View Full Version : มื่อประชาธิปไตยที่ไม่ประสีประสา มาเจอปัญหาศาสนาประจำชาติ"
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 09:52 AM
25 เมษายน 2550 กองบรรณาธิการ ThAIPOST โดย คุณเปลวสีเงิน
ครับ..ทุกวันนี้ ประเทศไทยอยู่กันด้วย "ความเห็น" ไม่ได้อยู่กันด้วย "ความรู้" ในเรื่องนั้นๆ และตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะในประเด็นว่า
ควรบรรจุคำว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ กำลังเป็นเรื่องที่สังคม "ใช้ความเห็น" เข้าหักล้างกันอยู่
ฉะนั้น วันนี้ผมก็จะนำ "ความรู้" ในเรื่องศาสนาประจำชาติมาเพื่อให้แต่ละฝ่ายนำความรู้นี้ไปเป็นฐานของความเห็น เพื่อนำความเห็นบนฐานความรู้นั้นไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง
ต่อไปนี้เป็น "ความรู้" ซึ่งผมถอดจากแผ่น MP3 ในเรื่อง "เมื่อประชาธิปไตยที่ไม่ประสีประสา มาเจอปัญหาศาสนาประจำชาติ" อันเป็นธรรมาธิบายของพระเดชพระคุณท่าน "เจ้าคุณประยุทธ์ ปยุตโต" ผมยกมาส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังต่อไปนี้
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 09:57 AM
สังคม ประชาธิปไตยเราต้องการให้พัฒนาปัญญา และต้องการให้มีการศึกษา ทีนี้สังคมเราขาดว่า อะไรที่ควรจะรู้ จะให้ความรู้ประชาชนก็ไม่ให้ ก็มีแต่ความเห็นทั้งนั้น อย่างตอนนี้ เอาง่ายๆ อย่างเรื่องศาสนา เดี๋ยวนี้ก็พูดกันเรื่องว่า จะเอาพระพุทธศาสนา จะเขียนรัฐธรรมนูญว่ามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติมั้ย
แล้วก็ไปถาม..อาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าง อะไรบ้างละ ได้ยินบ่อยๆ จะพูดว่า "โอ๊ย..ไม่ได้ ไม่ได้ เดี๋ยวจะเกิดความแตกแยก"
"ได้ยินมั้ย แล้วท่านคิดว่าอย่างไรกับคำตอบพวกนี้ อยากจะฟังบ้าง?"
เวลานี้ก็ได้ฟังคำตอบว่า โอ๊ย..ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะเกิดความแตกแยก ก็มักจะไปเถียงซะอีก ก็ไอ้ที่เขาพูดว่าเดี๋ยวจะเกิดความแตกแยก ก็เป็นความเห็นของเขา
แล้วเราไปเถียง ก็เอาความเห็นของเราเถียง ก็กลายเป็นเถียงกันแค่ความเห็น มันก็ไม่ไปไหน ทะเลาะกัน คือการที่ไปตอบว่าเดี๋ยวจะเกิดความแตกแยกอะไรนั้น
ถ้าเป็นผู้ใหญ่ หรือจะเป็นนักวิชาการไม่ควรพูด นอกจากพูดด้วยการสงวน ต้องจำกัดการพูดของตัวเอง บอกอันนี้เป็นความคิดเห็นนะ เฉพาะส่วนตัวผมต้องบอกอย่างนี้ก่อน ส่วนตัวผมเห็นว่า กลัวจะเกิดความแตกแยก และยิ่งสังคมแบบนี้เค้าแยกไม่ออกด้วย
ตัวเป็นผู้ใหญ่แล้วไปพูดว่า "เดี๋ยวจะเกิดความแตกแยก" เค้ามองไม่ออกว่านี่เป็นความเห็น เค้าจะนึกว่า โอ..นี่เป็นหลักการ ไม่ได้..การเอาศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำชาตินี่ทำให้เกิดความแตกแยก
นี่เป็นหลักการ อาจจะเกิดความเข้าใจผิดเชื่อไปอย่างนั้นก็ได้ ก็เสียซ้ำสอง ฉะนั้นต้องระวัง ถ้าเป็นผู้ใหญ่เป็นนักวิชาการไม่ควรจะพูด พูดต้องจำกัดความเห็นส่วนตัว "ของผมว่าอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นความเห็นของผมนะ"
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 10:01 AM
เราควรจะศึกษาหาความรู้กัน เพราะตามหลักประชาธิปไตยต้องเคารพความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ใช่เอาว่าตัวเป็นผู้ใหญ่ แล้วจะเอาความคิดเห็นของตัวเองไปครอบงำคนอื่น การที่จะเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ก็คือต้องให้เขามีความรู้ เช่นว่ารู้ข้อมูลในเรื่องนั้นเพียงพอแล้ว ให้เค้าตัดสินใจด้วยตัวเอง อันนี้เรียกว่าเคารพความคิดเห็นของเขา
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือให้ความรู้ เออ..บอกว่า "เรื่องศาสนาประจำชาตินี่นะ..มันเป็นอย่างนี้ อย่างนี้นะ เราก็เอาข้อมูลมา แล้วคุณไปคิดดูว่าดีหรือไม่ดี" เขาจะได้มีความคิดเห็นของตัวเอง ตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ ไม่ใช่ขึ้นมาก็มีแต่ความเห็น ทีนี้อย่างเรื่องศาสนาประจำชาติเนี่ย เราจะให้ความรู้ยังไง เออ..ในโลกนี้นะ มันก็มีประเทศที่มีศาสนาประจำชาติอยู่ ที่ทราบนี่ก็ซัก ๕๐-๖๐ ประเทศ เอ้า..ลองดู ท่านเคยรู้มั้ย ศาสนาประจำชาติในโลกนี้ ไม่เคยใช่มั้ย และยกตัวอย่างได้มั้ยประเทศไหนมีศาสนาอะไรประจำชาติ..อิหร่าน...เนี่ย ก็ได้บ้างแต่ว่ามันไม่ชัด...ต้องให้รู้ข้อมูลที่ชัดเจน อ้าว วันนี้ก็เลยคุยเรื่องนี้หน่อยเป็นความรู้ ประเทศที่มีศาสนาประจำชาติในโลกนี้ก็อย่างที่ว่า ๕๐-๖๐ ประเทศ แต่บางทีเค้าก็ไม่ได้ให้รายชื่อ
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 10:08 AM
ที่ได้ชัดเจนก็เป็นคริสต์เนี่ยราวๆ ๑๐ เศษๆ
แล้วก็เป็นอิสลาม อิสลามนี่แหละที่ เอนไซโคพีเดีย ของออกซ์ฟอร์ดเขาให้ไว้ว่า ๔๕ ประเทศ คือเขาให้แต่ตัวเลข เขาไม่ให้รายชื่อ เลยไปหาได้ ๑๔ ประเทศ แล้วก็ฮินดู ๑ ประเทศ ศาสนายิว ๑ ประเทศ พุทธศาสนา ๑ ประเทศ ข้อมูลอย่างนี้
ถ้าเป็นรัฐบาลก็ต้องให้ความรู้กับประชาชน คือรัฐมีหน้าที่อย่างหนึ่งคือให้ความรู้ ข้อมูลความรู้ที่ไม่มีความเห็นประกอบ คือให้ข้อมูลล้วนๆ ความรู้ตามที่มันเป็น ไม่มีความเห็นประกอบ แล้วคุณไปคิดเอาเอง..นี่
ประเทศคริสต์นี่ยกตัวอย่าง อังกฤษ อังกฤษมีศาสนาประจำชาติก็มีสอง เค้าเรียกว่าสองศาสนจักร สองเชิร์ช หนึ่ง church of England มีศาสนาประจำชาติใหญ่ แต่ว่าสกอตแลนด์เขามีของเขา เรียกว่า church of Scotland ก็กลายเป็นว่าอังกฤษนั้นมีสองศาสนจักร
แล้วก็มีนอร์เวย์ แต่ก่อนสวีเดนก็มีศาสนาประจำชาติคริสต์ แต่ตอนนี้เขาเลิกไปแล้ว
ฮังการีก็เคยมีแต่เลิกไปแล้ว ไปเป็นคอมมิวนิสต์สักพักหนึ่ง ก็ออกมาแล้วแต่ก็ยังไม่เคลื่อนไหวเรื่องนี
้ แล้วก็มีเดนมาร์ก ก็คริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ
แล้วก็ฟินแลนด์ หมายความว่าสามประเทศ นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก สามประเทศนี้มีศาสนาประจำชาติ แต่ก่อนสวีเดนด้วย ก็ครบเลย ๔ แผ่นดินตรงนั้นน่ะ เคยเป็นคริสต์ศาสนาประจำชาติทั้ง ๔ ตอนนี้เหลือ ๓ แล้ว
ก็มีกรีนแลนด์ แล้วก็มีมอลตา โมร็อกโก กรีซ พวกนี้ศาสนาคริสต์ประจำชาติ แต่มีแนวโน้มว่าประเทศฝรั่งที่มีศาสนาคริสต์ประจำชาติน่ะ แนวโน้มเค้าเป็นไปในทางเลิก ก็จะเห็นว่าอย่างฮังการีก็เลิกไป สวีเดนก็เลิกไป ต่อไปยังไงไม่รู้นะ เพราะกระแสโลกบางทีก็เปลี่ยน คริสต์นี่ยกตัวอย่างให้ดูแล้วก็เป็นอันว่ามีราวสิบกว่าประเทศ
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 10:16 AM
ทีนี้ก็มาดูประเทศอิสลาม ประเทศชนชาวมุสลิม หนังสือตำรานั่นก็บอกว่ามีอยู่ ๔๕ ประเทศ แต่ว่าไม่บอกรายชื่อ ก็เลยค้นดู เอาที่แน่ๆ ก็มี ๑๔ ประเทศ แต่ที่จริงไม่ใช่ ๑๔ เพราะว่าของอิสลามนี่มีข้อพิเศษต่างหาก คือไม่ใช่มีเฉพาะศาสนาประจำชาติ ของอิสลามต้องแยกเป็นสองแบบ คืออันหนึ่งแค่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และอีกระดับหนึ่งเขามีศาสนาเป็นเจ้าของประเทศ ก็เรียกว่ารัฐอิสลาม หรือสาธารณรัฐอิสลาม อันนั้นก็คือตัวประเทศนั้นเป็นของศาสนาเลย
ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างที่ท่านพูดถึง อิหร่าน นั่นเขาเรียกว่า Islamic Republic of Iran ก็หมายความว่าสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เอาพระคัมภีร์อัลกุรอานเป็นรัฐธรรมนูญ แล้วก็ใช้กฎหมายอิสลาม ที่เขาเรียกว่า ชาร์เดีย และก็ Islamic Republic of Pakistan สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และก็สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย สหพันธ์สาธารณรัฐอิสลามคอโมโรส และก็รัฐอิสลามอัฟกานิสถาน อันนี้ไม่เรียกว่าสาธารณรัฐ เรียกว่ารัฐอิสลาม Islamic State of Afghanistan อันที่ ๕ นี ่เป็นรัฐอิสลามโดยตรง
ทีนี้ต่อไปก็อีกระดับหนึ่งคือ เป็นศาสนาประจำชาติ ศาสนาประจำชาตินี่เยอะ ยกตัวอย่างนะ ซาอุดีอาระเบีย โซมาเลีย ลิเบีย แอลจีเรีย อียิปต์ บาห์เรน บังกลาเทศ บรูไน มาเลเซีย นี่..ยกตัวอย่างไม่ใช่ทั้งหมด อย่างนี้เรียกว่า "ศาสนาอิสลามประจำชาติ" ศาสนาประจำชาติก็คือใช้คำฝรั่งที่เขาว่าเป็น official religion หรือเป็น national religion หรือเป็น state religion ก็แล้วแต่ใช้ศัพท์ได้หลายอย่าง บางทีก็ใช้เป็น national church หรือเป็น establish church
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 10:22 AM
ทีนี้เราก็ศึกษาไปให้รู้อย่างเรื่องของศาสนาอิสลามว่ามีสองระดับ เอ้า..เอาใกล้ๆ ประเทศที่ใกล้เราก็มีบรูไน กับ มาเลเซีย ใช่มั้ย บรูไนนี่ก็มีประชากรเป็นมุสลิม ๖๔-๖๗% มีพุทธศาสนิกชนอยู่ในบรูไนประมาณ ๙%
มาเลเซียนี่มีประชากรเป็นมุสลิม ถ้าตัวเลขแค่ตำราทั่วไปนี่เขาจะให้แค่ ๔๘ แต่ว่าสถิติของราชการมาเลเซียก็จะเอา ๕๐
อันนี้เล่าแทรก หลายปีมาแล้วตอนเขา(มาเลเซีย)เอาศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติใหม่ๆ มีคนจีนจากมาเลเซียมา..ไม่รู้จักกันเลย อยู่ๆ ก็ไปที่วัดแล้วก็ไปเล่า "เนี่ย..รัฐบาลมันโกง เหมือนที่จริงมีประชากรมุสลิมประมาณ ๔๘% และเขาหลอกชาวบ้าน ตอนนี้มุสลิมมี ๕๑% เป็นส่วนใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็เลยเอาเป็นศาสนาประจำชาติได้" ก็ว่างั้น แกก็วิตกห่วงใยต่างๆ เราก็ไม่รู้จะทำไง เราเป็นคนนอกได้แต่ฟัง เราก็ฟังแล้ว เอ๊ะ..เราไม่ได้ถือไอ้ตัว ๔๘, ๕๑ แต่เรามองว่าแค่ ๕๑ เขาเอาเป็นศาสนาประจำชาติแล้วหรือ?
นี่ก็คือเป็นข้อมูลความรู้ ส่วนความเห็นแทรกๆ ไม่ต้องไปถือ เอาข้อมูลความรู้ นี่ก็เป็นตัวอย่างให้เข้าใจ ในประเทศมาเลเซียก็มีประชากรที่เป็นชาวพุทธเนี่ย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อสายจีนประมาณ ๗%
เด็กเมื่อวานซืน
30-04-2007, 10:31 AM
แล้วก็คนไทยที่อยู่ในรัฐทางใกล้ชายแดนไทยก็มีพวก กลันตัน ตรังกานู เกดะห์ อะไรพวกนี้นะ เคยเป็นของไทยมาก่อนแล้วมีวัดไทยอยู่ในนั้นพอสมควร อันนี้เราก็ต้องรู้จัก แล้วเราก็ต้องศึกษาต่อไป แล้วเขาปฏิบัติต่อเรื่องศาสนานี่ยังไง?
มาเลเซียนี่มีตำรวจศาสนา อย่างพระพูดในวัดนี่ก็จะมีตำรวจศาสนามาฟัง ว่าพูดไปกระทบศาสนาหรือเปล่า ยิ่งถ้าไปพูดนอกวัดก็ยิ่งต้องฟัง อะไรทำนองนี้ คือในเรื่องความรู้รัฐบาลมีหน้าที่เผยแพร่ให้ประชาชน "ไม่อยู่กับความโง่เขลา"
คนที่จะรู้จักตัดสินใจนี่จะต้องมีความรู้หรือมีปัญญา พูดง่ายๆ จะทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยมีปัญญา หรือมีความรู้ที่จะตัดสินใจ ก็ต้องให้ความรู้เขา ไม่ใช่ปล่อยอยู่กับความโง่เขลา คิดเอาเอง เดาเอา แล้วก็ให้แต่ความเห็นอะไรไป ไม่ได้..
คำว่าความคิดเห็นก็ให้ความรู้ไป ทัศนะส่วนตัว ผมว่าอย่างงี้นะ แต่ว่าคุณก็มีสิทธิ์ที่จะคิด แต่ว่าคุณต้องคิดด้วยความรู้ ผมจะให้ความรู้คุณ ก็ให้ความรู้ไปสิ ความรู้เรื่องอย่างนี้ ยังมีอีกเยอะ พอเราเผยแพร่ก็จะมีข้อมูลให้อีกมากมายว่ายังไงๆ
ยังไม่จบครับ..ขอยกยอดไปต่อวันพรุ่งนี้ และประเด็นที่ผมคุยค้างเรื่อง "มาตรา ๒๙๙" ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น คงต้องยกยอดไปวันต่อไป เนื้อที่น้อย..ทำไงได้ล่ะครับ.
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.