NoOTa
02-05-2007, 01:33 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>พุทธประจำตน
</TD></TR><TR><TD vAlign=top>1 พฤษภาคม 2550 20:54 น.
</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/ การเรียกร้องเรื่อง “พระพุทธศาสนาประจำชาติ” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม มีผู้กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งแง่บวกแง่ลบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์บางรูปที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ว่า แสดงออกอย่างรุนแรงจัดจ้านเกินกว่าสมณวิสัย มีลักษณะส่อไปในทาง “พระการเมือง”
เมื่อกลุ่มอำนาจเก่ามีส่วนร่วมเคลื่อนไหวอยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้คนระแวงสงสัย ต่อมาเมื่อ ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เขียนหนังสือออกมาสนับสนุน สื่อมวลชนบางส่วนจึงเริ่มขานรับ ด้วยวิธีการนำเสนอความคิดเห็นของท่าน เป็นที่ยอมรับได้ของวิญญูชน
ไม่ว่าการผลักดันเรื่องนี้จะไปถึงฟากฝั่งหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรสำนึกไว้เป็นอย่างยิ่งก็คือ คนไทยที่นับถือพุทธส่วนใหญ่เป็น ชาวพุทธที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และกำหนดไว้ว่าเป็น ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่มิได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ศาสนาพุทธถูกทำให้เป็นส่วนต่างหากจากวิถีชีวิตของชาวพุทธ
ใครสักกี่คนที่นับถือศาสนาพุทธแล้วตั้งใจปฏิบัติศีลห้า ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของชาวพุทธ ซ้ำร้ายกว่านั้น ประเทศของเราที่มีชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่ กลับมีเรื่องราวร้ายแรง อันเนื่องมาแต่ความเสื่อมทางด้านศีลธรรมอย่างมาก วัดส่วนใหญ่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งหลายอย่างห่างไกลจากเนื้อหาแห่งพุทธ พระสงฆ์กลายเป็นส่วนเกินของสังคม เพราะมิได้มีการควบคุมคุณภาพพระ
หากว่าเราบัญญัติให้ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติได้แล้ว แต่ชาวพุทธในสังคมส่วนใหญ่ยังไม่มีพุทธศาสนาประจำตน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น รังแต่จะเป็นการประจานความล้มเหลวของพุทธศาสนาไปเสียอีก
สมควรมีกฎหมายลูกออกมาสนับสนุนรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับศีลห้า เช่น ปิดสถานบริการทางเพศ ปิดสถานจำหน่ายเบียร์เหล้าโดยเด็ดขาด ทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนาต้องปิดโรงฆ่าสัตว์ วัดทุกวัดจะต้องปลอดจากสิ่งและสื่อที่ผิดศีลธรรม เพื่อให้วัดได้พัฒนาจนมีคุณค่าน่าเข้า สำคัญที่สุด คือ ต้องเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับปัจจุบันให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยมากกว่านี้ เมื่อสร้างพระพุทธศาสนาประจำตน ย่อมส่งผลถึงพระพุทธศาสนาประจำชาติ
0 ท่านจันทร์ 0 www.prajan.com (http://www.prajan.com)
-->
การเรียกร้องเรื่อง “พระพุทธศาสนาประจำชาติ” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม มีผู้กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งแง่บวกแง่ลบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์บางรูปที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ว่า แสดงออกอย่างรุนแรงจัดจ้านเกินกว่าสมณวิสัย มีลักษณะส่อไปในทาง “พระการเมือง”
เมื่อกลุ่มอำนาจเก่ามีส่วนร่วมเคลื่อนไหวอยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้คนระแวงสงสัย ต่อมาเมื่อ ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เขียนหนังสือออกมาสนับสนุน สื่อมวลชนบางส่วนจึงเริ่มขานรับ ด้วยวิธีการนำเสนอความคิดเห็นของท่าน เป็นที่ยอมรับได้ของวิญญูชน
ไม่ว่าการผลักดันเรื่องนี้จะไปถึงฟากฝั่งหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรสำนึกไว้เป็นอย่างยิ่งก็คือ คนไทยที่นับถือพุทธส่วนใหญ่เป็น ชาวพุทธที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และกำหนดไว้ว่าเป็น ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่มิได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ศาสนาพุทธถูกทำให้เป็นส่วนต่างหากจากวิถีชีวิตของชาวพุทธ
ใครสักกี่คนที่นับถือศาสนาพุทธแล้วตั้งใจปฏิบัติศีลห้า ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของชาวพุทธ ซ้ำร้ายกว่านั้น ประเทศของเราที่มีชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่ กลับมีเรื่องราวร้ายแรง อันเนื่องมาแต่ความเสื่อมทางด้านศีลธรรมอย่างมาก วัดส่วนใหญ่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งหลายอย่างห่างไกลจากเนื้อหาแห่งพุทธ พระสงฆ์กลายเป็นส่วนเกินของสังคม เพราะมิได้มีการควบคุมคุณภาพพระ
หากว่าเราบัญญัติให้ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติได้แล้ว แต่ชาวพุทธในสังคมส่วนใหญ่ยังไม่มีพุทธศาสนาประจำตน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น รังแต่จะเป็นการประจานความล้มเหลวของพุทธศาสนาไปเสียอีก
สมควรมีกฎหมายลูกออกมาสนับสนุนรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับศีลห้า เช่น ปิดสถานบริการทางเพศ ปิดสถานจำหน่ายเบียร์เหล้าโดยเด็ดขาด ทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนาต้องปิดโรงฆ่าสัตว์ วัดทุกวัดจะต้องปลอดจากสิ่งและสื่อที่ผิดศีลธรรม เพื่อให้วัดได้พัฒนาจนมีคุณค่าน่าเข้า สำคัญที่สุด คือ ต้องเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับปัจจุบันให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยมากกว่านี้
เมื่อสร้างพระพุทธศาสนาประจำตน ย่อมส่งผลถึงพระพุทธศาสนาประจำชาติ
0 ท่านจันทร์ 0 www.prajan.com (http://www.prajan.com/)
</TD></TR></TBODY></TABLE>
--------------------
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2007/05/02/j001_112406.php?news_id=112406
</TD></TR><TR><TD vAlign=top>1 พฤษภาคม 2550 20:54 น.
</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/ การเรียกร้องเรื่อง “พระพุทธศาสนาประจำชาติ” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม มีผู้กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งแง่บวกแง่ลบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์บางรูปที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ว่า แสดงออกอย่างรุนแรงจัดจ้านเกินกว่าสมณวิสัย มีลักษณะส่อไปในทาง “พระการเมือง”
เมื่อกลุ่มอำนาจเก่ามีส่วนร่วมเคลื่อนไหวอยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้คนระแวงสงสัย ต่อมาเมื่อ ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เขียนหนังสือออกมาสนับสนุน สื่อมวลชนบางส่วนจึงเริ่มขานรับ ด้วยวิธีการนำเสนอความคิดเห็นของท่าน เป็นที่ยอมรับได้ของวิญญูชน
ไม่ว่าการผลักดันเรื่องนี้จะไปถึงฟากฝั่งหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรสำนึกไว้เป็นอย่างยิ่งก็คือ คนไทยที่นับถือพุทธส่วนใหญ่เป็น ชาวพุทธที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และกำหนดไว้ว่าเป็น ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่มิได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ศาสนาพุทธถูกทำให้เป็นส่วนต่างหากจากวิถีชีวิตของชาวพุทธ
ใครสักกี่คนที่นับถือศาสนาพุทธแล้วตั้งใจปฏิบัติศีลห้า ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของชาวพุทธ ซ้ำร้ายกว่านั้น ประเทศของเราที่มีชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่ กลับมีเรื่องราวร้ายแรง อันเนื่องมาแต่ความเสื่อมทางด้านศีลธรรมอย่างมาก วัดส่วนใหญ่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งหลายอย่างห่างไกลจากเนื้อหาแห่งพุทธ พระสงฆ์กลายเป็นส่วนเกินของสังคม เพราะมิได้มีการควบคุมคุณภาพพระ
หากว่าเราบัญญัติให้ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติได้แล้ว แต่ชาวพุทธในสังคมส่วนใหญ่ยังไม่มีพุทธศาสนาประจำตน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น รังแต่จะเป็นการประจานความล้มเหลวของพุทธศาสนาไปเสียอีก
สมควรมีกฎหมายลูกออกมาสนับสนุนรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับศีลห้า เช่น ปิดสถานบริการทางเพศ ปิดสถานจำหน่ายเบียร์เหล้าโดยเด็ดขาด ทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนาต้องปิดโรงฆ่าสัตว์ วัดทุกวัดจะต้องปลอดจากสิ่งและสื่อที่ผิดศีลธรรม เพื่อให้วัดได้พัฒนาจนมีคุณค่าน่าเข้า สำคัญที่สุด คือ ต้องเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับปัจจุบันให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยมากกว่านี้ เมื่อสร้างพระพุทธศาสนาประจำตน ย่อมส่งผลถึงพระพุทธศาสนาประจำชาติ
0 ท่านจันทร์ 0 www.prajan.com (http://www.prajan.com)
-->
การเรียกร้องเรื่อง “พระพุทธศาสนาประจำชาติ” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม มีผู้กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งแง่บวกแง่ลบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์บางรูปที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ว่า แสดงออกอย่างรุนแรงจัดจ้านเกินกว่าสมณวิสัย มีลักษณะส่อไปในทาง “พระการเมือง”
เมื่อกลุ่มอำนาจเก่ามีส่วนร่วมเคลื่อนไหวอยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้คนระแวงสงสัย ต่อมาเมื่อ ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เขียนหนังสือออกมาสนับสนุน สื่อมวลชนบางส่วนจึงเริ่มขานรับ ด้วยวิธีการนำเสนอความคิดเห็นของท่าน เป็นที่ยอมรับได้ของวิญญูชน
ไม่ว่าการผลักดันเรื่องนี้จะไปถึงฟากฝั่งหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรสำนึกไว้เป็นอย่างยิ่งก็คือ คนไทยที่นับถือพุทธส่วนใหญ่เป็น ชาวพุทธที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และกำหนดไว้ว่าเป็น ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่มิได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ศาสนาพุทธถูกทำให้เป็นส่วนต่างหากจากวิถีชีวิตของชาวพุทธ
ใครสักกี่คนที่นับถือศาสนาพุทธแล้วตั้งใจปฏิบัติศีลห้า ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานของชาวพุทธ ซ้ำร้ายกว่านั้น ประเทศของเราที่มีชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่ กลับมีเรื่องราวร้ายแรง อันเนื่องมาแต่ความเสื่อมทางด้านศีลธรรมอย่างมาก วัดส่วนใหญ่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งหลายอย่างห่างไกลจากเนื้อหาแห่งพุทธ พระสงฆ์กลายเป็นส่วนเกินของสังคม เพราะมิได้มีการควบคุมคุณภาพพระ
หากว่าเราบัญญัติให้ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติได้แล้ว แต่ชาวพุทธในสังคมส่วนใหญ่ยังไม่มีพุทธศาสนาประจำตน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น รังแต่จะเป็นการประจานความล้มเหลวของพุทธศาสนาไปเสียอีก
สมควรมีกฎหมายลูกออกมาสนับสนุนรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับศีลห้า เช่น ปิดสถานบริการทางเพศ ปิดสถานจำหน่ายเบียร์เหล้าโดยเด็ดขาด ทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนาต้องปิดโรงฆ่าสัตว์ วัดทุกวัดจะต้องปลอดจากสิ่งและสื่อที่ผิดศีลธรรม เพื่อให้วัดได้พัฒนาจนมีคุณค่าน่าเข้า สำคัญที่สุด คือ ต้องเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับปัจจุบันให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยมากกว่านี้
เมื่อสร้างพระพุทธศาสนาประจำตน ย่อมส่งผลถึงพระพุทธศาสนาประจำชาติ
0 ท่านจันทร์ 0 www.prajan.com (http://www.prajan.com/)
</TD></TR></TBODY></TABLE>
--------------------
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2007/05/02/j001_112406.php?news_id=112406