Kamen rider
18-03-2005, 12:53 PM
http://www.komchadluek.net/news/2005/03-18/images/-8402.jpg เด็กอะไรก็ไม่รู้ ยิ่งเล่นยิ่งเก่ง ยิ่งเล่นยิ่งดูกลมกลืน
ใครคนหนึ่งเปรยขึ้นหลังจากที่จ้องดูละคร ธรรมะติดปีก2 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งเกิดขึ้นทุกเย็นตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ละครแนวธรรมะที่ผู้จัดนำเด็กมาดำเนินเรื่องให้สนุกสนานเฮฮา แก่นๆ ไปตามประสา ด้วยความซุกซนและขาดวุฒิภาวะ จึงส่งผลให้เด็กเหล่านั้นพบกับบทเรียนที่สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ โดยแทรกมาในรูปแบบของสุภาษิตสอนใจ ให้เด็กและผู้ใหญ่ทางบ้านได้สมัครสมานชื่นชมกันในวันปิดเทอม
หนึ่งในจำนวนเด็กๆ ทั้งหลายที่ได้เข้าไปมีบทบาทในละคร เรื่องนี้ที่อยากจะพูดถึงคือ น้องพี มกจ๊ก หรือ ด.ช.สิทธิโชค มานะสันทัดชาติ หลานชายสุดโปรดของคุณจาตุรงค์ มกจ๊กตลกชื่อดัง ฉันเห็นน้องพีครั้งแรกนี่แทบจะไม่อยากเชื่อว่า เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งนี้จะพกพาความสามารถ มาพูดจา แลบลิ้นปลิ้นตาให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ หัวร่องอหายได้ แรกที่เห็นใจมันก็ไม่ค่อยจะยอมรับสักเท่าไร ก็ได้แต่คิดว่าสงสัยจะมีการตระเตรียมมาแล้วเป็นอย่างดี ครั้นได้ดูลีลาท่าที จังหวะจะโคลนของการพูดการจา กิริยาท่าทางที่แสดงออก ปฏิภาณไหวพริบที่โต้ตอบตลกผู้ใหญ่ ของเด็กน้อยวัยเพียงแค่ 3 ขวบในตอนนั้น ทุกเสียงที่เข้าหูก็คือ.... เมื่อวาน หรือเมื่อคืนได้ดูเด็กคนนั้นหรือเปล่า หลานจาตุรงค์ มกจ๊ก ดูแล้วตลกจริงๆ เด็กอะไรก็ไม่รู้ทำให้เราอารมณ์ดีมีความสุข.... ก็ต้องยอมรับว่า ฟ้าส่งเด็กคนนี้ให้มาเกิด เป็นตลกประดับวงการเข้าให้
ฉันไม่เคยพบเจอน้องพีตัวเป็นๆ แต่เคยพูดคุยกับคุณจาตุรงค์บ้าง จับใจความได้ว่า น้องพีคนนี้นิยมอาชีพตลกเอามากๆ ความเป็นตลกมันฝังลึกอยู่ในสายเลือด ลุงรงค์เห็นดังนั้นก็พาออกงาน แล้วก็ได้เป็นตลกเด็กๆ ใสๆ กับวงของลุงรงค์ จากนั้นมาไม่ว่าจะเห็นน้องพีที่ไหน ก็มีอันต้องเหมือนมีสนามแม่เหล็กดูดให้หยุดมองทุกครั้ง แต่ละครั้งที่หยุดมองก็จะได้มุกนั้นมาเล่าต่อ เพราะไม่ว่าจะเป็นท่าเต้นเลียนแบบตลกผู้ใหญ่ หรือท่าเลียนแบบนักร้องดังอย่างคุณอิ๊ด วงฟรายด์ เขาก็ทำได้ อย่างไม่มีขัดเขินแถมเพิ่มกิริยาตลกลงไปบนใบหน้า เห็นแล้วต้องได้ยินเสียงฮาจากคนรอบข้าง
นอกจากความสามารถในการเล่นตลก หนูน้อยคนนี้ก็ยังมีความสามารถในการร้องเพลง ประทับใจได้ไม่แพ้กัน โลกเปิดให้เขาเข้ามาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง คุณจาตุรงค์จึงจัดตั้งบริษัท อาตี๋มิวสิค ให้น้องพีมาสังกัดเป็นศิลปินชิมลาง และได้รับคะแนนนิยมอย่างล้นหลาม และแม้ชีวิตจะถูกแต่งแต้มไปด้วยงานตั้งแต่อายุยังน้อย น้องพีก็ไม่เคยทิ้งการเรียน โดยมีการจัดสรรให้เขาเข้าเรียนตามปกติในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ก็จะฝึกร้องเพลง ซ้อมมุกตลก ไม่ก็เข้าห้องอัดรายการ
เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุด จะอยู่ที่บริษัทอาตี๋ของคุณจาตุรงค์ และไม่ทำตัวให้ว่างเปล่า น้องพีสามารถสร้างประโยชน์ให้บริษัทอีกรูปแบบหนึ่งคือ ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ รับจดสินค้าตามที่ลูกค้าสั่ง หากมีคนโทรเข้าไปสมัครเป็นนักร้อง ก็มีหน้าที่บอกให้ผู้สมัครร้องเพลงใส่เทปพร้อมกับส่งรูปถ่ายไปที่บริษัทอาตี๋ นี่ก็คืออีกงานที่เขาถนัด
ตอนนี้ที่เห็นหน้าเขาบ่อยๆ ก็คือ การเข้าร่วมแสดงในละคร ธรรมะติดปีก ซึ่งรับบทเป็น เปรี้ยว เด็กวัดก้นกุฏิ ศิษย์เอกหลวงตาเย็นแห่งวัดลืมบำรุง เปรี้ยวในเรื่องเป็นเด็กฉลาด แสนซน และกะล่อน อุปนิสัยเหมือนนกสองหัว ชอบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนนั้น นำเรื่องนั้นมาเล่าให้คนนี้ เพื่อให้คนสองกลุ่มโกรธเกลียดกัน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดเพียงให้ชีวิตสนุกสนาน หมายเอาตัวรอดตามประสาเด็กวัดไปวันๆ ทุกตอนของเรื่อง ก็จะสอดแทรกธรรมะเข้าไปให้รู้ว่า ใช่แต่สิ่งไม่ดีที่เจ้าเปรี้ยวทำเท่านั้น แม้กระทั่งคนอื่นที่ทำก็หนีไม่พ้นเรื่อง กฎแห่งกรรม ที่สอดเข้ามาให้เด็กๆ ทางบ้านดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้นด้วยสุภาษิต จึงเป็นละครอีกเรื่องที่สามารถคัดเลือกตัวเด็กๆ มาเล่นได้อย่างสมบทบาท
ในวันที่สปอตไลท์ฉายส่องมายังน้องพี หนูน้อยตัวเล็กๆ ผู้มากความสามารถนี้ เด็กๆ ทั้งหลายก็จะเห็นเป็นตัวอย่างว่า เด็กทุกคนล้วนมีความสามารถในตัว เว้นเสียแต่ว่า ปิดเทอมวันนี้ พวกเขาจะใช้ความสามารถและพลังงานเหลือเฟือที่มีอยู่ในชีวิตไปในทางไหน ถึงอย่างไรคนที่อยู่เคียงข้างคือพ่อ-แม่ คงจะช่วยส่งเสริมให้ความคิดในวันหยุดเรียนได้แตกหน่อออกไปในทางสร้างสรรค์ เท่านั้นโลกของเด็กก็จะเต็มไปด้วยสีสันแห่งชีวิต
ใครคนหนึ่งเปรยขึ้นหลังจากที่จ้องดูละคร ธรรมะติดปีก2 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งเกิดขึ้นทุกเย็นตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ละครแนวธรรมะที่ผู้จัดนำเด็กมาดำเนินเรื่องให้สนุกสนานเฮฮา แก่นๆ ไปตามประสา ด้วยความซุกซนและขาดวุฒิภาวะ จึงส่งผลให้เด็กเหล่านั้นพบกับบทเรียนที่สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ โดยแทรกมาในรูปแบบของสุภาษิตสอนใจ ให้เด็กและผู้ใหญ่ทางบ้านได้สมัครสมานชื่นชมกันในวันปิดเทอม
หนึ่งในจำนวนเด็กๆ ทั้งหลายที่ได้เข้าไปมีบทบาทในละคร เรื่องนี้ที่อยากจะพูดถึงคือ น้องพี มกจ๊ก หรือ ด.ช.สิทธิโชค มานะสันทัดชาติ หลานชายสุดโปรดของคุณจาตุรงค์ มกจ๊กตลกชื่อดัง ฉันเห็นน้องพีครั้งแรกนี่แทบจะไม่อยากเชื่อว่า เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งนี้จะพกพาความสามารถ มาพูดจา แลบลิ้นปลิ้นตาให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ หัวร่องอหายได้ แรกที่เห็นใจมันก็ไม่ค่อยจะยอมรับสักเท่าไร ก็ได้แต่คิดว่าสงสัยจะมีการตระเตรียมมาแล้วเป็นอย่างดี ครั้นได้ดูลีลาท่าที จังหวะจะโคลนของการพูดการจา กิริยาท่าทางที่แสดงออก ปฏิภาณไหวพริบที่โต้ตอบตลกผู้ใหญ่ ของเด็กน้อยวัยเพียงแค่ 3 ขวบในตอนนั้น ทุกเสียงที่เข้าหูก็คือ.... เมื่อวาน หรือเมื่อคืนได้ดูเด็กคนนั้นหรือเปล่า หลานจาตุรงค์ มกจ๊ก ดูแล้วตลกจริงๆ เด็กอะไรก็ไม่รู้ทำให้เราอารมณ์ดีมีความสุข.... ก็ต้องยอมรับว่า ฟ้าส่งเด็กคนนี้ให้มาเกิด เป็นตลกประดับวงการเข้าให้
ฉันไม่เคยพบเจอน้องพีตัวเป็นๆ แต่เคยพูดคุยกับคุณจาตุรงค์บ้าง จับใจความได้ว่า น้องพีคนนี้นิยมอาชีพตลกเอามากๆ ความเป็นตลกมันฝังลึกอยู่ในสายเลือด ลุงรงค์เห็นดังนั้นก็พาออกงาน แล้วก็ได้เป็นตลกเด็กๆ ใสๆ กับวงของลุงรงค์ จากนั้นมาไม่ว่าจะเห็นน้องพีที่ไหน ก็มีอันต้องเหมือนมีสนามแม่เหล็กดูดให้หยุดมองทุกครั้ง แต่ละครั้งที่หยุดมองก็จะได้มุกนั้นมาเล่าต่อ เพราะไม่ว่าจะเป็นท่าเต้นเลียนแบบตลกผู้ใหญ่ หรือท่าเลียนแบบนักร้องดังอย่างคุณอิ๊ด วงฟรายด์ เขาก็ทำได้ อย่างไม่มีขัดเขินแถมเพิ่มกิริยาตลกลงไปบนใบหน้า เห็นแล้วต้องได้ยินเสียงฮาจากคนรอบข้าง
นอกจากความสามารถในการเล่นตลก หนูน้อยคนนี้ก็ยังมีความสามารถในการร้องเพลง ประทับใจได้ไม่แพ้กัน โลกเปิดให้เขาเข้ามาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง คุณจาตุรงค์จึงจัดตั้งบริษัท อาตี๋มิวสิค ให้น้องพีมาสังกัดเป็นศิลปินชิมลาง และได้รับคะแนนนิยมอย่างล้นหลาม และแม้ชีวิตจะถูกแต่งแต้มไปด้วยงานตั้งแต่อายุยังน้อย น้องพีก็ไม่เคยทิ้งการเรียน โดยมีการจัดสรรให้เขาเข้าเรียนตามปกติในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ก็จะฝึกร้องเพลง ซ้อมมุกตลก ไม่ก็เข้าห้องอัดรายการ
เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุด จะอยู่ที่บริษัทอาตี๋ของคุณจาตุรงค์ และไม่ทำตัวให้ว่างเปล่า น้องพีสามารถสร้างประโยชน์ให้บริษัทอีกรูปแบบหนึ่งคือ ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ รับจดสินค้าตามที่ลูกค้าสั่ง หากมีคนโทรเข้าไปสมัครเป็นนักร้อง ก็มีหน้าที่บอกให้ผู้สมัครร้องเพลงใส่เทปพร้อมกับส่งรูปถ่ายไปที่บริษัทอาตี๋ นี่ก็คืออีกงานที่เขาถนัด
ตอนนี้ที่เห็นหน้าเขาบ่อยๆ ก็คือ การเข้าร่วมแสดงในละคร ธรรมะติดปีก ซึ่งรับบทเป็น เปรี้ยว เด็กวัดก้นกุฏิ ศิษย์เอกหลวงตาเย็นแห่งวัดลืมบำรุง เปรี้ยวในเรื่องเป็นเด็กฉลาด แสนซน และกะล่อน อุปนิสัยเหมือนนกสองหัว ชอบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนนั้น นำเรื่องนั้นมาเล่าให้คนนี้ เพื่อให้คนสองกลุ่มโกรธเกลียดกัน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดเพียงให้ชีวิตสนุกสนาน หมายเอาตัวรอดตามประสาเด็กวัดไปวันๆ ทุกตอนของเรื่อง ก็จะสอดแทรกธรรมะเข้าไปให้รู้ว่า ใช่แต่สิ่งไม่ดีที่เจ้าเปรี้ยวทำเท่านั้น แม้กระทั่งคนอื่นที่ทำก็หนีไม่พ้นเรื่อง กฎแห่งกรรม ที่สอดเข้ามาให้เด็กๆ ทางบ้านดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้นด้วยสุภาษิต จึงเป็นละครอีกเรื่องที่สามารถคัดเลือกตัวเด็กๆ มาเล่นได้อย่างสมบทบาท
ในวันที่สปอตไลท์ฉายส่องมายังน้องพี หนูน้อยตัวเล็กๆ ผู้มากความสามารถนี้ เด็กๆ ทั้งหลายก็จะเห็นเป็นตัวอย่างว่า เด็กทุกคนล้วนมีความสามารถในตัว เว้นเสียแต่ว่า ปิดเทอมวันนี้ พวกเขาจะใช้ความสามารถและพลังงานเหลือเฟือที่มีอยู่ในชีวิตไปในทางไหน ถึงอย่างไรคนที่อยู่เคียงข้างคือพ่อ-แม่ คงจะช่วยส่งเสริมให้ความคิดในวันหยุดเรียนได้แตกหน่อออกไปในทางสร้างสรรค์ เท่านั้นโลกของเด็กก็จะเต็มไปด้วยสีสันแห่งชีวิต