PDA

View Full Version : ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพระพุทธมนต์ :สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี


rinnn
25-01-2007, 11:48 AM
สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี
ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพระพุทธมนต์<o:p></o:p>
พระภาวนาวิสุทธิคุณ
๘ เม.ย. ๓๕
H6004<o:p></o:p>
ที่วัดอัมพวัน มีวิหารอยู่ทางทิศใต้ของโรงอุโบสถ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพระพุทธมนต์<o:p></o:p>
ผู้สร้างถวายคือ คุณเส็ง คุณผ่องศรี ใจบุญ ได้นำมาถวายวัดอัมพวันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ พร้อมกับ หลวงปู่แสง<o:p></o:p>
เมื่อนำมาถวายยังไม่วิหาร ได้อัญเชิญท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ไว้ในโรงอุโบสถ และหลวงปู่แสงประดิษฐานอยู่ที่ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน
อยู่ต่อมาประมาณ ๑ เดือน มีคนข้างวัดมาบอกว่า สมเด็จฯโต ท่านอยากมาอยู่ข้างนอก อาตมาก็รับทราบไว้<o:p></o:p>
ต่อมามีคนจากนครราชสีมาถามหาสมภารวัดอัมพวัน มาถึงก็มากราบ ถามว่า<o:p></o:p>
“ท่านเป็นสมภารใช่ไหม? สมเด็จฯโตให้มาบอกว่าท่านไม่อยากอยู่ในโบสถ์ ข้ามหัวไปข้ามหัวมา จุ้นจ้านกันมากเหลือเกิน ช่วยสร้างวิหารให้ที”<o:p></o:p>
อาตมาก็ยังไม่ยอมเชื่อ ต่อมาอาจารย์วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ฝันมาบอกว่า “ท่านสมเด็จฯ โตให้มาบอกสมภารว่าช่วยสร้างวิหารให้ที”<o:p></o:p>
ในฝันอาจารย์คนนั้นก็ถามว่า <o:p></o:p>

“ท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ทำไมไม่ไปบอกท่านเอง”<o:p></o:p>
ท่านบอก”ไม่ขลัง ต้องให้คนอื่นบอกถึงจะขลัง เพราะสมภารองค์นี้ทิฐิสูง”<o:p></o:p>
อาตมาก็มานึก มาบอกเราสามปากแล้ว อาตมาก็ไปยกมือไหว้ จุดธูปเทียนบอก เหมือนท่านจะยิ้มบอกเรา<o:p></o:p>
ปรากฏว่าสร้างเดือนเดียวกันเสร็จ พอท่านยกไปเก็บไว้ เงินไหลนองทองไหนมาใหญ่เลย<o:p></o:p>
อีกประการหนึ่ง ที่ท่านอยู่ในโบสถ์ ใครมาก็ยกมือไหว้แต่สมเด็จโต ไม่ไหว้พระประธานกันเลย โยมผ่องศรีปิดทองซะสวย ก็ยิ่งข่มพระประธานในโบสถ์อีก<o:p></o:p>
อาตมาก็ต้องปิดทองพระประธานทั้งสององค์ พอดี ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร มาบอกอีกว่า หลวงพ่อไม่มีบริวาร ต้องมีพระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตรนะ อาตมาก็อัญเชิญประดิษฐานกับพระประธานองค์เก่า และปิดทองสวยงาม<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ประวัติการสร้างสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

และหลวงปู่แสง<o:p></o:p>
โยมเส็งได้เล่าประวัติการสร้างท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ และ หลวงปู่แสงว่า<o:p></o:p>
ตอนแรกผมศรัทธาแต่หลวงปู่แสง ก่อนที่จะหล่อหลวงปู่แสง มีลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณวัดมณีชลขัณฑ์ มาปรารภว่า<o:p></o:p>
“พระอื่นเขาทำกันได้ แต่ทำไมหลวงปู่แสงไม่มีใครคิดจะทำ” พอได้รับฟัง ผมก็รับปากทันทีว่าจะหล่อ แต่คนลพบุรีไม่เคยเห็นหลวงปู่แสง เห็นพระพุทธรูปตามยอดเจดีย์ว่าเป็นหลวงพ่อแสง เพราะรูปท่านไม่ค่อยปรากฏ<o:p></o:p>
ท่านเจ้าคุณวัดมณีฯ บอกว่าที่นั่นมีที่โน่นมี ผมก็นำกล้องจะไปขอถ่ายก็ไม่มี<o:p></o:p>
อยู่มาวันหนึ่ง ป้าตึ๋งแม่ค้าส้มฟักสมพร ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรีได้มาถามผมว่า “จะไปเวียนเทียนที่พุทธมณฑลหรือเปล่า จะได้ฝากเงินไปทำบุญด้วย”<o:p></o:p>
ผมบอก “ไม่ไป ตั้งใจจะไปหารูปหลวงพ่อแสง”<o:p></o:p>
ป้าตึ๋งบอกว่า “รูปหลวงพ่อแสงนี้เห็นมีอยู่ที่บ้าน พ.ท.สมบัติ คุณวิไล ศิริวัฒน์ อยู่ใกล้กับวัดศรีสุทธาวาส น่าจะลองไปถามดู”<o:p></o:p>
ผมก็ดีใจมาก คว้ากล้องไปที่บ้าน พ.ท.สมบัติ คุณวิไล ศิริวัฒน์ ทันที เมื่อเอ่ยปากขอรูป เขาขี้ไปที่ข้างฝา ผมก็บอกขออนุญาตถ่าย จะนำไปหล่อ<o:p></o:p>
พอเอื้อมมือไปหยิบรูป ปรากฏว่า กรอบรูปร่วงกราวลงมา เหลือแต่รูปกับกระจกติดมือมาเท่านั้น<o:p></o:p>
ผมก็นึกว่า เอ๊ะ! อยู่ได้อย่างไร สงสัยเป็นปาฏิหาริย์ ท่านคงรอให้เราได้ทำพระรูปท่าน<o:p></o:p>
แล้วผมก็ไปหาท่านเจ้าคุณวัดมณีฯ บอกว่าจะหล่อ แล้วผมก็สาบานกับท่านเจ้าคุณว่า<o:p></o:p>
“ถ้าผมหากินกับหลวงพ่อแสง ขอให้ผมมีอันเป็นไป”<o:p></o:p>
และผมก็มาคิดว่า หลวงพ่อแสงกับหลวงปู่โตนี่เป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน ถึงอย่างไรเราก็จะมาหล่ออยู่ด้วยกันเถอะ ศิษย์อาจารย์จะได้อยู่ด้วยกัน<o:p></o:p>
จึงได้ไปตกลงกับลุงฮั้ว สุภาพักต์ ว่าจะสร้างวิหารและหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อแสงเป็นเนื้อนวโลหะ ๑ องค์ รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ปางถือคัมภีร์ ๑ องค์ ประดิษฐานไว้ที่พระวิหารหลวงพ่อแสงอนุสรณ์<o:p></o:p>
หลวงพ่อวัดอัมพวันบอกว่าจะปลูกวิหาร ต้องวางศิลาฤกษ์ แล้วหลวงพ่อก็ไปเขียนดวงที่วัดทองพุ่มพวง จ.สระบุรี<o:p></o:p>
ในดวงนั้นเขียนไว้ว่า “ท่านเจ้าคุณพระศีลวรคุณ (นวน) เป็นประธาน นายเส็ง-นางผ่องศรี ใจบุญ เป็นผู้ดำเนินงานพร้อมทั้งคณะกรรมการทุกคน”<o:p></o:p>
ปรากฏว่ามีคนไม่พอใจ ประท้วงจะขอร่วมครึ่งหนึ่ง จึงได้ทำหนังสือกันไว้ว่า วันวางศิลาฤกษ์จะมาวางเงิน ๓ แสน ถ้าขาดเหลือก็จะเพิ่มเติม<o:p></o:p>
เมื่อถึงเวลานั้น วันรุ่งขึ้นจะวางเงิน ตอนเย็นเขาเดินคอตามาบอกว่าไม่สามารถนำเงินมาให้ได้<o:p></o:p>
แล้วเขาก็เล่าเหตุการณ์ว่า ที่เขาจะนำเงินมาให้ ๓ แสนนี้ เขาจะขายสมเด็จพุฒาจารย์โต สมเด็จวัดระฆังที่เขามีอยู่ ตกลงไว้ ๔ แสน<o:p></o:p>
ได้วิ่งไปหาคนที่ซื้อ หวังจะไปเอาเงินเขาด้วย วิ่งอยู่ดี ๆ สร้อยคอที่แขวนไว้หลุดหาย เขาเลยใจคอไม่ดี<o:p></o:p>
ผมก็ปลอบเขา แล้วมาบอกพวกกรรมการว่า อย่าไปทวงเงินเขานะ เขาไม่มีเงินวาง เดี๋ยวเขาจะอาย เป็นอันว่าเขาไม่ได้มาทำเลย<o:p></o:p>
พอหล่อเสร็จจะอัญเชิญขึ้นวิหารไปเชิญเขา เขาก็ป่วยมาไม่ได้ พองานฉลองครั้งที่สอง เขาก็เข้าโรงพยาบาล นี่คือบารมีหลวงปู่เขาคิดจะจำหน่ายหลวงปู่แล้วมาร่วมกับเรา แต่เราหวังทำให้ท่านด้วยศรัทธา เลยมาไม่ได้<o:p></o:p>
แล้วผมก็คิดขึ้นมาเองว่า จะต้องอัญเชิญหลวงปู่โตและหลวงปูแสงอย่างละหนึ่งองค์ไปวัดอัมพวัน มันนึกอย่างไรบอกไม่ถูก<o:p></o:p>
เฮียฮั้ว สุภาพักต์ บอกว่าถ้าจะนำไปหล่อให้วัดอัมพวัน ให้ไปเอารูปที่วัดอุโลม อ.บางกะหัน จ.อยุธยา เป็นรูปหลวงปู่ที่เป็นภาพออกมาจากจอหนัง ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพุทธมนต์ มีคนเห็นกันทั้งนั้น<o:p></o:p>
ใคร ๆ ก็เรียกว่าปู่โตปาฏิหาริย์ ผมก็นำกล้องไปถ่ายภาพ แล้วนำไปให้ช่างหล่อที่กรุงเทพฯ เกิดปาฏิหาริย์อีก<o:p></o:p>
หลวงพ่อเสกทองแผ่นไป นำไปใส่ในเบ้า ปรากฏว่าตอนหล่อแผ่นทองเกิดบินขึ้นไปข้างบน สักครู่ก็บินลงมาลงเบ้าอีก ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็น ช่างหล่อบอกตกตะลึงเลย มีแบบนี้ด้วยเหรอนี่<o:p></o:p>
พอนำท่านไปไว้ที่วัดอัมพวันใหม่ ๆ หลวงพ่อบอกเรื่อยเลยว่า แขกเยอะขึ้นทุกวัน ตอนนี้เยอะสุดขีดเลย<o:p></o:p>
เมื่อตอนหล่อหลวงปู่โตและหลวงปู่แสงเสร็จใหม่ ๆ หลวงพ่อได้ไปสวดธรรมจักร ได้นำน้ำใส่ในบาตรปู่โต แล้วปักเทียนทำน้ำมนต์<o:p></o:p>
พอเสร็จพิธี เทียนไขในบาตรเป็นรูปมังกร ๑ ตัว ได้อัญเชิญไว้บนวิหาร<o:p></o:p>
ต่อมาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ได้จัดงานมหาพุทธาภิเษก รูปหล่อหลวงปู่โตและหลวงปู่แสง ที่วัดมณีชลขันฑ์<o:p></o:p>
หลวงพ่อได้นิมนต์สมเด็จพระญาณสังวร มาพุทธาภิเษก ท่านเมตตาอยู่ตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งปกติท่านจะแผ่เมตตาแค่ ๕ นาที แต่นี่ท่านแผ่ให้เป็นชั่วโมง<o:p></o:p>
ขณะพุทธาภิเษก เกิดอภินิหารฟ้าลั่นเปรี้ยงไปที่เจดีย์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าฝน ฟ้าร้อง ๓ ครั้ง ไฟในวิหารดับ ๓ ครั้ง ไฟนอกวิหารไม่ดับ ฝนตกลงมาเป็นละอองน้อย ๆ คนอยู่ในเหตุการณ์ตื่นเต้นกันมาก<o:p></o:p>
พอเสร็จพิธีมหาพุทธาภิเษก เทียนไขที่ปักทำน้ำมนต์ในบาตรหลวงปู่โต เป็นรูปมังกร ๒ ตัว<o:p></o:p>
มีร่างทรงมาทำน้ำมนต์หลวงปู่โต หยดเทียนเหมือนพระบรมสารีริกธาตุ แบบเมล็ดข้าวสาร<o:p></o:p>
เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๓๕ อาตมาได้ไปที่วัดอุโลมกับโยมเส็งเพื่อจะดูว่า ภาพหลวงปู่ออกมาจากจอหนัง มีประวัติความเป็นมาอย่างไร<o:p></o:p>
ทางวัดอุโลม ได้จัดการต้อนรับอย่างดี จากนั้นโยมฮั้ว สุภาพักต์ ได้เล่าให้ฟังว่า<o:p></o:p>
ที่วัดอุโลมกำลังสร้างโบสถ์ มีการฉายภาพยนตร์ ๗ วัน ๗ คืน หลวงพ่อ (สมเด็จพุฒาจารย์ โต) บอกว่าจะอยู่เป็นเดือนเพื่อช่วยหาเงินสร้างโบสถ์ มีคนทรงมาอยู่ด้วย<o:p></o:p>
มีอยู่วันหนึ่ง หลวงปู่ท่านลงมาทรงแต่เช้า พอหลวงปู่ลงลูกศิษย์หนีหมด ท่านเรียกผมเข้าไปนั่งข้างหน้าท่านเลย พวกลูกศิษย์กลัวท่าน<o:p></o:p>
ท่านบอกว่า “เย็นนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นที่จอหนังวุ้ย”<o:p></o:p>
เขาฉายภาพยนตร์กัน ๗ คืน พอตอนสี่โมงเย็น จออยู่เฉย ๆ ไม่มีลมพัด มีคนขายของเขาเห็นเป็นรูปเงาหลวงพ่อ (ปู่โต) นั่งพรมน้ำมนต์อย่างนี้ และเกศตรง<o:p></o:p>
เขาเห็นแล้วก็วิ่งไปบอกผม ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่จอหนัง หลวงปู่ท่านบอกไว้ก่อนแล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นที่จอหนัง ผมก็ไปดู คนอื่นเขาเห็นองค์เดียว แต่ผมเห็นสององค์ มีพระมาลัยยืนอยู่องค์หนึ่ง<o:p></o:p>
รุ่งขึ้นท่านมาทรงแล้วถามท่านว่า “อะไรเกิดขึ้นที่จอหนัง”<o:p></o:p>
ท่านตอบว่า “ขรัวโต”<o:p></o:p>
จึงถามท่านว่า “หลวงพ่อมีความประสงค์อะไร จึงเกิดที่จอหนัง”<o:p></o:p>
ท่านบอกว่าให้หล่อรูปท่านที่นี่<o:p></o:p>
ท่านว่า“ขรัวโตอยู่ไหน เงินไหลที่นั่น”<o:p></o:p>
ผมเรียกกรรมการวัดมาปรึกษามรรคทายก กรรมการวัดมาปรึกษามรรคทายก กรรมการวัดและพระทุกองค์ไม่เห็นด้วย ผมก็เลยจะหล่อเอง ไปติดต่อกรมศิลปากร สร้างพระเขาคิด ๑๗,๐๐๐ บาท พอเขาทราบว่าสร้างสมเด็จพุฒาจารย์โต เขาคิดแค่หมื่นเดียว ขอค่าขึ้นล่อง ๕๐๐ บาท<o:p></o:p>
ร่างทรงหลวงปู่บอกว่า พระอินทร์จะเททอง ผมก็มีละคร ๓ วัน ๓ คืน ท่านบอกให้ผมแต่งชุดขาว เพราะพวกเทพจะลงมาเททองกันเยอะ แล้วขึงเชือกห้ามคนเข้าไป<o:p></o:p>
พอถึงใกล้เวลาหล่อ พระชยันโต ผมก็เกิดลืมว่าพระอินทร์จะลงมา ผมมัวแต่ยุ่งทางพระ ได้ยินเสียงปู่บอกว่า<o:p></o:p>
“ฟังนะ จะให้พวกเขามาร่วมด้วย หลวงปู่คัดให้เขาออก มันไม่มีเชื้อเทพ อย่าให้มันเข้า ให้มันออกห่าง ๆ”<o:p></o:p>
พอตอนนี้พวกบ้านผมเขาบอกเห็นดอกบัวขาวลงเต็มหลังคาโรงพิธี ผมก็เหลียวมาดูที่โรงพิธี ก็เห็น<o:p></o:p>
“พระอินทร์ท่านมาเททอง มากันสององค์ ผมก็นึกว่าใครเอาตัวละครมาอยู่ในโรงพิธี ผู้หญิงนุ่งผ้าจีบแบบตัวละคร ตัวพระอินทร์แต่งตัวเหมือนพระเอกมีชฎา”<o:p></o:p>
ใครว่าพระอินทร์เขียว แต่ผมเห็นเนื้อเหลือง ผมลืมที่หลวงพ่อบอกว่า พระอินทร์จะเททอง มัวแต่ยุ่งทางพระ พอเห็นหลายรองเท้าแหลมสูงจึงนึกขึ้นได้ พระอินทร์ก็ค่อย ๆ จางหายไป<o:p></o:p>
หลวงปู่สมเด็จท่านนั่งอยู่ที่ศาลาเพียงตา ท่านสั่งให้ตั้งศาลเพียงตา แล้วปูผ้าวางหมอนขวานไว้ เขาก็เห็นกันหลายคน พอพิธีเสร็จต่างคนต่างก็วิ่งมาบอกว่าเห็นอย่างนี้<o:p></o:p>
หล่อเสร็จเขาก็นำไปกะเทาะที่กรุงเทพฯ พอกะเทาะออก ไม่มีชำรุดที่ตรงไหนเลย เขาบอกน่าจะกระเทาะที่วัดอุโลม เพราะไม่ต้องปะหรือแต่งที่ไหนเลย<o:p></o:p>
หล่อแล้วผมจะเชิญไว้ในโบสถ์ ท่านไม่ยอม ท่านว่า พอหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา เขาจะมาไหว้แต่หลวงพ่อ เวรกรรมก็มาอยู่กับหลวงพ่อ<o:p></o:p>
อาตมานึกถึงที่อาตมาได้บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ พระพุทธเจ้าหลวงได้ตรัสกับอาตมาว่า<o:p></o:p>
“พระคุณเจ้า โยมจะบอกให้ พ.ศ. ๒๕๓๐ เจ้าคุณอาจารย์ของเราจะมาอยู่ในโรงอุโบสถของท่าน”<o:p></o:p>
อาตมาถามว่า “เจ้าคุณอาจารย์ไหนล่ะ”<o:p></o:p>
ท่านตอบว่า เจ้าคุณอาจารย์ของเราคือ สมเด็จโต พรหมรังสี พระคุณเจ้าไม่น่าจะไม่รู้จัก<o:p></o:p>
อาตมาก็บอกว่า “โยม จะมาอยู่ได้ยังไง โบสถ์ก็จะพังแล้ว วัดก็โทรมแล้ว”<o:p></o:p>
ท่านตอบว่า “พระคุณเจ้า คนมีบุญเขาจะมาเอา”<o:p></o:p>
อาตมาก็จด พ.ศ. ๒๕๐๐ กับ พ.ศ. ๒๕๓๐ ห่างกันตั้ง ๓๐ ปี อาตมาก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะตอนนั้น ยังไม่ได้รู้จักกับโยมเส็งและโยมผ่องศรี<o:p></o:p>
ท่านบอกต่อไปว่า “ผู้มีบุญวาสนานั้น จะนำพระอาจารย์ของเจ้าคุณอาจารย์เรามาอยู่ที่วัดนี้ด้วย”<o:p></o:p>
อาตมาก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร มาทราบตอนหลังว่าเป็นหลวงปู่แสงนี่เอง แต่ท่านได้บอกไว้หมดว่า
“อาจารย์ของเจ้าคุณสมเด็จอ่อนกว่า แต่เจ้าประคุณสมเด็จต้องมายอมเป็นศิษย์ของหลวงปู่แสง เพราะท่านได้สำเร็จญาณสมาบัติ”<o:p></o:p>
ท่านยังบอกอีกว่า “ท่านเจ้าคุณสมเด็จที่จะมาอยู่ในโรงอุโบสถของท่าน จะแปลกกว่าที่อื่น ที่ไม่มีที่ไหน”<o:p></o:p>
พระพุทธเจ้าหลวงได้ประทับทรงเด็ก ป.๔ ที่มากับบิดาจากเพชรบูรณ์ มาหาอาตมาเพื่อให้เจิมรถ ที่อาตมายอมจดเพราะพูดสะกิดหัวใจว่า “พระคุณเจ้า เมื่อเช้าอยู่ที่ไหน เมื่อเพลอยู่ที่ไหน เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน โยมก็เช่นเดียวกัน ใครนึกถึงโยม โยมถึงบ้านนั้น ถ้าไม่นึกถึงโยม มันก็ไม่ถึง”<o:p></o:p>
อาตมายังได้คำพูดของท่านมาสอน เราอยู่บ้านติดกัน ถ้าไม่ได้เป็นญาติกัน ก็ไม่สนใจกัน อยู่ห่างไกลกัน ถ้ายังสนใจกันก็นึกถึงกัน อย่างนี้เป็นต้น<o:p></o:p>
เมื่อสมัยที่อาตมามาอยู่วัดอัมพวันใหม่ ๆ พ.ศ. ๒๔๙๙ พวกญวนพวกคริสต์มาตีอวนหน้าวัด พระไปว่า ก็ยิงไก่วัดไปแกงอีก อาตมาใช้กรรมฐานแก้ คือแผ่เมตตา
อาตมาใช้คาถาของหลวงพ่อโต ท่านเจ้าคุณธรรมกิตติที่สามารถสอนแม่นาคาพระโขนงนั่งกรรมฐานได้ คาถาของท่านคือ “เมตตา คุณณัง อะระหัง เมตตา” จำไปเลย เสือก็ยังสยบ ช้างดุอย่างไร ตกน้ำมันอย่างไร สยบหมด<o:p></o:p>
ถ้าจะขับรถให้ว่า “เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง” คาถาของสมเด็จโต ขับรถผีช่วยเลยนะ วันนี้เอาคาถาของสมเด็จโตมาเผยแผ่<o:p></o:p>
พระพุทธเจ้าหลวงทรงทำนายเกี่ยวกับวัดอัมพวัน

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐<o:p></o:p>
๑. วัดนี้จะเป็นแหล่งที่มาของข้าราชการ จะมีหอประชุมใหญ่เกิดขึ้น ใน พ.ศ. ๒๕๒๕<o:p></o:p>
๒. พ.ศ. ๒๕๓๐ เจ้าประคุณสมเด็จอาจารย์ขรัวโต จะมาประทับในโรงอุโบสถท่าน และโบสถ์ของท่านจะต้องสร้างใหม่ เป็นรูปทรงแบบใหม่<o:p></o:p>
๓. จะมีสำนักวิปัสสนากรรมฐานขึ้นมา<o:p></o:p>
๔. หลวงปู่แสงอาจารย์ของสมเด็จโต จะมา พ.ศ. ๒๕๓๐<o:p></o:p>
๕. ในเวลากาลต่อมา วัดนี้จะแปลงสภาพ ข้างหน้าจะเป็นข้างหลัง ข้างหลังจะเป็นข้างหน้า<o:p></o:p>
๖. เมตตาธรรมของวัดจะมาอีก ข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือนจะเข้าวัด<o:p></o:p>
๗. ศาลาหลังเบ้อเริ่มเกิดขึ้น ศาลาจะมี ๕ มุข<o:p></o:p>
๘. เมตตาธรรมแห่งน้ำใจจะหลั่งไหลมาอีกมากมาย มีเจ้าแม่กวนอิม ปู่โกมารภัจ พระสิวลี พระพุทธลีลา จะมีที่วัดท่าน<o:p></o:p>
๙. ผู้มีบุญวาสนาจะประสาทพรให้ (สมเด็จพระญาณสังวร)<o:p></o:p>
๑๐.พระบัณฑิตจะเข้าวัด โรงครัวจะมีการจัดระบบดีขึ้น<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
----------- จบ -----------<o:p></o:p>