Kamen rider
04-05-2005, 01:10 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=200><TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=middle>คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/548000007158901.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/548000007158901.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/548000007158902.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/548000007158902.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/548000007158903.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/548000007158903.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle width=165 height=1>http://www.thaiday.com/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=4 background=/images/linedot_vert3.gif>http://www.thaiday.com/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=7 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left> แม้จะประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ ทว่าในเรื่องของเสียงวิจารณ์ที่มีต่อหนังของ "ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค" แล้วดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่เดินสวนทางกันอยู่พอสมควรดูได้จากผลงานที่ผ่านๆ มาของเขาทั้ง "มือปืน โลก พระ จัน", "สายล่อฟ้า", "บุปผาราตรี", รวมทั้ง "กุมภาพันธ์"...
รับทรัพย์แต่มักจะไร้กล่อง
หลายครั้งหลายคราที่มักจะมีบทวิจารณ์เขียนถึงงานของผู้กำกับคนนี้ว่าเป็น "หนังตลาด" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งโจทย์วิพากษ์ในเรื่องของความมี "คุณค่า" ของตัวหนัง ทว่าต้อมเองดูจะไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่หากแต่เมื่อใดที่เขารู้สึกว่าตนเองโดนล้ำเส้นและเป็นการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมผู้กำกับคนนี้ก็จะลุกขึ้นมาตอบโต้ชนิดที่ใครได้ยินได้ฟังเป็นต้องสะดุ้งกับถ้อยคำที่ค่อนข้างจะรุนแรงจนเป็นที่มาของฉายา "ผู้กำกับปากจัด" ของเขา
จะบอกว่าต้อมเป็นลูกรักของนายทุนแต่เป็นลูกเมียน้อยในสายตาของนักวิจารณ์คงไม่ผิดนัก
อะไรที่ทำให้เขาเป็นคนสไตล์นี้? อะไรที่อะไรที่ทำให้ต้อมกระโจนเข้าหา "มีด" ที่สื่อฯ มักจะหยิบยื่นให้หากต้องการที่จะได้ข่าวแรงๆ สักชิ้นหนึ่ง?(โดยเฉพาะข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับนักวิจารณ์) ผู้ชายคนนี้เกลียดการวิจารณ์มากๆ เลยใช่มั้ย? บทสนทนาจากนี้ไปน่าจะพอตอบคำถามดังกล่าวได้บ้าง
โปรเจ็กต์หนังเรื่องใหม่ "อีติ๋มตายแน่" ไปถึงไหนแล้ว
"อยู่ในขั้นตอนเขียนบทยังไม่เสร็จ คนเขียนบทคืออุดมกับน้องชื่อชนก เป็นหนังล้อเลียนหยิกแกมหยอกสไตล์อุดม แต้พานิช ตอนนี้ผมเข้าข่ายเป็นผู้กำกับเต็มตัวมากกว่า ไม่ได้ทำงานหลายหน้าที่ กำกับอย่างเดียว"
แค่ชื่อคงไม่แคล้วที่จะถูกมองว่าเป็นหนังตลาด?
"อ้าวก็มันตลาด เดี๋ยวนะเรื่องชื่อเรื่องเนี่ยะมันกำหนดไม่ได้นะว่าอะไรตลาดไม่ตลาด อย่างหลวงพี่เท่งตลาดเหรอ ผมว่ามันอาร์ตนะ หลวงพี่เท่ง หลวงพี่ (หัวเราะ) ผมว่าชื่อมันไทยดี เหมือนอย่างอีพริ้งคนเริงเมือง ไอ้พวกอีๆ ทั้งหลาย สมัยก่อนเขาจะชอบคือยุคสมัยมันไม่เหมือนกันคำว่าอีของยุคนี้กับอีของยุคโน้นมันต่างกัน"
"ภาษามันไม่ดิ้นนะแต่สันดานคนทัศนะคติของคนมันเปลี่ยน ดังนั้นภาษาไม่น่าจะเป็นความผิด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมอะไรมากกว่า"
ได้ชื่อว่าเป็นหนังของ "ต้อม ยุทธเลิศ" ต้องมีเสียดสี
"มันเป็นพฤติกรรมของคนไทย พฤติกรรมของอะไรมากกว่าเอามาล้อเล่น อำกัน ผมไม่คิดว่าจะเป็นการสร้างศัตรูนะ มันเป็นเรื่องของการอำขำๆ มันไม่ใช่เรื่องของการด่า มันเป็นเรื่องพฤติกรรมชวนตลกของมนุษย์ คนไปดูก็ชวนตลกไปด้วยแค่นั้นเอง มันไม่น่าจะเป็นหนังจิกตีหรือว่าแร้งทึ้งใครขนาดนั้น"
กลัวว่าเป็นการไม่เคารพสิทธิ์คนอื่นมั้ย?
"หนังมันไม่ใช่ทีวี มันเป็นเรื่องสบายๆ มาก ทีวีมันดูฟรีมันจะส่งคลื่นบุกเข้าไปถึงบ้านดังนั้นทีวีมันควรมีการไตร่ตรองหรือมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ เพราะมันเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ แต่คนที่จะเข้าไปดูหนังยุทธเลิศมันต้องคิดแล้ว ไม่ใช่ไม่ศึกษา ควรจะศึกษาก่อนแล้วควรจะรู้ว่าสไตล์ยุทธเลิศเป็นยังไง แต่ถ้ารู้แล้วยังเข้าไปดูแล้วทุกข์ทรมานก็ต้องด่าคนที่เข้าไปดูเอง เพราะหนังก่อนจะไปดูมันยากนะ ไม่ใช่มันส่งมาให้ดูที่บ้าน แต่มันต้องวางแผนต้องจองตั๋ว"
"เราไม่ได้ทำหนังไปยัดใส่ใครคนดูเป็นคนเดินเข้ามาเอง ควรจะศึกษาผู้กำกับควรจะศึกษาตลาดแนว เหมือนคุณจะไปเล่นกีฬาคุณก็ต้องแต่งชุดกีฬาไปเล่น แต่ถ้าไปเล่นแล้วคุณใส่สูทก็คือคุณไม่เตรียมตัว มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างงี่เง่า การดูหนังไม่เตรียมตัว กีฬายังต้องเปลี่ยนชุดดูหนังคุณก็ต้องเซ็ต"
มีคนบอกดูหนัง "ยุทธเลิศ" แล้วไม่ค่อยได้คุณค่าอะไร แค่ตลกไปเรื่องๆ?
"ช่วยไม่ได้เป็นความผิดของคุณเอง คุณไม่ดูตาม้าตาเรือ ยุทธเลิศ ทำหนังมาตั้งเยอะแล้วนะ ไม่ได้เยอะมากหรอก แค่ประมาณ 4 - 5 เรื่อง ถ้าผิดหวังกับหนังของเขาก็ไม่ควรไปทุกข์ทรมานเลยไม่มีใครบังคับ แล้วในโรงหนังมันมีให้เลือกเยอะมากนะมีทั้งหนังฝรั่ง หนังจีน แต่หนังของผมแปลกอย่างหนึ่งว่าคนไม่ชอบแต่อยากดู แล้วออกมาโวยวาย เอ๊ะยังไงของมัน"
"เพราะนั่นคุณดูหนังไม่เป็นไง คือความผิดอยู่ที่คนดูแล้วออกมาโวยวาย ดูหนังไม่เป็นนี่หว่า คุณดูหนังแบบเห็นดังๆ หน่อยเข้าไปดูเขาเรียกว่าดูหนังตามกระแส ไม่ได้ดูตามรสนิยมตัวเอง"
"แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ความเป็นตัวของตัวเองจะมีเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนซึ่งมีแนวเดียว เดี๋ยวนี้มีเด็กแนว เด็กไม่แนว เด็กแฟชั่น คือจะมีแบบนี้ ทุกอย่างมันไม่มีประเภทจำพวก แต่มันมีแนวทางของมันเอง คือมันเป็นรสนิยมทางศิลปะทางความคิดซึ่งแต่ละแนวมันจะไม่เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าผู้กำกับหนังคนนี้ทำหนังสนุก คุณก็ควรจะไปดูอย่างนี้ แต่ถ้าไม่สนุกคุณอย่าทุกข์ทรมานเพราะเขาทำเหมือนเดิมแหละ ไม่ค่อยเปลี่ยน"
เป็นคนที่เดินสวนทางกับนักวิจารณ์เป็นประจำ
"นักวิจารณ์บางคนไม่ชอบหนังพี่ แต่ดูทุกเรื่อง ไล่มาทุกเรื่องอันนี้ก็ไม่ดีอันนั้นก็ไม่ เฮ้ย มันบ้าหรือเปล่า แล้วใครหลอกมึงเข้าไปดูเหรอวะ มันตลก อย่าพยายามทำให้หนังเป็นสิ่งจับยัดหนังไม่ใช่สิ่งจับยัด อย่างบอกว่าผู้กำกับทำแล้วไม่คิดคนที่เข้าไปดูนั่นแหละต้องคิด เพราะมันผ่านการคิดแล้ว ตอนที่โฆษณาก็ไม่ได้โปรโมตชวนเชื่ออะไรกันมากมาย"
"อย่างไอ้เกี๊ยง (นันทขว้าง สิระสุนทร) มันดูหนังไม่เป็น ดูหนังด้วยรสนิยมและอคติอย่างแรง คือมันตามดูหนังพี่ตลอดมันไม่เคยบอกว่าดีเลย แต่มันก็ตามเข้าไปดู มันเหมือนร้านอาหารร้านหนึ่งทำไม่ถูกปากมันแต่มันก็ตามเข้าไปกิน แล้วก็ออกมาด่า ตามเข้าไปกินแล้วก็ออกมาด่า บอกว่าไม่มีคุณค่า แล้วการวิจารณ์แบบนี้มันมีคุณค่าหรือเปล่า การวิจารณ์อย่างเกี๊ยงนี่มีคุณค่าพอหรือเปล่า"
แต่นักวิจารณ์หลายๆ คนก็ได้รับการยอมรับ...
"พี่ก็เป็นผู้กำกับที่ได้รับการยอมรับคนหนึ่ง...(หัวเราะ) แล้วไงล่ะ คุณวัดจากอะไร รสนิยมส่วนตัวหรือ คือมันไม่ค่อยแฟร์ถ้าเกิดคนที่ดูหนังพี่ผันตัวเองมาเป็นนักวิจารณ์หมดมันก็ไม่แตกต่าง นึกออกมั้ย บอกว่าไร้คุณค่าพูดกันแบบนี้มันพูดจากวนตีน ทุกคนมีดีมีเลวทั้งนั้น"
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/548000007158902.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/548000007158902.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/548000007158903.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/548000007158903.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle width=165 height=1>http://www.thaiday.com/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=4 background=/images/linedot_vert3.gif>http://www.thaiday.com/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=7 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left> แม้จะประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ ทว่าในเรื่องของเสียงวิจารณ์ที่มีต่อหนังของ "ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค" แล้วดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่เดินสวนทางกันอยู่พอสมควรดูได้จากผลงานที่ผ่านๆ มาของเขาทั้ง "มือปืน โลก พระ จัน", "สายล่อฟ้า", "บุปผาราตรี", รวมทั้ง "กุมภาพันธ์"...
รับทรัพย์แต่มักจะไร้กล่อง
หลายครั้งหลายคราที่มักจะมีบทวิจารณ์เขียนถึงงานของผู้กำกับคนนี้ว่าเป็น "หนังตลาด" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งโจทย์วิพากษ์ในเรื่องของความมี "คุณค่า" ของตัวหนัง ทว่าต้อมเองดูจะไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่หากแต่เมื่อใดที่เขารู้สึกว่าตนเองโดนล้ำเส้นและเป็นการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมผู้กำกับคนนี้ก็จะลุกขึ้นมาตอบโต้ชนิดที่ใครได้ยินได้ฟังเป็นต้องสะดุ้งกับถ้อยคำที่ค่อนข้างจะรุนแรงจนเป็นที่มาของฉายา "ผู้กำกับปากจัด" ของเขา
จะบอกว่าต้อมเป็นลูกรักของนายทุนแต่เป็นลูกเมียน้อยในสายตาของนักวิจารณ์คงไม่ผิดนัก
อะไรที่ทำให้เขาเป็นคนสไตล์นี้? อะไรที่อะไรที่ทำให้ต้อมกระโจนเข้าหา "มีด" ที่สื่อฯ มักจะหยิบยื่นให้หากต้องการที่จะได้ข่าวแรงๆ สักชิ้นหนึ่ง?(โดยเฉพาะข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับนักวิจารณ์) ผู้ชายคนนี้เกลียดการวิจารณ์มากๆ เลยใช่มั้ย? บทสนทนาจากนี้ไปน่าจะพอตอบคำถามดังกล่าวได้บ้าง
โปรเจ็กต์หนังเรื่องใหม่ "อีติ๋มตายแน่" ไปถึงไหนแล้ว
"อยู่ในขั้นตอนเขียนบทยังไม่เสร็จ คนเขียนบทคืออุดมกับน้องชื่อชนก เป็นหนังล้อเลียนหยิกแกมหยอกสไตล์อุดม แต้พานิช ตอนนี้ผมเข้าข่ายเป็นผู้กำกับเต็มตัวมากกว่า ไม่ได้ทำงานหลายหน้าที่ กำกับอย่างเดียว"
แค่ชื่อคงไม่แคล้วที่จะถูกมองว่าเป็นหนังตลาด?
"อ้าวก็มันตลาด เดี๋ยวนะเรื่องชื่อเรื่องเนี่ยะมันกำหนดไม่ได้นะว่าอะไรตลาดไม่ตลาด อย่างหลวงพี่เท่งตลาดเหรอ ผมว่ามันอาร์ตนะ หลวงพี่เท่ง หลวงพี่ (หัวเราะ) ผมว่าชื่อมันไทยดี เหมือนอย่างอีพริ้งคนเริงเมือง ไอ้พวกอีๆ ทั้งหลาย สมัยก่อนเขาจะชอบคือยุคสมัยมันไม่เหมือนกันคำว่าอีของยุคนี้กับอีของยุคโน้นมันต่างกัน"
"ภาษามันไม่ดิ้นนะแต่สันดานคนทัศนะคติของคนมันเปลี่ยน ดังนั้นภาษาไม่น่าจะเป็นความผิด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรมอะไรมากกว่า"
ได้ชื่อว่าเป็นหนังของ "ต้อม ยุทธเลิศ" ต้องมีเสียดสี
"มันเป็นพฤติกรรมของคนไทย พฤติกรรมของอะไรมากกว่าเอามาล้อเล่น อำกัน ผมไม่คิดว่าจะเป็นการสร้างศัตรูนะ มันเป็นเรื่องของการอำขำๆ มันไม่ใช่เรื่องของการด่า มันเป็นเรื่องพฤติกรรมชวนตลกของมนุษย์ คนไปดูก็ชวนตลกไปด้วยแค่นั้นเอง มันไม่น่าจะเป็นหนังจิกตีหรือว่าแร้งทึ้งใครขนาดนั้น"
กลัวว่าเป็นการไม่เคารพสิทธิ์คนอื่นมั้ย?
"หนังมันไม่ใช่ทีวี มันเป็นเรื่องสบายๆ มาก ทีวีมันดูฟรีมันจะส่งคลื่นบุกเข้าไปถึงบ้านดังนั้นทีวีมันควรมีการไตร่ตรองหรือมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ เพราะมันเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ แต่คนที่จะเข้าไปดูหนังยุทธเลิศมันต้องคิดแล้ว ไม่ใช่ไม่ศึกษา ควรจะศึกษาก่อนแล้วควรจะรู้ว่าสไตล์ยุทธเลิศเป็นยังไง แต่ถ้ารู้แล้วยังเข้าไปดูแล้วทุกข์ทรมานก็ต้องด่าคนที่เข้าไปดูเอง เพราะหนังก่อนจะไปดูมันยากนะ ไม่ใช่มันส่งมาให้ดูที่บ้าน แต่มันต้องวางแผนต้องจองตั๋ว"
"เราไม่ได้ทำหนังไปยัดใส่ใครคนดูเป็นคนเดินเข้ามาเอง ควรจะศึกษาผู้กำกับควรจะศึกษาตลาดแนว เหมือนคุณจะไปเล่นกีฬาคุณก็ต้องแต่งชุดกีฬาไปเล่น แต่ถ้าไปเล่นแล้วคุณใส่สูทก็คือคุณไม่เตรียมตัว มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างงี่เง่า การดูหนังไม่เตรียมตัว กีฬายังต้องเปลี่ยนชุดดูหนังคุณก็ต้องเซ็ต"
มีคนบอกดูหนัง "ยุทธเลิศ" แล้วไม่ค่อยได้คุณค่าอะไร แค่ตลกไปเรื่องๆ?
"ช่วยไม่ได้เป็นความผิดของคุณเอง คุณไม่ดูตาม้าตาเรือ ยุทธเลิศ ทำหนังมาตั้งเยอะแล้วนะ ไม่ได้เยอะมากหรอก แค่ประมาณ 4 - 5 เรื่อง ถ้าผิดหวังกับหนังของเขาก็ไม่ควรไปทุกข์ทรมานเลยไม่มีใครบังคับ แล้วในโรงหนังมันมีให้เลือกเยอะมากนะมีทั้งหนังฝรั่ง หนังจีน แต่หนังของผมแปลกอย่างหนึ่งว่าคนไม่ชอบแต่อยากดู แล้วออกมาโวยวาย เอ๊ะยังไงของมัน"
"เพราะนั่นคุณดูหนังไม่เป็นไง คือความผิดอยู่ที่คนดูแล้วออกมาโวยวาย ดูหนังไม่เป็นนี่หว่า คุณดูหนังแบบเห็นดังๆ หน่อยเข้าไปดูเขาเรียกว่าดูหนังตามกระแส ไม่ได้ดูตามรสนิยมตัวเอง"
"แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ความเป็นตัวของตัวเองจะมีเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนซึ่งมีแนวเดียว เดี๋ยวนี้มีเด็กแนว เด็กไม่แนว เด็กแฟชั่น คือจะมีแบบนี้ ทุกอย่างมันไม่มีประเภทจำพวก แต่มันมีแนวทางของมันเอง คือมันเป็นรสนิยมทางศิลปะทางความคิดซึ่งแต่ละแนวมันจะไม่เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าผู้กำกับหนังคนนี้ทำหนังสนุก คุณก็ควรจะไปดูอย่างนี้ แต่ถ้าไม่สนุกคุณอย่าทุกข์ทรมานเพราะเขาทำเหมือนเดิมแหละ ไม่ค่อยเปลี่ยน"
เป็นคนที่เดินสวนทางกับนักวิจารณ์เป็นประจำ
"นักวิจารณ์บางคนไม่ชอบหนังพี่ แต่ดูทุกเรื่อง ไล่มาทุกเรื่องอันนี้ก็ไม่ดีอันนั้นก็ไม่ เฮ้ย มันบ้าหรือเปล่า แล้วใครหลอกมึงเข้าไปดูเหรอวะ มันตลก อย่าพยายามทำให้หนังเป็นสิ่งจับยัดหนังไม่ใช่สิ่งจับยัด อย่างบอกว่าผู้กำกับทำแล้วไม่คิดคนที่เข้าไปดูนั่นแหละต้องคิด เพราะมันผ่านการคิดแล้ว ตอนที่โฆษณาก็ไม่ได้โปรโมตชวนเชื่ออะไรกันมากมาย"
"อย่างไอ้เกี๊ยง (นันทขว้าง สิระสุนทร) มันดูหนังไม่เป็น ดูหนังด้วยรสนิยมและอคติอย่างแรง คือมันตามดูหนังพี่ตลอดมันไม่เคยบอกว่าดีเลย แต่มันก็ตามเข้าไปดู มันเหมือนร้านอาหารร้านหนึ่งทำไม่ถูกปากมันแต่มันก็ตามเข้าไปกิน แล้วก็ออกมาด่า ตามเข้าไปกินแล้วก็ออกมาด่า บอกว่าไม่มีคุณค่า แล้วการวิจารณ์แบบนี้มันมีคุณค่าหรือเปล่า การวิจารณ์อย่างเกี๊ยงนี่มีคุณค่าพอหรือเปล่า"
แต่นักวิจารณ์หลายๆ คนก็ได้รับการยอมรับ...
"พี่ก็เป็นผู้กำกับที่ได้รับการยอมรับคนหนึ่ง...(หัวเราะ) แล้วไงล่ะ คุณวัดจากอะไร รสนิยมส่วนตัวหรือ คือมันไม่ค่อยแฟร์ถ้าเกิดคนที่ดูหนังพี่ผันตัวเองมาเป็นนักวิจารณ์หมดมันก็ไม่แตกต่าง นึกออกมั้ย บอกว่าไร้คุณค่าพูดกันแบบนี้มันพูดจากวนตีน ทุกคนมีดีมีเลวทั้งนั้น"
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>