PDA

View Full Version : ประสบการณ์การทดลอง เดิน ทะลุกำแพง


WebSnow
09-10-2004, 07:48 AM
มาเล่าให้ฟังเฉยๆ

กสินอากาส
ผมไม่แน่ใจว่าผมได้กสินกองนี้จากอะไร แต่จำได้ว่า
เวลาเข้าสมาธิแล้ว คล้ายรู้สึกจะมองทะลุหนังตาได้
เวลานอนสมาธิจะมีช่วงหนึ่ง รู้สึกมองทะลุปลุโปร่งเห็นท้องฟ้าว่างเปล่า เป็นประจำ อันนี้เกิดขึ้นเอง
และบางทีนึกถึงว่าเราเคยนอนมองท้องฟ้าเล่นก็เลยนึกถึงแล้วเอามาเพ่ง
-------------



1 มองผ่านแท่งอิฐ ในสมาธิได้
นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้งานกสินอากาส ตอนใช้ทิพย์จักษุ_าณ ได้มองเห็นอะไรต่างๆ แต่มีช่วงหนึ่งมองเห็นแท่งอิฐ
เป็นลวดลายบังอยู่ผมก็เลยกำหนดให้มองผ่าน แล้วก็สามารถมองผ่านได้ แล้วเห็น หลวงปู่มั่นและพระองค์อื่นๆ

2 เยือนนรก หนีนรกลอยทะลุผ่านกำแพงได้
ตอนถอดจิตไปเที่ยวนรกมีคนไล่จับผมก็เลยหนีแต่ไปเจอกำแพงก็เลยกำหนดจิตให้กำแพงเป็นที่ว่างก็เลยลอยทะลุกำแพงนั้นได้

3 เดินทางไปอดีต แล้วเอาหน้าตัวเองผ่านฝาบ้านได้
เดินทางไปอดีตที่บ้านตัวเอง ตอนจะมองบ้านเพื่อนบ้านผมขี้เกียจเดิน ผมก็เลยเอาหน้าตัวเองยื่นทะลุฝาบ้านตัวเองได้โดยกำหนดให้กำแพงเป็นที่ว่าง

4 เอามือจิ้มฝาบ้าน
อันนี้ผมลองกำหนดให้ผนังบ้านอ่อนแล้วเอามือไปจิ้มดู มือสามารถจิ้มลงไปในผนังบ้านได้พอพลังหมด มือผมจะค่อยๆเลื่อนออกมาจากผนังบ้านเอง
ถ้าไม่กำหนดกสิน จะไม่สามารถเอามือไปจิ้มได้เพราะผนังบ้านเป็นของแข็ง


5 ถอดจิตเดินผ่านประตูบ้านที่ปิดอยู่ เมื่อ 21 ก.ย. 45
ทดลองครั้งครั้งที่1 เดินเอาหัวไปชนประตูบ้านที่ปิดอยู่ เดินไม่ผ่าน เพราะไม่ได้กำหนด
ทดลองครั้งครั้งที่2 ลืมตาแล้วเพ่งประตูให้เป็นที่ว่าง แต่ทำไม่ได้ และเดินไม่ผ่าน
ทดลองครั้งครั้งที่3 ผมถอยหลังเดินออกมาแล้วหลับตา กำหนดจิตว่าประตูคือที่ว่าง
และก็หลับบตาเดินไปเอาหัวผ่านไปก่อนแล้วลืมตาดู เห็นว่าหัวเราได้ทะลุผ่านประตูได้
ผมก็เลยเอาตัวตามเข้าไปในประตูแล้วนั่งลงตรงกลึ่งกลางประตูพอดี และก็เอาแขนข้างขวาเลื่อนเข้าเลื่อนออก ทะลุที่ประตูได้
ผมเอามือไปลองแตะ ที่ผาบ้านข้างๆประตู กะว่าจะเอามือจิ้มลงไป แต่จิ้มทะลุไม่ได้ มือเราผ่านทะลุได้เฉพาะประตูที่เรากำหนดไว้
ผมสังเกตเห็นประตูว่า ก็ยังเป็นประตูอยู่เหมือนเดิมไม่ใช่ที่ว่าง แต่เราสามารถเอามือผ่านทะลุได้ เวลาเอามือออกจากประตูจะไม่มีเศษประตูติดมาที่มือเลย
และประตูไม่มีลอยโหว่จะคงสภาพเดิม เวลาเอามือไปจิ้มประตูจะเป็นคล้ายๆเราเอามือจิ้มลงไปในน้ำเห็นรอยน้ำแยกตามมือ และรอยน้ำสนิทดังเดิมเมื่อเราเอามืออกมา
แต่ต่างกันที่จะไม่มีอะไรเหลือติดมือมาเลย ถ้าเป็น้ำจะมีเศษน้ำติดมือมา

สนุกดี ผมคิดว่าถ้าทำด้วยกายเนื่อได้ก็ดีเลย จะได้ทำให้คนดูเพื่อเป็นการพิสูจน์



************************************
แก้ไขเมื่อ 21 ก.ย. 45 01:39:06

paramitra
17-07-2005, 10:18 PM
ผมจะคอยติดตามผลการทดลองคุณนะ ถ้าทำได้ ผมเองก็อยากทำให้ได้มั่ง แต่ตอนนี้ขอหัดเดินก่อนนะครับ แฮ่ๆ
เรื่อง ถอดกายทิพย์ผ่านประตูนี่ กายทิพย์ยังเดินชนประตูได้ด้วยหรอครับ

Vayokasinung
21-07-2005, 04:11 AM
การฝึกกสิณอากาศฝึก นานแค่งไหน ฝึกอย่าไรคับ
ตอนผมฝึกกสิณสีขาว ตอมหลับตาเห็นแต่วงกลมสีดำตลอดเลยคับ
จะทำให้เป็นวงกลมสีขาวจะทำอย่างไรคับ ผมเห็นอยู่ประมาณเกือบๆนาที
แล้วภาพก็เคลื่อน ทำไมถึงเคลื่อนแล้วหายไปล่ะคับ

นาคาคีรี
28-07-2005, 03:02 PM
เก่งจังเลย สอนมั่ง ทำได้กายเนื้อหรือกายทิพย์ครับ

นาคาคีรี
28-07-2005, 03:03 PM
เพราะถ้าเป็นกายทิพย์ ผมว่าก็ยังไม่แปลกเท่าไหร่นะครับ

Vayokasinung
30-07-2005, 04:22 AM
จะเอากายทิพย์ไปทำไมเรออยากเป็นผู้วิเศษเหรอ

Vayokasinung
30-07-2005, 04:23 AM
ไม่ได้ว่าคับแอยากถาม...คุณรู้วิธีฝึกกายทิพย์มั๊ยล่ะ

องค์เทพ
01-08-2005, 09:24 AM
แปลกดีครับ.......

paramitra
05-09-2005, 10:18 PM
สงสัยครับ ใครก็ได้ช่วยตอบหน่อย

กายทิพย์นี่ยังเดินชนประตูได้ด้วยเหรอครับ

ถ้ายังงั้น เวลาเราใช้กายทิพย์ เปิดประตู ประตูจริงๆจะเปิดด้วยหรือเปล่า

ถ้าต้องเปิดจริงๆ งั้นกายทิพย์ก็ไปไหน ทำอะไรไม่ได้กว่ากายปกติสินะครับ เหาะไม่ได้ถ้าไม่มีกสินลม

surapong2you
19-09-2005, 10:38 PM
ผมเคยลองนั่งเพ่งเปลวเทียน ภาพติดตาไปเป็นวันๆเลยครับ
มันจะไม่เหมือนเราจ้องดวงอาทิตย์นะครับ ถ้าจ้องดวงอาทิตย์จะแค่ตาพร่าเท่านั้น แต่ถ้าเห็นก็คือเป็นรูปดวงอาทิตย์เหลืองๆเลยไม่ใช่แบบตาพร่า มันไม่เหมือนกันครับ เปลวเทียนที่ผมเห็นนั้นมันเป็นรูปเทียนเลย เหลืองๆเลยครับ ทีแรกๆนะมันจะเป็นตาพร่าก่อนเห็นรูป รีๆสีนำเงิน หรือสีเวลาที่คุณตาพร่ามัวน่ะครับ แล้วภาพเปลวเทียนเหลืองๆมันจะให้เห็นแว้ปๆเท่านั้น พอเพ่งไปนานๆเข้ามันจะเห็นนานขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นจนจำได้ตลอดทั้งวันเลย หลับตานึกเมื่อไหร่เห็นเมื่อนั้นเลยครับ แต่วันนี้ลืมไปแล้ว???

Luthorcorp
14-10-2005, 09:07 AM
อ่านแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าคุณทำได้มากมายขนาดนี้ น่าจะระดับน้องๆเกจิอาจารย์เลยนะครับ แต่ผมว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณยังเป็นแค่มนุษย์ที่ติดกับเสื้อผ้า อาภรณ์ รองเท้า เครื่องแต่งกาย และยึดติดกับวัตถุอยู่ แม้แต่คอมพิวเตอร์

njaimprasert
17-10-2005, 10:41 PM
อ่านแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าคุณทำได้มากมายขนาดนี้ น่าจะระดับน้องๆเกจิอาจารย์เลยนะครับ แต่ผมว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณยังเป็นแค่มนุษย์ที่ติดกับเสื้อผ้า อาภรณ์ รองเท้า เครื่องแต่งกาย และยึดติดกับวัตถุอยู่ แม้แต่คอมพิวเตอร์

พูดมีเหตุผลน่าเชื่อถือมากครับ
พระพุทธเจ้าสอนในเรื่องความเขื่อว่าไงครับ นั่นแหละ สิ่งที่แท้จริง
ไม่ใช่ลบหลู่หรือไม่เชื่อนะครับถ้าเห็นกับตาผมก็ยอมรับ

firstjit
04-11-2005, 06:46 PM
ตอนนั้นเคยนั่งเพ่งเทียนอยู่ พอหลับตาอยู่ดีๆก็เห็นเป็นรูปดอกบัวสีทองเปล่งรัศมีออกมา พอเห็นไม่นานเทียนก็ดับ แล้วไม่นานภาพนั้นก็หายไป อยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นครับ เสียดายอยากเห็นนานๆ

xlmen
04-11-2005, 11:10 PM
โดยเฉพาะถ้าคิดจะแสดงอิทธิฤทธิ์ในกสิณจริง คุณไม่ต้องถอดกายทิพย์เดินทะลุกำแพงหลอกครับ...หลวงพ่อฤาษีท่านยังเดินบนผิวน้ำด้วยกายเนื้อได้เลย จะไปถอดให้มันยุ่งทำไม กสิณ กับฌาณ 4 หนะมีกำลังพออยู่แล้วที่จะทำสิ่งนี้ได้ ระวังจะกลายเป็นโมฆะบุรุษเพราะความอยากโชว์นะครับ

notme
29-11-2005, 06:57 PM
เอ่อ จะถามใครได้บ้างหละครับว่าการเพ่งกสินนี่ ใช้แบบนึกจินตนาการเอาเองได้ป่าว ถ้าเพ่งไปนานๆแล้วภาพที่เพ่งไม่เหมือนเดิมใช้เพ่งจินตนาการไปเรื่อยจะเป็นผลดีและถูกทางป่าวครับ

ชา ใคร่รู้
29-11-2005, 07:41 PM
เป็นแนวทางที่แปลกดีนะครับ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่ามีคนใช้วิธีแบบนี้ด้วย อาจจะเป็นการฝึกอารมณ์จิตให้ชินกับการใช้อภิญญาก็ได้ แต่ตราบใดที่ไม่อาจทำได้ด้วยกายเนื้อก็ยังไม่ใช่อิทธิฤทธิ์อยู่ดี ยังไงผมก็จะรอดูการทดลองของคุณต่อไปครับ ถ้ามีความตั้งใจจริงที่เป็นกุศลคุณต้องได้พบกับความสัมเร็จอย่างแน่นอนครับ

stefa
19-12-2005, 04:00 PM
นักแต่งนวนิยาย นักสร้างหนัง การ์ตูน

เวลาเข้าสมาธิก็สามารถจินตนาการได้ในรูปแบบเดียวกัน

ทำให้มีพล็อตเรื่องต่างๆนานาออกมา

stefa
19-12-2005, 04:04 PM
จิตมีแนวมุขตลก

หนังในจินตนาการก็ออกแนวตลก

จิตแนวบู๊สู้รบ

ภาพที่ออกมาก็จะฟาดฟันกันน่าดู

ถ้าจิตเน้นแนวอยากทดลองพลังจิตต่างๆ

ภาพที่ได้ก็จะได้ตามแนวข้างบนนี้

ตากับสมองเมื่อเชื่อมกันสนิท

สร้างภาพได้เองโดยอัตโนมัติ

stefa
19-12-2005, 04:06 PM
บางครั้งภาพที่ได้อาจจะไม่ออกที่ตา

แต่ออกที่สมองคือสมองเหมือนเครื่องบันทึกเทป

ตัวอย่างเช่นเวลาเราหิวก่อนที่จะถึงเวลาอาหาร

เราก็จินตนาการก่อนว่าเอ๋

stefa
19-12-2005, 04:08 PM
เดี๋ยวเราจะกินอะไรดีนะ

ภาพอาหารที่อยากกินก็จะลอยออกมาเป็นจาน

ภาพที่ได้อาจจะมีหลายมิติ

อยู่ที่ความหิวมากหิวน้อย

ซึ่งก็คือความตั้งใจนี่เอง

ศิษย์น้อย
06-01-2006, 12:23 PM
ส่วนใหญ่ ก็เล่าๆ สู่กัน ฟัง คงไม่อวดอุตริฯ หรอกนะครับ ... ถือว่า พระโยควจร(บางท่านอาจจะพระอริยะ) มาสนทนาแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติกัน....


พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ก็ได้ สอนให้ลองใช้กสิณเหล่านี้ เพื่อเป็นการตรวจสอบกสิณ นับว่าไม่ได้ขัดแนวปฏิบัติแต่อย่างไร

แต่อย่างไรเสีย เราก็ไม่ควรให้ผู้อื่นเห็นนะครับ

พลรัฐ
17-03-2006, 09:25 PM
ต้องพิสูจน์เลยดีกว่า โดยยึดตามแนว วิสุทธิมรรค และใช้หัวใจแห่งการปฏิบัติตามแนวทางของท่านที่ได้แล้วประกอบการปฏิบัติ จะได้หมดสงสัย เรียกว่าหาคำตอบด้วยการปฏิบัติจริง

เริ่ม ต้น กสิณไฟ เขาให้ดูแสงเทียน ก็ดูเฉพาะแสงสีของเปลวเทียน ว่ามีลักษณะเป็นสีเหลืองและร้อนมีอาการเผาไหม้ จำลักษณะให้ได้ จำได้แล้ว หลับตา หายไป ดูใหม่ จนกว่าจะจำได้ ไม่ได้ไม่เลิกได้ไหม? หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร มันเป็นไปเอง จะได้รู้เพื่อพิสูจน์(เอาจริง เอาจัง ตั้งใจจับภาพ และลักษณะ คุณสมบัติของไฟ ให้ได้ มีเพียงนี้....หลังจากนั้นเป็นผลที่เกิด....)

อหิงสะกะ
21-03-2006, 07:59 PM
ผมว่ากายทิพย์น่าจะทะลุกำแพงได่อยู่แล้วไม่ต้องใช้อารมณ์กสิณช่วย ผมสงสัยว่าคุณอาจจะโดนอุปทานกินเข้าแล้วนะครับ กสิณสามารถใช้กับกายเนื้อได้นี่ครับ ไม่ลองทำกับกายเนื้อดูหละ

WebSnow
10-04-2006, 02:20 AM
สงสัยครับ ใครก็ได้ช่วยตอบหน่อย

กายทิพย์นี่ยังเดินชนประตูได้ด้วยเหรอครับ

ถ้ายังงั้น เวลาเราใช้กายทิพย์ เปิดประตู ประตูจริงๆจะเปิดด้วยหรือเปล่า

ถ้าต้องเปิดจริงๆ งั้นกายทิพย์ก็ไปไหน ทำอะไรไม่ได้กว่ากายปกติสินะครับ เหาะไม่ได้ถ้าไม่มีกสินลม

ถ้าเอากายทิพย์เทียบประตูบนมิติของโลกเรา กายทิพย์สามารถเดินผ่านได้เลยโดยไม่ต้องกำหนดกสินใดๆ

ถ้าเกิดว่าเราถอดจิตออกไปแล้วมีประตูอยู่เป็นมิติเดียวกับกายทิพย์ ถ้าเราเอามือไปจับประตูจะพบว่าประตูเป็นของแข็ง ไม่สามารถเดินผ่านได้ จะต้องใช้กสินเปลี่ยนสถานะของประตู จึงจะเดินทะลุได้

กายทิพย์ไม่สามารถเหาะได้ก็มี เหาะได้ก็มี ให้สังเกตุว่าตอนเรากำลังฝัน บางครั้งเราก็เหาะได้ บางครั้งเราเหาะไม่ได้.....กายในความฝันเราคือกายทิพย์
ถ้าคนไหนฝึกกสินลมมา แม้ในฝันก็เหาะได้

บางภพภูมิพอไปเกิดที่นั่นก็สามารถเหาะได้เองเลยไม่ต้องใช้กสินลม
บางภพภูมิก็เหาะไม่ได้ เช่น นรกและภพอื่นๆ

WebSnow
10-04-2006, 02:24 AM
การฝึกกสิณอากาศฝึก นานแค่งไหน ฝึกอย่าไรคับ
ตอนผมฝึกกสิณสีขาว ตอมหลับตาเห็นแต่วงกลมสีดำตลอดเลยคับ
จะทำให้เป็นวงกลมสีขาวจะทำอย่างไรคับ ผมเห็นอยู่ประมาณเกือบๆนาที
แล้วภาพก็เคลื่อน ทำไมถึงเคลื่อนแล้วหายไปล่ะคับ

ถ้าอาการแบบนี้ ให้ลองฝึกกสินแสงสว่างก่อน ฝึกกองเดียวให้ได้แล้วค่อยย้ายไปอย่างอื่น

กสิน คือใช้จิตนึกเอา ไม่ใช้ตามอง ถ้าใช้ตามองจะเป็นภาพดำๆ
เรื่องกสินหาอ่านได้ที่ห้องอภิญญา

WebSnow
10-04-2006, 02:35 AM
อ่านแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าคุณทำได้มากมายขนาดนี้ น่าจะระดับน้องๆเกจิอาจารย์เลยนะครับ แต่ผมว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณยังเป็นแค่มนุษย์ที่ติดกับเสื้อผ้า อาภรณ์ รองเท้า เครื่องแต่งกาย และยึดติดกับวัตถุอยู่ แม้แต่คอมพิวเตอร์

ที่ผมทำได้นั้นไม่ถึงกับระดับน้องเกจิ..

คุณทราบไหมว่า ผู้ทรงอภิญญา5 แบบเสดงฤทธิ์ผ่านกายเนื้อ
มีลูกมีเมียได้ เป็นคนธรรมดาได้ แบบนี้ยากกว่ากว่าของผมทำ คือ ใช้กสินกำลังญาณ ๔...

แล้วที่ยากกว่านั้น ระดับ อริยะเ ก็เป็นคนธรรมดาได้ ถือศิล5
มีตั้งระดับ โสดาบัน - สกิทาคามี - อนาคามี - ส่วนระดับ อรหันต์เป็นได้ 7 วัน

WebSnow
10-04-2006, 02:56 AM
โดยเฉพาะถ้าคิดจะแสดงอิทธิฤทธิ์ในกสิณจริง คุณไม่ต้องถอดกายทิพย์เดินทะลุกำแพงหลอกครับ...หลวงพ่อฤาษีท่านยังเดินบนผิวน้ำด้วยกายเนื้อได้เลย จะไปถอดให้มันยุ่งทำไม กสิณ กับฌาณ 4 หนะมีกำลังพออยู่แล้วที่จะทำสิ่งนี้ได้ ระวังจะกลายเป็นโมฆะบุรุษเพราะความอยากโชว์นะครับ

ที่จะเรียกว่าได้กสิน คือ ต้องสามารถแสดงฤทธิ์กสินในฌาณ๔ หรือสามารถแสดงผ่านกายเนื้อได้

"หลวงพ่อฤาษีท่านยังเดินบนผิวน้ำด้วยกายเนื้อได้เลย จะไปถอดให้มันยุ่งทำไม "

เอามาเทียบกันไม่ได้ ความสามารถไม่เท่ากัน

เหมือนกับผมบอกว่า Bill Gates ยังเป็นนักคอมพิวเตอร์ที่ประสบความสำเร็จแล้วรวยที่สุดในโลกได้เลย...
หรือเหมือนกับ พระพุทธเจ้า ทรงรู้ทุกอย่างได้เลย... ?

"จะไปถอดให้มันยุ่งทำไม "
ขอผมถนัดถอดจิตและถอดได้อยู่ก่อนหน้า ก็เลยทำอะไรที่ตนเองถนัดก่อน

การทดลองฤทธิ์ของกสินในขณะถอดจิต จะทำได้ง่ายกว่ากายเนื้อ เพราะว่าไม่ต้องใช้กำลังฌาณสูงมาก

ใช้วิธีเดียว แต่ใช้กำลังฌาณต่างกัน

----------------------------------
เรื่องโชว์ไม่โชว์ ผมเคยสงสัย และเคยนถกเถียงกันทาง webboard..
แล้วไปอ่านหนังสืออภิญญา พบหลวงพ่อบอกว่า คนธรรมดาทำได้ทุกอย่างอยู่ในขอบข่ายศิล 5...ส่วนพระห้ามโชว์ผิดศิล...

ถ้าโชว์เพื่อเป็นธรรมทาน เพื่อให้คนเกิดปัญญา แบบนี้ควรโชว์
แต่ถ้าโชว์แบบว่าอวดว่าตัวเก่ง ตัววิเศษเพื่อลาภยศสรรสรร แบบนี้ไม่ควรโชว์

WebSnow
10-04-2006, 02:59 AM
เอ่อ จะถามใครได้บ้างหละครับว่าการเพ่งกสินนี่ ใช้แบบนึกจินตนาการเอาเองได้ป่าว ถ้าเพ่งไปนานๆแล้วภาพที่เพ่งไม่เหมือนเดิมใช้เพ่งจินตนาการไปเรื่อยจะเป็นผลดีและถูกทางป่าวครับ

กสินเป็นการนึกเอาไม่ใช่ตามองเพ่ง
จินตนาการไปเรื่อยๆไม่ดี เพระว่าจะไม่เป็นกสิน
กสินควรจินตนาการภาพเดียว เพื่อให้จิตนิ่งและมีกำลัง

WebSnow
10-04-2006, 03:08 AM
เป็นแนวทางที่แปลกดีนะครับ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่ามีคนใช้วิธีแบบนี้ด้วย อาจจะเป็นการฝึกอารมณ์จิตให้ชินกับการใช้อภิญญาก็ได้ แต่ตราบใดที่ไม่อาจทำได้ด้วยกายเนื้อก็ยังไม่ใช่อิทธิฤทธิ์อยู่ดี ยังไงผมก็จะรอดูการทดลองของคุณต่อไปครับ ถ้ามีความตั้งใจจริงที่เป็นกุศลคุณต้องได้พบกับความสัมเร็จอย่างแน่นอนครับ

ใช่แล้วครับ

ตอนนี้เป็นเมหือนการซ้อมๆไว้สำหรัยของจริง

ข้อดีของแบบนี้ คือ
1. ทำตามกำลังของตัวเอง ทำให้รู้เห็นผลไว ถ้ารอให้ได้ฌาณ๔แล้วลองฤทธิ์นี่อาจจะนาน

2. ทำให้ทราบเรื่องฤทธิ์ได้บ้างโดยใช้กำลังฌาณไม่มาก เห็นผลแบบออกแรงน้อย

3. กสินอะไรต่างๆที่ฝึกตอนถอดจิต ในวันข้างหน้าจะสามารถเอามาใช้ทางกายเนื้อได้เพราะว่าเป็นวิธีเดียวกัน แต่อาศัยกำลังฌาณต่างกัน

4.ใช้ฤทธิ์ในขณะกายทิพย์จะปลอดภัยกว่า ลดควาเสี่ยงกว่ากายเนื้อ

-เช่น ฝึกกสินลมด้วยการเหาะ ถ้าเหาะหล่นลงมา ไม่ตายและกายไม่บาดเต็บเพราะว่าเป็นกายทิพย์
แต่ถ้าเป็นกายเนื้อ ถ้าเหาะหล่นลงมาอาจจะตายหรือพิการได้
-กสินไฟ ผมเคยกำหนดกสินไฟแล้วพลาดลุกม่วยไหม้หมู่บ้านรอบๆ แต่โชคดีที่ไม่ใช่บนโลกเรา............
-กสินกากาศดำดินหรือเดินทะลุกำแพง ถ้าหมดฤทธิ์กสินระหว่างดำดิน ตัวเองออกมาไม่ได้ก็ตายอยู่ในนั้น

แคท
10-04-2006, 03:09 AM
ขออนุโมทนา
...........
ดิฉัน ปฎิบัต กรรมฐานสี
พยายามรักษาศีลห้าให้บริสุทธ์
หากมีโอกาส -ถือศีลแปด ที่วัด
และเท่าที่สังเกตุ
หากนั่งเจริญสติ ที่วัด จะเห็น ภาพ จาก ตาที่สามได้ชัดมาก
ไม่ ขมุกขมัว เหมือน อยู่บ้าน
พระอาจารย์ ท่าน เตือนสติ
ขณะนี้ จิต มี ฤทธิ์ อย่าคิด ไม่ดี
เพราะ อยู่ครั่งหนึ่ง ท้องฟ้ามืด มาก
เลย คิดในใจ ..ใจคอ จะให้เห็นแสงแดด เลยหรือไง
ไม่ถึงนาที แดดส่งตรง มา ตรงที่เรานั่งสมาธิ
พระอาจารย์ ท่านเตือน อย่าคิดไม่ดี แลวนะ โยม
แล้ว อย่า นึกคิด บ่อยๆๆ
ได้แล้ว อย่า หลง อย่าเหลิง

...
อย่าปฏิบัติ อยู่
ยังอยู่ในทางโลก เช่นกัน
มีครอบครัว ลูกที่ต้องดูแล

WebSnow
10-04-2006, 03:14 AM
ผมว่ากายทิพย์น่าจะทะลุกำแพงได่อยู่แล้วไม่ต้องใช้อารมณ์กสิณช่วย ผมสงสัยว่าคุณอาจจะโดนอุปทานกินเข้าแล้วนะครับ กสิณสามารถใช้กับกายเนื้อได้นี่ครับ ไม่ลองทำกับกายเนื้อดูหละ

ตอบแล้ว
http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=227367&postcount=25

ง่ายสุด........เคยสังเกตุไหม ทำไมกายทิพย์ในฝัน ทำไมเดินผ่านทะลุกำแพงไม่ได้ ?

กสินใช้กับกายเนื้อได้ ต้องอาศัยกำลังของฌาณ๔

โปเต้ผู้ใฝ่ธรรม
24-10-2007, 07:52 PM
โอ้วยิ่งกว่าเดวิดคอปเปอร์ฟิว
เมื่อไรจะไปเดินทะลุกำแพงเมืองจีนบ้างอ่ะครับ
หรือถ้าไกลไปขอกำแพงกรุงศรีอยุธยาเนี่ยแหละในบ้านในเมืองตัวเอง

Innocent Child
09-01-2008, 05:56 PM
ถ้าฝึกได้จริงๆ ผมก็จะขอลองฝึกดูด้วยคนนะครับ ตอนนี้กำลังหาข้อมูลอยู่ครับ

เด็กโชว์พาว
09-01-2008, 06:45 PM
ไม่เป็นไรหรอกครับเอามาให้คนในเว็บดูดีแล้วครับ เผื่อคนอื่นจะได้อ่านเป็นความรู้เผื่อจะฝึกได้บ้าง

คุณ วัชรพงษ์
20-03-2008, 10:54 AM
การทำกสิณ ใข้สัญญาในการทำกสิณ ไม่ใช่นั่งจ้องจนตาจะบอด แล้วให้กำหนดจิตรในสัญญา อย่าปรุงแต่ง ปล่อยไปตามธรรมชาติ การทำกสิณก็คือการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง ถ้าถอดจิตรได้ก็แสดงว่าญาณคุณถึงระดับอภิญญาแล้วสิ นับถือๆ กายทิพย์สามารถทะลุทุกสิ่งได้ไปไหนก็ได้ดั่งสายลม โดยไม่ต้องใช้กสิณช่วย กสิณใช้กับกายเนื้อ ไม่ใช่กายทิพย์ หรือในความฝัน

jamscomcom
28-06-2008, 03:53 PM
ผมว่าฝัน

jamscomcom
28-06-2008, 03:57 PM
มันเกินไปครับ

jamscomcom
28-06-2008, 03:57 PM
รู้สึกว่าท่านจาทำได้ทุกอย่างเลยนะครับ-*-

จื่อหลิง
30-06-2008, 09:40 AM
อ่านแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าคุณทำได้มากมายขนาดนี้ น่าจะระดับน้องๆเกจิอาจารย์เลยนะครับ แต่ผมว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณยังเป็นแค่มนุษย์ที่ติดกับเสื้อผ้า อาภรณ์ รองเท้า เครื่องแต่งกาย และยึดติดกับวัตถุอยู่ แม้แต่คอมพิวเตอร์

ของพวกเนี่ยมันไม่เกี่ยวกันครับมันขึ้นอยู่กับจิตใจของเราครับ ถ้าเรามีใจที่เป็นสมาธิในช่วงเวลาเวลาหนึ่งเราก็สามารถทำได้คับ เพราะจิตเราไม่ยึดติดกับอะไรในช่วงที่จะทำ

จื่อหลิง
30-06-2008, 09:41 AM
ผมว่าฝัน

ขอถามว่าคุณรู้จัก กสิณ หรือปล่าวครับ

YUT_KOP
01-07-2008, 03:20 PM
เรื่องเหาะได้นั้น ในพระไตรปิฏก ก็มีนะ
ผมเคยฟังพระท่านเทศนาให้ว่า
มีพระรูปหนึ่ง ยังไม่บรรลุถึง อรหันต์ผลนะ แต่ได้ ฌาณ4แล้ว
ท่าน เหาะไปในอากาศกับพระเถระ ซึ่งบรรลุอรหันต์ผลแล้ว
เกิดได้เห็นหญิงงามกำลังอาบน้ำ จิตไม่ติดเพียงแค่วูปเดียว สมาธิตกเล็กน้อย
ที่เหาะอยู่ ก็ตกลงมา ทันทีครับ
เนี้ยคือ สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ไว้ดีๆสำหรับผู้ที่ยังติด ในกิเลส ว่าอย่าไปใช้ อธิฤทธิ์ แบบนี้สุ่มสี่สุ่มห้าละครับ ^^

tan64
31-08-2008, 01:28 PM
ผมได้อ่านหรือเห็นกระทู้แนวแบบอย่างนี้เยอะมากครับมีทั่งคนให้กำลังใจและคนที่เข้ามาวิจารย์ว่าผิด ผม มีความเข้าใจว่ามันเป็นความรุ้ความสามารถของต้นในขณะปฏิบัติ แต่ที่สื่อออกมาแนวนี้เป็นสาธารณะโดยที่พูดออกมากเองเนี้ยมีจุดประสงค์ ? รึเปล่าครับ เพราะว่ากระทู้แนวนี้ย่อมมีทั่งคนเห็นด้วยและคนไม่เห็นด้วยและผมเข้าใจว่าเจ้าของกระทู้คงทราบดีแต่เหมือนอยากจะให้คนรู้และยอมรับในสิ่งที่ต้นรู้และเห็นเช่นนั้นว่าเรารู้เราเห็นเราทำได้ ว่าเป็นอย่างนี้เช่นนี้
ผมเองก็มีประสบการฝันแบบเนี้ยคล้ายๆกันบังคับตัวเองได้ด้วยแถมรุ้ตัวเอง ณ ขณะจิตว่าฝันเหาะได้ด้วย สุดท้ายมันก็ตื่นครับเพราะว่ามันคือฝันจะจริงหรือไม่จริงเรื่องบางเรื่องผมว่าไม่ควรจะพูด เรื่องจริงควรพูดเรื่องจริงไม่ควรพูด เรื่องจริงพูดออกมาแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรแต่เพียงแต่ว่าอยากให้คนอื่นยอมรับตัวเองว่ามีคุณวิเศษเช่นนี้ มันคือฝันไม่ใช่ของจริง นะครับ เพราะทุกคนฝันได้แต่ของจริงทำไมได้ทุกคนครับ คนที่ปฏิบัติ โดยไม่ต้องาศัยฝันหรือไปได้จริงมีอยู่แต่เขาก็มิได้จะพูดออกมาสาธารณแบบนี้แค่คุยกันในกลุ่มเฉพาะของเขาเพราะเรื่องแนวนี้ถ้าคุณพูดในเวทีใหญ่สาธารณะคุณคิดว่าจะเป้นอย่างไร
อีก มุม นะครับถ้าคุณไม่ได้บอกว่าฝัน คุณแนะวิธีที่จะเป้นแนวทางของคนที่อยากจะถอดกายทิพย์แล้วคุยกันเป้นแบบกันเองว่าตามประสบการตรงเน้นว่าตรงและจริง คงจะมีคนเสวนาเรื่องนี้ได้ดีกว่านี้ครับไม่ใช่เอาฝันที่ไม่ใช่เรื่องจริงมาเล่าให้คนอื่นฟังในที่สาธารณะ บางคนเขาหัวเราะเอาครับ
ที่กล่าวมาไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่เท่าที่ทราบไครมีความคิดเห็นไม่ตรงกับคุณมีแบนด้วยหรอครับ ถ้าเป้นอย่างนั้นจริงท่านผู้อ่านคงคิดเอาถ้าไม่จริงขอขมาด้วยนะครับ

kamsajja
04-09-2008, 02:01 PM
ด้วยความเคารพ ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ เพราะผมก็ยังฝึกกสิณยังไม่ได้เหมือนกัน
1.เจ้าของกระทู้บอกแล้วว่าเล่าให้ฟังเฉยๆ
2.ผู้ยังไม่เคยฝึกกรรมฐานกองนี้ให้ถ่องแท้ ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นในแนวว่าเป็นไปไม่ได้ จะเชื่อได้หรือไม่ได้ก็ต้องผ่านการพิสูจน์แล้วด้วยตัวเองก่อน
3.ควรรับฟัง พิจารณา และนำข้อมูลมาสอบถามกันเพื่อเป็นแนวทางดีกว่าครับ
เชื่อ-ไม่เชื่อ ได้-ไม่ได้ มี-ไม่มี เป็น-ไม่เป็น ผมก็ไม่พูดแนวนี้หรอกครับ ขอบคุณครับ