guawn
08-01-2007, 05:23 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์ กับ...พลังแห่งบทสวดคาถาชินบัญชร </TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/<img src='images/6390207low.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5 width=200> http://www.palungjit.com/board/images/6390207low.jpg (http://www.palungjit.com/board/) คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์
แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของเก่ง-ชาติชาย จะถูกมองว่าเป็นคนห่ามๆ แต่อีกมุมหนึ่งเขาเป็นคนธรรมะธรรมโม โดยเขามีความศรัทธาต่อ องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) มากถึงขนาดที่ว่าทุกคืนจะต้องสวด คาถาชินบัญชร ซึ่งเป็นพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกา ทั้งนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น
"ทุกคืนก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ จากนั้นก็เริ่มสวดบทพระคาถาชินบัญชรได้เลย เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่ได้สวดคาถาชินบัญชร โดยจะสวดทุกวันพฤหัสบดี ถือเป็นวันครูให้เราระลึกนึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ของเรา" เก่ง-ชาติชายกล่าว
สำหรับผลของการสวดคาถาชินบัญชรนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า ใครจะสวดคาถาชินบัญชรแล้วต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไรคงขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละคนมากกว่า สิ่งที่ได้จากการสวดตรงนี้ก็คือ ความสงบใจจิตใจ อีกส่วนหนึ่งเราได้แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราอาจมองไม่เห็น ความเชื่อตรงนี้คิดว่าเป็นความเชื่อของแต่ละคนมากกว่า เราคงบอกให้ทุกคนมาเชื่อไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อเราเชื่อเราทำมันก็สร้างความสุข ความสบายใจให้กับตัวเรา
"แม้ว่าผมจะไม่รู้ชัดเจนว่าเจ้ากรรมนายเวรเป็นเช่นไร บางวันเราอาจมีสิ่งที่ทำไม่ดีของตัวเราที่อาจมาจากชาติที่แล้ว หรืออดีตชาติก็ตาม หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้ ผมยังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรแบบจริงจัง แต่ลึกๆ ผมเชื่อแบบนี้ เหมือนชาติที่แล้วเราขึ้นสวรรค์เราก็ไม่รู้อีกว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไร มาชาตินี้เกิดมาเราก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไรทำอะไรอยู่ ส่วนจะจริงไม่จริงเราเชื่อไว้มันก็ไม่เสียหลาย หรือนรกสวรรค์จะมีจริงไม่มีจริง ผมก็ขอทำดีไว้ก่อน" นี่เป็นความเชื่อในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรของเก่ง-ชาติชาย
นอกจากนี้เก่ง-ชาติชายยังบอกด้วยว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว คือทำสิ่งใด ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยเหตุนี้เองจึงเชื่อในเรื่องของบุญและบาปว่า เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็พยายามสะสมบุญกันไว้มากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเราเราตายจากโลกนี้ไปแล้วจะอยู่ที่ไหน แต่บุญนั่นเองที่จะติดตัวเราไป
อย่างไรก็ตามทุกวันนี้หากรู้ว่าใครทำบุญทอดกฐิน หรือทอดผ้าป่าเราจะร่วมบุญกันไปด้วย และพยายามถวายสังฆทานเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็เป็นคนอ่านหนังสือธรรมะบ้าง เช่น ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อ่านหนังสือธรรมะแล้วทำให้จิตใจเราสงบ มีสติจะคิดอะไรก็จะรอบครอบ มองอะไรก็จะกว้างขึ้น ส่วนหลักธรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ "ไม่เอาเปรียบคนอื่น รู้จักบุญคุณคน
สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า จะแขวนสลับกันไป ประกอบด้วย พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นพระที่ผู้ใหญ่ให้มาแขวนเพื่อให้เป็นมงคลกับชีวิต ส่วนองค์อื่นๆ คือ เหรียญสมเด็จพระนเรศวร เหรียญเสด็จพ่อ ร.๕ แม่พระธรณี ถ้าถามถึงจุดประสงค์ในการแขวนพระก็เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในองค์ท่านปกป้องรักษาเราไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ และชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องเฉียดตายหรือปาฏิหาริย์อะไรกับชีวิตเลย "จริงๆ ปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดกับตัวเราได้นั้น มันขึ้นอยู่กับเราครึ่งหนึ่งด้วยคือ ความไม่ประมาท ที่เหลือเป็นสิ่งที่เราต้องศรัทธาจากองค์พระที่เราแขวนด้วย ถ้าไม่ศรัทธาในองค์พระแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น ตั้งแต่ผมแสดงหนังมาไม่เคยบนอะไร แต่ถ้าขอพรก็มีบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติที่เราต้องการความสำเร็จ แต่จุดหนึ่งที่บอกไปแล้วว่า ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย" เก่ง-ชาติชาย กล่าวทิ้งท้าย
"หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้"
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง/ภาพ ทวีศักดิ์ ภักดีหุ่น
-->http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6390207low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12410.php)
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์ http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6390208low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12411.php)
แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของเก่ง-ชาติชาย จะถูกมองว่าเป็นคนห่ามๆ แต่อีกมุมหนึ่งเขาเป็นคนธรรมะธรรมโม โดยเขามีความศรัทธาต่อ องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) มากถึงขนาดที่ว่าทุกคืนจะต้องสวด คาถาชินบัญชร ซึ่งเป็นพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกา ทั้งนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น
"ทุกคืนก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ จากนั้นก็เริ่มสวดบทพระคาถาชินบัญชรได้เลย เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่ได้สวดคาถาชินบัญชร โดยจะสวดทุกวันพฤหัสบดี ถือเป็นวันครูให้เราระลึกนึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ของเรา" เก่ง-ชาติชายกล่าว
สำหรับผลของการสวดคาถาชินบัญชรนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า ใครจะสวดคาถาชินบัญชรแล้วต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไรคงขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละคนมากกว่า สิ่งที่ได้จากการสวดตรงนี้ก็คือ ความสงบใจจิตใจ อีกส่วนหนึ่งเราได้แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราอาจมองไม่เห็น ความเชื่อตรงนี้คิดว่าเป็นความเชื่อของแต่ละคนมากกว่า เราคงบอกให้ทุกคนมาเชื่อไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อเราเชื่อเราทำมันก็สร้างความสุข ความสบายใจให้กับตัวเรา http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6423156low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12412.php)
"แม้ว่าผมจะไม่รู้ชัดเจนว่าเจ้ากรรมนายเวรเป็นเช่นไร บางวันเราอาจมีสิ่งที่ทำไม่ดีของตัวเราที่อาจมาจากชาติที่แล้ว หรืออดีตชาติก็ตาม หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้ ผมยังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรแบบจริงจัง แต่ลึกๆ ผมเชื่อแบบนี้ เหมือนชาติที่แล้วเราขึ้นสวรรค์เราก็ไม่รู้อีกว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไร มาชาตินี้เกิดมาเราก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไรทำอะไรอยู่ ส่วนจะจริงไม่จริงเราเชื่อไว้มันก็ไม่เสียหลาย หรือนรกสวรรค์จะมีจริงไม่มีจริง ผมก็ขอทำดีไว้ก่อน" นี่เป็นความเชื่อในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรของเก่ง-ชาติชาย
นอกจากนี้เก่ง-ชาติชายยังบอกด้วยว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว คือทำสิ่งใด ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยเหตุนี้เองจึงเชื่อในเรื่องของบุญและบาปว่า เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็พยายามสะสมบุญกันไว้มากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเราเราตายจากโลกนี้ไปแล้วจะอยู่ที่ไหน แต่บุญนั่นเองที่จะติดตัวเราไป
อย่างไรก็ตามทุกวันนี้หากรู้ว่าใครทำบุญทอดกฐิน หรือทอดผ้าป่าเราจะร่วมบุญกันไปด้วย และพยายามถวายสังฆทานเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็เป็นคนอ่านหนังสือธรรมะบ้าง เช่น ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อ่านหนังสือธรรมะแล้วทำให้จิตใจเราสงบ มีสติจะคิดอะไรก็จะรอบครอบ มองอะไรก็จะกว้างขึ้น ส่วนหลักธรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ "ไม่เอาเปรียบคนอื่น รู้จักบุญคุณคน
สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า จะแขวนสลับกันไป ประกอบด้วย พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นพระที่ผู้ใหญ่ให้มาแขวนเพื่อให้เป็นมงคลกับชีวิต ส่วนองค์อื่นๆ คือ เหรียญสมเด็จพระนเรศวร เหรียญเสด็จพ่อ ร.๕ แม่พระธรณี ถ้าถามถึงจุดประสงค์ในการแขวนพระก็เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในองค์ท่านปกป้องรักษาเราไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ และชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องเฉียดตายหรือปาฏิหาริย์อะไรกับชีวิตเลย
"จริงๆ ปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดกับตัวเราได้นั้น มันขึ้นอยู่กับเราครึ่งหนึ่งด้วยคือ ความไม่ประมาท ที่เหลือเป็นสิ่งที่เราต้องศรัทธาจากองค์พระที่เราแขวนด้วย ถ้าไม่ศรัทธาในองค์พระแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น ตั้งแต่ผมแสดงหนังมาไม่เคยบนอะไร แต่ถ้าขอพรก็มีบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติที่เราต้องการความสำเร็จ แต่จุดหนึ่งที่บอกไปแล้วว่า ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย" เก่ง-ชาติชาย กล่าวทิ้งท้าย "หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้"
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ref.http://www.komchadluek.net/2007/01/08/j001_80454.php?news_id=80454
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์
แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของเก่ง-ชาติชาย จะถูกมองว่าเป็นคนห่ามๆ แต่อีกมุมหนึ่งเขาเป็นคนธรรมะธรรมโม โดยเขามีความศรัทธาต่อ องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) มากถึงขนาดที่ว่าทุกคืนจะต้องสวด คาถาชินบัญชร ซึ่งเป็นพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกา ทั้งนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น
"ทุกคืนก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ จากนั้นก็เริ่มสวดบทพระคาถาชินบัญชรได้เลย เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่ได้สวดคาถาชินบัญชร โดยจะสวดทุกวันพฤหัสบดี ถือเป็นวันครูให้เราระลึกนึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ของเรา" เก่ง-ชาติชายกล่าว
สำหรับผลของการสวดคาถาชินบัญชรนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า ใครจะสวดคาถาชินบัญชรแล้วต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไรคงขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละคนมากกว่า สิ่งที่ได้จากการสวดตรงนี้ก็คือ ความสงบใจจิตใจ อีกส่วนหนึ่งเราได้แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราอาจมองไม่เห็น ความเชื่อตรงนี้คิดว่าเป็นความเชื่อของแต่ละคนมากกว่า เราคงบอกให้ทุกคนมาเชื่อไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อเราเชื่อเราทำมันก็สร้างความสุข ความสบายใจให้กับตัวเรา
"แม้ว่าผมจะไม่รู้ชัดเจนว่าเจ้ากรรมนายเวรเป็นเช่นไร บางวันเราอาจมีสิ่งที่ทำไม่ดีของตัวเราที่อาจมาจากชาติที่แล้ว หรืออดีตชาติก็ตาม หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้ ผมยังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรแบบจริงจัง แต่ลึกๆ ผมเชื่อแบบนี้ เหมือนชาติที่แล้วเราขึ้นสวรรค์เราก็ไม่รู้อีกว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไร มาชาตินี้เกิดมาเราก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไรทำอะไรอยู่ ส่วนจะจริงไม่จริงเราเชื่อไว้มันก็ไม่เสียหลาย หรือนรกสวรรค์จะมีจริงไม่มีจริง ผมก็ขอทำดีไว้ก่อน" นี่เป็นความเชื่อในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรของเก่ง-ชาติชาย
นอกจากนี้เก่ง-ชาติชายยังบอกด้วยว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว คือทำสิ่งใด ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยเหตุนี้เองจึงเชื่อในเรื่องของบุญและบาปว่า เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็พยายามสะสมบุญกันไว้มากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเราเราตายจากโลกนี้ไปแล้วจะอยู่ที่ไหน แต่บุญนั่นเองที่จะติดตัวเราไป
อย่างไรก็ตามทุกวันนี้หากรู้ว่าใครทำบุญทอดกฐิน หรือทอดผ้าป่าเราจะร่วมบุญกันไปด้วย และพยายามถวายสังฆทานเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็เป็นคนอ่านหนังสือธรรมะบ้าง เช่น ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อ่านหนังสือธรรมะแล้วทำให้จิตใจเราสงบ มีสติจะคิดอะไรก็จะรอบครอบ มองอะไรก็จะกว้างขึ้น ส่วนหลักธรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ "ไม่เอาเปรียบคนอื่น รู้จักบุญคุณคน
สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า จะแขวนสลับกันไป ประกอบด้วย พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นพระที่ผู้ใหญ่ให้มาแขวนเพื่อให้เป็นมงคลกับชีวิต ส่วนองค์อื่นๆ คือ เหรียญสมเด็จพระนเรศวร เหรียญเสด็จพ่อ ร.๕ แม่พระธรณี ถ้าถามถึงจุดประสงค์ในการแขวนพระก็เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในองค์ท่านปกป้องรักษาเราไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ และชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องเฉียดตายหรือปาฏิหาริย์อะไรกับชีวิตเลย "จริงๆ ปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดกับตัวเราได้นั้น มันขึ้นอยู่กับเราครึ่งหนึ่งด้วยคือ ความไม่ประมาท ที่เหลือเป็นสิ่งที่เราต้องศรัทธาจากองค์พระที่เราแขวนด้วย ถ้าไม่ศรัทธาในองค์พระแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น ตั้งแต่ผมแสดงหนังมาไม่เคยบนอะไร แต่ถ้าขอพรก็มีบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติที่เราต้องการความสำเร็จ แต่จุดหนึ่งที่บอกไปแล้วว่า ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย" เก่ง-ชาติชาย กล่าวทิ้งท้าย
"หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้"
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง/ภาพ ทวีศักดิ์ ภักดีหุ่น
-->http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6390207low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12410.php)
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์
คำพูดของนักเลงที่มีฉายาว่า ดำเอสโซ่ ในภาพยนตร์เรื่อง "๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง" หลังจากที่หลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้ มักจะนำคำพูดของดำเอสโซ่มาใช้กันอย่างติดปาก และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตก ทำรายได้อย่างมหาศาล ด้วยใบหน้าที่ไทยแท้คมเข้ม บวกกับบุคลิกที่เคร่งครึมของดำเอสโซ่ จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ของคนส่วนใหญ่ ชื่อจริงของเขาคือ "เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์" จากนั้นเขาก็ยังมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟ้าทะลายโจร มหาอุตม์ http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6390208low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12411.php)
แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกของเก่ง-ชาติชาย จะถูกมองว่าเป็นคนห่ามๆ แต่อีกมุมหนึ่งเขาเป็นคนธรรมะธรรมโม โดยเขามีความศรัทธาต่อ องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) มากถึงขนาดที่ว่าทุกคืนจะต้องสวด คาถาชินบัญชร ซึ่งเป็นพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกา ทั้งนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น
"ทุกคืนก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ จากนั้นก็เริ่มสวดบทพระคาถาชินบัญชรได้เลย เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่ได้สวดคาถาชินบัญชร โดยจะสวดทุกวันพฤหัสบดี ถือเป็นวันครูให้เราระลึกนึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ของเรา" เก่ง-ชาติชายกล่าว
สำหรับผลของการสวดคาถาชินบัญชรนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า ใครจะสวดคาถาชินบัญชรแล้วต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไรคงขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละคนมากกว่า สิ่งที่ได้จากการสวดตรงนี้ก็คือ ความสงบใจจิตใจ อีกส่วนหนึ่งเราได้แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราอาจมองไม่เห็น ความเชื่อตรงนี้คิดว่าเป็นความเชื่อของแต่ละคนมากกว่า เราคงบอกให้ทุกคนมาเชื่อไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อเราเชื่อเราทำมันก็สร้างความสุข ความสบายใจให้กับตัวเรา http://www.komchadluek.net/2007/01/08/images/6423156low.jpg (http://www.komchadluek.net/2007/01/08/photo_12412.php)
"แม้ว่าผมจะไม่รู้ชัดเจนว่าเจ้ากรรมนายเวรเป็นเช่นไร บางวันเราอาจมีสิ่งที่ทำไม่ดีของตัวเราที่อาจมาจากชาติที่แล้ว หรืออดีตชาติก็ตาม หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้ ผมยังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรแบบจริงจัง แต่ลึกๆ ผมเชื่อแบบนี้ เหมือนชาติที่แล้วเราขึ้นสวรรค์เราก็ไม่รู้อีกว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไร มาชาตินี้เกิดมาเราก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเราเป็นอะไรทำอะไรอยู่ ส่วนจะจริงไม่จริงเราเชื่อไว้มันก็ไม่เสียหลาย หรือนรกสวรรค์จะมีจริงไม่มีจริง ผมก็ขอทำดีไว้ก่อน" นี่เป็นความเชื่อในเรื่องเจ้ากรรมนายเวรของเก่ง-ชาติชาย
นอกจากนี้เก่ง-ชาติชายยังบอกด้วยว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว คือทำสิ่งใด ได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยเหตุนี้เองจึงเชื่อในเรื่องของบุญและบาปว่า เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็พยายามสะสมบุญกันไว้มากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเราเราตายจากโลกนี้ไปแล้วจะอยู่ที่ไหน แต่บุญนั่นเองที่จะติดตัวเราไป
อย่างไรก็ตามทุกวันนี้หากรู้ว่าใครทำบุญทอดกฐิน หรือทอดผ้าป่าเราจะร่วมบุญกันไปด้วย และพยายามถวายสังฆทานเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็เป็นคนอ่านหนังสือธรรมะบ้าง เช่น ของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อ่านหนังสือธรรมะแล้วทำให้จิตใจเราสงบ มีสติจะคิดอะไรก็จะรอบครอบ มองอะไรก็จะกว้างขึ้น ส่วนหลักธรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ "ไม่เอาเปรียบคนอื่น รู้จักบุญคุณคน
สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวนั้น เก่ง-ชาติชาย บอกว่า จะแขวนสลับกันไป ประกอบด้วย พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นพระที่ผู้ใหญ่ให้มาแขวนเพื่อให้เป็นมงคลกับชีวิต ส่วนองค์อื่นๆ คือ เหรียญสมเด็จพระนเรศวร เหรียญเสด็จพ่อ ร.๕ แม่พระธรณี ถ้าถามถึงจุดประสงค์ในการแขวนพระก็เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในองค์ท่านปกป้องรักษาเราไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ และชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องเฉียดตายหรือปาฏิหาริย์อะไรกับชีวิตเลย
"จริงๆ ปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดกับตัวเราได้นั้น มันขึ้นอยู่กับเราครึ่งหนึ่งด้วยคือ ความไม่ประมาท ที่เหลือเป็นสิ่งที่เราต้องศรัทธาจากองค์พระที่เราแขวนด้วย ถ้าไม่ศรัทธาในองค์พระแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น ตั้งแต่ผมแสดงหนังมาไม่เคยบนอะไร แต่ถ้าขอพรก็มีบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติที่เราต้องการความสำเร็จ แต่จุดหนึ่งที่บอกไปแล้วว่า ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย" เก่ง-ชาติชาย กล่าวทิ้งท้าย "หากเราได้แผ่เมตตาไปแล้วมันก็อาจจะช่วยลดกรรมที่หนักเป็นเบาได้"
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ref.http://www.komchadluek.net/2007/01/08/j001_80454.php?news_id=80454