paang
20-04-2007, 05:22 AM
<TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>http://www.dhammathai.org/news/data/imagefiles/136.jpg
ที่ด้านหน้ารัฐสภา พล.อ.ทองขาว พวงรอดพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่การเคลื่อนไหวของชาวพุทธซึ่งมีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน โดยมีประชาชนร่วมการเคลื่อนไหว ว่า ไม่เคยมีนักการเมืองกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง การรวมตัวของเราเป็นการรวมตัวในกลุ่มชาวพุทธไม่ใช่กลุ่มรับจ้างรับเงินของใคร การเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น โดยผู้ชุมนุมจะไม่พูดถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)หรือรัฐบาลจะพูดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้กรรมาธิการยกร่างบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สื่อมวลชนที่ติดตามการชุมนุมตั้งแต่วันแรกจะทราบดีว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับกลุ่มใดทั้งสิ้น ส่วนการที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธมีการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ขอเรียนว่า น.ต.ประสงค์ ไม่ได้พูดความจริง เพราะไม่เป็นความจริงเลย
การที่เรามาอยู่ตรงนี้ใครจะเข้าใครจะออกเราตรวจสอบไม่ได้จริง ทุกคนมีสิทธิแวะมาเยี่ยมแวะมาดูได้แต่ทุกคนที่มาไม่ได้มีส่วนอยู่เบื้องหลังการชุมนุมพล.อ.ทองขาว กล่าว
ด้านพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยลัย(มจร.) กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของชาวพุทธ คือ การศึกษา การปฏิบัติ การเผยแผ่ ละการปกป้องคุ้มครอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากใครยังนิ่งเฉยวางอุเบกขา คงไม่ถูกต้อง เพราะจะเป็นการวางเฉยแบบไม่มีปัญญา หากพระเห็นว่ามีอะไรที่เกิดผลกระทบกับพระพุทธศาสนาแล้วช่วยกันชี้แจง ถือเป็นหน้าที่โดยตรง พระไม่ได้เป็นคนที่ใครจะลากจะจูงก็ได้ นักการเมืองแค่เดินเฉียดเข้ามาแล้วจะมาบอกว่าพระที่มาชุมนุม มีน้ำหล่อเลี่ยงหรือเป็นม็อบจัดตั้ง คงไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองพรรคใด แม้กลุ่มการเมืองหลายกลุ่มพยายามเอากลุ่มชาวพุทธมาเป็นเครื่องมือก็ตาม
ที่จริงแล้ว กรรมาธิการยกร่างฯทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น การเคลื่อนไหวของพระสงฆ์และประชาชนเป็นไปตามคำเชิญชวนของกรรมาธิการคือร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยังไม่ปิดการเสนอความคิดเห็นก็ย่อมแสดงความคิดเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ พระสงฆ์พยายามแสดงเหตุแสดงผลไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่มีความพยายามโยงการชุมไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ซึ่งทั้งหมดไม่เกี่ยวกันพระมหาโชว์ กล่าว
พระมหาโชว์ กล่าวอีกว่า การที่ น.ต.ประสงค์ เทศน์สอนพระ เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) โดยเทศน์ชุดใหญ่ แต่พระที่ไปยื่นหนังสือเป็นพระผู้ใหญ่บางองค์จบเปรียญธรรม 9 ประโยค บางองค์จบปริญญาเอก การสอนจึงควรสอนในสิ่งที่ถูกต้อง หากจะสอนพระ ก็ควรสอนให้ถูกต้อง บทบาทการเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ควรรับฟังคววามคิดเห็นของประชาชน อย่าไปปิดกั้นความคคิดเห็นของคนอื่น เดิมเมื่อวาน พระสงฆ์ได้ขอให้ท่านออกมารับหนังสือ แต่ น.ต.ประสงค์ ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอม มาจนถึงเวลา 13.00 น. ก็แจ้งมาว่าขอรับประทานอาหารกลางวันก่อน ปล่อยให้เจ้าคณะกรุงเทพมหานครนั่งรอ เมื่อพระเข้าไปพบ ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังเป็นการปิดกั้นความคิดของประชาชน พระสงฆ์ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนทางการเมือง ก็ต้องใส่ใจ ถ้ากฎหมายทางการเมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา ก็ต้องบอกซึ่งกรรมาธิการฯก็ควรรับฟัง ส่วนในการชุมนุมที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เข้าร่วมการปราศรัยบนเวทีด้วยนั้น พระมหาโชว์ กล่าวว่า ไม่ได้มีนายสุวิทย์เพียงคนเดียวที่มาร่วมการชุมนุม แต่มีนักการเมืองอื่นที่เห็นพระสงฆ์มาร่วมชุมนุม ก็เข้ามาในฐานะที่เป็นชาวพุทธก็ไม่ผิดอะไร พระสงฆ์ไม่ใช่บุคคลที่จะสามารถสนตะพายไปไหนก็ได้ ไม่มีใครมีอำนาจเหนือพระสงฆ์
คุณสุวิทย์ ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ แม้แต่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ คุณทักษิณ ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ ทุกฝ่ายจะต้องเป็นธรรมาธิปไตย ไม่ใช่พวกมากลากไป ทุกคนมีสิทธฺที่จะห่วงแหนพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ฉะนั้น คำพูดของคุณประสงค์ที่ให้ไป ถ้าจะถอนคำพูดได้ก็ควรถอน เพราะคนเป็นประธานไม่ควรจะพูดพล่อยๆ พระสงฆ์มีเจตนาที่บริสุทธ์อยากให้ปรับความคิดให้ถูกต้องพระมหาโชว์ กล่าว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ที่ด้านหน้ารัฐสภา พล.อ.ทองขาว พวงรอดพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่การเคลื่อนไหวของชาวพุทธซึ่งมีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน โดยมีประชาชนร่วมการเคลื่อนไหว ว่า ไม่เคยมีนักการเมืองกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง การรวมตัวของเราเป็นการรวมตัวในกลุ่มชาวพุทธไม่ใช่กลุ่มรับจ้างรับเงินของใคร การเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น โดยผู้ชุมนุมจะไม่พูดถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)หรือรัฐบาลจะพูดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้กรรมาธิการยกร่างบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สื่อมวลชนที่ติดตามการชุมนุมตั้งแต่วันแรกจะทราบดีว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับกลุ่มใดทั้งสิ้น ส่วนการที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธมีการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ขอเรียนว่า น.ต.ประสงค์ ไม่ได้พูดความจริง เพราะไม่เป็นความจริงเลย
การที่เรามาอยู่ตรงนี้ใครจะเข้าใครจะออกเราตรวจสอบไม่ได้จริง ทุกคนมีสิทธิแวะมาเยี่ยมแวะมาดูได้แต่ทุกคนที่มาไม่ได้มีส่วนอยู่เบื้องหลังการชุมนุมพล.อ.ทองขาว กล่าว
ด้านพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยลัย(มจร.) กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของชาวพุทธ คือ การศึกษา การปฏิบัติ การเผยแผ่ ละการปกป้องคุ้มครอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากใครยังนิ่งเฉยวางอุเบกขา คงไม่ถูกต้อง เพราะจะเป็นการวางเฉยแบบไม่มีปัญญา หากพระเห็นว่ามีอะไรที่เกิดผลกระทบกับพระพุทธศาสนาแล้วช่วยกันชี้แจง ถือเป็นหน้าที่โดยตรง พระไม่ได้เป็นคนที่ใครจะลากจะจูงก็ได้ นักการเมืองแค่เดินเฉียดเข้ามาแล้วจะมาบอกว่าพระที่มาชุมนุม มีน้ำหล่อเลี่ยงหรือเป็นม็อบจัดตั้ง คงไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองพรรคใด แม้กลุ่มการเมืองหลายกลุ่มพยายามเอากลุ่มชาวพุทธมาเป็นเครื่องมือก็ตาม
ที่จริงแล้ว กรรมาธิการยกร่างฯทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น การเคลื่อนไหวของพระสงฆ์และประชาชนเป็นไปตามคำเชิญชวนของกรรมาธิการคือร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยังไม่ปิดการเสนอความคิดเห็นก็ย่อมแสดงความคิดเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ พระสงฆ์พยายามแสดงเหตุแสดงผลไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่มีความพยายามโยงการชุมไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ซึ่งทั้งหมดไม่เกี่ยวกันพระมหาโชว์ กล่าว
พระมหาโชว์ กล่าวอีกว่า การที่ น.ต.ประสงค์ เทศน์สอนพระ เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) โดยเทศน์ชุดใหญ่ แต่พระที่ไปยื่นหนังสือเป็นพระผู้ใหญ่บางองค์จบเปรียญธรรม 9 ประโยค บางองค์จบปริญญาเอก การสอนจึงควรสอนในสิ่งที่ถูกต้อง หากจะสอนพระ ก็ควรสอนให้ถูกต้อง บทบาทการเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ควรรับฟังคววามคิดเห็นของประชาชน อย่าไปปิดกั้นความคคิดเห็นของคนอื่น เดิมเมื่อวาน พระสงฆ์ได้ขอให้ท่านออกมารับหนังสือ แต่ น.ต.ประสงค์ ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอม มาจนถึงเวลา 13.00 น. ก็แจ้งมาว่าขอรับประทานอาหารกลางวันก่อน ปล่อยให้เจ้าคณะกรุงเทพมหานครนั่งรอ เมื่อพระเข้าไปพบ ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังเป็นการปิดกั้นความคิดของประชาชน พระสงฆ์ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนทางการเมือง ก็ต้องใส่ใจ ถ้ากฎหมายทางการเมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา ก็ต้องบอกซึ่งกรรมาธิการฯก็ควรรับฟัง ส่วนในการชุมนุมที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เข้าร่วมการปราศรัยบนเวทีด้วยนั้น พระมหาโชว์ กล่าวว่า ไม่ได้มีนายสุวิทย์เพียงคนเดียวที่มาร่วมการชุมนุม แต่มีนักการเมืองอื่นที่เห็นพระสงฆ์มาร่วมชุมนุม ก็เข้ามาในฐานะที่เป็นชาวพุทธก็ไม่ผิดอะไร พระสงฆ์ไม่ใช่บุคคลที่จะสามารถสนตะพายไปไหนก็ได้ ไม่มีใครมีอำนาจเหนือพระสงฆ์
คุณสุวิทย์ ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ แม้แต่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ คุณทักษิณ ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ ทุกฝ่ายจะต้องเป็นธรรมาธิปไตย ไม่ใช่พวกมากลากไป ทุกคนมีสิทธฺที่จะห่วงแหนพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ฉะนั้น คำพูดของคุณประสงค์ที่ให้ไป ถ้าจะถอนคำพูดได้ก็ควรถอน เพราะคนเป็นประธานไม่ควรจะพูดพล่อยๆ พระสงฆ์มีเจตนาที่บริสุทธ์อยากให้ปรับความคิดให้ถูกต้องพระมหาโชว์ กล่าว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์