NoOTa
26-11-2006, 07:23 PM
<TABLE class=text cellSpacing=0 cellPadding=15 width="85%" border=0><TBODY><TR><TD>http://www.thairath.co.th/2549/newsthairathonline/Nov/library/26/break19.15_1.jpg
วันนี้ ( 26 พ.ย.) มหาวิทยาลัยรังสิต กำหนดจัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2549 โดยปีนี้สภามหาวิทยาลัยรังสิต มีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ แด่มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านแนวคิด ยุทธศาสตร์การบริหารพัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
เมื่อเวลา 11.30 น.มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เสด็จมายังมหาวิทยาลังรังสิต จากนั้นทรงประทับพักผ่อนตามพระอัธยาศัย เสวยพระกระยาหารกลางวัน และทรงเปลี่ยนเครื่องทรงชุดครุยปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และเสด็จไปยังอาคารนันทนาการพร้อมด้วย พล.อ.ต.กำธน สินธวานนท์ นายกสภามหาวิทยาลัย และ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และพระราชทานสุนทรพจน์แก่บัณฑิตที่เข้าร่วมพิธี
มกุฎราชกุมารจิกมี พระราชทานสุนทรพจน์แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยรังสิตว่า ข้าพเจ้ายินดีและเป็นเกียรติที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาให้แก่ข้าพเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนของขวัญที่มีค่าจากใจคนไทยทุกคน ความชื่นชมและความอบอุ่นที่คนไทยให้ข้าพเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่คาดคิดมาก่อน ข้าพเจ้าจะเก็บความรู้สึกที่อบอุ่นของทุกท่านไว้ในความทรงจำและไว้ในใจของข้าพเจ้า ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าอยากจะขอแบ่งปันความคิดและความรู้สึกของข้าพเจ้าแก่ทุกคน ข้าพเจ้ามีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ ได้สังเกตว่าอนาคตของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร จะประสบผลสำเร็จ และมีความยากเย็นแค่ไหน ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้และได้ความรู้จากทั้งประชาชน วัฒนธรรม และประสบการณ์ของประเทศที่ข้าพเจ้าเดินทางไปเยือน
ข้าพเจ้าไม่ใช่คนเก่ง ข้าพเจ้าพยายามจะยืนอยู่บนความคิดและความเป็นเหตุเป็นผล ด้วยการสื่อสารกับผู้คนมากมาย โดยเฉพาะกับเยาวชน ข้าพเจ้าได้พบปะเยาวชนไทยหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขารักประเทศไทย มีความเป็นเอกภาพ และมีความฝันของตนเอง ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่าเยาวชนของภูฏานจะมีคุณสมบัติเหมือนเยาวชนของประเทศไทยด้วย
http://www.thairath.co.th/2549/newsthairathonline/Nov/library/26/break19.15_2.jpg
ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนของไทยแสดงความจงรักภักดี และเสียสละแก่พระมหากษัตริย์และประเทศของตน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาชนคนไทยในการป้องกันประเทศอีกด้วย
ด้วยปรัชญาของประเทศภูฏานที่ให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมประชาชน ซึ่งความสุขมวลรวมนี้เปรียบเสมือนสะพานระหว่างความเติบโตของเศรษฐกิจและคุณค่าในความทัดเทียมกันและความเป็นคน ซึ่งชาวภูฏานทุกคนหวังว่าวันหนึ่งพวกเราจะสามารถเป็นประชาชนของโลกในยุคสมัยนี้ได้
ด้านนายอาทิตย์ กล่าวคำประกาศพระเกียรติคุณ โดยเน้นถึงพระราชกรณียกิจที่สำคัญหลายด้าน เช่น ทรงเป็นประธานทำประชาพิจารณ์ ปรึกษาและให้ความรู้ราษฎรในชนบทเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศชาติและประชาชนในระยะยาว ทรงเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโลกที่เหมาะสมให้เด็กอาศัย โดยทรงย้ำว่า การพัฒนาเด็กแบบเบ็ดเสร็จเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญยิ่ง นอกจากนี้ยังทรงมีพระจริยวัตรอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ กอร์ปด้วยความถ่อมพระองค์ ความนุ่มนวล และไมตรีจิตมิตรภาพ ทำให้ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และต้นแบบอันสูงส่ง ของคนหนุ่มสาวยุคก้าวหน้าในสากล โดยเฉพาะในประเทศไทย
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ถวายการต้อนรับเจ้าชายจิกมี อย่างสมพระเกียรติ โดยจัดทำหนังสืออนุสรณ์ที่ระลึกสำหรับบัณฑิต 3,000 เล่ม มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศภูฏาน ประวัติของเจ้าชายจิกมี พร้อมทั้งได้ประพันธ์เพลง Precious Prince of Hearts หรือเจ้าชายในดวงหฤทัย ถวายเจ้าชายจิกมี โดยบทเพลงได้ขับร้องในช่วงพิธี
สำหรับบรรยากาศเฝ้ารับเสด็จเจ้าชายจิกมี เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจำนวนมากได้มารอรับเสด็จและชื่นชมในพระจริยวัตรอันงดงามตลอดเส้นทางเสด็จ ต่างโบกธงประเทศภูฏาน
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=7 width=780 border=0><TBODY><TR><TD class=font2 style="PADDING-LEFT: 25px" vAlign=top width="44%" bgColor=#e4ffd6>http://www.thairath.co.th/images/newsicon1.jpg ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
http://www.thairath.co.th/images/newsicon2.jpg ตามรอยเสด็จเจ้าชายจิกมี นักท่องเที่ยวแน่นพืชสวนฯ (http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=27938) [26 พ.ย. 49 - 14:19]
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา:ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=27974
วันนี้ ( 26 พ.ย.) มหาวิทยาลัยรังสิต กำหนดจัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2549 โดยปีนี้สภามหาวิทยาลัยรังสิต มีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ แด่มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านแนวคิด ยุทธศาสตร์การบริหารพัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
เมื่อเวลา 11.30 น.มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เสด็จมายังมหาวิทยาลังรังสิต จากนั้นทรงประทับพักผ่อนตามพระอัธยาศัย เสวยพระกระยาหารกลางวัน และทรงเปลี่ยนเครื่องทรงชุดครุยปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และเสด็จไปยังอาคารนันทนาการพร้อมด้วย พล.อ.ต.กำธน สินธวานนท์ นายกสภามหาวิทยาลัย และ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และพระราชทานสุนทรพจน์แก่บัณฑิตที่เข้าร่วมพิธี
มกุฎราชกุมารจิกมี พระราชทานสุนทรพจน์แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยรังสิตว่า ข้าพเจ้ายินดีและเป็นเกียรติที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาให้แก่ข้าพเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนของขวัญที่มีค่าจากใจคนไทยทุกคน ความชื่นชมและความอบอุ่นที่คนไทยให้ข้าพเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่คาดคิดมาก่อน ข้าพเจ้าจะเก็บความรู้สึกที่อบอุ่นของทุกท่านไว้ในความทรงจำและไว้ในใจของข้าพเจ้า ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าอยากจะขอแบ่งปันความคิดและความรู้สึกของข้าพเจ้าแก่ทุกคน ข้าพเจ้ามีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ ได้สังเกตว่าอนาคตของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร จะประสบผลสำเร็จ และมีความยากเย็นแค่ไหน ข้าพเจ้าสามารถเรียนรู้และได้ความรู้จากทั้งประชาชน วัฒนธรรม และประสบการณ์ของประเทศที่ข้าพเจ้าเดินทางไปเยือน
ข้าพเจ้าไม่ใช่คนเก่ง ข้าพเจ้าพยายามจะยืนอยู่บนความคิดและความเป็นเหตุเป็นผล ด้วยการสื่อสารกับผู้คนมากมาย โดยเฉพาะกับเยาวชน ข้าพเจ้าได้พบปะเยาวชนไทยหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขารักประเทศไทย มีความเป็นเอกภาพ และมีความฝันของตนเอง ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่าเยาวชนของภูฏานจะมีคุณสมบัติเหมือนเยาวชนของประเทศไทยด้วย
http://www.thairath.co.th/2549/newsthairathonline/Nov/library/26/break19.15_2.jpg
ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนของไทยแสดงความจงรักภักดี และเสียสละแก่พระมหากษัตริย์และประเทศของตน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาชนคนไทยในการป้องกันประเทศอีกด้วย
ด้วยปรัชญาของประเทศภูฏานที่ให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมประชาชน ซึ่งความสุขมวลรวมนี้เปรียบเสมือนสะพานระหว่างความเติบโตของเศรษฐกิจและคุณค่าในความทัดเทียมกันและความเป็นคน ซึ่งชาวภูฏานทุกคนหวังว่าวันหนึ่งพวกเราจะสามารถเป็นประชาชนของโลกในยุคสมัยนี้ได้
ด้านนายอาทิตย์ กล่าวคำประกาศพระเกียรติคุณ โดยเน้นถึงพระราชกรณียกิจที่สำคัญหลายด้าน เช่น ทรงเป็นประธานทำประชาพิจารณ์ ปรึกษาและให้ความรู้ราษฎรในชนบทเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศชาติและประชาชนในระยะยาว ทรงเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโลกที่เหมาะสมให้เด็กอาศัย โดยทรงย้ำว่า การพัฒนาเด็กแบบเบ็ดเสร็จเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญยิ่ง นอกจากนี้ยังทรงมีพระจริยวัตรอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ กอร์ปด้วยความถ่อมพระองค์ ความนุ่มนวล และไมตรีจิตมิตรภาพ ทำให้ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และต้นแบบอันสูงส่ง ของคนหนุ่มสาวยุคก้าวหน้าในสากล โดยเฉพาะในประเทศไทย
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ถวายการต้อนรับเจ้าชายจิกมี อย่างสมพระเกียรติ โดยจัดทำหนังสืออนุสรณ์ที่ระลึกสำหรับบัณฑิต 3,000 เล่ม มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศภูฏาน ประวัติของเจ้าชายจิกมี พร้อมทั้งได้ประพันธ์เพลง Precious Prince of Hearts หรือเจ้าชายในดวงหฤทัย ถวายเจ้าชายจิกมี โดยบทเพลงได้ขับร้องในช่วงพิธี
สำหรับบรรยากาศเฝ้ารับเสด็จเจ้าชายจิกมี เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจำนวนมากได้มารอรับเสด็จและชื่นชมในพระจริยวัตรอันงดงามตลอดเส้นทางเสด็จ ต่างโบกธงประเทศภูฏาน
</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=7 width=780 border=0><TBODY><TR><TD class=font2 style="PADDING-LEFT: 25px" vAlign=top width="44%" bgColor=#e4ffd6>http://www.thairath.co.th/images/newsicon1.jpg ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
http://www.thairath.co.th/images/newsicon2.jpg ตามรอยเสด็จเจ้าชายจิกมี นักท่องเที่ยวแน่นพืชสวนฯ (http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=27938) [26 พ.ย. 49 - 14:19]
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา:ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=27974