PDA

View Full Version : บาดแผลลึกในกระทรวงทรัพยากรฯ


NoOTa
30-12-2006, 11:38 PM
บาดแผลลึกในกระทรวงทรัพยากรฯ

โดย ชุติมา นุ่นมัน aae_ok@yahoo.com



http://www.matichon.co.th/newsphoto/matichon/lif01311249p1.jpg

เป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนที่อ่อนแอ ไม่ออกกำลังกายเลยไม่หายสักที พอกับคนที่ถูกทำร้ายร่างกายซ้ำซาก ทั้งบาดแผลใหม่บาดแผลเก่า กัดกร่อนเรือนร่าง รอวันสิ้นลมอย่างทุกข์ทรมาน เหมือนหลายองค์กรในภาครัฐ ที่ถูกปู้ยี่ปู้ยำจากผู้หวังแต่ประโยชน์แก่ตนอย่างเห็นแก่ตัว ประเทศชาติเกิดบาดแผลเหวอะหวะ ต้องมาเยียวยากันกระทั่งวันนี้

ปี 2549 ถือเป็นปีที่ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศถูกทำร้ายอย่างหนัก เข้าขั้นโคม่า ยืนยันได้จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เป็นข่าว รวมกับความใส่ใจของภาครัฐที่เข้าไปจัดการ

ด้านทรัพยากรสัตว์ เราปล่อยให้ปลาสวยงาม และปะการังในท้องทะเลถูกขโมยขึ้นมาไว้ตามตู้ปลาขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง ที่มีอยู่ทั่วประเทศ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แต่มองตาปริบๆ จัดการอะไรได้ไปมากกว่าการแก้ปัญหาตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ให้ผ่านไปวันๆ

สัตว์ป่า ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติอย่างช้าง ถูกผู้มีอำนาจและรู้ช่องว่างกฎหมาย ส่งไปอยู่เมืองนอก โดยหว่านเหตุผลนานาประการเกี่ยวกับความชอบธรรมและความสะดวกสบายของสัตว์ว่าได้อยู่ในที่สบายกว่าประเทศไทย ขณะที่สัตว์ป่าอื่นๆ ยังมีการลักลอบ ล่าฆ่า และส่งผ่านกัน มีข่าวให้เห็นสม่ำเสมอทั้งปี

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ….ฉบับล่าสุด ที่กรมอุทยานแห่งชาติ ให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชร่างขึ้นมานั้น ก็เต็มไปด้วยคำถามจากหลายฝ่ายว่า ร่างขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ หรือเพื่อเอื้อประโยชน์สำหรับผู้ค้าสัตว์กันแน่

เพราะหลายหมวดหลายหมู่ อ่านแล้ว มีกลิ่นพิกล เช่น การเอื้อให้เอกชนตั้งสวนสัตว์สาธารณะได้ โดยเสียค่าธรรมเนียมเพียง 10,000 บาท เจ้าของสวนสัตว์สาธารณะ สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยน และส่งต่อ ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์หายากได้

รับรู้เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างนี้ ไม่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

บาดแผลจากการตัดไม้ทำลายป่า ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะเป็นนายทุน พ่อค้าไม้ แต่ยุคนี้หน่วยงานของรัฐกันเองกลับเป็นคนทำเรื่องนี้เอง ตัดไม้สร้างถนน เกิดขึ้นเกลื่อนประเทศ ทั้ง เหนือ ใต้ กลาง อีสาน ทั้งอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

แม้กระทั่งในพื้นที่มรดกโลกอย่างเขาใหญ่ ยังไม่ถูกยกเว้น

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้แต่ตั้งรับ เพิ่งมารู้สึกตัว และตั้งท่าสู้เอาเมื่อเขาตัดต้นไม้ไปเกือบโกร๋นแล้ว

ป่าไม้ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวน ถูกลักลอบตัด โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายได้ มีข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวตั้งข้อสงสัยว่า กรณีแบบนี้ มีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือเปล่า ถึงได้เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่รู้ ไม่เห็นกันได้ขนาดนี้

หรือว่าเป็นเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ระหว่างที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯยังไม่มีความชัดเจนว่า จะยุบ หรือจะรวม รัฐมนตรีคนก่อนบอกว่า รวมดีแล้ว รัฐมนตรีคนต่อมาบอกว่า ยุบดีกว่า รัฐมนตรีคนล่าสุดบอกว่า เหมือนเดิม คือ ไม่ต้องรวม ไม่ต้องยุบอยู่เหมือนเดิม เพื่อตรวจสอบกันและกันดีที่สุด ระหว่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะเอาไง ยุบ หรือว่ารวม ยังมีผลประโยชน์เรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน ยุบแล้วต้องมีตำแหน่งนั้น รวมแล้วต้องเพิ่มตำแหน่งนี้ ใครจ้องจะอยู่ตำแหน่งไหน ก็วิ่งกันจนไม่มีเวลาทำงาน ปล่อยให้ผู้ไม่หวังดีต่อทรัพยากร ออกอาละวาดวุ่นวายและสร้างความเสียหายเต็มป่าไปหมด

อีกบาดแผลที่เรื้อรัง ประหนึ่งว่า พิษร้ายของเชื้อโรคจะซึมซาบเข้ากระดูกดำของเจ้าของร่างกายไปเสียแล้ว คือ ปัญหาการทุจริตโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ กรมควบคุมมลพิษ ผู้เป็นเจ้าของเรื่องและในฐานะผู้เสียหาย ปวดเศียรเวียนเกล้ามาหลายอธิบดีแล้ว ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดเพื่อมาลงโทษขั้นเด็ดขาด ล่าสุด ที่นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ไปเปลี่ยนตัวทนายความที่ทำคดีเรื่องนี้มากว่า 5 ปี ยังไม่ทันจะมีคำชี้แจงอะไรออกมา นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา สั่งย้ายนางมณทิพย์ไปอยู่ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสียก่อน แต่จนบัดนี้ นายเกษมเคยบอกว่า จะจัดการคลี่คลายเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายแต่อย่างใด

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ปวารณาตัวเองว่า จะเป็นแกนนำเรื่องการวางตัวตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่ผ่านมาก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมในการใช้จ่ายงบประมาณเสมอ แม้จะไม่ใช่เรื่องการทุจริต แต่เรื่องความเหมาะสมในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ว่าเหมาะสม คุ้มค่า สมกับคำว่า ความเป็นอยู่อย่างพอเพียงนั้น ยังคาใจหลายคน

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยประกาศตนมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วว่า จะสังคายนา กฎเกณฑ์ การทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ เพื่อรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ายิ่ง และเหลืออยู่น้อยเต็มทีในประเทศนี้ จากการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อย่างจริงจังเสียที เพราะที่ผ่านมา มีอีไอเอ เหมือนยิ่งเป็นเครื่องมือการันตีให้โครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย สร้างได้ด้วยความชอบธรรมยิ่งขึ้น แต่จนป่านนี้ยังไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าเลย

กองทุนสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนภาครัฐ ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งเอกชน ในการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย อากาศเสีย ระบบกำจัดของเสียหรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อควบคุมบำบัด หรือขจัดมลพิษ และให้การสนับสนุนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่จดทะเบียนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วยภายใต้กระบวนการความร่วมมือของประชาชนและชุมชน ปรากฏว่า ในรอบประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการสนับสนุนเงินทุนให้ใครหน่วยงานไหนเลย เพราะตั้งกฎกติกาหยุมหยิม ขณะเดียวกัน เมื่อกลางปีที่ผ่านมาให้เงินกับองค์การบริหารท้องถิ่นแถวภาคเหนือ ให้เอาไปทำความสะอาดพื้นที่โคลนถล่ม จนท่อนซุงทลายลงมาจากภูเขา เปลือกไม้จากท่อนซุงกระจายเต็มอ่างเก็บน้ำ การอนุมัติเงินดังกล่าว ทำท่ามกลางคำถามว่าอยู่ภายใต้อำนาจการสั่งการของนักการเมืองที่มีอำนาจในช่วงเวลานั้นหรือไม่

ทุกวันนี้ผู้เกี่ยวข้องบอกว่า จะพยายามแก้ไขกติกาในการขอเงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ก็ได้แต่หวังว่าจะทำได้สำเร็จในเร็ววัน ใครจะได้รับอนุเคราะห์ให้กู้เงินจากกองทุนดังกล่าวนี้เป็นรายที่ 2 ในรอบ 3 ปี มติชน จะรายงานให้ทราบทันที

กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียว ที่อธิบดี คือ นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ ที่ไม่ถูกย้ายเหมือนกรมอื่นๆ ไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่การทำงานของกรมทรัพยากรน้ำปีที่ผ่านมา ก็ไม่เข้าตามากนัก เพราะเมื่อเกิดภาวะน้ำแล้ง ยังคงแก้ปัญหาโดยการแจกน้ำกันอยู่หลายพื้นที่ ครั้นน้ำท่วม ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้มากนัก ตอนนายเกษมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ๆ ถึงกับเปรยว่า รู้มาว่า คณะกรรมการลุ่มน้ำมัวแต่ทะเลาะกันเองงานเลยยังไม่คืบ

ผลงานล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ที่กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ คือ ถูกชาวบ้าน ที่ จ.ปราจีนบุรี และลุ่มน้ำบางปะกง ร้องเรียนเรื่องน้ำในคลองสารภีเน่า หลังจากเปิดประตูน้ำ ปลาเล็กปลาน้อย ปลาใหญ่ รวมทั้งปลากระเบนยักษ์หายาก ลอยคอตายเกือบทั้งคลอง เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นติดต่อกันแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี ชาวบ้านร้องเรียน ทั้งกรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรน้ำ แต่ไม่เคยมีผลใดๆ เกิดขึ้น

กรมทรัพยากรน้ำบาดาล หน่วยงานนี้หลายคนลืมไปเลยว่ามีอยู่ในกระทรวงทรัพยากรฯ เพราะตั้งแต่แยกตัวมาจาก กรมทรัพยากรธรณี นอกจากขุดบ่อบาดาล เป่าท่อ ล้างท่อบาดาล ก็ไม่มีกิจกรรมอื่นใดอีก หรือมีก็ไม่มีใครรู้ เพราะทำตัวเงียบเชียบอยู่แต่ในมุมของตัวเอง

รัฐบาลขิงแก่ มีเวลาทำงานนับจากนี้อีกปีเศษ รัฐมนตรีเจ้าคุณปู่ หนวดกระดิก เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ที่ขึ้นชื่อว่า ไร้มลทินมากที่สุดนับแต่ตั้งกระทรวงนี้ขึ้นมา คงต้องเหนื่อยอีกพักใหญ่ กว่าจะเยียวยารักษาบาดแผลในหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้

ครั้นบาดแผลหายแล้ว ยังคงต้องกินยาบำรุงให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมจะเดินหน้าทำงานเต็มรูปแบบอีก

ปีหน้าเราจะมาดูกันอีกทีว่า บาดแผลที่ว่านี้ ทุเลา หรือว่า รุนแรงเพิ่มมากขึ้น

---------------------------------------
ที่มา:มติชน
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01lif01311249&day=2006/12/31

kananun
31-12-2006, 07:12 AM
ตราบเท่าที่เราให้ความสำคัญกับความมั่งคั่ง ตามระบบทุนนิยม อันเป็นต้นเหตุแห่งความวิบติทั้งปวงในโลก โดยไม่สนใจผลกระทบทางด้านต่างๆรวมทั้งสิ่งแวดล้อม

ได้เวลาหรือยังที่เราจะหันมองกลับมาสู่ การนำความสุขในทุกด้านมาเป็นเป้าหมายและดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการพัฒนา