บัวน้อยในตม
10-10-2004, 08:51 PM
1) คาถาธรรมบท ปัณทิตวรรคที่ ๖
เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๑๗
บุคคลพึงเห็นบุคคลใดผู้มักชี้โทษ เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์ มักกล่าวข่มขี่ มีปั__า พึงคบบุคคลผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น มีแต่คุณที่ประเสริฐ โทษที่ลามกย่อมไม่มี
บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอน และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ
ก็บุคคลนั้นย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ
บุคคลไม่ควรคบมิตรเลวทราม ไม่ควรคบบุรุษอาธรรม์ ควรคบมิตรดี ควรคบบุรุษสูงสุด
บุคคลผู้อิ่มเอิบในธรรม มีใจผ่องใสแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข
บัณฑิตย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้วทุกเมื่อ
ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป พวกช่างศรย่อมดัดลูกศร พวกช่างถากย่อมถากไม้
บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกฝนตน
ภูเขาหินล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด
บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริ_ ฉันนั้น
ห้วงน้ำลึก ใสไม่ขุ่นมัว แม้ฉันใด
บัณฑิตทั้งหลายฟังธรรมแล้ว ย่อมผ่องใส ฉันนั้น
สัตบุรุษทั้งหลายย่อมเว้นในธรรมทั้งปวงโดยแท้ สัตบุรุษทั้งหลายหาใคร่กามบ่นไม่
บัณฑิตทั้งหลายผู้อันสุขหรือทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่แสดงอาการสูง ๆ ต่ำ ๆ
บัณฑิตย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งตน
ไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งผู้อื่น
ไม่พึงปรารถนาบุตร
ไม่พึงปรารถนาทรัพย์
ไม่พึงปรารถนาแว่นแคว้น
ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตนโดยไม่ชอบธรรม
บัณฑิตนั้นพึงเป็นผู้มีศีล มีปั__า ประกอบด้วยธรรมในหมู่มนุษย์
ชนผู้ที่ถึงฝั่งมีน้อย ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ย่อมเลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น
ก็ชนเหล่าใดแล ประพฤติตามธรรมในธรรมอันพระสุคตเจ้า ตรัสแล้วโดยชอบ
ชนเหล่านั้นข้ามบ่วงมารที่ข้ามได้โดยยากแล้ว จักถึงฝั่ง
บัณฑิตออกจากอาลัยแล้ว อาศัยความไม่มีอาลัย
ละธรรมดำแล้วพึงเจริ_ธรรมขาว
บัณฑิตพึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวกที่ยินดีได้โดยยาก
ละกามทั้งหลายแล้ว ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล
พึงชำระตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต
ชนเหล่าใดอบรมจิตด้วยดีโดยชอบ ในองค์แห่งธรรมสามัคคี เป็นเครื่องตรัสรู้
ชนเหล่าใดไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในการสละคืนความถือมั่น
ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว มีความรุ่งเรืองปรินิพพานแล้วในโลก ฯ
จบปัณฑิตวรรคที่ ๖
จาก http://www.tipitaka.com/bundit.htm
เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๑๗
บุคคลพึงเห็นบุคคลใดผู้มักชี้โทษ เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์ มักกล่าวข่มขี่ มีปั__า พึงคบบุคคลผู้เป็นบัณฑิตเช่นนั้น เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น มีแต่คุณที่ประเสริฐ โทษที่ลามกย่อมไม่มี
บุคคลพึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอน และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ
ก็บุคคลนั้นย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย แต่ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ
บุคคลไม่ควรคบมิตรเลวทราม ไม่ควรคบบุรุษอาธรรม์ ควรคบมิตรดี ควรคบบุรุษสูงสุด
บุคคลผู้อิ่มเอิบในธรรม มีใจผ่องใสแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข
บัณฑิตย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้วทุกเมื่อ
ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป พวกช่างศรย่อมดัดลูกศร พวกช่างถากย่อมถากไม้
บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกฝนตน
ภูเขาหินล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลมฉันใด
บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริ_ ฉันนั้น
ห้วงน้ำลึก ใสไม่ขุ่นมัว แม้ฉันใด
บัณฑิตทั้งหลายฟังธรรมแล้ว ย่อมผ่องใส ฉันนั้น
สัตบุรุษทั้งหลายย่อมเว้นในธรรมทั้งปวงโดยแท้ สัตบุรุษทั้งหลายหาใคร่กามบ่นไม่
บัณฑิตทั้งหลายผู้อันสุขหรือทุกข์ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่แสดงอาการสูง ๆ ต่ำ ๆ
บัณฑิตย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งตน
ไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งผู้อื่น
ไม่พึงปรารถนาบุตร
ไม่พึงปรารถนาทรัพย์
ไม่พึงปรารถนาแว่นแคว้น
ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตนโดยไม่ชอบธรรม
บัณฑิตนั้นพึงเป็นผู้มีศีล มีปั__า ประกอบด้วยธรรมในหมู่มนุษย์
ชนผู้ที่ถึงฝั่งมีน้อย ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ย่อมเลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น
ก็ชนเหล่าใดแล ประพฤติตามธรรมในธรรมอันพระสุคตเจ้า ตรัสแล้วโดยชอบ
ชนเหล่านั้นข้ามบ่วงมารที่ข้ามได้โดยยากแล้ว จักถึงฝั่ง
บัณฑิตออกจากอาลัยแล้ว อาศัยความไม่มีอาลัย
ละธรรมดำแล้วพึงเจริ_ธรรมขาว
บัณฑิตพึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวกที่ยินดีได้โดยยาก
ละกามทั้งหลายแล้ว ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล
พึงชำระตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต
ชนเหล่าใดอบรมจิตด้วยดีโดยชอบ ในองค์แห่งธรรมสามัคคี เป็นเครื่องตรัสรู้
ชนเหล่าใดไม่ถือมั่น ยินดีแล้วในการสละคืนความถือมั่น
ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว มีความรุ่งเรืองปรินิพพานแล้วในโลก ฯ
จบปัณฑิตวรรคที่ ๖
จาก http://www.tipitaka.com/bundit.htm