PDA

View Full Version : เหตุผลที่ควรระบุในรัฐธรรมนูญ พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ


NoOTa
09-05-2007, 02:11 AM
เหตุผลที่ควรระบุในรัฐธรรมนูญ พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

โดย พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ประธานอำนวยการเครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย (ฝ่ายคฤหัสถ์) ในนามเครือข่ายชาวพุทธ 845 องค์กร



1.พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยโดยพฤตินัยอยู่แล้ว มีพระราชดำรัสของพระมหากษัตราธิราชเจ้าผู้ทรงกู้ชาติกู้แผ่นดินตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน เช่น จารึกพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วัดอรุณราชวราราม ความว่า

"อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก

ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา

ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา

แก่พระศาสดา สมณะ พระพุทธโคดม...

...คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า

ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา

พุทธศาสนา คงอยู่ คู่องค์กษัตรา

พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน"

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ องค์ปฐมบรมราชจักรีวงศ์ ก็ทรงจารึกพระราชปณิธานในการกอบกู้ชาติบ้านเมืองไว้ว่า

"ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา

จะปกป้องขอบขัณฑสีมา จะรักษาประชาชนแลมนตรี"

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ก็มีพระราชดำรัสกับพระสันตะปาปา จอห์นปอลที่ 2 คราวเสด็จเยือนไทยเมื่อ 10 พฤษภาคม 2527 ความว่า

"ประชาชนคนไทยล้วนเป็นศาสนิกที่ดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ"

นอกจากนี้การที่ประชาชนชาวไทยจำนวนกว่า 93% นับถือพระพุทธศาสนา แนวคิดหลักธรรมในพระพุทธศาสนาได้สอดแทรกอยู่ในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทยอย่างลึกซึ้งทั่วด้าน

สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนเป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นศาสนาประจำชาติไทยของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น

2.ปัจจุบันพระพุทธศาสนามีภัยคุกคามเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น การไล่ฆ่าพระขณะออกบิณฑบาต การวางระเบิดวัดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวพุทธถูกรังแกจนต้องอพยพหนีภัยมาอาศัยอยู่ในวัด จำนวนมากต้องทิ้งถิ่นหนีไปอยู่ที่อื่น

เวลามีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในสถานที่ราชการต่างๆ ทั้งที่ผู้ร่วมงานเกือบทั้งหมดเป็นพุทธ แต่เมื่อมีคนนับถือศาสนาอื่น แม้เพียงไม่กี่คนร่วมงานอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่ก็เริ่มลังเลที่จะให้มีการจุดธูปเทียนสวดมนต์บูชาพระ

พิธีกรรมของพระพุทธศาสนาที่ทำกันมาเป็นประเพณีแต่โบราณถูกตัดทิ้งไปเสียดื้อๆ และเริ่มมีการเผยแพร่เอกสารชี้นำว่าศาสนาควรแยกจากรัฐและการศึกษา

ชัดเจนว่าต่อไปการสวดมนต์หน้าเสาธงของนักเรียนก่อนเข้าห้องเรียนก็จะถูกยกเลิก

วิชาศีลธรรมก็จะถูกเอาออก

เวลามีงานพิธีต่างๆ ทางราชการที่เคยตั้งโต๊ะหมู่บูชา ธงชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์ก็จะไม่มีแล้ว

พระพุทธศาสนาจะถูกเบียดเบียนจนค่อยๆ เสื่อมสูญไปจากประเทศไทย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอินเดียและอินโดนีเซีย เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ชาวพุทธทั่วประเทศเฝ้ามองด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง

3.เพื่อป้องกันรักษาพระพุทธศาสนาไม่ให้ถูกเบียดเบียนมากไปกว่านี้ พระสงฆ์จากทั่วประเทศและองค์กรชาวพุทธนับพันแห่ง จึงเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ระบุในรัฐธรรมนูญว่า "ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"

ข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญจะเป็นหลักอิงทางกฎหมาย ทำให้มีหลักกฎหมายรองรับกิจกรรมในพระพุทธศาสนาที่สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของชาวไทย

เช่น การสวดมนต์ก่อนเข้าห้องเรียน การศึกษาพระพุทธศาสนาในชั้นเรียนเป็นต้นดังกล่าวแล้ว

การถือว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยโดยพฤตินัยเท่านั้น ไม่เพียงพอ

ต้องทำให้ชัดเจนโดยนิตินัยด้วย

4.การระบุในรัฐธรรมนูญว่า "ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" จะทำให้สังคมไทยมีเสถียรภาพไม่แตกแยก

ปัจจุบันประเทศที่ระบุศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญมีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ศาสนาคริสต์มีอยู่ 11 ประเทศ ศาสนาอิสลามมีอยู่ 40 กว่าประเทศ ศาสนาฮินดู คือ ประเทศเนปาล ศาสนายิว คือ ประเทศอิสราเอล ศาสนาพุทธ คือ ประเทศภูฏาน พม่า ศรีลังกา กัมพูชา เป็นต้น เขาก็อยู่กันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ได้เกิดความแตกแยกแต่อย่างใด

ยิ่งพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความเมตตาสงบร่มเย็น ดูจากประวัติศาสนา พระพุทธศาสนาไม่เคยไปเบียดเบียนศาสนาอื่นเลยมีแต่ถูกศาสนาอื่นเบียดเบียน

การระบุว่า "ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ไว้ในรัฐธรรมนูญจึงไม่ทำให้เกิดความแตกแยกแต่อย่างใด

คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนาฯ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนทั้งชาวพุทธ มุสลิมและคริสต์ ก็มีมติเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ว่าควรระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่า "ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ซึ่งจะทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ารู้ขอบเขตบทบาทสถานภาพตัวเองชัดเจน อันจะทำให้สังคมไทยเกิดความสามัคคีมีเสถียรภาพมั่นคง

ที่มีบางคนวิตกว่า การกำหนดศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญจะเป็นเงื่อนไขสร้างความขัดแย้งจึงไม่เป็นความจริง

ผู้ที่สร้างความแตกแยกนั้น แม้ขณะนี้ไม่ได้มีการกำหนดศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เขาก็อาละวาดก่อการร้ายกันอยู่แล้ว แต่ชาวมุสลิม ชาวคริสต์ โดยทั่วไปเขาเห็นด้วย

หากจะเปรียบไปแล้วก็เหมือนในครอบครัวหนึ่ง ซึ่งอยู่กินกันโดยพฤตินัย ภรรยาหลวงเป็นคนมีเมตตาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ต่อมาสามีมีภรรยาน้อยซึ่งเป็นคนก้าวร้าว อาละวาดไล่ทุบตีภรรยาหลวง จะไล่ภรรยาหลวงออกจากบ้าน ภรรยาหลวงจึงขอให้สามีช่วยจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามนิตินัย เพื่อปกป้องสิทธิ์ตนเอง แล้วมีคนบอกว่า ไม่ได้เดี๋ยวภรรยาน้อยจะโกรธ ทำให้เกิดความแตกแยก อยู่อย่างเก่าตามพฤตินัยดีแล้ว แล้วก็ปล่อยภรรยาน้อยรังแกทุบตีภรรยาหลวงต่อไป ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาเลย ความจริงการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามนิตินัยกลับจะทำให้ทุกฝ่ายรู้สถานภาพบทบาทตัวเองชัดเจน ปัญหาการเบียดเบียน รุกรานกันก็จะลดลง ทำให้บ้านสงบร่มเย็น

การระบุในรัฐธรรมนูญว่า "ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" จะทำให้สังคมไทยลดความขัดแย้ง เกิดความสงบร่มเย็น สามัคคีโดยภาพรวม จึงขอวิงวอนให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านโปรดฟังเสียงของพระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศบ้างเถิด


-------------------
ที่มา: มติชน
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act02090550&day=2007/05/09&sectionid=0130