joni_buddhist
23-07-2007, 09:35 PM
http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/thumb_%CB%C5%C7%A7%BB%D9%E8%A8%D1%B9%B7%D2%20%B6%D2%C7%E2%C3%202.jpg
พระพุทธองค์ทรงเทศน์โปรด
เมื่อล่วงถึงคืนวันที่ ๑๐ ก็ตั้งสัจจะต่ออีก ๑ คืน ๑ วัน ทำความเพียรยืน เดินและนั่งไม่ลดละ ไม่หวั่นไหว เพราะใจชนะใจ !
ใจมีความเพียร ความอดทนความกล้าหาญชาญชัยน่าอัศจรรย์ ใจเห็นธรรมแล้ว ! ไม่อยากอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป ! เพราะกลัวการเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ ลำบาก (เหลือเกิน)
ได้นิมิตเห็นพระนิพพาน เห็นพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเทศน์ว่า
ให้พิจารณาชาติ ความเกิดเป็นทุกข์
ชรา ความแก่เป็นทุกข์
พยาธิ ความป่วยไข้เป็นทุกข์
มรณะ ความตายเป็นทุกข์
ทั้งภายในคือตัวเรา และภายนอกคือคนอื่น
ให้พิจารณาโดยอนุโลมปฏิโลม ในสกนธ์กายนี้ รูปกายเป็นมูลฐานโรงงานใหม่สำหรับผู้มีสติปัญญาจะมาค้นคว้าขุดค้นหาของดีมีมนุษยสมบัติ (การเกิดเป็นมนุษย์) สวรรคสมบัติ (การเกิดในสวรรค์)พรหมโลกสมบัติ (การเกิดในพรหมโลก)
เครื่องกลั่นกรองมูลฐานได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ ปฏิบัติกรรมฐาน โพชฌงค์ ซึ่งจะกลั่นกรองเอาขี้แร่ออกจากโรงงานแล้วก็จะเหลือแต่ของดี คือ แก้วพุทโธ แก้วธัมโม แก้วสังโฆ
ส่วนขี้แร่คือ โลภะ โทสะโมหะ คัดออกหมดแล้วเหลือแต่ของดี ได้ชื่อว่าตน เมื่อได้ตนแล้วชื่อว่าหมดสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ เป็นผู้พ้นทุกข์จากการเกิดแก่เจ็บตาย
นี้แหละพระพุทธเจ้าเทศน์โปรด
พระพุทธองค์ทรงเทศน์โปรด
เมื่อล่วงถึงคืนวันที่ ๑๐ ก็ตั้งสัจจะต่ออีก ๑ คืน ๑ วัน ทำความเพียรยืน เดินและนั่งไม่ลดละ ไม่หวั่นไหว เพราะใจชนะใจ !
ใจมีความเพียร ความอดทนความกล้าหาญชาญชัยน่าอัศจรรย์ ใจเห็นธรรมแล้ว ! ไม่อยากอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป ! เพราะกลัวการเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ ลำบาก (เหลือเกิน)
ได้นิมิตเห็นพระนิพพาน เห็นพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเทศน์ว่า
ให้พิจารณาชาติ ความเกิดเป็นทุกข์
ชรา ความแก่เป็นทุกข์
พยาธิ ความป่วยไข้เป็นทุกข์
มรณะ ความตายเป็นทุกข์
ทั้งภายในคือตัวเรา และภายนอกคือคนอื่น
ให้พิจารณาโดยอนุโลมปฏิโลม ในสกนธ์กายนี้ รูปกายเป็นมูลฐานโรงงานใหม่สำหรับผู้มีสติปัญญาจะมาค้นคว้าขุดค้นหาของดีมีมนุษยสมบัติ (การเกิดเป็นมนุษย์) สวรรคสมบัติ (การเกิดในสวรรค์)พรหมโลกสมบัติ (การเกิดในพรหมโลก)
เครื่องกลั่นกรองมูลฐานได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ ปฏิบัติกรรมฐาน โพชฌงค์ ซึ่งจะกลั่นกรองเอาขี้แร่ออกจากโรงงานแล้วก็จะเหลือแต่ของดี คือ แก้วพุทโธ แก้วธัมโม แก้วสังโฆ
ส่วนขี้แร่คือ โลภะ โทสะโมหะ คัดออกหมดแล้วเหลือแต่ของดี ได้ชื่อว่าตน เมื่อได้ตนแล้วชื่อว่าหมดสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ เป็นผู้พ้นทุกข์จากการเกิดแก่เจ็บตาย
นี้แหละพระพุทธเจ้าเทศน์โปรด