View Full Version : งานของกลุ่ม "พลังจิต พิชิตภัยพิบัติ"
kananun
25-12-2006, 02:54 PM
ขออนุญาติรวบรวมการนัดหมาย ของกลุ่ม การดำเนินงาน รวมทั้งการวางแผนงานของทุกๆคนลงในกระทู้นี้ครับ
(verygood)
kananun
25-12-2006, 03:00 PM
วัตถุประสงค์คือ
เราอยากช่วยคนให้รอดปลอดภัยเมื่อภัยพิบัติต่างๆมาถึง อย่างเต็มที่ครับ
เราจะได้ช่วยกันเตรียมการ ล่วงหน้า เผื่อเพื่อนๆสมาชิกของเราที่อยู่ในต่างประเทศและจะกลับมาไทยเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นครับ
เราไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง ความเชื่อ หรือ ลัทธิใดๆทั้งสิ้นครับ
เราช่วยผู้คนก็เพื่อเป็นการรักษา ความเป็นชาติไทย สืบทอดพระศาสนาให้ครบห้าพันปี พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไว้คู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ
ในขณะเดียวกัน ในการทำงาน เราจะพยายามช่วยเสริมสร้างสังคมคุณธรรม และช่วยพัฒนาประเทศชาติด้วยเศษฐกิจพอเพียงไปพร้อมๆกันด้วยครับ
สมาชิกท่านใดที่ มีความสนใจในเรื่องภัยพิบัติ ก็ขอให้เข้ามารายงานตัวในกระทู้นี้ได้เลยนะครับ
ส่วนท่านที่อาสาจะเข้ามาช่วยทำงานกรุณาแจ้งชื่อและความสามารถ คุณสมบัติที่ท่านอยากจะช่วยให้เป็นประโยชน์มาได้ครับ
ท่านที่ตามอ่านอยู่แต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของเวปพลังจิตก็ขอให้ช่วยมาลงทะเบียนเป็นสมาชิกกันให้เยอะๆครับ
ขอกราบโมทนาบุญของท่านเจ้าของเวป คุณWeb snow และStuff อาสาสมัคร ที่จะมาช่วยงานทุกๆท่าน ผู้อ่าน ผู้ช่วยให้การโมทนา รวมทั้งท่านที่คอยให้กำลังใจอยู่เงียบๆครับ สาธุ........
(verygood)
จุดประสงค์ของการทำงานครับ ทุกๆท่านจะได้เข้าใจในทิศทางที่ตรงกันครับ
<!-- / message --><!-- sig -->
kananun
25-12-2006, 03:20 PM
ก่อนอื่นขออนุญาติออกตัวก่อนว่า ผมเองนั้นก็ไม่สมบูรณ์แบบในทุกๆอย่างนะครับ ไม่เก่งไปทุกอย่างด้วย มีท่านที่เก่งกว่าได้อภิญญาสูงกว่าผมอีกเป็นจำนวนมากครับ ดังนั้น
"หากเกิดความผิดพลาด ผิดพลั้งประการใด ผมขอน้อมรับเองว่าเป็นความรับผิดชอบของผมเอง แต่เพียงผู้เดียว หากเกิดคำครหาใดในญาณความรู้ เป็นการพลาดของผม ไม่ใช่ของครูบาอาจารย์ทุกท่านของผม หากปรามาสจงปรามาสตัวผมเท่านั้นพอ
ผลงานในการช่วยเหลือผู้คนทั้งหลายก็ดีไม่ว่า จะในช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ หรือหลังการเกิดภัยพิบัติ ผมขอยกความดีเหล่านี้เป็นของทุกๆคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเกิดผลที่เป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติครับ รวมทั้งผู้เป็นจุดเริ่มในการทำงานตั้งแต่ต้นอย่างแท้จริง คือทางคุณเวบสโนว์ และทีมงานของเวบพลังจิตทุกๆท่านครับ"
ส่วนชื่อของกลุ่มนั้น แม้การรวมกลุ่มการทำงานของพวกเรา ทุกคน จะมุ่งที่ผลของงานเป็นสำคัญ แต่ชื่อก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเรียกขาน การทำงาน ประสานกับกลุ่มอื่นๆ ดังนั้นในฐานะผู้นำของกลุ่มผมขอ ใช้สิทธินี้ให้เกียรติ คุณเวบสโนว์เจ้าของเวบไซท์พลังจิตแห่งนี้ ใช้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ" ครับ
ขอขอบคุณและโมทนาในความตั้งใจอันเป็นกุศลในการช่วยเหลือผู้คนให้ปลอดภัยทั้งทางกาย และจิตวิญญานนี้ด้วย เทอญ...
"....คราวใดที่ชาวไทยมีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อประเทศชาติแล้ว ชาติก็ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติ สู่ความสุขความเจริญ แต่คราวใดที่ขาดความสามัคคีกลมเกลียวกัน ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ...." พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เนื่องในพิธีตรวจพลสวนสนามโอกาสเฉลิมพระชนพรรษา วันที่ 3 ธันวาคม 2505
<!-- / message -->
ขออนุญาตนำพระบรมราโชวาทที่คุณกิ๊กโพสไว้มาลงเพื่อเป็นศิริมงคลในการทำงานครับ รวมทั้งโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานของพวกเราครับ
"ขอบรรดาลูกรักทั้งหลาย จงรักษาความดีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ไว้ งานใดที่พ่อนำลูกทั้งหลายทำ งานทั้งหลายเหล่านั้น ขอลูกรักทั้งหมดจงรักษางานนั้นไว้ด้วยหัวใจของลูกเอง คือรักษาไว้ด้วยชีวิต เพราะงานสาธารณประโยชน์เป็นกิจอันหนึ่งที่ทำให้คนไทยรวมตัวกัน มีความรัก มีความสามัคคีซึ่งกันและกัน และทุกคนก็จะมีความสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พ่อไว้ พ่อถ่ายทอดให้แก่ลูก ทรัพย์สมบัติทั้งหมดนี้ขอลูกจงถือว่านั่นคือตัวแทนของพ่อ ขอลูกรักของพ่อทุกคนจงทรงธรรมนั้นไว้จนกว่าจะเข้านิพพานในชาตินี้ เพราะว่าชีวิตของพ่อนี่ พ่อไม่แน่ใจนักว่าจะมีอายุยืนยาวอีกกี่ปี ขอลูกทั้งหลายจงอย่าถือขันธ์ห้าของพ่อนี้เป็นสำคัญ ปฏิปทาใดที่เป็นที่ชอบใจไม่เกินวิสัยของลูก ขอลูกจงทำและจงรักษาอภิญญาสมาบัติไว้ ขณะใดที่ใจของลูกยังรักษาอภิญญาสมาบัติไว้ รักษาปฏิปทาสาธารณประโยชน์ ขณะนั้นลูกจงภูมิใจว่าพ่ออยู่กับลูกตลอดเวลา ถึงแม้ว่าร่างกายกายาของพ่อจะสลายไป แต่ใจของพ่อยังอยู่กับใจของลูก ลูกจะไปไหนก็ชื่อว่าพ่อไปด้วยช่วยลูกทุกประการ"
จากหน้าที่ 5 จากหนังสือ "สมบัติพ่อให้"
<!-- / message --><!-- sig -->
Chayutt
25-12-2006, 04:02 PM
ดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว ครับ
...
kananun
25-12-2006, 05:04 PM
งานแรกที่เราได้จัดขึ้นคือการเสวนาเรื่อง "ภัยพิบัติ" ซึ่งได้มีการนัดหมายกันเมื่อวันอาทิตย์ที่24 ธค. 2549 บริเวณ ศาลาแปดเหลี่ยม บนเกาะลอย สวนลุมพินี กรุงเทพครับ
พี่เกษม น้องนาคามูระ น้องนรินวิทย์ไปถึงกันตั้งแต่ บ่ายโมง บ่ายสองโมงกันเลยครับ โดยเฉพาะน้องนาคามูระ ขึ้นเครื่องมาจากหาดใหญ่เลย ส่วนพี่เกษมพี่ใหญ่ใจดีก็ตั้งใจมาโดยขึ้นรถไฟมาจากจ. อยุธยาครับ
หลังจากนั้นก็พากันทะยอยมากันเรื่อยๆจน ได้เวลาประมาณ บ่ายสามโมงเศษ หลังจากแนะนำตัวกันไป เรื่อยๆ ก็ได้เวลาฝึกสมาธิ เนื่องจากมีน้องหลายๆคนในเวบ ที่ได้ติดตามอ่าน กระทู้วิชชาที่ทำให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ขอให้ช่วยแนะนำสมาธิให้
ก็ได้ทำการฝึกสมาธิเบื้องต้นให้ เป็นการปรับฐานให้มั่นคง ขึ้น จน ทุกๆท่านได้เข้าถึงลมสบาย ตามกำลังสูงสุดที่ทำได้ บางท่านก็ลมหายใจหายไป บางท่านก็หายใจเข้าออกเท่าเมล็ดถั่ว ใจสงบสงัดดี ได้เข้าถึงความสุขจากความสงบ
หลังจากนั้นก็ให้อธิฐานวสี แล้วจึงออกจากสมาธิ จากนั้นผมก็ชวนคุยให้เผลอแล้วก็ให้ เข้าอารมณ์สมาธิเลยโดยไม่ต้องมาตั้งท่ากันอีกพร้อมทั้งให้ลืมตาทำ ก็ปรากฏว่าทุกท่านก็ต่างทำได้ดีกัน แล้วจึงให้ฝึก การแผ่เมตตาอัปปันณานฌาน ออกไปไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ ทั่วอนันตจักรวาล ก็ทำได้ทุกๆคน เพียงแต่บางคนอาจจะมีกำลังแผ่ออกไปได้ไม่ไกลเท่าคนอื่นเท่านั้น
จากที่ผมสัมผัสได้หลายๆท่านมีพื้นฐานเก่าทางสมาธิดีมาก เช่น พี่เกษม พี่ตั้ม พี่คนกิเลสหนา และอีกหลายคน ปากบอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้อะไร แต่ที่จริง มีความสามารถแฝงเยอะ(แฝงดีนะครับ) น้องบางคน ก็อยู่ในสภาวะที่รอการสะกิดตื่นอยู่ ถ้าของเก่าฟื้นเต็มตัวก็คงไม่ใช่ก้อยๆ เช่นกัน เช่นน้องนาคามูระ น้องNarinwit ส่วนคุณ ตู๋ ก็เป็นผู้ที่มีจิตใจที่ดีงามมีความคิดในแง่บวก แง่กุศล มองเห็นจิตใจที่แย้มยิ้มอยู่ภายในได้อย่างชัดเจนครับ
ก็ขอกราบโมทนากับผลในการปฏิบัติของทุกๆท่านด้วยครับ อย่าลืมไปไหว้ครู(พระพุทธเจ้า)ด้วยล่ะครับ
หลังจากนั้นเป็นการเสวนา พูดคุยเรื่องภัยพิบัติและเป็นการทำความรู้จัก กันไปในตัว คุณตู๋ น้องนาคามูระ น้องนรินวิทย์ ช่วยไปเช่าเสื่อมาปูนั่ง ส่วน คุณ Falkman บริจาค ถั่วต้มมาให้ขบเคี้ยวกันถุงใหญ่ครับ ขอกราบโมทนาด้วยครับ
ที่ได้พูดคุยกัน เป็นลักษณะ ผลัดกัน คุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูล ในการทำงานเรื่องนี้ด้วย การปฏิบัติด้วย คนที่รู้สึกสนุกกับการเสวนานี้ที่สุดเห็นจะเป็นคุณ ถาวรครับ ทุกท่านที่ไปจะทราบดีครับ
ข้อมูลจากคุณอ๋อ Falkman ซึ่งอยู่ที่มาเลเซีย ได้บอกว่า แผ่นดินไหวที่โน่น แรงจนต้องลงมาจากบนตึกสูง และเหตุการณ์น้ำท่วม ที่มาเลเซีย ขณะนี้รุนแรงมาก น้ำท่วมสูงทั้งๆที่มาเลย์เป็นเขาสูง ที่สำคัญคุณอ๋อเป็นท่านเดียวที่ได้สร้างสถานที่หลบภัยเอาไว้แล้ว แถมยังมีห้องใต้ดินซะด้วย
พี่เกษม บอกให้จับตาเหตุการณ์ในปีหน้าให้ดีๆครับ รายละเอียดอาจนำมาลงไม่ได้ครับ
ส่วนพี่ตั้ม ก็ได้เล่าเรื่องหลวงพ่อท่านให้ฟังหลายๆเรื่องครับ
ยังไงก็ขอให้ท่านที่ไปมาช่วยๆ กันเล่าต่อด้วยนะครับ รวมทั้งบรรยากาศในการเสวนาด้วย
ผมขออนุญาต เข้าในประเด็นการประชุมเรื่องการทำงานเลยนะครับ
ข้อสรุปแรกๆ ก็คือ
ณ ปัจจุบันนี้ สิ่งที่พวกเรามีพร้อมที่สุด ก็คือข้อมูลข่าวสาร เรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดภัยพิบัตินี้ครับ แต่ข้อมูลเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายในกระทู้ต่างๆ
ดังนั้นงานแรกของพวกเรา ก็คือการนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบ ง่ายต่อการสืบค้นและการนำไปใช้ โดยพวกเราจะช่วยกันรวบรวมจัดทำขึ้น เป้นสามรูปแบบ คือ
1. ซีดีรอม เพื่อความสะดวกในการไรท์เพื่อเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร
2. การอัพโหลดจากเวบพลังจิต ตามที่คุณเวบสโนว์และคุณตู๋จะได้จัดทำขึ้น
3. จัดทำในรูปเอกสารหรือหนังสือเล่มเล็กๆ เพื่อให้สะดวกในการพกพา นำไปใช้ยามฉุกเฉิน
ข้อมูลที่ได้ จะจัดทำเป็นสองเวอร์ชั่น คือสำหรับประชาชนทั่วไปที่เราจะเน้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และทางสติถิ
ส่วนอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นแบบของชาวธรรมที่มีความเข้าใจในอภิญญาและเรื่องราวเหนือธรรมชาติ
โดยแยกหมวดหมู่ในรูป
-ความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์และคำทำนาย
-ภาพรวมของเหตุการณ์ และสภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์
-การเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมของ
-สถานที่ที่ปลอดภัยจากภัยพิบัติ สถานที่ที่ได้มีผู้เตรียมไว้แล้ว
-คำแนะนำในการอยู่ร่วมกัน
- ช่องทางการติดต่อสื่อสาร เมื่อการสื่อสารปัจจุบันล่ม
-สัญญานเตือนก่อนการอพยพ
-ข้อปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
เป้นข้อมูลความรู้เป้นหมวดๆครับ
เมื่อจัดทำขึ้นแล้วก็นำไปเผยแพร่ผ่าน สื่อต่างๆ โดยเฉพาะสถานนีวิทยุชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ส่วนหนึ่ง เพื่อที่ว่า เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติอะไรขึ้นมา สถานีวิทยุเหล่านี้ จะได้ช่วยทำหน้าที่เป็นสถานีลูกข่ายเพื่อช่วยบรรเทาสาธารณภัยได้ในทันที
อีกส่วนหนึ่งจัดเผยแพร่ในกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อที่ว่า เขาและครอบครัว จะได้ดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง ทราบวิธีการปฏิบัติตัวและสภาพเหตุการณ์บ้าง จะได้ไม่ตื่นกลัวกันจนเกินไป ที่สำคัญจะได้มีการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวในเวลานั้นไว้บ้าง ไม่ต้องมาตัวเปล่า เพราะการเตรียมการเพื่อส่วนกลางสำหรับผู้คนจำนวนมากในเวลานั้น เป็นภาระหนักที่ทุกคนควรจะช่วยกันแบ่งเบาเท่าที่จะทำได้
เหล่านี้เป็นการทำงานในเบื้องต้นเท่านั้น ขณะนี้ มีคุณกิ๊ก Khunkik เป็นอาสาสมัครมาทำงานตรงจุดนี้ โดยจะอาสาช่วยในการพิมพ์และแยกหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารทั้งหมดครับ ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่มีข้อมูลต่างๆที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมขอให้ช่วยรวบรวมไว้ให้ที่คุณกิ๊กด้วยครับ
ขอกราบโมทนาในงานที่คุณกิ๊กอาสาทำด้วยอย่างยิ่งครับ
สัปเหร่อ
25-12-2006, 07:41 PM
โอ้ววว ขนาดได้ฟังยังสุขขนาดเลยเด้อ น่าหนุกจัง ทำดีแล้วมีสุขแฮะ
อิๆๆๆ
kananun
25-12-2006, 07:56 PM
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขออนุญาต ฝากการบ้านให้กับทุกๆท่านที่อาสาจะมาช่วยงานกันก่อนเลยครับ
1. รวมกลุ่มทำความรู้จักกันในแต่ละจังหวัดครับ เช่น กลุ่มเชียงใหม่-ลำพูน
กลุ่ม ภูเก็ต-พังงา กลุ่มโคราช กลุ่มสระบุรี กลุ่มเพชรบูรณ์-ชัยภูมิ เป็นต้นครับ
2. ให้ลองนัดพบเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้น เลือกหัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่ม เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน โดยเลือกจากภูมิธรรมและการเสียสละเป็นสำคัญครับ ให้ธรรมเป็นใหญ่
3.ขอให้แต่ละกลุ่มสำรวจว่าในพื้นที่ของกลุ่มนั้น มีครูบาอาจารย์ท่านใดที่ท่านได้เตรียมการเตรียมสถานที่ไว้รับเหตุการณ์ภัยพิบัตินี้บ้าง อยู่ที่จุดใด รองรับผู้คนได้เท่าไหร่ ขาดเหลืออะไร มีอะไรที่ส่วนกลางพอจะช่วยได้บ้าง ถ้ามีรูปถ่ายและแผนที่แนบไว้เป็นฐานข้อมูลได้ยิ่งดี
4.ขอให้สำรวจดูว่าพื้นที่ที่ท่านอยู่หรือใกล้เคียง มีสถานีวิทยุ ทั่วไปหรือวิทยุชุมชน ที่มีศักยภาพ หรือความสนใจที่จะทำสถานีเผยแพร่ธรรมมะบ้าง (อาจจะขอเวลาช่วงเช้า ตีสี่ ตีห้า ถึงหกโมงเช้า ช่วงหนึ่ง และ ค่ำๆ สามถึงสี่ทุ่ม ออกอากาศเสียงพระธรรมเทศนา ) เพื่อสร้างกระแสบุญมาส่งให้ผู้ที่มีโอกาสเข้าถึงธรรม ได้มีเครื่องจรรโลงใจ
และส่วนกลางจะส่ง ซีดีเอ็มพีสาม ธรรมมะ จำนวน 15แผ่นไปให้ รวมทั้งบทความ ความรู้กับประชาชนในการสังเกตุป้องกันภัยอันเกิดจากภัยพิบัติประเภทต่างๆ จะได้ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยลง
4.ขอให้ทุกกลุ่มช่วยโพส ข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมาบนกระทู้นี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมครับ และถ้ามีอะไรที่ทราบล่วงหน้าเพิ่มเติมก็ช่วยแจ้งให้ทุกท่านทราบด้วยครับ
งานในขั้นนี้ ถ้าทำได้เสร็จ พวกเราก็จะได้
1. ระบบป้องกัน และเตือนภัยแบบพอเพียง โดยใช้ภูมิปัญญาการสังเกตุและความสามัคคีของชุมชนครับ
2. ฐานข้อมูลในการรวบรวมข้อมูลสถานที่ ที่เตรียมเป็นที่หลบภัยในช่วงเวลาการเกิดภัยพิบัติ เพื่อที่จะเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนเมื่อยามนั้น
3. ส่วนกลางจะช่วยพัฒนาสถานที่แห่งนั้น หรือชุมชนบริเวณนั้น ให้พึ่งพาตนเองได้ จัดโครงสร้างเศษฐกิจพอเพียงในชุมชน เป็นการส่งเสริมโครงการในองค์สมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว
ฐานข้อมูลในการทำงานและพัฒนามีอยู่แล้วครับ ขอเพียงทางแต่ละกลุ่มช่วยกันรีบรวมตัวรวมกลุ่ม แล้วส่งข้อมูลเข้ามาครับ
ผมอยากรู้จังว่ากลุ่มใดจะรวมตัวกันได้สำเร็จก่อน
kananun
25-12-2006, 08:59 PM
ส่วนสำหรับท่านที่อยู่ส่วนกลางในกรุงเทพก็ขอให้เริ่ม พัฒนาตนเองในทุกๆด้านครับ ทั้งทางร่างกาย การช่วยเหลือตนเอง เบื้องต้น (เช่นดูแลสุขภาพ การทำอาหาร ) การฝึกจิตฝึกสมาธิ การฝึกการรักษาผู้ป่วยด้วยพลังจิตในแบบต่างๆ
นอกจากนี้สำหรับส่วนกลาง เรามีจัดกิจกรรมในทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือนที่สวนลุมพินี บริเวณศาลาแปดเหลี่ยม บนเกาะลอยเวลา บ่ายโมงครับ
โดยจะมีรูปแบบดังนี้ครับ
-ฝึกสมาธิฝึกจิต ปรับพื้นฐาน เสริมธรรม
-เป็นการสนทนาในเรื่องความก้าวหน้าของงาน
-ข้อมูลอัพเดทเรื่องภัยพิบัติ
-Workshop ในเรื่องต่างๆที่เพิ่มศักยภาพให้บุคลากรในกลุ่ม เช่น กิจกรรม Mind simulutor
การเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาบรรยายพิเศษในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องครับ
-การพูดคุยเรื่องความก้าวหน้าในการปฏิบัติ
-และปิดท้ายด้วยการทำสมาธิหมู่ หรือ การทำอภิจิตเพื่อส่วนรวมครับ
อย่างไรก็ตาม หากท่านใดมีข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ขอให้ทุกท่านได้เสนอแนะมาได้ครับ คณะทำงานยินดีน้อมรับฟังทุกความคิดครับ
ขอโมทนาบุญของทุกท่านด้วยครับ
pannarai
25-12-2006, 09:55 PM
โครงสร้างศูนย์ปฎิบัติการความพร้อมด้านการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติ
ที่ปรึกษา ผู้นำทางจิต/ผู้นำศาสนา/ผู้นำท้องถิ่น
ประธาน.....
ฝ่ายวางแผน ฝ่ายประสานปฎิบัติการ ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายธุรการ
แนวทางการประชาสัมพันธ์
ส่วนกลาง- โทรศัพท์สาย / มือถือ- FAX- IT (อินเตอร์เน็ต)
ภายในเขต- วิทยุหลักจังหวัด- เครือข่าย VR- ว. เพื่อการเฝ้าฟัง- โทรศัพท์สาย / มือถือ- FAX- IT (อินเตอร์เน็ต)- สื่อบุคคลภายในศูนย์<O:p</O:p
<O:p
พื้นที่จังหวัด- วิทยุหลักจังหวัด- เครือข่าย VR- ว. เพื่อการเฝ้าฟัง- โทรศัพท์สาย / มือถือ- FAX- IT (อินเตอร์เน็ต)- สื่อบุคคลภายในศูนย์(หอกระจายเสียง)<O:p</O:p
โครงการสร้างการปฏิบัติงานการประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ภัยพิบัติในแต่ละจังหวัด<O:p</O:p
ขั้นตอนการดำเนินงาน<O:p</O:p
รับทราบเหตุ <O:p</O:p
ประชาสัมพันธ์จังหวัดประสานทีมงานให้มารายงานตัวพร้อมกันที่ประชุมภายในเวลา 30 นาที <O:p</O:p
แจ้งรายงานสถานการณ์เบื้องต้นไปยัง กลุ่มอำนวยการประชาสัมพันธ์<O:p</O:p
จัดเตรียมอุปกรณ์ได้แก่ แฟกซ์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น รวมทั้งจัดตั้งโต๊ะข่าวประชุมสรุปสถานการณ์และรวบรวมข้อมูล เช่น คนเจ็บ คนตาย ความเสียหาย การช่วยเหลือ ข้อมูลการอพยพ จุดเคลื่อนย้าย จุดปลอดภัย ข้อมูลการบัญชาการ แก้ไขสถานการณ์ของผู้รับผิดชอบเป็นต้น
<O:p</O:pผลิตและเผยแพร่ข่าวและภาพข่าวผ่านสื่อทุกประเภท วิทยุชุมชน, วิทยุทหาร , หอกระจายข่าว – เสียงตามสาย <O:p</O:p
จัดการแจ้งข่าวโดยประธานเป็นผู้แจ้งข่าว <O:p</O:p
ติดตามความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ เช่น กรณีไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่พร้อมรวบรวมข้อมูล รายละเอียด เผยแพร่ผ่านสื่อ<O:p</O:p
แจ้งเตือนเหตุที่อาจเกิดตามมา เช่น อาฟเตอร์ช๊อค เพื่อเตือนภัยและเฝ้าระวังเหตุการณ์รวมทั้งประชาสัมพันธ์การเคลื่อนย้ายไปยังจุดปลอดภัย<O:p</O:p
เตรียมการประชาสัมพันธ์สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนก<O:p</O:p
จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามการเผยแพร่ข่าวให้มากที่สุด หากมีการเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้แจ้งฝ่ายเลขานุการกลุ่มเพื่อประสานงานแก้ไขข้อผิดพลาด<O:p</O:p
หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ให้ฝ่ายรวบรวมข้อมูลติดตามประเมินผลและรายงานสรุปภาพรวมความเสียหาย การดำเนินการ และการช่วยเหลือ<O:p</O:p
รายงานผลการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้นและระยะยาว การป้องกันรักษาและควบคุมโรคระบาด เช่น ท้องร่วง และโรคระบาดอื่น ๆ <O:p</O:p
ประชาสัมพันธ์ในฐานะเลขานุการศูนย์ แจ้งกำหนดการปิดเปิดศูนย์ล่วงหน้า 1 วัน และแจ้งสถานที่ติดต่อ สอบถามรายละเอียดในเรื่องนี้ที่งานประชาสัมพันธ์กลุ่ม
สรุปผลการปฏิบัติพร้อมประเมินผล ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขไปยังกลุ่มอำนวยการเตรียมความพร้อมด้านการประชาสัมพันธ์ และจัดการด้านข่าวสาร (ส่วนกลาง) และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย<O:p</O:p<O:pศูนย์วิทยุชุมชน มีข้อมูลแล้ว รอUP DATE
<O:p</O:p
กาญจนบุรี 25 แห่ง ชัยนาท 15 แห่ง ประจวบ ฯ 26 แห่ง เพชรบุรี 18 แห่ง<O:p</O:p
ราชบุรี 26 แห่ง ลพบุรี 45 แห่ง สระบุรี 53 แห่ง สุพรรณบุรี 25 แห่ง<O:p</O:p
สิงห์บุรี 12 แห่ง อ่างทอง 11 แห่ง<O:p</O:p
รวมทั้งหมด 256 แห่ง มีอีกจ๊ะ นี่เฉพาะ 1 เขต
(คงมีประโยชน์บ้างน่ะค่ะ)<O:p
kananun
25-12-2006, 10:12 PM
ยอดเยี่ยมครับทำงานฉับไวสมกับเป็นสาวชาติทหารครับผม
ผมถึงได้บอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความสามารถของแต่ละท่านได้ถูกโปรแกรมมาตั้งแต่ก่อนลงมาจุติในการทำงานเพื่อส่วนรวมแล้วครับ
ที่หลวงพ่อท่านบอกว่า "เมื่อถึงเวลาท่านที่มีหน้าที่ก็จะรู้หน้าที่ของตัวเอง" ก็เป็นจริงอีกครั้งแล้วครับ
ขอบคุณสำหรับแนวทางปฏิบัติทางราชการของคุณพรรณรายอย่างยิ่งครับ เพราะช่วยทำให้เห็นโครงสร้างการทำงาน และการนำอุปกรณ์สื่อสารมาใช้ในภาระกิจ แจ้งเตือนภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
ดังนั้นผมขออนุญาตให้คุณพรรณรายช่วยรับงานในส่วนนี้ และการอัพเดทหาข้อมูลของวิทยุชุมชนและสถานีวิทยุอื่นๆให้ด้วยครับ ขอรายละเอียดของที่ตั้งสถานีและคลื่นความถี่ด้วยนะครับ จะได้มาใช้คำนวนพท.การส่งข้อมูลข่าวสารได้ครับ
ทิดหนึ่ง
26-12-2006, 04:17 AM
หากมีกิจกรรม หรือมาร่วมบุญที่ จ.อุทัยฯ
หรือที่วัดของหลวงพ่อ ส่งข่าวด้วยนะครับ
อยากไปพบกับเพื่อน ๆ ด้วยเหมือนกัน
ยินดี ชื่นชม กับความตั้งใจและความเสียสละ
ของเพื่อน ๆ ทุกคนเลย.....
kananun
26-12-2006, 07:26 AM
ได้ครับผมคุณทิดหนึ่ง ถ้าไปอทัย ไปวัดหลวงพ่อ พวกเราคงได้พบปะกันครับ
อยู่ที่อุทัย ได้ทำความรู้จักกับคุณ Mead หรือยังครับ อย่างไร ฝากประสานงานกับทางวัดด้วยนะครับ เพราะที่วัดท่าซุงต่อไปจะเป็นจุดใหญ่ในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาในวงกว้างยิ่งกว่านี้ครับ
kananun
26-12-2006, 07:53 AM
เราก็ได้เริ่มต้นการทำงานไปแล้วในหลายๆส่วน ที่เป็นงานทางกายภาพ หรือของหยาบด้านวัตถุ
พระท่านบอกให้ทำโดย การจัดการทำงานในรูปของเครือข่ายที่ประกอบไปด้วย กลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ และจากนั้น ก็แลกเปลี่ยน แบ่งปัน ข้อมูลข่าวสาร และทรัพยากรที่มี ให้กัน โดยยึดหลัก แห่งความสามัคคี และความมีเมตตาธรรมกับเพื่อนมนุษย์
ท่านว่า วิธีนี้ จะทำให้การเริ่มงานและการดำเนินงานก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ใช้งบประมาณเงินทุนน้อยแต่เมื่อทำได้จะช่วยคนได้มาก ถ้าต่างคนต่างทำจะช้าและใช้งบประมาณเยอะ ช่วยคนได้ไม่มากเท่าที่ควร ท่านให้ทำแบบนี้ก่อน จากนั้น จึงค่อยลงลึกในแต่ละจุดครับ
เมื่อกลุ่มในแต่ละพื้นที่มีการรวมตัวแล้วก็ขอให้
1.รวบรวมข้อมูลของสถานที่หลบภัยในพื้นที่
2.รวมกลุ่มกันทำกิจกรรม เผยแพร่ ธรรมมะ และคุณธรรมสู่สังคม
3.แบ่งปันความรู้ฝึกฝนตนเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านต่างๆ
ส่วนทุกๆท่านที่ได้ลงชื่อเพื่อการทำงานนี้ทุกท่าน
ผมขออนุญาตให้ท่านปฏิบัติตนตามนี้ครับ
1. ขอให้สวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน
2. ขอให้ทำสมาธิหมู่เพื่อสร้างพลังบุญให้กับส่วนรวมทุกวัน
3. ค่อยๆ ลด ละ เลิก อบายมุข เหล้า บุหรี่ ต่างๆทีละน้อย ตามกำลัง
4. ขอให้มีการเจริญเมตตาพรหมวิหารให้เป็นปรกติ
5. หาความรู้เพิ่มเติม ในศาสตร์ต่างๆที่ตนถนัดและคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
6.ขอให้เริ่มฝึกฝนร่างกายตนเองให้แข็งแรง ออกกำลังกายบ้างทีละน้อย
7.ฝึกตนเองให้อยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย
ขอเบื้องต้นง่ายๆ 7 ข้อนี้ก่อนครับ เพราะจะเป็นประโยชน์กับตัวท่านเองก่อนเป็นอันดับแรก
ท่านที่มีความสงสัยในประการใด สอบถามมาได้นะครับ ผมพยายามจะให้ทุกท่านเห็นภาพรวมของงานที่จะทำครบ จะได้ง่ายในการทำงานครับ
ขอโมทนากับความตั้งใจดีของทุกท่าน ขอให้พลังแห่งการพัฒนาตนเองของท่านจงเต็มเปี่ยม ไปด้วยความสำเร็จครับ
Khunkik
26-12-2006, 08:30 AM
ขออนุญาติทุกท่านที่กำลังเก็บข้อมูล ขอให้จัดเรียงหมวดหมู่ข้อมูลใหม่นะคะ ขอเป็นตามนี้เพื่อให้ง่ายในการใช้งาน และถูกต้องตรงกัน
1.พุทธทำนาย /คำทำนาย
2.ข้อมูลทางสถิติ / ความน่าจะเป็น และแนวโน้มภัยพิบัติในอนาคต
3.ภาพรวมของเหตุการณ์ และสภาพการณ์
4.สัญญาณเตือน
5.ขั้นตอนการเตรียมตัว
6.สถานที่นัดหมาย และสถานที่ปลอดภัย
7.แผนที่ และการเดินทาง
8.ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุ
9.แนวทางการติดต่อสื่อสารเมื่อเกิดเหตุ
10.กลุ่มบรรเทาสาธารณะภัย และองค์กรต่างๆ
11.คำแนะนำในการอยู่ร่วมกัน / สิ่งที่ควรรู้
เบื้องต้น อยากให้ตั้งกระทู้ย่อยสำหรับหมวดหมู่พวกนี้ ท่านที่มีข้อมูลอยู่จะได้นำมาลงเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน สำหรับการจัดรูปเล่มเรียงพิมพ์ เดี๋ยว Khunkik จัดให้จ้า
ปล.จังหวัดต่างๆ ขอให้ตั้งกลุ่มเริ่มทำงานพร้อมๆ กันเลยนะจ๊ะ แล้วจะได้ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้
"....ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการปฏิบัติบริหารงานใหญ่ๆ เช่นงานของแผ่นดิน และความสามัคคีนี้จะเกิดมีขึ้นมั่นคงได้ ก็ด้วยบุคคลในหมู่ในคณะมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผูกพันจิตใจของกันและกันไว้...." พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่สามัคคีสมาคมฯ ในการเปิดประชุมประจำปี 2525
kananun
26-12-2006, 01:02 PM
งานรวบรวมข้อมูลนี้ขออนุญาตให้คุณกิ๊กเป็นผู้ดำเนินการครับ และมีคุณKomodo มาช่วยเสริมครับผม
ขอโมทนาบุญกับงานที่ท่านทั้งสองได้อาสา รวมทั้งพระบรมราโชวาทดีๆที่เป็นเครื่องช่วยเตือนสติในการทำงานของพวกเราทุกคนครับ
ส่วนการรวมกลุ่มทำงานในภูมิภาคต่างๆ แว่วๆมาว่าทางภาคอีสานรวมตัวได้แล้วครับ อีกไม่นานคงรายงานการทำงานขึ้นมาบนกระทู้นี้ครับ
อยากรู้ไปโม๊ด
26-12-2006, 05:08 PM
ติดตามการทำงานของทุกท่านด้วยความชื่นชมนะคะ
หลับตา
26-12-2006, 07:34 PM
ผมไปเจอเวปกังหันลมครับ พอดีกำลังสนใจพลังงานลมมานานแล้วว่าน่าจะเอามาใช้งานได้จริงในประเทศไทย+ยามมีภัยพิบัติ เพราะทำได้เอง ไม่เหมือนแผงโซล่าเซลล์ เสียก็ซ่อมยาก แล้วทางเวปจัดกิจกรรมแจกกังหันลมพอดี ตามรายละเอียดข้างล่าง เผื่อจะได้ทุนค่าใช้จ่ายลงไป
------------------------------------------------------------------
ขอเชิญทุกๆ ท่านร่วมเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ กังหันลม และพลังงานทดแทนที่ ThaiWindmill.com
แจกกังหันลม 2.5 กิโลวัตต์ 2 ตัว
สำหรับสมาชิกในวันที่ 30 มกราคม 2550
สมัครสมาชิก และส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน
พร้อมระบุที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก, ชื่อสมาชิก, เบอร์โทรศัพท์ มาที่
คุณบรรจง ขยันกิจ
กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยบูรพา
169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข
อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20131
โทร 06-7049941 ไม่เกิน 22.00 น
สมัครสมาชิกกระดานข่าว คลิกที่นี่ (http://www.thaiwindmill.com/forums/profile.php?mode=register&sid=e80672859dae25ba767fddd059487cff)
(อ่านวิธีสมัครสมาชิกก่อนสมัคร คลิกที่นี่ (http://www.thaiwindmill.com/forums/viewtopic.php?t=54))
boko0121
26-12-2006, 08:20 PM
ผมก็มใซดีธรรมะหลายรายการ ถ้าท่านใด้ต้องการนำไปเผยแผ่ก็ดูรายละเอียดได้เลยนะครับ(แจกฟรี)ที่http://www.palungjit.com/club/boko0121สวัสดีครับ
kananun
26-12-2006, 08:45 PM
มีงานของคุณ Boko0121 อีกเรื่องที่หนึ่งที่มีโครงการที่จะจัดสร้างพระผง พิมพ์สมเด็จวัดระฆังครับ เพื่อแจกผู้คนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครับ ทางท่านผู้ใดมีความศรัทธา ก็ขอเชิญร่วมทำบุญและติดต่อได้ที่ คุณ Boko0121 ได้ครับผม
ส่วนตัวผมเองจะส่งแร่ใสจำนวนหนึ่งและผงมวลสาร จากหลายๆแห่งไปร่วมสร้างด้วยครับ
ขอกราบโมทนากับความตั้งใจดีของทางคุณ Boko0121 ด้วยครับ
ได้ครับผมคุณทิดหนึ่ง ถ้าไปอทัย ไปวัดหลวงพ่อ พวกเราคงได้พบปะกันครับ
อยู่ที่อุทัย ได้ทำความรู้จักกับคุณ Mead หรือยังครับ อย่างไร ฝากประสานงานกับทางวัดด้วยนะครับ เพราะที่วัดท่าซุงต่อไปจะเป็นจุดใหญ่ในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาในวงกว้างยิ่งกว่านี้ครับ
ครับคุณคนานันท์ เราโทรคุยกันแล้วครับ ผมอยู่อำเภอเมือง ส่วนคุณทิดหนึ่งอยู่ อ.หนองฉาง ห่างกัน 12 ก.ม.เองครับ มีอะไรก็ประสานงานกันได้เสมอนะครับคุณทิดหนึ่ง
เท่าที่ทราบในเขตนี้นอกจาก วัดท่าซุง แล้ว ก็มี รีสอร์ทไอยรา ที่พร้อมจะปรับตัวช่วยเหลือคนได้ทันที รวมทั้ง โรงเจของอาจารย์ศักดา สกุลพนารักษ์ ที่บ้านไร่อีกแห่งนึงนะครับ..ไว้จะลองไปสำรวจเพิ่มเติมดูครับ ห่างจากกรุงเทพราวๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเองครับ
มีข้อมูลหนึ่งที่ทราบจากเบื้องบนว่า ในประเทศไทย จะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูงและคลื่นยักษ์จากทะเลจะสูงเข้าท่วมจนถึงแถวๆจังหวัดนครสวรรค์ - แนวเขตเพชรบูรณ์ (หลังจากนั้นระดับน้ำจะลดลงครับ) ดังนั้นที่ที่เป็นถูเขาจึงมีความปลอดภับสูงกว่าครับ อุทัยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 19 เมตร ก็พอได้ครับ แต่ให้ดีควรอยู่ใกล้เขาไว้หน่อย ริมแม่น้ำริมทะเลไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นะครับ
ถ้าจะจัดเป็นเขตจังหวัดใกล้เคียงกัน หรือมีสถานที่นัดหมายยิ่งดีครับ..
นอกจากการฝึกทางจิตแล้ว การรับมือทายกายภาพก็ต้องเตรียมด้วยนะครับ
การเตรียมการในพื้นที่จะคล่องต้วขึ้นเยอะ หรือทำเป็นห้องนิรภัย พร้อมเสบียงอาหารในพื้นที่นั้นๆ แล้วแต่ว่าจะจุคนได้มากน้อยเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการก่อสร้าง..โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันรังสีนิวเคลียร์ก็จำเป็นมากๆ..ข้อมูลจากคุณJasminine มีอยู่ครบถ้วนดีครับ จะได้นำมาใช้ได้ก็คราวนี้ครับ
แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันนิวเคลียร์คุณจัสมิน9 มาประยุกต์ใช้ครับ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=46835
Komodo
27-12-2006, 02:26 PM
ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานครับ
คุณกิ๊กติดขัดตรงไหนโทรหาได้ตลอดเวลาครับ อิอิ
อุปกรณ์ที่ผมมี
1. กล้องดิจิตอล
2. โน๊ตบุ๊ค
3. พรินเตอร์ Laser HP1010 (ขาวดำ)
4. พรินเตอร์ InkJet Epson R230 + Ink Tank (พรินต์ CD ได้)
5. เน็ต HiSpeed 1 M กำลังจะเปลี่ยนเป็น 2.5 MB
6. มอเตอร์ไซค์เก่าๆ 1 คัน
ถ้ามีงานไหนให้ช่วย เช่น พิมพ์ปก CD ก็มาช่วยหารค่าหมึกกันก็ได้ครับ
ผมอยู่เมืองทองธานีครับ
ปล. ไว้คุยกันอีกทีเมื่อเจอกันครับคุณกิ๊กและเพื่อนๆ
Chayutt
27-12-2006, 02:49 PM
มีงานของคุณ Boko0121 อีกเรื่องที่หนึ่งที่มีโครงการที่จะจัดสร้างพระผง พิมพ์สมเด็จวัดระฆังครับ เพื่อแจกผู้คนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครับ ทางท่านผู้ใดมีความศรัทธา ก็ขอเชิญร่วมทำบุญและติดต่อได้ที่ คุณ Boko0121 ได้ครับผม
ส่วนตัวผมเองจะส่งแร่ใสจำนวนหนึ่งและผงมวลสาร จากหลายๆแห่งไปร่วมสร้างด้วยครับ
ขอกราบโมทนากับความตั้งใจดีของทางคุณ Boko0121 ด้วยครับ
อยากร่วมบุญด้วยครับ และอยากให้ลงบัญชีธนาคาร เอาไว้เลยครับ เผื่อคนอื่นๆจะได้ร่วมบุญได้โดยสะดวกด้วยครับ
...
kananun
27-12-2006, 05:56 PM
ขอให้คุณ Boko ช่วยนำรายละเอียดในการจัดสร้างพระมาลงไว้รวมทั้งเลขที่บัญชีในการร่วมทำบุญด้วยครับ
คุณชยุตสมกับเป็นนักบุญ เสมอเลยครับ ไม่เคยพลาดงานทำบุญการสร้างพระ ขอกราบโมทนาบุญรวมทุกอย่างทุกประการด้วยครับ
boko0121
27-12-2006, 06:34 PM
ผมได้สั่งซื้อแม่จากพระอยู่ดอยสะเก็ด คงได้แม่พิมพ์ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาแม่พิมพ์ประมาณแม่พิมพ์ละ 350กว่าบาท(1แม่พิมพ์สร้างพระได้900-1000องค์)ผมจะสั่งทำแม่พิมพ์ประมาณ3แม่พิมพ์(เป็นพิมพ์พระสมเด็จหมดทุกองค์) ผมก็จะเริ่มดำเนินการต่างๆประมาณเดือนต้นๆเดือนมีนาคม 2550 และต้องเข้าพิธีพุทธาพิเษก คงได้พระสมบูรณ์ประมาณปลายๆเดือนตุลาคม(ต้องเข้าพิธีปลุกเสกหลายแห่ง) และผมก็จะแจกคำหมากพระครูอินทรียธรรมโสภิตด้วย(หลวงพ่อบุญตา)จึงรายงานมาให้ทราบส่วนเรื่องการช่วยเหลือได้2แบบแบบที่1ช่วยเหลือด้านเงินซื้ออุปกรณ์การพิมพ์พระและค่าต่างๆ สามารถบริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี นางทิพยวรรณ คำวงษ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยภูมิ เลขที่บัญชี 307-0-37984-2แบบที่2 ร่วมส่งมวลสารส่งมาที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000แจ้งการโอนเงินที่ 083-7959457 สวัสดีครับ
kananun
27-12-2006, 07:18 PM
เพื่อให้ได้พุทธานุภาพ สังฆานุภาพ ของสมเด็จโตท่าน ผมจะจัดมวลสารเป็นผงธูป หน้าวิหารสมเด็จโตที่วัดระฆังไปให้ด้วยครับ
nondanun
27-12-2006, 07:44 PM
คุณ kananun ครับ
ผมได้อัพโหลดไฟล์ การจัดการภัยพิบัติ ระดับชุมชน
ตามลิงค์นี้ นะครับ http://www.uploadtoday.com/savefile.php?2f7190c27599125295ae70a764192cac
คิดว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ
จะมีการแนะนําวิธีจัดการภัยพิบัติ การประสานงานระหว่างชุมชนต่างๆคิดว่าคุณ kananun สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้ตามสะดวกครับ
ลองโหลดไปอ่านดูนะครับ
ข้อมูล 54หน้า power point แน่นปึ้ก
ผมว่าสมบูรณ์มากครับสําหรับชุมชน
(verygood)
nondanun
27-12-2006, 07:47 PM
สงครามธรรมชาติffice:office" /><O:p></O:p>
พระครูสุนทรธรรมโสภณ<O:p></O:p>
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาการศึกษา
ความนำ<O:p></O:p>
คำว่าสงคราม มีความหมายถึงการต่อสู้กันมีแพ้ มีชนะ ก่อให้เกิดการสูญเสียล้มตาย มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเกิดขึ้น เพราะเมื่อได้ยินคำว่าสงครามใครฟังแล้วก็ผวา ไม่ว่าจะเป็นสงครามขนาดน้อยขนาดใหญ่อย่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ของกลุ่มประเทศพันธมิตร อันมีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ ทำให้มีการสูญเสียชีวิตทหารไปมากถึง 5,152,115 คน บาดเจ็บมากถึง 12,831,044 คน รวมการสูญเสียชีวิตทหารไปมากถึง 22,104,203 คน (เฉพาะทหารสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตไปมากถึง 126,000 คน บาดเจ็บ 234,300 คน ถูกจับเป็นเชลยศึก 4,500 คน รวมทั้งสิ้นที่สูญเสียชีวิตกำลังทหารไปมากถึง 364,800 คน) และกลุ่มมหาอำนาจกลาง เสียชีวิตไปมากถึง 87,500 คน สูญหายไปมากถึง 15,404,477 คน รวมทั้งสองฝ่ายมีทหารเสียชีวิตไปมากถึง 3,386,200 คน รวมการสูญกำลังพลไปทั้งสิ้นมากถึง 37,508,686 คน <O:p></O:p>
ที่นี้ลองมาดูยอดการสูญเสียของสงครามโลกครั้งที่สองฝ่ายพันธมิตรเสียชีวิตในสนามรบมากถึง 11,371,281 คน(เฉพาะทหารสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตในสนามรบ 292,131 คน เสียชีวิตจากสาเหตุอื่น 115,187 คน บาดเจ็บ 671,801 คน และถูกจับเป็นเชลย 139,709 คน) และฝ่ายอักษะ ทหารเสียชีวิตไปมากถึง 5,328,494 คน นี้เป็นเพียงความสูญเสียชีวิตของทหาร ยังไม่รวมไปถึงการสูญเสียทรัพย์สิน ผลกระทบที่ไปทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะสารกัมมันตภาพรังสีจากอาวุธของทั้งสองฝ่ายที่มุ่งทำลายล้างกันซึ่งประเมินเป็นเงินตราไม่ได้<O:p></O:p>
แม้สงครามขึ้นที่อ่าวเปอร์เซียระหว่างอภิมหาอำนาจสหรัฐผู้กระหายสงครามกับอภิมหาอำนาจผู้มีน้ำมันอันดับสองของโลกอย่างอีรัก เหตุผลลึก ๆ เพราะสหรัฐอเมริกาไปแย่งทรัพยากรน้ำมันเขา เมื่อไม่ยอมก็หาเหตุ สร้างเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อทำสงครามกัน เกิดการต่อสู้ทำสงครามกันขึ้นเหมือนนิทานแม่เสือกับลูกแกะเพราะเสือมันหาเรื่องจะกินลูกแกะอยู่แล้ว ฉันใดเรื่องนี้ก็ฉันนั้น การทำสงครามย่อมต้องเกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตามที่เป็นข่าวไปทั่วโลกแล้วนั้น แต่คนส่วนใหญ่ได้รับข่าวจากสายตะวันตกและเชื่อตามทั้งหมดจึงเห็นว่าสหรัฐเป็นเทวดาจะไปโปรดชาวอีรัก แต่ความจริงมันเป็นยักษ์ที่กระหายเลือด จะไปกินทรัพยากรธรรมชาติน้ำมันเขาโดยแท้นี่เอง ต่อมาด้วยความแค้นและกระหายผลประโยชน์จึงตามไปโค่นล้มประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอีรัก และมีการเข่นฆ่ากัน อย่างไม่มีวันจบสิ้นจนถึงปัจจุบันนี้ ถึงแม้คณะรัฐบาลของซัดดัมจะล้มไป แต่ความพ่ายแพ้จะตกเป็นของรัฐบาลของนายบุช แห่งอเมริกา และนายแบลร์แห่งอังกฤษ จอมซาตานของโลกแห่งยุคสมัย ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดผวา มีการลอบฆ่า ลอบวางระเบิด มีระเบิดแบบพลีชีพเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน และไม่มีท่าทีว่าจบลงง่าย ๆ ผู้ชนะย่อมก่อภัย ผู้แพ้ก็ผูกอาฆาต จองเวร เพราะหากเวรไประงับด้วยวิธีที่จองเวรจะไม่มีทางจบสิ้น หลักที่ถูกต้อง คือเวรจะระงับได้เพราะวิธีที่ไม่จองเวร ไม่เชื่อก็ลองตามพิสูจน์กันไปอีกสอง สามชาติก็ได้ ใครจะอยู่พิสูจน์เชิญ แต่ผู้เขียนไม่ขออยู่ด้วย<O:p></O:p>
เป็นอันว่าเมื่อเกิดสงคราม ต้องมีการล้มตายสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเกิดขึ้น ด้วยประการฉะนี้ คำว่าสงครามธรรมชาติ ก็เพราะว่ามนุษย์เรากำลังต่อสู้ภัยธรรมชาติ เกิดการล้มตาย เกิดการสูญเสีย ไม่ว่าเป็นการสูญเสียเพราะลมพายุ เพราะน้ำท่วม น้ำพัดพา เกิดแผ่นดินไหว อุณหภูมิสูงอากาศร้อนจัด ตามที่เราได้รู้จากสื่อแขนงต่าง ๆ อยู่แล้วนั้น โดยนัยอย่างนี้ผู้เขียนขออนุญาตให้ความหมายว่าเป็นสงคราม เหตุเพราะมีการสูญเสีย ล้มตายเกิดขึ้นตามมา แม้แต่เกิดการล้มตายเพราะเทศกาลประเพณีต่าง ๆ ผู้เขียนให้คำว่าสงครามประเพณี คือมีคนตายครั้งละเป็น 1,000 คนและบาดเจ็บครั้งละ 40,000 50,000 คน จำนวนมากกว่าสงครามธรรมดาสมัยใหม่ในยุคไฮเท็ค (hi-tech) เสียอีก ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดู<O:p></O:p>
ในรอบ 40 50 ปี อุณหภูมิจะเพิ่ม 4-5 องศาเซลเซียส แสดงให้เห็นว่าโลกของเรามีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นเหตุให้น้ำแข็ง ที่ขั้วโลกเกิดการละลายตัวมากขึ้น ส่งผลให้น้ำท่วมเร็ว รังสี (U.V) อุลตร้าไวโอเล็ต ลงสู่โลกได้มาก กระทบผิวหนังของมนุษย์มากขึ้น อาจเกิดโรคมะเร็งผิวหนังง่าย ๆ อย่าพูดนะว่าเคยตากแดดมาสมัยปู่ย่าตายายแล้วไม่เห็นเป็นอะไร ก็เพราะแดดทุกวันนี้กับแดดสมัยก่อนไม่เหมือนกัน<O:p></O:p>
สงครามธรรมชาติ<O:p></O:p>
พอพูดถึงสงครามธรรมชาติ หมายถึงมนุษย์ต้องต่อสู้กับภาวะทางธรรมชาติ ต่อสู้กับภัยที่เกิดจากธรรมชาติ ความจริงแล้วหากมองกันให้ลึกโดยละเอียดแล้วมนุษย์เราก็ต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติอยู่แล้ว อย่างธรรมชาติ คือ ความเกิด แก่ เจ็บ และความตาย แต่นี่เป็นธรรมชาติที่มีประจำกับชีวิตของการเกิด คนทั้งหลายมองไม่เห็นว่าเป็นภัยธรรมชาติและไม่รู้สึกว่าต้องต่อสู้ แต่ความจริงเราต่อสู้จนกว่าชีวิตจะรอดผ่านพ้นไปแต่ละวันมิใช่เรื่องง่าย เหตุนั้นความจริงในตัวเราก็ต้องมีการต่อสู้กับสงครามในตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา หัวใจต้องเต้น ลมหายใจต้องหายใจอยู่ตลอดเวลา หากไม่หายใจหมายถึงความพ่ายแพ้ อันนี้เป็นการต่อสู้กับข้าศึกในตัวเราเอง ต่อไปจะมองออกไปนอกตัว เป็นต้นว่า ธรรมชาติที่เกิดความร้อนของอากาศ น้ำท่วม ฝนแล้ง ภูเขาถล่ม แผ่นดินไหว เป็นสิ่งที่มาทำลายชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเหตุให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น<O:p></O:p>
ความร้อนและความแห้งแล้งนอกจากการเกิดสารพิษในอากาศหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อคุณภาพอากาศแล้ว ในปัจจุบันยังพบว่าอุณหภูมิของอากาศที่ห่อหุ้มโลกไว้ได้ร้อนขึ้นกว่าแต่ก่อนประมาณ 0.6 องศาเซลเซียสและคาดว่าถ้ายังไม่มีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาความร้อนของอากาศแล้ว ในเวลาอีก 40 50 ปีข้างหน้าอากาศที่หุ้มห่อโลกอยู่จะร้อนขึ้นประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส เช่นกัน ปรากฏการณ์ที่บรรยากาศโลกร้อนขึ้นนี้ เรียกว่า Greenhouse effect ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนพื้นโลกแล้ว ความร้อนจะทำให้หิมะหรือน้ำแข็งที่จับตัวกันอยู่บริเวณขั้วโลกละลายกลายเป็นน้ำไหลลงสู่แหล่งน้ำ เช่น ทะเลและมหาสมุทร จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลองในเมืองต่างๆ ของโลกและอาจเกิดน้ำท่วมอย่างกว้างขวางขึ้นในโลกได้<O:p></O:p>
ความร้อนและความแห้งแล้วเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในประเทศแถบทวีปอาฟริกา เช่น ประเทศเคนยา เอธิโอเปีย และโซมาลี เคยเป็นข่าวอยู่เสมอว่า เกิดความแห้งแล้งกันดาร เนื่องจากฝนไม่ตก ขาดแหล่งน้ำในการบริโภค และการเพาะปลูก ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ ต้องอพยพด้วยการเดินเท้านับเป็นระยะทางไกล ๆ เพื่อไปอาศัยในประเทศใกล้เคียง ซึ่งทำให้องค์การสหประชาชาติและนานาประเทศต้องเข้าไปช่วยเหลือด้วยการส่งอาหารและยาไปให้<O:p></O:p>
ในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็เคยเกิดเหตุการณ์อากาศร้อน และแห้งแล้งขึ้นหลายครั้ง ประมาณปี พ.ศ. 2525 เกิดอากาศร้อนจัดใน รัฐเท็กซัส ทำให้ประชาชน และสัตว์เลี้ยงเสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2530 ก็เกิดภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้งทำให้ผลผลิตทางเกษตรกรรมเสียหายนับพันล้านบาท<O:p></O:p>
เมื่อวันที่ 1-21 สิงหาคม 2546 ที่ผ่านมา เมื่อเกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน อุณหภูมิสูงถึง39 องศาเซลเซียส(แค่นี้คงไม่ระคายผิวและไม่ตื่นเต้นสำหรับคนไทย) แต่ทำให้ประชากรชาวฝรั่งเศสล้มป่วยและตายไป 13,000 คน ประเทศอิตาลี มีคนตาย 2,000 คน เนเธอร์แลนด์ มีคนตาย 1,000 คน โปรตุเกส มีคนตาย 1,300 คน ที่สเปน มีคนตาย 100 คน และเยอรมัน มีคนตาย 30 คน <O:p></O:p>
สำหรับประเทศไทยก็ปรากฏว่าเกิดอากาศร้อนอบอ้าว ในปี พ.ศ. 2545 อากาศร้อนจนให้ผู้สูงอายุเสียชีวิต นักโทษในเรือนจำเสียชีวิต เพราะความร้อน ประกอบกันกับสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่ด้วย และฝนทิ้งช่วงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กล่าวคือ น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีประมาณเหลืออยู่น้อยมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับความเดือดร้อนจากความร้อนและแห้งแล้งอยู่ทุกปี ทำให้ขาดน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำที่จะใช้ในการเพาะปลูก แหล่งน้ำที่เคยมีอยู่ก็แห้งไม่พอใช้ ทางราชการต้องเข้าช่วยเหลือหาน้ำไปให้ใช้อยู่หลายปีติดต่อกัน รวมทั้งประชาชนในภาคอีสานก็ต้องอพยพเข้าไปหางานทำในจังหวัดอื่นๆ อยู่เป็นประจำโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันจึงต้องมีโครงการสำคัญหลายโครงการที่จะเข้าไปพัฒนาสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นพิเศษ เช่น โครงการอีสานเขียว โครงการสร้างงานในชนบท (กสช.) โครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ โครงการโขง ชี มูล และในยุคปัจจุบันนี้ (2546) รัฐบาลส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของแต่ละหมู่บ้านและตำบล โดยใช้ชื่อโครงการว่า โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะให้ประชากร ชาวบ้านอยู่ทำงานในท้องถิ่นของตนเอง ไม่ต้องอพยพ จากบ้านเกิดอันจะเป็นการสร้างความปึกแผ่น สร้างความเข้มแข็งของชุมชนไปพร้อมด้วย <O:p></O:p>
การเกิดภัยธรรมชาติ ภัยธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกปีได้แก่ การเกิดน้ำท่วมหรือที่เรียกกันว่า อุทกภัย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในแถบประเทศที่มีมรสุมพัดผ่าน เช่น ประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย จีน ลาว เวียดนาม ฯลฯ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นในแถบบังคลาเทศ ทำให้บ้านเรือน พื้นที่ทำการเพาะปลูกเสียหายจำนวนมาก ในเดือนพฤศจิกายน ในปีเดียวกันก็ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอ พิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช กระแสน้ำที่พัดพาเอาท่อนซุง และดินโคลนมาจากภูเขาเข้าทำลายชีวิต บ้านเรือน และพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายหลายพันล้านบาท ต้องอพยพประชาชนไปตั้งบ้านเรือนในที่แห่งใหม่ เนื่องจากดินที่ทลายลงมาทับถมจนไม่เหลือสภาพเดิมไว้เลย <O:p></O:p>
เมื่อวันที่ 3 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เกิดพายุใต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงมากขึ้นในภาคใต้ของของประเทศไทย บริเวณจังหวัดประจวบคิริขันธ์ และจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะที่อำเภอท่าแซะและอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ทำให้บ้านเรือนพังทลาย สวนยางพารา และสวนผลไม้เสียหายมากรวมทั้งชาวประมงต้องสูญเสียเรือประมงนับร้อยลำ และลูกเรือประมงราว 1000 คน ต้องเสียชีวิตและสูญหายไปในทะเล ประชาชนนับจำนวนหลายพันคนต้องขาดอาหารและน้ำ และไม่มีงานทำ รัฐบาลต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือและบูรณะพื้นฟูสิ่งแวดล้อมและอาชีพอย่างเร่งด่วน และในปี พ.ศ.2544 เกิดภาวะน้ำท่วมอย่างฉับพลันที่บ้านน้ำก้อ จ.เพชรบูรณ์ ทำลายชีวิตและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก<O:p></O:p>
นอกจากการเกิดน้ำท่วมและพายุทำลายบ้านเรือน ชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2532 2534 ก็นับว่าเป็นปีที่เกิดแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายมากที่สุด เช่น การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศรัสเซียและสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยเองก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ไม่รุนแรงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายเช่นในประเทศรัสเซียและสหรัฐอเมริกา และเมื่อต้นปี พ.ศ. 2537 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่เมือง ลอสแองเจลีส ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเกิดน้ำท่วมและการไหลของดินโคลนอย่างรุนแรงในรัฐอื่นๆ อีก ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ด้านแผ่นดินไหว<O:p></O:p>
แผ่นดินไหว เป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่ง เกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ ทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินเลื่อน ถล่ม และเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ เช่น ระเบิดนิวเคลียร์ ในส่วนภาคเหนือของไทยที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3-4 ริกเตอร์ และที่เกิดขนาดใหญ่ที่สุด ที่บันทึกไว้ได้ 5-6 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2518 ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดตาก<O:p></O:p>
สถิติแผ่นดินไหวในประเทศไทย มีการตรวจวัด โดย กรมอุตุนิยมวิทยา มีขนาดเล็กและปานกลางไม่เกิน 6.0 ริกเตอร์ หากมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่พอที่จะส่งแรงสั่นสะเทือนมายังประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย ต่อสิ่งก่อสร้าง ประชาชนพอมีอาการเวียนหัวบ้างเล็กน้อย จึงอยากนำมากล่าวเพื่อเป็นตัวอย่างจะได้เตือนสติมิให้เกิดความประมาท ดังนี้<O:p></O:p>
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2518 ขนาด 5.6 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอท่ายาง จังหวัดตาก<O:p></O:p>
วันที่ 15 เมษายน 2526 ขนาด 5.5 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี<O:p></O:p>
วันที่ 22 เมษายน 2526 ขนาด 5.9 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี<O:p></O:p>
วันที่ 11 กันยายน 2537 ขนาด 5.2 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย<O:p></O:p>
วันที่ 9 ธันวาคม 2538 ขนาด 5.1 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่<O:p></O:p>
วันที่ 21 ธันวาคม 2538 ขนาด 5.2 ริกเตอร์ บริเวณ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่<O:p></O:p>
วันที่ 22 ธันวาคม 2539 ขนาด 5.5 ริกเตอร์ บริเวณ พรมแดนไทย-ลาว<O:p></O:p>
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แผ่นดินไหวที่ส่งแรงสะเทือนถึงประเทศไทย จาก พ.ศ. 2442 ถึง สิงหาคม 2543 มีดังนี้<O:p></O:p>
วันที่ 31 สิงหาคม 2542 ขนาด 4.8 ริก เตอร์ พรมแดนไทย - ลาว รู้สึกได้ที่จังหวัดน่าน<O:p></O:p>
วันที่ 3 เมษายน 2542 ขนาด 3.2 ริกเตอร์ พรมแดนไทย- พม่า รู้สึกได้ที่ อำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงราย<O:p></O:p>
วันที่ 29 มิถุนายน 2542 ขนาด 5.6 ริกเตอร์ พรมแดนไทย- พม่า รู้สึกได้ที่จังหวัดเชียงราย<O:p></O:p>
วันที่ 15 สิงหาคม 2542 ขนาด 5.6 ริกเตอร์ พรมแดนไทย-ตอนใต้ของพม่า รู้สึกได้ที่จังหวัดเชียงใหม่<O:p></O:p>
วันที่ 17 สิงหาคม 2542 ขนาด 2.1 ริกเตอร์ บริเวณทะเลอันดามัน รู้สึกได้ที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา<O:p></O:p>
วันที่ 29 สิงหาคม 2542 ขนาด 2.1 ริกเตอร์ รู้สึกได้ที่บริเวณจังหวัดภูเก็ตและพังงา<O:p></O:p>
วันที่ 20 มกราคม 2543 ขนาด 5.9 ริกเตอร์ เกิดที่บริเวณ ประเทศลาว แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทยที่จังหวัดน่าน-จังหวัดแพร่ -จังหวัดพะเยา - จังหวัดเชียงราย มีความเสียหายที่จังหวัดน่าน-จังหวัดแพร่[1] (http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=edit&id=226&Itemid=&Returnid=69#_ftn1)[1]<O:p></O:p>
วันที่ 14 เมษายน 2543 ขนาด 4.9 ริกเตอร์ บริเวณพรมแดนลาว-เวียดนาม รู้สึกได้ที่จังหวัดสกลนคร<O:p></O:p>
วันที่ 29 พฤษภาคม 2543 ขนาด 3.8 ริกเตอร์ บริเวณอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ <O:p></O:p>
วันที่ 7 สิงหาคม 2543 ขนาด 3.0 ริกเตอร์ บริเวณพรมแดนไทย- พม่า รู้สึกได้ที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน<O:p></O:p>
อยากมองจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเราแม้จะเป็นปลายหางของแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2546 นี้เอง โดยมีศูนย์กลางอยู่พม่า กระทบมาถึงภาคเหนือของประเทศไทย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 ริกเตอร์ แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ [2] (http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=edit&id=226&Itemid=&Returnid=69#_ftn2)[2]ที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะบ่อยมากขึ้น <O:p></O:p>
สำหรับในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2466 เกิดแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.9 ริกเตอร์ มีคนตายมากกว่า 140,000 คน นั่นเมื่อนานมาแล้ว และตามที่เป็นข่าวเสนอในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2546 ว่า ธรณีพิโรธ ซามูไรหนักสุดในรอบ 9 ปี บาดเจ็บ 479 คน ต้องอพยพหนีตาย 40,000 คน เกิดกระแสไฟฟ้าดับ 14,500 หลังคาเรือน แผ่นดินไหวครั้งนี้วัดความสั่นสะเทือนได้ 8.0 ริกเตอร์ และเกิดอัฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 19 ครั้ง วัดความสั่นสะเทือนได้ 7 ริกเตอร์<O:p></O:p>
แผ่นดินไหวที่ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2546 มีคนเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 40,000 ศพ และประชาชนขาดที่อยู่เป็นแสนคน<O:p></O:p>
แผ่นดินไหวที่ประเทศมอร็อคโค ริมทะเลเมอริเตอร์เรเนียน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.5 ริกเตอร์ มีคนเสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 560 คน บาดเจ็บและสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก<O:p></O:p>
ภัยธรรมชาติที่เกิดจากพายุ มองจากปรากฏการณ์ที่เป็นจริงที่เกิดขึ้น จึงจะทำให้ได้รับประสบการณ์โดยตรง เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2546 เกาหลีใต้ เจอพายุไต้ฝุ่น เมจิ ถล่มหนัก ตายมากกว่า 100 คน เมืองไทยแม่น้ำปิงเอ่อท่วมเมืองเชียงใหม่ ท่วมบ้านเรือนเป็นพันหลังคา ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ท่วมไร่นาเกษตรกรมากกว่า 35,000 ไร่
ในวันที่ 18 กันยายน 2546 นี้เอง สหรัฐอเมริกา โดนพายุเฮอริเคน อิซาเบล ถล่มในกรุงวอชิงตัน ดี ซี นิวยอร์ก รัฐเวอร์จิเนีย เพนซิลเวเนีย ส่งผลให้ต้องงดเที่ยวบินไปตั้ง 2,000 เที่ยวบิน ประชาชนประมาณ สามล้านห้าแสนคน ต้องตกอยู่กับความมืดไม่มีไฟฟ้าใช้ และเมื่อเดือนที่แล้วมา ในสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษ เกิดไฟฟ้าดับ ประชาชนต้องจุดเทียน ต้องเดิน เพราะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างต้องหยุดชะงัก เป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจหลายพันล้าน ประกอบกับเศรษฐกิจของอเมริกาไม่ค่อยดีอยู่ด้วยแล้ว เพราะรัฐบาลของเขาหลงตัวเองว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ทำตัวเป็นตำรวจโลก และมัวแต่ไปทำสงครามจนลืมความเป็นอยู่ ลืมเศรษฐกิจของตนเอง ปล่อยให้ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไปชุมชนคนมาก ๆก็กลัว ขึ้นตึกสูง ๆ ย่านเศรษฐกิจก็กลัว เห็นแป้งขาว ๆ ก็กลัวเกรงกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไปทุกหัวระแหงและเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลาประมาณ 07.58:53 น.เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย วัดได้ 9.0 ริกเตอร์ [4] (http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=edit&id=226&Itemid=&Returnid=69#_ftn4)[1]ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ถล่มตามมาที่มีชื่อว่า สึนามิ ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่าคลื่น หรือคลื่นในอ่าว เพราะประเทศญี่ปุ่นจะประสบบ่อยในเรื่องของแผ่นดินไหว คลื่นถล่มจนเป็นปกติในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น สำหรับคลื่น สึนามิ ที่เกิดขึ้นในคราวนี้ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเซีย เช่น อินโดนีเซีย เสียชีวิต 113,306 ศพ ศรีลังกา เสียชีวิต 30,000 ศพ อินเดีย 15,000 ศพ ประเทศไทย 5,390 ศพ โซมาเลีย 176 ฯลฯ รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 278,574 คน บาดเจ็บ หลายแสน ไร้ที่อยู่อาศัยไม่น้อยกว่า 5,000,000 คน ในขณะเดียวกันประเทศไทยเกิดคลื่นยักษ์สูงประมาณ 10 20 เมตร ถล่มจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่จังหวัดพังงาก่อให้เกิดความสูญเสียไปไม่น้อย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของไทย ยอดเท่าที่รวบรวมได้ในวันนี้เฉพาะประเทศไทยเสียชีวิต จำนวน 5,390 ศพ บาดเจ็บ 8,457 คนและสูญหาย 3,370 คน คือขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ วันที่ 11 มกราคม 2548 แต่แน่นอนที่สุดยอดผู้เสียชีวิตจะต้องเพิ่มขึ้นอีก เพราะผู้ที่สูญหายหากไม่แจ้งซ้ำซ้อนกันแน่นอนที่สุดต้องเสียชีวิตแล้วทั้งหมด<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-comhttp://www.palungjit.com/board/ /><O:P></O:P></FONT></P><P><FONT face=แผ่นดินไหวคราวนี้นับว่าเป็นขนาดใหญ่สุดอันดับที่ 4 นับจากที่เคยเกิดมา ที่เกิดคลื่นยักษ์ได้คร่าชีวิตผู้คนรอบฝั่งทะเลมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย ประเทศไทย โซมาเลีย และประเทศอื่น ๆ ไปจำนวนเป็นแสนคนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น จุดศูนย์กลางการไหวพบอยู่ที่ 3.298 N, 95.779 E ประมาณ 160 กิโลเมตร จากทิศตะวันตกของเกาะสุมาตรารู้สึกการสั่นสะเทือนได้ถึงบังคลาเทศ อินเดีย มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ ไทย มัลดีฟส์ การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ผิดปกติเนื่องจากกินอาณาบริเวณกว้างขวางตลอดรอยเลื่อนยาว 1,200 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเปลือกโลกแผ่น Indopacific plate ที่มุดตัวลงใต้แผ่นเปลือกโลก Eurosian plate เมื่อแผ่น Indopacific plate เลื่อนตัวมุดลงไปตามกระแสการไหลเวียนของหินหลอมเหลวใต้เปลือกโลก ก็จะฉุดปลายของแผ่น Eurosian plate ให้โค้งงอตามลงไปด้วย อันเป็นการสะสมพลังงานในแผ่น Eurosian plate เมื่อสะสมพลังงานถึงระดับหนึ่ง ปลายของแผ่น Eurosian plate ก็จะดีดตัวขึ้นเหมือนแผ่นสปริงเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นแผ่นดินไหว และดันมวลน้ำที่อยู่เหนือขึ้นไปให้โป่งขึ้นเป็นคลื่นยักษ์ และทางซีกขวางของคลื่นยักษ์ก็จะเกิดร่องน้ำลึกต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปกติมาก เนื่องจากมวลน้ำบริเวณที่เป็นร่องน้ำนี้ถูกดันขึ้นไปเป็นคลื่นยักษ์ ขั้นต่อมาคลื่นยักษ์นี้จะลดระดับความสูงลง และแตกเป็นคลื่นย่อยลงมา 2 ลูก เคลื่อนตัวจากกันในลักษณะวงรีห่างจากแนวรอยเลื่อนตั้งแต่บริเวณตัวเกาะสุมาตรา เกาะนิโคบาร์ และหมู่เกาะอันดามัน คลื่นลูกหนึ่งจะเคลื่อนไปทางซ้ายมือ(ทิศตะวันตก)เข้าหาฝั่งประเทศศรีลังกา และอินเดีย ส่วนคลื่นอีกลูกจะเคลื่อนที่เข้าหาชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย ดังนั้น ชายฝั่งของศรีลังกา อินเดีย และประเทศไทย จึงรับการโถมตัวของคลื่นยักษ์สึนามิอย่างเต็ม ๆ ขณะที่บังคลาเทศ พม่า มาเลเซีย ได้รับน้อยกว่าชนิดเฉียด ๆ เท่านั้นเอง[5] (http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=edit&id=226&Itemid=&Returnid=69#_ftn5)[2]<O:P></O:P>
จากการประชุมระดับนานาชาติที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอังคารที่ 18 มกราคม 2548 ด้วยจุดมุ่งหมาย เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน เมื่อเกิดความหายนะขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีข้อมูลที่แสดงตัวเลขคนตายและความหายนะบางจุดตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 เป็นต้นมา ที่น่าสนใจ ดังนี้<O:P></O:P>
ที่ ปี ค.ศ. สถานที่ จำนวนคนตาย ลักษณะที่หาย<O:P></O:P>
1 1970 บังคลาเทศ 300,000 คน ไซโคลน<O:P></O:P>
2 1976 จีน(เมืองถังชาน) 255,000 คน แผ่นดินไหว<O:P></O:P>
3 1920 จีน(เมืองกังสู) 200,000 คน แผ่นดินไหว<O:P></O:P>
4 2004 ดินโดนีเซีย(เกาะสุมาตรา) 278,574 คน แผ่นดินไหว<O:P></O:P>
5 1923 ญี่ปุน(เมืองกันโต)(สึนามิ) 143,000 คน แผ่นดินไหว <O:P></O:P>
6 1991 บังคลาเทศ 138,000 คน ไซโคลน<O:P></O:P>
7 1948 เติร์กเบนิสถาน 110,000 คน แผ่นดินไหว<O:P></O:P>
8 1908 อิตาลี 70-100,000 คน แผ่นดินไหว-น้ำท่วม<O:P></O:P>
9 1902 มาตินิค 35-110,000 คน ภูเขาไฟระเบิด<O:P></O:P>
10 2003 อิหร่าน(เมืองบาม) 31,000 คน แผ่นดินไหว<O:P></O:P>
11 1995 ญี่ปุ่น(เมืองโกเบ) 6,433 คน แผ่นดินไหว [6] (http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=edit&id=226&Itemid=&Returnid=69#_ftn6)[3]<O:P></O:P>
<O:P></O:P>
ประเด็นที่อยากเสนอตรงนี้ เพราะเราคงไปแก้ไขอะไรไม่ได้ในขณะนี้ไหน ๆก็เกิดขึ้นแล้วซึ่งยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าเป็นภัยธรรมชาติ รัฐบาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อนมนุษย์มีหน้าที่ต้องช่วยกันในฐานะเป็นเพื่อนมนุษย์ เพื่อหลักของมนุษยธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่าในประเทศไทยเราแม้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่โดนหนักขนาดนี้ ทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ก็เข้าไปจัดการช่วยเหลือได้ดี นอกนั้นก็ภาคเอกชนอีกมากมายที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเริ่มตั้งแต่ช่วยบรรเทาทุกข์จัดหาอาหาร เสื้อผ้า เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ฝ่ายสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่ต้องหนักหน่อยเพราะต้องไม่เพียงแต่นับจำนวนของศพที่เสียชีวิต เพื่อให้รู้จำนวนศพเท่านั้น หากแต่ต้องพิสูจน์ด้วยว่าศพนี้เป็นใคร เป็นชาติไหน เพราะศพยิ่งนานวันก็เน่าเปื่อยแทบจะไม่เหลือสภาพเป็นศพให้เห็น ผู้อ่านลองนึกเองก็แล้วกันว่าแค่หนูตายข้าง ๆ บ้านเรา แมวตาย หมาตายข้าง ๆ บ้านเราเพียงตัวเดียว(ขออภัยนี้เพียงต้องการเปรียบเทียบในประเด็นของกลิ่นเท่านั้นเพื่อให้เห็นชัดเจน) พอมันเน่าเต็มทีก็แทบอยู่บ้านไม่ได้แล้ว อันนี้ศพคนเน่าไม่ใช่ศพเดียว หากเป็นหลายสิบศพ หลายร้อยศพ ตามวัดแต่ละวัด ที่ไหนมีช่องพอวางศพได้จะกลายเป็นที่เก็บศพโดยปริยาย แน่นอนการเก็บในสถานการณ์อย่างนั้นความมิดชิดมันป้องกันกลิ่นมันคงทำให้ดีที่สุดไม่ได้อยู่แล้วขอให้ได้เก็บได้ห่อไว้ก่อน กลิ่นเหม็นศพคน ซากสัตว์ที่เน่าตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ประเด็นนี้ก็ต้องเห็นใจพวกเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเขาบ้าง คือต้องเห็นใจกันทุกฝ่าย เพราะต่างฝ่ายมีเจตนาดีอยากไปช่วยเหลือ อาจมีวิธีการที่ไม่ตรงกันบ้างเป็นธรรมดา ในเบื้องต้นเราอาจจับต้นชนปลายไม่ถูก เหตุเพราะตั้งหลักไม่ทัน เราคาดไม่ถึงจึงไม่มีการเตรียมป้องกันไว้ล่วงหน้า ประเด็นนี้ไม่มีใครถูกใครผิด เพราะเราไม่เคยเกิดภัยธรรมชาติในลักษณะนี้มาตั้งสมัยปู่ย่าตายายแล้ว จะไปโทษใครจึงเป็นเรื่องที่ไม่บังควร<O:P></O:P>
ประเด็นที่เราจะคิด คือเราได้เรียนรู้อะไรจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ(Nature Phenomena)นี้ แม้จะเป็นบทเรียนที่ก่อให้เกิดความหายนะมากเท่าไรก็ต้องยอมรับกัน เพราะเราเลือกไม่ได้ แต่เราเรียนรู้ได้ เมื่อเรียนรู้แล้วต่อไปเราจะวางท่าทีต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร เราจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร มาตรการต้องเกิดขึ้นแน่นอน การประสานงานร่วมมือกันในระบบเตือนภัยระดับนานาชาติต้องเกิดขึ้นแน่ ประชาชนได้เรียนรู้เลยว่าถ้าวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.0 ริกเตอร์ขึ้นไปต้องเตรียมอย่างไร หรือถ้าเห็นน้ำทะเลลดลงมากผิดปกติ ต้องเตรียมการอย่างไร ถ้าลงทะเลต้องไปให้ไกล ถึงกลางทะเล ถ้าขึ้นบนบกต้องขึ้นเขาสูง ที่สำคัญมากที่สุดคือมันได้เตือนสติให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท อนาคตอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกก็ได้ เราต้องไม่ประมาทมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ระมัดระวังเตรียมพร้อมอยู่เสมอ<O:P></O:P>
และอีกสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็น แม้จะเป็นภาพที่ไม่อยากเห็นบ่อยนัก คือภาพที่ประชาชนคนไทยหลั่งไหลไปช่วยเหลือกัน เราพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าคนไทยพอมีเรื่องมีปัญหาเราสู้ตาย พอเพื่อนร่วมชาติประสบภัยเราไม่ทิ้งกัน ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด ภาคใดของประเทศ เราไม่เคยแบ่งแยกเป็นภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือในความรู้สึกที่แตกต่างและแตกแยกกัน เราเรียกตามลักษณะของภูมิศาสตร์ เพื่อความเข้าใจในด้านสถานที่อยู่ ให้เกิดความเข้าใจง่ายเท่านั้น แต่ในความรู้สึกทุกส่วนของประเทศ ของแผ่นดินไทยนั่นคือพี่น้องชาติไทยทั้งสิ้น เหตุการณ์คราวนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่ช่วยคนไทยเท่านั้นทุกชาติที่มาประสบภัยในประเทศไทย เราต้องดูแลรับผิดชอบ ช่วยเหลือเขาทั้งหมด และความมีน้ำใจของคนไทย ความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ของคนไทย ได้กำจรกำจายไปสู่สายตาของนานาประเทศมากขึ้น นานาชาติต่างชื่นชมต่อความมีน้ำใจของประชาชนคนไทย ต่อรัฐบาลไทย และอีกประเด็นหนึ่งในด้านนโยบายการต่างประเทศไทยเรา ที่วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป แต่เรายึดองค์กรกลางระหว่างประเทศเป็นหลัก คือองค์การสหประชาชาติเป็นหลัก พอเกิดเรื่องขึ้นนานาชาติก็มีท่าทีต่อชาติเราด้วยความสะดวกใจ มีท่าทีด้วยความเป็นมิตร เพราะชาติไทยเราไม่เคยเป็นศัตรูกับชาติใดในโลกนี้ เพราะเรามองทุกชาติเป็นเพื่อน ฐานความคิดนี้หากมองสาวไปให้ลึกแล้ว น่ามาจากฐานความคิดความเชื่อ ที่นับว่าเป็นวัฒนธรรมทางความคิดของคนไทย ที่ได้จากคำสอนทางพระศาสนาที่บรรพบุรุษนับถือมา ที่สอนให้มองเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนที่ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น พอเกิดเรื่องคับขันขึ้นเราจะช่วยกันโดยสัญชาตญาณ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น สัญชาตญาณเชิงวัฒนธรรม ที่มันนอนเนื่องอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ของความรู้สึก หากจะพูดกันแบบตรงไปตรงมา ก็คือวัฒนธรรมทางความคิดนี้ หรือสัญชาตญาณเชิงวัฒนธรรมนี้ได้มาจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่สอนเน้นในเรื่อง สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย ขอให้มีความสุขกาย สุขใจ ปลอดพ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเทอญ โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตยาที่เป็นเสมือนภูมิคุ้มกัน โรงงานสร้างภูมิคุ้มกันในเรื่องนี้มีกระจายเกือบทุกหมู่บ้านของประเทศไทยคือวัดโดยมีพระสงฆ์สามเณรผู้ทำหน้าที่เสมือนพนักงานของโรงงาน พอถึงคราวคับขันภูมิคุ้มกันมันทำหน้าที่ของมันเอง เพราะเราได้หล่อหลอมมานานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จนฝังลึกเป็นสายเลือด สายแห่งจิตวิญญาณ ที่เรียกว่า สัญชาตญาณเชิงวัฒนธรรม ตามที่กล่าวแล้ว<O:P></O:P>
ในฐานะที่เป็นคนไทย ขอขอบคุณคนไทย ขอบคุณรัฐบาลไทย ที่มีน้ำใจทั้งหลาย ตลอดทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร พ่อค้าประชาชน ข้าราชการ ทหารตำรวจ แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ขอถือโอกาสขอบคุณแทนผู้ที่ประสบภัยทั้งหลายที่ไม่มีโอกาสมาขอบคุณท่านได้ แน่นอนอาจมีบ้างประเภทแปลกปลอม ที่ไปฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมเพื่อนมนุษย์ ที่คอยเอาเปรียบบนคราบเลือด คราบน้ำตาเพื่อนมนุษย์ผู้ประสบเคราะห์กรรม แต่หากแยกให้ดีแล้ว คนที่ฉกมีไม่กี่คน แต่คนที่ไปช่วยมากกว่า ขอให้คนไทยเราจงรักษาความดีตลอดไป ตราบใดทะเลยังมีคลื่น ตราบนั้นคนไทยจะไม่หมดสิ้นซึ่งความมีน้ำใจ เพราะนั้นคือวัฒนธรรมของความเป็นคนไทย ตามที่กล่าวแล้ว และผู้ที่ประสบปัญหาก็ต้องยอมรับกับสภาพที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น เชื่อมั่นว่าผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งพอ ปรับตัวและฟื้นตัวได้ในไม่ช้าแน่นอน เพราะคนไทยเราเก่งอยู่แล้ว โดยเฉพาะเป็นชาวบ้านตามชนบทเป็นนักต่อสู้ มีความอดทนสูง มีประสบการณ์กับภัยพิบัติทุก ๆ รูปแบบ เป็นนักต่อสู้โดยวิถีชีวิต แน่นอนที่สุดไม่เป็นไปตามที่จิตแพทย์ชาวฝรั่งคาดการณ์ ผู้เขียนถ้าทายกับพวกเหล่านั้นว่า จะเอาฐานความคิด ตามแบบตะวันตกมาเป็นมาตรวัดคนไทยไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมทางความคิดของคนไทย โดยเฉพาะคนในชนบท มีบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน เกิดปัญหาแบบฝรั่ง แต่คนอาจไม่แก้แบบฝรั่ง ประสบกับปรากฏการณ์แบบฝรั่ง คนไทยอาจไม่คิด ไม่มีความรู้สึกอย่างที่ฝรั่งรู้สึกก็ได้เพราะคนละวัฒนธรรม จะมาใช้มาตรเดียวกันวัดไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสังคมเมืองหรือในกรุงเทพฯ สื่อมวลชนตะวันตกอาจคาดการณ์ได้ใกล้เคียงอยู่บ้าง เพราะวิถีชีวิตของคนสังคมเมืองพยายามตามก้นพวกตะวันตก อยากอยู่ อยากคิด อยากแก้ปัญหาแบบฝรั่ง พูดง่าย ๆ ก็พยายามเป็นทาสฝรั่งทางความคิดมาโดยตลอดนั่นเอง พอเกิดเรื่องกระทบที่รุนแรง ทำใจไม่ได้ ไม่มีทางออก ใจไม่เข้มแข็งพอ หลักใจไม่มี เพราะไปพัฒนาเฉพาะวัตถุเพื่อไปเอาชนะกัน ไปฆ่าฟันรันแทงกัน ไม่สนใจศาสนา ไม่พัฒนาจิตใจให้เข้าถึงความจริง ยอมรับสภาพความจริงตามที่เป็น ขอยืนยันว่าคนไทยไม่ฆ่าตัวตายแน่นอน สื่อมวลชนตะวันตกวิเคราะห์สังคมไทย วิเคราะห์ความรู้สึกคนไทยผิด เพราะฐานหลักและมีปัจจัยเงื่อนไขในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน <O:P></O:P>
<O:P></O:P>
สรุป<O:P></O:P>
หากกล่าวโดยสรุปแล้วสภาพธรรมชาติ นับวันแต่ทวีความเลวร้ายรุนแรงมากขึ้น ปัจจัยหนึ่งเกิดจากการพัฒนาของมนุษย์ ที่มีฐานความคิดที่ว่าการพัฒนาคือต้องนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาสนองความอยากของมนุษย์มาก ๆ การพัฒนาที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อม พัฒนาที่สนองโลภะ โทสะ และโมหะ และประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหลายสมควรตกเป็นจำเลยของมวลมนุษยชาติด้วย ที่แอบไปทดลองอาวุธนิเคลียร์ตามพื้นมหาสมุทร ตามเกาะต่าง ๆ ที่เจาะพื้นดินลงไปเพื่อทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ที่จะอวดศักดาแสดงความเป็นเจ้าพ่อ เป็นนักเลงโต หรืออันธพาลของโลกทั้งหลาย สมควรตกเป็นจำเลยของประชาคมโลก ในฐานะเป็นอาชญากรต่อมวลมนุษยชาติ เพราะการทดลองอาวุธนิวเคลียร์อาจทำให้ผิวโลกเกิดการยุบตัว หรือกระทบกระเทือนต่อผิวโลกได้ เพราะแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีแรงสั่นสะเทือนแค่เพียง 1 ใน 5 ของปรมาณู ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พ.ศ.2488 ทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ที่โดนปรมาณูคราวนั้นมีคนตายทันที 140,000 ศพ และยังมีสารกัมมันตภาพรังสี ส่งผลสุขภาพ ต่อระบบเลือด ประชาชนต้องกลายเป็นคนพิการต่อมาอีกนับล้านคน แต่นิวเคลียร์มีแสนยานุภาพในทางทำลายล้างมากกว่าปรมาณูหลายเท่า และเมื่อเกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิ ได้มีประชาคมโลก มีองค์กรนานาชาติออกมาช่วยเหลือกัน แม้จะมีผู้นำบางชาติอาจจะเชื่องช้าหรือไม่ถนัดในเรื่องช่วยชีวิตคน แต่ถนัดในเรื่องการฆ่าคน การทำลายชีวิตคนมากกว่า จึงส่งผลต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความวิปริตผิดปกติ เช่น อุณหภูมิโลกของสูงขึ้น โลกจะร้อนเพิ่มมากขึ้น อากาศจะเสียมากขึ้น มลพิษ มลภาวะจะมากขึ้น ทั้งนี้สาเหตุมาจาก จิตใจของมนุษย์มีความวิปริตผิดปกติมากขึ้น แรกอ่านพุทธทำนายพระสุบินของพระเจ้าปเสนธิโกศล ที่ว่าในคราวที่พระราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรม ข้าราชการไม่ตั้งอยู่ในธรรม และประชาชนไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะเป็นเหตุให้เกิดภัยธรรมชาติ อากาศผิดปกติ ฟ้าฝนจะผิดปกติ รสผลไม้จะเปลี่ยนไป แรก ๆ ยังมองความเชื่อมโยงไม่ได้ มองว่าไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกันได้ มนุษย์ก็คือมนุษย์ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติคือสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันนี้ สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ชัดแล้วว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทั้งมวลล้วนมาจากฝีมือของมนุษย์ที่ไม่ตั้งอยู่ในธรรมทั้งสิ้น พวกมนุษย์ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า อย่างที่พระพุทธองค์ทรงสอนมิให้สยบยอมอยู่ใต้อำนาจของโลภะ โทสะและโมหะ และมิให้พัฒนาเพื่อสนองโลภะ โทสะและโมหะ ขณะเดียวกันทรงสอนให้ดำรงมั่นอยู่ในศีล สมาธิและปัญญา พัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม มีเมตตาธรรม ให้ฐานความคิดตั้งอยู่บนฐานของสัพเพ สัตตา ทั้งหมดล้วนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บและตายด้วยกันทั้งสิ้น ต่างล้วนรักสุข เกลียดทุกข์เสมอเหมือนกัน สอนทางสายกลาง คือมัชฌิมาปฏิปทา มองความสมดุลระหว่างวัตถุและนามธรรม คือจิตใจ หากการดำเนินชีวิตเป็นไปตามหลักของคำสอนของพระพุทธองค์ โลกนี้ดำรงอยู่ด้วยความสมดุล สรรพชีวิตจะดำรงอยู่อย่างมีความสุขและจะเป็นความสุขที่ยั่งยืนถาวร ตามที่ปรารถนา ขอฝากไว้ว่ามีสิ่งที่ดี สิ่งที่ประเสริฐ คือคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดรีบนำออกมาใช้เถิด อย่ามัวประมาทกันอยู่เลย ประเดี่ยวตายก่อนจะไม่ได้ใช้ แล้วจะมาโอดครวญเสียใจภายหลัง พระเจ้าหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้ เพราะโลกนี้ไม่ได้เสื่อมและเจริญเพราะการอ้อนวอนและดลบันดาลของพระเจ้าองค์ใด หากแต่จะเสื่อมและเจริญเพราะน้ำมือมนุษย์นี้เอง ขอพวกเราทั้งหลายดำรงชีวิตให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด. <O:P></O:P>
<O:P></O:P>
เอกสารอ้างอิง<O:P></O:P>
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2546.<O:P></O:P>
ข่าวสดรายวัน ฉบับวันที่ 23 กันยายน 2546.<O:P></O:P>
ข่าวสดรายวัน ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2546<O:P></O:P>
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 29 ธันวาคม 2547<O:P></O:P>
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 4 มกราคม 2548<O:P></O:P>
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 9 มกราคม 2548<O:P></O:P>
วรวิทย์ ชีวาพร, พิชาญ สว่างวงศ์.คอลัมน์ การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและคลื่นมหันตภัยสึนามิ. <O:P></O:P>
ในมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 11 มกราคม 2548<O:P></O:P>
Bangkok Post ffice:smarttags" /><ST1:date Year="2005" Day="20" Month="1">Thursday, January 20, 2005</ST1:date> p 8 section 1.<O:P></O:P>
<HR align=left width="33%" SIZE=1>[1] มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 29 ธันวาคม 2547<O:P></O:P>
[2] วรวิทย์ ชีวาพร, พิชาญ สว่างวงศ์.คอลัมน์ การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและคลื่นมหันตภัยสึนามิ. ในมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 11 มกราคม 2548(หน้า 6)<O:P></O:P>
[3]Bangkok Post Thursday, January 20, 2005 p 8 section 1.<O:P></O:P>
[1] มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2546.<O:P></O:P>
[2] มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2546.<O:P></O:P>
[3] ข่าวสดรายวัน ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2546.<O:P></O:P>
http://www.md.chula.ac.th/rcat/0603/disaster.pdf
ที่มา
kananun
27-12-2006, 08:38 PM
ผมขออนุญาต อธิบายถึงภาพรวมของการทำงานเพื่อช่วยผู้คนจากภัยพิบัติต่างๆ ของกลุ่มพวกเราดังนี้ครับ และขออธิบายผลที่คาดหวังตามที่พระท่านได้บอกมาครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเรามีประชากร ตอนนี้ 60 กว่าล้านคน พวกเราช่วยกันทำงานกันอยู่ตรงจุดนี้ หนึ่งร้อยกว่าท่าน ในจุดอื่น สายอื่น อีกไม่เกินหมื่นท่าน (ไม่นับท่านที่มีกายทิพย์) ดังนั้นการช่วยเหลือย่อมไม่อาจช่วยทุกคนได้ทั้งหมด มีส่วนที่ท่านต้องรับผลแห่งกรรม ต่างคนต่างวาระกันไปด้วย ดังนั้นท่านที่ทำงานก็พึงต้องวางอุเบกขาธรรมในการทำงานนี้ด้วย
การทำงานของพวกเราขณะนี้ ได้เริ่มดำเนินการแล้วครับ
ภาพรวมของงานที่เราทำก็คือ
1.รวบรวมข้อมูลในด้านต่างๆ เกี่ยวกับภัยพิบัติทั้งหมด เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้งชาวธรรมได้รับทราบ และเตรียมตัว
--เพื่อ ให้ทุกคนได้มีองค์ความรู้ในการ เตรียมตัว การเตรียมใจ การเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น การดูแลตนเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรืออย่างน้อยก็เพื่อให้ผู้ที่รู้เรื่องนี้มาบ้าง ช่วย เป็นผู้นำในกลุ่มย่อยๆพาผู้อื่นให้รอดไปได้
--เพื่อผู้ที่จะอพยพมาที่ศูนย์หลบภัย จะได้ มีการเตรียมพร้อมทางด้านเสบียงกรัง ข้าวของ เครื่องใช้ ติดตัวมาบ้าง เพราะการที่คนสิบคน ต้องเตรียมของให้กับคนอีก พันคน เป็นเรื่องยากกว่า การที่ ทุกคนมีการเตรียมตัวนำของๆตนมาตามสมควรไม่เป็นภาระต่อส่วนรวมมากจนเกินไป เพราะเมื่อถึงเวลาข้าของจะขาดแคลนมากหายาก การเตรียมตัวไว้ก่อนเป็นเรื่องง่ายกว่ามาก
ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่เข้าใจในวัตถุประสงค์นี้ ได้ศึกษาข้อมูล เตรียมตัว เตรียมของใช้ รวมทั้งช่วยเผยแพร่ข้อมูลความรู้เหล่านี้ให้คนที่ใกล้ชิด และเราอยากให้เขารอด
2. การรวบรวมทรัพยากรบุคคล ในการช่วยกันทำงานนี้ จำเป็นต้องอาศัยความเสียสละ และความสามัคคี เนื่องจาก
งานนี้เป็นงานใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
เวลามีน้อย
งบประมาณและทรัพยากรอื่นมีจำกัด
ดังนั้น การทำงาน ด้วยระบบเนตเวอร์ค จึงเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
ถ้าผู้ที่เตรียมตัวเรื่องภัยพิบัติแต่ละกลุ่ม ทั้งหมด ร้อยกลุ่ม พันกลุ่ม ต่างคน ต่างทำ ก็ต้องหาข้อมูล แบบต่างคนต่างหา ร้อยครั้งพันครั้ง แต่ถ้าทุกกลุ่ม ร่วมมือกันมีความสามัคคี จริงใจต่อกัน ช่วยกัน หาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้อื่นให้รอด เราก็จะได้ข้อมูลที่กว้างขวาง ครอบคลุมมากกว่า งานบางงานไม่อาจจะทำลำพังแค่คนเดียวกลุ่มเดียวได้ครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานที่พวกเราได้ทำก็เพื่อการช่วยเหลือผู้คนหมู่มากอย่างนี้ ยิ่งต้องอาศัยกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา กำลังความสามัคคียิ่งกว่าครั้งใดครับ
การทำงานเป็นเนตเวอร์คแบบนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการแบ่งปันข้อมูลแล้วยัง
เพื่อการแบ่งปัน ทรัพยากรต่างๆอีกด้วย เช่น จุดหนึ่ง อาจมีอาหารมาก แต่ไม่มี เสื้อผ้า ก็อาจแบ่งปันกันกับกลุ่มอื่นให้มีการเกลี่ยทรัพยากรให้เหมาะสม
เพื่อในกรณีที่ใช้โยกย้ายการหลบภัย ในบางกรณี เช่น จุดนี้ ปลอดภัย จาก น้ำท่วม แต่ ไม่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว หรือ บางแห่งปลอดภัยจากแผ่นดินไหวแต่ ไม่ปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์เป็นต้น
เพื่อที่เมื่อการสื่อสารทางอีเล็ดทรอนิคค์ทุกอย่างล่มหมด การใช้เนตเวอร์คในการสื่อสารแบบดั้งเดิมที่สุดก็คือการส่งสารต่อกันเป็นทอดๆ
ดังนั้น ขอให้ทุกคนทุกกลุ่ม มีความเสียสละความสามัคคี ความจริงใจต่อกันเอาไว้ ด้วยคุณธรรมสังคหวัตถุ สี่ตามที่พระพุทธเจ้าท่านได้ทรงตรัสไว้เพื่อผดุงความสามัคคี ครับ
3.หลังจากที่กลุ่มพวกเราที่ทำงานนี้ได้เผยแพร่ข้อมูลในวงกว้างเพื่อส่วนรวมโดยมุ่งให้ความรู้อย่างมีสติ และไม่สร้างความตื่นตระหนกแล้ว
การทำงานของกลุ่มพวกเราก็จะเริ่มลงลึกในการเข้าไปช่วยพัฒนา ปรับปรุงสถานที่ พุทธสถานที่เตรียมการไว้เพื่อเป็นที่หลบภัยพิบัติ ในจุดต่างๆทางกายภาพครับ เช่น การช่วยสร้างกุฏิ หรือที่พักอาศัย พลังงาน การไปช่วยปลูกพืช อาหารหัวใต้ดินต่างๆ การเก็บรักษาอาหาร การเตรียมข้าวของต่างๆเบื้องต้นที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน โดยอาศัยฐานความรู้ที่ได้รวบรวมมา แต่เราจะนำเสนอต่อสาธารณะชนทั่วไปในฐานะ ของโครงการเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งพาตนเอง เพื่อเหตุผล ดังที่พอจะทราบกันครับ
ในขณะเดียวกัน ในหลายๆคน(หรือทั้งหมด)ของคณะทำงาน ก็จะเริ่มฝึกจิตให้ยกระดับขึ้นสู่ ภูมิธรรมที่สูงๆขึ้นไปด้วยครับ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง พรหมวิหารสี่ต้องมีเต็มหัวใจของทุกคนครับ
สำหรับ ความเป็นอยู่ และครอบครัวคนรู้จักของผู้ที่มาช่วยกันทำงาน ไม่ต้องห่วงนะครับ มีสถานที่เตรียมไว้ให้และมีผู้ดูแลครับ จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ถึงเวลาผมจะแจ้งให้ทราบครับ
ดังนั้นขอให้ทุกท่านร่วมมือกันด้วยความเสียสละ เต็มกำลังของทุกท่านครับ เป้าหมายสูงสุดคือการรักษาพระบวรพุทธศาสนาให้ครบ ห้าพันปีครับ
มีงานจุดไหนไม่เข้าใจสอบถามมาได้ครับ
ขอกราบโมทนากับคณะทำงานทุกท่านในความเสียสละ ในทุกๆ ด้านเพื่อส่วนรวมครับ
kananun
27-12-2006, 08:43 PM
ขอขอบคุณกระทู้ของคุณ Nondanun อย่างสูงครับ
"คนไทยทุกคน อยู่บนแผ่นดินไทย ล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องไทยด้วยกันทุกคน เราต้องดูแลกัน ช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อพี่น้องของเราครับ"
Specialized
27-12-2006, 10:01 PM
ผมขออนุญาตให้ท่านปฏิบัติตนตามนี้ครับ
1. ขอให้สวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน
2. ขอให้ทำสมาธิหมู่เพื่อสร้างพลังบุญให้กับส่วนรวมทุกวัน
3. ค่อยๆ ลด ละ เลิก อบายมุข เหล้า บุหรี่ ต่างๆทีละน้อย ตามกำลัง
4. ขอให้มีการเจริญเมตตาพรหมวิหารให้เป็นปรกติ
5. หาความรู้เพิ่มเติม ในศาสตร์ต่างๆที่ตนถนัดและคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
6.ขอให้เริ่มฝึกฝนร่างกายตนเองให้แข็งแรง ออกกำลังกายบ้างทีละน้อย
7.ฝึกตนเองให้อยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย
รับทราบครับ ปฎิบัติอยู่ทุกวันครับกำลังเร่งทำตัวให้มีประโยชน์ในด้านใดด้านหนึ่งก็ยังดี
เมืองพุทธ
27-12-2006, 10:11 PM
ผมกับเพื่อนๆๆ อยู่เชียงรายกันหลายคนครับ
ละได้คุยกันหลายเรื่อง และได้เริ่มเตรียมตัวเตรียมใจกันบางแล้วครับ
เริ่มปฏิบัติ
ผมขออนุญาตให้ท่านปฏิบัติตนตามนี้ครับ
1. ขอให้สวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน
2. ขอให้ทำสมาธิหมู่เพื่อสร้างพลังบุญให้กับส่วนรวมทุกวัน
3. ค่อยๆ ลด ละ เลิก อบายมุข เหล้า บุหรี่ ต่างๆทีละน้อย ตามกำลัง
4. ขอให้มีการเจริญเมตตาพรหมวิหารให้เป็นปรกติ
5. หาความรู้เพิ่มเติม ในศาสตร์ต่างๆที่ตนถนัดและคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
6.ขอให้เริ่มฝึกฝนร่างกายตนเองให้แข็งแรง ออกกำลังกายบ้างทีละน้อย
7.ฝึกตนเองให้อยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย
piakgear24
27-12-2006, 10:33 PM
คุณ kananun ครับ
ผมได้อัพโหลดไฟล์ การจัดการภัยพิบัติ ระดับชุมชน
ตามลิงค์นี้ นะครับ http://www.uploadtoday.com/savefile.php?2f7190c27599125295ae70a764192cac
คิดว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ
จะมีการแนะนําวิธีจัดการภัยพิบัติ การประสานงานระหว่างชุมชนต่างๆคิดว่าคุณ kananun สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้ตามสะดวกครับ
ลองโหลดไปอ่านดูนะครับ
ข้อมูล 54หน้า power point แน่นปึ้ก
ผมว่าสมบูรณ์มากครับสําหรับชุมชน
ผมอ่านดู powerpoint ของคุณnondanun แล้วมีรายละเอียดแบบหลักการสมัยใหม่แบบวิเคราะห์ความเสี่ยงและอื่นๆอีกมากมายเยอะแยะ ขอบคุณครับ ทำได้ดีมากครับ คงจะมีประโยชน์และนำเอามาประยุกต์เข้ากับ การวางแผนการณ์ของพวกเรา แต่ว่าต้องมีคนที่เข้าใจเรื่องพวกนี้พอสมควรถึงจะนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดว่าคนๆนั้นอาจเป็นคุณnondanun นั่นเอง
ดีครับหากเราจะเตรียมรูปแบบการแก้ปัญหาเอาไว้ เพราะถ้าเราไปคิดในขณะที่มันเกิด มันไม่ทันการณ์
kananun
27-12-2006, 10:43 PM
เห็นไม๊ครับช่วยกัน งานเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
เป็นผลงานแห่งความเสียสละของทุกคนครับ
เมืองพุทธ
27-12-2006, 10:59 PM
ผมกับเพื่อนๆๆที่เชียงรายก็คุยๆกับอยู่
และไปเตียมตัวเตรียมใจ กันบางแล้ว
และได้ปฎิบัติตามคำแนะนำ ในสิ่งที่ดีงามมาตลอด
และกระผมต้องขอ ขอบพระคุณเพื่อนๆๆ พี่ๆๆ น้องๆๆ ในเวป ที่คอยช่วยเหลือกันมาตลอด
ขออนุโมทนา บุญ กับทุกๆๆท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
สาธุ สาธุ สาธุ
Komodo
28-12-2006, 01:28 AM
รับทราบครับ มีอะไรให้ช่วยก็แจ้งมาเลยนะครับ ส่วนข้อมูลผมก็พยายามรวบรวมอยู่ครับ ไว้หลังปีใหม่จะส่งไฟล์ให้ดูนะครับ ว่ารวบรวมได้แค่ไหน
วิธีรวบรวม :
1. ค้นคำว่า "ภัยพิบัติ" ในเว็บ
2. ค้นความเห็นของคุณ "เกษม" (คุณกิ๊กบอกว่า มีข้อมูลเยอะมาก ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับพี่เกษม)
ตอนนี้ค้น 2 แบบนี้ก่อนนะครับ
yut_sss
28-12-2006, 01:40 AM
ต้องการแขนเพิ่ม บอก
ต้องการมรรคามาก บอก
PM มา เรื่องใดจัดการให้ได้ ไม่ปฏิเสธ
kananun
28-12-2006, 07:10 AM
เมื่อวานนี้ได้รับ sms จาก หลายๆ ISP บอกว่า ตอนนี้อินเทอร์เน็ตมีปัญหา กับ international link (เมื่อสองวันก่อนอยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้เข้าเน็ตเลย). ตอนได้รับข้อความก็คิดว่าคงเป็นปัญหานิดหน่อย แต่เมื่อเช้านี้ได้รับโทรศัพท์เข้ามามาก ทั้งๆ ผู้ร่วมงานก็รู้ว่ากำลังลาพักร้อน ก็ยังโทรมา แสดงว่าปัญหาคงไม่ใช่เล็กๆ. พอกลับมากรุงเทพมาเช็คข่าว เช็คอีเมลล์จึงรู้ว่า อินเทอร์เน็ตทั่วเอเชียมีปัญหา เพราะสายเคเบิ้ลใต้ทะเลขาด เนื่องจากแผ่นดินไหวที่ใต้หวัน.
ที่บริษัทไม่สามารถรับส่งเมลล์ได้ แล้วเข้าอินเทอร์เน็ตก็ช้ามาก (ที่มาเลเซียเป็น เดต้าเซ็นเตอร์ ของบริษัท แชร์การสื่อสาร ข้อมูล ทุกประเทศในเอเชีย) นี่เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ จุดหนึ่งทำให้รับผลกระทบมากขนาดนี้ (แม้แต่ในประเทศไทยเองได้ยินว่า เข้าเน็ตกันยากมากๆ) นี่ถ้าเกิดความรุนแรงมากกว่านี้ แล้วโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ ถูกตัดขาด น่าจะลองคิดกันว่าจะมีวิธีใดที่จะทำการติดต่อกันได้
ยิ่งคนที่อยู่ต่างประเทศ น่าจะลองคิดกันเล่นๆ ว่าจะติดต่อกลับมาเมืองไทยได้โดยวิธีใดบ้าง.
โพสจากคุณFalkman ครับ เพิ่งคุยกันไปเมื่องานวันอาทิตย์ ว่าในระบบการสื่อสาร อินเตอร์เนตจะล่มก่อนปรากฏว่า วันนี้เริ่มส่อแววแล้วครับ
ดังนั้นท่านใดที่เป็นสมาชิก วีอาร์ (วิทยุสมัครเล่น) มีวิทยุ คลื่นCB ที่ใช้ในงาน อาคารและงานฟาร์ม ช่วยแจ้งเข้ามาด้วยครับ รวมทั้งประชุมประสานงานปรึกษากันหน่อยว่าควรใช้ คลื่นความถี่อะไร ช่องไหน ครับ
ในเบื้องต้นการสื่อสารประสานงาน เรายังใช้การแจ้งข่าวขึ้นบนเวบครับ
ส่วนการทำงานของคณะทำงานนั้น ใช้ทั้งการส่งข้อความเข้าข้อความส่วนตัวและการโทรศัพท์ติดต่อครับ
ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่จะมาช่วยทำงาน ช่วยส่ง รายละเอียดความสามารถและเบอร์โทร ช่องทางการติดต่อให้คุณชยุตด้วยครับ
<!-- / message -->
kananun
28-12-2006, 07:51 AM
ท่านใดที่อยากช่วยงาน พอมีเวลา ก็ลองไปหาเวบที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติและมีประโยชน์นำไปใช้ได้มา แปะไว้ในกระทู้รวมลิงค์ด้วยครับ
ส่วนคุณกิ๊ก กับคุณ Komodo พอรวบรวมข้อมูลได้ในแต่ละหัวข้อ ก็ทะยอยมานำลงในกระทู้ใหม่ได้เลยครับโดยตั้งกระทู้ใหม่แยกหมวดหมู่ตามที่คุณกิ๊กได้จัดไว้ครับ จะพบว่าเป็นข้อมูลจากพี่เกษมเป็นส่วนมาก
ส่วนข้อมูลทางด้านความเป็นไปได้ในการเกิดภัยพิบัติที่เป็นข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางสติถิ ให้หาของคุณNoOta และคุณFalkman ครับ
ขอกราบโมทนาในการตั้งใจทำงานของทุกคนครับ
pattarawat
28-12-2006, 07:59 AM
หลวงพ่อบอกว่า ถ้าได้ข่าวฝรั่งเศสถูกโจมตีให้รีบกลับเมืองไทยได้เลย เด๋วรีบเก็บตังค์ค่าเครื่องก่อน อิอิ
<TABLE width="96%" border=0><TBODY><TR><TD class=webref width="69%">
กรุณาดาว์นโหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ...
</TD><TD class=webbody width="31%"></TD></TR><TR><TD class=webbody></TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>พุทธพยากรณ์โลก โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (http://www.firstbuddha.com/Buddha/World.mp3)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>ไทยจะเป็นมหาเศรษฐี โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (http://www.firstbuddha.com/Buddha/Thai.mp3)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>หนังสืออินทร์ตกเทพทำนาย (http://www.firstbuddha.com/IndraForecast.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>แผ่นดินไทยที่สาปสูญ (http://www.firstbuddha.com/Loss_Thai.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>สิ่งศักสิทธิ์ที่ได้เห็นในวันโลกาวินาศ (http://www.firstbuddha.com/End_of_the_day.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>เงื่อนเวลาที่ระบุในพุทธทำนาย (http://www.firstbuddha.com/Timming.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>ปัจจัยที่ต้องเตรียมพร้อม (http://www.firstbuddha.com/Thing_to_do.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>สารพิษ และการปฐมพยาบาล (http://www.firstbuddha.com/poisonmarayart.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>สารพิษจากโลหะหนัก (http://www.firstbuddha.com/heavy_metal.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>ความรู้เพิ่มเติม (http://www.firstbuddha.com/Know_How.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (http://www.firstbuddha.com/Emergency_Call.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>เรื่องราวของพระศรีอริยะ (http://www.firstbuddha.com/Prasriariya.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>ที่สุดแห่งเทคโนโลยี... ยุคชาววิไล (http://www.firstbuddha.com/Technology.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody>เล่าเรื่องของนิมิตฝัน (http://www.firstbuddha.com/Dream.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody height=10>ดวงเมือง 2549 โดย...โสรัจจะ (http://www.firstbuddha.com/2549.pdf)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody height=10>ดวงเมือง 2549 โดย...หมอนิด (http://www.mornid.com/vdo/3.wmv)</TD><TD class=webbody></TD></TR><TR><TD class=webbody height=22>ภัยพิบัติน้ำท่วมกรุงเทพ สิงหาคม 2551 โดย...มงคล กริชติทายาวุธ (http://www.firstbuddha.com/2551.pdf)</TD></TR></TBODY></TABLE>
จาก....http://www.firstbuddha.com/Buddha/title1.html
จากกระทู้ วิชชาที่จะทำให้อยู่รอดจากยุคสมัยแห่งภัยพิบัติ (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=44604)
ได้รวบรวมคำแนะนำของคุณ Kananun เป็นไฟล์ word ไว้ดังนี้ครับ
....
เราจะกลับเมืองไทย เดือนพฤษภาคม ปี 2550 คะ
เราจะไปเชียงใหม่ แต่ไม่ไปในตัวเมือง แต่ ยังไม่รู้ที่ไหนเลยคะ เพราะเคยไปเชียงใหม่ แค่ครั้งเดียวเอง แบบมั่ว ๆ ขับรถไปกันเอง
แต่คราวนี้ จะขึ้นเครื่องไปเองดีกว่า แบบไม่เสียเวลา
ถ้าวันนั้น เราได้พบพวกพี่ ๆ เพื่อน ๆ เราจะดีใจมากเลยคะ
kananun
28-12-2006, 06:08 PM
ลองนัดหมายกันดูครับคุณ44
หนู จะกลับเมืองไทย เดือน พ.ค นี้ แน่นอนคะ
หนู อยากจะรู้ว่า กลุ่มของพวกพี่คณานันท์ นั้นอยู่ที่ไหนคะ ( ที่เชียงใหม่ นะคะ )
เพื่อได้พบกันคะ
kananun
28-12-2006, 06:18 PM
ผมอยู่ทางกรุงเทพครับผม แต่เราพยายามให้ทุกท่านที่อยู่กระจายกันตามจุดต่างๆทั่วประเทศรวมตัว รวมใจกัน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยส่วนรวมครับผม
boko0121
28-12-2006, 06:20 PM
แล้วชัยภูมิละ รวมตัวที่ไหนครับ
หนูเป็นคนบางพลัดคะ แต่ไม่อยากอยู่กรุงเทพ แต่ ก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ต่างจังหวัดเลย
ตัวหนูชอบ ตจว. มาก แต่ติดขัด ที่เป็นผู้หญิง ไม่รู้จะไปใช้ชีวิต ที่ ตจว. โดยไม่มีญาติพี่น้องได้อย่างไร
พี่น้องก็อยู่ต่างประเทศกันหมด คงเหลือพ่อแม่ และญาติ ๆ ที่กรุงเทพเท่านั้น
พ่อแม่ และญาติ ๆ ของหนู ยืนยันว่า จะอยู่กรุงเทพ ให้ถึงที่สุด ตายเป็นตายคะ เขาบอก
แต่หนู นั้นชอบภาคเหนือ และภาคอิสานที่สุด ไม่รู้ว่าทำไม
อาจต้องลองไปใช้ชีวิตคนเดียว ดูสักพัก คงเป็นประสบการ์ณดีเหมือนกัน
kananun
28-12-2006, 07:02 PM
งานในวันนี้นะครับ ผมเอง ขี่ จักรยาน ไปเอาผงธูปศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้ในการสร้างพระให้คุณ BoKo ครับจุดแรกก็คือ ที่หน้ารูปปั้นหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญครับ ก่อนจะนำมาก็อธิฐานจิตขอบารมีพระและหลวงพ่อสดท่านให้มี พุทธานุภาพ ธรรมมานุภาพ สังฆานุภาพ คุ้มครองผู้บูชา จากนั้นก็ไปวัดระฆัง เพื่อนำผงธูป หน้าบูชาสมเด็จโตท่านและ ขอบารมีท่านมาประจุในพระเครื่องเนื่องจาก พิมพ์พระเป็นพิมพ์สมเด็จ
จากนั้นก็ตั้งใจจะไปนำน้ำมนต์ในบ่อน้ำมนต์สมเด็จโตที่วัดอินทร์ ซึ่งมีการสวดคาถาชินบัญชรภายใน วิหาร วนตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ระหว่างทางผ่านแยก อรุณอมรินทร์ตัดปิ่นเกล้า ก็ปรากฏว่ามีชาวเกาหลี ออกมาแบกป้ายกลางสี่แยก ว่า
"จงเชื่อพระเจ้า"
แล้วก็มีเสียงโทรโข่งบอกว่า
"ภัยพิบัติกำลังจะเกิด ขึ้น กำลังถึงวันพิพากษาโลกแล้ว"
สิ่งที่ผมคิดก็คือ
1. ทางศาสนาอื่นก็เริ่มตื่นตัวเเล้วเรื่องภัยพิบัติ
2. ถ้าเป็นพวกเราเองเป็นคนไทยพุทธ ไปแบกป้าย แล้วประกาศแบบนี้
-คนเขาหาว่าเราบ้าแน่ๆ แต่ทำไมคนศาสนาอื่นทำได้
-โดนตำรวจจับชัวร์
3. การให้ข้อมูลข่าวสาร ของกลุ่มพวกเราต้องใช้ความระมัด ระวังและทำให้เหมาะสม ดูกาล ดูเทศะ ดูบุคคล ก่อนให้ดีครับ
จากนั้นก็ข้ามสะพานพระรามแปด ก่อนจะถึงวัดอินทร์
คุณแดง น้องชายผมเกิดอยากจะไปเรียนวิชาสั่งจิตใต้สำนึก กับอ.สรพล เลยขอให้แวะก่อน
เลยแวะขึ้นไปบนตึกของสถาบันครับ ได้พบกับ ดร.ศิวพร ที่เป็นวิทยากร
และก็ไม่ต้องเกริ่นกันมาก เราก็ได้คุยกันเรื่องภัยพิบัติกัน เลย เนื่องจาก ทางกลุ่มของอาจารย์ได้ทราบเรื่องนี้ มาเป็นสิบๆปีแล้วเช่นกัน
ทางผมจึงได้เล่าเรื่องเวบพลังจิต และงานที่พวกเรากำลังช่วยกันทำอยู่ทางอาจารย์ก็ได้ตอบรับที่จะเข้าช่วยสอนพลังจิตในบางวิชา ให้กับพวกเราและจะไปร่วมกิจกรรมกับพวกเราตามที่นัดหมายครับ
ที่สำคัญมีน้องที่เป็นสตาฟของทางสถาบัน มาถามผมว่า เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำใช่ไหม เธอก็เป็นลูกศิษย์ท่านด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญน้องเป็นพุทธภูมิ ที่ขอลา ไปนิพพานชาตินี้ครับ แต่ที่น่าสนใจ น้องเขาบอกว่า น้องเป็นครูสอนมโนมยิทธิด้วย และยินดีที่จะช่วยสอนให้หลายๆคนครับ ไคลแมกซ์ อยู่ที่วิชาที่น้องเค้าทำได้ครับ ผมจะยังไม่บอกว่าวิชาอะไร แต่ขอรับรองว่าผู้ที่สนใจเรื่องอภิญญาใหญ่ ได้สะใจแน่ๆครับ
น้องคนนี้ชื่อน้องเบียร์ เป็นผู้หญิง ที่ทางสถาบันเองก็ไม่ทราบความสามารถพิเศษทางด้านนี้ของน้องครับ
ต่อไปทางด้านการทำงาน และการฝึกจิตอภิญญา จะมีผู้มีหน้าที่มาช่วยด้านนี้มากขึ้นครับ
ดังนั้นขอให้ทุกท่านเตรียมจิตให้สะอาด วางกำลังใจไว้ให้มั่นคงกันให้ได้ก่อนครับ
พอพูดคุยประสานงานกันเสร็จ ก็เดินทางไป วัดอินทร์ครับ ปรากฏว่าไม่สามารถนำน้ำมนต์มาได้ครับ เพราะพระท่านไม่ได้จัดไว้ให้
สรุปว่าเป้าหมายหลักจริงอยู่ที่การรวมคณะทำงานมาช่วยครับ
kananun
28-12-2006, 07:05 PM
ชัยภูมิให้คุณ Boko ช่วยเป็นผู้นำกลุ่มที่นั่น และจุดรวมตัวของให้ไปรวมตัว (เมื่อเกิดภัยพิบัติ) ที่ถ้ำวัวแดง บ้านเจียง ภักดีชุมพล ครับ ไปดูจุดนั้นไว้บ้าง
Narinwet
28-12-2006, 07:16 PM
1. รวมกลุ่มทำความรู้จักกันในแต่ละจังหวัดครับ เช่น กลุ่มเชียงใหม่-ลำพูน
กลุ่ม ภูเก็ต-พังงา กลุ่มโคราช กลุ่มสระบุรี กลุ่มเพชรบูรณ์-ชัยภูมิ เป็นต้นครับ
2. ให้ลองนัดพบเพื่อทำความรู้จักกัน จากนั้น เลือกหัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่ม เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน โดยเลือกจากภูมิธรรมและการเสียสละเป็นสำคัญครับ ให้ธรรมเป็นใหญ่
เพื่อเป็นการนัดรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการอย่างแท้จริง ผมขออนุญาตินัดแนะเวลาของแต่ละกลุ่ม และขอกำหนดจังหวัดในกลุ่มนั้นๆ ในประเทศไทยเลยนะครับ รวมถึงวันเวลานัด และสถานที่ด้วยครับ ซึ่งกระผมได้โทรไปปรึกษาพี่ kananun ถึงเรื่องนี้แล้วครับ ซึ่งพี่ kananun ก็เห็นชอบด้วยครับ ดังนั้นผมขอเป็นผู้จุดชนวนเลยแล้วกันนะครับ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นครับ
ซึ่งกระผมจะขอแบ่งจังหวัดต่างๆที่อยู่ใกล้ๆกัน เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจำนวนจังหวัดบางกลุ่มไม่เท่ากัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของกลุ่มเป็นหลักครับ ซึ่งขนาดพื้นที่ของกลุ่มนั้นๆ ไม่ควรที่จะเล็กเกินไป เพื่อให้กลุ่มนั้นๆมีสมาชิกที่มากพอสมควร และไม่ควรที่จะใหญ่เกินไป เพื่อสะดวกในการเดินทางนัดเจอกันครับ ซึ่งกระผมขออนุญาติแบ่งจังหวัดในแต่ละกลุ่มดังนี้ครับ
1.กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ สายเชียงใหม่ หรือ สายอุดร ได้แก่ จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน
2.,, ______________ ,, สายลำปาง หรือ สายวัง-ยม ได้แก่ จังหวัด ลำปาง แพร่
3.,, ______________ ,, สายน่าน ได้แก่ จังหวัด น่าน พะเยา
4.,, ______________ ,, สายพิษณุโลก หรือ สายสองแคว ได้แก่ จังหวัด พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์
5.,, ______________ ,, สายสุโขทัย หรือ สายปิง-ยม ได้แก่ จังหวัด สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก
6.,, ______________ ,, สายนครสวรรค์ หรือ สายเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท
7.,, ______________ ,, สายอุดรธานี หรือ สายริมโขง ได้แก่ จังหวัด อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม หนองบัวลำพู เลย
8.,, ______________ ,, สายขอนแก่น หรือ สายน้ำชี ได้แก่ จังหวัด ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสิน ร้อยเอ็ด
9.,, ______________ ,, สายนครราชสีมา หรือ สายโคราช ได้แก่ จังหวัด นครราชสีมา
10.,, ______________ ,, สายสุรินทร์ หรือ สายน้ำมูล ได้แก่ จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ
11.,, ______________ ,, สายอุบลราชธานี หรือ สายบูรพา ได้แก่ จังหวัด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร
12.,, ______________ ,, สายสุราษฎร์ธานี หรือ สายไชยา ได้แก่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง
13.,, ______________ ,, สายกระบี่ หรือ สายอันดา ได้แก่ จังหวัด กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง สตูล
14.,, ______________ ,, สายพัทลุง หรือ สายทักษิณ ได้แก่ จังหวัด พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส
15.,, ______________ ,, สายหัวหิน หรือ สายด้ามขวาน ได้แก่ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เพชรบุรี
16.,, ______________ ,, สายชลบุรี หรือ สายท่าเรือ ได้แก่ จังหวัด ชลบุรี ระนอง จันทรบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี
17.,, ______________ ,, สายพระนครศรีอยุธยา หรือ สายกรุงเก่า ได้แก่ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก อ่างทอง สิงห์บุรี
18.,, ______________ ,, สายกาญจนบุรี หรือ สายเมืองกาญจน์ ได้แก่ จังหวัด กาญจนบุรี
19.,, ______________ ,, สายกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือ สายกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดในเขตปริมณฑล
- ตัวอักษรสีเขียว หมายถึง ชื่อเป็นทางการ ตัวอักษรสีชมพู หมายถึง ชื่อไม่เป็นทางการ สาเหตุที่มีชื่อไม่เป็นทางการด้วย ก็เพื่อความสะดวกในการเรียกขาน และไม่เน้นชื่อจังหวัดนั้นๆ มองเป็นหลายจังหวัดได้ ยกเว้นบางกลุ่มเช่น น่าน ซึ่งเป็นคำเดียว ทำให้เรียกขานได้ง่าย และยังหมายถึงพื้นที่บริเวณแม่น้ำน่านได้ด้วย
- ส่วนสาเหตุที่ใช้อำเภอหัวหินเป็นชื่อสาย ก็เพราะใช้อำเภอหัวหินเป็นจุดนัดพบ และที่ใช้อำเภอหัวหินเป็นจุดนัดพบ ก็เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งอำเภอหัวหินอยู่บริเวณใจกลาง ระหว่าง 3 จังหวัด
ก็ขอให้แต่ละกลุ่ม (ยกเว้นสายกรุงเทพฯและปริมณฑล) นัดเจอกันทุกวันอาทิตย์ที่2 ของเดือน เวลาบ่าย 2 โมง บริเวณประตูทางเข้าสวนสาธารณะด้านทิศตะวันออก ในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดที่เป็นชื่อสาย (ยกเว้นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ใช้อำเภอหัวหินแทน) หรือถ้าด้านทิศตะวันออกของสวนสาธารณะไม่มีประตูทางเข้า ก็ขอให้ใช้ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือแทน หรือถ้าด้านทิศเหนือไม่มีประตูทางเข้า ก็ให้ใช้ด้านทิศใต้แทน หรือถ้าด้านทิศตะวันออกของสวนสาธารณะมีประตูทางเข้า 2 3 หรือ 4 ประตู ก็ให้ใช้ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกที่อยู่ด้านทิศเหนือสุดแทน หรือถ้าสวนสาธารณะไม่มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก แต่ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือมี 2 3 หรือ 4 ประตู ก็ให้ใช้ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือที่อยู่ด้านทิศตะวันออกสุดเป็นจุดนัดพบแทน หรือถ้าในเขตอำเภอเมืองไม่มีสวนสาธารณ ก็ให้ใช้สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้อำเภอเมืองมากที่สุด เป็นที่นัดพบกัน ของแต่ละจังหวัด และเมื่อนัดพบกันแล้ว ก็อาจจะเจริญสมาธิ เพื่อฝึกฝนพัฒนาตนเองในการช่วยเหลือผู้อื่น และประชุมเรื่องภัยพิบัติกันครับ
- ส่วนสายกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็ขอให้ไปประชุมกันในวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ณ สวนลุมพินี ตามที่พี่ kananun ได้บอกไป ส่วนกลุ่มอื่นๆอาจะส่งตัวแทนของกลุ่มไป หรือใครจะไปเองก็ได้ ส่วนท่านที่อาศัยอยู่ ณ จังหวัดต่างๆในประเทศไทย ถ้ามีความประสงค์จะเดินทางมานัดพบตามวันเวลาที่กระผมได้แจ้งไป ก็อยากจะให้บอกในกระทู้นี้ครับ หรือบอกเบอร์โทรศัพย์ในกระทู้นี้ด้วยยิ่งดีเลยครับ เพื่อความสะดวกในการนัดเจอกัน ในวันนั้น กระผมก็อยากจะเสนอให้ใส่เสื้อเว็บพลังจิตไปด้วย เพื่อการง่ายต่อการจดจำ หรือถ้าใครไม่มีเสื้อเว็บพลังจิต ก็ขอให้ใส่เสื้อขาวไปกันนะครับ ถ้านำธงชาติไทยเล่มเล็กไปด้วย ยิ่งดีเลยครับ เพื่อง่ายต่อการจดจำกันครับ และถ้าไปถึงก็ขอให้มีการเลือกหัวหน้ากลุ่มในสายนั้นๆกันเลยครับ โดยผู้ที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่มกระผมขอให้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี่ครับ
1.มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม
2.มีความเมตตาปราถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เอาใจเขามาใส่ใจเรา
3.มีความกล้า เป็นผู้นำ มีความรับผิดชอบ
4.ตรงต่อเวลา
5.มีความซื่อสัตย์ ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม
6.มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
7.นั่งสมาธิได้ถึงขั้นอานาปาณสติ
8.นั่งสมาธิได้ถึงฌาน4
9.มีอภิญญา
ข้อ 1-7 เป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่ขอให้มีทุกข้อ ข้อ 8-9 เป็นคุณสมบัติขั้นพิเศษที่จะมี หรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีได้ ยิ่งดีเลยครับ
ท่านผู้ใดมีคุณสมบัติที่ว่านี้ ผมขอท้าให้ท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ โดยเฉพาะท่านที่เป็นพุทธภูมิครับ เพื่อการบำเพ็ญบารมี และถ้าท่านรู้ว่าท่าน คือผู้ที่ถูกกำหนด หน้าที่ของท่าน ได้มาถึงแล้ว กระผมผมก็ขอ เชิญท่านผู้กล้า ผู้เสียสละ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
เมื่อหลังจากเกิดเหตุการณ์ซึนามิ ได้มีธารน้ำใจหลั่งไหลไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่สำคัญ และยิ่งใหญ่กว่า หลายเท่านัก
"....คราวใดที่ชาวไทยมีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อประเทศชาติแล้ว ชาติก็ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติ สู่ความสุขความเจริญ แต่คราวใดที่ขาดความสามัคคีกลมเกลียวกัน ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ...."พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เนื่องในพิธีตรวจพลสวนสนามโอกาสเฉลิมพระชนพรรษา วันที่ 3 ธันวาคม 2505
ขออนุญาตนำพระบรมราโชวาทที่คุณกิ๊กโพสไว้มาลงเพื่อเป็นศิริมงคลในการทำงานครับ
กระผมขออนุโมทนากับความตั้งใจที่จะมาของท่านด้วยครับ^^
boko0121
28-12-2006, 07:32 PM
ผมคิดว่าพระรุ่นนี้ชื่อว่ารุ่น ต้านภัยจะดีไหมครับหรืออยากให้ชื่ออื่นบอกมาได้เลยครับ (ตามคะแนนเสียงส่วนใหญ่)
kananun
28-12-2006, 09:39 PM
สำหรับข้อมูลเรื่องสถานที่ปลอดภัยในแต่ละกลุ่มในพื้นที่ช่วยกันรวบรวม
ในเบื้องต้นขอให้เน้นในส่วนที่เป็นพุทธสถานเป็นอันดับต้นๆนะครับ ตามที่พี่เกษมท่านได้แนะนำมา เนื่องจากจะมีพลังคุ้มกัน ทางด้านต่างๆ สูงกว่า สถานที่หลบภัยอื่นๆโดยทั่วไปครับ
ตอนนี้ ท่านที่ได้อภิญญาใหญ่ เริ่มขยับๆจะเปิดตัว ปรากฏกายแล้วครับ พยายามรักษาจิตให้สะอาดเข้าไว้ครับ
Komodo
29-12-2006, 01:27 AM
คุณ kananun (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=38741)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_433116", true); </SCRIPT> ครับ ผมมี "ดิน" ที่เอามาจากใต้ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้จากอินเดียครับ
หลวงพ่อรูปหนึ่งท่านให้มาครับ (รู้สึกจะอยู่วัดเดียวกับ พระที่วีเจย์ ซิงค์มาศึกษาสมาธิครับ) แต่ท่านจะไปประเทศต่างๆทั่วโลกครับ
ผมก็ไม่กล้ายืนยันหรอกครับว่า เป็นดินที่มาจากจุดนั้นจริง แต่ใจผมคิดว่าใช่ (ผมไม่มีญาณอะไรนะครับ) เอาเป็นว่า ผมอยากจะแบ่งเศษดิน (นิดหน่อย) เพื่อให้คุณ kananun (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=38741)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_433116", true); </SCRIPT> ใช้สร้างพระด้วยจะได้ไหมครับ (ถ้าไม่ใช่ดินที่มาจากจุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงก็ไม่ว่ากันนะครับ)
ปล. ผมจะส่งดินได้ที่ไหนครับ
ปล2. ช่วงนี้เน็ตผมมันอืดๆ เปิดกระทู้ก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่แน่ใจว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ยังไงผมจะเร่งรวบรวมข้อมูลนะครับ
Komodo
29-12-2006, 02:28 AM
ขอเวลาผมศึกษาโครงสร้างและภาพรวมของงานนิดนึงนะครับ พอดีเพิ่งเข้ามาและยังไม่ได้ไปประชุมด้วย เลยยังงงๆอยู่ ยังไงผมลองสรุปตามความเข้าใจของผมนะครับ เผื่อใครมีคำแนะนำเพิ่มเติม หรือถ้าผมเข้าใจผิดก็ช่วยแนะนำด้วยครับ
โครงสร้างของเนื้อหานะครับ
1.พุทธทำนาย /คำทำนาย<O:p></O:p>
แหล่งข้อมูลจะมี 3 ส่วนใหญ่ๆ<O:p></O:p>
1.1 พุทธทำนาย และการตีความจากแหล่งต่างๆ<O:p></O:p>
1.2 การรู้โดยญาณของผู้รู้ (ไม่รู้ใช้คำถูกหรือไม่)<O:p></O:p>
1.3 การทำนายของชาวต่างประเทศ (ผมเคยอ่านเอกสารที่ฝรั่งคนหนึ่งทำนายว่า น้ำจะท่วมโลกแล้วเค้าให้ภาพแผนที่โลกในอนาคตมาด้วยครับ)<O:p></O:p>
เนื้อหาส่วนที่ 1 ก็คงจะมีหลักๆแค่ 3 ส่วนนี้ครับ<O:p></O:p>
2.ข้อมูลทางสถิติ / ความน่าจะเป็นและแนวโน้มภัยพิบัติในอนาคต
แหล่งข้อมูล : จะมี 4 ส่วนใหญ่ๆ คงต้องอาศัยผู้รู้แล้วครับ อยากให้ช่วยกันเรียงจาก <O:p></O:p>
2.1 ดิน เช่น การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก , แผ่นดินไหวในอดีตที่ผ่านมา (ไม่รู้จะรันเป็นค่าสถิติได้หรือไม่ เช่น ภูเขาไฟ XXX ระเบิดทุกๆกี่ปี , การเกิดแผ่นดินไหว แต่ละริกเตอร์จะเกิดอะไรขึ้น หรือ การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ในแต่ละพื้นที่ของโลก (แยกเป็นภาพรวมของโลก , แยกแต่ละทวีป , แยกย่อยในเอเชีย , แยกย่อยลงประเทศเพื่อนบ้านของไทย , แยกย่อยลงในไทย และสุดท้าย คือ แยกย่อยรายจังหวัด เป็นต้น <O:p></O:p>
2.2 น้ำ เช่น ระดับน้ำแข็งขั้วโลก , ระดับน้ำทะเล , การเกิดน้ำท่วม (แยกย่อยเหมือนในดินนะครับ) , ปริมาณน้ำจืดในโลก (เพราะถ้าเกิดภัยพิบัติจริง คนตายเยอะ น้ำจะเน่า เราจะหาน้ำที่ไหนกิน) <O:p></O:p>
2.3 ลม เช่น สถิติย้อนหลังการเกิดพายุในแต่ละพื้นที่ของโลก (แยกย่อยเหมือนดินครับ) , สภาพลมและฤดูกาลที่เปลี่ยนไปในแต่ละพื้นที่ <O:p></O:p>
2.4 ไฟ อันนี้ผมก็แยกไม่ชัดเจนว่า จะให้ความหมายยังไงนะครับ แต่อยากให้หาข้อมูลแหล่งที่อาจก่อให้เกิด ไฟ ได้ครับ เช่น โรงไฟฟ้า , แนวท่อก๊าซ (ติดไฟ) , คลังน้ำมัน , ฐานเก็บอาวุธทหาร , ปั๊มน้ำมันและร้านแก๊สในพื้นที่ต่างๆ , โรงปฏิมากรปรมาณู เป็นต้น <O:p></O:p>
ปล. ผมพยายามนึกๆไปเรื่อยๆนะครับ เพราะปัญหาที่ผมเจอในการรวบรวมข้อมูล คือ ข้อมูลเรามาจากหลายสำนักครับ มันโยงให้เชื่อมกันค่อนข้างลำบากครับ แต่ก็รวบรวมให้เยอพที่สุดก่อนละกัน<O:p></O:p>
3.ภาพรวมของเหตุการณ์และสภาพการณ์
แหล่งข้อมูล : ข้อนี้ผมว่า ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนนะครับ ว่าจะเชื่อในทฤษฎีของแหล่งอ้างอิงใด แต่ก็จะลองรวบรวมดูนะครับ ส่วนภาพรวมและสภาพการณ์ก็จะโยงเข้าหาทฤษฎีและข้อมูลอ้างอิงจะแหล่งต่างๆนะครับ<O:p></O:p>
ปล. ผมอาจจะศึกษาข้อมูลน้อยไปนิดนึงก็ได้ครับ คือ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจว่า ภาพรวมของเหตุการณ์ และสภาพการณ์ คือ เป็นการสรุปแนวทางที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อ 2 ใช่ไหมครับว่า เหตุที่ทำให้เกิดภัยพิบัติมาจากอะไรบ้าง (คือ ยังมึนๆอยู่ ข้อมูลเยอะจริงๆเลย อิอิ)<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
4.สัญญาณเตือน<O:p></O:p>
แหล่งข้อมูล : อันนี้ต้องแยกตามความเชื่อครับ เพราะบางแห่งเชื่อว่า ต้องเกิด A ก่อน แล้ว B จึงเกิด บางที่บอก C ก่อน แล้วค่อย A ผมว่า เราต้องมาสรุปแนวความคิดของสัญญาณเตือนหลักๆสัก 5 ทางก็ พอครับ (แต่จะแบ่งออกเป็น 3 ทางใหญ่ๆ คือ 1) อ้างอิงจากข้อมูลสถิติเชิงวิชาการ และ 2) ทางพลังจิต หรือ นิมิตร (ของคนไทย) และ 3) พลังจิต หรือ นิมิตร (ของข่าวต่างประเทศ)<O:p></O:p>
ปล. อันนี้ไว้คุยกันอีกที<O:p></O:p>
5.ขั้นตอนการเตรียมตัว<O:p></O:p>
แหล่งข้อมูล : อันนี้ผมขอแบ่งตามปัจจัย 4 ได้ไหมครับ<O:p></O:p>
5.1 อาหาร >>> สรุปภัยพิบัติจะเกิดนานแค่ไหน แล้วเราต้องตุนอาหารแค่ไหน อันนี้เราต้องสรุปกันเบื้องต้นก่อนนะครับ หรือถ้ามันเกิดนานมาก เราก็ต้องคิดแล้วว่า จะหาไรกิน (ภายใต้สภาวะการณ์ที่ค่อนครึ่งโลกตาย คิดดูนะครับ อากาศเป็นพิษแน่นอน จากซากศพของคน , น้ำเน่า เพราะคนจะตายในน้ำเยอะ , ของกิน คงโดนน้ำพัดหายไปหมดแล้วมั้ง ไม่ก็แผ่นดินยุบตัว ดูดของกินเราไปหมด) เราจะทำยังไงต้องมาคุยกันครับ เราต้องฝึกทานอาหารวันละมื้อหรือเปล่า เพื่อให้เราชินกับการทานน้อย (เพราะอาหารหลังภัยพิบัติคงมีมากนัก และอาจจะโดนคนอื่นมาแย่งกินอีกต่างหาก)<O:p></O:p>
5.2 เครื่องนุ่งห่ม >>> อันนี้คงไม่เท่าไหร่ เพราะอดีตคนเราใช้ใบไม้ใบเดียว (หรือจะไม่ใส่ก้ได้ อิอิ) แต่การเตรียมตัวข้อนี้จะโยงถึงการพยากรณ์ในข้อ 2 ว่า สภาพอากาศหลังภัยพิบัติจะเป็นอย่างไร (ร้อนมากขึ้น , หนาวจัด , ฝนตกต่อเนื่อง , สัตว์พาหะ เช่น ยุง แมลงวัน จะเยอะแค่ไหน) เราต้องมองตรงนี้ให้ออก<O:p></O:p>
5.3 ที่อยู่อาศัย >>> อันนี้ดูผิวเผินคงไม่มีอะไร แต่อยากให้มองกันเพิ่มว่า เมื่อถึงเวลาจวนตัว เราจะป้องกันตัวเองจากคน (ไม่ดี) ที่รอดชีวิตได้อย่างไร ไม่ให้เค้ามาทำอันตรายเรา เพราะบางคนอาจคิดว่า ยังไงก็ต้องตาย เลยอาจจะทำสิ่งไม่ดี เช่น ฉุดสาวมาข่มขืน , การตามฆ่าคู่อริเก่า เป็นต้น ผมไม่อยากให้เราคิดว่า จะมีแต่คนดีๆที่รอดครับ มันต้องมีคนไม่ดีรอดด้วยเช่นกัน ดังนั้น ถ้าเราไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง รับรองปัญหาเกิดแน่นอน<O:p></O:p>
5.4 ยารักษาโรค >>> อันนี้ต้องลองพยากรณ์ดูว่า โรคระบาดหลังภัยพิบัติมีอะไรบ้าง และแหล่งเก็บยาของไทยอยู่บริเวณใด จะได้ไปเอาได้ทัน (หรือถ้าตั้งในพื้นที่ภัยพิบัติก็อาจจะต้องกล่าวให้มีการย้ายจุดเก็บก่อนเกิดภัยพิบัติ)<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
วันนี้ง่วงแล้วครับ เดี๋ยวมาเขียนต่อให้อีกที และเพื่อนๆคงไม่ว่ากันนะครับ ที่จำเป็นต้องเรียงข้อมูลให้ชัดเจน เพราะแน่นอนว่า คู่มือเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต้องทำเป็นหนังสือแจก (และต้องคัดเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น) คงไม่มีใครเก็บไว้อ่านจากคอมพิวเตอร์นะครับ เพราะไม่รู้ตอนที่เกิดนั้น เราจะยังมีไฟฟ้าใช้อยู่หรือเปล่า<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
ความเห็นส่วนตัว : ผมคิดว่า ข้อ 5 คือข้อใหญ่ครับ ส่วนข้อ 6 , 7 , 8 , 9 นั้น น่าจะรวมเป็นข้อย่อยในข้อ 5 ครับจะได้ชัดเจน และคุมขอบเขตของเอกสารง่ายขึ้นครับ<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
6.สถานที่นัดหมาย และสถานที่ปลอดภัย<O:p></O:p>
7.แผนที่ และการเดินทาง
8.ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุ<O:p></O:p>
9.แนวทางการติดต่อสื่อสารเมื่อเกิดเหตุ
10.กลุ่มบรรเทาสาธารณะภัย และองค์กรต่างๆ<O:p></O:p>
11.คำแนะนำในการอยู่ร่วมกัน / สิ่งที่ควรรู้
<O:p></O:p>
สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของพวกเรานะครับ
1. ฐานข้อมูลภัยพิบัติ (ฉบับสมบูรณ์) จะมีกี่หน้าก็ไม่ว่ากันครับ แล้วค่อยสรุปอีกที
2. คู่มือเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ (เราต้องกำหนดจำนวนหน้าที่เหมาะสมครับ และระดมทุนในการสร้างแจกผู้อื่นครับ อาจจะเล่มละ 300 หน้าก็พอ อันนี้ไว้คุยกันอีกทีครับ)
<O:p></O:p>
ไว้คุยกันอีกที และขออภัยที่อาจทำงานล่าช้าครับ เพราะผมทำงาน จ.- ส. ครับ 8.30 17.30 น. และที่ทำงานไม่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยครับ (ต้องไปใช้เครื่องส่วนกลางของแผนกที่ตั้งไว้ครับ) ส่วนวันที่ 1 ม.ค.50 ผมจะไปไหว้พระพุทธชินราชครับ (คงจะไม่ได้เข้าเว็บเพื่อทำงานเท่าใดนัก)
<O:p></O:p>
แล้วเจอกันครับเพื่อนๆ
<O:p></O:p>
Add MSN มาก็ได้ครับ chayakom_t@hotmail.com (chayakom_t@hotmail.com) (มีเพิ่อนเพิ่ม 1 คน หมายถึงมีมิตรที่จะช่วยคุณอีก 1 คน เมื่อเกิดภัยพิบัติ)<O:p></O:p>
boko0121
29-12-2006, 05:47 AM
สวัสดีครับสำหรับคุณKomodo ถ้าต้องการร่วมส่งมวลสารก็สามารถส่งไปได้ที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ36000โทร083-7959457ขออนุโมทนาบุญด้วยครับสวัสดีครับ
Komodo
29-12-2006, 06:10 AM
โอเคครับ แล้วหลังปีใหม่ผมจะจัดส่งมวลสารให้ทาง EMS นะครับ
kananun
29-12-2006, 07:18 AM
ท่านอื่นๆ ที่มีมวลสาร อื่นๆจากสถานที่สำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนา อยากจะมอบให้เพื่อการจัดสร้างพระสมเด็จ ไว้แจกจ่ายให้กับผู้คนทั้งหลายเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตามความตั้งใจที่ดี เป็นกุศลเพื่อส่วนรวมของ คุณ BoKo ขอให้จัดส่งไปให้คุณ Boko ได้โดยตรงเลยครับจะได้ไม่ต้องจัดส่งหลายเที่ยว ขอโมทนาบุญไว้ล่วงหน้าด้วยครับ
ส่วนคุณKomodo ที่เนตช้าและอืด เนื่องจากผลของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวที่ไต้หวันทำให้ สายเคเบิ้ลใยแก้ว เสียหายครับ
ส่วนของงานที่คุณเข้าใจ นั้น ถูกต้องแล้วครับ และขอเผื่อให้ มีความเหมาะสมในการจัดพิมพ์แจก ด้วยครับ ไม่ใหญ่ ไม่เล็กจนเกินไป สะดวกในการพกพาครับ มีจุดที่จะช่วยมาเสริมยังไง จะมีคนมาช่วยตรงจุดนั้นครับ ยังไรก็ขอให้ประสานงานกันกับคุณกิ๊กให้ดีๆครับ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆของคุณที่ว่า
"(มีเพิ่อนเพิ่ม 1 คน หมายถึงมีมิตรที่จะช่วยคุณอีก 1 คน เมื่อเกิดภัยพิบัติ)" ครับผม
ขอกราบโมทนาบุญในงานของทั้งสองท่านนี้ด้วยครับ<O:p<!-- / message --><!-- edit note -->
Chayutt
29-12-2006, 07:39 AM
เมื่อคืนฝันแปลกๆ..
..ฝันไปว่าคุณคณานันต์ได้ทำปฏิทินมาให้พวกเราดูกันว่า ช่วงเวลาไหนจะเกิดภัยขึ้นบ้าง..และจะมีช่องว่างหลังวันที่เอาไว้ให้พวกเราคอยจดบันทึกภัยที่เกิดในช่วงนั้นๆไว้ด้วย..
..รู้สึกในปฏิทินนั้น จะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาปี 2550 นะ แล้วข้ามไปอีก 2-3 เดือน จากนั้นก็มีรายการของปี 2551 และ 2552 ทั้งปีเลยครับ
..อันนี้ก็แค่ความฝันนะครับ..ความฝันของผมยังไม่ได้ Calibrate ครับดังนั้น ความถูกต้องแม่นยำนี่ ผมมิอาจรับรองได้ครับ
..
Attawat_Rx
29-12-2006, 07:49 AM
สำหรับเรื่องพระเครื่องที่ใช้เพื่อการอุ่นใจในช่วงก่อนและระหว่างการเกิดภัย ทางผมเองก็ได้เตรียมสร้างมาตั้งแต่ ราว ๆเดือน สิงหาคมแล้วตอนนี้บล็อกพิมพ์กำลังส่งมาคาดว่าจะได้วันนี้หรือหลังปีใหม่ (ขอให้ได้วันนี้เถิด ผมจะได้เอาขึ้นไปให้หลวงตาม้าดู เพราะปีใหม่จะขึ้นไปกราบท่านประมาณ 3 วัน )เมื่อได้มาแล้วผมจะจัดพิมพ์เลยเพราะเครื่องพิมพ์และมวลสารส่วนหนึ่งก็พร้อมแล้ว รุ่นแรกนี้เป็นรุ่นทันใจครับ สร้าง 500 องค์ก่อน เพื่อแจกให้ทัน กลางเดือนมกราคม 50 ระหว่างนี้ก็เริ่มทะยอยแจก แผ่นยันต์เกราะเพชรแบบไม่เป็นทางการแล้ว (น่าจะมีประมาณ 500 - 1000 แผ่นนะ ) หลังปีใหม่จะลองดูอีกทีว่าสมควรแจกอย่างแพร่หลายหรือไม่ เรื่องพุทธคุณนั้น หายห่วงครับ บารมีสมเด็จองค์ปฐม ในวันเป่ายันต์เกราะเพชรวัดท่าขนุน (ผมตั้งพิธีรับที่บ้าน)
เนื่องจากผมจะสร้างหลายรุ่นตามวาระ จึงยังขาดมวลสารอีกมาก หากสนใจร่วมบุญก็เชิญอ่านรายละเอียดข้างล่างครับ (พระทุกองค์ฝังพระธาตุครับ ผู้ส่งมวลสารร่วมมาจึงได้พลานิสงส์พุทธบูชายิ่ง...)
ขอมอบเหล็กไหลแก้ว(เหล็กไหลจ้าวป่า)ให้แก่ ผู้ร่วมส่งมวลสาร มาช่วยสร้างพระมหาเย็น
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=47790
kananun
29-12-2006, 08:00 AM
พวกเราช่วยกันครับ ใครมีมวลสาร หรืออยู่ใกล้สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ก็ขอให้ช่วยกันรวบรวม ไปให้ท่านผู้ที่ทำหน้าที่ จัดสร้างวัตตถุมงคล เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้โดยตรงครับ
ณ เวลานี้ท่านผู้ประกาศตัวได้แก่
คุณBoko
การร่วมส่งมวลสารก็สามารถส่งไปได้ที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ36000โทร083-7959457ขออนุโมทนาบุญด้วยครับสวัสดีครับ
และคุณ Attawat _RX
ขอมอบเหล็กไหลแก้ว(เหล็กไหลจ้าวป่า)ให้แก่ ผู้ร่วมส่งมวลสาร มาช่วยสร้างพระมหาเย็น
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=47790<!-- / message --><!-- sig -->
kananun
29-12-2006, 08:05 AM
สำหรับคุณชยุต ขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คำแนะนำเรื่อง การทำไทม์แปลนเนอร์ครับ เพราะ จะได้มีการจัดเตรียมงานในเสร็จตามกำหนดเวลา ตอนนี้ ภัยพิบัติก็ทะยอยเกิด ดาหน้ามาเรื่อยๆแล้ว ถ้าช้า อาจไม่ทันการณ์ในบางเหตุการณ์ได้ครับ ยังไงฝากงานตรงจุดนี้ให้คุณชยุตช่วยดูแลแทนทุกคนด้วยครับ
ขอโมทนาบุญในการตั้งใจในสิ่งที่เป็นกุศลเสมอของคุณชยุตครับ
Khunkik
29-12-2006, 10:02 AM
มารายงานความคืบหน้าค่ะ จากที่เห็นๆ กันแล้วว่าคุณ Komodo เริ่มเรียงลำดับข้อมูลต่างๆ จนเห็นเป็นเนื้อขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ก็ยังเก็บข้อมูลกันอยู่ Khunkik ขออนุญาต แจ้งว่า คุณ Komodo จะมาโพสต์กระทู้ย่อย แยกเป็นหมวดหมู่ และขอให้ทุกท่านที่มีข้อมูลโพสต์ข้อมูลลงตามที่แยกไว้ เพื่อง่ายในการจัดเก็บและค้นหา โดยต้องขอยกเว้นการแสดงความคิดเห็นในกระทู้ที่ใช้เก็บข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นความคิดเห็นหรือคำแนะนำที่ดีๆ ของทุกท่านนะคะ แต่อยากให้เป็นแหล่งข้อมูลจริงๆ แล้วไว้เรามาคุยกันที่นอกห้องข้อมูลก็ได้ค่ะ ยินดีรับทุกกำลังใจ
สวัสดีปีใหม่ สดใส สดชื่น และสุขสมหวัง กันถ้วนหน้านะคะ @^D^@
Chayutt
29-12-2006, 11:13 AM
สำหรับคุณชยุต ขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คำแนะนำเรื่อง การทำไทม์แปลนเนอร์ครับ เพราะ จะได้มีการจัดเตรียมงานในเสร็จตามกำหนดเวลา ตอนนี้ ภัยพิบัติก็ทะยอยเกิด ดาหน้ามาเรื่อยๆแล้ว ถ้าช้า อาจไม่ทันการณ์ในบางเหตุการณ์ได้ครับ ยังไงฝากงานตรงจุดนี้ให้คุณชยุตช่วยดูแลแทนทุกคนด้วยครับ
ขอโมทนาบุญในการตั้งใจในสิ่งที่เป็นกุศลเสมอของคุณชยุตครับ
ได้ครับ..
..เดี๋ยวผมจะค่อยๆกลับไปไล่อ่านดูใหม่ ว่าใคร - รับหน้าที่อะไรไป - ที่ไหน - เมื่อไหร่ - อย่างไร ฯลฯ เพื่อจะได้สรุปออกมาเป็นภาพรวมของแผนที่มีทั้งหมด แล้วทุกคนก็จะได้เห็นความเป็นไปของกิจกรรมต่างๆ เผื่อคนอื่นๆที่ยังไม่รู้ว่าพวกเรามีกิจกรรมอะไรกันอยู่บ้างและแต่ก่อนอาจจะนึกไม่ออกว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง จะได้พอนึกออกบ้างว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยในกิจกรรมอะไร ที่ตนเองถนัดได้ครับ
...
kananun
29-12-2006, 01:44 PM
ขออนุญาต ให้ลงเฉพาะข้อมูลตามที่คุณกิ๊ก เสนอมาครับ เพื่อให้ง่ายกับการทำงานรวบรวมข้อมูลของคณะทำงานครับ
ส่วนผมได้ขึ้นกระทู้รวมลิงค์ข้อมูลของเวบไซท์อื่นๆให้ไว้แล้ว ช่วยกันมาแปะ ลิงท์ที่คาดว่าจะมีประโยชน์และหาอ่านได้เลยครับ
และขอขอบคุณชยุตอย่างสูงในการช่วยรวบรวม รายชื่อ อาสาสมัคร หน้าที่ แผนงาน และกำหนดเวลาครับ เพราะจะทำให้ภาพรวมของการทำงานยิ่งชัดเจนขึ้นครับ
สาธุ...กับความเสียสละของทุกท่านที่มีต่อส่วนรวมครับ
zipper
29-12-2006, 02:14 PM
น่าจะมีข้อมูลที่ใช้หลังจากภัยพิบัติผ่านไปแล้ว อย่างเช่น สมมติว่าถ้าเกิดไทยได้รับผลกระทบจากนิวเคลีย แล้วนานเท่าไหร่ผลกระทบจากรังสีนิวเคลียถึงจะหายไปแล้วมันจะมีอะไรตามมาหลังจากระเบิดนิวเคลีย หรือข้อมูลพวกสมุนไพรต่างๆ ถ้าตอนนั้นเราไม่สามารถหายามาได้ จะเอาสมุนไพรตัวไหนมารักษาบาดแผล หรือเพื่อรักษาไข้
หรือความสามารถพวกปั้นโอ่งปั้นไห สานกระบุง ตระกร้า จะหัดเอาไว้ใช้ เผื่อเอาไปทำอะไรได้ในภายหลัง เพราะหลังจากภัยพิบัติ โรงงานพลาสติก โรงงานทำหม้อสแตนเลสคงไม่เปิดแน่
หรือพวกศาสตร์/วิชาต่างๆ ที่มีประโยชน์จะเก็บเอกสารเอาไว้ก็น่าจะดี
Chayutt
29-12-2006, 03:28 PM
เห็นด้วยกับคุณ Zipper ครับ ควรมีไว้บ้างก็ดีครับ
ส่วนเรื่อง Time Planner นั้น ตอนนี้ผมยังมึนๆอยู่ครับ ขอเวลาอีกสักเล็กน้อย..
..แต่ก่อนอื่น..พอจะทราบบ้างแล้วว่า..
1. งานรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติและวิธีเตรียมตัว (สำหรับประชาชนทั่วไป และสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม) => คุณกิ๊ก ,คุณ Komodo, คุณ Nondanun, คุณ zz และท่านอื่นๆ เช่น คุณเกษม ,คุณ Mead ,คุณ Falkman ,คุณ Winny ช่วยกันทำอยู่ครับ
2.งานแผนประชาสัมพันธ์ต่างๆ (ระหว่างสมาชิก และสู่ประชาชน) หลังจากข้อมูลในข้อ 1 เสร็จแล้ว => คุณพรรณราย เธอเสนอตัวมาแล้วครับ
3.งานแบ่งเขตพื้นที่ของกลุ่มย่อยตามภูมิภาคต่างๆและการนัดหมายประจำเดือน => คุณ Narinwet เสนอตัวมาแล้วครับ
4.งานสร้างพระมหาเย็นรุ่นยับยั้งสงครามแจก => ทางคุณ Attawat_Rx กำลังทำอยู่ครับ และตอนนี้ต้องการมวลสารศักดิ์สิทธิ์ (น่าจะรวมถึงปัจจัยด้วยนะครับ) มาช่วยงานนี้ครับ ติดต่อได้ที่โทร 086-6587513 ร.ต.ภก. อรรถวัติ สมโภชน์
5.งานสร้างพระผงสมเด็จโตรุ่นต้านภัยพิบัติแจก => คุณ Boko0121 กำลังดำเนินการอยู่ครับ และกำลังต้องการมวลสาร+ปัจจัยสนับสนุนครับ ติดต่อ ส่งไปที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000 โทร 083-7959457
งานอื่นนอกนั้นยังไม่ปรากฎว่าท่านใดรับอาสาทำอะไรบ้าง ซึ่งอย่างที่คุณคณานันท์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า..
งานหลัก 3 อย่าง คือ
1.รวบรวมคนอาสาทำงาน
2.รวบรวมความรู้
3.รวบรวมทรัพยากร
ส่วนผมเองอยากจะเสนอให้พิจารณาว่าการแบ่งงานต่างๆให้ครอบคลุมทั้ง 3 สภาวะนี้ด้วยนะครับ
1.ก่อนเกิดภัยพิบัติ
2.ระหว่างเกิดภัยพิบัติ
3.หลังเกิดภัยพิบัติ
เราจะเตรียมพร้อมอะไรไว้ได้บ้างสำหรับ 3 สถานการณ์นี้
..
ที่คุณ zipper ห่วงว่าหลังเกิดภัยแล้วจะเป็นอย่างไร? ก็น่าห่วงไม่แพ้เรื่องอื่นเลยครับ เพราะต้นไม้ทุกต้นบนโลกอาจเสียหายหมดจากภัยธรรมชาติเป็นแน่ สารกำมันตภาพรังสีก็ฉาบอยู่บนวัตถุต่างๆทั่วไปหมด ปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาด และที่เป็นปัญหาใหญ่คือ อาจไม่มีอาหารที่ทานได้อีกเลย..มนุษย์ที่รอดมาอาจจบชิวิตอยู่ดี
ต้องมีการเตรียมเมล็ดพืช รวมทั้งสมุนไพรไว้ด้วยครับ..ข้อมูลที่จำเป็นอีกส่วนหนึ่งเก็บเป็นแผ่น dvd (ที่กันน้ำได้) ระบบสื่อสารของแต่ละเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือกันหลังจากนั้น รวมถึงต่างประเทศด้วย..
แต่โลกใบนี้จำเป็นจะต้องมีมนุษย์อยู่รอดต่อไปครับ ธรรมชาติน่าจะฟื้นฟูตัวเองได้ในเร็ววันอาจมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดครับ เช่นสิ่งเหล่านี้..
-จากฝนทิพย์อีก 7 วันที่ช่วยชำระล้างกำมันตภาพรังสีปนเปื้อนในอากาศออกไปจนหมด น้ำฝนพัดพาลงสู่ทะเล มีสัตว์บางชนิดช่วยขจัดขยะซากต่างๆต่อไป
-เพื่อนต่างมิติที่เปิดเผยตัว มาช่วยฟื้นฟูเยียวยามนุษย์ตามข้อตกลงของสหพันธ์แห่งกาแลคซี่ (ถ้ารอดแล้วค่อยพิสูจน์นะครับอันนี้..อิอิ)
ที่เหลือคือการทำความสะอาดโลก ก็คงเป็นมนุษย์นี่ล่ะครับช่วยกันคงใช้เวลาราวๆสัก 3-6 ปี
ยังไงก็ขอแสดงความยินดีที่พวกเราชาวเวปพลังจิตมาช่วยกันระดมความคิดแบบนี้นะครับ คงเป็นรูปธรรมได้แน่นอนล่ะครับงานนี้..โลกนี้ยังต้องเป็นห้องเรียนของมนุษย์ต่อไป อีกนานแสนนานครับ..
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
29-12-2006, 04:06 PM
ถูกแล้ว รวบรวมเก็บงำให้ดีเถิด ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช เชื้อเห็ด แลบรรดาสมุนไพร
เมื่อถึงเวลา ย่อมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดที่จะช่วยพวกท่าน
kananun
29-12-2006, 04:17 PM
การเยียวยาชั้นบรรยากาศโลก และท้องมหาสมุทรครับ
ส่วนหนทางแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศจากปรากฏการโลกร้อนเนื่องจาก ชั้นโอโซนรั่ว
พระท่านให้ใช้วิธี รีเวอร์ส เอ็นจิเนียริ่งของธรรมชาติ
โดยให้ดูจากสมัยที่โลกเย็นลงใหม่ๆ ไม่มีชั้นบรรยากาศและสิ่งมีชีวิต
และสิ่งมีชีวิตชนิดแรก ก็คือสาหร่ายเซลล์เดียว ที่ขยายพันธุ์ โดยการแบ่งตัวจาก หนึ่งเป็นสอง สองเป็น สี่ ในอัตราการยกกำลัง
สาหร่ายเหล่านี้ดูดซึม คาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซพิษพวกซัลเฟอร์ต่างๆจากบรรยากาศ มาสังเคราะห์แสง ได้ก๊าซออกซิเจนออกมา และรวมตัวกันเป้นกลุ่มก๊าซโอโซน ของชั้นบรรยากาศในที่สุด
พระท่านให้ใช้สาหร่ายเกลียวทองโปรยไปยังท้องมหาสมุทรตามแนวการไหลของกระแสน้ำอุ่นในทะเลเขตร้อน จากนั้นให้กลไกธรรมชาติ เยียวยาตัวมันเอง จากการที่สาหร่ายเหล่านี้
-ดูดซับพลังงานความร้อนในทะเลทำให้อุณหภูมิลดลง
-รงควัตถุของสาหร่าย เป็นตัวกรองแสงและรังสีความร้อนไม่ให้สะท้อนกลับขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
-การแบ่งตัวที่เร็ว ในอัตรายกกำลังจึงจะทันกับการทำลายโอโซนของก๊าซเรือนกระจกที่ทำลายโอโซนด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่
-สาหร่ายเป็นอาหารของสัตว์ทะเลขนาดเล็ก ทำให้ห่วงโซ่อาหารชั้นล่างสุดสมบูรณ์มีผลต่อเนื่องในการสร้างความสมบูรณ์ให้กลับมาสู่ท้องทะเล
-สาหร่ายช่วยดูดซึม กัมมันตรังสีได้ มีงานวิจัยรับรองอยู่
-การปลูกต้นไม้ โตไม่ทันการตัดทำลายจากฝีมือมนุษย์
-กว่าต้นไม้จะโตใช้เวลาสิบปีขึ้นไป
-ดังนั้นจึงต้อง
-หยุดการใช้ก๊าซเรือนกระจก
-ลดใช้พลังงานสกปรก
-เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด
-ช่วยกันปลูกต้นไม้ทุกคน
-ออกกฏหมายผู้ทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้ให้รุนแรงเฉียบขาด
-ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มโอโซน
-ใช้สาหร่ายโปรยลงสู่มหาสมุทรโดยเป็นโครงการของคนทั้งโลกร่วมกันทำ เมื่อถึงเวลาที่ภัยพิบัติจบสิ้นลง
ความหวังของโลกและมวลมนุษย์ยังมีอยู่ครับ
ส่วนตัวผมเองยังคิดเสมออยู่ว่า
"ถ้าร่างกายของผมต้องแหลกสลายกลายเป็นสาหร่ายโปรยปรายลงสู่ท้องมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มาช่วยสร้างโอโซนปริมาณมหาศาลจนปิดรอยโหว่ของชั้นบรรยากาศได้ทั้งหมด เพื่อช่วยสรรพชีวิตทั้งหมดบนโลกนี้ได้ ผมก็ยินดีตาย แทนทุกๆคนครับ"<!-- / message --><!-- sig -->
ตลับนาค
30-12-2006, 02:57 AM
การใช้สาหร่ายน่าจะดีครับเป็นต้นของห่วงโซ่อาหาร แต่ว่าข้อแรกมันจะโตในทะเลได้เลยไหม หรือ
ต้องปรับปรุงพันธุกรรมมันก่อน อีกอย่างเราคงต้อง stock เอาไว้เยอะทีเดียว หรือไม่ก็ต้อง
ทำแหล่งเพาะชั่วคราวขึ้นมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ พวกสัตว์ทะเลมักจะมีแคลเซึยมคาร์บอเนต
เป็นโครงสร้าง กระดูกหรือเปลือก ซึ่งก็เป็นวิธีนึงของธรรมชาติที่จะทำให้คาร์บอนกลับมาอยู่ใน
รูปของผลึก หน้าผาริมทะเลในต่างประเทศที่เป็นสีขาวส่วนใหญ่เกิดจากการทับถมของซากสัตว์พวกนี้ครับ
นอกจากเก็บดีวีดีที่เป็นความรู้ต่างๆแล้ว เราคงจะต้องเก็บระบบคอมพิวเตอร์ไว้ให้ใช้งานได้ด้วย
ถ้าตอนนั้นจะต้องใช้คอมฯในลักษณะพึ่งตัวเองแล้วเพราะว่าบริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์อาจจะไม่มี
ขอแนะนำว่าเราควรจะหัดใช้งาน open source software กันไว้ครับ
อาจจะดูไม่สะดวกในตอนแรก แต่เดี๋ยวก็ชิน รวบรวมโปรแกรมเท่าที่จำเป็นต้องใช้ พร้อมที่จะ
ลบทิ้งลงใหม่ได้ตลอด ถ้ายังไม่สะดวกที่จะเปลี่ยน OS ไปเป็น Linux ก็ลองใช้งานโปรแกรม
ที่เป็น cross platform คือใช้ได้เหมือนกันทั้งใน Windows, Linux
และ Mac พวกนี้ดูครับ firefox, thunderbird, seamonkey,
gimp,sunbird.
ท่านใดที่ชำนาญทางด้านการสร้างวิทยุรับส่ง ลองสร้างเครื่องรับย่านความถี่ต่ำมากๆ ULF, ELF
ไว้ฟังสัญญาณที่ส่งออกมาจากใต้ผิวโลกดูครับ ถ้าจะมีแผ่นดินไหวใหญ่จะมี activity ใต้ผิวโลก
เพิ่มขึ้น ซึ่งจะปล่อยคลื่นความถี่ต่ำมากๆออกมา อย่างที่ Loma Prieta ปี 1989 จะมี
คลื่นความถี่ที่แรงขึ้นมาจากระดับปรกติเป็นเท่าๆ ออกมาล่วงหน้าเกือบสองสัปดาห์ ที่ในคาลิฟอร์เนีย
จะมีเครื่องรับความถี่ต่ำมากๆนี้ ประมาณ 20 กว่าจุด ตามแนวแยกของเปลือกโลกเป็นระบบเฝ้าเตือน
คลื่นเหล่านี้ จะส่งผลอีกอย่างคือจะทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีออกไปจากธรรมดา สัตว์จะรับรู้คลื่นเหล่านี้ได้
อย่างในกรณีซูนามิ และเพิ่งเห็นข่าววันนี้ว่าจีนวิจัยเอางูชนิดหนึ่งมาใช้ทำนายแผ่นดินไหว
http://news.bbc.co.uk/1/hi/world/asia-pacific/6215991.stm
piakgear24
30-12-2006, 04:31 AM
ติดตามอ่านการรวมกันทำงานของพวกเราอยู่เกือบทุกวันเลยครับ
ตอนนี้กที่ผมพอช่วยได้บ้างก็คงเป็นพวกแสดงความเห็นเล็กๆน้อยๆครับ
ขอให้ทุกคนมีกำลังใจทำงานต่อไปครับ
ที่คุณ ตลับนาค กล่าวมามีประโยชน์มากครับ ทั้งเรื่องเตรียมสาหร่าย เรื่องเตรียมคอมพิวเตอร์ เรื่องหัดใช้โปรแกรมปฏิบัติการหลายๆอย่าง เพราะว่าพวกเรามักจะถนัดแต่ Windows ต้องหาคนที่ใช้งานเป็นหลายๆอย่างมาช่วยล่ะครับ เครื่องรับส่งสัญญาณความถี่ต่ำๆนี่ก็น่าสนใจมาก ประเทศเราไมมีการวิจัยเรื่องพวกนี้บ้างหรือเปล่าครับ สมาชิกท่านใดสามารถ ทำได้ก็คงจะดีกับการเตรียมการณ์รับภัย ของเรามากเลยครับ แต่ถ้าเรื่องงูที่รับรับรู้การเกิดแผ่นดินไหวก่อน 5 วัน และระยะทางไกลกว่า 120 กม. ตามที่เขาบอกใน BBC(ไม่รู้ว่างูอะไรดูในรูปคล้ายๆงูเห่านะ แต่ผมว่างูอะไรก็คงพอรับรู้ได้ไม่ต่างกันมากนัก) เราก็สามารถใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้เหมือนกัน ถ้าเราจะมีหน่วยงานวิจัยเรื่องพวกนี้
แต่ผมว่าถึงแม้เราไม่มีหน่วยงานวิจัยเราก็พอจะสังเกตจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้
แต่ว่าพวกเราต้องช่วยกันสังเกตเหตุการณ์รอบๆตัว ถ้ามีสัตว์หนีตายผิดปกติ นั่นแสดงว่าใกล้เวลาแล้ว ให้รีบแจ้งเตือนเพื่อนๆได้แล้ว
boko0121
30-12-2006, 06:46 AM
เรื่องการช่วยเหลือได้2แบบแบบที่1ช่วยเหลือด้านเงินซื้ออุปกรณ์การพิมพ์พระและค่าต่างๆ สามารถบริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี นางทิพยวรรณ คำวงษ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยภูมิ เลขที่บัญชี 307-0-37984-2แบบที่2 ร่วมส่งมวลสารส่งมาที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000แจ้งการโอนเงินที่ 083-7959457 สวัสดีครับ
Chayutt
30-12-2006, 07:04 AM
ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาเสนอตัว หรือ อาสาจะจัดการเรื่องอุปกรณ์สื่อสาร และระบบสื่อสารทั้งในในกลุ่มและนอกกลุ่มแบบเป็นกิจลักษณะเลยครับ
อีกทั้งเมื่อรวบรวมข้อมูลมาได้แล้ว จะ Copy ใส่ CD หรือ DVD แจกจ่ายกันก็ต้องมีแผ่นเปล่าๆจำนวนมาก ใครจะรับอาสาบอกบุญหรือหางบประมาณซื้อแผ่นเหล่านี้บ้างหนอ
..
boko0121
30-12-2006, 07:29 AM
ใช้ประมาณกี่แผ่นครับ
kananun
30-12-2006, 08:43 AM
สำหรับงานทางด้านเทคโนโลยี่ทางด้าน ไอทีการจัดทำฐานข้อมูล องค์ความรู้ ด้านคอมพิวเตอร์ ผมขออนุญาต ให้คุณตลับนาค ช่วยรับหน้าที่ทางด้านนี้ด้วยครับ เนื่องจากมีความรู้ด้านนี้โดยตรงและทราบลักษณะการทำงานดีอยู่แล้วครับ
ส่วนเรื่องสาหร่ายเกลียวทองมีอาจารญ์ท่านหนึ่ง ในสถาบันพระจอมเกล้า ธนบุรี หรือบางมด ท่านได้ทำงานวิจัย เรื่องการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทองในไซท์การผลิตขนาดเล็กครับ ในช่วงแรกเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราสามารถนำสาหร่ายเกลียวทองมาใช้เป็นอาหารได้ครับ และถือว่าเป็นมังสวิรัติด้วย ช่วยดูดซึมกัมมันตรังสีได้ในตัว หาข้อมูลตรงจุดนี้ได้จาก หนังสือความมหัศจรรย์ของสาหร่ายเกลียวทองของสำนักงานวิจัยแห่งชาติครับ เมื่อถึงเวลาพวกเราจะประสานกับทางอาจารย์ท่านนี้ได้ครับ นอกเหนือกับทางโรงงานที่ผลิตอยู่ในระดับอุตสาหกรรมครับ
เรื่องระบบการสื่อสารนั้น มีท่านผู้เป็นหัวหน้าหน่วยสื่อสารของ ฐานทัพสัตหีบ กองทัพเรือ ท่านจะมาช่วยทำครับ ตอนนี้ ท่านเพิ่งเริ่มเข้ามาปฏิบัติในสายหลวงพ่อฤาษี ไม่ช้าท่านจะมาช่วยวางระบบให้ครับ
สำหรับการจัดรวบรวม ข้อมูลในรูป ซีดี และดีวีดี อีกไม่นานจะมีผู้เป็นสายสมบัติ ผู้ทำหน้าที่มาช่วยสนับสนุนด้านทุนทรัพย์เข้ามาอาสาครับ เพียงขอให้ข้อมูลเสร็จเรียบร้อย สมบูรณ์ในระดับหนึ่งก่อนครับ
ณ .จุดนี้ ยังไม่น่าเป็นห่วงครับ อย่าได้กังวล ขอให้คณะทำงานทุกๆท่านได้ตั้งมั่น ในเจตนาที่ดี มุ่งหวังประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติ ของแผ่นดิน ด้วยเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
boko0121
30-12-2006, 01:16 PM
พระรุ่นนี้จะมีลักษณะคล้ายสมเด็จวัดระฆังรุ่นเก่าๆ(ดูได้จากรูปข้างล่าง)แล้วจะปั๊มด้วยตราปั๊มข้างหลังว่า "รุ่นต้านภัย 2550" แล้วก็ฝังองค์พระธาตุพระอรหันต์ต่างๆลงในองค์พระด้วยถ้าท่านใดสนใจจะช่วยเหลือด้านต่างๆม่ว่าจะเป็นด้านค่าซื้ออุปกรณ์ต่างๆและมวลสารที่ดีๆก็สามารถช่วยได้ดังนี้แบบที่1ช่วยเหลือด้านเงินซื้ออุปกรณ์การพิมพ์พระและค่าต่างๆ สามารถบริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี นางทิพยวรรณ คำวงษ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยภูมิ เลขที่บัญชี 307-0-37984-2แบบที่2 ร่วมส่งมวลสารส่งมาที่คุณกิตติธัช คำวงษ์125 ม.7 ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000แจ้งการโอนเงินที่ 083-7959457 สวัสดีครับ
yellow
30-12-2006, 06:35 PM
มีข้อสงสัย และไอเดียเสนอบางอย่างครับ
1) เวลาเหตุการณ์จะเกิด เราจะมีเวลาเตรียมตัวไม๊ครับ เช่นมีแผ่นดินไหวเล็กๆมาก่อน ซัก 1-2วัน หรือว่าเกิดแล้วก็หนักเลย เตรียมตัวไม่ทัน
2) สภาวะสงครามจะเกิดก่อนหรือหลังภัยพิบัติครับ จะมีฝุ่นนิวเคลียร์ตั้งแต่ต้นเลยรึเปล่า
3) เวลาเกิดภัยพิบัติจริงๆ คงมีคนมาขอความช่วยเหลือมากแน่ๆ เรื่องอาหารและที่พัก น่าจะคิดเผื่อคนที่รอดตาย มาขอความช่วยเหลือด้วย เช่นว่าถ้ามีมาซักเป็นร้อย พัน หรือเป็นหมื่นคนจะทำยังไง
4) เรื่องอาหาร อาจจะเก็บเป็นผลผลิตทางการเกษตร ในพื้นที่แทน เช่น จ้างคนปลูกเผือก ปลูกมัน ปลูกไม้ผลไว้ คำนวณว่ากี่ไร่ถึงจะเพียงพอกับจำนวนคน ถ้าเหตุการณ์ยังไม่เกิดก็สามารถเก็บขายได้ตามปกติ (แต่ถ้ามีฝุ่นกัมมันตรังสีจะทำยังไง)
5) เรื่องที่พักสำหรับคนที่รอดตาย อาจจะเตรียมเป็นเต๊นท์สนามก็ได้ครับ ไม่ต้องก่อสร้าง ไม่แพงเงิน 3แสนอาจจะสร้างบ้านไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเต๊นท์อาจช่วยคนได้ 2-3พันคน เตรียมการณ์ง่ายด้วย (ถ้าไม่ซื้อหาข้อมูลไว้ก็ได้ว่า ค่ายทหารที่อยู่ใกล้ๆมีที่ไหน เพราะทหารต้องมีอยู่แล้ว)
6) น้ำก็สำคัญนะครับ คนอดน้ำ 3 วันตาย อดอาหารได้ 1 เดือน
7) น่าจะมีคู่มือเพื่อการอยู่รอดแจกด้วยนะครับ แจกเป็นรูปเล่มรวมเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ในการอยู่รอด เช่น วิธีการปลูกพืช การป้องกันรังสี การปฐมพยาบาล ยาสมุนไพร การป้องกันสัตว์ร้าย ฯลฯ อาจจะส่งให้วัดทั่วประเทศ และแจกตามงานบุญต่างๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น หนังสือเล่มเดียวอาจมีค่ามหาศาลก็ได้
kananun
30-12-2006, 07:06 PM
พวกเราหลายคนก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับทางคุณ Yellow ครับ ดังนั้นพวกเราจึงมารวมตัวกัน อาสาทำงานตรงจุดนี้เพื่อช่วยคนอื่นให้มากที่สุด ตามกำลังความสามารถครับ
1. ผมแนะนำให้มี กระเป๋าฉุกเฉินไว้ใกล้ตัวครับ ในกรณี การเกิดภัยพิบัติแบบฉับพลัน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้
2.จะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นก่อนมหาสงครามนิวเคลียร์ครับ และหลังจากการยิงหัวรบนิวเคลียร์จึงเกิดฝุ่นกัมมันตรังสีคลุมชั้นบรรยากาศโลกครับ ตามด้วยฤดูหนาวนิวเคลียร์ที่อุณหภูมิ ลบ 10-20 องศาเซลเซียส ครับ
3.ต้องมีคนมาขอความช่วยเหลือมากมายครับ ดังนั้นการเตรียมการล่วงหน้าจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการรวมตัวกันทำงานในแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยกันรวบรวมข้อมูล ว่าแต่ละจังหวัดมีสถานที่ปลอดภัยตรงจุดใดบ้าง รับคนได้เท่าไร ขาด เหลืออะไร มีอะไรให้ทุกกลุ่มช่วยเหลือได้บ้าง
สิ่งสำคัญคือการบอก การสอนให้เขารู้และช่วยกันเตรียมตัว แบบไม่แตกตื่น ดีกว่า ไม่รู้อะไรเลย ไม่เตรียมอะไรกันเองเลย การดูแลเตรียมตัวของตัวเองง่ายกว่าให้คนร้อยคน เตรียมตัวสำหรับคนหมื่น คนแสนคนครับ
4. อาหารอยู่ในการทำงานในขั้นตอนต่อๆไปครับ ต้องรวมข้อมูล และหาจุดลงของแต่ละกลุ่มให้ได้ก่อนครับ จะได้รู้ศักยภาพของแต่ละพื้นที่และสถานที่เก็บ
5. ในเบื้องต้น นำผ้าใบมาทำเต้นท์ ง่ายที่สุด ถูกที่สุดครับ ตอนนี้มีการรวบรวมองค์ความรู้เรื่องบ้านดินครับ และบ้านแบบที่ง่ายราคาถูกอยู่ครับ
6. คู่มือ อยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูลอยู่ครับ ยินดีต้อนรับสู่คณะทำงานด้านการรวบรวมข้อมูลขอให้ประสานงาน แบ่งงานกันกับ Khunkik ที่ดูแลตรงนี้อยู่ และขออนุญาต ส่งรายละเอียด ที่อยู่ การติดต่อ ความสามารถพิเศษต่างๆ งานที่อาสามาช่วย ที่คุณ Chayutt ได้เลยครับ
ขอกราบโมทนาบุญในความตั้งใจดีต่อส่วนรวมเป็นอย่างสูงด้วยครับ
kananun
30-12-2006, 07:57 PM
ส่วนผมเองอยากจะเสนอให้พิจารณาว่าการแบ่งงานต่างๆให้ครอบคลุมทั้ง 3 สภาวะนี้ด้วยนะครับ
1.ก่อนเกิดภัยพิบัติ
2.ระหว่างเกิดภัยพิบัติ
3.หลังเกิดภัยพิบัติ
เราจะเตรียมพร้อมอะไรไว้ได้บ้างสำหรับ 3 สถานการณ์นี้
..
เป็นความเห็นจากคุณChayutt ครับ <!-- / message --><!-- sig -->
boko0121
30-12-2006, 08:25 PM
เราจะได้แยกออกเป็นเวลาของแต่ละคนที่ต้องทำช่วงไหนกันบ้างแต่ของผม เรื่องวัตถุมงคลคงต้องเป็นทั้ง3ช่วงแหละครับ เพราะช่วงก่อนเกิดเพราะเพื่อได้คุมครองขณะเกิด และช่วงเกิดก็อาจจะเสริมกำลังใจและคุ้มครองด้วย และช่วงหลังคงต้องเพื่อกำลังใจมากกว่าสิ่งใดเลยแหละและขณะเกิดพวกเราจะอยู่ในบ้านของตนรึไปช่วยผู้อื่นครับและอย่าลืมบอกช่วงจะเกิดภัยพิบัติด้วยนะครับ จะได้แจกก่อนเกิดภัยพิบัติทันสวัสดีครับ
kananun
30-12-2006, 09:04 PM
งานก่อนการเกิดภัยพิบัติ
ขออนุญาต แบ่งงานออกเป็น
1. งานรวบรวมข้อมูล ด้านต่างๆ ในทุกๆด้าน(อยู่ในระหว่างจัดเตรียม โดยคุณกิ๊กและทีมงานหลายๆท่าน)
2. งานประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูลไปยังกลุ่มทำงานในจุดตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการสื่อสารต่างๆ เช่นทางวิทยุสื่อสาร และทางวิทยุชุมชน (คุณพรรณราย กำลังดำเนินการอยู่ )
3. งานเผยแพร่ข้อมูลในช่องทางต่างๆ ไปยังประชาชนทั่วไป โดยไม่สร้างความตื่นตระหนก (คุณพรรณราย กำลังวางแผนดำเนินการอยู่)
4. งานประสานงานกันกับกลุ่มอื่นๆที่ได้มีการเตรียมการในเรื่องนี้ไว้ (ผมเองเริ่มการทำงานตรงจุดนี้ไปบ้างแล้ว)
5. งานด้านการฝึกอบรม บุคลากรที่จะมาอาสาช่วยทำงานให้มีความรู้ครอบคลุมทางด้านต่างๆ เช่น
การรับมือกับสถานการณ์ชนิดต่างๆ เมื่อเกิดภัยพิบัติ
การปฐมพยาบาล และการกู้ชีพ เบื้องต้น
การใช้อุปการณ์สื่อสารชนิดต่างๆ
(ซึ่งจะทะยอยจัดอบรมในการนัดหมายในแต่ละครั้งตามความเหมาะสม)
6. การฝึกฝนทางด้านจิต สมาธิ คุณธรรม การประยุกต์การใช้พลังจิตสมาธิในการรักษาผู้ป่วย พลังในการปกป้อง คุ้มครองบุคคลอื่น ( ดำเนินการฝึกอยู่ และจะมีการแนะนำการฝึกในการประชุมแต่ละครั้ง ในความเป็นจริง มีการขอฝึกสมาธินอกรอบ โดยการจัดเวลานัดหมายกับผม ตามความสะดวก ตอนนี้มีอยู่ เจ็ด แปด ท่านที่ฝึกพิเศษ ครับ)
7.การวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา เพื่อนำมาจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพื่อหาศักยภาพในการทำงาน รวมทั้งหาทางแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการทำงาน (ตอนนี้ ยังไม่ได้ข้อมูลจากกลุ่มตามจังหวัดต่างๆ แต่คาดว่าหลังปีใหม่คงมีข่าวดีในการรวมตัวกันได้ของกลุ่มต่างๆครับ)
8. การวางแผน การวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละจุดที่เป็นสถานที่หลบภัย โดย การวิเคราะห์จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และ การใช้พลังจิตตรวจสอบ (เพื่อลดอัตราเสี่ยงให้มีน้อยที่สุดครับ)
9. การลงพื้นที่ ดูสถานที่จริง เพื่อการดำเนินงาน ปรับปรุง ซ่อมแซม จัดสร้าง สถานที่หลบภัยตามจุดต่างๆ ( คาดว่าตั้งแต่ปีหน้า 50 น่าจะเริ่มการลงพื้นที่ครับ)
10. งานรวบรวม และขนส่ง จัดเตรียม ทรัพยากรไปยังสถานที่ตามจุดต่างๆ
11. การทดสอบระบบ ทดลองใช้งาน ทดลองอยู่ ในสถานที่หลบภัยนั้นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจมี
12. การสร้างศูนย์เฝ้าระวัง เหตุการณ์ภัยพิบัติ ของพวกเรา (ซึ่งตอนนี้คุณFalkman ได้ทำหน้าที่นี้อยู่ แต่คงต้องอาศัยท่านที่เป็นเจ้าหน้าที่ธรณีวิทยามาช่วยกันอีกแรงหนึ่งด้วยครับ)
13.การแจ้งเตือน เมื่อมีสัญญานบ่งชี้ถึงอันตรายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติประเภทต่างๆ เพื่อการเตรียมตัวอพยพ โดยอาจใช้รหัสสี แบบสากล เขียว เหลือง ส้ม แดง
นี่เป็นงานคร่าวๆที่คงต้องขอความร่วมมือในการช่วยกันวางแผน การทำงาน การมาช่วยกันจัดขั้นตอนการทำงาน รวมทั้งขอแรงอาสาสมัครเข้ามาช่วยกันรับผิดชอบงานในแต่ละด้านให้มีผลสูงสุดต่อส่วนรวมครับ
มีข้อเสนอแนะอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ขอเชิญช่วยให้ข้อคิดเห็นได้เลยครับ ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นผมขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ
kananun
30-12-2006, 09:13 PM
ส่วนถ้าการวางการทำงานเป็นระบบทีมคงต้องวางเป็น
1. ทีม ข่าวสารข้อมูลและการเฝ้าระวังเหตุการณ์
2. ทีมประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร
3. ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทางด้านต่างๆ เช่นทีมนักปฏิบัติธรรม นักพลังจิต นักธรณีวิทยา ทีมช่าง เป็นต้น
4. ทีมทำงานภาคสนาม ในการสร้างการเตรียมสถานที่ปลอดภัย
5. ทีมสนับสนุนทางด้านต่างๆ
6. ทีมกู้ภัย และปฐมพยาบาล
7. ทีมพลาธิการ
ประมาณนี้ครับ ใครที่มีความคิดเห็นอื่นที่เป็นประโยชน์ช่วยมา ช่วยกันหน่อยครับ
3. ต้องมีคนมาขอความช่วยเหลือมากมายครับ ดังนั้นการเตรียมการล่วงหน้าจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการรวมตัวกันทำงานในแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยกันรวบรวมข้อมูล ว่าแต่ละจังหวัดมีสถานที่ปลอดภัยตรงจุดใดบ้าง รับคนได้เท่าไร ขาด เหลืออะไร มีอะไรให้ทุกกลุ่มช่วยเหลือได้บ้าง
เรื่องแต่ละจังหวัดมีสถานที่ที่ปลอดภัยตรงไหนบ้าง?
เรื่องนี้ผมว่าเกินความสามารถที่พวกเราจะรู้ได้ ว่าที่ตรงไหนปลอดภัยจริงๆ เพราะบางพื้นที่เราคิดว่าปลอดภัยจากน้ำท่วมแล้ว อาจไม่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว หรือลมพายุ เช่นทอร์นาโด ไต้ฝุ่น หรือไม่ปลอดภัยจากเชื้อโรคอาวุธเคมีชีวภาพ และบางพื้นที่ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แต่อาจไม่ปลอดภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองที่เข้ามาปล้นจี้ ยื้อแย่งอาหารที่พวกเราได้เก็บสำรองเอาไว้
ทางที่ดีคุณคณานันท์ ช่วยสอบถามจากองค์พระท่านว่าที่ตรงไหนจะปลอดภัยจริงๆ บ้าง จะได้ใช้เป็นแหล่งหลบภัยและเก็บเสบียงอาหาร ได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวล ว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติได้จริงหรือไม่ครับ
kananun
31-12-2006, 07:42 AM
ใช่ครับ ถูกต้องตามที่คุณเกษมได้ให้ข้อคิดเห็นครับ
ดังนั้นการดำเนินการ เรื่องสถานที่นั้นผมขออนุญาตอธิบายขั้นตอนดังนี้
1. รวบรวมรายชื่อสถานที่ ที่ตั้ง พิกัดต่างๆ เช่นพิกัด GPS ความสูง ทรัพยากร การรองรับคน โดยต้องขอให้กลุ่มต่างๆในพื้นที่ช่วยกันเป็นฝ่ายช่วยรวบรวมข้อมูลครับ
2.นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางวิชาการ โดย นักธรณีวิทยา ซึ่งขณะนี้มีคุณ Cattbewer ท่านหนึ่ง และคุณFalkman ซึ่งอาสามาช่วยงาน โดยอาจใช้ข้อมูลเชิงสติถิ และการเช็คตำแหน่งผ่านการเปรียบเทียบกับแนวรอยเลื่อนต่างๆ รวมทั้งลักษณะทางกายภาพของสถานที่นั้น เช่นร่องน้ำ ทางน้ำต่างๆครับ
3.จากนั้นก็มาตรวจดูด้วยการถามพระท่านว่ามีจุดใดที่ปลอดภัย จากภัยอะไรบ้าง การถามพระ ผมขออนุญาตขอบารมี ความรู้ครูบาอาจารย์ท่าน เช่น หลวงพี่อนันต์ หลวงพี่โอ หลวงพี่เล็ก หลวงพี่สมปอง เป็นอาทิครับ เมื่อถึงเวลาท่านน่าจะเมตตาช่วยสงเคราะห์พวกเราครับ
4.ถ้าพอจะปรับปรุง ตั้งรับกับปัญหาและแก้ไขได้ ก็แจ้งให้สถานที่แห่งนั้น ทราบและปรับปรุง
แต่ถ้าจุดดังกล่าวโดนเต็มๆ ก็สมควรย้ายหรือหาที่ปลอดภัยแห่งใหม่
เท่าที่พอทราบมา ในบางสถานที่อาจจะต้องขยับตามภัยพิบัติต่างๆประมาณ สามครั้งครับ ผมใช้คำว่า "ขยับ"ครับ
เช่น ในบางสถานที่ช่วงการเกิดแผ่นดินไหวก็ยังอาศัยในที่ราบที่โล่งและปลอดภัยกว่า พอเริ่มมีการยิงนิวเคลียร์ ก็ขยับเข้าไปอยู่ในหลุมหลบภัยบ้าง ถ้ำบ้างครับ
5. กลุ่มทำงานของเราเมื่อได้ให้ข้อมูล การวิเคราะห์ความเสี่ยงและแนวทางการปรับปรุงสถานที่ให้ปลอดภัย มีศักยภาพสูงสุดแล้ว
6.กลุ่มทำงานลงพื้นที่เพื่อช่วยประเมินให้อีกครั้งครับ เพื่อทำความรู้จักและการประสานกัน ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ครับ
อันที่จริงแล้วภัยจาก"คน"นี่แหละครับที่น่ากลัวที่สุด ต้องช่วยกันหาทางป้องกันแก้ไข ในยามที่คนไม่มีศีลธรรม ไม่มีกฏหมาย ใช้แต่ กิเลสและสัญชาติญาณไม่ต่างกับสัตว์ เราจะทำอย่างไรกัน ในการป้องกันภัยนั้น และระวังใจของเราไม่ให้กลายเป็นอย่างนั้นเสียเอง
<