View Full Version : ภัยพิบัติหยุดยั้งได้
สัปเหร่อ
23-12-2006, 12:46 PM
มนุษย์ได้พลังจากพระเจ้า (จากธรรมชาติหรือพระอมิตาพุทธก้แล้วแต่จะเรียกไป) ธรรมชาติสร้างมนุษย์ขึ้นมา (หรือจะว่าพระเจ้าสร้างก็แล้วแต่ไม่ว่ากัน) แต่มนุษย์เป็นผู้เลือกทางเดินเอง เป็นผู้ปรารถนา ค้นหา พยายาม จนค้นพบ แล้วทำให้เกิดขึ้นมา
ธรรมะทำใหม่จึงเกิดขึ้นแบบนี้ เรียกว่าอนิจจัง
ที่บอกว่ากฏแห่งกรรม จริงๆ จะฝืนก็ฝืนได้ถ้ารู้วิธีและได้รับพลังพิเศษนั้น เช่น พระกษิติครรภ์มักไปช่วยสรรพสัตว์ในนรกเสมอ เห็นได้ว่า บางอย่างมีข้อยกเว้นเสมอ แต่ที่ทำได้เพราะท่านทำจริง และเสียสละอย่างยิ่งยวดจริง
ภัยหายนะที่จะเกิดแก่โลกก็หยุดได้
1. เมื่อพวกเราได้รับพลังหยั่งรู้ทำไมไม่ใช้พลังนั้นคนคนทั่วโลกตระหนัก? ทำไมเราไม่เตือนเขา ไหนว่า เรารู้แล้วจะสอนคน นี่ยังไม่นิพพาน ก็รู้เหมือนกันว่าสงครามเป็นสิ่งไม่ดี ทำไมนิ่งเฉยไม่สอนมนุษย์?
2. เมื่อเราตั้งปณิธานจะช่วยสรรพสัตว์โดยไม่แบ่งชนชั้น เหตุใดยังรอให้ไทยรวย? ชาวต่างชาติก็คนเหมือนกัน เรารอให้เขาฆ่ากันตายเพื่อให้เรารวยอย่างนั้นหรือ?
3. เมื่อเรายังมีเวลายับยั้งสงครามได้ด้วยพลังเมตตาและปัญญาของเรา ทำไมไม่ทำ? ไยแสวงหาทางหนี ขี้ขลาด ทำไมไม่เสียสละ? ไหนว่าสละเพื่อมวลสรรพสัตว์ได้ เพื่อสะสมบุญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกัน?
4. พวกเรายังเห็นแก่ตัว ทั้งๆ มีพลังพิเศษ เรายังกลัวตาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าตายแล้วไปสวรรค์แน่ๆ เรายังอยากเป็นประเทศที่ร่ำรวยตามคำทำนาย? นี่น่ะหรือผู้เสียสละ? เหตุใดเราจึงเลือกให้คนฆ่ากันเพื่อหวังวันรวย?
หรือจะเป็นเศรษฐี เป็นราชาแห่งราชาบนเถ้ากองกระดูก?
เราทุกคนย่อมไม่รู้อนาคต แต่เราเชื่อคำทำนาย ทำไมเราไม่เชื่อปณิธานอันหาญกล้าที่จะช่วยมวลมนุษย์ของพวกเรา แล้วเสียสละ ย่อมเป็นเป้านิ่ง ประกาศเรื่องสงครามให้เขาหยุดทั้งสองฝ่าย แม้นว่าเขาจะจับเราไปฆ่าปิดปาก หาว่าเราบ้า ฯลฯ แต่ถ้าเราไม่ทำ เขาตายลงตกนรกมากมาย เราจะช่วยเขาได้หรือไม่?
เราควรรวมตัวกันเสนอแนวคิดยั้งสงครามนี้แก่โลกเถิด เช่น เสนอแก่สหประชาชาติ ก่อนที่จะสายเกินไป วันพิพากษาสามารถเปลี่ยนได้ พระเจ้า (ธรรมชาติหรือพระอมิตาพุทธ) ให้โอกาสเสมอ กฏแห่งกรรมเบาบางได้ ถ้าผู้มีบุญยอมนำบุญไปแลกกรรม แล้วสละซึ่งความเป็น "กษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งมวล"
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 12:53 PM
ตถตา ถึงเวลาย่อมเป็นไป
การจะหยุดยั้งกรรมอันสาหัสของส่วนรวมนั้นหาทำได้ไม่ เป็นไปเพียงชะลอเท่านั้น
คนดีมีศีล คนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะรอด
แม้ท่านออกไปป่าวประกาศในขณะนี้จวบจนถึงภัยนั้นรำไรมาเยือนเทียบปลายจมูก ผู้มีกรรมหนักย่อมหาเชื่อถือไม่
จงใช้เวลาที่เหลือในการนำพาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น บัวปริ่มน้ำ ให้เข้าถึงแก่นธรรมที่แท้เถิด แล้วเขาก็จะรอดเช่นเดียวกัน
มโหสถผู้เจริญ
23-12-2006, 12:58 PM
อันว่าดาบงามตีในเวลาร้อนฉันได...จะสอนคนที่มีฑิฐิสูงเปรียบเหมือนเหล็กเย็นตียังไงก็ยากที่จะสวยงาม...เหตุนั้นช่างตีดาบจึงเผาเหล็กให้ร้อนแดงเสียก่อนจึงตีได้..ฉันนั้นแล...
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:03 PM
เราไม่รู้ว่ากรรมจะต้องเกิดขึ้นแน่หรือไม่?
แต่สิ่งที่เรารู้คือสงครามจะเกิด ทำไมเราไม่ยับยั้ง?
ทำไมเรากลัว และหาที่หลบภัย? ทำไมเราไม่ช่วยคนทั่วดลกอีกมากมาย?
kananun
23-12-2006, 01:05 PM
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไป ล้วนเป็นเพราะ
"พลังอำนาจของกฏแห่งกรรม ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ครับ"
พุทธภูมิทั้งหลาย ณ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ รีบยกจิต พัฒนาจิตของตนขึ้นสู่ ความเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาที่บริสุทธิ์ และผู้ประพฤติในธรรมก็พึง ช่วยกันสั่งสอนให้ผู้คนได้เข้าถึงสัมมาทิษฐิที่ถูกต้องครับ
สิ่งที่เกิดเป็น"ผลของกรรม" ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ด้วยเมตตา ส่วนที่เกินกำลังของกรรม ก็จง วางอุเบกขา ครับ"
ขอบคุณ คุณสัปเหร่อ สำหรับมุมมองแง่คิดในวิสัยพุทธภูมิครับ
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 01:08 PM
กรรมนั้นเกิดอยู่ทุกลมหายใจ แม้เพียงนึกคิดก็เกิดกรรมแล้ว
ฉะนั้นกรรมบาปที่สั่งสมย่อมชักนำไปสู่ปลายทางที่เราไม่จำเป็นต้องระบุ
มนุษย์ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม จำไว้ให้มั่น
ทุกขังจะประดังทั้งภัยจากมนุษย์ ธรรมชาติ และโรคระบาด
ทำตัวของตนให้บริสุทธิ์เพื่อฉุดคนที่เหลือให้รอด ด้วยการบอกสอนให้เขาดำรงอยู่ในธรรมเถิด
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:09 PM
เราไม่รู้ว่า "คำทำนาย" คือ "กรรมจริงหรือไม่?"
..........................................................................
ถ้ามีคนทำนายว่าท่านจะได้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แล้วท่านจำนนในคำ
ทำนายนั้น ท่านก็จะไม่สละบัลลังก์เพื่อช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์
ถ้ามีคนทำนายว่าหายนะจะเกิด แล้วท่านรู้และไม่ทำอะไร นิ่งนอนเฉย?
ไม่ยอมสละเพื่อช่วยคน ทั้งๆ ที่เขาจะต้องตายแล้วตกนรกอีกมากมาย?
หากยอมจำนนต่อคำทำนายแล้ว? ย่อมไม่ได้ช่วยเหลือคนอีกมากมาย
ไม่ว่าคำทำนายนั้นจะดีหรือเลวที่สุดก็ตาม หากเราไม่ทดลองทำดู เหมือน
การทดลองอดอาหารเพื่อให้ได้พระธรรม ย่อมไม่รู้เลยว่าอะไรจริงหรือเท็จ?
เราย่อมไม่รู้ว่าเราทำได้หรือไม่? หากเราไม่ทดลองทำด้วยจิตที่เมตตา
มโหสถผู้เจริญ
23-12-2006, 01:12 PM
ครั้งหนึ่งหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขรรธ์ ปรินิพพานได้ไม่นาน หลายปีต่อมาพระเจ้ามิรินทร์ก็ทรงตรัสคำถามลักษณะนี้แก่นาคเสน..บัดนี้จะมีพระเจ้ามิลินทร์เพิ่มอีกองค์เสียแล้ว...
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:13 PM
เราย่อมไม่รู้ว่ากฏแห่งกรรมเป็นอย่างไร?
เรารู้เพียงว่าหากเราจะช่วยคนได้ ทำไมไม่ลองช่วยดู?
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:13 PM
นรกก็มีข้อยกเว้นนะ
สิ่งต่างๆ อนิจจัง สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ไม่ใช่ทุกคนจะฝืนกฏแห่งกรรมได้ แต่หากมีผู้มีบุญ
สละบุญบารมีเพื่อยั้งไว้ แล้วยอมรับกรรมเอง
ก็อาจทำได้ เหมือนกับ การมาเกิดใหม่ได้ของพระมหาโพธิสัตว์
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 01:16 PM
หน้าที่ของผู้ที่จะช่วยให้ บัวปริ่มน้ำ จำนวนหนึ่งได้รอดในเวลานี้คือ
ทำตนเสมือนดั่ง ผู้ขายตรง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในทุกสถานที่ แล้วบอกสอนแนะนำเขา ให้เข้าสู่หนทางธรรม ฉุดเขาออกจากความมัวเมาแห่งอบาย กิเลส แลตัณหาทั้งมวล
จำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะรอด ทำอย่างไรก็ไม่อาจแบกรับ กรรมบาป ของมนุษย์ทั้งมวลไว้ได้ นั่นคือความสัตย์
เทวตา
23-12-2006, 01:17 PM
เมื่อพวกเรารู้ว่าจะภัยพิบัติ เกิดขึ้น การทำความ ดีไม่ประมาทในชีวิต มีจิตเมตตาในชนทั้งหลาย คอยเตือนบุคคลผู้ประมาทไม่ให้ประมาท นี่แหละคือการ ช่วยยับยั้งภัยพิบัติ ไม่ให้เกิดขึ้น นี่แหละคือการ ช่วยโลกอยู่ แม้จะน้อยนิดแต่ถ้ามากๆคนเข้า ก็เป็นพลังอย่างนึงที่สามารถช่วยโลก นี้ได้ ส่วนการรู้ที่ๆปลอดภัยนั้นก็เปนการเตรียมตัวอย่างนึง ของคนที่ไม่ประมาท ถ้าเราช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ถ้ากรรมของโลกมันหนักจริงๆ เรารู้ที่ๆปลอดภัย แล้วไม่ชักชวนคนอื่นไปยังสถานที่ นั้น เราก็ได้ชื่อว่าประมาท และไม่เอนดูในชนเหล่าอื่น
เทวตา
23-12-2006, 01:20 PM
เมื่อพวกเรารู้ว่าจะภัยพิบัติ เกิดขึ้น การทำความ ดีไม่ประมาทในชีวิต มีจิตเมตตาในชนทั้งหลาย คอยเตือนบุคคลผู้ประมาทไม่ให้ประมาท นี่แหละคือการ ช่วยยับยั้งภัยพิบัติ ไม่ให้เกิดขึ้น นี่แหละคือการ ช่วยโลกอยู่ แม้จะน้อยนิดแต่ถ้ามากๆคนเข้า ก็เป็นพลังอย่างนึงที่สามารถช่วยโลก นี้ได้ ส่วนการรู้ที่ๆปลอดภัยนั้นก็เปนการเตรียมตัวอย่างนึง ของคนที่ไม่ประมาท ถ้าเราช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ถ้ากรรมของโลกมันหนักจริงๆ เรารู้ที่ๆปลอดภัย แล้วไม่ชักชวนคนอื่นไปยังสถานที่ นั้น เราก็ได้ชื่อว่าประมาท และไม่เอนดูในชนเหล่าอื่น
piakgear24
23-12-2006, 01:22 PM
ผมว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะเชื่อเฉพาะสิ่งที่พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ได้ ถ้าเรื่องไหนไม่สามารถพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสร์ได้เขาก็ย่อมไม่เชื่อ ผลร้ายกว่านั้นกลับอาจย้อนเข้ามาที่ตัวคนนำสารนี้ไปเปิดเผยให้กับคนที่ไม่เชื่อ
มันก็มีทั้งแง่ดีและเสีย แต่ผมว่าจะเสียมากกว่าดี เพราะถ้าหากเขาไม่เชื่อก็จะว่าพวกเราบ้า ถ้าเขาเชื่อ บ้านเมืองก็จะวุ่นวายมีคนทำความชั่วกันมากขึ้นเพราะว่าไม่กลัวกับผลที่ตาม คล้ายๆกับว่าโลกใกล้เวลาแล้วก็รีบใช้ชีวิตเสพ อบายให้เต็มที่ คนที่คิดอะไรไม่ดีไว้ก็จะรีบเร่งทำมากขึ้น
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:27 PM
บางครั้งปรารถนาพุทธภูมิ แต่มีคนผู้หนึ่งปราถรานา เราก็อาจทิ้งได้เพื่อเขาได้ไป
บางครั้งมีผู้ปรารถนาจะเข็ญสรรพสัตว์ให้พ้นนรก แต่เขายังไม่สมปรารถนา เหตุใดไม่ลองฝืนกรรมทิ้งอีกครั้ง?
ในเมื่อการแลกเปลี่ยนดอกบัว ฝืนกรรมยังเคยทำได้มาแล้ว?
บางครั้ง ความลับ สวรรค์ เปิดไม่ได้ เปิดมาก เท่ากับว่า ท่าน ฝ่าฝืน กฏสวรรค์
ไม่มีใครฝืนกฏแห่งกรรม ดังเฉกเช่นเหตุการณ์ สึนามิ หลายท่านเป็นคนดีแสนดี ในชาติปัจจุบันนี้ แต่ทำไม
จึงจบชีวิต กับ สึนามิ ต่างกรรม ต่างวาระ จึงบังเกิดเป็น โศกนาฏกรรม หลาย หมื่น- แสน คน
เมื่อเบื้องบน ท่าน แจ้งมาครวาถึงเพลา จะช่วย
บุญเท่านั้น ที่ท่าน นำติต ไป ในภพต่อไป นั่น คือการสร้างบารมี ( บารมี มีหลายทาง .... ) ผมไม่เคยเชื่อความลับสวรรค์ แต่จนแล้วจนรอด ก้อ ต้องเชื่อ.....
หลายหมื่น- แสน ล้านปี ทำไหม
ชิ้นส่วนของเรือ โน-อาว์ มาติต ตั้งที่ยอดเขา หิมาลัย......( รายการ discovery เขาทำสารคดี เรื่องการค้นพบชิ้นส่วนเรือ )
เมื่องทั้งเมืองจมใต้บาดาลใต้สมุทร เฉกเช่น ดินแดนแอตแลนติก เมืองสยาม หลายพันปี ก้อเช่นกัน...
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 01:43 PM
เงากรรมเป็นเรื่องจำเพาะของแต่ละบุคคล จึงเบาบางหรือสาหัสแตกต่างกันไป
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:46 PM
ผมว่ามันน่าจะฝืนได้ ถ้าเราพอมีกำลังบุญมากพอ
เหมือนครั้งที่คนผู้หนึ่งจะได้เป็นพระพุทธเจ้าก่อนคนผู้หนึ่ง
เมื่อเขาสับเปลี่ยนดอกบัวแล้วอธิษฐานกัน ทำให้ความปรารถนาอีกท่านเป็นจริง
เพราะผลจากการยอมแลกกัน สามารถฝืนกรรม ให้อีกท่านไปก่อนได้
(ทั้งๆ ไม่น่าจะได้)
การรอให้สงครามเกิดคนก็ตายตกนรกเป็นเบือ พระกษิติครรภ์ลงมาช่วย
ไม่สมหวังขึ้นไปสวรรค์ชั้นดุสิตก็ร้องไห้อีก ไหนๆ ลงมาพร้อมกันแล้วก็สับ
เปลี่ยนให้สมหวังได้นะ หากได้เจอท่าน แล้วทำพิธีอธิษฐานเพื่อสับเปลี่ยน
เหมือนครั้งที่อดีต? โลกก็ไม่ต้องจมในภัยพิบัติทั้งหลาย
คนผู้หนึ่งมีปณิธานยิ่งใหญ่
คนผู้หนึ่งมีบุญบารมีมาก
สองคนนี้อาจช่วยให้โลกหยุดภัยพิบัติทั้งมวลได้?
kananun
23-12-2006, 01:47 PM
ว่าแต่เรื่องแอตแลนติส นั้นใครๆเขาคิดว่าอยู่ไกลที่ไหน ที่แท้อยู่ใกล้ๆคุณนาคา นั่นเอง
ขอโมทนาบุญกับบารมีที่คุณนาคาได้ สร้างได้ทำหน้าที่สืบทอดมายาวนานหลายภพชาติด้วยครับ
สัปเหร่อ
23-12-2006, 01:48 PM
นี่คือกุญแจช่วยกู้วิกฤติโลก ดีกว่ารอให้เกิด แล้วได้เห็นภาพน่าอนาถยิ่ง?
พระกษิติครรภ์ มีปณิธานยิ่งใหญ่ บางครั้งท่านขอยกเว้น นรกยังให้การยกเว้น
บางทีก่อนท่านลงมาจุติท่านอาจขอยกเว้นไว้ แต่มีเงื่อนไขบางประการ เงื่อน
ไขนั้นอาจหมายถึง อีกท่านที่มีบุญบารมีมาก ยอมสละทั้งนิพพานและพุทธภูมิ
เพื่อให้ท่านสมปราถนาโลกก็พ้นพิบัติ?
มโหสถผู้เจริญ
23-12-2006, 01:48 PM
อุปมา..
ธรรมะ คือ ยา
ผู้ให้ธรรมะ คือ หมอ
ผู้ป่วย...คือชายคนหนึ่ง
อาการป่วยคือทุกข์..
มีชายคนหนึ่งไม่สบายมากไปหาหมอ..หมอก็รอดูอาการเพื่อวินิจฉัยโรคแล้วจึงลงมือรักษา..ชายผู้นั้นนอนร้องครวญครางเจ็บปวดทรมานมาก..ในใจก็คิดโมโหที่หมอทำไมหมอไม่รักษาตนเสียที..ก่นด่าสารพัด..ในที่สุดหมอก็วินิจฉัยโรคได้จึงรักษาและให้ยา..ถามว่าเป็นความผิดของหมอเช่นนั้นหรือ..เวลาหมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันทำไมไม่ทำ...แต่ภัยถึงตัวกลับโทษโน่นนี่..ถามว่าหมอไม่มีเมตตาธรรมเช่นนั้นหรือ..
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 01:51 PM
แม้กรรมบาปของมนุษย์สักเพียงหนึ่งคน หากท่านปรารถนาจะช่วยบรรเทาผลจากกรรมนั้นให้แก่เขา
ด้วยการแลกเปลี่ยนกับบุญบารมีที่ท่านมีอยู่
ลองตรองดูเถิด ว่าท่านจะทำได้สำเร็จดังเจตนาอันเป็นกุศลนั้นหรือไม่
สัปเหร่อ
23-12-2006, 02:00 PM
เข้าใจแล้ว
..............
ที่เหลือขึ้นอยู่กับพระกษิติครรภ์ หากท่านยังระลึกปณิธานอันยิ่งใหญ่ของท่านได้
ไม่คิดว่าตนคือพระศรีอาร์ฯ ละทิ้งสิ่งต่างๆ ทั้งปวง ท่านก็จะได้สมปรารถนา
และหากท่านยอมมาทำพิธีนั้นเท่านั้น ท่านจึงได้สมปรารถนาและโลกพ้นภัย
พิบัติ หาไม่เช่นนั้น วันพิพากษาก็ย่อมเกิด
หากพระกษิติครรภ์ ไม่อาจยั้งคนเลวก่อนตายลงนรกได้ ความปรารถนาก็ไม่บรรลุ
อีกฝ่ายยอมแล้ว ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายเท่านั้น...
ผู้มาใหม่
23-12-2006, 02:34 PM
ทุกสิ่งที่เกิดต้องมีเหตุและผลของตัวมันเองป็นตัวกำหนด อย่างเช่น 1+1 =2 เป็นอย่างนี้ ทุกสิ่งได้ถูกกำหนดตามกรรมที่ทุกชีวิตได้มาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน การทำนายได้บอกเป้นแนวทางของผู้ศรัทธาและเชื่อมั่น ทุกสิ่งได้ถูกกำหนดแล้วจากเบื้องบน
Akira
23-12-2006, 03:10 PM
กรรมเป็นเรื่องของอจินตัยไม่ใช่หรือครับ?
มีคนเคยบอกผมว่า ถ้า 1+1 ไม่เป็น 2 ทฤษฎีทั้งหลายบนโลกจะผิดหมดล่ะ??
และที่จริงผมก็ว่าของบนโลกไม่มีอะไรที่เท่ากันจริงๆ สักอย่างเดียว... ผลิตตามกันมายังไม่เหมือนกันเลย... งง...
thejirayu
23-12-2006, 04:18 PM
สิ่งที่ผมเชื่อที่สุดคือ"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
หนุมาน ผู้นำสาร
25-12-2006, 08:44 AM
*** บารมีไม่พอ **** หนทางเดียวที่จะช่วยได้ คือ "พึ่งสัจจะ โลกุตระธรรม"...นำพาให้ก้าวเลี่ยงกรรม ไม่ให้เข้าแบบตรงๆ - " หนุมาน ผู้นำสาร "
สัปเหร่อ
25-12-2006, 09:43 AM
สรุปแผนการและสถานที่หลบภัยพิบัติ
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->1. ที่ดินบริเวณจังหวัดทางภาคเหนือ (ที่สูง) หลายแห่งไม่มีใครจับจอง ในทางกฏหมายสามารถครอบครองได้ 10 ปี หากอยู่และทำกินตลอดจะได้สิทธิในที่ดินนั้น ซึ่งคนรวยได้จ้างให้คนจนไปจับจองที่ดีๆ มากมาย เมื่อถึงเวลาคนจนจะขายที่ให้คนรวย คนรวยก็พัฒนาทำรีสอร์ท
ในระยะสั้นสามารถไปตั้งถิ่นฐานอยู่ได้เลย หากใครมีทุน ข้าพเจ้ายินดีร่วมสมอง เพราะเคยทำงานอยู่แลนด์ แอนด์ เฮาส์ การประเมินที่ทาง ทำเล สามารถทำได้ง่ายมาก ต่อมาย้ายมาทำงานที่แหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในชลบุรี ดังนั้น สามารถพัฒนาเป็นรีสอร์ทได้ ข้าพเจ้ามีรายชื่อเบอร์โทรบริษัททัวร์ต่างๆ มากมาย หากใครร่วมก็สามารถพัฒนาเป็นรีสอร์ทได้ไม่ยาก ธุรกิจด้านนี้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าข้าพเจ้าไม่แพ้ใครในเขตภาคเหนือ หากไม่เกิดอะไรขึ้น ท่านรวยได้ด้วยสมองของข้าพเจ้า นอกจากนี้ข้าพเจ้ามีฐานลุกค้าและคนรู้จักในองค์กรธุรกิจต่างๆ มากมาย
2. ชุมชน บริเวณเขตภาคเหนือ ที่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ สามารถทำเครื่องใช้ด้วยการตีเหล็กฯลฯ ทอผ้าเย็บผ้าได้เอง ปัจจัยสี่เหล่านี้ จะได้จากพวกเราในลักษณะน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ในยามยาก เราจึงควรเลือกทำเลใกล้ชาวเขา อีกทั้งในระยะยาวหากไม่เกิดอะไรขึ้น สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามวัฒนธรรมชาวเขาได้
ข้าพเจ้าจบการตลาด สามารถตัดต่อภาพ ทำเว็บไซต์โปรโมทได้ สามารถวิเคราะห์ตลาด ประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ วิเคราะห์สถานการณ์โลก พยากรณ์ยอดขายได้หมด เคยเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเกษตร สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (สองเทอมแล้วลาออกมาอุทิศตน) ในด้านการตลาด ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่แพ้ผู้ใดในประเทศไทย (ข้าพเจ้าเคยสอบเป็นตัวแทนชีวโอลิมปิกตอน ม.4 และเคมีโอลิมปิก ม.5 สอบเทียบเข้าแพทย์จุฬา ตอนจบ ม.5 แล้วลาออกมาเรียนสายบริหารธุรกิจ) จึงไม่ต้องกลัวจนแน่นอน ข้าพเจ้าทำงานสารพัดอย่างทั้งรับทัวร์ไกด์ (ทำงานปีครึ่งปีได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด ครบปีที่สองสอบได้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแห่งหนึ่ง แต่มีเหตุให้ทำงานที่ใหม่ไม่ได้ --- แล้วลาออกก่อน)
3. อยู่กันอย่างไร? ให้เรามาตั้งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่กัน ระดมทุนสักเล้กน้อย ที่ดินไม่ต้องซื้อ แล้วพัฒนาศูนย์สปาและสมาธิ ปัจจุบันข้าพเจ้าสามารถจับลุกค้ากลุ่มเอเชียที่นิยมไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชาวยุโรปชอบสปาและสมาธิ และอีกกลุ่มหนึ่งชอบวัฒนธรรมชาวเขา (พวกแบกแพค) นี่คือ การทำ Targeting คือ เลือกกลุ่มตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า พวกเรามาสอนสมาธิ, สปา, โยคะ ก็รวยได้ โดยไม่มีใครรู้ว่าเรารวมกลุ่มเพื่อการเมือง จะหลบเลี่ยงการถูกครอบงำของทหารในยากก่อกบฏได้
ข้าพเจ้ามีเพื่อนเป็นเจ้าของสปาใน กรุงเทพ และรู้จักกับอาจารย์สถิตย์ธรรม ที่ศูนย์พัฒนาพลังชีวิต สามารถติดต่ออาจารย์เพื่อขอเป็นแฟรนไชน์เครื่องทำสมาธิแบบอาจารย์ได้ (อาจารย์ออกปากให้แล้ว แต่ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่มีเงิน)
ประเมินสถานการณ์
1. หากไม่เกิดอะไรขึ้น --- รวยด้วยธุรกิจท่องเที่ยวแบบใหม่ ท่ามกลางความสุขในขุนเขาที่แวดล้อมด้วยสังคมคนดี
2. หากเกิดแต่ช้าและยาวนาน --- ตั้งตัวได้ ไม่โดนเพ่งเล็ง รัฐบาลทหารไม่จับตา ไม่จับเข้าคุก เพราะดูเหมือนธุรกิจธรรมดา
3. หากเกิดแบบเฉียบพลัน --- สามารถเชื่อมโยงกับชาวเขา ใช้น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งพา รอดได้ทั้งคู่ และช่วยคนต่อได้
ข้าพเจ้าจนไม่มีเงิน แต่มีความรู้พอที่จะบันดาลให้ท่านเป็นเศรษฐีได้ ข้าพเจ้ายินดีให้พิสูจน์และสัมภาษณ์ว่าข้าพเจ้าทำได้จริง รวมทั้งหลักฐานใบประกาศต่างๆ ที่ชนะการประกวดและแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, การปกครอง, การเขียน, ศิลปะ ฯลฯ...
..................................................................................
แบบนี้โอเคมะ?
* *
V
สัปเหร่อ
25-12-2006, 10:10 AM
ลำดับแผนการ
1. สร้างแบบอย่างพุทธบริษัทในชุมชนพอเพียง
2. เข้ารวมเป็นหนึ่งกับชุมชนอย่างเข้าใจและไปถูกทาง
3. วางรากฐานการให้ความช่วยเหลือและเตรียมพร้อม
4. ซ้อมยามวิกฤติก็ปฏิบัติการ (เช่น เตรียมรหัสลับไหม?)
5. ลงมือช่วยเหลือได้ทันที (ช่วยคนให้รอดก่อนเป็นงานด่วน)
6. ฟื้นฟูประเทศและจิตใจคน (ทั้งถาวรวัตถุและจิตใจควบคู่กัน)
7. สร้างพุทธสยามใหม่ ให้เป็นสากลจักรวาล (งานสร้างศาสนา)
8. ขยายสัมพันธ์ก้าวไกลทั่วโลก
9. กลมกลืนกระชับสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
10. สร้างระบบ "ให้พึ่งตนเอง" แล้วลาจากบ๊ายบายสู่ดุสิตดังเดิม
อิๆๆ
~:สิกขิม*เทวาลัย:~
25-12-2006, 10:35 AM
ดังที่จะเกิดเหตุการณ์ข้างหน้า ประชาอยู่และรอดได้ ด้วยแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ที่มุ่งเน้นให้มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานวิธีคิดนี้ให้แก่พวกท่านมานานปี
บัดนี้มีคนกลุ่มน้อยนิดกระจายในหลายพื้นที่ นำแนวพระราชดำริไปใช้ดำเนินจริงอย่างเข้มข้นในวิถีของพวกเขาและรุ่งเรืองขึ้นแล้วเป็นลำดับ
มองต่อไป ในวันนั้นสูงสุดแห่งความศิวิไลซ์ทางวัตถุจะคืนสู่สามัญขั้นปฐมภูมิ ทรัพย์สินแลแก้วแหวน ธนบัตรกลับกลายไร้ค่าหาเทียบเมล็ดข้าวประทังลมหายใจ
อย่าได้อาลัยในเปลือกนอกกายเหล่านั้น จงหันมาบูรณะแก่นภายในสภาวะจิตให้สว่างไสวยิ่งๆ ขึ้นไป
นั้นคือความเป็นสุขอย่างอุ ด้วยรสธรรมอันสุขุมเยือกเย็นวิญญาณ
สัปเหร่อ
25-12-2006, 01:51 PM
ผู้มีปัญญาย่อมเห็นกาลล่วงหน้าและวางแผนล่วงหน้าอย่างใจเย็นดุจขงเบ้ง
ผู้เต็มด้วยกิเลสย่อมไม่ละวางจากทรัพย์ปัจจุบัน
ผู้ไม่มีมรณานุสติบ้างก็แตกตื่น บ้างก็เมินเฉย
ผู้ไร้ปัญญา ก็ไม่รู้ว่าจะไปทิศทางใด รอให้เกิดก่อนก็สายเสียแล้ว
ปัญญาน้อยค่อยเดินตามผู้มีปัญญามาก
แรงมาก ช่วยออกแรง ทรัพย์มากช่วยออกทรัพย์
นักปราชญ์ตรัส แต่ทาสสู่รู้ งานจึงไม่เดิน
อิๆๆ ด่าได้สะจายยย
สัปเหร่อ
25-12-2006, 01:54 PM
พระอรหันต์ที่เอาแต่นอนไปวันๆ สมควรไปตาย จะได้ไปนิพพานเสีย
แต่หากยังมีชีวิตบนโลก จงศึกษาพระธรรม อย่าคิดว่าอรหันต์แล้วแน่
เพราะไม่ใช่สัพพัญญู เวลาเทศน์ศัพท์ธรรมใดไม่ได้ควรไปถามพระพุทธองค์
ศึกษาทั้งชีวิตทั้งเรื่องธรรม และวิธีการเทศน์ จึงจะโปรดสัตว์ได้มาก
นี่คือ โบราณประเพณีที่พระอรหันต์สาวกกระทำเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงขันต์บนโลก
จึงเรียกได้ว่ากตัญญูต่อตถาคต ผู้แลกธรรมด้วยชีวิตมาให้พวกเธอ
มโหสถผู้เจริญ
25-12-2006, 02:13 PM
พระอรหันต์ที่เอาแต่นอนไปวันๆ สมควรไปตาย จะได้ไปนิพพานเสีย
แต่หากยังมีชีวิตบนโลก จงศึกษาพระธรรม อย่าคิดว่าอรหันต์แล้วแน่
เพราะไม่ใช่สัพพัญญู เวลาเทศน์ศัพท์ธรรมใดไม่ได้ควรไปถามพระพุทธองค์
ศึกษาทั้งชีวิตทั้งเรื่องธรรม และวิธีการเทศน์ จึงจะโปรดสัตว์ได้มาก
นี่คือ โบราณประเพณีที่พระอรหันต์สาวกกระทำเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงขันต์บนโลก
จึงเรียกได้ว่ากตัญญูต่อตถาคต ผู้แลกธรรมด้วยชีวิตมาให้พวกเธอ
ปรามาสเช่นนี้สมควรแล้วหรือ...เคยเห็นคนนอนเฉยๆแต่ช่วยคนเป็นหมื่นเป็นแสนใหม..อยากพูดก็พูดไปแต่อย่าเบียดเบียนผู้อื่นจะเป็นบาบเอา...ท่านกำลังถูกไฟประลัยกัลป์เผาอยู่ยังมิรู้ตัวอีก....แค่ตัวเราเองเอารอดหรือยังรักษาศีลให้บริสุทธิ์จริงๆก็พอ...พระเล่นเนตไม่เป็นไม่ได้แปลว่าท่านอยู่เฉยๆนะ...โชคดีแมน..
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.