joni_buddhist
02-08-2007, 10:34 PM
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=188003&stc=1&thumb=1&d=1184989688 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=188003&d=1184989688)http://www.thaitambon.com/thailand/Pichit/660201/p.jpg
เปรตตัวใหญ่ หัวใหญ่
ตอนนี้พระธรรมพูดขึ้นอีกว่า
จงพิจารณาให้ได้ธรรมะสอนตนว่า มรณะ อสุภะ สุญตะ กรรมฐาน ๓ ข้อนี้ให้น้อมไปพิจารณาทุกลมหายใจเข้าออก ให้จิตใจหน่ายคลายความกำหนัดจากการยึดมั่นว่า ขันธ์ ๕ เป็นตน และตนเป็นขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ มีในตน และตนมีในขันธ์ ๕
วิมุตติธรรมจะเกิดเป็นสมบัติแก่ผู้พิจารณา !
เมื่อเห็น (นิมิต) อย่างนั้น ก็สอนใจตนว่า นี้แหละเทียวเกิดเทียวตาย ภพน้อยภพใหญ่ ใจสอน ใจให้รู้ ทั้งรู้ทั้งเห็น ทั้งแจ้ง สิ้นสงสัย ไม่ห่วงอาลัยในชีวิตสังขาร
มีแต่ตั้งใจทำความเพียรพยายาม เอาชนะกิเลสและขันธ์ ๕ ชำระใจผ่องใส เมื่อจิตรวมลงสู่ความสว่างสงบอีกครั้ง ทีนี้เห็น (นิมิต) เปรตตัวใหญ่หัวใหญ่ ! จึงถามพระธรรมว่า นี่อะไรน่ากลัว ?
พระธรรมก็บอกว่า นี้แหละชาติภพที่ท่าน (พระอาจารย์จันทา) เคยเสวยมาแล้ว เพราะประพฤติเป็นพาลสันดานหยาบช้า คบพาลภายนอก ทำความชั่วด้วยกาย วาจา จิต ครั้นเมื่อแตกกายทำลายเบญจขันธ์ กรรมชั่วก็พาไปเกิดเป็นเปรตตัวใหญ่หัวใหญ่อย่างที่เห็นนี้แหละ !
เหตุเพราะในอดีตชาติมีมานะถือตัวหัวดื้อ ไม่ยอมฟังคำสอนของนักปราชญ์ ไม่ละทิ้งอัตตาตัวตน มีแต่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ และไม่ยอมละทิ้งความชั่วทั้งปวง เห็นการกระทำความชั่วเป็นของสนุกของดีมั่งมีศรีสุข
ด้วยเหตุนี้แล ท่านต้องเสวยบาปชั่ว ตายแล้วเกิดเป็นเปรตอยู่อย่างนั้นถึง ๕๐๐ ชาติ พ้นจากนั้นก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ต่ำช้าลามกเป็นที่อับอายขายหน้ากลางโลก
เศษบาปกรรมแต่ชาติปางก่อน ติดตามมาให้เกิดเป็นมนุษย์ รูปร่างน่าเกลียด ร่างผิดปกติต่าง ๆ น่าอับอายขายหน้า มีแต่คนรังเกียจ แม้แต่ตัวเองก็รังเกียจตัวเอง แต่ก็หนีตัวเองไม่พ้นจำต้องกล้ำกลืนฝืนทนก้มหน้ารับกรรมไปด้วยความตรอมตรมระทมใจแสนสาหัส
สิ่งทั้งปวงนี้เพราะเราเองเป็นเหตุ เป็นผู้สั่งสมดีชั่วใส่ตัวเอง จึงต้องได้เสวยวิบากกรรมอย่างนั้น เมื่อสอนตนดั่งนี้แล้วก็รู้สึกสังเวชจนน้ำตาไหล จึงชำระใจให้ผ่องใสแล้วยึดพุทโธเจริญสติต่อไป ไม่นานจิตรวมสงบเป็นสมาธิอีก แสงโอภาสเกิดขึ้น
ที่มา หนังสือตายแล้วไปไหนเล่ม 26
เปรตตัวใหญ่ หัวใหญ่
ตอนนี้พระธรรมพูดขึ้นอีกว่า
จงพิจารณาให้ได้ธรรมะสอนตนว่า มรณะ อสุภะ สุญตะ กรรมฐาน ๓ ข้อนี้ให้น้อมไปพิจารณาทุกลมหายใจเข้าออก ให้จิตใจหน่ายคลายความกำหนัดจากการยึดมั่นว่า ขันธ์ ๕ เป็นตน และตนเป็นขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ มีในตน และตนมีในขันธ์ ๕
วิมุตติธรรมจะเกิดเป็นสมบัติแก่ผู้พิจารณา !
เมื่อเห็น (นิมิต) อย่างนั้น ก็สอนใจตนว่า นี้แหละเทียวเกิดเทียวตาย ภพน้อยภพใหญ่ ใจสอน ใจให้รู้ ทั้งรู้ทั้งเห็น ทั้งแจ้ง สิ้นสงสัย ไม่ห่วงอาลัยในชีวิตสังขาร
มีแต่ตั้งใจทำความเพียรพยายาม เอาชนะกิเลสและขันธ์ ๕ ชำระใจผ่องใส เมื่อจิตรวมลงสู่ความสว่างสงบอีกครั้ง ทีนี้เห็น (นิมิต) เปรตตัวใหญ่หัวใหญ่ ! จึงถามพระธรรมว่า นี่อะไรน่ากลัว ?
พระธรรมก็บอกว่า นี้แหละชาติภพที่ท่าน (พระอาจารย์จันทา) เคยเสวยมาแล้ว เพราะประพฤติเป็นพาลสันดานหยาบช้า คบพาลภายนอก ทำความชั่วด้วยกาย วาจา จิต ครั้นเมื่อแตกกายทำลายเบญจขันธ์ กรรมชั่วก็พาไปเกิดเป็นเปรตตัวใหญ่หัวใหญ่อย่างที่เห็นนี้แหละ !
เหตุเพราะในอดีตชาติมีมานะถือตัวหัวดื้อ ไม่ยอมฟังคำสอนของนักปราชญ์ ไม่ละทิ้งอัตตาตัวตน มีแต่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ และไม่ยอมละทิ้งความชั่วทั้งปวง เห็นการกระทำความชั่วเป็นของสนุกของดีมั่งมีศรีสุข
ด้วยเหตุนี้แล ท่านต้องเสวยบาปชั่ว ตายแล้วเกิดเป็นเปรตอยู่อย่างนั้นถึง ๕๐๐ ชาติ พ้นจากนั้นก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ต่ำช้าลามกเป็นที่อับอายขายหน้ากลางโลก
เศษบาปกรรมแต่ชาติปางก่อน ติดตามมาให้เกิดเป็นมนุษย์ รูปร่างน่าเกลียด ร่างผิดปกติต่าง ๆ น่าอับอายขายหน้า มีแต่คนรังเกียจ แม้แต่ตัวเองก็รังเกียจตัวเอง แต่ก็หนีตัวเองไม่พ้นจำต้องกล้ำกลืนฝืนทนก้มหน้ารับกรรมไปด้วยความตรอมตรมระทมใจแสนสาหัส
สิ่งทั้งปวงนี้เพราะเราเองเป็นเหตุ เป็นผู้สั่งสมดีชั่วใส่ตัวเอง จึงต้องได้เสวยวิบากกรรมอย่างนั้น เมื่อสอนตนดั่งนี้แล้วก็รู้สึกสังเวชจนน้ำตาไหล จึงชำระใจให้ผ่องใสแล้วยึดพุทโธเจริญสติต่อไป ไม่นานจิตรวมสงบเป็นสมาธิอีก แสงโอภาสเกิดขึ้น
ที่มา หนังสือตายแล้วไปไหนเล่ม 26