vanco
24-04-2007, 12:20 AM
167053
ขอย้ำความถูกต้องและความชอบธรรมในประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้อันยาวนานเพื่อการสร้างสรรค์ชาติไทย มาพร้อมกับพระพุทธศาสนาเคียงคู่กันมาเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ได้ ร่วม 2,000 กว่าปี และได้พัฒนาขึ้นเป็นอุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างมั่นคงสืบมา
แม้ว่าผู้ไม่หวังดี จะพยายามอย่างหนักที่จะปิดบัง บิดเบือน มากมายเพียงใดก็ตาม ชาวพุทธทั้งหลายก็ต้องมีสติ ต่อสู้อย่างมีปัญญาและขันติธรรม ทั้งนี้ชาวพุทธไม่นิยมความรุนแรง และพร้อมจะให้อภัยเสมอตามกฎธรรมชาติ อริยชนย่อมรู้แจ้งตามความเป็นจริงว่า ผู้ที่มีความกลัว โลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นแล้วในเบื้องต้น แปรปรวนในท่ามกลาง และดับไปในที่สุด ตามกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เกิดขึ้นเท่าใด ก็จะดับไปเท่านั้น แสดงให้เห็นชัดว่าธรรมชาติให้อภัย ให้โอกาสแก่มนุษย์นั้นๆ เสมอ จะได้สังเกต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอันหลงผิด คิดผิด ทำผิด นั้นเสีย เว้นเสียแต่ผู้ที่ผิดปกติ บาปหนา บาปหนักเท่านั้น ที่ตกอยู่ในความมืดมนตลอดกาล
ผู้นับถือต้องเรียนรู้ ศึกษา ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จะเป็นผู้ที่โชคดีที่สุด ทั้งนี้เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหนึ่งเดียวกับกฎธรรมชาติที่สามารถพิสูจน์ได้ โชคดีที่ไม่ได้ตกอยู่ในความหลง ตามลัทธิความเชื่ออันงมงาย และสร้างแต่ความรุนแรง สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก
ผู้เขียน อันเชิญพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์อันสำคัญยิ่งของประเทศชาติ พระองค์ทรงให้ความสำคัญยิ่งต่อพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นการย้ำความถูกต้องต่ออนุชนรุ่นหลัง จะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของคณะผู้ไม่หวังดี และเพื่อให้ผู้ไม่หวังดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งหลาย ได้เพลามือลงบ้าง และเลิกอกตัญญูต่อแผ่นดินเกิดเสียที
167054
พระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตาก ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา แด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดม ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี สมณะพราหมณ์ปฏิบัติให้พอสม เจริญสมถะ วิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา
คิดถึงพ่อ พ่ออยู่คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา พุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน (จารึกในศาลพระเจ้าตากสินมหาราช วัดอรุณราชวราราม)
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/7/78/King01.jpg (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:King01.jpg)
พระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี(พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง)
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/a/ac/King06.jpg (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:King06.jpg)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชนิพนธ์ไว้ในเทศนาเสือป่าว่า เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องตั้งใจที่จะรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย อย่าให้มีอันตรายมาถึงได้ ต้องรักษาพระศาสนาอันนี้ให้คงอยู่ในเมืองไทยอีกต่อไป ต้องรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลานของเราทั้งหลาย
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าได้ทำหน้าที่สมควรแก่ผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เราตั้งใจจะรักษาศาสนาของเราด้วยชีวิต ข้าพเจ้าและท่านตั้งใจอยู่ในข้อนี้ และถ้าท่านตั้งใจจะช่วยข้าพเจ้าในกิจกรรม อันใหญ่นี้แล้วก็จะเป็นที่พอใจข้าพเจ้าเป็นอันมาก เมืองเราเกือบจะเป็นเมืองเดียวแล้วในโลกที่ได้มีบุคคลนับถือพระพุทธศาสนามากเป็นเหล่าเดียวกัน เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่จะช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาอย่าให้เสื่อมสูญไป เราจะต้องรักษาความเป็นไทยของเราให้ยั่งยืน เราจะต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ถาวรวัฒนาการ เป็นพระราชนิพนธ์ที่อ่านแล้วจะซาบซึ้งมาก จนน้ำตาไหล
http://www.amulet2u.com/king01.jpg
พระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ความตอนหนึ่งว่า
การปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาประจำชาติของเรา ...จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุขมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน มีการสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกัน และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี การที่ยุวพุทธิกสมาคมได้ตั้งใจพยายามในอันที่จะปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธให้หนักแน่นมั่นคงในพระศาสนายิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ทั้งแก่การจรรโลงพระพุทธศาสนาและแก่ส่วนรวมคือประเทศชาติอันเป็นที่เกิดที่อาศัย (พุทธธรรม วารสารของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, ปีที่ 42, ฉบับที่ 265, พุทธศักราช 2537)
กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตรัสต่อ พระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ประมุขแห่งคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ในคราวที่เข้าเฝ้า ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2527 มีความว่า คนไทยเป็นศาสนิกชนที่ดีทั่วกัน ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ
จากเหตุผลโดยย่อดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่าชาวพุทธทั้งหลาย ทั้งบุคคลและ องค์การต่าง ๆ ก็พากันเข้าใจ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา แนวคิด ความโอบอ้อมอารี ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และมีความกล้าหาญที่จะพูด หรือเขียนให้ชัดแจ้งออกมาว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
แต่คณะ กมธ. 35 คน นำโดยท่าน น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ นอกจากท่านไม่รับรู้ ไม่เข้าใจ เอาแต่ดื้อตาใส ทั้งได้สบประมาท และให้ร้ายผู้แทนคณะสงฆ์ไทยและผู้แทนชาวพุทธ อย่างไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว พระสงฆ์ทั้งหลายต่างก็รับรู้กันทั่วหน้า โดย น.ต. ประสงค์ ได้เผยธาตุแท้ ตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นโมฆบุรุษ ด้วยการกระทำของเขาเอง เป็นเหตุให้คณะพระสงฆ์ไม่วางใจในคณะผู้ปกครองอีกต่อไป และจะนิ่งนอนใจต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และต้องเตรียมการคิดต่อสู้ เร่งสร้างผู้นำด้วยปัญญาอันยิ่งต่อไป
ทั้งๆ ที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ชาวโลกทั้งหลายต่างก็รับรู้กันทั่วหน้า เพียงแต่ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้นเอง และการที่บัญญัติ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หรือจะเสียหายอะไร เมื่อชาวพุทธมีมติอย่างกว้างขวางทั่วประเทศว่าเห็นสมควรที่จะบัญญัติคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เราชาวพุทธจำเป็นต้องออกมาท้วงติง ทวงถาม
ถ้าพวกเขาไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ถือว่าไม่เป็นไร ทั้งนี้ก็เพราะว่าคณะผู้ปกครองชุดนี้ ยังเดินรอยตามแนวทางมิจฉาทิฐิ เมื่อ 75 ปี ก่อน นั่นก็คือการที่คณะผู้ปกครองไม่ได้สร้างระบอบ หรือหลักการปกครอง (Principle of Government) ได้แต่เพียงยกร่างรัฐธรรมนูญ อันได้แก่หมวด และมาตราต่างๆ อันเป็นเพียงวิธีการปกครอง (Methods of Government) เพียงด้านเดียวจึงเป็นการสร้างกระบวนการมิจฉาทิฐิผิดซ้ำรอยเดิมมาแล้วรวมเป็นครั้งที่ 18 ในช่วงเวลา 75 ปี อุปมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ หมายความว่าคณะผู้ปกครองมิจฉาทิฐิ สร้างแต่ดาวเคราะห์ โดยไม่มีดวงอาทิตย์ เมื่อไม่มีดวงอาทิตย์ แล้วดาวเคราะห์ จะอยู่ได้อย่างไร รัฐธรรมนูญที่ไม่มีหลักการปกครอง แล้วหมวดและมาตราต่างๆ มันจะดำรงอยู่ได้อย่างไร มันจึงกลายเป็นรัฐธรรมนูญอนาธิปไตย (Anarchism) สับสนวุ่นวาย ไร้ทิศทาง ไร้เอกภาพ ไร้จุดมุ่งหมาย ใครเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะมีลักษณะคุณทักษิณ เช่นเดิม เว้นแต่รัฐบาล สมช. จะได้ปรับปรุงให้ถูกต้องตามที่ผู้แทนคณะสงฆ์และชาวพุทธแนะนำ
ในทางที่ถูกต้องโดยธรรม เป็นหนึ่งเดียวกับกฎธรรมชาติ คือ ผู้มีอำนาจจะต้องสถาปนาหลักการปกครอง ขึ้นมาก่อน (อุปมาเป็นดวงอาทิตย์) จากนั้นจึงทำการสร้างดาวเคราะห์ ก็คือการบัญญัติหมวดและมาตราต่างๆ ให้สอดคล้องกับหลักการปกครอง เพียงเท่านี้ประชาชนไทยก็จะได้ระบอบการเมืองการปกครองที่ถูกต้อง เป็นธรรมกับปวงชนไทยทุกคน และจะไม่ถูกฉีกอีกต่อไป ดังได้จัดความสัมพันธ์ ดังนี้
ด้วยเหตุแห่งมิจฉาทิฐิ ที่ได้ครอบงำมายาวนาน ผู้แทนคณะสงฆ์เสนอ หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 อันสอดคล้องกับลักษณะพิเศษของประเทศไทย ที่เหนือกว่าลัทธิการเมืองอื่นใดทั้งหมด โดยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับกฎธรรมชาติ คือระหว่างองค์ประกอบแห่งรัฐ (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) ความมั่นคงแห่งชาติ หลักการปกครอง และหลักนิติธรรมอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นด้านปฐมภูมิ กับวิธีการปกครอง อันเป็นด้านทุติยภูมิ คือ หมวดและมาตราต่างๆ ดังนี้
องค์ประกอบแห่งรัฐ, ความมั่นคงแห่งชาติ, หลักการปกครอง, และหลักนิติธรรม เป็นหนึ่งเดียวกัน (ส่วนที่ไม่เปลี่ยนแปลง) แผ่โอบอุ้มปวงชนไทยทุกคน
วิธีการปกครอง หมวดและมาตราต่างๆ (ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้)
(1) หลักธรรมาธิปไตย ศาสนา ส่วนที่ขึ้นต่อหลักการปกครอง
หมวด 1 บททั่วไป
หมวด 2 ศาสนาแห่งชาติ
หมวด 3 พระมหากษัตริย์
หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนไทย
ฯลฯ
(2) หลักพระมหากษัตริย์ประมุขแห่งรัฐ พระมหากษัตริย์
(3) หลักอำนาจอธิปไตยของปวงชน
(4) หลักเสรีภาพบริบูรณ์
(5) หลักความเสมอภาคทางโอกาส
(6) หลักภราดรภาพ
(7) หลักเอกภาพหรือรู้รักสามัคคีธรรม ชาติ
(8) หลักดุลยภาพ
(9) หลักนิติธรรม
การออกกฎหมายใดๆ ก็ตามทั้งกฎหมายหลัก (รัฐธรรมนูญ) และพระราชบัญญัติต่างๆ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา ฯลฯ ต้องไม่ขัดต่อองค์ประกอบแห่งรัฐ อันเป็นความมั่นคงแห่งชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นกฎหมายสูงสุด (Supreme Law) หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 และเป็นทั้งหลักนิติธรรมไปในตัวด้วย ถ้ากฎหมายใด ๆ ขัดต่อหลักการปกครองทั้ง 9 นี้ ก็ให้ยกเลิกเสีย จะเห็นได้ว่าไม่ยากเลย หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ จะเข้าใจ และทำให้ถูกต้องเสียที
จะเห็นได้ว่าพวกผู้ปกครองล้วนแล้วแต่มืดบอดทั้งนั้น แนะนำก็ไม่ใส่ใจ เอาแต่ดื้อตาใส ทั้งเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ รู้ทั้งรู้ว่าคุณทักษิณ อยู่ใต้ระบอบมิจฉาทิฐิ ได้ทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่คณะ กมธ. 35 คน กลับทำผิดยิ่งกว่า เพราะพวกเขากลับสร้างระบอบมิจฉาทิฐิซ้ำรอยเดิมมา 75 ปีแล้ว (ฉบับหน้าจะแสดงให้เห็นกันชัดๆ ว่าคณะยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 นี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างไร)
http://www.manager.co.th/
ขอย้ำความถูกต้องและความชอบธรรมในประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้อันยาวนานเพื่อการสร้างสรรค์ชาติไทย มาพร้อมกับพระพุทธศาสนาเคียงคู่กันมาเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ได้ ร่วม 2,000 กว่าปี และได้พัฒนาขึ้นเป็นอุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างมั่นคงสืบมา
แม้ว่าผู้ไม่หวังดี จะพยายามอย่างหนักที่จะปิดบัง บิดเบือน มากมายเพียงใดก็ตาม ชาวพุทธทั้งหลายก็ต้องมีสติ ต่อสู้อย่างมีปัญญาและขันติธรรม ทั้งนี้ชาวพุทธไม่นิยมความรุนแรง และพร้อมจะให้อภัยเสมอตามกฎธรรมชาติ อริยชนย่อมรู้แจ้งตามความเป็นจริงว่า ผู้ที่มีความกลัว โลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นแล้วในเบื้องต้น แปรปรวนในท่ามกลาง และดับไปในที่สุด ตามกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เกิดขึ้นเท่าใด ก็จะดับไปเท่านั้น แสดงให้เห็นชัดว่าธรรมชาติให้อภัย ให้โอกาสแก่มนุษย์นั้นๆ เสมอ จะได้สังเกต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอันหลงผิด คิดผิด ทำผิด นั้นเสีย เว้นเสียแต่ผู้ที่ผิดปกติ บาปหนา บาปหนักเท่านั้น ที่ตกอยู่ในความมืดมนตลอดกาล
ผู้นับถือต้องเรียนรู้ ศึกษา ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จะเป็นผู้ที่โชคดีที่สุด ทั้งนี้เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหนึ่งเดียวกับกฎธรรมชาติที่สามารถพิสูจน์ได้ โชคดีที่ไม่ได้ตกอยู่ในความหลง ตามลัทธิความเชื่ออันงมงาย และสร้างแต่ความรุนแรง สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก
ผู้เขียน อันเชิญพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์อันสำคัญยิ่งของประเทศชาติ พระองค์ทรงให้ความสำคัญยิ่งต่อพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นการย้ำความถูกต้องต่ออนุชนรุ่นหลัง จะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของคณะผู้ไม่หวังดี และเพื่อให้ผู้ไม่หวังดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งหลาย ได้เพลามือลงบ้าง และเลิกอกตัญญูต่อแผ่นดินเกิดเสียที
167054
พระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตาก ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา แด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดม ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี สมณะพราหมณ์ปฏิบัติให้พอสม เจริญสมถะ วิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา
คิดถึงพ่อ พ่ออยู่คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา พุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน (จารึกในศาลพระเจ้าตากสินมหาราช วัดอรุณราชวราราม)
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/7/78/King01.jpg (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:King01.jpg)
พระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี(พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง)
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/a/ac/King06.jpg (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:King06.jpg)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชนิพนธ์ไว้ในเทศนาเสือป่าว่า เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องตั้งใจที่จะรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย อย่าให้มีอันตรายมาถึงได้ ต้องรักษาพระศาสนาอันนี้ให้คงอยู่ในเมืองไทยอีกต่อไป ต้องรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลานของเราทั้งหลาย
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าได้ทำหน้าที่สมควรแก่ผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เราตั้งใจจะรักษาศาสนาของเราด้วยชีวิต ข้าพเจ้าและท่านตั้งใจอยู่ในข้อนี้ และถ้าท่านตั้งใจจะช่วยข้าพเจ้าในกิจกรรม อันใหญ่นี้แล้วก็จะเป็นที่พอใจข้าพเจ้าเป็นอันมาก เมืองเราเกือบจะเป็นเมืองเดียวแล้วในโลกที่ได้มีบุคคลนับถือพระพุทธศาสนามากเป็นเหล่าเดียวกัน เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่จะช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาอย่าให้เสื่อมสูญไป เราจะต้องรักษาความเป็นไทยของเราให้ยั่งยืน เราจะต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ถาวรวัฒนาการ เป็นพระราชนิพนธ์ที่อ่านแล้วจะซาบซึ้งมาก จนน้ำตาไหล
http://www.amulet2u.com/king01.jpg
พระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ความตอนหนึ่งว่า
การปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาประจำชาติของเรา ...จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุขมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน มีการสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกัน และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี การที่ยุวพุทธิกสมาคมได้ตั้งใจพยายามในอันที่จะปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธให้หนักแน่นมั่นคงในพระศาสนายิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ทั้งแก่การจรรโลงพระพุทธศาสนาและแก่ส่วนรวมคือประเทศชาติอันเป็นที่เกิดที่อาศัย (พุทธธรรม วารสารของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, ปีที่ 42, ฉบับที่ 265, พุทธศักราช 2537)
กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตรัสต่อ พระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ประมุขแห่งคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ในคราวที่เข้าเฝ้า ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2527 มีความว่า คนไทยเป็นศาสนิกชนที่ดีทั่วกัน ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ
จากเหตุผลโดยย่อดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่าชาวพุทธทั้งหลาย ทั้งบุคคลและ องค์การต่าง ๆ ก็พากันเข้าใจ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา แนวคิด ความโอบอ้อมอารี ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และมีความกล้าหาญที่จะพูด หรือเขียนให้ชัดแจ้งออกมาว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
แต่คณะ กมธ. 35 คน นำโดยท่าน น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ นอกจากท่านไม่รับรู้ ไม่เข้าใจ เอาแต่ดื้อตาใส ทั้งได้สบประมาท และให้ร้ายผู้แทนคณะสงฆ์ไทยและผู้แทนชาวพุทธ อย่างไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว พระสงฆ์ทั้งหลายต่างก็รับรู้กันทั่วหน้า โดย น.ต. ประสงค์ ได้เผยธาตุแท้ ตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นโมฆบุรุษ ด้วยการกระทำของเขาเอง เป็นเหตุให้คณะพระสงฆ์ไม่วางใจในคณะผู้ปกครองอีกต่อไป และจะนิ่งนอนใจต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และต้องเตรียมการคิดต่อสู้ เร่งสร้างผู้นำด้วยปัญญาอันยิ่งต่อไป
ทั้งๆ ที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ชาวโลกทั้งหลายต่างก็รับรู้กันทั่วหน้า เพียงแต่ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้นเอง และการที่บัญญัติ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หรือจะเสียหายอะไร เมื่อชาวพุทธมีมติอย่างกว้างขวางทั่วประเทศว่าเห็นสมควรที่จะบัญญัติคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เราชาวพุทธจำเป็นต้องออกมาท้วงติง ทวงถาม
ถ้าพวกเขาไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ถือว่าไม่เป็นไร ทั้งนี้ก็เพราะว่าคณะผู้ปกครองชุดนี้ ยังเดินรอยตามแนวทางมิจฉาทิฐิ เมื่อ 75 ปี ก่อน นั่นก็คือการที่คณะผู้ปกครองไม่ได้สร้างระบอบ หรือหลักการปกครอง (Principle of Government) ได้แต่เพียงยกร่างรัฐธรรมนูญ อันได้แก่หมวด และมาตราต่างๆ อันเป็นเพียงวิธีการปกครอง (Methods of Government) เพียงด้านเดียวจึงเป็นการสร้างกระบวนการมิจฉาทิฐิผิดซ้ำรอยเดิมมาแล้วรวมเป็นครั้งที่ 18 ในช่วงเวลา 75 ปี อุปมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ หมายความว่าคณะผู้ปกครองมิจฉาทิฐิ สร้างแต่ดาวเคราะห์ โดยไม่มีดวงอาทิตย์ เมื่อไม่มีดวงอาทิตย์ แล้วดาวเคราะห์ จะอยู่ได้อย่างไร รัฐธรรมนูญที่ไม่มีหลักการปกครอง แล้วหมวดและมาตราต่างๆ มันจะดำรงอยู่ได้อย่างไร มันจึงกลายเป็นรัฐธรรมนูญอนาธิปไตย (Anarchism) สับสนวุ่นวาย ไร้ทิศทาง ไร้เอกภาพ ไร้จุดมุ่งหมาย ใครเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะมีลักษณะคุณทักษิณ เช่นเดิม เว้นแต่รัฐบาล สมช. จะได้ปรับปรุงให้ถูกต้องตามที่ผู้แทนคณะสงฆ์และชาวพุทธแนะนำ
ในทางที่ถูกต้องโดยธรรม เป็นหนึ่งเดียวกับกฎธรรมชาติ คือ ผู้มีอำนาจจะต้องสถาปนาหลักการปกครอง ขึ้นมาก่อน (อุปมาเป็นดวงอาทิตย์) จากนั้นจึงทำการสร้างดาวเคราะห์ ก็คือการบัญญัติหมวดและมาตราต่างๆ ให้สอดคล้องกับหลักการปกครอง เพียงเท่านี้ประชาชนไทยก็จะได้ระบอบการเมืองการปกครองที่ถูกต้อง เป็นธรรมกับปวงชนไทยทุกคน และจะไม่ถูกฉีกอีกต่อไป ดังได้จัดความสัมพันธ์ ดังนี้
ด้วยเหตุแห่งมิจฉาทิฐิ ที่ได้ครอบงำมายาวนาน ผู้แทนคณะสงฆ์เสนอ หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 อันสอดคล้องกับลักษณะพิเศษของประเทศไทย ที่เหนือกว่าลัทธิการเมืองอื่นใดทั้งหมด โดยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับกฎธรรมชาติ คือระหว่างองค์ประกอบแห่งรัฐ (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) ความมั่นคงแห่งชาติ หลักการปกครอง และหลักนิติธรรมอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นด้านปฐมภูมิ กับวิธีการปกครอง อันเป็นด้านทุติยภูมิ คือ หมวดและมาตราต่างๆ ดังนี้
องค์ประกอบแห่งรัฐ, ความมั่นคงแห่งชาติ, หลักการปกครอง, และหลักนิติธรรม เป็นหนึ่งเดียวกัน (ส่วนที่ไม่เปลี่ยนแปลง) แผ่โอบอุ้มปวงชนไทยทุกคน
วิธีการปกครอง หมวดและมาตราต่างๆ (ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้)
(1) หลักธรรมาธิปไตย ศาสนา ส่วนที่ขึ้นต่อหลักการปกครอง
หมวด 1 บททั่วไป
หมวด 2 ศาสนาแห่งชาติ
หมวด 3 พระมหากษัตริย์
หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนไทย
ฯลฯ
(2) หลักพระมหากษัตริย์ประมุขแห่งรัฐ พระมหากษัตริย์
(3) หลักอำนาจอธิปไตยของปวงชน
(4) หลักเสรีภาพบริบูรณ์
(5) หลักความเสมอภาคทางโอกาส
(6) หลักภราดรภาพ
(7) หลักเอกภาพหรือรู้รักสามัคคีธรรม ชาติ
(8) หลักดุลยภาพ
(9) หลักนิติธรรม
การออกกฎหมายใดๆ ก็ตามทั้งกฎหมายหลัก (รัฐธรรมนูญ) และพระราชบัญญัติต่างๆ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา ฯลฯ ต้องไม่ขัดต่อองค์ประกอบแห่งรัฐ อันเป็นความมั่นคงแห่งชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นกฎหมายสูงสุด (Supreme Law) หลักการปกครองธรรมาธิปไตย 9 และเป็นทั้งหลักนิติธรรมไปในตัวด้วย ถ้ากฎหมายใด ๆ ขัดต่อหลักการปกครองทั้ง 9 นี้ ก็ให้ยกเลิกเสีย จะเห็นได้ว่าไม่ยากเลย หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ จะเข้าใจ และทำให้ถูกต้องเสียที
จะเห็นได้ว่าพวกผู้ปกครองล้วนแล้วแต่มืดบอดทั้งนั้น แนะนำก็ไม่ใส่ใจ เอาแต่ดื้อตาใส ทั้งเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ รู้ทั้งรู้ว่าคุณทักษิณ อยู่ใต้ระบอบมิจฉาทิฐิ ได้ทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่คณะ กมธ. 35 คน กลับทำผิดยิ่งกว่า เพราะพวกเขากลับสร้างระบอบมิจฉาทิฐิซ้ำรอยเดิมมา 75 ปีแล้ว (ฉบับหน้าจะแสดงให้เห็นกันชัดๆ ว่าคณะยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 นี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างไร)
http://www.manager.co.th/