View Full Version : คุณ ณฐมณฑ์ ระลึกชาติเห็นใครบ้าง
WebSnow
15-10-2004, 04:34 AM
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?postid=4003#post4003
ณฐมณฑ์ เขียนว่า
"อ่านตามกระทู้แล้วเห็นนามปากกาของหลายท่าน ก็จำได้บ้างว่าเคยเจอกันในชาติใกล้ๆ ชาตินั้นบ้าง ชาตินี้บ้าง ในวาระหน้าที่อย่างนั้นบ้าง อย่างนี้บ้าง บางคนก็เจอกันหลายชาติติดกันก็มี แต่ดิฉันจำไม่ได้ทุกท่านหรอกนะคะ
ที่จำได้นั้น ก็เห็นเป็นธรรมดา และเห็นจริงตามคำสอนพระพุทธองค์ว่าคนเราเกิดมาหลายชาตินับไม่ถ้วน และเคยพบเจอกันมาแล้วทั้งนั้น "
" พอดีมีผู้ถามเรื่องการฝึกฌาณสี่ ดิฉันก็เลยเข้าไปคุยด้วย
เมื่อคุยแล้วสักระยะหนึ่ง ก็สัมผัสได้ว่า เมื่อสมัยอยุธยาเคยตกลงกันไว้ว่าจะมาคุยเรื่องกรรมฐานกันในชาติใหม่อีก (ชาติใหม่ของชาตินั้น คือชาตินี้ค่ะ)
หลายท่านในกระทู้นั้น เคยเกื้อกูลกันมาในสมัยอยุธยา บางท่านก็สมัยเชียงแสน บางท่านก็สมัยทิเบต(ตรงกับราชวงศ์ซ้อง)
และเชื่อว่าทุกท่านในกระทู้ดังกล่าวนั้น (และทุกท่านในเว็บนี้) คงเคยปฏิบัติธรรม หรือฝึกจิตอย่างเข้มข้นมาแล้ว "
***********************************************
ณฐมณฑ์ ช่วยเล่าหน่อยได้ไหมครับว่าระลึกชาติเห้นใครบ้างในเว็ปพลังจิต
ณฐมณฑ์
15-10-2004, 04:30 PM
อ่ะจ๊ากกกกกกกกกกกกก
คุณ"เพื่อนคุณณฐมณฑ์"คะ
ไฉนจึงนำข้อความบางส่วนของจดหมายที่ดิฉันเคยสนทนากับคุณเมื่อครั้งก่อนโน้นมาเผยในที่สาธารณะโดยไม่ไถ่ถามกันก่อนคะ อย่างนี้เดี๋ยวไม่ยอมให้เป็นเพื่อนนะคะ โป้งๆๆๆๆ
เรื่องการเมืองโบราณบางส่วนนั้น ดิฉันก็ไม่อยากพูดถึง แต่ที่บอกคุณนั้น ก็เพราะเห็นว่าคุณเคยอยู่ในสมัยที่เกี่ยวข้องด้วย และเห็นว่าคุณปฏิบัติธรรม จึงมองว่าการบอกอดีตชาติกับคุณจะไม่เป็นโทษต่อคุณน่ะค่ะ
เพราะเชื่อว่าเมื่อคุณเห็นหลายๆ ชาติของตนบ้าง ของผู้อื่นบ้าง มากๆเข้า จะเห็นว่าทุกอย่างเป็นธรรมดาโดยปริยาย
แต่ไม่รู้หละ ตอนนี้ขอโป้งแล้วกัน! :mad: (ช่วยลบให้ดิฉันทีได้ไหมคะ พลีส)
------------------------------------------------------------
คุณ WebSnow คะ
ที่มาที่ไปก็คือว่า.....ดิฉันทราบอดีต อนาคตบางอย่างมาก่อนจะปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจังแล้ว ซึ่งเป็นของเดิมที่ติดมาจากการทำสมาธิต่อเนื่องกันหลายชาติค่ะ
และเมื่อทำกรรมฐานแบบสมถะอย่างถูกต้องในระยะไม่กี่วัน ทิพจักขุ_าณก็กลับมาพอสมควร เหมือนๆ ว่า เมื่อทำกรรมฐานถึงระดับฌานสี่ ของเดิมก็กลับมาทันทีค่ะ
ตอนนี้ทำกรรมฐานในชีวิตประจำวันหลายกองขึ้น และจิตถอดไปแบบมโนมยิทธิไปดูกายในกายบ้าง กุศลกรรมเดิมมาเอื้อค่ะ แต่ไม่ได้คิดว่าตนเก่ง หรือไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบกับใครเลย ทว่าคิดว่า วิถีใดที่ช่วยให้ตนหลุดพ้นได้ในปัจจุบันชาติ ดิฉันก็จะทำ
และวิถีการหลุดพ้นของคนเราก็ไม่ซ้ำกันในรายละเอียด วิถีของดิฉันนั้นเกี่ยวข้องกับวิถีของความเป็นทิพย์ค่ะ ไม่ใช่แบบสุกขวิปัสโก แต่ก็เชื่อว่าทุกวิถี ทุกอัชฌาสัยการหลุดพ้นนั้น ประเสริฐอย่างยิ่งทั้งสิ้น
(ถ้าตนยังไม่สามารถบรรลุก็อีกเรื่องนึงนะคะ แต่ตั้งเป้าชาตินี้ไว้อย่างนี้ก็แล้วกัน)
เกริ่นมาเยิ่นยาว...
คุณ WebSnow เคยเป็นขุนนางในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ ปฏิบัติธรรมควบคู่กับการใช้ชีวิตแบบฆราวาส
อีกชาตินึงสมัยก่อนพุทธกาล คุ้นๆ ว่าคุณเป็นโยคีนะคะ เราเคยรู้จักกันอีกชาตินึง ตอนนั้น ดิฉันเป็นโยคีชาย ปฏิบัติจิตถึงขั้นอุกฤษ ประมาณว่า ถ้าฝังทั้งเป็นนานเป็นปีๆ ก็ไม่ตาย หรือดัดตนจนตัวอ่อนมากๆ เอาขาพาดไหล่ตนเองแล้วอ้อมคอนั้นยังน้อยไป
การเห็นอย่างนี้แหละค่ะ ที่เตือนให้ตนทราบว่าตนพยายามเดินสู่ทางพ้นทุกข์ให้ได้มานักต่อนัก อดทนทรมานตนก็นักต่อนัก แต่ตอนนั้น ดิฉันยังไม่มีวาสนาจะพบพระศาสนาที่พาไปสู่ทางหลุดพ้นอันแท้จริง
อีกอย่างหนึ่ง ดิฉันเพียงระลึกชาติได้ประมาณ 30 กว่าชาติ ซึ่งแทบจะไม่รู้อะไรนักก็ว่าได้ เพราะคนเราเกิดเป็นล้านชาติ
ตอนนี้ ดิฉันเตือนตนเองให้ไปดูสมัยตนไปเกิดในนรกบ้าง เป็นสัตว์บ้าง ควบคู่กับการรู้ว่าเคยเป็นเทวดาบ้าง อยู่ในตระกูลสูงบ้าง เพื่อให้เห็นว่าไปเกิดมาแล้วทุกภพ และเป็นธรรมดายิ่ง
อีกอย่างหนึ่ง ดิฉันไปดูกรรมเก่าด้วยว่า ที่โดนคนทำให้น้อยใจอย่างนี้ ในกรณีอย่างนี้ กรรมอะไร เมื่อดูแล้วก็เข้าใจ และเห็นว่ามันไม่มีอะไร เป็นเพียงการสะท้อนไปมาระหว่าง action กับ reaction เท่านั้น
ดิฉันขออนุ_าตไม่เล่าได้หรือเปล่าคะ ว่าจำใครได้บ้าง ดิฉันไม่อาจอธิบายเรื่องราวอดีตชาติของใครได้มากนัก ด้วยเหตุผลหนึ่งคือว่าเวลาดิฉันของไม่เอื้อเลยค่ะ (อยากจะเล่าวิธีการฝึกกสิณที่ค้างไว้นั้น ก็ยังไม่ค่อยจะมีเวลาเรียบเรียงความคิดเลยค่ะ) และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เชื่อว่าการรู้เพียงชาติสองชาตินั้น บางทีจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ค่ะ คนเราควรรู้ทั้งระบบการเวียนว่ายในวัฏฏะสังสาร จนละความถือดีในตัวไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพียงเจาะดูในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย...
แต่ขอคาดเดาว่า...คุณ WebSnow คงเห็นอดีตชาติของตนมาพอสมควรแล้วใช่ไหมคะ
เอาเป็นว่า ขอบอกว่าผู้คนทั้งหลายทั้งเว็บนี้ เราเคยเจอกันมาแล้วทั้งนั้น
แต่ส่วนให_่ เราเคยพบกันในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์(ซึ่งพระองค์มีทศพิธราชธรรมอย่างยิ่ง ต่างกับบันทึกในพงศาวดารค่ะ)
และเราทั้งหลายเคยเป็นศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำในสมัยนั้นด้วย
สมัยเชียงแสน ดิฉันก็เคยเรียนวิชชากับท่านค่ะ คุ้นๆ ว่าคุณ WebSnow ก็เป็นทหารคนนึงในแผ่นดินนั้นด้วย คุณลองตรวจสอบด้วยตนเองดูนะคะ
เรื่องการอยากทราบอดีตชาตินั้น เป็นธรรมดานะคะที่คนเราอยากทราบเรื่องตนเอง ดิฉันเองก็เคยอยากทราบมาก่อนเหมือนกัน
แต่การทราบที่ดีที่สุด คือการทราบด้วยตนเองจนเห็นระบบความเป็นธรรมดาของทุกข์ และความเป็นธรรมดาของชีวิตค่ะ
:)
zipper
15-10-2004, 06:29 PM
คุณณฐมณฑ์ครับ ผมขอถามอะไรหน่อยเนื่องจากสงสัยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องเวียนว่ายตายเกิดนี่แหละ ที่คุณบอกว่า "ขอบอกว่าผู้คนทั้งหลายทั้งเว็บนี้ เราเคยเจอกันมาแล้วทั้งนั้น แต่ส่วนให_่ เราเคยพบกันในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์" ผมคิดว่าผมคงเป็นคนส่วนน้อยแน่เลยที่เคยพบกันในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ เพราะว่าผมเป็นลูกหลานชาวจีน ปู่ ย่า ตา ยาย อพยพมาจากจีน พ่อแม่ก็มาเกิดที่ไทย ผมก็เลยนับว่าผมมาอยู่แผ่นดินไทยเป็นรุ่นที่ 3
ผมคิดว่าพ่อแม่ที่ตาม ปู่ ย่า ตา ยาย มาเกิดนั้นก็น่าจะเป็นวิ__าณของคนจีนที่มีกรรมพัวพันกับ ปู่ ย่า ตา ยาย ผม และที่ผมมาเกิดนั้นก็น่าจะเป็นวิ__าณที่มีกรรมพัวพันกับพ่อแม่ผม ซึ่งก็น่าจะเป็นวิ__าณคนจีนด้วย
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้สมัยที่พวกคุณเกิดในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์สมัยนั้นผมก็น่าจะเกิดอยู่ที่จีน ผมก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นผมก็คงจะเป็นคนกลุ่มน้อยกระมัง หรือไม่ก็น่าจะบังเอิ_มาเจอเวปนี้มากกว่า
หรือถ้าที่ผมคิดว่าไม่ใช่ผมเกิดมาบนแผ่นดินไทย ก็ย่อมเป็นวิ__าณของคนไทยที่อยู่บนแผ่นดินไทยมาเกิดงั้นหรือ?
ณฐมณฑ์
15-10-2004, 07:31 PM
ชะแวงงงงง.....เป็นอย่างที่คิดเลยหละค่ะ...
ถ้าบอกไปก็จะสงสัย และไม่เชื่ออย่างนี้เป็นธรรมดานะคะ
ดิฉันก็เลยไม่อยากคุยเรื่องอดีตชาติของใครโดยตรงนัก
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเชื่อดิฉันนะคะ
แต่จะชวนคุณ zipper ด้วยไมตรีจิตว่า...
หันมาฝึกจิตเพื่อดูระบบชีวิตตนเองโดยรวมจะดีกว่าแน่ๆ เลยนะคะ
นั่นคือไม่ได้ดูว่าตนเคยเป็นใคร แต่ดูว่าเคยเกิดมาสูงศักดิ์บ้าง ต่ำศักดิ์บ้าง เป็นคนบ้าง เป็นอย่างอื่นบ้าง ซ้ำไปซ้ำมา...
ซึ่งก็ทุกข์ทั้งนั้น คือดูเพื่อปลงน่ะค่ะ
แต่กระนั้น ขออธิบายว่า ดิฉันยังยืนยันได้ว่าเคยเห็นคุณzipper ในท้องพระโรงแผ่นดินนั้นแน่นอนค่ะ
พี่น้อง _าติจากเมืองจีนก็คงจะเกี่ยวข้องกับเมืองจีนในชาติอื่นๆ นะคะ
คนเราเกิดเป็นล้านชาติ ดิฉันก็เคยเป็นชายนักรบฝ่ายวางแผนที่เมืองจีนเหมือนกัน คนเราเกิดมามากมายหลายชาตินับไม่ถ้วนจริงๆ ทุกประเทศในโลกนี้ คนเราล้วนเคยเกิดมาแล้วทั้งนั้นค่ะ
เอาอย่างนี้ดีไหมคะ
หากฝึกทิพจักขุ_าณ หรือมโนมยิทธินะคะ คุณไปดูตนเองในท้องพระโรงแผ่นดินนั้นนะคะ
เจอแน่ค่ะ และเจอคุณศิราณีด้วยหละ
ใครอย่าสงสัยอย่างนี้อีกเลยนะคะ
ดิฉันจะหมดแรงแล่วววววว
บรรพต อ.
15-10-2004, 08:15 PM
พา พระสุพรรณกัลยา มาฝากครับ
คุณณฐมณฑ์ครับ ดูดวงต่อให้คุณศิราณีด้วยนะครับ เห็นมีคนมาถามกันเยอะเลย แกฝากว่าคนซื่อณฐมณฑ์ ทำได้เก่งกว่าอีกครับ ตอนนี้คงถึงอเมริกาแล้วครับ ช่วยหน่อยนะครับคุณมณฑ์
zipper
15-10-2004, 11:07 PM
คุณณฐมณฑ์ครับ ขอโทษที่คำถามที่ผมถามทำให้เกิดความเข้าใจว่าไม่ได้เชื่อในสิ่งที่คุณพูด อันที่จริงแล้วเราก็ตามอ่านสิ่งที่คุณโพสตั้งแต่ที่ห้องพันทิบแล้วล่ะ แล้วก็ทึ่งในความสามารถที่สามารถระลึกชาติได้ละเอียดขนาดนั้น ที่ผมไม่ได้สงสัยคุณเพราะว่า คุณได้คุยตรวจสอบสิ่งที่คุณฝันเห็นนั้นกับบุคคลอีกท่านหนึ่งที่สามารถระลึกชาติได้เหมือนกัน แล้วสิ่งที่เล่านั้นมันก็ตรงเหมือนกันทั้งสองคนซะด้วย ซึ่งมันก็เรื่องที่พิสูจน์มาแล้วว่าคุณนั้นสามารถระลึกชาติได้
ที่ผมถามไม่ได้สงสัยในเรื่องเวียนว่ายตายเกิด แต่สงสัยในหลักการเวียนว่ายตายเกิดต่างหาก เพราะว่าบรรบุรุษของผมนั้นก็เป็นคนจีน ผมก็เลยนึกว่าผมต้องเป็นวิ__าณพวกคนจีนแต่มาเกิดในแผ่นดินไทย ถ้าคุณบอกว่าเคยเห็นผม ณ ที่นั่นผมก็ไม่สงสัยในสิ่งที่คุณพูดหรอก
อย่าให้สิ่งที่ผมถามไปก่อนหน้านั้นทำให้คุณรู้สึกหมดกำลังใจหรือรู้สึกไม่ดีเลย มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดไงไม่รู้ :(
สุดท้ายนี้ขอโทษอีกครั้ง ถ้าสิ่งที่โพสไปครั้งก่อนทำให้คุณรู้สึกไม่ดี
ณฐมณฑ์
15-10-2004, 11:51 PM
Originally posted by บรรพต อ.
พา พระสุพรรณกัลยา มาฝากครับ
คุณณฐมณฑ์ครับ ดูดวงต่อให้คุณศิราณีด้วยนะครับ เห็นมีคนมาถามกันเยอะเลย แกฝากว่าคนซื่อณฐมณฑ์ ทำได้เก่งกว่าอีกครับ ตอนนี้คงถึงอเมริกาแล้วครับ ช่วยหน่อยนะครับคุณมณฑ์
คุณบรรพตคะ
โดยกำลังใจของดิฉันนั้น ไม่มีความสามารถในการตอบเรื่องราวเล่านั้นได้เท่าไรเลยค่ะ
การดูดวงคนนั้น เป็นเรื่องหนักใจสำหรับดิฉันตลอดมา
ดิฉันยังชื่นชมคุณศิราณีอยู่ในใจเลยนะคะที่สละเวลามาตอบหลายๆ ท่านดังที่เราเห็นกันอยู่
ส่วนดิฉันขออนุ_าตเกื้อกูลท่านทั้งหลายในทางธรรม จะสบายใจกว่านะคะ
และเป็นสิ่งที่ดิฉันเคยตกลงกับหลายท่านไว้ตั้งแต่อดีตชาติสมัยอยุธยาแล้วด้วยค่ะ
ว่าดิฉันจะมาสนทนา จะมาเกื้อกูลกันอีกในชาตินี้ในเรื่องเกี่ยวกับการฝึกกรรมฐาน
---------------------------------------------------
คุณzipper คะ
ไม่มีอะไรนะคะ อย่ารู้สึกผิดเลย...
สบายใจเถอะค่ะ :)
อยากฝึกได้อย่างคุณ ณฐมณฑ์ มั่งจังค่ะ
แต่ยังไม่มีบุ_พอ
:(
เกจิหนุ่ม
16-10-2004, 01:59 AM
พี่ณฐมณฑ์คับ
ถ้าผมจะฝึกกรรมฐานมั้ง
ผมควรจะเริ่มต้นอย่างไรและฝึกที่ไหนดีคับ...
WebSnow
16-10-2004, 06:43 AM
ขอบคุณมากครับ คุณณฐมณฑ์
bkkth30
16-10-2004, 04:10 PM
สวัสดีครับคุณ ณฐมณฑ์
ผมทำสวดมนต์และทำสมาธิติดต่อกันไม่ทุกวันครับแต่ปกติแล้วจะเป็นวันเสาร์
หรือไม่ก็วันไหนที่อยากสวดมนต์มากก็จะปฏิบัติทันทีเลยครับ
ขอถามนะครับว่าเวลาการทำสมาธิแล้วบางครั้งเห็นบุคคลในสมาธิเป็นบุคคลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่นเห็นผู้ชายห่มผ้าแดงมีมงกุฎหรือชฎาบนศรีษะ พร้อมถือคฑา เนี่ยเป็นผู้ใดหรือครับแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้เราเห็นบุคคลใดๆ ในสมาธิ ผมก็อุทิศส่วนกุศลทุกครั้งไปหลังจากออกจากสมาธิแล้วทุกครั้ง
ผมมีความรู้สึกว่าทุกครั้งจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับผมผมจะมีลางบอกเหตุก่อนส่วนนี้จะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับอยากทราบคำตอบและหลักวิธีการปฏิบัติการทำสมาธิ เพราะผมอยากทำวิปัสสนากรรมฐานแต่ไม่ทราบหลักการปฏิบัติและไม่ทราบด้วยว่าจะให้ใครมาสอน เหมือนกับว่ามันยังไม่ถึงเวลาครับ แต่เมื่อก่อนตอนเด็กๆผมอยากบวชพระมากเลยหละครับแต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ให้ จนกระทั่งปัจจุบันก้อยังไม่ได้กระทำอย่างที่จนตั้งใจไว้มีแต่คนทักคุณแม่ว่าอย่างเพิ่งทำนะระวังลูกไม่สึก มีหลายอย่างในจิตครับที่อยากแสวงหา แต่อีกหลายอย่างก็บอกว่าจะรู้ไปทำไมเมื่อเราไม่สามารถแก้ไขในอดีตไม่ได้ ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดครับ
ขอบพระคุณครับ
บีเคเค30
ณฐมณฑ์
16-10-2004, 04:57 PM
Originally posted by ab
อยากฝึกได้อย่างคุณ ณฐมณฑ์ มั่งจังค่ะ
แต่ยังไม่มีบุญพอ
:(
มีบุญมากแล้วนะคะที่เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระศาสนา และยังอยากฝึกกรรมฐานอีก
ผู้ใฝ่กุศลอย่างนี้หาได้ไม่มากคนนักในโลกกว้างใบนี้นะคะ อย่างนี้แสดงว่ามีบารมี(กำลังใจ)มาต่อเนื่องหลายชาติแล้วค่ะ
ขอให้มีกำลังใจฝึกทั้งสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานนะคะ
เอาใจช่วยค่ะ
zipper
16-10-2004, 05:38 PM
Originally posted by ณฐมณฑ์
คุณzipper คะ
ไม่มีอะไรนะคะ อย่ารู้สึกผิดเลย...
สบายใจเถอะค่ะ :)
OK ครับ เห็นคุณบอกอย่างนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ :)
Kamen rider
16-10-2004, 05:39 PM
อาววววว จานนนนน แม่ ปายยยยยยยยยยย
ณฐมณฑ์
16-10-2004, 05:47 PM
คุณบรรพต หรือใครก็ได้ช่วยทีค่ะ
ดิฉันลบกระทู้ไม่เป็น อยากลบกระทู้ที่"คุณเพื่อนคุณณฐมณฑ์" โพสต์ไว้น่ะค่ะ
เพราะเป็นจดหมายส่วนตัวที่ดิฉันเขียนมีถึงบุคคลคนเดียว ไม่ได้นึกต้องการให้เขาเปิดเผยในที่สาธารณะค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ณฐมณฑ์
16-10-2004, 05:59 PM
Originally posted by เกจิหนุ่ม
พี่ณฐมณฑ์คับ
ถ้าผมจะฝึกกรรมฐานมั้ง
ผมควรจะเริ่มต้นอย่างไรและฝึกที่ไหนดีคับ...
คุณน้องเกจิหนุ่มคับ
ถ้าคุณน้องสนใจที่พี่เขียนเล่าวิธีฝึกสมถกรรมฐานนะคะ
ลองเข้าไปอ่านที่นี่ดูนะคะ พี่เขียนถึงการฝึกอานาปานสติ
(ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยกล่าวว่ากรรมฐานกองอานาปานสตินี้เป็นพื้นฐานของกรรมฐานทั้ง 39 กอง)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?s=&threadid=278
ตอนนี้พี่กำลังเรียงความคิดที่จะเล่าวิธีฝึกกสิณที่....
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?s=&threadid=714
ส่วนกรรมฐานกองใดที่เหมาะต่อคุณน้อง คุณพี่จะตอบในกระทู้กสิณในเวลาต่อไปนะคะ
บรรพต อ.
16-10-2004, 07:27 PM
.
ตั้งแต่คุณณฐมณฑ์เข้ามาในเว็ปนี้ ผมรู้สึกมีกำลังใจอยากปฏิบัติธรรมมากขึ้นเลยครับ ผมจะพยายามทำตามที่คุณณฐมณฑ์สอนในหลายๆกระทู้นะครับ ไงขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะครับ:)
WebSnow
16-10-2004, 10:18 PM
ณฐมณฑ์ น่าจะอยู่ต่อนานๆ
ตัวเองก็ฝึกกสินไปด้วยและนำประสบการณ์ของตนและที่เรียนรู้มา
เอามาแนะนำคนอื่นๆได้ เป็นประโยชน์อยู่พอสมควร
ประกอบกับเป็นคนที่มีคุณสมบัติความสามารถทางจิตจริงๆและมีความสามารถอธิบายเรื่องลึกลับให้คนเข้าใจได้ง่ายเป็นที่เลื่อมใสของชาวประชา
เพื่อเป็นการเผยแผ่พุทธศาสนาให้อยู่ถึง5000ปีและโปรดมวลมนุษย์โลก
ณฐมณฑ์
17-10-2004, 11:21 AM
คุณWebSnow Oh la la คะ
ขอขอบคุณอย่างยิ่งนะคะสำหรับกำลังใจจากคุณWebSnow และจากหลายๆ ท่าน
เอาเป็นว่า... เมื่อเล่าเรื่องการฝึกกสิณแสงสว่างกับการฝึกทิพจักขุญาณเรียบร้อยแล้ว แม้ดิฉันอาจจะหายตัวไปบ้าง แต่ก็จะแวะเวียนมาบ้างตามโอกาสที่อำนวยนะคะ
เนื่องจาก ดิฉันมีภารกิจทางโลกทั้งส่วนตัว และทั้งเพื่อบุคคลต่างๆ อยู่พอสมควร และต้องฝึกจิตทางธรรมอีกมากในปัจจุบันชาติ
ช่วงนี้ ดิฉันนอนเกือบสว่างบ่อยๆ ตาจะโบ๋เป็นปอบ(ผีฟ้า)แล้วหละ.... ยังทึ่งคุณเว็บสโนว์เลยนะคะที่พิมพ์กระทู้ได้มาก
เชื่อแล้วหละว่าคุณเว็บสโนว์โห่ฮิ้วคนนี้....ทำอะไรก็ไวกว่าแสง...
อีกอย่างหนึ่ง ด้านการประคองใจนั้นดิฉันยังไม่เก่งพอค่ะ แถม hyper-sensitive ด้วยซ้ำ
ยังฝึกจิตท่ามกลางภาวะปกติชีวิตไม่ได้มากนัก ดิฉันยังต้องจัดบรรยากาศใจให้สงบอยู่พอสมควร
(เช่นเลี่ยงการสนทนาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆ ที่กระตุ้นโทสะโมหะ หรือเลี่ยงการดูโทรทัศน์รายการที่ไร้สาระ หรือมีบรรยากาศในละครที่วุ่นวาย และพยายามไม่สนใจจริยาของผู้อื่นว่าไม่ดีอย่างไรบ้าง)
หากดิฉันก้าวหน้ากว่านี้ ดิฉันอาจจะทรงระดับจิตไม่ให้กระเพื่อมไหวได้ดีกว่านี้ในทุกระดับสถานการณ์กระมัง
ถึงตอนนั้น ดิฉันคงจะเป็นเนตรนารีหญิงที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมได้ดีกว่านี้ค่ะ
หลายท่านคงสัมผัสใจดิฉันได้ว่า...ดิฉันเข้ามาเว็บบอร์ดพลังจิตด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ
ครั้งใดก็ตามที่มีท่านใดบอกว่าฟังดิฉันพูด อ่านข้อความของดิฉันแล้วอยากปฏิบัติธรรม หรืออยากเป็นคนดีนั้น ทราบไหมว่าท่านทำให้ดิฉันมีความสุขมาก....
เป็นสุขที่สะท้อนสุขอันสงบสันติในใจระหว่างกันนะคะ
และหากข้อเขียนของดิฉันจะเอื้อต่อการลงมือปฏิบัติของท่านได้จริง ดิฉันจะยิ่งยินดีมาก พลอยโมทนากับท่านด้วยทุกประการ
เชื่อว่าทุกท่านย่อมเห็นตรงกันว่า...
การปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ได้ดีเฉพาะกับตัวเราเองเท่านั้น
หากจะเป็นการดีต่อคนใกล้ตัวเรา ดีต่อสังคมและโลกทั้งปวงโดยรวมด้วย
โลกจะสดใส อบอุ่นขึ้น แม้ว่าโลกนี้ยังไม่หมดปัญหานะคะ
:)
ณฐมณฑ์
17-10-2004, 11:46 AM
คุณบีเคเค30 คะ
ดิฉันจะหาโอกาสมาตอบคุณอีกทีนะคะ
----------------------------------------------
คุณผไทคะ
ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสดิฉันทำตัวเป็นประโยชน์ทางธรรมต่อคุณอย่างนี้
แต่ดิฉันไม่กล้าเป็นอาจารย์หรอก ขอเป็นมิตรธรรมที่แบ่งปันประสบการณ์นะคะ
bkkth30
17-10-2004, 10:32 PM
ขอบคุณคุณ ณฐมณฑ์ ล่วงหน้าครับ แล้วผมขอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระทู้นี้ครับและหวังว่าจะได้รับความรู้และความเมตตาจากพี่ๆทั้งหลายนะครับในการหาประสบการณ์การปฏิบัติธรรมในแง่มุมต่างๆครับ
มีท่านผู้ให_่ท่านหนึ่งลองให้ผมไปหาหนังสือนวโกวาท(ฉบับประชาชน)ของท่านสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิร_าณวโรรสมาอ่านศึกษาความรู้เบื้องต้นในพระพุทธศาสนาครับ ขอถามท่านผู้รู้ทั้งหลายครับว่าผมจะหาหนังสือฉบับนี้ได้อย่างไรครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
บีเคเค30 ครับ
NanoProbe
18-10-2004, 09:29 PM
หนังสือ นวโกวาท หาซื้อได้ที่ ร้านหนังสือ มหามกุฏ ตรงข้ามวัดบวร บางลำภู หรือ ร้านมหาจุฬา ท่าพระจันทร์ ม.ธรรมศาสตร์ ครับ
เป็นหนังสือที่ดีมาก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ครับ
bkkth30
19-10-2004, 09:11 AM
ขอบคุณมากครับคุณ Nanoprobe
สำหรับร้านที่ขายหนังสือ นวโกวาทครับ แล้วผมจะรีบไปหาซื้อครับ
บีเคเค30
บัวใต้น้ำ
19-10-2004, 01:56 PM
Originally posted by bkkth30
ขอบคุณมากครับคุณ Nanoprobe
สำหรับร้านที่ขายหนังสือ นวโกวาทครับ แล้วผมจะรีบไปหาซื้อครับ
บีเคเค30
มีขายตามร้านหนังสือธรรม ทั่วไปครับ
เล่มละ 20 บาท
แนะนำ สำหรับฆราวาส ให้อ่าน" คิหิปฏิบัติ "คับ
ณฐมณฑ์
19-10-2004, 05:33 PM
Originally posted by bkkth30
สวัสดีครับคุณ ณฐมณฑ์
ผมทำสวดมนต์และทำสมาธิติดต่อกันไม่ทุกวันครับแต่ปกติแล้วจะเป็นวันเสาร์
หรือไม่ก็วันไหนที่อยากสวดมนต์มากก็จะปฏิบัติทันทีเลยครับ
ขอถามนะครับว่าเวลาการทำสมาธิแล้วบางครั้งเห็นบุคคลในสมาธิเป็นบุคคลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่นเห็นผู้ชายห่มผ้าแดงมีมงกุฎหรือชฎาบนศรีษะ พร้อมถือคฑา เนี่ยเป็นผู้ใดหรือครับแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้เราเห็นบุคคลใดๆ ในสมาธิ ผมก็อุทิศส่วนกุศลทุกครั้งไปหลังจากออกจากสมาธิแล้วทุกครั้ง
ผมมีความรู้สึกว่าทุกครั้งจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับผมผมจะมีลางบอกเหตุก่อนส่วนนี้จะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับอยากทราบคำตอบและหลักวิธีการปฏิบัติการทำสมาธิ เพราะผมอยากทำวิปัสสนากรรมฐานแต่ไม่ทราบหลักการปฏิบัติและไม่ทราบด้วยว่าจะให้ใครมาสอน เหมือนกับว่ามันยังไม่ถึงเวลาครับ แต่เมื่อก่อนตอนเด็กๆผมอยากบวชพระมากเลยหละครับแต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ให้ จนกระทั่งปัจจุบันก้อยังไม่ได้กระทำอย่างที่จนตั้งใจไว้มีแต่คนทักคุณแม่ว่าอย่างเพิ่งทำนะระวังลูกไม่สึก มีหลายอย่างในจิตครับที่อยากแสวงหา แต่อีกหลายอย่างก็บอกว่าจะรู้ไปทำไมเมื่อเราไม่สามารถแก้ไขในอดีตไม่ได้ ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดครับ
ขอบพระคุณครับ
บีเคเค30
คุณบีเคเค30คะ
ขออนุ_าตอธิบายนะคะ
เมื่อคุณทำสมาธิหรือกรรมฐานนั้น ถ้านิมิตรลอยมาเองโดยไม่ได้กำหนดถาม ก็ไม่ต้องสนใจนะคะ โดยละภาพนิมิตรเสีย เพราะเมื่อจิตเริ่มเข้าอุปจารสมาธิ จิตจะเริ่มเป็นทิพย์บ้าง อาจเห็นอะไรได้ แต่ยังไม่ใช่นิมิตรใช้งาน หรืออาจเป็นอุปาทานก็ได้ (นิมิตรที่ใช้ได้ คือนิมิตรที่เกิดเมื่อเรากำหนดขอถามค่ะ)
แต่ถ้าอยากเห็นนิมิตรในเรื่องที่ต้องการทราบ ให้เข้าสมาธิถึงฌานสี่ก่อน (คือเป็นสมาธิลึกระดับลมหายใจหมดไปค่ะ) ซึ่งนั่นจะกดกิเลสลงสนิทชั่วคราวด้วยอำนาจฌาน อันเป็นการลดโอกาสอุปาทานได้สูงมาก
แล้วขอทูลถามต่อพระบารมีพระพุทธองค์ในใจได้เลย ก็จะได้เห็นภาพเกี่ยวกับที่เราถามค่ะ บางทีจะมีการผุดรู้เป็นคำอธิบายด้วย
ท่านที่สวมชุดแดง มีชฎา มีคทานั้นเป็นอาจารย์คุณในอดีตชาติ ท่านคอยแนะนำและเตือนคุณค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นอาจารย์ในชาติที่คุณเป็นนักบวชนะคะ
อุทิศกุศลให้ท่านดังที่คุณทำนั้น ดิฉันขออนุโมทนาด้วย
ปกติดิฉันขอไม่ทำนายอดีต-อนาคตต่อใครนะคะ แต่ในกรณีนี้เกี่ยวกับนิมิตรในกรรมฐานดิฉันจึงอธิบายน่ะค่ะ
การฝึกกรรมฐานควรเริ่มในกองที่เหมาะแก่จริต ดิฉันขอคัดคำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาดังนี้นะคะ
"กรรมฐาน ๔๐ ตามจริต
ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า กรรมฐาน ๔๐ ทัศนี้ แบ่งออกเป็น ๗ กอง เพื่อปราบกิเลสที่เข้ามารบกวนใจแต่ละอย่างตามความสามารถของกรรมฐานนั้น ๆ ต่อไปนี้จะได้บอกชื่อและอาการของจริตนั้น ๆ ดังต่อไปนี้
๑. ราคะจริต จริตนี้ถ้าสิงใจใครแล้ว ทำให้เขาผู้นั้นรักสวยรักงาม ไม่ว่าอะไรต้องสวยต้องสะอาดทั้งนั้น เลอะเทอะมอมแมมไม่ได้ แม้แต่เขาจะไปทำงานทำการ ซึ่งไม่ใช่เวลาอวดสวยอวดงาม แต่พวกมีราคะจริตสิงใจนี้ก็ต้องหวีผมให้เรียบ รีดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย รองเท้าต้องขัดให้เป็นมัน แต่งหน้าด้วยแป้งหอมน้ำมันหอมไปทำงาน อาการเขาเป็นอย่างนี้ เมื่อจิตใจชอบอย่างนี้มันเป็นกิเลสเครื่องผูกเครื่องเกาะ กีดกันความดี ท่านให้หากรรมฐานที่มีกำลังพอจะปราบจริตนี้ด้วยกรรมฐาน ๑๑ อย่าง คือ อสุภทั้ง ๑๐ อย่าง และ แถมกายคตานุสสติ อีก ๑ รวมเป็น ๑๑ อย่าง
๒. โทสะจริต จริตนี้เมื่อสิงใจแล้ว จะกลายเป็นคนพื้นเสียเสมอ ๆ โกรธกริ้วคิ้วขมวด ใจคอหงุดหงิด อะไรนิดก็โกรธ อะไรหน่อยก็โกรธ เป็นคนเจ้าอารมณ์ ทำงานทำการหยาบ เอาละเอียดถี่ถ้วนไม่ได้ เดินแรงพูดเสียงดัง ท่านให้ปราบกิเลสประเภทโทสะนี้ด้วย พรหมวิหาร ๔ และ วรรณกสิณ ๔ รวมเป็น ๘ อย่าง
๓. โมหะจริต มีอาการหลงใหลใฝ่ฝัน ขี้หลงขี้ลืม หวงแหน เก็บเล็กเก็บน้อย หยุม ๆ หยิม ๆ แม้แต่เศษกระดาษหรือฝอยไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เก็บ เรื่องข้าวของแล้วช่างจดช่างจำ มีความเสียดมเสียดาย เป็นเจ้าเรือนผ้าขี้ริ้วหายไปผืนเดียวบ่นได้ ๓ วัน ๓ คืน
๔. วิตกจริต เป็นคนช่างตริช่างตรอง ช่างคิดช่างนึก มีเรื่องอะไรสักนิดก็คิดก็นึก พูดแล้วพูดอีกจนชาวบ้านรำคา_ ไม่กล้าตัดสินใจ คนประเภทนี้ถ้าเป็นหมอ คนไข้ตายหมด เพราะไม่แน่ใจว่าจะวางยาอะไรดี มัวคิดมัวนึกเสียจนสายเกินควร ถ้าเป็นหัวหน้าฝ่ายดับเพลิงไฟก็ไหม้หมดโลก เพราะถ้าได้ข่าวว่าไฟไหม้ก็จะมัวกะการ วางแผนเสียจนไฟโทรมไปเอง เชื่องช้าไม่ปราดเปรียว ใครได้ไว้เป็นสามีหรือภรรยา ก็ต้องเป็นคนอารมณ์เย็นจริง ๆ มิฉะนั้นแล้วมีหวังแยกทางกันเดิน จริตทั้ง ๒ นี้ ท่านให้แก้ด้วย อานาปานุสสติกรรมฐาน
๕. ศรัทธาจริต จริตนี้เมื่อเข้าสิงใจใคร คนนั้นจะกลายเป็นคนเชื่อง่าย เชื่อไม่มีเหตุมีผล มีลักษณะตรงกันข้ามกับ วิตกจริต รายนั้นไม่ใคร่เชื่อใคร แต่รายนี้เชื่อไม่มีหูรูด ใครพูดให้ฟังเป็นเชื่อทั้งนั้น เชื่อโดยปราศจากเหตุผล ที่ถูกหลอกถูกต้มก็คนแบบนี้แหละ จริตนี้ท่านให้เจริ_ อนุสสติ ๖ ประการ คือ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และ เทวตานุสสติ รวม ๖ ประการด้วยกัน
๖. พุทธจริต จริตนี้ทำจิตใจให้ฉลาดเฉียบแหลม เพียงใครพูดอะไรก็ตามหรือครูอธิบายในวิทยาการเพียงแต่หัวข้อ คนที่มีจริตนี้ก็เข้าใจความได้เลย สามารถอธิบายความพิศดารในหัวข้อนั้นได้ โดยมิต้องอาศัยตำรับตำรา จริตนี้ท่านให้เจริ_ มรณานุสสติ อุปสมานุสสติ อาหาเรปฏิกูลสั__า จตุธาตุววัฏฐาน ๔
เหลือกรรมฐานอีก ๑๐ อย่าง คือ อรูป ๔ ภูตกสิณ ๔ อาโปกสิณ ๑ และ อากาศกสิณ ๑ รวมเป็น ๑๐ เหมาะแก่จริตทุกจริต ไม่เลือกคน ใครจะเจริ_ คือ นำไปปฏิบัติก็ได้ มีหวังสำเร็จทั้งนั้น ที่เขียนถึงเรื่องจริต และกรรมฐานที่เหมาะแก่จริตมานี้ ยังไม่ได้คิดจะให้รู้ละเอียด ประสงค์เพียงให้รู้ไว้เป็นเครื่องมือวัดอาจารย์ หรือสำนักที่จะเข้าไปศึกษา ถ้าเขามีความรู้ตามนี้และสามารถให้กรรมฐานได้ถูกต้องตามนี้ก็เรียนกับเขาได้
ถ้าถามเรื่องจริตไม่รู้ กรรมฐานที่เหมาะแก่จริตก็ไม่เข้าใจ มีกรรมฐานอย่างเดียว ใครจะมีจริตอะไรก็ตาม ให้กรรมฐานอย่างเดียว แต่ถ้าเขาให้กรรมฐานเป็นกรรมฐานกลางก็พอใช้ได้ แต่ถึงแม้ว่าจะให้กรรมฐานกลางได้ แต่ไม่เข้าใจแก้อารมณืของใจตามอำนาจจริตแล้ว ก็อย่าไปเรียนเลยเสียเวลาเปล่า ต่อให้เรียนอยู่ด้วยสักหมื่นชาติก็จะไม่ได้ดีอะไร นอกจากเสียเวลาเปล่า ดีไม่ดีจะพาให้เป็นมิจฉาทิฏฐิเลยลงนรกไปก็ได้ ตัวอย่างในปัจจุบันนี้มีเถอะ ลองสอบถามดูเถอะจะพบไม่น้อยทีเดียว"
--------------------------------------
คำว่า "วิปัสสนา" คือการเห็นตามจริง นั่นคือใช้สติปั__าพิจารณาตามความจริงแท้
สมถกรรมฐานนั้น ย่อมน้อมนำมาเป็นวิปัสสนากรรมฐานได้ด้วยการเข้าฌานสี่ (หรือเข้าฌานสูงสุด)ที่ได้แล้วอาศัยจังหวะใจสงบนั้นพิจารณาไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)ต่อสิ่งต่างๆ เป็นต้น
ลิงค์น่าอ่านเกี่ยวกับวิปัสสนา_าณค่ะ
http://www.geocities.com/Athens/Atlantis/5227/panya/vipasanabody.htm
เจริ_ในธรรมยิ่งขึ้นนะคะ
นายฉิม
19-10-2004, 05:45 PM
คุณณฐมณฑ์ จำผมได้หรือเปล่า
bkkth30
20-10-2004, 12:22 PM
ผมขอขอบคุณคุณ ณฐมณฑ์ มากครับในปั_หาที่ผมถามและคำอธิบายเรื่องการทำวิปัสนากรรมฐาน ถ้าผมปฏิบัติเป็นอย่างไรแล้วเกิดปั_หาใดอีกผมขออนุ_าตมาเรียนถามท่านนะครับ
บีเคเค30
กระเจียว
21-10-2004, 07:13 PM
กระเจียวก็คนนึงน่ะค่ะ ที่อ่านบทความต่างๆของพี่ณฐ ตั้งแต่พันทิพย์แล้วค่ะ
ทำให้อยากฝึกจริงๆจังๆค่ะ ยิ่งพี่ณฐโต้ตอบมาทางไพรเวทเมสเสจยิ่งมีกำลังใจ
กระเจียวอยากให้พี่ณฐบอกเรื่องอดีตชาติตรงๆกับกระเจียวเหมือนกัน เพราะเชื่อ ศรัทธา และไม่ขัดเลย เพราะเลื่อมใสมานานแล้ว
ตอนนี้ที่ยังคิืดอยู่ คืออยากจะเผยแผ่ศาสนาพุทธ อยากฝึกจิตจนถึงขั้นที่รักษาคนได้ อุทิศตนช่วยคนได้
ตอนนี้จะน้อมนำวิธีที่พี่ณฐแนะนำในกระทู้ต่างๆไปใช้นะคะ
***อ้อ กระเจียวก็เคยไปกับพี่แดดเช้าค่ะ เอาพี่บีไปรักษากับหลวงปู่เจือ แม้จะไม่หาย แต่ก็ทำให้กระเจียวได้รู้จักธรรมะมากขึ้น และเกิดฮึด อยากจะรักษาคนได้บ้าง จะรักษาคนไปด้วยเผยแผ่ธรรมะไปด้วย
ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับเรื่องอดีตชาติ ว่าผมเคยทำอะไรมาบ้าง
นายฉิม
22-10-2004, 03:24 PM
เอาแบบแม่นๆเลยดีกว่าว่าชาตินี้ผมเป็นใคร กำลังทำอะไร
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.