PDA

View Full Version : เดือดร้อนมาก...เเม่ชีช่วยผมที


osmosis
22-04-2007, 07:33 AM
ผมดันมีอุปทานไม่ดีเลย...คือ เวลาเจอพระพุทธหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์...ก็จะอุปทานเอาสิ่งเหล่านั้นมาไว้ใต้ฝ่าเท้า...ทั้งๆที่ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย...จะเเก้อย่างไรดีครับ...เเล้วจะบาปไหมครับเป็นเเบบนี้

แม่ชีณัฐทิพย์
29-04-2007, 06:47 PM
ผมดันมีอุปทานไม่ดีเลย...คือ เวลาเจอพระพุทธหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์...ก็จะอุปทานเอาสิ่งเหล่านั้นมาไว้ใต้ฝ่าเท้า...ทั้งๆที่ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย...จะเเก้อย่างไรดีครับ...เเล้วจะบาปไหมครับเป็นเเบบนี้
เจริญธรรม

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ตอบล่าช้าไปสักนิด เนื่องจากแม่ชีติดภาระกิจมาก
เสร็จภาระกิจจึงรีบตอบทันที หวังว่าคำตอบคงจะไม่สายเกินไปนะ...

เรื่องที่คิดเช่นนั้นน่ะ มันไม่ผิดหรอก แต่ว่ามันไม่ดี เพราะพระพุทธเป็นที่เคารพบูชาของหมู่ชนคนพุทธทั้งหลาย

หากเราทำลายโดยการทุบทิ้ง เราก็จะโดนรุมหรือโดนยำแน่นอน และแม้แต่พูดจาบจ้วงออกมาด้วยคำพูด ก็จะถูกผู้คนว่ากล่าวเอาได้ ยิ่งคิดลบหลู่อยู่ในใจ ข้อนี่ร้ายกว่าใหญ่เลย

เพราะสิ่งใดที่เกิดจากความคิดถือว่าเป็นเจตนา เจตนาจึงเป็นที่มาของความวิบัติแห่งตน

ไม่ว่าจะคิดแบบใด ผลที่ได้ก็ย่อมบังเกิดมีแก่ตน คิดดี ก็ได้รับสิ่งดีตอบ คิดไม่ดี ตนก็จะได้รับสิ่งที่ไม่ดีตอบเช่นกัน

ทางแก้คือ เริ่มฝึกหัดทำการบ้านด้วยการคิดดีทุกลมหายใจเข้าออกให้เป็นประจำสม่ำเสมอ หัดก้มกราบพระพุทธรูปบ่อยๆ หรือนั่งมองหน้าพระพุทธรูปบ้างก็ได้

หรือลองหัดนั่งมองคนที่ก้มกราบพระพุทธรูปดูสิว่าสีหน้าและท่าทางคนกราบเป็นเช่นใด มองแล้วพิจารณาด้วยใจที่เป็นกลาง

จะเห็นได้ว่าในขณะที่คนพุทธก้มกราบพระพุทธด้วยความศรัทธาที่ตั้งมั่น

แต่เรากลับคิดลบหลู่ดูหมิ่นอยู่ในใจ นำสิ่งที่ผู้อื่นกราบไหว้ด้วยความเคารพมาย่ำยี คิดเช่นนี้มันดีแล้วหรือ?

ไม่รู้ว่าคนถามนับถือพุทธหรือเปล่า? ถ้าไม่ได้นับถือก็ลองศึกษาและนับถือดูสิ จะรู้ว่าสุดยอดแค่ไหน...

ธรรมะสวัสดี สาธุ!

dont_worry
02-06-2007, 08:23 AM
เกี่ยวกับความกลัวหรือเปล่าคะ?
เพราะกลัวว่าจะไปปรามาส(เพราะรู้ว่าผลของการปรามาสแรง)
พอเผลอตัว จิตมันก็เลยปรามาสไปจริงๆ โดยไม่ได้เจตนา
เหมือนเวลายิ่งกลัวว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้น
แล้วมันก็เหมือนมีแรงจิตทำให้เกิดขึ้นจริงน่ะค่ะ

countdown
02-06-2007, 11:50 AM
สงสัยจิตที่เป็นมารมันยังมียุนะ ผมก็ยังบ่อยๆ มองพระพุทธรูปบางครั้งยังคิดเห็นท่านตาโบ๋ แลปลิ้นก็มี

แม่ชีณัฐทิพย์
05-06-2007, 10:44 AM
เกี่ยวกับความกลัวหรือเปล่าคะ?
เพราะกลัวว่าจะไปปรามาส(เพราะรู้ว่าผลของการปรามาสแรง)
พอเผลอตัว จิตมันก็เลยปรามาสไปจริงๆ โดยไม่ได้เจตนา
เหมือนเวลายิ่งกลัวว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้น
แล้วมันก็เหมือนมีแรงจิตทำให้เกิดขึ้นจริงน่ะค่ะ

เจริญธรรม...

จิตหรือความคิดของคนเรานั้น มันคิดไปตามความชอบใจ ต้องใจและถูกใจของตนเสมอและบ่อยครั้งด้วย

ผิดไหม? ไม่ผิดเพราะมันเป็นธรรมชาติและธรรมดาของคนเราที่ยังไม่ได้พัฒนา หรือยังไม่ได้รับการอบรมบ่มนิสัย
ให้มากกว่าปกติ เรียกง่ายๆก็คือ ไม่รู้ จึงคะนอง ผลที่คะนองผิด คือกรรมชั่ว หรือบาปที่ติดอยู่ในตนทันที

คนอื่นแก้ให้ไม่ได้ ตนนั่นแหละที่จะต้องแก้เอง ทางแก้คือ เรียนรู้ความดี ที่เป็นความจริงของโลก ที่คนดีจริงเขาทำกัน

ตำหนิในใจก็นับว่าไม่ดีกับตน ถ้าพูดออกมาแล้วไม่เข้าหูคนอื่นก็อาจโดนทำร้ายหรือโดนคนอื่นด่าเอาได้

ถ้ารู้แล้วว่าที่ตนตำหนิในใจมันไม่ดี ก็เปลี่ยนหรือแก้ไขความคิดเสียใหม่
เช่น นั่งตำหนิพระพุทธรูปว่า ไม่สวย ไม่ดี บางที่ก็ทาปากพระพุทธรูปเสียแดงแจ๋เลย ก็ให้นั่งดูแล้วพิจารณา
ในทางสร้างสรรค์แห่งศิลปะในสมัยนั้นๆ

คนสร้างย่อมมีจุดประสงค์ที่จะบอกความนัยให้ออกมาทางวัตถุที่ทำหรือที่สร้างขึ้นมา
ดูอย่างพวกศิลปินสิ เขาแสดงอารมณ์ หรือความคิดและคำพูดออกมาให้คนมีปัญญารู้ และเห็นคุณค่าของงาน

เราไม่รู้ ไม่เข้าใจก็ตำหนิไปตามนิสัยของตน นิสัยเสียบางอย่างจึงบดบัง ทำให้ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่มองที่เห็นไป

สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงไปในเรื่องของการปฏิบัติสมาธิเลยนะ

เราจะเห็นได้ว่าคนที่เห็นคุณค่าของทุกสิ่ง ย่อมปฏิบัติไปได้ไวและเร็วกว่าคนธรรมดา

ลองเปลี่ยนความคิดและต้องบังคับจิตเสียโดยไวนะ เพราะถ้าปล่อยให้มันเพล่นพล่านตามใจ เรานั่นแหละที่จะเสียคนได้ในที่สุด

ธรรมะสวัสดี สาธุ!!!

dont_worry
05-06-2007, 11:26 AM
สาธุๆๆ

SaNdolLaR
06-06-2007, 01:50 AM
ลำบากใจน่าดูเลยน่ะเนี่ย เกือบๆจะเข้าใจนะเนี่ย
ว่ารู้สึกแบบใหนตอนความคิดแบบนั้นมันแวบเข้ามา
มันอารมณ์เสียอย่างมากมายเลยแหละ
แต่มันคงจะเป็นแบบที่คุณ dont_worry ว่าจริงๆ
กลัวจนเกินกลัว ส่วนตัวแล้วเผลอเมื่อไหร่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
แต่ไม่ได้เกี่ยวกับพระพุทธรูปน่ะเป็นเรื่องอื่น
ทำได้อย่างเดียวแค่พยายามอย่าเผลอ เผลอไม่ได้
แว๊บไปเมื่อไหร่ก็รีบพาใจกลับมา ทำได้แค่ทางแก้ ยังสร้าง
กำแพงกั้น หรือ ขุดหลุมฝัง ไอ้ตัวความคิดแบบนั้นอย่างถาวรไม่ได้ซักที
มันคงเป็น จิตใต้สำนึกในสันดาน ที่ลึกๆๆๆแน่เลย
ทั้งๆที่ไม่เคยจะคิดลบหรู่หรือไม่เห็นคุณค่าน่ะ
แต่ความคิดบ้าๆและภาพในสมองแบบนั้น
มันจะเกิดกับสิ่งที่เรารักสิ่งที่เราเคารพมากๆด้วยนะ
มันเหมือนเรากลัว
เราคงรู้ตัวว่าสิ่งที่เราทำสิ่งใหนดีและสิ่งไหนไม่ดี แล้วจิตใจเราก็แยกเป็นของสูงของต่ำ และเราพยายามที่จะสร้างกำแพงกั้นจิตใจของเราเอง ไม่ให้ความคิดหรือการกระทำที่ต่ำๆของเราไปแปดเปื้อนกับสิ่งที่เราบูชาหรือไม่คิดจะไปลบหรู่เลย แต่ด้วยความที่เราต้องการแยกและไม่อยากรบหลู่จริงๆ จนเกิดเป็นความกลัว กลัวว่าจะเอาความคิดต้านต่ำๆไปคิดกับสิ่งนั้น กลัวมากจนเป็นความจริง

PS หวังว่าคงอุปทานแบบแย่ๆคงจะหายในเร็วๆนะ เป็นกำลังใจให้นะ(ให้ตัวเองด้วย)

dont_worry
06-06-2007, 09:33 AM
เอาธรรมะเซนมาฝากเพื่อนๆค่ะ

ต้องรู้เท่าทัน

ความจริงเมื่อเราโกรธ
ตัวเราเองนั่นแหละโกรธ
เมื่อเราสุข ตัวเราเองนั่นแหละสุข
เมื่อมีความคิดใดๆ เกิดขึ้น
ความคิดนั้นๆ ก็คือตัวเรานั่นเอง
เราเป็นทั้งยามเฝ้าประตู
และคนที่เข้าออกประตูในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นจึงไม่ได้สำคัญ
อยู่ที่การไปติดอยู่หรือไล่ความคิดนั้นๆ ออกไป
แต่สำคัญอยู่ที่ต้องรู้เท่าทันความคิดนั้นๆ

พันธนาการ

ไม่ว่าจะเป็นพันธนาการแบบไหน
ก็ล้วนแต่เป็นความเพ้อฝันที่ไม่มีตัวตนจริง
หากใครเอาจิตที่ถูกปรุงแต่งนี้มาเป็นบรรทัดฐานของความคิด
คนคนนั้นคงมีพฤติกรรมที่ดีได้ยาก
ไม่ว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

ความผิดพลาดเบื้องต้น

การคิดไปตามอารมณ์ว่ามีวิญญาณอยู่
คือการคิดเพ้อเจ้อ
การจัดการปัญหาด้วยวิธีการเปรียบเทียบ
ว่ามีหรือไม่มี
ซ้ายหรือขวา
ดีหรือชั่ว
นั่นแหละคือความผิดพลาดเบื้องต้น


ปล. บางทีก็เราก็รู้สึกเหมือนคนบ้าค่ะ วันๆเอาแต่ปลุกปล้ำกะอารมณ์ตัวเอง
เหมือนสร้างขึ้นมาเอง แล้วก็ต่อสู้กะมันเองอย่างงี้อ่ะค่ะ (ถนัดนัก)
มานึกๆดู สงสัยเราจะว่างมากค่ะ -*-

แล้วเค้าว่ากันว่า ถ้าตัวกูของกูไม่มี ความกลัวก็จะมาเกาะเราไม่ได้ด้วยค่ะ(ไม่มีให้เกาะ)
ยังไงลองหาวิธีแก้ไขกันไปนะคะ

kanlayanee
28-06-2007, 12:44 PM
ลึกซึ้ง และ เรียบง่าย เป็นจริง นี่แหละ เซน

ยี่เข่ง
04-03-2008, 09:30 AM
อนุโมทนา สาธุค่ะ