PDA

View Full Version : "วัด-น่าน-นาค"


NoOTa
04-02-2007, 02:31 AM
"วัด-น่าน-นาค" (1)

คอลัมน์ หลงรักน่าน

โดย ชาติ ภิรมย์กุล




<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/matichon/sun01040250p1.jpg
วัดพระธาตุเขาน้อย มองเห็นวิวเมืองน่านได้ทั้งเมือง

</TD></TR></TBODY></TABLE>
7 โมงเช้า ต้นเดือนธันวาคม 2549

ผมนั่งกินน้ำเต้าหู้ริมฟุตปาธหน้าตลาดสดจิตนุสรณ์ ที่จังหวัดน่าน

ก่อนมาเมืองน่านยังคิดว่าต้องเจอกับอากาศเย็นๆ ชนิดที่มีควันออกจากปากเวลาพูด

ผิดหวังเล็กน้อยเจ๊า

อากาศเย็นแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของแดดที่ตามไปเผาผลาญผิวจนน่ารำคาญ

ไปเที่ยวเมืองน่าน-หลายคนคิดว่าผมต้องไปล่องแก่งน้ำว้า ที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม และไปดูต้นชมพูภูคาที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ต้นชมพูภูคา พันธุ์ไม้หายากหนึ่งเดียวในโลกออกดอกสีชมพูระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

ใครที่ชอบธรรมชาติแบบป่าๆ โดยเฉพาะปาล์มดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ไปดอยภูคาไม่ผิดหวัง

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา กับอุทยานแห่งชาติแม่จริม ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60-70 กิโลเมตร

แค่เดินทางไป-กลับแบบเร่งรีบ-กินข้าวบนรถและชะโงกดูทิวทัศน์แบบผ่านๆ หมดไป 1 วันเต็มๆ

แทบจะไม่ได้เดินดูของดีในตัวเมือง

ถ้าไปเที่ยวเมืองน่านแค่วัน-สองวัน ลองเปลี่ยนโปรแกรมมาเที่ยวในตัวเมืองน่านดีไหม
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/matichon/sun01040250p2.jpg
ภาพชุดมรดกเมืองน่าน ผลงานของวินัย ปราบริปู

</TD></TR></TBODY></TABLE>


น่าน เป็นเมืองเล็กๆ เต็มไปด้วยแหล่งโบราณสถาน และวัดหลายวัดที่สวยงามมาก

เมื่อคืนมีโอกาสได้นั่งคุยกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (นรินทร์ เหล่าอารยะ)

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านกำลังจัดทำโครงการ City Tour

1 วันเที่ยวเมืองน่านตามรอยวัฒนธรรมและมรดกเมืองน่าน

ฟังจากที่นายกฯเล่า ผมเห็นด้วยกับโครงการท่องเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมในตัวเมืองน่าน

เห็นด้วยอย่างเดียวมันนึกภาพไม่ออก ต้องไปเที่ยวด้วยตัวเอง

ไปเที่ยวต่างจังหวัด ผมมักเริ่มต้นที่ตลาดสดเหมือนเป็นจุดสตาร์ตความคิด

หลังจากส่งน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ลงไปนอนสงบอยู่ในท้อง ผมเริ่มทัวร์รอบเมืองน่านแบบไม่รีบ-เร่ง จุดแรก คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

ผมเคยเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์จังหวัดอื่นมาบ้าง-บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เคยไปเห็นมาส่วนมาก มักกลายเป็นที่หลบแดด-หลบฝนและพักเหนื่อยของลูกทัวร์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่น่าน-ไม่เหมือนกับที่สร้างภาพโฟโต้ช็อปไว้ในใจ

วันที่ผมไปมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสลับกันเดินขึ้น-ลงในพิพิธภัณฑ์อย่างอบอุ่น

น้องคนหนึ่งชื่อ "ป้อม" ทำงานอยู่พิพิธภัณฑ์ฯบอกกับเรา

"พิพิธภัณฑ์น่านมียอดผู้เข้าชมสูงสุดในภาคเหนือและติด 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ยอดนิยมในประเทศ"

จุดขายที่แข็งและสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากมาชมที่นี้อย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น

"งาช้างดำ"

งาช้างดำ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองน่านที่นักท่องเที่ยวอยากมาเห็นของจริง

งาช้างดำจัดแสดงอยู่ในตู้กระจกใสขนาดใหญ่ ลักษณะของงาดำเป็นงาปลีเปลือกสีน้ำตาลเข็ม ยาว 97 ซม. วัดโดยรอบ 47 ซม. หนักประมาณ 18 กิโลกรัม

เสียดายที่ทางพิพิธภัณฑ์ห้ามถ่ายภาพ

ทุกอย่างที่เป็นวัตถุโบราณ-พระพุทธรูปเก่าแก่-วิถีชีวิตความเป็นอยู่-สิ่งของเครื่องใช้ของคนเมืองน่านและชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ มีให้เลือกดูจนลืมเวลา

บริเวณที่จัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์เมืองน่าน มีอยู่ภาพหนึ่งที่สะกดคนดูให้นิ่งอยู่กับที่ได้นานๆ

ภาพ หม่อมเจ้าศรีพรหมา ณ น่าน ธิดาของ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ กับ แม่เจ้าศรีคำ

ภาพหม่อมเจ้าศรีพรหมา เป็นภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5

เป็นภาพที่งดงามมาก

วันที่ผมไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตรงกับงาน "สานศิลป์ ถิ่นน่าน ครั้งที่ 2"

จัดงานตรงสนามหญ้าพิพิธภัณฑ์-ภายในงานมีการออกร้านขายอาหาร-ผ้าพื้นเมือง-การแสดงวัฒนธรรมของเมืองน่าน-มีเสื่อปูกับพื้นให้นั่งกินไส้อั่วดูการแสดงตีกลองปู่จา

ตีกลองปู่จาเป็นการตีกลองเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าอะไรประมาณนี้ (คนน่านเล่าให้ฟังข้างหู)

ผมไปดูทั้งกลางวัน-กลางคืน

ชอบดูการแสดงตีกลองปู่จาที่มีทั้งพระ-เณร-ฆราวาสขึ้นไปสะบัดลีลาตีกลองอย่างไม่ออมมือ

แพ้เป็นพระ-ชนะเป็นเณร

ในบริเวณพิพิธภัณฑ์มีโบราณสถานใต้ต้นโพธิ์ชื่อ "วัดน้อย"

วัดน้อย ก่ออิฐถือปูนกว้าง 1.89 เมตร ยาว 2.34 เมตร สูง 3.35 เมตร ศิลปะแบบล้านนา สุกลช่างน่าน

เป็นวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยหรือ...อาจจะเล็กที่สุดในโลก

--------------------
Ref. http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01sun01040250&day=2007/02/04&sectionid=0120

NoOTa
11-02-2007, 12:58 AM
"วัด-น่าน-นาค" (2)

คอลัมน์ หลงรักน่าน

โดย ชาติ ภิรมย์กุล



<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/matichon/sun02110250p1.jpg
มัคคุเทศก์จิ๋วที่วัดภูมินทร์


</TD></TR></TBODY></TABLE>เหตุผลที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่านมียอดผู้เข้าชมสูงสุดในภาคเหนือน่าจะมาจากตำแหน่งที่ตั้ง

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่านตั้งอยู่ใจกลางเมือง-ไปมาสะดวก-ติดถนนใหญ่

เป็นใจกลางเมืองที่อยู่ใกล้กับแหล่งโบราณสถานสำคัญอย่าง...วัดภูมินทร์-วัดช้างค้ำวรวิหาร-วัดหัวข่วง

จากพิพิธภัณฑ์ฯเดินข้ามถนนไปวัดภูมินทร์ ห่างกันแค่ช่วงถนน

"วัดภูมินทร์" โดดเด่นอยู่บนลานกว้างๆ ประตูทางเข้าด้านหน้ามีสิงห์ปูนปั้นสีขาว 1 คู่ถัดมาเป็นบันไดนาค

นาคตัวอวบ-อ้วนหน้าตาใจดีอยู่ตรงทางเข้าอุโบสถ

ใครเข้าวัดแล้วตัวร้อนๆ ถ้ามาเห็นวัดภูมินทร์อาจจะหายตัวร้อน

เพราะวัดภูมินทร์แปลกกว่าวัดอื่นตรงที่พระอุโบสถและวิหารเป็นอาคารหลังเดียวกันทรงจตุรมุข (กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเป็นอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย)

ก่อนเข้าไปดูในอุโบสถสังเกตที่บานประตูเป็นไม้สักขนาดหนามากแกะสลักลึก 3 ชั้นลวดลายเครือเถามีทั้งดอกและผลระย้าและสัตว์หลายชนิด

ตรงกลางพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ประทับนั่งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้ง 4 ทิศ เบื้องพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน

นอกจากพระประธานจตุรทิศที่งดงามยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวล้านนาสมัยก่อนพร้อมทั้งการแต่งกายของผู้หญิง-ผู้ชาย-การติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ

ภาพปู่ม่าน-ย่าม่าน ศิลปะสกุลช่างน่านถือเป็นมรดกของเมืองน่านและเป็นภาพประวัติศาสตร์ของคนไทยในอดีตหลายร้อยปีที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ

ภาพจิตรกรรมฝาผนังสันนิษฐานว่าอายุคงราวๆ ประมาณ 200 ปี แปลกตรงที่ไม่มีการบันทึกไว้....

ใครเป็นคนเขียนภาพ

ที่แปลกไปกว่านั้น ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ทั้งเหมือนและคล้ายกับจิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองบัวตำบลป่าคา ดูแล้วเหมือนช่างคนเดียวกันรับ จ๊อบ 2 วัด

ภายในวัดภูมินทร์ มีมัคคุเทศก์รุ่นจิ๋วคอยอธิบายความเป็นมาของวัดภูมินทร์ ให้นักท่องเที่ยวหายสงสัย

มัคคุเทศก์จากโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 กับ ป.3 อายุต่ำสุดแค่ 6 ขวบ

ความสามารถพิเศษของผมตอน 6 ขวบ เท่าที่จำได้-เคยไล่จิ้งหรีดออกจากวัดอย่างไร้น้ำใจ

เวลามีน้อย-อายุก็เหลือน้อย-ไปดูวัดอื่นกันต่อ

ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเป็นวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารอายุกว่า 600 ปี

*วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร* ลักษณะเป็นเจดีย์ช้างล้อมทรงระฆัง มีช้างโผล่ออกมาครึ่งตัว

นอกจากเจดีย์ช้างล้อมสีทองสุก ยังมี *หอไตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย* อยู่ข้างวิหาร

ภายในหอไตรมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์ภูคาเป็นผู้สร้าง

ที่รู้เพราะภายในหอไตรมีมัคคุเทศก์รุ่นจิ๋วเรียนอยู่ชั้น ป.6 ชื่อ "น้องนุก" กับ "น้องตาล" เป็นผู้บรรยาย

น้องนุกเวลาเล่าประวัติของวัดเหมือนเราหยอดเหรียญลงในเครื่องเล่นคอมพิวเตอร์ตามห้างสรรพสินค้า

เครื่องคอมพ์เริ่มทำงานหน้าตามัคคุเทศก์จริงจัง-ตั้งใจมากไม่มีการเว้นวรรค-พักหายใจ

ผ่านไป 2 วัดกับ 1 พิพิธภัณฑ์

ตอนแรกตั้งใจจะไป *วัดหนองบัว* อยากไปดูภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่คล้ายกับวัดภูมินทร์

มีโปรแกรมขึ้นมาใหม่หลังจากที่ไก๊ด์จำเป็น (คนเมืองน่าน) ติดต่อโทรศัพท์กับศิลปินชื่อดัง

"โชคดีมากวันนี้ อาจารย์วินัยอยู่ เราไปหอศิลป์ริมน่านกันดีกว่า"

หอศิลป์ริมน่านก่อตั้งโดย *วินัย ปราบริปู*

บรรยากาศที่หอศิลป์ริมน่านเหมือนรีสอร์ทติดลำน้ำน่าน สวย-สงบ ด้วยธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

ใครที่อารมณ์ติสท์เข้าสิง ไปหอศิลป์ริมน่านจะจุกความสุข

ตัวหอศิลป์คล้ายๆ โบสถ์ทางยุโรป-ด้านในหอศิลป์มีสองชั้น-การจัดวางและองค์ประกอบของหอศิลป์เข้าไปแล้วมันได้อารมณ์ในการดูงานศิลปะอย่างแท้จริง

สถานที่แสดงงานศิลปะในกรุงเทพฯบางแห่งเป็นตัวลดความสวยงามของภาพเขียนอย่างน่าเสียดาย

ใครที่ชอบดูงานศิลปะถ้าเอ่ยชื่อวินัย ปราบริปู หลายคนจะนึกถึงภาพทะเล-หาดทราย-หิน-หอย-เรือประมงชาวบ้าน-ต้นไม้-ป่า-ลำธาร-ท้องฟ้า

งานเขียนของ วินัย ปราบริปู เป็นงานเหมือนจริงบวกจินตนาการ

ดูแล้วเกิดความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มใจ

ผลงานล่าสุดของวินัย ปราบริปูที่จัดแสดงเป็นงานชุด "แรงบันดาลใจจากมรดกน่าน"

เป็นภาพผู้หญิง-ผู้ชายที่อยู่ในจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์และวัดหนองบัว

วินัย ปราบริปู เขียนภาพชุดนี้ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์มรดกของเมืองน่านให้เยาวชนรุ่นหลังเห็นถึงคุณค่าความงามด้านศิลปะ

ที่เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน
--------------
Ref. http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01sun02110250&day=2007/02/11&sectionid=0120