paang
30-01-2007, 07:06 AM
http://www.agalico.com/imghost/photo/img/20ee520c8304a2b5b84d153baccdd022/30116.jpg
ปํญหาประกานหนึ่ง ที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ท่านรู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจนัก ได้แก่การเป็น พระในสังกัดคนละนิกาย เพราะในสมัยนั้น ท่านยังเป็นพระในคณะมหานิกาย ยังไม่ได้เปลี่ยน ญัตติเป็นคณะธรรมยุตติกนิกาย
เมื่อถึงวันอุโบสถ หลวงปุ่แหวน และพระมหานิกายองค์อื่นๆ ไม่สามารถร่วมทำสังฆกรรมฟัง สวดปาฎิโมกข์ได้ ต้องออกไปให้พ้นเขตที่ำกำหนด ต่อเมื่อพิธีเสร็จแล้ว บรรดาศิษย์ที่เป็นพระ มหานิกาย จึงได้รับอนุญาติ ให้เข้ามา บอกปาริสุทธิ์
ต่อจากนั้น หลวงปู่มั่น จึงแสดงธรรม อบรมอุบายการแก้จิตที่ขัดข้องเวลาภาวนา แนะนำวิธี พิจารณาหรือคำบริกรรมสำหรับผู้เข้ามาปฏิบัติใหม่ แล้วแต่เหตุการณ์
บรรดาศิษย์ มหานิกายที่ไปอบรมภาวนาอยู่กับหลวงปู่มั่นในสมัยนั้น มีอยู่หลายรูปด้วยกัน เมื่ออยู่ไปนานพอสมควร และเห็นความไม่สะดวกดังกล่าวมาแล้ว จึงไปกราบเรียนขออนุญาติ ญัตติเป็นพระธรรมยุต บางรูป หลวงปู่มั่น ท่านก็อนุญาติ และบางรูปท่านก็ไม่อนุญาต
สำหรับพระที่หลวงปุ่มั่น ไม่อนุญาติ ให้เปลี่ยนนิกายนั้น ท่านให้เหตุผลว่า " ถ้าพากันมาญัตติ เป็นพระธรรมยุติเสียหมดแล้ว ในฝ่ายมหานิกาย จะมีใครแนะนำในการปฏิบัติ มรรคผลไม่ได้ขึ้น อยู่กับนิกาย แต่มรรคผล ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดีปฎิบัติชอบ ตามธรรมวินัยทรี่พระพุทธเจ้าได้ทรง แนะนำสั่งสอนไว้แล้ว
พระองค์สอนให้ละเว้นในสิ่งที่ควรละเว้น เจริญในสิ่งที่ควรเจริญนี่แหละคือทางดำเนินไปสู่ มรรคผล นิพพาน
บรรดาศิษย์ฝ่ายมหานิกาย ที่หลวงปู่มั่น ท่านไม่อนุญาติให้ญัตตินนั้นต่อมาภายหลัง ศิษย์เหล่า นั้น ก็ได้ไปแนะนำสั่งสอนลูกศิษย์ลุกหาในสายของท่าน จนสามารถขยายวงการปฎิบัติออกไปได้ อย่างกว้างขวาง มีลูกศิษย์ลุูกหาสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ศิษย์มหานิกายรุ่นแรกได้แก่ พระอาจารย์ทองรัตน์ กนฺตสีโล วัดป่าบ้านคุ้ม ตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๙ สิริรวม อายุได้ ๖๘ ปี พรรษา ๔๒ หลวงปู่ชา สุำภทฺโท ได้กล่าวว่า " พระอาจารย์ทองรัตน์ เป็นผู้อยู่อย่าง ผ่องแผ้ว จนกระทั่งวาระสุดท้าย เมื่อท่านมรณภาพ ท่านมีสมบัติในย่าม คือ มีดโกนเพียงเล่มเดียวเท่า่นั้น"
หลวงปุ่ชา สภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก็เป็นศิษย์ มหานิกาย ที่มีชื่อเสียงอีกองค์ในรุ่นรองลงมา
และต่อมาภายหลัง เมื่อหลวงปู่มั่น ไปพำนักในภาคเหนือ ศิษย์มหานิกาย ของท่านที่มีชื่อเสียง ก็ได้แก่ หลวงปุ่คำแสน คณาลงฺกโร วัดดอนมูล (สันโค้งใหม่) อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และ หลวงปู่คำปัน สภทฺโท วัดสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น
ที่มา http://www.geocities.com/thaimedicinecm/arjanwhan.htm
ปํญหาประกานหนึ่ง ที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ท่านรู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจนัก ได้แก่การเป็น พระในสังกัดคนละนิกาย เพราะในสมัยนั้น ท่านยังเป็นพระในคณะมหานิกาย ยังไม่ได้เปลี่ยน ญัตติเป็นคณะธรรมยุตติกนิกาย
เมื่อถึงวันอุโบสถ หลวงปุ่แหวน และพระมหานิกายองค์อื่นๆ ไม่สามารถร่วมทำสังฆกรรมฟัง สวดปาฎิโมกข์ได้ ต้องออกไปให้พ้นเขตที่ำกำหนด ต่อเมื่อพิธีเสร็จแล้ว บรรดาศิษย์ที่เป็นพระ มหานิกาย จึงได้รับอนุญาติ ให้เข้ามา บอกปาริสุทธิ์
ต่อจากนั้น หลวงปู่มั่น จึงแสดงธรรม อบรมอุบายการแก้จิตที่ขัดข้องเวลาภาวนา แนะนำวิธี พิจารณาหรือคำบริกรรมสำหรับผู้เข้ามาปฏิบัติใหม่ แล้วแต่เหตุการณ์
บรรดาศิษย์ มหานิกายที่ไปอบรมภาวนาอยู่กับหลวงปู่มั่นในสมัยนั้น มีอยู่หลายรูปด้วยกัน เมื่ออยู่ไปนานพอสมควร และเห็นความไม่สะดวกดังกล่าวมาแล้ว จึงไปกราบเรียนขออนุญาติ ญัตติเป็นพระธรรมยุต บางรูป หลวงปู่มั่น ท่านก็อนุญาติ และบางรูปท่านก็ไม่อนุญาต
สำหรับพระที่หลวงปุ่มั่น ไม่อนุญาติ ให้เปลี่ยนนิกายนั้น ท่านให้เหตุผลว่า " ถ้าพากันมาญัตติ เป็นพระธรรมยุติเสียหมดแล้ว ในฝ่ายมหานิกาย จะมีใครแนะนำในการปฏิบัติ มรรคผลไม่ได้ขึ้น อยู่กับนิกาย แต่มรรคผล ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดีปฎิบัติชอบ ตามธรรมวินัยทรี่พระพุทธเจ้าได้ทรง แนะนำสั่งสอนไว้แล้ว
พระองค์สอนให้ละเว้นในสิ่งที่ควรละเว้น เจริญในสิ่งที่ควรเจริญนี่แหละคือทางดำเนินไปสู่ มรรคผล นิพพาน
บรรดาศิษย์ฝ่ายมหานิกาย ที่หลวงปู่มั่น ท่านไม่อนุญาติให้ญัตตินนั้นต่อมาภายหลัง ศิษย์เหล่า นั้น ก็ได้ไปแนะนำสั่งสอนลูกศิษย์ลุกหาในสายของท่าน จนสามารถขยายวงการปฎิบัติออกไปได้ อย่างกว้างขวาง มีลูกศิษย์ลุูกหาสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ศิษย์มหานิกายรุ่นแรกได้แก่ พระอาจารย์ทองรัตน์ กนฺตสีโล วัดป่าบ้านคุ้ม ตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๙ สิริรวม อายุได้ ๖๘ ปี พรรษา ๔๒ หลวงปู่ชา สุำภทฺโท ได้กล่าวว่า " พระอาจารย์ทองรัตน์ เป็นผู้อยู่อย่าง ผ่องแผ้ว จนกระทั่งวาระสุดท้าย เมื่อท่านมรณภาพ ท่านมีสมบัติในย่าม คือ มีดโกนเพียงเล่มเดียวเท่า่นั้น"
หลวงปุ่ชา สภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก็เป็นศิษย์ มหานิกาย ที่มีชื่อเสียงอีกองค์ในรุ่นรองลงมา
และต่อมาภายหลัง เมื่อหลวงปู่มั่น ไปพำนักในภาคเหนือ ศิษย์มหานิกาย ของท่านที่มีชื่อเสียง ก็ได้แก่ หลวงปุ่คำแสน คณาลงฺกโร วัดดอนมูล (สันโค้งใหม่) อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และ หลวงปู่คำปัน สภทฺโท วัดสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น
ที่มา http://www.geocities.com/thaimedicinecm/arjanwhan.htm