PDA

View Full Version : วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นวันนัดชุมนุมใหญ่ขององค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย


NoOTa
25-04-2007, 12:20 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>"ปัจจัย" หนุน...พระไปล้อมรัฐสภา </TD></TR><TR><TD vAlign=top>24 เมษายน 2550 20:39 น.</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/http://www.palungjit.com/board/images/6899267low.jpg http://www.palungjit.com/board/images/6899267low.jpg (http://www.palungjit.com/board/) วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นวันนัดชุมนุมใหญ่ขององค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีการประมาณการว่า น่าจะมีพระสงฆ์และสามเณรจากทั่วประเทศกว่า ๕ หมื่นรูป มาร่วมชุมนุมบริเวณรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล


เมื่อมีจำนวนพระสงฆ์และสามเณรจำนวนมากถึง ๕ หมื่นรูปมาร่วมชุมนุม ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ "ปัจจัย" หรือ "เงิน" ที่สนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้มากจากไหน ใครเป็นพลังศรัทธาสำคัญ บางคนถึงกับคิดไปไกลว่า ปัจจัยที่สนับสนุนพระได้มากจากกลุ่มอำนาจเก่า ด้วยเหตุผลนานัปการ
พระธรรมกิตติเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) บอกว่า การชุมนุมครั้งนี้เกิดจากพลังศรัทธาของชาวพุทธอย่างแท้จริง เมื่อมีการประกาศออกไปว่า ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พระก็เป็นหนึ่งในพุทธบริษัทสี่ จึงขอมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ้าง แต่การเรียกร้องที่ผ่านมา ไม่เป็นผล ช่วง ๓-๔ เดือน ที่ผ่านมาจึงมีการกระจายข่าวออกไปตามสายปกครองของพระ ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค ส่งข่าวไปถึงเจ้าคณะจังหวัด สุดท้ายก็เป็นระดับเจ้าอาวาส เพื่อประสานงานให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมีระบบ
เมื่อถึงวันนัดชุมนุม พระและวัดที่อยู่ในต่างจังหวัดจะจัดรถโดยสารเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยมาพักในวัดที่อยู่ในสายปกครอง ส่วนข้าวปลาอาหารการขบฉันนั้น ได้รับการสนับสนุนจากวัดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ กระจายความรับผิดชอบกันออกไป วัดละ ๔๐๐-๕๐๐ กล่อง ส่วนเรื่องความเรียบร้อยของการชุมนุมนั้น นอกจากมีเจ้าอาวาส หรือรองเจ้าอาวาสดูแลโดยตรงแล้ว จะมีพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เป็นผู้ดูแลอีกชั้นหนึ่ง
"ในการชุมนุมครั้งนี้นั้น มส.ไม่ได้มีมติหรือคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อระดมพระมาชุมนุม แต่เป็นศรัทธาของชาวพุทธล้วนๆ โดยมีประเด็นเดียวคือ ส.ส.ร.ต้องบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาตมากังวลอยู่เรื่องเดียว คือ กลุ่มอื่นๆ จะมาใช้ประโยชน์ในการชุมนุมของพระ การชุมนุมของพระไม่มีประเด็นการเมืองมาแทรก โดยทุกครั้งที่มีการชุมนุม อาตมาได้ไปร่วมสังเกตการทุกครั้ง" โฆษก มส. กล่าว
"อาตมารับรองได้ว่า การออกมาเคลื่อนไหวของพระสงฆ์ และเครือข่ายชาวพุทธ เพื่อให้ ส.ส.ร.บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น หรือแม้แต่กลุ่มอำนาจเก่าก็รู้กันอยู่ว่าต่างก็มีปัญหากับกลุ่มชาวพุทธอยู่แล้ว คนที่ออกมากล่าวหาแบบนี้ เป็นคนที่คุ้นเคยกับการเมือง จึงสงสัยเกี่ยวกับการเมืองเอาไว้ก่อน พอมีใครออกมาทำหน้าที่ขัดแย้งก็เหมาว่าเป็นกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มากกว่า" นี่คือคำยืนยันของพระเทพสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
ส่วนค่าใช้จ่ายในการออกมาเคลื่อนไหวนั้น พระเทพสุทธิกวี บอกว่า กลุ่มชาวพุทธ หรือพระสงฆ์เองต่างก็มีต้นทุนกันอยู่แล้ว ประมาณ ๒-๓ แสนบาท โดยเฉพาะศูนย์พิทักษ์ก็มีกองทุนจากผู้บริจาคมาในนามของการทอดผ้าป่า ถ้าคนที่ไปด้านหน้ารัฐสภาก็จะเห็นว่า จะมีชาวพุทธร่วมกันบริจาคให้พระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งข้าวปลาอาหารครบ คนที่นำอาหาร หรือบริจาคปัจจัย ล้วนแล้วไม่ยอมเปิดเผยนามให้ใครได้รู้ว่าให้ความช่วยเหลือชาวพุทธ
ชาวพุทธที่มาร่วมชุมนุมกันเป็นหมื่นคน เป็นการประสานงานกันหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางวิทยุกระจายเสียง หรือใช้วิธีบอกต่อกันแบบปากต่อปาก จริงๆ อยากบอกว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ศูนย์พิทักษ์เป็นผู้นำ
แต่ศูนย์พิทักษ์เข้ามาร่วมในฐานะองค์กรชาวพุทธแห่งหนึ่ง ที่จะปกป้องพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรพระพุทธศาสนิกสัมพันธ์ของโลก (พสล.) พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ยุวพุทธิกสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ ๒ แห่ง และองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ที่มีพระธรรมกิตติเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้อำนวยการ
"มาถึงวันนี้มีความเชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ จริงอยู่กรรมาธิการเขาอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ไปถึงขั้นของการแปรญัตติ อาตมาก็เตรียมคนเอาไว้แล้วที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ หากรัฐธรรมนูญไม่มีการบรรจุศาสนาพุทธ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะไม่มีเช่นกัน ส่วนกลุ่มชาวพุทธจะทำกัน หรือจะทำกันอย่างไรนั้น ขอให้ดูกันไปก่อน แต่อาตมาจับยามสามตาดูแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแน่นอน"
ในขณะที่ พระมหาธีรวิทย์ ผู้ช่วยเลขานุการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า การสร้างสถานการณ์ช่วงนี้ยืมพลังไปเป็นพวกเขาก็จะทำ การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่มีกลุ่มการเมืองใดๆ อยู่เบื้องหลัง แต่ถ้ามีใครออกมาสนับสนุน ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ทางอาตมาก็ยินดี ใครสนับสนุนเรา ก็จะประกาศให้รู้ทั่วกัน ส่วนปัจจัยที่นำมาใช้ในการเคลื่อนไหว มาจากกลุ่มชาวพุทธที่ได้ร่วมกันบริจาค ยิ่งวันที่มีการชุมนุมใหญ่ พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกาศรับบริจาคปัจจัย ก็มีชาวพุทธมาร่วมบริจาคกันเพียงชั่วโมงเดียวมีผู้บริจาคเป็นเงินแสนกว่าบาท
"อาตมามองว่า คนที่ไม่เห็นเป็นเสียงส่วนน้อย เราชาวพุทธก็มองเป็น ๓ ระดับ ๑.ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างมอบรัฐธรรมนูญให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อเรียกร้องของศาสนาพุทธให้เป็นศาสนาประจำชาติ ส.ส.ร.หลายท่านที่จะมาช่วยแปรญัตติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ๒.หลังจากมีการแปรญัตติแล้ว ต้องให้ ส.ส.ร.จำนวนครึ่งหนึ่งร่วมกันรับรองให้มีญัตติบทนี้ต่อไป และถ้าเกิดทั้งสองประเด็นไม่สำเร็จ ก็จะไปสู่ประเด็นที่ ๓ คือ การประกาศเจตนารมณ์ว่า จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือเรียกว่าการคว่ำบาตรนั่นเอง" พระมหาธีรวิทย์ กล่าว
0 เรื่อง ไตรเทพ สุทธิคุณ 00 ภาพ ประเสริฐ เทพศรี 0

-->


http://www.yuwasong.com/Picturesnews2548/FBD1683.jpg


http://www.yuwasong.com/Picturesnews2548/FBD1673.jpg (http://www.212cafe.com/freewebboard/list3.php?user=yuwasongnews)



วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๐ เป็นวันนัดชุมนุมใหญ่ขององค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีการประมาณการว่า น่าจะมีพระสงฆ์และสามเณรจากทั่วประเทศกว่า ๕ หมื่นรูป มาร่วมชุมนุมบริเวณรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อมีจำนวนพระสงฆ์และสามเณรจำนวนมากถึง ๕ หมื่นรูปมาร่วมชุมนุม ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ "ปัจจัย" หรือ "เงิน" ที่สนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้มากจากไหน ใครเป็นพลังศรัทธาสำคัญ บางคนถึงกับคิดไปไกลว่า ปัจจัยที่สนับสนุนพระได้มากจากกลุ่มอำนาจเก่า ด้วยเหตุผลนานัปการ

พระธรรมกิตติเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) บอกว่า การชุมนุมครั้งนี้เกิดจากพลังศรัทธาของชาวพุทธอย่างแท้จริง เมื่อมีการประกาศออกไปว่า ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พระก็เป็นหนึ่งในพุทธบริษัทสี่ จึงขอมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ้าง แต่การเรียกร้องที่ผ่านมา ไม่เป็นผล ช่วง ๓-๔ เดือน ที่ผ่านมาจึงมีการกระจายข่าวออกไปตามสายปกครองของพระ ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค ส่งข่าวไปถึงเจ้าคณะจังหวัด สุดท้ายก็เป็นระดับเจ้าอาวาส เพื่อประสานงานให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมีระบบ
http://www.komchadluek.net/2007/04/25/images/6892776low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/04/25/photo_18286.php)

เมื่อถึงวันนัดชุมนุม พระและวัดที่อยู่ในต่างจังหวัดจะจัดรถโดยสารเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยมาพักในวัดที่อยู่ในสายปกครอง ส่วนข้าวปลาอาหารการขบฉันนั้น ได้รับการสนับสนุนจากวัดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ กระจายความรับผิดชอบกันออกไป วัดละ ๔๐๐-๕๐๐ กล่อง ส่วนเรื่องความเรียบร้อยของการชุมนุมนั้น นอกจากมีเจ้าอาวาส หรือรองเจ้าอาวาสดูแลโดยตรงแล้ว จะมีพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เป็นผู้ดูแลอีกชั้นหนึ่ง
"ในการชุมนุมครั้งนี้นั้น มส.ไม่ได้มีมติหรือคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อระดมพระมาชุมนุม แต่เป็นศรัทธาของชาวพุทธล้วนๆ โดยมีประเด็นเดียวคือ ส.ส.ร.ต้องบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาตมากังวลอยู่เรื่องเดียว คือ กลุ่มอื่นๆ จะมาใช้ประโยชน์ในการชุมนุมของพระ การชุมนุมของพระไม่มีประเด็นการเมืองมาแทรก โดยทุกครั้งที่มีการชุมนุม อาตมาได้ไปร่วมสังเกตการทุกครั้ง" โฆษก มส. กล่าว

"อาตมารับรองได้ว่า การออกมาเคลื่อนไหวของพระสงฆ์ และเครือข่ายชาวพุทธ เพื่อให้ ส.ส.ร.บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น หรือแม้แต่กลุ่มอำนาจเก่าก็รู้กันอยู่ว่าต่างก็มีปัญหากับกลุ่มชาวพุทธอยู่แล้ว คนที่ออกมากล่าวหาแบบนี้ เป็นคนที่คุ้นเคยกับการเมือง จึงสงสัยเกี่ยวกับการเมืองเอาไว้ก่อน พอมีใครออกมาทำหน้าที่ขัดแย้งก็เหมาว่าเป็นกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มากกว่า" นี่คือคำยืนยันของพระเทพสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
http://www.komchadluek.net/2007/04/25/images/6892302low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/04/25/photo_18287.php)

ส่วนค่าใช้จ่ายในการออกมาเคลื่อนไหวนั้น พระเทพสุทธิกวี บอกว่า กลุ่มชาวพุทธ หรือพระสงฆ์เองต่างก็มีต้นทุนกันอยู่แล้ว ประมาณ ๒-๓ แสนบาท โดยเฉพาะศูนย์พิทักษ์ก็มีกองทุนจากผู้บริจาคมาในนามของการทอดผ้าป่า ถ้าคนที่ไปด้านหน้ารัฐสภาก็จะเห็นว่า จะมีชาวพุทธร่วมกันบริจาคให้พระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งข้าวปลาอาหารครบ คนที่นำอาหาร หรือบริจาคปัจจัย ล้วนแล้วไม่ยอมเปิดเผยนามให้ใครได้รู้ว่าให้ความช่วยเหลือชาวพุทธ


http://www.yuwasong.com/Picturesnews2548/FBD1714.jpg


ชาวพุทธที่มาร่วมชุมนุมกันเป็นหมื่นคน เป็นการประสานงานกันหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางวิทยุกระจายเสียง หรือใช้วิธีบอกต่อกันแบบปากต่อปาก จริงๆ อยากบอกว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ศูนย์พิทักษ์เป็นผู้นำ

แต่ศูนย์พิทักษ์เข้ามาร่วมในฐานะองค์กรชาวพุทธแห่งหนึ่ง ที่จะปกป้องพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรพระพุทธศาสนิกสัมพันธ์ของโลก (พสล.) พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ยุวพุทธิกสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ ๒ แห่ง และองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ที่มีพระธรรมกิตติเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้อำนวยการ

"มาถึงวันนี้มีความเชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ จริงอยู่กรรมาธิการเขาอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ไปถึงขั้นของการแปรญัตติ อาตมาก็เตรียมคนเอาไว้แล้วที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ หากรัฐธรรมนูญไม่มีการบรรจุศาสนาพุทธ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะไม่มีเช่นกัน ส่วนกลุ่มชาวพุทธจะทำกัน หรือจะทำกันอย่างไรนั้น ขอให้ดูกันไปก่อน แต่อาตมาจับยามสามตาดูแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแน่นอน"

ในขณะที่ พระมหาธีรวิทย์ ผู้ช่วยเลขานุการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า การสร้างสถานการณ์ช่วงนี้ยืมพลังไปเป็นพวกเขาก็จะทำ การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่มีกลุ่มการเมืองใดๆ อยู่เบื้องหลัง แต่ถ้ามีใครออกมาสนับสนุน ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ทางอาตมาก็ยินดี ใครสนับสนุนเรา ก็จะประกาศให้รู้ทั่วกัน ส่วนปัจจัยที่นำมาใช้ในการเคลื่อนไหว มาจากกลุ่มชาวพุทธที่ได้ร่วมกันบริจาค ยิ่งวันที่มีการชุมนุมใหญ่ พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกาศรับบริจาคปัจจัย ก็มีชาวพุทธมาร่วมบริจาคกันเพียงชั่วโมงเดียวมีผู้บริจาคเป็นเงินแสนกว่าบาท

"อาตมามองว่า คนที่ไม่เห็นเป็นเสียงส่วนน้อย เราชาวพุทธก็มองเป็น ๓ ระดับ ๑.ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างมอบรัฐธรรมนูญให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อเรียกร้องของศาสนาพุทธให้เป็นศาสนาประจำชาติ ส.ส.ร.หลายท่านที่จะมาช่วยแปรญัตติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ๒.หลังจากมีการแปรญัตติแล้ว ต้องให้ ส.ส.ร.จำนวนครึ่งหนึ่งร่วมกันรับรองให้มีญัตติบทนี้ต่อไป และถ้าเกิดทั้งสองประเด็นไม่สำเร็จ ก็จะไปสู่ประเด็นที่ ๓ คือ การประกาศเจตนารมณ์ว่า จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือเรียกว่าการคว่ำบาตรนั่นเอง" พระมหาธีรวิทย์ กล่าว


0 เรื่อง ไตรเทพ สุทธิคุณ 0
0 ภาพ ประเสริฐ เทพศรี 0




</TD></TR></TBODY></TABLE>

-----------------------------
ที่มา:คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2007/04/25/j001_110146.php?news_id=110146
รูปประกอบเพิ่มจากเว็ป ยุวสงฆ์.com

chotiwit
25-04-2007, 06:42 AM
ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยครับ

DITCE
25-04-2007, 06:53 AM
อนุโมทนาครับ

หฤทัย
25-04-2007, 07:37 AM
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ

MBNY
25-04-2007, 09:27 AM
mms://broadcast.gigidea.net/bpct_event

ธรรมวิวัฒน์
25-04-2007, 09:42 AM
โมทนาครับ

virot05
25-04-2007, 09:55 AM
อนุโมทนาด้วยคนขอรับ

Elfen
25-04-2007, 12:10 PM
ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง สาธุ สาธุ สาธุ

ahantharik
25-04-2007, 03:44 PM
ขอสนับสนุนให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติชาติ ยกตัวอย่างเพื่อนบ้านอย่างมาเลเชีย ทุกคนคิดว่าเป็นประเทศอิสราม ใช่ไหมครับ ตอบว่าใช่ แต่มีชาวมาเลเซียนับถืออิสรามประมาณ 60 % กว่า ๆ เองครับ ส่วนอีก 40 % มีหลากหลายเชื้อชาติ แล้วทางรัฐบาลมาเลเชียเองก็ให้เอาศาสนาอิสรามเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญของประเทศเขาอีกด้วย......ส่วนตัวผมคิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงเป็น นับถือศาสนาอื่น ๆ มั้ง ไม่อยากพูดว่าศาสนาอะไรเดี๋ยวหักกันเปล่า ๆ ประเทศไทยมีชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธ 94% เข้ามาดูที่นี้ได้ครับ http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=36590

ไม่รู้ว่าน้อยไปหรือเปล่าครับ ถึงไม่ยอมกัน อย่างน้อยสุดก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวพุทธนะครับ

lepus
25-04-2007, 04:07 PM
ช่วงนี้อากาศร้อนมากจริงๆ สงสารพระที่ต้องเดินทางกลางแดดร้อนๆ หากใครผ่านไปแถวนั้นที่ชุมนุมสงฆ์ ถ้าสามารถทำได้ก็ช่วยกันหาน้ำปานะเย็น ผ้าเย็น หรืออะไรก็ตามที่คลายร้อนไปถวายท่านบ้างก็ดีนะครับ ชาวพุทธช่วยกันคนละนิด เป็นการทำบุญกุศลด้วยครับ

ธรรมวิวัฒน์
26-04-2007, 11:39 AM
ทำดีได้ดี โมทนาสาธุครับ