guawn
29-11-2006, 04:37 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>แจกฟรี! หนังสือธรรม ๕ ล้านเล่ม พลังศรัทธาของ..."สุวิทย์ วิมุตตานนท์"</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/<img src='images/2901_copy5.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5> http://www.palungjit.com/board/images/2901_copy5.jpg (http://www.palungjit.com/board/) นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss
รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina อีกด้วย
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังเป็นนักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่เข้าสู่แวดวงธรรมะมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แล้วยังได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะฉบับพกพามาแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม
สุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ชีวิตช่วงหนึ่งเหมือนหลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้ก็คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราได้เข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เนื่องจากมีปัญหาชีวิตมากมาย เพราะว่าเมื่อไรชีวิตเราไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้จึงมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ชีวิตช่วงนั้นทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนั้นเลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ
กระทั่งวันหนึ่ง ทำงานเกิดความทุกข์ใจ สายตาได้เหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พอได้อ่านจบก็มีความรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า "สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรก ที่ทำให้ศึกษาธรรมะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย และมาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่ได้พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำหนังสือแจกเป็นธรรมทาน ทุกวันนี้ลูกน้องทุกคนจะร่วมกันบริจาคเงินทำบุญ และสลับกับการไปซื้อปลาเพื่อนำไปปล่อยทุกวัน เพื่อขจัดความตระหนี่ของตัวเอง" นี่เป็นผลแห่งความสุขจากการทำบุญ
สำหรับหนังสือที่จัดพิมพ์เป็นธรรมทาน ได้แก่ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา (ดร.ไชย ณ พล) เพิ่มสุขลดสุก (๑๘ พระอาจารย์) งดเนื้อสัตว์วันละ ๑ มื้อ (หวังซื่อไฉ่) คุณหนูจะเป็นเด็กดีได้อย่างไร (ดร.ไชย ณ พล) สุภาษิต (ครูบาพรหมา พรหมฺจกฺโก) สมาธิเบื้องต้น (พุทธทาสภิกขุ) เข้าวัดทำไม (ขยสาโร ภิกขุ) เคล็ดลับวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งและดี (ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์) ทันโลก-ทัน (พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ) กฎแห่งกรรม (ทับทิม บุญยรัตนพันธ์) ฯลฯ
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังกล่าวว่า การทำความดีทุกอย่าง ล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้น วิธีทำบุญจึงแบ่งออกเป็น ๑๐ วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ประกอบด้วย ๑.ทาน คือ การบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้ ๒.ศีล คือ การสำรวมกายวาจาใจให้สงบเรียบร้อยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ๓.ภาวนา คือ การสวดมนต์ทำสมาธิอ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ ๔.อปจายนะ คือ การมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม
๕.ไวยยาวัจจะ คือ การช่วยเหลือขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖.ปัตติทานะ คือ การอุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่น ๗.ปัตตานุโมทนา คือ การอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ ๘.ธัมมัสสวนะ คือ การฟังธรรม ๙.ธัมมเทสนา คือ การแสดงธรรม ๑๐.ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง ดังนั้น แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันได้ด้วยการมุ่งทำความดีทั้ง ๑๐ ประการนี้
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ต้องการหนังสือธรรมะเอาไว้ขัดเกลาเยาวชนที่จะเติบโตพัฒนาชาติให้มีคุณธรรม มีหลักธรรมประจำใจ ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ๖๘ ซอยโชติวัฒน์ ๑ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ โทร.๐-๒๙๑๓-๒๘๘๘ โทรสาร ๐-๒๕๘๗-๖๒๖๗
อานิสงส์จากการสร้างหนังสือ
ดังมีใจความว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้า มีความประสงค์ว่า จักทูลถามพระพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกัน แก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอานุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่างๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย
ต่อแต่นั้น ก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลาย ที่ได้พบเห็น ทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้เป็นต้น
ดูกร ท่านสารีบุตร เมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา
ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้าจะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แลก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้ 0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
-->http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/2901_copy5.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10887.php)
นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss
รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina อีกด้วย
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังเป็นนักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่เข้าสู่แวดวงธรรมะมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แล้วยังได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะฉบับพกพามาแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/2902_copy4.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10888.php)
สุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ชีวิตช่วงหนึ่งเหมือนหลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้ก็คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราได้เข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เนื่องจากมีปัญหาชีวิตมากมาย เพราะว่าเมื่อไรชีวิตเราไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้จึงมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ชีวิตช่วงนั้นทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนั้นเลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/5963910low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10901.php)
กระทั่งวันหนึ่ง ทำงานเกิดความทุกข์ใจ สายตาได้เหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พอได้อ่านจบก็มีความรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า "สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรก ที่ทำให้ศึกษาธรรมะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย และมาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่ได้พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำหนังสือแจกเป็นธรรมทาน ทุกวันนี้ลูกน้องทุกคนจะร่วมกันบริจาคเงินทำบุญ และสลับกับการไปซื้อปลาเพื่อนำไปปล่อยทุกวัน เพื่อขจัดความตระหนี่ของตัวเอง" นี่เป็นผลแห่งความสุขจากการทำบุญ
สำหรับหนังสือที่จัดพิมพ์เป็นธรรมทาน ได้แก่ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา (ดร.ไชย ณ พล) เพิ่มสุขลดสุก (๑๘ พระอาจารย์) งดเนื้อสัตว์วันละ ๑ มื้อ (หวังซื่อไฉ่) คุณหนูจะเป็นเด็กดีได้อย่างไร (ดร.ไชย ณ พล) สุภาษิต (ครูบาพรหมา พรหมฺจกฺโก) สมาธิเบื้องต้น (พุทธทาสภิกขุ) เข้าวัดทำไม (ขยสาโร ภิกขุ) เคล็ดลับวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งและดี (ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์) ทันโลก-ทัน (พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ) กฎแห่งกรรม (ทับทิม บุญยรัตนพันธ์) ฯลฯ
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังกล่าวว่า การทำความดีทุกอย่าง ล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้น วิธีทำบุญจึงแบ่งออกเป็น ๑๐ วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ประกอบด้วย ๑.ทาน คือ การบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้ ๒.ศีล คือ การสำรวมกายวาจาใจให้สงบเรียบร้อยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ๓.ภาวนา คือ การสวดมนต์ทำสมาธิอ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ ๔.อปจายนะ คือ การมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม
๕.ไวยยาวัจจะ คือ การช่วยเหลือขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖.ปัตติทานะ คือ การอุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่น ๗.ปัตตานุโมทนา คือ การอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ ๘.ธัมมัสสวนะ คือ การฟังธรรม ๙.ธัมมเทสนา คือ การแสดงธรรม ๑๐.ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง ดังนั้น แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันได้ด้วยการมุ่งทำความดีทั้ง ๑๐ ประการนี้
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ต้องการหนังสือธรรมะเอาไว้ขัดเกลาเยาวชนที่จะเติบโตพัฒนาชาติให้มีคุณธรรม มีหลักธรรมประจำใจ ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ๖๘ ซอยโชติวัฒน์ ๑ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ โทร.๐-๒๙๑๓-๒๘๘๘ โทรสาร ๐-๒๕๘๗-๖๒๖๗
อานิสงส์จากการสร้างหนังสือ
ดังมีใจความว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้า มีความประสงค์ว่า จักทูลถามพระพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกัน แก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอานุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่างๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย
ต่อแต่นั้น ก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลาย ที่ได้พบเห็น ทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้เป็นต้น ดูกร ท่านสารีบุตร เมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้าจะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แลก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้
</TD></TR></TBODY></TABLE>
รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina อีกด้วย
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังเป็นนักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่เข้าสู่แวดวงธรรมะมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แล้วยังได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะฉบับพกพามาแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม
สุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ชีวิตช่วงหนึ่งเหมือนหลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้ก็คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราได้เข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เนื่องจากมีปัญหาชีวิตมากมาย เพราะว่าเมื่อไรชีวิตเราไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้จึงมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ชีวิตช่วงนั้นทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนั้นเลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ
กระทั่งวันหนึ่ง ทำงานเกิดความทุกข์ใจ สายตาได้เหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พอได้อ่านจบก็มีความรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า "สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรก ที่ทำให้ศึกษาธรรมะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย และมาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่ได้พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำหนังสือแจกเป็นธรรมทาน ทุกวันนี้ลูกน้องทุกคนจะร่วมกันบริจาคเงินทำบุญ และสลับกับการไปซื้อปลาเพื่อนำไปปล่อยทุกวัน เพื่อขจัดความตระหนี่ของตัวเอง" นี่เป็นผลแห่งความสุขจากการทำบุญ
สำหรับหนังสือที่จัดพิมพ์เป็นธรรมทาน ได้แก่ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา (ดร.ไชย ณ พล) เพิ่มสุขลดสุก (๑๘ พระอาจารย์) งดเนื้อสัตว์วันละ ๑ มื้อ (หวังซื่อไฉ่) คุณหนูจะเป็นเด็กดีได้อย่างไร (ดร.ไชย ณ พล) สุภาษิต (ครูบาพรหมา พรหมฺจกฺโก) สมาธิเบื้องต้น (พุทธทาสภิกขุ) เข้าวัดทำไม (ขยสาโร ภิกขุ) เคล็ดลับวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งและดี (ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์) ทันโลก-ทัน (พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ) กฎแห่งกรรม (ทับทิม บุญยรัตนพันธ์) ฯลฯ
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังกล่าวว่า การทำความดีทุกอย่าง ล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้น วิธีทำบุญจึงแบ่งออกเป็น ๑๐ วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ประกอบด้วย ๑.ทาน คือ การบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้ ๒.ศีล คือ การสำรวมกายวาจาใจให้สงบเรียบร้อยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ๓.ภาวนา คือ การสวดมนต์ทำสมาธิอ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ ๔.อปจายนะ คือ การมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม
๕.ไวยยาวัจจะ คือ การช่วยเหลือขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖.ปัตติทานะ คือ การอุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่น ๗.ปัตตานุโมทนา คือ การอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ ๘.ธัมมัสสวนะ คือ การฟังธรรม ๙.ธัมมเทสนา คือ การแสดงธรรม ๑๐.ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง ดังนั้น แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันได้ด้วยการมุ่งทำความดีทั้ง ๑๐ ประการนี้
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ต้องการหนังสือธรรมะเอาไว้ขัดเกลาเยาวชนที่จะเติบโตพัฒนาชาติให้มีคุณธรรม มีหลักธรรมประจำใจ ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ๖๘ ซอยโชติวัฒน์ ๑ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ โทร.๐-๒๙๑๓-๒๘๘๘ โทรสาร ๐-๒๕๘๗-๖๒๖๗
อานิสงส์จากการสร้างหนังสือ
ดังมีใจความว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้า มีความประสงค์ว่า จักทูลถามพระพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกัน แก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอานุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่างๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย
ต่อแต่นั้น ก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลาย ที่ได้พบเห็น ทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้เป็นต้น
ดูกร ท่านสารีบุตร เมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา
ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้าจะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แลก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้ 0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
-->http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/2901_copy5.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10887.php)
นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss
รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina อีกด้วย
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังเป็นนักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่เข้าสู่แวดวงธรรมะมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แล้วยังได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะฉบับพกพามาแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/2902_copy4.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10888.php)
สุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ชีวิตช่วงหนึ่งเหมือนหลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้ก็คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราได้เข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เนื่องจากมีปัญหาชีวิตมากมาย เพราะว่าเมื่อไรชีวิตเราไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้จึงมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน ชีวิตช่วงนั้นทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนั้นเลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ http://www.komchadluek.net/2006/11/29/images/5963910low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/11/29/photo_10901.php)
กระทั่งวันหนึ่ง ทำงานเกิดความทุกข์ใจ สายตาได้เหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พอได้อ่านจบก็มีความรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า "สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรก ที่ทำให้ศึกษาธรรมะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย และมาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่ได้พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำหนังสือแจกเป็นธรรมทาน ทุกวันนี้ลูกน้องทุกคนจะร่วมกันบริจาคเงินทำบุญ และสลับกับการไปซื้อปลาเพื่อนำไปปล่อยทุกวัน เพื่อขจัดความตระหนี่ของตัวเอง" นี่เป็นผลแห่งความสุขจากการทำบุญ
สำหรับหนังสือที่จัดพิมพ์เป็นธรรมทาน ได้แก่ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา (ดร.ไชย ณ พล) เพิ่มสุขลดสุก (๑๘ พระอาจารย์) งดเนื้อสัตว์วันละ ๑ มื้อ (หวังซื่อไฉ่) คุณหนูจะเป็นเด็กดีได้อย่างไร (ดร.ไชย ณ พล) สุภาษิต (ครูบาพรหมา พรหมฺจกฺโก) สมาธิเบื้องต้น (พุทธทาสภิกขุ) เข้าวัดทำไม (ขยสาโร ภิกขุ) เคล็ดลับวิธีเลี้ยงลูกให้เก่งและดี (ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์) ทันโลก-ทัน (พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ) กฎแห่งกรรม (ทับทิม บุญยรัตนพันธ์) ฯลฯ
นอกจากนี้ สุวิทย์ ยังกล่าวว่า การทำความดีทุกอย่าง ล้วนได้ผลออกมาเป็นบุญทั้งสิ้น วิธีทำบุญจึงแบ่งออกเป็น ๑๐ วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ประกอบด้วย ๑.ทาน คือ การบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้ ๒.ศีล คือ การสำรวมกายวาจาใจให้สงบเรียบร้อยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ๓.ภาวนา คือ การสวดมนต์ทำสมาธิอ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ ๔.อปจายนะ คือ การมีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม
๕.ไวยยาวัจจะ คือ การช่วยเหลือขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖.ปัตติทานะ คือ การอุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่น ๗.ปัตตานุโมทนา คือ การอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ ๘.ธัมมัสสวนะ คือ การฟังธรรม ๙.ธัมมเทสนา คือ การแสดงธรรม ๑๐.ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การปรับปรุงความเห็นของตนให้ถูกต้อง ดังนั้น แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันได้ด้วยการมุ่งทำความดีทั้ง ๑๐ ประการนี้
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ต้องการหนังสือธรรมะเอาไว้ขัดเกลาเยาวชนที่จะเติบโตพัฒนาชาติให้มีคุณธรรม มีหลักธรรมประจำใจ ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ๖๘ ซอยโชติวัฒน์ ๑ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ โทร.๐-๒๙๑๓-๒๘๘๘ โทรสาร ๐-๒๕๘๗-๖๒๖๗
อานิสงส์จากการสร้างหนังสือ
ดังมีใจความว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้า มีความประสงค์ว่า จักทูลถามพระพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกัน แก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอานุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่างๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย
ต่อแต่นั้น ก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลาย ที่ได้พบเห็น ทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนี้เป็นต้น ดูกร ท่านสารีบุตร เมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้าจะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แลก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้
</TD></TR></TBODY></TABLE>