guawn
24-12-2006, 05:11 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>ดอกเตอร์หนุ่มน้อย เติ้ง-ภาคภูมิ ศรัทธา พระหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็น ดอกเตอร์ ขณะอายุแค่ 27 ปี เท่านั้นสำหรับ หนุ่มเติ้ง ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ที่เตรียมบินไปซื้อ เรือดำน้ำ U-194 ที่ในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพพันธมิตรใช้เป็นเรือดำน้ำสำหรับ สอดแนม ในท้องทะเลลึกซึ่งปัจจุบันยังใช้งานได้ สมบูรณ์แบบทุกประการ และด้วยเหตุที่เรือดำน้ำลำนี้มีความพิเศษหลายประการบริษัทยักษ์ใหญ่วงการหนังฮอลลีวู้ด วอร์นเนอร์บราเธอร์ จึงให้ความสนใจติดต่อขอซื้อในราคาที่แพงมากเพื่อนำไปใช้ในการ ถ่ายทำภาพยนตร์แนวสงคราม ซึ่งในการถ่ายทำ ฉากจบ ก็จะมีการ ระเบิดเรือทิ้ง เพื่อให้มีความ สมจริง ตามค่านิยมของการสร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดแต่ เจ้าของ ซึ่งปัจจุบันเป็น ชาวสวีเดน ไม่ยอมขายเนื่องจาก เสียดาย ที่ เรือดำน้ำ ลำนี้จะถูกทำลายทิ้งแต่พอมี คนไทย ไปขอซื้อในราคา 200 ล้าน กลับยอมขายง่าย ๆเพราะทราบวัตถุประสงค์ของ ดอกเตอร์หนุ่ม เติ้ง-ภาคภูมิ จะนำมาเพื่อโชว์ศักยภาพในเมืองไทยพร้อมทำเป็น พิพิธภัณฑ์ ให้ประชาชนชาวไทยได้ชมฟรีเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพร้อมเฉลิมฉลองในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550 จึงตกลงขายให้เพราะ เรือดำน้ำ ลำนี้ยังจะคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน นั่นเอง
ส่วนกำหนดการบินไปซื้อเรือนั้น ดอกเตอร์ เติ้ง เผยว่า แต่ไหนแต่ไรการซื้อเรือดำน้ำซึ่งเป็นเรือสำหรับใช้ในราชการสงครามเท่านั้นจึงเป็นการ ซื้อขายระหว่าง รัฐต่อรัฐ แต่การซื้อครั้งนี้เป็น เรื่องของ เอกชน และเป็น เอกชนจากประเทศไทย เป็นผู้ซื้อ จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควรโดยจะบินไปซื้อในเดือนมกราคมนี้ จากนั้นจึงจะล่องเรือมาตาม มหาสมุทร ต่าง ๆ เพื่อมาปักหลักในประเทศไทย โดยคาดกันไว้ว่าน่าจะใช้เวลานานนับเดือนเลยทีเดียว และการไปซื้อเรือที่ประเทศสวีเดนครั้งนี้ ดอก เตอร์เติ้ง ได้ย้ำว่าเพื่อความไม่ประมาท กับการเดินทางในเที่ยวขากลับที่จะต้องมากับ เรือดำน้ำ ได้อาราธนา พระเครื่อง ซึ่งเป็น พระพิมพ์ไพ่ตองเนื้อดิน ที่สร้างโดย หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และ ลูกอมเนื้อผง ที่สร้างโดย หลวงปู่เนตรวัดตุ๊กตา อำเภอนครชัยศรีเช่นกัน ซึ่งเป็น สหายทางธรรม ของหลวงปู่บุญคล้องคอไปด้วยโดยให้เหตุผลว่า
แม้ผมจะเกิดในยุคที่เทคโน โลยีเจริญสูงสุด และส่วนใหญ่จะไปเรียนในต่างประเทศแต่ด้วยความที่เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธจึงไม่ละ ทิ้งเรื่อง วัตถุมงคล ซึ่งแม้ระหว่างเรียนจะไม่ได้ยึดติดเท่าใดนักแต่หลังเรียนจบ และกลับมาเมืองไทยก็ได้ไปเยี่ยมญาติ ๆ ฝ่าย คุณแม่ ที่อำเภอนครชัยศรี เพราะ คุณแม่เป็นคนที่นั่นพร้อมแวะทำบุญและกราบ รูปหล่อหลวงปู่บุญ ที่เคยไปกราบเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก แต่พอได้กราบคราวนี้ก็มีเรื่องแปลกให้พบเห็นคือ ตกกลางคืนฝันไปว่ามีคนรู้จักนำวัตถุมงคลที่ หลวงปู่บุญ สร้างไว้มามอบให้ซึ่งหลังจากฝันแล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลยคิดแต่เพียงว่า นอนมากก็ฝันมาก เท่านั้นเองแต่หลังจากฝันแล้ว ไม่กี่วันก็มีคนรู้จักนำ พระ หลวงปู่บุญพิมพ์ไพ่ตองเนื้อดิน มาให้จริง ๆ ตามที่ฝันจึงดีใจมากรีบนำไปใส่ตลับทอง แล้วอาราธนาขึ้นแขวนคอเลย
จากนั้นก็มีเรื่องแปลก ๆ อีกเช่นกันให้ประจักษ์อยู่บ่อย ๆ คือ หลังจากแขวนแล้วทำให้จิตใจสบายได้อย่างประหลาด และบางครั้งธุรกิจที่ทำอยู่หลายอย่างก็มีเรื่องติดขัดไม่ราบรื่นนัก ติดต่ออะไรก็มักจะเหลวก็เลยอาราธนาพระในคอขออย่าให้มีเรื่องติดขัดอีกเลย ซึ่งนับเป็นเรื่องเหลือเชื่อทีเดียวหลังจากอาราธนาแล้ว ธุรกิจที่ ไม่ราบรื่นก็ผ่านตลอดจึงทำให้เชื่อว่า พระในคอ มีส่วนมาก จึงหันมาสะสมพระเครื่องจริงจังขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่สะสมจะเป็นของ หลวงปู่บุญ และ พระกรุ เป็นหลัก กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ จึงสะสม พระกริ่ง 7 รอบ และ พระกริ่งปวเรศปี 2530 วัดบวรนิเวศ เพราะหลังจากทราบประวัติการสร้างแล้วว่า ดีเยี่ยม แบบใดจึงได้แต่บอกตัวเองว่าต้องหามา ครอบครอง ให้ได้แม้จะไม่ใช่ผู้สันทัดกับ พระเครื่อง เท่าใด นักแต่ก็จะสอบถาม ผู้รู้ พร้อมขอแบ่งจาก พรรคพวก ที่เชื่อถือได้ ซึ่งสรุปแล้วตอนนี้สะสมไว้หลายสิบองค์และหากมีโอกาสก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ เพราะสะสม วัตถุมงคล แล้ว สบายใจดีครับ.
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ref.http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=111745&NewsType=1&Template=1
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็น ดอกเตอร์ ขณะอายุแค่ 27 ปี เท่านั้นสำหรับ หนุ่มเติ้ง ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ที่เตรียมบินไปซื้อ เรือดำน้ำ U-194 ที่ในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพพันธมิตรใช้เป็นเรือดำน้ำสำหรับ สอดแนม ในท้องทะเลลึกซึ่งปัจจุบันยังใช้งานได้ สมบูรณ์แบบทุกประการ และด้วยเหตุที่เรือดำน้ำลำนี้มีความพิเศษหลายประการบริษัทยักษ์ใหญ่วงการหนังฮอลลีวู้ด วอร์นเนอร์บราเธอร์ จึงให้ความสนใจติดต่อขอซื้อในราคาที่แพงมากเพื่อนำไปใช้ในการ ถ่ายทำภาพยนตร์แนวสงคราม ซึ่งในการถ่ายทำ ฉากจบ ก็จะมีการ ระเบิดเรือทิ้ง เพื่อให้มีความ สมจริง ตามค่านิยมของการสร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดแต่ เจ้าของ ซึ่งปัจจุบันเป็น ชาวสวีเดน ไม่ยอมขายเนื่องจาก เสียดาย ที่ เรือดำน้ำ ลำนี้จะถูกทำลายทิ้งแต่พอมี คนไทย ไปขอซื้อในราคา 200 ล้าน กลับยอมขายง่าย ๆเพราะทราบวัตถุประสงค์ของ ดอกเตอร์หนุ่ม เติ้ง-ภาคภูมิ จะนำมาเพื่อโชว์ศักยภาพในเมืองไทยพร้อมทำเป็น พิพิธภัณฑ์ ให้ประชาชนชาวไทยได้ชมฟรีเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพร้อมเฉลิมฉลองในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550 จึงตกลงขายให้เพราะ เรือดำน้ำ ลำนี้ยังจะคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน นั่นเอง
ส่วนกำหนดการบินไปซื้อเรือนั้น ดอกเตอร์ เติ้ง เผยว่า แต่ไหนแต่ไรการซื้อเรือดำน้ำซึ่งเป็นเรือสำหรับใช้ในราชการสงครามเท่านั้นจึงเป็นการ ซื้อขายระหว่าง รัฐต่อรัฐ แต่การซื้อครั้งนี้เป็น เรื่องของ เอกชน และเป็น เอกชนจากประเทศไทย เป็นผู้ซื้อ จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควรโดยจะบินไปซื้อในเดือนมกราคมนี้ จากนั้นจึงจะล่องเรือมาตาม มหาสมุทร ต่าง ๆ เพื่อมาปักหลักในประเทศไทย โดยคาดกันไว้ว่าน่าจะใช้เวลานานนับเดือนเลยทีเดียว และการไปซื้อเรือที่ประเทศสวีเดนครั้งนี้ ดอก เตอร์เติ้ง ได้ย้ำว่าเพื่อความไม่ประมาท กับการเดินทางในเที่ยวขากลับที่จะต้องมากับ เรือดำน้ำ ได้อาราธนา พระเครื่อง ซึ่งเป็น พระพิมพ์ไพ่ตองเนื้อดิน ที่สร้างโดย หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และ ลูกอมเนื้อผง ที่สร้างโดย หลวงปู่เนตรวัดตุ๊กตา อำเภอนครชัยศรีเช่นกัน ซึ่งเป็น สหายทางธรรม ของหลวงปู่บุญคล้องคอไปด้วยโดยให้เหตุผลว่า
แม้ผมจะเกิดในยุคที่เทคโน โลยีเจริญสูงสุด และส่วนใหญ่จะไปเรียนในต่างประเทศแต่ด้วยความที่เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธจึงไม่ละ ทิ้งเรื่อง วัตถุมงคล ซึ่งแม้ระหว่างเรียนจะไม่ได้ยึดติดเท่าใดนักแต่หลังเรียนจบ และกลับมาเมืองไทยก็ได้ไปเยี่ยมญาติ ๆ ฝ่าย คุณแม่ ที่อำเภอนครชัยศรี เพราะ คุณแม่เป็นคนที่นั่นพร้อมแวะทำบุญและกราบ รูปหล่อหลวงปู่บุญ ที่เคยไปกราบเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก แต่พอได้กราบคราวนี้ก็มีเรื่องแปลกให้พบเห็นคือ ตกกลางคืนฝันไปว่ามีคนรู้จักนำวัตถุมงคลที่ หลวงปู่บุญ สร้างไว้มามอบให้ซึ่งหลังจากฝันแล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลยคิดแต่เพียงว่า นอนมากก็ฝันมาก เท่านั้นเองแต่หลังจากฝันแล้ว ไม่กี่วันก็มีคนรู้จักนำ พระ หลวงปู่บุญพิมพ์ไพ่ตองเนื้อดิน มาให้จริง ๆ ตามที่ฝันจึงดีใจมากรีบนำไปใส่ตลับทอง แล้วอาราธนาขึ้นแขวนคอเลย
จากนั้นก็มีเรื่องแปลก ๆ อีกเช่นกันให้ประจักษ์อยู่บ่อย ๆ คือ หลังจากแขวนแล้วทำให้จิตใจสบายได้อย่างประหลาด และบางครั้งธุรกิจที่ทำอยู่หลายอย่างก็มีเรื่องติดขัดไม่ราบรื่นนัก ติดต่ออะไรก็มักจะเหลวก็เลยอาราธนาพระในคอขออย่าให้มีเรื่องติดขัดอีกเลย ซึ่งนับเป็นเรื่องเหลือเชื่อทีเดียวหลังจากอาราธนาแล้ว ธุรกิจที่ ไม่ราบรื่นก็ผ่านตลอดจึงทำให้เชื่อว่า พระในคอ มีส่วนมาก จึงหันมาสะสมพระเครื่องจริงจังขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่สะสมจะเป็นของ หลวงปู่บุญ และ พระกรุ เป็นหลัก กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ จึงสะสม พระกริ่ง 7 รอบ และ พระกริ่งปวเรศปี 2530 วัดบวรนิเวศ เพราะหลังจากทราบประวัติการสร้างแล้วว่า ดีเยี่ยม แบบใดจึงได้แต่บอกตัวเองว่าต้องหามา ครอบครอง ให้ได้แม้จะไม่ใช่ผู้สันทัดกับ พระเครื่อง เท่าใด นักแต่ก็จะสอบถาม ผู้รู้ พร้อมขอแบ่งจาก พรรคพวก ที่เชื่อถือได้ ซึ่งสรุปแล้วตอนนี้สะสมไว้หลายสิบองค์และหากมีโอกาสก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ เพราะสะสม วัตถุมงคล แล้ว สบายใจดีครับ.
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ref.http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=111745&NewsType=1&Template=1
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>