร.ก้องภพได้เป็นตัวแทนองค์การนาซ่าไปร่วมประชุมวิศวกรโลกที่ประเทศฝรั่งเศส และในเดือนกรกฎาคม 2550 ที่จะถึงนี้ การประชุมจะจัดขึ้นอีกครั้งที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ
ดร.ก้องภพ คือตัวแทนนาซ่าที่ไปร่วมประชุมอีกเช่นเคย
"เข้าไปทำงานที่นาซ่าได้อย่างไร?"
ตอนแรกยังไม่ได้ทำ แต่ได้งานที่ เอล.ซี. คอมมูนิเคชั่น ทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหุ่นยนต์โซนาร์ตรวจจับเรือดำน้ำ ทำอยู่ 7 เดือน
ช่วงนั้นสมัครสอบปริญญาโทด้วย พอได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียเทค (สถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย) ให้ไปเรียนปริญญาโท แล้วได้ทุนของเท็กซัส อินสตรูเมนต์ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนที่จอร์เจียเทค แล้วก็ทำงานที่เท็กซัส อินสตรูเมนต์ คือเรียน 2 เทอม ไปทำงาน 2 เทอม แล้วกลับมาเรียนอีก 1 เทอม ก็จบ
ตอนนั้นรู้สึกเบื่อๆ เพราะงานไม่ท้าทาย...
- "ตอนนั้นทำงานอะไร?"<table style="border: 1px dotted rgb(255, 255, 255);" align="right" border="1" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"><tbody><tr bgcolor="#ffe9ff"><td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2007/01/fun01280150p2.jpg</td></tr></tbody></table>
ออกแบบชิพ พวกวงจรในโทรศัพท์มือถือ เพียงแต่รูปแบบการทำงานของบริษัทจะเน้นให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะต้องเร่งทำการตลาด ทำให้เราคิดได้แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น เลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดิม (จอร์เจียเทคโนโลยี)
ช่วงนั้นเศรษฐกิจในอเมริกาไม่ค่อยดี บริษัทเอกชนตัดเงินทุนการทำวิจัย ทางมหาวิทยาลัยจึงเดือดร้อนไปด้วยเพราะต้องจ้างนักเรียนทำวิจัย อาจารย์ผมเลยบอกให้ไปหางานข้างนอก ช่วงซัมเมอร์ พอดีนาซ่ามาเปิดซุ้มรับสมัครงานในมหาวิทยาลัย ก็ไปสมัคร แล้วเขาตอบรับมาก็เลยไปเป็นนักเรียนฝึกงานอยู่ 3 เดือน
- "ฝึกงานทำอะไรบ้าง?"
ทำเกี่ยวกับโมเดลการทรงตัวของกล้องดูดาว "ฮับเบิล" กล้องดูดาวนอกโลก ซึ่งมีปัญหาเรื่องพิกัด โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน
ปีต่อมาสถานการณ์การเงินของมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ดีขึ้น ผมเลยไปสมัครทำงานที่นาซ่าอีกครั้ง และสมัครที่อื่นด้วย ปรากฏว่าตอบรับมา 3 แห่ง คือ ที่นาซ่า ที่บริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนต์ และที่ นอร์ธอร์น กรัมแมน ทำเกี่ยวกับการผลิตอาวุธสงคราม
แต่ตัดสินใจไปทำที่นาซ่า เพราะว่าเป็นองค์กรใหญ่ และนาซ่าอยู่ในรัฐแมริแลนด์ใกล้กับมหาวิทยาลัยจอร์เจียที่แฟนผมเรียนอยู่
- "คนที่จะเข้าไปนาซ่าได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?"
อย่างแรกต้องดูสายงานก่อน ว่ามีความถนัดตรงกับที่เขาอยากจะรับหรือเปล่า ซึ่งมีหลายสาขาส่วนใหญ่เน้นด้านวิทยาศาสตร์
รวมทั้งต้องเขียนประวัติย้อนหลัง 5 ปี ว่าไปอยู่ที่ไหนบ้าง อยู่กับใคร มีใครรู้จัก โดยเขาจะส่งแบบฟอร์มไปให้กรอกว่าเป็นคนยังไง แบบว่า...ปกติดีหรือเปล่า (หัวเราะ)
- "แล้วเป็นยังไง?"
ปกติดีครับ (หัวเราะ)
การจะเข้าไปได้ส่วนใหญ่จะไปในเชิงฝึกงาน ไปสมัครขอทุนแล้วทำงานร่วมกับเขา หรือเราอาจจะเข้าทางมหาวิทยาลัยก็ได้ อย่างมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่ก็ทำโครงการร่วมกับนาซ่าหลายอย่างเหมือนกัน แต่ถ้าไปสมัครโดยตรงจะค่อนข้างยาก
- "ในนาซ่ามีคนเอเชียเท่าไหร่?"
สัก 15% ได้ ส่วนมากเป็นคนขาว สำหรับคนไทยที่ผมรู้จักมี 2 คน อายุประมาณ 40 กับอีกคน 50 ปี คนหนึ่งเป็นนักฟิสิกส์แล้วมาทำด้านวิศวะ สร้างอุปกรณ์ อีกคนเป็นวิศวกร
- "อายุเป็นเงื่อนไข?"
ไม่จำกัดเรื่องอายุ ผมเข้าไปฝึกงานครั้งแรกอายุ 26 ปี (พ.ศ.2546) ครั้งที่ 2 ฝึกงาน 3 เดือนเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมเดินเข้าไปบอกเขาว่าต้องการทำโปรเจ็คต์ซึ่งระยะเวลายาวกว่านั้น จะได้ทำเป็นงานวิจัยปริญญาเอก เขาก็ตกลง คือฝึกงาน 3 เดือนก่อน หลังจากนั้นค่อยทำเป็น co-op คือเข้าไปอยู่ในระบบของนาซ่าแล้ว แต่ยังเป็นนักเรียนอยู่
- "หัวข้อที่ทำวิจัย"
เกี่ยวกับตัวกรองสัญญาณคลื่นความถี่ไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นที่แผ่มาจากจักรวาลที่อยู่ไกลจากโลกเรามาก เกิดจากการระเบิดของบิ๊กแบงก์ อันเป็นจุดกำเนิดของจักรวาล พอระเบิดปุ๊บก็จะส่งออกมาเป็นพลังงานในรูปของโคนอนแล้วเย็นตัวลง เคลื่อนที่ออกจากจุดศูนย์กลาง ก่อให้เกิดเป็นมวล เป็นอิเล็กตรอน เป็นอะตอม เป็นโมเลกุล เป็นสสาร เป็นดวงดาว เป็นกาแล็กซี่ เป็นมิลกี้เวย์
- "ทำเพื่อ?"
เพื่อศึกษาคุณสมบัติจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ เกี่ยวกับเวลา คลื่นแรงโน้มถ่วง และการเดินทางของเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป <table align="left" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"><tbody><tr bgcolor="#f8b8cb"><td>http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2007/01/fun01280150p3.jpg
ก้องภพกับกับพลโทกัลยานุวัตร ผู้เป็นบิดา
</td></tr></tbody></table>
ตอนนี้กำลังทำเครื่องต้นแบบอยู่จากงานวิจัยที่ศึกษามา 2 ปีกว่าๆ ทำร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรหลายๆ คน
- "ใช้ได้หรือยัง?"
ยัง ยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ว่าตัวเดี่ยวๆ ที่ผมทำนั้นใช้ได้แล้ว แต่ต้องผ่านการทดสอบในอวกาศก่อน ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิที่เป็นจริงในอวกาศ ตอนนี้ยังต้องจำลองอุปกรณ์ที่อยู่ในอวกาศ ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก ไม่มีเครื่องมือบนโลกนี้ทำได้ ต้องสร้างเครื่องมือเพื่อวัดอีกทีหนึ่ง
- "การเป็นคนเอเชียและอายุน้อยมีปัญหา?"
ไม่มีครับ ที่โน่นไม่มีการแบ่งสีผิว ชาติ ศาสนา อายุ
คือการทำงานในนาซ่า เขาแบ่งเป็น 12 ระดับ เกินจากนั้นเป็นระดับผู้บริหาร คือคุมวิศวกรอีกที ทำงานด้านวิจัยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำโดยตรง
ตอนนี้ผมทำระดับ 13 แล้ว ต้องเขียนแผนงานเสนอหาเงินทุน พอได้เงินทุนมาก็มาทำงานที่เราเสนอไป คือทำงานกับนักวิทยาศาสตร์ คิดอุปกรณ์ใหม่ๆ
- "ถือว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดที่คนไทยเคยทำมา?"
ไม่รู้จะเทียบยังไง แต่คนที่ทำงานในนาซ่าทุกคนจบปริญญาเอก ทำงานเหมือนกัน เพียงแต่แบ่งทำงานกันเป็นกลุ่ม ผมทำอยู่กับกลุ่มนักฟิสิกส์ ซึ่งนักฟิสิกส์กลุ่มนี้เป็นแกนขององค์กร จะคิดทฤษฎีใหม่ๆ ขึ้นมาแล้วทำการทดลอง
อย่างหัวหน้าทีมคนหนึ่งที่เพิ่งได้รางวัลโนเบล เรื่อง Cosmic Microwave Background เป็นคลื่นรังสีคอสมิกความถี่ไมโครเวฟ ซึ่งเกิดจากการระเบิดของบิ๊กแบงก์ จะแผ่รังสีออกมา วัดแล้วจะพิสูจน์ได้ว่าดวงดาวเกิดขึ้นได้ยังไง จักรวาลขยายตัวเร็วขนาดไหน ฯลฯ เป็นผลมาจากการทำวิจัยสำรวจจักรวาลเมื่อ 10-20 กว่าปีที่ผ่านมา
- "มีโอกาสได้ออกไปนอกโลก?"
คงไม่ครับ เพราะการออกนอกโลกมันแพง แล้วการจะส่งมนุษย์ขึ้นไปมันเสี่ยงสูง ต้องออกแบบอุปกรณ์ช่วยชีวิต มีอาหารอะไร ทุกอย่างแพงหมด ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็เสียภาพพจน์ ใช้หุ่นยนต์ส่งออกไปนอกโลกถูกกว่ากันเยอะ
นอกจากนี้เราสามารถจำลองสภาพแวดล้อมทุกอย่างที่เราต้องการบนโลกนี้ได้ เช่น สภาพที่ไร้แรงโน้มถ่วง อุณหภูมินอกโลก ระดับความดัน ช่วงคลื่นความถี่ที่เราต้องการจะวัด ฯลฯ ไม่มีความจำเป็นที่จะออกไปนอกโลก
- "แล้วอยากไปมั้ย?"
ก็อยากไปครับ แต่ไม่รู้จะไปทำไม (หัวเราะ) ยกเว้นจะไปเที่ยว
- "อีกนานมั้ยกว่าโครงการที่วิจัยอยู่จะเสร็จ"
อีกนานครับ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำไม่มีใครทำได้มาก่อนในโลก อาจจะมีข้อผิดพลาดก็ต้องแก้กันไป ต้องใช้เวลาและความพยายามสูง เพราะงานมันค่อนข้างละเอียดอ่อน
อีกอย่างคอนเซ็ปท์ของคนอเมริกัน คือ คิดอะไรก็ได้ให้มันประหยัดเวลา อะไรที่ประหยัดเวลาเขาซื้อหมด เพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาเจริญเร็วกว่าคนอื่น
เหมือนกับเราทำงานอย่างหนึ่งเราใช้เวลาน้อยกว่า แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า ถ้าเราประหยัดเวลาได้มากขึ้นก็เอาเวลาไปทำสิ่งที่ยากกว่า ทำให้ประเทศเขาพัฒนาเร็วขึ้น
- "ถ้าสำเร็จผลจะเป็นอย่างไร?"
ถ้าเราสามารถรู้ทฤษฎีสัมพัทธภาพ รู้เกี่ยวกับคลื่นแรงโน้มถ่วงมีคุณสมบัติยังไง เราอาจจะสามารถหาประโยชน์จากมันได้ทีหลัง เช่น สมัยก่อนค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เรายังทำอะไรไม่ได้
สมัยนี้เราใช้ประโยชน์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบสื่อสารระบบมือถือ ก็จะออกมาเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเอาวิทยาศาสตร์มาใช้
โครงการของผมตอนนี้ยังอยู่ในรูปของวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันยังไกลเกินกว่าที่เราจะเอามาใช้ได้
ถือเป็นการลงทุนระยะยาวซึ่งบริษัทเอกชนทำไม่ได้ คือทุกอย่างอะไรก็ตามที่ทำในอนาคตไกลเกินกว่า 1-2 ปี รัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุน เพราะเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จ และเงินหมดเสียก่อน
- "งานหนักอย่างนี้มีเวลาว่าง?"
มีครับ ถ้าว่างๆ ก็ไปซื้อของ ไปจ่ายตลาดกับแฟนบ้าง ไปเดินออกกำลังกายบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ ทั่วไปก็ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์
- "ในนาซ่ามีจำกัดวาระการทำงานของแต่ละคน"
ไม่มีครับ ก็ทำงานไปเรื่อยๆ แต่มีเกษียณ ราว 62 ปี ที่เป็นอย่างนี้เพราะเขาบอกว่าคนอายุยืนขึ้น และอีกเหตุผล คือ รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายเกษียณอายุ เลยเลื่อนเวลาให้ทำงานยาวออกไปอีก ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลไหน แต่คงเหตุผลหลังมากกว่า
- "เรื่องของไทม์ แมชชีนที่ข้ามเวลาในอนาคตเป็นไปได้?"
เป็นไปได้ครับ ถ้าเราสามารถข้ามมิติได้ เช่น ในโลกที่เราอยู่นี้ตามทฤษฎีมี 3 มิติ บวกเวลาอีก 1 มิติเป็น 4 มิติ แต่ในทางวิทยาศาสตร์มันมีมิติไม่จำกัด เพราะไม่มีอะไรไปกำหนดนิยามว่ามันต้องมี 3 มิติ ถ้าเราหามิติอื่นได้ และสามารถข้ามมิติหนึ่งได้ ซึ่งสเกลของเวลาจะต่างจากมิติของเรา
ถ้าเรากลับมาอีกที เวลาก็จะเปลี่ยนไป แต่ผมไม่รู้ว่ามันย้อนกลับได้หรือเปล่า
คือเราไปสู่อนาคตได้ แต่ย้อนกลับไปสู่อดีตไม่ได้
- "นั่นคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พยายามจะไข"
คงไม่ใช่ นี่ผมคิดเอง แต่ถ้าเรารู้ เราสามารถมีลูกเล่นกับ "เวลา" ได้ ก็อาจจะทำอะไรที่เราไม่เคยทำได้ ถ้าเราสามารถเดินทางด้วยความเร็วของแสงได้ เราก็สามารถหยุดเวลาได้ แต่ไม่รู้จะเดินทางด้วยความเร็วแสงได้ยังไง (หัวเราะ)
เราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะเป็นยังไง แต่เราก็ทดลองไปเรื่อยๆ เมื่อรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็สามารถสร้างเครื่องมือต่างๆ ขึ้นมาใช้ประโยชน์จากความรู้นั้นได้
แต่ตอนนี้ยังพิสูจน์อยู่ว่ามันเป็นจริงหรือเปล่า
- "เงินเดือนบอกได้ไหม?"
ก็เป็นหลักแสนครับ พออยู่ได้ เป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่รวย เป็นนักธุรกิจรวยกว่า
- "เคยคิดมั้ยว่าจะได้ไปทำงานที่นาซ่า"
ไม่เคยคิดเลยครับ จริงๆ ผมว่าส่วนหนึ่งมาจากโอกาสของผมด้วย คนเราถ้ามีโอกาสควรจะลอง ได้หรือไม่ได้มันอีกเรื่องหนึ่ง
ผมก็หวังว่างานของผมจะเป็นประโยชน์กับโลกในอนาคต ซึ่งผมยังไม่รู้ คงอีกไกล เหมือนกับเราค้นพบอะไรบางอย่าง แล้วในอีก 30 ปีจึงนำมาใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ความพยายามสูง และไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีประโยชน์สักแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะสนใจงานของเราสักแค่ไหนด้วย
- "นาซ่า เป็นความฝันสูงสุด?"
ความฝันของผม คือ ได้ทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ สิ่งที่ผมชอบ ทำในสภาพแวดล้อมที่ดี กับเพื่อนร่วมงานที่ดี แล้วมันก็มาอยู่ที่นาซ่าเอง
- "เป็นนักวิทยาศาสตร์เชื่อเรื่องดวง?"
ผมไม่อยากให้คนเชื่อเรื่องดวง เพราะถ้าดวงว่าอย่างนั้นแล้ว แต่เราไม่ทำตามมันก็ไม่เป็น
เชื่อตัวเองดีกว่า คิดว่าเราทำได้ เราพยายาม สักวันมันต้องสำเร็จ
- "จริงๆ แล้วในชีวิตอยากเป็นอะไร?"
อยากเป็นวิศวกร ออกแบบ เพราะชอบงานออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01fun01280150&day=2007/01/28§ionid=0140
sutatip_b
23-04-2008, 10:15 AM
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ลุงคนเชียงใหม่
เรียนพี่คณานันท์
***************
ผมไม่ได้ติดต่อพี่ๆมานาน เพราะต้องการแยกตัวปฏิบัติอย่างจริงจัง
แต่เป็นห่วงพวกเรา
อีก 3 เดือนจะถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นกำหนดที่พระคุณลุงได้กำหนดไว้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับแผ่นดินไทย
สิ่งที่จะเกิดคือ
1.การเปลี่ยนแปลงของผืนดิน อย่างในชีวิตเราไม่เคยเห็นมาก่อน
2.การแตกเปลี่ยนของมิติที่จะทำให้เราได้พบเจอกับสิ่งที่มฯษย์ที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติสมาธิ ปลงมรณะสติแล้วจะเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เกิดความตื่นกลัวอย่างมาก จนมีคนเสียสติทำอะไรจนยากจะควบคุมได้เต็มบ้านเมือง
3.เทพอสูร เทพ เปรต อสุรกาย จะแทรกเข้ามาในโลกมนุษย์ ทำร้ายคนที่มีกรรมเวรสืบเนื่องกัน ด้วยการฆ่าฟันกันอย่างที่ในช่วงชีวิตเรา(คนบนผืนแผ่นดินไทยยุคนี้(พ.ศ.นี้) ไม่เคยเห็นมาก่อน)
4.ภาคเหนือจะได้รับผลกระทบก่อนอย่างรุนแรงแต่หลังจากนั้น
ทั่วผืนดินไทย ทั่วโลก จักเกิดกลียุค
**************************************
พระ อ.สุขุม สุขุโม ได้เตือนศิษย์ของพระอาจารย์ถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับแผ่นดินไทย ในเดือนเมษายน(ตรงกับที่พระคุณลุงบอกไว้)
ขอฝากให้ พวกเราไปกราบ พระอาจารย์
ไม่แน่ใจว่าพระอาจารย์ยังอยู่ที่วัด ญานสังวรารามที่จังหวัดชลบุรีหรือเปล่า ณ วันนี้
แต่พวกเราควรไปกราบพระอาจารย์ครับ(ย้ำ)
มีคำพูดที่พระอ.ฝากไว้สำหรับศิษย์คือ
เตรียมใจไว้สำหรับ อาจเกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย
ทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนาสำหรับศิษย์ทุกคน
21 04 51
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ลุงคนเชียงใหม่
สวัสดีครับพี่คณานันท์
ช่วงนี้ผมไมมีโอกาสเข้ามาในเมื่องเพื่อติดต่อกับพวกเราเลย
เพราะเพิ่งกลับมาจากจีนได้เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายนนี้
**********************************
สัญญานเตือนในช่วงนี้ ไม่ปรากฏอะไรครับ
แต่มีสิ่งที่เปลี่ยนไปในบริเวณที่เคยมีภูต สัมภเวสี
หรือ ดวงจิตเร่ร่อนเต็มไปหมดนั้นตอนนี้
บริเวณแถวบ้านผม และในบริเวณพื้นที่เชียงใหม่
ที่ผมเคยไป วันนี้ เงียบนิ่งสนิท
บริเวณที่ผมไม่เคยเข้าไปถึงเลย
กลับเข้าไปได้
และในพื้นที่นั้นกลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า
ภูมิจิตผม คงเข้าถึงได้แค่นี้ครับ
ช่วงนี้ ผมจะไปกราบพระอาจารญ์คุณลุงทางจิต
7-10วันครั้ง เนื่องจากมีการเข้ากรรมฐาน
*********************************
ฝากเตือนพวกเรานะครับก่อนมีพายุจะมีลมเอื่อยๆ
จากนั้นก็สงบนิ่งและก็ตามด้วยพายุใหญ่ครับ
********************************
ในโลกแห่งจิต ทางทิศ ทักษิณ มีแสงสีน้ำเงินใสๆ
แผ่เป้นพื้นที่กว้าง ไม่ทราบว่าเป็นอะไรครับ
รบกวนพี่คณานันท์หน่อยครับ
เชิญชวนทุกท่าน มากราบดวงจิตของ
เจ้าแม่จามเทวี ช่วงนี้ครับ ท่านลงมารับการกราบ
คาราวะ ของคนที่เคารพนับถือ ที่เมืองหริภุญชัย ครับ
******************************
มีอะไรเพิ่มเติมกรุณแจ้งผมด้วยครับ
สอบถามที่กรุงเทพ มีจุดนัดพบใหมครับ
ปรกติผมเข้าสมาธิประมาณ 3 ทุ่มครับ
เผื่อจะลงไปที่กรุงเทพครับ สวัสดี
ขอธรรมมคุ้มครองครับ
******************************
มนตรี หลานพระคุณลุง
ช่วงนี้กำลังฝึกจิต สร้างคนรุ่นใหม่กันอยู่ครับ
kananun
รวมทั้งร่วมใจกันทำเครือข่าย สายบุญ เชื่อมโยงสายงานกุศลเข้าร่วมกัน
ที่จิตวิญญานต่างๆ สงบเงียบเนื่องจาก มีหลายท่านมากๆที่ได้ร่วมใจกัน แผ่เมตตาจิต ปลดปล่อยภพภูมิเพื่อช่วยลดสภาวะแห่งกรรมให้เป็นอโหสิกรรม
อย่างไรร่วมส่งจิตรวมใจกันในเวลาใกล้เคียงกันครับ อธิฐานเชื่อมโยงจิตกันเพื่อให้เกิดพลังเป็นหนึ่งเดียวกันได้ครับ
ช่วงนี้มีพวกเราอีกคณะที่ไปร่วมใจ สร้างกุศลที่ทะเลสาบเชียงแสนกันในวันนี้ครับ
ขอโมทนาบุญด้วยทุกอย่างทุกประการครับ (y)<!-- / message --><!-- sig -->
ไปฟังบรรยาย อ.ปริญญา ล่าสุดมารึเปล่าครับ?
โดยคุณ mead (http://board.palungjit.com/member.php?u=1470)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1130826", true); </SCRIPT> สมาชิก ยอดนิยม
องค์ความรู้สากลชุดนี้ ผมว่าถ้าใครได้ฟังจะเห็นภาพรวมที่เกี่ยวข้องกันไปทั้งระบบ และจะเกิดความเข้าใจในความเป็นหนึ่งเดียวกันได้ดีมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไกของจิตที่มีผลต่อระบบโลก หน้าที่ของมนุษย์ในการเป็นเพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลก การกระทำใดๆทั้งด้านบวกและด้านลบ ย่อมก่อให้เกิดผลในมิติคู่ขนาน และจักรวาลก็สามารถรับรู้ได้ทั่งถึงกันหมดบนโครงข่ายสนามพลังงานเอกภพ เรียกได้ว่าไม่มีความลับใดๆซุกซ่อน ต้องรู้จักการฝึกฝนหมุนธรรมจักร ให้เป็น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นกรรมจักรแทน ล่าสุดอาจารย์บรรยายเรื่องการเตรียมจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย (อีกครั้ง) เพื่อช่วยให้โลกรอดจากภัยพิบัติ หรือจากหนักให้เป็นเบาได้ เพราะโลกใบนี้วิกฤตมาแล้วถึง 3 ครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งหนักที่สุด อันเกิดจากการเสื่อมถอยของจิตมนุษย์เป็นสาเหตุหลัก อาจารย์แบ่งออกเป็นยุคๆดังนี้ครับ ขอนำมาบันทึกไว้:-
ยุคโลกร้าย ---ขาดธรรมะครองใจ ครองสังคม เกิดขึ้นตลอดเวลา
ยุคโลกร้อน ---ของนายอังกอร์ ถูกต้องเพียง 30 % และกำลังเป็นอยู่
ยุคโลกร้าว ---- 56 วัน 7 ราตรี เป็นจุดวิกฤต
ยุคโลกร้าง --- พลโลกเหลือน้อย สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ใหญ๋ก็พังพินาศ
ยุคโลกรอด --- โลกจะสงบสุขเป็นเวลานาน เพราะผู้คนที่รอดมาได้ จะเข็ดขยาดจากการกระทำที่ผ่านมา และจากนั้นอีก 20,000 ปี จะมีการชำระระบบครั้งที่ 5 แต่ค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ จากนั้นจะย้ายจิตวิญญาณที่ตกค้างไปไว้ที่ดาวพุธ เพื่อซ่อมแซมโลกใหม่
โลกร้อน +โลกร้าว
1. ภัยธรรมชาติที่รุนแรงทุกรูปแบบ
2. ภัยจากจิตสำนึกของมนุษย์ด้วยกัน
3. ภัยจากความอดอยากหิวโหย
4. ภัยจากเชื้อโรคร้าย
5. ภัยจากต่างเผ่าดาว Aien Crisis 11 อาหารทะเลจะลดน้อยลง
การเอาเชื้อโรคร้ายมาปล่อย การทดลองผสมพันธุ์กับมนุษย์
6. ภัยจากเจ้ากรรม-นายเวร
56 วัน 7 ราตรี
วันเวลาแห่งหายนะโลก
โลกจะมืดมิด มืดมัว 49 วันไม่มีแสงสว่าง
ทั้งภาพและเสียง ที่เห็นที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
1 ราตรีสุดท้าย (อีก 7วัน) โลกจะค่อยๆสว่างขึ้น
*** สิ่งที่ควรระวัง***
สีนามิรอบสอง
คนในขาติเดียวกันจะลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง
ยุคนี้จะแบ่งแยก คนดี- คนชั่ว อย่างชัดเจน
อย่าตัดสินใจผิด ต้องเลือกหนทางให้ชัดเจนโดยใช่ปัญญาญาณ
หากตัดสินใจผิดพลาดช่างเทคนิคจะกากะบาดสีดำเอาไว้ หมายหัวไว้
วันที่ 11 เดือนพฤษภาคม นี้
สิ่งศักดิ์สิทธ์จะละวางมือจากโลกชั่วคราว
ปี 2009 จะรุนแรงยิ่งขึ้น จะเกิดภัยถี่ขึ้น
จริงๆอาจารย์บอกไว้มาก จดมาไม่หมด เอาที่สำคัญๆนะครับ
ข่าวสารการชำระโลก (ไทย)
1.ภัยพิบัติจากน้ำและลม
พื้นที่สระบุรี-รังสิต- ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำเหนือจะไหลหลากลงมา แต่หาทางออกสู่ทะเลใหญ่ไม่ได้ โดยแถบเฉพาะมีนบุรีบางส่วนจะมีน้ำท่วมขังถาวร
ชลบุรี - เขตนิคมอุตสาหกรรม จะเกิดพายุมีคลื่นยักษ์สูง 6-7 เมตรพัดถล่มชายฝั่งและที่ลุ่ม น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง จนเปิดทำการไม่ได้หลายวัน
สมุทรปราการ น้ำจะท่วมเป็นบริเวณกว้างนาน 45 วัน แผ่นดินบางส่วนจมหายถาวร
ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร - ชายฝั่งด้านตะวันออก หาดทรายและแผ่นดินแถบนั้นจะถูกกลืนหายด้วยน้ำทะเล ถ.เพชรเกษมถูกคลื่นน้ำตัดขาด สัญจรไม่ได้
โคราช -สายน้ำจะไหลเชี่ยว ท่วมสูงถึงฐานย่าโม
ตราด -จะเกิดคลื่นยักษ์ไซโคลน (จะเกิดหลัง 2ยามขึ้นไป)
กทม. -จะมีน้ำท่วมขังในเขตชานเมืองยาวนานถึง 6 เดือน
จะมีพายุหมุนทอนาโดก่อตัวขึ้นในอ่าวไทย 3 ลูกติดๆกัน จะพัดจากด้านตะวันออกสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสะพานแขวน (อาจขาดสะบั้นลง) เลาะริมแม่น้ำเข้าสู่เมือง และไปสิ้นฤทธ์บริเวณถ.ศรีนครินทร์ รามคำแหง อาจทำให้ตึกสูงริมแม่น้ำและอาคารหลายแห่งถล่มทรุดตัวลงได้
ต่อไปจะมีเรื่องภูเขาไฟระเบิด เขื่อนแตก พื้นที่เสี่ยงภัยมา.....
เหตุทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในวันเวลาที่ 11
<!-- / message --><!-- sig -->
2.ภัยจากภูเขาไฟระเบิด
จะเกิดภูเขาไฟระเบิดในเขตจังหวัดราชบุรี เป็นลูกที่ 1 เกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึง กทม. ตามด้วยเทือกเขาตะนาวศรี เป็นลูกที่ 2 ไทยโชคดีที่ลาวาจะไหลลงอีกฝั่ง (พม่า)และจังหวัดเลย บ้านกุดฉิน (จะเกิดในตอนกลางคืน) แรงระเบิดสั่นสะเทือนถึงขอนแก่น ส่งผลให้บ้านเรื่อนเกิดรอยร้าว ลูกไฟจะระเบิดพุ่งไปถึงกาฬสินธ์ อุตรดิษฐ์ จะมีผู้เสียชีวิต........คน เพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้า
ผลกระทบจากภูเขาไฟระเบิด ทำให้เกิดรอยปริร้าวลึกถึงเปลือกโลกชั้นกลาง อาจเกิดเปลวไฟพุ่งขึ้นมาโดยมิต้องมีปล่องภูเขาไฟ รวมถึงธารลาวาร้อนๆ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
สุโขทัย อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
บ้านโพ บ้านเมืองเก่าชัยบุรี เกิดตอนค่ำก่อน 2 ยาม
และจะเกิดรอยปริแยกของเปลือกโลกที่บุรีรัมย์ ทำให้เกิดปากปล่องภูเขาไฟใหม่ แต่ไม่รุนแรงนัก
3. เขื่อนแตก น้ำทะเลหนุน
แรงดันใจกลางโลกไม่สม่ำเสมอ ไม่คงที่ ทำให้แผ่นเปลือกโลกแตกจาก 3 แผ่นเป็น 7 แผ่นแล้ว แทบทุกเขี่อนจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเขื่อนที่เมืองกาญจน์ใกล้ชายแดนพม่า
พื้นที่ทองผาภูมิ-ไทรโยค บริเวญภูเขาที่ทอดตัวไปยังเขื่อนจะปริแตกออก เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนและปริมาณน้ำที่เก็บไว้ทำให้แผ่นดินแยกตัวออก น้ำทะเลจะไหลเข้าแทนที่ ในเขตพม่าจะรุนแรงมาก ทำให้เมืองกาญจน์เป็นเขตติดทะเลถาวร
เขื่อนเขาแหลม เขื่อนศรีนครินทร์ มีความเสี่ยง 100 %
เกาะในทะเล
ทั้งด้านขวาและซ้ายของประเทศ จะถูกคลื่นยักษ์พักถล่ม เกาะต่างๆในทะเลจะอยู่ในสภาพเดียวกันหมดทั้งโลก
ฝนจะตกหนักมาก แกนโลกเคลื่อนและแผ่นเปลือกโลกปริแยก น้ำแข็งละลาย
ตราด คลื่นสูง 6-10 เมตร น้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชะอำ หัวหิน เขาสามร้อยยอด สุราษฎ์ฯ สมุย-นางยวง หมู่เกาะอ่างทอง
เกาะยางเกาะกูด เกาะไหง-เกาะรอก ถ้ำมรกต
จะไม่มีสภาพหลงเหลือให้ท่องเที่ยว
พังงา หมู่เกาะสุรินทร์- สิมิลัน
อาดังราวี-หลีเป๊ะ บางเกาะจะจมหายไป
ภูเก็ต จะจบลงทั้งเกาะเพราะน้ำทะเลท่วมสูง และน้ำไม่ลดอย่างที่คิด
มีคลื่นใต้น้ำที่รุนแรง จะโผล่พ้นขึ้นมาเฉพาะบางส่วนของแหลมพรหมเทพ
4. พิบัติภัยแผ่นดินหาย-พิ้นที่เสี่ยงภัย 100 %
เขตพื้นที่ริมแม่น้ำโขง พายุฝนกระหน่ำ น้ำทะเลจะเข้ามาแทนที่ ทำให้แม่น้ำโขงหายไปจากแผนที่โลก พื้นที่ต่ำจะจมหายไปด้วย
เลย หนองคาย มุกดาหาร อุบลฯ นครพนม อำนาจเจริญ โขงเจียม เขมราช พิบูรณมังสาหาร จะติดทะเล เพราะแผ่นดินหักทรุดตัวลง
บริเวญด้ามขวาน
ประจวบฯ บางสะพานใหญ่-น้อย ชะอำ หัวหิน เขาสามร้อยยอด ประทิว หลังสวน เสี่ยงภัย 100 %
สุราษฎ์ฯ ท่าชนะ ไชยา บ้านนาสาร ฯ เสี่ยง 100 % แต่ไม่จมทั้งหมด
ตรัง จะมีเกาะยอ (โครงการพระเทพฯ) จะเป็นที่รอดปลอดภัย จะมีคน 300-400 คนรอด
ภูเก็ต เสี่ยงภัย 100 %
ปัตตานีเหลือที่เดียว คือ วัดช้างไห้ สมเด็จทวดซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ สามารถเข้า-ออกมิติโลกได้ทุกเวลา ท่านจะลงมาช่วยผู้คนในขณะนั้น
สายน้ำจะเบี่ยงออกไปให้เห็นเป็นอัศจรรย์ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง
เกาะพัทลุง บ้านคุณชวน หลีกภัย รอด
ด้านตะวันออกของระนอง รอดปลอดภัย
เขื่อนเชี่ยวหลาน (รัชประภา) รอดไม่แตก
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในวันเวลาที่ 11 ตามรหัสแห่งหายนะโลก
<!-- / message --><!-- sig -->
แม่นายมล (http://board.palungjit.com/member.php?u=10180)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1132452", true); </SCRIPT> สมาชิก
ฮัลโหล..คุณ Mead
ไปเข้าฟังสายไม่ได้จดด้วย ลืมสมุดโน็ตพอจำได้
มาช่วยเสริมข่าวสารตอนท้าย ที่คุณรีบกลับไปก่อน
ครั้งนี้มีคนเยอะขึ้น มาใหม่ๆก็มี มาจากลาว 2 คันรถ และจากฮาวาย
จะมีการนำการบรรยายครั้งนี้ไปออกทีวีด้วย และนำไปเผยแพร่ในต่างประเทศ
อจ.กล่าวถึง อัลกอร์ พูดถูกเพียงแค่ 30% ถ้าอัลกอร์ ได้ฟัง อจ. ก็คงจะดี
คีตเสวี
23-04-2008, 10:35 AM
พอดีวันนี้ได้เห็นข่าวของหมู่เกาะมัลดีฟส์ ภาพของน้ำทะเลขึ้นสูงจากภาวะโลกร้อนจึงชัดเจนมาก
ผมเอามาลงให้ดูมิได้มีเจตนาให้แตกตื่น เพียงเพื่อให้ได้รับทราบว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้เกิดขึ้นให้เห็นจริง ๆ ครับhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif
มัลดีฟส์วอนชาวโลกโลกร้อนทำชาติจมนํ้า
[B]โพสต์ทูเดย์
tossapornk
23-04-2008, 11:53 AM
แผ่นศิลาถูกผูกด้วยระเบิดระเบิดปรมาณูสีทิศ ไม่รวมที่เห็นบนท้องฟ้าอีก มากมายครับรีบภาวนาเถิดครับก่อนจะสายไปครับ
และที่เห็นมากกว่านั้นในปัจจุบัน ทหารอเมริกัน ยกพลทางอากาศทางภาคพื้นดิน จะเข้าร่วมรบในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สาม
http://i190.photobucket.com/albums/z47/sriaraya/superbitus.jpg
เมื่อประมาณต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ผมก็ฝันติดๆกัน 2 คืนว่าเห็นทหารนาวิกโยธินอเมริกันมาที่แผ่นดินสยามจำนวนมากมายโดยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่มากเป็นร้อยๆลำ จำนวนทหารอเมริกันน่าจะราวๆ 5000 ถึง 6000 นาย ลงมาลุยไล่ฆ่าคนไทยตายเกลื่อน พื้นที่ที่เห็นในฝันเป็นเหมือนพื้นที่ในชนบทไม่ใช่ในเมืองผมไม่รู้ความหมายของฝันนี้ แต่ถ้าเกิดก็น่ากลัวมากครับ
แม่นายมล
23-04-2008, 12:00 PM
การฆ่ากันเองของคนในชาติเดียวกัน และการให้ต่างชาติมาฆ่าคนในชาติ
จะมีขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย...
การฆ่ากันเองของคนในชาติเดียวกัน และการให้ต่างชาติมาฆ่าคนในชาติ จะมีขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย...
[INDENT][B][SIZE=4][COLOR=blue]
เมื่อประมาณต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ผมก็ฝันติดๆกัน 2 คืนว่าเห็นทหารนาวิกโยธินอเมริกันมาที่แผ่นดินสยามจำนวนมากมายโดยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่มากเป็นร้อยๆลำ จำนวนทหารอเมริกันน่าจะราวๆ 5,000 ถึง 6,000 นาย ลงมาลุยไล่ฆ่าคนไทยตายเกลื่อน พื้นที่ที่เห็นในฝันเป็นเหมือนพื้นที่ในชนบทไม่ใช่ในเมืองผมไม่รู้ความหมายของฝันนี้ แต่ถ้าเกิดก็น่ากลัวมากครับ
ผมคิดว่าเป็นเหตุการณ์แย่งชิงดินแดน ระหว่างสองชาติมหาอำนาจครับ ต่างฝ่ายก็พยายามส่งกองกำลังของตัวเอง เข้ามาช่วงชิงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ในดินแดนส่วนกลางประเทศหนึ่งน่าจะได้ไป ในส่วนพื้นที่รอบนอกสมุนของประเทศสองน่าจะได้ไปครับ
*** เสียดินแดน ****
"กรรม" ที่จะปรากฏ...
เมื่อไทย เสียดินแดนภาคใต้ไป ....
ทหาร จะอ่อนกำลัง เพราะสูญเสียไปมาก
ทางด้าน "เขมร" ...ต้องการดินแดนของไทยในปัจจุบัน
จะทวงคืน...โดยอ้างประวัติศาสตร์เก่า
จะบุกเข้ามาปักธง ในถึง...บางประกง
เรื่องนี้ต้องระวัง !!!
คนอยากมีอำนาจ...คนอยากมั่งคั่ง
คนไทยบางคน บางส่วน...จะทรยศ คบหาคนข้างบ้าน...
เพื่อให้เขามาปล้นบ้านตัวเอง
อย่า...ประมาท....อย่า คิดว่าเป็นไปไม่ได้
สถานการณ์วุ่นวายทุกวันนี้...ล้วนมีประเทศยักษ์ใหญ่หนุนอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
สังเกต....คนดีมักรักสงบและนิ่ง....คนอยากได้ผลประโยชน์...ชอบออกมาโวยวายก่อนเสมอ
ระวัง...เสือ ที่หลุดเข้าป่า....แอบซุ้มที่พุ่มไม้ข้างบ้าน...กำลังรอจังหวะเสียหลัก เซ สะดุด ล้ม เผลอ....เสือ มันจะกระโจนด้วยกำลังที่สะสมมานาน...ถ้าคนถือปืน ถูกกัด...คนชรา และเด็ก....จะรอดยาก
สิ่งเหล่านี้ คือ "กรรม" ที่กำลังปรากฏชัดขึ้นเรื่อย
หนทางเดินให้พ้นกรรม คือ "พึ่งโลกุตตระ และ สัจจะธรรม"
ปฏิบัติตนด้วย "สัจจะ" วันละข้อ...เพื่อให้เกิดการกระทำใหม่...ที่ปราศจากนิสัยสันดานที่ไม่ดี
ยุคนี้...ต้องสู้กันด้วย
Falkman
23-04-2008, 03:41 PM
เมื่อกี้ทีชลบุรี พาุยุเข้า แรงมาก ท้องฟ้าดำสนิท เสาธงเกือบหัก เอนลงมามาก แต่ว่าถ่ายรูปไว้ไม่ได้กำลังประชุม http://board.palungjit.com/images/icons/icon15.gif
แล้วรถบริษัทวิ่งไประยอง พายุหมุน เต้นท์ปลิว มาชนรถหลายคันมาก รถบุบเป็นรอย ต้องเรียกประกันมาจัดการกัน
kananun
23-04-2008, 05:28 PM
ตอนนี้ทางกรุงเทพเองก็เกิดพายุใหญ่ในหลายพื้นที่มากๆ ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นถนนข้างหน้า ทางบางนา พระประแดงน่าเป็นห่วง เมฆดำทะมึนมาก
ขับรถระวังหน่อยก็ดีครับ ขอให้ปลอดภัยทุกท่าน
Lazaza
23-04-2008, 07:32 PM
เมื่อกี้ฝนตกที่ขอนแก่นหนักมากค่ะ
น้ำก็ปริ่มๆทางเท้าเลยทีเดียว
นี่ขนาดแค่ฝนตก น้ำยังเกือบท่วม
ถ้าน้ำหลากมาจริง คงแย่กว่านี้
คงต้องลองๆซ้อมอพยพดูแล้วล่ะค่ะ
ประเทศไทยเริ่มจะเจอพายุและลมฝนหนักขึ้นแล้วเนื่องจากใกล้เข้าสู่ฤดูมรสุมตามธรรมชาติ แต่ปีนี้จะรุนแรงมากๆและทุกจังหวัดจะต้องได้สัมผัสเจอ...(ยังไม่รวมฤดูของพายุต่างๆที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย) หากปีนี้การทำนาของประเทศไทยไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร...ปีหน้าสถาณการณ์อาหารโลกยิ่งแย่หนักขึ้น...ประชาชนจะเร้นแค้นมากขึ้น...แม้มีเงินก็มิอาจหาซื้อได้...
วันก่อนไปซื้อของที่โลตัสสาขาศรีนครินทร์...ที่นั่นไม่มีข้าวขายเลย...เห็นเหลือแต่ข้าวที่เป็นเม็ดหักๆวางจำหน่าย...มีคนมุงดูกันเยอะได้ยินเสียงบ่นมาว่า...ต้องเอาข้าวเหนียวไปเคี่ยวต้มกินกัน...คิดดูเอาเถอะนะประเทศที่ปลูกข้าวขายไปทั่วโลก...ประชาชนหาซื้อข้าวกินกันไม่ได้...แต่มีขายให้ต่างชาติกินกัน...อนิจจัง...ประเทศไทย...
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>กรมอุตุฯ เตือนภัยพายุฤดูร้อนในไทย กทม.อ่วม! ไม้ใหญ่ล้มขวางจราจร-บางพลีป้ายทับคนตาย </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>23 เมษายน 2551 19:50 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left> กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัย “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย” จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตก ไม่ควรอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง กทม.-ปริมณฑล อ่วม! พายุพัดป้ายทับคนเสียชีวิต ไม้ใหญ่ล้มขวางจราจรรถติดหนึบ
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=460 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=460>http://pics.manager.co.th/Images/551000005215401.JPEG </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 7 ว่า บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่แผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยยังคงปกคลุมถึงวันที่ 25 เมษายน 2551 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคใต้เกิดพายุฤดูร้อนได้
โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองไม่ควรอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับ และใช้สื่อไฟฟ้าที่จะเป็นสาเหตุของการเกิดฟ้าผ่าได้ สำหรับบริเวณที่มีฝนตกในระยะนี้จะช่วยคลายความร้อนอบอ้าวไปได้บ้างและขอให้ประชาชนเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ในระยะต่อไปไว้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (23 เม.ย.) หลายพื้นที่ใน กทม.และปริมณฑล ได้เกิดฝนฟ้าคะนอง มีลมพายุพัดอย่างรุนแรง ป้ายโฆษณายักษ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนอาคารที่มีความสูง 3-4 ชั้น ได้ต้านทานแรงลมไม่ไหว หักโค่นลงมาทับชาวบ้านบนฟุตปาท ถ.เทพารักษ์ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 12 ปาก ซ.แฉลมสอง ในพื้นที่ อ.บางพลี ซึ่ง ตร.และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ เพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมา
ขณะที่บริเวณ ซ.รามคำแหง 39 ตรงข้ามกับ ร.ร.วัดเทพลีลา มีต้นไม้ขนาดใหญ่สูงประมาณ 7 เมตร ถูกพายุพัดล้มทับรถได้รับความเสียหาย 2 คัน คือ รถเก๋งฮุนได หมายเลขทะเบียน ทน 7667 กทม.และรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ ไม่ทราบเลขทะเบียน
ส่วนที่ ถ.พระยาสุเรนทร์ 35 ก็ได้รับรายงานเพิ่มเติมเข้ามา ว่า มีรถกระบะถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับเสียหายอีก 1 คัน ขณะที่ขับเลี้ยวเข้าซอย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ต้นไม้ได้ขวางช่องจราจรทั้ง 2 เลนส์ ทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ขณะนี้รถติดขัดอย่างหนัก และที่ ถ.วิทยุ ก็มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางช่องทางจราจรกีดขวางทุกช่องทาง โดยให้ผู้ใช้ ถ.เส้นที่เกิดเหตุ ได้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน และเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้การจราจรเริ่มชะลอตัวในหลายพื้นที่แล้วในขณะนี้
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000047653
คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=311780&d=1208972047
14 ตุลาคม พ.ศ.2516
เมื่อประมาณปี 2516 มีคณะรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจยศนายพัน กลุ่มหนึ่ง มาเรียนถามหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง ให้ท่านช่วยทำนาย ว่าพวกกระผมจะทำการปฏิวัติ การนี้จะสำเร็จหรือไม่ แล้วผมจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ความจริงท่านไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง แต่ก็บอกให้รู้ หลวงพ่อเจริญท่านตอบว่าสำเร็จ แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 เดือนหลังจากนั้น นักศึกษานักเรียน ประชาชนจะออกมาขับไล่จนคุณอยู่ไม่ได้ ไม่ดี อย่าไปทำเลย
คุณเคยเห็นทะเลซุงไหม! อีก 15 ปีหลังจากนี้ (2531) ทะเลซุง จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ น้ำจะท่วมถึงยอดตาล วัดวาอารามจะพังพินาศ คนจะล้มตายจำนวนมากและต่อจากนั้นอีก 20 ปี (2551)
แผ่นดินจะถูกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย คนไทยจะไม่มีที่อยู่ โดนขับไล่
ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นกฎแห่งกรรม จงไปบันทึกเอาไว้ ถ้าไม่จริงอาตมายอมถูกปรับ
ท่านกล่าวอีกว่า.....
อาตมาจะมรณภาพวันที่ 14 ตุลาคม2521 เวลาเที่ยง 12.45 น.
ด้วยอุบัติเหตุรถคว้ำคอหักตาย และท่านก็มรณภาพวันนั้นจริงๆ
(จากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของ สุทัสสา อ่อนค้อม)
ทีมา http://larndham.net/index.php?showtopic=27880&st=40
หมายเหตุ
ปี 2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516
ปี 2531 วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากโคลนถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 700 ศพ
ปี 2532 เกิดพายุเกย์พัดถล่มภาคใต้ที่ชุมพรได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะเกิดสงครามประชาชน อาจเป็นสาเหตุให้ต่างชาติถือโอกาส เข้ามายึดครองประเทศไทย(ตามคำทำนายในคัมภีร์ไบเบิ้ล)
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
marine24
24-04-2008, 06:15 AM
เคยมีคำนายว่า อเมริกัน จะมาทางอากาศมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา อีกฝ่ายตรงข้ามกับอเมริกันจะมาทางภาคใต้ของไทย หลักสูตรทหารเราแปลจากตำราทหารอเมริกัน ผมเคยฝึกร่วมกับทหารอเมริกัน COBRA GOLD คงบอกว่าได้ เราต้านทานไม่ได้ถ้าถูกบุก เพราะเขารู้ทั้งยุทธวิธีของเราเป็นอย่างดี และเขามีข้อมูลประเทศเราแทบจะทุกอย่าง นอกจากเราจะแปรสภาพเป็นหน่วยรบแบบกองโจรทั้งหมด หรือแบบชาวบ้านบางระจัน
หนุมาน ผู้นำสาร
24-04-2008, 07:26 AM
*** ที่เกิด ****
ยุคนี้...เบียดเบียนโลกมาก
สัตว์ไม่มีที่จะเกิด
จิตวิญญาณไม่ดี...สัตว์ มาเกิดเป็นคนกันมาก
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
24-04-2008, 07:50 AM
*** ทำลาย ****
มาร...ผู้ทำลายศาสนา
คนทำลายศาสนาในอดีต....มาเกิดเป็นคนปัจจุบันจำนวนมาก
ดินแดนที่เขาอาศัยอยู่...จึงไม่ปลอดภัย
เมื่อถึงเวลา...จึงกวาดล้างมารให้หมดไปจากบนโลก
เพื่อให้ศาสนาคงอยู่ต่อไป ครบตามกำหนด
การนำพาสัตว์โลกพ้นทุกข์
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
24-04-2008, 07:53 AM
*** ผู้ทำได้ ไม่ทำลายศาสนา ****
ผู้มีสัจจะ ไม่ว่าอยู่ที่ใดในโลก...จะรอดพ้นภัย
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
Falkman
24-04-2008, 07:53 AM
เคยมีคำนายว่า อเมริกัน จะมาทางอากาศมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา อีกฝ่ายตรงข้ามกับอเมริกันจะมาทางภาคใต้ของไทย หลักสูตรทหารเราแปลจากตำราทหารอเมริกัน ผมเคยฝึกร่วมกับทหารอเมริกัน COBRA GOLD คงบอกว่าได้ เราต้านทานไม่ได้ถ้าถูกบุก เพราะเขารู้ทั้งยุทธวิธีของเราเป็นอย่างดี และเขามีข้อมูลประเทศเราแทบจะทุกอย่าง นอกจากเราจะแปรสภาพเป็นหน่วยรบแบบกองโจรทั้งหมด หรือแบบชาวบ้านบางระจัน
อ่านแล้วขนลุกมากเลย ไม่รู้ทำไม
แน่นอน ยังมีพวกเราอีกมากที่จะพร้อมรบแบบชาวบ้านบางระจัน http://board.palungjit.com/images/icons/smile.gif
หนุมาน ผู้นำสาร
24-04-2008, 07:58 AM
พระพุทธเจ้า...ไม่ใช่พิธีกรรม
แต่....ปัจจุบัน พิธีกรรมมากเหลือเกิน
สงสารคนตั้งใจทำบุญ แต่ได้บาปติดตัว !!!!!!!
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
แจกจ่ายพันธุ์ข้าวสนองพระราชดำรัส
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31386.jpg
ก.วิทย์ 23 เม.ย.- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนองพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เตรียมพันธุ์ข้าวที่พัฒนาสายพันธุ์ให้ทนน้ำท่วมแจกจ่ายแก่เกษตรในฤดูทำนาปีที่กำลังจะมาถึง
พันธุ์ข้าวที่จะแจกจ่ายเป็นผลงานร่วมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม กับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า พันธุ์ข้าวจากงานวิจัยที่กองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานจะแจกจ่ายแก่เกษตรกรสมาชิกสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทยคือสายพันธุ์ดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมฉับพลันที่พัฒนาให้ทนน้ำท่วมขังได้นาน 15-21 วัน สนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยเกษตรกร อาจไม่มีพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับฤดูเพาะปลูกต่อไป
ก่อนหน้านี้ พระองค์ได้พระราชทานทุน 2 ล้านบาทสำหรับการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าว ซึ่งมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ชาวนาทดลองปลูกแล้วคือ สายพันธุ์แก้วเกษตรต้านทานโรคไหม้ และยังมีอีกหลายสายพันธุ์ที่อยู่ระหว่างปลูกในแปลงทดลองได้แก่ สายพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สายพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง สำหรับสายพันธุ์ที่จะเพิ่มศักยภาพในการส่งออก คาดว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมากคือ สุดยอดหอมมะลิ ซึ่งจะปรับปรุงพันธุ์ได้สมบูรณ์ใน 2 ปีข้างหน้า ข้าวมีความหอมมาก ทนน้ำท่วม และแมลงศัตรูพืชได้ดี.-สำนักข่าวไทย
2008-04-23 16:34:35
กรมการข้าวประสบความสำเร็จวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ใหม่
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31371.jpg
กรมการข้าว 23 เม.ย.- กรมการข้าว เผยความสำเร็จงานวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ PTT06001H สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงกว่าพันธุ์เพื่อการค้าทั่วไปถึง 20%
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวโดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ คือ ข้าวลูกผสมพันธุ์ PTT06001H ซึ่งเป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างสูงกว่าสายพันธุ์เพื่อการค้าทั่วไปถึง 20% ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมและยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังต้องศึกษาต่ออีกระยะหนึ่ง ก่อนจะเผยแพร่สู่แปลงนาของเกษตรกรเพื่อเพาะปลูกต่อไป
พันธุ์ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ PTT06001H มีความสูงของต้น 117 เซนติเมตร อายุเก็บเกี่ยว 116 วัน ต้านทานต่อโรคไหม้แต่ค่อนข้างอ่อนแอต่อแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เปลือกเมล็ดสีฟาง มีขนบนเปลือก เมล็ดสั้น เมล็ดไม่มีหาง มีก้นจุด ข้าวเปลือกยาว 10.44 มิลลิเมตร กว้าง 2.48 มิลลิเมตร หนา 1.96 มิลลิเมตร ข้าวกล้องสีขาว มีค่าท้องไข่ปานกลาง (1.08) ข้าวกล้องยาว 7.66 มิลลิเมตร กว้าง 2.08 มิลลิเมตร หนา 1.77 มิลลิเมตร คุณภาพการสีดี ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าว 41.5 เปอร์เซ็นต์ แกลบ 20.5 เปอร์เซ็นต์ รำ 14.3 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณอมิโลส 27.8 เปอร์เซ็นต์ ข้าวสุกค่อนข้างแข็ง ไม่หอม
ด้านนางสาวสุภาพร จันทร์บัวทอง นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี หนึ่งในทีมวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ PTT06001H กล่าวว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานี ในฤดูนาปี ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี และศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พบว่า ข้าวลูกผสมพันธุ์ PTT06001H ให้ผลผลิตเฉลี่ย 962 กิโลกรัม/ไร่ ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 และสุพรรณบุรี 1 22 และ 20 เปอร์เซ็นต์ ปลูกในฤดูนาปรังให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,006 กิโลกรัม/ไร่ ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 และสุพรรณบุรี 1 อยู่ 51 และ 23 เปอร์เซ็นต์ และจากการทดสอบศักยภาพการให้ผลผลิตของข้าวลูกผสมพันธุ์ PTT06001H ในศูนย์วิจัยข้าว 9 แห่ง พบว่าข้าวลูกผสมให้ผลผลิตเฉลี่ย 986 กิโลกรัม/ไร่ ที่ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนให้ผลผลิตสูงสุด 1,114 กิโลกรัม/ไร่ รองลงมาได้แก่ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา 1,065 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท 1,051 กิโลกรัม/ไร่
ศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง 996 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ 996 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี 981 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี 974 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี 957 กิโลกรัม/ไร่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ 743 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ (ผลผลิตที่ความชื้น 14%) และพบว่าวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมพันธุ์ PTT06001H คือ อัตราส่วนระหว่างสายพันธุ์แม่ต่อสายพันธุ์พ่อจำนวน 6 : 2 แถว ให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์สูงสุด 393 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีอัตราการติดเมล็ด 45 เปอร์เซ็นต์.-สำนักข่าวไทย
2008-04-23 15:36:51
รณรงค์ไถกลบตอซังบรรเทาภาวะโลกร้อน
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31351.jpg
ก.เกษตรฯ 23 เม.ย.
หนุมาน ผู้นำสาร
24-04-2008, 08:02 AM
*** นิมิต ****
เมฆ...กลายเป็นภาพ เครื่องบินรบ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
rawiphan
24-04-2008, 08:09 AM
*** นิมิต ****
เมฆ...กลายเป็นภาพ เครื่องบินรบ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
ในยุคพระศรีอาริย์ล้วนแต่มีเทพเจ้ามากมายอาทิเช่นองค์จตุคามอาสาอยาก ช่วยงานพระศรีอาริย์ เพื่อให้เป็นโลกแห่งอุดมคติที่แท้จริง เพื่อให้การช่วยเหลือมวลมนุษย์สำเร็จลุล่วงไป พระศรีอาริย์จะบันดาลให้เกิดไตรพิษภัยของโลกจะถูกทำลาย และหลังจากนั้นสิ่งปฏิกูลจะสวยสดงดงามขึ้น และภายไต้ท้องฟ้าและพื้นดิน ทุกซอกทุกมุมของพื้นดิน จิตใจของสิ่งทั้งมวลจะกลายเป็นจิตใจขององค์พระศรีอริยเมตไตรย
พระแม่กวนอิมก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือพระศรีอาริย์
kumpeang
24-04-2008, 08:48 AM
เก็บมาฝากจาก http://suriyaphong-hospital.ath.cx/admin/index.php?page=board&mpage=views&id=25
เห็นว่าน่าสนใจ บางท่านก็คงจะได้อ่านแล้ว แต่บางท่านก็คงจะอยากอ่านเพิ่มเติม
แต่ผมเอามาทั้งหน้า ไม่เป็น แฮ่ๆ อย่างไร ขอพี่ๆ ที่ชำนาญการวางกระทู้ ช่วยเอามาแปะอ่านเต็มๆหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบุญรักษา อนุโมทนาสาธุ ....
kumpeang
24-04-2008, 09:07 AM
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
With the indigenous calendars, native people have kept track of important turning points in history. For example, the daykeepers who study the calendars identified an important day in the year One Reed, Ce Acatal as it was called by the Mexica. That was the day when an important ancestor was prophesied to return, "coming like a butterfly."
<o:p></o:p>
เกี่ยวกับปฏิทินดั้งเดิม ชาวพื้นเมืองได้เก็บรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ดังตัวอย่าง The daykeepers ผู้เรียนรู้เกี่ยวกับปฏิทินระบุวันสำคัญของปี One Reed, Ce Acatal ซึ่งเป็นวันที่บรรพบุรุษคนสำคัญที่ได้รับพยากรณ์จะกลับมา มาเหมือนผีเสื้อบิน<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
<o:p>อันนี้ก็น่าสนใจ.... "บรรพบุรุษคนสำคัญ จะกลับมา...... "</o:p>
kumpeang
24-04-2008, 09:15 AM
He said Mayan Daykeepers view the Dec. 21, 2012 (http://www.bibliotecapleyades.net/esp_2012.htm) date as a rebirth, the start of the World of the Fifth Sun. It will be the start of a new era resulting from — and signified by — the solar meridian crossing the galactic equator, and the earth aligning itself with the center of the galaxy.
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
เขากล่าวว่า The Daykeepers ชาวมายัน มองว่า วันที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นวันเกิดใหม่ เป็นการเริ่มต้นของ the World of the Fifth Sun เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ เป็นผลมาจาก- เป็นเครื่องหมายว่า- ดวงอาทิตย์เดินทางผ่านเส้น equator ของ Galaxy และโลกจะปรับทิศทางให้เข้ากับศูนย์กลางของ Galaxy<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
At sunrise on December 21, 2012 — for the first time in 26,000 years — the Sun rises to conjunct the intersection of the Milky Way and the plane of the ecliptic, describing in the sky a great cross of stars and planets. This cosmic cross is considered to be an embodiment of the Sacred Tree, The Tree of Life — a tree remembered in all the world’s spiritual traditions.
<o:p></o:p>
ดวงอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นครั้งแรกในรอบ 26,000 ปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นเชื่อมกับการทับกันของทางช้างเผือกกับระนาบของ Ecliptic พรรณนาว่าบนท้องฟ้าจะปรากฏดาวเคราะห์ และดวงดาวต่างๆมากมาย ปรากฏการณ์ของจักรวาลครั้งนี้ถือว่าเป็น The Sacred Tree, The Tree of Life<o:p></o:p>
Some observers say this alignment with the heart of the galaxy in 2012 will open a channel for cosmic energy to flow through the earth, cleansing it and all that dwells upon it, raising all to a higher level of vibration. This process has already begun, Mr. Barrios suggested. <o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
ผู้สังเกตการณ์บางท่านกล่าวว่า การที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Galaxy ในปี 2012 จะเปิดช่องทางหนึ่งสำหรับพลังงานจักรภพที่จะไหลผ่านโลก ล้างโลกให้สะอาด รวมทั้งล้างสิ่งที่อาศัยอยู่ ยกทั้งหมดสู่ภาวะที่สูงขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
"Change is accelerating now, and it will continue to accelerate."<o:p></o:p>
“การเปลี่ยนกำลังเร่งขึ้น และการเร่งยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง”<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
If the people of the earth can get to this 2012 date in good shape, without having destroyed too much of the Earth, Mr. Barrios said, we will rise to a new, higher level. But to get there we must transform enormously powerful forces that seek to block the way.
<o:p></o:p>
ถ้าคนบนโลกอยู่ถึงปี 2012 โดยยังมีสภาพปกติ ปราศจากการถูกทำลาย Mr. Barrios กล่าวว่า เราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น แต่เพื่อไปถึง ณ จุดนั้นได้ เราต้องเปลี่ยนด้วยแรงที่มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนานั้น
A Picture of the Road Ahead (ภาพที่จะเกิดขึ้นบนเส้นทางข้างหน้า)
From his understanding of the Mayan tradition and the calendars, Mr. Barrios offered a picture of where we are at and what may lie on the road ahead:<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
จากความเข้าใจของเขากับความเชื่อและปฏิทินของมายัน Mr. Barrios ให้ความเห็นว่า เราอยู่ที่ไหนและอะไรจะเกิดขึ้นในเส้นทางที่ทอดอยู่ข้างหน้า<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
The date specified in the calendar — Winter Solstice in the year 2012 — does not mark the end of the world. Many outside people writing about the Mayan calendar sensationalize this date, but they do not know. The ones who know are the indigenous elders who are entrusted with keeping the tradition. <o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
วันที่ระบุในปฏิทิน - เป็นวันที่สั้นที่สุดในฤดูหนาวปี 2012 – ไม่ได้บอกวันสุดท้ายของโลก คนที่อื่นจำนวนมากเขียนเกี่ยวกับปฏิทินมายัน อย่างตื่นเต้น หวั่นไหวกับวันนี้ แต่เขาไม่รู้ว่ามีคนที่รู้คือ ชาวพื้นเมืองสูงอายุ ซึ่งเชื่อมั่นในความเชื่อที่ว่า<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
"Humanity will continue," he contends, "but in a different way. Material structures will change. From this we will have the opportunity to be more human." <o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
“มนุษย์จะดำเนินอยู่ต่อไป แต่ในทางที่แตกต่าง โครงสร้างทางวัตถุจะเปลี่ยน จากนี้ไป เราจะมีโอกาสที่เป็นมนุษย์มากขึ้น”<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
· We are living in the most important era of the Mayan calendars and prophecies. All the prophecies of the world, all the traditions, are converging now. There is no time for games. The spiritual ideal of this era is action.<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
เรากำลังอยู่ในยุคที่มีความสำคัญที่สุดของปฏิทินมายันและพยากรณ์ คำทำนายของโลกทั้งหมด ทุกความเชื่อ กำลังรวมกันเป็นหนึ่ง ไม่มีเวลาสำหรับสงครามเย็น จิตวิญญาณในอุดมคติเกิดขึ้นแล้ว
<o:p></o:p>
· Many powerful souls have reincarnated in this era, with a lot of power. This is true on both sides, the light and the dark. High magic is at work on both sides. <o:p></o:p>
ดวงจิตที่มีพลังมหาศาลจำนวนมาก ได้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งในยุคนี้ กับพลังจำนวนมาก นี่คือความจริงทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านมืดและสว่าง <o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
· Things will change, but it is up to the people how difficult or easy it is for the changes to come about. <o:p></o:p>
การเปลี่ยนที่จะมาถึง ยุ่งยากหรือง่ายขึ้นกับจิตใจผู้คน<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
· The economy now is a fiction. The first five-year stretch of transition — from August 1987 to August 1992 — was the beginning of the destruction of the material world. We have progressed ten years deeper into the transition phase by now, and many of the so-called sources of financial stability are in fact hollow.<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
· The banks are weak. This is a delicate moment for them. They could crash globally if we don’t pay attention. One critical period is October and November 2002. If the banks crash in these months then we will be forced to rely on the land and our skills. The monetary systems will be in chaos, and we must then rely on our direct relationship with the Earth for our food and shelter.
<o:p></o:p>
· The North and South Poles are both breaking up. The level of the water in the oceans is going to rise. But at the same time land in the ocean, especially near <?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" /><st1:place w:st="on"><st1:country-region w:st="on">Cuba</st1:country-region></st1:place>, is also going to rise. <o:p></o:p>
ขั้วโลกเหนือและใต้กำลังจะละลาย ระดับน้ำในทะเลกำลังสูงขึ้น<o:p></o:p>
kumpeang
24-04-2008, 09:23 AM
· We need to act, to make changes, and to elect people to represent us who understand and who will take political action to respect the earth. Meditation and spiritual practice are good, but also action.
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
เราจำเป็นต้องแสดง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เลือกคนที่เป็นตัวแทนซึ่งเข้าใจและจะแสดงทางให้เห็นถึงความเคารพต่อแผ่นดิน การนั่งสมาธิคือสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วย<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
· It’s very important to be clear about who you are, and also about your relation to the Earth.
<o:p></o:p>
· Develop yourself according to your own tradition and the call of your heart. But remember to respect differences, and strive for unity.
<o:p></o:p>
· Eat wisely. A lot of food is corrupt in either subtle or gross ways. Pay attention to what you are taking into your body.
<o:p></o:p>
· Learn to preserve food, and to conserve energy.
<o:p></o:p>
· Learn some good breathing techniques, so you have mastery of your breath.<o:p></o:p>
เรียนเทคนิคการหายใจที่ดี ซึ่งคุณสามารถควบคุมการหายใจได้
<o:p></o:p>
· Be clear. Follow a tradition with great roots. It is not important what tradition, your heart will tell you, but it must have great roots.
<o:p></o:p>
· We live in a world of energy. An important task at this time is to learn to sense or see the energy of everyone and everything: people, plants, animals. This becomes increasingly important as we draw close to the World of the Fifth Sun, for it is associated with the element ether – the realm where energy lives and weaves.
<o:p></o:p>
· Go to the sacred places of the earth to pray for peace, and respect for the Earth which gives us our food, clothing, and shelter. We need to reactivate the energy of these sacred places. That is our work.
<o:p></o:p>
ไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สวดเพื่อสันติภาพ เคารพต่อแผ่นดินที่ให้อาหาร เสื้อผ้า เราต้องกระตุ้นพลังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ นี่คืองานของเรา<o:p></o:p>
· According to Mr. Barrios’ reading of the Mayan calendar, if war happens in November 2002 or after, then it’s bad, but not catastrophic. But if it happens between April and November 2003, it will be catastrophic. Really bad. It could eventually result in the death of two-thirds of humanity. "So stay active," he said. "If we are active, we can transform the planet. The elders watch to see what happens."
<o:p></o:p>
ในที่สุดส่งผลให้มีการตาย 2 ใน 3 ของมนุษย์ชาติ ถ้าเราตื่น เราสามารถเปลี่ยนระบบดวงดาว The elder เฝ้าดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
· Many Mayan elders and knowledge keepers may be eliminated in the next few years. For the first half of the current Katun (20-year period) the dark side has a lot of power. But that will pass 3 to 4 years from now. The tide can turn. Amazing things are going to happen.
<o:p></o:p>
· One simple but effective prayer technique is to light a white or baby-blue colored candle. Think a moment in peace. Speak your intention to the flame and send the light of it on to the leaders who have the power to make war or peace.
<o:p></o:p>
วิธีที่ง่าย แต่เป็นเทคนิคการสวดที่ได้ผลคือการจุดเทียน นึกถึงสันติภาพสักครู่ พูดถึงความตั้งใจต่อแสงเทียน ส่งความสว่างถึงผู้นำที่มีพลังที่จะทำให้เกิดสงครามหรือสันติภาพ<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
kumpeang
24-04-2008, 09:24 AM
"Love, respect, tolerance, sharing, gratitude, forgiveness. It’s not complex or elaborate. The real knowledge is free. It’s encoded in your DNA. All you need is within you. Great teachers have said that from the beginning. Find your heart, and you will find your way." <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
ความรัก ความเคารพ ความอดกลั้น การแบ่งปัน ความกตัญญู การให้อภัย มันเป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยาก ความรู้จริงๆนั้นฟรี สิ่งที่ต้องการอยู่ภายในตัว<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>
<o:p></o:p>
<o:p>ใช่อารมณ์ การทรงพรหมวิหารสี่ ไหม?.......... สาธุ สาธุ สาธุ ......</o:p>
ทุกวันนี้ชาวไทยแทบไม่หลงเหลือความเป็นไทยไว้เลย...ไม่แปลกที่มีผู้เคยกล่าวไว้ว่าเราจะสิ้นชาติ...เพราะตอนนี้ประเทศไทยของเราอ้างอิงต่างชาติมากเกินไป...แม้ทรัพยากรในไทยก็ยังนำไปอ้างอิงทั่วโลก...นับได้ว่าเราคนไทยใช้ของราคาซื้อขายทั่วโลกก็ว่าได้...ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน...ผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ...สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ...ราคามันสูงขึ้นจนผิดปกติ...มีแต่ขึ้นเอาๆ...ไม่มีลดลงเลย...แล้วเรายังจะหลงเหลือเอกราชได้อย่างไร...เนื่องจากเราพึ่งพิงกระแสโลกมากเหลือเกิน...อย่างอเมริกาเศรษกิจเขาแย่...แต่รู้ไหม...เขาฉลาด...เขาก็ขายน้ำมันให้แพงขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุลค่าเงินของเขา...อย่าว่าโอเปกเลย...ก็รู้ๆอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์โลกที่กำลังเกิดขึ้นนี้...ขณะนี้ผู้นำโลกคือใคร...เราก็ทราบกันดี...
หากประเทศไทยยังไม่หยุดอ้างอิงกับต่างชาติ...คนไทยก็ต้องรับกรรมไป...
แม้เรามีทรัพยากรธรรมชาติมากแค่ไหน...เขาก็เอาไปหมด...ไม่เหลือให้คนไทยใช้ของดีหรอก...เขาเอาของดีไปขายหมด...เหลือแต่ของที่ขายไม่ได้ก็นำกลับมาให้คนไทยซื้อกัน...นี่แหละสถาณการณ์เศรษฐกิจของไทยเรา...
Falkman
24-04-2008, 09:50 AM
ทุกวันนี้ชาวไทยแทบไม่หลงเหลือความเป็นไทยไว้เลย...ไม่แปลกที่มีผู้เคยกล่าวไว้ว่าเราจะสิ้นชาติ...
เพราะตอนนี้ประเทศไทยของเราอ้างอิงต่างชาติมากเกินไป...แม้ทรัพยากรในไทยก็ยังนำไปอ้างอิงทั่วโลก...นับได้ว่าเราคนไทยใช้ของราคาซื้อขายทั่วโลกก็ว่าได้...
ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน...ผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ...สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ...ราคามันสูงขึ้นจนผิดปกติ...มีแต่ขึ้นเอาๆ...ไม่มีลดลงเลย...
แล้วเรายังจะหลงเหลือเอกราชได้อย่างไร...เนื่องจากเราพึ่งพิงกระแสโลกมากเหลือเกิน...อย่างอเมริกาเศรษกิจเขาแย่...แต่รู้ไหม...เขาฉลาด...
เขาก็ขายน้ำมันให้แพงขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุลค่าเงินของเขา...อย่าว่าโอเปกเลย...ก็รู้ๆอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์โลกที่กำลังเกิดขึ้นนี้...
ขณะนี้ผู้นำโลกคือใคร...เราก็ทราบกันดี...
หากประเทศไทยยังไม่หยุดอ้างอิงกับต่างชาติ...คนไทยก็ต้องรับกรรมไป...
แม้เรามีทรัพยากรธรรมชาติมากแค่ไหน...เขาก็เอาไปหมด...ไม่เหลือให้คนไทยใช้ของดีหรอก...เขาเอาของดีไปขายหมด...เหลือแต่ของที่ขายไม่ได้ก็นำกลับมาให้คนไทยซื้อกัน..
.นี่แหละสถาณการณ์เศรษฐกิจของไทยเรา...
ใช่ ลองสังเกตดิ ประเทศที่มีน้ำมัน เค้าก็ไปหาเรื่อง จะไปจัดการให้เรื่องการเมืองบ้าง อะไรบ้าง ผลคืออยากครองบ่อน้ำมัน ประเทศเราจะแย่เอา นี่ทางใต้ที่เป็นอย่างนี้ก็ไม่เพราะว่า เค้ารู้ว่ามีน้ำมันอยู่หรอกเหร๋อ
ต้องรอธรรมชาติจัดการ ใครๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ใช่ ลองสังเกตดิ ประเทศที่มีน้ำมัน เค้าก็ไปหาเรื่อง จะไปจัดการให้เรื่องการเมืองบ้าง อะไรบ้าง ผลคืออยากครองบ่อน้ำมัน ประเทศเราจะแย่เอา นี่ทางใต้ที่เป็นอย่างนี้ก็ไม่เพราะว่า เค้ารู้ว่ามีน้ำมันอยู่หรอกเหร๋อ
ต้องรอธรรมชาติจัดการ ใครๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ทราบมาว่าแถวทะเลสาบสงขลา มีบ่อน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่ตรงนั้นด้วย (จุ๊ จุ๊ อย่าเอ็ดไปครับ)
ทรัพยากรทั้งหลายเมื่อถึงเวลาธรรมชาติจะจัดสรรให้กับผู้ที่รู้คุณค่าแน่นอนครับ
Falkman
24-04-2008, 10:19 AM
ทราบมาว่าแถวทะเลสาบสงขลา มีบ่อน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่ตรงนั้นด้วย (จุ๊ จุ๊ อย่าเอ็ดไปครับ)
ทรัพยากรทั้งหลายเมื่อถึงเวลาธรรมชาติจะจัดสรรให้กับผู้ที่รู้คุณค่าแน่นอนครับ
อิอิ อย่าเสียงดังไปดิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน เค้าแอบฟัง(อ่าน)อยู่ http://board.palungjit.com/images/icons/smile.gif
GoonS
24-04-2008, 10:48 AM
อิอิ หวังงว่าคงไม่จมน้ำไปก่อนนะคับ
k_isara
24-04-2008, 11:59 AM
พญานาคมีจริงหรือ ? <O:p</O:p
ขอเล่าเรื่องต่อจากบทความที่แล้วว่า ความเป็นมาอย่างไร เงินที่ได้ไปสร้างแสงสว่างกับวัดได้มาจากไหน เพื่อความสมบูรณ์<O:p</O:p
หลังจากที่ผมได้พบ 2 กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ครบถ้วนแล้ว ผมได้อ่านบทความในเว็บนี้และพบว่า 2 กษัตริย์ที่ผมได้พบกับพระอริยะอีกหนึ่งพระองค์(ญาณของท่านแยกมาจากพระพุทธเจ้าหนึ่งในสี่พระองค์)ที่ผมเคารพได้ร่วมกันลงมาช่วยเหลือมนุษย์ในยามเกิดภัยพิบัติ ผมจึงได้เข้าใจว่า ตัวผมเองคงจะถูกกำหนดให้มาช่วยเหลือเหมือนกับคนกลุ่มอื่นๆ<O:p</O:p
ขอย้อนกลับไปในเหตุการณ์ที่อยู่บนวัดต่อ หลังจากที่ผมทำงานในส่วนที่ผมเสร็จ ผมคิดว่าจะกลับลงมากรุงเทพฯ ผมได้โทรติดต่อกับอาจารย์ผม ว่าอาจารย์ผมจะตามขึ้นมาเลยหรือไม่ ถ้ายังผมจะกลับลงไปก่อน อาจารย์ให้ผมคอยอยู่ อยู่หลายวันอาจารย์ถึงได้ตามขึ้นไป <O:p</O:p
ช่วงกลางวันในศาลา บางวันก็มีเสียงโครมครามคล้ายกับเสียงฟาดหางของ.....? ผมได้ยินอยู่หลายวันเหมือนกัน เสียงนี้คล้ายกับว่าจะทดสอบความหนักแน่นของจิตใจผม ในขณะนี้ผมอยู่คนเดียว ผู้ช่วยที่มาด้วยกันอยู่ได้ 15 วัน คิดถึงบ้านขอกลับก่อน<O:p</O:p
ต่อมาอาจารย์ผมได้ขึ้นมาที่วัดพร้อมกับคนขับรถ ท่านได้นำโคมไฟฟ้าที่ญาติอาจารย์คนที่ผมเคยเล่าให้ฟังในเหตุการณ์ สร้างถนนตัดผ่านเมืองเทพที่พยุหคีรี รวมทั้งปัจจัยที่จะต้องซื้อของในตลาดประมาณ 2 หมื่นบาท รวมกับที่ผมทำไปแล้ว 4 หมื่นบาท(ความจริงมากกว่านี้)รวมทั้งสิ้นประมาณ 6 หมื่นบาท ผมใช้เวลาไปอยู่บนวัด 28 วัน<O:p</O:p
วันสุดท้ายที่จะกลับกรุงเทพฯ เช้าวันนั้น ท่านปู่ (ขออนุญาตใช้แทนคำเรียก พระพุทธองค์หนึ่งในสี่พระองค์) ได้ลงประทับอาจารย์ผม ท่านได้ขอบพระทัยต่อผม ผู้ช่วยงานและผู้ออกปัจจัยทุกท่าน ก่อนถอย ท่านได้พูดกับเจ้าอาวาสวัดที่มีอายุ 84 ปีว่า หากมีเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ให้เรียกองค์ นาคะราชา<O:p</O:p
ส่วนเงินที่ผมได้มาจำนวน 4 หมื่นบาท ผมได้จากการขายทองแดงที่ลอกจากสายไฟฟ้า จากงานที่ผมทำที่ลาดพร้าว 2 หมื่นเศษ ให้คนปอกสายไปเหลือไว้ 2 หมื่นรวมกับผู้มีจิตศรัทธา 1 หมื่น ผมออกอีก 1 หมื่น(เงินจากงาน)รวมเป็น 4 หมื่น งานทุกอย่างสมบูรณ์<O:p</O:p
ครั้งนี้ผมเริ่มรวบรวมเงินเพื่อที่จะไปสร้างรางน้ำและถังเก็บน้ำเผื่อไว้เวลานั้นมาถึงจะได้มีใช้<O:p</O:p
ผมขอเชิญชวนท่านที่สนใจจะไปอยู่ทางอิสานเหนือกับผม มาพูดคุยเพื่อเตรียมการณ์เพราะผมเชื่อว่ายังมีเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปี<O:p</O:p
ขอขยายความคำว่า “ขอบพระทัย”<O:p</O:p
ผมเคยกล่าวขอบพระคุณและขอบพระทัยต่อท่านหรือองค์เทพที่ลงมาช่วยเหลือในงานครั้งนี้ มีสมาชิกท่านหนึ่งได้แก้คำว่าขอบพระทัยเป็นขอบใจ ด้วยความเข้าใจผิด ผมจึงขอแก้กลับจากขอบใจเป็นขอบพระทัยเช่นเดิม คำๆนี้ใช้กับองค์เทพ<O:p</O:p
<O:p</O:p
<O:p</O:p
k_isara
24-04-2008, 12:09 PM
ถ้าจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือข้างเดียว ให้ปิดด้วยตาทั้งสองข้าง
คนโง่ชอบอวดดี คนดีมีดีให้อวด
[quote=k_isara;1141189]พญานาคมีจริงหรือ ? <O:p</O:p
ขอเล่าเรื่องต่อจากบทความที่แล้วว่า ความเป็นมาอย่างไร เงินที่ได้ไปสร้างแสงสว่างกับวัดได้มาจากไหน เพื่อความสมบูรณ์
<O:p</O:p
หลังจากที่ผมได้พบ 2 กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ครบถ้วนแล้ว ผมได้อ่านบทความในเว็บนี้และพบว่า 2 กษัตริย์ที่ผมได้พบกับพระอริยะอีกหนึ่งพระองค์(ญาณของท่านแยกมาจากพระพุทธเจ้าหนึ่งในสี่พระองค์)
ที่ผมเคารพได้ร่วมกันลงมาช่วยเหลือมนุษย์ในยามเกิดภัยพิบัติ ผมจึงได้เข้าใจว่า ตัวผมเองคงจะถูกกำหนดให้มาช่วยเหลือเหมือนกับคนกลุ่มอื่นๆ
หากมีเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ให้เรียกองค์ นาคะราชา<O:p</O:p
<O:p</O:p
ผมขอเชิญชวนท่านที่สนใจจะไปอยู่ทางอิสานเหนือกับผม มาพูดคุยเพื่อเตรียมการณ์เพราะผมเชื่อว่ายังมีเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปี<O:p</O:p
]
k_isara จะบอกกล่าวใด้ไหม ว่า ....ท่านใด ครับ อย่างไร ฝากมาทาง PM ก็ใด้ ครับ...
k_isara เจอ นาคราช มาแล้ว หรือครับผม
Falkman
24-04-2008, 01:45 PM
ถาม - ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่
ตอบ - ไม่เกิด
เหตุผล - เพราะประเทศไทยมีของดี ที่ประเทศอื่นๆไม่มี และที่สำคัญคนที่ทำนายทั้งหลายเหล่านั้นยังทำนายอนาคตตัวเองยังไม่ได้เลย นับประสาอะไรจะมาทำนายระดับประเทศ ผมไม่เชื่อครับ
Happy Birthday พระอาทิตย์ Happy Birthday พระอาทิตย์ Happy Birthday พระอาทิตย์ Happy Birthday พระอาทิตย์ Happy Birthday พระอาทิตย์
Happy birthday happy birthday happy birthday to พระอาทิตย์
http://farm2.static.flickr.com/1037/1092643258_60bf006d02.jpg?v=0
ขอให้ พระอาทิตย์ มีความสุขมากๆ http://board.palungjit.com/images/icons/smile.gif
เชิญคุณ หล่อโล๊ะสต๊อก (http://board.palungjit.com/member.php?find=lastposter&t=3906) ไปเป่าเทียนวันเกิด พระอาทิตย์กัน (||)
http://board.palungjit.com/showpost.php?p=1141356&postcount=1092
Falkman
24-04-2008, 03:23 PM
ยูเอ็นชี้โลกเผชิญ 'สึนามิเงียบ' เพราะวิกฤติอาหาร [24 เม.ย. 51 - 04:29]
ระหว่างการประชุมพิเศษว่าด้วยวิกฤติอาหารโลก นายกฯ กอร์ดอน บราวน์ แห่งอังกฤษ เป็นเจ้าภาพที่กรุงลอนดอนเมื่อ 22 เม.ย. โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนว่าโลกกำลังเผชิญ “สึนามิเงียบ” จากภาวะอาหารขาดแคลนและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น ผู้นำโลกจำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อช่วยรับประกันอุปสงค์ด้านอาหารในอนาคต
นางโจเซตต์ ชีราน ผู้อำนวยการบริหารของ WFP เผยว่า วิกฤติอาหารทำให้ประชากรโลกที่ไม่ สามารถซื้ออาหารพุ่งขึ้นอีกนับ 100 ล้านคนใน 6 เดือนหลัง ทำให้โครงการต่อสู้ความยากจนและปรับปรุงสุขภาพต่างๆในประเทศยากจนที่สุดตกอยู่ในความเสี่ยง ทำให้ งบประมาณของ WFP ที่ตั้งเป้าไว้ 2,900 ล้านดอลลาร์ ยังขาดถึง 755 ล้านดอลลาร์ นี่คือโฉมหน้าใหม่ของความอดอยาก ประชาคมโลกต้องหาทางแก้วิกฤติในระดับสูงและกว้างขวาง โดยเน้นแก้ปัญหาทั้งแบบฉุกเฉินและระยะยาว
หลังการประชุม สำนักงานของนายบราวน์แถลงว่าผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร 25 คน ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับกลุ่มชาติอุตสาหกรรมผู้ร่ำรวยทั้ง 8 (จี 8) และสหภาพยุโรป (อียู) วางยุทธศาสตร์ รับมือวิกฤติอาหารและช่วยเหลือชาติยากจนที่สุดมากขึ้น และอังกฤษจะทบทวนเป้าหมายการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนน้ำมันเสียใหม่ ถึงแม้มันจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนขึ้น แต่การหันไปปลูกพืชเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้นทำให้พืชอาหารหลักขาดแคลน
ธนาคารโลกระบุว่าราคาอาหารพุ่งขึ้นถึง 83% ใน 3 ปีหลัง ในประเทศไทยผู้ส่งออกข้าวหมายเลข 1 ของโลก ราคาข้าวพุ่งขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในปีนี้ โดยข้าวขาว 100% เกรดบีราคาพุ่งทะลุ 950 ดอลลาร์ต่อตันแล้ว นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติเตือนว่าภาวะขาดแคลนอาหารจะทำให้เกิดการประท้วงในประเทศต่างๆ มากขึ้น หลังเกิดการประท้วงใน 15 ประเทศ ล่าสุดที่อัฟกานิสถานและบังกลาเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตในแคเมอรูนและเฮติ ส่งผลให้นายกฯ เฮติต้องลาออก
ราคาอาหารหลัก โดยเฉพาะข้าวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 เพราะหลายปัจจัย ทั้งประชากรโลกเพิ่มขึ้น น้ำมันแพง ภัยธรรมชาติ อุปสงค์อาหารในชาติกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น และการหันไปปลูกพืชเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้นทั่วโลกทำให้พื้นที่ปลูกพืชอาหารหลักลดลง อนึ่ง ระหว่างการประชุมชาติผู้ส่งออกน้ำมันและลูกค้าที่กรุงโรม ชาติผู้ส่งออกชี้ว่าไม่สามารถหยุดยั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ และชาวโลกอาจต้องอยู่กับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอีกถ้าต้องการมีน้ำมันใช้ในอนาคต เพราะราคาต้องสูงเพื่อกระตุ้นให้มีการสำรวจและผลิตน้ำมันมากขึ้น.
http://www.thairath.co.th/news.php?section=international&content=87253
Falkman
24-04-2008, 03:30 PM
คาบข่าวมาบอก
อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งพลังไปให้เทวดาที่รักษา คุ้มครอง ในหลวง เพื่อให้เทวดา เหล่านั้นมีพลังมากขึ้น สามารถช่วยในหลวงได้มากขึ้น ในหลวงท่านจะเข้มแข็งขึ้น
อยากให้มาช่วยกันส่งพลังให้เทวดาที่รักษาในหลวงกันหน่อยจ้า
คาบข่าวมาบอก
อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งพลังไปให้เทวดาที่รักษา คุ้มครอง ในหลวง เพื่อให้เทวดา เหล่านั้นมีพลังมากขึ้น สามารถช่วยในหลวงได้มากขึ้น ในหลวงท่านจะเข้มแข็งขึ้น
อยากให้มาช่วยกันส่งพลังให้เทวดาที่รักษาในหลวงกันหน่อยจ้า
ดีครับ
ช่วยกันส่งมอบพลังด้านบวกสูงสุดให้กับเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกป้องคุ้มครองดูแลท่านด้วย
เพื่อให้เกิดพลังบารมีที่เข้มแข็งและเป็นเกราะคุ้มครองท่านในทุกมิติตลอดไปครับ
และไม่ต้องห่วงไป หากมีใครไม่หวังดีพวกเขาเหล่านั้นจะแพ้ภัยตัวเองในที่สุดครับ
Falkman
24-04-2008, 05:38 PM
ฝนตกหนักวันเดียวน้ำเข้าเขื่อนเพิ่มกว่า 30 ล้าน ลบ.ม. <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td bgcolor="#cccccc" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td class="body" align="left" valign="baseline">โดย ผู้จัดการออนไลน์</td> <td class="date" align="left" valign="baseline">24 เมษายน 2551 17:38 น.</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> นายบุญสนอง สุชาติพงศ์ โฆษกกรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วประเทศเมื่อวานนี้แค่เพียงวันเดียว ส่งผลให้มีน้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ รวมกันประมาณ 30,500,000 ลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากถึง 15 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การจัดสรรน้ำสำหรับการเกษตรตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ไม่ขาดแคลน และไม่ต้องดึงน้ำในอนาคตสำหรับช่วยเหลือเกษตรในช่วงฝนทิ้งช่วง ประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคมมาใช้ ชาวนาสามารถปลูกข้าวรอบใหม่ได้ ซึ่งเป็นโอกาสทองของชาวนาที่จะเร่งเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสำรองน้ำเอาไว้ใช้สำหรับฤดูปลูกข้าวนาปี อุปโภคบริโภค และภาคอุตสาหกรรมไว้แล้ว จำนวน 17,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้มีน้ำที่ใช้การได้ถึง 20,400 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกไว้สำรองใช้เองด้วย เพราะอาจจะมีปัญหาฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ดอกขจร
24-04-2008, 08:44 PM
คาบข่าวมาบอก
อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งพลังไปให้เทวดาที่รักษา คุ้มครอง ในหลวง เพื่อให้เทวดา เหล่านั้นมีพลังมากขึ้น สามารถช่วยในหลวงได้มากขึ้น ในหลวงท่านจะเข้มแข็งขึ้น
อยากให้มาช่วยกันส่งพลังให้เทวดาที่รักษาในหลวงกันหน่อยจ้า
รับทราบค่ะ ทุกท่านรวมพลังกันอยู่แล้ว ถ้าหากประชาชนทั้งประเทศร่วมด้วยคงจะดีไม่น้อย(||)
หล่อโล๊ะสต๊อก
24-04-2008, 08:57 PM
ลมฝนมาแรงครับ การเตรียมการคือ
1. ห้ามใส่โลหะทุกชนิด ห้ามพกโลหะทุกชนิด พวงกุญแจรถยนต์ เหรียญสิบ เหรียญห้า เหรียญหนึ่ง เหรียญห้าสิบสตางค์ เหรียญสลึง โยนทานออกไปให้หมด (ให้เอาไปบริจาคที่วัดที่ใกล้ที่สุด หากไม่มีที่บริจาค เอามาให้ทานที่ผมได้ครับ)
2. ห้ามโทรศัพท์ในขณะที่ฝนตก หรือกำลังมีพายุ เพราะจะทำให้ติดต่อปลายสายไม่ได้ ทำให้หงุดหงิด เอ๊ ... โทรไปทำไมไม่รับ เหตุเพราะคลื่นไม่มี เดี๋ยวจะมีปัญหาบานปลายกันนะครับ
3. ห้ามหลบใต้ต้นไม้ ใต้เสาไฟ ใต้ต้นตาล ใต้ต้นโพธิ์ไทร เดี๋ยวต้นไม้จะล้มทับ อาจจะทำให้ท่านมีบาดแผล หัวร้างค่างแตกได้ และที่สำคัญคือจะหาซื้อปลาสเตอร์ยาไม่ได้ เพราะร้านขายยาปิด และ เซเว่นก็อยู่ไกลนะครับ
และ
4. หากใครสาบานไว้ว่าจะรักกันชั่วฟ้าดินสลาย หากผิดคำสาบานขอให้ฟ้าผ่าตาย นี่ต้องหลบเป็นพิเศษ และทางที่ดีควรติดสายล่อฟ้าไว้ที่ศรีษะด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง
ก็ว่ากันไป
yutkanlaya
24-04-2008, 11:36 PM
คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=311780&d=1208972047
14 ตุลาคม พ.ศ.2516
เมื่อประมาณปี 2516 มีคณะรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจยศนายพัน กลุ่มหนึ่ง มาเรียนถามหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง ให้ท่านช่วยทำนาย ว่าพวกกระผมจะทำการปฏิวัติ การนี้จะสำเร็จหรือไม่ แล้วผมจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ความจริงท่านไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง แต่ก็บอกให้รู้ หลวงพ่อเจริญท่านตอบว่าสำเร็จ แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 เดือนหลังจากนั้น นักศึกษานักเรียน ประชาชนจะออกมาขับไล่จนคุณอยู่ไม่ได้ ไม่ดี อย่าไปทำเลย
คุณเคยเห็นทะเลซุงไหม! อีก 15 ปีหลังจากนี้ (2531) ทะเลซุง จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ น้ำจะท่วมถึงยอดตาล วัดวาอารามจะพังพินาศ คนจะล้มตายจำนวนมากและต่อจากนั้นอีก 20 ปี (2551)
แผ่นดินจะถูกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย คนไทยจะไม่มีที่อยู่ โดนขับไล่
ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นกฎแห่งกรรม จงไปบันทึกเอาไว้ ถ้าไม่จริงอาตมายอมถูกปรับ
ท่านกล่าวอีกว่า.....
อาตมาจะมรณภาพวันที่ 14 ตุลาคม2521 เวลาเที่ยง 12.45 น.
ด้วยอุบัติเหตุรถคว้ำคอหักตาย และท่านก็มรณภาพวันนั้นจริงๆ
(จากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของ สุทัสสา อ่อนค้อม)
ทีมา http://larndham.net/index.php?showtopic=27880&st=40
หมายเหตุ
ปี 2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516
ปี 2531 วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากโคลนถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 700 ศพ
ปี 2532 เกิดพายุเกย์พัดถล่มภาคใต้ที่ชุมพรได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะเกิดสงครามประชาชน อาจเป็นสาเหตุให้ต่างชาติถือโอกาส เข้ามายึดครองประเทศไทย(ตามคำทำนายในคัมภีร์ไบเบิ้ล)
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ยึดประเทศ
ต้อง ยึด คน
ยึดประชาชน
โดย
ยึดความคิด
ยึดความเชื่อ
ด้วย
ระบบ "ทุนวัตถุนิยมเสรี"
ชี้วัดการพัฒนามนุษย์ ด้วย วัตถุ ทุน เงิน
:'( :'( :'(
น่าสงสาร บรรพบุรุษ
VANCO
25-04-2008, 05:38 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>กทม.ออกประกาศเตือนภัยพายุฉบับ 2 </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>24 เมษายน 2551 18:30 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=220 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=220>http://pics.manager.co.th/Images/551000005272601.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> กทม.ออกประกาศเตือนชาวกรุงปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยจากพายุฤดูร้อนฉบับที่ 2 แล้ว หลังเจอฝนถล่มหนักเมื่อวานนี้ พร้อมเชิญเถ้าแก่ร้านโชว์ห่วยหารือช่วยเหลือผู้บริโภค
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานประจำเดือนเมษายน 2551 ว่า ได้กำชับให้ผอ.เขตและผู้ที่เกี่ยวข้องออกตรวจทุกพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงที่กทม.ได้รับอิทธิพลพายุฤดูร้อนนี้ซึ่งล่าสุดได้ออกประกาศกทม. ฉบับที่ 2/2551 เรื่องการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากพายุฝนฤดูร้อนจำนวน 7 ข้อด้วยกัน อาทิ ให้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่พักอาศัยให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอ ให้อยู่ห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ท่อน้ำ แนวรั้วบ้าน อุปกรณ์ทำสวน งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ยืนหลบฝนใต้ต้นไม้ หรือป้ายโฆษณา และหากพบเห็นกิ่งไม้ที่ไม่แข็งแรงพาดอยู่บนสายไฟหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและอาจเกิดการโค่นหักจากลมพายุได้ ซึ่งหากพบเห็นเหตุร้ายให้แจ้ง สายด่วน 1555 หรือ 199 เพื่อดำเนินการแก้ไขทันที นอกจากนี้ยังขอให้ทุกหน่วยงานทำงานในเชิงรุกซึ่งได้มีการปรับปรุงระบบรายงานข่าวใหม่โดยแจ้งเป็น sms หรือ ส่ง mms เข้ามาที่จากเดิมมีเฉพาะเรื่องน้ำท่วม ป้ายล้ม ก็ให้เพิ่มเรื่องพายุฝนเข้าไปด้วย
นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุม ตนยังได้มอบหมายให้สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) ไปสำรวจค่าครองชีพของแต่ละกลุ่มอาชีพว่าในแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายหลักๆคนละเท่าไหร่แล้วเริ่มรายงานมาให้ตนทราบตั้งแต่สับดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อที่กทม.จะได้หามาตรการช่วยเหลือได้ โดยภายในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆอย่างร้านโชว์ห่วย เข้ามาหารือถึงมาตรการที่สามารถช่วยเหลือได้ในเบื้องต้นซึ่งหากกทม.สามารถดำเนินการเองได้ก็จะทำทันทีแต่หากต้องประสานไปยังรัฐบาลก็จะเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทย
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
VANCO
25-04-2008, 05:39 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>เชื่ออีก 10 ปีจีน-อินเดียจะมีอิทธิพลต่อโลกเทียบเท่าสหรัฐฯ</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>25 เมษายน 2551 05:55 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom align=left height=12>http://www.manager.co.th/images/TabOver.gif</TD></TR><TR><TD bgColor=#cccccc><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle bgColor=#ffffff><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=160><TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=middle>คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000005283301.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/551000005283301.JPEG)</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>อิทธิพลด้านทหารของจีน (http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=948912)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle width=165 height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=4 background=/images/linedot_vert3.gif>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=7 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>เอเอฟพี - ชาวแคนาดาส่วนใหญ่(67 เปอร์เซนต์) เชื่อว่าอิทธิพลของจีนและอินเดียในโลกใบนี้ จะก้าวขึ้นมาทาบสหรัฐอเมริกา ภายในทศวรรษหน้า จากผลสำรวจที่เปิดเผยในวันพฤหัสบดี(24)
ขณะเดียวกันมีชาวแคนาดาอีกกว่า 60 เปอร์เซนต์ที่เชื่อว่านัยสำคัญที่กำลังเติบโตขึ้นของจีนและอินเดียในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ คือโอกาสอันดีต่อแคนาดา มากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคาม โพลของสถาบันอันกัสรีดระบุ
36 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม 2,659 ราย มองว่าจีนสามารถครอบงำศักยภาพการส่งออกของแคนาดาเกือบทั้งหมด เปรียบเทียบกับสหรัฐฯ คู่ค้าใหญ่ที่สุดของแคนาดาที่มีเพียง 28 เปอร์เซนต์ อย่างไรก็ตามมีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ของชาวแคนาดาที่เชื่อว่าการนำเข้าสินค้าจากจีนมีความปลอดภัย
ทั้งนี้ 66 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวแคนาดายังบอกว่าความเติบโตทางกองทัพของจีน อาจเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปรียบเทียบกับ 10 เปอร์เซนต์เมื่อ 2 ปีก่อนและมีเพียง 37 เปอร์เซ็นต์ที่เชื่อว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจีนดีขึ้นกว่าศตวรรษที่ผ่านมา ลดลงจาก 63 เปอร์เซ็นต์ของการสำรวจครั้งก่อนในปี 2006
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
Falkman
25-04-2008, 07:46 AM
<table style="" cellpadding="0" cellspacing="0" width="80%"><tbody><tr><td style="border-top: 1px solid gray;" width="97%"><table width="100%"><tbody><tr><td height="1">
</td></tr></tbody></table> </td> <td class="c2" width="4">
</td> </tr> <tr> <td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray;" align="center" width="100%"> ประกาศเตือนภัย
"พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย"
ฉบับที่ 13 (40/2551) ลงวันที่ 25 เมษายน 2551
</td> </tr> <tr> <td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray; padding: 10px;" align="center" width="100%"> บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะยังคงแผ่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยจนถึงวันนี้ (25เม.ย.51) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อนได้ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงในระยะนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงโดยในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองไม่ควรอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับและใช้สื่อไฟฟ้าที่จะเป็นสาเหตุของการเกิดฟ้าผ่าได้
สำหรับ ภาคใต้มีพายุฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก และขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ระมัดระวังคลื่นจัดบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง</td></tr></tbody></table>
หล่อโล๊ะสต๊อก
25-04-2008, 07:48 AM
ต่อจากโพสท์ #7387 ครับ
เป็นเรื่องของมหาอำนาจใหม่ของโลกครับ มีชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรใหม่เรียกง่ายๆ ว่า BRIC ซึ่งท่านพี่หล่อล่องลมเคยโพสท์ไปแล้วครับ และถูกแบนไปเรียบร้อยแล้วด้วย ไปหาดูในห้องหลักของวิทยาศาสตร์ทางจิต-ลึกลับนะครับ
ธรรมะชาติ
25-04-2008, 08:02 AM
สิ่งใดๆในโลกล้วนอนิจจัง ไม่มีสิ่งใดจริงแท้แน่นอน บัดนี้ประเทศไทยมีพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง กำเนิดแล้ว คือพระสมณโคดม รวมกับ อีก หนึ่งดวงจิต เป็นหนึ่งเดียวกัน เกิดจาก เหล่าเทพให้ความช่วยเหลือในการบรรลุธรรม ตอนนี้เข้าสู่ยุคเทพ เต็มตัว
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:11 AM
*** ความดี ****
พยายาม...ขจัดกิเลสนิสัย
ให้ได้จริง สักอย่าง .... เป็นประจำทุกวัน
ด้วย ...สัจจะ
เหมือนพระ สมัยพุทธกาล
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:13 AM
พระพุทธเจ้า...สัจจะ พูดจริง ทำจริง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:16 AM
*** สัจจะวิมุติสงฆ์ ****
สัจจะ ...บวชเป็นพระตลอดชีวิต
มุ่งหลุดพ้น
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:19 AM
*** ปราบมาร ****
พระพุทธเจ้า...ปราบมาร
ด้วย อำนาจ....สัจจะ ที่ทำได้
อาศัยอำนาจ...ตัวกระทำ
คือ... ผลการกระทำจาก สัจจะ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:25 AM
*** การกระทำ ****
ทุกย่างก้าว...ของพระพุทธเจ้า
เป็น....ผลจาก สัจจะ
ปฏิหาริย์...ที่เกิด
เป็น....ผลจาก ตัวกระทำ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 09:29 AM
เราต้องเตรียมการ...สู่ โลกอนาคต
เตรียมการ....เพื่อวันข้างหน้า
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 10:40 AM
*** สัจจะ พระพุทธเจ้า ****
สัจจะ...ไม่เห็นผู้อื่นผิด
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 10:42 AM
*** สัจจะ พระพุทธเจ้า ****
สัจจะ...ไม่เห็นว่าตนดีแล้ว
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 10:44 AM
*** สัจจะ พระพุทธเจ้า ****
สัจจะ...ไม่ทำลายน้ำใจผู้อื่น
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 10:45 AM
*** สัจจะ พระพุทธเจ้า ****
สัจจะ...เมตตาสัตว์โลก ไม่หวังผลตอบแทน
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
wellrider
25-04-2008, 10:47 AM
"จะมีหมายสำคัญที่ดวงอาทิตย์ ที่ดวงจันทร์ และที่ดวงดาวทั้งปวง และบนแผ่นดิน ก็จะมีความทุกข์ร้อน
ตามชาติต่างๆ ซึ่งมีความฉงนสนเท่ห์ เพราะเสียงกึกก้อง ของทะเลและคลื่น" [ลูกา 21:25]
----> สึนามิ 26 ธันวา 47 มีผลกระทบไปหลายประเทศ
[B][FONT=Arial Narrow]เขาร้องตะโกนเสียงดังว่า
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 10:49 AM
*** มนุษย์ ****
ทุกชนชาติ ทุกเผ่า ทุกศาสนา...ล้วนมีกรรมเป็นทุกข์
หนทางหลุดพ้นทุกข์...คือ พึ่งการกระทำของตนเอง
คือ ทำความดี ขจัดกิเลสนิสัย เป็นประจำ....ด้วย "สัจจะ"
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 11:19 AM
ภัย...คือ อะไร !!!!
คุณหนุมาร โพสท์ไม่ตรงกับหัวข้อครับ และผมไม่รู้เรื่องที่คุณโพสท์ ว่าเกี่ยวกับภัยพิบัติตรงไหน?
คุณไม่รู้ไม่ผิดครับ
แต่พวกที่รู้ว่าเกี่ยว เค้าก็ไม่ผิดใช่มั๊ย ?
หนุมาน ผู้นำสาร
25-04-2008, 11:59 AM
รู้ทัน !!!!
ละวาง อารมณ์ !!!
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
Lazaza
25-04-2008, 03:44 PM
^-^^-^สุดท้าย ก็อยู่ที่เราทั้งนั้น
ถ้าไม่อยากมี "เรา"
เราก็ต้องทำเองอยู่ดี ^-^^-^
doodee1
25-04-2008, 06:21 PM
ขอโทษครับแบบว่าเห็นว่ากระทู้นี้มีคนอ่านมากๆๆเลยมาบอกครับเผื่อมีคนไปร่วมงานซักคนผมก็ดีใจครับ
งานอายุวัฒนมงคลครบ 6 รอบ 72 ปี 52 พรรษา
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฎโฐ
วันพุธที่ 30 /4/51
9.39 แสดงพระธรรม 1 กัณฑ์โดยพระเทพปริยัติเมธี
11.00ถวายภัตตหารเพล
13.00สรงน้ำหลวงพ่อจำเนียร
1/5/51
9.19สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะหนเหนือเมตตาเป็นประธานใหญ่ในงาน
13.39 ขอเชิญร่วมพิธีเททองปลียอดพระธาตุทองคำ
สำหรับผู้สนใจจะร่วมบุญใหญ่ สามารถนำทองคำร่วมบรรจุเททองในงานได้ครับ
ที่วัดถ้ำเสือวิปัสสนา กระบี่ครับ
doodee1
25-04-2008, 06:29 PM
ร่วมทำบุญตักบาตรกับพระเกจิสายหลวงปู่มั่นครับ
ศูนย์อบรมภาวนาสิริจ้นโท วัดบรมนิวาส
มีการทำบุญตักบาตร กับฟังธรรมเทศนาจากพระกรรมฐาน
ประจำทุกวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สามของเดือน
ตั้งแต่ 7-12.00 น. ณ.ศาลาสวิทวงศ์ -ชยางกูร ถนนพระราม6 ซอย 15
แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน หากต้องการรู้รายละเอียด โทร 0-22151890
doodee1
25-04-2008, 07:01 PM
แบบว่าผมขอรายละเอียดเกี่ยวกับพระพุทธรูปที่จะไปสร้างกันภัยทางน้ำที่เชียงใหม่หรือเชียงรายนะครับถ้ายังสร้างไม่เสร็จผมจะนำรายละเอียดไปให้ทางหลวงพ่อคะนอง ช่วยลงในหนังสือเครือโลกทิพย์นะครับ แบบว่าช่วยหาเงินให้ในการสร้างพระนะครับ ตกลงมีเงินครบยังครับ
kananun
25-04-2008, 08:24 PM
พระพุทธรูปเปิดโลกที่สร้างที่เชียงแสน ได้สร้างสำเร็จลงได้แล้ว พึ่งทำพิธีเมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมานี้ครับ ลองดูในห้องประชาสัมพันธ์ครับ
kananun
25-04-2008, 08:27 PM
<TABLE class=tborder id=post1145322 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>doodee1 (http://board.palungjit.com/member.php?u=196696)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1145322", true); </SCRIPT>
สมาชิก
http://board.palungjit.com/customavatars/avatar196696_3.gif (http://board.palungjit.com/member.php?u=196696)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 08:31 PM
วันที่สมัคร: Nov 2007
ข้อความ: 50 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 1,471 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 639 ครั้ง ใน 50 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 58 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1145322 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->ขอโทษครับแบบว่าเห็นว่ากระทู้นี้มีคนอ่านมากๆๆเลยมาบอกครับเผื่อมีคนไปร่วมงานซักคนผมก็ดีใจครับ
งานอายุวัฒนมงคลครบ 6 รอบ 72 ปี 52 พรรษา
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฎโฐ
วันพุธที่ 30 /4/51
9.39 แสดงพระธรรม 1 กัณฑ์โดยพระเทพปริยัติเมธี
11.00ถวายภัตตหารเพล
13.00สรงน้ำหลวงพ่อจำเนียร
1/5/51
9.19สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะหนเหนือเมตตาเป็นประธานใหญ่ในงาน
13.39 ขอเชิญร่วมพิธีเททองปลียอดพระธาตุทองคำ
สำหรับผู้สนใจจะร่วมบุญใหญ่ สามารถนำทองคำร่วมบรรจุเททองในงานได้ครับ
ที่วัดถ้ำเสือวิปัสสนา กระบี่ครับ
<!-- / message --></TD></TR></TBODY></TABLE>
และในวันที่ 1 จะมีพิธีแห่พระบรมสารีริกธาตุให้สักการะทั่ว จ.กระบี่ด้วยครับ
พระอาจารย์โชคชัยท่านได้แจ้งข่าวมาเช่นกันครับ
089-616-5095
พล.อ.ชวลิต ระบุบ้านเมืองขณะนี้เกิดอาเพศ 10 ประการ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=313000&stc=1&d=1209141551
กทม. 25 เม.ย.-
Falkman
26-04-2008, 05:57 AM
<table bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#d9d9d9" border="1" bordercolor="#d9d9d9" cellpadding="3" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr class="14BWhite" align="center" bgcolor="#0f6aaa"><td colspan="2" align="center" height="35">ประจำวันที่ 26 เมษายน 2551</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. </td> <td> บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง
สำหรับ ภาคใต้มีพายุฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะจังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุงระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ระมัดระวังคลื่นจัดบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
</td> </tr> <tr> <td colspan="2" class="14BWhite" align="center" bgcolor="#0f6aaa" height="35"> พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. </td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคเหนือ </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดพะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 35 องศา
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
</td> </tr><tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 36 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
</td> </tr><tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคกลาง </td> <td> มีพายุฝนฟ้าคะนอง กระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 36 องศา
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ ชม.
</td> </tr><tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออก </td> <td> มีพายุฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี
ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 35 องศา
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
</td> </tr><tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) </td> <td> มีพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และ พัทลุง
อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 33 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
</td> </tr><tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) </td> <td> มีพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง
อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศา สูงสุด 32 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
</td> </tr><tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> กรุงเทพมหานครและปริมณฑล </td> <td> มีพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 35 องศา
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
</td> </tr> <tr><td colspan="2" align="right" bgcolor="#accdd4">ออกประกาศ : 26 เมษายน 2551 06:00</td></tr></tbody></table>
แม่นายมล
26-04-2008, 07:14 AM
ฝนตกหนักวันเดียวน้ำเข้าเขื่อนเพิ่มกว่า 30 ล้าน ลบ.ม. <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td bgcolor="#cccccc" height="1">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td class="body" align="left" valign="baseline">โดย ผู้จัดการออนไลน์</td> <td class="date" align="left" valign="baseline">24 เมษายน 2551 17:38 น.</td> </tr> </tbody></table> <table border="0" cellpadding="4" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="center" valign="middle">http://www.manager.co.th/images/blank.gif</td> </tr> </tbody></table> นายบุญสนอง สุชาติพงศ์ โฆษกกรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วประเทศเมื่อวานนี้แค่เพียงวันเดียว ส่งผลให้มีน้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ รวมกันประมาณ 30,500,000 ลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากถึง 15 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การจัดสรรน้ำสำหรับการเกษตรตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ไม่ขาดแคลน และไม่ต้องดึงน้ำในอนาคตสำหรับช่วยเหลือเกษตรในช่วงฝนทิ้งช่วง ประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคมมาใช้ ชาวนาสามารถปลูกข้าวรอบใหม่ได้ ซึ่งเป็นโอกาสทองของชาวนาที่จะเร่งเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสำรองน้ำเอาไว้ใช้สำหรับฤดูปลูกข้าวนาปี อุปโภคบริโภค และภาคอุตสาหกรรมไว้แล้ว จำนวน 17,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้มีน้ำที่ใช้การได้ถึง 20,400 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกไว้สำรองใช้เองด้วย เพราะอาจจะมีปัญหาฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ขอดีใจกับชาวนาด้วย ..เฮ...
......
แม่นายมล
26-04-2008, 07:30 AM
คาบข่าวมาบอก
อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งพลังไปให้เทวดาที่รักษา คุ้มครอง ในหลวง เพื่อให้เทวดา เหล่านั้นมีพลังมากขึ้น สามารถช่วยในหลวงได้มากขึ้น ในหลวงท่านจะเข้มแข็งขึ้น
อยากให้มาช่วยกันส่งพลังให้เทวดาที่รักษาในหลวงกันหน่อยจ้า
ขอส่งบุญผ่านจากเวปนี้ละกัน จากตัวอักษรไปเป็นคลื่นความคิดอันแรงกล้า
.....
ขออำนาจพระรัตนตรัย จงบันดาลบุญของข้าพเจ้าที่เคยทำมา จงถึงเทพที่รักษาในหลวง
และเทพที่รักษาพระบรมวงศานุวงศ์
....
จะส่งไปทั้งวันเท่าที่ทำได้จ๊ะ เทวดาทั้งหลาย..
Pew Pew
26-04-2008, 09:23 AM
ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพเจ้าทั้งหมดทั้งมวลในอดืต ทุกภพภูมิ ทุกชาติ ให้กับเทวดาผู้ปกปักรักษาในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มีบารมีแก่กล้า ปกปักรักษาให้พระองค์ท่าน มีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเกษมสำราญด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ
แจ้งข่าว - ผมสังเกตุเห็นว่าช่วงนี้ มดแดงที่บ้านอพยพ ไต่ตามผนังบ้านระดับบน ๆ เป็นขบวนหนาแน่น เป็นมาราว 2 สัปดาห์แล้ว และเมื่อสองวันที่แล้วจนถึงเช้านี้ พบว่ามีกิ้งกือเดินเพ่นพ่านบริเวณหน้าบ้านที่เป็นทาวน์เฮาส์ของผมราว 20 กว่าตัว ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา มดดำก็เดินเพ่นพ่านทั่วไปภายในบ้านแบบไม่ค่อยเกรงใจเจ้าของบ้านเลย ดูคึกคักผิดปกติ ไม่รู้เป็นรางบอกเหตุหรือเปล่า หรือเพราะว่าฝนตกหนักเฉย ๆ ลองพิจารณาดูนะครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ FYI ( for your information )(||)
พอดีดูสารคดี National Geographic เขาว่าให้สังเกตุพฤติกรรมผิดปกติของสัตว์และสิ่งมีชืวิต เช่น ก่อนเกิดสึนามิและแผ่นดินไหวที่โกเบ ประเทศญี่ปุ่น มีพฤติกรรมแปลกๆหลายอย่างของสัตว์และแมลงหลายๆกรณี ก็เลยนึกขึ้นมาได้เลยมาโพสให้เพื่อนๆ ช่วยกันสังเกตุดู เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับส่วนรวมและสมาชิกครับผม
ผมเอง เช่นกัน ครับ หลังจากสวดมนต์ทำวัตรเย็น ห้องพระ ที่บ้าน จะอุทิศ ให้กับ เทพเทวา ที่ปกปักรักษา ในหลวงท่าน / เจ้ากรรมนายเวร / รวมทั้งเทพเทวา ที่ดูแล สยามประเทศ / ทั้งแผ่ถึง พ่อ แม่ พี่น้องญาติ ลูก หลาน
ขอความรัก สามัคคี ทั่วทุกหมู่เหล่าใต้ร่ม พระปกเกล้าฯ
เราทุกชน ทุกชาติ ศาสนา ต่าง มีความรัก ในผืนแผ่นดิน ที่เราอาศัย และเกิดครับ
แผ่นดินไหวในประเทศและใกล้เคียง (http://www.tmdseismology.com/tmd/index.php?option=com_content&task=view&id=71&Itemid=49) http://www.tmdseismology.com/tmd/images/stories/new1.gif
<TABLE cellSpacing=0 align=center border=1><TBODY><TR><TH width=85>วันที่</TH><TH width=45>เวลา</TH><TH width=55>latitude</TH><TH width=55>longitude</TH><TH width=45>ขนาด</TH><TH width=125>บริเวณที่เกิด</TH><TH width=175>ข้อมูลอื่น ๆ</TH></TR><TR><TD align=middle>26-04-2551</TD><TD align=middle>09:07:26</TD><TD align=middle>19.39</TD><TD align=middle>96.45</TD><TD align=middle>2.4</TD><TD align=left>ประเทศพม่า</TD><TD align=left>- ทางทิศตะวันตกของจ.แม่ฮ่องสอน ห่างจากอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 160 กิโลเมตร</TD></TR><TR><TD align=middle>22-04-2551</TD><TD align=middle>02:31:00</TD><TD align=middle>18.89</TD><TD align=middle>98.97</TD><TD align=middle>3.9</TD><TD align=left>อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่</TD><TD align=left>- ห่างจาก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 12 กิโลเมตร</TD></TR><TR><TD align=middle>05-04-2551</TD><TD align=middle>14:57:16</TD><TD align=middle>19.539</TD><TD align=middle>97.826</TD><TD align=middle>4.6</TD><TD align=left>พรมแดนพม่าไทย</TD><TD align=left>- ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.แม่ฮ่องสอน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 29 กม.</TD></TR></TBODY></TABLE>
ทำไมจะมีภูเขาไฟระเบิดไม่ได้ละในประเทศไทยใช่ว่าไม่มีภูเขาไฟ มีนะแต่ไม่ระบุได้ว่าที่ไหนบ้างอ่ะ มีแต่ดับแล้วแต่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวมากๆหินหนืดก็สามารถทะลุผ่านชั้นหินและเกิดภูเขาไฟได้
อืมขอบคุณสาระดีๆนะค่ะที่อ่านทุกทีก็เครียดทุกทีเหมือนกัน
เราได้อ่านแต่พุทธภัยพิบัติ แค่นี้ก็ขุนลุกแล้ว ชีวิตเรามีคนลิขิตแล้วก็ต้องดูต่อไปว่าเค้าจะให้เราอยู่ต่อไปหรือไม่????
k_isara
26-04-2008, 03:06 PM
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว<O:p</O:p
เปรตขอส่วนบุญ<O:p</O:p
ระยะนี้ไม่มีสัญญาณใหม่ ผมขอนอกเรื่องสักระยะ แต่เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน จะเป็นเรื่องเตือนใจสำหรับท่านที่คิดว่าโลกวิญญาณไม่มี บาปบุญไม่มี เมื่อท่านได้อ่านแล้วจะทำให้ท่านยับยั้งช่างใจได้บ้าง<O:p</O:p
ผมเป็นคนชอบสร้างแสงสว่างให้กับวัด เมื่อมีโอกาสและมีเงินที่จะทำ เมื่อ 8 ปีที่แล้วผมได้ร่วมทำบุญทอดกฐินกับอาจารย์ผมที่วัด ศรีวิชัย อำเภอเมือง จังหวัด เลย วัดนี้ตั้งอยู่ในซอยตรงสามแยกไฟแดง ไฟเขียว ตรงปากซอยจะมีป้ายบอกทาง ทางซ้ายไปอำเภอเชียงคาน ทางขวาไปอำเภอภูเรือ วัดหนึ่งๆจะใช้เวลาทอด 3 ปี ปีนี้เป็นปีแรก สภาพของวัดจะมีพื้นที่กว้างขวาง มีโรงเรียนสอนปริยัติ ตัวโบสถ์สร้างเสร็จแต่ยังขาดติดตั้งไฟแสงสว่างและทาสี ผมจึงอาสาทำระบบแสงสว่างให้ ทางวัดมีงบประมาณ 35,000บาท แต่ค่าใช้จ่ายจะต้องใช้เงินถึง 45,000 บาท พอดีเวลานั้นผมพอมี เลยเพิ่มให้อีก 10,000 บาท ยอดเงินนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและค่าแรงของช่างที่ผมนำขึ้นไปช่วยทำงานด้วยอีกหนึ่งคน<O:p</O:p
ผมได้เดินทางพร้อมกับคณะอันประกอบด้วยตัวผม เพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งต่อไปผมจะเรียกว่า “ป๊อก” และคนงานอีกหนึ่งคน ผมไปถึงจังหวัดเลยเวลาประมาณ 18.00 น. ก็นำสัมภาระทั้งหมดเข้าโบสถ์ที่ผมจะต้องทำ จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะเข้าตลาดเพื่อหาอาหารทาน หลังจากกลับถึงวัด คนอื่นหลับกันหมดแล้ว ผมก็นั่งสมาธิ เมื่อนั่งได้สักครู่ ผมก็ได้ยินเสียงร้อง โอย...โอย ผมคิดว่าเจ้าป๊อกคงเหนื่อยจากการเดินทาง เพราะผมเห็นแกนอนบิดตัวไปมา ผมไม่ได้สนใจและไม่ได้คิดอะไร จากนั้นผมก็เข้านอน<O:p</O:p
คืนหนึ่ง วันนั้นน่าจะเป็นวันพระ เวลาร่วม 2 ยาม ผมยังไม่หลับ ผมได้ยินเสียง วอ...วอ...คล้ายกับคนใช้เสียงจากปากเล่นกับพัดลม จากนั้นเสียงค่อยๆหรี่เล็กลง จนดังวี้ด...แล้วเสียงนั้นก็หายไป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเหมือนเดิม <O:p</O:p
เช้าวันต่อมา เจ้าป๊อกได้ถามผมว่า เมื่อคืนผมได้ยินเสียงอะไรหรือไม่ ผมตอบว่า ได้ยินเสียงคล้ายเสียงลำโพงดังค้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจ เจ้าป๊อกบอกกับผมว่า เมื่อคืนเปรตมาขอส่วนบุญ ผมบอกว่าผมไม่รู้เพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน<O:p</O:p
เย็นต่อมาในบ้านของญาติอาจารย์<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-comhttp://board.palungjit.com/ /><st1:PersonName w:st=ในตัวเมือง เลย</st1:PersonName> เจ้าป๊อกก็ได้เล่าเรื่องเปรตในคืนนั้นแถมเรื่องที่เจอวิญญาณในโบสถ์ที่พวกผมนอน เดินถอยหลังโดยเท้าไม่ได้ติดดินให้ญาติอาจารย์<st1:PersonName w:st="on" ProductID="ฟัง ตอนแรกเขาไม่เชื่อ">ฟัง ตอนแรกเขาไม่เชื่อ</st1:PersonName> ญาติอาจารย์ก็ไปพิสูจน์ ด้วยการนั่งสมาธิในโบสถ์ในคืนวันนั้น<O:p</O:p
ต่อมาเมื่อผมได้เจอกับญาติอาจารย์ ท่านได้บอกกับผมว่ามีจริง ในขณะที่ท่านนั่งใต้ถุนโบสถ์จะเขย่า<O:p</O:p
หลังจากที่ผมได้ยินเรื่องต่างๆที่เล่ามา ทำให้ผมเสียวหลังในขณะที่เดินไปเข้าห้องน้ำในยามค่ำคืน เพราะผมเป็นคนทานน้ำเก่งและเข้าห้องน้ำบ่อย <O:p</O:p
ผมได้นำเรื่องราวต่างๆที่ได้ฟังมา เล่าให้พระรองเจ้าอาวาสฟัง ท่านบอกว่า ท่านอยู่วัดนี้มา 20 กว่าปียังไม่เคยเจอเลยสักครั้ง<O:p</O:p
เย็นวันหนึ่งหลังจากอาบน้ำ ทานข้าวเรียบร้อย ผมกับเจ้าป๊อกก็เดินไปหาเจ้าอาวาสวัดและได้สนทนาเรื่องต่างๆ ผมได้เรียนถามท่านเกี่ยวกับเรื่องเปรตที่วัด ท่านบอกว่า มีจริง เป็นเปรตสองผัวเมีย ที่ครั้งหนึ่งในขณะที่เป็นคน เคยมายืมถ้วยชามที่วัด จากนั้นก็ไม่ได้นำมาคืน ยึดไว้เป็นสมบัติส่วนตัว เมื่อตายลงก็เลยไปเกิดเป็นเปรตอยู่ข้างรั้ววัด จวบจนปัจจุบันนี้ เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง ชั่วขณะที่จิตผมนิ่ง วิญญาณหนึ่งได้ปรากฏให้ผมได้เห็นในสภาพไม่มีหัว ผมเห็นตั้งแต่คอลงมา ลักษณะการแต่งตัว จะแต่งตัวใส่เสื้อหม้อห้อมแขนทรงกระบอก ผ้าฝ้ายแบบคนทางภาค อิสานใส่กัน<O:p</O:p
<O:p</O:p
junior phumivat
26-04-2008, 08:03 PM
เรื่องภัยพิบัตที่มีความร้ายแรง ไม่เกิดในประเทศไทย อย่างแน่นอน ดังข่าวลือ โดยคนเมืองบัว
............................
junior phumivat
26-04-2008, 08:08 PM
พุทธพยากรณ์โลก
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ท่านสาธุชน พุทธบริษัท ทั้งหลาย วันนี้เป็นวันที่ 8 ตุลาคม 2533 เป็นอันว่า ในระหว่างนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัท คงจะทราบว่า ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ่าวเปอร์เซีย กำลังจะเกิดสงครามจากอิรัก กับหลายประเทศร่วมกัน คือ อิรัก ฝ่ายหนึ่ง กับหลายประเทศฝ่ายหนึ่ง ถ้าจะเปรียบเทียบกัน คล้ายๆกับสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับอิตาลี ญี่ปุ่นฝ่ายหนึ่ง อเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส อีกหลายประเทศร่วมกัน แต่ทว่าสงครามนี้จะเกิดหรือไม่เกิด อันนี้ก็ทราบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่า ต่างคนต่างก็ตั้งท่า ต่างคนต่างก็เตรียมพร้อม ที่จะลงมือซึ่งกันและกันและคำพยากรณ์ ก็จะไม่พยากรณ์ว่าจะมีสงครามหรือไม่ แต่ทว่ามีหนังสือเล่มหนึ่ง เขาให้ชื่อว่า นอสตราดามุส เขาพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า ถึง 2,000 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ ค.ศ.1990 จะเป็นปีเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้วสงครามโลกครั้งที่ 3 นี่จะเป็นสงครามที่มีความร้ายแรงมาก แต่ความจริง หนังสือนี่อาตมาก็ไม่ได้อ่าน เขาให้มาเหมือนกัน อ่านผ่านไปนิดเดียว แล้วก็เขาบอกว่า ประเทศอเมริกา อาจ จะถูกระเบิดนิวเคลียร์ แล้วก็จะมีเหตุการณ์ร้ายต่างๆ เกิดขึ้น
รวมความแล้ว เป็นสงครามทำลายศาสนา ในระหว่างศาสนากับศาสนาคือ ศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม เขาว่าอย่างนั้นนะ ตามที่หนังสือว่า หรือตามที่คนบอก อาตมาก็ไม่ได้อ่านชัด ทีนี้เรื่องของดามุส ดามุสเขาพูดไว้ จะแน่นอนขนาดไหน ก็เป็น เรื่องของเขา สำหรับพวกเราบรรดาท่านพุทธบริษัท ในฐานะที่เป็น ศากยบุตรพุทธชิโนรส เป็นลูกของพระพุทธเจ้าเราก็มา ดูคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าบ้าง
พระพุทธเจ้า ทรงพยากรณ์ไว้กับ พระอานนท์ว่า อานันทะดูกรอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกลงจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนและบุคคลให้พินาศจะมีการล้มตายซึ่ง กันและกัน เป็นอันมากแต่ว่า อานันทะ ดูกรอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงนักยังหาไม่ได้
ทั้งนี้ ก็เพราะว่า หลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูกรอานนท์ จะมีความร้ายแรง มากกว่า ก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ยักษ์นอกพุทธศาสนานั่นหมายถึง คนที่ไม่ได้เคารพพระพุทธศาสนา จะรบราฆ่าฟัน ซึ่ง กันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตาย ฝ่ายละมาก ๆ สมณะ ชีพราหมณ์จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประ เทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก นี่เป็นคำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นอันว่า ท่านดามุสคนนี้ ก็พยากรณ์ไว้ตรง แต่เขาบอกว่า ค.ศ.2000 โลกจะสลาย แต่ว่าพระพุทธเจ้าของเราบอกว่า โลก ยังไม่สลาย พระพุทธศาสนา จะทรงอยู่ได้ ตลอด 5,000 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพยากรณ์ ไว้ที่ พระธาตุดอยกิตติ ครั้งหนึ่งทรงตรัสว่า
ชี้ว่าเขตประเทศนี้ ต่อไปจะเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก จะสามารถทรงพระพุทธศาสนาครบ 5,000 ปี นี่หมายถึงประเทศไทย
เป็นอันว่า สงครามจะเกิดขึ้นที่ดามุสบอก ก็หมายถึงสงคราซีกตะวันตก หมายถึงอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศอื่น ๆ กับตะวันออกกลาง สงครามจริง ๆ ยังคงไม่ถึงประเทศไทย
ทีนี้เรามาย้อนรอยถอยหลังกันก่อนว่า ตามที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติตรัสรู้ว่า ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะมี การรบราฆ่าฟัน ซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกลงจากอากาศ ไฟจะลุกจากอากาศ ก็เป็นความจริง ในขณะนั้นปรากฏว่า ลูกปืนกลจากอากาศบ้าง ลูกระเบิดจากอากาศบ้าง ลูกระเบิดเพลิงบ้าง ทิ้งจากอากาศ ประเทศไทยเรา ก็พลอยยับเยิน ไม่น้อยเหมือนกัน เล่นเอาตู้รถไฟ ต้องไปขี่กัน ที่บางกอกน้อย ทั้งๆที่ตู้มันหนัก แต่แรงของระเบิด ดันตู้รถไฟจนไปขี่กัน ตึกบ้านเรือนโรงลำบากมาก
แต่ว่าสงครามนั้น เป็นเหตุบันดาล อย่างหนึ่ง นั่นคือว่า สร้างความทุกข์ บรรดาท่านพุทธบริษัท คำว่า สงคราม นี่ อาตมาผู้พูดเอง ก็ยังรู้สึกหวาดเสียวอยู่ เพราะว่า เคยอยู่ในระหว่างสงคราม ขณะนั้น อยู่กรุงเทพ ฯ แสงไฟฟ้า ก็ใช้อะไรไม่ได้ ต้องใช้ตะเกียง ตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่มีจะใช้ น้ำมันโซล่าก็หาไม่ได้ ต้องใช้น้ำมันหมู หรือน้ำมันมะพร้าวมาทำตะเกียง ของทุกอย่าง ของกินของใช้ต้องปันส่วน เพราะหาไม่ได้ จะได้ก็ของจากญี่ปุ่น เวลานั้นของเรามีน้อย เวลานี้โรงงานมีมาก แต่ก็ไม่แน่นัก เพราะระเบิดจากอากาศก็ดีจรวดก็ดี หรือว่าระเบิดจากภาคพื้นดินก็ดี อาจจะเกิดกับโรงงานต่างๆ ในประทศไทยได้ ถ้าสงครามเขา เกิดขึ้น
หากว่าท่านจะถามว่า ทำไมสงครามเกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางแล้วจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศไทยทำไมไทยจึงต้องหวาดระแวง ความจริง ไม่ได้พูดให้ระแวง พูดให้ทราบ ตามความจริง หรือ ตามความรู้สึกนึกคิด ถ้าเรื่องนี้ผิด ก็ต้องขออภัยด้วย เพราะว่า เป็นการคาดคะเน มากกว่าอย่างอื่น คิดว่า ถ้าสงครามเกิดขึ้น ระหว่างสงครามศาสนา ก็จงอย่าลืมว่า ศาสนาที่อยู่ ระหว่างสงคราม ก็มีอยู่ในประเทศไทยทั้ง 2 ศาสนา ถ้าเขารบกัน แต่เพียงภายนอกก็ดี แต่บังเอิญ คนที่นับถือศาสนานั้น ๆ ทั้ง 2 ศาสนาเกิดทะเลาะวิวาท รบราฆ่าฟันกันในเขตของเรา เขตของเราก็ต้องยับเยิบไป เหมือนกับสนามหญ้ากับสุนัข 2 ฝ่ายกัดกัน สนามหญ้าก็แหลก ถ้าบังเอิญเขารบกัน ก็ไม่เป็นไร ดีไม่ดีเขาจะชวนเรารบ เราจะรบหรือไม่รบ เขาก็จะรบหรือ ว่าเราไม่รบ เขาก็ไม่รบ แต่เขายึด เรายอมให้เขายึดไหม ในส่วนต่างๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศไทย
สำหรับความนึกคิด ในเวลานี้ ไม่ใช่หมอดูนะ ไม่ใช่พยากรณ์ ตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือหลักอะไรทั้งหมด เป็นแต่การคาดคะเนว่า เหตุการณ์จะต้องเกิดขึ้น อาการต่าง ๆ ที่ปรากฏในปัจจุบันจะฟูขึ้น เพราะรับการสนับสนุนเรื่องการเงิน กำลังอาวุธ จากที่อื่น จากนั้นเหล่าทหารตำรวจของเรา ก็ต้องเคลื่อนกำลังเข้าไปรักษาเขต ทีนี้เขตต่อเขต เขตยันเขต เขตที่เขาก่อขึ้น เป็นเขตในประเทศไทย และเขตต่อไปข้างหน้า ก็เป็นเขตที่เขา พวกเดียวกัน อะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง ลองวาดภาพกันดู ถ้า มันเกิดจริง ๆ ตามเขาว่านะ อันนี้ไม่ได้รับรองว่า มันจะเกิดจริงหรือไม่
ถ้าเกิดจริงส่วนประเทศไทย ทุกจุดทุกภาค ก็มีบุคคลที่ถือ ศาสนาตรงกันข้าม กับพระพุทธศาสนา ก็มีกำลังสูงขึ้น ที่เขาโต้กัน ที่เชียงใหม่อภิปรายก่อนหน้าที่จะพูดนี้ไม่ถึงเดือน เขาโต้กันถึงหลักสูตรการศึกษาว่า
หลักสูตรพระพุทธศาสนา ถูกลดลงไป หลักสูตรศาสนาอื่น เข้ามาแทน อย่างนี้ก็ต้องมีอาการ น่าคิดว่า เขาวางแผนล่วงหน้าไว้ไกลมาก หรือว่าเป็นการวางแผน ล่วงหน้าไว้ก่อน โดยเฉพาะระยะใกล้ก็ได้
ก็เป็นอันว่า ในเมื่อสงครามใหญ่เกิดขึ้น ทางด้านตะวันออกกลาง ทีนี้ เศษสงคราม มันก็อาจจะเข้ามาถึงประเทศไทยต่อ ไปก็เป็นการเดาอีก ขอเดานะ ไม่ได้พูดตรง ๆ จะหาว่าดูผิดก็ไม่ได้ เดามันผิดได้ ขอเดาว่า ถ้าสงคราเกิดขึ้น อย่างนั้นจริง ๆ แต่ความจริงเวลานี้ ยังไม่มีใครจะให้เกิด เวลาที่พูดนี่นะ วันที่ 8 ตุลาคม 2533 แต่กว่าหนังสือนี่จะออกถึงเดือนมีนาคม ถ้าสงครามเกิดก็เกิดแล้ว ไม่เกิดก็ไม่เกิด ในระหว่างนี้ต่างคนต่างมองต่างคนต่างพูด แสดงเรื่องการเมือง เอาเหตุผลต่าง ๆ มาหักล้างกัน ก็ไม่แน่นักว่า มันจะเกิด ก็อยากจะบนบานศาลกล่าวว่ามันไม่เกิดนั่นแหละเป็นการดี แต่ทว่าพระดำรัสของ องค์สมเด็จพระชินสีห์ ไม่เคยผิด แต่ว่าท่านไม่ได้บอก พ.ศ.
เป็นอันว่าประเทศไทยก็จะถูกหาง หรือท้ายฝน ละอองฝนจากสงคราม ก็เป็นอันว่า เราถูกละอองฝน ดินแดนเราก็จะไม่เสีย แต่ว่า ชีวิตคนอาจจะเสียไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่น่าห่วง ก็คือ ของกินของใช้ ราคามันจะแพงมาก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่า
เราต้องใช้น้ำมัน โรงงานต่างๆ ต้องใช้น้ำมัน ในเมื่อสงครามเกิดขึ้น ในเขตของบ่อน้ำมัน เราจะมีโอกาสซื้อ น้ำมันได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่
ท่านดามุส ท่านบอกว่า อำนาจของฝ่ายน้ำมัน มีอำนาจมาก สามารถเอาอาวุธ ใส่ในท้องปลา ไปยิงที่ไหน ก็ได้ นั่นหมายถึง เรือดำน้ำ ถ้าเราส่งเรือไปซื้อของในเขตใดเขตหนึ่ง ซึ่งเป็นเขตของศัตรูของเขาเรือดำน้ำของเขา ก็อาจจะยิงเรือพาณิชย์ ของเราก็ได้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ คนที่พบระหว่างสงคราม จะมีความรูสึก หนาว ๆ ร้อน ๆ แต่ว่า ขอยืนยัน บรรดาท่าน พุทธ บริษัทว่า สิ่งที่เราไม่ต้องกลัวอย่างหนึ่งคือ เขาประกาศบอกว่า การสงครามนี้เขาจะใช้อาวุธเคมีบ้าง จะใช้นิวเคลียร์บ้าง จะ ใช้นิวตรอนบ้าง อาวุธทั้งหลายเหล่านี้ น่ากลัวจริง ๆ แต่สำหรับความรูสึกของผู้พูด ไม่มีความรู้สึกกลัวเลย เพราะว่า
พระพุทธเจ้ามีความศักดิ์สิทธิ์ ของๆท่านทุกชิ้นที่ผลิตออกมา ท่านบอกว่า กันรังสีต่างๆได้หมด รังสีต่างๆจะไม่สามารถ กระทบกาย หรือทรัพย์สินบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่มีของของท่านได้ ที่ท่านทำให้นะ
ก็เป็นอันว่า ท่านยืนยัน มาตั้งแต่ พ.ศ. 2521 และท่านทำทุกครั้ง ท่านก็ยืนยันทุกครั้งว่า เกี่ยวกับรังสีต่างๆ ไม่ต้องกลังเลย รังสีจะไม่เข้าใกล้บุคคลที่มีของที่ท่านทำให ้ของนั้นอยู่ไหน ก็หาเอาเองก็แล้วกัน ของนั้นจะขอบอกเป็นนัยๆ เอาตรงๆ เลย ก็ได้คือ พุทธานุสสติ นั่นคือนึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ และก็ภาวนาไว้ว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหาย ใจออกนึกถึง โธ ก่อนจะออกจากบ้าน ตื่นขึ้นมาใหม่ๆ บูชาพระก่อน ภาวนาว่า พุทโธ ก่อนอธิษฐานขอความปลอดภัยก่อน จะไปก ็เสกน้ำลายด้วยกำลังของพุทโธสัก 3 ครั้ง แล้วก็เดินออกจากบ้านไปหรืออยู่บ้านก็ได้ ภัยอันตรายจะไม่มีแก่ท่าน หรือว่า ถ้าทำอย่างนั้น ยังไม่เกิดความมั่นใจ ก็เอาของที่องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงทำไว้ติดกับร่างกาย แต่ต้องอารธนาทุกวัน ว่า นะโม ตัสสะฯ 3 ครั้ง แล้วก็ว่า พุทโธ เหมือนกัน และก็อธิษฐานให้ปลอดภัย อย่างนี้จะปลอดภัยจากรังสีต่าง ๆ แม้แต่สะเก็ดระเบิด หรือว่ากระสุนปืนของข้าศึก ก็จะไม่มีอันตรายกับท่าน ถ้าท่านทั้งหลายมี พุทธานุสสติ เป็นกำลังใจ
ทีนี้เรามาคุยกันต่อไปนี่มันเรื่องคุยนะ ถ้าบังเอิญเวลานี้มีอิรักตั้งท่ายัน อิรักปรากฏว่า ประกาศว่ามีคน 18 ล้านแต่ทว่า อิรัก อิรักอิหร่านนี่รบกันมาประมาณ 8 ปี พออเมริกาส่งกำลังเข้ามาในอ่าวเปอร์เซีย อิรักอิหร่านดีกันฉิบ พื้นที่ของอิหร่านที่อิรักยึดได้ ก็พันตารางไมล์ก็ตาม คืนให้หมดปล่อยเชลยให้หมด เวลานี้ศัตรูกับศัตรู อิรักกับอิหร่านเป็นมิตรกัน อิหร่านก็เข้ากับอิรัก ไม่เห็นด้วยที่อเมริกา จะเอาวัฒนธรรมของเธอ มาใช้ในตะวันออกกลาง เขาถือว่า ผิดกฏของพระศาสนา นี่ป็นอันว่า อิ รักก็มีเพื่อนเข้าอีกหนึ่งประเทศ คือ อิหร่าน อิหร่านนี่ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน หนักเหมือนกัน แล้วต่อมาอย่าลืมว่า สายเลือดที่ร่วมกันมา เขาอาจจะไม่ทิ้งกันนั่นคือศาสนา คนที่นับถือศาสนาร่วมกัน อาจจะร่วมมือกันภายหลัง อย่างนี้สงครามใหญ่จะเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับคำพยากรณ์ของพระท่าน
ในปีที่ญวนแตกอเมริกาหนีกลับบ้าน ปีนั้นก็ถามพระท่านว่า หลังจากนี้จะมีอะไรบ้าง สงครามใหญ่จะเกิดขึ้นไหม ท่านบอกว่า คำว่าสงครามโลก ยังไม่เกิด คำว่าสงครามโลกนั่นหมายถึงว่า ทั้งโลกแบ่งกันเป็น 2 พวก ร่วมกันทั้งหมด แล้วก็ตีกันใน ระหว่างฝ่ายต่อฝ่าย คือตีกันรบกันอย่างนี้เรียกว่า สงครามโลก แต่สงครามครั้งที่จะเกิดทางด้านตะวันออกกลางท่านบอก ตรงว่า จะเกิดที่ด้านตะวันออกกลาง เขายังไม่เรียกว่าสงครามโลก เขาเรียกว่าสงครามใหญ่ สงครามใหญ่คราวนี้จะ มีความร้ายแรงไม่น้อย ร้ายแรงกว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าท่านก็ไม่ได้บอกอย่างดามุสว่า ถึงแม้อเมริกาอาจจะถูกนิว เคลียร์ ท่านไม่ได้บอกไว้ คือไม่ได้ถาม
รวมความว่าคำพยากรณ์ของท่านที่พยากรณ์ว่า จะเกิดที่ตะวันออกกลางก็ตรงแล้วเวลานี้ตะวันออกกลางจะมีสงครามอย่าง น้อยที่สุดก็เป็นสงครามเศรษฐกิจ เริ่มบีบรัดกันขึ้นมาการถูกบีบนี่ บรรดาท่านผู้ฟังละ ท่านผู้อ่าน สมัยเยอรมันก็ดี ญี่ปุ่นก็ดี อิตาลีก็ดี ที่ต้องประกาศเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เพราะว่า การถูกบีบคั้นจากโลกตะวันตกหรือหลายๆประเทศที่เรียกกัน ว่า สันนิบาตชาติ ในเวลานั้นทั้ง 3 ประเทศ ลาออกจากสันนิบาตชาติ สันนิบาตชาติ ต่างคนต่างบีบคั้นต่างๆ หาทางกลั่นแกล้ง ถ้าไม่รบก็อดตายมีความจำเป็นต้องรบ หมายถึงว่า ยอมเสี่ยง ยอมเสี่ยงการเสียอิรภาพ การเสียประเทศจะต้อง เป็นเมืองขึ้นเขากับความตาย ทีนี้การรบความตายมันก็เกิด แต่เกิดเฉพาะบุคคลบางกุลุ่มที่เป็นทหาร และบุคคลที่อยู่ใกล้ จุดยุทธศาสตร์ที่ถูกระเบิด คนนอกนั้นจะไม่ตาย ถ้าไม่รบความอดเกิดขึ้น มันจะตายทั้งประเทศ เขาต้องตัดสินใจรบ เรื่อง สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีฉันใด เวลานี้อิรักกับอิหร่าน กำลังจับมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนามุสลิมเขาเป็นศาสนาที่ มีความรักกันมาก
อย่างตอนใต้ ประเทศไทยไทย คราวนั้น ฟังข่าวจากทางโทรทัศน์ จาก ท่านพันเอกณรงค์ กิตติขจร ท่านบอกว่า ใครล่ะ พันเอกกัดดาฟี มั้ง ถ้าพูดชื่อผิด ขออภัยด้วย ท่านเคยไปเจรจากัน บอกว่า อย่ามายุ่ง กับประเทศไทยเลย แต่เขาบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งด้วย แต่ที่ยุ่งนั้นเป็นเรื่องของศาสนา ที่จะให้มีการแบ่งแยกประเทศไทย ออกเป็นของมุสลิมส่วนหนึ่ง ของไทยส่วนหนึ่ง เขาหวัง 4 จังหวัด แต่ความจริงถ้าเขายึด 4 จังหวัดได้ เขาจะเอาอีก 8 จังหวัด ถ้า 8 จังหวัดได้เขาจะเอา อีก 16 จังหวัด ผลที่สุดเขาต้องการยึดทั้งหมดทั้งประเทศไทย ความพอใจของคนไม่มีฉันใด บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ถ้าสงครามเกิดขึ้น ถ้าเราจำเป็น ต้องเสียดินแดน เรื่องเสียเฉพาะน่ะ ไม่มีแน่นอน มันต้องเสียกันเรื่อยไป เวลานี้เราก็ไม่มีพอที่จะเสียแล้ว แต่ที่พูดนี่ ก็ไม่ได้หมายความว่า สงครามจะเกิดจริง สมมติว่า ถ้ามันจะเกิดทีนี้เรื่องของศาสนา ก็จะ เกิดขึ้นที่พูดนี่ไม่ได้ยุให้คน 2 ศาสนาทะเลาะกันนะเป็นแต่เพียงว่า ท่านณรงค์ท่านบอกว่า ท่านไปพูดกับประธานาธิบดีของ เขา ประธานาธิบดีของเขาก็บอกว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งเป็นเรื่องของศาสนา ทีนี้ศาสนาจะเอาเงินมาจากไหน ก็ทราบไม่ได้เหมือนกัน
รวมความว่า หันมาคุยกัน ในประเทศไทย ถ้าสงครามเกิดขึ้นจริงๆ เราจะเป็นอย่างไร ประการแรก เรายังพูดถึงศานาก่อน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ เราจะหนัก เรื่อง น้ำมัน นิดหน่อย แต่ว่า น้ำมันในประเทศไทย ถ้าเร่งรัดจริงๆ จะเหลือใช้ เพราะอะไร เพราะว่า น้ำมันในประเทศไทยนี่มีมาก การเจาะบรรดาท่านผู้อ่านและท่านผู้ฟังที่พูดนี่ก็ขอเดาคิดว่าท่านที่เจาะเขาคง จะเจาะไม่ถึงเพดานจริงๆ ของน้ำมัน รวมความว่า ถังน้ำมันถังใหญ่จริงๆ น่ะ เราจะพูดตามความเป็นจริงแล้ว ประเทศจีน เขาก็มีน้ำมัน เขาอยู่สูงกว่าเรา ประเทศพม่าก็มีน้ำมัน อินโดนีเซียก็มีน้ำมัน แล้วก็ไทยล่ะอยู่กลางทำไมจะไม่มีน้ำมัน
ทีนี้เวลานี้การเจาะน้ำมัน การดูดน้ำมันเขาว่าได้น้อย แต่ความรูสึกของผู้พูด หรือตามข่าวหนังสือพิมพ์เขาบอกว่าความจริง ประมาณน้ำมันที่ได้ มันมากกว่าข่าวที่เขาแจ้งมาข้อนี้จะเท็จจริงประการใดก็ไม่ทราบ สุดแล้วแต่หนังสือพิมพ์ แต่เขาบอก ว่าเขาแจ้งได้น้อย ก็ยังมีอีกหลายหลุมที่เขาเจาะพบแล้ว เขาบอกว่า
ไม่พอกับเชิงพาณิชย์ จึงไม่ยอมดูดขึ้นมา นี่ก็เป็นลีลาของพ่อค้าเป็นของธรรมดา ถ้ากำไรน้อยเขาจะไม่เอา หรือจะมาพูดกันอีกทีหนึ่ง
เวลานี้ทราบว่า คนไทยศึกษาเรื่องวิชาการเจาะน้ำมันมาได้ดีแล้ว มีความชำนาญพอแล้ว แล้วก็กำลังจะเจาะก่อนหนังสือจะ ออกคงจะเจาะแล้วละมั้ง เจาะก๊าซที่สงขลาใกล้ ๆ กับบ่อเดิม จะเอาก๊าซมารวมกัน เข้ากับท่อเดียวกัน ขึ้นมาใช้จะได้มีปริ มาณสูง ถ้าบังเอิญท่าน หรือนายทุนท่านใดท่านหนึ่ง ในพื้นที่ ที่ไม่มีสัญญาประมูลกับบริษัทต่างๆ แต่น้ำมันมีมาก ปริมาณ ของประเทศไทยนี่
ถ้าจะลองเจาะอย่างต่างประเทศเขา เอาที่ใดที่หนึ่งก็ได้สักที่หนึ่ง ที่พูดนี่เป็นการสมมติกันนะ จะเชื่อหรือไม่สมควรเชื่อ
เพราะความรู้สึกว่ามีอยู่ว่าการเจาะที่แล้วมา เขาเจาะกันยังไม่ถึงฝาผนังหรือเพดานของถังน้ำมัน ซึ่งมันเป็น ถังใหญ่คลุมจักรวาล มันเป็นทะเลอีกชั้นหนึ่งต่างหาก คือเป็นทะเลน้ำมันจริงๆ ประเทศไทยตั้งอยู่เหนือทะเลน้ำมัน จีนก็เช่นเดียวกันแล้วก็พม่าก็เหมือนกัน อินโดนีเซียก็เหมือนกัน มาเลเซียก็เหมือนกัน บรูไนก็เหมือนกัน มันเป็นถังถังเดียวกัน ถ้าบังเอิญเราจะเจาะอย่างอังกฤษ ที่เขาบอกว่า อังกฤษเจาะที่ทะเลเหนือ เจาะลงไปลึกลงไปใต้ดินถึง 6 กิโลเมตรก็ได้น้ำมันขึ้นมาเพียงพอ
แต่ประเทศไทยเราสำรวจแล้วว่า ที่ใดที่หนึ่งมีน้ำมันพอที่จะเจาะได้ ก็ลองเจาะสัก 6 กิโลเมตรจะมีผลเป็นประการใดเรื่อง นี้ก็ลองถามท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ท่านมีความชำนาญในด้านนี้มาก ก็เรียกว่าดร.สรรพศาสตร์ ท่านดร.สรรพศาสตร์ ท่านบอกว่า ถ้าเจาะลงไปถึง 6 กิโลเมตร ในถังน้ำมัน ที่มีพื้นแผ่นดินหนาหมายความว่า หลังถังน่ะลึกลงไปเจาะลงไปแค่ 3 กิโลเมตร จะถึงผิวถังน้ำมัน หรือหลังคาน้ำมัน ถ้าเจาะถึง 6 กิโลเมตร ไอ้ท่อที่เจาะลงไปนั้น จะจมไปในตัวถังน้ำมัน บ่อน้ำมันจริง ๆ ครึ่งกิโลเมตร ถ้าเจาะในที่ตื้น ที่บางจุด อยู่ไม่ไกลกรุงเทพนัก ในที่นี้ถ้าเจาะถึง 6 กิโลเมตร ท่อจะจมลงไปในเขตของน้ำ มันประมาณ 6 กิโลเมตร ถามว่า ดร.สรรพศาสตร์ ถ้าเราจะดูดใช้อย่างปัจจุบันนี่ ถ้าทำอย่างนั้นจะใช้ได้สักกี่ปี ท่านบอกว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเอา 30 เท่าของปัจจุบันใช้ไป 5,000 ปี น้ำมันยังไม่หมด ปริมาณยังไม่ลด
นี่แหละบรรดาท่านผู้อ่านและท่านผู้ฟัง ถ้าบังเอิญท่านดร.สรรพศาสตร์ ท่านพยากรณ์ตามความรู้ของท่าน ถ้าตรงตามนี้ประ เทศไทยเราก็ไม่จน อย่างอื่นจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ไฟของเรามีน้ำมันเราก็ถูก อุตสาหกรรมของเราลงทุนถูก เพราะน้ำมันถูก เราจะขายต่างชาติได้ดี ระยะนั้นประเทศไทยเราจะรวย
เอาละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เราคุยกันมาวันนี้ก็ป่วย แต่เกรงว่าเล่มที่ 18 นี่จะไม่ครบ ทำไปแล้ว บ้างตามสมควร แต่ไม่แน่ใจ ว่าจะครบหรือไม่ครบ ก็ลุกขึ้นมาทำหันไปดูเวลาเหลือเวลาประมาณนาทีเศษ ก็ขอเตือนบรรดาญาติโยม พุทธ บริษัท ซึ่งเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ว่า จงอย่าหวั่นไหว ต่อสงคราม ขอยืนยันว่า ถึงแม้ว่าสงคราม จะเกิด ก็จริงแหล่แต่ทว่าเราจะไม่ตายเพราะสงครามโลก เราจะไม่อดตายเพราะสงครามโลก และนักเกษตรศาสตร์ก็ดีนักเกษตร ศาสตร์นี่จะมีโชคดีมากคือ จะรวย ข้าวจะแพง พวกที่เลี้ยงสัตว์ก็ดี ราคาจะแพง จะรวยทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าไม่มีความประมาท บรรดาท่านพุทธบริษัท ประเทศไทยจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์
<!-- / message -->สงครามกับภัยพิบัติ มันคนละเรื่องกันนะครับ แยกกันให้ออกครับ
<!-- / message -->
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 08:56 PM
*** ท่านลิขิตตัวเอง ****
เราไม่สามารถกลับไป...แก้ไขอดีตได้ !!!!
การกระทำของตัวเรา.... กำหนดอนาคตตัวเอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
พุทธเมตตา
26-04-2008, 08:56 PM
ความเชื่อ ความลุ่มหลง หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกันไป
ความเชื่อส่วนบุคคล ความลุ่มหลงส่วนบุคคล หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกันไป
อยากให้คิดซักนิดว่า ที่แห่งนี้ ไม่ได้ไปบังคับใจใครให้เข้ามาอ่าน มารับรู้ ก็เพราะคนที่เข้ามา ล้วนมีความเชื่อส่วนบุคคล มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ
จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมาโต้เถียงกันในสถานที่แห่งนี้ ว่าจะมีหรือไม่มี ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด ใช้คำพูดคำจา เยอะเย้ยถากถางอย่างกับเด็กๆใช้ว่ากล่าวกัน
ในเมื่อทุกคนก็มีความเชื่อส่วนบุคคล ใยต้องมาโต้แย้งให้เป็นเหตุทำให้จิตใจต้องเศร้าหมองกันไป คนอื่นๆก็อึดอัดใจกับท่าทีและการแสดงออกอันนำมาซึ่งความแตกแยก
โดยส่วนตัว ก็มิได้ชื่นชอบหรือเห็นด้วยกับบางคนที่ชอบโพสต์บ่อยๆและสั้นๆ เพราะในมุมมองผมมันมีความรู้สึกว่า เปลืองเนื้อที่เปลืองแบนด์วิดธิ์ของเว็ปไปเฉยๆ แต่กระนั้นก็ตาม ผมก็ยังคงรับยินดีที่จะรับเอาแต่ส่วนดีๆของคนๆนั้นมากกว่า และไม่เคยคิดที่จะต้องเอามาเป็นเหตุที่จะต้องไปล้อเลียน หรือถากถาง ให้สมาชิกคนอื่นๆต้องมาสมเพช กับการกระทำอันน่าอายเสมือนเด็กๆด่าทอกัน
ถ้าคุณคิดว่า ไม่มี ไม่เกิด ก็จงอย่าได้เข้ามามอง มาอ่าน หรือแม้แต่คิดที่จะเปลี่ยนความคิดใครด้วยระยะเวลาสั้นๆ ผ่านตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว แนะนำไปขอเปิดห้องสนทนาใหม่ จากคุณ websnow อาจจะใช้ชื่อห้องอื่นๆ เช่น พลังจิตพิชิตคนตาบอด แล้วเชิญไปใช้เหตุผลส่วนตัวหรือมุมมองส่วนตัวว่าคนในห้องนี้คิดผิดอย่างไร งมงายอย่างไร และเมื่อคนห้องนี้เกิดปัญญาเมื่อไหร่ ก็คงจะตามไปอยู่ห้องสนทนาใหม่กันเอง หรือคุณอาจจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่มารบกวนคนในห้องนี้ อย่างน้อยก็เพื่อศักดิ์ศรีตัวเอง และความสงบเรียบร้อยของคนโดยรวม
ในเมื่อทุกคนก็เป็นคนไทย ไฉนเลย จะต้องมาหักหาญน้ำใจกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงานและทำความดีกันไป จะดีกว่ามั๊ย
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 08:59 PM
*** สัจจะชาวพุทธ ****
ไม่เอาของของวัด มาเป็นของตนเอง...ตลอดชีวิต
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:03 PM
*** สัจจะ ไทยไม่แตกแยก ****
ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:04 PM
*** สัจจะ ไทยเจริญ ****
ไม่โกง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:10 PM
เกิดเป็นคน
อย่าลืม สัญญาที่ตนเองเคยให้ไว้ !!!!
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:35 PM
*** ทิษฐิ ****
รู้อะไร รู้หมด
แต่ไม่รู้ หนทางพ้นทุกข์
ทำตามใจ ปรารถนา
ไม่พ้นกรรม
จะเสียใจ เมื่อกรรมถึง
อย่าลบหลู่ โลกุตตระธรรม
เข้าใจ สงสาร ปรารถนาให้พ้นทุกข์
ทุกข์กรรม มีแน่นอน
แต่ หนทางพ้นทุกข์ ท่านทำหรือยัง !!!
โลกุตตระ มีเวลาจำกัด
ตัวตนของท่าน จึงต้องพึ่งการกระทำของตนเอง
สำหรับผู้ที่เชื่อสัจจะ
ท่านจะได้พบ มรรค๔ ธรรม๔ ผล๔ นิพพาน๑ ต่อไป
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:37 PM
*** แล้วแต่จิตจะคิด จะเห็นกัน ****
เทวดาประจำตัว...
ก็คือ ตัวกระทำ ที่ท่านทำได้
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:38 PM
*** แล้วแต่จิตจะคิด จะเห็นกัน ****
บารมี ...ที่ติดตัว
ก็คือ ตัวกระทำ ที่ท่านทำได้
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
<!-- / message -->
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:40 PM
*** แล้วแต่จิตจะคิด จะเห็นกัน ****
สิ่งที่พาให้ท่าน...แคล้วคลาด รอดพ้นกรรมที่มาถึง
ก็คือ ตัวกระทำ ที่ท่านทำได้
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:41 PM
พิจารณา ค้นคว้า ศึกษา...ด้วยตนเอง
ตัดได้ ทำได้ สักอย่าง....จะรู้เอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:43 PM
*** ตรัสรู้เอง ****
พระพุทธเจ้า ... ค้นคว้า พยายามด้วยตนเอง
ตัดกิเลสนิสัย ด้วยตนเอง
เมื่อ พระองค์ ตัดได้ ทำได้....จึงรู้ได้เอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
ในเมื่อทุกคนก็เป็นคนไทย ไฉนเลย จะต้องมาหักหาญน้ำใจกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงานและทำความดีกันไป จะดีกว่ามั๊ย
ขอขอบคุณในข้อความของคุณ พุทธเมตตา เป็นอย่างมากครับ ผมขอบอกตามตรงในระยะที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจกับข้อความของคุณ หล่อ..... เป็นอย่างมากครับ ที่เข้ามาใช้ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางต่างๆ นาๆ โดยไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย ยิ่งเห็นเพื่อนๆ พากันนิ่งเฉย ไม่ยอมมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อความนั้นๆเลย ก็ยิ่งคิดว่าคงไม่มีใครเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมได้เพียรพยายามเสาะหาข้อมูล มาให้ได้อ่านได้รับรู้กันเสียแล้ว
แต่ในที่สุดฟ้ายังมีตา ที่ได้ให้คุณพุทธเมตตา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่เป็นกำลังใจให้กับผมในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกมากครับ ถ้าคนดีๆ พากันนิ่งเฉยเสียต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต่อไปก็จะไม่มีใครกล้าที่จะทำความดีเพื่อผู้อื่นอีกต่อไป.....ฝากผู้ดูแลเว็บช่วยรักษาความสงบสุขในห้องนี้ด้วยครับ
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:49 PM
*** เพื่อศาสนาคงอยู่ ****
หาก...คนเชื่อในสัจจะ จะหมดไปจากโลก
ภัย....จะมาเร็ว
หาก...คนเชื่อทำความดีด้วย สัจจะ ทั้งประเทศ
เหตุการณ์....จะเปลี่ยนไปทางที่ดี
เมื่อ กรรมมาถึง...ผู้ทำได้ จึงรอดพ้น
เราควรนำสัจจะ ไปพิจารณาศึกษา...ก่อนจะตัดสินใจ !!!!
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:53 PM
*** ความดีงามในยุคดึกดำบรรพ์ ****
คนยุคโบราณ...มีสิ่งดี
คือ ...รู้จักอ่อนน้อม ใจกว้าง
รับฟังก่อน... แล้วนำมาคิด
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 09:55 PM
*** ทำความดี เพื่อรอดพ้นกรรม ***
ภัยยังไม่มา...ถือเป็นโชคดี
มีเวลาทำความดี....จริงจังด้วย สัจจะ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 10:06 PM
*** ไม่มีใครล่วงรู้ ****
เขาจะหัวใจวาย วันนั้น เวลานั้น
เขาจะหกล้มหัวฟาดพื้น วันนั้น เวลานั้น
ฟ้าจะผ่าใส่เขา วันนั้น เวลานั้น
แต่ คนมีความสามารถ พอรู้คร่าวๆ ไม่ชัดเจน
จึงพยายามเตือน ว่าเขามีกรรม กรรมกำลังมา
พยายามค้นหาทางรอดให้ เป็นการป้องกัน
ทั้งหมด เป็นเรื่องของตัวเองทั้งสิ้น
ไม่เมตตาตน ก็มองข้าม
ไม่เปิดโอกาสให้ตนเอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
26-04-2008, 10:14 PM
*** เราทำเพื่อใคร ****
คนไทย ด้วยกัน...ไม่น่ามาทะเลาะกัน
ผลประโยชน์....วางไม่ได้
ผลประโยชน์...หลายฝ่าย
คนไทยด้วยกัน....น่าจะร่วมผลประโยชน์กันได้
ผลประโยชน์...เพื่อชาติเป็นหลัก
ทำตามกติกา....จัดสรรผลประโยชน์ทั่วถึง
ไม่ควรทะเลาะกัน...ให้ต่างชาติเขาดู
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
บัวรองพุทธบาท
26-04-2008, 10:17 PM
คุณหล่อโล๊ะสต๊อก มองไม่เห็นตัวเอง ไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายในตัวเอง ภัยที่ตนได้กระทำ เราทุกคน มีสิทธิเท่าเทียมกัน ควรให้เกียรติกันในการแสดงความคิดเห็น สุภาพ ไม่เป็นพาล ระวังนะครับ ระวังตัวสัญญา ยิ่งกว่านั้น คุณก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หากบางท่านมีภูมิธรรมขั้นสูง คุณอาจได้รับผลการกระทำที่คาดไม่ถึงก็ได้ ได้ยินมาว่า ช่วงนี้ กรรมติดจรวดด้วยแล้ว ผมละกลัวแทนคุณหล่อครับ อย่าลืมนะครับ เราทุกๆคนมีที่ไปที่เดียวกันไม่อาจหลีกพ้นได้ คุณหล่อย้อมรู้ดีว่าผมหมายถึงอะไร เมตตากันไว้ดีกว่านะครับ หากคุณไม่ชอบ ก็เลือกที่จะไม่อ่านได้ ไม่เข้ามาดูได้ แต่ก็ยังมีหลายคนอีกไม่น้อยที่ยังอยากติดตามข่าวสารนี้อยู่ คุณหล่อก็เห็นจากสถิติที่มีการเข้ามาดูอยู่แล้วและที่คุณหล่อจะปฏิเสธไม่ได้ก็คือ คุณก็เป็นหนึ่งที่เข้ามาดูเหมือนกัน ฉะนั้นให้เกียรติกันดีกว่านะครับ
ลุงชาลี
26-04-2008, 10:22 PM
ว่ากันไปครับ ผมชอบอ่าน อ่านได้หมด ได้ความรู้ทั้งทุกๆฝ่ายครับ ขอบคุณทุกท่านครับ
ถึงเวลาประสานงานกับองค์กรภายนอกหรือยังครับ ?
ภูติอาคเนย์ (http://board.palungjit.com/member.php?u=203862)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1146032", true); </SCRIPT> สมาชิก
เรียนคุณคณานันท์ อ.ไก่ พี่ธรรมศักดิ์ พี่และเพื่อนๆน้องๆ กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติทุกท่าน คือไม่ทราบว่าทางกลุ่มได้มีการประสานงานกับองค์กรด้านภัยพิบัติอื่นๆหรือยังครับ แล้วมีโครงการที่จะทำหรือไม่ ผมเห็นว่ามีหลายองค์กรที่เขาเล็งเห็นและได้จัดทำงานเหมือนกับกลุ่มเราเช่นกัน เลยคิดว่าจะเป็นการดีมากเลยถ้ามีองค์กรที่ร่วมมือ ช่วยกันในงานเฝ้าระวังและบรรเทาภัยทั้งหลายจับมือเป็นพันธมิตรกัน เช่น
โครงการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน โดยมูลนิธิกระจกเงา
http://www.siamvolunteer.com/
EEVC
http://emergency.thai.net/
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
http://www.ndwc.or.th/
วิทยุสมัครเล่นเพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัย
โดยสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์
http://www.rast.or.th/rastntc080229.html
โครงการ Opencare Project
http://opencare.org/
และอื่นๆอีกมากมาย
ท่านมีความเห็นกันอย่างไรครับ คือผมไม่ทราบว่ามีการเสนอประเด็นนี้หรือยังแต่ถ้ายังคงต้องรบกวน ท่านที่เป็นกรรมการและที่ปรึกษาของกลุ่มช่วยลองดำเนินการอะไรหน่อยดีไหมอ่ะครับ
งานจะได้กว้างและมีประสิทธิภาพขึ้น เพราะลำพังกำลังคนและปัจจัยของกลุ่มอย่างเดียวอาจจะช่วยได้ส่วนเดียว แต่ส่วนอื่นๆองค์กรเหล่านี้อาจจะมีความสามารถช่วยได้คือใช้จุดแข็งของแต่ละองค์กรมาประสานงานร่วมมือกัน<!-- / message --><!-- sig -->
sutatip_b (http://board.palungjit.com/member.php?u=161251)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1147344", true); </SCRIPT> สมาชิก
การประสานงานกับกลุ่มต่างๆ ที่คุณภูติอาคเนย์กล่าวถึงนั้นรอคุณคณานันท์ตอบนะคะ
เท่าที่ทราบทางคุณคณานันท์มีการประสานกับพระสายหลวงพ่อฤาษีฯ ทั่วประเทศ กลุ่ม ดร. กัญจิรา คุณมงคล กริชติวิทยาวุฒิ และมูลนิธิสุรัสวดี เพชรบูรณ์ นอกนี้ไม่ทราบข่าวค่ะ
<!-- / message --><!-- sig -->
kananun (http://board.palungjit.com/member.php?u=38741)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1148629", true); </SCRIPT>
หัวหน้ากลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ
ต้องขอขอบคุณมากครับ ตอนนี้พวกเราเองก็กำลังประสานงานกับกลุ่มต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากซึ่งต้อง ขออนุญาตให้พวกเราช่วยแจ้งองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านภัยพิบัติและด้านอื่นที่เกี่ยวข้องในกระทู้นี้ด้วยครับ
การประสานงานกลุ่มนั้นต้องใช้เวลา และกิจกรรมเป็นตัวเชื่อม ในมิติต่างๆครับ ช่วงนี้เป็นการประสานด้าน สายบุญเป็นหลัก
ส่วนทางด้านงานรูปธรรม ยังอาจต้องขอเวลาอีกนิดครับ เพราะกำลังจัดทำโปรไฟล์ของงาน ที่เราได้ทำไปแล้วเพื่อให้องค์กรต่างๆได้รู้จักงานที่เราทำได้ดีขึ้นครับ
ซึ่งงานทาง สายบุญค่อนข้างง่าย(สำหรับพวกเรามากกว่า) มองตา บอกเล่าถึงกำลังใจให้ฟัง เป้าหมายชัดเจน ก็ได้ความร่วมมือมาอย่างมากมายครับ
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=125448
ประชาชนยังแห่ซื้อข้าวสารกักตุน
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31848.jpg
กรุงเทพฯ 26 เม.ย.- ประชาชนแห่ซื้อข้าวสารในงาน ธงฟ้าเอาท์เล็ตเซล หลังรู้ข่าวว่าข้าวจะขึ้นราคาในต้นเดือนหน้า ทำให้ร้านค้าเริ่มจำกัดปริมาณจำหน่ายแล้ว
ประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาซื้อข้าวสารบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ที่นำมาขายในราคาถูกกว่าห้างสรรพสินค้าในงาน ธงฟ้า เอาท์เล็ตเซล ที่จัดขึ้นที่กรมส่งเสริมการส่งออก ถนนรัชดาฯ ทำให้ข้าวบางยี่ห้อจำกัดจำนวนการซื้อไว้ที่ 3 ถุงต่อคน ในขณะที่บางยี่ห้อ อาทิ โรงสีตังฮั้ว จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดขายไม่จำกัดจำนวน แต่ปัญหาของผู้ซื้อก็คือไม่สามารถขนส่งในจำนวนมากๆ ได้ ส่วนราคานั้น ถือว่าถูกกว่าห้างสรรพสินค้าราว 10-20%
จากการสอบถามประชาชนที่มาในงาน พบว่า รู้สึกกังวลกับข่าวการปรับขึ้นราคาข้าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จึงมาซื้อข้าวเก็บไว้ให้เพียงพอ แต่ก็ไม่สามารถซื้อเก็บไว้มากเกินไป เพราะหากกินไม่ทันภายใน 2 เดือนก็อาจเกิดความชื้นได้
ขณะที่ประชาชนบางรายเห็นว่า สินค้าในงานธงฟ้าเอาท์เล็ตเซลที่รัฐบาลจัดขึ้น ราคาถูกกว่าข้างนอกเพียงเล็กน้อย หากซื้อจำนวนไม่มาก ก็ไม่คุ้มค่าเดินทางมาซื้อของในงาน. - สำนักข่าวไทย
2008-04-26 13:47:57
อธิบดีกรมการค้าภายในเชื่อมั่นข้าวสารไม่ขาดแคลนอย่าซื้อตุน
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31872.jpg
กรุงเทพฯ 26 เม.ย.- อธิบดีกรมการค้าภายในเชื่อมั่นข้าวสารมีเพียงพอต่อการบริโภค แนะประชาชนซื้อไว้พอกิน หากตุนเก็บนานเสี่ยงเสื่อมคุณภาพ พร้อมแตะเบรกการปรับขึ้นราคาข้าวถุง ชี้ราคาข้าวเริ่มทรงตัวแต่จะติดตามอย่างใกล้ชิด ปลื้มงานธงฟ้าเอ้าท์เล็ตเซลประชาชนเลือกซื้อ
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวในระหว่างเข้าชมงานธงฟ้าเอ้าท์เล็ตเซลที่ศูนย์แสดงสินค้ากรมส่งเสริมการส่งออก ถนนรัชดาภิเษกว่า ยอดขายข้าวถุงในช่วง 2 วันแรกของงาน สูงถึง 25,000 ถุง ซึ่งเป็นผลจากประชาชนส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวลว่าปริมาณข้าวในประเทศจะขาดแคลน จึงขอยืนยันว่า ข้าวสารจะมีเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรัง และในช่วงปลายปีจะมีข้าวเปลือกนาปีออกสู่ตลาดอีกจำนวนมาก จึงเชื่อมั่นว่า ปริมาณข้าวสารจะไม่ขาดแคลน
ส่วนการจำหน่ายข้าวสารถุงในงานที่จะมีไปจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ มีผู้ค้าข้าวเพียง 2 ราย คือ ข้าวมาบุญครอง และข้าวตราฉัตร และข้าวหงษ์ทองที่จำกัดจำนวนการซื้อต่อคน ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นส่วนใหญ่ ได้เปิดขายโดยไม่จำกัด ดังนั้น ประชาชนยังสามารมาซื้อสินค้าในงานได้ และในส่วนต่างจังหวัด จะทยอยเริ่มจัดงานธงฟ้าฯเพื่อลดภาระประชาชน โดยขณะนี้ได้เริ่มจัดงานที่จังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐมไปบ้างแล้ว
นายยรรยงยังกล่าวถึง กรณีผู้ประกอบการข้าวถุงจะขอปรับราคาในต้นเดือนพฤษภาคมว่า ยังไมได้รับเรื่อง และหากเอกชนเสนอมา ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เท่าที่สำรวจล่าสุดพบว่า ราคาข้าวเริ่มทรงตัว และยังเป็นราคาที่ไม่ชนเพดาน โดยส่วนใหญ่ยังขายต่ำกว่าราคาหน้าถุง เช่น ข้าวสารหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็นต์ มีราคาหน้าถุง 200-223 บาท แต่จำหน่ายจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 180-200 บาท ส่วนข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ราคาหน้าถุง 180-190 แต่ขายจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 150-179 บาทเท่านั้น จึงไม่ต้องวิตกกังวล เพราะเชื่อว่า ข้าวส่วนใหญ่ยังไม่ปรับราคา
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าภัตตาคาร และร้านอาหารแห่ซื้อข้าวถุงทั้งในห้างและตลาดสดเพื่อตุนไว้นั้น กรมการค้าภายในจะไม่ใช้มาตรการจำกัดจำนวน เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ประโภค แต่อยากเสนอแนะว่า การซื้อข้าวจำนวนมากและทิ้งไว้นานอาจทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพได้ จึงควรซื้อแต่พอประมาณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดขายสินค้าชนิดอื่นนอกเหนือจากข้าว พบว่า หมูพาณิชย์ราคากิโลกรัม 98 บาท มียอดขายวันแรก 300 กิโลกรัม และคาดว่าจะสูงถึง 1,000 กิโลกรัมในวันนี้ ส่วนไข่ไก่วันแรก ขายได้ถึง 40,000 ฟอง ส่วนวันนี้คาดว่าจะเกิน 50,000 ฟอง ขณะที่กุ้งขาว 1 กก. ขนาด 75-80 ตัว ราคา 109 บาท พบว่าประชาชนให้ความสนใจน้อยมาก.-สำนักข่าวไทย
2008-04-26 17:25:47
ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มขยับอีกหลังตลาดโลกแย่งซื้ออย่างหนัก
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31870.jpg
พระนครศรีอยุธยา 26 เม.ย.-กรมการค้าภายในตรวจคลังปุ๋ยภาคเอกชนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เร่งระบายปุ๋ยตามโครงการราคาพิเศษ ลดราคาตั้งแต่ 300-1,000 บาท/ตัน ในขณะนี้แนวโน้มราคาปุ๋ยมีทิศทางขยับขึ้นอีก ร้อยละ 20 เหตุราคาพืชผลตลาดโลกขยับแรง หวั่นเมืองไทยอาจขาดแคลนปุ๋ย
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจ การจำหน่ายปุ๋ยเคมี ตามโครงการลดราคาปุ๋ยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยไปตรวจที่ คลังปุ๋ย ของบริษัทเจี๋ยไต๋ ที่ อ.บางไทร และ บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี อ.นครหลวง ซึ่งจะแจกจ่ายไปจำหน่ายยังพื้นที่ เกษตรใกล้เคียงด้วย เช่น อ. วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง, อ.สามชุก อ.ศรีปะจันต์ จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดนครสวรรค์ โดยปุ๋ยที่ร่วมโครงการในส่วนของบริษัทเจียไต๋มี 3 สูตร ปริมาณ 45,500 ตัน ลดราคาตั้งแต่ 300-1,000 บาท ได้แก่ สูตร 16-20-0 ลดราคา 500 บาท เหลือราคา 16,500 บาท , สูตร 15-15-15 ลด 1,000 บาท เหลือ 18,000 บาท และสูตร 46 -0-0 ลดราคา 300 เหลือ 14,300 บาท ส่วนปุ๋ยของไทยเซ็นทรัลฯมีทั้งหมด 10 สูตร ปริมาณ 60,000 ตัน ลดราคา 200-1000 บาท โดยหลักเกณฑ์สำคัญคือเกษตรกรต้องมีพื้นที่ทำกินไม่เกิน 10 ไร่
นายยรรยง กล่าวว่า กรมฯได้ตรวจสอบละเอียดทั้งปริมาณ น้ำหนัก จากโรงงาน จนถึงการตรวจรับของสหกรณ์การเกษตร ที่นำรถบรรทุกปุ๋ยไปจำหน่ายทั้งต้น-ปลายทาง เพื่อให้ไปถึงมือเกษตรกรถูกต้องทั้งน้ำหนักและจำนวน ซึ่งเชื่อว่าจะทันต่อความต้องการใช้ของเกษตรกร โดย กรมฯได้เร่งให้บริษัทปุ๋ยเร่งส่งมอบให้โดยเร็วที่สุด ซึ่งตามโครงการนี้มี 9 บริษัทปุ๋ยเข้าร่วมโครงการ ปริมาณทั้งสิ้น 153,500 ตัน คิดเป็นร้อยละ 10 สำหรับปริมาณปุ๋ยที่ใช้ทั่วประเทศ
สำหรับปุ๋ยสูตรอื่นที่ไม่ได้มีการจำหน่ายและมีราคาสูง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งอนุกรรมการฯ ตรวจสอบเรื่องต้นทุนราคาที่ผลิต ณโรงงานจนถึงการจำหน่ายแต่ละพื้นที่ และเมื่อหักค่าขนส่ง ราคาจะเป็นธรรมต่อเกษตรกรหรือไม่ คาดว่าแนวทางนี้จะทำให้เกษตรกรได้ราคาที่เป็นธรรม
ด้านนายเทพวิทย์ เตรียมสุรัตน์ รองกรรมการ ผู้จัดการบริษัทเจียไต๋ กล่าวว่า ราคาปุ๋ยสูงขึ้นต่อเนื่องถึง ร้อยละ 60-70 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มราคาจะปรับขึ้นอีกร้อยละ 20 ปัจจัยหลักเกิดจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้ทุกประเทศเร่งการเพาะปลูก จึงมีความต้องการปุ๋ยสูงมาก ประกอบกับการเร่งเพาะปลูกพืชพลังงานยิ่งทำให้ความต้องการปุ๋ยเพิ่มขึ้นรวดเร็ว
ด้านนายไพบูลย์ รัตนภรณ์ชัย กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ไทยเซ็นทรัลเคมี กล่าวว่า วิกฤติความต้องการปุ๋ยของตลาดโลกขณะนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยราคาที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้ ผู้นำเข้าแต่ละประเทศ เกิดปัญหาแย่งกันซื้อในตลาดโลก เพื่อให้ได้จำนวนที่ต้องการ ทำให้เมื่อผู้ผลิต กำหนดราคาเท่าใด ทางผู้รับซื้อก็พร้อมจ่าย เพื่อ ไม่ให้ปุ๋ยขาดมือ นอกจากนี้ เชื่อว่า ในปีนี้ ความต้องการปุ๋ยที่มีอยู่สูง ทำให้การใช้อาจจะไม่เพียงพอ โดยทั้งปีคาดว่าประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ 4 ล้านตัน.-สำนักข่าวไทย
2008-04-26 16:58:18
ที่มา http://news.mcot.net/economic/
บังกลาเทศส่งทหารคุมกองขยะ ห้ามชาวบ้านเก็บข้าวเน่าไปกิน
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=313634&stc=1&d=1209232913
จิตตะกอง
jamrus
27-04-2008, 12:30 AM
เป็นกำลังใจไห้คุณเกษมค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างมากค่ะที่นำข่าวต่างๆมาแจ้งไห้ทราบดิฉันติตตามข้อความมาตั้งยังอยู่ในห้องวิทยาศาสตร์ และทำไห้เริ่มเร่งปฎิบัติตัวเองไห้เข้าถึงความดี ชีวิตนี้สั้นนักดิฉันไม่กลัวความตาย เพราะทุกท่านเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมด แต่ทีกลัวที่สุดคือการเกิด และพยายามดึงตัวเองออกจากนรกเพราะขณะนี้ก็ยังไม่พ้น ดิฉันคิดว่าพื่อนๆบางคนก็คิดเช่นเดียวกัน จะช่วยไห้ไม่ประมาทไงคุณหล่อ จะเกิดภัยพิบัติหรือไม่เกิดภัยพิบัติถ้าเรามีศีล ห้าบริสุทธิ์ก็จะไปภพภูมิที่ดี ไม่ตกอยู่ไนความประมาทถ้าทุกคนทำได้ก็คงผ่อนเป็นเบ่า และหวังว่าจะไม่เกิดภัยใดๆ แต่โลกเวลานี้คุณคงเห็นว่าเป็นอย่างไร คนมากกว่ามนุษย์ คนชั่วมีมากภัยธรรมชาติจึงมีมากกวาดล้างกันไปให้โลกมีความสมดุลย์ ถ้าเราเป็นคนมีศีลแล้วกลัวกันทำไมล่ะความตาย กลัวทำไมล่ะภัยพิบัติ เพราะฉนั้นเรามาเร่งเพียรทำความดีกันดีกว่าจากคนขึ้นมาเป็นมนุษย์ หรือจะเป็นคนคนกันล่ะจ๊ะ
sutatip_b
27-04-2008, 03:48 AM
เรียน พี่เกษม
เมื่อวานหลวงตามหาบัวท่านเทศน์เรื่องอานิสสงส์ของการแสดงธรรม แต่จับความไม่ค่อยได้เพราะใจอยู่่ทีู่ลูกทียุกยิกมาก
พี่ตัดข่าวและข้อมูลมาบอก พวกเราไปควานเองก็คงไม่ได้มากเท่านี้และเสียเวลามากด้วย อ่านของพี่และเพื่อนๆแล้วก็ทันโลก ภัยเกิดไหมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อานิสสงส์การอนุเคราะห์ข่าวสารครบถ้วนแล้ว
อย่าบ่นเรื่องแถบม่วงเลยพี่ คิดซะว่าเป็นสีสัน อย่าน้อยใจเลิกทำเพราะคนๆเดียว แฟนพี่มีเป็นหลายสิบเพียงแต่แอบแฝงเท่านั้น ที่ไม่ล็อกอินแอบอ่านอีกเพียบ
ขอขอบคุณคุณหล่อโล๊ะสต็อคที่เข้าใจค่ะ
vijit_j
27-04-2008, 06:13 AM
ภัยทางเศรษฐกิจและอาหารขาดแคลนคงเป็นภัยอันดับต้นอย่างที่ทำนายกันทั้งหมด
ขอขอบคุณ..คุณพี่เกษมที่นำข่าวด้านเศรษฐกิจ(โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่)และด้านอาหารมาแจ้งให้ทราบ
VANCO
27-04-2008, 07:56 AM
<TABLE class=news2006_topic cellSpacing=0 cellPadding=0 width=595 border=0><TBODY><TR><TD width=585 height=10><TABLE class=news2006_topic width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom align=left>หิมะตก ดอยช้าง เกิดอาเพศตามโหรทำนายหรือแค่ลูกเห็บตก
</TD><TD align=right width=100></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://news.sanook.com/images/newsline2.gif</TD></TR><TR><TD class=news2006_graylight height=10>โดย มติชน<SCRIPT language=JavaScript src="/global_js/global_function.js"></SCRIPT> <!--START-->วัน เสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551 00:00 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=595 border=0><TBODY><TR><TD height=10></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE class=news2006_black cellSpacing=0 cellPadding=0 width=595 border=0><TBODY><TR><TD width=10 rowSpan=4></TD><TD width=575>อธิบดีกรมอุตุฯ แจง ดอยช้าง จ.เชียงราย แค่ลูกเห็บตก ไม่ใช่หิมะ ไม่ใช่อาเพศ ตามคำทำนาย ชี้ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดา อากาศร้อนปะทะเย็น เผยลมเย็นระลอกใหม่พัดปกคลุม เหนือ-อีสาน 28-29 เม.ย.นี้ เตือน ปชช.รับมือพายุฤดูร้อนลูกใหม่ ยันไม่เกี่ยวโลกร้อน
http://news.sanook.com/story_picture/m/269538_002.jpg
ลูกเห็บตกเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2551
ทำให้ดอยช้างขาวโพลนคล้ายหิมะตก
น.ส.พ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับประจำวันที่ 28-30 เมษายน 2551 เผยแพร่ภาพและข่าว หิมะตกเมืองไทย ฤๅอาเพศจะเป็นจริง!! โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีคำทำนายของโหร ปี 2551 ว่าจะเกิด หิมะตก ในเมืองไทย ซึ่งไม่มีใครเชื่อ แต่พอได้ยินว่า หิมะตกที่ดอยช้างก็ประหลาดใจว่า คำทำนายจะเป็นจริงหรือ? เนื่องจากได้เกิดปรากฏการณ์ลูกเห็บขนาดเล็กตกประมาณกว่า 30 นาที เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ที่ถือว่า อากาศร้อนที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้าง บริเวณดอยช้าง จังหวัดเชียงราย จนทำให้ดอยช้างมีสภาพขาวโพลนคล้ายๆ หิมะตก
ดอยช้างอยู่ในจังหวัดเชียงราย พื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200-1,800 เมตร ชาวบ้านเล่าว่า กว่าที่ลูกเห็บจะละลายหมดก็ใช้เวลาถึง 2 วัน ทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะซาโยเต้หรือที่ชาวพื้นล่างเรียกว่า ยอดฟักแม้วตายหมด แต่ละปีผลผลิตจากซาโยเต้ทำให้ชาวดอยช้างมีรายได้ปีละ 70-80 ล้านบาท รวมทั้งกาแฟดอยช้างที่มีชื่อดังไปทั่วโลก ก็ตายไปพอสมควรจากลูกเห็บดังกล่าว ส่งผลให้ผลผลิตกาแฟอาจจะลดลง
ปรากฏการณ์ที่คล้ายหิมะตกครั้งนี้ ชาวดอยช้างบอกว่า ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและยอมรับว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่า ภาวะโลกร้อนมาเยือนแล้ว และจะหาทางตั้งรับกันอย่างไร
ทั้งนี้ เมื่อย้อนไปเปิดหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร ปี 2551 ของสำนักพิมพ์มติชน โสรัจจะ นวลอยู่ ทำนายไว้ ตอนหนึ่งระบุว่า
" ...ส่วนสยามประเทศ ปีชวด 2551 นี้จะเป็นปีแห่งความอาเพศ ในปลายปีชวด 2551 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าแปลกมหัศจรรย์ จะเกิด 'หิมะตก' ในเมืองไทยไปทั่วทางภาคเหนือและอีสานบางส่วน ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจแทบช็อค เพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย แต่จริงๆ แล้ว ในทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าเป็นอาเพศ เป็นลางร้ายที่จะเกิดมหันตภัยตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นอยู่แบบไทยๆ เราก็จะเปลี่ยนแปลง..."
ด้าน นายศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า การเกิดลูกเห็บตกที่บริเวณดอยช้าง จ.เชียงราย เมื่อช่วงวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่อาเพศ แต่เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ที่เกิดจากภาวะอากาศร้อนและอากาศเย็นที่เคลื่อนไหวมาปะทะกันฉับพลันทำให้เกิดลูกเห็บ ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้เวลานานถึง 2 วันกว่าที่น้ำแข็งซึ่งเกิดจากลูกเห็บที่ตกลงมาปกคลุมพื้นดินบริเวณดังกล่าวละลายลงนั้น คาดว่าเป็นเพราะพื้นที่นั้นมีสิ่งปกคลุมอยู่มาก การละลายของน้ำแข็งจึงต้องใช้เวลานานกว่าในที่โล่ง
"ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์มาถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับอิทธิพลอากาศเย็นจากประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง จึงมักจะเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ส่วนมากจะเกิดในช่วงบ่าย เพราะเมฆฝนมักจะก่อตัวในช่วงสายถึงเที่ยง และหากวันไหนมีปรากฏการณ์ลมแรงด้วย ลมเย็นที่เข้ามาจะปะทะกับลมร้อนทำให้เกิดลมกรรโชกแรงและมีลูกเห็บตกลงมาได้ ในช่วงเวลาสั้นๆ" นายศุภฤกษ์กล่าว และว่า ลักษณะอากาศแบบฝนฟ้าคะนองเช่นนี้จะต่อเนื่องต่อไปเรื่อยๆ จนย่างเข้าฤดูฝน และจากการตรวจสอบพบว่า ประมาณวันที่ 28-29 เมษายนนี้หลายพื้นที่อุณหภูมิจะลดลง หรือมีอากาศเย็นลงมาอีก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งปริมลฑลอาจจะต้องเตรียมตัวรับพายุฤดูร้อนด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด
<!--END--><!--PICLIST--></TD><TD width=10 rowSpan=4></TD></TR><TR><TD> </TD></TR></TBODY></TABLE>
"วิทยุสื่อสาร"อุปกรณ์ช่วยชีวิตของท่านและครอบครัวยามเมื่อเกิดภัยพิบัติ!!!
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=313812&stc=1&d=1209265926
นักวิทยุสมัครเล่นนราธิวาสตั้งชมรมอาสาบรรเทาสาธารณภัย
นราธิวาส 26 เม.ย.- นายไพศาล ตอยิบ ผู้จัดการโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ในฐานะประธานชมรมวิทยุสมัครเล่นบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส น.ต.ไวพจน์ วีระประเสริฐสังข์ ผู้บังคับการร้อยรักษาความปลอดภัยสนามบินนราธิวาส และนายธีรยุทธ เนื้ออ่อน รองประธานชมรม ร่วมกันแถลงที่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ เกี่ยวกับการเปิดชมรมวิทยุสมัครเล่นบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ว่า ชมรมวิทยุสมัครเล่นบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของสมาชิกเครือข่ายนักวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือ กทช.
ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 170 คน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้สังคม และอาสาบรรเทาความเดือดร้อนและสาธารณภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในภาวะที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ จึงรวมตัวกันตั้ง
วรเดช
27-04-2008, 10:07 AM
ขอเป็นกำลังใจให้คุณเกษมด้วยคนครับ...
ganchot
27-04-2008, 10:46 AM
เรียน พี่เกษม
เมื่อวานหลวงตามหาบัวท่านเทศน์เรื่องอานิสสงส์ของการแสดงธรรม แต่จับความไม่ค่อยได้เพราะใจอยู่่ทีู่ลูกทียุกยิกมาก
พี่ตัดข่าวและข้อมูลมาบอก พวกเราไปควานเองก็คงไม่ได้มากเท่านี้และเสียเวลามากด้วย อ่านของพี่และเพื่อนๆแล้วก็ทันโลก ภัยเกิดไหมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อานิสสงส์การอนุเคราะห์ข่าวสารครบถ้วนแล้ว
อย่าบ่นเรื่องแถบม่วงเลยพี่ คิดซะว่าเป็นสีสัน อย่าน้อยใจเลิกทำเพราะคนๆเดียว แฟนพี่มีเป็นหลายสิบเพียงแต่แอบแฝงเท่านั้น ที่ไม่ล็อกอินแอบอ่านอีกเพียบ
ขอขอบคุณคุณหล่อโล๊ะสต็อคที่เข้าใจค่ะ
ใช่ครับ ... ผมเข้ามาอ่านทุกวัน และก็นึกขอบคุณทุกวัน เพียงแต่ไม่ค่อยได้ log in เท่านั้น(good)
ton344
27-04-2008, 11:26 AM
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifคิดว่าสมาชิกท่านอื่นไม่ได้เพิกเฉยหรอกครับคุณลุง แต่กำลังสร้างขันติบารมีกันอยู่ครับ อย่างน้อยพี่หล่อแกก็ต้องอ่านและซึมซับข้อมูลเรื่องไว้ในmemoryของแกเพื่อประดับความรู้บ้างไม่มากก็น้อยแหละครับ นั่นหมายถึงแกก็คอยติดตามกระทู้เรียกได้ว่าเป็นมิตรรักแฟนเพลงพี่คนนึงนั่นแหละ แกอาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรของหลายๆคนในเวปก็ได้ ก็ดีนะครับพี่หล่อแกอาจมาช่วยได้หลายๆท่านได้สร้างขันติบารมีธรรมและฝึกการให้อภัยทาน ผมเข้ามาอ่านทุกวันครับแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้loginเข้ามา เอาใจช่วยลุงเกษมครับ
ขอขอบคุณในข้อความของคุณ พุทธเมตตา เป็นอย่างมากครับ ผมขอบอกตามตรงในระยะที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจกับข้อความของคุณ หล่อ..... เป็นอย่างมากครับ ที่เข้ามาใช้ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางต่างๆ นาๆ โดยไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย ยิ่งเห็นเพื่อนๆ พากันนิ่งเฉย ไม่ยอมมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อความนั้นๆเลย ก็ยิ่งคิดว่าคงไม่มีใครเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมได้เพียรพยายามเสาะหาข้อมูล มาให้ได้อ่านได้รับรู้กันเสียแล้ว
แต่ในที่สุดฟ้ายังมีตา ที่ได้ให้คุณพุทธเมตตา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่เป็นกำลังใจให้กับผมในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกมากครับ ถ้าคนดีๆ พากันนิ่งเฉยเสียต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต่อไปก็จะไม่มีใครกล้าที่จะทำความดีเพื่อผู้อื่นอีกต่อไป.....ฝากผู้ดูแลเว็บช่วยรักษาความสงบสุขในห้องนี้ด้วยครับ
พลังใจพิชิตภัยพิบัติ
27-04-2008, 12:32 PM
ผู้ที่ช่วยด้านการวางแผนล่วงหน้าก็ช่วยกันไป
ผู้ที่ช่วยด้านสถานที่ ก็ช่วยกันไป
มีเงินพอบริจาคก็ช่วยด้านการเงินกันไป
ว่างๆทุกท่านก็จะหาเวลาปฏิบัติธรรม
ใครสามารถทําหน้าที่ด้านไหนก็ช่วยด้านนั้น
ใครไม่มีโอกาสมาร่วมประชุมวางแผน
ก็ช่วยโพสๆข้อมูลในเวปกันไป
ทุกท่านก็มีหน้าที่ในกลุ่มทุกท่าน
เพื่อเป็นบุญตนเองและผู้อื่นและสรรพสัตว์โลก
มีขาวก็มีดํา
มีเช้าก็มีเย็น
มีผู้หญิงก็มีผู้ชาย
มีตํารวจก็มีผู้ร้าย
มีคนดีก็ต้องมีคนเกเร
เรื่องธรรมดา
SUTASSEE
27-04-2008, 02:08 PM
ไม่อยู่เสียหลายวันขอมาให้กำลังใจคุณเกษมด้วยคนทำไปเถอะคนที่ดีคนที่เข้าใจมีแน่
แต่คนไม่เข้าใจมันก็มีบ้างเป็นธรรมดา
อย่าจิตตกเลยค่ะ
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
27-04-2008, 02:11 PM
ท่านผู้ประพฤติชอบทั้งหลาย ขออย่าได้พร่องกำลังใจเลย
สิ่งที่ท่านเผชิญอยู่ ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องสอบอารมณ์
ท่านจะผ่านไปได้
Lazaza
27-04-2008, 03:06 PM
ให้กำลังใจเช่นกันนะคะ คุณเกษม
จริงๆก็ไม่ได้นิ่งเฉยเลยนะคะ ว่าจะเขียนตอบโต้ไปหลายครั้งเหมือนกัน
แต่สุดท้าย..เขียนแล้วก็ลบทิ้ง... เพราะก็คิดว่า เราจะต้องไปให้ราคาเค้าทำไม
ถึงแม้ทางเวปจะแบนเค้าไป... เค้าก็สมัครในชื่อใหม่ เข้ามาป่วนได้เหมือนเดิม
ก็เลยคิดว่ามุ่งทำที่ตนคงง่ายกว่า ชนะใครก็คงไม่เท่าชนะตนนะคะ
เราต้องฝึกเอาไว้ให้มาก เพราะจากนี้ไป คนแบบนี้จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเราเข้าสู่ยุค คนชั่วครองเมืองแล้ว มันมีในทุกระดับ
ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน
ถ้าจะมองอีกแง่ เขาก็เป็นคนที่น่าสงสารมาก เพราะไม่ล่วงรู้ถึงผลกรรม
จากการกระทำเหล่านี้เลย เมื่อบอกแล้ว เตือนแล้ว ก็แล้วแต่กรรมเค้าล่ะค่ะ
คุณเกษมก็ทำเสมือนไม่เห็นก็แล้วกันนะคะ พวกเราก็ไม่ได้สนใจเค้าอยู่แล้ว
พุทธานุสติ
27-04-2008, 04:14 PM
คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=311780&d=1208972047
14 ตุลาคม พ.ศ.2516
เมื่อประมาณปี 2516 มีคณะรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจยศนายพัน กลุ่มหนึ่ง มาเรียนถามหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง ให้ท่านช่วยทำนาย ว่าพวกกระผมจะทำการปฏิวัติ การนี้จะสำเร็จหรือไม่ แล้วผมจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ความจริงท่านไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง แต่ก็บอกให้รู้ หลวงพ่อเจริญท่านตอบว่าสำเร็จ แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 เดือนหลังจากนั้น นักศึกษานักเรียน ประชาชนจะออกมาขับไล่จนคุณอยู่ไม่ได้ ไม่ดี อย่าไปทำเลย
คุณเคยเห็นทะเลซุงไหม! อีก 15 ปีหลังจากนี้ (2531) ทะเลซุง จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ น้ำจะท่วมถึงยอดตาล วัดวาอารามจะพังพินาศ คนจะล้มตายจำนวนมากและต่อจากนั้นอีก 20 ปี (2551)
แผ่นดินจะถูกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย คนไทยจะไม่มีที่อยู่ โดนขับไล่
ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นกฎแห่งกรรม จงไปบันทึกเอาไว้ ถ้าไม่จริงอาตมายอมถูกปรับ
ท่านกล่าวอีกว่า.....
อาตมาจะมรณภาพวันที่ 14 ตุลาคม2521 เวลาเที่ยง 12.45 น.
ด้วยอุบัติเหตุรถคว้ำคอหักตาย และท่านก็มรณภาพวันนั้นจริงๆ
(จากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของ สุทัสสา อ่อนค้อม)
ทีมา http://larndham.net/index.php?showtopic=27880&st=40
หมายเหตุ
ปี 2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516
ปี 2531 วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากโคลนถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 700 ศพ
ปี 2532 เกิดพายุเกย์พัดถล่มภาคใต้ที่ชุมพรได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะเกิดสงครามประชาชน อาจเป็นสาเหตุให้ต่างชาติถือโอกาส เข้ามายึดครองประเทศไทย(ตามคำทำนายในคัมภีร์ไบเบิ้ล)
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
8888888888888888888888
แผ่นดินจะแตกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย
คนไทยจะไม่มีที่อยู่...โดนขับไล่
เมื่อหลายปีก่อนอาจจะฟังดูเหลือเชื่อนะคะ...
แต่สถานการณ์ ณ วันนี้ แท็กซี่บางคันไม่รับผู้โดยสารคนไทยแล้วค่ะ
โดยเฉพาะจุดที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ เช่น ประตูน้ำ สยาม มาบุญครอง
เคยอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
แท็กซี่บางคันที่ไปรับผู้โดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิ
ถ้าได้ผู้โดยสารที่เป็นคนไทยล่ะก็ มีออกอาการอย่างน่าเกลียดกันทีเดียว
ประมาณว่าดูถูกคนไทยด้วยกันเองว่าเป็นตัวซวย
ทำให้เขาไม่ได้เงินจากฝรั่ง ...ขับไปกระฟัดกระเฟียดไป...
ก็คงจะเป็นเหตุปัจจัยของอะไรๆ ที่จะตามมาในอนาคตต่อไปค่ะ
ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดๆ แฮะ...
:( :( :( :( :( :( :( :(
kumpeang
27-04-2008, 04:51 PM
ให้กำลังใจพี่เกษมครับ ...
ขอบุญรักษา อนุโมทนาสาธุ
kulchaya
27-04-2008, 05:04 PM
เห็นด้วยค่ะ คุณเกษมให้ความรู้พวกเราเยอะมาก ข้อมูลที่เราได้เก็บไว้และบอกต่อไปยังคนที่อยู่รอบข้างตั้งแต่ที่เค้าไม่เชื่อจนเริ่มคล้อยตาม ก็เพราะมีข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ จนเมื่อความจริงเริ่มค่อยๆปรากฎ คนที่เค้าไม่เชื่อก็จะรู้เองค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>เจตนาหาเรื่อง..ว่อนเว็บหาไทยฮุบแดนพระวิหาร</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>27 เมษายน 2551 06:50 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle>[LEFT]<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=left border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>http://pics.manager.co.th/Images/551000005351901.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left><CENTER>แผนที่แสดงที่เรียกว่า เส้นเขตแดนตามแผนที่สหรัฐฯ (เส้นสีแดง) กับ เส้นเขตแดนตามแผนที่กูเกิ้ลในปัจจุบัน (เส้นสีเหลือง) ที่แสดงให้เห็นว่า กัมพูชาได้เสียดินแดนให้แก่ไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดแนวพรมแดนเขาพนมดงรัก (Dong Rek) ใกล้กับปราสาทพระวิหาร แต่ไม่มีการระบุต้นตอของแผนที่เปรียบเทียบ ตลอดจนเทคนิคที่ใช้ในการจัดทำเพื่อเปรียบเทียบดังกล่าว </CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
ผู้จัดการออนไลน์ -- ได้มีการนำเอาแผนที่ฉบับหนึ่งขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของชาวกัมพูชาหลายแห่ง แสดงเส้นเขตแดนตามแผนที่ที่สหรัฐฯ จัดทำขึ้นเทียบกับเส้นเขตแดนใหม่ที่อ้างว่าจัดทำขึ้นจากภาพถ่ายดาวเทียมโดยกูเกิล (Google) ประกอบการกล่าวหาว่าช่วงกลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รุกล้ำเขตแดนกัมพูชาตลอดแนวพรมแดนด้านนั้น
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ที่นำเรื่องนี้ออกเผยแพร่ยังพยายามสร้างประชามติเสนอให้รัฐบาลกัมพูชา ล้มเลิกความตกลงที่ทำกับไทยเมื่อปี 2002 (2545) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดน และ ให้ยืนยันอาณาเขตของกัมพูชาตามสนธิสัญญาปักปันเขตแดนฝรั่งเศส-สยามเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ไทย คณะผู้แทนไทยและกัมพูชากำลังจะเจรจากันในกรุงปารีสต้นเดือนหน้า เกี่ยวกับการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
กลุ่มบุคคลดังกล่าวกำลังรณรงค์ทางเว็บไซต์ กล่าวหาว่า ไทยกำลังขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อมิให้ฝ่ายกัมพูชาบรรลุวัตถุประสงค์ เนื่องจากไทยต้องการมีส่วนร่วมในการจดทะเบียนเพื่อจะได้เป็นเจ้าของโบราณสถานล้ำค่านี้ด้วย
เว็บไซต์ของชาวเขมรพลัดถิ่น กล่าวอ้างว่า ได้แผนที่ดังกล่าวไปจากบุคคลวงในที่ใช้ชื่อว่า Thhai Makarar แต่ก็ไม่ได้ระบุแหล่งต้นตอของแผนที่และเทคนิคในการจัดทำ เพื่อเปรียบเทียบระหว่างแนวเส้นเขตแดนของแผนที่สหรัฐฯ กับแนวเส้นเขตแดนที่จัดทำโดยกูเกิ้ลเมื่อปี 2550
*** ทหารหาญ ต่อสู้กับ กรรม ****
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=314405&stc=1&d=1209296244
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=314406&stc=1&d=1209296244
ทหารสูญเสียมากมาย....และจะมากมายยิ่งขึ้น
ที่บอกได้...เพราะ นี่คือ กรรม....ทั้งของตนเอง และของประเทศ
ข้าพระพุทธเจ้า มีความเห็นใจสงสารยิ่งนัก
การที่จะนำทหาร...ออกสู้กับภัยที่ไม่เห็นตัว
และ ภัยที่เห็นตัว แต่ทำอะไรไม่ได้....เป็นเรื่องลำบากยิ่ง
สิ่งเหล่านี้...ล้วนเป็น กรรมที่เข้ามาทั้งสิ้น
กรรมกำลังปรากฏชัดขึ้น
ทหารและคนไทยจะสูญเสียชีวิตมากมาย
จนต้องสูญเสียดินแดนภาคใต้
[SIZE=3]สามจังหวัดไม่พอ...จะเอาต่อถึงระนอง
ในอดีต คนไทย...คงเบียดเบียนเขามาพอสมควร
กรรม ปัจจุบันจึงได้โหดร้ายนัก
แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับเขา
เราต้องมองให้ออกว่า...เรากำลังสู้และเผชิญกับ กรรม !!!!!!!
การจะสู้กับ กรรมได้มีหนทางเดียว...คือ การตั้งใจทำความดีอย่างจริงใจ
คือ พูดจริง ทำจริง
นั่นคือ...
พบเขมรมุสลิมลงใต้ผิดปกติ เสนอระงับวีซ่าสกัดแผนเพิ่มมุสลิม 3 จังหวัดชายแดน
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=314562&stc=1&d=1209309435
<!--images-->พ.อ.ไชยชัยยันห์ โสธรชัย ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กองกำลังบูรพา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยข่าวกรองตรวจสอบข้อมูลและหาข่าวกรณีได้ข้อมูลมาว่า ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ กำลังใช้ยุทธวิธีหรือแผนเพิ่มประชากรมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีชาวเขมรมุสลิมเป็นเป้าหมายหนึ่งของแผนนี้
นอกเหนือจากชาวพม่ามุสลิม ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา มีชาวเขมรมุสลิมเดินทางเข้าไทยผ่านทางด่านชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังชายแดนภาคใต้ โดยเข้ามาอย่างถูกต้อง จำนวนเกือบ 20,000 คน ยังไม่นับรวมชาวเขมรมุสลิมที่ลักลอบเดินทางเข้ามาโดยไม่มีหนังสือเดินทางอีกจำนวนมาก แต่พบว่ามีการเดินทางกลับมาเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น จึงจำเป็นต้องควบคุมดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มงวด
ขณะนี้จึงได้ทำหนังสือรายงานไปยังกองกำลังบูรพา โดยเสนอให้กองกำลังบูรพาทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ โดยผ่านทาง กอ.รมน. ขอให้กงสุลไทยในกัมพูชา พิจารณาหรือระงับการออกวีซ่าให้กับชาวเขมรมุสลิมที่จะเดินทางไปชายแดนภาคใต้ของไทยก่อนชั่วคราว เพื่อเป็นการสกัดกั้นแผนเพิ่มประชากรมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 07/06/50 22.08 น.
<!--detail-->http://webboard.mthai.com/58/2007-06-13/328187.html<!-- http://board.palungjit.com/keepstat.php?post_id=328187&poster_id=.... -->
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 05:58 PM
*** คนหนึ่งดี ****
ถึง ท่านเกษม
ทุกการกระทำของท่าน ไม่ตาย ไม่สูญสลาย ติดตัวท่านไปตลอดชั่วกัปชั่วกัลป์
และ มีผลตอบแทนแน่นอน
เพราะ ต้องเป็นไปตาม...หลักสัจจะธรรม
หลักเดียวที่สูงสุด
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 06:01 PM
กรรม กำลังมา
สร้างทางเลี่ยง...รอดพ้นกรรมด้วย "สัจจะ"
แล้วเหตุการณ์....จะคลี่คลายไปในทางที่ดี
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 06:06 PM
*** เพื่อพ้นกรรม ****
โลกุตตระธรรม....ปรารถนาให้ท่านมี สัจจะ
พระพทธเจ้า...ก็ปรารถนาให้ท่านมี สัจจะ
พระเจ้า....ก็ปรารถนาให้ท่านมี สัจจะ
พระเป็นเจ้า...ก็ปรารถนาให้ท่านมี สัจจะ
ให้มี สัจจะ ทำสิ่งที่ดีให้ชีวิตตนเองทุกวัน
เพื่อ...รอดพ้นกรรม
เพื่อ....หลุดพ้นทุกข์ในวันข้างหน้า
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 06:10 PM
*** ต่อเนื่องสัมพันธ์ ****
ประเด็น...ความรุนแรง เขาพระวิหาร
จะบอก....วันเวลาหายนะ ด้านขวานทอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 07:15 PM
*** สัจจะ นำพาสัตว์โลกหลุดพ้นทุกข์ ****
เมื่อ...สัจจะ ทำความดี
คือ สิ่งที่จะนำพาตัวผู้ทำ ให้รอดพ้นทุกข์กรรม
และ กรรม ....จะต้องมาแน่นอน
แต่เมื่อ... มีผลการกระทำจากสัจจะ
เมื่อถึงวันที่กรรมปรากฏ ...ก็จะรอดพ้นกรรมได้
เป็นการสร้าง...หนทางเลี่ยงกรรม ให้กับตนเอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
27-04-2008, 07:18 PM
การกระทำในวันนี้...คือ ทางเดินในวันหน้า
สัจจะทำความดี....คือ การสร้างหนทางที่เจริญ มั่นคง ปลอดภัย
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
Famnakub
27-04-2008, 08:18 PM
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ คุณเกษมอย่าท้อนะคะ คุณทำดีแล้วค่ะ และขอขอบคุณกับทุกๆข้อมูลที่บอกกล่าว ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
chaiyos_d
27-04-2008, 08:22 PM
เป็นกำลังใจให้คุณเกษมดัวยครับ อ่านทุกวันมีประโยชน์มากครับ
junior phumivat
27-04-2008, 08:26 PM
เรื่องภัยพิบัตที่มีความร้ายแรง ไม่เกิดในประเทศไทย อย่างแน่นอน ดังข่าวลือ โดยคนเมืองบัว
............................ “ อัปมงคล ตื่นข่าว “
….....….......………เรื่องภัยพิบัตที่มีความร้ายแรง
…….......ไม่เกิดในประเทศไทย อย่างแน่นอน ดังข่าวลือ
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
…..ด้วยยังเป็นกรรมของประเทศไทยยังมีมากอยู่ จึงยังมีท่านผู้ที่ปราถนาดี
มีคำทำนาย เตือนภัย อย่างที่ท่านได้อ่านกันไปแล้วในกระทู้ต่างๆที่ผ่าน
…..ในเรื่องนี้ผมเองก็มีความสงสัย อยู่บ้างแต่ไม่ตื่นเต้นนั้น
…..แต่ถึงอย่างไรก็ดี ก็มีคนโทร..มาถามกันมาก
ในเรื่องนี้
ในเมื่อคืน จึงๆได้รวมกำลังใจ แบบ มโนมยิทธิ ขึ้นไปทูลถาม
องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ปัจจุบัน และหลวงพ่อพระพระราชพรหมยาน โดยมีท่าน ท่านพระอิทร์เป็นประทาน…ฯลฯ
……ดังมีเนื้อความนำมากล่าวให้ทุกท่าน ได้ทราบกับ ดั่งนี้
……ว่า “ ภัยต่างๆที่เขาล่ำลือกันนั้นไม่เกิดแน่นอน” เพราะ
…..๑)ไม่มีพุทธทำนายไว้
…..๒) ที่เขาลือกันนั้นในเรื่องน้ำท้วม..ฯลฯ จะเกิดจริง ในช่วงหลังปี พ.ศ. ๕๐๐๐ ประมาณปี พ.ศ. ๕๐๐๓ บอกกันอย่างผิดๆ
…..๓) ได้มีความเดือดร้อนใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปตามกฏแห่งกรรม ที่เขามีต่อกันแล้ว ภัยอื่นๆจะไม่มีอีก
…..๔) ประเทศเราเป็นแผ่นดินพระศาสนา เป็นที่เป้าหมายในการเผยแพร่งานพระศาสนา ให้เจริญรุ่งเรือง จนครบ ๕๐๐๐ ปี พระพุทธองค์ ได้เล็งเห็นแล้ว จึงมีการสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้
….๕) ในกึ่งพุทธกาลนี้มีพระโพธิสัตว์ มาเกิดมากเพื่อทำบารมี และเหล่าสาวกภูมิบารมี ใกล้เติมมาทำบารมีร่วมกัน เผยแพร่พระศาสนาให้รุ่งเรือง อยู่กันโดยกระจัดกระจายทั่วประเทศ จะเป็นบารมีร่วม คุ้มตัวและบริวารภายในประเทศไทยอยู่แล้ว
…..๖) ในกลุ่มใผู้ที่ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะ เตวิโช ฉฬภิญโญ ปฏิสัมภิทาญาณ เขาต่างออกมาเป็นหัวหน้ามในการ ทำกุศล เพื่อลดกฏแห่งกรรมของประเทศชาติ กันตั้งแต่ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ไปพระนิพพานแล้วเมื่อ ต.ค. ๓๕ อย่างต่อเนื่อง ใครมีดีอะไรก็ต่างอธิฐานจิตกัน “ แต่ไม่ได้ ประกาศตน” ให้สังคมตื่นข่าว
…..แต่สังเกตุว่า มีการบวงสรวงมากเป็นพิเศษ ในลูกหลาน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
….๗) สงครามใหญ่เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยมีสัญญาณรุนแรงและเด่นชัด คือ ตึกเวิลเทรดเซ็นเตอร์ ถล่มโดลผู้ก่อการร้าย
…..๘) การเคลื่อน ตัวครั้งใหญ่ของเปลือกโลก “ ภัยสึนามิ” เป็นการขยับเปลือกโลก รอบประเทศไทยให้สูงขึ้นอย่างน้อย ๓ เมตร จนชั้นใต้ดินลึกประมาณ ๕ กิโลเมตร ขึ้นไป ทีมีการเปลี่ยนแปรง เพื่อให้สายลำธารน้ำมันดิบ จาก ซาอุ พม่า จีน ฯลฯ มารวมตัวในประเทศไทย ใช้เวลาในการเคลือนไหล ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๕
…..๑๐) หลังจากผู้บ้าอำนาจบางประเทศ หมดบุญวาสนาบารมี มีคนดีขึ้นมาครองประเทศ จึงนำน้ำมันนั้นยๆมาใช้ได้ อย่างสบายใจ
…..๑๑) กลุ่มการเกษตร จะไม่เสียหาย มากมายแน่นอน
…..๑๒) ดั่งนั้นขอให้ท่านมีความมั่นใจในพระศาสนา ขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้วว่า อานุภาพของพุทธองค์คุ้มครองแน่นอน ภัยต่างๆจะไม่มายายีให้ ประเทศไทยได้เดือดร้อนไปกว่านี้
…..มีแต่สุขสงบร่มเย็น เป็นศูนย์กลางแห่งการทำความดี สืบต่อไปจนสิ้นพุทธกาล
…..ทุกๆพระองค์ยืนยันมาเช่นนี้ ขอทุกท่านๆ ได้โปรดบอกข่าวกันต่อไป เพื่อที่จะได้ไม่เป็นเหยื่อข่าวลือนั้น ถือว่าเป็นข่าวที่ทำลายเศรษฐกิจในทางออ้ม
….กลุ่มคนเหล่านี้มีทัศนะคติในทางลบในสังคม อยู่ในใจค่อนข้างมาก อยู่แล้ว อุปกิเลสเลยไปกินใจเขามาก ก็เรานี้และช่วยแผ่เมตตา ให้แก่เขาว่าอย่าออกข่าวแบบ “ อัปมงคล ตื่นข่าว “ ผลเสียในทางออ้มมีมาก
….ในโบราณมีแต่ “มงคลตื่นข่าว”
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
<!-- / message -->
junior phumivat
27-04-2008, 08:30 PM
พุทธพยากรณ์โลก
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->ท่านสาธุชน พุทธบริษัท ทั้งหลาย วันนี้เป็นวันที่ 8 ตุลาคม 2533 เป็นอันว่า ในระหว่างนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัท คงจะทราบว่า ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ่าวเปอร์เซีย กำลังจะเกิดสงครามจากอิรัก กับหลายประเทศร่วมกัน คือ อิรัก ฝ่ายหนึ่ง กับหลายประเทศฝ่ายหนึ่ง ถ้าจะเปรียบเทียบกัน คล้ายๆกับสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับอิตาลี ญี่ปุ่นฝ่ายหนึ่ง อเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส อีกหลายประเทศร่วมกัน แต่ทว่าสงครามนี้จะเกิดหรือไม่เกิด อันนี้ก็ทราบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่า ต่างคนต่างก็ตั้งท่า ต่างคนต่างก็เตรียมพร้อม ที่จะลงมือซึ่งกันและกันและคำพยากรณ์ ก็จะไม่พยากรณ์ว่าจะมีสงครามหรือไม่ แต่ทว่ามีหนังสือเล่มหนึ่ง เขาให้ชื่อว่า นอสตราดามุส เขาพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า ถึง 2,000 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ ค.ศ.1990 จะเป็นปีเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้วสงครามโลกครั้งที่ 3 นี่จะเป็นสงครามที่มีความร้ายแรงมาก แต่ความจริง หนังสือนี่อาตมาก็ไม่ได้อ่าน เขาให้มาเหมือนกัน อ่านผ่านไปนิดเดียว แล้วก็เขาบอกว่า ประเทศอเมริกา อาจ จะถูกระเบิดนิวเคลียร์ แล้วก็จะมีเหตุการณ์ร้ายต่างๆ เกิดขึ้น
รวมความแล้ว เป็นสงครามทำลายศาสนา ในระหว่างศาสนากับศาสนาคือ ศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม เขาว่าอย่างนั้นนะ ตามที่หนังสือว่า หรือตามที่คนบอก อาตมาก็ไม่ได้อ่านชัด ทีนี้เรื่องของดามุส ดามุสเขาพูดไว้ จะแน่นอนขนาดไหน ก็เป็น เรื่องของเขา สำหรับพวกเราบรรดาท่านพุทธบริษัท ในฐานะที่เป็น ศากยบุตรพุทธชิโนรส เป็นลูกของพระพุทธเจ้าเราก็มา ดูคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าบ้าง
พระพุทธเจ้า ทรงพยากรณ์ไว้กับ พระอานนท์ว่า อานันทะดูกรอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกลงจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนและบุคคลให้พินาศจะมีการล้มตายซึ่ง กันและกัน เป็นอันมากแต่ว่า อานันทะ ดูกรอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงนักยังหาไม่ได้
ทั้งนี้ ก็เพราะว่า หลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูกรอานนท์ จะมีความร้ายแรง มากกว่า ก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ยักษ์นอกพุทธศาสนานั่นหมายถึง คนที่ไม่ได้เคารพพระพุทธศาสนา จะรบราฆ่าฟัน ซึ่ง กันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตาย ฝ่ายละมาก ๆ สมณะ ชีพราหมณ์จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประ เทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก นี่เป็นคำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นอันว่า ท่านดามุสคนนี้ ก็พยากรณ์ไว้ตรง แต่เขาบอกว่า ค.ศ.2000 โลกจะสลาย แต่ว่าพระพุทธเจ้าของเราบอกว่า โลก ยังไม่สลาย พระพุทธศาสนา จะทรงอยู่ได้ ตลอด 5,000 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพยากรณ์ ไว้ที่ พระธาตุดอยกิตติ ครั้งหนึ่งทรงตรัสว่า
ชี้ว่าเขตประเทศนี้ ต่อไปจะเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก จะสามารถทรงพระพุทธศาสนาครบ 5,000 ปี นี่หมายถึงประเทศไทย
เป็นอันว่า สงครามจะเกิดขึ้นที่ดามุสบอก ก็หมายถึงสงคราซีกตะวันตก หมายถึงอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศอื่น ๆ กับตะวันออกกลาง สงครามจริง ๆ ยังคงไม่ถึงประเทศไทย
ทีนี้เรามาย้อนรอยถอยหลังกันก่อนว่า ตามที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติตรัสรู้ว่า ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะมี การรบราฆ่าฟัน ซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกลงจากอากาศ ไฟจะลุกจากอากาศ ก็เป็นความจริง ในขณะนั้นปรากฏว่า ลูกปืนกลจากอากาศบ้าง ลูกระเบิดจากอากาศบ้าง ลูกระเบิดเพลิงบ้าง ทิ้งจากอากาศ ประเทศไทยเรา ก็พลอยยับเยิน ไม่น้อยเหมือนกัน เล่นเอาตู้รถไฟ ต้องไปขี่กัน ที่บางกอกน้อย ทั้งๆที่ตู้มันหนัก แต่แรงของระเบิด ดันตู้รถไฟจนไปขี่กัน ตึกบ้านเรือนโรงลำบากมาก
แต่ว่าสงครามนั้น เป็นเหตุบันดาล อย่างหนึ่ง นั่นคือว่า สร้างความทุกข์ บรรดาท่านพุทธบริษัท คำว่า สงคราม นี่ อาตมาผู้พูดเอง ก็ยังรู้สึกหวาดเสียวอยู่ เพราะว่า เคยอยู่ในระหว่างสงคราม ขณะนั้น อยู่กรุงเทพ ฯ แสงไฟฟ้า ก็ใช้อะไรไม่ได้ ต้องใช้ตะเกียง ตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่มีจะใช้ น้ำมันโซล่าก็หาไม่ได้ ต้องใช้น้ำมันหมู หรือน้ำมันมะพร้าวมาทำตะเกียง ของทุกอย่าง ของกินของใช้ต้องปันส่วน เพราะหาไม่ได้ จะได้ก็ของจากญี่ปุ่น เวลานั้นของเรามีน้อย เวลานี้โรงงานมีมาก แต่ก็ไม่แน่นัก เพราะระเบิดจากอากาศก็ดีจรวดก็ดี หรือว่าระเบิดจากภาคพื้นดินก็ดี อาจจะเกิดกับโรงงานต่างๆ ในประทศไทยได้ ถ้าสงครามเขา เกิดขึ้น
หากว่าท่านจะถามว่า ทำไมสงครามเกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางแล้วจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศไทยทำไมไทยจึงต้องหวาดระแวง ความจริง ไม่ได้พูดให้ระแวง พูดให้ทราบ ตามความจริง หรือ ตามความรู้สึกนึกคิด ถ้าเรื่องนี้ผิด ก็ต้องขออภัยด้วย เพราะว่า เป็นการคาดคะเน มากกว่าอย่างอื่น คิดว่า ถ้าสงครามเกิดขึ้น ระหว่างสงครามศาสนา ก็จงอย่าลืมว่า ศาสนาที่อยู่ ระหว่างสงคราม ก็มีอยู่ในประเทศไทยทั้ง 2 ศาสนา ถ้าเขารบกัน แต่เพียงภายนอกก็ดี แต่บังเอิญ คนที่นับถือศาสนานั้น ๆ ทั้ง 2 ศาสนาเกิดทะเลาะวิวาท รบราฆ่าฟันกันในเขตของเรา เขตของเราก็ต้องยับเยิบไป เหมือนกับสนามหญ้ากับสุนัข 2 ฝ่ายกัดกัน สนามหญ้าก็แหลก ถ้าบังเอิญเขารบกัน ก็ไม่เป็นไร ดีไม่ดีเขาจะชวนเรารบ เราจะรบหรือไม่รบ เขาก็จะรบหรือ ว่าเราไม่รบ เขาก็ไม่รบ แต่เขายึด เรายอมให้เขายึดไหม ในส่วนต่างๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศไทย
สำหรับความนึกคิด ในเวลานี้ ไม่ใช่หมอดูนะ ไม่ใช่พยากรณ์ ตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือหลักอะไรทั้งหมด เป็นแต่การคาดคะเนว่า เหตุการณ์จะต้องเกิดขึ้น อาการต่าง ๆ ที่ปรากฏในปัจจุบันจะฟูขึ้น เพราะรับการสนับสนุนเรื่องการเงิน กำลังอาวุธ จากที่อื่น จากนั้นเหล่าทหารตำรวจของเรา ก็ต้องเคลื่อนกำลังเข้าไปรักษาเขต ทีนี้เขตต่อเขต เขตยันเขต เขตที่เขาก่อขึ้น เป็นเขตในประเทศไทย และเขตต่อไปข้างหน้า ก็เป็นเขตที่เขา พวกเดียวกัน อะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง ลองวาดภาพกันดู ถ้า มันเกิดจริง ๆ ตามเขาว่านะ อันนี้ไม่ได้รับรองว่า มันจะเกิดจริงหรือไม่
ถ้าเกิดจริงส่วนประเทศไทย ทุกจุดทุกภาค ก็มีบุคคลที่ถือ ศาสนาตรงกันข้าม กับพระพุทธศาสนา ก็มีกำลังสูงขึ้น ที่เขาโต้กัน ที่เชียงใหม่อภิปรายก่อนหน้าที่จะพูดนี้ไม่ถึงเดือน เขาโต้กันถึงหลักสูตรการศึกษาว่า
หลักสูตรพระพุทธศาสนา ถูกลดลงไป หลักสูตรศาสนาอื่น เข้ามาแทน อย่างนี้ก็ต้องมีอาการ น่าคิดว่า เขาวางแผนล่วงหน้าไว้ไกลมาก หรือว่าเป็นการวางแผน ล่วงหน้าไว้ก่อน โดยเฉพาะระยะใกล้ก็ได้
ก็เป็นอันว่า ในเมื่อสงครามใหญ่เกิดขึ้น ทางด้านตะวันออกกลาง ทีนี้ เศษสงคราม มันก็อาจจะเข้ามาถึงประเทศไทยต่อ ไปก็เป็นการเดาอีก ขอเดานะ ไม่ได้พูดตรง ๆ จะหาว่าดูผิดก็ไม่ได้ เดามันผิดได้ ขอเดาว่า ถ้าสงคราเกิดขึ้น อย่างนั้นจริง ๆ แต่ความจริงเวลานี้ ยังไม่มีใครจะให้เกิด เวลาที่พูดนี่นะ วันที่ 8 ตุลาคม 2533 แต่กว่าหนังสือนี่จะออกถึงเดือนมีนาคม ถ้าสงครามเกิดก็เกิดแล้ว ไม่เกิดก็ไม่เกิด ในระหว่างนี้ต่างคนต่างมองต่างคนต่างพูด แสดงเรื่องการเมือง เอาเหตุผลต่าง ๆ มาหักล้างกัน ก็ไม่แน่นักว่า มันจะเกิด ก็อยากจะบนบานศาลกล่าวว่ามันไม่เกิดนั่นแหละเป็นการดี แต่ทว่าพระดำรัสของ องค์สมเด็จพระชินสีห์ ไม่เคยผิด แต่ว่าท่านไม่ได้บอก พ.ศ.
เป็นอันว่าประเทศไทยก็จะถูกหาง หรือท้ายฝน ละอองฝนจากสงคราม ก็เป็นอันว่า เราถูกละอองฝน ดินแดนเราก็จะไม่เสีย แต่ว่า ชีวิตคนอาจจะเสียไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่น่าห่วง ก็คือ ของกินของใช้ ราคามันจะแพงมาก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่า
เราต้องใช้น้ำมัน โรงงานต่างๆ ต้องใช้น้ำมัน ในเมื่อสงครามเกิดขึ้น ในเขตของบ่อน้ำมัน เราจะมีโอกาสซื้อ น้ำมันได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่
ท่านดามุส ท่านบอกว่า อำนาจของฝ่ายน้ำมัน มีอำนาจมาก สามารถเอาอาวุธ ใส่ในท้องปลา ไปยิงที่ไหน ก็ได้ นั่นหมายถึง เรือดำน้ำ ถ้าเราส่งเรือไปซื้อของในเขตใดเขตหนึ่ง ซึ่งเป็นเขตของศัตรูของเขาเรือดำน้ำของเขา ก็อาจจะยิงเรือพาณิชย์ ของเราก็ได้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ คนที่พบระหว่างสงคราม จะมีความรูสึก หนาว ๆ ร้อน ๆ แต่ว่า ขอยืนยัน บรรดาท่าน พุทธ บริษัทว่า สิ่งที่เราไม่ต้องกลัวอย่างหนึ่งคือ เขาประกาศบอกว่า การสงครามนี้เขาจะใช้อาวุธเคมีบ้าง จะใช้นิวเคลียร์บ้าง จะ ใช้นิวตรอนบ้าง อาวุธทั้งหลายเหล่านี้ น่ากลัวจริง ๆ แต่สำหรับความรูสึกของผู้พูด ไม่มีความรู้สึกกลัวเลย เพราะว่า
พระพุทธเจ้ามีความศักดิ์สิทธิ์ ของๆท่านทุกชิ้นที่ผลิตออกมา ท่านบอกว่า กันรังสีต่างๆได้หมด รังสีต่างๆจะไม่สามารถ กระทบกาย หรือทรัพย์สินบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่มีของของท่านได้ ที่ท่านทำให้นะ
ก็เป็นอันว่า ท่านยืนยัน มาตั้งแต่ พ.ศ. 2521 และท่านทำทุกครั้ง ท่านก็ยืนยันทุกครั้งว่า เกี่ยวกับรังสีต่างๆ ไม่ต้องกลังเลย รังสีจะไม่เข้าใกล้บุคคลที่มีของที่ท่านทำให ้ของนั้นอยู่ไหน ก็หาเอาเองก็แล้วกัน ของนั้นจะขอบอกเป็นนัยๆ เอาตรงๆ เลย ก็ได้คือ พุทธานุสสติ นั่นคือนึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ และก็ภาวนาไว้ว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหาย ใจออกนึกถึง โธ ก่อนจะออกจากบ้าน ตื่นขึ้นมาใหม่ๆ บูชาพระก่อน ภาวนาว่า พุทโธ ก่อนอธิษฐานขอความปลอดภัยก่อน จะไปก ็เสกน้ำลายด้วยกำลังของพุทโธสัก 3 ครั้ง แล้วก็เดินออกจากบ้านไปหรืออยู่บ้านก็ได้ ภัยอันตรายจะไม่มีแก่ท่าน หรือว่า ถ้าทำอย่างนั้น ยังไม่เกิดความมั่นใจ ก็เอาของที่องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงทำไว้ติดกับร่างกาย แต่ต้องอารธนาทุกวัน ว่า นะโม ตัสสะฯ 3 ครั้ง แล้วก็ว่า พุทโธ เหมือนกัน และก็อธิษฐานให้ปลอดภัย อย่างนี้จะปลอดภัยจากรังสีต่าง ๆ แม้แต่สะเก็ดระเบิด หรือว่ากระสุนปืนของข้าศึก ก็จะไม่มีอันตรายกับท่าน ถ้าท่านทั้งหลายมี พุทธานุสสติ เป็นกำลังใจ
ทีนี้เรามาคุยกันต่อไปนี่มันเรื่องคุยนะ ถ้าบังเอิญเวลานี้มีอิรักตั้งท่ายัน อิรักปรากฏว่า ประกาศว่ามีคน 18 ล้านแต่ทว่า อิรัก อิรักอิหร่านนี่รบกันมาประมาณ 8 ปี พออเมริกาส่งกำลังเข้ามาในอ่าวเปอร์เซีย อิรักอิหร่านดีกันฉิบ พื้นที่ของอิหร่านที่อิรักยึดได้ ก็พันตารางไมล์ก็ตาม คืนให้หมดปล่อยเชลยให้หมด เวลานี้ศัตรูกับศัตรู อิรักกับอิหร่านเป็นมิตรกัน อิหร่านก็เข้ากับอิรัก ไม่เห็นด้วยที่อเมริกา จะเอาวัฒนธรรมของเธอ มาใช้ในตะวันออกกลาง เขาถือว่า ผิดกฏของพระศาสนา นี่ป็นอันว่า อิ รักก็มีเพื่อนเข้าอีกหนึ่งประเทศ คือ อิหร่าน อิหร่านนี่ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน หนักเหมือนกัน แล้วต่อมาอย่าลืมว่า สายเลือดที่ร่วมกันมา เขาอาจจะไม่ทิ้งกันนั่นคือศาสนา คนที่นับถือศาสนาร่วมกัน อาจจะร่วมมือกันภายหลัง อย่างนี้สงครามใหญ่จะเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับคำพยากรณ์ของพระท่าน
ในปีที่ญวนแตกอเมริกาหนีกลับบ้าน ปีนั้นก็ถามพระท่านว่า หลังจากนี้จะมีอะไรบ้าง สงครามใหญ่จะเกิดขึ้นไหม ท่านบอกว่า คำว่าสงครามโลก ยังไม่เกิด คำว่าสงครามโลกนั่นหมายถึงว่า ทั้งโลกแบ่งกันเป็น 2 พวก ร่วมกันทั้งหมด แล้วก็ตีกันใน ระหว่างฝ่ายต่อฝ่าย คือตีกันรบกันอย่างนี้เรียกว่า สงครามโลก แต่สงครามครั้งที่จะเกิดทางด้านตะวันออกกลางท่านบอก ตรงว่า จะเกิดที่ด้านตะวันออกกลาง เขายังไม่เรียกว่าสงครามโลก เขาเรียกว่าสงครามใหญ่ สงครามใหญ่คราวนี้จะ มีความร้ายแรงไม่น้อย ร้ายแรงกว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าท่านก็ไม่ได้บอกอย่างดามุสว่า ถึงแม้อเมริกาอาจจะถูกนิว เคลียร์ ท่านไม่ได้บอกไว้ คือไม่ได้ถาม
รวมความว่าคำพยากรณ์ของท่านที่พยากรณ์ว่า จะเกิดที่ตะวันออกกลางก็ตรงแล้วเวลานี้ตะวันออกกลางจะมีสงครามอย่าง น้อยที่สุดก็เป็นสงครามเศรษฐกิจ เริ่มบีบรัดกันขึ้นมาการถูกบีบนี่ บรรดาท่านผู้ฟังละ ท่านผู้อ่าน สมัยเยอรมันก็ดี ญี่ปุ่นก็ดี อิตาลีก็ดี ที่ต้องประกาศเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เพราะว่า การถูกบีบคั้นจากโลกตะวันตกหรือหลายๆประเทศที่เรียกกัน ว่า สันนิบาตชาติ ในเวลานั้นทั้ง 3 ประเทศ ลาออกจากสันนิบาตชาติ สันนิบาตชาติ ต่างคนต่างบีบคั้นต่างๆ หาทางกลั่นแกล้ง ถ้าไม่รบก็อดตายมีความจำเป็นต้องรบ หมายถึงว่า ยอมเสี่ยง ยอมเสี่ยงการเสียอิรภาพ การเสียประเทศจะต้อง เป็นเมืองขึ้นเขากับความตาย ทีนี้การรบความตายมันก็เกิด แต่เกิดเฉพาะบุคคลบางกุลุ่มที่เป็นทหาร และบุคคลที่อยู่ใกล้ จุดยุทธศาสตร์ที่ถูกระเบิด คนนอกนั้นจะไม่ตาย ถ้าไม่รบความอดเกิดขึ้น มันจะตายทั้งประเทศ เขาต้องตัดสินใจรบ เรื่อง สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีฉันใด เวลานี้อิรักกับอิหร่าน กำลังจับมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนามุสลิมเขาเป็นศาสนาที่ มีความรักกันมาก
อย่างตอนใต้ ประเทศไทยไทย คราวนั้น ฟังข่าวจากทางโทรทัศน์ จาก ท่านพันเอกณรงค์ กิตติขจร ท่านบอกว่า ใครล่ะ พันเอกกัดดาฟี มั้ง ถ้าพูดชื่อผิด ขออภัยด้วย ท่านเคยไปเจรจากัน บอกว่า อย่ามายุ่ง กับประเทศไทยเลย แต่เขาบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งด้วย แต่ที่ยุ่งนั้นเป็นเรื่องของศาสนา ที่จะให้มีการแบ่งแยกประเทศไทย ออกเป็นของมุสลิมส่วนหนึ่ง ของไทยส่วนหนึ่ง เขาหวัง 4 จังหวัด แต่ความจริงถ้าเขายึด 4 จังหวัดได้ เขาจะเอาอีก 8 จังหวัด ถ้า 8 จังหวัดได้เขาจะเอา อีก 16 จังหวัด ผลที่สุดเขาต้องการยึดทั้งหมดทั้งประเทศไทย ความพอใจของคนไม่มีฉันใด บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ถ้าสงครามเกิดขึ้น ถ้าเราจำเป็น ต้องเสียดินแดน เรื่องเสียเฉพาะน่ะ ไม่มีแน่นอน มันต้องเสียกันเรื่อยไป เวลานี้เราก็ไม่มีพอที่จะเสียแล้ว แต่ที่พูดนี่ ก็ไม่ได้หมายความว่า สงครามจะเกิดจริง สมมติว่า ถ้ามันจะเกิดทีนี้เรื่องของศาสนา ก็จะ เกิดขึ้นที่พูดนี่ไม่ได้ยุให้คน 2 ศาสนาทะเลาะกันนะเป็นแต่เพียงว่า ท่านณรงค์ท่านบอกว่า ท่านไปพูดกับประธานาธิบดีของ เขา ประธานาธิบดีของเขาก็บอกว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งเป็นเรื่องของศาสนา ทีนี้ศาสนาจะเอาเงินมาจากไหน ก็ทราบไม่ได้เหมือนกัน
รวมความว่า หันมาคุยกัน ในประเทศไทย ถ้าสงครามเกิดขึ้นจริงๆ เราจะเป็นอย่างไร ประการแรก เรายังพูดถึงศานาก่อน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ เราจะหนัก เรื่อง น้ำมัน นิดหน่อย แต่ว่า น้ำมันในประเทศไทย ถ้าเร่งรัดจริงๆ จะเหลือใช้ เพราะอะไร เพราะว่า น้ำมันในประเทศไทยนี่มีมาก การเจาะบรรดาท่านผู้อ่านและท่านผู้ฟังที่พูดนี่ก็ขอเดาคิดว่าท่านที่เจาะเขาคง จะเจาะไม่ถึงเพดานจริงๆ ของน้ำมัน รวมความว่า ถังน้ำมันถังใหญ่จริงๆ น่ะ เราจะพูดตามความเป็นจริงแล้ว ประเทศจีน เขาก็มีน้ำมัน เขาอยู่สูงกว่าเรา ประเทศพม่าก็มีน้ำมัน อินโดนีเซียก็มีน้ำมัน แล้วก็ไทยล่ะอยู่กลางทำไมจะไม่มีน้ำมัน
ทีนี้เวลานี้การเจาะน้ำมัน การดูดน้ำมันเขาว่าได้น้อย แต่ความรูสึกของผู้พูด หรือตามข่าวหนังสือพิมพ์เขาบอกว่าความจริง ประมาณน้ำมันที่ได้ มันมากกว่าข่าวที่เขาแจ้งมาข้อนี้จะเท็จจริงประการใดก็ไม่ทราบ สุดแล้วแต่หนังสือพิมพ์ แต่เขาบอก ว่าเขาแจ้งได้น้อย ก็ยังมีอีกหลายหลุมที่เขาเจาะพบแล้ว เขาบอกว่า
ไม่พอกับเชิงพาณิชย์ จึงไม่ยอมดูดขึ้นมา นี่ก็เป็นลีลาของพ่อค้าเป็นของธรรมดา ถ้ากำไรน้อยเขาจะไม่เอา หรือจะมาพูดกันอีกทีหนึ่ง
เวลานี้ทราบว่า คนไทยศึกษาเรื่องวิชาการเจาะน้ำมันมาได้ดีแล้ว มีความชำนาญพอแล้ว แล้วก็กำลังจะเจาะก่อนหนังสือจะ ออกคงจะเจาะแล้วละมั้ง เจาะก๊าซที่สงขลาใกล้ ๆ กับบ่อเดิม จะเอาก๊าซมารวมกัน เข้ากับท่อเดียวกัน ขึ้นมาใช้จะได้มีปริ มาณสูง ถ้าบังเอิญท่าน หรือนายทุนท่านใดท่านหนึ่ง ในพื้นที่ ที่ไม่มีสัญญาประมูลกับบริษัทต่างๆ แต่น้ำมันมีมาก ปริมาณ ของประเทศไทยนี่
ถ้าจะลองเจาะอย่างต่างประเทศเขา เอาที่ใดที่หนึ่งก็ได้สักที่หนึ่ง ที่พูดนี่เป็นการสมมติกันนะ จะเชื่อหรือไม่สมควรเชื่อ
เพราะความรู้สึกว่ามีอยู่ว่าการเจาะที่แล้วมา เขาเจาะกันยังไม่ถึงฝาผนังหรือเพดานของถังน้ำมัน ซึ่งมันเป็น ถังใหญ่คลุมจักรวาล มันเป็นทะเลอีกชั้นหนึ่งต่างหาก คือเป็นทะเลน้ำมันจริงๆ ประเทศไทยตั้งอยู่เหนือทะเลน้ำมัน จีนก็เช่นเดียวกันแล้วก็พม่าก็เหมือนกัน อินโดนีเซียก็เหมือนกัน มาเลเซียก็เหมือนกัน บรูไนก็เหมือนกัน มันเป็นถังถังเดียวกัน ถ้าบังเอิญเราจะเจาะอย่างอังกฤษ ที่เขาบอกว่า อังกฤษเจาะที่ทะเลเหนือ เจาะลงไปลึกลงไปใต้ดินถึง 6 กิโลเมตรก็ได้น้ำมันขึ้นมาเพียงพอ
แต่ประเทศไทยเราสำรวจแล้วว่า ที่ใดที่หนึ่งมีน้ำมันพอที่จะเจาะได้ ก็ลองเจาะสัก 6 กิโลเมตรจะมีผลเป็นประการใดเรื่อง นี้ก็ลองถามท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ท่านมีความชำนาญในด้านนี้มาก ก็เรียกว่าดร.สรรพศาสตร์ ท่านดร.สรรพศาสตร์ ท่านบอกว่า ถ้าเจาะลงไปถึง 6 กิโลเมตร ในถังน้ำมัน ที่มีพื้นแผ่นดินหนาหมายความว่า หลังถังน่ะลึกลงไปเจาะลงไปแค่ 3 กิโลเมตร จะถึงผิวถังน้ำมัน หรือหลังคาน้ำมัน ถ้าเจาะถึง 6 กิโลเมตร ไอ้ท่อที่เจาะลงไปนั้น จะจมไปในตัวถังน้ำมัน บ่อน้ำมันจริง ๆ ครึ่งกิโลเมตร ถ้าเจาะในที่ตื้น ที่บางจุด อยู่ไม่ไกลกรุงเทพนัก ในที่นี้ถ้าเจาะถึง 6 กิโลเมตร ท่อจะจมลงไปในเขตของน้ำ มันประมาณ 6 กิโลเมตร ถามว่า ดร.สรรพศาสตร์ ถ้าเราจะดูดใช้อย่างปัจจุบันนี่ ถ้าทำอย่างนั้นจะใช้ได้สักกี่ปี ท่านบอกว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเอา 30 เท่าของปัจจุบันใช้ไป 5,000 ปี น้ำมันยังไม่หมด ปริมาณยังไม่ลด
นี่แหละบรรดาท่านผู้อ่านและท่านผู้ฟัง ถ้าบังเอิญท่านดร.สรรพศาสตร์ ท่านพยากรณ์ตามความรู้ของท่าน ถ้าตรงตามนี้ประ เทศไทยเราก็ไม่จน อย่างอื่นจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ไฟของเรามีน้ำมันเราก็ถูก อุตสาหกรรมของเราลงทุนถูก เพราะน้ำมันถูก เราจะขายต่างชาติได้ดี ระยะนั้นประเทศไทยเราจะรวย
เอาละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เราคุยกันมาวันนี้ก็ป่วย แต่เกรงว่าเล่มที่ 18 นี่จะไม่ครบ ทำไปแล้ว บ้างตามสมควร แต่ไม่แน่ใจ ว่าจะครบหรือไม่ครบ ก็ลุกขึ้นมาทำหันไปดูเวลาเหลือเวลาประมาณนาทีเศษ ก็ขอเตือนบรรดาญาติโยม พุทธ บริษัท ซึ่งเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ว่า จงอย่าหวั่นไหว ต่อสงคราม ขอยืนยันว่า ถึงแม้ว่าสงคราม จะเกิด ก็จริงแหล่แต่ทว่าเราจะไม่ตายเพราะสงครามโลก เราจะไม่อดตายเพราะสงครามโลก และนักเกษตรศาสตร์ก็ดีนักเกษตร ศาสตร์นี่จะมีโชคดีมากคือ จะรวย ข้าวจะแพง พวกที่เลี้ยงสัตว์ก็ดี ราคาจะแพง จะรวยทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าไม่มีความประมาท บรรดาท่านพุทธบริษัท ประเทศไทยจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์
<!-- / message -->สงครามกับภัยพิบัติ มันคนละเรื่องกันนะครับ แยกกันให้ออกครับ
<!-- / message -->
<!-- / message -->
...
<!-- / message -->สงครามกับภัยพิบัติ มันคนละเรื่องกันนะครับ แยกกันให้ออกครับ
<!-- / message -->
<!-- / message -->
(good)
เรื่องภัยพิบัตที่มีความร้ายแรง ไม่เกิดในประเทศไทย อย่างแน่นอน ดังข่าวลือ โดยคนเมืองบัว
<!-- / message -->
<TABLE width=550 border=0><TBODY><TR><TD>ข้อความข้างล่างนี้คัดลอกมาจากเว็บคนเมืองบัว
ทั้งที่เป็นสุบินนิมิต และเป็นสมาธินิมิต ทำนองว่า เกิดภัยพิบัติใหญ่ แดนหลบภัยชั่วคราว โลกใหม่เมืองใหม่หลังภัยพิบัติ....
.../..ขอโมทนาที่เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าของโลก ในภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากความมี ราคะ โทสะ โมหะ ของคนนักปกครอง ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ดังนั้นคนดีจึงอยู่ได้ คนร้ายถึงถูกจัดการด้วยกฏแห่งความเป็นธรรมดาของโลกนั่นเอง
</TD></TR><TR align=right><TD>จากคุณ คนเมืองบัว เมื่อวันที่ 13/8/2547 16:09:21
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<!-- สร้างแบบ form แสดงข้อความที่ได้รับตอบกลับ -->
คัดลอกมาจากhttp://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=1412 (http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=1412)
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>
ภัยพิบัติมี 10 ประการ
(สงครามก็เป็นหนึ่งในภัยพิบัติเช่นเดียวกัน)
1. ราชภัย ท้าวพระยาจะบังคับเบียดเบียนพลเมือง 2. โจรภัย จะบังเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมภ์ทั่วไป <B>3. อัคคีภัย ไฟจะไหม้บ้านเมืองไม่ขาดสาย 4. อสุนีบาต ฟ้าจะผ่าสัตว์และคนล้มตายบ่อย ๆ 5. เมทนีภัย แผ่นดินจะไหวสะท้านและแยกออกจากกัน 6. วาตภัย จะเกิดลมพายุพัดพาบ้านเมืองพินาศ 7. อุทกภัย น้ำท่วมบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา 8. ทุพภิกขภัย จะเกิดข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร 9. พยาธิภัย จะเกิดโรคระบาดคนและสัตว์ล้มตาย 10. สัตถภัย(สงคราม) จะรบราฆ่าฟันกันล้มตายร้ายแรง</B>----------------------------------------------------------------
sutatip_b
28-04-2008, 06:03 AM
ก่อนหน้านี้ หลวงปู่เคราบอกว่า ถ้าสงครามมาก่อน ภัยธรรมชาติ็ก็จะเบาบางลง แต่ถ้าภัยธรรมชาติมาก่อน สงครามก็จะไม่ร้ายแรงมาก
คำเตือนสัปดาห์ที่แล้ว จากหลวงพ่อในป่า แจ้งว่าสงครามมาก่อนภัยธรรมชาติแน่นอน
วานนี้ผ่านแถวอยุธยา เห็นต้นไม้หักจากลมพายุ บ้านเรือนเสียหาย
ภัยธรรมชาติขนาดเบาะๆมนุษย์็ก็แพ้เสียแล้ว
ภัยจากตัณหามนุษย์ เราจะดำรงอยู่ไหวไหมหนอ
ขอทุกท่านจงดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทเทอญ
Falkman
28-04-2008, 09:20 AM
ขอขอบคุณในข้อความของคุณ พุทธเมตตา เป็นอย่างมากครับ ผมขอบอกตามตรงในระยะที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจกับข้อความของคุณ หล่อ..... เป็นอย่างมากครับ ที่เข้ามาใช้ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางต่างๆ นาๆ โดยไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย ยิ่งเห็นเพื่อนๆ พากันนิ่งเฉย ไม่ยอมมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อความนั้นๆเลย ก็ยิ่งคิดว่าคงไม่มีใครเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมได้เพียรพยายามเสาะหาข้อมูล มาให้ได้อ่านได้รับรู้กันเสียแล้ว
แต่ในที่สุดฟ้ายังมีตา ที่ได้ให้คุณพุทธเมตตา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่เป็นกำลังใจให้กับผมในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกมากครับ ถ้าคนดีๆ พากันนิ่งเฉยเสียต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต่อไปก็จะไม่มีใครกล้าที่จะทำความดีเพื่อผู้อื่นอีกต่อไป.....ฝากผู้ดูแลเว็บช่วยรักษาความสงบสุขในห้องนี้ด้วยครับ
จริงๆ คนเราจะมีสิทธิคิดอะไรก็ได้ ไม่ได้ว่ากันเลย แต่บางคนจะต้องดูถูกความคิดความเห็นของคนอื่นว่า "ผิด" ความคิดของตัวเอง "ถูก" เสมอ อย่างนี้ไร้สาระ เราควรเคารพในความคิด ความเห็นของผู้อื่น ถึงแม้จะถูกหรือผิด ไม่ควรไปก้าวก่ายกัน คนเรามีจุดมุ่งหมาย มีประสบการณ์ต่างๆ กันไป ย่อมพูด ย่อมคิดไปตามประสบการณ์ที่ตนผ่านมา
กระทู้นี้ก็ตั้งมาเรื่องนี้ ถ้าใครไม่อยากอ่าน หรือ อ่านแล้วไม่เห็นด้วย ก็ไปอ่านที่อื่นได้ บอกว่าไม่ดียังเข้ามาอ่าน อันนี้ก็แปลกอยู่ http://board.palungjit.com/images/icons/alien.gif
มีคนทุกอาชีพ สาขา เข้ามาอ่าน แล้วสิ่งที่พี่เกษมทำอยู่ก็เป็นประโยชน์อย่างมากกับส่วนรวม อย่างน้อยก็รวบรวมข่าวสาร บ้านเมืองมาให้อ่าน อย่างน้อยก็รู้ความเป็นไปของโลก กระทู้อื่นมีมากถ้าใครไม่อยากอ่านก็ไม่ไ่ด้ว่าอะไรเลย http://board.palungjit.com/images/icons/smile.gif
ขอเป็นกำลังใจให้พี่เกษม http://board.palungjit.com/images/icons/smile.gifhttp://board.palungjit.com/images/icons/icon_02.gif กับ ขอขอบคุณที่พี่เกษมให้ข่าวสารที่อัพเดท กับพวกเราอย่างเสมอมา http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif
kowmoo
28-04-2008, 10:14 AM
ดิฉันเห็นด้วยกับคุณfaklmanนะคะ ใครชอบก็เข้ามาอ่าน ไม่ชอบก็อย่าเข้ามาไม่มีใครบังคับให้เข้ามาอ่านนะคะ คุณเคยหล่อ ไม่รู้หล่อเดียวกับที่เคยเข้ามาเป็นบัวใต้น้ำหรือป่าว ขอให้พ้นเหนือน้ำเร็ววันนะคะ ขอให้คุณพี่เกษมให้ข้อมูลต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลตั้งแต่อดีต-ปัจจุบันนี้ ขอขอบคุณมากจริงๆนะคะ
nuttadet
28-04-2008, 10:23 AM
ความเห็นไม่เหมือนกัน เป็นธรรมดาครับ แต่ถ้าวางกำลังใจทำเพื่อส่วนรวมแล้ว
สบายใจครับพี่ สู้ๆ ครับ คนติดตามกระทู้นี้เป็นหลักพัน ละครับ ทุกคนล้วน
ติดตามอ่านบทความพี่ตลอด รมถึงคนที่ไม่ได้โพสต์อีกเยอะเลย
<TABLE width=550 border=0><TBODY><TR><TD>ข้อความข้างล่างนี้คัดลอกมาจากเว็บคนเมืองบัว
ทั้งที่เป็นสุบินนิมิต และเป็นสมาธินิมิต ทำนองว่า เกิดภัยพิบัติใหญ่ แดนหลบภัยชั่วคราว โลกใหม่เมืองใหม่หลังภัยพิบัติ....
.../..ขอโมทนาที่เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าของโลก ในภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากความมี ราคะ โทสะ โมหะ ของคนนักปกครอง ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ดังนั้นคนดีจึงอยู่ได้ คนร้ายถึงถูกจัดการด้วยกฏแห่งความเป็นธรรมดาของโลกนั่นเอง
</TD></TR><TR align=right><TD>จากคุณ คนเมืองบัว เมื่อวันที่ 13/8/2547 16:09:21
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<!-- สร้างแบบ form แสดงข้อความที่ได้รับตอบกลับ -->
คัดลอกมาจากhttp://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=1412
นิมิตฝันเรื่องแดนหลบภัยชั่วคราว!!!
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=314876&stc=1&d=1209356882
<TABLE width=550 border=0><TBODY><TR><TD>
เมื่อคืน(คืนวันที่ 13 หรือเช้าของวันที่ 14/06/2547) ประมาณ ตีห้า ฝันว่า
เกิดภัยธรรมชาติอันรุนแรง (จำไม่ค่อยได้ว่าคืออะไร) ทำให้คนที่จิตไม่ดีหรือคนบาป ต้องเปลี่ยนกายใหม่ที่เหมาะสมกับจิตของพวกเขา (ตาย)
ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ใช้อะไรในการตัดสิน เห็นในฝันเพียงว่า มีวัตถุอย่างหนึ่งมาเร็วมากคล้ายลูกปืน ลอยกระทบผู้คน แล้วแตกเป็นสีแดงบ้าง สีเขียวบ้าง ที่เป็นสีแดง-ต้องตาย ที่เป็นสีเขียว-ไม่ต้องตาย ผมก็โดนเหมือนกัน (โดนหลายลูกด้วย) พอโดนแล้ว เหมือนกับโดนยิง แต่ไม่เจ็บ มองดูอีกที วัตถุนั้นแตกเป็นสีเขียวติดที่เสื้อ และผมก็ไม่ตาย ยังรอดชีวิต จึงเข้าใจเองว่า วัตถุนั้น เมื่อลอยมาโดนคนจิตใจหยาบช้า น่าจะแข็งและทะลุเนื้อเข้าไป เลือดไหลออกมาเป็นสีแดง จนผู้นั้น ๆ ต้องตาย แต่เมื่อลอยมาโดนคนจิตใจไม่หยาบช้า วัตถุนั้น น่าจะเบาบางลง จนไม่มีแรงกระแทก มีแต่แรงกระทบหน่อย ๆ รู้แต่ว่ามีอะไรมากระทบหน่อย ๆ จึงไม่เจ็บและไม่ตาย (ไม่เข้าใจว่า ทำไม่ต้องเป็นสีเขียว)
จากนั้น ได้เข้าไปสู่แดนหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นแดนมนุษย์นี่แหละ (อาจเรียกได้ว่า "แดนรอดตาย" หรือ "แดนเร้นภัย") ที่นี่มีชุมชนดั้งเดิมของเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ผู้รอดตาย มาพักพิงเท่านั้น (ชั่วคราวหรือตลอดไป ไม่ทราบครับ) ที่นี่ มีต้นไม้มากมาย ภูเขาสูงใหญ่ พืชพันธุ์ธัญญาหาร สมบูรณ์ดี ในบรรดาเขาต่าง ๆ นั้น มีภูเขาลูกหนึ่งสูงมาก และที่เขานี้ ก็มีผาที่มีชื่อเสียงมาก ผมมองจากด้านล่าง ก็เห็นยอดผาสูงเสียดฟ้า เสียดเมฆ (จินตนาการเอาจากยอดเขาในหนังจีนนะครับ) เห็นเฉย ๆ ครับ ไม่ได้ขึ้นไปเที่ยว ได้ยินเขาบอกว่า หากขึ้นไปบนยอดผานี้ จะมองเห็นสวรรค์ชั้นฟ้า เห็นน้ำตกสวรรค์สวยงามมาก (มองแบบไม่ต้องแหงนหน้ามาก) ผู้คนจึงตั้งชื่อว่า "ผาสบสวรรค์" หรือ "ผาสพสวรรค์"
ผมแหงนหน้ามองจากหมู่บ้าน เห็นผาสบสวรรค์ อยู่ด้านตะวันออก เห็นสีขาว ๆ ลาง ๆ คล้ายสายน้ำตกอยู่ทางทิศใต้ (เหมือนสายน้ำตกจากอากาศลงอากาศ) คนที่หมู่บ้านเห็นผมท่าทางสนใจจึงชวนผมขึ้นไปเที่ยวดู ผมตกลง
ตรงทางขึ้น (จากพื้นดินสู่สายน้ำตก) เห็นมีเพียงลูกกลม ๆ คล้ายไข่อยู่สองอัน อันนี้แหละคือยานพาหนะที่จะนำพาไปสู่จุดหมาย เห็นกลางอากาศ มีเส้นเถาวัลย์อยู่สองเส้น (เส้นหนึ่งขาขึ้น อีกเส้นหนึ่งขาลง) เป็นเหมือนรางรถ พอขึ้นนั่งบนยานกลม เห็นเขาใช้มือทั้งสองสาวเถาวัลย์ ฟับ ฟับ ฟับ ยานก็ลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงจุดจอด ซึ่งก็เป็นพื้นดินนั่นเอง (ไปไงมาไงก็ไม่เข้าใจ) มันเป็นเหมือนเมืองอีกเมืองนึง ที่อยู่บนยอดเขาสูงมาก ๆ สูงจริง ๆ
ผู้คนที่นี่ หน้าตา ไม่เห็นมีใครสวยสดงดงามเลยสักคน ดูธรรมดา ๆ มาก ๆ รูปร่างหรือหุ่น ค่อนข้างกลมยังกะลำไผ่ (ไม่ได้อ้วนครับ) แต่ที่ประหลาดมากสำหรับผมก็คือลิ้นของพวกเขาครับ ทุกคนมีลิ้นยาว ใหญ่ แลบลิ้นออกมาให้ดู ยาวประมาณเป็นฟุตเลย ตรงปลายลิ้นที่แลบออกมา โค้งกระดกขึ้นข้างบนวกเข้าหาปาก ตรงปลายลิ้นจึงมีลักษณะเป็นเมือนภาชนะใส่น้ำได้ (จินตนาการเอานะครับ --หรือลองหงายมือขึ้น แบมือ แล้วงอนิ้วทั้งสี่เข้ามา--จะคล้าย ๆ ครับ เพียงแต่ด้านข้าง ๆ ต้องมีแนวกั้นไว้ด้วย--ไม่งั้นไหลออกด้านข้างหมดสิ) และลิ้นของพวกเขา ก็ไม่เป็นสีแดง ๆ เหมือนเรา ๆ ครับ เป็นสีออกดำ ๆ ลาย ๆ ดูแล้วเป็นตาขี้เดียด
ดูอาหารสดของพวกเขา (เหมือนเป็นตลาดแลกเปลี่ยนข้างทาง) เห็นเป็นพืชทั้งหมด เห็นมีสีแดง ๆ เหมือนเนื้อบ้างเหมือนกัน แต่ความรู้สึกบอกว่าเป็นพืชชนิดหนึ่ง
ที่นี่ เป็นแดนที่ไม่ต้องกลัว ไม่น่ากลัว (ถ้าไม่รังเกียจลิ้นพวกเขา) เพราะว่า ผู้คนจิตใจดี ไม่มีเบียดเบียนกัน นับถือพุทธศาสนา
จากนั้น ผมมองขึ้นไปตรงสายน้ำตกที่ว่านั้น เห็นมีเพียงสองชั้น จึงเดินไต่ตามทางลาดขึ้นไป ตรงชั้นแรก ด้านหน้าอ่างน้ำ มีลานหินสำหรับ นั่งเล่น กินลม ชมวิว มีผู้คนนั่งเล่นพักผ่อนอยู่มากพอสมควร มองจากจุดนี้ไปทางที่น้ำตกไหลมา เห็นมีน้ำตกใหญ่สองชั้น ฟังคนพามาบอกว่า มองจากที่นี่ลงไปทางโน้น จะเห็นผาไกลลิบ เรียกว่าผาสบสวรรค์ เมื่อผมเห็นแล้วก็เข้าใจทันทีว่า ที่ที่คนเมืองล่าง มองจากผาสบสวรรค์แล้วเห็นสวรรค์นั้น ความจริงคือเห็นที่นี่ เห็นน้ำตกนี้นี่เอง มันสวยงามเปรียบดังสวรรค์ จึงบอกว่าเห็นสวรรค์
จากนั้น ผมเห็นว่ายอดบนสุด ด้านหลังน้ำตก มีวัดอยู่ จึงเดินต่อขึ้นไปอีก ไปถึงแค่ครึ่งทาง ก็บังเอิญพบคนผู้หนึ่ง คนที่ผมรู้จัก กำลังเดินสวนทางลงมา คนผู้นั้นบอกว่า มาอยู่ที่นี่นานแล้ว สบายดี คนผู้นั้น ไม่ใช่ใครอื่นไกล ก็คือ "พี่เทพ" ผมประหลาดใจไม่น้อย ที่พี่เทพมาอยู่ที่นี่ มีโอกาสอาศัยอยู่ในแดนอันสวยงาม แดนอันคนเมืองล่างบอกว่า สวรรค์
บัดนั้น ผมพลันรู้ว่า ขณะนี้ เรากำลังฝันอยู่ เราไม่ได้มาจริง ๆ จึงบอกพี่เทปว่า ตอนนี้ผมฝันอยู่ พี่เทปก็ฝันอยู่ พวกเราต่างคนต่างฝันมาเจอกัน
ณ ตอนนั้น แม้ผมรู้ว่าตัวเองฝัน แต่ก็ยังไม่อยากหลุดออกจากความฝัน เพราะกำลังสนุก ที่นี่ก็สวยงาม ยังอยากดูต่อไปว่ามีอันใดพิเศษ มีอันใดประหลาดอีกบ้าง......จากนั้น ไม่นาน ผมก็ตื่น...ตื่นตอนตีห้า สี่สิบ ลูก ก็ตื่น หิวนม (ได้ยินเสียงดิ้น) ใช้เวลาหลับตาเรียบเรียงทบทวนความฝันประมาณ 10 นาที จึงลุกมาป้อนนมลูก
</TD></TR><TR align=right><TD>
จากคุณ นิมิต เมื่อวันที่ 15/6/2547 15:49:40
</TD></TR></TBODY></TABLE>
คัดลอกมาจากเว็บคนเมืองบัวhttp://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=1412 (http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=1412)
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ปริวิตกกันไปทั่วเวียดนามแห่ซื้อข้าวกักตุน</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>28 เมษายน 2551 10:45 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=420 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=420>http://pics.manager.co.th/Images/551000005389603.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left><CENTER>ภาพการเก็บเกี่ยวข้าวรอบใหม่ของชาวนาในเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลกำลังตั้งตารอผลการผลิตโดยคาดว่าจะมีปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ.</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>ผู้จัดการรายวัน-- เวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกกำลังพบปัญหาเช่นเดียวกันกับในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเบอร์หนึ่ง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากได้พากันตื่นตระหนกแห่ซื้อข้าวถุงไปกักตุน ด้วยความวิตกว่าอาจจะเกิดการขาดแคลนเนื่องจากราคาในท้องตลาดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในคืนวันเสาร์ (26 เม.ย.) ข้าวถุงขายหมดเกลี้ยงตามร้านสหกรณ์ในเขตอำเภอที่ 1 นครโฮจิมินห์ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากในกรุงฮานอยเมืองหลวงก็เริ่มออกหาซื้อข้าวกักตุน หลังจากราคาจำหน่ายปลีกยังคงขึ้นๆ ลงๆ ทำให้วิตกกันทั่วไปว่าจะเกิดขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์แทงเนียน แม่บ้านจำนวนมากต่างถามไถ่กันอย่างร้อนรน ยังมีข้าวหลงเหลืออยู่หรือไม่ในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ด้านหน้าของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ผู้คนจำนวนมากโทรศัพท์กลับบ้าน เพื่อรายงานว่าไม่สามารถหาซื้อข้าวได้
ที่ร้านสหกรณ์กงกวิ่ง (Cong Quynh Co-Op Mart) ซึ่งมีหลายสาขาในกรุงฮานอย ก็ไม่มีข้าวเหลือในสต๊อคเมื่อวันเสาร์ พนักงานที่นั่นกล่าวว่าผู้คนพากันไปซื้อข้าวตั้งแต่ตอนกลางวัน โดยไม่ทราบสาเหตุ
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=250 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=250>http://pics.manager.co.th/Images/551000005389601.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left><CENTER>ภาพเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2551 : ผู้ขายรายหนึ่งนั่งถัดจากตะกร้าธัญญาพืชหลากหลายชนิดที่ตลาดในกลางกรุงฮานอย โดยราคาข้าวนั้นได้พุ่งสูงกว่า 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว.</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>**ราคาข้าวสารพุ่งสูงขึ้น**
นายเหวียนวันเถาะ (Nguyen Van Tho) ลูกค้าคนหนึ่งจากอำเภอเหยาะ-เวิ๊บ (Go Vap) นครโฮจิมินห์กล่าวว่า ตนไม่ได้ซื้อข้าวในวันเสาร์ที่ผ่านมาเนื่องจากราคาแพงเกินไป และยังรู้สึกสับสนกับราคาข้าวที่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา
ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนามในช่วงเช้าวันเสาร์ ราคาข้าวอยู่ที่ 10,000 ด่งต่อกิโลกรัม (อัตราแลกเปลี่ยน 16,000 ด่งต่อ 1 ดอลลาร์) แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมงราคาพุ่งขึ้นเป็น 18,000 ด่ง ผู้จำหน่ายข้าวรายหนึ่งที่ร้านค้าถนนเลวันสี (Le Van Sy) ในเขตอำเภอที่ 3 กล่าวว่าราคาข้าวพุ่งขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา
ผู้จำหน่ายหลายรายพยายามหลบเลี่ยงลูกค้า รอขายเมื่อข้าวมีราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งการกักตุนนี้อาจจะทำให้ราคาข้าวพุ่งต่อไปไม่หยุด
ราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากประเทศที่ผลิตข้าวได้ผลผลิตน้อยลง แต่สำหรับเวียดนามซึ่งผลิตข้าวได้ล้นเหลือและอยู่ระหว่างหยุดส่งออกตามนโยบายของรัฐบาล ก็ยังประสบปัญหาวุ่นวายนี้
ในบางพื้นที่เช่นที่นครเกิ่นเทอ (Can Tho) ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขง หรือ ที่เมืองกวีเญิน (Quy Nhon) จ.บิ่งดิง (Binh Dinh) ในภาคกลางตอนล่าง ราคาข้าวก็ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ผู้จำหน่ายในตลาดนครเกิ่นเทอซึ่งอยู่ในเขตอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศกล่าวว่า 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ผู้ค้าปลีกต่างพากันขึ้นราคาข้าวถึง 3-4 ครั้งต่อวัน ข้าวขาวคุณภาพดีกับข้าวหอมพันธุ์เวียดนามราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว จากปกติอยู่ที่ 4,000 ด่ง ขึ้นเป็น 7,000 ด่งต่อกิโลกรัม
ข้าวหอมสายพันธุ์จากไต้หวันราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จาก 11,000 ด่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็น 18,000 ด่ง ต่อ กก. ผู้ค้ากล่าวว่าแม้กระทั่งข้าวคุณภาพต่ำก็ยังคงมีราคาแพง กล่าวคือข้าวหัก 15% ขาย 10,000 ด่ง ต่อ กก.
วันเสาร์ที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในเขตอำเภอกายราง (Cai Rang) นครเกิ่นเทอ ขยับขึ้นเป็น 6,000 ด่ง จาก 5,500 ด่ง ต่อ กก. เพียงแค่ 1 วันก่อนหน้านี้ และ จาก 4,200 ด่งในเดือน ม.ค.
ไกลขึ้นไปที่เมืองกวีเญินราคาข้าวทุกชนิดเพิ่มขึ้น 60% ภายใน 2-3 วัน เนื่องจากบรรดาเจ้าของร้านอาหารต่างพากันหาซื้อหากักตุนในขณะที่ผู้จำหน่ายก็พยายามที่จะไม่ขายเพื่อรอให้ราคาสูงขึ้นอีก หนังสือพิมพ์แทงเนียนกล่าว
</TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=270 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=270>http://pics.manager.co.th/Images/551000005389602.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left><CENTER>ฟิลิปปินส์ : ผู้ขายกำลังจัดกระสอบข้าวที่นำเข้าจากเวียดนามในร้านจำหน่ายข้าวแหล่งหนึ่งในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ได้นำเข้าข้าวจำนวน 335,500 ตันคิดเป็นมูลค่า 237.5 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เพื่อเป็นชดเชยการผลิตข้าวภายในประเทศที่คาดว่าจะลดต่ำลง.</CENTER></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>**รัฐบาลยันข้าวไม่ขาดตลาดแน่**
ทางการเวียดนามได้ออกให้ความมั่นใจต่อประชาชนหลายครั้งยืนยันว่า จะไม่เกิดการขาดแคลนข้าวในประเทศและราคาที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากการผลิตที่ไม่เพียงพอ
นายฟานฮวีทง (Phan Huy Thong) รองอธิบดีกรมกสิกรรม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทกล่าวว่า เวียดนามมีข้าวเพียงพอสำหรับการบริโภคของประชาชน โดยคาดว่าการเก็บเกี่ยวในช่วงหลังฤดูฝนนั้นคาดว่าจะได้ข้าวเปลือกอีก 17.2 ล้านตัน
ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขง การทำนาในช่วงหลังฤดูฝนคาดว่าจะได้ผลผลิตข้าวเปลือกถึง 9.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 300,000 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
ส่วนในภาคกลางตอนใต้และที่ราบสูงตอนกลางคาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 400,000 ตัน เท่ากับเมื่อปีที่แล้ว ส่วนภาคกลางตอนล่างอาจจะได้ข้าวลดลงเหลือ 900,000 ตันหรือลดลง 80,000 ตันเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2550 เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย
ในภาคเหนือแม้อากาศจะหนาวเย็นจัดช่วงต้นปีแต่การเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิต-ฤดูร้อน ก็กำลังดำเนินไปด้วยดี โดยคาดว่าจะสามารถผลิตข้าวเปลือกได้อย่างน้อย 6.5 ล้านตันเท่ากับปีที่แล้ว
กระทั่งในจังหวัดต่างๆ ที่การเพาะปลูกไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เช่น กว๋างนาม ( Quang Nam) กว๋างหงาย (Quang Ngai) และ ฝูเอียน (Phu Yen) เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงมั่นใจว่าประชาชนจะมีข้าวที่เพียงพอต่อการบริโภค
สมาคมอาหารเวียดนาม (Vietnam Food Association) หรือ VietFood ได้ยืนยันนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งออกข้าวระหว่าง 3.5-4 ล้านตันในปีนี้ เพื่อเป็นการรับประกันความมั่นคงทางด้านอาหาร
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
รองอธิบดีกรมวางแผน กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท นายบุ่ยเติ๊ตเตียบ (Bui Tat Tiep) กล่าวว่า การขาดแคลนข้าวในหลายประเทศทั่วโลกซึ่งมีผลทำให้ราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นนั้น อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนในประเทศเกิดความกังวล
เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่าปัญหาหลักที่เวียดนามต้องกังวลนั้น ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลน แต่เป็นเรื่องของปริมาณการส่งออกที่ต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะมีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ
ที่มา http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049324
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ไฟป่าผลาญแคลิฟอร์เนีย ทางการสั่งอพยพคนกว่า 1,000 หนีภัย</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>28 เมษายน 2551 11:20 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://pics.manager.co.th/Images/551000005395802.JPEG
http://pics.manager.co.th/Images/551000005395803.JPEG
http://pics.manager.co.th/Images/551000005395801.JPEG
[LEFT][COLOR=darkred][B]เอเจนซี
doodee1
28-04-2008, 11:14 AM
ดูข่าว น.ส.พ ของสัปดาห์ที่แล้วรู้สึกว่าเขาจะเอาข้อมูลในกระทู้นี้ไปเขียนข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวจากใต้มาถึงกรุงเทพ แล้วก็มีข่าวเกี่ยวกับวัดท่าซุงที่มีการนำตำรวจไปอบรมศีลธรรมเป็น ส.น เมืองอุทัยครับผมว่าน่าจะจัดทุก ส.น ทั่วไทยเลยดีกว่า เขาจะได้ตัดสินคดีได้เป็นธรรม บ้านเมืองจะได้ไม่เป็นปัญหาเหมือนในทุกวันนี้ ที่ผมลองอ่านดูของผู้รอดชีวิตจากนิวเคลียร์จากฮิโรชิม่า
ชีวิตความเป็นอยู่จะคล้ายๆๆ กับในคำนายในนี้เหมือนกัน คือขาดอาหาร
ส่วนอาการของคนที่เป็นโรคอะตอมมิคบอมบ์(โรคโดนนิวเคลียร์) คนที่โดนเต็มๆๆ เนื้อจะสุกแบบว่าคนที่เข้าไปช่วยดึงขึ้นมาเนื้อจะหลุดเห็นกระดูก
หนังก็จะรอกออกเสื้อผ้าคนที่ใส่สีอื่นๆๆเว้นสีขาวก็จะกลายเป็นเรตxxxเพราะว่าไหม้หมด ทหารของญี่ปุ่นที่เข้าไปช่วยเหลือจากสุขภาพดีประมาณ2-3วันจะมีเลือดไหลออกมาทางทวารผมก็จะหลุดกลายเป็นโล้นไป ส่วนคนที่รอดประมาณ 2-3 ปีก็จะมีอาการไอเป็นเลือดถ่ายเป็นเลือดออกมาแล้วก็ตาย ทางเมกาได้เข้าไปเก็บตัวอย่างเอาไปวิจัยตอนที่เข้าไปในญี่ปุ่นตอนเกิดเหตุใหม่ๆๆ
ส่วนคนที่โดนรังสีใหม่ๆๆเขาดูว่าทำไมถึงผ้าเตี่ยวหลุดความจริงไม่ใช่เป็นหนังที่ลอกมาจากหลังมาถึงก้น ส่วนหนังแขนจะรอกออกมาจากรักแร้มาถึงฝ่ามือครับ
doodee1
28-04-2008, 11:18 AM
แต่ไม่รู้ว่าจะยิงนิวเคลียร์กันซักกี่ลูกโลกมันถึงจะมือไป 49 วันที่มันมืดมันเป็นเพราะฝุ่นตลบครับเขาบอกว่าตอนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ออกมาห้ามดูเพราะว่าตาอาจจะบอดได้ครับเพราะว่ามันจะมีการเปล่งรังสีออกมานะ
kowmoo
28-04-2008, 12:06 PM
น่ากลัวจัง นี่แค่อ่านของคุณdoodeeเองนะ แล้วไม่รู้ว่าไอ้พวกประเทศบ้านิวเคลียร์จะพัฒนาอาวุธไปกันทำไม ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย
k_isara
28-04-2008, 01:47 PM
17 เม.ย. 51<O:p</O:p
น้ำ 5 เมตร กับ กบ 3 ตัว</O:p
ความสูงของระดับน้ำอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 เมตร</O:p
กบ 3 ตัว .....มีชื่อเสียง<O:p</O:p
ถามมา ตอบไป<O:p</O:p
มีท่านสมาชิก 2 ท่าน ได้ถามผม ท่านแรก ถามถึงชื่อจริงของ k- isara ผมต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วย k ย่อมาจากชื่อจริง isara มีความหมายว่า อิสระ และยังถามผมถึงเรื่องได้พบกับท่านพญานาคหรือ? ในบทความได้บอกละเอียดแล้วว่า ได้พบในขณะครึ่งหลับครึ่งตื่น<O:p</O:p
ท่านที่สอง อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมการ รายละเอียดผมได้แบ่งออกเป็นขั้นๆ คือ<O:p</O:p
(1) ผมต้องการคนดี ที่มีความเชื่อว่าจะเกิดภัยพิบัติจริง<O:p</O:p
(2) ต้องการคนจริงใจและเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานหรือปัจจัย(มีมากออกมาก มีน้อยออกน้อย)เพราะเวลาเกิดจริงเงินก็เหมือนเศษกระดาษ)<O:p</O:p
(3) ผู้ที่คิดว่าจะอยู่สายอิสานเหนือ ช่วงเทศกาลทอดกฐินผมจะเชิญท่านทั้งหลายไปร่วมทำบุญ พร้อมกับดูสถานที่และจะคุยเรื่องการเตรียมการ ในขณะนั้นเลย<O:p</O:p
(4) เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่จะเตรียมการ จะขอนัดพบและเตรียมการให้สมบูรณ์<O:p</O:p
(5) เมื่อมีสัญญาณให้อพยพก็จะแจ้งแต่เนิ่นๆและนัดวันไปพร้อมกัน<O:p</O:p
Bupuk
28-04-2008, 02:23 PM
ขออนุโมนาในการเตรียมการและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ร่วมงานนี้ด้วย ขอให้ทุกท่านรอดพ้นจากภัยพิบัติตามที่หวังทุกท่านจ๊ะ
หนุมาน ผู้นำสาร
28-04-2008, 02:48 PM
สัจจะเคยเตือน... "ฝนแปลกๆ" ตามด้วยน้ำท่วม
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
godsira
28-04-2008, 04:02 PM
http://infofile.pcd.go.th/water/Map_flood.pdf
แผนที่จุดเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมกรณีเกิดอุทกภัย จากกรมควบคุมมลพิษ
yutkanlaya
28-04-2008, 04:09 PM
เส้นทางสู่ มิคสัญญี กลียุค
1.ระบบการศึกษาแบบโมหะจริต
หลงทิศ หลงทาง การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ให้หลุดจากโลกมืด ไปสู่โลกแห่งแสงสว่างและเป็นจริง เข้าใจทุกสรรพสิ่งอย่างถูกต้อง และสมเหตุสมผล อันนำไปสู่ความหายนะและความมืดบอดทางปัญญา หาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ
2.ระบบเศรษฐกิจแบบละโมบโลภมาก
ทุนนิยมเสรี ที่ผู้นำพากันหลงผิด คิดอยากรวย นำประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ ความมั่งคั่ง โคตรรวย ด้วยความละโมบโลภมาก อันฝังแน่นอยู่ในจิตใจมนุษย์ ที่ยังไม่หลุดพ้นทางปัญญา ก่อปัญหาทางสังคม ปัญหาค่าเงิน ปัญหาวัฒนธรรม ปัญหาบริโภคนิยม วัตถุนิยม เทคโนโลยี่นิยม อย่างบ้าคลั่ง จนยอมขายตัว ขายชีวิต ขายจิตวิญญาณ ได้เพื่อวัตถุฯลฯ นี่หรือคือ ผลลัพธ์แห่งการพัฒนา ยุคโลกาภิวัฒน์ หรือว่าเป็น กลียุค นั่นเอง
3.ระบบการเมืองกินรวบ แบบประชาธิปไตย อันไร้ระเบียบ วินัย
โดยอาศัยเสียงข้างมากลากไป ถูกต้องหรือไม่อีกเรื่องนึง เช่น
ประชาธิปไตยในห้องเรียน หากถามเสียงส่วนใหญ่
จะให้ครูสอน หรือ จะเล่น นักเรียนเสียงส่วนใหญ่คงเลือกที่จะ เล่น
จะใส่ชุดนักเรียน หรือ ชุดใส่เล่น นักเรียนเสียงส่วนใหญ่คงเลือก ชุดใส่เล่น
หากอยากจะเป็น..ผู้นำ..นักเรียนเสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องเป็น...
ผู้นำ..พากันเล่น ยกเลิกกฎ ระเบียบ ของโรงเรียน ทั้งหมด
แล้วคุณครู...ผู้ปกครองหล่ะ...คิดว่ายังไง????
:( :( :( :( :( :( :( :( :(
เหตุแห่งความเสื่อมถอย ของมนุษย์ คือ ความหลงผิด ไม่เข้าใจความจริงแท้ของชีวิต จึงตั้ง เป้าหมายชีวิตผิด ไปนั่นเอง
ทั้งๆที่ พระพุทธองค์ทรงทรงสอนไว้หลายพันปีแล้ว ให้ทุกคนเข้าถึงความจริงแท้ของชีวิต คือ จิตนั่นเอง ด้วย กุศลกรรม รักษาพรหมจรรย์ อันเป็นทางแห่งการหลุดพ้น ที่แท้จริงและสุขอย่างยิ่ง
อย่าท้อถอย คอยสร้าง สิ่งที่ควร
อย่าเรรวน พะว้าพะวัง คิดกังขา<!-- / message --><!-- sig -->
เกิดแผ่นดินไหวในเม็กซิโกและญี่ปุ่น
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_32004.jpg
อคาปุลโก 28 เม.ย. - เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐเกร์เรโร่ทางภาคใต้ของเม็กซิโก แรงสั่นสะเทือนรู้สึกไปไกลถึงเมืองหลวงของประเทศ
แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาในประเทศไทย 07.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเตโลโลวาปัน ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตีไปทางใต้ราว 160 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 88 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนซึ่งมีขนาด 5.8 ริกเตอร์ ส่งผลให้อาคารหลายแห่งสั่นไหว จนผู้คนพากันแตกตื่นอพยพออกจากบ้านเรือน และยังรู้สึกไปไกลถึงบางส่วนของกรุงเม็กซิโกซิตีด้วย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 02.32 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับเวลาในไทย 00.32 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์ใกล้กับเกาะมิยาโคจิมะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางใต้ราว 1600 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ -สำนักข่าวไทย
2008-04-28 08:59:44
เกิดแผ่นดินไหว 6 ริกเตอร์ที่นิวซีแลนด์
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31919.jpg
เวลลิงตัน 27 เม.ย.-เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 6.1 ริกเตอร์ทางใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 06.30 น.ตามเวลาในไทย ห่างจากเมืองอินเวอร์คาร์กิลล์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 430 กิโลเมตร ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไป 10 เมตร ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงเมืองควีนส์ทาวน์ และตลอดพื้นที่ทางใต้ของเกาะใต้ แต่ไม่มีคำเตือนการเกิดคลื่นสึนามิ.-สำนักข่าวไทย
2008-04-27 11:30:59
คัดค้านยุงดัดแปลงพันธุกรรมต้านไข้เลือดออกในมาเลเซีย
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31975.jpg
กัวลาลัมเปอร์ 27 เม.ย.-หนังสือพิมพ์เดอะ นิว ซันเดย์ ไทมส์ รายงานว่านักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมาเลเซียที่จะทดลองนำยุงตัดแต่งพันธุกรรมหลายล้านตัวเข้ามาในมาเลเซียเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไข้เลือดออก หลังจากมีรายงานว่าชาวมาเลเซีย 25 คนเสียชีวิตด้วยโรคนี้ในช่วงไตรมาสแรก
รายงานข่าวแจ้งว่ารัฐบาลจะนำยุงตัวผู้ที่ตัดแต่งพันธุกรรมทดลองปล่อยที่เกาะเคตัม ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงทางใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นแห่งแรก เพื่อให้ฆ่ายุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก แต่เรื่องนี้ถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดการกลายพันธุ์เมื่อเข้าสู่ธรรมชาติ ส่งผลให้เป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรงกว่ายุงลาย
โครงการทดลองภาคสนามยุงตัดแต่งพันธุกรรมริเริ่มโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับบริษัทโอซิเตอร์ ซึ่งเชี่ยวชาญเทคโนโลยีชีวภาพของแมลง รายงานข่าวระบุว่าผลการทดลองในห้องทดลองครั้งแรกของโลกในปีที่แล้วประสบผลสำเร็จ ส่วนการทดลองภาคสนามจะเริ่มขึ้นในต้นปีหน้า
ทั้งนี้เมื่อยุงลายที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรม ผสมพันธุ์กับยุงลายตัวเมียตามธรรมชาติจะทำให้ลูกน้ำ ได้รับยีนอันตรายจากยุงตัวผู้ที่ตัดแต่งพันธุกรรม ซึ่งจะทำให้ลูกน้ำตาย.-สำนักข่าวไทย
2008-04-27 17:38:47
เด็กในจีนกว่า 700 คน เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการติดเชื้อไวรัสในลำไส้
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_32053.jpg
เหอเฟย์ 28 เม.ย.- เชื้อไวรัสในลำไส้แพร่ระบาดในเมืองฝูหยาง มณฑลอานฮุย ทางตะวันออกของจีนตั้งแต่เดือนที่แล้ว ทำให้เด็กเกือบ 800 คน เสียชีวิตและล้มป่วย
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างคำแถลงของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเมืองฝูหยาง วานนี้ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของจีน ยืนยันว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นเชื้อไวรัส อีวี 71 โดยเด็กที่ติดเชื้อซึ่งทั้งหมดจะเป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี จะมีอาการไข้และแผลพุพองในปาก หรือผื่นแดงที่มือ และเท้า นอกจากนี้ แพทย์ยังพบว่า เด็กบางคนยังถูกไวรัส อีวี 71 คุกคามถึง สมอง หัวใจ และปอดด้วย
รายงานแจ้งว่า นับจากต้นเดือนที่แล้วจนถึงวานนี้ มีเด็กในเมืองฝูหยาง ติดเชื้อไวรัสอีวี 71 แล้วรวม 789 คน ในจำนวนนี้ 19 คน เสียชีวิตส่วนที่เหลือล้มป่วย โดยขณะนี้ยังมีเด็กที่ติดเชื้อไวรัสอีวี 71 รักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ 204 คน ในจำนวนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 4 คน และว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของจีนกำลังเร่งค้นหาสาเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีวี 71 ในหมู่เด็กเล็กครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เชื้อไวรัสอีวี 71 อาจเป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปาก ซึ่งเด็กที่ติดเชื้อจะเริ่มด้วยอาการมีไข้เล็กน้อย ตามด้วยการเกิดแผลพุพองที่ปาก มือ และเท้า อีกทั้งยังอาจทำให้เด็กที่ติดเชื้อมีไข้สูง และเป็นสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ น้ำท่วมปอด และอัมพาต โดยอัมพาตมักจะเกิดกับเด็กกลุ่มอายุต่ำกว่า 2 ปี ส่วนเยื่อหุ้มสมองอักเสบมักจะเกิดกับเด็กอายุ 2-5 ปี.- สำนักข่าวไทย
2008-04-28 13:25:08
ชาวเซเนกัลประท้วงราคาอาหารแพง
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31902.jpg
เซเนกัล 27 เม.ย. - ชาวเซเนกัลเดินขบวนประท้วงราคาอาหารแพง พร้อมกับตำหนิรัฐบาลว่าไม่สนใจปัญหาปากท้องของประชาชน
ชาวเซเนกัลกว่า 1,000 คน เดินขบวนในกรุงดาการ์ เพื่อประท้วงราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น โดยเห็นว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของประชาชน แม้ประธานาธิบดีอับดูลาเย วาเด ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีแผนจะเพิ่มปริมาณข้าวให้มากขึ้นถึง 5 เท่าตัว เป็นปริมาณถึง 500,000 ตัน ก็ตาม แต่ชาวเซเนกัลก็เห็นว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันปัญหาข้าวแพงได้ ทั้งนี้ ปริมาณข้าวกว่าร้อยละ 80 ที่บริโภคในประเทศ มาจากการนำเข้า
ในช่วงที่ผ่านมานั้น รัฐบาลเซเนกัลได้ทุ่มงบประมาณไปกับโครงการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเมืองหลวง เพื่อรองรับการประชุมสุดยอดอิสลาม (โอไอซี) เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ. - สำนักข่าวไทย
2008-04-27 07:08:16
ฟิลิปปินส์เตรียมยกเลิกการอุดหนุนราคาข้าว
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_32132.jpg
มะนิลา 28 เม.ย.-รัฐบาลฟิลิปปินส์เตรียมยกเลิกการอุดหนุนราคาข้าวที่ขายให้แก่คนยากจนในประเทศเนื่องจากปัญหางบประมาณ
นายอาเทอร์ แยป รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ขณะนี้เกิดคำถามว่ารัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณมากเท่าใดในการทำให้ข้าวมีราคาต่ำเพื่อขายให้แก่ประชาชน ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหนึ่งที่นำเข้าข้าวมากที่สุดในโลกและกำลังประสบปัญหาราคาข้าวแพงขึ้น เป็นประวัติการณ์ ผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลกำลังหารือถึงทางเลือกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่นการลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำยืนยันว่าจะตัดเงินอุดหนุนราคาข้าว
นายแยป กล่าวว่า ได้เสนอรายละเอียดของแผนงานต่อประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ถึงวิธีปรับปรุงภาคการเกษตรเพื่อเปลี่ยนฟิลิปปินส์จากประเทศผู้นำเข้าข้าวเป็นประเทศที่สามารถผลิตข้าวได้เพียงพอเลี้ยงตัวเอง โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะทำสำเร็จในปี 2553-2554 แต่ฟิลิปปินส์จะต้องเผชิญปัญหาที่ท้าทายจากปุ๋ยราคาแพงและการประเมินว่าผลผลิตข้าวจะยังคงขาดแคลนในอนาคต
ทางด้านบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินระหว่างประเทศเพิ่มความหวั่นวิตกว่าการอุดหนุนราคาข้าวจะส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของฟิลิปปินส์ โดยเครดิต สวิส วาณิชธนกิจชั้นแนวหน้าของโลกกล่าวเตือนรัฐบาลว่า อาจสูญเสียเงิน 1,300 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ในการอุดหนุนราคาข้าวที่ขายให้แก่คนยากจน ขณะที่ธนาคารโลก กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ใช้เงินร้อยละ 1.6 จากผลผลิตมวลรวมภายในประเทศเพื่ออุดหนุนราคาข้าวตั้งแต่ปี 2543-2548.-สำนักข่าวไทย
2008-04-28 15:31:05
ที่มา http://news.mcot.net/international/
f12345
28-04-2008, 05:58 PM
อ่านเห็นมีคนหนึ่งโพสว่า มีคนเอาข้อความในกระทู้นี้ ไปลงในหนังสือพิมพ์ อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง ในแง่สร้างความตื่นกลัว และความไม่มั่นคงในใจ ให้คนที่เชื่อถือเรื่องภัยพิบัติ เมื่อมีการกระจายข่าวออกไปมากขึ้น มันก็หมิ่นเหม่ ต่อการที่คนเราจะทำความดีมากขึ้น หรือจะเห็นแก่ตัวมากขึ้น เป็นไปได้ทั้งสองทาง จะมีกี่คนในโลกที่เมื่อรู้ว่าใกล้วันตาย จะอยากทำความดีมากกว่า เสพสุขให้มากขึ้น
ผมเองก็เป็นที่ตามอ่านกระทู้นี้มาก่อนตั้งห้องนี้ เคยเห็นบางคนเอาข้อมูลมาโพสใหม่ ผลปรากฏว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลเก่าของกระทู้นี้ (มีคนเอาข้อมูลในกระทู้ไปพิมพ์เผยแผ่เป็นเอกสาร) ก็วนกันไปวนกันมา
สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตปัจจัยให้มีคนค้าน ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น
ยังงัยก็ตามคงย้ำว่า ผมเชื่อเรื่องภัยพิบัต ด้วยเหตผลส่วนตัว แต่ไม่เชื่อ เรื่องการเลื่อน ถ้ามีเหตให้เกิดต้องเกิด ยกเว้นเหตปัจจัยไม่สมบูรณ์ ที่นี้จะทำยังงัยที่จะสามารถกำหนดเส้นตาย ว่าถ้าเกินวันนี้ไป ภัยพิบัติไม่เกิด เพราะทุกคนก็กลัวแต่เหตใหญ่ ภัยย่อยจะมีสักกี่คนที่กลัว ก็ด้วยเหตว่าไม่ใช่เรื่องของตัว (อันนี้คงต้องถามตัวเองว่าใช่หรือเปล่า)
คนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติส่วนใหญ่ จะมีหน้าที่ภายหลังเกิดเหตุทั้งสิ้น ผมเชื่ออย่างนั้น การเตรียมการไม่มีประโยชน์ ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีก็พอครับ
หนุมาน ผู้นำสาร
28-04-2008, 06:01 PM
*** ย่างก้าว พระพุทธเจ้า ****
ตัดวัตถุปัจจัย...ในชีวิต
ละทิ้ง ความเจริญวัตถุ....เข้าหาความสงบในชนบท
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
28-04-2008, 06:03 PM
ผลการกระทำ...คือ ผู้ตัดสินตัวของเรา
จะอยู่ หรือ จะไป....ต้องตัดสินใจเอง
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
ton344
28-04-2008, 07:04 PM
[quote=เกษม;1153652]
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gifประเทศไทยเราก็คิดค้นอาวุธชีวภาพมีชีวิตสิ่งนี้เหมือนกันครับ ตอนที่ผมไม่สบายได้รับเชื้อมาลาเรียรักษาตัวอยู่ที่เวชศาสตร์เขตร้อน ก็เห็นข่าวการติดอาวุธให้กับยุงเพื่อปล่อยไปทำลายยุงที่มีเชื้อมาลาเรียเป็นพาหะเช่นเดียวกัน
คัดค้านยุงดัดแปลงพันธุกรรมต้านไข้เลือดออกในมาเลเซีย
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_31975.jpg
กัวลาลัมเปอร์ 27 เม.ย.-หนังสือพิมพ์เดอะ นิว ซันเดย์ ไทมส์ รายงานว่านักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมาเลเซียที่จะทดลองนำยุงตัดแต่งพันธุกรรมหลายล้านตัวเข้ามาในมาเลเซียเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไข้เลือดออก หลังจากมีรายงานว่าชาวมาเลเซีย 25 คนเสียชีวิตด้วยโรคนี้ในช่วงไตรมาสแรก
รายงานข่าวแจ้งว่ารัฐบาลจะนำยุงตัวผู้ที่ตัดแต่งพันธุกรรมทดลองปล่อยที่เกาะเคตัม ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงทางใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นแห่งแรก เพื่อให้ฆ่ายุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก แต่เรื่องนี้ถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดการกลายพันธุ์เมื่อเข้าสู่ธรรมชาติ ส่งผลให้เป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรงกว่ายุงลาย
โครงการทดลองภาคสนามยุงตัดแต่งพันธุกรรมริเริ่มโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับบริษัทโอซิเตอร์ ซึ่งเชี่ยวชาญเทคโนโลยีชีวภาพของแมลง รายงานข่าวระบุว่าผลการทดลองในห้องทดลองครั้งแรกของโลกในปีที่แล้วประสบผลสำเร็จ ส่วนการทดลองภาคสนามจะเริ่มขึ้นในต้นปีหน้า
ทั้งนี้เมื่อยุงลายที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรม ผสมพันธุ์กับยุงลายตัวเมียตามธรรมชาติจะทำให้ลูกน้ำ ได้รับยีนอันตรายจากยุงตัวผู้ที่ตัดแต่งพันธุกรรม ซึ่งจะทำให้ลูกน้ำตาย.-สำนักข่าวไทย
2008-04-27 17:38:47
junior phumivat
28-04-2008, 09:03 PM
สงสัยในสิ่งใด ให้ระงับความสงสัยนั้นไว้ก่อน แล้วทำสมาธิแบบมโนมยิทธิ พอขึ้นไปข้างบนแล้ว ให้ทูลถามโดยตรงต่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็จะได้คำตอบที่จักคลายความสงสัยลงได้
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>[SIZE=5][COLOR=navy][B]แกะรอย
ผมเองก็เป็นคนที่ตามอ่านกระทู้นี้มาก่อนตั้งห้องนี้ เคยเห็นบางคนเอาข้อมูลมาโพสใหม่ ผลปรากฏว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลเก่าของกระทู้นี้ (มีคนเอาข้อมูลในกระทู้ไปพิมพ์เผยแผ่เป็นเอกสาร) ก็วนกันไปวนกันมา สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตุปัจจัยให้มีคนค้าน ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น
การที่ต้องนำเอาข้อมูลที่เคยโพสไปแล้ว นำมาโพสใหม่ ก็ด้วยมีเหตุจำเป็นดังนี้ครับ
1.เนื่องจากมีสมาชิกใหม่ๆ ที่เพิ่งจะเข้ามาอ่านในกระทู้นี้เป็นครั้งแรก ก็จะอ่านแต่หน้าท้ายๆ ของกระทู้กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พลาดเนื้อหาสำคัญๆ ที่โพสเอาไว้ในหน้าแรกๆ และหน้ากลางๆ ทำให้จับประเด็นไม่ได้ว่ากระทู้นี้ต้องการสื่อสารอะไรให้คนรับรู้
2.เนื้อหาในคำทำนายบางเรื่องก็บอกเอาไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี แต่เริ่มปรากฎเป็นจริงในปัจจุบันนี้ จึงจำเป็นนำมาโพสใหม่ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวรับสถานการณ์นั้นๆได้ทันเวลา
3.คำทำนายบางเรื่อง เป็นปริศนาที่ยังตีความกันไม่ออกในตอนแรก แต่เมื่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน ได้เริ่มเกิดเป็นจริงตามคำทำนายนั้นๆ จึงต้องรีบนำมาโพสให้ได้อ่านกันอีก เพื่อที่จะได้รับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้นได้ทันเวลา
4.เพื่อเป็นการย้ำเตือนความจำ สำหรับท่านที่อ่านผ่านๆ ไปในตอนแรกโดยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก แต่ต่อมาภายหลังปรากฎว่าคำทำนายนั้นเป็นความจริง จึงเกิดความสนใจกลับมาค้นหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหามากนักเพราะมีการโพสซ้ำๆ เอาไว้หลายครั้งทำให้ง่ายต่อการค้นหาในภายหลัง
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
สาส์นสำคัญจากหลวงปู่เทพโลกอุดร
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273438&stc=1&thumb=1&d=1201804098 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273438&d=1201804098)
หลวงปู่เทพโลกอุดร
มวลมนุษย์ ภัยพิบัติ น้ำจะท่วมโลก แผ่นดินจะไหว มนุษย์ที่ดีถึงจะรอด หมู่ชนควรทำดี ให้มนุษย์มีการปฏิบัติ มวลชนทุกหมู่เหล่าต้องปฏิบัติ พระเจ้าผู้สร้างโลก มองเห็นมวลมนุษย์ กำลังจะทุกข์ยาก ล้มหายตายจาก เวลานั้นใกล้เข้ามา มนุษย์เท่านั้น ที่จะช่วยตัวเองได้ จงทำตัวเองให้ดี จงมีจิตที่ดี จึงจะรอดพ้น ไม่มีใครช่วยใครได้ แผ่นดินจะกลืนกิน มิรู้สิ้นชีวิตเท่าใด ผู้ที่จะรอดปลอดภัย ต้องอยู่ในศีลธรรม
พึงรักษาชีวี อย่าคิดว่าตายแล้วดีกว่าอยู่ ต้องอดทน ผู้รอดจากภัยพิบัติ คือ ผู้ที่ต้องอยู่ต่อ เป็นผู้ที่ต้องช่วยกัน ปรับสภาพจากเหตุการณ์ ที่ผ่านพ้นแต่กว่าจะถึงตอนนั้น มนุษย์ก็แสนสาหัส ทุกข์ยากอดอยาก ยากไร้ปางตาย ไร้ความทรงจำก็มี เพราะขาด การเตรียม ด้วยความไม่รู้ มนุษย์ต้องพบ วิบากกรรมชีวิต ทุกชีวิตที่อาศัย อยู่บนโลกลำบาก มนุษย์เป็นผู้ทำทุกสิ่งด้วยมือ ของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่มี ไม่ใช่ ใครที่ไหนทำ เวลาใกล้เข้ามา ทุกขณะความตาย กำลังเข้ามาใกล้ตัว
ก่อนถึงเวลา ก่อนถึงวันนั้น มนุษย์ผู้ซึ่งกระทำการทำลาย มนุษย์ด้วยกัน มันต้องพินาศเช่นกัน การกระทำของมันผู้นี้ ทำให้มนุษย์ จำนวนมากมายสิ้นชีวิต คล้ายใบไม้ร่วง มันหวังว่าจะได้เป็นใหญ่ ในแผ่นดินทั่วโลก แต่แล้วความหายนะ เข้ามาครองโลกแทน ความพินาศเต็มไปหมด ความหวังย่อยยับ ปฐพีเต็มไปด้วยเลือด ศพกลาดเกลื่อนเลือดทาแผ่นดิน ชีวิตสูญสิ้น สิ้นไร้ผู้คน มีแต่ความตาย ที่เห็นชัดความดับสูญครั้งใหญ่ ของมวลมนุษย์และสัตว์ในโลก
ความตายเป็นผู้ชนะ ผู้แพ้คือผู้กระทำความชั่วร้าย ผู้ที่ตายทั้งหมดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ ผู้ที่รอดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ มิใช่ทุกอย่างคือ กฎแห่งกรรม วิถีแห่งกรรม มาจากที่ใด ทำไม มวลมนุษย์จึงต้องรับความดับสูญ เพราะชีวิตกับความตายเป็นสิ่งที่คู่กัน ไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่มีทางหนีพ้น โอกาสผู้ที่รอด หมายถึง ผู้อยู่ต่อ เพื่ออนาคตโลก ผู้ทำลายดับสิ้นสูญ โลกร้อนระอุ มีแต่ไฟ เถ้าถ่านท่วมท้นแผ่นดิน น้ำเป็นพิษ สารเคมีท่วมท้น เชื้อโรคสารพัดชนิด กัดกินผู้คน ผู้ที่รอดแสนสาหัส ทุกข์ยากรอความตาย
ผู้มีบุญจะออกมาช่วย รักษาชีวิต ผู้คนมากมาย จะรอดชีวิตจากโรคร้าย การรักษา ไม่ต้องใช้ยา เป็นวิชา ไม่มีใครรู้จัก คนผู้นี้ รักษาผู้คน ไม่หวังสิ่งใด เพราะเป็นหน้าที่ก่อนเกิด การรักษา ไม่ต้องมาพบตัวผู้ป่วยอยู่แห่งใด รักษาได้ ไม่ต้องมา ถึงเวลาไม่ต้องค้นหา โรคจะหายเอง
เศรษฐกิจตกต่ำ ต้องการผู้แก้ไข ทั่วโลกวุ่นวาย ขาดอาหาร น้ำตาเนืองนอง ศพลอยฟูฟ่อง เพราะน้ำหลากมา น้ำตาไหลริน ไม่มีใครได้กินอิ่ม
มีแต่ความทุกข์ ความเศร้าโศกครอบคลุม คนทั่วโลกไม่ต่างกัน ทุกที่มีแต่ความเศร้า การสูญเสีย ของมวลมนุษย์ แต่ก็มีบางประเทศ ฟื้นตัวเร็ว การฟื้นตัวของบางประเทศรวดเร็ว เป็นประเทศเล็กๆ ประเทศที่เคยยิ่งใหญ่สูญเสียหนัก การพัฒนา เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ช้า ทุกอย่างจึงกลับกัน ประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจ กลายเป็นผู้ยากไร้ แทบไม่น่าเชื่อ เคยมีเงินเหลือเฟือ ต้องฝืดเคือง ยิ่งกว่ากินเกลือ โลกไม่พ้นวิกฤต ความทุกข์ยังครองเมือง
ผู้อ่อนแอจะไม่รอด อากาศหนาว หิมะถล่ม น้ำแข็งละลาย น้ำป่าหลาก ความทุกข์ยากทับถม คนตายเพราะความหนาวทุกข์ทับถมทวี กว่าจะรู้ ความดื้อรั้น ความเชื่อยาก ทำให้มนุษย์ ได้รับบทเรียน แต่ไม่เข้าใจ เพราะความตายมาเร็วเกินไป ไม่ทันรู้ตัว มนุษย์ไมทันได้คิด ไม่มีโอกาส เข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะไม่บรรลุธรรม ต้องมีชะตากรรม เวียนว่ายตายเกิด อยู่เช่นนี้ ทุกชีวี ผู้รู้เหตุการณ์ รอเวลามีน้อย ความไม่แน่นอน
ความไม่มั่นใจ คิดว่าไม่เกิด จึงทำให้ การเตรียมตัวไม่พร้อม
อาหารไม่พอ น้ำดื่มไม่มี หมอก็ป่วย คนไข้มากมาย โรคที่เป็นก็หายยาก พุพองทั่วร่างกาย โรคร้ายทั้งสิ้น เกาะกินร่างกายกัมมันตภาพรังสี สารเคมี เชื้อโรคมากมี ทำร้ายร่างกาย อาหารเป็นพิษ ยาปฏิชีวนะ ช่วยไม่ได้ โรคระบาด ทุกหย่อมหญ้า ชีวิตร่วงเหมือนผักปลา ไม่มีเวลา มีแต่ชีวิตที่สิ้นไป กว่าเถ้าจะมอด กว่าน้ำจะลด กว่าเชื้อโรคจะหมดสิ้น ชีวิตสิ้นไปไม่รู้เท่าไหร่ ความอดทนต้องสูงสุด ไม่มีเสียงนกร้อง มีแต่เสียงโอดครวญ ความเจ็บปวด ครองเมือง
การครั้งนี้ กว่าจะสิ้นสุด ไม่มีใครล่วงรู้ ความไม่แน่นอน เที่ยงที่สุด ทุกชีวิต กว่าจะผ่านพ้น เหตุการณ์ สุดแสนลำบาก นอกจาก ผู้คนจำนวนหนึ่งหยั่งรู้ เตรียมรับสถานการณ์ ผู้คนเหล่านั้น มีโอกาส เป็นผู้อยู่รอด ชาวโลก กว่าครึ่งโลก ที่ล้มหายตายจาก ล้วนแล้วแต่ กรรม ฟ้าจะใสอีกครั้ง เมื่อฤดูฝนร่วงหล่น ละลายสิ่งต่างๆ ฝนจะชุ่มโชก สิ่งที่ร้ายจะกลายเป็นดี แต่ก็ต้องใช้เวลา พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่
ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาทุกประเทศต้องพัฒนา เหมือนยุคเก่าย้อนมา แต่เจริญรุ่งเรือง กลายเป็นโลกยุคใหม่ วิทยาศาสตร์ล้ำหน้า ชาวประชาหน้าใส คนที่เหลือจากเหตุการณ์ มีความคิดเปลี่ยนไป ไม่มีแล้วความคิดเก่าๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไป แม้แต่ความคิดของคน เปลี่ยนแปลงไปหมด ลดทิฐิ จิตใจดี มีเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแก่งแย่งชิงดี แทบสิ้นไป มนุษย์ จิตใจร้ายยังมีอยู่ ความเมตตาค้ำจุนโลก ทุกข์สร่างโศรก
ผู้มีเมตตาธรรมปรากฏ เพื่อนนุษย์ีช่วยเหลือกัน บำรุงรักษา ผู้มีจิตเมตตา เปิดโฉมหน้า แต่ไม่ปรากฏตัว ได้ยินแต่ข่าว ร่ำลือไปทั่ว เพื่อนมนุษย์ ทั่วโลก ต่างยินดีชื่นชม เหมือนพระเจ้ามาโปรด คนทั่วโลก ต้องการหมอรักษา หาหมอ ไม่ได้ โรคที่ระบาด ไม่มีในตำรา และไม่มียา แก้โรคที่ระบาด ความตาย มาเยือน ชีวิตมนุษย์ ได้สำนึก กว่าจะรู้ตัว เกือบจะรู้ตัว เกือบจะตาย ผู้ที่ตายไม่ได้รู้ตัว สำนึกในบาป
คนที่เหลือ ล้วนคิดได้ ความตาย ผ่านพ้นไป ผู้มีบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่กลัวเหนื่อย ไร้การแบ่งชั้น ทุกคนเสมอภาค ความดี ความพยายาม ผู้สร้างโลก ไม่ปล่อยให้ มนุษย์ ทุกข์ทรมานสู้กับความตาย นิมิตรหมายใหม่ ประกอบกรรมดี ละเว้นความชั่ว รักษาความดี อยู่ในศีลธรรม ตั้งมั่นในการปฏิบัติ อย่าเห็นแก่ตัว ทางสายกลาง ช่วยเหลือผู้อื่น จงมองตนเอง อย่ามัวรอเวลา ความว่าง (สุญญตา) จิตตั้งมั่น ปล่อยใจวาง จิตเป็นหนึ่ง มีสติ
คนที่สามารถทำได้เช่นนี้ ทางสายใหม่ คือการหลุดพ้น ผู้ที่ทำได้ ไม่ต้องมาเกิด ตามวัฎจักร ทางสายนี้มีมานาน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ผู้ที่รู้ และเข้าใจ พยายามศึกษา ผิดบ้างถูกบ้าง เพื่อหาทางหลุดพ้น จากกิเลส พระเจ้าเบื้องบน เฝ้ามองดู ใครทำอะไร ไม่รอดพ้นสายตา การกระทำ ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในสายตา มีการบันทึก ผู้ที่รอดตาย ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง อดทนต่อสถานการณ์ ไม่ใช่ง่าย สิ่งที่เลวร้าย มนุษย์ ต้องอดทนให้ได้
กาลเวลาผ่านไป ผลที่ได้รับต่างทุกข์ถ้วนหน้า จิตใจสำคัญที่สุด เมื่อเวลานั้นมาถึง สภาวะคับขัน ผู้เข้มแข็ง จะรอดพ้น ความอดอยาก ความพลัดพราก คืบคลานเข้ามาความลำเค็ญ ผู้คนโอดครวญ ชีวิตทุกผู้ทุกนาม รอความหวัง อย่างสิ้นหวัง แต่ก็รอ สภาวะเช่นนั้น ใครทนได้ ยอดคน ชีวิตมืดมนต์ ยิ่งกว่าความมืด หนทาง มองไม่เห็น
สิ่งลี้ลับ เริ่มปรากฏ ผู้คนแตกตื่น ได้ยินเรื่องราว อันมหัศจรรย์ ความมหัศจรรย์นั้น ไม่เคยปรากฏ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล มาสู่ยุคปัจจุบัน มนุษย์จะได้พบ สิ่งมหัศจรรย์ ในยุคนี้ ผู้ซึ่งไม่เคยได้พบเห็น ความมหัศจรรย์ จะมีโอกาส ได้เห็น
มงคล กริชติทายาวุธ
ประธานชมรมศาสนาและการกุศล
สารชมรมศาสนาและการกุศล
ที่มา http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=671&page=4 (http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=671&page=4)
<!-- / message --><!-- sig -->
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
28-04-2008, 11:44 PM
ท่านเมตตาเตือนนั้น ดียิ่งแล้ว ความประมาทไม่เคยให้คุณแก่ผู้ใด
มีแต่จะทำให้เสียหายเกินกว่าที่ควร บุคคลไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท
Denverguy
29-04-2008, 12:17 AM
มีข่าวจะมาเตือนเพื่อน ผมเองติดตามกระทู้นี้มานาน แต่ไม่เคยคิดจะโพสต์ ได้แต่อ่าน แต่วันนี้ มีข่าวที่ต้องมาเตือนกันให้ทราบ
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของผม ได้เตือนมาว่า จะมีแผ่นดินไหวกลางกรุงเทพ โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ตลาดหุ้นตรงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ เป็นรัศมีวงกว้าง สามสิบกิโลโดยรอบ จะเกิดวันที่ สามสิบเอ็ด สิงหาคมนี้ เวลากลางวัน เป็นแผ่นดินไหวที่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่ได้ในโลก เพราะไม่ใช่การเคลื่อนของเปลือกโลก..แต่จะเกิดจากนาคที่โกรธ และครุฑก็จะทำใหเกิดพายุไซโคลน แต่ทางวิทยาศาสตร์เขาวิเคราะห์กันว่าเป็นพายุสุริยะ อะไรอย่างนั้น
ยังไงก็ขอให้ทุกคนช่วยกันแจ้งข่าวเตรียมการ หาทางหนีทีไล่ไว้ รักษาศีล ศึกษาพระไตรปิฏก อุทิศบุญให้นาค ครุฑ เทวดา นายเวรกันเยอะ อย่าทำบุญแบบผิดๆ อย่าถวายเงินพระ ทำบุญกับพระที่มั่นใจว่ารักษาพระวินัยไม่ขาดตกบกพร่อง มิเช่นนั้นทำบุญกับบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง เพื่อน สัตว์ต่างๆ ยังดีกว่าทำบุญกับรพระทุศีล แค่นี้ละนะครับ ขอให้ทุกคนช่วยเหลิอกัน สังเกตุสิ่งต่างๆ รอบตัวกันให้ดี
junior phumivat
29-04-2008, 04:24 AM
<TABLE width=550 border=0><TBODY><TR><TD>ข้อความข้างล่างนี้คัดลอกมาจากเว็บคนเมืองบัว
ทั้งที่เป็นสุบินนิมิต และเป็นสมาธินิมิต ทำนองว่า เกิดภัยพิบัติใหญ่ แดนหลบภัยชั่วคราว โลกใหม่เมืองใหม่หลังภัยพิบัติ....
.../..ขอโมทนาที่เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าของโลก ในภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากความมี ราคะ โทสะ โมหะ ของคนนักปกครอง ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ดังนั้นคนดีจึงอยู่ได้ คนร้ายถึงถูกจัดการด้วยกฏแห่งความเป็นธรรมดาของโลกนั่นเอง
</TD></TR><TR align=right><TD>จากคุณ คนเมืองบัว เมื่อวันที่ 13/8/2547 16:09:21
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<!-- สร้างแบบ form แสดงข้อความที่ได้รับตอบกลับ -->
คัดลอกมาจากhttp://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>
คำตอบจากอาจารย์คนเมืองบัว
มีท่านผู้รู้ท่านหนึ่งบอกกับผมว่า ปลายปี พ.ศ.2548 นี้ จะเริ่มเกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ..........ก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะ 2 ) จะมีลางบอกเหตุดังนี้
1. ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ
2. ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่
3. สัตว์ทั้งหลายจะไม่ออกมาปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะแลเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งมีน้ำตาซึม
จากคุณ ผู้ไม่รู้ เมื่อวันที่ 21/4/2548 11:58:47
<TABLE width=550 border=0><TBODY><TR><TD>../...ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ไม่หนักหนาเท่าคำทำนายหรอก ไม่ต้องตกใจถึงขนาดนั้นเพราะว่าภัยพิบัติขนาดนั้นจะเกิดเมื่อหลังพุทธกาลแล้วเมื่ออายุมนุษย์สูงสุดที่ ๑๐ ปีต้องตาย ถึงตอนนั้น พวกเราคงไม่ประมาทกันแล้ว ไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์กันหมดแล้ว ส่วนที่เหลือเวียนตายเวียนเกิดก็คือมนุษย์ที่ประมาทในช่วงกึ่งพุทธกาล นี้ ไม่ได้มาพบกับศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันและได้ปฏิบัติต่อ ส่วนภัยที่น่าจะสะพรึงกลัวใหม่ๆ ได้แก่
๑. ภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำ ในรอยแตกเดิม ที่มีความเหลื่อมล้ำของพื้นดินถึง ๔๐ เมตร ปากหลุมกว้าง ๑ กิโลเมตร ยาวเป็นพันเมตร ภูเขาไฟใหม่นี้อาจจะระเบิดต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืนจึงดับ ทรัพยากรทางน้ำจะเสียหายมาก อิสลามกับคริสต์อาจจะตายเพิ่มขึ้นอีก เป็นล้านคน
๒. จะเกิดภัยสงครามมากขึ้นทั่วโลกแน่นอน ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่หลวงพ่อราชพรหมยานได้บอกไว้แล้วขอบเขตเท่านั้น คริสต์และอิสลามจะตายอย่างละครึ่ง ที่เหลือกลัวความตาย รอดได้ด้วยพุทธานุภาพหรือบุคคลที่เคยประกอบบุญกุศลเนื่องด้วยพุทธศาสนาส่วนใหญ่จะเป็นบริวารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ที่หลงเหลืออยู่ จะได้แนวทาง แห่งมโนมยิทธิ สายวัดท่าซุงเป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติ ลูกหลานของหลวงพ่อที่ได้มโนฯ จะช่วยกันเผยแพร่งานพระศาสนาอย่างยิ่งยวดไม่มีวันหยุดไม่เหน็ดไม่เหนื่อย พระพุทธศาสนา จึงจะรุ่งเรือง ถึงขีดสุด ส่วนสายปฏิบัติธรรมอื่นๆ นั้นก็ได้ช่วยกันบ้างพอสมควร แต่เนื่องด้วยว่าหลักคำสอนแต่ละสำนักนั้นได้ให้ข้อธรรมที่วกวนขาดประเด็นสำคัญในการปฏิบัติ สิ่งใดอธิบายได้ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็อธิบายให้วกวนยากเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ทันการ ต่อการตัดสินใจ เฉพาะหน้า จึงเป็นเหตุให้ ท่านเหล่านั้นปรับสภาพไม่ค่อยทันแก่เหตุการณ์นั่นเอง ส่วนลัทธิต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อ้างถึงพระศรีอาริยเมตไตรยเมื่อถึงที่สุดแล้วก็จะถึงทางตันที่ไม่สามารถแก้ไขให้พ้นทุกข์ไปได้ ทุกคนก็จะหันมาฝึกมโนมยิทธิสายวัดท่าซุงจนหมดสิ้น เพราะเห็น เข้าใจ ในเหตุ และผล ตลอดสายตั้งแต่ต้น กลาง ปลาย ส่วนการวางแนวทาง ในการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยศิษย์วัดท่าซุงในประเทศไทยเป็นหลักในการเผยแพร่ส่วนความเพ้อฝันของบางคนที่ว่าจะเป็นคนมีเชื้อสายชาวต่างประเทศที่เป็นคนยุโรปนั้นอย่าได้หวังว่าจะมีปัญญาได้ถึงขนาดนั้น เพราะขาดการฝึกปรือ
</TD></TR><TR align=right><TD>จากคุณ คนเมืองบัว เมื่อวันที่ 11/5/2548 0:51:37 </TD></TR></TBODY></TABLE>
แหล่งที่มาhttp://www.konmeungbua.com/webboard/...n.asp?GID=4858 (http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=4858)
<!-- / message --><!-- edit note -->
junior phumivat
29-04-2008, 04:27 AM
<TABLE class=tborder id=post81784 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 02:05 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #246 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=81784&postcount=246) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_81784", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_81784 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->มีโพสอาจารย์อาชวิน มาให้อ่านเล่นครับ ที่น่าสนใจก็ตอนท้ายๆ เกี่ยวกับประเทศสิงค์โปร์ครับ
"ในระยะเวลาที่ผ่านมา ประมาณ หนึ่งเดือน มี ชาวสิงคโปร์ที่มีพลังจิตและมีอภิญญา มาให้ตรวจ กายทิพย์ หลายคนพบว่า มีพลังรัศมีออร่า พิเศษ เขาบอกว่า ข้างในเตือนเขาว่า ประเทศสิงคโปร์จะจมน้ำในไม่ช้านี้ พวกเขาจึงเดินทางมายังประเทศไทย และขอคำปรึกษา ว่า ในประเทศไทย บริเวณใหนที่จะปลอดภัยมากที่สุดก็บอกเขาไปว่า ภาคอิสาน เลย ปากช่องขึ้นไป ระดับสูงมาก จะพ้นภัยที่จะมา...เป็นเรื่องเกร็ดย่อยเล่าสู่กันฟัง..แก้กลุ้ม ไป พลางๆ ครับ "
<!--MsgFile=0-->
จากคุณ : <!--MsgFrom=0-->ตาที่สาม [ <!--MsgTime=0-->21 พ.ค. 48 01:13:56 <!--MsgIP=0-->]
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3490167/X3490167.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3490167/X3490167.html)
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกษม : 14-06-2005 เมื่อ 02:09 PM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:29 AM
<TABLE class=tborder id=post81788 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 02:11 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #247 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=81788&postcount=247) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_81788", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_81788 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->วีดีโอ มือถือ โดยตาที่สาม
โทรศัพท์ ธรรมดา มีมานานแล้ว ต่อมาก็มีมือถือ
ถัดมาก็มีวีดีโอ และล่าสุดก็มีวีดีโอมือถือ ซึ่งคิดว่าไม่เหมือนใคร
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ขณะขับรถไปทำธุระแถว ลาดพร้าว ซอย 93 จะไปเอาหน้าปก หนังสือ "ตาที่สาม เล่ม สาม" ไปให้เขาแก้ เฉดสีให้สดขึ้น เพราะหนังสือกำลังจัดพิมพ์ คาดว่าการพิมพ์จะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือน มิถุนายน 2548
ขณะขับไป ก็เห็นรูปของพระพุทธองค์ลอยมาบนฟ้าทางทิศเหนือ เป็นพระพุทธรูปสีทองเหลืองอร่าม ก็ตั้งจิต เพรารู้ว่าเป็นการส่งข่าวจากเบื้องบน เมื่อกำหนดจิตก็
ได้ความว่าให้ไปที่บ้านคนที่รู้จักดี คนหนึ่ง เพราะคาดว่าต้องมีเรื่องสำคัญ
เราก็ไป เจ้าของบ้าน ก็พอดีกลับมา จึงพากันเข้าไปในห้องพระ และได้เห็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิและสำคัญ ยิ่ง มีปาฏิหาริย์มากมายเกิดขึ้นที่ห้องพระนั้น วันหลังจะขยายให้ฟัง
วันศุกร์ตอนบ่าย เจ้าของบ้านพระพุทธรูปก็แวะมาที่บูธ บอกว่า " พระพุทธรูปท่านฝาก วีดีโอมาให้อาจารย์ดู ขณะนี้อยู่ในมือข้างขวาของผม ขอให้อาจารย์ดู จะได้หมดหน้าที่ของผู้ถือ สาร เพราะหนักมือ เพราะท่านใช้วิธีจารอัด ลงไป"
เออ..เคยเจอวีดีโอ ที่เป็นแผ่นกลมๆๆเล็กๆๆ นี่มา เป็นมือ ของ คน ก็แปลกดี..ก็ไม่คิดอะไร..อาจจะเป็นไปได้..จึงกำหนดจิต เพ่งไปที่มือ ของเขา..โอ้โฮ.เป็นวีดีโอ ภาพสีจริง
แต่ภาพในมือ มันเล็กไป จึง กดคริๆๆ แบบ คุณ Freek ย้ายภาพ และขยายให้ไปอยู่บนฟ้า นั่งดู เหมือนอยู่ในโรงหนัง
วีดีโอนั้น เป็นสามม้วน เป็น มหกรรมชนิด Star War มี 3 episode
ม้วนแรกเริ่มด้วย มองเห็นโลก จากระยะไกล ประมาณ ครึ่งทาง โลก-ดวงจันทร์ เป็นโลก ขาว ปกคลุมไปด้วยไอน้ำและควันสีเทา ภาพ ค่อยๆๆ ซูมลงมา พอใกล้ ก็จำได้ว่า เป็นภูมิภาค เอเซียตลอดทั้งทวีป
มองเห็นประเทศไทย ที่เป็นด้ามขวานทอง
ภูมิทัศน์ทางภูมิศาสตร์ที่เคยเห็นจนชินตาและจำได้ตอนเรียนหนังสือเปลี่ยนไป
ด้ามขวานแคบและแหว่งวิ่นเห็นได้ชัด ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ทำให้ขนาด เหลือประมาณ 70 % เทียบกับของเดิม..และจะขาดออกเป็นสามท่อนในช่วงการปรับครั้งสุดท้าย
อ่าวไทย กว้างขึ้น ฝั่งตะวันออกหายไปแยะ หายลึกเข้าไปถึง แปดริ้ว ปลวกแดง ไม่มีชลบุรี ศรีราชา เหลือ เกาะสัตตหีบเล็กๆๆ โรงไฟฟ้าบางปะกง กฟผ ที่เราเคยมีส่วนในการสร้างก็หายไป หมายความว่า หลังการกวาดล้างและแก้ระบบนิเวศน์โดยเบื้องบน ภาพที่เห็นคือ ผลสุดท้ายของการปรับและกวาดล้าง เพื่อ ชีวิตและนิเวศน์ที่ี่ดีกว่า..หลังจากถูกมนุษย์ย่ำยีจนเป็นอันตรายต่อการดำรงสภาพชีวิตของ ชนรุ่นหลัง
จากนั้น ในวีดีโอได้แสดงให้เห็นว่า ขั้นตอนการปรับสภาพนิเวศน์ของอ่าวไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร มีรายละเอียดมาก จะขอ ข้ามไป ก่อน
มหกรรม ภาค 2 Episode ii
เริ่มด้วยมองเห็นท้องน้ำและฟ้ามืดมาก มองสลัวพอจำเค้าได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ฟ้ามืด อากาศมัวมาก เหมือนกรุงเทพฯตกอยู่ในหมอกแห่งความน่ากลัว..มองเห็นสิ่งหนึ่งมีสีทองสว่างท่ามกลางความมืด..ล่องลอยมาตามลำน้ำ..พอเข้ามาใกล้ก็ เห็นชัด นั่นคือ หัวพญานาค 7 เศียร ลอยมาเหนือน้ำ .....พญานาคมาทำไม.
.ทันใด ก็ชัดเจนขึ้นว่า เป็นหัวเรืออนันตนาคราช ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนเรือพระที่นั่งของกาตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ขนาดเรือ เท่าของจริง มองเห็นผู้ที่กำลัง เป็นผู้ควบคุมเรือ ท่านคือ องค์พิฆเนศวร กำลังให้สัญญาณในการบังคับเรือ
มองเห็นว่า ด้านท้ายเรือ ผู้ที่ทำหน้าที่ถือหางเสือเรือ คือ พญาครุฑ ซึ่งเป็น สัตว์เทพพาหนะคู่บารมีของพระเจ้าแผ่นดิน
กลางลำ มองเห็นชัดเจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงประทับยืน ในพระหัตถ์ทรงถือ ธารพระกร หรือ คฑา ทรงค่อยๆๆ ชูคฑานั้นขึ้นสูงเหนือ เหนือพระเศียร ทันใด พระคฑา ก็กลายเป้นคบเพลิงใหญ่ สว่างโรจน์ เหมือน ภาพ ปั้น อนุสาวรีย์เสรีภาพที่หน้าอ่าว แมนฮัตตัน ของ อเมริกา
ความสว่างและความร้อนของเพลิง ขับไล่ความมืดมัว ท้องฟ้าที่มีสีดำ เหมือนมนต์อาถรรพ์เริ่มละลายเป็นช่องโหว่ที่ตำแหน่ง เหนือพระเศียร..... พอช่องโหว่ได้ที่ พระองค์ก็ทรงโยนพระคฑาขึ้งสูง เหมือน ดรัมเมเดยอร์โยนคฑาขึ้นฟ้า
คฑาที่ลอยขึ้น กลายเป็น เศวตฉัตร 9 ชั้นสีเงิน เศวตฉัตรนั้น ลอยขึ้นสูงอย่างช้าๆ เมื่อไปแตะเมฆดำทึบมืดมนต์ ก็เกิดสายฟ้าแลบกว้างไกล...ท้องฟ้าทั้งหมด สว่างขึ้นทันตา..ความมืดมัวและอาถรรพ์นั้นหายไปจนหมดสิ้น..ฟ้าเปิดแล้ว
ทั้งหมด แปลว่า ท่ามกลางความยุ่งยาก ของความวิปริตของธรรมชาติ นั้น ในที่สุดก็คลี่คลาย ด้วยพระบารมีของ ในหลวง รัชกาลปัจจุบัน โดยการร่วมมือของ พญานาค องค์พิฆเนศวร (ฝ่ายเทพ) พญา ครุฑ (จากฟ้า) และองค์มหาเทพ ในหลวงรัชกาลที่9..ที่ทรงสเด็จลลงมาช่วยแก้ไขประเทศไทยไว้..อันเป็นบารมี สูงสุด
ม้วนที่สาม Episode iii
เป็นภาพท้องน้ำ เจ้าพระยา อีกครั้ง มองเห็นลำน้ำใส มองเห็นทิวแม่น้ำและท้องทุ่ง สดเขียวขจี ทุกแห่งมีแต่ความสมบูรณ์ ผู้คนล้วนแต่งในชุดขาว หน้าตาสดใส เป็นผู้คนที่มาจากฟ้าหลังฝน มองเห้นแต่ความเจริญ ดังคำกล่าวที่ว่า เป็นการเริ่มยุคแห่งศรีอริยเมตตรัย..เป็นความร่วมมือของ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระแม่โพสพ พระแม่สุวรรณมัจฉาและพระพิรุณ..โดยแท้
ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ มองเห็น องค์พระพุทธรูป ปางลีลา สูงเด่น มองเห็นแต่ไกล ซึ่งแสดงระหัสว่า พระพุทธศาสนา จะคงอยู่ในประเทศไทย เป็นหลักให้คนทำดี ได้มีโอกาสทำดีต่อไป...หลังจาก ที่ ฝนพายุได้ผ่านไป
มองเห็น พระพุทธคยา ตั้งเด่นซ้อนอยู่กับองค์พระพุทธรูป ขนาดสูงใหญ่...ซึ่งเป็น
นิมิตรหมายว่า ประเทศไทย จะเป็น ศูนย์กลางการเผยแพร่ ศาสนาพุทธอันยิ่งใหญ่ใน อนาคต
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว..พวกเราในวันนี้ เราควรจะทำเช่นใด.ผู้ที่มีวิจารณาญาณที่ดี ก็คง จะรู้ว่า จะต้องทำอะไร
มองดูทั่วโลก ยุโรปเปลี่ยนแปลงน้อย อเมริกา เหมือนถูกทุบ มองเห็นร่องน้ำใหญ่ ที่เกิดจากถูกฝ่ามือกดลงไป กลายเป็นร่องน้ำกว้าง หลายร้อยไมล์ยาวกว่าพันไมล์ ห้าร่อง แปลว่า จะมีคนตายนับล้านที่นั่น
เอเซีย นั้นไม่มีสิงค์โปร์ ไม่มี ฟิลลิปปินส์ ไม่มีเกาะญี่ปุ่น. อินโดนีเซียเหลือเพียงบางส่วน.ฯลฯ
เช้านี้ เวลา ตีห้า มีกระแส เข้ามาทาง จิตว่า มีจานบินจากดาวต่างๆๆ เข้ามาวนอยู่รอบโลกในระดับสูง มากกว่า 200 ลำ เพื่อ ช่วยเหลือมนุษยืที่จะต้องเผชิญ กับ ภัยธรรมชาติ.
.ความสำคัญ จึงอยู่ที่ว่า...พวกเราพร้อมหรือยัง..มหกรรม ยกแรก Episode i กำลังจะเริ้มขึ้นแล้ว...ขอให้ทุกท่านจงปลอดภัย ตามแรงบุญ และความดี ที่ได้สะสมไว้ ..ตลอดหลายภพ หลายชาติที่ผ่านมา..สวัสดี <!--MsgEdited=0-->
แก้ไขเมื่อ 18 พ.ค. 48 <!--MsgFile=0-->จากคุณ : <!--MsgFrom=0-->ตาที่สาม [ <!--MsgTime=0-->15 พ.ค. 48]07:14:57
แหล่งที่มาhttp://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X3476656.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3476656/X3476656.html)
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #cccffc" SIZE=1>
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกษม : 14-06-2005 เมื่อ 02:13 PM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:30 AM
<TABLE class=tborder id=post81792 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 02:19 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #248 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=81792&postcount=248) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_81792", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_81792 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->วิดีโอมือถือ มหกรรมชำระล้างแผ่นดิน(ภาคต่อ) โดยตาที่สาม
เมื่อ วันก่อน ได้เล่าเรื่องมหกรรมล้างแผ่นดิน ไว้เป็น สามภาค หรือ Episode i ii iii และมีคนพยายามที่จะรู้ว่า จะเริ่ม เมื่อใด
ได้สนทนากับผู้ที่มีหน้าที่กดปุ่มเริ่มต้นแล้ว ได้ความยาว ค่อนข้างยาวแต่จะขอย่อ มาไว้ดังนี้
1. มหกรรม นั้น ที่จริง จะเริ่ม ตั้งแต่ปี 2547 แต่บรรดา หลวงปู่ หลวงพ่อ ศักดิ์สิทธิ์ของพวกคนไทย นับร่วมสิบ ได้ ขอ ใช้บารมี เลื่อนออกไป
2. เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ก็จะได้กำหนดอีกครั้ง ก็ถูกขอเลื่อนไปได้อีกครั้ง โดย หลวงปู่ หลวงพ่อ ทั้งหลาย
การขอเลื่อนสอง ครั้ง ทำให้ บารมี หมดลงไปมาก และเบื้องบน ยินยอม แต่ ในครั้งที่สามนี้ บารมีของหลวงปู่หลวงพ่อ ทั้งหลาย จะไม่มากพอ ที่จะ เลื่อน
การกวาดล้างเป็นไป ตามธรรมชาติกำหนด เพื่อ ล้างสิ่งที่เลวร้ายทั้งคน วิญญาณ และสภาพแผ่นดิน นิเวศน์วิทยา ให้ ลดลง สิ่งที่ตามมาคือ สภาพสังคม สภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าและชีวิตที่ดีกว่า
น้ำหนักของกรรมนั้นบัดนี้เต็มตราชั่งแล้วแต่ ที่ยังกดปุ่มไม่ได้ เพราะน้ำหนักของกรรม (คนบาป คนเลว) ยังกระจายอยู่นอก Killing one หรือ พื้นที่ กำจัด
ในไม่ช้าจะต้องมีการดลใจและชักนำทางอ้อมให้ เป้าหมาย เคลื่อนย้ายเข้าสู่ คิลลิ่งโซน เมื่อครบน้ำหนัก มหกรรมนั้นก็จะเริ่ม
เหมือนปลาในบ่อใหญ่ หรือตามคลองหน้าวัด ธรรมดา จะกระจายกันอยู่ ทั่วท้องน้ำ วิธีที่ปลาจะมาออรวมกัน ก็คือ ต้องมีสิ่งล่อใจ เช่น ตามลานบุญ ในวัด ตามหน้าวัด ที่มี การให้อาหารปลา เมื่อมาเต็ม ก็โยนระเบิดปลาใส่ ก็จะจบเรื่อง..เรื่องนี้ก็จะทำนองเดียวกัน
เมื่อรู้หลักนี้แล้วก็คงจะรู้ไม่ยากว่า การกดปุ่มจะเริ่มเมื่อใด ลองไล่ปฏิทินดู
การตายของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เพราะเป็นการเปลี่ยนสภาพจากเดิมไปเป็นรูปอื่นที่เป็นเหตุเป็นผลกับกรรมที่ได้ทำไว้ครับ
<!--MsgFile=0-->จากคุณ : <!--MsgFrom=0-->ตาที่สาม http://www.pantip.com/cafe/image/smilex.gif (http://javascript%3cimg%20src=%22images/smilies/omg-smile.gif%22%20border=%220%22%20alt=%22%22%20title=%22Surprised%22%20smilieid=%2234%22%20class=%22inlineimg%22%20/%3EpenProfileWindow('185794')) - [ <!--MsgTime=0-->6 มิ.ย. 48 15:36:35 <!--MsgIP=0-->]
แหล่งที่มาhttp://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X3525934.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3525934/X3525934.html)
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกษม : 14-06-2005 เมื่อ 02:24 PM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:32 AM
<TABLE class=tborder id=post81855 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 04:30 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #256 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=81855&postcount=256) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_81855", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_81855 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->เจได แห่งกองทัพธรรม โดยตาที่สาม
<!--MsgIDBody=0-->หลัง มหกรรม Episode I ระยะแรกจะมีปัญหาเรื่องคนตายนับแสน เรื่องไม่มีอาหาร การอดอยาก และ โรคระบาด
จึงน่าจะมีหน่วยกองทัพธรรมเข้ามาช่วยเหลือในบางส่วน
คนที่จะเป็นสมาชิกกองทัพธรรมได้จะต้องมี
1. ความสามารถพลังจากตา(ที่สาม) เพื่อ ฆ่าเชื้อโรค
มองเห็นเหล่าวิญญาณ คนที่ตาย และส่งพลังให้ไปเกิดใหม่
2. ต้องมีมือที่มีพลัง ในการแตะต้องบาดแผล ความเจ็บปวด ที่เมื่อแตะ จะบรรเทาความเจ็บ หรือให้หายทันที
คนที่จะเป็น เจไดของกองทัพธรรมต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้
1. มีศีล ครบห้าอย่างเคร่งครัด
2.ปฎิบัติสมาธิ ดี มาตลอด จน ที่จุดหว่างคิ้วเต้นตุบๆๆ
3. เดินไปตามสถานที่ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถสัมผัสได้ ด้วยจิต หรือมือ แขนชา
4.ออร่าสีสวยและแรง โดยเฉพาะสีแดงหรือ สีม่วง จะดีที่สุด
5. กำลังภายใน(แบบเสี้ยวลิ้มยี่ วัดเส้าหลิน) ไม่ต่ำกว่า 15 เมตร
6.คนมีตาทิพย์/จิตทิพย์/หูทิพย์ อยู่แล้ว
จะเห็นว่าเริ่มมีคนพูดถึงการเปิดตาที่สามกันประปรายซึ่งก็เป็นความจริงเพราะเมื่อผม พบ คนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ก็จะทำให้เขาเป็น เจได แห่งกองทัพธรรม
ทำโดย
เปิดตาที่สามให้ ฝึกให้ สายตาที่เป็นแสง ส่องได้ไกลเกิน 100 เมตร เพื่อความสามารถได้กว้างไกล มีรัศมี 100 เมตร ผลพลอยได้ ของการมีตาที่สาม คือ การมองเห็นออร่า เห็นอดีต เห็นอนาคตเห็นโลกอีกมิติ
ติดพลังที่มือ ให้มือที่มีพลังเพื่อใช้ในการรักษาคนป่วยคนบาดเจ็บ เมื่อพลังเข้าที่มือ มือนั้น จะเรืองแสง มองเห้นได้ชัด เหมือนมีดาบในมือใน"สตาร์วอ" ต้องมีกล่องแล้วกด จึงจะมีดาบยืดออกมายาว แต่เจไดของกองทัพธรรม แค่คิด ดาบก็ออกมาแล้วเรืองแสงยาว พอๆ กับดาบใน สตาร์วอมือดาบของ เจไดแห่งกองทัพธรรม ใช้ในการรักษาคน ไม่ใช่ใช้ฆ่าคน แบบในหนังสตาร์วอ จากฟ้ากำหนด เจไดแห่งกองทัพะรรม จะมีกำลังพลประมาณ 1000 (หนึ่งพันคน)ปัจจุบันได้ไปแล้ว ประมาณ 15 คน (เพิ่งเริ่มเมื่อ 8 มิย.48) คนที่จะเป็นเจได แห่งกองทัพธรรม จะค่อยๆๆทะยอยมาติดดาบเอง คนที่มา เป็นเพราะ ฟ้ากำหนดเมื่อ มา เมื่อ เห็น ก็จะรู้ได้ทันทีว่า เป็นเขาทั้งนี้เพื่อความสุขและความอยู่รอด ของผู้มีบุญ
กระบวนการฝึก ของเจไดแห่งกองทัพธรรม
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตาที่สาม และติดดาบเจไดไปแล้ว 16 อัศวิน ขอให้จำระหัสประจำตัวด้วย ถ้ายังไม่ได้ให้มาเอาที่ บูธ 053
ผู้ที่ติดดาบและเปิดตาที่สามแล้วจะต้องฝึกดังนี้
1. พลังดัชนี นิ้วชี้ ขวา ซึ่งมีไว้ชี้และทำลายเซลล์โรคร้ายแรงเช่น เซลล์มะเร็ง เซลล์เนื้องอก ฯลฯ
ทุกวันจะต้อง ตั้งนิ้วขึ้นตรง และใช้ตาเนื้อมองและเพ่งกำหนดจิตให้ เส้นพลังดัชนีที่ออกไป มีความคม เส้นไม่กระจาย ให้แสงมีความเข้ม ให้ยาวไกลไม่น้อยกว่า 3 เมตรเพื่อให้เเส้นแสงมีอำนาจในการบำบัดรักษา ผู้อื่น
2.ดาบเจได ที่ติดให้ เพื่อใช้ในการปราบมาร และ บำบัดอาการบาดเจ็บที่ มีแผลใหญ่และรุนแรง ขับไล่คนที่มีผีเข้า
ดาบที่ว่า อยู่ที่มือขวา
ให้ยกมือขวา ขึ้นตั้งขึ้นฟ้า ให้นิ้วทั้ง ห้าติดกันเป็นพืดเรียงกันไป เพียงแค่ยกและมองด้วยจิต ดาบนั้นก็จะเรืองแสงสีทองทันที ไม่ต้องกดสวิท เหมือนดาบเจได ใน สตาร์วอ ของ ยอร์จ ลูกัส ที่ต้องเอาออกมาและกดสวิท กำหนดจิตให้ ดาบนั้น มีแสงสีทองสว่างให้เข้มขึ้นเรื่อยๆๆ ยิ่งทำนานไป จะยิ่งเรืองแสงชัด เป็นดาบที่คม ขึ้นเรื่อยๆๆ ดาบนั้น จะยาวประมาณ 1.00 เมตร ยิ่งคมยิ่งมีกำลัง ฟาดฟัน สิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ชั่วร้ายได้
ในบางกรณีย์ ให้กำหนดจิตย่อดาบลงมาให้มากองอยู่บนมือ แล้วใช้โปะประชิดตัว รักษาคนได้ชะงัด หรือ จะให้เปลี่ยนรูปเป็นวงรู้งกินน้ำ ครอบตัวคน รักษาสุขภาพทั่วไปได้ การติดดาบศักดิ์สิทธิ์ มีข้อ จำกัด คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาเพื่อ ช่วยมนุษย์ ห้ามเอามาอวดแสดง โชว์เท่ห์แก่ผู้คน มิฉนั้นจะถูกเอาคืน
ขณะที่ติดดาบใหม่ๆๆพลังยังไม่แรง อาจจะไม่ชัด ให้ หาผืนผ้าหรือฉากดำ มารองหลัง ใน บรรยากาศ ขมุกขมัวจะห็นชัดเจน ยิ่งเห้นชัด ก็จะยิ่งภูมิใจ และยิ่งมีศรัทรา ยิ่งศรัทรา อำนาจดาบยิ่งมหาศาล
3. ตาที่สาม ที่มองไกล เห็น อดีต เห็นอนาคต ตอนเช้า ให้ นั่งทำสมาธิ 5-15 นาที แล้ว ฝึก มองที่ตา จะเห็นว่ามีแสงเหมือนไฟฉายส่องออกไป กำหนดจิตให้แสงยืดออกไป ไกลๆๆ ถ้าเห็นแสงกระจายหรือ คด ก็ให้ใช้มือ รูดให้เข้าที่ ให้กลมเป็นลำแสง เหมือน แสงเลเซ่อร์ ฝึกให้แสงไปไกล ถึงระยะ 100 เมตร เป็นอย่างต่ำ จึงจะใช้ได้ การรูดทำได้แค่ระยะมือ ถ้าไกลกว่านั้นก็มาที่บูธ จะรูดได้ไกลถึง 100 เมตร เมื่อ ไกลมากพอ ก็จะฝึกหมุนเกลียวตาให้หมุน ออกไป ก็จะเห็น อนาคต ให้หมุนเข้ามา ก็จะเห็นอดีต ลำแสงอย่างเดียวเมื่อจ้องใคร ก็ฆ่าเชื้อโรคได้มากเห็น ออร่า สะบายๆๆ ใครคนดี คนเลว เห็นหมด และสามารถตั้งแฟรนส์ไชยส์ สาขา ตรวจพลังพระเครื่องได้ทั่วอาณาจักร แข่งกับร้านของแว่นตา ของ ท๊อปเจริญ กำลัง คิด ถึง โลโก้ ของ ชมรมอยู่.คิดออกแล้วจะบอก
<!--MsgFile=0-->จากคุณ : <!--MsgFrom=0-->ตาที่สาม http://www.pantip.com/cafe/image/smilex.gif (http://javascript%3cimg%20src=%22images/smilies/omg-smile.gif%22%20border=%220%22%20alt=%22%22%20title=%22Surprised%22%20smilieid=%2234%22%20class=%22inlineimg%22%20/%3EpenProfileWindow('185794')) - [ <!--MsgTime=0-->13 มิ.ย. 48 11:51:23 <!--MsgIP=0-->]
แหล่งที่มาhttp://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X3540188.html (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3540188/X3540188.html)
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกษม : 14-06-2005 เมื่อ 04:41 PM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:33 AM
<TABLE class=tborder id=post81919 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 05:24 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #258 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=81919&postcount=258) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_81919", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_81919 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->คุณ tamsak ไปหาอาจารย์อาชวิน(ตาที่สาม) ด้วยตัวเองดีกว่านะครับเพื่อตรวจพลังในตัวว่าจะเป็นเจไดได้หรือเปล่า เพราะผมทำหน้าที่รวมรวมข้อมูลให้เท่านั้น อาจารย์อาชวินเปิดบูธอยู่ที่บนสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชร วันอาทิตย์เปิดนานเลยครับ ที่บูธ 053 บนสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชร ทางออกช่อง 1 เปิด พุธ พฤหัส ศุกร์ 14.30-18.00 น. วันอาทิตย์ 9.00-18.00 น.
ถ้าคุณ tamsak ไปเมื่อไรก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับว่าเป็นอย่างไร เพราะผมก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน<!--MsgFile=7-->
<!-- / message --><!-- edit note --><HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1>แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เกษม : 14-06-2005 เมื่อ 05:27 PM.
<!-- / edit note --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:33 AM
<TABLE class=tborder id=post82102 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">14-06-2005, 11:46 PM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right> #260 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=82102&postcount=260) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_82102", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 12:58 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,480 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,661 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,348 ครั้ง ใน 2,285 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_82102 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติและสงครามโลกครั้งที่ 3 ผมได้ลงไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องวันเวลาที่แน่นอนนั้นผมเองก็อยากรู้ เหมือนกับคุณนั่นแหละว่าจะเกิดเมื่อไรกันแน่ จะได้เตรียมตัวถูกเพราะเคยกักตุนข้าวสาร อาหารแห้งไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ก็ไม่เกิดอะไร จึงได้นำไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยสึนามิที่ภาคใต้จนหมดแล้ว เมื่อมาอ่านพบข้อความเตือนจากอาจารย์ ศักดา สกุลพนารักษ์ และอาจารย์อาชวิน(ตาที่สาม) ยืนยันว่าจะเกิดภายในปีนี้แน่และจะเกิดต่อเนื่องไปถึง 3 ปีจึงจะยุติ ถ้าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และครูบาอาจารย์ต่าง ๆ พยายามขอเลื่อนออกไปอีก ก็คิดว่าจะเริ่มกักตุนอาหารกันอีกรอบครับ
ผมว่าถ้าคุณ tamsak ไปพบอาจารย์อาชวิน(ตาที่สาม) ตามที่อยู่ที่ผมได้บอกเอาไว้ ก็ถามกับอาจารย์โดยตรงเลยจะดีกว่านะครับ เพราะท่านสามารถติดต่อกับผู้มีหน้าที่กดปุ่มเริ่มต้น มหกรรม Episode i ii iii ได้โดยตรง ก็จะได้รับข้อมูลที่คุณอยากทราบได้ว่าน้ำจะท่วม กทม. เมื่อใด และจะเริ่มเมื่อใด..........
<!-- / message --></TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
29-04-2008, 04:36 AM
โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
ขอออกความเห็นบ้างก็แล้วกัน อ่านมานาน
......................
ต้องขอบคุณ คุณเกษมละ ที่ดูแลกระทู้นี้ จนฮิท ขนาดนี้
นับว่า ขยันหาข้อมูลมาก มีความขยัน และดูจริงจัง จริงใจ
มีความห่วงใยในเพื่อนมนุษย์มาก
แต่ที่ขอติงนิด คือคุณเกษมค่อนข้างเชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะบางแหล่งของข้อมูล ไม่มีความน่าเชื่อถือ เข่น ตาสาม หนุมาร เป็นต้น
จนทำให้ข้อมูลมีความสับสน จนบางครั้งสวนทางกันเอง
แต่ก็นั่นแหละ ผู้อ่านก็ต้องพิจารณากันเอง และที่มีคนมาติงบ้างก็ดีนะครับ จะได้สกิดเตือนท่านใดมีศรัทธาจริตมากๆ ให้คิด
ท้ายสุด ก็ต้องขอบคุณ คุณเกษมและ หลาย ๆท่านด้วยละที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
แต่ที่ขอติงนิด คือคุณเกษมค่อนข้างเชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะบางแหล่งของข้อมูล ไม่มีความน่าเชื่อถือ เข่น ตาสาม หนุมาน เป็นต้น
จนทำให้ข้อมูลมีความสับสน จนบางครั้งสวนทางกันเอง
รู้สึกว่าจะมีคนแอนตี้ อ.อาชวิน(ตาที่สาม) และคุณหนุมาน ผู้นำสาร อยู่มากเหมือนกัน ขอให้มองกันที่เจตนาดี ที่ทำเพื่อส่วนรวมกันดีกว่าครับ แต่ละคนก็มีความรู้ ความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป การมองคนอื่นในแง่ร้ายเพียงอย่างเดียว มุ่งหน้าที่จะโจมตีกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายเราก็จะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมือที่สาม ที่คอยยุแหย่ให้พวกเราแตกความสามัคคีกัน แล้วพวกเขาก็จะถือโอกาส ตอนที่พวกเราต่อสู้กันจนอ่อนแรง เข้ามาทำลายพวกเราจนย่อยยับไปในที่สุดครับ
ข้อมูลที่ผมได้นำมาโพสเอาไว้ในกระทู้นี้ ผมจะถือเอาพุทธทำนายเอาไว้เป็นหลักใหญ่ที่สุดครับ คำทำนายของท่านใดที่สอดคล้องและไม่ขัดแย้งกับพุทธทำนาย ผมถึงจะนำมาลงให้ได้อ่านกันครับ ไม่ได้สวนทางกันแต่อย่างใดครับ คือในหลักใหญ่นั้นจะตรงกัน แต่แตกต่างกันบ้างในรายละเอียด เพราะญาณทัศนะของแต่ละท่านย่อมอ่อนแก่ไม่เท่ากัน ความถูกต้องแม่นยำจึงยังมีไม่ถึง 100% แต่อย่างไรผมก็ยังยึดเอาพุทธพยากรณ์ 16 ประการ และพุทธทำนายในศิลาจารึกที่พระวิหารเชตวัน เอาไว้เป็นหลักใหญ่อยู่เสมอครับ
Falkman
29-04-2008, 08:40 AM
รู้สึกว่าจะมีคนแอนตี้ อ.อาชวิน(ตาที่สาม) และคุณหนุมาน ผู้นำสาร อยู่มากเหมือนกัน ขอให้มองกันที่เจตนาดี ที่ทำเพื่อส่วนรวมกันดีกว่าครับ แต่ละคนก็มีความรู้ ความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป การมองคนอื่นในแง่ร้ายเพียงอย่างเดียว มุ่งหน้าที่จะโจมตีกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายเราก็จะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมือที่สาม ที่คอยยุแหย่ให้พวกเราแตกความสามัคคีกัน แล้วพวกเขาก็จะถือโอกาส ตอนที่พวกเราต่อสู้กันจนอ่อนแรง เข้ามาทำลายพวกเราจนย่อยยับไปในที่สุดครับ
ข้อมูลที่ผมได้นำมาโพสเอาไว้ในกระทู้นี้ ผมจะถือเอาพุทธทำนายเอาไว้เป็นหลักใหญ่ที่สุดครับ คำทำนายของท่านใดที่สอดคล้องและไม่ขัดแย้งกับพุทธทำนาย ผมถึงจะนำมาลงให้ได้อ่านกันครับ ไม่ได้สวนทางกันแต่อย่างใดครับ คือในหลักใหญ่นั้นจะตรงกัน แต่แตกต่างกันบ้างในรายละเอียด เพราะญาณทัศนะของแต่ละท่านย่อมอ่อนแก่ไม่เท่ากัน ความถูกต้องแม่นยำจึงยังมีไม่ถึง 100% แต่อย่างไรผมก็ยังยึดเอาพุทธพยากรณ์ 16 ประการ และพุทธทำนายในศิลาจารึกที่พระวิหารเชตวัน เอาไว้เป็นหลักใหญ่อยู่เสมอครับ
คุณหนุมานไม่ว่าอะไรหรอก เพราะคุณหนุมานมีสัจจะว่า จะไม่เห็นผู้อื่นผิด วันละ 1 ชั่วโมง (smile)
(sing)(one-eye)(f)
Falkman
29-04-2008, 08:53 AM
<table style="" cellpadding="0" cellspacing="0" width="98%"><tbody><tr><td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray;" align="center" width="100%">ประกาศเตือนภัย
"หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลอันดามัน"
ฉบับที่ 2 (42/2551) ลงวันที่ 29 เมษายน 2551
</td> </tr> <tr> <td colspan="3" style="border-left: 1px solid gray; border-right: 1px solid gray; padding: 10px;" align="center" width="100%"> <dd>หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ส่งผลให้ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทุกภาคของประเทศไทย มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ สำหรับ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง </dd></td> </tr> <tr> <td class="c3" height="4" width="4">
</td> <td style="border-bottom: 1px solid gray;" width="97%"> <table width="100%"><tbody><tr></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table>
Falkman
29-04-2008, 08:56 AM
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า <table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr> <td align="right"> http://www.tmd.go.th/images/icon_adobe.gif สำหรับพิมพ์ (http://www.tmd.go.th/programs/uploads/reports/7dForecastRegions.pdf) </td> </tr> <tr> <td> <table bordercolordark="#ffffff" bordercolorlight="#d9d9d9" border="1" bordercolor="#d9d9d9" cellpadding="3" cellspacing="0" width="100%"> <tbody><tr class="14BWhite" align="center" bgcolor="#0f6aaa"> <td colspan="2" align="center" height="35">ระหว่างวันที่ 29 เมษายน 2551 - 5 พฤษภาคม 2551</td> </tr><tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> การคาดหมาย </td> <td> หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนจะเคลื่อนเข้าสู่อ่าวมะตะบันในวันที่ 29-30 เม.ย. ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อนึ่ง พายุไซโคลน (Nargis (01B)) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางทางตะวันออกของเมืองมัทราส ประเทศอินเดีย พายุนี้จะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือก่อน และหลังจากนั้นพายุนี้จะเปลี่ยนทิศทางเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ประเทศพม่าประมาณวันที่ 3-5 พ.ค. ทำให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกทั่วทุกภาค โดยเฉพาะด้านตะวันตกของประเทศจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเริ่มตั้งแต่ 2 พ.ค.
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ระนอง พังงา และจันทบุรีเป็นต้น สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
</td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคเหนือ </td> <td> ในช่วงวันที่ 29 เม.ย.- 1 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 2-5 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </td> <td> ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. </td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคกลาง </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วน ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
</td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคตะวันออก </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางพื้นที่เกือบตลอดช่วง ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร </td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักในบางแห่งตลอดช่วง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร </td> </tr> <tr bgcolor="#ffffff"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง มากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร </td> </tr> <tr bgcolor="#faf6f6"> <td class="subtitle" valign="top" width="140"> กรุงเทพมหานครและปริมณฑล </td> <td> มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยจะมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 2-5 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
</td> </tr> <tr><td colspan="2" align="right" bgcolor="#accdd4">ออกประกาศ 29 เมษายน 2551</td></tr></tbody></table> </td> </tr> </tbody></table> <table class="TableBorder" cellpadding="3"> <tbody><tr><td> <table style="font-size: 14px;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="155"> <tbody><tr align="center"> <td class="14BWhite" bgcolor="#848589" height="25"> Update ! </td> </tr> <tr align="center"> <td bgcolor="#e5e7ed"> <table style="font-family: 'MS Sans Serif',Tahoma;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="150"> <tbody><tr> <td height="40" valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/radar1.gif (http://www2.tmd.go.th/radar/) </td> <td> เรดาร์ตรวจอากาศ (http://www2.tmd.go.th/radar/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/satellite1.gif (http://www.sattmet.tmd.go.th/) </td> <td> ภาพถ่ายดาวเทียม (http://www.sattmet.tmd.go.th/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/weathermap1.gif (http://www.tmd.go.th/weather_map.php) </td> <td> แผนที่อากาศ (http://www.tmd.go.th/weather_map.php) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/waterlevel.gif (http://hydromet.tmd.go.th/) </td> <td> ข้อมูลลุ่มน้ำ (http://hydromet.tmd.go.th/) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/nwpproduct1.gif (http://www2.tmd.go.th/program/frames/nwp.html) </td> <td> NWP Model (http://www2.tmd.go.th/program/frames/nwp.html) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/gis.gif (http://www.arcims.tmd.go.th/DailyDATA/akom2.html) </td> <td> GIS (http://www.arcims.tmd.go.th/DailyDATA/akom2.html) </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr align="center" bgcolor="#e5e7ed"> <td height="5">
</td> </tr> <tr align="center"> <td class="14BWhite" bgcolor="#848589" height="25"> News ! </td> </tr> <tr align="center"> <td bgcolor="#e5e7ed"> <table style="font-family: 'MS Sans Serif',Tahoma;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="150"> <tbody><tr> <td height="40" valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/warning.gif (http://www.tmd.go.th/list_warning.php) </td> <td> เตือนภัย (http://www.tmd.go.th/list_warning.php) </td> </tr> <tr> <td valign="bottom"> http://www.tmd.go.th/images/storm.gif (http://www.tmd.go.th/storm_tracking.php) </td> <td> เส้นทางเดินพายุ (http://www.tmd.go.th/storm_tracking.php) </td> </tr> <tr> <td> http://www.tmd.go.th/images/ewave.gif (http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php) </td> <td> รายงานแผ่นดินไหว (http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php) </td> </tr> </tbody></table> </td> </tr> <tr align="center" bgcolor="#e5e7ed"> <td height="2">
</td> </tr> </tbody></table> </td></tr></tbody></table> <table><tbody><tr><td height="1">
</td></tr></tbody></table> <table class="TableBorder" cellpadding="3"> <tbody><tr><td> <table style="font-size: 14px;" cellpadding="0" cellspacing="0" width="155"> <tbody><tr bgcolor="#d3d8e6"> <td width="35"> http://www.tmd.go.th/images/weather_symbol.gif (http://board.palungjit.com/) </td> <td> สัญลักษณ์อากาศ (http://board.palungjit.com/) </td> </tr> <tr> <td colspan="2" bgcolor="#e5e7ed"> http://www.tmd.go.th/images/weather_icon_guide.gif
</td> </tr> </tbody></table> </td></tr></tbody></table> <table><tbody><tr><td height="1">
</td></tr></tbody></table>
Lazaza
29-04-2008, 09:01 AM
เมื่อคืนฝนตกที่ขอนแก่น หนักมากค่ะ
ลมไม่ค่อยกรรโชกนะคะ แต่น้ำเยอะมาก
หน้าบ้านท่วมเป็นประวัติกาล เล่นเอาซะ
รถลอยไปกลางถนนเลย
เห็นภาพเลยนะคะว่าถ้าน้ำท่วมอย่างว่า
ถนนหนทางมันจะติดขัดขนาดไหน
ก็เลยเป็นอีกคืน ที่เราต้องซ้อมอีกแล้ว
นึกว่าจะต้องขนของขึ้นบ้านซะแล้ว
ก็เลยเฝ้าสังเกตอยู่ซักพัก
จนฝนเริ่มเบาๆลงล่ะค่ะ ถึงได้นอน
ไม่รู้ที่อื่นๆโดนถล่มบ้างมั้ยเอ่ย
พุทธโกมุท
29-04-2008, 11:44 AM
คุณหนุมานไม่ว่าอะไรหรอก เพราะคุณหนุมานมีสัจจะว่า จะไม่เห็นผู้อื่นผิด วันละ 1 ชั่วโมง (smile)
(sing)(one-eye)(f)
เห็นด้วยครับ และคิดว่าสมาชิกหลายๆคนคงเป็นเช่นเดียวกัน คือเห็นว่าความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ครับ เจตนาเป็นเรื่องสำคัญ ผู้อ่านก็เลือกอ่านเลือกเชื่อตามที่ตนเห็นสมควรครับ
เจตนาและความเชื่อเรื่องภัยพิบัตินั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายครับ
เหตุเภทภัยและการสูญเสียทั้งหลายย่อมมีเหตุผลและการสร้างสรรค์อยู่คู่กัน เป็นประสบการณ์ที่สัมผัสรับรู้กันได้ในระดับที่จะเตรียมพร้อมครับ การตระหนักถึงความผูกพันของเรากับจักรวาลถือเป็นสิ่งล้ำค่ามาก หากระลึกได้ถึงความจริงข้อนี้ก็จะเอื้ออำนวยให้ตัวตนภายในที่ได้รับการสนับสนุนจากจักรวาลมาอย่างต่อเนื่องได้เข้าใจยิ่งขึ้น ยิ่งเก็บรักษาความเป็นจริงในข้อนี้ไว้ในจิตใจได้มากเท่าไร เราก็จะเกิดความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และรู้คุณค่าในการเคารพตนเอง+โลก+จักรวาลมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเราอ่านไปก็รับก็รู้ไว้แต่ไม่ควรตระหนก+ตกใจจนเกินไป อยู่บนเส้นทางสายกลางที่มั่งคงกันต่อไป เพราะที่มานั้นมาจากหลายแหล่งข้อมูล พี่เกษมเค้าเข้าใจเรื่องนี้ดีครับ ต้องขอบคุณพี่เกษมและท่านอื่นๆที่นำเรื่องราวมาลงให้อ่านกันครับ
สถานการณ์จริงและสัญญาณเตือนจะเป็นอย่างไร ผมว่าหลายคนทราบดีอยู่แล้วครับ
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
29-04-2008, 12:55 PM
<TABLE class=tborder id=post1155423 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 0px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">วันนี้, 08:19 AM <!-- / status icon and date --></TD><TD class=thead style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 1px solid; FONT-WEIGHT: normal; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right>#7506 (http://board.palungjit.com/showpost.php?p=1155423&postcount=7506) </TD></TR><TR vAlign=top><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 0px solid" width=175>เกษม (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_1155423", true); </SCRIPT>
สมาชิก กิตติมศักดิ์
http://board.palungjit.com/images/avatars/ongkot.jpg (http://board.palungjit.com/member.php?u=501)
เข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ 08:59 AM
วันที่สมัคร: Nov 2004
ข้อความ: 2,481 <!-- Start Post Thank You Hack -->
ได้ให้อนุโมทนา 9,668 ครั้ง
ได้รับอนุโมทนา 34,368 ครั้ง ใน 2,286 โพส <!-- End Post Thank You Hack -->
พลังการให้คะแนน: 3239 http://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_pos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gifhttp://board.palungjit.com/images/reputation/reputation_highpos.gif
</TD><TD class=alt1 id=td_post_1155423 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid"><!-- message -->อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ SCJ http://board.palungjit.com/images/buttons/viewpost.gif (http://board.palungjit.com/showthread.php?p=1155275#post1155275)
แต่ที่ขอติงนิด คือคุณเกษมค่อนข้างเชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะบางแหล่งของข้อมูล ไม่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ตาสาม หนุมาน เป็นต้น
จนทำให้ข้อมูลมีความสับสน จนบางครั้งสวนทางกันเอง
</TD></TR></TBODY></TABLE>
รู้สึกว่าจะมีคนแอนตี้ อ.อาชวิน (ตาที่สาม) และคุณหนุมาน ผู้นำสาร อยู่มากเหมือนกัน
ขอให้มองกันที่เจตนาดี ที่ทำเพื่อส่วนรวมกันดีกว่าครับ
แต่ละคนก็มีความรู้ ความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป การมองคนอื่นในแง่ร้ายเพียงอย่างเดียว มุ่งหน้าที่จะโจมตีกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา
สุดท้ายเราก็จะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมือที่สาม ที่คอยยุแหย่ให้พวกเราแตกความสามัคคีกัน
แล้วพวกเขาก็จะถือโอกาส ตอนที่พวกเราต่อสู้กันจนอ่อนแรง เข้ามาทำลายพวกเราจนย่อยยับไปในที่สุดครับ
ข้อมูลที่ผมได้นำมาโพสเอาไว้ในกระทู้นี้ ผมจะถือเอาพุทธทำนายเอาไว้เป็นหลักใหญ่ที่สุดครับ
คำทำนายของท่านใดที่สอดคล้อง และไม่ขัดแย้งกับพุทธทำนาย ผมถึงจะนำมาลงให้ได้อ่านกันครับ ไม่ได้สวนทางกันแต่อย่างใดครับ
คือในหลักใหญ่นั้นจะตรงกัน แต่แตกต่างกันบ้างในรายละเอียด เพราะญาณทัศนะของแต่ละท่านย่อมอ่อนแก่ไม่เท่ากัน
ความถูกต้องแม่นยำจึงยังมีไม่ถึง 100% แต่อย่างไรผมก็ยังยึดเอาพุทธพยากรณ์ 16 ประการ
และพุทธทำนายในศิลาจารึกที่พระวิหารเชตวัน เอาไว้เป็นหลักใหญ่อยู่เสมอครับ
<!-- / message -->
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ในการวางใจเชื่อถือ ขอให้ยึดหลักกาลามสูตรเถิด เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
สิ่งที่แน่นอนก็อาจไม่แน่นอน นี้คือความเป็น "ธรรม"
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->หลังจากเกิดซึนามี ผมก็ได้แต่เฝ้าดู TV แทบไม่ได้นอน เกือบ 1 อาทิตย์
สิ่งที่ปรากฎในใจ ก็คือ ตัวเราเองได้สำนึกในความประมาท จึงต้องกลับมาหา
จุดยืนของตนเอง จึงได้รู้ว่าคลื่น ไม่ได้พัดพาสิ่งต่าง ๆ ลงทะเลไป
แต่ ได้พัดพาความ ประมาท และความชั่วร้ายจากใจ ของ ผมออกไปด้วย
นี้คือสำนึก ที่เกิดขึ้น เพราะ อะไร
1. ผมรู้ก่อนจากอาจารย์ ผม แต่ไม่สนใจ และในใจก็กลับคิดว่าไม่มีทางเกิดได้
และยังคิดว่าอาจารย์ผม ยังไงอยู่ แต่จริง ๆ ท่านบอกไว้ล่วงหน้าเกือบ 7 ปี
2. ตลอดกว่า 7 ปี ท่านให้ ฝึกอภิญญา ไม่ใช้เพื่อตนเอง แต่เพื่อให้มีสติและสามารถ
ช่วยคนอื่น ๆ ได้ ในเวาลามีเหตุ แต่ผมก็ทำไปเรื่อย ๆ เพราะคิดแต่ว่ายังมีเวลา
3. เวลามีการแก้ไขในการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อแก้เคล็ด ผมก็ไม่ได้ร่วมเพราะคิดว่าแก้ไขไม่ได้
ที่นี้ผมก็เปลี่ยนไปแล้ว และอยากจะบอกในสิ่งที่รู้มาว่า
1. เหตุต่าง ๆ ที่รุนแรงกว่า จะต้องเกิดแน่ ๆ ตามที่ได้รับรู้ก็คล้าย ๆ กับที่สมาชิกบอก
2. แต่ เหตุที่เราได้รับการบอกกล่าว ว่าจะเกิดวันไหน ก็ไม่สามารถเกิดได้ตรงตามวันที่ได้รับ
ข่าว เพราะ เป็น กฏของสวรรค์ ไม่สามารถบอกให้ตรงวันได้ แต่ยกเว้นผู้ทีมีหน้าที่ให้บอกได้ซึ่ง
ตอนนี้ที่ทราบท่านก็ไม่ยอมบกวันแต่บอกว่าจะเกิดที่ไหน ช่วงเดือนไหน
3 แต่ เวลาที่ได้รับการทำนายแล้วก็อาจเลื่อนได้ อย่าง ซึนามี ก็เลื่อนมาเกือบ 7 ปี และความรุนแรง
ก็น้อยลง จริง ๆ แล้ว มีเกาะต้องหายไปทั้งเกาะแต่ท่านมาช่วยไว้ ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเลื่อนได้ ก็เพราะว่า มีกลุ่มที่ทำหน้าที่ในการแก้กระจายกันไป ตามสายต่าง ๆ ที่สร้างพระ หรือ สร้างวัตถุต่าง ๆ
ตามที่ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติธรรมเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งกลุ่มนี้ก็อาจจะเป็นพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ในที่นี้ ที่ได้ทำกันอยู่แต่ไม่รู้ตัว
4. อาจารย์ของผมอยู่ที่อีสาน ก่อนเกิดเหตุ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2547 ท่านขีดเส้นบนแผนที่จากเหนือเกาะสุมาตราขึ้นไปทางเหนือตามแนวที่เกิดแผนดินไหว ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครเข้าใจความหมาย
ซึ่งหลังจากเกิดซึนามิ แล้ว ท่านก็ขีดเส้นจากแถวเพชรบุรี ผ่านเมืองกาจญบุรี ไปทางเหนือ จนถึงลำปาง และจะเกิด ........ ไม่สามารถเขียนรายละเอียดได้เพราะทางรัฐบาลไม่เชื่อจะเกิดเรื่อง
ก็คล้าย ๆ กับที่มีสมาชิก ได้เขียนมาแล้ว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมบอกไดเลยว่าสิ่งที่รู้ก่อนย่อมเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ถ้าไม่รู้ก่อนย่อมไม่เปลี่ยนแปลง
นี้คือกฏของสวรรค์ ซึ่ง ถามว่าเมื่อไม่เกิดตรงที่รู้แล้วให้รู้ก่อนทำไม นี้ก็คือความเสี่ยงและกรรมของแต่ละบุคคลที่ จะเลือกว่าจะทำการเลื่อนหรือผ่อนหนัก เป็นเบาหรือเปล่า แต่ ผมว่าเราเป็นคนไทยในดินแคนแห่งพระพุทธศาสนา จงภูมิใจได้ว่ามีผู้ทรงอภิญญา และ พระอรหันต์ ได้ช่วยเราไว้และได้ช่วยอยู่
ก็เพราะเหตุว่า เหตุต่าง ๆ ได้ถูกเลื่อนและทำให้เบาขึ้น
ผมไม่ได้ให้คุณ ๆ เชื่อ แต่ หวังให้คุณทำ (จนได้อภิญญา) เพราะกลุ่มคนจำนวนมากได้ถูกกำหนดมา
ให้มาเกิดเพื่อทำหน้าที่นี้ แต่คุณอาจไม่รู้ตัวเอง แต่เมื่อถึงวันหนึ้งเมื่อเกิดเหตุก็จะรู้ตัวเอง ผมและลูก ก็ได้ถูกกำหนด ไว้ ( ทำให้รู้ว่าประเทศไทย ยังอยู่อีกหลายสิบปี เพระ ลูกผมอายุ 1.9 ปี เอง )
ลองไปคิดดูนะครับ อย่าอยู่ในความประมาท
เป็นบทความของคุณ 108man เมื่อวันที่ 31-01-2005
แอ๋มได้รับรู้ถึงการเคลื่อนของแผ่นดิน...ที่เกิดจากการระอุขึ้นของความร้อนใต้ผืนดินขณะนี้มันกำลังเคลื่อนทีละน้อย...โดยที่เราแทบไม่รู้สึกได้...แต่เมื่อใดที่มันสะสมพลังงานได้เต็มที่สำหรับการขยับขยาย...คาดว่ามันคงอันตรายแน่นอน...แอ๋มมีนิมิตเช่นนี้หลายครั้งแล้ว...และถี่ขึ้นแต่ยังไม่ถึงกับปะทุระเบิดขึ้น...เพียงแค่มีการเคลื่อนที่เท่านั้นเอง...
เนื่องจากกดผิดเลยเข้าไปดูโพสเก่าของปี 2005 และอ่านเจอโพสของคุณ 108man เลยเอาให้อ่านกันอีกครั้ง...และเตรียมรับมือกันต่อไป...
<!-- / message --><!-- sig -->
nuttadet
29-04-2008, 03:16 PM
ผมสงสัยอยู่อย่างนึงครับว่า ลูกคุณ 108man มีหน้าที่หลังจากเกิดภัยหรือก่อนเกิดภัย เพราะถ้ามีหน้าที่ก่อนเกิดภัยนั้น นับๆ ดูแล้วคงอีกหลายสิบปีทีเดียว แต่เค้าเอามาบอกเมื่อปี 2005 ตอนนี้อาจจะ ไวกว่าสิบปีก็เป็นได้
ทอร์นาโดถล่มรัฐเวอร์จิเนียมีผู้บาดเจ็บ 200 คน
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=315651&stc=1&d=1209460197
วอชิงตัน 28 เม.ย.
koh55559
29-04-2008, 03:37 PM
2 วันก่อน ผมขับรถกำลังกลับบ้านอยู่ๆเกิดเมฆมืดน่ากลัวมาก ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน อยู่แถวมีนบุรี ช่วงนี้ระมัดระวังในการเดินทางด้วยนะครับ...
ผมสงสัยอยู่อย่างนึงครับว่า ลูกคุณ 108man มีหน้าที่หลังจากเกิดภัยหรือก่อนเกิดภัย เพราะถ้ามีหน้าที่ก่อนเกิดภัยนั้น นับๆ ดูแล้วคงอีกหลายสิบปีทีเดียว แต่เค้าเอามาบอกเมื่อปี 2005 ตอนนี้อาจจะ ไวกว่าสิบปีก็เป็นได้
คงมีหน้าที่หลังจากเกิดภัยพิบัติแล้วครับ เพราะเท่าที่ผมได้รับฟังมาจากคุณคณานันท์ ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว จะเกิดสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างผู้ได้อภิญญาดำ(ฝ่ายมาร) กับผู้ได้อภิญญาขาว(ฝ่ายพระ) กันอีกระยะหนึ่งครับ รอจนกว่าพระเจ้าจักรพรรดิ์จะเสด็จลงมาปกครองโลกนี้ ทุกอย่างจึงจะเข้าสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริงครับ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 10-20 ปี นับจากนี้ไปครับ
อ.พลูหลวงได้พยากรณ์ดวงชาตาการเปลี่ยนชื่อจากสยามมาเป็นไทยไว้ จะเห็นว่าอาจารย์ได้แบ่งออกเป็น 10 ยุคในรอบร้อยปี โดยแต่ละยุคมีอายุ 10 ปี นับแต่มีการเปลี่ยนชื่อประเทศ
1. ยุคกาลี ตรงกับช่วง พ.ศ.2482-2492
2. มิตรมาเยือน ตรงกับช่วง พ.ศ.2492-2502
3. เฉือนดินแดน ตรงกับช่วง พ.ศ.2502-2512
4. แสนแค้นกลางเขาควาย ตรงกับช่วง พ.ศ.2512-2522
5. ลายเสือครองเมือง ตรงกับช่วง พ.ศ.2522-2532
6. ฟูเฟื่องชาวสังคม ตรงกับช่วง พ.ศ.2532-2542
7. ชมบุญทรราชย์ ตรงกับช่วง พ.ศ.2542-2552
8. ชาติวิปโยค ตรงกับช่วง พ.ศ.2552-2562
9. โรคคลาย ตรงกับช่วง พ.ศ.2562-2572
10. หายกังวล ตรงกับช่วง พ.ศ.2572-2582
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
Pew Pew
29-04-2008, 07:30 PM
นึกถึงคำทำนายของอ.กัญจีราว่า เมษายนฝนจะตก หลังเมษายน ระวัง Mega Strom มองฟ้าทุกวันนี้ ก็รู้สึกว่าพอจะมีทางเป็นไปได้นะครับ
ขอให้เพื่อนๆช่วยกันสวดมนต์อธิษฐานจิตให้เหตุการณ์ไม่ร้ายแรงมากดีกว่า ใครต้องเดินทางไกลก็อย่าประมาท เตรียมตัวและคิดทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าบ้างนะครับ
ขอบุญรักษาทุกท่าน ให้ปลอกภัยและฝ่าฟันวิกฤติในช่วงนี้ได้ด้วยดีนะครับ สาธุ (smile)
access
29-04-2008, 08:08 PM
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกไม่อาจคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงนั้นคือภัยพิบัติ แต่ภัยพิบัติจะเกิดรือไม่ รึจะเกิดขึ้นเวลาไหนนั้น ไม่อาจบอกได้เช่นกัน แต่มาวันนี้อยากจะมาเตือนไว้เพื่อความไมใประมาณให้มนุษย์ทุกคน ได้เตรียมพร้อมเรื่องของสติ ทำสจิให้มั่นคง และตั้งอยู่ในหลักเหตุและผล อย่าคาดหวังว่า จะมีสิ่งใดมาช่วยรึมาทำให้ภัยนี้เลื่อนไป เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร ก้อมิอาจเลื่อนได้แล้ว ทุกอย่างจะต้องจบ และเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวไม่มีการมาเตือนอีก ดังนั้นทุกที ทุกประเทศบนโลก รึอาจจะบอกได้ว่า ทั่วทั้งจักรวาลแห่งนี้จะต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และขอบอกว่า การคาดหวังในสิ่งมหัสจรรย์ต่างๆนั้น เป็นการหวังอย่างขาดซึ่งสติและเหตุผล สิ่งเหล่านั้นจะไม่เข้ามาสร้างความมหัสจรรย์อะไรอย่างที่หลายคนรับทราบกันมาแล้ว และเรื่องของการสร้างสถานทีหลบภัยนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าที่ใด แต่สิ่งที่ควรจะเตรียมและทำกัน ต้องตั้งอยู่ในหลักเหตุและผลแห่งความเป็นจริง และไม่ควรรอผู้มีบารีมีให้มาช่วย เพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ควรตั้งสติ มั่นทำความดี อยู่ในความไม่ประมาท มีเหจุผลในการคิดทำสิ่งต่างๆ ตลอดจนไม่ควรหวั่นวิตกและคิดในเรื่องของสิ่งมหัศจรรย์จนเกิดไป การใช้ชีวติ ใหเป็นปกติทุกวัน ตามที่เคยทำ และตั้งอยู่ในความมีเหตุผล มีสติที่จะทำสิ่งๆต่าง และสิ่งสำคัญคือการคิด พูด ทำในสิ่งที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างควรยึดหลัก ทางสายกลาง ตามหลักขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางสายนี้จะช่วยให้รอดรือจากไปอย่างมีสุข
มาวันนี้อยากจะมาบอกข่าวให้รู้เพียงแค่ สิ่งที่ทุกคนได้รับรู้และคิดว่า เกิดขึ้นแล้วในชมพูทวีปแห่งนี้ ยังไม่เกิดขึ้น และบุคคลนั้นจะมาหลังเกิดภัยพิบัติ และเกิดในครรภ์ของมารดาซึ่งในเวลาได้พบกับบิดาของบุคคลผู้นั้นแล้ว และคู่นี้ทุกคนรู้จักดี แต่ไม่ใช่คู่ที่อยู่ในตระกูลกษัตริย์ แต่เกิดกับคู่ที่บิดานั้นเกิดในตระกูลพราหมณ์ และ มารดานั้นเป็นสามัญชน แต่เป็นสตรีที่เก่งในทุกด้านและมีรักเดียวต่อขายคนรัก
แต่คู่นี้จะมีอุปสรรค์ มาขั้นตลอดเวลา จนทำให้ องค์พระจักรพรรค์ ไม่สามารถมาก่อนภัยพิบัติ ดังนั้นแล้ว จักมาหลังภัยพิบัติแน่นอน
แต่ องค์ประศรีอริยเมตตรัยนั้น จะมาหลังจากทุกสิ่งทุกอย่างลงตัวแล้วซึ่งนั้นคงต้องใช้เวลา นานกว่า พันปี และเหตุนี้จึงมาบอกกล่าวกันไว้ว่า บางสิ่งที่มนุษยืรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริง จงยึดมั่นในสิ่งที่มีเหตุผล อย่างคิดว่าการที่ มีพระจักรพรรคืแล้ว การสร้างเมืองจะง่ายเหมือนอย่างที่ในตำราบางเล่มเล่าชรานกันมา เพราะมนุษย์ที่เหลืออยู่นั้นมีไม่มาก และสถานที่ที่คนเหล่านั้นต้องไปอยู่ตามคำชี้นำของ สามหล่มโพธิ์ ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะอยู่กันได้ เพราะการคัดสรรค์ของเบื้องบนนั้นจะต้องคัดสรรคคนที่ดีพร้อมจริงๆ และมีบุคคลที่เก่งในทุกด้าน ที่จะสามารถใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นสร้างเมืองและสร้างประชากรใหม่ขึ้นมาอีกครั้งและรอการมาโปรดขององค์พระศรีอริยเมตตรัย ซึ่งนั้นจักต้องใช้เวลา นานนัก แต่หากมนุษย์มีจิตใจที่ดีงามและมีสติ มีเหตุผล อดทนต่อความยากลำบาก มนุษย์จะพบกับความสุขตลอดกาล และในยุคหน้านั้น จะเป็นยุคสุดท้ายของทวีปนี้จะไม่มีอีกแล้วที่จะมีประพุทธเจ้ามาโปรด ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายได้รับรู้มาโปรดใช้สติ ตรองให้มาก และเลือกทำในทางที่ถูก และอย่ากังวลอยู่กับเรื่องภับพิบัติ เพราะทุกอย่างนั้นเบื้องบนได้กำหนดมาแล้ว ส่วน บุคคลใดจะชี้นำและพาผู้ที่รอดพ้นไปอยู่ในสถานที่ที่ได้เตรียมไว้แล้วนั้น ขอให้รอและจงอยู่ในความดีงาม อยู่อย่างมีสติอดทนรอ ผู้ที่จะมาพาไปยังที่ที่ต้องเรียนรู้การอยู่รอดอย่างปราญช์ที่มีจิตใจที่ดีพร้อมและมีสติอย่างผู้รู้ที่ถูกเลือกไว้
ขอให้ทุกท่านโปรดตั้งในความดีและมีสติ และไม่ต้องค้นหาว่าผู้ใดคือผู้ที่จะมาชี้นำเพราะบุคคลทั้ง 3 นั้น พวกท่านไม่เคยรู้จักและคนเหล่านี้ยังไม่รู้จักตัวเองในเวลานี้รึใน 3 คนนี้อาจมีบางคนที่เริ่มรู้แล้ว ว่ามีหน้าที่ใด แต่ยังไม่เชื่อตัวเอง ดังนั้น โปรดคิดสักนิดที่จะตอบจ้อความนี้ไม่ว่าจะตอบด้วยความเชื่อ รึไม่เชื่อรึไม่พอใจอันใดขอให้ตระหนักในใจอย่าได้เอ๋ยปากออกมาผ่านลม เพราะท่านไม่อาจรู้ได้ว่าคนที่ส่งข้อความนี้เป็นใคร และ รือมีคนบางคนท่รู้ว่าคนที่เขียนนี้เป็นใคร ขอให้พิจารณาสักนิดว่า ข้อความที่ได้อ่านนี้ไม่น่าเป็นเพียงคนที่ไม่รู้อะไรเลย และสิ่งสำคัญคนที่เขียนนี้ไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้และไม่สามารถบอกที่มาของเรื่องเล่านี้ได้ เพระสิ่งนี้มนุษย์ไม่ควรรับรู้แต่ขอให้รู้ว่าสิ่งที่เล่ามานี้ไม่นานจะเข้าใจ และขออย่าส่งข้อความอันใดมา เพื่อเป็นการลบลู่ รือ ชื่นชม เพราะ ท่านไม่รู้ว่าคนๆนี้เป็นใคร และมีที่ไปที่มาอย่างไร และการเตือนนี้จะเชื่อรึไม่ ไม่ต้องกล่าวออกมาขอให้ตระนักอยู่ในใจเท่านั้น เพราะท่านอาจจะสร้างกรรมโดยมิเจตนาได้ และกรรมนั้นอาจจะหนักรึเบา ท่านก้อคงไม่ปรารถนา
สิ่งเหล่านี้ไม่ควรกล่าววาจาออกมา เพราะเมื่อกล่าวออกมาไม่ว่าท่านจะรู้รึไม่ ธรรมชาติ ก้อรับรู้แล้ว แล้วกรรมท่านก้อรออยู่แล้วเช่นกัน
ขอให้ทุกท่านโชคดีและอยู่อย่างคนมีสติและเหตุผล
access
29-04-2008, 08:29 PM
มาและทำไมไม่เข้ามาละ รออะไรอยู่ อยากรู้อะไรที่อยู่ในใจ ก้อเล่ามา หากตอบได้และสิ่งนั้นมีเหตุผลจะตอบให้ แต่หากจะให้บอกว่า ใครคือองค์นั้น คงไม่ขอตอบ
dalink
29-04-2008, 08:31 PM
เอ่ออยากทราบเรื่อง สามหล่มโพธิ์ ค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องเดียวกับ
ยุคสามร่มโพธิ์ศรีหรือไม่คะ
อืม ถ้าไม่สะดวกตอบ ทางpm ก้อได้ค่ะ
access
29-04-2008, 08:37 PM
เรื่องสามร่มโพธิ์ตามที่ได้ยินมานั้น เป็นเรื่องจริงแต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่เหมือนอย่างที่รู้ และคงไม่สามารถตอบได้ว่า เป็นอย่างไรแต่ขอให้รอไม่นานจะรู้กันเอง
ส่วนคนที่รี่ๆรอๆไม่แน่ใจว่าเราพูดถึงนั้น ขอให้รู้ว่าเราหมายถึงท่านไม่ใช่ใครอื่น
Lazaza
29-04-2008, 08:43 PM
เอ...เราไม่ใช่คนดีอะไรเลย
ถ้าคนเหลือน้อยมากจริงๆอย่างว่า
สงสัยว่าจะไม่ใช่เรากระมัง
(*)
คนที่อ่านแถว ๆ นี้ คงมีความเชื่อแน่นอนว่า ภัยพิบัติเกิดแน่นอน
รวมทั้งข้าพเจ้าก็เชื่อเช่นนั้น แต่เมื่อไหร อย่างไร ก็คงติดตามกันทุกคน บางคนติดตามมาตั้งแต่กระทู้แรกทีเดียว
แต่ก็อย่างที่รู้กันในนักปฏิบัติว่า นิมิต ที่แต่ละท่านเห็นนั้น
บางครั้งจริง บางครั้งปลอม และส่วนใหญ่จะปลอมมากกว่า
จึงมีหลายท่าน หลงไปเลยก็มีมาก เป็นอภิญญา เก๊ ๆ ไป
ผู้บริโภคข้อมูล ในเวทีสาธารณะนี้ จึงต้องอ่านมาก วิเคราะห์มาก
โดยใช้กลักกาลามสูตร อย่างที่ท่านข้างบนติงไว้ ไม่งั้นก็จะไหลและหลงไปตามการชี้นำที่ออกนอกแนวความจริง และหลักพุทธศาสนา
ส่วนท่านใดที่มีคนติ คนติง ในความเชื่อของตัวเอง ก็อย่าถือโกรธหรือน้อยใจเลย เราจะบังคับให้คนอื่นเชื่อเหมือนเสมอ มิใช่หนทางของผู้มีปัญญา
ขอให้ทุกคนมีความปรารถนาดีต่อกัน เท่านั้นก็พอ(u)
bamrung
29-04-2008, 10:00 PM
เกษมคือพระ หล่อลำน้ำคือมาร ครับผม
ใครคือมาร ใครคือพระ
กรุณาชี้แจงด้วยครับท่าน
การเป็นพระก็เริ่มมาจากคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ตั้งความคิดความเชื่อของตน ไว้ในหนทางที่ถูกต้อง(สัมมาทิฏฐิ)
การเป็นมารก็เริ่มมาจากคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ตั้งความคิดความเชื่อของตน ใว้ในหนทางที่ผิด(มิจฉาทิฏฐิ)
ในเรื่องพระกับมารนี้คุณ"ดังตฤณ" ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดแยบคายและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเอาไว้ระมัดระวังตัวเองไม่ให้ตกไปอยู่ในฝ่ายมารได้ดังนี้ครับ[INDENT][B][FONT=Arial][SIZE=4][COLOR=darkred][B]ถาม
ฝนถล่มเชียงราย น้ำป่าหลากท่วม 4 อำเภอ
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_32241.jpg
เชียงราย 29 เม.ย.- น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนใน จ.เชียงราย แล้ว 4 อำเภอ หลังฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ขณะที่ท้องฟ้ายังมีเมฆฝนปกคลุม จังหวัดประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงภาวะฝนตกหนักในจังหวัดเชียงรายตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา (28 เม.ย.) ล่าสุดบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรใน อ.ดอยหลวง ถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมแล้วหลายหมู่บ้านในตำบลโชคชัย และตำบลปงน้อย กว่า 50 หลังคาเรือน และข้าวนาปรังที่ใกล้เก็บเกี่ยวจมน้ำกว่า 500 ไร่ สัตว์เลี้ยงสูญหายบางส่วน นอกจากนี้ ถนนสายแม่จัน-ดอยหลวง น้ำท่วมในระดับ 50 เซนติเมตร ระยะทาง 300 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ส่วน อ.แม่จัน ราษฎรบ้านแม่แพง หมู่ 4 ตำบลท่าข้าวเปลือก ต้องพักอาศัยอยู่บนถนนชั่วคราว เช่นเดียวกับ อ.เวียงเชียงรุ้ง และ อ.พญาเม็งราย ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะที่สภาพท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มด้วยเมฆฝน บางพื้นที่มีฝนตกหนัก ทางจังหวัดประกาศเตือนราษฎรพื้นที่ลุ่มริมฝั่งและเชิงเขาให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้.-สำนักข่าวไทย
2008-04-29 12:33:11
อุตุฯ ประกาศเตือนภัยฉบับที่ 2
http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_32231.jpg
สำนักข่าวไทย 29 เม.ย.
Untila of life
30-04-2008, 01:31 AM
น่าสงสารคนอย่าง"หล่อลำน้ำ"จัง...ที่เกิดมาแล้วทำอยู่ได้แค่นี้
ชาตินี้ทั้งชาติ...เมื่อไหร่ใจจะสว่างกะเค้าซะทีหล่ะเนี่ย.....ไปซะหน่ะ ดีแล้วนะอย่ารอจนใครเอาทิชชู่มาหยิบคุณไปทิ้งเลย...(eek)
หนุมาน ผู้นำสาร
30-04-2008, 06:49 AM
*** ใจ วาจา การกระทำ ****
เมตตา ตั้งใจจริง เพียรพยายาม มานะบากบั่น ขันติอดทน ....
อยู่ในเรื่องราวของ สัจจะ ทั้งสิ้น
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หนุมาน ผู้นำสาร
30-04-2008, 06:51 AM
*** พระพุทธเจ้าให้สัจจะ ****
ไม่ซ้ำเติม คนมีกรรม
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
junior phumivat
30-04-2008, 07:18 AM
ไฟบรรลัยกัลป์
<CENTER><TABLE borderColor=#000080 cellPadding=2 width="98%" border=0 ,><TBODY><TR><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="12%" bgColor=#ffa87d>ผู้ถาม</TD><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="88%" bgColor=#ffa87d>"หลวงพ่อคะ ที่ว่ามีไฟบรรลัยกัลป์จะเกิดอย่างไรคะ....?" </TD></TR><TR><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="12%"></TD><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="88%">
"ที่ว่าจะมีไฟบรรลัยกัลป์มา เพราะว่าคนมีจิตบาปมาก ศีล ๕ ทำไม่ค่อยจะครบ เช่นปาณาติบาตเป็นต้น อายุมันจะน้อยลงทุกที จนกระทั่งอายุถึง ๑๐ ปี เป็นอายุขัย ตอนนี้เกิดมิคสัญญี ไม่มีการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน จะรบราฆ่าฟันกันมากพระอาทิตย์ท่านรำคาญเต็มที่ โผล่มาทีละ ๒ ดวง ๓ ดวง ๔ ดวง ตายหมด ทีนี้ถึง ๗ ดวง น้ำในมหาสมุทรก็แห้ง ต้นไม้แห้งกรอบจัด ผลที่สุดเป็นไฟลุก ไฟไม่ได้ไหม้มาจากไหน อาศัยน้ำแห้ง ต้นไม้แห้งกรอบเต็มที่ ความร้อนหนัก ก็เกิดไฟลุกขึ้นก็ล้างกันเสียทีหนึ่ง
ความจริงเรื่องรู้เลยตาย หรือรู้ก่อนเกิดนี้ ฉันเองก็ไม่ใคร่อยากจะพุด และไม่อยากจะเชื่อถือนัก เพราะดูแล้วมันเลยธงไม่น้อยเลย แต่มาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง คนเขียนเขียนเรื่องรู้เลยตายและรู้ก่อนเกิดไว้มากมาย เช่น รู้ว่าเมื่อสิ้นศาสนานี้แล้ว ไฟบรรลัยกัลป์จะไหม้ถึงภควพรหม ดูเรื่องมันมากมายนัก ฉันสงสัยไม่หายว่าไฟอะไรจะดันไปไหม้แต่เทวดาและพรหม ดูมันพิลึกพิลั่นมากมายเกินพอดี
เมื่ออารมณ์สงสัยเกิดขึ้น ฉันก็อดที่จะอยากรู้ตามความเป็นจริงไม่ได้ ในที่สุดคืนวันหนึ่ง ฉันนั่งคุมกรรมฐานอยู่ความสงสัยเรื่องรู้เลยธงเกิดขึ้นมาขวางจิต จึงถามท่านผู้รู้ที่เป็นสัพพัญญวิสัย ท่านทรงพยากรณ์ให้ทราบดังนี้
หลังจากกึ่งพุทธกาลไปแล้ว ๔,๐๐๐ ปี จะมีไฟล้างโลกล้างแต่โลกมนุษย์เท่านั้น ไม่ลุกลามไปถึงเทวดา
ท่านบอกว่ามันเริ่มความเร่าร้อนตั้งแต่ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี แล้วจากนั้นไปพวกอธรรมเกิดมาก มีอำนาจวาสนามาก ทำให้ความสงบสุขไม่มี เพราะพวกอธรรม เป็นพวกเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ส่วนรวม
โลกจะร้างไม่มีต้นหญ้ากอไม้ แม้แต่น้ำในมหาสมุทรก็ไม่มีไปครบ ๑,๐๐๐ ปี
หลังจากนั้นแล้วจะมีฝนใหญ่ตกลงในมนุษยโลกแม่น้ำและมหาสมุทรจะเต็มไปด้วยน้ำ พื้นโลกจะชุ่มชื่น ต้นหญ้าต้นไม้ จะเริ่มงอกงามขึ้นเป็นลำดับ จนโลกทั้งโลกกลายเป็นป่าไม้
หลังจากโลกที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นหญ้าใบไม้นั้นทิ้งระยะนาน ๑ หมื่นปี สัตว์โลกเริ่มเกิดสัตว์และคนที่มาเกิดยุคต้นนั้นไม่ได้อาศัยบิดามารดาเป็นแดนเกิด มาเกิดแบบโอปปาติกะ คือ มาเกิดด้วยอำนาจกรรม คือเป็นตัวตนขึ้น
จะยังไม่มีพระอาทิตย์พระจันทร์ส่องแสง มีแสงสว่างเกิดจากอำนาจบุญของแต่ละบุคคล คือมีแสงสว่างออกจากตัวเองเป็นสำคัญ
เรื่องอาหารนั้น ในระยะแรกยังไม่ต้องการอาหาร มีความอิ่มด้วยธรรมปีติ เพราะแต่ละคนที่มาเกิด ล้วนแล้วแต่มาจากเทวดาหรือพรหมทั้งนั้น ไม่มีสัตว์นรกหรือเปรตเจือปน โลกจึงเต็มไปด้วยความสุข หาความทุกข์ไม่ได้ นอกจากกฎธรรมดา คือความเสื่อมของสังขาร
เรื่องการทะเลาะยื้อแย่งไม่มี คนทุกคนเป็นคนสวยหมด มีผิวขาวเหลือง เนื้อละเอียดทั้งหญิงและชาย มีแต่คนรวย ไม่มีใคนจน มีแต่คนใจบุญ ไม่มีใครใจบาป
เมื่อโลกมีมนุษย์และสัตว์บริบูรณ์ มีดวงจันทร์ มีดวงอาทิตย์ ระยะเวลานับแต่มีสัตว์โลก เกิดในโลก เวลาล่วงมาได้ล้านปี
คนสมัยนั้นมีอายุครองตนเองได้ ๔ หมื่นปี เป็นอายุขัย ท่านว่าตอนนั้น พระศรีอาริย์ (http://www.banfun.com/buddha/ariyamettri.html)จะมาตรัสเป็นพระพุทธเจ้า
เขตที่ท่านลงมาตรัส สมัยปัจจุบันเรียกว่า เขตเมืองพม่า
พูดถึงไฟบรรลัยกัลป์แล้วน่ากลัวจริงๆ นะ แต่ถ้าคนชั่วมีมาก ก็ควรล้างกันเสียที"
</TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER>
คัดลอกจากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม ๒ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
junior phumivat
30-04-2008, 07:23 AM
<CENTER>ศาสนาพุทธ มีอายุครบ ๕,๐๐๐ ปี
</CENTER>
ผู้ถาม : "มีด็อกเตอร์คนหนึ่งนะคะพูดว่า ศาสนาพุทธนี่มีอายุไม่ถึง ๕,๐๐๐ ปี ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ เพราะขณะนี้ทางเบื้องบนตกลงไว้ว่าจะมีการชำระล้างกันก่อน เพราะว่าเวลานี้คนบาปมากเพื่อว่าจะได้มีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ ทีนี้ขอเรียนถามหลวงพ่อว่า จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้เป็นไปตามนั้นคะ....?"
หลวงพ่อ : "ปัญหานี่ดี แต่ฉันว่าไม่มีหรอก พระพุทธศาสนาต้องทรงอยู่ได้ถึง ๕,๐๐๐ ปีแน่นอน ฉันขอยืนยัน ถ้าใครไม่เชื่อจงอย่าตายนะ รอไปถึงเวลานั้น นี่เขาคงเดาเอาน่ะ พระพุทธดำรัสมีอยู่คือว่า
<MENU>พันปีแรก จะมากไปด้วย ปฏิสัมภิทาญาณ
พันปีที่ ๒ จะมากไปด้วย ฉฬภิญโญ
พันปีที่ ๓ คือระหว่างนี้จะมากไปด้วย เตวิชโช
พันปีที่ ๔ จะมากไปด้วยสุกขวิปัสสโก และ
พันปีที่ ๕ จะมากไปด้วยอนาคามี </MENU>คำว่ามาก หมายความว่า พวกนี้จะมากกว่าส่วนอื่นที่มีอยู่แต่เวลานี้พวกปฏิสัมภิทาญาณก็มี อภิญญาหกก็มี แต่พวกวิชชาสามมีมากกว่า อย่างพันปีที่ ๔ พวกสุกขวิปัสสโกมาก แต่ว่าปฏิสัมภิทาญาณก็ดี อภิญญาหกก็ดี วิชชาสามก็ดี เขาก็ยังมีอยู่ อย่างพันปีที่ ๕ พระอนาคามีมีมาก แต่ว่าพระอรหันต์ทั้ง ๔ พวกนี้ยังมีอยู่ พระพุทธเจ้าไม่วางพื้นฐานส่งเดช และที่เขาว่าพระพุทธเจ้าองค์ใหม่มาใครล่ะมา พระศรีอาริยเมตตรัย ท่านก็ไม่มา ไม่เชื่อไปถามท่านซิ"
หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม ๒ (ตอบโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) (http://www.luangpor.com/)
หนุมาน ผู้นำสาร
30-04-2008, 07:23 AM
การที่ต้องนำเอาข้อมูลที่เคยโพสไปแล้ว นำมาโพสใหม่ ก็ด้วยมีเหตุจำเป็นดังนี้ครับ
1.เนื่องจากมีสมาชิกใหม่ๆ ที่เพิ่งจะเข้ามาอ่านในกระทู้นี้เป็นครั้งแรก ก็จะอ่านแต่หน้าท้ายๆ ของกระทู้กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พลาดเนื้อหาสำคัญๆ ที่โพสเอาไว้ในหน้าแรกๆ และหน้ากลางๆ ทำให้จับประเด็นไม่ได้ว่ากระทู้นี้ต้องการสื่อสารอะไรให้คนรับรู้
2.เนื้อหาในคำทำนายบางเรื่องก็บอกเอาไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี แต่เริ่มปรากฎเป็นจริงในปัจจุบันนี้ จึงจำเป็นนำมาโพสใหม่ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวรับสถานการณ์นั้นๆได้ทันเวลา
3.คำทำนายบางเรื่อง เป็นปริศนาที่ยังตีความกันไม่ออกในตอนแรก แต่เมื่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน ได้เริ่มเกิดเป็นจริงตามคำทำนายนั้นๆ จึงต้องรีบนำมาโพสให้ได้อ่านกันอีก เพื่อที่จะได้รับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้นได้ทันเวลา
4.เพื่อเป็นการย้ำเตือนความจำ สำหรับท่านที่อ่านผ่านๆ ไปในตอนแรกโดยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก แต่ต่อมาภายหลังปรากฎว่าคำทำนายนั้นเป็นความจริง จึงเกิดความสนใจกลับมาค้นหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหามากนักเพราะมีการโพสซ้ำๆ เอาไว้หลายครั้งทำให้ง่ายต่อการค้นหาในภายหลัง
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
สาส์นสำคัญจากหลวงปู่เทพโลกอุดร
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273438&stc=1&thumb=1&d=1201804098 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=273438&d=1201804098)
หลวงปู่เทพโลกอุดร
มวลมนุษย์ ภัยพิบัติ น้ำจะท่วมโลก แผ่นดินจะไหว มนุษย์ที่ดีถึงจะรอด หมู่ชนควรทำดี ให้มนุษย์มีการปฏิบัติ มวลชนทุกหมู่เหล่าต้องปฏิบัติ พระเจ้าผู้สร้างโลก มองเห็นมวลมนุษย์ กำลังจะทุกข์ยาก ล้มหายตายจาก เวลานั้นใกล้เข้ามา มนุษย์เท่านั้น ที่จะช่วยตัวเองได้ จงทำตัวเองให้ดี จงมีจิตที่ดี จึงจะรอดพ้น ไม่มีใครช่วยใครได้ แผ่นดินจะกลืนกิน มิรู้สิ้นชีวิตเท่าใด ผู้ที่จะรอดปลอดภัย ต้องอยู่ในศีลธรรม
พึงรักษาชีวี อย่าคิดว่าตายแล้วดีกว่าอยู่ ต้องอดทน ผู้รอดจากภัยพิบัติ คือ ผู้ที่ต้องอยู่ต่อ เป็นผู้ที่ต้องช่วยกัน ปรับสภาพจากเหตุการณ์ ที่ผ่านพ้นแต่กว่าจะถึงตอนนั้น มนุษย์ก็แสนสาหัส ทุกข์ยากอดอยาก ยากไร้ปางตาย ไร้ความทรงจำก็มี เพราะขาด การเตรียม ด้วยความไม่รู้ มนุษย์ต้องพบ วิบากกรรมชีวิต ทุกชีวิตที่อาศัย อยู่บนโลกลำบาก มนุษย์เป็นผู้ทำทุกสิ่งด้วยมือ ของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่มี ไม่ใช่ ใครที่ไหนทำ เวลาใกล้เข้ามา ทุกขณะความตาย กำลังเข้ามาใกล้ตัว
ก่อนถึงเวลา ก่อนถึงวันนั้น มนุษย์ผู้ซึ่งกระทำการทำลาย มนุษย์ด้วยกัน มันต้องพินาศเช่นกัน การกระทำของมันผู้นี้ ทำให้มนุษย์ จำนวนมากมายสิ้นชีวิต คล้ายใบไม้ร่วง มันหวังว่าจะได้เป็นใหญ่ ในแผ่นดินทั่วโลก แต่แล้วความหายนะ เข้ามาครองโลกแทน ความพินาศเต็มไปหมด ความหวังย่อยยับ ปฐพีเต็มไปด้วยเลือด ศพกลาดเกลื่อนเลือดทาแผ่นดิน ชีวิตสูญสิ้น สิ้นไร้ผู้คน มีแต่ความตาย ที่เห็นชัดความดับสูญครั้งใหญ่ ของมวลมนุษย์และสัตว์ในโลก
ความตายเป็นผู้ชนะ ผู้แพ้คือผู้กระทำความชั่วร้าย ผู้ที่ตายทั้งหมดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ ผู้ที่รอดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ มิใช่ทุกอย่างคือ กฎแห่งกรรม วิถีแห่งกรรม มาจากที่ใด ทำไม มวลมนุษย์จึงต้องรับความดับสูญ เพราะชีวิตกับความตายเป็นสิ่งที่คู่กัน ไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่มีทางหนีพ้น โอกาสผู้ที่รอด หมายถึง ผู้อยู่ต่อ เพื่ออนาคตโลก ผู้ทำลายดับสิ้นสูญ โลกร้อนระอุ มีแต่ไฟ เถ้าถ่านท่วมท้นแผ่นดิน น้ำเป็นพิษ สารเคมีท่วมท้น เชื้อโรคสารพัดชนิด กัดกินผู้คน ผู้ที่รอดแสนสาหัส ทุกข์ยากรอความตาย
ผู้มีบุญจะออกมาช่วย รักษาชีวิต ผู้คนมากมาย จะรอดชีวิตจากโรคร้าย การรักษา ไม่ต้องใช้ยา เป็นวิชา ไม่มีใครรู้จัก คนผู้นี้ รักษาผู้คน ไม่หวังสิ่งใด เพราะเป็นหน้าที่ก่อนเกิด การรักษา ไม่ต้องมาพบตัวผู้ป่วยอยู่แห่งใด รักษาได้ ไม่ต้องมา ถึงเวลาไม่ต้องค้นหา โรคจะหายเอง
เศรษฐกิจตกต่ำ ต้องการผู้แก้ไข ทั่วโลกวุ่นวาย ขาดอาหาร น้ำตาเนืองนอง ศพลอยฟูฟ่อง เพราะน้ำหลากมา น้ำตาไหลริน ไม่มีใครได้กินอิ่ม
มีแต่ความทุกข์ ความเศร้าโศกครอบคลุม คนทั่วโลกไม่ต่างกัน ทุกที่มีแต่ความเศร้า การสูญเสีย ของมวลมนุษย์ แต่ก็มีบางประเทศ ฟื้นตัวเร็ว การฟื้นตัวของบางประเทศรวดเร็ว เป็นประเทศเล็กๆ ประเทศที่เคยยิ่งใหญ่สูญเสียหนัก การพัฒนา เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ช้า ทุกอย่างจึงกลับกัน ประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจ กลายเป็นผู้ยากไร้ แทบไม่น่าเชื่อ เคยมีเงินเหลือเฟือ ต้องฝืดเคือง ยิ่งกว่ากินเกลือ โลกไม่พ้นวิกฤต ความทุกข์ยังครองเมือง
ผู้อ่อนแอจะไม่รอด อากาศหนาว หิมะถล่ม น้ำแข็งละลาย น้ำป่าหลาก ความทุกข์ยากทับถม คนตายเพราะความหนาวทุกข์ทับถมทวี กว่าจะรู้ ความดื้อรั้น ความเชื่อยาก ทำให้มนุษย์ ได้รับบทเรียน แต่ไม่เข้าใจ เพราะความตายมาเร็วเกินไป ไม่ทันรู้ตัว มนุษย์ไมทันได้คิด ไม่มีโอกาส เข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะไม่บรรลุธรรม ต้องมีชะตากรรม เวียนว่ายตายเกิด อยู่เช่นนี้ ทุกชีวี ผู้รู้เหตุการณ์ รอเวลามีน้อย ความไม่แน่นอน
ความไม่มั่นใจ คิดว่าไม่เกิด จึงทำให้ การเตรียมตัวไม่พร้อม
อาหารไม่พอ น้ำดื่มไม่มี หมอก็ป่วย คนไข้มากมาย โรคที่เป็นก็หายยาก พุพองทั่วร่างกาย โรคร้ายทั้งสิ้น เกาะกินร่างกายกัมมันตภาพรังสี สารเคมี เชื้อโรคมากมี ทำร้ายร่างกาย อาหารเป็นพิษ ยาปฏิชีวนะ ช่วยไม่ได้ โรคระบาด ทุกหย่อมหญ้า ชีวิตร่วงเหมือนผักปลา ไม่มีเวลา มีแต่ชีวิตที่สิ้นไป กว่าเถ้าจะมอด กว่าน้ำจะลด กว่าเชื้อโรคจะหมดสิ้น ชีวิตสิ้นไปไม่รู้เท่าไหร่ ความอดทนต้องสูงสุด ไม่มีเสียงนกร้อง มีแต่เสียงโอดครวญ ความเจ็บปวด ครองเมือง
การครั้งนี้ กว่าจะสิ้นสุด ไม่มีใครล่วงรู้ ความไม่แน่นอน เที่ยงที่สุด ทุกชีวิต กว่าจะผ่านพ้น เหตุการณ์ สุดแสนลำบาก นอกจาก ผู้คนจำนวนหนึ่งหยั่งรู้ เตรียมรับสถานการณ์ ผู้คนเหล่านั้น มีโอกาส เป็นผู้อยู่รอด ชาวโลก กว่าครึ่งโลก ที่ล้มหายตายจาก ล้วนแล้วแต่ กรรม ฟ้าจะใสอีกครั้ง เมื่อฤดูฝนร่วงหล่น ละลายสิ่งต่างๆ ฝนจะชุ่มโชก สิ่งที่ร้ายจะกลายเป็นดี แต่ก็ต้องใช้เวลา พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่
ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาทุกประเทศต้องพัฒนา เหมือนยุคเก่าย้อนมา แต่เจริญรุ่งเรือง กลายเป็นโลกยุคใหม่ วิทยาศาสตร์ล้ำหน้า ชาวประชาหน้าใส คนที่เหลือจากเหตุการณ์ มีความคิดเปลี่ยนไป ไม่มีแล้วความคิดเก่าๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไป แม้แต่ความคิดของคน เปลี่ยนแปลงไปหมด ลดทิฐิ จิตใจดี มีเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแก่งแย่งชิงดี แทบสิ้นไป มนุษย์ จิตใจร้ายยังมีอยู่ ความเมตตาค้ำจุนโลก ทุกข์สร่างโศรก
ผู้มีเมตตาธรรมปรากฏ เพื่อนนุษย์ีช่วยเหลือกัน บำรุงรักษา ผู้มีจิตเมตตา เปิดโฉมหน้า แต่ไม่ปรากฏตัว ได้ยินแต่ข่าว ร่ำลือไปทั่ว เพื่อนมนุษย์ ทั่วโลก ต่างยินดีชื่นชม เหมือนพระเจ้ามาโปรด คนทั่วโลก ต้องการหมอรักษา หาหมอ ไม่ได้ โรคที่ระบาด ไม่มีในตำรา และไม่มียา แก้โรคที่ระบาด ความตาย มาเยือน ชีวิตมนุษย์ ได้สำนึก กว่าจะรู้ตัว เกือบจะรู้ตัว เกือบจะตาย ผู้ที่ตายไม่ได้รู้ตัว สำนึกในบาป
คนที่เหลือ ล้วนคิดได้ ความตาย ผ่านพ้นไป ผู้มีบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่กลัวเหนื่อย ไร้การแบ่งชั้น ทุกคนเสมอภาค ความดี ความพยายาม ผู้สร้างโลก ไม่ปล่อยให้ มนุษย์ ทุกข์ทรมานสู้กับความตาย นิมิตรหมายใหม่ ประกอบกรรมดี ละเว้นความชั่ว รักษาความดี อยู่ในศีลธรรม ตั้งมั่นในการปฏิบัติ อย่าเห็นแก่ตัว ทางสายกลาง ช่วยเหลือผู้อื่น จงมองตนเอง อย่ามัวรอเวลา ความว่าง (สุญญตา) จิตตั้งมั่น ปล่อยใจวาง จิตเป็นหนึ่ง มีสติ
คนที่สามารถทำได้เช่นนี้ ทางสายใหม่ คือการหลุดพ้น ผู้ที่ทำได้ ไม่ต้องมาเกิด ตามวัฎจักร ทางสายนี้มีมานาน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ผู้ที่รู้ และเข้าใจ พยายามศึกษา ผิดบ้างถูกบ้าง เพื่อหาทางหลุดพ้น จากกิเลส พระเจ้าเบื้องบน เฝ้ามองดู ใครทำอะไร ไม่รอดพ้นสายตา การกระทำ ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในสายตา มีการบันทึก ผู้ที่รอดตาย ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง อดทนต่อสถานการณ์ ไม่ใช่ง่าย สิ่งที่เลวร้าย มนุษย์ ต้องอดทนให้ได้
กาลเวลาผ่านไป ผลที่ได้รับต่างทุกข์ถ้วนหน้า จิตใจสำคัญที่สุด เมื่อเวลานั้นมาถึง สภาวะคับขัน ผู้เข้มแข็ง จะรอดพ้น ความอดอยาก ความพลัดพราก คืบคลานเข้ามาความลำเค็ญ ผู้คนโอดครวญ ชีวิตทุกผู้ทุกนาม รอความหวัง อย่างสิ้นหวัง แต่ก็รอ สภาวะเช่นนั้น ใครทนได้ ยอดคน ชีวิตมืดมนต์ ยิ่งกว่าความมืด หนทาง มองไม่เห็น
สิ่งลี้ลับ เริ่มปรากฏ ผู้คนแตกตื่น ได้ยินเรื่องราว อันมหัศจรรย์ ความมหัศจรรย์นั้น ไม่เคยปรากฏ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล มาสู่ยุคปัจจุบัน มนุษย์จะได้พบ สิ่งมหัศจรรย์ ในยุคนี้ ผู้ซึ่งไม่เคยได้พบเห็น ความมหัศจรรย์ จะมีโอกาส ได้เห็น
มงคล กริชติทายาวุธ
ประธานชมรมศาสนาและการกุศล
สารชมรมศาสนาและการกุศล
ที่มา http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=671&page=4 (http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=671&page=4)
<!-- / message --><!-- sig -->
อีกไม่นาน... หิมะ จะปรากฏ
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
junior phumivat
30-04-2008, 07:33 AM
ศาสนาพระศรีอาริยเมตตรัย
<TABLE borderColor=#000080 cellPadding=2 width="98%" border=0 ,="" _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TBODY _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม</TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"กระผมได้ยินมาว่าเมื่อครบ ๕,๐๐๐ ปีแล้ว ก็จะมีศาสนาของพระศรีอาริยเมตตรัย สืบต่อจากศาสนานี้ใช่ไหมครับ" </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"หมายความว่า เมื่อสิ้นศาสนา ๕,๐๐๐ ปีแล้วใช่ไหม แล้วพระศรีอาริยเมตตรัยจึงมาตรัส"
</TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม</TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"ใช่ครับ" </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นนะคุณ ถ้าศาสนานี้ครบ ๕,๐๐๐ ปีแล้ว พระศรีอาริยเมตตรัยยังไม่มาตรัส จะต้องว่างจากพระพุทธศาสนาไปหนึ่งพุทธันดรก่อน แต่ว่าในช่วงที่ว่างพระพุทธเจ้านี่ก็จะมี พระปัจเจกพุทธเจ้า ขึ้นมาแทน สำหรับพระปัจเจกพุทธเจ้านี่ ต่ำกว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คือว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแล้วก็ทรงสอนคนตั้งแต่อันดับต้นให้รู้จักการให้ทาน ให้รู้จักการรักศีล ให้รู้จักการเจริญภาวนาให้รู้จักการครองเรือนให้อยู่เป็นสุข และให้รู้จักการปฏิบัติตนให้เข้าถึงกามาวจรสวรรค์ ให้เข้าพรหมโลก ให้เข้าถึงพระนิพพาน
สำหรับพระปัจเจกพุทธเจ้าไม่เช่นนั้น ท่านตรัสแล้วท่านก็เฉยๆ หากว่าจะสงเคราะห์กันก็สงเคราะห์ในขั้นต้น คือ ทานกับศีล ไม่เหมือนพระพุทธเจ้า
ทีนี้เมื่อเวลากาลล่วงไปหนึ่งพุทธันดร อาตมาตอบไม่ได้นะว่ากี่ปี ถ้าจะให้รู้กันจริงๆ คุณก็จงอย่าตายนะ อยู่ไปจนกว่าพระศรีอาริย์จะมา อยู่ไหวไหมล่ะ...?
</TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม</TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">(หัวเราะ) "ไม่ไหวครับ" </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"เป็นอันว่าเมื่อครบหนึ่งพุทธันดรแล้ว พระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในกัปนี้ แต่ว่าสำหรับกัปนี้ไม่ได้มีพระพุทธเจ้าเพียง ๕ พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า หลังจากพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสแล้ว ยังมีพระพุทธเจ้าต่อไปอีก ๕ พระองค์ คือ ในกัปนี้ทรงพระพุทธเจ้าได้ ๑๐ พระองค์
ศาสนาพระศรีอาริย์ ท่านว่าศาสนาของท่านนั้นมีผลดังนี้
๑. คนสวยทุกคน มีผิวเหลือง เนื้อละเอียด คนแก่ที่สุดมีทรวดทรงเท่ากับคนอายุประมาณ ๒๐ ปีเศษ ของสมัยนี้เท่านั้นเอง อายุคนสมัยนั้นท่านว่า มีอายุถึง ๔ หมื่นปีเป็นอายุขัย
๒. สมัยของท่าน ไม่มีคนจน มีแต่คนรวย มีต้นไม้สารพัดนึกอยู่ในที่ทุกสถาน สัตว์นรก เปรต อสุรกาย ที่มีจิตใจชั่วร้ายยังไม่มีโอกาสเกิดในสมัยของพระองค์ ท่านที่จะไปเกิดนั้น ต้องเป็นเทวดาหรือพรหมเท่านั้น โลกจึงมีแต่ความสุข ไม่มีตำรวจทหารมีแต่พ่อบ้านแม่เรือน
๓. การสัญจรไปมาก็สะดวกสบาย ไปทางไหนก็พายตามน้ำ
๔. คนเข้าถึงธรรมทุกคน ท่านว่าคนที่เจริญสมถะพอมีญาณ หรือมีวิปัสสนาญาณบ้าง พอสมควร จะเข้าถึงธรรมาพิสมัยได้โดยฉับพลัน คือเป็นพระอริยะเจ้า คนที่ได้อริยะต้นแล้ว จะเข้าถึงอรหัตผลได้โดยฉับพลัน คนที่ทำบุญไว้น้อย คือฟังคาถาพัน และปฏิบัติตามแต่ไม่สมบูรณ์ อย่างต่ำก็เข้าถึงไตรสรณคมน์ อย่างสูงก็ได้อริยะ
ที่เป็นอย่างนี้ เป็นเพราะว่าท่านบำเพ็ญบารมีถึง ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ท่านบำเพ็ญบารมีมาก คนเลวจึงเข้าแทรกแซงในศาสนาของพระองค์ไม่ได้ น่าเกิดจริงนะ
</TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม : </TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"ผมอยากจะถามว่า พระพุทธเจ้าองค์แรกทรงพระนามว่าอะไรครับ...? " </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"พระกกุสันโธ เป็นพระพุทธเจ้าองค์แรกสำหรับกัปนี้ แต่องค์แรกจริงๆ ไม่ใช่องค์นี้ ที่เราเรียกว่า องค์ปฐม องค์ปฐมน่ะท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์แรก เคยถามท่านว่าใช้เวลาถอยหลังไปเท่าไร ท่านบอกว่า ให้ตั้งเลข ๕ ขึ้นมา แล้วเอาศูนย์ใส่ไป ๕๐ ตัว ได้เท่าไรบอกฉันด้วย นับเป็นอสงไขยกัปนะ ไม่ใช่นับเป็นกัปเฉยๆ อสงไขยของกัป
ถ้าจะถามว่ามากเกินไปไหม ก็ต้องตอบว่าไม่มากหรอก เราต้องดูซิว่า
พระพุทธเจ้าขั้นปัญญาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมีถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัป
ถ้าศรัทธาธิกะ ต้องใช้เวลา บำเพ็ญบารมีถึง ๘ อสงไขยแสนกัป
ถ้าวิริยาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ไม่เท่ากันทีนี้กัปหนึ่งมีพระพุทธเจ้ากี่องค์
สำหรับสูญญากัป อันตรายกัปนี่ไม่มีพระพุทธเจ้า มีแต่พระปัจเจกพุทธเจ้า อันตรายกัปนี่เป็นกัปที่มีอันตรายมาก รบราฆ่าฟันกันเป็นประจำ มันมีแต่พวกมาจากอบายภูมิมาเกิด อันนี้เป็นเรื่องจริง บางกัปก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว บางกัปมี ๒ องค์ ๕ องค์ ยังไม่เคยเจอ แต่กัปนี้มีถึง ๑๐ องค์นะ ฉะนั้นคนที่เกิดในกัปนี้เฮงที่สุด แล้วก็ซวยที่สุด"
</TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม</TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"เป็นยังไงครับ....?" </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"เฮงที่สุดก็คือ เกิดมาแล้วตั้งใจทำความดี ตายไปเป็นเทวดาหรือพรหม เมื่อเป็นเทวดาหรือพรหมแล้วพระพุทธเจ้าไปเทศน์ครั้งเดียวก็เป็นพระโสดาบัน (http://www.banfun.com/buddha/soda_arahun.html) ไอ้ซวยที่สุดก็คือ เกิดมาชาตินี้ไม่ทำความดี ตายไปก็ลงนรกลงนรกแล้วพระพุทธเจ้าอีก ๖ องค์มาตรัส นึกว่าจะเกิดมาได้พบ ไม่มีทาง อีก ๓๐ องค์ก็ยังไม่ได้พบ"
</TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม</TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"โอโฮ้....ทีนี้ผลต่างกันไหมครับ ที่ใช้เวลาบำเพ็ญบารมีไม่เท่ากัน....?" </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"ผลมันต่างกันแน่ อย่างพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้บำเพ็ญมีขั้นปัญญาธิกะ จะเห็นว่าโลกมันเป็นอย่างนี้ละ มีการรบราฆ่าฟันกัน มีคนจน มีคนรวย ถ้าศรัทธาธิกะละก็คนจนไม่มี มีแต่คนรวย เพราะพระพุทธเจ้าท่านมีบารมีมาก
ส่วนวิริยาธิกะละก็เพียบพร้อมไปทุกอย่าง สมัยโน้นจะหาคำว่าลำบากสักนิดไม่มี ความป่วยไข้ไม่สบายเกือบหาไม่ได้ ที่ท่านต้องบำเพ็ญบารมีมาก ก็เพื่อสั่งสมความดีให้มาก แล้วก็คนที่ไปเกิดในสมัยนั้นก็ต้องเป็นคนที่ต้องบำเพ็ญบารมีตามกันไป พระพุทธเจ้าแต่ละองค์มิใช่จะโปรดคนได้หมด ต้องโปรดคนได้เฉพาะคนที่บำเพ็ญบารมีร่วมกันมาแต่ละชาติที่เกิดร่วมกันมา เป็นพวกเป็นพ้อง ทำอะไรก็ทำด้วยกัน เวลาทำบาปก็ทำด้วยกัน ไปสวรรค์ก็ไปด้วยกัน ไปนรกก็ไปด้วยกัน
หลวงพ่อลาพุทธภูมิแล้วจะไปนิพพาน ลูกหลานจะอยู่หรือจะไปด้วยล่ะ?
อ้างอิง
คัดลอกจากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม ๒ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี</TD></TR></TBODY></TABLE>
junior phumivat
30-04-2008, 07:41 AM
[quote=เกษม;102783]ติดตามค้นหาพระศรีอารย์ในตำนาน
เรื่องของพระศรีอาริยเมตไตรย ที่ลงมาเกิดในช่วงกลางของพระพุทธศาสนานี้ (ตั้งแต่ พ.ศ.2500 ปีขึ้นไป) เพื่อช่วยสืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาของพระสมณะโคดมให้ยืนยาวไปจนครบ 5,000 ปี ในฐานะพระเจ้าจักรพรรดิ์ปกครองโลกนี้ มีกล่าวถึงในคำทำนายต่างๆ มากมาย ทั้งในศาสนาพุทธ(พระศรีอารย์), ศาสนาคริสต์(พระเมษโปดก), ศาสนาอิสลาม(นบีอีซา) ว่าท่านจะลงมาเกิดช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติในช่วงกลียุคนี้
ผมจึงเกิดความสนใจที่จะค้นหาพระศรีอารย์ในตำนานที่กล่าวถึงนี้ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน และจะมาทำอะไรให้กับโลกในยุคสมัยนี้ พบว่ามีผู้กล่าวอ้างตัวว่าเป็นพระศรีอารย์กันอย่างมากมาย ซึ่งก็เป็นการยากที่จะระบุแน่ชัดลงไปว่าใครเป็นพระศรีอารย์ตัวจริงกันแน่ ผมจึงมุ่งเป้าประเด็นค้นหาลงไปที่ผลงานของแต่ละท่านที่ได้นำเสนอต่อสาธารณชน พบว่าส่วนใหญ่อ้างเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นคำสอนที่ตัวเองค้นพบใหม่จึงไม่น่าสนใจ แต่ผมมาสดุดใจอยู่กับท่านหนึ่งที่ไม่ได้นำเสนอในแนวนั้น แต่ได้นำเสนอว่าตัวท่านเองมีแนวทางที่จะช่วยเหลือชาวโลกได้อย่างไร
ท่านผู้นี้มีนามว่า ทลิททกะ เมษโปดก ท่านได้แต่งหนังสือไว้เล่มหนึ่งมีชื่อว่า "สิริอริยธรรมิกราชโพธิสัตต์" คิดว่าหลายๆ ท่านในที่นี้คงได้เคยอ่านหนังสือเล่มนี้กันแล้ว พบว่าในหนังสือเล่มนี้ได้บรรยายเรื่องราวของพระศรีอารย์ที่ลงมาเกิดในกึ่งกลางพุทธศาสนานี้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว ผมจึงได้อีเมล์ไปสอบถามกับท่านทลิททกะผู้นี้ว่าตัวท่านเป็นพระศรีอารย์ใช่หรือไม่ และมีจุดประสงค์อันใดกับการแต่งหนังสือเล่มนี้ ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าตัวท่านเองก็ไม่ยืนยันว่าท่านจะเป็นพระศรีอารย์หรือไม่ แต่ยืนยันในเจตนารมย์ที่จะดำเนินการให้ได้ตามที่ท่านได้เขียนเอาไว้ในหนังสือนั้นจริงๆ ผมได้ส่งคำถามทางอีเมล์กับท่านทลิททกะอยู่ระยะหนึ่ง ได้รับทราบถึงแนวความคิดที่น่าทึ่งอีกมากมาย แต่ก็ไม่สามารถจะยืนยันกับท่านผู้อ่านว่าท่านทลิททกะผู้นี้จะเป็นพระศรีอารย์หรือไม่เพราะเกินวิสัยของข้าพเจ้าที่จะหยั่งรู้ได้ ได้แต่อาศัยกาลเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์
เดิมทีผมคิดจะเก็บเรื่องในอีเมล์ที่ได้คุยกับท่านทลิททกะไว้เป็นการส่วนตัว แต่เมื่อมาคิดอีกทีว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ก็จะเป็นข่าวสำคัญที่บอกให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าพระศรีอารย์ได้มาบังเกิดในโลกนี้แล้ว ผมจึงได้คัดลอกบางส่วนของอีเมล์ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้ ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณของท่านเอง.............
[SIZE=2]จดหมายถึงท่านทลิททกะ ผมได้สอบถามเรื่องเมืองใหม่ในจินตนาการ
สวัสดีครับ คุณทลิททกะ กระผมรู้สึกประทับใจมากเมื่อได้อ่านหนังสือ สิริอริยะ ธรรมิกราชโพธิสัตต์ในครั้งแรก และทึ่งกับความพากเพียรพยายามในการค้นหาตัวตนที่แท้จริงขององค์พระศรีอาริย์ และรู้สึกศรัทธาในความอดทนต่อคำดูหมิ่น ดูแคลนจากบุคคลทั้งหลายที่มาเกี่ยวพันกับตัวคุณ ครั้งแรกที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้รู้สึกอัศจรรย์ใจ ที่เด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 30 ปีสามารถแต่งหนังสืออิงหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาได้ละเอียดละออ ลึกซึ้งมากถึงขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะมาฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมาสะอาดบริสุทธิ์ดังเดิม เรื่องตำนานพระศรีอารย์นี้กระผมมีความเชื่อมานานแล้วว่าท่านจะต้องลงมาเกิดเพื่อรักษาพระศาสนาขององค์พระสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าในกึ่งพุทธกาลนี้แน่นอน เมื่อมาได้อ่านหนังสือ สิริอริยะ ธรรมิกราชโพธิ์สัตต์ทำให้กระผมเกิดความมั่นใจว่าได้พบ กับบุคคลที่กระผมรอคอยมานานแล้ว
[SIZE=2]และในโอกาสนี้กระผมขอสนธนาธรรมในเรื่องของพระศรีอารย์ต่อไปนะครับ จากตำนานพระศรีอารย์ที่คุณรหัสยญาณได้รวบรวมไว้ได้กล่าวว่า
taengmostudio
30-04-2008, 08:33 AM
ผมว่าคนนี้ สิริอริยะ ธัมมาราชิกา(ทลิททกะ) เป็นคนลวงโลกอีกคน
อ้างตัวเป็นโพธิสัตว์ แต่ มรรค 8 ไม่รู้จัก อริยสัจ 4 ไม่เคยพูดถึง
บัวรองพุทธบาท
30-04-2008, 09:20 AM
<TABLE borderColor=#000080 cellPadding=2 width="98%" border=0 _base_href="http://www.palungjit.com/board/" ,=""><TBODY _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">ผู้ถาม : </TD><TD vAlign=top width="89%" bgColor=#ffa87d _base_href="http://www.palungjit.com/board/">"ผมอยากจะถามว่า พระพุทธเจ้าองค์แรกทรงพระนามว่าอะไรครับ...? " </TD></TR><TR _base_href="http://www.palungjit.com/board/"><TD vAlign=top width="11%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
</TD><TD vAlign=top width="89%" _base_href="http://www.palungjit.com/board/">
"พระกกุสันโธ เป็นพระพุทธเจ้าองค์แรกสำหรับกัปนี้ แต่องค์แรกจริงๆ ไม่ใช่องค์นี้ ที่เราเรียกว่า องค์ปฐม องค์ปฐมน่ะท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์แรก เคยถามท่านว่าใช้เวลาถอยหลังไปเท่าไร ท่านบอกว่า ให้ตั้งเลข ๕ ขึ้นมา แล้วเอาศูนย์ใส่ไป ๕๐ ตัว ได้เท่าไรบอกฉันด้วย นับเป็นอสงไขยกัปนะ ไม่ใช่นับเป็นกัปเฉยๆ อสงไขยของกัป
ถ้าจะถามว่ามากเกินไปไหม ก็ต้องตอบว่าไม่มากหรอก เราต้องดูซิว่า
พระพุทธเจ้าขั้นปัญญาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมีถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัป
ถ้าศรัทธาธิกะ ต้องใช้เวลา บำเพ็ญบารมีถึง ๘ อสงไขยแสนกัป
ถ้าวิริยาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ไม่เท่ากันทีนี้กัปหนึ่งมีพระพุทธเจ้ากี่องค์
สำหรับสูญญากัป อันตรายกัปนี่ไม่มีพระพุทธเจ้า มีแต่พระปัจเจกพุทธเจ้า อันตรายกัปนี่เป็นกัปที่มีอันตรายมาก รบราฆ่าฟันกันเป็นประจำ มันมีแต่พวกมาจากอบายภูมิมาเกิด อันนี้เป็นเรื่องจริง บางกัปก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว บางกัปมี ๒ องค์ ๕ องค์ ยังไม่เคยเจอ แต่กัปนี้มีถึง ๑๐ องค์นะ ฉะนั้นคนที่เกิดในกัปนี้เฮงที่สุด แล้วก็ซวยที่สุด"
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ทีแรกผมดูไม่ละเอียด ทำไมรู้สึกน้อย มาดูย้อนอีกที ถึงเข้าใจ
อสงไขยของกัป นานนนนนนนนน... อิมฟินิตี้.... ไม่มีประมาณ นึกเท่าไรก็ไปไม่ถึง
นึกย้อนเท่าไรก็ย้อนไปไม่ถึง...
500000000000000000000000000000000000000000000000000 อสงไขยกัป ( ไม่ใช่ปีด้วย)
^_^'''
junior phumivat
30-04-2008, 09:28 AM
http://www.luangporruesi.com/images/luangporruesi_m.gif คำสอน พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) (http://www.luangporruesi.com/)
เรื่องที่ ๑๖๘
ตายจากนักบวชเคยมีฌานสมาบัติในตอนต้นแต่ตอนท้ายเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไปลงอเวจีมหานรก
จาก หนังสือ ตายแล้วไม่สูญ...แล้วไปไหน (http://www.luangporruesi.com/book/15.html)
"..อาตมานอนภาวนาก่อนฉันเพล ท่านเห็นชาย ๒ ท่านเดินตรงมาหา ท่านหนึ่งเป็นพี่และอีกท่านหนึ่งเป็นลุง ท่านลุงมาทีไรต้องถือหนังสือเล่มใหญ่มาด้วยทุกคราว หนังสือของท่านเล่มนี้มีความรู้ร้อยแปดพันเก้า ดูได้แม้กระทั่งคนและสัตว์ที่ตายไปแล้ว ใช้เวลาที่ถามเป็นเกณฑ์การพยากรณ์ จึงถามท่านถึงคนที่ตายก่อนสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิตร หนึ่งวัน ท่านก็เปิดบัญชีอ่านทันทีว่า "ไปอเวจีมหานรกแล้ว"
ในหนังสือปรากฏมีรูปคนยืนถ่างขาในลักษณะของสัตว์นรกที่เสวยทุกข์ในอเวจีมหานรก
เมื่อถามถึงกฎของกรรม ท่านบอกดังนี้
๑) กรรมหลอกลวงหลายกรณีย์
๒) ปรามาสพระรัตนตรัย
๓) ขุดของสงฆ์เอามาขาย
แม้จะเคยมีฌานสมาบัติในระยะแรกและระยะกลาง แต่ตอนท้ายฌานและญาณสลาย เพราะความเป็นมิจฉาทิฏฐิ.."
junior phumivat
30-04-2008, 09:30 AM
เนื้อนาบุญที่ดี
ผู้ถาม : "เห็นพระบางองค์ดูลักษณะไม่สำรวม ท่านวนเวียนคอยรับบาตรบ้านคนโน้นคนนี้แล้วก็ถ่ายใส่ถัง ถ้าเราไม่ใส่บาตรพระแบบนี้เราจะเป็นบาปไหมคะ..?"
หลวงพ่อ : "บาป เขาแปลว่า ชั่ว บุญ เขาแปลว่า ดี ถ้าเราไม่ใส่ก็ไม่ชั่วตรงไหนนี่ เพราะว่ามันเป็นทรัพย์สินของเรา ถ้าเราให้เขา เขาแสดงอาการไม่เป็นที่เลื่อมใส เราไม่ให้ก็ไม่เห็นจะแปลก เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสว่า การให้ทานก็จะต้องเลือกให้เหมือนกัน เพราะผู้รับถือว่าเป็น เนื้อนาบุญ
ถ้าหว่านพืชลงไปในนาลุ่มน้ำก็ท่วมตาย ถ้าดอนเกินไปน้ำไม่ถึงก็ตาย ต้องหว่านในเนื้อนาที่เหมาะสม ถ้าเราเห็นนามันไม่ควร เราก็ไม่ให้ ทำไม่เหมาะไม่สม ไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ถ้าให้ก็เป็นการเลี้ยงโจร
แต่ว่าถ้าพูดถึงทานการให้ เจตนาเราจะตั้งอย่างไรก็ตาม ตัวนี้มันเป็นผลตัดโลภะอยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จริง ๆ ที่มีอานิสงส์สูงสุด คือ ตัดโลภะ ความโลภ เพราะคนที่มีความโลภนี้ ให้ทานไม่ได้ เงินที่จะให้ทานนี้มันตัดความสุขของเจ้าของ หากว่าเจ้าของเขาไม่ให้ เขากินเขาใช้ก็มีความสุข เขาอุตส่าห์ตัดวความสุขของเขาส่วนนี้ออกไป เป็นการตัดโลภะ ความโลภ เป็นก้าวหนึ่ง ที่จะถึงพระนิพพาน อันนี้เขาไม่ต่ำ มันเป็น จาคานุสสติกรรมฐาน
จาคานุสสติกรรมฐานนี่ไม่ต้องไปภาวนา จิตคิดว่าจะให้ทานทุกวัน ๆ นี่นะ จิตคิดว่าถึงเวลานั้นเราจะใส่บาตร มากหรือน้อยก็ตาม อันนี้เป็น จาคานุสสติกรรมฐาน และการใส่บาตรหน้าบ้าน เขาถือว่าเป็นสังฆทาน ถ้าพระองค์ไหนมีจริยาไม่สมควร เราไม่ให้มันก็ไม่แปลก การถวายสังฆทานมันก็มีผล สำหรับพระผู้รับ ถ้าผู้รับไม่ดีก็ลงอเวจีไปเอง"
ผู้ถาม : "กระผมอยากจะทำบุญใส่บาตรเหมือนกันครับ แต่คิดว่าของที่จะใส่บาตรทำบุญมันไม่ดี ก็เลยอายไม่อยากใส่ กะไว้ว่าถ้ามีอาหารดีเมื่อไรจะใส่บาตร ผมคิดอย่างนี้ถูกไหมครับ ..?"
หลวงพ่อ : "การทำบุญทำไมจะต้องอาย เคยมีนักเทศน์เขาถามกันว่า "มียายกับตา 2 คน แกหุงข้าวแฉะแล้วแฉะอีก ไอ้แกงก็เปรี้ยวแล้วเปรี้ยวอีก แกกินไม่ลง ของมันกินไม่ได้ เวลาพระมาบิณฆบาตแกก็บอกใส่บาตรดีกว่า
พระนักเทศน์เขาก็ถามกันว่า "อย่างนี้จะได้อานิสงส์ไหม.." ก็ต้องตอบว่า "ได้อานิสงส์ แต่ผลที่เขาจะได้รับก็เป็นทาสทาน"
ผมว่าคนนี้ สิริอริยะ ธัมมาราชิกา(ทลิททกะ) เป็นคนลวงโลกอีกคน อ้างตัวเป็นโพธิสัตว์ แต่ มรรค 8 ไม่รู้จักอริยสัจ 4 ไม่เคยพูดถึง
จากการที่ผมได้ติดต่อสนทนากับคุณ สิริอริยะ ธัมมาราชิกา(ทลิททกะ) ท่านนี้ทางอีเมล์มาระยะหนึ่ง ผมขอยืนยันว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาพุทธภูมิท่านหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการกล่าววจีกรรมปรามาสใดๆ ออกไปกรุณาไตร่ตรองให้ดีก่อนนะครับ เพราะอาจต้องเจอกับกฎของกรรมเล่นงานเอาดังนี้ครับ
พระพุทธองค์ทรมานร่างกายถึง 6 ปีพระองค์ทำกรรมอะไรครับ
ด้วยเหตุที่ว่า สมัยที่พระองค์เกิดในตระกูลพราหมณ์ชื่อ โชติปาละ ได้กล่าวกับพระกัสสปสุคตเจ้าว่า การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ไหน การตรัสรู้เป็นของได้ยากยิ่ง. เป็นวจีกรรมของพระองค์ ด้วยวิบากกรรมนี้จึงทำให้ต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาเป็นเวลาถึง 6 ปีครับ แค่วจีกรรมเพียงครั้งเดียว ชั่วแป๊ปเดียวกับส่งผลให้ต้องมาเสวยทุกรกิริยาถึง 6 ปี น่ากลัวมากๆครับ
ที่มา http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=6981 (http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=6981)
junior phumivat
30-04-2008, 09:42 AM
คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
http://www.putthapoom.com/kamsorn/first3.gif "ดูก่อนท่านทั้งหลาย ท่านที่มาประชุมทั้งหมด จะเป็นเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี ขอทุกท่านจงอย่าลืม ความตาย นั่นหมายถึงว่าการจุติ ลืมความเป็นทิพย์เสีย อย่าเพลิดเพลินเกินไป อย่ามีความ สุขเกินไปและมันจะทุกข์ทีหลัง จงดูภาพมนุษย์ว่ามนุษย์เมืองไหนบ้างที่น่าเกิด ดินแดนไหนที่มีความสุขไม่มีการงาน เราจะมองไม่เห็นความสุขของมนุษย์ เมืองมนุษย์มีแต่ความทุกข์ต้องประกอบกิจการ งานทุกอย่าง ต้องกระทบกระทั่งกับอารมณ์ มีความปรารถนาไม่ค่อยจะสมหวัง ทุกอย่างต้องใช้แรงงาน
แต่ว่ามาเป็นเทวดา มาเป็นนางฟ้าทุกอย่างหมดสิ้น นั่นหมายความไม่ต้องทำอะไรทั้งหมด ร่างกายอิ่มเป็นปกติ ร่างกายเยือกเย็นอบอุ่นไม่ต้องห่มผ้า และมีความปรารถนาสมหวัง ก็หมายความถ้าจะไปทางไหน ก็สามารถลอยไปถึงที่นั่นได้ทันทีทันใด ความป่วยไม่มี ความแก่ไม่มี ร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความเป็นทิพย์อย่างนี้ท่านทั้งหลายจงอย่ามัวเมา จงอย่ามีความเข้าใจผิดว่าเราจะอยู่ที่นี่ตลอดกาลตลอดสมัย
ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะอายุเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี มีอายุจำกัดตามบุญวาสนาบารมี ถ้าหมดบุญวาสนาบารมีก็ต้องจุติ คือตาย แต่ว่าท่านทั้งหลายจงอย่าลืมว่า เทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมทั้งหมดที่นั่ง อยู่ที่นี่ทั้งหมด แม้แต่จะเป็นพระอริยเจ้า ที่ท่านเป็นพระอริยเจ้าก็มาก จงอย่าลืมว่าทุกท่านยังมีบาปติดตัวอยู่ และการสะสมบาปมาเป็นชาติ ๆ ยังมีมากมาย"
( พอพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ บรรดาท่านทั้งหลาย อาตมาก็ใช้กำลังใจดูร่างกายเทวดานางฟ้ากับพรหม เห็นเงาบาปอยู่ในหนามาก เป็นอันว่าทุกองค์ต่างองค์ต่างมีบาป แต่ก็มาเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหมได้ แล้วก็ดูตัวเองเวลานั้น ร่างกายของตัวเองก็เป็นทิพย์ บาปมันก็ท่วมท้นเหมือนกัน ต่อไปองค์สมเด็จพระภควันต์ทรงตรัสว่า )
"ภิกขเว...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ( เวลานั้นมีพระมาด้วยหลายองค์ ) และท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้งหมด จงอย่าลืมว่าทุกท่านมีบาปติดตัวมามากมาย อาศัยบุญเล็กน้อยก่อนจะตายจิตใจนึกถึงบุญก่อน จึงได้มา เกิดบนสวรรค์บ้าง มาเกิดบนพรหมบ้าง ถ้าหากว่าท่านจุติเมื่อไร โน่น..นรก! ( ท่านชี้มือลงเห็นนรกไฟสว่างจ้าแดงฉานไปหมด ) ท่านทั้งหลายจะต้องพุ่งหลาวลงนรก เพราะใช้กฎของกรรมคือบาป ชำระหนี้บาป กว่าจะมาเกิดเป็นคนก็นานหนักหนา และมาเป็นคนแล้วก็ไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเป็นเทวดา นางฟ้าหรือพรหมใหม่
ทั้งนี้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเป็นคนอาจจะทำบาปใหม่อาจลงนรกไปใหม่ก็ได้ ฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายมาถึงที่นี่ มาอยู่สวรรค์ก็ดี พรหมโลกก็ดี เป็นทางครึ่งหนึ่งของนิพพานระหว่างมนุษย์กับนิพพาน เป็น อันว่าท่านทั้งหลายได้ครึ่งทาง การมาได้ครึ่งทางของท่าน ท่านทั้งหลายจงดูนั่น.. นิพพาน!"
( ท่านก็ยกมือชี้ขึ้นให้ดูนิพพาน เวลานั้นเทวดานางฟ้า กับพรหมทั้งหมด อาตมาก็เหมือนกัน เห็นพระนิพพานไสวสว่างจ้า มีวิมานสีเดียวกัน คือ สีแก้วแพรวพราวเป็นระยับ เป็นแก้วสีขาว พระอรหันต์ ทั้งหลายที่อยู่ที่นั่นมีความสุขขนาดไหน มีความเข้าใจหมด รู้หมดเห็นหมด แล้วองค์สมเด็จพระบรมสุคตก็ทรงกลับมาพูดกับเทวดากับนางฟ้าใหม่ว่า )
"ท่านทั้งหลายจงหวังตั้งใจคิดว่า ถ้าการจุติมีคราวนี้ ถ้าบุญวาสนาบารมีของเรานี้สิ้นสุดลง เราจะไม่ไปเกิดเป็นมนุษย์ เราจะไม่เกิดเป็นเทวดา เราจะไม่เกิดเป็นนางฟ้า เราจะไม่ไปเกิดเป็นพรหม เราต้องการไปพระ นิพพานจุดเดียว และการไปนิพพานนี่ ท่านทั้งหลายต้องยึด อารมณ์พระนิพพาน เป็นสำคัญ สำหรับพรหมก็ดี เทวดา นางฟ้าเก่า ๆ ก็ดี อาตมาไม่หนักใจ ทั้งนี้เพราะ มีความเข้าใจแล้ว ( ก็แสดงว่าพรหม เทวดา นางฟ้าเก่า ๆ เป็นพระอริยเจ้ามาก )
ที่มีความเป็นห่วงก็เป็นห่วงเทวดานางฟ้าใหม่ ๆ ที่มาเกิดใหม่ ๆ จะหลงความเป็นทิพย์ นั่นหมายความจะมีความเพลิดเพลินในความเป็นทิพย์ ยังมีความรู้สึกว่าเราจะเกิดอยู่ที่นี่ตลอดไป จะไม่มีการจุติจะไม่มี การเคลื่อน อันนี้เป็นความเห็นที่ผิด จงคิดตามนี้เพื่อพระนิพพานนั่นคือ จงมีความรู้สึกว่าเราจะต้องจุติวันนี้ไว้เสมอ และอาการของชีวิตนี่เป็นของที่ไม่แน่นอน เราจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ความตายเป็นของเที่ยง ความเป็นอยู่เป็นของไม่เที่ยง
เมื่อคิดอย่างนี้แล้วทุกท่านจงอย่าประมาท จงใช้ปัญญาพิจารณาความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ว่า ท่านทั้งหลายควรจะเคารพไหม ถ้าจิตใจของท่านมีศรัทธามีความเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ ก็เป็นอาการขั้นที่สองที่ท่านจะไปนิพพานได้
หลังจากนั้น ขอท่านทั้งหลาย จงทรงศีลให้บริสุทธิ์ จะเป็นศีล ๕ ก็ตาม ศีล ๘ ก็ตาม กรรมบถ ๑๐ ก็ตาม ศีล ๑๐ ก็ตาม ศีล ๒๒๗ ก็ตาม" ( พอท่านพูดถึงศีล ๒๒๗ ก็คิดในใจว่าเทวดาจะไปบวชที่ไหน องค์สมเด็จพระจอมไตรก็หันหน้ามาตรัสว่า )
"ฤาษี .. เทวดาเขาไม่ต้องบวช อย่างเทวดาชั้นยามาก็ดี ชั้นดุสิตก็ดี อย่างนี้เขามีศีลครบถ้วนบริบูรณ์ท้ง ๒๒๗ เหมือนกับความเป็นพระ พรหมก็เช่นเดียวกัน ทุกท่านอยู่ด้วยธรรมปีติ ทุกท่านอยู่ด้วยความสุข เขาไม่อาบัติ สิ่งที่จะเป็นอาบัติไม่มี สิ่งที่จะเป็นบาปไม่มี" ( แล้วท่านก็กลับหันหน้าไปหาเทวดานางฟ้ากับพรหมว่า )
ขอทุกท่านจงอย่างลืมคิดว่า เราจะเป็นผู้มีศีล ให้ตั้งเฉพาะศีล ๕ ก็ดี ศีล ๘ ก็ได้ ศีล ๑๐ ก็ได้ กรรมบถ ๑๐ ก็ได้ ศีล ๒๒๗ ก็ได้ ตั้งใจไว้ว่าเราจะไม่ละเมิดศีล หลังจากนั้นจึงมีจิตใช้ปัญญาคิดว่า การเกิด เป็นเทวดาก็ดี เป็นนางฟ้าก็ดี เป็นพรหมก็ดี มีสภาพไม่เที่ยง จะต้องมีการจุติเป็นวาระสุดท้าย ในเมื่อการจุติจะเกิดขึ้น อารมณ์จะทุกข์ จงคิดไว้เสมอว่าเราจะต้องจุติ ในเมื่อเราจะต้องจุติเราจะไม่ยอมลงอบายภูมิ เราไม่เกิดเป็นมนุษย์
ท่านทั้งหลาย จงดูภาพของมนุษย์ ( แล้วพระองค์ก็ชี้มาที่เมืองมนุษย์ ) มนุษย์เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มนุษย์เต็มไปด้วยความโสโครก มนุษย์เต็มไปด้วยความทุกข์ มนุษย์เต็มไปด้วยการงานต่าง ๆ มนุษย์ มีความหิวมีความกระหาย มีความอยาก มีความต้องการไม่สิ้นสุด สิ่งทั้งหลายที่ก่อสร้างขึ้นมาแล้ว จะเป็นทรัพย์สินยังไงก็ตาม ในเมื่อเราตายจากความเป็นมนุษย์เราก็หมดสิทธิ อย่างบางท่านเป็นพระมหา กษัตริย์ อยู่ในพระราชฐานดี ๆ สร้างไว้เป็นที่หวงแหน คนภายนอกเข้าไม่ได้เข้าได้แต่คนภายใน
แต่ว่าท่านทั้งหลายเมื่อตายมาแล้วกลับไปเกิดเป็นคน หากว่าท่านไม่ได้เกิดในตระกูลกษัตริย์ตามเดิม ท่านเป็นประชาชนคนภายนอก ท่านจะไม่มีสิทธิเข้าเขตนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นของที่ท่านสร้างเอาไว้ ท่าน ทำเอาไว้ทุกอย่าง แล้วท่านจะไม่มีสิทธิ นี่ความไม่แน่นอนของความเป็นมนุษย์มันเป็นทุกข์อย่างนี้ ถ้าเกิดเป็นคนก็ต้องหยุด ต้องเดินไปเดินมาทำกิจการงานทั้งวัน เพื่อผลประโยชน์หน่อยเดียว คือ เงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่สามารถจะมีชีวิตทรงตัวอยู่ได้ เพราะมีความจำเป็นต้องหาเงิน ( ในเมื่อท่านตรัสอย่างนี้แล้วก็บอกว่า )
จงอย่าคิดเป็นมนุษย์ต่อไป ตัดความเป็นมนุษย์เสีย เลิกความหมายความเป็นมนุษย์ เห็นว่าโลกมนุษย์เป็นทุกข์ มนุษย์มีสภาพไม่เที่ยง ไม่มีการทรงตัว มีความเกิดขึ้นและมีความเปลี่ยนแปลง มีความแก่ มีความป่วย ในการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ มีความตายในที่สุด และจงอย่าอยากเป็นเทวดา อยากเป็นางฟ้าเป็นพรหมต่อไป เพราะเทวดานางฟ้า กับพรหมก็มีสภาพไม่เที่ยงเหมือนกัน
เมื่อมีความเกิดในเบื้องต้น ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปธรรมดา ก็มีความจุติไปในที่สุด ทุกคนหวังนิพพานเป็นที่ไป ตั้งใจไว้เสมอว่าเราจะเป็นผู้มีศีล เราจะนับถือพระไตรสรณคมน์คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ แล้วก็เราจะต้องจุติในวันหน้า ตถาคตมีความรู้สึกว่าท่านทั้งหลายที่เป็นเทวดานางฟ้าพรหมเก่า ๆ มีความเข้าใจดีแล้ว ( คำว่า "เข้าใจ" บรรดาท่านพุทธบริษัท หมายถึงว่า เขาปฏิบัติได้ นี่คือ อารมณ์พระโสดาบันกับอารมณ์พระอรหันต์ )
สำหรับเทวดานางฟ้าและพรหมใหม่ ๆ จงตั้งใจไว้เสมอว่า จงลืมความเป็นทิพย์เสีย อย่าเพลิดเพลินเกินไป อย่ามีความสุขเกินไป และมันจะทุกข์ทีหลัง ตั้งใจคิดว่า ความสุขที่ได้มานี่ เราได้มาจากบุญเล็ก น้อยเท่านั้น และ บาปใหญ่ที่ขังอยู่ที่ตัวของเรายังมีอยู่ ถ้าเราเผลอไม่สร้างความดี ในเมื่อจุติความเป็นเทวดาหรือพรหมในภพนี้แล้ว ทุกคนจะต้องลงอบายภูมิ
จงดูภาพนรกว่ามีขุมไหนบ้างที่น่าอยู่น่ารัก มันไม่น่าอยู่ไม่น่าเกิด ดินแดนไหนที่มีความสุขไม่มีการงาน เราจะมองไม่เห็นความสุขของมนุษย์ และก็ดูเทวดานางฟ้ากับพรหม มนุษย์ที่เดินเกลื่อนกล่นทุกคน อยู่ในเมืองมนุษย์ เคยเป็นเทวดาเคยเป็นนางฟ้า เคยเป็นพรหมมาแล้ว แต่ว่าท่านทั้งหลาย จงตั้งใจไว้เฉพาะนิพพาน จงดูภาพพระนิพพานให้ชัดเจนแจ่มใสว่า ดินแดนพระนิพพานไม่มีที่สิ้นสุด..." ( เมื่อ พระองค์ตรัสเพียงเท่านี้พระองค์ก็จบ )
****************************************************
( หลวงพ่อได้สรุปใจความสั้น ๆ ตามที่ท่านเทศน์ไว้ดังนี้ )
"ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องตกอบายภูมิ มีนรกเป็นต้นเป็นของไม่ยาก
๑. ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตาย อาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอ ๆ
๒. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้ ( ด้วยความจริงใจ )
๓. มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ และ
๔. เป็นกรณีพิเศษ ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหม ในชาติต่อไป ทุกท่านเห็นนิพพานแล้ว ตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะ เท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้น และไปพระนิพพาน ได้ในที่สุด"
หมายเหตุ : เทศน์ที่ "เทวสภา" วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๓๕ เวลา ๘.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน เมตตาเล่าให้ลูกหลานฟัง เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๕ เวลา ๒๑.๐๐ น.
****************************************************
คำสอนหลวงพ่อ
http://www.putthapoom.com/kamsorn/luangpor2.jpg เรา คือ จิตที่สิงในกายหรือที่เรียกว่าอทิสมานกาย เราจริง ๆ คือ จิต ร่างกายเป็นแต่เพียงเรือนร่างที่อาศัยชั่วคราว เมื่อเรานึกถึงอารมณ์ของจิต คำว่า เราคือจิต เราไม่เคยคิดเลยว่าต้องการให้ร่าง กายของเราแก่ ไม่ต้องการให้หิว ไม่ต้องการให้ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่ต้องการให้ป่วยไข้ไม่สบาย ไม่ต้องการให้มีทุกข์อย่างอื่น ไม่ต้องการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ไม่ต้องการตายในที่สุด แล้วร่างกายมันตามใจเราไหม เราคือจิต ร่างกายมันเป็นร่างที่อาศัย อารมณ์ที่เราต้องการแบบนี้ มีความปรารถนาเหมือนกันหมดทุกคน แล้วก็ร่างกาย มันตามใจเราไหม ลองนึกดู เวลานี้ เราอายุเท่าไรแล้ว ถ้าร่างกายมันเป็นของเราจริง เราพอใจอยู่แค่ไหน ถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาวร่างกายสมบูรณ์บริบูรณ์
ก็เพราะว่าเราไม่อยากจะไม่แก่แล้วมันเชื่อไหมล่ะ อยากจะกินอาหารอย่างไหนที่ว่ามันดีที่สุดที่มันมีประ โยชน์แก่ร่างกายที่สุด ร่างกายจะได้ไม่ทรุดโทรม แต่กินเข้าไปเท่าไรก็โทรม ก็แก่ ยาขนานไหนดีที่สุดกินแล้วไม่แก่ ไม่ป่วย ไม่ตาย กินเข้าไปเถอะ ไม่ช้ามันก็ตาย มันก็แก่ นี่เป็นอันว่าเราห้ามร่างกายไม่ได้ ในเมื่อร่างกายเราห้ามมันไม่ได้แล้ว เราก็ต้องรู้ว่าร่างกายความจริงมันไม่ใช่เรา มันไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา เราคือจิต ที่เรียกว่าอทิสมานกาย ที่เข้ามาอาศัยร่างกายเป็นเรือนร่างที่อาศัย อันนี้ ร่างกายมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แล้วมันก็ไม่อยู่ในอำนาจของเรา เราจะปรนเปรอบังคับบัญชามันอย่างไรก็ตาม มันจะไม่ยอมปฏิบัติตามด้วยประการทั้งปวง ถึงเวลาที่มันจะแก่ มันก็ต้องแก่ ถึงเวลาที่มันจะป่วย ก็ต้องป่วย ถึงเวลาเวทนาต่าง ๆ เวทนาจะเกิดขึ้นมันก็เกิด ถึงเวลามันจะตาย จ้างมันเท่าไรมันก็ไม่เอา แต่พอตายแล้ว ไปสวรรค์บ้าง ไปนรกบ้าง ไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานบ้าง ไปเป็นพรหมบ้าง ไปนิพพานกันบ้าง ไอ้ที่ไปจริง ๆ ร่างกายมันไปด้วยรึเปล่า มันก็เปล่า ร่างกายเน่าทับถมพื้นแผ่นดินอยู่ บางทีเขาก็เผา บางรายไม่ได้เผาก็เละกระจาย เป็นกรวดเป็นดิน อันนี้ร่างกายมันไม่ได้ไป ผู้ที่ตกนรก ไปสู่สวรรค์ มันเป็นใคร นั่นแหล่ะ คือ เราที่เรียกกันว่า อทิสมานกาย หรือจิตที่สิงในกาย นี่มาถึงตรงนี้เราจะเห็นได้ทันทีถ้าไม่โง่เกินไป หรือว่าไม่ฉลาดเกินพอดีก็จะเห็นว่าร่างกายนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราจริง ๆ ในเมื่อมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราจริง ๆ จะไปนั่งเมาเพื่อประโยชน์อะไร ต้องการมันหรือ เกิดมาชาตินี้ความทุกข์ถมเต็มกำลังอยู่แล้ว เกิดในชาติต่อ ๆ ไปมันก็เป็นรูปนี้ ไม่ว่าชาติไหน แต่เกิดเป็นคนมันก็ยังดี แต่ถ้าเป็นคนเลวลงนรกไป มันก็นานนักถึงจะกลับมา นี่พระพุทธเจ้าพิจารณาเห็นว่าร่างกาย ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราก็จงวางภาระเสีย ทำใจให้สบายว่าร่างกายนี้เกิดขึ้นมาในเบื้องต้น แล้วมีความเสื่อโทรมไปในท่ามกลาง มีการแตกสลายไปในที่สุด เป็นของธรรมดา เอาใจเข้าไปรับตัวธรรมดาเข้าไว้
ตนของตนเองก็ยังไม่มี ทรัพย์หรือบุตรจะมีแต่ไหน
"เจ้าจงใคร่ครวญอย่างนี้ จงคิดว่าเราเป็นผู้ไม่มีอะไรเลย ทรัพย์สินก็ไม่มี ญาติ เพื่อน ลูก หลาน เหลนไม่มี แม้ร่างกายเราก็ไม่มี เพราะทุกอย่างที่กล่าวมามีสภาพพังหมด เราจะทำกิจที่ต้องทำตามหน้าที่ เมื่อสิ้นภาระคือร่างกายพังแล้ว เราจะไปพระนิพพาน เมื่อความป่วยไข้ปรากฏจงดีใจว่า วาระที่เราจะมีโอกาสเข้าสู่พระนิพพานมาถึงแล้ว เราสิ้นทุกข์แล้ว" คิดไว้อย่างนี้ทุกวัน จิตจะชินจะเห็นเหตุผล เมื่อจะตายอารมณ์จะสบายดี แล้วก็จะเข้านิพพานได้ทัน
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
<TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ความแตกต่างของความเป็นพระพุทธเจ้า กับพระเจ้าจักรพรรดิ์
ยังมีคนเป็นจำนวนมากไม่เข้าใจความแตกต่างของคำว่า พระพุทธเจ้า กับ พระเจ้าจักรพรรดิ์ นะครับ พระศรีอาริย์ ตอนนี้ยังมีฐานะเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ จึงยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเพิ่อสร้างบารมีอยู่นะครับ การที่ท่านมาเกิดในยุคปัจจุบันนี้(ในฐานะพระเจ้าจักรพรรดิ์) ก็เพื่อมาทำนุบำรุงพระศาสนาของพระสมณโคดมให้อยู่ยืนยาวไปจนครบ 5.000 ปีครับ เมื่อท่านมาทำหน้าที่นี้สำเร็จแล้ว ท่านก็จะกลับไปสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อรอคอยเวลาที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปมีพระนามว่า"เมตไตรย" เพราะฉะนั้นการที่มีคนคิดว่าพระศรีอาริยเมตไตรย จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกึ่งพุทธกาลนี้จึงเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ ที่ถูกต้องก็คือท่านจะมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ปกครองโลกนี้ทั้งโลก ให้มีแต่ความสันติสุขไปอีก 1,000 ปีครับ
เรื่องการมาปรากฏกายของพระเจ้าจักรพรรดิ์
(ตามที่มีบันทึกเอาไว้ในทุกศาสนา)
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=184126&stc=1&d=1183313102
ภาพประกอบจาก www.dmc.tv (http://www.dmc.tv/)
ศรีอาริยวงศ์กลางศาสนา
(จากบันทึกทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน)
[LEFT]เมื่อพระศรีอาริย์มาปรากฏเป็นพระบรมจักรพัตราธิราช ในท่ามกลางพระพุทธศาสนานี้ พระอิศวรผู้เป็นเจ้าประกาศิตให้เทวดาลงมารักษาพระราชวังถึง 50,000 องค์ ยักษ์อีก 50,000 ตน นาคและครุฑก็จะเป็นมิตรกัน และจะมารักษาปราสาทราชวังด้วยเป็นจำนวนมาก เชื้อพระวงศ์ของพระศรีอาริย์ จะอุปถัมภ์ยกยอพระพุทธศาสนาสืบๆ ต่อกันไปจนอีก 1,309 ปี คือลุ พ.ศ. 3850 ปีเศษ จึงสิ้นเชื้อสายพระศรีอาริย์คนสุดท้ายมีนามว่า
junior phumivat
30-04-2008, 10:04 AM
กรรมที่นำไปสู่นรก
จาก หนังสือ ไตรภูมิ (http://www.luangporruesi.com/book/10.html)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/tripoom.jpg (http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/tripoom.jpg)
ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้อาตมามีโอกาสพบกับบรรดาท่านพุทธบริษัทตามปกติ
สำหรับต่อไปนี้จะเห็นว่าเป็นการสิ้นปีสำหรับพุทธศักราช คือว่าพุทธศักราชนี้เขาเริ่มเลิกกันกลางเดือนหก เปลี่ยนเป็นระบบใหม่ เรียกว่าขึ้นปีใหม่สำหรับพุทธศาสนา แต่ทว่า พ.ศ. ที่เขาใช้กันนั้นจะเปลี่ยนเดือนมกราคมหรือว่าเมษายนก็ตาม เป็นเรื่องของบ้านเมือง แต่ว่าสำหรับเรื่องของพระพุทธศาสนานั้นก็มาเปลี่ยนกันกลางเดือนหก เพราะเป็นเขต เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน ฉะนั้น เมื่อศักราชเปลี่ยนไปใหม่ถึงปีใหม่ก็ชื่อว่า เป็นการขึ้นถึงปีใหม่ของพระพุทธศาสนา ฉะนั้น บรรดาเรื่องราวของหลวงพ่อปาน ที่อาตมาได้พูดมากับพุทธบริษัทในตอนต้นๆ หรือตอนก่อนมาแล้ว ก็เป็นอันว่าระงับไป ความจริงเรื่องราวทั้งหลายเหล่านั้นยังไม่จบ ถ้าจะพูดกันให้จบอีกสามปีก็ไม่จบ คราวนี้ถ้าหากบรรดาท่านพุทธบริษัทอยากจะทราบว่าไปขมวดจบกันตอนไหน อันนี้บรรดาท่านพุทธบริษัทถ้าอยากจะทราบ โปรดหาหนังสือประวัติของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาอ่าน ซึ่งอาตมาได้เล่าจากการบันทึกและที่บันทึกตุนเข้าไว้ จัดพิมพ์ขึ้น โดยคุณอรอนงค์ คุณเกษม เป็นเจ้ามือใหญ่ แล้วก็สิบตำรวจพัว ชระเอม จังหวัดสิงห์บุรี ตำบลบางพุทรา อยู่ใกล้ตลาดสิงห์บุรีเป็นผู้ให้ทุนเริ่มต้น แล้วก็คุณสุวัฒน์อีกคนหนึ่ง ลืมนามสกุล ให้ทุนเริ่มต้น ทั้งสองท่านนี้ให้ทุนท่านละ ๔,๐๐๐ บาท หนังสือนี้พิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม รวมเงินแล้ว ๖๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้น หากว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทอยากจะทราบความเป็นมาของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอให้ติดต่อที่สิบตำรวจพัว ชระเอม ตำบลบางพุทรา จังหวัดสิงห์บุรีอยู่ใกล้ๆกับจังหวัด อาตมาเองก็ไม่รู้จักบ้านเหมือนกัน ที่บ้านท่านมี แล้วก็ที่อาตมาก็มีอยู่บ้าง แล้วก็ที่คุณสุวัฒน์ เวลานี้ทราบว่าไปเป็นป่าไม้อยู่จังหวัดเชียงใหม่ รายนี้ก็มีอยู่ ๒๕๐ เล่ม ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพผู้ออกเงิน เป็นอันว่าเรื่องราวของหลวงพ่อปาน วันบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ต้องระงับลงเพียงเท่านี้
ต่อจากนี้ไป ก็มาเริ่มเรื่องกันใหม่ เริ่มอะไรดี ยังนึกไม่ออก
เอายังงี้ก็แล้วกันนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย คือว่าเราพูดกันถึงเหตุมานานแล้ว การที่นำเอาเรื่องราวของหลวงพ่อปานและคณะศิษยานุศิษย์ก็ดี หรือว่าพระรุ่นท่าน พระเพื่อนท่านก็ตาม เอามาเล่าให้บรรดาท่านพุทธบริษัทฟัง อันนี้เป็นเหตุ เหตุที่บอกก็บอกว่าถ้าใครทำความดีแบบนั้น ใครทำความชั่วแบบนั้น จะไปสู่อบายภูมิหรือว่าไปสู่สวรรค์ ไปสู่พรหมไปสู่พระนิพพาน นี่เรียกว่าเราเล่าต้นทาง แล้วก็พาดพิงไปถึงปลายทางว่า ถ้าทำแบบนี้ละก็ ท่านจะต้องไปนรกหรือว่าไปสวรรค์ ไปพรหมโลกหรือไปนิพพาน ตอนต้นเรากล่าวกันอย่างนั้น
คราวนี้ มาว่ากันถึงผล
ต่อจากนี้ไปจะขอให้เรื่องที่พูดนี้ เรียกกันว่าเรื่อง "ไตรภูมิ"
ไตรภูมิ แปลว่า ภูมิสาม ภูมิก็แปลว่าแผ่นดินหรือสถานที่อยู่ เป็นสถานที่ที่อยู่กัน เราเรียกกันว่าภูมิ สำหรับภูมิในที่นี้ จะกล่าวถึงอบายภูมิ แล้วก็สวรรค์ พรหมโลก ดีไม่ดีก็จะย่องพูดถึงเรื่องนิพพานสักนิดหนึ่ง เพราะกันตัวอาตมาเองเป็นมิจฉาทิฐิ สำหรับคนอื่นไม่เกี่ยว อาตมาน่ะเป็นห่วงตัวเอง ห่วงความเป็นมิจฉาทิฐิของตัวเอง ที่เทศน์ว่าพระนิพพานสูญมานาน ใครเขาจะถามถึงพระนิพพานก็บอกเลย บอกว่าพระนิพพานนี่มีสภาพสูญ มีอุปมาดุจหนึ่งว่าควันไฟที่ลอยไปในอากาศ จะมีที่เกาะที่พักมันก็ไม่มีฉันใด แม้พระที่เข้าสู่พระนิพพานก็เหมือนกัน มีสภาพเหมือนควันไฟ นี่ไปค้านกับคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้า เพราะว่าไปค้นในพระไตรปิฎก ไปพบเอาตอนที่พระพุทธเจ้าทรมานท้าวผกาพรหม ที่ท้าวผกาพรหมท่านบอกว่าพรหมทั้งนั้นแหละเป็นความสุขสูงสุด และพรหมไม่เป็นอนัตตา พรหมเป็นอัตตาไม่มีการสลายตัว ทั้งนี้ก็เพราะว่าอาศัยพวกระฆังเล็กๆทั้งหลายสนับสนุนยุยงส่งเสริม เห็นว่าท่านผกาพรหมเป็นพรหมที่มีวาสนาบารมีมากก็เลยยุท่านส่งเดชเข้าให้ ท่านผกาพรหมก็เมามัน ไอ้เสียงคนนี่ บรรดาท่านพุทธบริษัท กรอกหูนานๆมันอดจะเขวไม่ได้หรอกเป็นเรื่องธรรมดา ทีนี้ในเมื่อท่านผกาพรหมท่านเมาเข้าแล้วท่านก็เลยคิดว่าในเมื่อพรหมเป็นอมตะ เป็นแดนไม่ตาย เป็นแดนที่มีความสุขมากที่สุด เวลานี้พระสมณโคดมออกจากตระกูลศากยราชมาบวชแล้ว ก็ประกาศว่าสิ่งที่สูงสุดยิ่งกว่านั้นมีอยู่ คือพระนิพพาน ยิ่งกว่าพรหม สูงกว่าพรหม มีพระนิพพานเป็นที่ไป แล้วก็เป็นแดนสูงสุด มันจะจริงหรือไม่จริงเราไม่เชื่อ เมื่อพระพุทธเจ้าทราบวาระน้ำจิตของท่านผกาพรหม ก็เสด็จไปสู่พรหมท้าทายกันด้วยเรื่องฤทธิ์ต่างๆเพื่อเป็นการทรมาน ในที่สุดพระพุทธเจ้าก็บอกว่า หากว่าท่านเก่งจริงละก้อ เล่นซ่อนหากับเรา พระพุทธเจ้าให้ท้าวผกาพรหมซ่อนก่อน จะซ่อนที่ไหนก็ตามพระพุทธเจ้าก็มองเห็น ในที่สุดหมดท่า ก็ให้พระพุทธเจ้าซ่อนบ้าง พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ซ่อน ท่านประทับนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็ทำให้ท้าวผกาพรหมไม่เห็น พระองค์ก็ทรงแสดงเสียงให้ปรากฏ ท้าวผกาพรหมก็มองไม่เห็นว่าองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่ตรงไหน เป็นอันว่าท้าวผกาพรหมยอมแพ้พระพุทธเจ้า ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ผกาพรหมเธอเป็นมิจฉาทิฐิเพราะคำป้อยอของคนอื่น บรรดามารทั้งหลาย คำว่ามารในที่นี้ไม่ได้แปลว่ายักษ์ มารแปลว่า ผู้ฆ่า คือความเห็นที่ไม่ถูกทางของบุคคลผู้ยุยงส่งเสริม พยายามเกลี้ยกล่อมชักจูงเธอให้เห็นผิด เธอเกิดเป็นพรหมมาหลายรอบหลายจังหวะ เกิดเป็นพรหมชั้นสูงแล้วมาเกิดเป็นพรหมชั้นต่ำ แล้วก็ต่ำลงมา อาศัยที่เธอบำเพ็ญบารมีมามาก ไปเป็นพรหมเสียหลายร้อยกัปหลายพันกัป จึงลืมสภาวะเดิม ลืมเรื่องของการจุติ การเกิดการตายในแดนที่ไม่ใช่พระนิพพาน ต่อจากนี้ไป เธอจงเป็นผู้เห็นถูก ในที่สุดท้าวผกาพรหมก็ยอมรับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า ดินแดนที่มีสุขยิ่งกว่านี้มีอยู่นั่นคือพระนิพพาน
เห็นไหมเล่า บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท พระพุทธเจ้าทรงยืนยันพระนิพพานว่าเป็นดินแดนพิเศษ เป็นทิพย์พิเศษ สูงยิ่งกว่าพรหม คราวนี้เรื่องของพรหม เรื่องของเทวดา เรื่องพระนิพพานนี่ ถ้าเรายังไม่เห็น เราก็อย่าพึ่งรับรองกันนักว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง ถ้าใครเขาถามขึ้นก็บอกว่าพูดตามตำราไว้ก่อน ต่อมาเมื่อเราเข้าถึงทิพจักขุญาณแล้ว ก็สามารถเจริญวิปัสสนาญาณถึงระดับพอที่จะเห็นพระนิพพานได้ ตอนนั้นเราค่อยพูดกันเรื่องพระนิพพาน จะพูดกันได้ตอนไหน ก็ตอนที่ท่านทั้งหลายเจริญสมถะพอสมควรจนได้ทิพจักขุญาณแล้ว แล้วก็เจริญวิปัสสนาญาณให้เข้าถึงโคตรภูญาณ โคตรภูรู้จักไหม? ถ้าไม่รู้จักก็จะบอกว่า อยู่ระหว่างโลกียะกับโลกุตตระ ส่วนหนึ่งของใจยังเป็นโลกียชน อีกส่วนหนึ่งของใจจะเป็นโลกุตตรชน จะเป็นพระโสดาบัน (อาการจะเป็นยังไง ไม่ใช่มานั่งสอนพระกรรมฐาน, ไม่บอก) ตอนนั้นแหละท่านทั้งหลายจะอาศัยทิพจักขุญาณเห็นพระนิพพานได้แบบสบายๆ ตอนนั้นแหละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย เราพูดกันถึงเรื่องพระนิพพาน เวลานี้ท่านเห็นเปรตบ้างไหม เปรตมีสภาพหยาบที่สุด ถ้าหากว่าท่านไม่สามารถเห็นเปรตก็อย่าเพิ่งพูดเรื่องของพระนิพพาน ถ้าพูดแล้วมันผิด ทีนี้เรื่องของพระกรรมฐานนี่นะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท มีหลวงพี่องค์หนึ่งท่านสอนมาทางอากาศว่าอย่าเที่ยวนำพูดเพ้อเจ้อไปนะ เรื่องกรรมฐานนี่ ต้องพูดเฉพาะในเวลาที่สมควร ถ้ายังไม่ถึงเวลาสมควรมาพูดละดีไม่ดีเป็นอวดอุตตริมนุสสธรรม ตีความหมายเป็นอย่างงั้นนะ อาตมาฟังแล้วก็สงสัย ไม่รู้ว่าพระอะไรได้ยินแต่เสียง ก็อยากจะถามท่านเสียตอนนี้เลยว่าไอ้ "เวลาสมควร" น่ะ มันตรงไหนเวลาเท่าไหร่ เมื่อไรจึงจะสมควร เวลานี้บรรดาท่านพุทธบริษัทที่เป็นฆราวาสเขาเจริญพระกรรมฐานกัน มีหลายท่านได้ทิพจักขุญาณ ไปนั่งอายเขามานี่หลายคนแล้วนะ จะบอกให้ ผู้หญิงบางทีเรียนนอกเรียนนามาตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ ๗ ขวบ กว่าจะเข้ามานับถือพระพุทธศาสนาก็ ๓๐ ปีเศษ เขาได้ทิพจักขุญาณ เขาสามารถใช้กำลังจิตรักษาโรคก็ได้ นี่อำนาจพระกรรมฐานเข้าไปถึงฆราวาสแล้วหลวงพี่ แล้วถ้าหลวงพี่ยังจะมานั่งคอยเวลา "สมควร" น่ะ นี่ถามจริงๆเถอะพ่อคุณ บวชเข้ามาเวลานี้น่ะปฎิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหรือเปล่า ที่พระพุทธเจ้าทรงบอกว่าการบวชจะต้องถือกฎ ๓ อย่างเป็นสำคัญ หนึ่ง อธิศีลสิกขา รักษาศีลยิ่งกว่าฆราวาส สอง อธิจิตสิกขา ทำจิตให้มั่นคงในสมาธิที่เรียกกันว่าได้ญาณ สาม อธิปัญญาสิกขา ทำจิตใจของเราให้ผ่องใสจากกิเลส ทำหรือเปล่า อันนี้ต้องทำตั้งแต่วันบวชนะ เข้าใจว่าไม่รู้เรื่องหรอกหลวงพี่องค์นั้นน่ะ นี่คงจะบวชเข้ามาแล้วก็ทำตัวเป็นฆราวาสเอาเด่น แล้วเวลาพูดก็เห็นอ้างพระอาจารย์อะไรต่อพระอาจารย์อะไร พระอาจารย์ทั้งหลายเหล่านั้นยังเมาอยู่ในลาภยศ สรรเสริญ สุข ตามธรรมดาน่ะ พระที่บวชเข้ามาน่ะ เขาเกาะพระพุทธเจ้ากันนะ เขาไม่ได้เกาะพระที่มีกิเลส ก็หลวงพี่ไปเกาะพระที่มีกิเลสเป็นสรณะแล้วกิเลสมันจะหมดหัวได้ยังไง แสดงว่ากิเลสยังเต็มหัวอยู่ เรื่องของพระกรรมฐานเป็นเรื่องธรรมดาที่พุทธบริษัทควรรู้ ถ้าเราไม่พูดเมื่อไรเขาจะรู้ จะมานั่งหลอกลวงเขากินอยู่หรือว่าเราบวชเข้ามาแล้วน่ะดียังงั้นดียังงี้ ควรแก่การไหว้ สักการะของบรรดาพุทธบริษัท แต่ความจริงแล้วจะพูดเรื่องกรรมฐานก็บอกไม่สมควร นี่มันดีหรือหลวงพี่? จำไว้นะ จำไว้ให้ดีว่า เราบวชเข้ามาแล้วจงเอาสวรรค์ เอาพรหมโลก เอาพระนิพพานเป็นปัจจัยของเรา เอาสิ่งทั้งสามประการเป็นที่พึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่เราจะบวช เวลานี้นักปรูดทั้งหลาย (ไม่ใช่นักปราชญ์) ตัดความสำคัญออก เมื่อก่อนนี้เวลาเขาจะบวชบอกกับอุปัชฌาย์ว่า นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คะเหตวา ซึ่งแปลเป็นใจความว่า ข้าพเจ้าขอรับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน แต่เวลานี้นักปรูดทั้งหลายตัดทิ้งไป ใช้อะไรเสียก็ไม่ทราบ ไปขึ้นเอสาหัง ก็ปรารภพระนิพพานในเบื้องต้นเหมือนกัน ในเมื่อเราบวชเข้ามาปรารภพระนิพพาน แล้วเวลาเราบวชเข้าแล้วจริงๆ เราจะมาปรารภลาภยศสรรเสริญสุขเพื่อประโยชน์อะไร เป็นอันว่าหลวงพี่เข้าใจผิดเสียแล้วนะ หลวงพี่นะ ดีไม่ดีผมจะบอกว่าหลวงพี่นั้นแหละเวลานี้กำลังใจยังทรามกว่าฆราวาสที่เป็นผู้หญิงหลายคนที่เขาปฎิบัตตนได้ดีกว่าหลวงพี่นะ เพราะเห็นว่าควรแล้ว เวลานี้กรรมฐานตั้งสำนักกันอย่างกับดอกเห็ดมีทั่วประเทศ มีกระทั่งนอกประเทศ ถ้าเวลานี้ยังไม่สมควรพูดเรื่องกรรมฐาน เวลาไหนมันจะควร หรือว่าจะรอให้กิเลสมันเลยหัวไปสักหน่อยแล้วจึงจะควร อันนี้เราฟังกันไว้แล้วก็คิดด้วยนะ ถ้าหลวงพี่องค์นั้นรับฟังละก้อ เอาไปคิดด้วย แล้วก็จงรู้ตัวเสียด้วยว่าเราทำเราพูดน่ะมันไม่ควร
เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท อาตมาเป็นคนปากเสียเป็นปกติ แต่เสียแบบนี้เสียในฐานะเพื่อจะตักเตือนเพื่อนพระด้วยกัน ให้บวชให้เป็นพระ ไม่ใช่บวชเข้ามาแล้ว แล้วก็จะเอาปฏิปทาอย่างอื่นมาใช้ ประเดี๋ยวจะพูดให้ฟัง เรื่องทะเลาะกับพระขอยกไป ต่อจากนี้ไปก็มาเริ่มเรื่องกันใหม่ เลิกทะเลาะกันแล้วนะ หลวงพี่องค์นั้นก็เหมือนกัน ทีหลังถ้าจะทะเลาะกับผมละก็ ฟังเรื่องต่อไปว่าท่านชอบอะไร
วันนี้ เรามาเริ่มเรื่องไตรภูมิกัน แล้วเราจะไปไหนกันก่อนล่ะ มีอบายภูมิสี่ คือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน นี่จัดเป็นภูมิที่หนึ่ง ภูมิที่สองก็ได้แก่สวรรค์ชั้นกามาวจรสวรรค์ ภูมิที่สามก็ได้แก่พรหม พระนิพพานยังไม่เกี่ยว สามภูมินี่เราจะไปไหนกันก่อน ขอชวนบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและพระคุณเจ้าที่เคารพไปเที่ยวนรกกันก่อนดีกว่า
ต่อจากนี้ไป เราไปทัศนาจรนรกกัน แน่ะ พูดทันสมัยเสียด้วย ไอ้ทัศนาจรนี่น่ะมันเป็นศัพท์ภาษาบาลีแกมไทย ทัศนะ จระ จระเป็นภาษาบาลี ไทยล่อจรเข้าไป ก็เรียกว่าเที่ยวไปดูนรก ทัศนาจรแปลว่าเที่ยวดู ดูอะไร ดูนรก ตานี้เราจะไปนรก เราก็มาคิดดูว่าเราจะไปอยู่เลย หรือว่าเราจะไปเที่ยว ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัทมีความสมัครใจจะอยู่นรกขุมไหน ตามอาตมาไปแล้วก็สมัครใจอยู่ได้เลย อาตมาจะบอกปฏิปทาให้ว่าเขาบำเพ็ญบารมีอะไร จึงอยู่ขุมนรกนั้นได้ แต่ใครไม่อยากอยู่ก็ไปเที่ยวเฉยๆก็แล้วกัน เวลากลับก็กลับด้วยกัน ทีนี้เวลานำเที่ยวเวลานี้ใช้ยานอะไรเป็นพิเศษ? ไม่ยากใช้ยานห5นังสือเรียกว่าใช้ยานหนังสือเอาพระไตรปิฎกเป็นหลัก นี่คนชั้นดีเขาต้องทำยังงี้นะ นี่ไม่มีใครเขายกก็ยกมันเองละ ไปมัวคอยชาวบ้านยกย่องสรรเสริญ เมื่อไรเขาจะยก ก็เอาพระไตรปิฎกเป็นหลัก แล้วก็เอาเรื่องที่พระคณาจารย์ทั้งหลายที่ทรงฌานทรงญาณพิเศษ อย่างพระโมคคัลลาน์ไปพบเห็นมา เอามาพูดต่อ รวมกันเข้าไป ญาติโยมทั้งหลายจะได้ทราบว่าตอนนี้ ที่นี้ นรกชั้นนี้ สวรรค์ชั้นนี้ วิมานแบบนั้น เขาบำเพ็ญบารมีอะไรเข้าไว้ จึงจะได้อยู่อย่างนั้น นี่เป็นอันว่าเข้าใจ
ทีนี้ ต่อจากนี้ไป ก่อนที่จะเดินทางไปนรก เราก็มาหาทุนกันก่อน ไปไหนไม่มีทุนนั้นไม่ได้ ทุนในที่นี้ไม่ใช่เงินไม่ใช่ทอง แต่ว่าเป็นทุนการบำเพ็ญบารมี เรามาพูดกันเสียก่อนว่าบารมีที่จะทำให้คนลงนรกน่ะ มันมียังไง เขาจึงได้ลงกันได้ นรกน่ะแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือนรกขุมใหญ่ กันยมโลกียนรก แล้วก็เฉพาะนรกขุมใหญ่แต่ละขุมก็มีนรกบริวารด้านละ ๔ ขุม ๔ ด้าน เป็นอันว่านรกขุมใหญ่ ๑ ขุมมีนรกบริวาร ๑๖ ขุม แต่ว่าสัตว์นรกที่จะผ่านนรกบริวารก็ผ่านแต่เพียง ๔ ขุม เพราะออกด้านใดด้านหนึ่งก็ผ่านสี่ขุม นรกขุมใหญ่นี่เราเรียกกันว่า "นรกแป๊ะเจี๊ยะ" หมายความว่าลงโทษไม่จำกัดโทษ ไม่ใช่แยกประเภท สำหรับยมโลกียนรกนั้นแยกประเภท คือหมายความว่าถ้าคนใดทำกรรมชั่วไปลงนรกขุมใหญ่ก่อน ลงขุมนี้เวลาจะออกจากขุมนี้ผ่านนรกบริวาร ๔ ขุม ถ้ากรรมชั่วอย่างหนักยังไม่หมดก็ไปลงขุมโน้นต่อไป ออกจากขุมนั้นก็ผ่านนรกบริวารอีก ๔ ขุม นรกขุมใหญ่นี้ เรียกกันว่านรกแป๊ะเจี๊ยะ ไม่จำกัดโทษ ตรงกันข้ามกับยมโลกียนรก เขาแยกโทษเข้าไว้ ทีนี้มาว่ากันไป นรกขุมใหญ่มีโทษอะไร นี่ศึกษาบารมีการลงนรกเสียก่อน คนที่จะลงนรกต้องสร้างบารมี ต้องบำเพ็ญบารมี ถ้าบารมีไม่ถึงเขาก็ขับไปสวรรค์บ้าง ขับไปพรหมโลกบ้าง ขับมาเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เป็นสัตว์เดียรัจฉานบ้าง เป็นเปรตบ้าง เห็นอสุรกายบ้าง เขาไม่ยอมให้ลง แต่ถ้าหากว่ามีบารมีสมควร เขาก็ยินดีรับเอาไว้ในนรกนี่เฉพาะนรกขุมใหญ่นะ บรรดาพระคุณเจ้าที่เคารพที่กำลังรับฟังและบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท จะพูดให้ฟังว่านรกขุมใหญ่มีอะไรบ้างที่เราจะได้ไปน่ะ ต้องสร้างบารมีอะไร บารมีที่จะลงนรกขุมใหญ่นั้นท่านกล่าวว่า ต้องสร้างบารมี ๑๐ อย่างครบถ้วน สุดแล้วแต่หนักเบา ถ้าสร้างเบาหน่อยก็ลงนรกขุมที่ ๑ หนักลงไปอีกนิดก็ลงนรกขุมที่ ๒ หนักลงไปอีกหน่อยก็ลงนรกขุมที่ ๓ หนักไปตามลำดับ ถ้าหนักเต็มที่ลงนรกขุมที่ ๘ เรียกว่า "อเวจีมหานรก" แล้วก็มีนรกพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ถ้าหนักล้นเกินไปละก้อลงโลกันตนรกแล้วจึงจะถอยมาสู่อเวจีมหานรก บารมีที่เขาปฏิบัติ ๑๐ อย่างก็คือ กรรมบถ ๑๐ ใครไม่เคารพกรรมบถ ๑๐ ต้องลงนรกขุมใหญ่ ๑๐ หรือเรียกว่าใครไม่เคารพในกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการ มีโอกาสได้อยู่นรกขุมใหญ่สบายๆมีวาสนาบารมีมาก กรรมบถทั้ง ๑๐ ประการมีควรเว้นมีอะไร คือ
๑. เราต้องไม่ฆ่าสัตว์ ถ้าเราฆ่าสัตว์ก็เรียกว่าเราไม่เคารพในกรรมบถข้อนี้
๒. การลักทรัพย์
๓. การประพฤติผิดในกาม ทั้งเมียเขา ทั้งลูกเขา ทั้งผัวเขา ทั้งลูกจ้างของเขา ขี้ข้าเขา ทาสเขา ทั้งนั้น จิปาถะ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นการไม่เคารพกรรมบถ ๑๐
๔. ไม่พูดโกหกมดเท็จ
๕. ไม่ส่อเสียดยุยงส่งเสริมให้เขาแตกร้าวกัน
๖. ไม่พูดคำหยาบ
๗. ไม่พูดจาเพ้อเจ้อ เลอะเทอะหาประโยชน์มิได้
๘. เพ่งเล็งอยากจะลักทรัพย์ ขโมยทรัพย์ ปล้นทรัพย์ แย่งทรัพย์ คดโกงทรัพย์ของบุคคลอื่น
๙. จองล้างจองผลาญ ที่เรียกกันว่าความพยาบาท
๑๐. มีความเห็นไม่ตรงกับพระพุทธเจ้า ไอ้ส่วนที่เลวคิดว่าดี ส่วนที่ดีคิดว่าเลว ที่พระพุทธเจ้าตักเตือนแล้วไม่เอา
นี่การบำเพ็ญบารมีเพื่อจะอยู่นรกขุมใหญ่ บำเพ็ญกันให้ครบ ๑๐ อย่างดีไหม บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท เอ๊ะ ๑๐ อย่างนี่ไม่มีน้ำเมาไว้ด้วยนะ น่ากลัวนรกขุมใหญ่นี่เขาไม่รับคนชอบดื่มเหล้า คนชอบดื่มเหล้านี่ควรจะดีใจนะ นรกขุมใหญ่เขาไม่รับแล้วมันดีไม่พอ อย่าลืมนะบรรดาท่านผู้ฟัง และญาติโยมพุทธบริษัทที่กำลังรับฟัง และพระคุณเจ้าที่เคารพ อยากจะไปนรกท่องให้ดีนะ เฉพาะนรกขุมใหญ่
๑. พยายามฆ่าสัตว์เข้า
๒. ลักทรัพย์ ขโมยทรัพย์ ปล้นทรัพย์ แย่งชิงทรัพย์ คดโกงทรัพย์ใครเขามาทำบุญสุนทานกันเข้ากระเป๋าไว้บ้าง
๓. ไอ้เรื่องกาเมสุมิจฉาจาร เหมาะเมื่อไรว่าเมื่อนั้น ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องเลือกจะเป็นลูกใคร เมียใคร ขี้ข้าใคร คนรับใช้ใคร ลูกจ้างใคร ไม่เกี่ยว มีโอกาสจัดการเรื่อยไปแล้วผัวใครด้วยนะ
๔. เรื่องความจริงไม่ต้องพูดกัน โกหกมันดะ
๕. ยุยงส่งเสริมให้แตกร้าวกันเสีย มันสนุกดี มันทะเลาะกันได้ มันตีกันได้ มันฆ่ากันได้ เราสบายใจ
๖. เรื่องวาจาสุภาพอย่าไปพูดมัน พูดหยาบๆคายๆมึงมาพาโวย ด่าพ่อล่อแม่ใครก็ได้ตามอัธยาศัย
๗. เรื่องที่เป็นเรื่องอย่าพูด พูดมันแต่เรื่องที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน
๘. ทรัพย์สินของใครมีอยู่ ถ้าชอบใจ ตั้งใจเลยว่าเราจะขโมยของเขา
๙. จองล้างจองผลาญ จ้องประหัตประหารมันเรื่อยไปไม่ว่าใคร
๑๐. คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่มีความหมาย เราไม่เชื่อ มาพูดอะไรกัน เรื่องสวรรค์เรื่องนรก เรื่องอะไรต่ออะไรไม่เห็นมีความหมาย เราไม่เชื่อ
เอาละ บำเพ็ญบารมี ๑๐ อย่าง อย่างนี้พอ พอที่จะลงนรกขุมใหญ่ได้แบบสบายๆพระยายมไม่รังเกียจ
ตานี้ มานรกขุมเล็กอีก ๑๐ ขุม เรียกกันว่ายมโลกียนรก ทำรับเฉพาะ เรียกว่ารับเฉพาะ ไม่ใช่นรกแป๊ะเจี๊ยะ ทำอย่างนี้อยู่ขุม ๑ ได้ ทำอย่างนี้อยู่ขุม ๒ ได้ เขาเรียกกันว่าอะไร จะพูดบารมีให้ฟัง เวลามันใกล้จะหมด
ถ้าอยากจะอยู่นรกขุมที่ ๑ ฆ่าสัตว์ให้หนัก
อยากจะอยู่นรกขุมที่ ๒ เจ้าชู้ให้หนัก
อยากจะอยู่นรกขุมที่ ๓ ลักขโมยให้หนัก คดโกงเขาให้หนัก
ขุมที่ ๔ ดื่มน้ำเมาให้หนัก
ขุมที่ ๕ โกงเงินทำบุญให้หนัก ทายกกับพระนี่ ระวังนะ ระวัง ถ้าชอบใจอยู่ขุมที่ ๕ สำหรับยมโลกียนรก โกงให้หนัก
๖ เป็นข้าราชการ โกงให้หนัก
๗ เรื่องซื่อตรงไม่มีสำหรับเขา
๘ เรื่องเมตตาปรานีไม่มีสำหรับเขา
๙ ด่าดะไม่เลือกว่าใคร
๑๐ ซ้อมคู่ครองให้หนัก
นี่เป็นบารมีสำหรับยมโลกียนรกส่วนใหญ่ คนฆ่าสัตว์แล้วก็เลยลงนรกขุมใหญ่มาก่อน พ้นจากนรกขุมใหญ่แล้วเข้านรกบริวาร ๔ ขุม แล้วจึงมาเข้าขุมที่ ๑ นี่เขามาคิดบัญชีกันต่างหากเฉพาะอย่าง สำหรับนรกขุมใหญ่น่ะ เป็นนรกแป๊ะเจี๊ยะไม่ยอมคิดบัญชีให้ เรียกว่าอะไรๆก็ไปรวมอยู่ก่อน เสร็จจากนรกขุมใหญ่ก็มาไล่เบี้ยกันทีหลังว่าแกมีโทษอะไรบ้าง ฉันจะจัดการกับแกตามโทษนั้น
เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน นี่พูดไปพูดมา พูดมาพูดไป ก็เห็นว่าจะหมดเวลา ๓๐ นาทีเสียแล้วกระมัง เพราะดูเวลามันก็หมดแล้วนี่ เมื่อหมดแล้วสำหรับพุธนี้ก็ยังไม่ได้อะไร เพียงแต่ได้อารัมภบท มาบำเพ็ญบารมีลงนรกกัน เมื่อรู้บารมีแล้วก็ตั้งใจไว้จะไปนรกขุมไหน
เอาละ สำหรับวันนี้ก็หมดเวลาแล้ว อาตมาก็ขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล จงมีแด่บรรดาท่านศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน สวัสดี
<CENTER>ศาสนาพุทธ มีอายุครบ ๕,๐๐๐ ปี
</CENTER>
ผู้ถาม : "มีด็อกเตอร์คนหนึ่งนะคะพูดว่า ศาสนาพุทธนี่มีอายุไม่ถึง ๕,๐๐๐ ปี ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ เพราะขณะนี้ทางเบื้องบนตกลงไว้ว่าจะมีการชำระล้างกันก่อน เพราะว่าเวลานี้คนบาปมากเพื่อว่าจะได้มีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ ทีนี้ขอเรียนถามหลวงพ่อว่า จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้เป็นไปตามนั้นคะ....?"
หลวงพ่อ : "ปัญหานี่ดี แต่ฉันว่าไม่มีหรอก พระพุทธศาสนาต้องทรงอยู่ได้ถึง ๕,๐๐๐ ปีแน่นอน ฉันขอยืนยัน ถ้าใครไม่เชื่อจงอย่าตายนะ รอไปถึงเวลานั้น นี่เขาคงเดาเอาน่ะ พระพุทธดำรัสมีอยู่คือว่า
<MENU>พันปีแรก จะมากไปด้วย ปฏิสัมภิทาญาณ
พันปีที่ ๒ จะมากไปด้วย ฉฬภิญโญ
พันปีที่ ๓ คือระหว่างนี้จะมากไปด้วย เตวิชโช
พันปีที่ ๔ จะมากไปด้วยสุกขวิปัสสโก และ
พันปีที่ ๕ จะมากไปด้วยอนาคามี </MENU>คำว่ามาก หมายความว่า พวกนี้จะมากกว่าส่วนอื่นที่มีอยู่แต่เวลานี้พวกปฏิสัมภิทาญาณก็มี อภิญญาหกก็มี แต่พวกวิชชาสามมีมากกว่า อย่างพันปีที่ ๔ พวกสุกขวิปัสสโกมาก แต่ว่าปฏิสัมภิทาญาณก็ดี อภิญญาหกก็ดี วิชชาสามก็ดี เขาก็ยังมีอยู่ อย่างพันปีที่ ๕ พระอนาคามีมีมาก แต่ว่าพระอรหันต์ทั้ง ๔ พวกนี้ยังมีอยู่ พระพุทธเจ้าไม่วางพื้นฐานส่งเดช และที่เขาว่าพระพุทธเจ้าองค์ใหม่มาใครล่ะมา พระศรีอาริยเมตตรัย ท่านก็ไม่มา ไม่เชื่อไปถามท่านซิ"
หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม ๒ (ตอบโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) (http://www.luangpor.com/)<!-- / message -->
junior phumivat
30-04-2008, 10:12 AM
ศีล ๕ และ กรรมบถ ๑๐
จาก หนังสือ พรหมวิหาร ๔ (http://www.luangporruesi.com/book/12.html)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/promvihaan4_1.jpg (http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/promvihaan4_1.jpg)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/promvihaan4_4.jpg (http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/promvihaan4_4.jpg)
ศีล ๕ ประการ มีตามนี้
๑. ปาณาติบาต ( ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ) พระพุทธเจ้าบอกว่า ทรงให้เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทางที่ดีก็เว้นจากการทรมานสัตว์เสียด้วย
๒. อทินนาทาน ( อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ) ไม่ถือเอาทรัพย์สินที่บุคคลอื่นไม่ให้มาเป็นของตนโดยไม่ชอบธรรม
๓. กาเมสุมิจฉาจาร ( กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ) ให้เว้นจากการละเมิดความรัก คือ เป็นสามีและภรรยาของบุคคลอื่น ยินดีเฉพาะสามีและภรรยาของตนเอง
๔. เว้นจากการมุสาวาท ( มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ) คือ การพูดไม่ตรงตามความเป็นจริง เป็นการทำลายประโยชน์ของบุคคลผู้รับฟัง
๕. เว้นจากการดื่มสุราและเมรัย ( สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ) ข้อนี้หนักมาก ถ้าเมาเมื่อไหร่แย่เมื่อนั้น จำอะไรไม่ได้ ดีไม่ดี เห็นว่าพ่อเป็นเพื่อนไปอีก แต่บางคนเห็นพ่อเป็นฟุตบอลไปก็มี เตะพ่อตีแม่ อย่างนี้ก็มี
กรรมบถ ๑๐
๑. กายกรรม ทำทางกาย ๓ ประการ
๑. ไม่ฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง ไม่ยุให้คนอื่นฆ่า และไม่ยินดีเมื่อคนอื่นฆ่าสัตว์แล้ว
๒. ไม่ถือเอาทรัพย์สินของผู้อื่นโดยที่เจ้าของไม่อนุญาตด้วยตนเอง ไม่ยุให้คนอื่นถือเอา และไม่ยินดีเมื่อคนอื่นถือเอาของเขาแล้ว
๓. ไม่ละเมิดกามารมณ์ในบุตร ภรรยา สามีของผู้อื่น ไม่ยุให้คนอื่นละเมิด และไม่ยินดีเมื่อคนอื่นละเมิดแล้ว
๒. วจีกรรม กล่าวทางวาจา ๔ ประการ
๑. ไม่พูดจากที่ไม่มีความจริง
๒. ไม่พูดวาจาหยาบ ให้เป็นที่สะเทือนใจของผู้รับฟัง
๓. ไม่พูดจาสอดเสียด ยุยงให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน หรือไม่นินทาคนอื่น
๔. ไม่พูดวาจาที่ไม่มีประโยชน์ คือ วาจาใดที่พูดไปไร้ประโยชน์ จะไม่พูดวาจานั้น
ทั้ง ๔ ประการนี้จะไม่พูดเองด้วย ไม่ยุให้คนอื่นพูดด้วย และไม่ยินดีเมื่อคนอื่นพูดแล้วด้วย
๓. มโนกรรม คือการคิดทางใจ ๓ ประการ
๑. ไม่คิดอยากได้ทรัพย์สินของผู้อื่นโดยที่เจ้าของไม่อนุญาตให้ด้วยความเต็มใจ คือไม่คิดลักขโมย ยื้อแย่ง คดโกง เป็นต้น
๒. ไม่คิดจองล้างจองผลาญ จองเวรจองกรรมผู้ใด คือ ไม่คิดประทุษร้ายผู้อื่นในทุก ๆ กรณีนั่นเอง
๓. มีความเห็นตรงต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีอารมณ์คัดค้านคำสอนของพระองค์และปฏิบัติตาม จนมีผลตามที่ต้องการ
ความรู้สึกนึกคิดทางใจ ๓ ประการนี้ ไม่คิดเองด้วย ไม่ยุให้ผู้อื่นคิดด้วย และไม่ยินดีเมื่อมีผู้อื่นคิดแล้ว
( ศีล ๕ คัดจากหนังสือ แนะวิธีหนีนรกแบบง่าย ๆ หน้า ๘๗ )
( กรรมบถ ๑๐ คัดจากหนังสือ หนีนรก หน้า ๑๖ )
สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=316156&stc=1&d=1209528656
เม็กซิโกซิตี 30 เม.ย. - นายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวในระหว่างเดินทางเยือนเม็กซิโกว่ากองทัพเรือสหรัฐจะเสริมเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย [B][COLOR=red]เพื่อเป็นการ
junior phumivat
30-04-2008, 10:29 AM
<H1>กรรมที่นำสู่อเวจีมหานรก
</H1>จาก หนังสือ ไตรภูมิ (http://www.luangporruesi.com/book/10.html)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/tripoom.jpg (http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/tripoom.jpg)
ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้ครบ ๗ วันแล้ว มาลุกขึ้นจากนรกขุมที่ ๘ สักหน่อยดีไหม? ท่านนั่งบ้างนอนบ้างในนรกขุมที่ ๘ คือไม่ใช่อยู่ในนรก แต่ว่าอยู่ที่บริเวณของนรกด้านนอก ไม่ต้องถูกทุกข์ทรมานมา ๒ วัน นั่งชมนรกขุมที่ ๘ ครบ ๗ วัน จะเดินทางไปนรกขุมที่ ๗ ขุมที่ ๖ บ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบเพราะว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไม่ได้สนใจซึ่งกันและกัน
ก่อนที่จะจากนรกขุมที่ ๘ ไปชมนรกบริวาร อันนี้ก็มาพูดถึงปฏิปทาบารมีที่ท่านไปนรกขุมที่ ๘ สักหน่อยดีไหม? ทั้งนี้ก็เพราะว่านรกขุมที่ ๑ ถึงขุมที่ ๒ ถ้าเราจะคุยกันว่าเพราะอะไรจึงมานรกขุมนั้นได้ ก็โปรดทราบว่านรกขุมนั้นที่เขาจะอยู่กันได้ก็มีบารมีไม่ถึงท่านที่มาอยู่ในนรกขุมที่ ๘ มีบารมีต่ำกว่า แต่ทว่าถ้าเรารู้ถึงปฏิปทาของคนที่มานรกขุมที่ ๘ แล้ว ก็พอจะหยั่งลงได้ ว่าปฏิปทาของใครขนาดไหนจึงลงนรกขุมที่ ๑ ขุมที่ ๒ ขุมที่ ๓ ถึงขุมที่ ๗ เรียกว่ามีเจตนาไม่เท่ากับท่านที่ลงนรกขุมที่ ๘ นรกขุมที่ ๘ นี่มีอาการลง ๒ อย่าง ๒ ประเภทด้วยกัน คือบางท่านที่มีบารมีมาก ลงมาตั้งแต่ยังไม่ตาย พอทำกรรมนั้นเสร็จพอสมควรแก่กาลสมัย แผ่นดินทนไม่ได้แยกออก ไม่ใช่ธรณีสูบ ท่านเรียกว่ามีความหนักมาก แผ่นดินทนไม่ไหว แยกออกไปเป็นช่องให้เลยลงนรกไป แล้วก็สำหรับบางท่านที่มีบารมีน้อยไปหน่อย ก็ต้องรอถึงเวลาตายจึงจะลงนรก
สำหรับวันนี้ วันพุธนี้ เราพูดกันถึงเฉพาะท่านที่มีบารมีลงอเวจีมหานรก แต่ทว่าคงนำมาไม่ได้ทุกคน เอามาเฉพาะบางท่าน พอสมควรแก่เวลา
มีบุคคลที่ยืนอยู่ข้างหน้า ที่พวกเราสนใจมากที่สุด นั่นก็คือพระเทวทัต ความจริงพระเทวทัตนี่ ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เป็นพี่ของพระนางพิมพา ซึ่งเคยเป็นชายาของพระสิทธัตถราชกุมารที่มาเป็นพระพุทธเจ้า แล้วก็เป็นลูกของลุงพระพุทธเจ้าเอง ความจริงก็เป็นญาติสนิทกัน ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ เขาพากันออกบวช ท่านพระเทวทัตก็ออกบวชด้วย เมื่อบวชแล้วก็ได้ฌานโลกีย์ ได้อภิญญาสามารถเหาะเหินเดินอากาศ เนรมิตอะไรต่ออะไรได้ ต่อมาก็มีความกำเริบใจ เพราะอกุศลกรรมเข้าสนับสนุน ท่านเทวทัตนี่เคยจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้ามาหลายแสนกัปเพราะต้นเดิมทีเดียวเป็นคนไม่ดี เป็นพ่อค้า พระพุทธเจ้าก็เป็นพ่อค้า ทีนี้เทวทัตเป็นพ่อค้าทุจริต พระพุทธเจ้าเป็นพ่อค้าสุจริต วันหนึ่งมีหญิงแก่คนหนึ่งเคยเป็นคนอยู่ในตระกูลมหาเศรษฐีเก่า รับช่วงทอดกันมา มาถึงระยะนั้นก็กลายเป็นคนจน เรียกว่าหลายชั่วคนมาแล้ว มีถาดทองคำอยู่ลูกหนึ่งในตระกูลเศรษฐีนั้นเหลืออยู่ ต่อมาพระเทวทัตไปขอซื้อ แกเอามาขายให้เพราะแกเป็นคนจน ไอ้คนจนจะมีถาดทองคำไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อพระเทวทัตดูแล้วก็ทราบว่าเป็นทองเนื้อดี แต่เห็นว่าเป็นคนจนก็เลยบอกว่า ทองนี้ไม่ใช่ทองจริงๆ เป็นทองปลอม ก็ตีราคาในฐานะทองปลอมให้ แกก็ไม่ขายเพราะแกทราบดีว่าอันนี้เป็นทองดี คือทองเนื้อบริสุทธิ์ พระเทวทัตก็คิดว่าถ้าไม่ซื้อแล้วพ่อค้าคนอื่นก็ไม่ซื้อ ไม่ช้ายายคนนี้ก็ต้องจำใจขายให้กับแก ต่อมาพระพุทธเจ้าของเราเป็นพ่อค้าไปพบเข้าเห็นว่าเป็นทองดีจริงๆ ทองเนื้อบริสุทธิ์ ก็ให้ราคาเท่าทองคำธรรมดา แกก็ยอมขาย ท่านพระเทวทัต เมื่อทราบเข้ายังงั้นก็เจ็บใจ จองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า หยิบทรายมา ๑ กำมือแล้วก็หว่านลงไปประกาศว่า เราจะขอจองล้างจองผลาญท่านต่อไปเท่าเมล็ดทราย ๑ กำมือนี้ หมายความว่า ๑ ชาติ เท่ากับทราย ๑ เม็ด จนกว่าจะหมดเมล็ดทราย นี่ความจริงพระเทวทัตเป็นคนเลวมาตั้งแต่ต้น ต่อมาเมื่อสมเด็จพระทศพลเป็นพระบรมโพธิสัตว์ ไปเกิดทุกๆ ชาติ เทวทัตก็จองล้างจองผลาญตลอดเวลา ต่อมาชาติสุดท้ายปลายมือสมัยเป็นพระเวสสันดร เทวทัตก็มาเป็นชูชก มาชาติสุดท้ายนี้เทวทัตมาเป็นลูกของลุง มาเป็นพี่เมียเสียอีก พอบวชเข้ามาแล้วได้ฌานสมาบัติ พระเทวทัตก็กำเริบ จองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า ไปคบกับพระเจ้าอชาตศัตรูกบฏต่อบิดา ตัวเองก็กบฏต่อพระพุทธเจ้า ตามที่กล่าวมาแล้วในตำนาน เรื่องนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านรับฟังกันมาแล้ว จะไม่พูดมาก ในเมื่อพระเทวทัตเลวจัดขนาดนี้ ความดีในการที่จะลงนรกมากเกินไป ในที่สุดแผ่นดินทนไม่ไหว ทนความหนักของความดีไม่ได้ ก็จึงแยกปล่อยให้พระเทวทัตไปยืนกางแขนกางขาเอาหอกเสียบอยู่ในอเวจีมหานรก ตามที่บรรดาท่านพุทธบริษัทเห็นอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่าบุญมากเกินไปต้องลงในสมัยมีชีวิต
รองลงมาอีกท่านหนึ่งก็คือ พ่อของพระเทวทัต มีนามว่า สุปปพุทธะ เป็นพระราชา เมื่อทราบว่าเทวทัตลูกชายลงอเวจีมหานรกไปแล้ว ก็เจ็บใจพระพุทธเจ้า บอกกับบรรดาอำมาตย์ข้าราชบริพารว่า สิทธัตถะลูกเขยของเราทำให้ลูกสาวของเราเป็นหม้าย แล้วยังทำให้พี่ชายของเมียลงอเวจี วันนี้ เราจะแกล้งลูกเขยของเรา คือว่าเวลานั้นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วิหารที่ไม่ใกล้นัก ตอนเช้าเมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจะออกบิณฑบาต ท่านสุปปพุทธะเป็นทั้งลุง เป็นทั้งพ่อตา ก็พาอำมาตย์ข้าราชบริพารมากมาย ไปนั่งกินเหล้าขวางทางเสีย เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปถึงตรงนั้น เขาไม่หลีกทางให้ พระองค์ก็ทรงกลับ ถ้าจะถามว่าพระองค์ทรงทราบไหมว่า สุปปพุทธะจะขวางทางโคจร คือขวางทางบิณฑบาต อันนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่าทราบ แต่ว่าทางบิณฑบาตมันมีทางเดียวก็ต้องไป ไปแล้วเขาไม่หลีกท่านก็กลับ ยอมอดวันนั้น เรียกว่ายอมอดข้าว แล้วเมืองนั้นถ้าพระราชาเกเรเสียแล้วก็ไม่มีใครจะดีได้ เพราะไม่มีใครสามารถจะละเมิดอำนาจของพระราชา เมื่อกลับมาแล้วท่าน สุปปพุทธะก็สั่งคนมาสอดแนมคอยฟังข่าวว่า ต่อแต่นี้ เราจะจับผิดพระพุทธเจ้า พระสิทธัตถราชกุมารลูกเขยของเรา เธอจงไปนั่งฟังข่าว ว่าการที่เรานั่งขวางทางไม่ให้เธอบิณฑบาต ให้อดข้าวเสีย ๑ วัน เธอพยากรณ์ว่ายังไง คนทั้งหลายเหล่านั้ก็พากันปลอมเป็นพุทธศาสนิกชน ไปนั่งฟังเทศน์องค์สมเด็จพระทศพลเหมือนกับชาวบ้านธรรมดา เมื่อเวลาคนมาครบ พระอานนท์ก็ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า สุปปพุทธะขวางทางโคจรของพระองค์ มีความประสงค์จะให้อดข้าว ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะทราบว่าโทษของสุปปพุทธะเป็นประการใดพระพุทธเจ้าข้า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาจึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสว่า อานันทะ ดูก่อนอานนท์ หลังจากนี้ไปวันที่ ๗ คือนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สุปปพุทธะจะลงอเวจีติดตามเทวทัตไป
เมื่อคนสอดแนมได้ทราบข่าวยังงั้นแล้วก็กราบทูลให้พระเจ้าสุปปพุทธะทรงทราบ เมื่อพระเจ้า สุปปพุทธะทรงทราบก็บอกว่าต่อแต่นี้ไป เราจะจับผิดลูกเขยเรา แล้วก็ขึ้นไปบนปราสาทชั้นที่ ๗ แต่ละชั้นตอนประตู เอานักมวยปล้ำที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงที่สุดยืนอยู่ประตูละ ๒ คน ๗ ชั้นเป็น ๑๔ คน สั่งกับนายประตูทั้ง ๑๔ คนนั้นว่า ในระหว่าง ๗ วันนี้ ถ้าฉันจะลงมาละก้อ พวกเธออย่ายอมให้ลงนะ จับเอาไว้ ปล้ำเอาไว้ ไม่มีใครทำโทษ ได้ประกาศกับอำมาตย์ข้าราชบริพารและพระบรมวงศานุวงศ์ว่า ทุกคนถ้าหากว่าทั้งหมดนี้เขาจับฉันไว้ละก้อ ใครอย่าไปลงโทษเขานะ จะหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพน่ะไม่ได้ เพราะฉันสั่งเจ็ดวันฉันจะไม่ลง ฉันจะจับผิดพระสมณโคดม เป็นอันว่าตกลงกันแล้ว ๖ วันน่ะเขาอยู่ได้ พอครบวันที่ ๗ เป็นวันที่องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงตรัสไว้ว่าวันนี้สุปปพุทธะจะต้องถูกธรณีสูบ คือว่าลงอเวจี ไอ้ธรณีสูบนี่มันเป็นศัพท์ชาวบ้านนะ อาตมาก็เผลอไป เรียกยังงี้ไม่ถูก พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดยังงั้น เพราะว่าสุปปพุทธะจะถูกบาปบังคับให้ลงอเวจีมหานรกภายในระยะ ๗ วัน คือวันนี้ พอครบถ้วนวันนี้แล้ว วันนั้นปรากฏว่า ม้าแก้ว คือม้าตัวสำคัญสำหรับออกศึกของพระเจ้าสุปปพุทธะ เป็นม้าต้นที่ทรงโปรดมาก กระทืบโรงบ้าง ร้องเสียงดังบ้าง พระเจ้าสุปปพุทธะเกิดเป็นห่วงม้าขึ้นมา วิ่งจากปราสาทชั้นที่ ๗ ลงมาถึงปราสาทชั้นที่ ๑ แล้วนักมวยปล้ำทั้งหมดที่สั่งไว้ไม่มีใครจับ นี่เป็นกฎของกรรม ทุกคนยืนดูเฉยๆ พอลงมาถึงปราสาทชั้นที่ ๑ ก็วิ่งมาถึงพื้นแผ่นดิน หวังว่าจะไปดูม้าว่ามันร้องเพราะอะไร แล้วก็กระทืบโรงเพราะอะไร เพียงเท้าของท่านเหยียบพื้นแผ่นดินเท่านั้น ความหนักของบาปแผ่นดินทนไม่ไหว เป็นเหตุให้ท่านสุปปพุทธะลงอเวจีมหานรกทั้งๆ ที่ยังไม่ตายอีกคนหนึ่ง นี่เป็นคนที่มีบุญใหญ่จำไว้นะ ทั้งสองคนนี้เป็นคนที่เรียกว่ากลั่นแกล้งพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ
ตานี้ มาดูอีกคนหนึ่ง นันทมานพ นันทมานพนี่ไม่ได้แกล้งพระพุทธเจ้า แต่ว่าแกล้งสาวกของพระพุทธเจ้าองค์สำคัญ คือท่านอุบลวรรณาเถรี ท่านอุบลวรรณาเถรีนี่เป็นพระอรหันต์ขั้นปฎิสัมภิทาญาณ แล้วบวชตั้งแต่อายุ ๑๖ มีความสวยงามมาก ความสวยของท่านสมัยที่เป็นฆราวาส ตามพระบาลีกล่าวว่า ได้มีคนส่งจดหมายหรือส่งทูตมาขอคือมหาเศรษฐีก็ดี อำมาตย์ผู้ใหญ่ก็ดี พระราชาก็ดี ไอ้ที่จะไม่ส่งทูตมาติดต่อสู่ขอท่านอุบลวรรณาเถรีไปเป็นภรรยาไม่มี ทุกคนมีความต้องการ ท่านบิดาก็เรียกลูกสาวมาถามว่าจะตกลงกับใคร ลูกสาวบอกไม่ต้องการใครทั้งนั้นแหละ ต้องการบวชอย่างเดียว ท่านพ่อก็ดีใจ อนุญาตให้บวช เมื่อบวชเป็นภิกษุณีแล้วไม่ช้าก็บรรลุอรหัตผล เป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ มีฤทธิ์มาก แต่ว่านันทมานพนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มีความรักอยู่นาน ต้องการอยู่นาน ท่านอุบลวรรณาเถรีท่านไม่ต้องการด้วยก็เลยเจ๊ากันไป
ต่อมาวันหนึ่งทราบว่าท่านอุบลวรรณาเถรีไปจำพรรษาอยู่ในป่า สมัยนั้นวัดไม่เกลื่อนกลาดเหมือนสมัยนี้ พระต้องอยู่ในป่า อยู่เขา อยู่ถ้ำกัน ทำกระท่อมเล็กๆ เข้าไว้ ตอนเช้าไปบิณฑบาต ตอนที่ท่านไม่อยู่ นันทมานพก็แอบมานอนอยู่ใต้เตียง เอาเครื่องบังมาบังเข้าไว้ เวลาท่านอุบลวรรณาเถรีกลับมาจากบิณฑบาตมาเหนื่อย แล้วก็ผ่านแสงอาทิตย์มันร้อนกล้าหน้ามืดก็ยังไม่ฉันข้าว มานอนพักอยู่บนแคร่ คือบนที่นอนก่อน นันทมานพเห็นสบโอกาสก็เลยขึ้นไปทำมิดีมิร้ายท่านอุบลวรรณาเถรี ร่วมรักเสีย ท่านก็บอกว่านันทมานพอย่าทำอย่างนี้ ท่านจงอย่าเป็นผู้ฉิบหายเลย นันทมานพก็ไม่ฟัง ทำจนสำเร็จความใคร่ พอสำเร็จความใคร่แล้วก็ก้าวลงจากแคร่ ท่านอยู่องค์เดียวนี่ อยู่ในป่า จะร้องแรกแหกกระเฌอให้ใครมาช่วยก็ไม่ได้แล้ว ไม่มีใคร เมื่อนันทมานพสำเร็จความใคร่ ก้าวลงจากแคร่ พอเท้าถึงดิน บุญมากเกินไป แผ่นดินทนน้ำหนักบุญไม่ไหวก็เลยดึงมาอเวจีมหานรก แผ่นดินแยกออกไป ลงอเวจีมหานรก สำหรับท่านอุบลวรรณาเถรีก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลวงตาแก่ทั้งหลายสมัยนั้นวิพากษ์วิจารณ์ว่า พระอรหันต์ไม่ใช่ไม้ผุ การสัมผัสแบบนั้นจะไม่มีความยินดีไม่ได้ เพราะเรื่องมันกระทบอยู่กับตัว พระพุทธเจ้าทราบเข้าก็เรียกมาบอกให้ทราบว่า พระอรหันต์น่ะไม่มีความรู้สึกในเพศ ถ้าทำอย่างนั้นก็เหมือนกับทำกับตุ๊กตา คือตุ๊กตาย่อมไม่มีความปรารถนาในการสัมผัสฉันใด พระอรหันต์ก็เหมือนกัน มีสภาพฉันนั้น เป็นอันว่าเล่ากันอย่างย่อๆ ไม่ใช่มานั่งอธิบายธรรมะ นี่คนที่ ๓ แล้วนะ ที่ทำกับพระอรหันต์
ตานี้ คนที่ ๔ นางจิญจมาณวิกา นี่เบียดเบียนพระพุทธเจ้าเข้าเหมือนกัน คือว่าพวกปริพาชก บุคคลศาสนาอื่น เห็นว่าพระพุทธเจ้ามีลาภสักการมาก ก็คิดจะกลั่นแกล้งพระพุทธเจ้า จ้างนาง จิญจมาณวิกา นางจิญจมาณวิกานี่ ชาติก่อนเป็นนางอมิตตดาเมียชูชก แต่ชาตินี้ไม่ได้เกิดมาเป็นเมียพระเทวทัต พลัดตระกูลกัน ไม่พบกัน นางก็เลยทำแกล้งเป็นคนท้องให้เขากลึงไม้นูนๆ คล้ายๆ กับคนมีท้อง สาม สี่เดือน แล้วก็ผูกไว้ที่เอว ผูกไว้ข้างหน้ามีอาการเหมือนท้อง เมื่อเวลาที่พระพุทธเจ้าเทศน์ ก็ไปร้องบอกว่าท่านสมณโคดม จะมามัวนั่งเทศน์หน้านวลอยู่ทำไม นี่เธอทำให้ฉันมีท้องมีไส้อย่างนี้ฟืนตองก็ไม่ไปตัด อย่ามามัวนั่งเทศน์โปรดพุทธบริษัทอยู่เลย ไปตัดฟืนไว้สำหรับอยู่ไฟเพื่อฉันดีกว่า เดี๋ยวลูกของเราเกิดมาแล้วมันจะลำบาก องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อได้ทรงสดับ แทนที่พระองค์จะทรงปฏิเสธก็หยุดเทศน์ กล่าวว่า ภัคคินิ ดูก่อนน้องหญิง เรื่องที่เธอกล่าวนั้น คนอื่นเขาไม่รู้ด้วยหรอกนะ มีเธอกับฉันสองคนเท่านั้นแหละจะรู้กัน อ้าว กลับพูดยังงี้เสียอีก ถ้าเป็นชาวบ้านสมัยนี้ก็คงจะนินทากันลั่น ว่าพระพุทธเจ้าทำให้นางจิญจมาณวิกามีท้อง แต่ความจริงไม่ได้เป็นยังงั้น ชาวบ้านสมัยนั้นเขามีเหตุผล ไม่เหมือนคนสมัยนี้ คนสมัยนี้ ที่ดีก็มีมาก มีเหตุมีผล บางคนก็ไม่ไหวเหลือเกินนี้พูดกันตรงๆ นะ อย่าว่าแต่คนเลยพระก็เหมือนกัน พระที่ไม่มีเหตุผลก็เยอะ แม้อาตมาเองก็เหมือนกัน เคยเป็นคนไม่มีเหตุมีผลมาเหมือนกัน แม้ประเดี๋ยวนี้ ไอ้ความเลวมันก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่จะดีกว่าชาวบ้านหรอก ฟังไปแล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าคนพูดนี่ยังไม่ใช่คนดี ถ้ายังเห็นว่าคนอื่นเลวอยู่ ตัวเองก็ยังเลวอยู่เหมือนกัน แต่มันอดไม่ได้ มันอยากจะเลวก็ปล่อยมันไป
ตอนนั้นก็เลยร้อนถึงพระอินทร์ พระอินทร์ก็เลยแปลงเป็นหนูเข้าไปกัดเชือกไม้หล่นลงมา บรรดาประชาชนที่ฟังเทศน์ของพระบรมศาสดาเห็นข้อเท็จจริงอย่างนั้น ก็พากันไล่ตีนางจิญจมาณวิกา เอาดินขว้างบ้าง เอาไม้ขว้างบ้าง นางจิญจมาณวิกาก็วิ่งหนีไป วิ่งหนีไม่ได้เท่าไร เพราะอาศัยบุญบารมีมากเกินไป มีน้ำหนักมาก แผ่นดินก็แยกลงอเวจีมหานรกไป มองไปดูข้างหน้า เห็นยืนอยู่ข้างหน้า ยิ้มเผล่ ที่ยิ้มนั่นไม่ใช่อะไรหอกมันเสียบปากเข้าไป ตรึงเข้าไว้ หุบปากไม่ลง
เห็นไหม บรรดาท่านพุทธบริษัท เห็นหรือเปล่า เห็นก็เห็น ไม่เห็นก็แล้วไป พูดให้ฟัง จะเห็นได้ยังไง
ตานี้ มาคนที่ห้า นันทยักษ์ ยักษ์คนนี้ คือเทวดานั่นเอง ยักษ์เขาแปลว่าบุคคลอันควรบูชา หรือว่า แปลว่าเทวดา แปลได้ ๒ อย่าง เหาะมากับเหมตายักษ์ ไปเฝ้าท้าวเวสสุวัณกลับมา ท่านพระสารีบุตรกำลังเข้านิโรธสมาบัติ เกิดเหาะข้ามไม่ได้ อากาศเป็นสูญญากาศ ก็มองลงมาดูข้างล่างเห็นพระสารีบุตรนั่งอยู่ ก็คิดว่าสาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูแกล้งขวางทาง (นี่เขาเรียกว่าเทวดาอันธพาล) ก็เลยลงมา จะตีหัวพระสารีบุตร ท่านเหมตายักษ์เป็นพระโสดาบันห้ามไว้ ว่าอย่าทำนะ สาวกของพระสมณโคดมนี้มีอานุภาพมาก ถ้าท่านทำจะมีกรรมหนัก นันทยักษ์ก็ไม่ยอม เอากระบองล่อหัวพระสารีบุตรเข้าให้ แต่ว่าไม่เป็นไร การตีอย่างนั้น ถ้าจะตีภูเขาสัก ๑๐๐ ลูกก็พัง แรงมาก แต่พระเข้านิโรธสมาบัติไม่สะเทือนเลย ผมหวั่นไหวนิดหนึ่ง ตัวไม่เป็นไร พอตีแล้วนันทยักษ์เป็นคนมีบุญใหญ่ แผ่นดินก็เลยแยกนำลงไปอเวจีมหานรก โน่น ยืนอยู่มุมโน้น มุมทางด้านซ้ายมือ นี่เราหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองไปทางแถบซ้ายมือใกล้จะถึงมุมสุดด้านโน้น นันทยักษ์ยืนมีหอกตรึง หวั่นไหวไม่ได้
ตานี้ มาว่ากันถึงคนธรรมดา ทำบุญอะไรจึงจะลงอเวจีมหานรก อันนี้ลงกันเมื่อตายนะ เวลาเหลือประมาณ ๖ นาที หรือ ๗-๘ นาทีอะไรนี่ จะค่อยๆ พูดให้ฟัง
ตัวอย่างคือญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ในสมัยนั้นพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี หรือ ปทุมุตตระก็ไม่ทราบ ไม่ได้ดูตำรามามันจำไม่ชัดนี่ เอาสมัยพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งก็แล้วกัน มีพระราชาองค์หนึ่ง มีพระราชกุมาร คือพระราชโอรส ๔ พระองค์พอใจในการถวายทาน เวลานั้นพระเจ้าพิมพิสารเป็นนายเสมียน เป็นเลขาน่ะ ท่านก็เลยสั่งให้จัดการถวายทานแก่พระสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ท่านเลขาทำงานหนัก มันชักจะทนไม่ไหว ก็ไปเอาญาติมาหลายคนด้วยกัน มาช่วยกันทำ บรรดาญาติทั้งหลายเหล่านั้น ในตอนต้นก็ดี ซื่อตรงต่อการบุญการกุศลดี แต่มาตอนกลางๆ มือถึงท้ายมือไม่ค่อยดี เริ่มหยิบแล้ว ทีแรกก็เป็นทายก ต่อมาก็เลยเป็นทายัก ของอะไรดีๆ ก็ยักเอาไว้เสียบ้าง เอาไว้ให้ลูกให้เมีย เอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียบ้าง ของที่เขาถวายสงฆ์ เขาตั้งใจจะทำอาหารถวายสงฆ์ เนื้อดีๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง แกงดีๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง บางทีไม่ยักของสด ไอ้ของสำเร็จรูปที่เขาไม่ทันจะถวายพระก็ยักเอาไว้เสียบ้าง พูดถึงตรงนี้ก็สงสัยพวกทายก ของดีๆ เอาถวายพระพุทธรูป เอาถวายเสียมาก เวลาพระฉันอิ่มแล้วจะได้กินกัน ตกอยู่ในสภาพนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะ เจตนาของเขาเป็นยังไง อาตมาไม่ทราบ แล้วก็มีหลายราย ทายกชอบยกของที่เขาถวายพระเข้าบ้าน จำไว้ด้วยนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทจำไว้ ของสมบัตินิดหนึ่งน่ะ แม้จะเป็นก้อนดินนิดหนึ่ง กระเบื้องหักๆ ก้อนหนึ่งก็ตาม อันนี้ถ้าเราถือไปเข้าบ้านด้วยอาการของขโมย-เสร็จ สะเด็ดไม่เหลือลูกหมากรากไม้ที่มีอยู่ในวัดเราจะไปขอเด็กขอพระไม่มีประโยชน์ ของสงฆ์ สงฆ์ต้องประชุมกัน เมื่อประชุมกันแล้ว ตกลงกันว่ายังไงต้องปฏิบัติไปตามนั้น ขายหรือให้ใครต้องปฏิบัติตามนั้นนะ อันนี้ แม้แต่ดอกไม้บูชาพระก็เหมือนกัน ถ้าท่านผู้ปลูกยังมีชีวิตขอเฉพาะท่านได้ ถ้าท่านผู้ปลูกตายไปแล้วหรือสึกไปแล้ว อันนี้เป็นของสงฆ์ ต้องเป็นเรื่องของสงฆ์วินิจฉัย ไม่ใช่พระองค์ใดองค์หนึ่งเป็นผู้ให้ หรือไปขอกับเด็กวัด อันนี้มันไม่ถูกไม่ต้อง ลงอเวจี
เป็นอันว่าญาติของพระเจ้าพิมพิสารเป็นทายักแบบนี้ตายแล้วลงนรก สิ้นระยะ ๑ กัป พ้นจากนั้นแล้วก็มาตกยมโลกียนรก คือผ่านนรกบริวาร ๔ ขุม แล้วก็มาตกยมโลกียนรกตามลำดับ มาเป็นเปรต ๑๑ จำพวก สุดท้ายก็เป็นเปรตพวกที่ ๑๒ สมัยพระพุทธเจ้าของเรานี้ ถ้าถอยหลังไปแล้ว ถ้าเป็นพระปทุมุตตระ ก็เห็นจะเป็นประมาณแสนกัป ถ้าเป็นพระวิปัสสีก็เห็นจะเป็นประมาณ ๙๑ กัป อันนี้อาตมาจำไม่ได้ เรียกว่าสิ้นเวลานาน แล้วต่อมาเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทำบุญกับพระพุทธเจ้า เปรตทั้งหลายเหล่านั้นก็มาส่งเสียงให้ปรากฏ เมื่อองค์สมเด็จบรมสุคตพระพุทธเจ้าทรงทราบ ก็ทรงพยากรณ์บอกว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงอะไร เป็นเสียงญาติของพระองค์ ตายไปจากอเวจีแล้วก็มาเป็นเปรตต้องการขอส่วนบุญ พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะนำให้ให้ทาน แล้วอุทิศส่วนกุศลให้แก่เปรตทั้งหลายเหล่านั้น เขาจึงได้เป็นเทวดา
นี่แหละท่านผู้ฟังและบรรดาพระคุณเจ้าที่เคารพ เรื่องของคนที่จะลงอเวจีนี่มันของไม่ยาก ของสงฆ์นี่ระวังให้มากนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านกล่าวว่ากรรมบถ ๑๐ ความจริงกรรมบถ ๑๐ เป็นของธรรมดาๆ ที่เราชอบ เราก็ควรจะปฏิบัติตามนั้น ทุกคนแหละต้องการให้คนอื่นมีกรรมบถ ๑๐ แต่ตัวเองไม่ต้องการกรรมบถ ๑๐
เวลาเหลืออีกนิดหนึ่ง จะพูดอีกสักคน คือว่าสุพรรณมัจฉา ปลาสีทอง สุพรรณมัจฉาปลาสีทองตัวนี้เด็กเขาได้มา เอาตาข่ายไปขึงปลามาติด แล้วพ่อแม่เห็นเข้าว่าปลามีเกล็ดเป็นทอง ไม่ควรจะเก็บไว้เอง ก็นำมาถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าปเสนทิโกศลเห็นเป็นของแปลกก็นำไปทูลถวายพระพุทธเจ้า ว่าปลาตัวนี้ทำบุญอะไรไว้ เกล็ดจึงเป็นสีทอง ในเมื่อพระพุทธเจ้าทรงเห็นเข้าก็บอกว่า ปลาตัวนี้สมัยก่อนเคยบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา ที่มีเกล็ดเป็นสีทองก็เพราะว่าอาศัยเคยปฏิบัติศีล ปฏิบัติธรรมในตอนต้นด้วยความเคารพ แต่ว่าในตอนปลายมือเป็นพระคณาจารย์ ด่าว่าพระภิกษุทั้งหลายที่มีความผิดบ้าง ไม่ผิดบ้าง โดยเจตนาร้าย เวลาตายไปแล้วเกิดเป็นสัตว์นรกในอเวจีมหานรก มองอยู่โน่น อยู่ทางด้านซ้ายมือเหมือนกัน ใกล้มุมสุดด้านเหนือ เป็นรูปพระยืนกางแขนกางขาอย่างพระเทวทัต แล้วก็เมื่อกรรมเบาลงมาก็เลื่อนขึ้นมาตามลำดับ จนกระทั่งเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน เป็นปลาทอง มีเกล็ดเป็นทอง แต่ว่าปากเหม็นเพราะด่าพระ พระพุทธเจ้าจึงถามว่า กปิลมัจฉา เดิมทีเดียวเธอบวชเป็นพระใช่ไหม พอปลาอ้าปากตอบว่าใช่ กลิ่นก็เหม็นฟุ้งไปทั้งพระวิหาร ถามว่าเป็นเพราะอะไรเธอจึงตกอเวจีมหานรก เธอก็บอกว่า เพราะอาศัยที่เป็นพระปากร้าย ด่าไม่ว่าใคร ไม่มีเหตุ ไม่มีผล อิจฉาริษยาพระด้วยกัน กล่าวร้ายด้วยการนินทาได้ร้ายบ้าง นี่ชาวบ้านก็เหมือนกันนะที่ปากไม่ดีแบบนี้ ไปด่าพระด่าเจ้า ด่าผู้ทรงศีล ก็มีสภาพอย่างเดียวกับกปิลมัจฉา เมื่อจะถามต่อไป มันก็หมดเวลา เป็นอันว่าเมื่อพระพุทธเจ้าถามจบ ถามถึงพี่ชาย บอกว่าไปนิพพานแล้ว ถามถึงแม่กับน้องสาว บอกว่าไปอเวจีมหานรกเหมือนกัน เพราะทำกรรมอย่างเดียวกัน สำหรับพี่ชายไม่เล่นด้วย ก็เลยเป็นพระอรหันต์แล้วไปนิพพาน น้องชายไปอเวจี เมื่อปลาตอบเท่านี้ก็เสียใจ เอาหัวฟาดอ่างถึงแก่ความตาย กลับลงไปอเวจีมหานรกใหม่ นั่นยืนอยู่ข้างท้ายเลยท่านนันทมานพไปหน่อยหนึ่ง เห็นไหม ยืนกางแขนกางขาอยู่เหมือนกัน
เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านและพระคุณเจ้าที่เคารพ เวลาหมดเสียแล้วขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล จงมีแด่บรรดาพุทธศาสนิกชนและพระคุณเจ้าที่รับฟังทุกท่าน สวัสดี.
junior phumivat
30-04-2008, 10:36 AM
พรปีใหม่
จาก หนังสือ กรรมฐาน ๔๐ (http://www.luangporruesi.com/book/1.html)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/kammataan40.jpg
ปีใหม่ก็จะคืบคลานเข้ามาถึง ก็เป็นอันวาชีวิตของเราก็ล่วงเข้ามาอีก ๑ ปี ปีใหม่ที่เคลื่อนเข้ามาเราก็จะแก่เข้าไปอีก ชีวิตของเราก็จะเดินเข้าไปหาความดับ เพราะธรรมดาของชีวิตเมื่อมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นและก็มีความเปลี่ยนแปลงไปในท่ามกลาง และมีการตายแตกทำลายพันธุ์ไปในที่สุด นี่เป็นกฎธรรมดาของสิ่งมีชีวิตที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่จะเข้ามาถึงจัดว่าเป็น พ.ศ. ที่มีความวิกฤติที่สุดของชีวิตประเทศไทยในยุคนี้ เพราะว่าตกอยู่ในเขตที่มีความวิกฤตอย่างหนัก ความแปรปรวนเป็นไปของโลก ของชีวิตมนุษย์
อันนี้ก็ถือว่าเป็นปกติธรรมดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า โลกมีอันจะต้องฉิบหายไปในที่สุด ไม่มีอะไรทรงตัว ทีนี้สำหรับเราเหล่าพุทธบริษัทในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นพุทธมามกะ คือนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญ พระบาลีกล่าวว่า บุคคลผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยย่อมจะไม่สลาย คือ จะต้องไม่พินาศไปด้วยอำนาจของโลกซึ่งเต็มไปด้วยความแปรปรวน ทั้งนี้ก็เพราะว่าองค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า สิ้นเวลา ๒,๕๐๐ ปีเศษ สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงไป ๒,๕๐๐ ปีเศษ คือ หลังจากกึ่งพุทธกาล ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี คือ พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นต้นมา โลกจะเต็มไปด้วยความวิกฤต ไฟจะตกจากอากาศ ไฟจะลุกในอากาศ ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ บรรดาคนจะมีความทุกข์ยากล้มตายเป็นอันมาก และองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงกล่าวต่อไปอีกว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ ความวิกฤตคือความร้ายแรงของโลกก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะมีความร้ายแรงก็จริงแหล่ แต่ทว่ายังไม่ร้ายแรงเท่าหลังกึ่งพุทธกาล อันนี้องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ดูก่อน อานนท์ ยักษ์หินที่ถูกสาปจะลุกขึ้นอาละวาด ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันล้มตายกันฝ่ายละครึ่งจึงจะหยุดยั้ง สมณะชีพราหม์จะล้มตาย แต่ว่าประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจะมีภัยอันนี้เหมือนกัน แต่ทว่าไม่ร้ายแรงนัก ไม่ถึงกับพินาศ นี่เป็นคำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้
ทีนี้คำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฎเป็นความจริง คือตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็เกิดขึ้น เมื่อสงครามสงบแล้ว ความวิกฤติของโลกยังไม่สงบ มีการรบราฆ่าฟันเป็นปกติ ระยะนี้เป็นระยะหลังกึ่งพุทธกาล มีสมณะชีพราหมณ์ทั้งหลายล้มตายเป็นอันมาก คำพยากรณขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรงตามความเป็นจริง อีกข้อหนึ่งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่า ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกันแต่ไม่ร้ายแรงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ก็ถือกันว่าเป็นประเทศที่ทรงพระพุทธศาสนา
ถ้าเราจะพิจารณากันตามความเป็นจริง จะเห็นว่าประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งหมดไม่มีประเทศใดที่ทรงคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมสุคตบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ได้ครบถ้วนเช่นประเทศไทย ในประเทศไทยเรามีทั้งพระสูตร พระวินัย ปรมัตถ์ คือพระอภิธรรม สำหรับประเทศอื่น เช่น ประเทศพม่า โดยมากจะไม่เคร่งครัดในเรื่องของพระวินัย โทษในเรื่องพระวินัยเขาไม่เคร่งครัดเพราะถือว่าไม่สำคัญ จะนิยมแต่ในเฉพาะด้านของปรมัตถ์ คือ อภิธรรมเท่านั้น ตามบาลีว่า พระสูตรคือประเทศไทย พระวินัยคือมอญ อภิธรรมพม่า หมายความว่าในประเทศไทยเรานิยมพระสูตร แต่ว่าเรามีพระวินัยและพระอภิธรรมครบถ้วน สำหรับวินัยมอญก็มายถึงว่าประเทศมอญเขาเคร่งครัดในพระวินัยแบบชาวมอญ สำหรับพม่านั้นยกพระสูตรทิ้งไป พระวินัยทิ้งไป เหลือพระอภิธรรม เราก็จะเห็นว่าในประเทศไทยยังคงทรงไว้ได้ทั้ง ๓ ประการ คือ พระสูตร พระวินัย และพระอภิธรรม ทั้ง ๓ ประการ เมื่อเราพิจารณาตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระพุทธญาณท่านทรงพยากรณ์กับพระอานนท์แล้ว จะเห็นว่าประเทศไทยเราคงพระวินัย คือ เคารพองค์สมเด็จพระจอมไตรไว้ตามพระพุทธพยากรณ์ จึงถือว่าประเทศไทยอยู่ในเขตคำพยากรณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ คือ อาจจะต้องไม่สลายไป ในการนับถือองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาที่มีพระบาลีว่า พุทโธ อัปปมาโณ คือว่า คุณของพระพุทธเจ้าหาประมาณมิได้ การเคารพในพระธรรมว่า ธัมโม อัปปมาโณ การเคารพในพระธรรมว่าหาประมาณมิได้ หรือคุณของพระธรรมหาประมาณไม่ได้ สังโฆ อัปปมาโณ คุณของพระอริยสงฆ์หาประมาณมิได้
การเคารพในคุณพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สามารถจะยังชีวิตและความสุขของเราให้คงอยู่ได้ปลอดภัยจากอันตราย ดูตัวอย่าง เมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงชีวิตอยู่ในขณะนั้น องค์สมเด็จพระบรมครูเสด็จประทับอยู่ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในขณะนั้นปรากฎว่าพระเจ้าพิมพืสารบรมกษัตริย์ถูกพระยาชมภูบดีรุกราน เหมาะขึ้นมาในอากาศเห็นยอดปราสาท่ของพระเจ้าพิมพืสารบรมกษัตริย์มีความสวยสดงดงามยิ่งกว่า ความริษยาก็เกิดขึ้น จึงได้ลงมาจากอากาศมายืนอยู่บนยอดปราสาท ชักพระขรรค์อันประจำพระองค์ขึ้นฟันยอดปราสาท ความจริงพระขรรค์นี้ แม้แต่เหล็กท่อนใหญ่ ๆ กระทบแล้วไม่หนักนักก็จะขาดไปทันที แต่อาศัยที่พระเจ้าพิมพิสารมีความเคารพในองค์สมเด็จพระมหามุนี คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นไตรสรณาคมน์ทั้ง ๓ ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์เป็นพระโสดาบัน ด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ จึงป้องกัน แทนที่ยอดปราสาทจะขาด พระขรรค์ของพระยาชมภูก็บิ่นทำลายไป พระยาชมภูมีความเจ็บใจ จึงได้ยกเท้าขึ้นกระทืบยอดปราสาทก็เป็นเหตุให้เหล็กยอดปราสาททิ่มทะลุรองเท้าไปโดนเท้าบาดเจ็บ ถึงกับมีความโกรธมากจึงเหาะกลับประเทศของพระองค์ และก็ใช้ อวิตาศรไปร้อยพระกรรณ คือ ร้อยหูของพระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ คือมีศรเป็นกรณีพิเศษ เมื่อศรเข้ามาประกาศว่า เราจะร้อยหูของพระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ พระเจ้าพิมพิสารได้ทราบแล้ว ได้ยินแล้ว เห็นแล้ว ก็มีความกลัว จึงเสด็จไปเฝ้าองค์พระประทีปแก้วบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในที่สุดบารมีของพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประมุขก็ระงับอันตรายนั้นเสียได้ ในที่สุดบังคับให้พระยาชมภูบดีเข้ามาเฝ้าสมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา ได้ฟังพระธรรมเทศนามีความเลื่อมใสอุปสมบทในพระพุทธศาสนา และก็ได้สำเร็จพระอรหัตผล เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา แสดงว่าที่พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์พระบาทท้าวเธอพ้นจากอันตรายได้เพราะอาศัยคุณพระรัตนตรัยเป็นสำคัญ ในฐานะที่พระองค์เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน มีความมั่นคงในคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีศีลห้าเป็นสมุจเฉท คือ รักษาศีลห้าเป็นปกติ
ฉะนั้น วันนี้เป็นวันที่สุดของปี ๒๕๑๘ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เข้ามาถึง ก็เป็นปีที่เต็มไปด้วยความวิกฤตของประเทศไทย ฉะนั้น บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา จงอย่าประมาทในชีวิต จงทรงจิตของท่านให้มีควมมั่นคงในคุณพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการ คือ คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปฏิบัติจิตให้ตรงต่อเฉพาะพระพุทธองค์ว่าที่องค์สมเด็จพระบรมโลกนาถทรงสั่งสอนไว้ เราทำอย่างไรที่ว่าทรงความดีตามที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงกล่าวให้พวกเราทุกคนเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ทุกสิกขาบท คือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภิกษุ และสามเณร มีความจำเป็นจะต้องทรงสิกขาบททั้งหมดให้ครบถ้วนบริบูรณ์ สำหรับฆราวาสก็มีความจำเป็นอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าบางท่านก็สามารถรักษาสิกขาบทให้ครบถ้วนได้ เพราะความจำเป็นในชีวิต ฉะนั้น ขอให้ตั้งสัจธรรมไว้ว่า ถ้าศีลข้อใดก็ดีใน ๕ ข้อนี้ เราจะทรงไว้ได้ตลอดชีวิต จะไม่ละเมิด ให้ตั้งจิตถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ในชีวิตของเรานี่ สิกขาบทใดสิกขาบทหนึ่งหรือสองสิกขาบทก็ตามที ซึ่งไม่เกินวิสัยเราจะทรงไว้ให้ครบถ้วน ไม่ยอมให้มัวหมอง สำหรับท่านผู้ใดสามารถจะทรงสิกขาบททั้ง ๕ ประการได้ หรือ ๘ ประการได้ก็ยิ่งดี อย่างนี้ได้ชื่อว่ามีความเคารพในองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการปฏิบัติ กาย วาจา ใจ และสำหรับกำลังใจนั้นมีความสำคัญ บรรดาพุทธบริษัททุกท่านทรงความดี คือ นึกถึงบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีจิตยึดพระพุทธคุณไว้เป็นสำคัญ
การนึกถึงพระพุทธคุณทำอย่างไร ว่ากันมากไปก็ไม่ถนัด อิติปิ โส ภควา ฯ จนจบก็ไม่ไหว ฉะนั้น โบราณาจารย์จึงกำหนดไว้ว่าบุคคลใดผู้ใดมีความนึกถึงบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ให้ภาวนาว่า
junior phumivat
30-04-2008, 10:57 AM
อสุรกาย พวกที่ ๑-๒ และ สัมภเวสี
จาก หนังสือ ไตรภูมิ (http://www.luangporruesi.com/book/10.html)http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/thumbnail/tripoom.jpg (http://www.praruttanatri.com/images/pic_book/tripoom.jpg)
ท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้มาพบกับบรรดาท่านพุทธบริษัทในเรื่องไตรภูมิตามเดิม ในตอนก่อนได้พาบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทไปนอนพักอยู่ในแดนเปรตมาสิ้นเวลา ๗ วัน หวังว่าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย คงจะเห็นเปรตได้ชัดว่าดินแดนของเปรตเป็นดินแดนนี่น่าอยู่เพียงใด หรือว่าใครจะไม่อยากอยู่ก็เป็นเรื่องของญาติโยมพุทธบริษัท วันนี้ออกเดินทางต่อไป ลาเปรตเสีย บรรดาเปรตทั้งหลายถ้าหากว่าเราจะพูดกัน เรื่องพูดมีมาก แต่ทว่าเกรงบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทจะรำคาญ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะพูดไปพูดมามันก็เรื่องของเปรต เป็นอันว่าบรรดาเปรตทั้งหลายเป็นสภาวะที่เราไม่น่าอยู่ เราไม่น่าพิสมัย
ทั้งนี้ ดินแดนที่เราจะเดินทางต่อไป ตอนนี้เราเดินทางกลับมาเมืองมนุษย์กันก่อนดีกว่า ออกจากดินแดนของเปรต หันหน้ามาทางทิศนะวันตก เป็นทางขาวใหญ่ เดินต่อมาเรียงแถวกันให้ดีนะ ดีไม่ดีตอนระหว่างสุดทางของนรก แล้วก็สุดทางของมนุษย์ สุดแดนของสวรรค์ ด้านขวามือนั้นมีนรกสำคัญอยู่ขุมหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่าโลกันตนรก เดินไปอีกหน่อยสมมุติว่าเดินผ่านมา เข้าถึงจุด ๓ จุดที่เข้ามาชนกัน คือเรียกว่าแดน ๓ แดนชนกันที่สุดของนรก ที่สุดของมนุษย์ และที่สุดของสวรรค์ มองไปทางขวามือจะเห็นภูเขาลูกใหญ่ปากช่องโต ภายในมีถ้ำ ในนั้นมีความเยือกเย็นมาก ในถ้ำนั่นแหละ เราเรียกกันว่าโลกันตนรก มันไม่เป็นเรื่อง พูดมาแล้วนี่ ไม่ต้องแวะเข้าไปดู ตานี้มาเดินกันต่อไป จะเสียเวลา พอเดินมาถึงทาง ๔ แพร่ง ก็พบว่าท่านเทวดาอินยืนยิ้มอยู่ พวกเราก็ยกมือไหว้ท่านเสียหน่อยซี ท่านเป็นเทวดา ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะยังไงๆ ก็ตามเขาก็เป็นเทวดา ขึ้นชื่อว่าเทวดาย่อมมีความดี ๒ ประการ คือ มีหิริ และโอตตัปปะ หิร ิแปลว่า ความอายบาปอายความชั่ว โอตตัปปะเกรงกลัวผลของความชั่ว นี่ใครจะถือว่าเป็นพระเป็นเจ้าเป็นนักบุญ นับถือพระพุทธศาสนา ไม่ควรจะไหว้เทวดา นั่นไม่จริง เทวดานี่ควรไหว้ เพราะเขามีความดี ถ้าหากว่าเขาไม่ดีละเขาก็เป็นเทวดากันไม่ได้ ไหว้เทวดาเถอะ ไม่เสียหายอะไร อย่างน้อยที่สุดเทวดาก็มีความดีกว่ามนุษย์อยู่มาก ลาท่านเทวดาอินเสีย เดินเข้ามาดูบนดินแดนของมนุษย์ ภาพข้างหน้าเกลื่อนกล่นไปด้วยผี บรรดาผีทั้งหลายนี่เราเรียกกันว่า อสุรกายบ้าง สัมภเวสีบ้าง สภาพของอสุรกาย บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เรามองดูแล้วจะมีอยู่ ๒ แบบด้วยกัน คือ แบบที่ ๑ พวกที่ ๑ เป็นพวกอสุรกายที่ยังมีกรรมหนัก ร่างกายทรุดโทรมหน้าตาซีดเซียว เรียกว่าไม่มีความสง่าผ่าเผยผอมกะหร่อง ผมเผ้ารุงรังน่าเกลียด ไม่ใช่น่ากลัว เรียกว่าเป็นการน่าเกลียด น่าสะอิดสะเอียน อสุรกายพวกนี้มีความดีกว่าเปรตอยู่อย่างหนึ่ง คือหากินได้ แต่ทว่าจะต้องหากินประเภทของที่เขาทิ้งแล้ว บูดเน่าแล้วอย่างซากศพ คนตาย สุนัขตาย ควายตาย สัตว์ตายหรือเศษอาหารที่เขาทิ้งไว้เน่าๆ พวกนี้กินได้ เวลาที่เราเห็นเขากิน ก็เหมือนกับเห็นว่าเรากินธรรมดามีการเคี้ยว มีการกลืนเหมือนกัน มีสภาพเหมือนว่ากินเนื้อสัตว์เข้าไป กินอาหารเข้าไปหมด แต่ทว่าน่าแปลกที่ซากยังเหลืออยู่ พวกนี้กินอะไร? กินอาหารที่เป็นนามธรรม คือว่ากินอาหารที่ไม่ใช่รูปธรรม พวกอสุรกายพวกนี้ต้องลำบากแบบนี้ แต่ว่าดีกว่าเปรต ยังกินได้ ที่เรียกว่าอสุรกายเพราะมีรูปร่างหน้าตาไม่สวย คอยหลบหน้าคนอยู่เสมอ มีความไม่กล้าเป็นปกติ ท่านจึงเรียกว่าอสุรกาย
ตานี้ อสุรกายอีกพวกหนึ่ง มีความดีมาก ใกล้จะพ้นความเป็นอสุรกายแล้ว คือว่าโทษทัณฑ์ที่เป็นเศษกรรมในภาวะของการเป็นอสุรกายใกล้จะหมดไป ตอนนี้มีรูปร่างหน้าตาอ้วนท้วนใหญ่โต แต่ทว่าผิวดำมะเมื่อม อสุรกายพวกนี้มีกำลังมาก มักจะชอบรับสินบนจากชาวบ้าน แล้วก็ปลอมแปลงตัวเป็นเจ้าเข้าทรง บางทีก็ไปหลอกพระ พระที่มีความเข้าใจไม่ถึง ก็คิดว่าบรรดาอสุรกายพวกนี้แหละเป็นผู้วิเศษ ถ้าใครนิยมพระศรีอาริย์ เขาก็จะเข้าไปสอดแทรกแล้วก็บอกว่าเขาเป็นพระศรีอาริย์ หรือว่าใครนิยมจ้าวองค์ใดองค์หนึ่งก็ตาม เทวดาองค์ใดองค์หนึ่งก็ตาม พวกนี้นิยมเข้าไปแทรก บอกว่าเขาเป็นคนนั้น บรรดาพวกเข้าทรงทั้งหลาย ถูกพวกนี้ปลอมมาก เคยพบมาหลายราย พวกนี้มีรูปร่างหน้าตาแข็งแรงใหญ่โตทะมัดทะแมง ผู้พูดเองก็เคยถูกอสุรกายพวกนี้ปลอมเล่นงานอยู่หลายครั้ง แต่ก็จับตัวได้ ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะบุคคลที่เขาอ้างถึง รู้จักหมด เป็นอันว่าโกหกกันไม่ได้ นี่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย มองไปซี โลกนี้บรรดาอสุรกายทั้ง ๒ ประเภทและก็สัมภเวสีเกลื่อนกลาดไปหมด นี่หากว่าบรรดามนุษย์ทั้งหลายสามารถเห็นอสุรกายหรือสัมภเวสีได้ทุกคน หรือเปรตได้ทุกตน เปรตก็เหมือนกัน ลอยอยู่บนดินแดนของมนุษย์เกลื่อนไปหมด ถ้าเราเห็นได้เราก็เดินตรงทางไม่ได้ ต้องหลีกกันย่ำแย่เรียกว่าเดชะบุญนะที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทส่วนใหญ่ ไม่สามารถจะเห็นอสุรกายและเห็นพวกผีทั้งหลายได้ จึงไม่ต้องหลีกใคร เป็นอันว่าเรื่องราวของอสุรกายนี้เป็นเศษกรรมอันหนึ่ง แต่ว่าดีกว่าเปรตที่ว่ายังหากินได้ แต่ผีระวังนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ระวังอสุรกายปลอมผู้ที่เข้าทรง นับถือจ้าว นับถือเทวดา ระวังให้มาก พวกนี้มีความรู้มากเหมือนกัน ถ้าใครตายแล้วไปเกิดที่ไหน เขาสามารถจะบอกได้ ใครบนบานศาลกล่าวอะไรใครไว้เขาก็รู้เหมือนกัน แล้วเขาก็มีอำนาจบางอย่างที่จะรักษาโรคได้ จะบันดาลอะไรได้บางอย่างตามสมควร แต่ว่ากำลังไม่เสมอเทวดา พวกนี้จะต้องสังเกตได้ว่าจะแสดงท่าทางผิดปกติจากพระหรือเทวดาธรรมดา นี่มีในที่แห่งหนึ่งเขานิยม เขาบอกว่าในก๊กของเขา หรือในกลุ่มของเขาเป็นศาสนาพระศรีอาริย์ แล้วก็กลุ่มนี้อยู่ในถ้ำๆ หนึ่งอาตมาเองไปพบ วันนั้นก็ไปคุยกัน คุยกันไปคุยกันมาก็ถึงเวลาถวายทาน พระองค์นั้นท่านบอกว่าท่านเองน่ะ เข้าถึงพระศรีอาริย์เป็นปกติ ตานี้เวลาถวายทาน ท่านก็ว่าอะไรของท่านพึมพำๆ ไปตามเรื่อง เวลาที่ลูกน้องเจริญกรรมฐานทำสมาธิ เขากล่าวคำให้ทานกันแล้วให้ลูกน้องทำสมาธิ เมื่อลูกน้องทำสมาธิก็ปรากฏว่าพระองค์นี้สวด นั่งสวดแทนที่จะสงบ เป็นแบบสวดมนต์ แล้วก็ใช้ภาษาที่มนุษย์ไม่สามารถจะรู้เรื่องได้ อาตมากับเพื่อนคนหนึ่งไปร่วมในพิธีนั้น เห็นตัวดำมะเมื่อม ผลที่สุดก็ทราบว่าอสุรกาย ก็เลยเฉยไว้ เมื่อพระองค์นั้นสวดเสร็จแล้ว ถามว่าสวดทำไม เวลานี้ลูกน้องทำสมาธิท่านสวดทำไม เขาก็บอกว่า พระศรีอาริย์มายืนอยู่ข้างหลัง บอกให้สวด ก็เลยบอกว่าพระศรีอาริย์ที่ไหน ผมเห็นไอ้ดำมันยืนอยู่ข้างหลังท่านนี่ ไอ้ดำตัวนี้มันเป็นอสุรกาย มันปลอมเข้ามาในพิธี การสวด มันก็ไม่ถูกแบบแผน แบบแผนของพระพุทธเจ้าน่ะ เวลาที่ลูกน้องทำสมาธิต้องใช้เวลาสงบสงัด แต่ไอ้การทำแบบนี้มันไม่ถูกนี่ขอรับ พระองค์นั้นน่ากลัวจะไม่ชอบใจ เพราะว่าไปพูดไปว่าเขาต่อหน้าลูกศิษย์เขานี่ มันก็ไม่ดีเหมือนกัน แต่หากจะถามว่าพูดทำไม ก็เพราะว่าเป็นการผิดแนว ถ้าเราจะปล่อยกันไปพระองค์นั้นก็นุ่งเหลืองห่มเหลืองแล้วก็โกนหัวเหมือนกัน เขาจะหาว่าพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาน่ะเลอะเทอะเหมือนกันหมด จึงบอกว่า ทางที่ดีละก็ ท่านควรจะทำใจของท่านให้ดีไปกว่านี้ ให้รู้ว่าใครมันไปใครมันมา เวลานี้ศาสนาของพระพุทธเจ้ามีนามว่า พระสมณโคดมน่ะยังไม่หมด ยังอยู่ในระหว่างเขตศาสนาของท่าน แล้วการที่จะมาประกาศศาสนาใหม่ บอกว่าเวลานี้เป็นยุคใหม่แล้วไม่ใช่ยุคเก่า เป็นยุคของพระศรีอาริย์ แบบนี้ ดูท่ามันจะไม่เหมาะ ถ้ากระไรก็ดี เราก็เป็นลูกพ่อเดียวกัน อย่าทำอะไรให้มันนอกรีตนอกรอยไปเลย นี่ว่ากันเท่านี้นะพูดให้ฟังว่าอสุรกายพวกนี้มันปลอมตัวได้ แต่ว่าถ้าคนไม่เข้าใจมันจริงๆ ละก็ มันเล่นงานเสียหลายรายแล้ว
ต่อแต่นี้ไป ก็มาพูดถึงสัมภเวสี ประเดี๋ยวก่อน ญาติโยมพุทธบริษัท บางทีญาติโยมจะสงสัยว่า อสุรกายนี่ต้องลำบากอยู่สักเท่าไร ถ้าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายถามแบบนี้ อาตมาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้บอกเวลาไว้ว่าจะเสวยผลประเภทนี้ไปสักกี่ปี กี่เดือน กี่วัน เป็นแต่เพียงท่านบอกว่า ถ้าพ้นจากสภาวะความเป็นอสุรกายแล้ว ก็ต้องเป็นสัตว์เดียรัจฉาน รู้กันไว้เท่านี้ก็แล้วกันนะ อาตมาจะบอกให้เลยไปกว่านี้ก็บอกได้ เป็นของไม่ยาก แต่ว่าบอกแล้วเวลาอาตมาตายไปแล้วไปลงนรกไม่บอกดีกว่า ถ้าตายแล้วต้องลงนรกนี่ไม่เอานา มันไม่ใช่ของดี
เอาละ ต่อแต่นี้ไปก็เลยอสุรกายไปนิด ความจริงมันไม่ใช่เลย เรามายืนอยู่ในขอบเขตของเมืองมนุษย์นี่แหละ แต่ว่าเป็นผี คนพวกนี้มีอิสระ ไม่อยู่ในอำนาจของใครไม่ใช่เปรต ไม่ใช่อสุรกาย เป็นใคร? ที่เราเรียกกันว่า สัมภเวสี คือว่าคนที่ตายแล้วยังไม่ถึงอายุขัย เรียกว่ามีกรรมที่เรียกกันว่าอุปฆาตกรรม เข้ามาริดรอน ตัดรอนเสียตั้งแต่ยังไม่หมดอายุขัย ท่านพวกนี้เวลาตายแล้วทางนรกไม่ต้องการ ทางสวรรค์ไม่ต้องการ บุญที่ทำไว้ยังไม่ให้ผล หรือว่าบาปที่เขาทำยังไม่ให้ผล ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะเรียกเข้าไปสอบสวนและจัดการลงโทษ มีสภาพเหมือนกับคนออกจากบ้านนี้แล้วเข้าบ้านโน้นไม่ได้ จะกลับเข้าบ้านนี้ก็ไม่ได้ เดินไปเดินมาไม่ใช่ว่าแบบหนุ่มเจ้าสำราญนะ เดินแบบลำบาก หาอะไรกินไม่ได้ ผีประเภทนี้เราเรียกกันว่าสัมภเวสี แปลว่าพวกแสวงหาที่เกิด หมายความว่าแสวงหาที่อยู่แน่นอน บรรดาคนที่ตายในสภาพนี้ ที่บรรดาหมอผีทั้งหลายชอบเรียกเอาไปเลี้ยงก็เพราะว่าเขาเป็นคนหิว เขาไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีอาหารเป็นเครื่องบริโภค ในเมื่อสภาพของเขาเป็นคนหิวแบบนี้แล้วใครชวนก็ไป ก็แบบเดียวกับเรา เราก็เหมือนกัน เมื่อที่อยู่ไม่มี ใครชวนไปอยู่ด้วยก็ไป ไปทำไม? ไปเพื่อประทังชีวิตให้มีความสุข พวกนี้ต้องการเครื่องเซ่นสรวงบูชา แล้วสำหรับคนที่ตายประเภทนี้ ที่หมอเขาบอกว่าสะเดาะเคราะห์ได้จะไม่ตาย นี่เป็นความจริงเพราะว่ากรรมที่กระทำให้พวกเขาตาย เรียกว่าอุปฆาตกรรม กรรมเข้ามาตัดรอนในระหว่างอายุขัย ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องตาย แต่ถ้าหากว่า เราทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะเป็นการชดเชยกับความชั่วที่จะเข้ามาริดรอนเสียได้ อายุเข้าก็จะยืนต่อไป ที่เรียกกันว่าการต่ออายุ แต่ทว่าการต่ออายุนี่ต้องระวังนะ ส่วนใหญ่ที่เคยได้ฟังมา มันเป็นการต่ออายุหมอไป หมอที่ทำพิธีน่ะ ได้รับการต่ออายุหมดเคราะห์ แต่ว่าคนที่เข้าไปสะเดาะเคราะห์กลับเพิ่มเคราะห์เข้ามาอีก ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะเชื่อหมอนี่ หมอบอกว่า ถ้าไม่ทำละก้อ ต้องตายเมื่อนั้นเมื่อนี่ ถ้าทำเสียแล้วจะมีความดี หมอก็ตั้งราคาไว้สูง จะต้องหาเงินให้หมดเป็นพันเป็นหมื่น พิธีกรรมก็มากมายถ้าทำไปแล้ว ถ้าไม่ถูกพิธีกรรม การสะเดาะเคราะห์นั้นไม่มีผล แต่เราต้องเสียสตางค์ เราเสียสตางค์ก็ชื่อว่าเพิ่มเคราะห์เข้ามา สำหรับหมอ หมดเคราะห์ไป เราเสียไปให้พันบาท เรื่องการสะเดาะเคราะห์ คือเป็นการต่ออายุ แบบนี้ระวัง ระวังต้องให้พอเหมาะพอดีกับกฎของกรรม ถ้าจะทำกันให้ถูกจริงๆ ละก็ ไปหาพระที่ท่านได้ทิพยจักขุญาณ หรือว่าอตีตังสญาณ อนาคตังสญาณ ความจริงมันก็ไม่ต่างกัน ได้ทิพยจักขุญาณอย่างเดียวเท่านั้นแหละมันก็ได้ทั้งหมด
เมื่อท่านทราบชัดว่า กรรมเดิมมีอะไรบ้างที่จะเข้าริดรอน ท่านก็จะสอบถามว่ากฎกรรมประเภทนี้ จะต้องชดใช้ด้วยอะไร เมื่อทราบชัดท่านก็จะบอกให้ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะพระเท่านั้นที่จะรู้ ฆราวาสที่เขารู้ก็มีถมไป ฆราวาสสมัยนี้ มีความดีจนพระควรจะอายมีเยอะ มีไม่น้อย เป็นอันว่าถ้าใช้ถูกจังหวะ ราคาก็ไม่แพง และผลก็จะได้สมความปรารถนาที่เขาจะต้องตายไป ก่อนที่เขาจะหมดอายุขัย ก็เพราะไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ ตานี้ เรื่องการสะเดาะเคราะห์หรือการต่ออายุก็ต้องดูกันใหม่ ดูกันไปว่าควรไม่ควรเพียงใด คนที่ถึงอายุขัยแล้วต่อไม่ไหว เมื่อพูดมาถึงตอนนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทที่ติดตามมาทัศนาจรดูอสุรกายและสัมภเวสีอาจสงสัยว่าหลวงตาองค์นี้ น่ากลัวจะพูดผิดเรื่องเสียแล้ว พระพุทธเจ้า ไม่เคยต่ออายุใครนี่ แล้วก็ตาเถรหัวล้านนี่มาพูดกันยังไงกัน ทำไมมาแนะนำให้ชาวบ้านต่ออายุ ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัทสงสัยตอนนี้ละก็ไปเปิดพระธรรมบทดู ที่บอกให้เปิดธรรมบทที่เขาลงท้ายว่าขุททกะ ขุททกนิกาย นิกายแปลว่าหมู่ ขุททกะแปลว่าเล็กๆ น้อยๆ คือเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เล็กๆ น้อยๆ กระจุ๋มกระจิ๋มเป็นวิชาเกล็ด ท่านพุทธโฆษาจารย์ท่านรวมไว้อีกจุดหนึ่งแล้วไปเปิดดูเรื่องอายุวัฒนกุมาร ว่าพระพุทธเจ้าเป็นหมดดูหรือเปล่า แล้วก็พระพุทธเจ้าเป็นนักต่ออายุคนหรือเปล่า นี่นักสมถวิปัสสนา นักเข้าวัดละมักจะสวดพระสวดคนที่เขาทำสมถกรรมฐาน เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าใครเขาดูด้วยอำนาจของญาณ ทำพิธีกรรมละบอกว่านอกรีตนอกรอย ทำไม่ถูก พระพุทธเจ้า สอนไว้ว่าการเป็นหมอดูเป็นไม่ได้ ทำพิธีกรรมแบบนี้ทำไม่ได้ คนเมื่อจะถึงคราวตายเป็นอำนาจกฎของกรรม ทำแล้วมันไม่ถูกนอกรีตนอกรอยนอกประเพณี นอกคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่แหละบรรดาญาติโยมคนรู้มากก็ยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ แต่ว่าคนพึ่งคลานได้นี่ซิ กลับไปด่าคนพึ่งคลานได้แบบนี้ นี่ซิ กลับไปด่าคนที่เขาวิ่งแข็งแล้วว่าทำไม่ถูก คนเกิดมาจะต้องคลานอย่างนี้ นี่ซิ มันเป็นแบบนี้ ลักษณะแบบนี้มันมีอยู่มาก อ่านหนังสือไม่ทันจะจบ ตานี้ถ้าไปดูเรื่องอายุวัฒนกุมาร อายุวัฒนกุมารนี่เกิดมาเป็นเด็กตัวเล็กๆ ยังไม่ ๗ ขวบ นั่งไม่ได้ จะต้องตายในระหว่างนั้น พ่อแม่ของอายุวัฒนกุมาร มีลูกเป็นคนแรก มีพราหมณ์อยู่คนหนึ่งเป็นเพื่อนกัน พราหมณ์คนนี้ แกได้ทิพยจักขุญาณ แกได้ญาณต่าง ๆ มีอตีตังสญาณ อนาคตังสญาณ ก็ว่ากันไปตามเรื่อง แต่ว่ากำลังญาณ กำลังญาณของแกยังอ่อนกว่าพระพุทธเจ้า แกรู้ตัวว่าแกสู้พระพุทธเจ้าไม่ได้ แกก็ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าดีกว่าแก สองคนตายายพ่อแม่ของเด็กอายุวัฒนกุมารคนนี้ ทราบข่าวว่าเพื่อนฤาษีคนนี้เข้ามาในเขตของเมือง ก็พากันไปหา เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน เมื่อคุยกันด้วยดีพอสมควรแก่เวลา ท่านพ่อก็ส่งลูกให้แก่แม่ กราบลาเพื่อนกลับ เพื่อนก็บอกว่าท่านจงมีอายุยืนยาว ทีฆายุโก โหตุ นะ ภาษาบาลี นึกจะไม่พูดให้ฟัง เพราะภาษาบาลีมันขัดคอคนฟัง ทีฆายุโก โหตุ ท่านจงมีอายุยืนยาวเถิด ตานี้เมื่อท่านพ่อกราบลาแล้ว ท่านแม่ก็ส่งลูกให้ท่านพ่อ ท่านแม่กราบบ้าง ท่านพราหมณ์ก็ว่าอย่างนั้น ว่า ขอให้ท่านเป็นผู้มีอายุยืนยาว อีตอนหลัง ก็จับลูกของเขาให้กราบ ลุงพราหมณ์คนนี้แกนิ่งเฉย แกไม่พูดแบบนั้น ท่านพ่อท่านแม่แกก็สงสัยว่า เอ๊ะ ! นี่เรากราบเพื่อนของเรา บอกว่าจงเป็นผู้มีอายุยืนยาว แต่ว่าเวลาที่เราให้ลูกชายของเรากราบ เอาละซีเพื่อนนิ่งเสีย สงสัย ถามว่าเวลาที่ผมกับเมียกราบท่าน ลาท่าน ท่านบอกว่าจงเป็นผู้มีอายุยืนยาว แต่เวลาที่ให้ลูกกราบทำไมจึงนิ่งเฉย ๆ ท่านพราหมณ์ก็บอกว่า ก็ลูกของแกอายุมันไม่ยาวนี่ จะต้องตายภายใน ๗ วัน ถ้าหากว่าฉันพูดแบบนั้นฉันก็พูดผิดน่ะซิ ไม่ได้แล้ว ฉันไม่พูด เขาก็เลยถามว่า ท่านรู้วิธีแก้ไหม ท่านพราหมณ์ก็เลยบอกว่าไอ้รู้ว่าจะตายน่ะรู้ แต่วิธีแก้น่ะ ไม่รู้หรอก คนที่รู้วิธีแก้มีอยู่คนเดียว คือรู้วิธีแก้ไม่ผิด คือพระสมณโคดม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าหากว่าท่านต้องการจะแก้ไม่ให้ลูกของท่านตายละก็ไปหาพระสมณโคดมเถิด ท่านแก้ได้ นี่คนโบราณที่เขาดีจริง ๆ น่ะเขาดี เขาไม่ได้ทะนงตัวนะ ว่าเขาดีแค่นี้ละก้อไม่มีคนดีกว่าเขา ไม่เหมือนบรรดาอาจารย์สมัยปัจจุบัน หวงลูกศิษย์กันนัก ลูกศิษย์ของตัวจะไปหาใครละบอกว่าอย่าเชียวนะ อย่า มาหาฉันแล้วจะไปหาคนอื่นไม่ได้นะ รดน้ำมนต์จากฉันแล้วอย่าไปให้คนอื่นรดเชียวนะ มาเป็นลูกศิษย์ฉันแล้ว อย่าไปเป็นลูกศิษย์คนอื่นเดี๋ยวจะพากันเลอะเทอะ ไม่ได้ของฉันเป็นผู้วิเศษ ดีไม่ดี เป่าขม่อมไปให้แล้วละก้อ อย่าไปให้ใครเป่าทับเชียวนะ ถ้าใครเขาเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ละก็อย่าเชียวแน่ะ เอาเข้ายังนั้น พรรคพวกเรามันเป็นยังงี้นะโยมนะ พรรคพวกเราเป็นแบบนี้อยู่เสมอ ที่ดีท่านก็มี ที่เป็นประเภทนี้ก็มีมาก
ตานี้เมื่อพราหมณ์ ๒ ตายายพ่อแม่ของเด็กทราบว่า เด็กจะตายใน ๗ วัน ก็ตกใจ เพราะเป็นลูกคนแรก ลูกผู้ชายเสียด้วย ออกจากสำนักของพราหมณ์เพื่อนที่แนะนำก็พากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พอไปถึงสำนักของพระพุทธเจ้า ก็ทำแบบนั้นแหละ เวลาลากลับพระพุทธเจ้าก็พูดเหมือนกับพราหมณ์ อีตอนลูกชายลาท่านก็เฉยเสีย พราหมณ์ก็ถาม ท่านก็บอกว่าลูกชายคนนี้จะตายภายใน ๗ วัน เขาก็ถามว่าทำยังไงจึงจะแก้ไขไม่ให้ตายได้เล่าพระพุทธเจ้าข้า พระพุทธเจ้าบอกว่าได้ ถ้าต้องการแบบนั้นได้ เพราะกรรมประเภทนี้เป็นอุปฆาตกรรม ไม่ใช่อายุขัย ถ้าอายุขัยตถาคตก็แก้ไม่ได้ คือเป็นกรรมที่เข้ามาแทรกระหว่างกลาง ซึ่งผลของความดีเด็กนี้ยังมีอยู่มาก ถ้าไม่ตายก่อน จะได้เป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนา แล้วจะมีอายุถึง ๑๒๐ ปี แต่อาศัยเวลานี้ กรรมที่เป็นอกุศลเข้ามาริดรอน จึงเป็นเหตุให้เด็กคนนี้จะต้องตายใน ๗ วัน เมื่อเขาทราบชัดก็ถามสมเด็จพระทรงธรรมว่า ทำยังไงจึงจะไม่ให้เด็กตายพระพุทธเจ้าข้า ท่านก็ตรัสแนะว่า พราหมณ์กลับไปบ้านไปทำโรงพิธีเข้าแล้วก็นิมนต์พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไปนั่งล้อมเจริญพระปริตรตลอด ๗ วัน เมื่อทำได้อย่างนี้ละก็ลูกของท่านจะพ้นจากความตาย ไอ้เรื่องกลัวเปลืองไม่มีสำหรับคนที่ลูกจะตาย ก็เลยทำตามสั่ง ไปถึงก็ทำโรงพิธีเข้า นิมนต์พระไป พระสมัยนั้นมีมาก ไปนั่งล้อมกันไม่ต้องให้สายสิญจน์ เมื่อล้อมกันแล้วก็เจริญพระปริตร สวดบ้างไม่สวดบ้าง แต่ก็นั่งล้อมกันแบบนั้น พระมาสับเปลี่ยนกันไป ไม่ใช่ไปชุดเดียวแล้วนั่งเจ็ดวันเจ็ดคืน มันคงแย่เหมือนกัน พอถึงวันที่เจ็ดปรากฏว่าพระพุทธเจ้าเสด็จเอง แล้วเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จ พรหมก็มา เทวดาก็มา แล้วคนที่จะเอาชีวิตของเด็กก็เป็นยักษ์ธรรมดา ๆ เป็นลูกน้องของท้าวเวสสุวัณณ์ อีตอนนี้เอง ในเมื่อเจ้านายชั้นผู้ใหญ่มา พลทหารก็ต้องไปยืนสุดกู่ องค์สมเด็จพระบรมครูก็นั่งอยู่จนครบรอบของวันที่ ๗ คือเริ่มต้นของวันท่านก็ไปนั่งจนที่สุดของวันคืออรุณใหม่ เพราะว่ายักษ์ตนนี้ได้รับพรจากท้าวเวสสุวัณณ์ว่าจะมาเอาขีวิตของเด็กคนนี้ได้ภายใน ๗ วัน ถ้าเลย ๗ วันแล้วไม่มีโอกาส ฉะนั้น เมื่อแกมาคอยอยู่ ๖ วันแล้วพระก็นั่งล้อมรอบอยู่แบบนั้น แกก็เข้าไม่ได้ ได้แต่ตั้งท่าว่าพระเผลอเมื่อไรจะเอาเมื่อนั้น แต่พอวันที่ ๗ วันสุดท้ายแกตั้งใจว่า วันนี้จะต้องเอาชีวิตเด็กคนนี้ให้ได้ ให้มันตายจากความเป็นมนุษย์ เพราะอะไร ? เพราะกรรมเดิมสร้างไว้มาก ที่เป็นปาณาติบาต แล้วความดีก็มีแยะ ในเมื่อเห็นท่าเอาไม่ได้แน่แล้วก็ต้องตั้งท่าให้พระเผลอ พระพุทธเจ้าเสด็จเสียเอง เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จ พรหมลงมา ตายักษ์คนนี้แกก็ถอยหลังลงไปพ้นเขตพรหม เทวดาลงมาแกมีบุญน้อยกว่าแกก็ถอยหลังออกไป ในที่สุดแกต้องไปนั่งอยู่ขอบจักรวาล เพราะพรหมและเทวดามาก มีปริมาณมากแล้วสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงนั่งเสียหมดเวลา เป็นอันว่าเด็กคนนั้นไม่ต้องตายเกินเวลาเจ็ดวันยักษ์ทำอันตรายไม่ได้ นี่แหละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายที่ติดตามรับฟังและติดตามทัศนาจรในภพต่าง ๆ กลับมาภพมนุษย์ด้วยกัน ทราบไว้ว่ากรรมที่เป็นอุปฆาตกรรม คือบรรดาสัมภเวสีพวกนี้ ที่เดินอยู่ข้างหน้า เดินเกลื่อนไปเกลื่อนมา มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคนธรรมดา เวลาที่เขาตาย เวลาที่ตายแต่งตัวแบบไหนนุ่งผ้าประเภทไหนก็แต่งตัวแบบนั้น แล้วก็สำรวยต่าง ๆ ท่าทางแข็งแรง แต่ดูเหมือนว่ามีความกังวลอยู่อย่างหนึ่ง คือมีความทุกข์ใจไม่รู้จะเกิดที่ไหน ไม่รู้จะพักผ่อนที่ไหนได้แน่นอน บรรดาสัมภเวสีพวกนี้มีความลำบาก นี่ถ้าหากว่าบรรดาเขารู้ในด้านการตัดอุปฆาตกรรม เสียได้แล้วละก็เขาจะมีความสุขมาก
เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัท เรื่องนี้รับฟังไว้แล้วก็ควรจะฟังต่อสักนิดว่า ถ้าญาติของเราตาย ตายด้วยอำนาจของสัมภเวสี คือไม่สิ้นอายุ ฟ้าผ่าตาย สุนัขกัดตาย มดกัดตาย ยุงกัดตาย คลอดบุตรตาย ถูกฆ่าตาย ถูกยิงตาย รถชนตาย แต่ก็ไม่แน่นักนะ บรรดาพวกนี้ถึงอายุขัยก็มี แต่เผื่อเหนี่ยวไว้ก่อน สมมุติว่าเขาเป็นสัมภเวสี พอตายไปแล้วไม่ต้องทำบุญมาก ทำบุญให้ได้บุญชัดๆ หาอาหารชนิดที่ไม่มีบาป เอาผ้าไตรมา ๑ ไตร เอาพระพุทธรูปมา ๑ องค์ นิมนต์พระมารับสังฆทานที่บ้าน ทำเงียบๆ อย่าให้มีเหล้ายาปลาปิ้ง อย่าทุบแม้แต่ไข่สักหนึ่งฟอง เมื่อทำบุญเสร็จ อุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะคนที่ตาย ไม่ให้ใครทั้งหมด ถ้าทำอย่างนี้ละท่านพวกนี้จะมีความสุข ได้รับผลบุญทันที มีความผ่องใส มีความอิ่มเอิบเมื่อเข้าถึงอายุขัย เมื่อใดก็เป็นอันว่าพวกนี้จะไปถึงด้านของสวรรค์ก่อน
สำหรับท่านอายุวัฒนะกุมารนั้น ปรากฏว่าเมื่อพ้นจากตอนนั้นมาแล้ว ถึงเวลาอายุ ๗ ขวบท่านก็เป็นสามเณร บวชเณร แล้วก็ได้อรหัตผลอยู่มาได้อายุ ๑๒๐ ปี ตรงตามที่องค์สมเด็จพระมหามุนีทรงตรัส
เอาละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท วันนี้ท่องเที่ยวชมกันเท่านี้ก็พอนะ เพราะเวลามันหมด เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ของสถานีเขาจะว่าเอา เกินเวลาเขาเสมอ เป็นอันว่าวันนี้พักอยู่แดนของอสุรกายอยู่สัก ๗ วัน พอครบ ๗ วันแล้วเดินกันใหม่นะ คราวนี้เดินเข้าไปหาดินแดนของสัตว์เดียรัจฉานและมนุษย์
เอาละนี่มันก็หมดเวลาแล้วนี่ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ก็นอนพักกันเสียก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่ บรรดาพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน สวัสดี.
ไฟบรรลัยกัลป์
<CENTER><TABLE borderColor=#000080 cellPadding=2 width="98%" border=0 ,><TBODY><TR><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="12%" bgColor=#ffa87d>ผู้ถาม</TD><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="88%" bgColor=#ffa87d>"หลวงพ่อคะ ที่ว่ามีไฟบรรลัยกัลป์จะเกิดอย่างไรคะ....?" </TD></TR><TR><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="12%"></TD><TD style="LINE-HEIGHT: 100%" vAlign=top width="88%">
"ที่ว่าจะมีไฟบรรลัยกัลป์มา เพราะว่าคนมีจิตบาปมาก ศีล ๕ ทำไม่ค่อยจะครบ เช่นปาณาติบาตเป็นต้น อายุมันจะน้อยลงทุกที จนกระทั่งอายุถึง ๑๐ ปี เป็นอายุขัย ตอนนี้เกิดมิคสัญญี ไม่มีการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน จะรบราฆ่าฟันกันมากพระอาทิตย์ท่านรำคาญเต็มที่ โผล่มาทีละ ๒ ดวง ๓ ดวง ๔ ดวง ตายหมด ทีนี้ถึง ๗ ดวง น้ำในมหาสมุทรก็แห้ง ต้นไม้แห้งกรอบจัด ผลที่สุดเป็นไฟลุก ไฟไม่ได้ไหม้มาจากไหน อาศัยน้ำแห้ง ต้นไม้แห้งกรอบเต็มที่ ความร้อนหนัก ก็เกิดไฟลุกขึ้นก็ล้างกันเสียทีหนึ่ง
ความจริงเรื่องรู้เลยตาย หรือรู้ก่อนเกิดนี้ ฉันเองก็ไม่ใคร่อยากจะพุด และไม่อยากจะเชื่อถือนัก เพราะดูแล้วมันเลยธงไม่น้อยเลย แต่มาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง คนเขียนเขียนเรื่องรู้เลยตายและรู้ก่อนเกิดไว้มากมาย เช่น รู้ว่าเมื่อสิ้นศาสนานี้แล้ว ไฟบรรลัยกัลป์จะไหม้ถึงภควพรหม ดูเรื่องมันมากมายนัก ฉันสงสัยไม่หายว่าไฟอะไรจะดันไปไหม้แต่เทวดาและพรหม ดูมันพิลึกพิลั่นมากมายเกินพอดี
เมื่ออารมณ์สงสัยเกิดขึ้น ฉันก็อดที่จะอยากรู้ตามความเป็นจริงไม่ได้ ในที่สุดคืนวันหนึ่ง ฉันนั่งคุมกรรมฐานอยู่ความสงสัยเรื่องรู้เลยธงเกิดขึ้นมาขวางจิต จึงถามท่านผู้รู้ที่เป็นสัพพัญญวิสัย ท่านทรงพยากรณ์ให้ทราบดังนี้
หลังจากกึ่งพุทธกาลไปแล้ว ๔,๐๐๐ ปี จะมีไฟล้างโลกล้างแต่โลกมนุษย์เท่านั้น ไม่ลุกลามไปถึงเทวดา
ท่านบอกว่ามันเริ่มความเร่าร้อนตั้งแต่ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี แล้วจากนั้นไปพวกอธรรมเกิดมาก มีอำนาจวาสนามาก ทำให้ความสงบสุขไม่มี เพราะพวกอธรรม เป็นพวกเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ส่วนรวม
โลกจะร้างไม่มีต้นหญ้ากอไม้ แม้แต่น้ำในมหาสมุทรก็ไม่มีไปครบ ๑,๐๐๐ ปี
หลังจากนั้นแล้วจะมีฝนใหญ่ตกลงในมนุษยโลกแม่น้ำและมหาสมุทรจะเต็มไปด้วยน้ำ พื้นโลกจะชุ่มชื่น ต้นหญ้าต้นไม้ จะเริ่มงอกงามขึ้นเป็นลำดับ จนโลกทั้งโลกกลายเป็นป่าไม้
หลังจากโลกที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นหญ้าใบไม้นั้นทิ้งระยะนาน ๑ หมื่นปี สัตว์โลกเริ่มเกิดสัตว์และคนที่มาเกิดยุคต้นนั้นไม่ได้อาศัยบิดามารดาเป็นแดนเกิด มาเกิดแบบโอปปาติกะ คือ มาเกิดด้วยอำนาจกรรม คือเป็นตัวตนขึ้น
จะยังไม่มีพระอาทิตย์พระจันทร์ส่องแสง มีแสงสว่างเกิดจากอำนาจบุญของแต่ละบุคคล คือมีแสงสว่างออกจากตัวเองเป็นสำคัญ
เรื่องอาหารนั้น ในระยะแรกยังไม่ต้องการอาหาร มีความอิ่มด้วยธรรมปีติ เพราะแต่ละคนที่มาเกิด ล้วนแล้วแต่มาจากเทวดาหรือพรหมทั้งนั้น ไม่มีสัตว์นรกหรือเปรตเจือปน โลกจึงเต็มไปด้วยความสุข หาความทุกข์ไม่ได้ นอกจากกฎธรรมดา คือความเสื่อมของสังขาร
เรื่องการทะเลาะยื้อแย่งไม่มี คนทุกคนเป็นคนสวยหมด มีผิวขาวเหลือง เนื้อละเอียดทั้งหญิงและชาย มีแต่คนรวย ไม่มีใคนจน มีแต่คนใจบุญ ไม่มีใครใจบาป
เมื่อโลกมีมนุษย์และสัตว์บริบูรณ์ มีดวงจันทร์ มีดวงอาทิตย์ ระยะเวลานับแต่มีสัตว์โลก เกิดในโลก เวลาล่วงมาได้ล้านปี
คนสมัยนั้นมีอายุครองตนเองได้ ๔ หมื่นปี เป็นอายุขัย ท่านว่าตอนนั้น พระศรีอาริย์ (http://www.banfun.com/buddha/ariyamettri.html)จะมาตรัสเป็นพระพุทธเจ้า
เขตที่ท่านลงมาตรัส สมัยปัจจุบันเรียกว่า เขตเมืองพม่า
พูดถึงไฟบรรลัยกัลป์แล้วน่ากลัวจริงๆ นะ แต่ถ้าคนชั่วมีมาก ก็ควรล้างกันเสียที"
</TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER>
คัดลอกจากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษเล่ม ๒ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี<CENTER>ศาสนาพุทธ มีอายุครบ ๕,๐๐๐ ปี
</CENTER>
ผู้ถาม : "มีด็อกเตอร์คนหนึ่งนะคะพูดว่า ศาสนาพุทธนี่มีอายุไม่ถึง ๕,๐๐๐ ปี ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ เพราะขณะนี้ทางเบื้องบนตกลงไว้ว่าจะมีการชำระล้างกันก่อน เพราะว่าเวลานี้คนบาปมากเพื่อว่าจะได้มีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ ทีนี้ขอเรียนถามหลวงพ่อว่า จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้เป็นไปตามนั้นคะ....?"
หลวงพ่อ : "ปัญหานี่ดี แต่ฉันว่าไม่มีหรอก พระพุทธศาสนาต้องทรงอยู่ได้ถึง ๕,๐๐๐ ปีแน