PDA

View Full Version : บันทึกบุญ ของข้าพเจ้า


ปานโสม
30-08-2007, 06:18 AM
จุดประสงค์ ของการตั้งกระทู้ ก็เพื่อ ให้เพื่อนๆ ได้อนุโมทนา บุญ
รวมบุญ เพื่อเป็นบุญต่อบุญ และบันทึกฝากเอาไว้ ที่เว๊บพลังจิตแห่งนี้
เพื่อให้ตัวเองกับครอบครัวและลูกๆได้อ่าน ได้ทำตาม.
(หากแม่ไม่อยู่ ก็ให้น้องอ้อน น้องออม น้องอีฟได้ทำต่อ)

เป็นเพราะ ชาได้โอกาส ทำบุญ-กุศลมาก
จริงอยู่มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ปัจจัย หรือ ความมาก-น้อย
แต่ทว่า เพราะชาโชคดี มีโอกาส ทำเสมอต้นเสมอปลาย
ซึ่งหลายๆคน อาจมีจิตใจที่ใสและกว้างใหญ่กว่าฟ้า
แต่หาโอกาส ทำเหมือนชาไม่ได้บ่อยๆ
จึงมาเขียนเพื่อให้ อนุโมทนากัน ดังนี้

เพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
พร้อมทั้งอุทิศอนิสงค์ผลบุญให้ บิดา-มารดา ครูบา-อาจารย์
เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบุญนายคุณ ทั้งหลาย ทั้งปวง

ปานโสม
30-08-2007, 06:33 AM
(rose)สมัยที่ฝึก มโนมยิทธิ กับอาจารย์ไก่ครั้งแรก

อาจารย์ก็ไล่ไปทีละคนว่า ใช้มโน ไปถึงไหนกันบ้าง
ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ ก็ไปกันได้ถึงจุดหมาย...แต่ของชา
ไปยังไง ก็ไปนั่งอยู่ในมือ ของพระพุทธรูปสีขาว องค์ใหญ่กว่าภูเขา
แล้วท่านก็พาเหาะ ขึ้นไปบนฟ้า...ฝึกกี่หน กี่หนก็ได้เห็นตัวเอง
นั่งแต่ในอุ้งพระหัตถ์


ทำให้นึกว่า โอละหนอ...นี่กระมังอนิสงค์ผลบุญ ที่เราเคยร่วมสร้างพระพุทธรูป
เมื่อคราวใดๆ เมื่อไหร่ก็ตาม ท่านจักปรากฏ ให้เป็นพุทธานุสติเสมอๆ

วันที่ 24 สิงหาคม ได้มีความตั้งใจ ร่วมสร้าง


..พระพุทธรูป 19ศอก ณ พระพุทธบาท 7รอย
ที่ วัดพระพุทธบาทนำทิพย์ จังหวัด สกลนคร
*จำนวนเงิน หนึ่งหมื่นบาท

หลวงพ่อ โทรมาถาม ว่าจะรับวัตถุมงคลไหม
ชาตอบว่า ของดีที่หลวงพ่อมี ชาขอสัก 2-3ชิ้นได้ไหม
เพื่อให้ลูกให้หลานไว้ติดตัว...
ท่านอวยพรสั้นๆ ว่า "ขอสมปรารถนา "
ชาขนลุกทั้งตัวเป็นเม่น คำอวยพรเดินทางไกล
เป็นแค่กระแสจิตที่ส่งมา
นี่ละหนา บุญ รับ แบบเต็มๆ


ผู้ที่บอกบุญ คือ คุณแม่บ้าน MBNY และ พี่ Noi
อนุโมทนา สาธุ กับพี่ๆทั้งสองด้วยเถิด.

24 สิงหาคม 2550

อักขรสัญจร
30-08-2007, 06:37 AM
สาธุ ขออนุโมทนาด้วยจ้ะ
สูบไม่เลี้ยง
อิอิ

ปานโสม
30-08-2007, 06:44 AM
ชาได้ขอ เบื้องบนว่า...ชาได้เงินมาแบบไม่เหนื่อยมาก
วันนี้จะทำบุญ ขอให้ท่านแนะนำด้วยว่าทำอะไรจักได้อนิสงค์ผลบุญ
ทุกประการ แก่ เขาเหล่านั้นทั้งหลาย....

ชาไปธนาคาร ตั้งใจว่า วันนี้ หากจะใช้จ่ายอะไรก็ขอให้ได้ทำบุญก่อน
ได้เจอ มูลนิธิพุทธรรมนิมิตร...
จะมีงานล้างป่าช้าเร็วๆนี้
ชาจึงสำรวมจิต แผ่เมตตา ปรารถนาว่า ขอให้บุญถึงพวกเขาด้วยเถิด..
จึงร่วมบุญและซื้อโลงศพ
เป็นเงิน 5500 บาท

อนิสงค์ การสงเคราะห์ เผาสรีระร่างกายของคนอนาถา ที่มีแต่ร่างกระดูก..
จะอำนวยให้ได้รับยศถาบรรศักดิ์ และบริวารถึง 8000 กัปป์
นี้เป็นครูอาจารย์บอกมา

หมายเหตุ
แต่ทว่า ...ตอนทำบุญนั้นไม่ได้หวังผลเช่นนี้
หวังอย่างเดียวว่า ขอให้เขาเหล่านั้นสุขกายสบายใจ และได้รับอนิสงค์ผลบุญทุกประการให้ได้ไปสู่สุขคติภูมิ ตามกำลังบุญ จวบจนกว่าพวกเขาจะถึงพระนิพพานเทอญ.

ปานโสม
30-08-2007, 06:58 AM
เมื่อประมาณ อาทิตย์ที่ผ่านมา...

เจ้านายของสามีชามา จากต่างประเทศ...

ทุกคนยุ่งมาก จึงให้น้องตุ๊ก เป็นคนพาเจ้านายและครอบครัว
ไปทำบุญที่วัดพระแก้ว และวัดอื่นๆ

ทีนี้ตุ๊ก ก็พา เขาทั้งหลายไปหยอดเงินใสบาตรพระ ...
ต่างชาติถามว่า หยอดทำไม น้องตุ๊ก ไม่รู้จะตอบยังไง
จะตอบว่าไม่รู้ก็อายฝรั่งเขา
เลยมั่วๆ เอาว่า...เกิดชาติหน้าจะได้รวยๆ ฝรั่งก็งง..งง..


พอชารู้เรื่องเข้า ก็ได้แต่อมยิ้ม เขาก็ว่าถูก ของเขาแหล่ะ
หลายคน ทำบุญ ทำกันประจำ ทำเผื่อไว้ ทำกันเหนียว
ด้วยเจตนาอะไรก็ตามถือว่าดี...

นี่ก็ได้อนิสงค์ หลายทาง

ว่าในส่วนของอนิสงค์ ของการพาคนไปทำบุญก่อน


พระพุทธพจน์บทหนึ่งกล่าวว่า
"...บุคคลบางคนในโลกนี้ถวายทานด้วยตนเองแต่ไม่ได้ชักชวนคนอื่น
เขาย่อมได้โภคะสมบัติ แต่ไม่ได้บริวารสมบัติในที่ที่ตนเกิดแล้ว

บุคคลบางคนถวายทานด้วยตนเอง และชักชวนให้คนอื่นไปทำบุญด้วย
เขาย่อมได้โภคะสมบัติ และบริวารสมบัติในที่ที่ตนเกิดแล้ว

บุคคลบางคนไม่ยอมถวายทานด้วยตนเอง
และไม่ชักชวนคนอื่นไปทำบุญด้วย
เป็นมิจฉาทิฐิ เขาย่อมเป็นคนอดอยาก
ย่อมไม่ได้แม้กระทั่งข้าวพอจะกินให้อิ่มท้อง
ย่อมเป็นทุกข์อนาถาในที่ที่ตนเกิดแล้ว...."


อนุโมทนา สาธุ กับน้องตุ๊ก และพวกคนต่างชาติกลุ่มนี้ด้วยเถิด.

MOUNTAIN
30-08-2007, 07:09 AM
ขออนุโมทนากับคุณชา ด้วยครับ

ปานโสม
30-08-2007, 07:12 AM
สองอาทิตย์ที่แล้ว จำวันไม่ได้...ชาฝันตอนตี 4

ฝันว่า น้องชายห่มผ้าเหลือง เป็นพระ นำกำไล และแหวน
ที่มีพญานาคเจ็ดเศียรมาสวมให้...แหวนพญานาคเจ็ดเศียร ใส่ให้ตรงนิ้วชี้
แหวนเป็นรูปกรวยแบบสวมครอบ...
ชาร้องโวยในฝันว่า มาจับมือพี่ได้ไง เอ็งเป็นพระแล้ว ไม่อาบัติหรอกหรือ...
พอเขาใส่แหวนใส่กำไลให้แล้ว ชาก็ตื่น...


พอ 7โมงเช้าลูกสาวคนโต น้องอ้อน
ก็มาเซ้าซี้ให้ไปงานบุญเปิดสถานปฏิบัติธรรม...
ชาก็ไป นึกอยู่ว่าจะแต่งตัวอย่างไรน๊า
จึงได้เลือกผ้าไหมสีครีมอมขาวมาใส่ ให้เหมาะสมกับความเป็นมารดา...


ไปถึงงาน จึงตลึง ทุกคนใส่สีครีมหมด..เหมือนนัดกันมา
ยิ่งได้เห็นพระพุทธประธานแล้วก็อึ้งใหญ่...
เป็นพระพุทธสิริสัตตราช (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) เป็นครั้งแรกในชีวิต
โถ...ชาเพิ่งฝันเห็น นาค 7เศียรเช่นนี้เอง..
ได้นั่งปลื้มปิติ กราบหลวงปู่สอ พนธุโล จากวัดป่าบ้านหนองแสง


วันนั้นได้ทำมหาบุญ
ทั้งเคริ่อง สังฆทาน ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าไตรจีวร ภัตตาหาร คาว-หวาน
และปัจจัย...

อนุโมทนาบุญ เอาเถิดทุกท่าน
สาธุ สาธุ

MBNY
30-08-2007, 07:17 AM
ขออนุโมทนาสาธุกับทุก ๆ กุศลบุญ ด้วยค่ะ..



http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=202417&stc=1&d=1188368572 http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=196818&thumb=1&d=1187346073 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=196818&d=1187346073) 202631

DITCE
30-08-2007, 07:18 AM
อนุโมทนาด้วยครับ

ปานโสม
30-08-2007, 07:32 AM
พี่ตุ๋ย บุคคลที่กำลังเผชิญกับวิบากกรรม มารุมเร้าในชีวิต
ทำอะไรก็ติดขัด หนี้สินล้นท่วมหัว
ลูกสาววัย 3 ขวบเติบโตก้าวร้าว

ตื่นก็เป็นทุกข์ นั่ง เดิน ยืนนอนก็จมอยู่ในห้วงทุกข์...


ชาได้ พาพี่ตุ๋ยไปถือศีลอุโบสถ อยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 วัน
เมื่อว่างจากการ เจริญภาวนา ก็พาล้างจาน และกวาดลานวัด
บอกพี่แกง่ายๆ ว่า อธิฐานให้อุปสรรคทั้งหลาย
จงสลายหายไปเหมือนจานที่ล้างลานวัดที่กวาด..


อนิสงค์ ของการถือ ศีลอุโบสถ ปัจจุปัน
ทำให้มีศัตรูน้อย..เป็นผู้ไม่ขาดสติ ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข
ส่วนอนิสงค์ของสัมปรายภพนั้น เมื่อตายไปแล้วก็ไปเกิดเป็นเทวดา หรือเป็นมนุษย์ เป็นอย่างน้อยและจะมีรูปลักษณ์สวยงาม ไม่เป็นคนทุพพลภาพ..จนสุดท้านเมื่อบุญกุศลถึงพร้อม จักได้เกิดเป็นพระราชา หรือพระจักรพรรดิ์
**ตรงนี้ครูอาจารย์บอกมา.


ชาก็ว่ามีตุ๋ยเขาเป็นคนที่สวยงามอยู่แล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตา..
แสดงว่าทำบุญมาดีแต่ทำไมอุปสรรคเยอะจังน๊า...


พอวันลาศีล 8 ก็ได้พาพี่เขาร่วมทำบุญ
ปล่อยชีวิต โคกระบือ...บริจาคค่านำ-ไฟ สร้างโรงพยาบาล
สร้างถนน-หนทาง และ บริจาคทุนให้ พระ-เณร เพื่อการศึกษาพระธรรม.


อนุโมทนาบุญกับพี่ตุ๋ย พี่ปุย จากอุบลด้วยกัน เถิด..
สาธุ สาธุ

**ทำบุญหมดไป2000 พัน มีคนฝากเงินมาให้ สามพันแน่ะ
ก็เลยนำไปซื้อผ้าไตร-จีวรถวาย 3ชุด เดี๋ยวมาเล่าต่อ...

ปานโสม
30-08-2007, 08:04 AM
ถวายผ้าไตร-จีวร กับหลวงปู่บุญฤทธิ์

ชาได้พา สามี และครอบครัวมีคุณแม่ คุณยาย คุณน้า...และพี่ตุ๋ย
ไปกันประมาณเกือบ 20 คน น้องสาวชา น้อง เจเจ
ปกติอยู่ต่างประเทศกลับมาเมืองไทยก็ปีละ 2-3หน...


วันนั้นเป็นวันที่อิ่มบุญมาก...คุณยายทวด อายุมากแล้วปลื้มจนร้องไห้..
ดีใจลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า ทำบุญกันครบถ้วน

ชาและครอบครัวถวายผ้าไตร-จีวร
พร้อมทั้งปัจจัยและดอกไม้ธูปเทียน


1.อันตรวาสก คือ สบง
2.อุตตราสงค์ คือ จีวร
3.สังฆาฏิ คือ ผ้าพาดบ่าของพระภิกษุ
ทั้งสามอย่างนี้รวมกันจึงเรียกว่าผ้าไตรจีวร

สามีชาถวาย ซิการ์ ชาก็นึกๆอยู่ว่า
เอ..เดียวพอตายไปไปเกิดแถวไร่ใบซิการ์ทำไงอิอิ


อนิสงค์การถวาย ขอเล่าให้อ่าน จากเรื่องเมณฑกเศรษฐี
ในสมัยศาสนาของพระวิปัสสีพระพุทธเจ้า เมณฑกเศรษฐีได้เกิดเป็น กุฏุมภี
ชื่อว่า อวโรชะ เป็นผู้ที่มีความเลื่อทใสในพระพุทธศาสนามาก
และได้ทำบุญบริจาค การกุศลตลอดมา...
จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ก่อนตายได้ถวายผ้าไตรจีวรแก่พระภิกษุสงห์จำนวน 180,000,000 รูป
(สมัยนี้ ไม่รู้ว่ามีพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากขนาดนี้ไหม)


พอสิ้นอายุท่านก็ได้ไปเกิดในเทวโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติอยู่ที่นั่น
จนกระทั่งถึงสมัยพระศาสนาของพระสมณโคดม
จึงได้เกิดเป็นมหาเศรษฐีในเมืองสาวัตถี อุดมด้วยโภคทรัพย์
และในบริเวณบ้านเนื้อที่ประมาณ 125 ศอก
ข้างหลังบ้านท่าน มีแพะทองเกิดขึ้นมากมายผุดขึ้นมาเบียดเสียดกัน
ในปากแพะทองนั้นมีกลุ่มด้าย5สี อยู่ในปาก
ใครปราถนาอะไรก็ดึงด้าย 5สี ออกมาจากปากแพะก็จักสมปรารถนา
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้ชื่อว่า เมณฑกเศรษฐี แปลว่าแพะ
ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะอนิสงค์แห่งผลทานนั้นเอง.

สาธุ สาธุ

ปานโสม
30-08-2007, 08:09 AM
เอาเรื่องปล่อยปลาก่อน
ที่บ้านชา มีนำตก..ทีนี้เวลาล้างบ่อที มันก็มีปลา
ปัญหาคือ ปลามันตัวเล็ก
พันธุ์หางนกยูง...ไม่รู้มันมาจากไหน
ปลาหลายร้อนตัวก็ดิ้น ขลุกขลักๆ เพราะไม่มีนำ
กลุ้มใจ...ถ้าไม่เห็นมันก็อีกเรื่อง นี่น่ะมันเห็นแล้ว
ปล่อยให้ตายก็บาป จะช่วยก็ยาก
ยิ่งพวกที่ติดอยู่ตามซอกใต้ระเบียง รูมันนิดเดียวพอแค่ใช้ช่วงแขนล้วง
ระดม ลูกทั้งสามคน แม่บ้านอีกสอง ช่วยกันเอาแก้วเอาช้อนตักปลา
ช่วยได้มาเท่าที่เห็น ไม่รู้มีหลบในบ้างไหม
แล้วเอาไปปล่อย อ่างบัวแทน ประมาณ 200-300 ตัว
เหนื่อยซก ทั้งบ้าน แต่ก็เอานะ ทำบุญเหมือนกัน
จะแกล้งทำเป็นไม่เห็นก็ไม่ได้นี่นา

คำอ้น เพื่อนชาวพลังจิต...
เขาตั้งชมรมพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัย
คำอ้นได้ชวนเพื่อนๆ ปล่อยปลา จากตลาดประจำ...อนุโมทนาด้วยจ้ะ
ชาก็เลยฝากเงินไปให้ ตั้งใจทำทุกเดือนเดือนละ 2000 บาท
คำอ้นกับเพื่อนๆ จะเหนื่อย วิ่งเหมา ซื้อปลา
ที่กำลังจะโดนเชือดจากตลาด
หิ้วไปปล่อยบริเวณวัด ได้บุญได้บุญ
อีกหน่อย คนแถวนั้น คงไม่มีปลากิน เพราะคำอ้นเอาไปปล่อยหมด อิอิ
:d :d :d

อนิสงค์ของการปล่อยสัตว์ มีอะไรบ้างหนา จำไม่ได้แล้ว
อายุยืน ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีอุบัติเหตุ หมดเคราะห์.

หยุย
30-08-2007, 08:49 AM
บุญใดที่ท่านได้กระทำดีแล้วนี้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนากับท่านด้วยเทอญ

ปานโสม
31-08-2007, 06:06 AM
ถวายกฐิน

คุณยาย และ คุณแม่ เคยเปรยออกมาบ่อยๆว่า
แก่แล้ว งานบุญไหน ๆ ก็ไปช่วยมาตลอด
ทำอย่างไรหนอจะได้เป็นเจ้าภาพ
ถวายกฐินกับเขาบ้าง...หมู่บ้านที่ย้ายมาอยู่ ตั้งแต่ผู้แก่แม่เฒ่า
บ้านนี้ ตำบลนี้ไม่เคยมีการจัดทอดกฐินเลย...
เพราะทุกคนในตำบลอยู่กันแต่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้น


ความปรารถนาท่านก็เป็นจริง เมื่อน้องสาว เจเจ ตั้งงบประมาณให้
พี่น้องสองคน นั่งเถียงกันว่า เอาไง เรื่องเหล้าเรื่องเบียร์ พี่ละกลุ้มจริง
มันดูเหมือนๆจะกลายเป็นประเพณี ของชาวพื้นบ้านไปแล้ว
งานไหนๆ ก็ต้องกรึ๊บ เมา...
สรุปกันไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
บอกแม่เด็ดขาดว่า เงินทั้งหมดงบทั้งหมด ใช้ในส่วนงานอย่างเดียว
ไม่รวมเหล้า ใครจะกินเหล้า หากันเอาเอง...


วันนั้น บรรยากาศ ครึกครึ้น ทั้งเสียงดนตรีพื้นเมือง สลับเพลงกันตรึม ผลัดกันบรรเลง
ผู้อาวุโส ของหมู่บ้านนั่งจับกลุ่มรวมตัวกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ
เจอลูกเจอหลานคนไหน ก็เรียกผูกข้อแขน อำนวยอวยพร

ชาเองก็ยังผูกข้อมือขวา มาถึงวันนี้ เพราะตอนที่ผู้เฒ่าท่านอวยพร
ท่านมีแต่ความบริสุทธิ์ใจ ปลื้มใจ อิ่มใจ ซึ้งใจ
ในการที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพบุญใหญ่
คำอวยพรเช่นนี้จึงมีค่า ทางจิตใจสำหรับชา...


ผ้าไหมทอมือพื้นเมืองถูกนำมาจับจีบพับประดิษฐ์เป็นรูปร่างต่างๆ เช่นดอกไม้
โบว์ ....ประดับประดา แบบธรรมชาติ เป็นงานกฐินแบบพื้นเมืองแท้ๆ


กองเข้าของ-สังฆทาน หลายๆสิ่งถูกนำมาจัด เพื่อนำไปถวายวัด
อันเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคตามความจำเป็น


สนุกตอนที่พอพ่อเฒ่า พาทำพิธี ไหว้พระไหว้ครู และขออนุโมทนาบุญ-บารมี
ชาวบ้านประมาณร้อยคน ก็วิ่ง ไปลูบจับข้าวของต่างๆ บรรดามี
พร้อมกับนั้นอธิฐานทั้งในใจนอกใจ ปลาบปลื้มกันเป็นแถว
คนแก่หลายคน และคุณยายแอบๆเข้ามากระซิบถาม ชาว่า ...
อธิฐานด้วยอะไร จึงจะได้อนิสงค์ มากที่สุด
หากต้องเกิดมาเป็นมนุษย์อีก...
ชาก็ขำๆ ก็บอกว่า งั้นก็จับสังฆทานนะ และ จับให้หมดครบทุกอย่างเลย ฮา...
แต่ตอนอธิฐาน ต้องอธิฐานด้วยจิตที่มั่นคง ศรัทธาในบุญ ง่ายๆแค่นี้ละยาย..
.

คราวนี้ถึงตาที่ชาอธิฐานบ้าง...ชาจึงเดินไปกลางแจ้ง ฟ้าสว่างใสแดดก็ไม่ร้อน
เห็นแล้วว่าบางคนทำทั้งบุญทำทั้งบาป ในเวลาเดียวกัน
คนฆ่าหมู คนฆ่าไก่...คนกินเหล้า
จึงบอกว่า หมูและไก่ทุกๆตัวว่า
วันนี้ เป็นวันอันเป็นบุญของท่าน เลือดเนื้อที่ท่านมีก็อย่าได้หวงเลย
สละเป็นบุญ-ทาน ถวายพระให้ท่านได้ฉันท์ ให้คนได้อิ่ม
และกุศลผลบุญอันใด ที่ข้าพเจ้าและคนทั้งหลายนี้พึงจะได้รับ
ก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้รับโดยถ้วยหน้า ไปสู่สุขติตามกำลังบุญ-กุศลเถิด.

แล้วจึง สำรวมจิต บอกพระยายมราชว่า...
ลูกนี้ มีที่บริสุทธิ์แห่งใจและศรัทธาเป็นที่ตั้ง
ขออธิฐานว่า...วันนี้เวลานี้ ทุกคน(ทุกตน ทุกวิญญาณ)ที่ได้มาร่วมบุญกฐิน
หากเมื่อใด พวกเขามีเหตุพลาดพลั้งต้องตกนรก
ลูกขอให้ท่านช่วยเป็นพยานบุญ-กุศล
ที่พวกเขาได้ทำในวันนี้ด้วยเถิด สาธุ สาธุ

หลังจากนั้นจึงได้ เคลื่อนขบวน ไปวัด...
นี่จึงเป็นงานกฐิน งานแรกตั้งแต่หมู่บ้านนี้ได้จัดตั้งมา..หลายช่วงอายุคน.
อิ่มบุญ อิ่มบุญ

เดี๋ยวมาเล่า อนิสงค์การถวายกฐิน...

ปานโสม
31-08-2007, 06:52 AM
อนิสงค์การถวายกฐิน

พุทธองค์ตรัสแสดงอานิสงค์ของการถวายกฐินดังนี้
"บุคคลที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธา สร้างถวายกฐินจักได้อนิสงค์ 80 กัลป์"
(rose) (rose)(rose)

บุญกฐินถือเป็นทานที่ทำยาก ไม่เหมือนทานทั่วไป เพราะเป็นกาลทาน
ทานทั่วไปนั้น เรามีศรัทธา มีสิ่งใดก็ถวายได้ตามความปรารถนา
แต่กฐิน ต้องอาศัยกาลสมัย หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
จำกัดระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
คือตั้งแต่วันแรมหนึ่งคำ เดือนสิบเอ็ด ถึงวันขึ้นสิบห้าคำ เดือนสิบสอง
ตามที่กำหนดในพระธรรมวินัยใน
แต่ละปี วัดหนึ่งสามารถรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ถ้านอกเหนือจากนั้นจะถือว่าเป็นผ้าป่า
กฐินจึงถือว่า มีอนิสงค์แรงกล้า กว่าอนิสงค์ของการให้ทานอื่น.


กฐินยังมีอานิสงค์แก่ภิกษุผู้รับถึง 5 อย่างดังนี้


1.สามารถกั้นอาบัติบางข้อแก่ภิกษุผู้รับกฐิน
เช่นภิกษุอยู่ในอารามจะเข้าไปบ้านในเวลาวิกาลจะต้องบอกภิกษุอื่น
ถ้าเข้าโดยไม่บอกลาเป็นอาบัติ
แต่เมื่อรับกฐินแล้ว ท่านอนุญาติให้เข้าโดยไม่บอกลา ไม่ถือว่าอาบัติ


2.ภิกษุทุกรูปจะต้องรักษาผ้าครองของตน คือ สังฆาฏิ จีวร สบง
ถ้าไปสถานที่อื่น ถ้าไม่นำผ้าครองทั้ง 3ผืนไปด้วย จะเป็นอาบัติ
แต่เมื่อรับกฐินแล้วนำไปสองผืนก็ได้ไม่เป็นอาบัติ

3.เมื่อมีผู้ศรัทธานิมนต์ไปฉันท์ภัตตาหาร
ถ้าเขานิมนต์โดยออกชื่ออาหารไปฉัน
ไม่ได้ถือว่าผิดพระวินัย แต่เมื่อฉันแล้วก็เป็นอาบัติ
แต่เมื่อรับกฐินแล้ว ผู้มานิมนต์ออกชื่ออาหาร จะรับนิมนต์ไปฉันไม่เป็นอาบัติ.


4.พระภิกษุสงฆ์ ผู้ที่ได้รับกฐิน เมื่ออนุโมทนากฐินแล้ว
ยังมีอานิสงค์ยืดออกไปอีก คือ ตั้งแต่วันเพ็ญเดือนสิบสอง
จนถึงวันเพ็ญเดือนสี่ในระยะนี้สามารถเก็บจีวรที่ไม่ต้องการใช้ไว้ได้

5.ลาภสักการะทั้งหลายที่มีผู้มาถวายแก่วัดนั้นๆ
จะเป็นของภิกษุสามเณร หรือผู้จำพรรษา
ตลอดไตรมาสครบสามเดือนให้ได้แจกปันกันใช้สอย

kong_sorakrit
01-09-2007, 01:46 AM
ขออนุโมทนาสาธุในบุญกุศลด้วยนะครับ

ปานโสม
01-09-2007, 06:10 AM
อนิสงค์จากการช่วยเด็กตกน้ำ


สมัยก่อน ตอนชา ยังเป็นเด็ก อายุประมาณ 5-6ขวบ
พอจำได้ลางๆ บ้านคุณตาเนี่ย จะมีซุ้มประตูหน้าบ้านติดถนนใหญ่
เดินสักประมาณ 30ก้าวเด็ก จึงจะถึงตัวบ้าน...

มีคูคลองที่ค่อนข้างลึก เป็นคลองส่งน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงตัวอำเภอ
พอหน้าแล้งมันก็แล้ง...ผู้ใหญ่จึงต้องขุดบ่อ ลึกลงไปอีก
เพื่อเก็บน้ำให้มากขึ้นและซึมน้ำจากใต้ดินด้วย
คลองหน้าบ้านจึงเป็นสภาพ บ่อซ้อนคลอง

ช่วงวันนั้นเป็นฤดูฝน ฝนตกพรำๆ ทั้งวัน
ชากับน้องสาวจึงไปเล่นจับลูกกบ ลูกอ๊อด
ท่ามกลางสายฝน อยู่บริเวณสนามหญ้า สนุกสนานกันตามประสาเด็ก

สักพักหนึ่งน้องเจเจ ก็วิ่งมาเรียก บอกชาว่า พี่ เด็กตกน้ำ!
ไปช่วยหน่อยเร็วๆ เร็วเข้า

ชาก็กำลังง่วนอยู่ ตอบเนือยๆว่า อือ เดี๋ยวก่อน กำลังจับกบอยู่..อย่าเพิ่งกวน
น้องเจเจ ก็วิ่งกลับไป ชาก็ลืมสนิทเลยว่าเขาบอก ว่ามีเด็กตกน้ำ


สักพัก คราวนี้ น้องเจเจ วิ่งกลับมาอีก มาดึงเสื้อ พร้อมลากไป
ชาก็โวย ร้องดุน้องว่า ทำไมกวนใจจัง เห็นไหม กบหายหมดเลย
น้องเจเจ เริ่มร้องไห้ เราก็เอะใจ อ้าวพี่ดุแค่นี้ทำร้องไห้ โอ๋ หยุดร้องนะ

เจเจบอกว่า ไม่ได้ร้องเพราะโดนดุ แต่ร้องเพราะมีคนตกน้ำ กำลังจะตาย
ชาก็...อ๋อ ยังไม่ตายมั้ง ปะปะ พี่ไปดูก็ได้
คือนิสัยชาเป็นคนเฉยๆมากนึกว่าน้องแกล้งอำเล่น
เพราะ นึกไม่ออกว่าเด็กที่ไหน จะมาตกน้ำหน้าบ้านเรา


พอไปถึงริมคูคลอง อ้าว...เด็กมันไถลไปลงบ่อลึก มือยังยึด ขอบบ่อไว้
มันก็ลื่นๆ เพราะเป็นดินเหนียว ชาก็ยืนเกาหัวแกรกๆ จะช่วยไงดีหนอ

ร้องตะโกนก็ไม่มีใครอยู่ คนเขาออกไปทำงานกันหมด
ที่บ้านก็ไม่มีผู้ใหญ่สักคนอยู่ เพื่อนบ้าน ก็ไม่อยู่...

แถวนั้นไม่มีกิ่งไม้ หากจะวิ่งกลับไปเอาไม้กวาด มาให้เขายึดด้าม
ก็ คงไม่ทันเพราะตัวบ้านห่างจากตัวคลองนี้ เป็นช่วงระยะเวลาที่ต้องวิ่ง
เด็กคงยึดไม่ไหวแล้ว..


จึงตัดสินใจคลานกระดึบๆ เป็นหนอน นอนเอาลำตัวพาด ครึ่งริมคลอง
ให้น้องเจเจ ช่วยยึด ดึงขาไว้ ยื่นมือไปฉุดเด็ก
ชากับน้องสาว ทุลักทุเลกันมาก ใช้ความพยายามที่สุดของชีวิต
เพราะตัว เราตัวน้องเจเจ ตัวเด็กตกน้ำ นี่ตัวเล็กๆ พอๆกัน

ฝนก็ยังตกพรำๆ ตอนนี้ ชาเริ่มร้องไห้แล้ว...บอกเจเจว่า
เจเจ ยึดขาสองข้างพี่ไว้ให้แน่น นั่งคล่อมทับไว้นะ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามปล่อย

สองคนพี่น้องช่วยไปร้องไห้ไป เด็กคนที่ตกน้ำ ก็ตกใจเกินกว่าจะร้องไห้แล้ว
ยึดมือชาไว้แน่น จึงค่อยๆ ตะเกียกตะกาย ฉุดขึ้นมาบนฝั่งได้
นั่งหอบหายใจแฮกๆ ภูมิใจ ที่ช่วยสำเร็จ...


พวกชาทั้งสามคน นั่งตากฝนอยู่กันริมคลอง กลางสนาม ไม่มีคำพูดจา
เพราะเหนื่อย ตกใจ อึ้งใจ...จนกระทั่ง สติกลับมา

จึงร้องถามว่า ไอ้น้อง บ้านเอ็งอยู่ไหน แล้วทำไม ถึงมาตกน้ำแถวนี้
น้องเริ่มนำตาซึม บอกว่า อยู่ข้างหลังบ้านพี่ไป ในนา โน่น
บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างไง เดินประมาณ ครึ่งกิโล
โห...น้องมาจมน้ำไกลจัง ชานึกในใจ


สักพักหนึ่งมีผู้หญิงวัยกลางคนวิ่งร้องตะโกนมาแต่ไกล ร้องตามหาลูก
ชานึกในใจอีก ทำไมตอนเด็กกำลังจมน้ำไม่ยักกะโผล่มา มาอะไรตอนนี้

พอผู้หญิงคนนั้นเขามาถึงก็ไม่พูดไม่จา กลับฟาดลูกเขาอย่างแรง
ฟาดตีไปด่าไป แล้วดึงหูลากเดิน กลับบ้าน


ชากับน้องเจเจ มองหน้ากัน...เห็นตรงกันว่าเขาดุ และใจร้าย
ลูกตนเองตกใจเพราะจมน้ำเกือบตาย ก็ไม่ปลอบ ไม่กอด กลับดุตี
สองพี่น้องก็เลยเดินจูงมือกันตามประสาเด็กไปนั่งไล่จับลูกกบต่อ


สังเกตุ สมัยก่อนนี่ ตากฝนกันเล่นได้ทั้งวัน ไม่ค่อยป่วยหรอก
สมัยนี้ 5นาทีก็เป็นหวัดแล้ว


เดี๋ยวมีต่อข้างล่างค่ะ เรื่องนี้ยาว

ปานโสม
01-09-2007, 06:46 AM
(rose)
หลังจากนั้นจึงพอทราบได้ว่า ที่แม่ใจร้ายคนนั้น เขาตีลูกเขาเพราะเขาตกใจ
ห่วงลูก รักลูก แต่ทำอะไรไม่ถูก กลัวลูกตาย จึงต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด
เพื่อไม่ให้ลูกทำอีก นั่นเอง.

หลังจากนั้น ชาและน้องสาวก็ ได้ย้ายไปอยู่กับคุณพ่อ ที่จังหวัดสุรินทร์
คุณพ่อรับราชการ จึงย้าย ไปตามวาระ.

ตอนนี้ก็โตขึ้นมาอีกขวบปี หรือไม่ก็สองขวบปี
เพราะมานั่งเขียนนี่ ต้องเค้นความทรงจำ ถือว่าความจำยังโอเคอยู่
เพราะมันเป็นเหตุการณ์ ที่ใครก็ไม่น่าจะลืมกันลง

จมน้ำ ที่สระวัด
หลังวัด บ้านไผ่ จะมีสระชื่อว่าสระหม่อม
รอบๆสระ จะมีต้นตาลปลูกเรียงกันไปหมด
เด็กรุ่นๆ เดียวกันกับพวกชา จะชอบไปเล่นน้ำ และเก็บลูกตาลที่มีจาวกิน
หวานอร่อย อันดับแรกก็เก็บผลตาลที่มันเริ่มออกรากและออกยอดมา
ใช้มีดอีโต๊ ผ่ากลางก็ได้นั่งแทะจาวตาลหวานๆ มีความสุขแบบเด็กๆ

พอร้อนก็กระโดนลงสระ ดำผุดดำว่าย กันแสนจะสนุก
ชาเองว่ายน้ำไม่เป็นหรอก พ่อก็ห้ามไว้ไม่ให้หนีไปเล่น
ห้ามเด็กไม่ให้หนีเล่นน่ะห้ามได้ที่ไหน ปากก็รับคำ ค่า...
แต่พอพ่ออกไปทำงานก็วิ่งแจ้นละ

วันนั้น คึกคักมาก กระโดดน้ำ จ๋อมๆ เล่นได้แต่ตรงตื่นๆ ขอบๆสระ
แต่คราวนี้ ไม่สะใจ รวบรวมความกล้า ขยับไปทีละคืบๆ
อยากไปเล่นเขตลึกเหมือนคนอื่นๆบ้าง
พอขยับขาไปเรื่อยๆ มันร่วงลงไปเลย
ระดับความลึกมันไม่เทะเลตามประเพณีการขุดสระนี่นา
มันลึก แบบแนวตัด ไม่ใช่แนวลาด

ชาก็บุ๋งๆๆ ตะกายกลับ แต่ยิ่งตะกายก็ยิ่งไหล ลงไปจมลง
อุปทานอย่างไรไม่ทราบ เหมือนมีมือหลายมือ
มาดึงขาเอาไว้ไม่ให้ตะกายกลับคืน...ชากลัว...
นึกแล้วว่าต้องเป็นมือผีเพราะชาว่ายน้ำไม่เป็นก็จริง
แต่เรื่องตะกาย พุ้ยๆแบบท่าหมาตกน้ำนี่ มันพอทำได้
แต่นี่พอจะพุ้ยๆกลับ เขาก็ช่วยกันดึงขาไว้...ชาจมน้ำแล้ว
จมน้ำ หายใจไม่ออกแล้ว กำลังทำใจจะเตรียมตัวตาย

นึกถึงพ่อ ขอโทษพ่อในใจ...ลูกไม่น่าดื้อเลย
ลมหายใจเฮือกสุดท้าย ที่กักอยู่ในปอด กำลังจะคลายออก
เสี้ยวแห่งความตายมันสั้นๆเอง...เด็กอายุแค่นี้ รู้จักแล้วว่า
กำลังจะตายเป็นอย่างไร....


ทันใดนั้น ก็มีมือที่แข็งแรงมาก มาล็อกคอเอาไว้ แล้วค่อยๆลากชาเข้าหาฝั่ง
ชาจำได้ว่า ความนึกคิดของชา คือ...ทำไมคนนี้ช่างแข็งแรงจังนะ
เขาไม่จมน้ำ เขาไม่โดนฉุดลง พอขึ้นฝั่งมาได้ ชาก็มึนงง
หลายคนช่วยปฐมพยาบาล...หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้
รู้แต่ว่ากลับมาถึงบ้านแล้วนั่งรอคุณพ่ออยู่ ด้วยความกลัว...


พ่อกลับมา พ่อรับทราบจากผู้ใหญ่หลายคนว่า
ลูกสาวตนเองหนีไปเล่นน้ำ และเกือบตาย
พ่อหยิบไม่เรียวมา บอกว่า หันหลังกอดอก
พ่อพูดว่า พ่อรักลูก ตีนี้ไม่ได้เกลียด แต่ลูกทำผิด พ่อจะตีสามที
ชาก็โดนฟาด ด้วยไม่เรียวที่พอเหลามาจากไม้ไผ่...
เพื่อลงโทษชาโดนเฉพาะ

ทำให้ชานึกย้อนไปถึง เออหนอ เราเคยคิดว่า
แม่คนนั้นของเด็กที่เราช่วยเขาจากการตกน้ำ นานมาแล้ว
ท่านดุตีลูกเพราะอย่างนี้เอง เขารักเขาห่วงนะ


หลังจากนั้นสองสามวัน ชาก็มีสติกลับมาครบถ้วน
จึงได้ไปตามหาผู้ที่ช่วยเหลือ จึงทราบว่า
เขาเป็นรุ่นพี่ แก่กว่าชา2-3ปี แต่ตัวโตมาก เป็นผู้หญิง...
ชื่อว่า แม่เป้ง เพราะเขาตัวโตเกินวัยเด็ก พ่อแม่เขาจึงตั้งชื่อว่า
แม่เป้ง...อันเป็นการแทนความหมายของนางพญามด ตัวโตๆ


ชาเองก็เป็นหนี้ชีวิตเขา..ขออนุโมทนา ด้วยจิตด้วยใจที่รำลึกถึง
พี่แม่เป้ง ไปตลอดๆด้วยเถิด สิ่งใดๆ ที่ชาได้กระทำลงไปดีแล้ว
ก็ขอให้พี่แม่เป้งจักได้รับอนิสงค์ผล-บุญทั้งหลายด้วย

ชาไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย เพราะคุณพ่อย้ายอีกแล้ว....

จมน้ำเกือบตายครั้งที่สอง ต่อข้างล่างนะคะ
แปลกดี แม่ชาเคยบอกว่า หมอดู คุณตาแก่ๆ ตอนนี้แกตายไปแล้ว
เคยบอกแม่ชาว่า ชาจะตายเพราะจมน้ำ ถึงสามหน
ถ้ารอดก็ไม่เป็นไร ถือว่าบุญดี แต่สามหนแน่นอน...
ชาว่าแปลกและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่จริง หมอสมัยก่อนท่านดูแม่นนะ

ปานโสม
01-09-2007, 06:50 AM
(rose) (rose)(rose)
คราวนี้หนักกว่าเก่า ตกน้ำ เพราะสะพานข้ามคลองมันหักยุบตัวลงไป
ไม้สะพานจมลงไปใต้น้ำ ชา ตกจมลงไประหว่างร่องไม้พอดี
ไม้สะพาน 2 ชิ้นขัดคอชาเอาไว้ใต้น้ำ

เล่าสั้นๆ เพราะจะสรุปแล้ว
คราวนี้ย้ายไปอยู่ บุรีรัมย์ ตอนบ่ายๆ เย็นๆ ชาชอบไปเดินเล่นตามทุ่งนา
ไปดูเบ็ดของชาวนา ที่เขาวางเอาไว้...
ใครเคยอยู่ตามนานี่จะรู้ว่า ช่วงตะวันชิงพลบ สวยงามแค่ไหน
เวลาแสงแดดอ่อน กระทบปลายยอดข้าว...เป็นความรู้สึกที่สงบสุข

ชาก็เดินเตร่ไปเรื่อยๆ คนเดียว ก็ไปถึงบึงเล็ก ที่ชาวบ้านขุดไว้
สำรองน้ำใช้และช่วงหนึ่งของบึงก็จะทำคูคลองทดน้ำออกมา
ตรงนั้นล่ะ ที่สะพานหัก
ชาเห็นชาวนาเขาวางเบ็ดตกกบไว้ การตกกบจะไม่เหมือนปลา
จึงเดินข้ามสะพานเพื่อจะไปดูว่ามีเบ็ดตัวไหนติดกบบ้างไหม

สะพานก็หักยุบลงไป...ชาติดอยู่อย่างนั้น
โดนไม้ยึดลำคอขนาบสองด้านเลย
จมบุ๋งๆๆๆ อยู่ใต้น้ำ ไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไรในความทรมาน
ตายแน่แล้ว ตายแน่แล้ว....คือตอนที่ชาไปนี่ไม่เห็นใครสักคน
ตะโกนขอให้ใครช่วยก็ไม่ได้ เพราะมันจมอยู่ใต้น้ำ ปากต้องหุบไว้
*ตรงนี้น่าคิด เพราะสมัยที่ชาเคยเพิกเฉย
ตอนที่น้องสาวมาตามไปช่วยเด็กตกน้ำน่ะ
ชาเฉยๆไม่ใส่ใจอยู่ตั้งนาน เด็กคนนั้นคงทรมานเหมือนชาตอนนี้


หลังจากนั้นชาก็หมดสติไป ไม่รู้เลยด้วยว่าใครช่วยเอาไว้
รู้สึกตัวมาอีกทีก็นอนจับไข้อยู่บ้านแล้ว
แม่บอกว่า มีลุงแก่ๆช่วยไว้...ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้จัก
แกเอามาส่งแล้วแกก็ไป...

แปลกดี ไม่ว่าลุงคนนั้นจะเป็นคน เป็นเทวดาก็ตามที
ลูกหลานขอกราบขอบพระคุณ อย่างสุดหัวใจ ถึงไม่ได้รู้จัก
ก็จะขอรำลึกในบุญกุศล ที่ช่วยชีวิตชาในครั้งนั้นด้วยเถิด

อนุโมทนา บุญกุศล กับคุณลุง คนนี้กันเถิดค่ะ สาธุ สาธุ

จะเห็นได้ว่า ชาช่วยเด็กคนที่ตกน้ำ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แต่ชาถูกช่วยไม่ให้จมน้ำตายถึงสามครั้งด้วยกัน
ชาถ่วงไถเวลา ชาเองก็จำต้องติดทรมาน อยู่ใต้น้ำจนหมดสติ
นี่ กรรม แท้ๆเลยใช่ไหม


ครั้งที่สามนี้
ไม่เล่าละเอียดนะคะ เขียนมากเหนื่อย บอกคร่าวๆว่า
ครั้งที่สาม ชาโดนกระแสน้ำหลากพัด ไปติดอยู่กลางบึงใหญ่มาก...
หาขอบไม่เจอ เกาะไม้ไผ่ อยู่เป็นชั่วโมง
ก็มีคนแหวกลุยกระแสน้ำเชี่ยวมาช่วยไว้ พร้อมกับคุณพ่อของชา.

deejaimark
01-09-2007, 09:52 AM
อ่านไป ขนลุกไปด้วย ทุกตัวอักษรที่เขียนมา เหมือนมีพลังดึงดูด........ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณชาด้วยคนนะคะ บุญอันใดที่คุณชาได้กระทำ แนนขอร่วมอนุโมทนาและร่วมรับผลบุญเหล่านั้นร่วมกับคุณชา ทุกๆ บุญ และผลบุญที่ได้รับนี้ ขออุทิศให้กับ คุณวิืทย์ อาม่าสุจินต์ แม่เฉลียว พ่อบังเกิด แม่บังเกิดทุกภพทุกชาติ ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย เทวดา นางฟ้า พระภูมิ เจ้าที่ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผี อสูรกาย เปรต สัมพเวสี ทั้งหลาย จงได้รับผลบุญนี้ร่วมกับข้าพเจ้า ด้วยเทอญ สาธุ..........
( ป.ล. เมื่อคืนฝันถึงคุณชา ฝันว่าคุณชาไปปฏิบัติธรรม นุ่งขาว ห่มขาว กับผู้หญิงอีกสองคนค่ะ)

deejaimark
01-09-2007, 01:50 PM
แฮ่ะ แฮ่ะ แฮ่ะ..............มาเอาบุญทางลัดกะคุณชาค่ะ
(b-ping)(b-ping)(b-ping)(b-ping)(b-ping)

โอม.
01-09-2007, 07:35 PM
http://home1.gte.net/res00x7s/fwbo/Amitabha.jpghttp://www.lbc.org.uk/images/amitabha.jpg


http://www.tteen.net/variety/images/20050306122853.gif

คุณปานโสมเธอไม่รู้จักองค์ยูไลมาก่อน

ครั้งหนึ่ง ท่านก็มาโปรดให้พ้นภัย

นับเป็นผู้มีบุญมาก ขออนุโมทนา

โอม.
01-09-2007, 07:37 PM
โมทนา ที่ครูบาอาจารย์หลายท่าน มาสอนกรรมฐานทางจิตโดยตรง

ทั้งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เช่น หลวงปู่มั่น , หลวงปู่สด ฯลฯ

โอม.
01-09-2007, 07:45 PM
http://www.chinamorality.org.hk/images/mw/guanyin_dragon1.jpg

ขอบคุณพระแม่ และ พี่มังกร ที่ต่ออายุ

ธาตุขันธ์ เพราะ ความดีที่เธอทำจากใจจริง

ปานโสม
02-09-2007, 05:35 AM
มาให้กำลังใจ และร่วมอนุโมทนาบุญ พอสมควรเลย

ขอบคุณ ค่ะ คุณอักขรสัญจร ท่านแรกที่แวะมา
เห็นชื่อ คุณ ฝุ่นเมื่อไร ทำให้นึกถึง อักขระโบราณ
วันนี้จะเขียนนอกเรื่องถึงเรื่องการเรียนยันต์อักขระเล็กน้อยโพสข้างล่างนะคะ.


พี่ภูเขา เมาท์,ชื่อพี่เมาท์นี่ดีนะ ให้ความรู้สึกหนักแน่นมั่นคงเหมือนภูเขา
พี่แอน แม่บ้าน ...น้องแนน แก้มป่องๆ
คุณหยุย คุณ DITCE คุณkong_sorakrit

ชาเองก็ขอ ร่วม อนุโมทนา ใน กุศลจิต ของพวกท่าน ทุกคน ด้วยเถิด


พี่โอม ขอบคุณเช่นกันค่ะ
ชาคิดว่าหลายๆคน ก็คงมีครูบา-อาจารย์มาเมตตาสอนเช่นกัน
ชาขอตอบอย่างสั้นๆที่สุด นะคะ
เป็นเช่นนั้นจริง...สมัยที่ชายังไม่เคยรู้จัก
พระอริยะสงฆ์ หรือครูอาจารย์ท่านไหนๆ เลย
ชานั่งกรรมฐาน แบบที่มุมานะ อย่างเดียว
ครั้นได้เจอครูอาจารย์ก็ ไม่รู้จักท่าน น้อยครั้งที่จะได้สนทนา
เพราะเวลาท่านมา ท่านจะสอนแบบธาตุต่อธาตุ ธรรมต่อธรรม
แสดงธรรมให้รู้ ด้วยสภาวะ

น้อยครั้งที่จะมีการพูด สนทนาเพราะว่า
หากมีสนทนาเมื่อไร ชาไม่แคล้วต้องปรุงแต่ง แน่นอน
ครูอาจารย์ท่านเอง จึงไม่ให้เรายึดในภาพ ในเสียง
ในสัมผัส หูตาจมูกลิ้นกายใจ.
ครั้นเวลาผ่านไป จึงได้เจอะได้เจอ รูปเหมือนของท่านบ้าง
จึงได้รู้ว่าท่านเป็นใคร บางท่าน ผ่านไปปีที่สี่ จึงได้รู้
บางครั้งหลวงปู่ ท่านมาสอน 3-4 หนติดกัน กว่าจะได้มีโอกาสเปิดปากถาม.


เรื่องราวเหล่านี้ ชาเองก็ไม่กล้าที่จะนำออกมาเขียนมาเล่านัก
เมื่อถึงเวลา หากครูอาจารย์ท่าน อนุญาติ อาจทำเป็นบันทึกไว้มากกว่า
ทั้งนี้ทั้งนั้น ชาเองก็ต้องละเอียดมากกว่านี้
เพราะหากผิดพลาดเพียงแค่ตัวอักษร คนตีความหมายผิดไป
ก็จักกลายเป็นอกุศลกรรม แทนที่จะได้กุศลกรรม.
สาธุ ค่ะ ทุกท่าน.

ปานโสม
02-09-2007, 06:27 AM
วันนี้ขออนุญาติเขียนคั่น...

เพื่อเป็นการยกคำอธิบาย ให้เห็นภาพ จากโพสข้างต้น


ตกช่วงกลางคืน ชาไม่เคยว่างเว้นการภาวนา สุดแต่ว่า
สถาณการณ์ จะเอื้ออำนวยในการฝึกปฏิบัติเช่นไร
บางวันเจริญ ฌาณ บางวันเจริญกายคตสติ บางวันก็อานาปาณสติ


อาจารย์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ฆราวาส ของชา ท่านตักเตือนเสมอๆ
ให้ชาศึกษา ให้แตกฉานทั้งทางพระอภิธรรม และ อักขระยันต์คาถา.

ชาก็เกาหัวแกรกๆ พระอภิธรรม นี่ชาก็ไม่ใช่พระ ไม่ได้บวชเรียน
คิดในใจว่ายาก ยาก อีกทั้งขี้เกียจ อักขระนี่ยิ่งไปใหญ่ ใครจะมาสอนให้.


พอตกดึก ก็โน่น...ไปโผล่แถววัด โบราณ
ชาก็เดินเล่นไปเรื่อยๆจนไปถึงกุฏิไม้หลังหนึ่ง
เชื่อว่าต้องสร้างขึ้นก่อนช่วงสมัยรัชกาลที่ 2-3แน่นอน
วัดนั้นยังไม่มีอะไรมาก พิ้นทั้งหมดยังเป็นลานดินอยู่

ได้เจอ หลวงปู่ที่ท่านสูงวัย อย่างน้อยๆประมาณ 96 ปีแน่ๆ
ชาจึงหยุดเดิน เพราะเห็นท่านกวักมือเรียก จึงคลานเข้าไปกราบท่าน

ท่านหันไปทางซ้ายมือ ยกมือขึ้น ก็ปรากฏกระดาษแบบบางเฉียบสีขาวขุ่นๆ
เป็นกระดาษที่ไม่ใช่แบบที่เราใช้กันทุกวันนี้
กระดาษนั้นลอยลงมาตรงหน้าท่านท่านเรียกชาไปนั่งใกล้อีกนิด
แล้วสั่งว่า ตั้งใจมอง ตั้งใจดู แล้วจำไว้ให้ดี


ชานั่งพนมมือไหว้ สักพักท่านก็ใช้มือเปล่าขีดเขียน ยันต์อักขระ
แบบที่ชาไม่รู้จักสักตัว หนึ่งตัวต่อหนึ่งแผ่น
ตอนท่านเขียน ยันต์ก็นูนออกมาเป็นอักขระตัวโตๆ ใหญ่พอๆ กับแผ่นกระดาษ
พอสักพักยันต์ก็กลายเป็นสีขาวแล้วซึมหายไปในเนื้อกระดาษ
ท่านเน้นมาอีกให้ชาตั้งใจดู

พอเสร็จหนึ่งอักขระ ท่านก็เหวี่ยงมือ กระดาษนั้นก็ลอยเข้ามากลางลำตัวชา
พอเสร็จ 9 อักขระ ยันต์กระดาษใสๆนั้นก็ลอยเข้ามาตามจุดต่างๆในตัวชา
ทั้งหมดรวมเก้าจุด

เมื่อครบ 9 แล้วท่านจึงหยุดหันมาถาม ชาว่า จำได้มากแค่ไหน
ชาตอบว่า เพราะไม่เคยเรียน ไม่เคยเห็น จึงจำได้แค่ 3 ตัว
ท่านพยักหน้าบอกว่า ต้องขยันกว่านี้ แล้วจะจำได้เอง
แล้วบอกว่าชามานานแล้ว ถึงเวลาที่ควรกลับ.

ชาร้องบอกหลวงปู่ว่า เดี๋ยวเถิดเจ้าค่ะ ลูกขอกราบขอบพระคุณ
และขอทราบนามหลวงปู่ เถิด...แล้วที่นี่เป็นที่ไหน

หลวงปู่ นิ่งเงียบ ไม่ตอบนาม (ชาซื่อบื้ออีกแล้ว ใช่ไหม)
ท่านตอบกลับมาว่า นี่คือ วัดพิชัยญาติ ชื่อเรียกในปัจจุปัน
หลวงปู่ เคย อยู่ที่นี้ (เจ้าอาวาส)
นั่นก็นานก่อนสมัย องค์รัชกาลที่ 3จะบรูณะวัด

ชา....ก็ ??? ชาจำไม่ได้หรอก.


ขอเขียนเพื่อเป็นตัวอย่างแต่เพียงเท่านี้

ลมรำเพย
02-09-2007, 06:30 AM
คุณปานโสมเพียบพร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา
ถ้าไม่มีความปรารถนาอื่น..
คุณคงถึงที่สุดทุกข์ในเร็ววัน
ขออนุโมทนาในบุญของคุณปานโสมด้วยครับ

ปานโสม
02-09-2007, 07:02 AM
ชา กำลังเขียน เรื่องของการปล่อยโค-กระบือ อีกแง่มุมหนึ่งนะคะ

เขียนเสร็จแล้วจึงจะนำมาโพส


(i)ป.ล.ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ ลมรำเพย
และชาขอ อนุโมทนากลับในกุศลจิต เช่นกัน

อาทิตย์ที่จะถึงนี้ ชาได้ตระเตรียม เพื่อจะถวายชุดพระไตรปิฏก
ตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆ เชิญ พี่-เพื่อน-น้องร่วมตั้งใจ อนุโมทนาบุญกันเถิด

dont_worry
02-09-2007, 01:30 PM
สาธุๆๆ สุดยอดเลยค่ะ อนุโมทนาบุญกะพี่ปานโสมด้วยค่ะ

:love: :love: :love:

khuntun
02-09-2007, 03:39 PM
ขาพเจ้าขออนุโมทนาบุญด้วนะครับ

deejaimark
03-09-2007, 11:08 AM
คุณชามาเขียนต่อนะคะ...รออ่านอย่างใจจดใจจ่อคะ
(b-2love)(b-2love)(b-2love)(b-2love)

MOUNTAIN
07-09-2007, 04:33 PM
แวะเข้ามาอ่านต่อ หลังจากขาดช่วงไปนิด
ขอโมทนาบุญ กับคุณปานโสม กับทุกบุญที่ได้กระทำไปแล้ว
และที่กำลังจะทำต่อไป ด้วยครับ
สาธุ สาธุ สาธุ

เฮียปอ ตำมะลัง
07-09-2007, 05:58 PM
สาธุ อนุโมทนาบุญ

จะทำบุญแข่งทันไหมนะ รอด้วยครับ

โคมฉาย
07-09-2007, 07:12 PM
ตั้งจิตขออนุโมทนาบุญด้วยทุกกองที่คุณปานโสมได้กระทำ สาธุ สาธุ สาธุ

โอม.
07-09-2007, 08:18 PM
คุณชาคงจำหลายๆอย่างที่ท่านกำชับไว้ได้

โมทนาครับ

MOUNTAIN
08-09-2007, 01:12 PM
มารออ่านบันทึกบุญ และร่วมโมทนาครับ

โอม.
08-09-2007, 01:36 PM
เมื่อ ประมาณ 2ปีก่อน คุณปานโสมเธอปฏิบัติกรรมฐานตามแนวพระป่า

มีนิมิตรพระหนุ่มผู้สมถะ สำรวมในธรรมวินัย ปฏิบัติในกุฏิหลังเล็ก

มาไม่นานนี้ ประมาณ 2 เดือน จนได้ปฏิบัติทวนกรรมฐานจาก
หลวงปู่เจือ สุภโร พระสุปฏิปันโณในสายพระป่า อาจารย์มั่น และท่านพ่อลี

จึงได้ทราบว่า ท่านคือ ท่านพ่อลี วัดอโศการาม ผู้ชำนาญในกรรมฐาน
หมวดอานาปานัสสตินั่นเอง

สาธุ โมทนาในธรรมปฏิบัติอันดี



http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/%CB%C5%C7%A7%BE%E8%CD%C5%D5%20%B8%D1%C1%C1%B8%E2%C3~0.jpg

Aunop
08-09-2007, 02:19 PM
ขออนุโมทนา บุญกุศลใด ๆ ที่คุณปานโสม ได้เพียรสั่งสมไว้ ขอจงเป็นปัจจัยหนุนนำ เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบของดิฉันและมิตรธรรมทุกท่าน ได้บำเพ็ญเพียร จนบรรลุมรรคผล และพบหนทางแห่งนิพพาน เป็นที่สุดด้วยเทอญ

บุษบากาญจ์
10-09-2007, 12:13 AM
อ่านแล้วรู้สึกอิ่มบุญมาก ๆ เลยค่ะ ขนลุกบ้างบางตอน ขออนุโมทนาบุญกุศลที่คุณชา ปานโสม และทุกๆท่านที่ได้ปฏิบัติดีแล้ว กำลังปฏิบัติดีอยู่ และจะปฏิบัติดีในกาลต่อไปในภายหน้า ขอให้บรรลุในสิ่งที่ทุกๆท่านได้ประสงค์ในผลบุญที่ได้ปฏิบัติ ขอบุญกุศลที่กล่าวมาจงแผ่พลังบุญให้ทุกๆ คนทั้งมนุษย์ เทวดา พรหม พญายม สัตว์โลกทั้งหลาย และผู้ที่อยู่ในทุกภพทุกภูมิให้ได้รับอานิสงค์ในครั้งนี้ และจงร่วมอนุโมทนาบุญให้กับคุณชา ปานโสม ผู้ตั้งกระทู้นี้ด้วยนะคะ (รวมถึงทั้งผู้ที่ไม่ได้กล่าวนามในข้างต้นด้วยนะคะ ขอให้ได้รับกุศลผลบุญในครั้งนี้ร่วมกันนะคะ)สาธุ สาธุ สาธุ
http://www.rcjigoro.com/forum/Smileys/Emo/0016.gifhttp://www.rcjigoro.com/forum/Smileys/Emo/0016.gifhttp://www.rcjigoro.com/forum/Smileys/Emo/0016.gif

ปานโสม
10-09-2007, 08:15 AM
ขอ อนุโมทนา กับพี่ เพื่อน น้องทุกคน ต่อๆ

และขอ ให้ อนิสงค์ผล-บุญ ทั้งหลายทั้งปวง
ที่เกิดจากแรงศรัทธา แรงอนุโมทนา นั้น ส่งกลับไปยังทุกท่าน
รวมถึง เว๊บพลังจิต ด้วยนะคะ


:) วันนี้มาต่อเรื่อง โค-กระบือ
ชาเป็นทุกข์ใจ ในเรื่องนี้...คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี
เรื่องมันมีอยู่ดังนี้ เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว
ชาและครอบครัวได้ทำการไถ่ โค สามตัว แล้วนำไปให้ชาวบ้านเลี้ยง
ครั้นผ่านไปหลายปี ก็ได้รับแจ้งว่า โค เริ่มทะยอยตายไป ด้วยสาเหตุแปลกๆ
พอวัวตาย...ชาวบ้านก็ผ่า ชำแหละ เพราะไม่อยากทิ้งเนื้อ
จึงได้พบว่า ตับไต ไส้พุงของวัว ทั้งสามตัวนั้น อันตธานหายไป
จึงทำให้วัวล้มตายลง

สัตว์แพทย์ ก็ งง อย่างที่ ไม่สามารถวินิจฉัยอะไรได้เลย
ความเชื่อของชาวพื้นบ้านคือ วัวทั้งสามตัวโดนปอบ กิน...

เรื่องนี้ก็กลับมาในความทรงจำชาอีก เมื่อชา ต้องไปปล่อยวัว
จากโรงฆ่าสัตว์ คิดได้ว่า เราช่วยเขาเหล่านั้นจากความตายได้ชั่วครั้งคราว
แต่สุดท้ายเขาก็ต้องตายด้วยสาเหตุอื่นๆ

แต่ปล่อยวัวแล้ว จิตก็ไม่อิ่มกุศล เพราะทราบว่า ยังมีหลายร้อยหลายพันตัวที่
ไม่มีคนช่วย...จริงอยู่พวกเขาเกิดมาเป็นวัวเพื่อชดใช้กรรม
ชานอนก่ายหน้าผากคิดอยู่นานก็ปลงไม่ลง


จึงได้ เจริญพระวิปัสนาญาณ กราบอราธนา คุณพระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์
ครูอาจารย์ทุกพระองค์-ท่าน บอกว่า...หากลูกยังมีบุญวาสนา
ขอท่านเมตตาชี้นำทางปัญญา ให้ได้รู้ให้ได้เห็น
หนทางแห่งการพ้นทุกข์ในข้อนี้ด้วย....
จึงได้ทราบว่า พระกวนอิม ท่านมาโปรด
หากตีเป็นคำพูด ก็แปลจิตเป็นความหมายดังนี้
เราจักเปิดเส้นแบ่งของจักรวาล ให้เจ้าได้รู้ได้เห็น ชั่วขณะ
ใช้ปัญญาพิจารณาดูเอาเถิด


จึงได้เห็นภาพ ของโลกมนุษย์เรา ชาได้เห็น วิญญาณของโค เดินเรียงแถว
เข้าโรงฆ่าสัตว์ ความยาวของแถวนั้น ยาวเพียงครึ่งหนึ่งรอบโลก ดำเนินเดินเรียง กันอยู่ทุกขณะวินาที..
เป็นวิญญาณ ของสัตว์ชนิดนี้ ที่ถูกฆ่า วนเวียนกันไปไม่มีที่สุด


แต่...มีอีกหนึ่งแถว ที่ยาว พันวนรอบโลกจนแทบจะไม่เหลือเนื้อที่
คือเป็นแถวของวิญญาณ มนุษย์ แถวยาวแบบมองไม่เห็นหาง
ยาวกว่าแถวโค-กระบือ
ไม่มีช่วงเว้นของวินาที...ที่มนุษย์ทยอยๆ ตายลง และวิญญาณ เรียงแถว
เพื่อไปสู่นรกภูมิ นั้นมีมากมายมหาศาลกว่า แถวของ สัตว์มากมายหลายเท่า

จึงพิจารณา เห็นแล้ว นี่หนอ...เราทำบุญ ก็จริง กำลังเราทำได้มากมาย
แต่ดูเหมือนจะช่วยได้เพียงน้อยนิด จึงกราบถามพระโพธิสัตว์กวนอิมว่า
แล้วลูกจะทำได้อย่างไร อยากช่วยอยากทำก็จนใจ

ท่านกล่าวกลับว่า...พระบรมศาสดา ตรัสสอนไว้แล้ว
ว่า ทานใดๆ จะเหนือธรรมทานนั้นไม่มี
(เพราะ ธรรมทานนั้น เป็นที่จะช่วยให้ทั้งมนุษย์ ให้หลุดพ้นจากมหาสัตตวานี้)


เมื่อสัตว์เหล่านั้น พ้นวิบากกรรม ก็อาจได้เกิดเป็นมนุษย์
เมื่อนั้น ก็ได้เรียนรู้ธรรม สร้างกุศลผล-บุญ
เดินตามแนวทางแห่งพระพุทธองค์ที่ทรงตรัสสอนไว้แล้ว
จึงจะหลุดพ้นจากห้วงมหาสัตตวานี้ได้

ชาก็กราบลา....สาธุ สาธุ


แต่ปัจจุปัน เราทำได้เพียงตามกำลัง ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัย
ทำให้ชาได้ ตัดความลังเล ในการสร้างบุญกุศล
เพราะทราบแล้วว่า แม้ว่า เราต้องมาทำ กลางเหตุหรือปลายเหตุ
ยังไม่สามารถช่วยถึงต้นเหตุได้ ก็จัดว่า ได้ทำเต็มที่ ตามเหตุและปัจจัยแล้ว
ด้วยกำลังใจอันเต็มเปี่อมแล้ว

อนุโมทนาสาธุทุกท่าน


นี้เขียนแบบไม่สมบูรณ์นัก เมื่อเวลามากกว่านี้จะมาแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อยค่ะ

kratium
10-09-2007, 08:35 AM
ขอบคุณมากมาย ที่นำเรื่องดีงามแบบนี้ มาแบ่งปัน อ่านแล้วรู้สึกปิติ อิ่มใจ ถึงแม้จะไม่ได้สร้างบุญเหล่านี้เองก็ตาม ขออนุโมทนา สาธุ ในทุกบ่อบุญ ที่คุณชาได้ทำมาและขอร่วมรับผลบุญเหล่านั้นกับคุณชา ในทุกๆ บ่อบุญ ขอให้ตัวเอง ได้มีโอกาส สร้างบุญ สร้างกุศล เช่นนี้ด้วยเถิด และขอได้มีโอกาส อุทิศบุญให้แก่สรรพสัตว์ ที่กำลังประสบทุกข์ภัย เคราะห์กรรมทั้งหลาย โดยทั่วถึงกัน ด้วยเทอญ สาธุ

tamsak
10-09-2007, 08:49 AM
ขอโมทนาบุญในทุกๆ บุญที่น้องชาได้กระทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และที่จะได้กระทำต่อไปในภายภาคหน้าด้วยครับ


.

ปานโสม
11-09-2007, 07:47 AM
(i) อนิสงค์การฟังบทสวด
ผลพลอยได้ จากการเจริญสมาธิกำกับร่วมกับพระคาถา ชินบัญชร

การสวดมนต์ ทำให้จิตใจสงบ เยือกเย็น สมองปรอดโปร่ง มองเห็นการแก้ปัญหาได้ด้วยสมาธิปัญญาที่เกิดจากภาวะที่เกิดจากจิตสงบ สามารถกล่าวได้ว่า
การสวดมนต์มีพลังอำนาจมหัศจรรย์สามารถผลิกผันชีวิต ที่ท้อแท้ สิ้นหวัง
ให้มีพลัง กลับมาได้...
รวมถึงทั้งได้มีโอกาส ขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร
ดังที่จะยกตัวอย่าง จากประสปการณ์ตัวเอง ดังนี้

เดี๋ยวมาต่อนะคะ ไปทำงานก่อน

benyapa
16-09-2007, 01:45 AM
มาอนุโมทนาบุญด้วยคนนะคะ อ่านแล้วเพลินใจดีเหลือเกินค่ะ
บุญรักษาค่ะ
ปู

พ่อมดโลจิ
16-09-2007, 06:03 PM
อนุโทนากับศิษย์พี่...ด้วยครับ..เดี่ยวต่อไปจะมาเล่นกระทุ้นี้ล่ะ 555

อักขรสัญจร
16-09-2007, 08:19 PM
สาธุ
ทำไมได้รับอนุญาตให้เล่าด้วยน้อ
สงสัยตรงนี้แหละ

หนูแว่น
17-09-2007, 10:29 AM
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้สร้างทั้งหมดนี้ได้หนุนนำให้ได้
สมดังใจปรารถนาทุกประการ คิดนิพพานก็ให้ได้นิพพานดังใจหวังดังตั้งใจเทอญ .

xanadu
18-09-2007, 12:06 AM
Thank you very much for sharing your experiences on this cyber world. The word " thank you" reflects only a tiny fraction of my feeling, I probably have to say/write it a Million times to truly show my feeling.

So, A Million Thanks!!

โอม.
18-09-2007, 06:47 PM
เป็นบุญสัมพันธ์ ที่องค์มหาพรหมพระองค์หนึ่งต้องมาเตือนในช่วงหลังๆกับคุณชาและเพื่อนๆว่า

" อย่าทิ้งการพยายามในกุศล และการฉุดช่วย แม้เพียง 1 ชีวิต

หากใครลงอเวจี หรือ ทุคติตอนนี้ ยากจะกลับมาเกิดทันในยุคพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป

...ให้ร่วมใจ ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ อีกไม่กี่ปี ก็ได้กลับไปพักข้างบนแล้ว
และตัองมาเกิดทำหน้าที่อีก ท้อได้ เหนือยได้ แต่ไม่มีคำว่า

ละทิ้งความเพียร ...

พ่อมดโลจิ
19-09-2007, 12:14 PM
เจ๊ชาหายไปหลายวันแบบนี้...สงสัยไปฝึกวิชาแน่ๆ อิอิอิ...^O^

โอม.
19-09-2007, 05:24 PM
หลวงปู่สด ฯ และครูท่านสอนว่า.. เมื่อคับขัน มีภัย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

000000000000000000000000000000000
เมื่อตนกายเนื้อนี้ เป็นไตรลักษณ์ แล้วตนไหนหละ...

คงจำได้ เมื่อครั้งที่ได้ฝาก ได้ถวายชีวิตทั้งหมด ฝากบารมีทั้งหมด
ไว้กับใคร....

ผู้ทรงอยู่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และ อยู่เหนือกาลทั้งสาม

ก็คือ ตน ที่สุดละเอียด ไม่ใช่ขันธ์ห้า ที่จะรับบารมีเก่าของเราได้เต็มที่
และรับจากท่านผู้เหนือโลกทุกพระองค์ได้เต็มที่

แม้ยังเดินไม่สุดสาย แต่แสงสว่าง ณ จุดนี้ จะนำทางเราได้
ถ้าเรายังเดินไปด้วยความเพียร

อนุโมทนาครับ

โอม.
20-09-2007, 05:00 PM
เมื่อปฏิบัติจิตไป ครูอาจารย์ท่าน

ถึงรู้เหตุ และ ผล แล้วจึงทำ ......
ไม่ได้บัญญัติหรือ ตั้งกฏเกณฑ์บังคับ อันยึดมั่นจนเป็น "สีลพตปรามาส"

999999999999999999999999999999999999999




วันหนึ่ง ในการปฏิบัติจิต เมื่อเธอนึกถึงเนื้อสัตว์บางชนิดที่เคยทาน

( ถ้าจำไม่ผิด คงเป็นจระเข้ ) กระแสจิตของเขาได้ปรากฏให้เธอรับทราบว่า

จิตของเขายังอยู่ในตัวเธอ

นี่แหละน๊า สัตว์ที่จะตาย มีความยึดมั่นในกายสังขารอยู่มาก
มีความพยาบาทที่ถูกทำร้ายเพื่อเอาเลือดเนื้อเขามาทาน

กระแสจิตส่วนที่ยังติดค้างในร่างกาย จึงยังต้องวนเวียนอยู่อย่างนี้

นี่เป็นประสพการณ์ภาคปฏิบัติ ที่ทำให้เข้าใจว่า
............ ทำไมผู้มุ่งหลุดพ้นบางท่านจะไม่ทานเนื้อสัตว์ เลย

เมื่อคุณชาแผ่อานิสงส์บุญให้เขา ให้เขาทราบว่า ธาตุขันธ์ส่วนหนึ่ง
ของคุณ ที่ชาได้ทาน แล้วมาเป็นกายธาตุขันธ์ที่ได้บำเพ็ญบุญกุศลนี้

ขอให้ท่านมีส่วนในกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญด้วย เทอญ...


....เขาจึงได้ไปเกิดในที่อันสมควรแล้ว....สาธุ

ปัชฌา
20-09-2007, 10:25 PM
โมทนาสาธุ สาธุ สาธุ

บ้านไม้
21-09-2007, 07:55 AM
คุณชา..... หายไปนาน กระทู้ดีๆ อย่างนี้ ..ชอบอ่าน ( แถมได้กุศลด้วย) กลับมาเขียนให้อ่านต่อได้แล้วจ้า.........อนุโมทนาในทุกข้อความค่ะ สาธุ

leogirlw99
22-09-2007, 10:55 PM
อ่านแล้วปลาบปลื้มกับความดีของพี่มากค่ะ
ได้เห็นรูปของพี่ในบรรยากาศงานมินิมหกรรมพลังจิตครั้งที่2
รู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นเคยรู้จักพี่มาก่อน แต่ว่าพี่คงไม่รู้จักหนูหรอก
อนุโมทนากับทุกความดีที่พี่ได้ทำด้วยนะคะ สาธุ

kong_sorakrit
23-09-2007, 01:22 AM
ขออนุโมทนาสาธุในบุญกุศลผลบุญของท่านที่บำเพ็ญมาแล้วด้วยดี
ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้เทอญ

ขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆะเจ้า
จงบันดาลให้ท่านสมปราถนาในสิ่งที่ตั้งไว้ชอบแล้วดีแล้ว
โดยฉับพลันเทอญ

สาธุ สาธุ สาธุ

[b-wai] [b-wai]


[B]อนุโมทนาสาธุกับทุกรูปทุกนามที่ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนา
เพื่อให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองครบห้าพันปีสาธุ สาธุ สาธุ

benyapa
25-09-2007, 10:52 PM
รอคุณชากลับมาเล่าต่อนะคะ

โอม.
26-09-2007, 05:03 PM
วันนี้ 26 กย. 2550 13.00 น.

ได้โอนเงินจำนวน 10,200.00 บาท เพื่อร่วมสร้างศาลาฯ วัดถ้าเมืองนะ (หลวงตาม้า) / รายละเอียดในเวปวัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

เข้าบัญชีเลขที่ 05-3417-20-032863-2 ของวัดถ้ำฯ

เป็นเงินของคุณชา ปานโสม และ คณะ ร่วมทำบุญครับ

( เพราะ คืนวันก่อน หลวงปู่ดู่และหลวงปู่ทวด ท่านมา ช่วยคุณชาในเรื่องบางประการ

จนทำให้ได้เงินก้อนนี้มา โมทนากับทุกท่านด้วยครับ )

/ โอม.
<!-- / message --><!-- attachments -->
<FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND></FIELDSET>

dont_worry
26-09-2007, 06:25 PM
วันนี้ 26 กย. 2550 13.00 น.

ได้โอนเงินจำนวน 10,200.00 บาท เพื่อร่วมสร้างศาลาฯ วัดถ้าเมืองนะ (หลวงตาม้า) / รายละเอียดในเวปวัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

เข้าบัญชีเลขที่ 05-3417-20-032863-2 ของวัดถ้ำฯ

เป็นเงินของคุณชา ปานโสม และ คณะ ร่วมทำบุญครับ

( เพราะ คืนวันก่อน หลวงปู่ดู่และหลวงปู่ทวด ท่านมา ช่วยคุณชาในเรื่องบางประการ

จนทำให้ได้เงินก้อนนี้มา โมทนากับทุกท่านด้วยครับ )

/ โอม.
<!-- / message --><!-- attachments -->

<FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND></FIELDSET>

สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ ^____^

sorboonsongsil
26-09-2007, 07:29 PM
โมทนากับคุณพี่ปานโสมและคุณพี่โอมด้วยครับ แล้วก็อดอิจฉาพี่ปานโสมเล็กๆที่สร้างบุญบารมีได้อย่างดี ส่วนผมก็กำลังสร้างพระรูปหล่อพระมหาประยูร เจ้าอาวาสวัดสีสุก บางมด เป็นพระที่พระแถวๆจอมทองถึงพระราม2ไม่ค่อยเอาด้วยเพราะท่านเบี้ยวประชุมพระสังฆาธิการใครนิมนต์ไปไหนไม่ค่อยไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าท่านเบี้ยวเพราะไม่อยากให้ญาติโยมที่มาหาท่านที่วัดต้องเสียน้ำใจ ท่านจึงอยู่ที่วัดรับแขกตั้งแต่เช้ายันบ่าย และ5โมงเย็นยันดึก แถมสอนกรรมฐานแนวหลวงพ่อฤาษีฯตั้งแต่2ทุ่มถึง3ทุ่มกว่าแล้วคุยกับโยมต่อ บางที5ทุ่มก็มี ผมชอบปฏิปทาท่านตรงที่ท่านให้คิดเสมอเรื่องสักกายทิษฐิ กายไม่เที่ยง ท่านติดคำว่ากูตายไว้เยอะแยะไปหมด ผมขออนุญาตท่านสร้างรูปหล่อทองเหลืองรมดำขนาด5นิ้ว 100 องค์เพื่อให้ลูกหลาน(ลูกศิษย์)นำไปบูชาโดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใดคือเอาไปบูชาเป็นพุทธานุสติ ธรรมานุสติ สังฆานุสติ(ตามความคิดผมถ้ารักลูกคือพระสงฆ์แล้วก็ต้องรักต้องฟังคำสอนที่พ่อคือพระพุทธเจ้าได้สอนมาแนะนำไปปฏิบัติให้เกิดผล) ไปถามโรงหล่อ เค้าเอาองค์ละ500ในตอนนั้น(แต่ตอนนี้ทองเหลืองขึ้นราคาแล้วไม่รู้ว่าเท่าไหร่แล้วครับ)รวมค่าทำบล็อก5000บาท ทั้งหมดก็55000บาท(จ่ายค่าบล็อกแล้ว) ก็บอกบุญทั้งคนใกล้ชิดจนถึงที่ทำงานของแฟน ปรากฎว่าได้เงินมาเพียงหมื่นกว่าๆ ท้อมาก แต่ก็บอกหลวงพ่อท่านว่าไม่เป็นไร เงินไม่พอผมก็จะเอาตัวเข้าแลกให้พอให้จงได้ ทุกวันนี้ผมเขียนแผ่นยันต์ได้เกือบ50แผ่นแล้ว(โครงการ100แผ่น)เพื่อให้หลวงพ่อท่านอธิษฐานใส่เบ้าละแผ่นและหากรวมเงินได้ก็จะนำชนวนทองเหลืองมาให้ท่านอธิษฐานอีกทีด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะครบเมื่อไหร่ นี่เป็นเรื่องที่ผมแอบอิจฉาพี่เล็กๆในการที่พี่ตั้งใจทำบุญแล้วสำเร็จทุกโครงการ ส่วนผมโครงการแรกก็กระอักเลือดแล้ว คิดว่าคงต้องใช้ไม้ตายคือพยายามเป็นไข้หนักๆนอนโรงพยาบาลแล้วเอาค่าชดเชยมาเพราะผมก็ไม่รู้จะทำยังงัย แต่ผมไม่ยอมเสียคำพูดแน่นอนแม้เอาตัวเข้าแลกก็ยอม อย่างน้อยลูกหลานหลวงพ่อจะได้มีรูปหล่อท่านไปกราบไหว้ต่อจากที่ไหว้พระพุทธเจ้าแล้ว อย่างน้อยก็ทดแทนคุณท่านที่สอนให้เห็นตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ระลึกถึงความตายอยู่ตลอด กูตาย จริงๆครับ หนีไม่พ้น เอาไปได้แต่บุญกับบาป แม้ผมจะเป็นเพียงเด็กแบเบาะช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้ แต่ก็ขอให้พี่ๆช่วยในด้านกำลังใจก็เป็นพระคุณยิ่งแล้วครับ

benyapa
27-09-2007, 08:00 AM
โห อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ สาธุค่ะ

sorboonsongsil
27-09-2007, 08:38 PM
ผมกลัวที่สุดคือ หาว่าผมหากินทางนี้ครับ ถ้าไม่เชื่อยังงัยโทรหาผมได้ครับ089-4915995 081-8329330 ถ้าโทรแล้วไม่รับคือไม่ได้ยินเสียงเพราะผมทำงานโรงงาน เสียงดังมาก บางครั้งก็ได้ยิน บางครั้งก็ไม่ได้ยิน จนบางทีทะเลาะกับแฟนเพราะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จนแฟนคิดว่าอยู่กับกิ๊กก็มีครับ

noinong
02-10-2007, 11:50 AM
อนุโมทนา สาธุ

โอม.
06-10-2007, 06:03 PM
การให้อภัยและยกโทษ

ใครๆก็พูดได้ พูดง่าย แต่...

เมื่อครั้งที่คุณถูกโกงไป ร่วม สิบกว่าล้าน

ทั้งที่มีโอกาสทำร้าย ทำลาย และจองเวรเขา แต่คุณไม่ทำ
แล้วยังพยายามนำเขาสู่แสงสว่างแห่งพุทธะ

ผมยอมรับในน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวของคุณชา

ที่ผ่านการทดสอบ และ ทานบารมีอันยิ่งครั้งนี้ สาธุ

โอม.
06-10-2007, 06:34 PM
..เสียทรัพย์ รักษา อวัยวะ

เสียอวัยวะ รักษา ชีวิต

พลีชีวิต...รักษาธรรม...



โอม นโม อวโลกิเตศวรายะ นะมะ

<TABLE borderColor=#663300 cellSpacing=4 cellPadding=4 width="34%" align=center bgColor=#999966 border=8><TBODY><TR><TD height=346>http://www.fractalspirit.com/FracARTAum/QuanYininSilver-SM.jpg (http://www.fractalspirit.com/AAQuanYinSilver.htm)
</TD></TR><TR><TD bgColor=#000000 height=2>Quan Yin in Silver
</TD></TR></TBODY></TABLE>

ขอความดีงาม ทั้งมวลในสากล และธรรมอันดี รักษาและนำทาง

ตลอดกาลนิรันดร์ ตราบการเดินทางสิ้นสุด

ประสงค์.
07-10-2007, 09:24 AM
ขออนุโมทนาบุญกับคุณ ปานโสม ที่ทำมาด้วยครับ

pong-sit
07-10-2007, 10:09 AM
ขออนุโมทนาในบุญกุศลที่คุณปานโสมทำมาตั้งแต่ต้นด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ

den_siam2523
08-10-2007, 10:12 PM
สาธุๆๆๆ ครับ

benyapa
12-10-2007, 10:53 PM
รอเรื่องเล่าและอนุโมทนา กับคุณปานโสมนะคะ

บุญรักษาค่ะ
ปู

sorboonsongsil
14-10-2007, 07:25 PM
พี่ปานโสมครับ ผมตั้งใจรักษาศีล8 (ขาดบ้างไม่ขาดบ้าง) ตามกำลังผมเท่าที่จะทำได้ บวกกับการกินเจ10วัน อานิสงฆ์ที่ได้เห็นๆคือ น้ำหนักตัวลดลง(เดิม120กก.)และอาการอ่อนเพลียซึ่งเป็นประจำลดน้อยลง ถามว่าอยากกินข้าวเย็น อยากกินอะไรต่อมิอะไรมั้ย ตอบได้เลยว่า อยากมากๆ แต่คิดว่าถ้ากินหลังเที่ยงก็เสียสัจจะ วันนี้ไปสัมมนาพลังจิตมาก็มีความรู้สึกดี เริ่มมองเห็นออร่าบางๆหลายสีทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตาที่สาม และคิดว่าจะได้เจอพี่ แต่ อ.อาชวิน บอกว่าพี่ไม่ได้มา ก็ไม่เป็นไร มีวาสนาก็คงได้พบปะพูดคุยกันครับ สุดท้ายขอขอบคุณคุณพี่ปานโสมที่ส่งข้อความที่เป็นทั้งกำลังใจและการยับยั้งการทำผิดของผมด้วยครับ หวังว่าคงได้พบกันในโอกาสอันใกล้นี้นะครับ

ปานโสม
14-10-2007, 07:36 PM
<TABLE class=tborder cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR title="โพส 757746" vAlign=top><TD class=alt1 align=middle width=125>sorboonsongsil</TD><TD class=alt2>พี่ปานโสมครับ ผมตั้งใจรักษาศีล8 (ขาดบ้างไม่ขาดบ้าง) ตามกำลังผมเท่าที่จะทำได้ บวกกับการกินเจ10วัน อานิสงฆ์ที่ได้เห็นๆคือ น้ำหนักตัวลดลง(เดิม120กก.)และอาการอ่อนเพลียซึ่งเป็นประจำลดน้อยลง ถามว่าอยากกินข้าวเย็น อยากกินอะไรต่อมิอะไรมั้ย ตอบได้เลยว่า อยากมากๆ แต่คิดว่าถ้ากินหลังเที่ยงก็เสียสัจจะ วันนี้ไปสัมมนาพลังจิตมาก็มีความรู้สึกดี เริ่มมองเห็นออร่าบางๆหลายสีทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตาที่สาม และคิดว่าจะได้เจอพี่ แต่ อ.อาชวิน บอกว่าพี่ไม่ได้มา ก็ไม่เป็นไร มีวาสนาก็คงได้พบปะพูดคุยกันครับ สุดท้ายขอขอบคุณคุณพี่ปานโสมที่ส่งข้อความที่เป็นทั้งกำลังใจและการยับยั้งการทำผิดของผมด้วยครับ หวังว่าคงได้พบกันในโอกาสอันใกล้นี้นะครับ</TD></TR></TBODY></TABLE>

ขออนุโมทนา สาธุ กับน้องด้วยนะคะ อดทนอีกนิดน๊า...
กำลังใจนั่นแหล่ะสำคัญมาก ให้กำลังใจกันและกันนี้เป็นสิ่งที่ช่วยได้มากทีเดียว
ช่วงนี้ กงล้อกรรมหมุนกันเร็ว...
คงไม่นานนัก ได้เจอและร่วมบุญกันแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ซึ้งๆ
ช่วงหลังชาไม่ค่อยได้อัฟเดต เพราะไม่อยากเขียนลวกๆ หากเวลาน้อย
เวลาเขียนนั้นตั้งใจ สงบใจ รวมบุญ ในการเขียน
เพราะอยากให้เป็นกระทู้ที่เป็นประโยชน์ในทางจิตใจจริงๆ ของเพื่อน พี่ น้อง ในเว๊บนี้
ธรรมรักษา บุญรักษา ทุกท่าน
(rose) (rose) (rose)

sanya
15-10-2007, 10:32 PM
ขออนุโมทนาบุญกับพี่ด้วยครับ
และก็ถือโอกาส ขอขมาพี่ปานโสมด้วย หากข้าพเจ้าเคยคิด พูด ถึงพี่ในเรื่องที่ไม่ดีไม่เหมาะสมใดใดก็ตาม ตั้งใจก็ดีไม่ตั้งใจก็ดี เจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี
จำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน
ขอให้พี่โปรดอโหสิกรรมให้ด้วยนะครับ

Unique_Angel
18-10-2007, 09:45 PM
เห็นรูปพี่ปานโสม ที่งานครั้งที่สอง ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นป้ายชื่อ (มัวแต่มองหน้า^^") ก็นึกถึงชือ "ปานโสม" ขึ้นมาทันที... แปลกดีค่ะ

มาขอร่วมอนุโมทนาในบุญที่พี่ปานโสมได้ทำมา
ทั้งที่ได้เขียนในนี้ก็ดี ไม่ได้เขียนในนี้ก็ดี
ขอให้ความดีที่พี่ทำมาเป็นเกราะแก้วคุ้มครองพี่ตราบชั่วกาลนานเทอญ

Oldone
19-10-2007, 07:35 PM
พูดไม่คอยเก่ง...อ่านแล้ว...ได้ข้อคิดดีมาก
ก็เลย แอบมาให้กำลังค่ะ.....

sorboonsongsil
21-10-2007, 08:42 PM
เมื่อวานและวันนี้ ผมได้ไปอบรมพลังจิตตาที่สามกับ อ.อาชวินมา พร้อมกับพี่สหธรรมิก22คน ได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะมาก แม้ความรู้นั้นเป็นเพียงโลกียะ แต่ผมเชื่อถ้านำมาปฏิบัติแล้วพิจารณาเรื่อยๆตามกำลังที่เรามี ในส่วนของโลกียะก็น่าจะเป็นบาทฐานของโลกุตตระได้ใช่มั้ยครับ เมื่อคืนลองกำหนดจิตนั่งสมาธิหลังจากที่ได้เปิดตาที่สามแล้ว ปรากฎว่าจิตรวมตัวกันได้เร็วขึ้น และพิจารณาข้อธรรมได้เป็นบางข้อ มีความอิ่มใจมากๆครับ

HS4OFL
03-11-2007, 04:32 PM
อนุโมทนา

tarus77
09-11-2007, 09:33 AM
ขออนุโมทนาบุญในทุกบุญกุศลที่คุณปานโสมได้ทำมาด้วยค่ะ สาธุ :)

โอม.
24-11-2007, 06:09 PM
คนไม่รู้ ส่งศักดิ์สิทธิ์ท่านทราบ

ไม่พูด ท่านก็ให้งาน

พูดไป ก็มีทั้งคนติ คนชม แม้ใจไม่อยากมีเวรกรรมกับใคร

หลายคนคงเป็นเช่นนี้




มองตา... กลืนเลือดลงคอ...ไม่มีคำพูด



เมื่อไร จะได้กลับบ้าน ........ ล้าก็ต้องเดิน

ก็ท่านบอกว่า...." แม้หนึ่งชีวิตที่พ้นนรก ก็ต้องทำ "

dont_worry
29-11-2007, 06:11 PM
ขอเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

boko0121
09-01-2008, 04:54 PM
อนุโมทนาครับ

โอม.
14-01-2008, 01:31 AM
เสาร์ 12 มค. 2551 นิมนต์หลวงปู่บุญฤทธิ์ที่บ้าน

รวบรวมปัจจัยจากมิตรธรรมทุกท่านที่มาร่วม 26,266 ถวายพร้อมไตรจีวร สังฆทาน อาหารคาวหวานอย่างดี ด้วยจิตเลื่อมใสแก่สงฆ์


ผมเป็นจิตวิญญาณหนึ่งที่เป็นพยานบุญนี้นะครับ


...ใครที่หลวงปู่บอกให้ไปนิพพาน ก็รีบไปซะเน้อ...

witaya
14-01-2008, 11:38 AM
อนุโมทนาครับ บุญเป็นเสบียงไว้เลี้ยงตัวครับ

sio191
22-01-2008, 04:00 PM
อนุโมทนาครับ

ฐาณัฏฐ์
03-02-2008, 11:03 AM
อนุโมทนาสาธุ

Mr.Kim
08-02-2008, 09:36 AM
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&stc=1&thumb=1&d=1195785464 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=242528&d=1195785464)

ธมฺมกาโม ภวํ โหติ</SPAN>
ผู้ฝักใฝ่ในธรรมเป็นผู้เจริญ
ธมฺมเทสฺสิ ปราภโว
ผู้ชังธรรม เป็นผู้เสื่อม
นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี.

จงเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไม่ได้ ใครจะเตือน
อย่าลืมเลือน เตือนตน ให้พ้นภัย

...............................................................

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนไตยที่เคารพบูชาเป็นสรณะสูงสุด
จงอำนวยอวยชัยให้พรแก่ทุกๆ ท่านที่คิดดี พูดดี ทำดี
อยู่ในศีล อยู่ในธรรม และหมั่นเจริญพระกรรมฐาน
ขอให้ท่านเจริญ ซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ

" ท่านที่หวังพระนิพพานก็ดี
ขอให้ท่านได้สมดั่งความตั้งใจ
ท่านที่หวังพระสัมมาสัมโพธิญาณก็ดี
ขอให้ท่านได้สมดั่งความปรารถนา "


อนุโมทนาบุญนะครับ สาธุ ๆ ๆ

โอม.
10-02-2008, 07:56 AM
http://board.palungjit.com/showthread.php?p=970049#post970049


อย่าลืมไปนะครับ ชุมนุมพระอริยะอีกงาน เป็นกำลังใจให้เสมอ

ธรรมวิวัฒน์
17-02-2008, 10:00 AM
อนุโมทนาครับกับทุกท่านที่ร่วมการทำบุญครั้งนี้ครับ

http://familylobby.com/common/tt782412fltt.gif

kong_sorakrit
27-02-2008, 06:26 PM
ขออนุโมทนาสาธุครับ