guawn
17-01-2007, 11:15 PM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="100%"><TBODY><TR><TD>พระมหาธาตุเจดีย์ สงบงามบนหาดบ้านกรูด
คอลัมน์ แบกเป้
ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
</TD><TD vAlign=top align=right>
http://www.matichon.co.th/khaosod/images/picture.gif (http://www.matichon.co.th/news_relate/gallery_single.php?tag950=03tou02180150&type=kstb)</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/tou02180150p1.jpgยังอยู่ในช่วงต้นปี หันหน้าเข้าวัด ไหว้พระทำบุญ สัมผัสธรรมแห่งธรรมชาติ คงดีไม่น้อย
จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่ "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" จ.ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดไม่ใกล้ไม่ไกล ไปมาสะดวก
การเดินทางโดยรถยนต์เห็นจะสะดวกที่สุด เริ่มหลักกิโลเมตรจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปตามถนนเพชรเกษม หรือถนนพระราม 2 เข้าทางหลวงสาย 4 ผ่านเพชรบุรี ชะอำ หัวหิน เข้าสู่ประจวบคีรีขันธ์ หรือจะใช้ถนนเส้นบายพาสมุ่งหน้าสู่ชะอำออกปราณบุรีที่กม.383
จากจุดนี้ให้สังเกตปั๊มปตท.ซ้ายมือ เลยปั๊มแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางไปประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายเข้าไปถึงเชิงเขาธงชัย ต่อด้วยเส้นทางตรงเข้าสู่วัดทางสาย อันเป็นที่ตั้งของ "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" หรือที่ชาวบ้านบางสะพาน เรียกว่า "มหาเจดีย์เก้ายอด"
มหาเจดีย์แห่งนี้ สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ด้วยฝีมือของม.ร.ว.มิตรวรุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ
อาจเป็นเพราะพระมหาธาตุฯ ตั้งอยู่บนเขาติดทะเล ทำให้ภาพระยะไกลขององค์พระมหาธาตุฯ คล้ายกับปราสาทในสรวงสวรรค์ ดึงดูดให้อยากเข้าไปยลใกล้ๆ
ถึงลานจอดรถ สิ่งแรกที่สะดุดตาที่สุดคือป้ายบอกชื่อ "พระพุทธกิติสิริชัย" พระพุทธรูปซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบางสะพาน สะกดให้ต้องแวะสักการะเพื่อสิริมงคลเป็นจุดแรก
"หลวงพ่อใหญ่" คือชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกพระพุทธกิติสิริชัย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่งปางสมาธิหันพระพักตร์ออกสู่ทะเล สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานนามและประทานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในองค์พระพุทธรูป
ทางขึ้นพระมหาธาตุฯ มีระยะทางราว 100 เมตร มองด้วยสายตาอาจจะเหนื่อย แต่ถ้าออกแรงเดินไปพร้อมกับชมธรรมชาติสองข้างทางที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม สร้างความร่มรื่นเย็นสบายด้วยแล้ว เหงื่อไม่ทันซึม สองขาก็พาตัวมาถึงด้านบน อันเป็นที่ตั้งของวัด
พระมหาธาตุฯ สร้างขึ้นด้วยลักษณะทรงลังกาหลังเดียวขนาดใหญ่ ตัวองค์เจดีย์บุด้วยโมเสกทองคำ โมเสกแก้ว ลงรักปิดทอง ทั้งยังประกอบด้วยเจดีย์ประธาน 8 องค์ รายล้อมทั้ง 4 ทิศ ภายในบุษบกใต้โดมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตัวอาคารสร้างขึ้นด้วยงานสถาปัตยกรรมไทยทั้งหมด
ที่บอกว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยแบบใหม่ทั้งหมดนั้น เนื่องมาจากการนำแนวคิดรูปแบบโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ วิหารคด มารวมอยู่ในอาคารเดียวกัน ทั้งภายในตัวอาคารยังเป็นศูนย์รวมพระพุทธรูปที่มีผู้ถวายมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ
บริเวณชั้น 3 ของอาคารเป็นวิหาร ใช้สำหรับฟังธรรมและเปิดให้ประชาชนมาทอดกฐิน ทอดผ้าป่า พื้นที่ตรงกลางมีพระพุทธรูป 4 อิริยาบถ ประจำทั้ง 4 ทิศ ชั้นบนสุดเป็นอุโบสถมีพระพุทธรูปปางลีลาเป็นพระประธาน ผนังรอบอุโบสถเป็นฝีมือจิตรกรรมฝาผนังลายไทยที่งดงามมาก โดยเฉพาะผนังบริเวณหลังพระประธานเป็นภาพพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงษ์ในวันออกพรรษา ส่วนช่องหน้าต่างเป็นภาพกระจกสีในเรื่องพระมหาชนก
ออกมาสูดอากาศด้านนอกบริเวณระเบียง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด จากจุดนี้เราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบของหาดบ้านกรูดลักษณะโค้งมนคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และหาดทรายสีขาวขนานทิวมะพร้าวยาวสุดตา ให้ความรู้สึกสงบงาม
ขากลับเดินลงบันไดนาค เพลิดเพลินกับต้นลีลาวดีที่วัดปลูกไว้โดยรอบ เพิ่มความร่มรื่นและมนต์ขลัง
สุดปลายเขาราว 20 เมตร เป็นที่ตั้งของ "ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" อันเป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวเรือ ที่แห่งนี้มีประชาชนหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ บางรายมาเพื่อสักการะ บางรายมาเพื่อจุดประทัดแก้บน
ที่ตั้งของศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ เป็นบริเวณที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนักหันหน้าออกทะเล
ความงดงามแห่งพระเจดีย์ บวกกับความสงบงามแห่งชายหาดบ้านกรูด อาจมองเห็นสิ่งดีๆ ในชีวิตทั้งที่ผ่านไปและกำลังจะผ่านเข้ามา
ref.http://www.matichon.co.th/khaosod/kh...day=2007/01/18 (http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tou02180150&day=2007/01/18)<!-- / message --><!-- sig -->
คอลัมน์ แบกเป้
ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
</TD><TD vAlign=top align=right>
http://www.matichon.co.th/khaosod/images/picture.gif (http://www.matichon.co.th/news_relate/gallery_single.php?tag950=03tou02180150&type=kstb)</TD></TR></TBODY></TABLE>
http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/tou02180150p1.jpgยังอยู่ในช่วงต้นปี หันหน้าเข้าวัด ไหว้พระทำบุญ สัมผัสธรรมแห่งธรรมชาติ คงดีไม่น้อย
จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่ "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" จ.ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดไม่ใกล้ไม่ไกล ไปมาสะดวก
การเดินทางโดยรถยนต์เห็นจะสะดวกที่สุด เริ่มหลักกิโลเมตรจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปตามถนนเพชรเกษม หรือถนนพระราม 2 เข้าทางหลวงสาย 4 ผ่านเพชรบุรี ชะอำ หัวหิน เข้าสู่ประจวบคีรีขันธ์ หรือจะใช้ถนนเส้นบายพาสมุ่งหน้าสู่ชะอำออกปราณบุรีที่กม.383
จากจุดนี้ให้สังเกตปั๊มปตท.ซ้ายมือ เลยปั๊มแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางไปประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายเข้าไปถึงเชิงเขาธงชัย ต่อด้วยเส้นทางตรงเข้าสู่วัดทางสาย อันเป็นที่ตั้งของ "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" หรือที่ชาวบ้านบางสะพาน เรียกว่า "มหาเจดีย์เก้ายอด"
มหาเจดีย์แห่งนี้ สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ด้วยฝีมือของม.ร.ว.มิตรวรุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ
อาจเป็นเพราะพระมหาธาตุฯ ตั้งอยู่บนเขาติดทะเล ทำให้ภาพระยะไกลขององค์พระมหาธาตุฯ คล้ายกับปราสาทในสรวงสวรรค์ ดึงดูดให้อยากเข้าไปยลใกล้ๆ
ถึงลานจอดรถ สิ่งแรกที่สะดุดตาที่สุดคือป้ายบอกชื่อ "พระพุทธกิติสิริชัย" พระพุทธรูปซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบางสะพาน สะกดให้ต้องแวะสักการะเพื่อสิริมงคลเป็นจุดแรก
"หลวงพ่อใหญ่" คือชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกพระพุทธกิติสิริชัย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่งปางสมาธิหันพระพักตร์ออกสู่ทะเล สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานนามและประทานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในองค์พระพุทธรูป
ทางขึ้นพระมหาธาตุฯ มีระยะทางราว 100 เมตร มองด้วยสายตาอาจจะเหนื่อย แต่ถ้าออกแรงเดินไปพร้อมกับชมธรรมชาติสองข้างทางที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม สร้างความร่มรื่นเย็นสบายด้วยแล้ว เหงื่อไม่ทันซึม สองขาก็พาตัวมาถึงด้านบน อันเป็นที่ตั้งของวัด
พระมหาธาตุฯ สร้างขึ้นด้วยลักษณะทรงลังกาหลังเดียวขนาดใหญ่ ตัวองค์เจดีย์บุด้วยโมเสกทองคำ โมเสกแก้ว ลงรักปิดทอง ทั้งยังประกอบด้วยเจดีย์ประธาน 8 องค์ รายล้อมทั้ง 4 ทิศ ภายในบุษบกใต้โดมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตัวอาคารสร้างขึ้นด้วยงานสถาปัตยกรรมไทยทั้งหมด
ที่บอกว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยแบบใหม่ทั้งหมดนั้น เนื่องมาจากการนำแนวคิดรูปแบบโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ วิหารคด มารวมอยู่ในอาคารเดียวกัน ทั้งภายในตัวอาคารยังเป็นศูนย์รวมพระพุทธรูปที่มีผู้ถวายมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ
บริเวณชั้น 3 ของอาคารเป็นวิหาร ใช้สำหรับฟังธรรมและเปิดให้ประชาชนมาทอดกฐิน ทอดผ้าป่า พื้นที่ตรงกลางมีพระพุทธรูป 4 อิริยาบถ ประจำทั้ง 4 ทิศ ชั้นบนสุดเป็นอุโบสถมีพระพุทธรูปปางลีลาเป็นพระประธาน ผนังรอบอุโบสถเป็นฝีมือจิตรกรรมฝาผนังลายไทยที่งดงามมาก โดยเฉพาะผนังบริเวณหลังพระประธานเป็นภาพพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงษ์ในวันออกพรรษา ส่วนช่องหน้าต่างเป็นภาพกระจกสีในเรื่องพระมหาชนก
ออกมาสูดอากาศด้านนอกบริเวณระเบียง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด จากจุดนี้เราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบของหาดบ้านกรูดลักษณะโค้งมนคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และหาดทรายสีขาวขนานทิวมะพร้าวยาวสุดตา ให้ความรู้สึกสงบงาม
ขากลับเดินลงบันไดนาค เพลิดเพลินกับต้นลีลาวดีที่วัดปลูกไว้โดยรอบ เพิ่มความร่มรื่นและมนต์ขลัง
สุดปลายเขาราว 20 เมตร เป็นที่ตั้งของ "ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" อันเป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวเรือ ที่แห่งนี้มีประชาชนหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ บางรายมาเพื่อสักการะ บางรายมาเพื่อจุดประทัดแก้บน
ที่ตั้งของศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ เป็นบริเวณที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนักหันหน้าออกทะเล
ความงดงามแห่งพระเจดีย์ บวกกับความสงบงามแห่งชายหาดบ้านกรูด อาจมองเห็นสิ่งดีๆ ในชีวิตทั้งที่ผ่านไปและกำลังจะผ่านเข้ามา
ref.http://www.matichon.co.th/khaosod/kh...day=2007/01/18 (http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tou02180150&day=2007/01/18)<!-- / message --><!-- sig -->