PDA

View Full Version : พระเครื่อง เครื่องราง ฯลฯ มีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร


phoenix
09-10-2004, 10:27 PM
เคยมีความสงสัยอยู่ว่าบางวัดทำพิธีพุทธาภิเสกพระเครื่องมากมาย แต่บางรุ่นก็มีข่าวว่ามีพุทธคุณด้านโน้นด้านนี้ แต่ก็เป็นบางคนเท่านั้นที่มีประสบการณ์ บางคนเคยให้เหตุผลว่าเวลาทำพิธี พระเครื่องที่อยู่ด้านล่างจะไม่มีพุทธคุณ และบางคนก็บอกว่าถ้าเจตนาในการสร้างไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีพุทธคุณ เลยเป็นงงว่าความจริงพุทธคุณเกิดได้อย่างไร?????? ใครทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานด้วย........THANK YOU

mark
12-10-2004, 07:33 AM
Originally posted by phoenix
เคยมีความสงสัยอยู่ว่าบางวัดทำพิธีพุทธาภิเสกพระเครื่องมากมาย แต่บางรุ่นก็มีข่าวว่ามีพุทธคุณด้านโน้นด้านนี้ แต่ก็เป็นบางคนเท่านั้นที่มีประสบการณ์ บางคนเคยให้เหตุผลว่าเวลาทำพิธี พระเครื่องที่อยู่ด้านล่างจะไม่มีพุทธคุณ และบางคนก็บอกว่าถ้าเจตนาในการสร้างไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีพุทธคุณ เลยเป็นงงว่าความจริงพุทธคุณเกิดได้อย่างไร?????? ใครทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานด้วย........THANK YOU
รอหน่อยนะครับ..เอาไว้ว่างๆๆจะอธิบายให้ฟังครับ (มรรค ภูไทดำ)

casy99
11-11-2004, 06:49 PM
ความศักดิ์สิทธิ์และคุณวิเศษต่างๆจะสามารถแสดงให้เห็นประจักษ์ได้ ต้องประกอบขึ้นมาจาก
1.ตัวผู้ที่ปราถนาความศักดิ์สิทธิ์เองว่ามีศีลมีธรรม มีพรหมวิหารสี่ สร้างบุญกุศลบ้างหรือไม่
2.พิธีกรรมมีส่วนบ้างแต่ไม่ทั้งหมด เพราะสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี เคยกล่าวว่า แม้แต่หุ่นซึ่งทำมาจากดินโดยเจตนาจะเป็นแบบเพื่อสร้างพระพุทธรูปก็มีความศักดิ์สิทธิ์แล้ว
3.ความเชื่อถือศรัทธาเปรียบได้เหมือนหนึ่งการทำตัวทำจิตให้เป็นเครื่องรับพลังงานที่ส่งออกมาจากพระเครื่องหรือสิ่งเคารพ เพราะถ้าขาดในข้อนี้ก็เหมือนนำไฟฟ้าไปต่อลงดินหรือต่อกับวัตถุที่เป็นฉนวนซึ่งไฟฟ้าผ่านไม่ได้ย่อมไม่ส่งให้เห็นผลใดๆทั้งสิ้น

กรุงเก่า
29-12-2004, 01:01 PM
ตัวอย่างนะครับ
๑. เราถวายดอกบัวหรือดอกมะลิแด่พระพุทธที่บ้านหรือทำสังฆทานเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาทันทีที่
เราถวายแล้วหาก ท่านสัมผัสได้จะรู้เลยว่าดอกไม้นั้นมีพุทธคุณแล้ว หลังจากลาดอกไม้มาก็ตากแห้งไว้บดเป็น
ผงไว้ทำพระเครื่องได้ แบบนี้เรียกว่ามวลสารมีที่มาดี มวลสารสะอาดพอที่จะนำมาทำพระได้
๒. จุดประสงค์ไม่ดีในการทำวัตถุมงคล เช่นตั้งใจหาเงินเข้ากระเป๋าเป็นหลักให้วัดเล็กน้อย มวลสารไม่เป็นดังที่
โมษณาโกหกไว้ เพราะต้องการโมษณาเว่อว่าหายากจะได้มีคนอยากเช่าเยอะๆ ทำจำนวนเกินกว่าที่โฆษณาจะ
ได้เอาส่วนเกินเงินเข้ากระเป๋ามากๆ ถ้าผู้ทำพิธีเป็นพระรู้เห็นเป็นใจแบบนี้คุณคิดว่าพระองค์นั้นจะปฏิบัติดีปฏิบัติ
ชอบไหม แล้วจะมีปัญญาเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาแผ่บารมีให้ได้อย่างไร แล้วถ้าปลุกเสกเองท่านปฏิบัติยังไม่ดี
แล้วจะเอาอะไรมาปลุก ถึงบอกว่าได้เชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มา จิตคนเชิญเป็นแบบนั้นจะเชิญถึงไหมจริงๆท่านจะมา
กันหรือ เป็นที่สงสัยว่าจะมีพุทธคุณไหม
๓. เจตนาดีทำเพื่อการกุศลจริง กำไรมีเท่าใดเข้ากองการกุศลหมด ทำเพื่อศาสนาและสาธารณะประโยชน์ ผู้ทำพิธี
ปฏิบัติดีมีบารมีมาก มีบารมีทางการปลุกเสก ปลุกเองขณะที่เป็นกุศล(ไม่ใช่ช่วงตกกรรม)ย่อมมีพุทธคุณเต็มที่
ตามบารมีของท่าน(แผ่บารมีปลุกให้คลุมของในพิธีให้สมบูรณ์ก่อนถอนออกจะได้มีทุกองค์) บางองค์ท่านสร้าง
บารมีมาทุกทางจะขอให้มีแต่เมตตาก็ได้ มีแต่แคล้วคลาดก็ได้ ฯลฯ หรือให้ครบก็ได้แล้วแต่ท่านจะปลุก
๔.ความรวมเหมือนข้อ ๓ แต่ท่านจิตถึงเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาทำพิธีให้เช่น เชิญหลวงปู่ทวดก็ดี สมเด็จโตก็ดี พระ
พุทธเจ้าก็ดี มาทำให้วัตถุมงคลนั้นย่อมมีพุทธคุณสูงส่งดังองค์ที่ลงมาทำให้ หากผู้เชิญขอให้ท่านลงเป็นเมตตาก็
ได้เมตตา ขอให้ลงแคล้วคลาดก็ได้แคล้วคลาด ขอมหาอนาจย่อมได้มหาอำนาจ ขอเรื่องสุขภาพดีย่อมได้
สุขภาพดี ฯลฯ ขอให้มีครบทุกทางย่อมได้ครบทุกทาง แล้วตอนทำก็ไม่ต้องใช้เวลา ๒ชั่วโมง ๘ ชั่วโมงหรือ
หลายวันหลายคืนหรอก แค่ไม่กี่วินาทีก็สำเร็จสมประสงค์แล้ว

คนนำมาบูชาติดตัวอยู่ในศีลในธรรมนับถือพระท่านพระย่อมคุ้มครองเขาได้มากขึ้นแม้แต่ตกกรรมก็จะช่วยผ่อน
หนักเป็นเบาได้ คนไม่ดีนำติดตัวย่อมผ่านเหตุต่างๆได้ด้วยกุศลมูลเดิมที่ทำมาดียังให้ผลอยู่ ตัวเองตกกรรมเมื่อใด
พุทธคุณในพระเครื่องจะออกเหตุไม่คุ้มครองทันที

แล้วพวกที่ชอบทำเกินไว้ขายเองน่ะ ทำมาจากโรงงานเดียวกันเลยเวลาเดียวกันเลยเซียนมาดูก็แยกไม่ออกยกเว้นใช้พลังจิตหรือสมาธิ คุณคิดว่าข้างบนเขาจะไม่รู้หรือว่ามันจะหากินกัน เวลาเอาเข้าฝากไปในพิธีแล้วข้างบนท่านจะรับรองให้หรือผมว่าลำบาก ขนาดของมีพุทธคุณถ้าผู้ที่มีไม่เก็บรักษาในที่อันควรท่านยังถอนพุทธคุณออกได้เลย
เพื่อไม่ให้เป็นบาปต่อผู้นั้นไปมากกว่านี้

เรื่องพุทธคุณนั้นสำคัญและมีจริงไม่เช่นนั้นเวลาสมเด็จโตสร้างพระบรรจุกรุทำเสร็จท่านก็เตรียมนำไปใส่ได้เลย แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นตามประวัติที่หลายท่านก็ทราบ สมเด็จท่านจะต้องนำมาทำพิธีให้มีพุทธคุณก่อน

สรุปพุทธคุณเกิดจากผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ว่าจะทำเองหรือเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำได้แผ่บารมีเป็นพลังไว้ยังวัตถุนั้น
เพื่อให้เกิดเป็นพลังคุ้มครองสถานที่หรือผู้ที่บูชานำติดตัวไว้ โดยจะเป็นพลังให้ผลแบบใดก็ขึ้นอยู่กับผู้ปลุกจะให้ไว้
พุทธคุณไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะทำได้ทุกคน ต้องสร้างบารมีมามากจึงเห็นได้ว่าพระรุ่นเก่าๆท่านปลุกได้เข้มขลังดีเป็นส่วนมาก ปัจจุบันพระที่ทำได้แบบในอดีตก็ยังมีแต่มีน้อยลง

เป็นเพียงความเห็นหนึ่งอย่าเชื่อถือเพราะผมก็ไม่รู้อะไรมาก เห็นว่าไม่ค่อยมีคนแสดงความเห็นในกระทู้นี้เลยถือ
โอกาสลองพิมพ์ดู สวัสดีครับ

Palmnaraks
18-02-2005, 05:59 PM
ครับ(kiss)

มิ่งเมือง
19-02-2005, 09:52 PM
เรื่องเล่า
มีคนภูเขา ขับรถไปส่งผักในเมืองแต่เกิดอุบัติเหตุตกเขา รถเละครับ แต่ โอ้พระเจ้าจอส
คนขับไม่เป้นอะไรครับ เป็นข่าวเกรียวกราวในแถวนั้น คนภูเขาบอกว่าผมไม่ได้ห้อยพระอะไรตอนเกิดเหตุนึกถึงแต่ แสตมป์ในหลวงที่พกอยู่ในกระเป๋าสตางค์

กำลังใจ ศักดิ์กว่าทุกอย่างครับ

มิ่งเมือง
19-02-2005, 09:56 PM
ศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกอย่างครับ

หน๋านเมือง
30-11-2005, 02:21 PM
ศรัทธาสร้างปาฎิหาริย์ได้เสมอครับ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือ จิตตัวเดียวเท่านั้น.......ที่ทรงอานุภาพสูงสุดในสากลโลกนี้.....

sithiphong
07-12-2005, 07:24 PM
พระเครื่อง เครื่องราง มีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร<O:p</O:p
<O:p> </O:p>
ผมจะขออธิบายศัพท์ที่ผมจะใช้นะครับ ผมจะใช้คำว่าอิทธิคุณ แต่จะไม่ใช้คำว่าพุทธคุณ เนื่องจากว่า พุทธคุณนั้น หมายถึงคุณของพระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยวกับพลังของพระพิมพ์แต่อย่างใด<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พลังของพระเครื่องจะสูงหรือไม่ มีองค์ประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น<O:p></O:p>
1.พระผู้ทำการปลุกเสก ว่าท่านมีฌาณ หรือญาญ หรืออภิญญา แค่ไหน<O:p></O:p>
2.ฤกษ์ในการกดพิมพ์พระ นั้นสำคัญมาก เนื่องจากว่าถ้าเวลาที่กดพิมพ์พระไปโดนฤกษ์ที่เรียกว่าดอกลูกพิษแล้ว ไม่ว่าพระองค์ไหน ก็เสกไม่เข้าทั้งสิ้น<O:p></O:p>
3.พิธีการในการปลุกเสกพระ ต้องทำให้ถูกวิธี ถ้าเชิญเบี้องบนลงมาช่วยปลุกเสกได้ ก็ยิ่งดี<O:p></O:p>
4.มวลสารในการทำพระพิมพ์ ต้องไม่มีซากสัตว์เดรฉานเป็นอันขาด เนื่องจากในพระพิมพ์ทุกองค์ จะมีเทวดาเข้ามาอยู่ในทุกองค์ ถ้าเป็นซากสัตว์เดรฉานแล้ว จะไม่มีเทวดาเข้ามาอยู่ในองค์พระ แต่ที่มีพระบางองค์เช่น หลวงพ่อเดิม หรือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่มีเขี้ยวเสือ หรืองาช้างนั้น เป็นฤทธิ์ของพระผู้เสกแต่เพียงผู้เดียว ,ผงวิเศษ ที่มีอยู่ในพระพิมพ์สมเด็จ(ทั้งพระพิมพ์ของวังหน้า(กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ) ,สมเด็จกรมเจ้าคุณท่า(ของวังหน้าเช่นกัน) ,พระสมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี)<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ได้มีผู้เขียนบางท่านกล่าวว่า พระพิมพ์สมเด็จสร้างขึ้นด้วยผงวิเศษ 5 ประการ ความจริงผงวิเศษหลักมีเพียง 4 ประการเท่านั้น คือผงปถมัง ผงอิธะเจ ผงตรีนิสิงเห และผงมหาราช ส่วนผงพุทธคุณนั้น เป็นผงเกล็ดซึ่งแยกจากผงปถมัง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อาจกล่าวได้ว่า ผงวิเศษ 4 ประการนี้ มิใช่ผลวิเศษ สำหรับใช้ในการสร้างพระพิมพ์ ผงวิเศษ แต่ละแขนงล้วนจบลงด้วยสูญนิพพาน แต่ในทางปฎิบัติใช้ลงเป็นตอนๆ สำหรับใช้เฉพาะกิจเท่านั้น เช่นการลบผงอิธะเจ ลบเพียงถึงอิธะเจตะโสทัฬหังคณหาหิถามะสา 13 คำขาดตัวในสูตรสนธิ ใช้ในทางเสน่ห์ เมตตา หากลบเลยไปจะเปลี่ยนรูปเป็นอิทธิฤทธิ์ ไม่ตรงกับความหมายของผู้ต้องการจะใช้ผง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ถ้าต้องการให้เกิดอิทธิฤทธิ์ ต้องลบผงด้วยคัมภีร์ปถมัง เช่นการให้ผู้คนเห็นเราคล้ายดั่งนนทยักษ์ มีอำนาจน่าเกรงขาม ท่านให้เริ่มแต่นะปถมังลบไปจนถึงโองการมหาไวยเอาผงที่ลบเสกด้วยพระคาถาที่ใช้บังคับมาลูบหาตัว ฯลฯ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
นักเขียนไม่ใช่นักทำ นักอ่านก็ไม่ใช่นักทำ .....<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พระเครื่องที่ได้รับการปลุกเสกแล้วนั้น จะไปให้พระอีกองค์ปลุกเสกซ้ำ ถ้าพระองค์ที่ปลุกเสกครั้งหลังอภิญญาท่านเหนือกว่าพระองค์แรก ท่านสามารถปลุกเสกครอบลงไปได้อีก แต่ถ้าพระที่ปลุกเสกครั้งหลังมีอภิญญาน้อยกว่าพระองค์แรกแล้ว ไม่สามารถปลุกเสกซ้ำได้อีก<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อิทธิคุณขององค์พระในแต่ละองค์ทำไมถึงไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่อยู่ในพิธีเดียวกัน คำตอบก็คือฤกษ์ในการกดพิมพ์พระไม่ตรงกัน บางฤกษ์เป็นเมตตา บางฤกษ์เป็นแคล้วคลาด บางฤกษ์เป็นคงกระพัน และขึ้นอยู่กับอภิญญาของผู้เสกด้วย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ในการปลุกเสกนั้น ถ้าเป็นการปลุกเสกเดี่ยว ถ้าพระผู้เสกมีอภิญญาสูงๆแล้ว ใช้ระยะเวลาในการปลุกเสกไม่นาน เช่นหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ยังไม่ได้มองถังน้ำ ที่มีคนไปขอน้ำมนต์ท่าน ท่านก็บอกว่าเสกเสร็จแล้ว แต่ผู้ที่ไปขอไม่เชื่อกลับออกไปเทน้ำมนต์ทิ้ง แต่ปรากฏว่าเทน้ำมนต์ไม่ออก เป็นก้อนอยู่ในถ้ง ผู้ที่ขอจึงรีบกลับขึ้นไปขอขมาหลวงพ่อ (ลองไปศึกษาประวัติท่านดูนะครับ) แต่ถ้าเป็นการปลุกเสกหมู่ ถ้าพระที่มาปลุกเสกนั้น เป็นพระที่ดีทั้งหมด พระพิมพ์อาจได้รับกระแสในการปลุกพระคนละองค์ก็ได้ หรือบางที่พระที่มาปลุกเสกหมู่นั้น อาจมีการลองของซึ่งกันและกัน จะทำให้พระพิมพ์ไม่ได้รับกระแสเลย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนในเรื่องการเลี่ยมพระนั้น ควรเลี่ยมเปิดพลาสติก หรือเจาะรูที่พลาสติก เนื่องจากว่า อิทธิคุณในพระพิมพ์นั้น ไม่สามารถที่จะออกมาได้ ผมจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เช่น ปรมาณู ถ้าอยู่ในที่เก็บ รังสีไม่สามารถออกมาได้ แต่ถ้ามีรอยรั่วที่ใดที่หนึ่ง รังสีก็จะออกมาตามรอยรั่วนั้นได้ เช่นที่เชอร์นาบิว รัสเซีย <O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
เรื่องการจับพลังขององค์พระนั้น ถ้าผู้มีมีญาณ หรืออภิญญา สามารถตรวจดูพระพิมพ์ได้ว่า พระนี้อายุกี่ปีแล้ว ใครเป็นผู้เสก หรือใครเป็นผู้ทำ เช่นท่านอาจารย์ประถม ท่านได้นำพระสมเด็จวัดระฆังองค์หนึ่ง ไปให้เซียนใหญ่ท่านหนึ่งดู ปรากฎว่าเซียนใหญ่ท่านนั้น บอกว่า สมเด็จวัดระฆังองค์นี้ปลอม แต่ท่านอาจารย์ประถมท่านนำพระองค์เดียวกัน ไปให้หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง ท่านดูให้ ปรากฎว่าหลวงพ่อเกษมท่านบอกว่า พระองค์นี้ สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยมีท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีเป็นผู้ปลุกเสก แล้วอย่างนี้จะเชื่อเซียนพระหรือหลวงพ่อเกษม ดีครับ???<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนอิทธิคุณขององค์พระนั้น จะไม่มีทางเสื่อมได้ ยกเว้นศีลข้อที่ 3 คือนำพระไปในซ่อง ,อาบอบนวด หรือสวมพระในขณะร่วมประเวณี หรือเจตนาไปจับต้องในสิ่งที่ไม่ควรที่จะจับ ครับ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
สิ่งที่ผมได้เขียนนี้ เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ท่านเป็นผู้ที่เล่าประสบการณ์ของท่านให้ผมฟัง ขอขอบพระคุณท่านมากที่ท่านให้เผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทาน ขอขอบพระคุณมากครับ <O:p></O:p>

sithiphong
07-12-2005, 07:28 PM
พระเครื่อง เครื่องราง มีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร(หรือที่มีพลังอิทธิคุณขององค์พระสูง)<O:p</O:p
<O:p> </O:p>
ผมจะขออธิบายศัพท์ที่ผมจะใช้นะครับ ผมจะใช้คำว่าอิทธิคุณ แต่จะไม่ใช้คำว่าพุทธคุณ เนื่องจากว่า พุทธคุณนั้น หมายถึงคุณของพระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยวกับพลังของพระพิมพ์แต่อย่างใด<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พลังของพระเครื่องจะสูงหรือไม่ มีองค์ประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น<O:p></O:p>
1.พระผู้ทำการปลุกเสก ว่าท่านมีฌาณ หรือญาญ หรืออภิญญา แค่ไหน<O:p></O:p>
2.ฤกษ์ในการกดพิมพ์พระ นั้นสำคัญมาก เนื่องจากว่าถ้าเวลาที่กดพิมพ์พระไปโดนฤกษ์ที่เรียกว่าดอกลูกพิษแล้ว ไม่ว่าพระองค์ไหน ก็เสกไม่เข้าทั้งสิ้น<O:p></O:p>
3.พิธีการในการปลุกเสกพระ ต้องทำให้ถูกวิธี ถ้าเชิญเบี้องบนลงมาช่วยปลุกเสกได้ ก็ยิ่งดี<O:p></O:p>
4.มวลสารในการทำพระพิมพ์ ต้องไม่มีซากสัตว์เดรฉานเป็นอันขาด เนื่องจากในพระพิมพ์ทุกองค์ จะมีเทวดาเข้ามาอยู่ในทุกองค์ ถ้าเป็นซากสัตว์เดรฉานแล้ว จะไม่มีเทวดาเข้ามาอยู่ในองค์พระ แต่ที่มีพระบางองค์เช่น หลวงพ่อเดิม หรือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่มีเขี้ยวเสือ หรืองาช้างนั้น เป็นฤทธิ์ของพระผู้เสกแต่เพียงผู้เดียว ,ผงวิเศษ ที่มีอยู่ในพระพิมพ์ของวังหน้า ,สมเด็จกรมเจ้าคุณท่า(ของวังหน้าเช่นกัน) ,พระสมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี)<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ได้มีผู้เขียนบางท่านกล่าวว่า พระพิมพ์สมเด็จสร้างขึ้นด้วยผงวิเศษ 5 ประการ ความจริงผงวิเศษหลักมีเพียง 4 ประการเท่านั้น คือผงปถมัง ผงอิธะเจ ผงตรีนิสิงเห และผงมหาราช ส่วนผงพุทธคุณนั้น เป็นผงเกล็ดซึ่งแยกจากผงปถมัง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อาจกล่าวได้ว่า ผงวิเศษ 4 ประการนี้ มิใช่ผลวิเศษ สำหรับใช้ในการสร้างพระพิมพ์ ผงวิเศษ แต่ละแขนงล้วนจบลงด้วยสูญนิพพาน แต่ในทางปฎิบัติใช้ลงเป็นตอนๆ สำหรับใช้เฉพาะกิจเท่านั้น เช่นการลบผงอิธะเจ ลบเพียงถึงอิธะเจตะโสทัฬหังคณหาหิถามะสา 13 คำขาดตัวในสูตรสนธิ ใช้ในทางเสน่ห์ เมตตา หากลบเลยไปจะเปลี่ยนรูปเป็นอิทธิฤทธิ์ ไม่ตรงกับความหมายของผู้ต้องการจะใช้ผง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ถ้าต้องการให้เกิดอิทธิฤทธิ์ ต้องลบผงด้วยคัมภีร์ปถมัง เช่นการให้ผู้คนเห็นเราคล้ายดั่งนนทยักษ์ มีอำนาจน่าเกรงขาม ท่านให้เริ่มแต่นะปถมังลบไปจนถึงโองการมหาไวยเอาผงที่ลบเสกด้วยพระคาถาที่ใช้บังคับมาลูบหาตัว ฯลฯ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
นักเขียนไม่ใช่นักทำ นักอ่านก็ไม่ใช่นักทำ .....<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พระเครื่องที่ได้รับการปลุกเสกแล้วนั้น จะไปให้พระอีกองค์ปลุกเสกซ้ำ ถ้าพระองค์ที่ปลุกเสกครั้งหลังอภิญญาท่านเหนือกว่าพระองค์แรก ท่านสามารถปลุกเสกครอบลงไปได้อีก แต่ถ้าพระที่ปลุกเสกครั้งหลังมีอภิญญาน้อยกว่าพระองค์แรกแล้ว ไม่สามารถปลุกเสกซ้ำได้อีก<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อิทธิคุณขององค์พระในแต่ละองค์ทำไมถึงไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่อยู่ในพิธีเดียวกัน คำตอบก็คือฤกษ์ในการกดพิมพ์พระไม่ตรงกัน บางฤกษ์เป็นเมตตา บางฤกษ์เป็นแคล้วคลาด บางฤกษ์เป็นคงกระพัน และขึ้นอยู่กับอภิญญาของผู้เสกด้วย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ในการปลุกเสกนั้น ถ้าเป็นการปลุกเสกเดี่ยว ถ้าพระผู้เสกมีอภิญญาสูงๆแล้ว ใช้ระยะเวลาในการปลุกเสกไม่นาน เช่นหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ยังไม่ได้มองถังน้ำ ที่มีคนไปขอน้ำมนต์ท่าน ท่านก็บอกว่าเสกเสร็จแล้ว แต่ผู้ที่ไปขอไม่เชื่อกลับออกไปเทน้ำมนต์ทิ้ง แต่ปรากฏว่าเทน้ำมนต์ไม่ออก เป็นก้อนอยู่ในถ้ง ผู้ที่ขอจึงรีบกลับขึ้นไปขอขมาหลวงพ่อ (ลองไปศึกษาประวัติท่านดูนะครับ) แต่ถ้าเป็นการปลุกเสกหมู่ ถ้าพระที่มาปลุกเสกนั้น เป็นพระที่ดีทั้งหมด พระพิมพ์อาจได้รับกระแสในการปลุกพระคนละองค์ก็ได้ หรือบางที่พระที่มาปลุกเสกหมู่นั้น อาจมีการลองของซึ่งกันและกัน จะทำให้พระพิมพ์ไม่ได้รับกระแสเลย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนในเรื่องการเลี่ยมพระนั้น ควรเลี่ยมเปิดพลาสติก หรือเจาะรูที่พลาสติก เนื่องจากว่า อิทธิคุณในพระพิมพ์นั้น ไม่สามารถที่จะออกมาได้ ผมจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เช่น ปรมาณู ถ้าอยู่ในที่เก็บ รังสีไม่สามารถออกมาได้ แต่ถ้ามีรอยรั่วที่ใดที่หนึ่ง รังสีก็จะออกมาตามรอยรั่วนั้นได้ เช่นที่เชอร์นาบิว รัสเซีย <O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
เรื่องการจับพลังขององค์พระนั้น ถ้าผู้มีมีญาณ หรืออภิญญา สามารถตรวจดูพระพิมพ์ได้ว่า พระนี้อายุกี่ปีแล้ว ใครเป็นผู้เสก หรือใครเป็นผู้ทำ เช่นท่านอาจารย์ประถม ท่านได้นำพระสมเด็จวัดระฆังองค์หนึ่ง ไปให้เซียนใหญ่ท่านหนึ่งดู ปรากฎว่าเซียนใหญ่ท่านนั้น บอกว่า สมเด็จวัดระฆังองค์นี้ปลอม แต่ท่านอาจารย์ประถมท่านนำพระองค์เดียวกัน ไปให้หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง ท่านดูให้ ปรากฎว่าหลวงพ่อเกษมท่านบอกว่า พระองค์นี้ สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยมีท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีเป็นผู้ปลุกเสก แล้วอย่างนี้จะเชื่อเซียนพระหรือหลวงพ่อเกษม ดีครับ???<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนอิทธิคุณขององค์พระนั้น จะไม่มีทางเสื่อมได้ ยกเว้นศีลข้อที่ 3 คือนำพระไปในซ่อง ,อาบอบนวด หรือสวมพระในขณะร่วมประเวณี หรือเจตนาไปจับต้องในสิ่งที่ไม่ควรที่จะจับ ครับ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
สิ่งที่ผมได้เขียนนี้ เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ท่านเป็นผู้ที่เล่าประสบการณ์ของท่านให้ผมฟัง ขอขอบพระคุณท่านมากที่ท่านให้เผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทาน ขอขอบพระคุณมากครับ <O:p></O:p>

sithiphong
07-12-2005, 07:31 PM
พระเครื่อง เครื่องราง มีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร(หรือที่มีพลังอิทธิคุณขององค์พระสูง)<O:p</O:p
<O:p> </O:p>
ผมจะขออธิบายศัพท์ที่ผมจะใช้นะครับ ผมจะใช้คำว่าอิทธิคุณ แต่จะไม่ใช้คำว่าพุทธคุณ เนื่องจากว่า พุทธคุณนั้น หมายถึงคุณของพระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยวกับพลังของพระพิมพ์แต่อย่างใด<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พลังของพระเครื่องจะสูงหรือไม่ มีองค์ประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น<O:p></O:p>
1.พระผู้ทำการปลุกเสก ว่าท่านมีฌาณ หรือญาญ หรืออภิญญา แค่ไหน<O:p></O:p>
2.ฤกษ์ในการกดพิมพ์พระ นั้นสำคัญมาก เนื่องจากว่าถ้าเวลาที่กดพิมพ์พระไปโดนฤกษ์ที่เรียกว่าดอกลูกพิษแล้ว ไม่ว่าพระองค์ไหน ก็เสกไม่เข้าทั้งสิ้น<O:p></O:p>
3.พิธีการในการปลุกเสกพระ ต้องทำให้ถูกวิธี ถ้าเชิญเบี้องบนลงมาช่วยปลุกเสกได้ ก็ยิ่งดี<O:p></O:p>
4.มวลสารในการทำพระพิมพ์ ต้องไม่มีซากสัตว์เดรฉานเป็นอันขาด เนื่องจากในพระพิมพ์ทุกองค์ จะมีเทวดาเข้ามาอยู่ในทุกองค์ ถ้าเป็นซากสัตว์เดรฉานแล้ว จะไม่มีเทวดาเข้ามาอยู่ในองค์พระ แต่ที่มีพระบางองค์เช่น หลวงพ่อเดิม หรือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่มีเขี้ยวเสือ หรืองาช้างนั้น เป็นฤทธิ์ของพระผู้เสกแต่เพียงผู้เดียว ,ผงวิเศษ ที่มีอยู่ในพระพิมพ์ของวังหน้า ทั้งพระพิมพ์สมเด็จวังหน้า พระพิมพ์วังหน้า ,สมเด็จกรมเจ้าคุณท่า(ท่านวังหน้าก็คือกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ) ,พระสมเด็จวัดระฆัง (ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี)<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ได้มีผู้เขียนบางท่านกล่าวว่า พระพิมพ์สมเด็จสร้างขึ้นด้วยผงวิเศษ 5 ประการ ความจริงผงวิเศษหลักมีเพียง 4 ประการเท่านั้น คือผงปถมัง ผงอิธะเจ ผงตรีนิสิงเห และผงมหาราช ส่วนผงพุทธคุณนั้น เป็นผงเกล็ดซึ่งแยกจากผงปถมัง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อาจกล่าวได้ว่า ผงวิเศษ 4 ประการนี้ มิใช่ผลวิเศษ สำหรับใช้ในการสร้างพระพิมพ์ ผงวิเศษ แต่ละแขนงล้วนจบลงด้วยสูญนิพพาน แต่ในทางปฎิบัติใช้ลงเป็นตอนๆ สำหรับใช้เฉพาะกิจเท่านั้น เช่นการลบผงอิธะเจ ลบเพียงถึงอิธะเจตะโสทัฬหังคณหาหิถามะสา 13 คำขาดตัวในสูตรสนธิ ใช้ในทางเสน่ห์ เมตตา หากลบเลยไปจะเปลี่ยนรูปเป็นอิทธิฤทธิ์ ไม่ตรงกับความหมายของผู้ต้องการจะใช้ผง<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ถ้าต้องการให้เกิดอิทธิฤทธิ์ ต้องลบผงด้วยคัมภีร์ปถมัง เช่นการให้ผู้คนเห็นเราคล้ายดั่งนนทยักษ์ มีอำนาจน่าเกรงขาม ท่านให้เริ่มแต่นะปถมังลบไปจนถึงโองการมหาไวยเอาผงที่ลบเสกด้วยพระคาถาที่ใช้บังคับมาลูบหาตัว ฯลฯ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
นักเขียนไม่ใช่นักทำ นักอ่านก็ไม่ใช่นักทำ .....<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
พระเครื่องที่ได้รับการปลุกเสกแล้วนั้น จะไปให้พระอีกองค์ปลุกเสกซ้ำ ถ้าพระองค์ที่ปลุกเสกครั้งหลังอภิญญาท่านเหนือกว่าพระองค์แรก ท่านสามารถปลุกเสกครอบลงไปได้อีก แต่ถ้าพระที่ปลุกเสกครั้งหลังมีอภิญญาน้อยกว่าพระองค์แรกแล้ว ไม่สามารถปลุกเสกซ้ำได้อีก<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
อิทธิคุณขององค์พระในแต่ละองค์ทำไมถึงไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่อยู่ในพิธีเดียวกัน คำตอบก็คือฤกษ์ในการกดพิมพ์พระไม่ตรงกัน บางฤกษ์เป็นเมตตา บางฤกษ์เป็นแคล้วคลาด บางฤกษ์เป็นคงกระพัน และขึ้นอยู่กับอภิญญาของผู้เสกด้วย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ในการปลุกเสกนั้น ถ้าเป็นการปลุกเสกเดี่ยว ถ้าพระผู้เสกมีอภิญญาสูงๆแล้ว ใช้ระยะเวลาในการปลุกเสกไม่นาน เช่นหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ยังไม่ได้มองถังน้ำ ที่มีคนไปขอน้ำมนต์ท่าน ท่านก็บอกว่าเสกเสร็จแล้ว แต่ผู้ที่ไปขอไม่เชื่อกลับออกไปเทน้ำมนต์ทิ้ง แต่ปรากฏว่าเทน้ำมนต์ไม่ออก เป็นก้อนอยู่ในถ้ง ผู้ที่ขอจึงรีบกลับขึ้นไปขอขมาหลวงพ่อ (ลองไปศึกษาประวัติท่านดูนะครับ) แต่ถ้าเป็นการปลุกเสกหมู่ ถ้าพระที่มาปลุกเสกนั้น เป็นพระที่ดีทั้งหมด พระพิมพ์อาจได้รับกระแสในการปลุกพระคนละองค์ก็ได้ หรือบางที่พระที่มาปลุกเสกหมู่นั้น อาจมีการลองของซึ่งกันและกัน จะทำให้พระพิมพ์ไม่ได้รับกระแสเลย<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนในเรื่องการเลี่ยมพระนั้น ควรเลี่ยมเปิดพลาสติก หรือเจาะรูที่พลาสติก เนื่องจากว่า อิทธิคุณในพระพิมพ์นั้น ไม่สามารถที่จะออกมาได้ ผมจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เช่น ปรมาณู ถ้าอยู่ในที่เก็บ รังสีไม่สามารถออกมาได้ แต่ถ้ามีรอยรั่วที่ใดที่หนึ่ง รังสีก็จะออกมาตามรอยรั่วนั้นได้ เช่นที่เชอร์นาบิว รัสเซีย <O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
เรื่องการจับพลังขององค์พระนั้น ถ้าผู้มีมีญาณ หรืออภิญญา สามารถตรวจดูพระพิมพ์ได้ว่า พระนี้อายุกี่ปีแล้ว ใครเป็นผู้เสก หรือใครเป็นผู้ทำ เช่นท่านอาจารย์ประถม ท่านได้นำพระสมเด็จวัดระฆังองค์หนึ่ง ไปให้เซียนใหญ่ท่านหนึ่งดู ปรากฎว่าเซียนใหญ่ท่านนั้น บอกว่า สมเด็จวัดระฆังองค์นี้ปลอม แต่ท่านอาจารย์ประถมท่านนำพระองค์เดียวกัน ไปให้หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง ท่านดูให้ ปรากฎว่าหลวงพ่อเกษมท่านบอกว่า พระองค์นี้ สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยมีท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีเป็นผู้ปลุกเสก แล้วอย่างนี้จะเชื่อเซียนพระหรือหลวงพ่อเกษม ดีครับ???<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
ส่วนอิทธิคุณขององค์พระนั้น จะไม่มีทางเสื่อมได้ ยกเว้นศีลข้อที่ 3 คือนำพระไปในซ่อง ,อาบอบนวด หรือสวมพระในขณะร่วมประเวณี หรือเจตนาไปจับต้องในสิ่งที่ไม่ควรที่จะจับ ครับ<O:p></O:p>
<O:p> </O:p>
สิ่งที่ผมได้เขียนนี้ เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ท่านเป็นผู้ที่เล่าประสบการณ์ของท่านให้ผมฟัง ขอขอบพระคุณท่านมากที่ท่านให้เผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทาน ขอขอบพระคุณมากครับ <O:p></O:p>

Attawat_Rx
11-12-2005, 10:50 PM
ส่วนในเรื่องการเลี่ยมพระนั้น ควรเลี่ยมเปิดพลาสติก หรือเจาะรูที่พลาสติก เนื่องจากว่า อิทธิคุณในพระพิมพ์นั้น ไม่สามารถที่จะออกมาได้ ผมจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เช่น ปรมาณู ถ้าอยู่ในที่เก็บ รังสีไม่สามารถออกมาได้ แต่ถ้ามีรอยรั่วที่ใดที่หนึ่ง รังสีก็จะออกมาตามรอยรั่วนั้นได้ เช่นที่เชอร์นาบิว รัสเซีย

ข้ออื่นเห็นด้วยครับ แต่ข้อนี้ยังสงสัยอยู่ครับ

sithiphong
12-12-2005, 06:00 PM
ในเรื่องของการเลี่ยมพระที่ต้องเจาะรูไว้เล็กๆ หรือการเลี่ยมเปิด (หมายถึงการเลี่ยมพระโดยการจับขอบแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีพลาสติกอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)<O:p</O:p
ก่อนอื่นจะอธิบายให้ทราบว่า พระพิมพ์นั้น จะมีลักษณะอยู่ 2 ประการ คือ รูป กับนาม รูปนั้นก็คือองค์พระพิมพ์ ส่วนนามนั้นเป็นอิทธิคุณที่บรรจุอยู่ในพระพิมพ์ อิทธิคุณขององค์พระ ขึ้นอยู่กับผู้เสกเป็นหลักใหญ่ และจะมีเทวดาอยู่ประจำองค์พระพิมพ์ ทุกๆองค์ แต่จะมีเทวดาอยู่มากน้อยนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับผู้เสก ,พิธีพุทธาภิเสก ครับ มีข้อห้ามอยู่ข้อหนึ่ง คือห้ามนำพระพิมพ์ไปประกวดโดยเด็ดขาด เทวดาในองค์พระพิมพ์ท่านจะหนีหายหมด เพราะพระพิมพ์เป็นของจริงๆ มิใช่ของเล่นๆกัน เทวดาในองค์พระพิมพ์ท่านจะหนีหายหมด <O:p</O:p
อิทธิคุณขององค์พระนั้น เป็นนาม ซึ่งไม่สามารถที่จับต้องได้ถ้าเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าเป็นผู้ทรงณาณแล้ว ท่านสามารถที่จะรู้ได้ว่า พระพิมพ์องค์นั้นๆ มีกระแสร้อน ,เย็น ,หนัก หรือเป็นเหมือนกับกระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ อีกทั้งอิทธิคุณขององค์พระนั้น เป็นสีอะไร เช่นหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร องค์ที่ 2 คือพระโสณเถระเจ้า จะมีกระแสเป็นสีทอง ,หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร องค์ที่ 3 พระมูนียะเถระเจ้า หรือหลวงปู่อิเกสาโร มีกระแสเป็นสีแดง ครับ ในเรื่องนี้ หากท่านได้พบหรือรู้จักกับผู้ทรงณาณแล้ว ลองให้ท่านดูให้ได้ครับ
ท่านอาจารย์ประถม อาจสาคร ท่านได้พิสูจน์ในเรื่องนี้มาแล้ว โดยท่านพิสูจน์เอง และได้นำพระไปให้ลูกศิษย์ท่าน ,หลานของท่าน (ที่นั่งสมาธิแล้ว ปรากฎว่า หลวงปู่เทพโลกอุดร ทั้ง 5 องค์ได้ปรากฏออกมาให้หลานท่านเห็น และสามารถจับต้องได้ด้วยกายเนื้อ ได้พูดคุยครับ) ,อีกทั้งท่านนำพระพิมพ์ไปให้พระอีกหลายๆองค์ เช่นหลวงพ่อจรัล สิงห์บุรี ท่านดูแล้ว ปรากฎตรงกัน ว่านามนั้นเป็นพลังงาน เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเป็นการเลี่ยมปิดแล้ว อิทธิคุณขององค์พระจะไม่สามารถที่จะออกมาได้ครับ ผมจะเปรียบเทียบอีกหนึ่งตัวอย่างนะครับ เช่นสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ หากมีฉนวนคือสายหุ้มกระแสไฟฟ้า ตัวเราสามารถจับต้องสายไฟนั้นได้ แต่ถ้าไม่มีฉนวนหุ้มสายไฟนั้น ตัวเราก็ไมสามารถที่จะจับสายไฟนั้นได้ครับ
<O:p</O:p