PDA

View Full Version : เชิงเทียน“สัตตภัณฑ์“เครื่องสักการะบูชาล้านนาโบราณ


NoOTa
13-01-2007, 05:53 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>เชิงเทียน... “สัตตภัณฑ์“...เครื่องสักการะบูชาล้านนาโบราณ



</TD></TR><TR><TD>โดย ไพโรจน์ บุญผูก

</TD></TR></TBODY></TABLE>



“ล้านนาไทย” ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย วัดวาอารามทางภาคเหนือ ล้วนงดงามด้วยพุทธศิลป์มากมายหลายแห่งซึ่งการรังสรรค์ ศิลปะวิจิตรบรรจงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชานั้นงามเป็นเลิศจนเป็นที่ยอมรับกันว่า สิ่งที่ดีงามล้ำค่าที่สุด สวยงามที่สุดพบได้ที่วัดเท่านั้น

http://www.yingthai-mag.com/images/Yingthai/604/056-1.jpg

การบรรจงสร้างศิลปวัตถุเพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะทางพุทธศาสนามีมาแต่ครั้งพุทธกาลว่า เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร ฝูงชนจำนวนมากได้ถือดอกไม้และของหอมไปบูชาพระพุทธเจ้า จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในเวลาต่อมา
เครื่องสักการบูชาเกิดขึ้นในภายหลัง เมื่อผู้คนทั้งหลายเชื่อกันว่า หากนำสิ่งที่ดีที่สุดไปถวายเป็นพุทธบูชาย่อมจะส่งผลให้ประสบโชคดีมั่งมีในอัครทรัทย์ศฤงคาร จึงมีการจัดสร้างสิ่งสักการะบูชาอย่างดีฝีมือเยี่ยมขึ้นกันอย่างมากมาย ตราบถึงทุกวันนี้
“สัตตภัณฑ์” คือเครื่องสักการบูชาที่งดงามอย่างหนึ่งในล้านนาไทย ลักษณะของการใช้ในพิธีการบูชานั้นมุ่งหมายให้เป็นเชิงเทียนใช้เป็นที่ ตั้งเทียนสำหรับบูชาพระรัตนตรัยในพระอุโบสถหรือพระวิหาร ศาลาการเปรียญ
การประดิษฐ์สัตตภัณฑ์ แต่ละชิ้น ล้วนออกแบบลวดลายงดงามแตกต่างกันไปตามความเชื่อและศรัทธา ของแต่ละบุคคล เชิงเทียนสัตตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะสร้างด้วยไม้แก้สลักเป็นลวดลายพญานาคเกี่ยวพันรัดกันไปมา รวมทั้งการสร้างขึ้นในรูปทรงที่มีเชิงเทียนเจ็ดยอดเสียส่วนมาก สิ่งนี้แสดงถึงความเชื่อถือในระบบจักรวาลตามคตินิยมผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธที่ไม่อาจหลุดพ้นจากวิถีศาสนาพราหมณ์ได้อย่างแจ่มชัด
การสร้างสัตตภัณฑ์เป็นพุทธบูชาก่อนให้เกิดศิลปะชิ้นเอกแก่บ้านเมืองอย่างมากมาย จนประมาณค่ามิได้ สัตตภัณฑ์หลายต่อหลายชิ้นในพระอารามต่างๆ ได้กลายเป็นแบบฉบับสำหรับศึกษาศิลปวัฒนธรรมกลุ่มชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ สามารถจำแนกที่มาของสัตตภัณฑ์ได้จากการศึกษาลวดลายและโครงสร้างเชิงเทียนได้ว่ามาจากที่ใด เช่น เชียงแสน เชียงตุง หรือเชียงรุ้ง เหล่านี้เป็นต้น
http://www.yingthai-mag.com/images/Yingthai/604/056-2.jpg

สำหรับนาคนั้นมีอิทธิพลต่อความเชื่อของผู้คนล้านนามาแต่บรรพกาลว่า นาคเป็นผู้ก่อนกำเนินชาวล้านนา หรือ กลุ่มชนวัฒนธรรม 5 เชียง อันได้แก่ เชียงแสน เชียงรุ้ง เชียงทอง เชียงตุง และเชียงใหม่ ดังนั้นนาคจึงได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงดุจเทพเจ้า การนี้ทำให้นาคเข้าไปมีอิทธิพลในการสร้างสรรค์ศิลปกรรมนานาชนิดเพื่อใช้เป็นพุทธบูชา
นอกจากนี้ นาคยังเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาที่มีในพุทธประวัติว่า พญานาคปลอมกายบวชในพุทธศาสนาแต่ติดขัดตรงที่เป็นสัตว์ จึงขอให้มีส่วนร่วมด้วยการเรียกขานว่า “นาค” ก่อนบวชเป็นพระเหล่านี้ ทำให้นาคเกี่ยวข้องกับศิลปกรรมทางพุทธศาสนามากมาย แม้กระทั่งบนยอดพระอุโบสถ ยังมีพญานาคบนสันหลังคา ที่เรียกกันว่า “ช่อฟ้า” นั่นเอง
สัตตภัณฑ์ ในล้านนา ประกอบด้วย เชิงเทียน 7 ยอดเป็นส่วนมาก ซึ่งหากยึดความเชื่อของอิทธิพลศาสนาพราหมณ์แล้ว หมายถึง ภูเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง 7 ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุอันเป็นสรวงสวรรค์ที่ประทับของพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ในบรรดาเทพดาทั้งมวลโดยเรียบรายกันเป็นลำดับ ดังนี้



ยุคนธร
อิสินธร
กรวิก
เนมินทร
สุทัศนะ
วินันตกะ
อัศกัณฑ์
http://www.yingthai-mag.com/images/Yingthai/604/056-3.jpg

ความเชื่อเพื่อการบูชาโดยมุ่งหวังให้บรรลุถึงสรวงสวรรค์ในบั้นปลายได้สรรสร้างให้ สัตตภัณฑ์งดงามด้วยฝีมือที่บรรจงสร้างอย่างสุดศรัทธายิ่ง

ส่วนการจุดเทียนบูชานั้น เชื่อกันว่าเป็นการบูชาพระธรรมที่เป็นทั้งโลกกิยะ และโลกุตระ โดยมุ่งหมายให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงดุจดั่งประทีปเทียนที่บูชาบนสัตตภัณฑ์นั้น

ทางด้านพุทธศาสนานั้น สัตตภัณฑ์ได้รับการตีความว่า เป็นคติบูชา โพธิปักขิยธรรม อันเป็นธรรมะที่เป็นแนวทางแห่งการรู้ธรรม หรือ ทางเข้าสู่ความเป็นพทุธะ มี 7 ประการ คือ1.สติ ความระลึกได้

2.ธัมมวิจัย การศึกษาค้นคว้าพระธรรม

3.วิริยะ ความพากเพียร

4.ปิติ ความอิ่มใจ พอใจ

5.ปัสสัทธิ ทำใจได้

6.สมาธิ การทำจิตแน่วแน่มั่นคง

7.อุเบกขา วางเฉยในสิ่งวุ่นวายทั้งปวง

สัตตภัณฑ์ จึงเป็นศิลปวัตถุเพื่อพุทธบูชาที่งดงาม ทั้งด้านสุนทรียภาพทางกาย



http://www.yingthai-mag.com/images/Yingthai/604/056-4.jpg


หากมีโอกาสขึ้นเชียงราย ลองขอเข้าชมสัตตภัณฑ์ที่จัดแสดงไว้ ณ หอคำบริเวณไร่แม่ฟ้าหลวง ซึ่งน่าจะเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการรวบรวมสัตตภัณฑ์ฝีมือเยี่ยมในแผ่นดินไว้ ได้อย่างมากมาย จนสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาถึงความเป็นมาแห่งความงามอันอลังการที่ช่างปีมือล้านนาบรรจงสร้างไว้ในโลกหล้าให้ชาวประชาได้ชื่นชม
ขอบคุณมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงที่เป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมอนุรักษ์ สัตตภัณฑ์ไว้ก่อนที่จะถูกลำเลียงออกนอกประเทศเสียหมด หรือไม่ก็กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับร้านอาหาร จนน่าเสียดายยิ่งนัก

-----------------------------
ที่มา : นิตยสารหญิงไทย
ฉบับที่ 604 ปีที่ 25 ปักษ์แรก