PDA

View Full Version : พบกับบาทหลวง


rinnn
26-01-2007, 10:16 AM
ในรัชกาลที่ ๔ นั้น เป็นยุคที่ชาวฝรั่งตื่นตัวเข้ามาในกรุงสยามมากที่สุด เป็นพวกพ่อค้าวานิชบ้าง เป็นนักสอนศาสนาบ้าง เป็นพวกที่ศึกษาเกี่ยวกับการล่าเมืองขึ้นบ้าง และอะไรต่อมิอะไรเป็นอันมาก เพราะยุคนี้ไม่มีนโยบายกีดกันชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศเหมือนชาติอื่น ๆ

บรรดาชาวต่างชาติที่เข้ามาสยามครั้งกระนั้น ปรากฏว่า มีพวกมิชชั่นนารี คือ พวกบาทหลวงสอนศาสนา และเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นมากกว่าพวกอื่น ที่มักจะเข้าเฝ้ารบกวนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งในด้านขอให้พระราชทานศาสนูปถัมภ์ และไต่ถามถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับลัทธิขนบธรรมเนียม และข้อสำคัญก็คือ เรื่องอันเกี่ยวกับพระบวรพุทธศาสนา และโดยเหตุที่มิชชันนารีพวกนี้สนใจในหลักธรรมของพระบวรพุทธศาสนามาก จึงครั้งหนึ่งได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบทูลไต่ถามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า

"ลัทธิหลักธรรมของพระบวรพุทธศาสนา ตลอดจนศีลที่ประชาชนและภิกษุสามเณรถือเป็นวัตรปฏิบัติ รู้สึกว่าลุ่มลึกยิ่งนัก สงสัยว่ายังจะมีผู้ใดประพฤติปฏิบัติได้โดยสมบูรณ์อยู่หรือพระพุทธเจ้าข้า?"

ครั้นฝรั่งได้ยินกระแสพระราชดำรัสว่า "มีซิ" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วก็กราบทูลอีกว่า

"ผู้ใดเล่าที่เป็นผู้ทรงคุณวิเศษสามารถประพฤติธรรมและศีลสมบูรณ์เช่นนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจะมีเกียรติรู้จักท่านผู้นั้นได้หรือไม่พระพุทธเจ้าข้า?"

เล่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีรับสั่งให้สังฆการีเข้าเฝ้า รับสั่งว่า "พระธรรมการ แกพาคณะบาทหลวงเหล่านี้ไปหาสมเด็จพระพุฒาจารย์วัดระฆังฯ" แล้วหันมาตรัสกับคณะบาทหลวงผู้สอนศาสนาว่า "ท่านจงไปกับผู้นี้ เขาจะพาท่านไปพบกับผู้ทรงคุณธรรมวิเศษของพระพุทธศาสนา" เท่านั้นแล้วก็เสด็จขึ้น

ข้างพระธรรมการตำแหน่งสังฆการี เมื่อรับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ก็นำคณะบาทหลวงไปหาท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ต) ที่วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อไปถึงก็กราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วแจ้งเนื้อความให้สมเด็จทราบตามพระบรมราชโองการทุกประการ
พอสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ทราบกระแสพระราชดำรัสเช่นนั้น ก็ทราบโดยปัญญาทันทีว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะให้ท่านเป็นผู้โต้ตอบปัญหาที่เกี่ยวแก่การปฏิบัติธรรมขั้นสูง อันเป็นส่วนพระปรมัตถ์แก่คณะบาทหลวง เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่พระบวรพุทธศาสนา กับอีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการแสดงให้รู้ว่าในประเทศสยามก็ยังมีผู้ปฏิบัติธรรมแห่งพระพุทธศาสนา นับเป็นหน่อเนื้อศากยบุตรอยู่อีกไม่น้อยเหมือนกัน

มีเรื่องเล่ากันว่า การเจรจาไต่ถามและลองภูมิได้เป็นไปอย่างถึงพริกถึงขิง เพราะบาทหลวงคณะนั้นได้ศึกษาภาษาไทย และพูดไทยได้ดี ผลของการอภิปรายถึงข้อปฏิบัติเกี่ยวกับศีล และการบำเพ็ญธรรมได้จบลงด้วยคณะบาทหลวงกล่าวคำสรรเสริญสมเด็จพระพุฒาจารย์ว่า

"พระคุณเจ้าเป็นผู้ทรงคุณธรรม วิเศษในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง" แต่แล้วก็เหน็บเอาในตอนท้ายว่า "แต่ส่วนทางโลก พระคุณเจ้าไม่รู้อะไรเลย"
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ย้อนตอบไปว่า

"อย่าว่าแต่อาตมภาพจะไม่แจ้งโลกเลย แม้แต่พวกท่านก็อยู่ในลักษณะ ไม่แจ้งโลกเหมือนกัน"
บาทหลวงคนหนึ่งแย้งว่า "คณะกระผมแจ้งซิ พระคุณเจ้า คือ แจ้งว่า โลกนี้กลมไม่ใช่แบน แล้วหามีปลาอานนท์หนุนอยู่เหมือนคนไทยเข้าใจกันไม่"