PDA

View Full Version : นั่งสมาธิแล้วรู้สึว่าจะขาดใจตาย....โปรดชี้นำผมด้วยครับ


ekkapon.ch
09-11-2007, 02:41 PM
ผมนั่งนานๆแล้วรู้สึกว่ามีแสงอะไรไม่รู้อยู่ประมาณท้องแล้วเลื่อนขึ้นมาถึงคอแล้วรู้สึกว่าใจไอแต่ไม่กล้าไอ แล้วผมก็รู้สึกว่าร่างกายผมหายไปเหลือแต่ลมหายใจอย่างเห็นได้ชัดอาการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นเลื่อยการหายใจก็เร็วขึ้นเลื่อยๆผมรู้สึกว่าลมหายใจจะขาดแล้ว และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมเคยรู้สึก ตอนนั้นผมก็ตกใจมาก ข่วยชี้แนะหน่อยได้ไหมครับ

อักขรสัญจร
09-11-2007, 02:51 PM
พิจารณาอยู่ในกองกรรมฐานน่ะแหละ
อาการมีเป็นล้าน ทางแก้มีทางเดียว
ถ้าจะคอยไล่ถามทุกอาการก็ไม่ต้องไปไหนกันหละ
แก้ไปจนตาย
ไม่ได้อะไรขึ้นมา

ekkapon.ch
09-11-2007, 02:53 PM
ขอบคุณมากเลยๆครับที่ชี้แนะ

วิมังสา
12-11-2007, 12:46 AM
ผมนั่งนานๆแล้วรู้สึกว่ามีแสงอะไรไม่รู้อยู่ประมาณท้องแล้วเลื่อนขึ้นมาถึงคอแล้วรู้สึกว่าใจไอแต่ไม่กล้าไอ แล้วผมก็รู้สึกว่าร่างกายผมหายไปเหลือแต่ลมหายใจอย่างเห็นได้ชัดอาการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นเลื่อยการหายใจก็เร็วขึ้นเลื่อยๆผมรู้สึกว่าลมหายใจจะขาดแล้ว และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมเคยรู้สึก ตอนนั้นผมก็ตกใจมาก ข่วยชี้แนะหน่อยได้ไหมครับ
คุณเอกพล(ถูกไหมครับ) อธิบายอาการมาค่อนข้างสับสนและมีหลายเหตุปนกัน อย่างแรกผมเข้าใจว่าคุณเอกพลได้เข้าสู่สมาธิแล้วแต่ฐานจิตเกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งคุณเอกพลได้กำหนดรู้ตามไปแทนที่จะดึงกลับมากำหนดไว้ที่ท้อง(เหนือสะดือประมาณ 2 นิ้ว)ตามเดิม อย่างที่สอง ร่างกายหายไปและลมหายใจแผ่วเบาเหมือนจะไม่หายใจ เกิดอาการตกใจกลัว เลยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและการหายใจก็เลยเร็วขึ้นตาม

อาการเช่นนี้เป็นอุปสรรคมากสำหรับการปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อจิตเกิดอาการกลัวจนคุมไม่อยู่ ซึ่งจะทำให้กลับเข้าสู่ความสงบในภายหลังอีกได้ยากเพราะจิตจะเกิดความกลัวและหวาดระแวงในอาการที่เกิดขึ้น ให้ทำความเข้าใจกับตนเองว่า ลมหายใจไม่ได้ขาดหายไปไหน(หรือไม่ได้หยุดหายใจ) เพียงแต่ละเอียดลงไปจนรู้สึกว่าไม่ได้หายใจ(ที่จริงยังมีลมหายใจอยู่แต่เบามาก) แล้วให้ตั้ง(ทรง)ความรู้อยู่เช่นนั้นจะสามารถเข้าถึงสมาธิที่ละเอียดมากได้

เอาใจช่วยให้ข้ามพ้นอุปสรรคนี้ไปได้โดยเร็วครับ

นังกิ๊บตัวดี
12-11-2007, 01:00 AM
กิ๊บว่าไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ
ทำไปเหอะ รับรองไม่ตายแน่
ถึงจะตายก็ขึ้นชื่อว่าตายตอนทำความดี
เนอะ ว่ามั๊ย ^_^

Rattanaporn
12-11-2007, 03:55 AM
อาการเช่นนี้เป็นอุปสรรคมากสำหรับการปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อจิตเกิดอาการกลัวจนคุมไม่อยู่ ซึ่งจะทำให้กลับเข้าสู่ความสงบในภายหลังอีกได้ยากเพราะจิตจะเกิดความกลัวและหวาดระแวงในอาการที่เกิดขึ้น


เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะคุณวิมังสา...เพราะเคยเกิดขึ้นแก่ตนเองมาแล้ว...(แต่
แตกต่างกันและนั้นคืออาการ 1 อย่างของการปฏิบัติ)..เคยรู้สึกกลัวและตื่นเต้น
มาก และเมื่อได้มาคิดพิจารณาถึงอาการที่เกิดขึ้นแล้ว...อยากให้เกิดขึ้นอีกสัก
ครั้ง..(กิเลสเล่นงาน)...แต่ไม่เคยได้อาการเดิม ๆ กลับมาอีกเลย..จะเปลี่ยน
เป็นอาการและรูปแบบใหม่ ๆ เรื่อยไป (บางครั้ง..*นั้น*..ทำให้เราไม่ทันตั้ง
ตัว..)...ก็เท่ากับว่าจิตโดนเล่นงานเป็นคำรบใหม่เรื่อย ๆ


เราต้องแก้ไขที่จิตของเราค่ะ...(พูดนั้นง่ายมากแต่ทำยาก..ในแต่ละบุคคล)...
เมื่อคุณเอกพลปฏิบัติมาถึงขึ้นนี้แล้ว...อย่าหยุดและอย่ายอมแพ้นะคะ...เรา
ต้องสู้ค่ะ...(โดยส่วนตัวแล้ว...จะพยายามตั้งสติค่ะ..ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแล้ว
ปล่อยให้มันผ่านไป)...อย่าลืมนะคะ..ตายในขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่มีสุขคติเป็น
ที่ไปค่ะ...(หาได้ยากยิ่ง)...แต่เชื่อเถอะค่ะ..ว่าไม่ตายแน่นอน...ขอให้คุณเอก
พล...โชคดีนะคะ...ธรรมรักษาค่ะ...คุณมีของเดิมดีอยู่แล้วค่ะ..(เชื่อเช่นนั้น)

แคปหมู
12-11-2007, 11:29 AM
เป็นเหมือนกันเลยครับ พยายามและพยายาม

Nuam
12-11-2007, 12:39 PM
ใจเย็นๆครับ
เป็นความละเอียดของลมหายใจครับ

nutnun_k
15-11-2007, 01:05 AM
ไม่มีอะไรหรอกค่ะ จิตเราก็อย่างนี้ตกใจนิดหน่อยเพราะมันไม่เคย ปกติคนเรา(=ขันธ์ 5)กลัวตายเป็นสัญชาติญานอยู่แล้วพอเข้าสมาธิลึกจนแยกกายเนื้อกับกายทิพย์ออกเลยตกใจ ลองไปฝึกมรณนุสติสิค่ะ ทรมานมากกว่านี้อีก เป็นการฝึกถึงความรู้สึกตอนจะตายเสมือนไปหลอกขันธ์ 5ว่าจะตายมันทรมานมากเหมือนจะขาดใจตาย ปวดไปหมดแล้วก็มีดไปหมด ถ้าฝึกเก่งแล้วเขาบอกว่าจะสามารถกำหนดให้ตัวเองตายแล้วฟื้นขึ้นมาตามเวลาที่กำหนดคือหยุดลมหายใจตัวเองได้ ประโยชน์คือเอาไว้หนีภัยสัตว์ร้ายหรือซ้อมตายไว้ก่อนพอรู้วิธีก่อนจะตายจะได้ครองสติและไม่ทรมานมาก และสามารถรักษาโรคบางโรคที่เรื้อรังได้หลังจากฟื้นขึ้นมา พระอุปคุตท่านก็สำเร็จวิชานี้เลยไปนั่งภาวนาที่สะดือทะเล ตอนฝึกครั้งแรกมันจะทรมานมากๆ แต่ครั้งต่อไปไม่ทรมานแล้ว แต่ต้องไปฝึกกับอาจารย์นะคะอันนี้มันอันตราย

parnparn
22-11-2007, 09:35 PM
ทำสมาธิต่อไปกำหนดลมหายใจ ตามไปเรื่อยๆ บางครั้งจะรู้สึกเหมือนหายใจออก หรือหายใจเข้าซ้อนๆกันหลายๆครั้ง ไม่ต้องกลัว เป็นเหตุจากกรรมเก่า กรรมฐานที่เคยทำมาในอดีตชาติ ตามต่อไปแล้วจะรู้สึกเหมือนจิต กับร่างแยกจากกัน แยกรูปแยกนาม เริ่มเข้าสู่สติปัฏฐานแล้วครับ

kurochang
23-11-2007, 04:09 PM
เหมือนผมเลยคับ เกร็งที่ท้องขึ้นคอ ที่หูก็มีอะไรมาบีบหูจะแตกตายอีกต่างหาก

แคท
04-01-2008, 10:04 PM
อินทรียส์ ยังไม่พร้อม ค่อยๆ ฝึก ไปนะค่ะ

note_bank
24-01-2008, 12:03 PM
เราก้อเป็นนะ
แต่ว่าก้อตัดสินใจตาย
คือถ้านั่งแล้วจะต้องตายคาสมาธิก้อยอมตาย แล้วมันก้อหาย
คือก้อบ้านิดๆอ่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดก้อจะไม่มีอะไรกระทบใจระหว่างที่นั่ง บางครั้งก้อต้องตัดสินใจตอนเริ่มว่า หากร่างกายมันต้องดับขณะที่นั่งก้อให้มันดับไปเป็นการปลงสังขารด้วย ลองดูนะ

avatan
27-01-2008, 05:08 AM
ผมก็เป็นครับ2ครั้ง ครั้งแรกนี่เข็ดเลยครับไม่กล้านั่งต่อไป 1อาทิต

(ครั้งแรกนี้ หายใจไม่ออกครับกลัวมากจนถึงกับกระวนกระวายควานหาลมหายใจไห้ได้ หัวใจเตนรัวเหมือนจะขาดใจ ตอนนั้นหูไม่ได้ยินเสียงเหมือนคนหูอื้อตัวตนไม่มีความรู้สึก ทำให้สติสตังกระเจิงไปหมดรีบฝืนตัวเองไห้ลืมตาขึ้นมาจน ได้ พอลืมตาขึ้นมาก็หายใจรัวๆใจก็เต้นเร็ว เพราะตกใจกับอาการนี้)

หลังจากนั้นก็หยุดไปนั่งไปเป็นเวลา1อาทิต แล้วพอทำใจได้แล้วก็กลับมาฝึกไหม่แล้วรู้สึกว่าระดับอารมตกลงไปเยอะเลยกำลังใจก็หาย แล้วต้องมานั่งเป็นอาทิตถึงจะกลับมาจับอารมณ์แบบเดิมได้

ครั้งที่2 ก็เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง พอสวดมนต์อาราธนาศีลแผ่เมตตาเสร็จก็คิดในใจอย่างที่พระหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เขียนไว้ว่า ถ้าไม่กลัวตายคิดว่าร่างกายนี้ไม่ต้องการมันแล้ว ถ้าจะตายก็ขอได้ไปพบพระพุธเจ้า... พอตอนครั้งที่2เกิดนี้แตกต่างจากครั้งแรกตรงที่ว่าครั้งที่ 2 นี่รู้สึกตัวลอยขึ้นตอนที่มันกำลังลอยขึ้นนี้ ลมหายใจแผ่วเบาลงจนแถบไม่มีลมแล้วก็ใจเต็นรัวๆๆ (คิดในใจว่าเอาอีกแล้ว)ผมก็อดทน มันเหมือนจะเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว ในใจก็คิดว่าถ้าตายจะขอไปหาองพระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น...แต่เพราะความกลัวผมฝืนทนไม่ไหวเพราะยังใจไม่แข็งพอไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไรบ้าง เลยรีบออกจากสมาธิ

ส่วนตัวผมนั้นยังเป็นศิษย์ไม่มีครู อาศัยหาความรูจากหนังสือและเวบไซต์แห่งนี้การฝึกกรรมฐาน และ อภิญญา และอื่นๆ ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คือความรู้ที่เอามาฝึกเอามาจากคำสอนของหลวงพ่อท่านนี้ โดยคุณWebsnowเป็นผูนำมาเผยแผ่...

ในใจผมเลยไม่มั่นใจเพราะกลัวว่าด้วยความที่เรายังเป็นศิษย์ไม่มีครู อาจจะเป็นอันตรายรึเปล่าหากถอดกายทิพย์ออกไปแล้วไม่มีบารมีครูอาจารย์คอยส่องทางนำทาง กลัวจะหลงทางไปเสียก่อนและกลัวจะกลับมาไม่ได้ เลยทำไห้ผมยังไม่มั่นใจที่จะถอดกายทิพ......

หากท่านใดที่เคยมี"ประสบการณ์แล้ว"ขอคำชี้แนะด้วยครับ :)

nimitratulya
27-01-2008, 09:21 AM
ดูแค่รู้ แค่เห็น สักว่าเป็นที่รู้ สักว่าเป็นที่อาศัยระลึก นิ่ง วางเฉย อาการจะค่อยๆหายไป หากไปคิดกลัว จะฟุ้งซ่าน คุมสติไม่อยู่ จะหลุดจากสมาธิ
เป็นเพียงอาการแบบนึงเท่านั้นเอง จะเกิดอาการหรือไม่เกิดก็ช่างมัน แค่รู้ แค่เห็นพอ
มั่นคงในลมแลภาวนา สติจะมั่นคงดี เกิดความชุ่มชื่น สุข สงบ

เอเอ
09-02-2008, 05:19 PM
ตอนไปด้วยมโนมยิทธิเต็มกำลัง ได้ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหล่ะ เราตัดตายเลยนะ ตายเป็นตายวะ มันเหมือนหยุดหายใจไปแว๊บนึง แล้วมันก็พุ่งออกมาจากกระหม่อม ตอนนั้นไม่รู้สึกกลัวตายนะ พอออกไปได้ ไปเห็นสถานที่นึง ซึ่งชัดเจนแจ่มใสมาก (ยิ่งกว่าตาเห็น) ประสาทสัมผัสทุกอย่างรับรู้หมด แล้วดันตกใจนึกว่าผีหลอก ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง ก็กลับมา ตั้งแต่นั้นมาก็ไปไม่ได้อีก ไม่รู้ว่าชาตินี้จะไปได้อีกรึเปล่า

เอเอ
09-02-2008, 05:24 PM
ผมก็เป็นครับ2ครั้ง ครั้งแรกนี่เข็ดเลยครับไม่กล้านั่งต่อไป 1อาทิต

(ครั้งแรกนี้ หายใจไม่ออกครับกลัวมากจนถึงกับกระวนกระวายควานหาลมหายใจไห้ได้ หัวใจเตนรัวเหมือนจะขาดใจ ตอนนั้นหูไม่ได้ยินเสียงเหมือนคนหูอื้อตัวตนไม่มีความรู้สึก ทำให้สติสตังกระเจิงไปหมดรีบฝืนตัวเองไห้ลืมตาขึ้นมาจน ได้ พอลืมตาขึ้นมาก็หายใจรัวๆใจก็เต้นเร็ว เพราะตกใจกับอาการนี้)

หลังจากนั้นก็หยุดไปนั่งไปเป็นเวลา1อาทิต แล้วพอทำใจได้แล้วก็กลับมาฝึกไหม่แล้วรู้สึกว่าระดับอารมตกลงไปเยอะเลยกำลังใจก็หาย แล้วต้องมานั่งเป็นอาทิตถึงจะกลับมาจับอารมณ์แบบเดิมได้

ครั้งที่2 ก็เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง พอสวดมนต์อาราธนาศีลแผ่เมตตาเสร็จก็คิดในใจอย่างที่พระหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เขียนไว้ว่า ถ้าไม่กลัวตายคิดว่าร่างกายนี้ไม่ต้องการมันแล้ว ถ้าจะตายก็ขอได้ไปพบพระพุธเจ้า... พอตอนครั้งที่2เกิดนี้แตกต่างจากครั้งแรกตรงที่ว่าครั้งที่ 2 นี่รู้สึกตัวลอยขึ้นตอนที่มันกำลังลอยขึ้นนี้ ลมหายใจแผ่วเบาลงจนแถบไม่มีลมแล้วก็ใจเต็นรัวๆๆ (คิดในใจว่าเอาอีกแล้ว)ผมก็อดทน มันเหมือนจะเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว ในใจก็คิดว่าถ้าตายจะขอไปหาองพระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น...แต่เพราะความกลัวผมฝืนทนไม่ไหวเพราะยังใจไม่แข็งพอไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไรบ้าง เลยรีบออกจากสมาธิ

ส่วนตัวผมนั้นยังเป็นศิษย์ไม่มีครู อาศัยหาความรูจากหนังสือและเวบไซต์แห่งนี้การฝึกกรรมฐาน และ อภิญญา และอื่นๆ ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คือความรู้ที่เอามาฝึกเอามาจากคำสอนของหลวงพ่อท่านนี้ โดยคุณWebsnowเป็นผูนำมาเผยแผ่...

ในใจผมเลยไม่มั่นใจเพราะกลัวว่าด้วยความที่เรายังเป็นศิษย์ไม่มีครู อาจจะเป็นอันตรายรึเปล่าหากถอดกายทิพย์ออกไปแล้วไม่มีบารมีครูอาจารย์คอยส่องทางนำทาง กลัวจะหลงทางไปเสียก่อนและกลัวจะกลับมาไม่ได้ เลยทำไห้ผมยังไม่มั่นใจที่จะถอดกายทิพ......

หากท่านใดที่เคยมี"ประสบการณ์แล้ว"ขอคำชี้แนะด้วยครับ :)

ไม่มีครูก็หาครูสิจ๊ะ แนะนำวัดท่าซุง แต่ถ้าอยู่กรุงเทพแนะนำบ้านสายลมจ้ะ ถ้าอยากฝึกเดือนนี้แนะนำฝึกกับอาจารย์ไก่ที่บ้านพระอาทิตย์ค่ะ

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
จ.กรุงเทพมหานคร
บ้านเลขที่ ๖๘ ซ.ประชาราชบำเพ็ญ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง จ.กรุงเทพมหานคร
ติดต่อ คุณ ซัน โทร.๐๘๖ – ๖๖๖๗๗๖๔
ดูแผนที่สถานที่ ฝึก
http://www.konmeungbua.com/smfboard/index.php?topic=7.0 (http://www.konmeungbua.com/smfboard/index.php?topic=7.0)
==================================
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
๐๙.๐๐น.ถึง ๑๒.๐๐ น. แนะนำพระกรรมฐานมโนมยิทธิ และ ญาณ ๘
๑๓.๓๐น.ถึง ๑๖.๐๐ น. แนะนำพระกรรมฐานมโนมยิทธิ และ ญาณ ๘
๑๙.๐๐น.ถึง ๒๒.๐๐ น. แนะนำพระกรรมฐานมโนมยิทธิ และ ญาณ ๘

ไปไม่ถูกบอก เดี๋ยวพาไปจ้า

จารุง นิ่มนวล
13-02-2008, 12:38 AM
ตายไปได้ขึ้นสวรรค์ แต่คงไม่ตายไม่เป็นไรเพราะเหตุการณ์ยังมาไม่ถึง อย่าด่วนคิดว่าต้องตายแน่ไม่ตายไม่ตาย

ป้อมสระบุรี
24-02-2008, 03:18 PM
เป็นธรรมดาของการฝึก กำหนดรู้เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะดีเอง แค่อาการเบื่องต้นของผู้ปฎิบัต เท่านั้นเอง

pat3112
24-02-2008, 08:46 PM
อย่างที่เพื่อนๆบอกครับ ไม่มีอะไรต้องกลัวแรกๆมักจะเป็นอย่างนั้น ทำบ่อยจนมีความละเอียดในองค์ณานจะไม่มีอาการเอง เรื่องตายน่าคิด ถามตัวเองว่ามีใครไม่ตายมั่งตายทุกคน ทุกวินาทีแต่ตายเวลาที่ทำสมาธิอย่างน้อยก็ไปสุคติใช่ไหม

เด็กชายพชร
26-02-2008, 11:17 AM
อื้อหือ ห้องนี้มีคนเก่ง ๆมาตอบข้อสงสัยเยอะแยะเลย
ได้คำตอบดี ๆ ที่คนอ่าน (โง่ ๆ )อย่างเราจะนำไปปฏิบัติด้วย
ขอบคุณพี่ เพื่อน ทุกคนที่ตอบให้ จขกท.ได้คำตอบ และ คนอ่าน หายสงสัย
สาธุ

นายจันทร์เจ้า
27-02-2008, 09:19 PM
สาธุ โมทนาครับ ฝึกต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ฝึกไปโดยไม่ต้องสนใจว่าจะได้อะไร

อยาก เวียนว่าย
01-03-2008, 03:19 AM
สาธุ.................ขอร่วมอนุโมทนาบุญ กับทุกๆท่านด้วยคนครับ

ทั้งท่าน จขกท.ที่มีใจไฝ่ธรรม และท่านผู้รู้ที่คอยช่วยชี้แนะ ประคับประครองกัน
สมแล้วที่พวกเราได้ มาเกิดร่วมภูมิสถานและกาลเดียวกัน............สาธุ


ขอธรรมจงปกปัก ผู้รักษ์ธรรม