View Full Version : แม่รักลูกไม่เท่ากัน ทำไงดี
nong_music
15-07-2007, 08:55 PM
มีครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายสองคน ต่างคนอยู่ต่างที่ ต่างจังหวัด ทำงานต่างกัน คนหนึ่งทำงานสบายมีครอบครัวแล้ว อีกคนทำงานไม่สบายและเพิ่งหย่าร้างกับภรรยาไป แม่ก็รักคนที่ทำงานไม่สบาย และสงสารลูกคนนี้มาก ส่วนอีกลูกอีกคน แม่ก็รัก แต่น้อย และสงสารน้อยด้วย จะรักและห่วงลูกอีกคนมากกว่า ทั้งที่ลูกอีกคนส่งเงินเลี้ยงดูแม่ ช่วยเรื่องดูแลแม่ยามไม่สบาย บางครั้งยังส่งเงินไปช่วยเหลือพี่ชายอีกคน ลูกคนที่สบายจะกินอยู่อย่างไง ลำบากแค่ไหน แม่ก็ไม่สนใจ ห่วงแต่ลูกชายอีกคนหนึ่งที่อยู่คนเดียว ว่าจะกินอิ่มไหม เวลาลูกอีกคนจะเตือน จะบอกอะไรกับพี่ชายผ่านแม่ แม่ก็คอยห้าม หรือไม่เห็นด้วย จะพยายามไม่ทำให้ลูกชายอีกคนต้องมีอะไรมากระทบจิตใจ ส่วนลูกอีกคนนั้น ก็ช้ำใจมาก ท้อแท้อยู่หลายครั้ง
ครับ ผมอยากรับฟังความคิดเห็นของทุกคนครับว่า ถ้าเป็นลูกชายที่แม่ไม่ค่อยรัก ไม่ค่อยห่วง จะทำอย่างไรต่อไปครับ
หริชน
15-07-2007, 10:00 PM
ถ้าให้ดี คงต้องถามคนที่เป็นพ่อเป็นแม่คน คงได้ความกระจ่างดีกว่า ส่วนในความคิดของเรา คิดว่าหัวอกผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ก็เป็นธรรมดาที่จะคิดถึงคนที่ลำบากมากกว่าคนที่สบาย
ผ่อนคลาย
16-07-2007, 04:11 AM
เราก็ทำใจให้ดีงามไว้ด้วยการฝึกสติ และศึกษาคุณธรรมน้อมนำมาเป็นคุณสมบัติของเรา แล้วจะเห็นด้วยตนเองว่า หากเรามีสติบ่อยๆ เรื่องอื่นๆก็เป็นเพียงเรื่องของบุญ บาปที่เราได้พบได้เห็นในชีวิตประจำวัน เราก็พยายามมั่นคงในการมีสติเนืองๆนะครับ (ตอบสั่นๆ เพราะพอดีต้องไปทำอย่างอื่นอีก)
สรุปคือ ศึกษาเรื่องสติ และพยายามมีสติ และศึกษาอ่าน ฟังหลักธรรมคำสอนไว้ ใจเราจะสบายทุกๆสถานการณ์ครับ
nong_music
16-07-2007, 05:40 AM
คำแนะนำของคุณผ่อนคลาย เป็นคำแนะนำที่ดีเยี่ยมเลยครับ การมีสติอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจอเรื่องอะไรมากระทบ ก็ระลึกอยู่เสมอว่า สิ่งนั้น คือผลจากบุญ ผลจากบาป ผลจากกฏแห่งกรรม ถ้ามีสติ เรื่องทุกอย่างที่เข้ามากระทบจิตใจเรา คือ สิ่งภายนอก สำคัญที่สุดคือ สิ่งภายใน นั่นคือ การมีสติที่ดี อยู่ตลอดเวลา เป็นคำแนะนำที่ดีเยี่ยมเลยครับ
Khunkik
16-07-2007, 09:08 AM
คิดซะว่า ได้มีโอกาสใช้หนี้กรรมให้เค้า แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ใครเห็นไม่เห็นไม่เกี่ยว ดูใจเราอย่างเดียว
ขุนท้าว...
16-07-2007, 09:27 AM
พ่อแม่รักลูกเท่ากัน แต่สงสารลูกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของลูกแต่ละคนค่ะ
ลัก...ยิ้ม
16-07-2007, 10:07 AM
แม่เราก็เป็นปุถุชนคนหนึ่งค่ะ ท่านเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ ให้การศึกษา ให้ชีวิตมาก็มีบุญคุณมหาศาลแล้วค่ะ การที่ท่านทำได้ขนาดนั้นย่อม บ่ง บอกถึงความรักและเอาใจใส่มากพอควรค่ะ
แต่การที่ท่านจะให้การเอาใจใส่ สงสาร ใส่ใจใคร ลูกคนไหนมากกว่ากัน ย่อมแล้วแต่ท่านเห็นเป็นการควร โดยเฉพาะท่านที่มีครอบครัวแล้ว ท่านอาจจะคิดว่าเป็นการไม่ควรที่จะเข้าไปก้าวก่ายมาก ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในครอบครัวไป
แล้วแต่มุมมอง และเหตุการณ์นะค่ะ ขอให้ละความน้อยใจออกไปเสียแล้วลองพิจารณากันใหม่อีกทีนะค่ะ
nong_music
16-07-2007, 05:13 PM
เด็กคนนี้ ไปหัดว่ายน้ำ มีพี่น้อง ญาติไปด้วย ตอนนั้นเขาว่ายน้ำไม่เป็น ก็เลยว่ายเข้าไปหาแม่เขา ทีนี้ เด็กคนนี้ โดนแม่เขาจับโยนออกไป ในน้ำลึก เพื่อให้หัดว่ายน้ำ ถ้าเด็กคนนั้น ไม่สามารถดำน้ำ ตะเกียกตะกายไปหาฝั่งได้ เด็กคนนั้น ก็คงไม่รอดแน่ ๆ โตขึ้น ไปเจอกับพ่อเลี้ยงก็เลยมีปัญหากัน แม่เด็กคนนั้นเลือกฝ่ายไหน ก็เลือกฝ่ายพ่อเลี้ยง ไม่เลือกฝ่ายลูก ส่วนพี่ชายที่ทำงานลำบาก และหย่าร้างนั้น ทำงานเดือนหนึ่ง ได้ประมาณ 6000 บาท บ้านก็ไม่ต้องเช่า อยู่กับอา เงินที่หมดไป หมดไปกับค่าเหล้าเป็นส่วนใหญ่ อยู่อย่างสบายตัวคนเดียว ส่วนน้องอีกคน ต้องใช้จ่ายเดือนหนึ่งกับภรรยา เดือนละประมาณ 6000 บาท (ที่เหลือเป็นเงินเก็บแบบถอนไม่ได้) เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ อาทิตย์หนึ่ง กินกับไข่ กินกับหมูทอด กินกับส้มตำ บางครั้ง เสาร์ อาทิตย์ ต้องอดมื้อกลางวันด้วย ภรรยา ก็กินผักต้ม ผักดอง บางครั้งก่อนเงินออก มีเงินเหลือไม่ถึง 100 บาท มาหลายครั้ง ทำงานสบายเงินเยอะกว่าจริง แต่ไม่ได้อยู่สบายเลย เวลาเล่าให้แม่เขาฟัง บางครั้งก็ได้รับคำพูดว่า "สงสัยคงต้องกินข้าวต้มแทน" เวลาพี่ชาย เงินไม่เหลือ ไม่พอ แม่ต้องมาพูดขอเงินให้ช่วยเหลือพี่ชาย บางครั้งไม่มีเงินจริง ๆ ต้องยอมขายทองเพื่อมาใช้ในครอบครัวและช่วยเหลือพี่ชายไป กว่าจะได้ทองแต่ละเส้น สำหรับคนเงินเดือนน้อย ก็ลำบาก ต้องกินอด ประหยัดกับข้าว ผัวกินไข่ เมียกินผักต้ม ส่วนพี่ชายคนนั้น กินอย่างสบาย กินเหล้า เมายา ไม่มีเงินก็ยืม มันผิดกัน แต่ก่อนได้ทำงานใหม่ ๆ เด็กคนนั้น กำลังเรียน ม. พอมีเงินไปสอบ ไปลงทะเบียน แต่มีเหตุการณ์ให้ต้องไม่ได้สอบ ไม่ได้เรียน เนื่องจาก พี่ชาย ต้องนำเงินไปแต่งงาน แม่ไม่มีเงิน ตอนนั้น พ่อเสียไปนานแล้ว แม่จึงมาขอให้น้องชาย กู้เงินให้พี่ชายแต่งงาน น้องคนนั้น ก็กู้ให้ เป็นผลให้ ไม่มีเงินพอที่จะไปลงทะเบียน ไปสอบ หมดอนาคตทางการศึกษาไปเลย
ครับ ก็ อวสานแล้วครับ มันเป็นเรื่องที่ผมพิมพ์มาให้อ่านกันน่ะครับ เพียงแค่อยากฟังความคิดเห็นจากทุกท่านน่ะครับ มีหลายท่าน แสดงความคิดเห็นที่ดีมากเลยครับ เอาไว้ เมื่อบางคน ได้เจอเหตุการณ์อย่างนี้ จะได้นำไปเป็นหนทางในการดำเนินชีวิตต่อไปครับ
dearestguardian
22-07-2007, 12:53 PM
คุณยอมรับกฏแห่งกรรมไหม ถ้ายอมรับก็จงรู้ว่าทุกคนอยู่ใต้กรรมลูกบางคนเกิดมาทวงหนี้พ่อแม่บางคนเกิดมาใช้หนี้พ่อแม่
พูดแค่นี้ก็คงเข้าใจนะความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่ประเสริฐทำต่อไปเถิด
คุณรู้จักความรักที่จริงแท้ไหมรักที่ปราศจากกามราคะ รักที่กอรปไปด้วยพรหมวิหาร 4 ไม่ต้องคาดหวังความรู้สึกใดๆตอบกลับ รักด้วยเห็นว่าท่านคือผู้ให้ร่างกายมาสร้างบุญต่อเพึ่อพระนิพพาน
เท่ากับท่านเป็นสะพานให้เราเหยียบย่ำเข้าสู่ธรรมเลยนะท่านยังเป็นผู้ที่ทำให้เราได้ทดสอบบารมี(กำลังใจ)ในการรักษา พรหมวิหาร ธรรมอีกต่างหากแทนที่คุณจะไปมองท่านแล้วตั้งคำถามว่าทำไมๆๆทำไมคุณไม่มองตัวเ้องว่าคุณให้ท่านพอแล้วเหรอรักท่านสสารท่านที่ท่านต่างต้องเผชิญกรรม
และความทุกข์คุณก็ต้องเผชิญเราทุกคนต่างต้องเผชิญเราควรแผ่เมตตาทำสังฆทานให้ท่านทำหน้าที่ลูกที่ดีอย่ามองคนอื่นอีกเลยมองตัวเราทำดีที่สุดรักษากำลังใจให้แน่นในพระรัตนตรัย
ยอมรับกรรมแต่ทำใจให้สงบอยู่เหนือให้ได้พอตายแล้วก็จบกันบุญใดๆที่ทำขอให้ท่านรับผลบุญนั้นเท่าเราขอให้อานิสงส์แห้งบุญนำพาท่านสู่สัมมาทิฎฐิและศรัทธาในพระรัตนตรัยและนำท่านหลุดพ้นสู่พระนิพพาน
นั่นคือสิ่งที่เราผู้เป็นลูกควรทำ
dearestguardian
22-07-2007, 01:14 PM
กรรมและกฎแห่งกรรมเป็นอจิณไตยพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าปุถุชนไม่ควรคิดเพราะจะทำให้หัวระเบิดเปล่าๆ
สิ่งที่เราควรใฝ่หาคือความดี คิดดีทำดีพูดดี เราหยุดคนอี่นไม่ได้แต่เราหยุดตัวเราเองได้ควรรู้ว่าคิดแค่ไหนอย่างไรให้ใจเป็นสุขเป็นบุญ หลวงพ่อฤๅษืท่านให้ดูตัวเองแก้ไขตัวเองแล้วให้เมตตาว่าทุกคนก็เหมือนกับเราดึดแดดิ้นเพึ่อหาทางพ้น
เหมือนกันจงมองความผิดเราเท่าภูเขาความผิดเขาแค่อะตอมแล้วคนจะรู้ดีกับทุกคนและพยายามพัฒนาตัวเอง
ปล.ที่พูดนี่ยังทำไม่ได้หรอกแต่พยายามทำเหมือนกันถ้าคุณทำได้ก็โมทนา
ดาราจักร
01-09-2007, 01:10 AM
ความรักของคุณแม่ มากมายไม่มีประมาณ แล้วจะเอามาเปรียบ
เทียบกันก็คงทำไม่ได้
ส่วนลูก แต่ละคนจะได้ดี หรือ ไม่ได้ดี ยังไงก็เป็นกรรมของแต่ละคน
นะครับ ไม่เกี่ยวกับ พระคุณความรักของแม่เลย
อย่าไปคิดอย่างนี้อีกนะครับ
แทนที่จะคิดแบบนี้ อยากให้ลูกทั้งสองของคุณแม่คนนี้
คิดว่าจะทำอย่างไรให้คุณแม่มีความสุข และมีปัญญานะครับ
เรื่องความเป็นอยู่ในชีวิตของลูก ก็ดูแลตัวเองได้แล้ว โตแล้วนะ
จะสุข จะทุกข์ อย่างไร อยู่ต่อหน้าแม่ ก็ยิ้มแล้วบอกว่า มีแต่ความสุขนะ
ให้แม่ได้พักผ่อน ทำกิจที่ควร เช่น ศีล สมาธิ ปัญญา ได้แล้วนะ
อนุโมทนาครับ
คนดีเมืองหาดใหญ
26-11-2007, 08:39 PM
คิดว่าคนเป็นแม่รักลูกเท่ากันนะคะคุณอย่าคิดมากเลยเพียงแต่ความสงสารลูกคนที่ด้อยกว่าทำให้เวลาที่สนใจคนที่สบายอยู่แล้วน้อยลงเท่านั้น เพราะคนที่สบายอยู่แล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก ทำใจให้สบาย ดิฉันพูดในฐานะที่มีลูกชายสองคนเหมือนกัน คนเป็นแม่ไม่มีหรอกที่ไม่รักลูกแต่ด้วยเหตุและผล ที่แสดงออกอาจไม่เหมือนกันแต่ในใจรักเท่ากันแน่นอนค่ะ ดิฉันเชื่ออย่างนั้น
phoenix2008
04-03-2008, 11:39 PM
ดีใจกับคุณจขกทด้วยที่มีโอกาสตอบแทนคุณแม่ขณะที่ท่านยังไม่ตาย ถึงแม้บางครั้งท่านจะเอาเงินที่คุณหาอย่างยากลำบากไปให้พี่ชายคุณก็ตาม ถือซะว่าได้ช่วยบรรเทาความทุกข์ใจให้แม่ ถ้าคุณมีลูก2คน คนหนึ่งมีปัญหาในชีวิตมาก อีกคนมีน้อยคุณจะช่วยและเป็นห่วงใครก่อน ลูกทั้งคนมีหรือแม่จะรักน้อย แม่รักลูกยิ่งกว่าตัวแม่เองลูกไม่รู้หรอก
vBulletin® v3.7.1, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.