View Full Version : เจอบางท่านที่นิพพาน
,,,,,,
15-10-2004, 05:31 AM
เจออยู่ที่นิพพานเป็นแก้วสวยมากกำลังสนธนาอยู่กับพุทธองค์ปัจจุบัน
องค์โตกว่าผม ผมเล็กกว่าเขา แสงสว่างของเขาก็มากกว่าผม
อยู่ในหมวดอภิณยานี่แหละ เขาหันมามองผมด้วย
ณฐมณฑ์
15-10-2004, 10:01 PM
ขอโมทนาค่ะ ที่คุณฝึกจิตและไปเมืองพระนิพพานมา
วานิช
15-10-2004, 10:07 PM
เป็นใครอะครับ พอจะบอกชื่อย่อซักหน่อยได้ไหมครับ จะได้ขอให้เขาช่วยนำทางไปพระนิพพานด้วยคนครับ
Catwater
15-10-2004, 10:47 PM
( มีแอบแซวเล็กๆ )
มารวิกะ
15-10-2004, 10:56 PM
คุณCatwater นี่....กรรม++.....
ขอถาม
17-10-2004, 12:13 PM
Originally posted by ,,,,,,
เจออยู่ที่นิพพานเป็นแก้วสวยมากกำลังสนธนาอยู่กับพุทธองค์ปัจจุบัน
องค์โตกว่าผม ผมเล็กกว่าเขา แสงสว่างของเขาก็มากกว่าผม
อยู่ในหมวดอภิณยานี่แหละ เขาหันมามองผมด้วย
คุณนั่งด้านขวาของเขาใช่ไหม
และคุณไปชั่วครู่โดยยังไม่ได้สนทนากับพระพุทธองค์ในขณะนั้นใช่ไหม
(ถามเท่านี้ก่อน ถ้าใช่ มีอะไรจะบอกคุณ,,,,,,,ในตอนต่อไป)
,,,,,,,,,
17-10-2004, 02:41 PM
ใช่ครับด้านขวา เยื้องมาทางด้านหลัง
ผมไปแบบครึ่งกำลัง ถ้าผมกำหนดดูถึงจะเห็น ถ้าไม่กำหนดดูก็จะรับรู้ช้าไม่ละเอียด น้อมรับคำสอนครับขอบคุณ
ท่านอาจารย์ทั้งสองโปรดเมล์มาสอนกรรมฐานให้ผมบ้างนะครับ
ขอถาม
17-10-2004, 08:41 PM
Originally posted by ,,,,,,,,,
ใช่ครับด้านขวา เยื้องมาทางด้านหลัง
ผมไปแบบครึ่งกำลัง ถ้าผมกำหนดดูถึงจะเห็น ถ้าไม่กำหนดดูก็จะรับรู้ช้าไม่ละเอียด น้อมรับคำสอนครับขอบคุณ
1.คุณเป็นผู้ชายหน้าไทย ห่างจากเขาด้านขวาเยื้องหลังประมาณ 1 - 1.5 เมตรใช่ไหม
2.เขาหันมองคุณเพราะคุณไปลงนั่งค่อนข้างแรง (แต่ไม่ถึงกับตึงตัง)
3.คุณไม่เคยรู้จักเขาโดยตรงมาก่อนในปัจจุบันชาติ
ถ้าใช่.... ขอถามต่อไปว่า
4.เขาทราบด้วยวาระจิตอันเป็นทิพย์ในแดนพระนิพพานว่าคุณจะมาโพสต์เรื่องการพบเจอกับเขาในพระนิพพานในเวปบอร์ดพลังจิต
แต่เขาบอกคุณว่าอย่าเพิ่งเผยชื่อของเขาใช่ไหม
5.คุณเห็นเขาในร่างของหญิงหรือชาย (โปรดอย่าอธิบายรายละเอียดมากกว่าบอกว่าเห็นว่าเป็นเพศหญิงหรือชาย)
6.ถามเท่านี้ก่อน... ถ้าใช่ แล้วจะมาบอกข่าวดีสำหรับคุณ
ขออภัยที่ยังไม่ได้เล่าอะไรมากกว่านี้ในการโพสต์ครั้งนี้
อยากถามให้แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันก่อน
แบบนี้เขาเรียก ชงเอง กินเอง หรือเปล่าครับ
พบกันที่เมืองนิพพานแล้วมาคุยกันต่อในweb?
ขอถาม
18-10-2004, 12:29 AM
หากจะมองกันอย่างเปิดใจให้กว้างแล้วละก็ จะเห็นเหตุผลว่าเหตุใดเขาจึงมาคุยกันในเวปบอร์ด เหตุผลจริงอันเป็นความสัตย์คือ
1.ข้าพเจ้ากับคุณ,,,, ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน ข้าพเจ้าสงสัยว่าเป็นตัวข้าพเจ้าเอง แต่ยังไม่แน่ใจจึงถามไป (เพราะคนฝึกมโนมยิทธิที่ไปถึงแดนพระนิพพานได้ก็มีไม่น้อย)
ถ้าไม่ถามกันในกระทู้นี้ ข้าพเจ้าก็ไม่มีที่ติดต่อคุณ,,,,,แล้ว ถ้าคุณ,,,,,ระบุว่าเป็นห_ิงหรือชายถูกอีก ข้าพเจ้าจะได้แน่ใจ เพราะข้าพเจ้ามีข่าวดีที่สุดในทางธรรมจะบอกเขา ข้าพเจ้าทราบข่าวนี้ในความเป็นทิพย์
2.คุณ,,,,,, มีเจตนาดี คืออยากจะให้กำลังใจต่อบุคคลที่เขาพบในแดนพระนิพพาน และอาจจะอยากสนทนาให้ชาวเราทราบด้วยว่าพระนิพพานมีจริง ไม่สู_ ซึ่งการปฏิบัติธรรมนั้น ต้องปฏิบัติเอง จะพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง หากจะพิสูจน์ธรรมะระดับใด ก็ต้องทำจิตให้เข้าถึงระดับนั้นโดยถูกวิธี
นอกจากนี้ ขอเรียนตามตรงว่า คนเราที่มีความคิดคงจะไม่กล้านำเรื่องเบื้องบน เรื่องพระนิพพานมาโกหกกันเล่นให้บาปกรรมเลย เรื่องสนุกอื่นๆ ในโลกยังมีให้เลือกทำอีกมาก
แล้วถ้าเขาจะคุยเพื่ออวดตัวในเวปบอร์ด เขาจะอวดเพื่อสิ่งใด? เพราะถ้าเขาทำได้จริง คนทราบ เขาก็จะมีเวลาส่วนตัวน้อยลง และถ้าเขาอยากอวดเพื่อลาภ ยศ สรรเสริ_ จิตเขาก็จะมัวหมองโดยปริยาย
แต่ถ้าทำไม่ได้จริง เขาจะโดนจับได้ในที่สุด เพราะความลับไม่มีในโลก และในเวปนี้ มีคนเก่งจริงหลายคน
ถึงคุณ,,,,,
ช่วยติดต่อบุคคลที่คุณพบในแดนพระนิพพานเมื่อคราวฝึกมโนมยิทธิครั้งนั้นด้วย ทางอีเมล์ หรือทาง private message ก็ได้ ถึงแม้ไม่ใช่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็มองว่าจะเป็นกำลังใจต่อท่านนั้นอยู่ดี
(คุยกันเป็นการส่วนตัวก็จะปลอดภัยกว่า)
,,,,,,,,
18-10-2004, 05:19 AM
1---ใช่ครับ
2---รู้สึกกึ่งนั่งกึ่งยืนครับ
3---ไม่เคยรู้จัก
4---ไม่ทราบครับ
5---เห็นเป็นแก้วใสไม่มีเพศ
6---ไม่ทราบใช่ท่านเดียวกันหรือเปล่าแต่จิตตอนนั้นบอกว่าท่านนั้นเป็นหยิงในโลกมนุษย์
ขอบคุณครับ
,,,,,,,,
18-10-2004, 07:05 AM
ผมเป็นคนไทยแท้อายุ 32 หน้าตาเหมือนโจร 1,000 คือยิ่งกว่าโจร 500
คล้ายๆ คาลูอิส นักวิ่งมะกันครับ เหมือนคนสมัยโบราณมาเกิด
ตอนนั้นนั่งเล่นคอมอยู่แล้วอ่านข้อความของท่านนั้นแล้วนึกอยากเจอก็เลยขึ้นไปพระนิพพานก็เห็นพี่ผู้หยิงท่านนี้เป็นแก้วใสคุยกับพุทธองค์อยู่
ระยะเวลาไปบนนั้นประมาณ 20 วินาที
เห็นแป๊ปเดียวก็ลงมาครับ
ส่วนที่มาพูดคุยเพราะคนฝึกมโนยิทธิอย่างผมไม่หลงตัวเองว่าดีจึงต้องตรวจสอบการรู้เห็นกับเพื่อนธรรมและบางครั้งโทรศัพย์คุยกับครูผู้สอนเพื่อป้องกันอุปาทานและการหลงดี(หลงเลวนั่นเอง)
คิดว่าฟังเพลินๆครับไม่มีความสำคั_อะไร
และคุณผไทตอนนี้เป็นยุคทองของกรรมฐานกลับมาอีกครั้งแล้ว
ขอให้คุณผไทตั้งความพยายามฝึกต่อไปเพราะพ่อแม่ ครูอาจารย์ของคุณที่พระนิพพานดูคุณอยู่เสมอขอให้ทรงกำลังใจไว้ในด้านความดีท่านเมตตาแน่นอน เมื่อบุ_บารมีรวมตัวคุณสมหวังแน่ อย่าท้อครับ และผมสอนคุณไม่ได้เพราะผมยังมีความเลวอยู่มากครับ
คุณขอถามครับจะบอกอะไรก็รีบบอกนะครับเราเป็นมิตรธรรมกันแน่นอนครับ
(รู้นะว่าเป็นคุณ ณรนดสรกววยบพรทอขจตค)
(ขอถาม)ขอบอก
18-10-2004, 10:18 AM
ขอบคุณในข่าวดีและขอแสดงความยินดีต่อมิตรธรรมท่านนี้ในการปฏิบัติด้วยค่ะ สิ่งที่คุณ,,,,, เล่าเป็นเรื่องจริงแน่นอน
ขณะนั้น ข้าพเจ้ากำลังทูลถามข้อธรรมต่อพระพุทธองค์ด้วยความรู้สึกว่าพระองค์เป็นครูอย่างยิ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ทางขวาเยื้องหลัง จึงหันไปมอง เห็นชายหน้าไทยลงมานั่งแต่ยังนั่งไม่เต็มที่ เขาคิดในใจว่าจะมาโพสต์บอกเรื่องนี้ในเวปพลังจิต ข้าพเจ้ารู้สึกถึงกระแสวุ่นต่อข้าพเจ้าบางอย่างในโลกจะตามมาบ้าง แต่ไม่ชัดว่าวุ่นอย่างไร จึงบอกเขาว่าอย่าบอกชื่อข้าพเจ้าในกระทู้ แต่เขายืนยันว่าจะโพสต์ให้ได้เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีกำลังใจต่อไปค่ะ
ขณะนั้นเขามา(พระนิพพาน)แล้วก็รีบไป
เมื่อชาติหนึ่งที่ผ่านมา ท่านผู้นี้เคยเรียนกรรมฐานกับข้าพเจ้า และเคยบอกข้าพเจ้าว่าในชาติต่อไปเขาจะช่วยข้าพเจ้าในทางธรรมด้วย ข้าพเจ้าในขณะนั้นยังนึกว่าจะช่วยได้อย่างไรหรือ เพราะในขณะนั้น ข้าพเจ้าก็เพิ่งสอนกรรมฐานเขาอยู่
แล้วก็กำหนดจิตรู้ว่าเขาในอนาคตที่จะเกิดร่วมชาติกันอีก(คือชาติปัจจุบัน) ชาติดังกล่าว(คือชาตินี้)จะเป็นชาติสุดท้ายของเขา หากเขามุ่งต่อพระนิพพานในปัจจุบันชาติ และไม่ยอมให้ตนเองเดินผิดทาง
นี่คือข่าวดีที่สุดที่อยากจะบอกเขาค่ะ
บัดนี้ เขามาช่วยข้าพเจ้าแล้วตามสัจจะในอดีตชาติ คือบอกให้ข้าพเจ้าทราบว่าข้าพเจ้าได้ไปเฝ้าพระพุทธองค์ ไปเรียนธรรมะกับพระพุทธองค์จริงที่พระนิพพาน เขาทำหน้าที่มิตรธรรมนั้นเสร็จสิ้นตามวาจาแล้ว
แท้จริงแล้ว คนเคยเป็นศิษย์ในบางชาติ อาจจะมาเป็นเพื่อนธรรม มาเป็นครูกันในชาติต่อมาก็ได้ ไม่แน่...
เพราะคนทุกคนพัฒนาตนเองได้ตลอดเวลา หากตั้งใจจะพัฒนาจิต-พัฒนาตนนะคะ
และถ้าใครหยุด กิเลสก็จะกลับมาพอกพูนตามธรรมชาติในกระแสโลกอีก
ในชาติที่ผ่านมา คุณ,,,,,เป็นพระอริยบุคคลแม้ยังเป็นฆราวาสก็ตาม และชาตินี้ คุณ,,,,,ย่อมเป็นไม่ต่ำกว่าพระโสดาบัน (และโมทนาด้วยค่ะที่คุณ,,,,ตั้งใจว่าจะไม่หลงตัว)
ขอให้เกิดกำลังใจแนบแน่นต่อพระนิพพานยิ่งนะคะ
ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจในการเดินทางตรงของคุณต่อไป
และขอให้เป็นทางสายราบรื่นนะคะ
ทางที่คุณเพียรมานานแสนนานนั้น บัดนี้ คุณมาถึงค่อนทางแล้ว ด้วยความเพียร และสัมมาทิฐิเป็นที่ตั้ง คุณจะเปลื้องเครื่องหนักของคุณได้ค่ะ
(ข้าพเจ้าบอกข้อนี้ได้ แม้ว่าข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้วิเศษ แต่ข้าพเจ้าตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเขาเป็นคนเดียวกันกับบุคคลดังกล่าวที่ข้าพเจ้าทราบข่าวดีนี้ในความเป็นทิพย์)
ที่จริงข้าพเจ้าไม่อยากคุยเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ในที่สาธารณะ แต่ข้าพเจ้าไม่มีที่จะติดต่อเขาได้เป็นการส่วนตัว จึงต้องอาศัยกระทู้สนทนา หวังว่าผู้ผ่านมาอ่านคงจะไม่ว่ากระไร
เจริญในธรรมทุกท่านทั้งผู้อ่านและคุณ,,,,,นะคะ
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ถึงคุณผไทนะคะ
ขอให้มีใจตั้งมั่นต่อพระนิพพานไปตลอดชีวิต และลงมือปฏิบัติกรรมฐานแห่งพระพุทธองค์ในชีวิตประจำวัน ทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน แม้ว่าคุณจะยังเป็นฆราวาสก็ตาม
ทรงอารมณ์พระโสดาบันเป็นอย่างน้อยไปตลอดชีวิตนะคะ
คุณจะเบาขึ้นเรื่อยๆ และใกล้จุดหมายขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังมีหน้าที่ทางโลกเหมือนคนทั่วไปก็ตาม
ขอโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของคุณผไทและทุกท่านด้วยค่ะ
mastertana
18-10-2004, 09:57 PM
โมทนาด้วยขอรับ... ธนาเองก็หวังพระนิพพานชาตินี้เหมือนกันหละ ไปอยู่กับพ่อแม่ที่รอธนาอยู่ แต่ตอนนี้ธนายังไม่เก่งเท่าไหร่สมาธิยังไม่เท่าไหร่หละ... ก็พยายามพัฒนาอยู่ตัดสังโยชน์ ให้ได้หละ... ธนาก็ได้พระกรุณา พระเมตรตาจาก พระท่านมากเลยขอรับ เท่าที่สัมผัสด้วยจิต ธนาจะตอบแทนพระคุณ ท่านโดย ปฏิบัติบูชา พะท่าน ขอรับ
พุทธโท อัปามาโน พระคุณของพระพุทธเจ้ามิมีที่สิ้นสุด... .../\...
โมทนาทุกๆ ดวงจิต กลับคืน สู่บ้านนิพพานเถิด สัมปะติจฉามิ... .../\...
ขอบคุณมากครับ ท่านผู้เจริ_ธรรมทั้งสอง ผมจะพยายามตามไปด้วยคนให้ได้ครับ ในชาตินี้:)
นายฉิม
19-10-2004, 12:14 PM
ตัวผมเองไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไปอยู่ใกล้ชิด แบบนั้นมั่งนะ
บารมีน้อยอ่ะ
ชาติที่แล้วใครเคยรู้จักผมมาทักกันมั่งดิ
ณฐมณฑ์
19-10-2004, 01:18 PM
คุณฉิมบารมี(กำลังใจ)ไม่น้อยหรอกนะคะ
ด้วยความคิดที่อยากเรียนพระธรรมของพระพุทธองค์โดยตรงอย่างนั้น ก็แสดงว่ามีบารมีแล้วค่ะ
http://praruttanatri.com/special/books/barame10/
คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำเรื่องบารมี10
Punpeng16
19-10-2004, 02:29 PM
พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ที่ใดบ้างว่าไปเห็นคนในแดนนิพพานได้
เคยได้รับการสั่งสอนแต่ว่านิพพานเป็นวิภพ
Originally posted by Punpeng16
พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ที่ใดบ้างว่าไปเห็นคนในแดนนิพพานได้
เคยได้รับการสั่งสอนแต่ว่านิพพานเป็นวิภพ
คนเราสามารถถอดอทิสมานกายไปแดนนิพพานได้ด้วยวิชามโนมยิทธิ โดยทรงอารมณ์โสดาบันเป็นอย่างน้อย
และที่นั่น คนเราสามารถไปเรียนข้อธรรมกับพระพุทธเจ้า หรือกับอรหันต์ด้วยอทิสมานกายเพื่อกลับมาแก้ไขตนเองในโลกมนุษย์ได้โดยตรง
นอกจากนี้ ด้วยวิชามโนมยิทธิ ยังสามารถถอดอทิสมานกายเข้าไปดูในร่างกายตนเองก็ได้ ไปที่เทวโลก หรือพรหมก็ได้ (ทั้งหมดนี้ทำได้หากฝึกสำเร็จ)
ธรรมะนั้นจะพิสูจน์ได้เฉพาะตนด้วยการปฏิบัติ
พระพุทธองค์กล่าวถึงมโนมยิทธิไว้ดัง link นี้
http://84000.org/tipitaka/pitakaญitem/r.php?B=9&A=2516&w=มโนมยิทธิ
:)
นายฉิม
19-10-2004, 05:30 PM
Originally posted by ณฐมณฑ์
คุณฉิมบารมี(กำลังใจ)ไม่น้อยหรอกนะคะ
ด้วยความคิดที่อยากเรียนพระธรรมของพระพุทธองค์โดยตรงอย่างนั้น ก็แสดงว่ามีบารมีแล้วค่ะ
http://praruttanatri.com/special/books/barame10/
คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำเรื่องบารมี10
ขอบคุณครับคุณ ณฐมณฑ์ (ชื่อพิมพ์ยากจัง) ที่ช่วยให้กำลังใจ หุหุ
ไม่รู้สิเพราะเห็นแต่คนอื่นในเวปเขานั่งสมาธิเห็นนู่นเห็นนี่กันเยอะแยะบ้างก็ว่านั่งถึงขั้นนั้นขั้นนี้ มาย้อนมองตัวเองที่วันๆก็ได้แต่ขี้เกียจไม่ค่อยได้ทำอะไรเลยก็รู้สึกว่าด้อยกว่าเป็นธรรมดา
หุหุ ก็จะลองทำไปเรื่อยๆ ถ้ายังมีบุ_จะได้ธรรมใดๆสักขั้นในชาตินี้
ณฐมณฑ์
19-10-2004, 05:55 PM
คุณฉิมคะ
แม้ว่าจะไม่เห็น หรือไม่ได้ฝึกเกี่ยวกับการเห็นในความเป็นทิพย์ คนเราก็มีศักยภาพบรรลุธรรมได้แบบอัชฌาศัยสุกขวิปัสโกค่ะ
การเห็นในความเป็นทิพย์เหล่านั้น เป็นเครื่องมือช่วยให้เข้าใจทุกข์ในวัฏฏะสังสารง่ายเท่านั้นเอง
ซึ่งบางที การเกิดความเป็นทิพย์ก็ไม่ได้แปลว่ากำลังก้าวหน้าทางธรรมเสมอไป เพราะความก้าวหน้าทางธรรมวัดที่ความเบาบางของกิเลสเป็นเกณฑ์ค่ะ
แต่หากท่านใดฝึกจนได้ทิพจักขุญาณ หรือถอดกายทิพย์ได้ ดิฉันก็ขอโมทนาด้วยนะคะที่ท่านมีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจความจริงแท้ได้เร็วขึ้น
:)
พระอริยเจ้ากล่าวไว้...นิพพานอยู่ในโลกของความจริงอยู่กับปัจจุบันขณะเมื่อเรายังไม่ได้นิพพานในโลกมนุษย์ตายไปเราก็หาได้ไปนิพพานไม่เพราะจิตของเรามีดวงเดียว(นิพพานดิบ)มิใช่การนั่งหลับตาแล้วถึงนิพพานนิพพานอยู่ที่นี่ตรงนี้เวลานี้ ไร้สูงไร้ต่ำ ไร้รูปลักษณ์และสิ่งที่พูดออกมาได้มิใช่นิพพาน
มารชิโน
20-10-2004, 05:34 PM
ขอเสริมอีกนิดครับ พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ผู้ที่บรรลุอรหันตผลแล้ว ต้องบวช หรือ ปรินิพพานภายในวันนั้นเลย
ดังนั้น ผู้ที่จะถึงพระนิพพานก็ต้องเป็นพระ อรหันต์ใช่หรือไม่ครับ
ผมเองก็ไม่เข้าใจในเรื่องนิพพานเท่าใดนัก แต่ผมคิดเหมือนคุณ nat ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------
ผมเปิดเว็บใหม่ครับ ถ้าเพื่อนๆว่าง ก็แวะไปชมและออกความคิดเห็นกันนะครับ
http://board.thaidoweb.com/marachino
ณฐมณฑ์
20-10-2004, 05:38 PM
Originally posted by nat
พระอริยเจ้ากล่าวไว้...นิพพานอยู่ในโลกของความจริงอยู่กับปัจจุบันขณะเมื่อเรายังไม่ได้นิพพานในโลกมนุษย์ตายไปเราก็หาได้ไปนิพพานไม่เพราะจิตของเรามีดวงเดียว(นิพพานดิบ)มิใช่การนั่งหลับตาแล้วถึงนิพพานนิพพานอยู่ที่นี่ตรงนี้เวลานี้ ไร้สูงไร้ต่ำ ไร้รูปลักษณ์และสิ่งที่พูดออกมาได้มิใช่นิพพาน
ขอแสดงความเห็นดังนี้นะคะ
นิพพานคือ ความว่างอย่างยิ่งก็ใช่
คือสภาวะ"ในขณะ"ที่สงัดจากกิเลสก็(มีส่วน)ใช่
คือการมีสติรู้เท่าทันตนจนไม่ตกอยู่ในอวิชชาก็ใช่
คือสภาวธรรมระดับที่ต่างจากสภาวะความเป็นเทวะ หรือความเป็นพรหมก็ใช่
และ ฯลฯ
ทั้งหมดนี้ นิพพานเป็นสภาวะธรรมชาติอย่างหนึ่งของธรรมก็ใช่
นิพพานนั้นอยู่เหนือภาษาจะอธิบายได้ทั้งหมด
(เพราะภาษาเป็นสิ่งสมมุติขึ้นตามประสบการณ์มนุษย์ทั่วไป แต่สภาวธรรมบางอย่างนั้น ภาษายังครอบคลุมได้ไม่หมด)
แต่ในภาวะจิตที่ปราศจากสมาธิอันละเอียด จะไม่อาจเข้าใจนิพพานได้
เนื่องจาก นิพพานนั้นไม่ใช่การเข้าถึงด้วยความคิด แต่เป็นการเข้าถึงสภาวะธรรมอันปราณีตอย่างหนึ่งด้วยจิตอันปราณีตยิ่ง
หากจิตปราณีตในระดับนั้นชั่วขณะ ก็เป็นเพียงการชิมลางนิพพานชั่วขณะ
ผู้ที่ยังไม่สำเร็จอรหัตผล ก็ชิมลางนิพพานได้ด้วยเหตุผลนี้
ในการปฏิบัติกรรมฐาน ผู้ปฏิบัติขณะเป็นมนุษย์อาจมีโอกาสชิมลางนิพพานบ้าง ในขณะจิตบางขณะนะคะ
เพราะกรรมฐานเป็นเครื่องมือทำให้จิตเข้าถึงความว่างอย่างยิ่ง
แต่การพ้นทุกข์ พ้นวัฏฏะสังสารถาวร จะต้องละแม้ฌาน (รูปฌาน อรูปฌาน)อันเป็นเครื่องมือ รวมถึงละแม้ตัวตนของเรา
อย่างไรก็ตาม
ในอารมณ์กรรมฐานบางระดับที่เข้าถึงสภาวจิตแบบนิพพาน นิพพานย่อมเป็น"ปัจจุบัน"ของขณะนั้นค่ะ :)
บรรพต อ.
21-10-2004, 12:52 AM
อิ่มอุ่น (http://www.banfun.com/midi/im-oon.html)
นายฉิม
21-10-2004, 11:56 AM
แต่ละคนพูดเหมือนไปนิพพานกันได้ง่ายๆเลยเนอะ หุหุ
คุณพี่ณฐมณฑ์ ถ้าได้อภินยารวมตัวแล้วต้องเอากายเนื้อมาให้น้องเห็นนะ
ถ้าน้องรวมตัวก่อนจะไปพบดีไหม(แล้วแต่อารมณ์น้องพี่ปฏิเสธก็ไม่มีผล)
ถึงวาสนาสิ้นไปแล้วแต่ความผูกพันมีอยู่นะพี่นะ
ขอเล่นให้สนุกอีกซักหน่อยก็แล้วกัน แล้วค่อยวางครับ
เคารพพี่เสมอ " ข่าน "
pordee
22-10-2004, 12:32 AM
ทำไงถึงจะฝึกมโนได้สำเร็จล่ะ
แล้วการนั่งสมาธิเนี่ย ถือว่าเป็นการฝึกมโนไหม
คือปกตินั่งสมาธิทุกวัน ก็สงบดีแต่ก็ได้แค่สงบ
อ่านมาหลายกระทู้แล้ว สนใจมากเรื่องมโนมยิธิ
อยากไปดูนรก อยากรู้ว่าเคยตกขุมไหน
ก็ได้ไม่กล้าทำผิดอีก
ณฐมณฑ์
22-10-2004, 07:37 PM
Originally posted by ข่าน
คุณพี่ณฐมณฑ์ ถ้าได้อภินยารวมตัวแล้วต้องเอากายเนื้อมาให้น้องเห็นนะ
ถ้าน้องรวมตัวก่อนจะไปพบดีไหม(แล้วแต่อารมณ์น้องพี่ปฏิเสธก็ไม่มีผล)
ถึงวาสนาสิ้นไปแล้วแต่ความผูกพันมีอยู่นะพี่นะ
ขอเล่นให้สนุกอีกซักหน่อยก็แล้วกัน แล้วค่อยวางครับ
เคารพพี่เสมอ " ข่าน "
ขอรบกวนคุณข่านช่วยติดต่อดิฉันทาง private message หรือ email ได้ไหมคะ และขอให้คุณเล่าที่มาที่ไปใน pm. หรือ email จะได้ไหม
ดิฉันคุ้นๆ คล้ายว่าจำคุณได้บ้าง (โดยชัดบ้าง อย่างลางเลือนบ้างในตอนนี้ค่ะ )
อยากสนทนาเรื่องประสบการณ์ธรรมนิดนึงค่ะ
:)
เหงียว
22-10-2004, 07:44 PM
ผมก็อยากฝึกมโนยิทธิเหมือนกันคับ มีใครพอจะแนะนำให้ผมได้บ้างมั้ยคับ
ณฐมณฑ์
22-10-2004, 10:58 PM
ขอค้นข้อมูลมาให้ดังนี้นะคะ
สถานที่สอนมโนมยิทธิมีดังนี้
กรุงเทพฯ
- บ้านสายลม เลขที่ 9 ซอยสายลม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพ_าไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. (02) 271-3868 , (02) 272-6759
- วัดกระทุ่มเสือปลา มีพระอาจารย์องอาจ อาภาโร เจ้าอาวาส ซอยอ่อนนุช 67 เขตประเวศ กรุงเทพฯ โทร. (02) 328-7776 ฝึกทุกวันเสาร์ เวลา 19.00-21.30 น.
- บางโพ อยู่ข้างโรงพยาบาลบางโพ ฝึกทุกวันเสาร์อาทิตย์แรกของเดือน กรุงเทพฯ โทร.02-912-9031
- หมู่บ้านสีวลี รังสิต(สี่มุมเมือง) เลขที่ 600/1404 ซอย 6/5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12130 โทร.02-992-3023 เปิดรับแขก 08.30-16.30 น. วันศุกร์ 1-9
สอนมโนมยิทธิ เวลา 19.30-21.30 น. ของทุกเดือน
กา_จนบุรี
- จุฬามณีสถานปฏิบัติธรรม 185 หมู่ 7 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กา_จนบุรี 1160 โทร.01-455-3411 โดย คุณป้านิภา คงสุข
- บ้าน พ.อ.นายแพทย์นพพร กลั่นสุภา บ้านหลังที่3 ซอย 3 ค่ายสุรสีห์ ถ.กา_จนบุรี-บ่อพลอย อ.เมือง จ.กา_จนบุรี โทร.034-589233ถึง5 ต่อ1295 ฝึกทุกต้นเดือน
ฉะเชิงเทรา
- อาจารย์สมพงษ์ หลุนประยูร (บ้านก๋ง) ผู้บริหาร รร. ประสาทวิทยา 57 หมู่ 1 ต. เทพราช ปณช คลองสวน จ. ฉะเชิงเทรา โทร. (038) 595-201 , (01) 841-3932 ฝึกทุก ๆ วันพุธ
ชลบุรี
- คุณ สุพรรษา แก้วฝ่ายนอก บ้านเทพสถิต หมู่บ้านปราถนา 3 บ้านเลขที่ 100/236 ซอย2 ถนนอ่างศิลา ต. สะเหม็ด อ.เมือง จ. ชลบุรี โทร. (038) 765-204 , (01) 507-0908
- ท่านจัน วัดทรงเมตตาอยู่ระหว่างเส้นทางจากพัทยาใต้ไปสัตหีบใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เชียงราย
- พระอาจารย์ สมบูรณ์ วัดเนินพระมาลัย ถนนสาย 1 ก่อนถึงแม่จัน เชียงราย
- นายแพทย์ วิทวัส สิทธิชรพงษ์ อ. เมือง เชียงราย โทร. 01- 322-4170
เชียงใหม่
- บ้านทิพย์ปฏิบัติธรรม เลขที่ 6 ถนนสันติรักษ์ ข้างวัดสันติธรรม ต. ช้างเผือก อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50300 โทร. (053) 219-831 โดย คุณแม่ เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ จะมาอยู่ทุกปี ๆ ละ 3-6 เดือน (ช่วงเดือน มิถุนายน พฤศจิกายน) ฝึกทุกวันเวลา 19.00-21.00 น. ยินดีฝึกตามวัดโรงเรียน สถาบันต่าง ๆ ที่มีผู้สนใจติดต่อ แล้วแต่จะเห็นสมควร
- คุณจารุณี แสงเดชา หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 053-274-484
- แม่ชีเปรมจิต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 01-594-9265
- วัดโขงขาว มีพระครูปิยะรัตนาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส อ.หางดง จ. เชียงใหม่ 50230
นครราชสีมา
- สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน (คุณแม่ชีประทุม โชติอนันต์) อ.ปากช่อง ต.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา ดังนี้
การฝึกจะมีประจำทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 13.00 - 14.00 น. ในพระมหาวิหารโคตรเศรษฐี มีครูฝึกประจำ 2 ท่าน คือ แม่ชีสมพร และอาจารย์ทิพมาศ สอบถามรายละเอียด ติดต่อโดยตรงที่ คุณอิ๊ด สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน (คุณแม่ชีประทุม โชติอนันต์) อ.ปากช่อง
โทร. 0-1906-9140
- บ้านปั__าคุณ อาจารย์ ณัฐ ธรรมคุณาพร 160 ถนนเทศบาล 10 ต.บัวให_่ อ.บัวให_่ นครราชสีมา 30120 โทร.044-461-729 ฝึก 8.00 - 17.00 น. ทุกวัน
ประจวบคีรีขันธ์
- วัดพุทธไชโย มีพระครูปลัดนิภัทร อคัคธัมโม เป็นเจ้าอาวาส ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 032-513-519 ฝึกทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่สามของเดือน ตั้งแต่เวลา 13.00 น.
พังงา - พ.ต.ต. สันติรักษ์ สันติพูน สภ.อ. เมือง พังงา อ. เมือง จ.พังงา 82000 โทร. (01) 476-3880
พะเยา - คุณสุวัตร์ เลิศชยันตี บ้านแสงธรรมชาติ หมู่บ้านต๋อม ต.ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 50000 โทร.01-7967141
เพชรบูรณ์
- อ.สถาพร มงคลวัจน์ 78/5 ถ.พิทักษ์บำรุง อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ 67120 โทร056-709114
- คุณสิทธิชัย นุชัยเหล็ก หมู่บ้านบุ_ประคอง เขาค้อ เพชรบูรณ์ 67270 โทร. (01) 8236473
ลำพูน
- พระมหาสิงห์ วิสุทโธ สำนักสงฆ์ถ้ำป่าไผ่ ถ.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน 51110 โทร 053-536137
- พระอนันต์ อานันโท วัดพระธาตุห้าดวง ถ.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน 51110 โทร 053-570244
- คุณภุชงค์ บุ_ยัง ป่าซาง จ. ลำพูน โทร. (053)522-032
ลำปาง
- คุณวิโรจน์ พิทักษ์พาณิชกูล 167 ถนนรอบเวียง ต.หัวเขียว อ.เมือง จ.ลำปาง
โทร.054-226-419
ร้อยเอ็ด
- พระมหาสิงห์ สุทธจิตโต วัดป่าโนเขาหลวง บ้านจาน ต. ทุ่งเขาหลวง จ. ร้อยเอ็ด 45170 โทร.(01) 954-9839
สกลนคร
- พันตรีนายแพทย์ ฉัตรมงคล คนขยัน รพ. ค่ายจิตรศิวลา สกลนคร โทร. (042) 730-318 , (01) 863-5604
- คุณสถาน เทพนานนท์ จ.สกลนครโทร042-730322
- คุณทรงพล กุลวงศ์ 250 ม.3 กกส้มโอ ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
สงขลา
- พระครูโสภณ จริยานุกุล วัดโพธ์ปฐมวาส ถนนไทร้บุรี ต.บ่อยาง อ. เมือง จ.สงขลา 90000
โทร. (074) 326-011
- คุณปกรณ์ ชาติพันธ์ 33 ถนนรามั_ อ. เมือง จ. สงขลา โทร.(074) 04-732
- บ้าน คุณสมชาย ขวั_พิเชษฐ์สกุล (โกส้ม) บ้านเลขที่ 133/ 31 ถ. วิเชียรชม อ. เมือง จ. สงขลา
โทร. (074) 312-859 ฝึกทุกวันศุกร์
- คุณสุภิตา คานธี ร้านกฤษณา 126 ถ. เพชรคีรี ตลาดใหม่ จ. สงขลา 90000 โทร. (074) 317-250
- วัดชนะสงคราม มีพระมหาอำนวย ฐานวโร เป็นเจ้าอาวาส ต.ควนลัง อ.หาดให_่ จ.สงขลา
โทร. 074-424862 ฝึกทุกวัน ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่ม
- บ้าน ร.อ.วิวัฒน์ เรืองมณี บ้านเลขที่ 12 ซอย 15 ถ.ราษฎร์อุทิศ อ.หาดให_่ จ.สงขลา
- โทร. 074-424862 ฝึกทุกวันถ้ามีคนติดต่อขอฝึก
- คุณสุภิตา คานธี ร้านกฤษณา 126 ถ.เพชรคีรี ตลาดใหม่ จ.สงขลา 90000 โทร. 074-311250
สมุทรปราการ
- หมู่บ้านทรัพย์บุ_ชัย(ปากน้ำ) เลขที่ 100/571 หมู่ 10 ซอย 35 ต.บางเมือง อ.บางเมือง จ.สมุทรปราการ โทร. 02-703-0023(ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน)
สมุทรสงคราม
- วัดวชิรคาม อ.เมือง แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ติดต่อ คุณทิว ทัพทวี 09-528-1070
สระแก้ว
- บ้านคุณทิพยา วิลาวัลย์ บ้านเลขที่ 470 หมู่ 1 อ. ตาพระยา จ.สระแก้ว โทร. 037-269055 (ฝึกที่บ้าน คุณสุชัย-คุณหัทยา พัฒนนิติศักดิ์ โทร.037-269044)
สระบุรี
- วัดเขาวง(ถ้ำนารายณ์) มีพระวินัยธรวัชรชัย อินทวังโส เป็นเจ้าอาวาส อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โทร. 037-269044
อุทัยธานี
- วัดจันทาราม(ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี 61000 โทร. 056-511938,056-511391,056-511366ฝึกทุกวัน
*** ต่างประเทศ***
สหรัฐอเมริกา - เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ 10 South 308 Birnam Trail Hinsdale , Illinois 605211 U.S.A โทร. (630) 920-8428
เยอรมันและสวิสเซอร์แลนด์ - Wat Thai Buddhistisches Zentrum NRNBERGRLAND e.v. Sie mensstr. 15 90459 Nurnberg Germang Tei. 0911/4328787 Handy 01-77-975-7718
ส่วนเอกสารสำหรับอ่าน หากต้องการฝึกด้วยตนเอง มีดังนี้ค่ะ
http://putthawutt.tripod.com/html/mano03.html
http://www.konmeungbua.com/tammaญtalk/handbookญmano/handbookญmano7.html
http://www.buddha.s5.com/buddhag02.htm
http://chaichana.com/ruttanatri/p2-3.html
ทั้งนี้ ต้องเตรียมพื้นฐาน(อย่างน้อย)ก่อนฝึกมโนมยิทธิ ดังนี้นะคะ
1.ทำสมถกรรมฐานให้ได้อย่างน้อยเป็นอุปจารสมาธิ
(หากต้องการฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังนั้น ต้องฝึกกรรมฐานให้ได้ฌานสี่ก่อนค่ะ)
2.ต้องถือศีล 5 เป็นอย่างน้อย
พี่ณฐมณฑ์ และเพื่อนๆผมคงไม่ได้เข้ามาเล่นบอร์ดซักพักให_่ครับ
จะไปทุ่มเทสมาธิให้เรื่องอื่นก่อน
ถ้าผมเอาดีได้แล้วค่อยเจอกันใหม่ครับ
ลาครับ (kiss)
ปาริสัชชา
23-10-2004, 03:15 AM
ผมขอโมทนากับคุณณฐมณฑ์ และท่านที่ได้พบกันบนพระนิพพานครับ (y)
และร่วมโมทนากับคุณข่าน และท่านอื่นๆที่จะได้ทุ่มเทในการเจริ_ภาวนานะครับ
ส่วนเรื่องพระนิพพานที่คุณnat โพสต์เอาไว้นั้น คุณณฐมณฑ์ได้โพสต์ตอบเอาไว้แล้วส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งผมเองหากมีโอกาสคงจะได้โพสต์ตั้งกระทู้ใหม่ เพื่อความกระจ่างของทุกๆท่านนะครับ :cool:
นั่งสมาธิไปประมาณซัก 20 นาที ทีไร ตัวมันจะโยกไปเยกมาทุกทีเลย เหมือนคนจะหงายหลังเสียให้ได้ อาการมันเป็นอย่างนี้เพราะอะไรครับคุณณฐ หรือว่าผมจะฝืนเกินไปหรือเปล่า
ณฐมณฑ์
23-10-2004, 03:27 PM
Originally posted by ข่าน
พี่ณฐมณฑ์ และเพื่อนๆผมคงไม่ได้เข้ามาเล่นบอร์ดซักพักใหญ่ครับ
จะไปทุ่มเทสมาธิให้เรื่องอื่นก่อน
ถ้าผมเอาดีได้แล้วค่อยเจอกันใหม่ครับ
ลาครับ (kiss)
ขอโมทนากับคุณข่านในความตั้งใจฝึกสมาธินะคะ
ดิฉันเองก็ต้องฝึกอีกมาก กะว่าเล่าเรื่องกสิณจบกระบวนการแล้วจะขอเวลาไปพัฒนาตนเองต่อเหมือนกัน
เผื่อว่าต่อไปได้นวสี ได้ความคล่องตัวเต็มศักยภาพตนเองแล้ว และได้วิปัสสนา_าณมากกว่านี้ คงจะทำประโยชน์ในเวปนี้ได้มากกว่าปัจจุบันนะคะ
ถ้าคุณข่านกำลังแกร่งมากๆ เมื่อใดแล้ว แวะมาเป็นลูกเสือกับเนตรนารีบำเพ็_ประโยชน์กันในเวปนี้อีกทีนะคะ
ขอให้คุณข่านฝึกจิต-ทำกรรมฐานได้ง่าย ได้คล่องและตรงคำสอนพระพุทธองค์อันนำไปสู่ทางสายปั__าแห่งการหลุดพ้นนะคะ
ขอให้เจริ_ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นค่ะ
ณฐมณฑ์
23-10-2004, 03:40 PM
Originally posted by ผไท
นั่งสมาธิไปประมาณซัก 20 นาที ทีไร ตัวมันจะโยกไปเยกมาทุกทีเลย เหมือนคนจะหงายหลังเสียให้ได้ อาการมันเป็นอย่างนี้เพราะอะไรครับคุณณฐ หรือว่าผมจะฝืนเกินไปหรือเปล่า
อาการโยกโคลงดังกล่าวเป็นปิติประเภทหนึ่งค่ะ ซึ่งเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งในกรรมฐาน
ดังนั้น เพื่อความก้าวหน้าในฌาน คุณผไทไม่ต้องสนใจปิตินะคะ ปล่อยปิติไป จะเกิดปิติหรือไม่ก็ช่าง ทำใจนิ่ง-ปล่อยวางในสมาธิที่กำลังปฏิบัติต่อไปค่ะ
จิตจะละเอียดขึ้นจนไม่รู้สึกถึงปิติเอง
เมื่อปิติหมด จะนิ่ง ดิ่ง สงัด คล้ายใจสว่างโพลงก็คล้าย ให้คุณผไทประคองการไม่คิดอะไรไว้ คือนิ่งๆ ไว้ จะมีแต่การรู้ แต่ไม่คิด
และเมื่อลมหายใจคล้ายหมดไป (บางทีหูดับด้วย) นั่นคือฌานสี่ค่ะ
เมื่อฝึกใหม่ๆ จะทรงฌานสี่ไม่ค่อยได้ คือถึงฌานสี่ไม่ถึงวินาทีแล้วตกลงมา นั่นจะเป็นธรรมดาค่ะ
แต่สามารถฝึกประคองฌานไปเรื่อยๆ โดยไม่คิด แต่ทรงความดิ่งไว้ ก็จะทรงฌานสี่ได้นานเองตามธรรมชาติค่ะ
ทำต่อไปนะคะ ทำให้ต่อเนื่องทุกวัน จะมีกำลังของความต่อเนื่องส่งให้เกิดพัฒนาการค่ะ
ณฐมณฑ์
23-10-2004, 05:34 PM
คุณอู่เย่คะ
ดิฉันได้รับ private message จากคุณแล้ว
และตอบไปแล้วนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับคุณณฐมณฑ์ ผมเองก็นึกว่า ผมฝืนเกินไปซะอีก เข้าใจแล้ว อย่างงี้ค่อยมีกำลังใจปฏิบัติหน่อยครับ เดี๋ยวติดขัดสงสัยอะไร จะขอรบกวนถามเรื่อยๆนะครับ
แวะมาโมทนาด้วยครับ ^ญ^ แอบเรียนด้วยคนจิ
เพื่องาน
24-10-2004, 10:51 AM
ขอโมทนาด้วยครับ จากใจจริง
การได้ไปพระนิพพาน ได้ไปเฝ้าพระพุทธองค์นับเป็นบุ_อันมหาศาล
ผมขอโมทนาในผลบุ_นี้ด้วยครับ
ถ้ามีอะไรเมตตาจะแนะนำก็ขอความกรุณาด้วยนะครับ
เมฆคล้อยอนิจจัง
09-11-2004, 08:38 PM
ปรมัตถสัจจะ
หัวข้อธรรม:กล่าวเตือน
บางครั้งหลวงปู่แทบจะรำคา_กับพวกที่ปฏิบัติเพียงไม่กี่มากน้อย
ก็มาถามแบบเร่งผลให้ทันตาเห็น
ท่านกล่าวเตือนว่า
การปฏิบัติ ให้มุ่งปฏิบัติเพื่อสำรวม เพื่อความละ
เพื่อคลายความกำหนัดยินดี เพื่อความดับทุกข์
ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์วิมานหรือแม้พระนิพพานก็ไม่ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อจะเห็นทั้งนั้น
ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร เพราะนิพพานมันเป็นของว่าง
ไม่มีตัวมีตน หาที่ตั้งไม่มี
หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงจะรู้เอง
ธรรมจากหนังสือหลวงปู่ฝากไว้
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
http://duangkaew.net/caution.htm
ขอให้ทุกท่านเจริ_ในธรรม
มีข่าวแถม
เว็บดวงแก้วอัพเดทใหม่ด้วยครับ
เนื้อหาแห่งการยกระดับจิตตน
หนทางลัดสู่พระนิพพานของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ปรมัตถสัจจะอันสูงค่า หากเกิดมาแล้วมีโอกาสได้อ่าน
และสรรพวิชชาอื่นๆมากมาย
เชิ_ที่
http://duangkaew.net
เมฆคล้อยอนิจจัง
09-11-2004, 08:55 PM
ปรารภธรรมะให้ฟัง ภาค๓
จบพระไตรปิฎกหมดแล้ว จำพระธรรมได้มากหลาย พูดเก่ง อธิบายได้อย่างซาบซึ้ง
มีคนเคารพนับถือมาก ทำการก่อสร้างวัตถุไว้ได้อย่างมากมาย
หรือสามารถอธิบายถึง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้อย่างละเอียดแค่ไหนก็ตาม
ถ้ายังประมาทอยู่ ก็นับว่ายังไม่ได้รับรสชาติของพระศาสนาแต่ประการใดเลย
เพราะสิ่งเหล่านี้ยังเป็นของภายนอกทั้งนั้น
เมื่อพูดถึงประโยชน์ ก็เป็นประโยชน์ภายนอก คือ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์สังคม
เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น เพื่อสงเคราะห์อนุชนรุ่นหลัง หรือเป็นสั_ลักษณ์ของศาสนวัตถุ
ส่วนประโยชน์ของตนที่แท้นั้น คือ ความพ้นทุกข์
จะพ้นทุกข์ได้ก็ต่อเมื่อรู้ จิตหนึ่ง
ธรรมจากหนังสือหลวงปู่ฝากไว้
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
http://duangkaew.net/remarkญdharma3.htm
ข้อธรรมนี้ของหลวงปู่ผมพยายามระลึกเตือนตนเองอยู่เสมอเช่นกัน
ขอให้ทุกท่านเจริ_ในธรรม
messege from the wind
14-11-2004, 12:15 AM
ถ้ายังเจอใครอยู่ หรือ มีวิ__าณ คือ การรับรู้ตนเองเข้าไปรู้ไปเห็นอยู่นั้น ขันธ์๕(ไม่ดับสนิท) หรือ เข้าไปเห็นโน่น เห็นนี่(นามรูปไม่ดับสนิท มีสังขารปรุงแต่ง) เกรงว่า จะไม่ใช่เสียแล้วครับ เพราะ ผิดไปจาก ธรรมวินัยของพระพุทธองค์ ดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกี่ยวกับนิพพาน อาการที่จิตเห็น และเป็นอยู่ในนั้นนำมาจากพุทธพจน์ในพระไตรปิฏก ให้ได้พิจารณา มีดังนี้
-นิพพานธาตุ-
"...สิ่ง สิ่งหนึ่งอันบุคคลพึงรู้แจ้ง เป็นที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สุด มีทางปฏิบัติเข้ามาถึงได้โดยรอบ นั้นมีอยู่ ในสิ่งนั้นแหละ ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงได้ ในสิ่งนั้นแหละ ความยาว ความสั้น ความเล็ก ความให_่ ความงาม ความไม่งาม ไม่สามารถหยั่งลงได้ ในสิ่งนั้นแหละ นามรูป ดับสนิทไม่มีเหลือ นามรูปดับสนิทในสิ่งนี้ เพราะการดับสนิทของวิ__าณ ดังนี้แล"*
"ภิกษุทั้งหลาย สิ่งนั้นมีอยู่ เป็นสิ่งซึ่งในนั้นไม่มีดิน ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีลม ไม่ใช่อากาสานั_จายตนะ ไม่ใช่วิ__านั_จายตนะ ไม่ใช่อากิ_จั__ายตนะ ไม่ใช่เนวสั__านาสั__ายตนะ ไม่ใช่โลกนี้ ไม่ใช่โลกอื่น ไม่ใช่ดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์
ภิกษุทั้งหลาย ในกรณีอันเดียวกับสิ่งนั้น เราไม่กล่าวว่ามีการมา เราไม่กล่าวว่ามีการไป ไม่กล่าวว่ามีการหยุด ไม่กล่าวว่ามีการจุติ ไม่กล่าวว่ามีการเกิดขึ้น สิ่งนั้นมิได้ตั้งอยู่ สิ่งนั้นมิได้ดับไป และสิ่งนั้นมิใช่อารมณ์ นั่นแหละคือที่สุดแห่งทุกข์" **
*ที.สี. 9/466/431 เกวัฏฏสูตร
** ขุ.อุ. 25/71/242-243 ปฐมนิพพานปฏิสังยุตตสูตร
-ภาวะนิพพาน-
"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริ_ ที่พระองค์ทรงเรียกอยู่ว่า ธรรมเป็นที่กำจัดราคะ เป็นที่กำจัดโทสะ เป็นที่กำจัดโมหะ ดังนี้... เป็นคำที่ใช้เรียกแทนชื่อของอะไรเล่า? พระเจ้าข้า"
ภิกษุทั้งหลาย คำว่า " ธรรมเป็นที่กำจัดราคะ เป็นที่กำจัดโทสะ เป็นที่กำจัดโมหะ" นี้เป็นคำที่ใช้เรียกแทนชื่อของ นิพพานธาตุ เรียกว่า เป็นธรรมที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแล ***
***สํ.ม. 19/7/9-10ทุติยอั__ตรภิกขุสูตร
ศดานัน
14-11-2004, 01:37 AM
สาธุค่ะ...คุณ messege from the wind
gorpor
16-11-2004, 09:55 AM
อ่านแล้วทึ่งมากเลยครับ
ผมมาใหม่ช่วยแนะนำการเริ่มต้นด้วยทีครับ
ไปกันให_่แล้วท่านเล่นเว็บในนิพพานได้มั้ยสงสัยอ่ะ:boo:
เหนียม
16-11-2004, 08:59 PM
มโนมยิธิ -อ่านว่า มะ-โน-มะ-ยิด-ทิ หรือเปล่าครับ ไม่แน่ใจหน่ะครับ
ใครทราบช่วยตอบหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
ณฐมณฑ์
16-11-2004, 09:24 PM
Originally posted by เหนียม
มโนมยิธิ -อ่านว่า มะ-โน-มะ-ยิด-ทิ หรือเปล่าครับ ไม่แน่ใจหน่ะครับ
ใครทราบช่วยตอบหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
เขียนว่า "มโนมยิทธิ" อ่านว่า มะ-โน-มะ-ยิด-ทิ ถูกแล้วค่ะ
เป็นวิชาที่สามารถถอดจิตไปในภพต่างๆ ด้วยกำลังสมถกรรมฐานและพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์นำทางไปค่ะ เป็นการไปชั่วคราวด้วยจิตแบบโคตรภู_าณ หรือทรงอารมณ์พระโสดาบันขึ้นไป (หลวงพ่อฤาษีฯ เคยสอนว่าพระโสดาบันก็คือชาวบ้านชั้นดีน่ะค่ะ และการทรงอารมณ์พระโสดาบันนั้นไม่ยากสำหรับผู้ใฝ่ธรรมอย่างจริงใจค่ะ)
แม้คนเรายังไม่ถึงกับบรรลุอรหัตผล หรือละสังขารเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วก็อาจถอดจิตไปก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระพุทธองค์สงเคราะห์ให้ไปเห็นภพต่างๆ แต่ผู้นั้นต้องมีกำลังสมถกรรมฐานอย่างน้อยระดับอุปจารสมาธิจึงจะถอดจิตแบบมโนมยิทธิได้ค่ะ
การมีโอกาสเห็นภพต่างๆ ก็จะได้สิ้นสงสัยในชาติภพ เห็นว่านรก-สวรรค์มีจริง จะละอายต่อบาปอย่างมั่นคงขึ้น และจะทราบภาวะอารมณ์ในขั้นละเอียด จะนำมาปรับปรุงตัวในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นค่ะ
เรียนบางท่านนะคะ
ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อถือดิฉันก็ได้เพราะแต่ละท่านก็คิดแตกต่างกันไปเป็นธรรมดา
แต่ขอความกรุณาว่าอย่าปรามาสวิชามโนมยิทธิเลยนะคะ ถ้ายังไม่เชื่อในวิชานี้ ก็เผื่อใจไว้เถิดนะคะว่า"อาจจะเป็นไปได้"
และวิชามโนมยิทธิพิสูจน์ได้จริงด้วยการฝึกฝนปฏิบัติเอง...แล้วจะเห็นจริงด้วยตนเอง
ขอเรียนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจค่ะ
ตามความเห็นของผมคิดว่า ผู้ที่จะเข้าถึงนิพพานธาตุได้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ก็คือผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติได้ ผู้ที่อยู่ในภาวะนั้นคือผู้ที่สามารถสัมผัสนิพพานธาตุได้อย่างแท้จริง ไม่ทราบว่าที่ผมคิดเช่นนี้ถูกหรือผิดประการใด ขอท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยแนะนำด้วยนะครับ
telwada
17-11-2004, 06:49 PM
ขอบคุณ...คุณ ณฐมณฑ์ มากครับ ที่ให้ความกระจ่าง ขอบคุณครับ
telwada
17-11-2004, 06:55 PM
เฮ้ยยยย....ทำไมชื่อผมถึงได้กลายเป็นชื่อคุณ telwada ไปได้ครับ
ผมชื่อเหนียมนะครับ ไม่ใช่คุณ telwada ไหงมันถึงได้เป็นหยั่งงี้ล่ะ เว็บโนว์ว์ว์ว์...ช่วยตอบหน่อยครับ??????
piromsuparp
18-11-2004, 09:03 AM
ขอโมทนาครับ (||)
tamsak
18-11-2004, 02:06 PM
คุณณฐมนฑ์ ผมได้ส่งข้อความผ่าน PM ไปถามเรื่องการฝึกกสิณ ขอความกรุณาช่วยตอบให้ด้วยนะครับ จะได้เป็นกำลังใจในการฝึกต่อไปในวันข้างหน้าครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจการปฏิบัติธรรม ครับ แต่ยังไม่ก้าวหน้าเท่าไรครับ
ผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยครับ
คุณ ณฐมณฑ์ ครับ ผมขอความอนุเคราะห์หน่อยครับ ว่าผมควรจะฝึกกรรมฐานกองใด จึงจะได้ผลเร็วสุดครับ และในอดีตผมเคยได้กรรมฐานมาบ้างไหมครับ ต้องขอรบกวนด้วยครับ
ณฐมณฑ์
18-11-2004, 03:46 PM
Originally posted by พงศ์
คุณ ณฐมณฑ์ ครับ ผมขอความอนุเคราะห์หน่อยครับ ว่าผมควรจะฝึกกรรมฐานกองใด จึงจะได้ผลเร็วสุดครับ และในอดีตผมเคยได้กรรมฐานมาบ้างไหมครับ ต้องขอรบกวนด้วยครับ
จะตั้งกระทู้ใหม่ในหมวดอภิ__านี้ตอบพร้อมๆ กับหลายๆ ท่านเกี่ยวกับกรรมฐานกองที่เหมาะสมนะคะ
คาดว่าอีกประมาณสิบกว่าวันค่ะ
ปาริสัชชา
18-11-2004, 07:06 PM
พระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ย่อมพิสูจน์ได้ด้วยการปฎิบัติจริง ... และจะเรียกได้ว่าพระองค์ทรงท้าให้พิสูจน์ในธรรมที่พระองค์ทรงแสดงไว้แล้วด้วยนะครับ.....:)
รัตตวัลย์
23-10-2007, 08:36 PM
เรียนผู้รู้ทุกท่าน
ดิฉันได้อ่านข้อความของแต่ละท่านแล้ว รู้สึกตัวว่าด้อยไปเลย ตัวดิฉันเองก็หวังนิพพาน แต่ไม่รู้ว่าจะถึงหรือเปล่า และท่านใดทราบว่าในอดีตดิฉันเป็นใคร และในอนาคตนี้ ดิฉันจะปฏิบัติธรรมได้ถึงไหน ช่วยชี้แนะด้วยได้ไหมค่ะ ระยะหลังมานี้ดิฉันจิตไม่นิ่ง นั่งสมาธิทีไร เหมือนหลับไปคออ่อน คอพับไปเลย แต่แปลกอยู่อย่างที่ได้ยินเสียงคนพูด คนถาม แต่ไม่ยากตอบ นั่งคอพับอยู่อย่างนั้นยังไม่อยากลุกด้วยค่ะ เป็นเพราะอะไรค่ะ
ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ
อนุโมธนาค่ะ
sharingidea
23-10-2007, 11:57 PM
อนุโมทนาครับ
แสดงว่าสมาธิใช้ได้แล้วที่ไม่ไปสนใจอย่างอื่น สนใจแต่ฐานกรรมฐานของตนเองเป็นอารมณ์เดียว อนุโมทนาครับ จะไปนิพพานก็ต้องฝึกวิปัสนาไปเรื่อย ๆ เหมือนผมเหมือนกันเรื่อย ๆ
parnparn
22-11-2007, 09:47 PM
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา (พระพุทธเจ้า)
ใกล้ชิดพอไหม
เตชะวโร
14-01-2008, 02:03 PM
เลื่อมใส
GUYTHUM
16-01-2008, 09:06 AM
ศรัทธา ศรัทธา ศรัทธา......... :-)
tamsak
16-01-2008, 09:39 AM
คุณณฐมนฑ์ ผมได้ส่งข้อความผ่าน PM ไปถามเรื่องการฝึกกสิณ ขอความกรุณาช่วยตอบให้ด้วยนะครับ จะได้เป็นกำลังใจในการฝึกต่อไปในวันข้างหน้าครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ขอบคุณที่ส่ง PM ไปแนะนำวิธีฝึกกรรมฐานกองที่เหมาะสมแก่ให้ผม
ขอโมทนาบุญในธรรมทานด้วยครับ
.
อนุรักษ์คนมีครู
15-02-2008, 09:45 PM
ผู้ใดแจ้งแล้วในธรรมเท่านั้นจึงจะเข้าสูแดนนิพานได้ อย่าสร้างบาปให้ตัวเองเลย
อนุรักษ์คนมีครู
16-02-2008, 10:29 PM
ระวังถูกเทวปุตมารหลอกเอาพระพุทธเจ้าแตกดับไปแล้ว ท่านผู้มีปัญญาน้อยทั้งหลายจะไปพบพระองค์ได้อย่างไร ตัวเองยังไม่บรรลุอะไรเลย เพียงแต่เข้าสมาธิแล้วถูกเปรตเนรมิตให้เห็น การที่ท่านอ้างเช่นนี้ นรกอเวจีหลุมที่ลึกที่สุดรอท่านอยู่
ธรรมะชาติ
22-06-2008, 07:21 AM
ศีล...........สมาธิ..............ปัญญา.............ปากตรงกับใจ...........
donny007
27-06-2008, 01:04 AM
ตัวเองรู้ตัวเราเองแค่นี้ก็พอแล้วครับ
แต่ตัวผมเองยังสับสนกับตัวเองอยู่เลยครับผม สมาธิก็ไม่ได้ทำ กรรมฐานก็ไม่ได้ทำ ยังไม่ได้เริ่มเดินทางเลยครับ
ถึงแม้จะเดินมาคนละทาง แต่จุดเส้นชัยขอเป็นจุดเดี่ยวกันก็พอครับผม
jinny95
27-06-2008, 07:17 PM
อยากถาม จขกท. ว่าไปฝึกมาจากที่ไหน มีอาจารย์ท่านใดเป็นผู้สอน และนิพพานที่ว่านี่อยู่ที่ใด ทำอย่างไรจึงจะได้ไปบ้างครับ
countdown
02-07-2008, 10:21 PM
พระพุทะองค์ บอกไว้ในพระไตรปิฎก ว่าเมื่อตถาคตนิพพานไปแล้ว มนุษย์และเทวดาจะไม่เห็นตถาคตอีก อย่างนั้นมโนยิทธิคือการแสดงภาพด้วยมโนภาพที่เกิดจากใจเราเองเป็นตัวกำหนด ให้มีขึ้น ด้วยพลังของจิต ภาพนั้นเป็นภาพสมมุติเอง น่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่เรียกมโนยิทธิ มั้ง
Aunyasit
04-08-2008, 05:07 AM
เห็นด้วยกับคุณ countdown ครับ หลวงปู่ใหญ่ ท่านก็บอกผมเช่นกันว่า เมื่อพระพุทธเจ้า เข้าพระนิพพานแล้ว จะไม่สามารถพบพระพุทธเจ้าได้อีก นั่นคือธาตุนิพพาน ผู้ที่เราจะพบได้ก็มีแต่พระโพธิสัตว์ ที่ทำหน้าที่แทนพระพุทธองค์ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่หลวงปู่ใหญ่ท่านบอกกับผมว่าเรื่องมโนมยิทธินั้นหลวงปู่ใหญ่ท่านทำอยู่ภายใน ดังนั้นสภาวะนิพพานที่เราเห็นกันนั้น ผมเข้าใจจากที่หลวงปู่ใหญ่ท่านบอกก็คือยังไม่ใช่แดนพระนิพพานตามที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ท่านกล่าวถึงไว้ในพระไตรปิฎก(พระนิพพานที่เราเห็นกันนั้น ผมเข้าใจว่าเป็นแดนจำลองของพระนิพพาน ด้วยกำลังบารมีของพระมหาโพธิสัตว์) ซึ่งที่จริงผมก็เคยปฏิบัติจิตเข้าไปดูมาแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังสงสัยอยู่เลยถามหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ท่านก็เมตตาบอกให้ แต่มโนมยิทธิก็มีประโยชน์หากใช้เป็นเพราะจะทำให้จิตผู้ฝึกมีจิตยึดมั่นในบุญกุศล และเกรงกลัวต่อบาป นอกจากนั้นสามารถพัฒนาไปสู่การปฏิบัติจิตเพื่อการหลุดพ้นได้เช่นกัน ผมเชื่อว่าถ้าเป็นพระธรรมใน 84000 พระธรรมขันธ์นี่ก็เป็นทางหลุดพ้นได้หมดครับ
หากใครศึกษาเรื่องของมโนมยิทธิ ควรศึกษาเรื่องของจิตคนเราที่มีหลายดวงด้วย(มีบันทึกไว้ในพระอภิธรรม) เมื่อแยกแยะสภาวจิตตนเองไม่ได้ว่าจิตแต่ละดวงทำงานสัมพันธ์กันยังไง ปัญหาก็เกิดได้ เท่าที่ศึกษามาก็คือว่า เมื่อจิตรู้เห็นอะไรครั้งแรก ครั้งต่อๆไปจิตมันก็สามารถนำภาพนั้นมาใช้ได้เลย คิดปุ๊ปก็ปรากฏปั๊บเลยแหละครับ ผมเองก็เจอจิตตัวเองหลอกมาก่อน เหมือนกัน
ที่จริงก็ไม่อยากจะเล่าสักเท่าใด เพราะลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤษีลิงดำบางท่านเขาจะเคืองเอา หากจะเคืองกันจริงๆก็ให้เคืองหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรก็แล้วกันครับเพราะท่านบอกผมอย่างนั้น ครับ หากท่านไหนสงสัยก็ลองปฏิบัติไปพิสูจน์เทียบเคียงกับพระวิปัสสนาจารย์รูปต่างๆ ดูครับ
ผมถือว่านักปฏิบัตินั้นเป้าหมายขั้นสูงก็คือการรู้เห็นตามความเป็นจริง ทุกคนมีสิทธิ์สงสัย เมื่อผมสงสัยก็เลยศึกษาค้นคว้าหาความจริงจากพระผู้รู้ หากท่านไหนไปศึกษาค้นคว้ามาแล้ว ได้ความว่าเป็นอย่างไรก็มาเล่าสู่กันฟังครับ
ต้องขออภัยหากทำให้ท่านใดจิตตก ครับ
ภูมิพัฒน์รัตน
05-08-2008, 10:30 AM
ผมคิดว่าที่ยกคำกล่าวว่าเมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานจะไม่ได้เห็นพระองค์อีก
หมายถึง การจากไปจากโลกไม่สามารถ พบเห็นอย่างบุคลทั่วๆไป
ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครกล่างถึง ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา
สำหรับ การฝึกมโนมยินธิ ก็มีในวิสุธิมรรคอย่างชัดเจน เพียงแต่ครูบาอาจารย์ท่านใดจะสอนให้(เผยแพร่)ตามบุเพฯของแต่ละคนจะฝึกได้หรือไม่
ผมเคยไปกราบครูบาท่านหนึ่งเรียนถามเรือง การปฎิบัติ
คำตอบคือ ศิษย์พระคถาคตเหมือนกัน
เป็นไง ดีไหม ถ้าผู้รู้มาก,รู้น้อย ไม่บอกทางให้ คนไม่รู้ก็คงตาบอดไปเลย
สำหรับทุกท่านที่ได้เห็นแล้ว ผมอ่านแล้วก็รู้สึกยินดีและขออนุโมทนาด้วยครับ
และขอให้ท่านทั้งหลายโปรดอโหสิกรรมให้กับผู้ปามาสด้วยครับ
สำหรับท่านที่เตือนสติ ก็ดีครับเวลาผมฝึกจะระวังให้มาก
Aunyasit
06-08-2008, 12:07 AM
สำหรับการได้พบเห็นพระพุทธเจ้า นี่ก็น่าคิดในบางแง่มุม อย่างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระมหาอุปคุต ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้ แต่พระมหาอุปคุตท่านก็ยังต้องขอให้พญามาร เนรมิตกายของพระพุทธเจ้าให้ท่านดู จึงน่าจะนำมาพิจารณา ว่าการรู้เห็นรูปกายของพระพุทธเจ้า ของคนในระดับเราๆนั้น จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นของแท้ ครับ
สมภาพธรรม
22-08-2008, 12:18 PM
ไปเมืองนิพพาน...ต้องจ่ายตังค์เท่าไหร่ครับ
นิพพานเมืองหรือครับ
สมภาพธรรม
22-08-2008, 12:21 PM
นิพพาน...พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
ธรรมอันเป็นที่สิ้นตัณหา
ธรรมอันไม่มีสังขารปรุงแต่ง
ธรรมอันดับความยึดมั่นถือมั่นแห่งตัวตน
ธรรมอันไม่มีความอาลัย
ธรรมอันสงบ ปราณีต
ธรรมอันดับความมัวเมา
ไม่เห็นมีตรงไหนที่ว่าเป็นเมืองแก้วสวยงามเลย
งมงายกันหรือเปล่า........
siantseiya
22-08-2008, 02:12 PM
สวัสดีครับ
siantseiya
22-08-2008, 02:17 PM
สวัสดีครับ เป็นสมาชิกใหม่นะครับ ตอนนี้สับสนมาก ว่าจะฝึกสมาธิ กรรมฐาน วิปัสสนา ด้วยวิธีไหน เนื่องจากผมเป็นคนเปิดรับ ความรู้ ไม่จำกัด ทำให้ตอนนี้ไม่รุ้ว่า จะฝึก ปฏิบัติแบบ พุทธโธ สัมมาอะระหัง ยุบหนอพองหนอ ธรรมกายเจ็ดฐานแบบวัดธรรมกาย หรือ ธรรมกายเจ็ดฐานแบบคุณลุงการุณย์ หรือ มโนมยิทธิ ชอผู้ชิ้แนะด้วยครับ
Dis-esp
22-08-2008, 02:44 PM
ทำไมต้องเป็นแก้ว...ครับ ถ้าเป็นแสงยังพอว่าแต่แก้วนี่...
จิตติดอยู่กับกาย พอกายแต่งจิตก็หลุดลอยออกนอกกาย(ผมเชื่ออย่างนั้นน่ะครับ)
มารวิกะ
26-08-2008, 01:57 PM
ลองศึกษาดูในแต่ละแบบ แต่ต้องมีครูผู้ฝึกสอนด้วยนะครับ แล้วถามใจเราเองว่าอันไหนที่ตรงกับใจเรามากที่สุด
เข้าใจได้ง่ายที่สุด คนเราแต่ละคนมีบุพกรรมไม่เหมือนกัน ฉะนั้นถ้าฝืนไปในทางที่เราไม่เคยปฎิบัติศึกษาหรือเคยได้
มาแล้วในกาลก่อนๆ อาจจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่เราต้องการได้ครับ ผมเคยเ็ป็้นแบบนี้มาแล้ว
ตั้งแต่อายุ13-14 ไขว่คว้าหาตำหลับตำราต่างๆมาปฎิบัติเองไม่เคยทำได้หรือว่าเข้าใจเลย จนกระทั่งได้ค้นพบ
หนทางนั้นๆเอง กว่าจะเจอได้ก็หลายปีเหมือนกันครับ สรุปคือ ต้องเจอสายที่ตรงกับ จริตของเราเองครับ ถึงจะสำเร็จตาม
ที่ต้างการได้
batman.nop
30-11-2008, 09:46 AM
อนุโมทนาสาธุ กับบุญทั้งหมดทั้งมวล โตยเน้อคับ
_/l\_
_/l\_
_/l\_
วิษณุ12
30-11-2008, 05:48 PM
เขียนว่า "มโนมยิทธิ" อ่านว่า มะ-โน-มะ-ยิด-ทิ ถูกแล้วค่ะ
เป็นวิชาที่สามารถถอดจิตไปในภพต่างๆ ด้วยกำลังสมถกรรมฐานและพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์นำทางไปค่ะ เป็นการไปชั่วคราวด้วยจิตแบบโคตรภู_าณ หรือทรงอารมณ์พระโสดาบันขึ้นไป (หลวงพ่อฤาษีฯ เคยสอนว่าพระโสดาบันก็คือชาวบ้านชั้นดีน่ะค่ะ และการทรงอารมณ์พระโสดาบันนั้นไม่ยากสำหรับผู้ใฝ่ธรรมอย่างจริงใจค่ะ)
แม้คนเรายังไม่ถึงกับบรรลุอรหัตผล หรือละสังขารเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วก็อาจถอดจิตไปก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระพุทธองค์สงเคราะห์ให้ไปเห็นภพต่างๆ แต่ผู้นั้นต้องมีกำลังสมถกรรมฐานอย่างน้อยระดับอุปจารสมาธิจึงจะถอดจิตแบบมโนมยิทธิได้ค่ะ
การมีโอกาสเห็นภพต่างๆ ก็จะได้สิ้นสงสัยในชาติภพ เห็นว่านรก-สวรรค์มีจริง จะละอายต่อบาปอย่างมั่นคงขึ้น และจะทราบภาวะอารมณ์ในขั้นละเอียด จะนำมาปรับปรุงตัวในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นค่ะ
เรียนบางท่านนะคะ
ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อถือดิฉันก็ได้เพราะแต่ละท่านก็คิดแตกต่างกันไปเป็นธรรมดา
แต่ขอความกรุณาว่าอย่าปรามาสวิชามโนมยิทธิเลยนะคะ ถ้ายังไม่เชื่อในวิชานี้ ก็เผื่อใจไว้เถิดนะคะว่า"อาจจะเป็นไปได้"
และวิชามโนมยิทธิพิสูจน์ได้จริงด้วยการฝึกฝนปฏิบัติเอง...แล้วจะเห็นจริงด้วยตนเอง
ขอเรียนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจค่ะ
ขอเสนอนิดนึงไว้เป็นเหตุผล...คุณณฐมณฑ์ ลองคิดหรือว่างๆลองพิจารณาดูนะครับ...มโนมยิทธิ ความเห็นผมว่า คือฤทธิ์ทางใจครับ ...ใจคือธาตุรู้ ...มีหน้าที่รู้อย่างเดียว..เช่น ไปรู้ว่าเจ็บ.. ไปรู้ว่าสุข.. ไปรู้ว่าเห็น.. ไปรู้ว่าคิด.. ถ้าเกิดเราสอนให้ใจเป็นอย่างไรก้จะเป็นอย่างนั้น ...เช่น...การฝึกอสุภะกรรมฐาน ก้อาศัยหลักมโนมยิทธิเหมือนกันเช่น นึกให้เห็นภาพที่ไม่สวยงามของร่างกายซึ่งมี 10 ข้อ แล้วแต่จะเลือกเอาข้อไหน สมมุติเราเลือกเอาข้อที่ ว่าด้วย ร่างกายนอนตายไปจนเน่า ..ก็นึกเอาให้เห็นเป็นอารมณ์ จนสามารถเห็นเหมือนลืมตาเห็นชัดเจน หากสอนจิตหรือใจให้ทำแบบนี้ก็จะสามารถเห็นได้ชัดเจนแต่ต้องทำบ่อยๆๆเนื่องๆ จนได้ความชำนาญ คือ วสี เมื่อทำจนชำนิชำนาญก็จะสามารถทำได้อย่างคล่องแคล่วหากทำแบบนี้บ่อยๆๆอานิสงฆ์ที่ได้ก็จะเริ่มเบื่อหน่ายกับร่างกายตัวเองความโลภก็จะลดลงกิเลสก็จะลดลง..กิเลสลดลงเช่น ..หากเมื่อก่อนเป็นคน รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวฟุ่มเฟือย อาการแบบนี้ก็จะลดลง หากเป็นคนสันหาเรื่องกินเลือกกินกินแต่ของถูกใจไม่ถูกใจไม่กินอาการแบบนี้ก็จะลดลง ซึ่งการฝึกแบบนี้ก็ยังอยู่ในสมถะกรรมฐาน ยังไม่ยกเป็นวิปัสนา..หากการฝึกแบบมโนที่แบบว่าน้อมไปหานิพพานทำไปเรื่อยๆๆจิตมันก็จะสร้างนิพพานมาเองโดยเป็นการสร้างจากการกระทำของจิตหากเป็นการกระทำหรือบังคับจิตให้สร้างนิพพานอารมณ์แบบนี้ก็ยังอยู่ในสมถะ (ยังไม่เป็นวิปัสนา)วิปัสนาเท่านั้นที่จะทำให้ได้นิพพานและนิพพานก็ไม่มีเข้าไม่มีออก..มีหมวดนึงของอนุสติ 10 ข้อ ที่ว่าด้วยนึกถึงนิพพานเป็นอารมณ์..ก็คือนึกน้อมให้รู้ว่านิพพานเป็นทางพ้นทุกข์เป็นที่ที่ควรไป จนจิตเริ่มเป็นสมาธิแล้วจึงเจริญวิปัสนาไม่ใช่ว่าให้เข้าใจว่ามีเมื่องนิพพานเราไปเมืองนิพพานอันนี้จิตมันสร้างขึ้นเอง...ซึ่งมันเป็นเรื่องความละเอียดของความคิดโดนจิตตัวเองหลอกโดยไม่ทันจิตเป็นโมหะหรือความหลงอย่างละเอียดมากๆๆๆ..นิพพานพระพุธท่านสอนก็ยังบอกว่ามีอยู่จริงแต่ไม่ได้เป็นการสร้างนิพพานเองแต่มันจะเห็นเมื่ออรหันต์..ในกรรมฐาน 40 กองที่พระพุธท่านสอนก็มีกรรมฐานหลายกองที่อาศัยหลักมโนมยิทธิ..เช่น...อสุภะทั้ง10 ..กสินทั้ง 10 อาหาเรปฏิกูล ธาตุ 4 กายคตาสติ เป็นต้น..ซึ่งอาศัยความจำ การนึก เป็นมโนภาพ เป็นหลักการเดียวกับมโนมยิทธิ...ฝึกมโนมยิทธิผมก็ชอบฝึกอยู่แต่ที่ว่าไปนิพพานโดยการถอดจิตไปผมว่ามันไม่ตรงตามที่พระพุธท่านสอน...นอกจากการเข้านิโรธสมาบัติหรือสมาบัติ 9 ซึ่งเป็นการดับทุกข์ของจริง..และเรื่องการถอดจิตคนทำได้ก็ทำได้จริงและพิศูจน์ได้...ว่างๆๆลองถอดจิตมาหาผมก็ได้นะผมจะเขียนอักษรไว้หน้าคอมผมหากตอบตรงก็แสดงว่าคุณ ณฐมณฑ์ ถอดจิตได้จริง ขนาดนิพพานคุณ ณฐมณฑ์ ยังไปได้เห็นพระพุธ เห็นเทวดานางฟ้า..แค่บ้านผมเองก็คงไม่ยากหรอกครับ..อันนี้ก็เป็นการฝึกดูด้วยว่าเราทำได้จริงเปล่า ธรรมมะของพระพุธเจ้าเป็นวิทยาศาสตร์พิศูจได้ครับแต่หากจะบอกว่าเป็น ปัจจัตตัง อันนี้ก้ถูกอยู่ แต่ผลมันจะเหมือนกับตำราที่พระไตรปิฏกสอนมาครับ..ซึ่งที่ผมเขียนมานี่ก็เป็นแนวคิดเสนอแนะของผมที่ผมฝึกมาอย่าได้โกรธเคืองเลยนะครับถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติธรรมกันครับ...
ลิงเมืองละโว้
01-12-2008, 09:14 PM
ผมเองก็เคยส่งสัย ว่านิพพานนั้นแท้จริงเป็นเช่นไร ทุกวันนี้ก็ยังสงสัยอยู่ แต่ยังคงปฏิบัติต่อไป
แต่ไม่อยากให้ทุกคนมาปรามาสกัน คนที่ปฏิบัติ เป็นคนที่มาชี้หน้าว่ากันหรือไร
เรื่องออกความเห็นนั้นผมว่าออกได้ คนที่อยู่ในธรรมเองควรต้องรับฟังผู้อื่น
คนที่ไม่รับฟังนั่งยันนอนยันเอาความคิดตนเองมันไม่ดีหรอกครับ มันบ่งบอกว่าคุณยังมีทิฐิ
เราควรเปิดกว้าง แล้วแสดงความคิดกันตราบใดเรายังไม่เข้าถึง เราจะมาเถียงเพื่ออะไร ยกพระไตรปิฎกชูขึ้นหัวมาพูดปาวๆ
ทั้งที่ตนเองไม่ได้ต่างจากผู้อื่น มาลงหัวคิดดีกว่าน่ะครับ แนะกันไปกันมา หาคำตอบมิดีกว่าหรือ
การฝึกมโนมยิทธินั้น หากต้องให้ถูกต้องนั้น หลวงปู่ดู่ท่านว่าให้ ทดสอบก่อน
หากถูกต้อง ก็แสดงว่าจิตใช้ได้ แล้วถึงไปดูนรก สวรรค์
จริงครับธรรมะของพระพุทธองค์ท่าน เป็นวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องพุทธศาสตร์ บางครั้งวิทยาศาสตร์ยังพิสุจน์ไม่ได้
เหมือนพระพุทธองค์แสดงปาฏิหารย์แก่่พวกเดียร์ถีย์ อะไรมาพิสูจน์ได้ครับ พระพุทธองค์ทำได้เช่นไร อธิบายได้ไหม
บอกฝรั่งหัวแดงมาพิสูจน์มันจะดูถูกเอาอีก แล้วหลวงปู่มั่นเจอยักษ์ก่อนท่านบรรลุธรรม มีใครอธิบายได้บ้าง
การปรามาสกันนั้น ระวังนะครับ หากผิดพลาดมา ไม่คุ้มกัน อเวจีดีๆนี้เอง
อนุโมทนากับทุกท่านที่ปฏิบัติและที่สนใจ จะ พุท-โธ สัมมาอรหัง อะไรก็ตาม อย่าลืม วิปัสนาน่ะครับ
Cartoonzaa
01-12-2008, 10:55 PM
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.