PDA

View Full Version : สึนามิน้อยถล่มอ่าวไทย!สัญญาณร้ายวิกฤติโลก


NoOTa
23-12-2006, 01:26 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="56%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=527 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>สึนามิน้อยถล่มอ่าวไทย ! สัญญาณร้ายวิกฤติโลก</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/<img src='images/23_copy17.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5 width=200> http://www.palungjit.com/board/images/23_copy17.jpg (http://www.palungjit.com/board/) เพียงแค่มวลอากาศเย็นสัมผัสกับผิวน้ำทะเล จนเกิดคลื่นใต้น้ำกระทบชายฝั่งเป็นคลื่นยักษ์ขนาดเท่าตึก 2 ชั้น ซัดทำลายชายฝั่งทะเลภาคใต้อ่าวไทยเสียยับเยิน ถึงเวลาหรือยังที่ชุมชนชายฝั่งต้องอพยพหนีถาวร !!!


คลื่นยักษ์ขนาดเกือบเท่าตึก 2 ชั้น ถาโถมซัดถล่มชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกราบเป็นหน้ากลอง สร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ต้องอพยพขนย้ายข้าวของหนีคลื่นยักษ์กันโกลาหล ทั้งที่ปกติพวกเขาก็แสนจะคุ้นเคยกับคลื่นลมในทะเลเป็นอย่างดี
บางพื้นที่ถึงขั้นประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ต้องเร่งอพยพประชาชนนับพันไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วน !
ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า...เพราะเหตุใด "คลื่นทะเล" ถึงมีความรุนแรงได้ถึงเพียงนี้
"แค่กำลังลมธรรมดา ลมมรสุมซื่อๆ นี่แหละ ไม่ใช่ลมพายุ แต่ที่ทำให้เกิดคลื่นสูง อาจสัมพันธ์กับแรงลม ตะกอนทรายที่หายไป เมื่อแรงลมมรสุมปะทะคลื่นทะเล ตามหลักฟิสิกส์ก็จะซัดเข้าชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเป็นปกติอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะไม่มีตะกอนทรายช่วยลดความแรงของคลื่น" ดร.วัฒนา กันบัว นักอุตุนิยมวิทยา 7 ว. ฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล (การจำลองคลื่นมหาสมุทร) กรมอุตุนิยมวิทยา วิเคราะห์
ดร.วัฒนา ยังอธิบายปรากฏิการณ์เกิดคลื่นลมแรงในทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออกว่า พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร เรื่อยลงมาถึง จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนืออยู่แล้ว ประกอบกับอ่าวไทยเป็นอ่าวเปิดและแคบ มีระดับความลึกประมาณ 60-70 เมตร พลังงานลมที่ซัดเข้ามาจึงมีความรุนแรงมากกว่าพื้นที่อื่นๆ รอบอ่าวไทย
"ลมทำให้เกิดคลื่นสูง เป็นลักษณะคลื่นใต้น้ำที่มีพลังงานสูง ทำให้เกิดการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งสูงมาก คล้ายการเกิดสึนามิ แต่เดิมคลื่นสูงลักษณะเช่นนี้เกิดไม่ถี่ แต่ตอนนี้เกิดบ่อย และคลื่นสูงมักเข้าปะทะชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะเป็นแหลมต่างๆ มากกว่าชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะเป็นอ่าว ซึ่งชาวทะเลเขาจะรู้ และมักใช้อ่าวเป็นที่จอดเรือประมง หรือสร้างบ้านเรือนมากกว่าพื้นที่ชายทะเลที่มีลักษณะเป็นแหลม แต่ปัจจุบันเหมือนคนหลงลืม มีการปลูกสร้างบ้านเรือนชายฝั่งมากขึ้น เหมือนการใช้ชีวิตของคนเริ่มเปลี่ยนไป ขณะที่คลื่นลมยังแรงปกติ" ดร.วัฒนา ระบุ
อย่างไรก็ตาม ดร.วัฒนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปีนี้คลื่นลมแรงและระดับความสูงของคลื่นผิดปกติ ควรมีการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพชายฝั่งทะเล ตะกอนทราย ลักษณะของอ่าว หรือแหลมต่างๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ แต่ที่สำคัญควรให้ความรู้เรื่องการสร้างเขื่อนกันคลื่น อาจสร้างผลกระทบที่มองไม่เห็นต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงของโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สันนิษฐานตามทฤษฎีการเกิดคลื่นว่า คลื่นสูงที่ซัดเข้าชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก น่าจะเป็น คลื่นแบบสเวลล์ (swell) หรือคลื่นใต้น้ำกลางทะเลที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด พอเข้าใกล้ฝั่งความเร็วจะลดลง และเปลี่ยนจากพลังงานจลน์เป็นพลังงานศักย์ ทำให้เกิดคลื่นสูงหลายเมตร
คลื่นสเวลล์จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับกำลังลมที่ผิวน้ำทะเล ระยะทางที่ลมพัด และช่วงเวลาที่ลมพัด ซึ่งมีพฤติกรรมการเกิดคล้ายคลื่นสึนามิ แต่มีต้นกำเนิดจากลม โดยอาจเกิดกลางทะเลลึกเป็นคลื่นยาวเดินทางเร็วมาถึงฝั่งก่อน แล้วตามมาด้วยคลื่นสั้นๆ อีกหลายลูก
"ตอนนี้เรายังไม่มีฐานความรู้เรื่องตำแหน่งการเกิดคลื่นกลางทะเล แต่พอจะวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคลื่นลักษณะใด เกิดจากปัจจัยใด ถ้าเรามีความรู้เรื่องตำแหน่งการเกิดคลื่น อาจช่วยทำนายทิศทางการเกิดขึ้นได้ เพราะคลื่นมักจะเกิดที่เดิมๆ และมีทิศทางเดิมๆ ซึ่งยังมีความสัมพันธ์กับพื้นท้องทะเลด้วย" ดร.อานนท์ อธิบาย
เหตุการณ์คลื่นยักษ์ขนาดน้องๆ สึนามิ ซัดเข้าถล่มชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 ในสายตาของนักวิชาการกลับมองว่า ลมมรสุมฤดูหนาวยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ามรสุมฤดูฝนที่จะพัดพายุผ่านเข้ามายังอ่าวไทย จึงทำให้ฐานข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการพยากรณ์การเกิดคลื่นไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก
แต่ผลกระทบที่แน่นอนหลังจากคลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย คือ ปัญหาการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่ง ที่อาจส่งผลกระทบให้หลายชุมชนต้องไร้ที่อยู่ เพราะที่อยู่อาศัยดังเดิมกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อคลื่นสูงซัดถล่มซ้ำซากทุกปี
"ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งที่เกิดสภาวะโลกร้อน และการกระทำของมนุษย์มานานแล้ว ผมเคยลงไปศึกษาชุมชนบ้านพอด จ.สุราษฎร์ธานี เรื่อยไปจนถึงปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง" รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
รศ.ดร.ธนวัฒน์ แนะนำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นการคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการสร้างสะพานดักตะกอน ควรมีการศึกษาให้ลึกซึ้งถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย เพราะในหลายพื้นที่ชายฝั่งทะเลนิยมสร้างสะพานดักตะกอนกันมาก และส่วนปัจจัยการเกิดคลื่นสูงก็ควรมีการศึกษาเพิ่มเติม เพราะที่ผ่านมายังไม่ฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรมีการศึกษาวิจัยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อประกาศพื้นที่เสี่ยง หรือควรอพยพย้ายชาวได้อย่างทันท่วงที
ทุกๆ วันนี้ภัยธรรมชาติรูปแบบใหม่ ที่มนุษย์คาดไม่ถึงมักเกิดขึ้นได้เสมอ ขนาดแค่คลื่นที่เกิดจากลมมรสุมฤดูหนาวธรรมดาๆ ยังก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดทำลายพื้นที่ชายฝั่งเสียยับเยิน แล้วถ้าเป็นคลื่นพายุฤดูฝนพัดเข้าชายฝั่งภาคใต้อ่าวไทยจะมีสภาพเป็นอย่างไร ? ฤา...ใกล้เวลาที่ "คลื่นใต้น้ำ" จะกลับมาทวงแผ่นดินคืนสู่ทะเลแล้ว !!!

----------------
เบิร์ฟ คลื่นสเวลล์จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับกำลังลมที่ผิวน้ำทะเล ระยะทางที่ลมพัด และช่วงเวลาที่ลมพัด ซึ่งมีพฤติกรรมการเกิดคล้ายคลื่นสึนามิ แต่มีต้นกำเนิดจากลม

--------------
บรรยายภาพ id : 6419479คลื่นจากอ่าวไทยซัดกระหน่ำชุมชนบ้านเก้าเส้ง เทศบาลนครสงขลา ได้รับความเสียหายกว่า 30 ครัวเรือน

-->http://www.komchadluek.net/2006/12/scoop/images/23_copy17.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/12/scoop/photo_11944.php)
เพียงแค่มวลอากาศเย็นสัมผัสกับผิวน้ำทะเล จนเกิดคลื่นใต้น้ำกระทบชายฝั่งเป็นคลื่นยักษ์ขนาดเท่าตึก 2 ชั้น ซัดทำลายชายฝั่งทะเลภาคใต้อ่าวไทยเสียยับเยิน ถึงเวลาหรือยังที่ชุมชนชายฝั่งต้องอพยพหนีถาวร !!!
คลื่นยักษ์ขนาดเกือบเท่าตึก 2 ชั้น ถาโถมซัดถล่มชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกราบเป็นหน้ากลอง สร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ต้องอพยพขนย้ายข้าวของหนีคลื่นยักษ์กันโกลาหล ทั้งที่ปกติพวกเขาก็แสนจะคุ้นเคยกับคลื่นลมในทะเลเป็นอย่างดี
บางพื้นที่ถึงขั้นประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ต้องเร่งอพยพประชาชนนับพันไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วน !
ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า...เพราะเหตุใด "คลื่นทะเล" ถึงมีความรุนแรงได้ถึงเพียงนี้
"แค่กำลังลมธรรมดา ลมมรสุมซื่อๆ นี่แหละ ไม่ใช่ลมพายุ แต่ที่ทำให้เกิดคลื่นสูง อาจสัมพันธ์กับแรงลม ตะกอนทรายที่หายไป เมื่อแรงลมมรสุมปะทะคลื่นทะเล ตามหลักฟิสิกส์ก็จะซัดเข้าชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเป็นปกติอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะไม่มีตะกอนทรายช่วยลดความแรงของคลื่น" ดร.วัฒนา กันบัว นักอุตุนิยมวิทยา 7 ว. ฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล (การจำลองคลื่นมหาสมุทร) กรมอุตุนิยมวิทยา วิเคราะห์
ดร.วัฒนา ยังอธิบายปรากฏิการณ์เกิดคลื่นลมแรงในทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออกว่า พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร เรื่อยลงมาถึง จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนืออยู่แล้ว ประกอบกับอ่าวไทยเป็นอ่าวเปิดและแคบ มีระดับความลึกประมาณ 60-70 เมตร พลังงานลมที่ซัดเข้ามาจึงมีความรุนแรงมากกว่าพื้นที่อื่นๆ รอบอ่าวไทย
"ลมทำให้เกิดคลื่นสูง เป็นลักษณะคลื่นใต้น้ำที่มีพลังงานสูง ทำให้เกิดการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งสูงมาก คล้ายการเกิดสึนามิ แต่เดิมคลื่นสูงลักษณะเช่นนี้เกิดไม่ถี่ แต่ตอนนี้เกิดบ่อย และคลื่นสูงมักเข้าปะทะชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะเป็นแหลมต่างๆ มากกว่าชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะเป็นอ่าว ซึ่งชาวทะเลเขาจะรู้ และมักใช้อ่าวเป็นที่จอดเรือประมง หรือสร้างบ้านเรือนมากกว่าพื้นที่ชายทะเลที่มีลักษณะเป็นแหลม แต่ปัจจุบันเหมือนคนหลงลืม มีการปลูกสร้างบ้านเรือนชายฝั่งมากขึ้น เหมือนการใช้ชีวิตของคนเริ่มเปลี่ยนไป ขณะที่คลื่นลมยังแรงปกติ" ดร.วัฒนา ระบุ
อย่างไรก็ตาม ดร.วัฒนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปีนี้คลื่นลมแรงและระดับความสูงของคลื่นผิดปกติ ควรมีการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพชายฝั่งทะเล ตะกอนทราย ลักษณะของอ่าว หรือแหลมต่างๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ แต่ที่สำคัญควรให้ความรู้เรื่องการสร้างเขื่อนกันคลื่น อาจสร้างผลกระทบที่มองไม่เห็นต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงของโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สันนิษฐานตามทฤษฎีการเกิดคลื่นว่า คลื่นสูงที่ซัดเข้าชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก น่าจะเป็น คลื่นแบบสเวลล์ (swell) หรือคลื่นใต้น้ำกลางทะเลที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด พอเข้าใกล้ฝั่งความเร็วจะลดลง และเปลี่ยนจากพลังงานจลน์เป็นพลังงานศักย์ ทำให้เกิดคลื่นสูงหลายเมตร
คลื่นสเวลล์จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับกำลังลมที่ผิวน้ำทะเล ระยะทางที่ลมพัด และช่วงเวลาที่ลมพัด ซึ่งมีพฤติกรรมการเกิดคล้ายคลื่นสึนามิ แต่มีต้นกำเนิดจากลม โดยอาจเกิดกลางทะเลลึกเป็นคลื่นยาวเดินทางเร็วมาถึงฝั่งก่อน แล้วตามมาด้วยคลื่นสั้นๆ อีกหลายลูก
"ตอนนี้เรายังไม่มีฐานความรู้เรื่องตำแหน่งการเกิดคลื่นกลางทะเล แต่พอจะวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคลื่นลักษณะใด เกิดจากปัจจัยใด ถ้าเรามีความรู้เรื่องตำแหน่งการเกิดคลื่น อาจช่วยทำนายทิศทางการเกิดขึ้นได้ เพราะคลื่นมักจะเกิดที่เดิมๆ และมีทิศทางเดิมๆ ซึ่งยังมีความสัมพันธ์กับพื้นท้องทะเลด้วย" ดร.อานนท์ อธิบาย
เหตุการณ์คลื่นยักษ์ขนาดน้องๆ สึนามิ ซัดเข้าถล่มชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 ในสายตาของนักวิชาการกลับมองว่า ลมมรสุมฤดูหนาวยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ามรสุมฤดูฝนที่จะพัดพายุผ่านเข้ามายังอ่าวไทย จึงทำให้ฐานข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการพยากรณ์การเกิดคลื่นไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก
แต่ผลกระทบที่แน่นอนหลังจากคลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย คือ ปัญหาการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่ง ที่อาจส่งผลกระทบให้หลายชุมชนต้องไร้ที่อยู่ เพราะที่อยู่อาศัยดังเดิมกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อคลื่นสูงซัดถล่มซ้ำซากทุกปี
"ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งที่เกิดสภาวะโลกร้อน และการกระทำของมนุษย์มานานแล้ว ผมเคยลงไปศึกษาชุมชนบ้านพอด จ.สุราษฎร์ธานี เรื่อยไปจนถึงปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง" รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
รศ.ดร.ธนวัฒน์ แนะนำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นการคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการสร้างสะพานดักตะกอน ควรมีการศึกษาให้ลึกซึ้งถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย เพราะในหลายพื้นที่ชายฝั่งทะเลนิยมสร้างสะพานดักตะกอนกันมาก และส่วนปัจจัยการเกิดคลื่นสูงก็ควรมีการศึกษาเพิ่มเติม เพราะที่ผ่านมายังไม่ฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรมีการศึกษาวิจัยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อประกาศพื้นที่เสี่ยง หรือควรอพยพย้ายชาวได้อย่างทันท่วงที
ทุกๆ วันนี้ภัยธรรมชาติรูปแบบใหม่ ที่มนุษย์คาดไม่ถึงมักเกิดขึ้นได้เสมอ ขนาดแค่คลื่นที่เกิดจากลมมรสุมฤดูหนาวธรรมดาๆ ยังก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดทำลายพื้นที่ชายฝั่งเสียยับเยิน แล้วถ้าเป็นคลื่นพายุฤดูฝนพัดเข้าชายฝั่งภาคใต้อ่าวไทยจะมีสภาพเป็นอย่างไร ?
ฤา...ใกล้เวลาที่ "คลื่นใต้น้ำ" จะกลับมาทวงแผ่นดินคืนสู่ทะเลแล้ว !!!
----------------
เบิร์ฟ
คลื่นสเวลล์จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับกำลังลมที่ผิวน้ำทะเล ระยะทางที่ลมพัด และช่วงเวลาที่ลมพัด ซึ่งมีพฤติกรรมการเกิดคล้ายคลื่นสึนามิ แต่มีต้นกำเนิดจากลม --------------
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD>http://www.komchadluek.net/images2006/tran.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
----------------
ที่มา:คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2006/12/scoop/p001_76919.php?news_id=76919

NoOTa
23-12-2006, 02:16 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ชาวประมงเมืองคอนวิกฤตเกือบ 2 พันคนหลังคลื่นกระหน่ำหนัก 120 ครัว</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>22 ธันวาคม 2549 19:16 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom align=left height=12>http://www.manager.co.th/images/TabOver.gif</TD></TR><TR><TD bgColor=#cccccc><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle bgColor=#ffffff><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=160><TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=middle>คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/549000018134001.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/549000018134001.JPEG)</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>ชาวประมงลากเรือเข้ามาจอดในที่ปลอดภัย (http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=644986)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/549000018134002.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/549000018134002.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://pics.manager.co.th/Thumbnails/549000018134003.JPEG (http://pics.manager.co.th/Images/549000018134003.JPEG)</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle width=165 height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=4 background=/images/linedot_vert3.gif>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=7 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>นครศรีธรรมราช - หมู่บ้านชาวประมงเมืองคอนวิกฤตเกือบ 2 พันคนหลังคลื่นกระหน่ำหนัก 120 ครัว โร่ร้องผู้ว่าขอความช่วยเหลือจัดสรรที่ดินสร้างบ้านทดแทนถูกคลื่นกลืน นายอำเภอหนุนเร่งผลักดันเหตุเดือดร้อนของจริง ด้านความคืบหน้ากรณีคลื่นขนาดใหญ่ ได้พัดกระหน่ำชายฝั่งนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

เวลา 12.00 น.วันนี้ (22 ธ.ค.) ได้มีชาวบ้านจำนวนกว่า 60 คน จาก ม.3 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุมชาวประมงตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ราว 120 หลังคาเรือน เดินทางมาขอความช่วยเหลือกับนายวิชม ทองสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายกิตติพันธ์ เพชรชู หน.คณะทำงานศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้ต้อนรับและรับเรื่องร้องทุกข์ขอชาวบ้าน พร้อมทั้งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ

นายเกรียงศักดิ์ ลิ้มประเสริฐ ชาวบ้าน ม.3 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขระนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แนวคลื่นอยู่ห่างจากบ้าน แค่ไม่ถึง 10 เมตร บางหลังแนวคลื่นได้ซัดเข้าสู่ตัวบ้านหอบทรายเข้าถมบ้านสูงเป็นเมตรแล้ว เดิมนั้นทะเลอยู่ห้างจากบ้านราว 500 เมตร แต่หลายปีที่ผ่านมาทะเลได้กลืนผืนดินเข้ามาเรื่อยๆจนเหลือไม่ถึง 10 เมตร บางหลังก็พังไปแล้วบางส่วน ซึ่งคลื่นไม่เคยรุนแรงเช่นนี้มาก่อนลักษณะคลื่น ชาวบ้านเรียกว่า “คลื่นหักคอ” คือซัดเข้ามาแล้วม้วนกลับกวาดเอาดินทรายออกไปด้วย

“การที่มาขอความช่วยเหลือ เพราะว่าเดือดร้อนกันอย่างหนักแล้วไม่รู้จะไปพึงพาใครได้ จุดประสงค์คืออยากจะขอให้จังหวัดจัดสรรที่ดิน ซึ่งเป็นป่าชายเลนให้แต่ละครัวเรือนเพียงพอที่จะปลูกบ้านอยู่อาศัยได้ เพราะพื้นที่เป็นของป่าไม้ ชาวบ้านจะสร้างบ้านกันเองขอเพียงที่ดิน ขณะที่บ้านเรือนที่ดินของเก่า ให้เป็นทรัพย์สินของทางราชการเข้าไปสร้างแนวป้องกันคลื่นหรืออย่างไรก็แล้วแต่”

นายกิตติพันธ์ เพชรชู หน.ศูนย์ดำรงธรรมนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เบื้องต้นจังหวัดยืนยันจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อน โดยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยทั้งหมดนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ที่ผู้ประสบภัยต้องการเข้าไปอยู่อาศัยใหม่เป็นพื้นที่ป่าชายเลน และอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมป่าไม้

อย่างไรก็ตามในส่วนของการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเฉพาะหน้า จะมีการอพยพผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนไปพักอาศัยเป็นการชั่วคราวที่อาคารศาลาประชาคมอำเภอปากพนัง ขณะที่ผู้เดือดร้อนส่วนใหญ่ยังคงยืนยันจะขออาศัยกับญาติและเพื่อนบ้าน ที่บ้านพักได้รับความเสียหายน้อยกว่า เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน

นายโอภาส ยิ่งเจริญ นายอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าชาวบ้านที่มีที่อยู่อาศัยติดกับชายทะเลฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์มรสุมคลื่นลมแรงประกอบด้วย ต.ท่าพญา,ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ต.ขนาบนาก และตำบลแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทางด้านการประมงและมีบ้านพักอาศัยติดกับชายทะเลได้รับความเดือดร้อนประมาณ 2,000 หลังคาเรือน

โดยเฉพาะที่ ต.แหลมตะลุมพุกหมู่บ้านชาวประมงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักคลื่นซัดอย่างรุนแรงกัดเซาะชายหายสูญหายบริเวณกว้างมาจนถึงแนวเขตที่พักอาศัย แต่ชาวบ้านเหล่านั้นก็ไม่ยอมที่จะอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพราะเกรงว่าทรัพย์สินภายในบ้านจะสูญหาย แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนได้ปิดบ้าน ไปพักอาศัยอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขบ้านเกาะทังจำนวน 3 ครอบครัว

นายโอภาสกล่าวต่อว่าถึงแม้ว่าชาวบ้านไม่ยอมที่จะอพยพออกนอกพื้นที่ ทางอำเภอก็ได้มีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วรวมถึงการประสานงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุกในการจัดเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายให้ไปพักอาศัยอยู่ที่วัดเสาธงทองหากมีเหตุการณ์ขั้นวิกฤติที่จะต้องอพยพอย่างเร่งด่วน ขณะนี้ในเบื้องต้นถึงแม้ว่าชาวบ้านยังไม่อพยพออกจากพื้นที่ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุกได้จัดซื้อถุงยังชีพออกไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 700 ถุงแล้ว ถ้าหากยังไม่เพียงพอก็สามารถขอความช่วยเหลือมายังอำเภอได้เพราะพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออยู่แล้ว

นายโอภาสกล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านจากตำบลแหลมตะลุมพุกได้เดินทางมายื่นหนังสือกับทางจังหวัดเพื่อที่จะขอใช้ป่าชายเลนซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของถนนติดกับที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเพื่อที่จะเข้าไปปลูกสร้างที่พักอาศัยแทนที่อยู่เดิมที่ถูกคลื่นซัดและกัดเซาะจนชายหากหายไป เรื่องดังกล่าวก็เห็นด้วยเพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมานานแล้ว แต่พื้นที่ชายเลนดังกล่าวกรมทรัพยากรธรณีวิทยาเป็นผู้ดูแลอยู่ มีเนื้อที่ประมาณ 17-18 ไร่ หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะต้องช่วยกันผลักดันโดยการชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน การที่จะเข้าไปอยู่อาศัยเลยคงเป็นไปไม่ได้เพราะติดอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ ที่ห้ามเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน

สำหรับถนนสายปากพนัง-สงขลาขณะนี้ได้มีการจัดรถเกรดให้ไปประจำอยู่ที่เส้นทางดังกล่าวเพื่อที่จะทำการเกรดเอาหินและทรายที่คลื่นซัดมาอยู่บนถนนเพื่อให้ผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวขับรถผ่านไปมาด้วยความสะดวกส่วนความเสียหายไม่ว่าจะเป็นบ่อปลา บ่อกุ้ง หรือทรัพย์สินอื่นๆอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

ด้านนายรังสรรค์ รัตนสิงห์ ปลัดอาวุโส อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวตามที่ได้มีการประกาศฉุกเฉยให้ ต.หน้าสตนเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติก็ได้มีการประกาศเพิ่มอีก 1 ตำบลคือ ต.เกาะเพชร ซึ่งมีความสอดคล้องกับทางจังหวัดที่ได้ประกาศให้พื้นที่ที่ติดกับชายฝั่งทะเลตั้ง อ.หัวไทรไปจนถึง ต.แหลมตะลุมพกจำนวน 59 กม.เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติคลื่นลมแรงแล้วนั้นซึ่งในพื้นที่ อ.หัวไทรหมู่บ้านชาวประมงริมฝั่งทะเลที่ได้รับผลกระทบกับมรสุมคลื่นลมแรงจำนวน 2 ตำบลคือชาวบ้าน ม.1,2 ,3,7 ของตำบลหน้าสตน และ ม.5,6,9 ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ส่วนความเสียหายบ้านพังเสียหายทั้งหลัง 3 หลังรื้อถอนเอง 1 หลัง และคาดว่าหากยังได้รับผลกระทบคลื่นรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ก็จะได้รับผลกระทบอีกประมาณ 30 หลัง

ส่วนความเสียหายทางด้านบ่อกุ้งและบ่อปลายังไม่ได้รับความเสียหายและจะทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งและในพื้นที่ยังไม่มีการอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่มีบางครอบครัวไปอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องที่ติดกับริมถนน และชาวบ้านยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ อบต.หน้าสตนได้ใช้งบกลางในการเอาหินไปทำกำแพงกันคลื่นเพื่อไม่ให้เกิดการกัดเซาชายหาดไปมากกว่านี้ ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้โยธิการและผังเมืองเข้าไปดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว

ส่วนที่ อ.ท่าศาลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวประมงได้ลากเรือประมงทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กขึ้นอยู่บนลานริมถนนสายนครศรี-สุราษฎร์ธานี เนื่องจากหลบกระแสคลื่นที่มีความรุนแรงมากในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 05.00 น.จนถึงประมาณ 11.00 น.จะบรรเทาเบาบางลง ส่วนเรือประมงขนาดใหญ่นั้นจะหลบเข้าไปจอดในลำคลองขนาดใหญ่ที่เป็นเส้นทางออกสู่อ่าวไทยจนแน่นลำคลองรวมแล้วนับหลายร้อยลำ ซึ่งในทะเลนั้นไม่ปรากฏว่ามีเรือใดๆ ลอยลำอยู่เลย


</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>Ref. http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9490000156890</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=right height=10>http://www.manager.co.th/images/TabUnder.gif</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>

*44*
23-12-2006, 02:53 AM
ขอบคุณข่าวสาร ที่นำมาบอกจ๊ะ

piakgear24
23-12-2006, 07:40 AM
โลกของเรานี่แปลกขึ้นทุกวันแม้แต่ลมธรรมดาก็เริ่มจะไม่ส่งผลธรรมดาซะแล้ว นี่เป็นผลการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปที่มนุษย์ไม่ค่อยรู้สึกตัว เปรียบเหมือนการเพิ่มอุณหภูมิให้กบทีละน้อยในการต้มกบก็ไม่ยอมกระโดดหนีจนตัวตาย มนุษย์เราก็เหมือนกันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ไม่รู้สึก กว่าจะรู้ตัวก็คงสายเกินไปที่จะแก้ไขแล้ว

หลับตา
23-12-2006, 08:57 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=10 width="96%" align=center border=0><TBODY><TR><TD height=70>คลื่นทะเลพัดถล่มชายฝั่งในหมู่บ้านหนองข้าวเหนียว </TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#ededed>22:26 น. ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านหนองข้าวเหนียว ม.2กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ชาวบ้านได้นำแผงมากั้นปิดทางเข้าหมู่บ้าน เขียนข้อความว่าทางชำรุดห้ามผ่าน และเมื่อเข้าภายมในหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย กระแสคลื่นที่มีความสนูกว่า 2 เมตร กำลังซัดถาโถมเข้ามาบนฝั่ง และน้ำทะเลได้ซัดเอาเพิงพักของชาวประมงพังเสียหายหลายหลัง ถนนซึ่งอยู่เลียบชายทะเลถูกน้ำทะเลกัดเซาะเสียหาย รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เขื่อนกั้นคลื่นก็ยังถูกน้ำทะเลกัดเซาะได้รับความเสียหายตลอดแนว รวมถึงต้นสนที่ขึ้นตลอดแนวกว่า 30 ต้นก็ถูกน้ำทะเลกัดเซาะล้มลงที่เหลือก็เห็นรากโผล่พ้นพื้นดิน นางก้อน ฤทธิเดช อายุ82 ปีได้เล่าให้ฟังว่าได้เกิดคล่นลมแรงมาประมาณ2-3 วันแล้ว แต่วันนี้นับเป็นวันที่มีความรุนแรงมากที่สุด ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน คลื่นทะเลใหญ่หน้ากลัวมาก ทุกๆปีคลื่นไม่เคยใหญ่อย่างนี้ ชาวบ้านต่างหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะเกรงจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเหมือนกับจังหวัดในภาคใต้ นอนไม่หลับต้องคอยออกมาดูน้ำทะเลตลอด ยิ่งล่าสุดมาเกิดถนนพังหน้าบ้านยิ่งทำให้ยิ่งกลัวเพิ่มขึ้น ลูกๆก็ไม่มีใครอยู่ออกไปทำงานกันหมด กลางวันต้องบ้านอยู่คนเดียว
</TD></TR></TBODY></TABLE>
เนชั่นทันข่าว 23 12 2549

------------------------------
อ่าวไทยโดนทั้งแถบเลย ตามหลักทั่วโลกน่าจะเป็นเหมือนกันนะ

~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 10:37 AM
เมื่อหลายเดือนก่อน เราไปเยือนรีสอร์ทแห่งหนึ่งซึ่งติดกับทะเลชุมพร


เราอยากจะบอกเขา ( เจ้าของรีสอร์ท ) ว่า ต่อไปผืนแผ่นดินที่เขากำลังยืนอยู่นี้จะไม่มี เพราะจะกลายเป็นทะเลไปทั้งหมด


แต่เราก็ไม่สามารถเอ่ยปากบอกกับเขาได้ ในวันนั้นที่คลื่นลมยังสงบทะเลยังสวยงามตามธรรมชาติ


ดังนั้นจึงยากนักที่เขาจะเชื่อในคำพูดของเรา

Specialized
23-12-2006, 10:40 AM
ภัยพิบัติค่อยๆคลืบคลานเข้ามา ... อนิจจัง

RedLotus
23-12-2006, 11:04 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์
</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>23 ธันวาคม 2549 11:59 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left> ชุมพรอ่วมหนัก ยังถูกมรสุมถล่มอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดหาดทรายรีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ถูกคลื่นซัด เขื่อนชายฝั่งทรุดเป็นแนวยาวกว่า 500 เมตร เบื้องต้นในหลายจุดของจังหวัดเจ้าหน้าที่ประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว พร้อมประสานกองเรือภาคที่ 1 เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากกรณีที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงพัดผ่านบริเวณอ่าวไทย และส่งผลให้ในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ทะเลคลื่นลมแรง สูง 2 – 4 เมตร สร้างความเสียหายให้กับจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะราษฎรที่อาศัยอยู่ริมทะเล รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งถูกลมพัดและคลื่นซัดเข้าโถมกระหน่ำได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ 10,12,14 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพรนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้จังหวัดชุมพร ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เนื่องจากมีบ้านเรือนราษฎรถูกคลื่นขนาดใหญ่พัดพังเสียหาย 22 หลังคาเรือน นอกนี้ยังมีเขื่อนคอนกรีตหลายพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่ง ถูกคลื่นเซาะได้รับความเสียหาย

ล่าสุด ที่บริเวณชายหาดบ้านทรายรี หมู่ 6 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดและใกล้กับ พระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีลมมรสุมได้พัดกรรโชกอย่างรุนแรง ทำให้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 4 เมตร ซัดโถมเข้ากระที่ร้านค้า ร้านอาหาร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และคลื่นยังได้ซัดกัดเซาะเขื่อนกั้นริมตลิ่งร้าวและทรุดตัวลงเป็นแนวยาวตลอดชายฝั่งกว่า ประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายประกาศเป็นเขตเสี่ยงภัยและเขตภัยพิบัติ และห้ามประชาชนเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้น้ำทะเลยังหนุนขึ้นสูงเข้าท่วมที่อยู่อาศัยของราษฎร ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายพื้นที่ ส่วนเรือรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวระหว่าง ชุมพร – เกาะเต่า – เกาะนางนวล – เกาะพงัน - เกาะสมุย และเรือขนส่งสินค้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ต้องงดออกจากฝั่ง

น.ส.สุทธิมา สัญวงษ์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2 – 5 เมตร ทำให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลประสบความเดือดร้อน และหลายจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเนื่องจากคลื่นลมแรง ทั้งนี้ได้รับการประสานจาก กองเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ ว่าได้เตรียมกำลังทางเรือและได้จัดตั้งหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

มโหสถผู้เจริญ
23-12-2006, 11:55 AM
เมื่อคืนดูรายการ Icon โหรทำนายว่าปีหน้าจะต้องระวังเกี่ยวกับฟืนไฟให้มากเนื่องจากท่านทำนายว่าจะเกิดไฟใหม้ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์..เศรษฐกิจจะทรงตัว..จะสูญเสียผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง...พระเถระ พระเกจิอาจารย์..จนกว่าจะพ้นเดือน 5..พึงระวัง..ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 12:06 PM
ตถตา ถึงเวลาย่อมเป็นไป

หลับตา
23-12-2006, 12:49 PM
คลื่นลมซัดฝั่งนราฯต้นไม้โค่นตลอดแนว 11:05 น. ชายฝั่งตลอดแนวอ.เมืองนราธิวาสจนถึงอ.ตากใบระยะทาง 40 กิโลเมตรถูกกระแสคลื่นพัดกระหน่ำเข้าหาฝั่ง ทำให้ถนนเลียบชายหาดเสียหายเป็นจุดๆ ต้นไม้ถูกลมโค่นกว่า 50 ต้น เพิงขายของแลัอาการทะเลถูกคลื่นซัดโต๊ะ-เก้าอี้ขึ้นไปติดบนกิ่งไม้ ต้องปิดร้านไม่มีกำหนด เรือประมงใหญ่-เล็กจำนวน1,800ลำจอดเทียบท่าเป้ฯเวลา 6 วันแล้ว ทำให้อาหารทะเลเริ่มขาดตลาดอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนราธวิาส ประกาศเตือนชาวเรืองดออกจากฝั่งช่วงนี้ มิเช่นนั้นอาจอัปปางได้ สุราษฎร์คลื่นซัดชายหาด-ปะการังเสียหายหนัก 11:33 น. นายเกรียงศักดิ์ สังข์ช่วย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.ตะกรบ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกตรวจพื้นที่บริเวณหาดทรายแก้ว หลังจากถูกกระแสคลื่นพัดถล่มอย่างหนักเมื่อวานนี้ พบว่า แนวชายหาดทรายแก้ว ถูกคลื่นถล่มพัดชายหาดหายไป 50 - 100 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ที่พักชาวประมงพื้นบ้านจำนวน 30 หลัง ร้านอาหารชายทะเล 2 แห่ง อาคารอนุบาลปูม้าของศูนย์เพาะเลี้ยงปูม้าชายฝั่งของหมู่บ้าน พังเสียหาย รือประมงพื้นบ้านที่จอดหลบลมอยู่ในลำคลอง ถูกคลื่นถล่มจมจำนวน 3 ลำ นอกจากนั้น ปะการังหัวกะโหลก หรือปะการังสมอง ที่มีความสวยงามอยู่ตามแนวชายทะเล ถูกกระแสคลื่นทำลายและพัดพามาเกยชายหาดเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้---------------------------------------------------------------ครบ 2 ปีซึนามิพอดี คราวนั้นฝั่งอันดามัน คราวนี้ถึงคราวฝั่งอ่าวไทย โลกไม่เที่ยง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เมืองพุทธ
23-12-2006, 02:06 PM
อนิจจัง
สัตย์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
แต่กรรมของสัตย์โลกย่อมเปลี่ยนไปตามผลบุญกุศลที่ได้กระทำมา
จิตคือพุทธะ ธรรมะคือ ทางแห่งนิพพาน

kananun
23-12-2006, 02:11 PM
ตอนนี้ผม อยู่ ภูเก็ต ครับ ทางภูเก็ต คลื่นลมแรง ครับ ยังไม่มีเหตุการณ์ ใดๆ ที่น่าหวาด หวั่น ครับ แต่ ก้อเฝ้า ระวังทั้งทางโลก + ทางธรรม มีเพื่อนแจ้ง ช่วงนี้ ชาวประมงจับปลา ได้มากขึ้น นั่นคือสัญญา บางอย่างหรือไม่ ที่ปลาเริ่ม หลงทาง หรือหนี ..

น้องชายอยู่ ทางอ.คุระบุรี ครับ ทางโน้น มีกลุ่มปฏิบัติ ธรรม เข้ามาแนะนำ สภาวะการณ์ คลืนลมแรง ลักษณะ ผิดปกติ อยู่ ครับ แต่บารมี ผู้ทรงฌาณ ที่นั่น คงต้านใว้พอสมควร ครับ

ข่าวสารจากคุณนาคา ที่อยู่ทางภูเก็ตครับ ท้องทะเลไทยทางภาคใต้ยังไม่สงบเลยครับ ใครจะไปเที่ยวปีใหม่แถบนั้นระวังด้วยครับ

Punyisa
23-12-2006, 04:13 PM
เมื่อคืนดูรายการ ICON เหมือนกันค่ะ สรุปคือปีนี้มันยังเด็กๆอยู่ รอดูปีหน้า ทั้งต้นปี กลางปี ปลายปีดีหน่อย แต่ตรงที่เค้าบอกว่าจะมีไฟไหม้สถานที่สำคัญเนี่ย
เค้าบอกว่าเป็นการก่อวินาศกรรมนะคะ แล้วสถานที่สำคัญๆเนี่ย แหม....จะว่าอะไรไหมถ้าจะเดาว่า สนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าจริงก็ไม่อยากจะคิด เพราะทุกวันนี้มันมีข่าว discredit บ่อยๆ ขอว่าอย่าให้เกิดขึ้นเลยค่ะ ไม่ว่าที่ไหน คนไทยจะเป็นประสาทเอา

~:สิกขิม*เทวาลัย:~
23-12-2006, 04:16 PM
หากต้องการหยั่งรู้ถึงอนาคต ขอให้พิจารณาเค้าลางที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการก่อวินาศกรรม

หลับตา
23-12-2006, 04:18 PM
ให้เดาเกี่ยวกับไฟ คิดว่าเป็นภูเขาไฟระเบิดมากกว่า

sacrifar
23-12-2006, 04:41 PM
ช่วงนี้ข่าวไฟไหม้ก็เยอะครับ ยังไม่ทันหมดปีเลย หลายคนไม่รู้จักให้ความสำคัญ โลกทุกวันนี้เริ่มวิปริต ประมาทไม่ได้เลยเชียว

kamakura
23-12-2006, 07:08 PM
เมื่อจิตใจมนุษย์ต่ำทรามลง เมื่อมนุษย์เลิกที่จะทำความดี แล้วจะมีผืนแผ่นดินที่ร้อนระอุไปด้วยไฟแห่งกิเลสไปทำไมกัน สู้ให้อยู่ในอ้อมกอดของน้ำอันเย็นยะเยือกไม่ดีกว่าหรือ ความบริสุทธิ์ของผืนแผ่นดิน จะได้ไม่ปนเปื้อนความต่ำทรามอีกต่อไป...แต่ในเมื่อโลกยังมีคนที่มีจิตใจใฝ่ในธรรมะอยู่ ก็ยังไม่เป็นการสมควรที่จะล้างโลกให้สะอาดเสีย เราจะรอจนกว่าศาสดาองค์สุดท้ายจะมาถึง และนำผู้ที่มีจิตอันผ่องใส ไปสู่พุทธภูมิอันบริสุทธิ์เสียก่อน เราจึงจะทำการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว...ขอใหท่านทั้งหลาย จงเร่งตั้งใจบำเพ็ญธรรม รักษาศีล เจริญภาวนาสร้างบารมีเถิด ก่อนที่จะสายเกินกาล
......................
โอวาทเทวา