PDA

View Full Version : นายกสมาคม ‘นักข่าวบันเทิง’ ‘สัตตกมล’ ศรัทธาทุกพระเครื่อง


guawn
26-11-2006, 04:59 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>นายกสมาคม ‘นักข่าวบันเทิง’ ‘สัตตกมล’ ศรัทธาทุกพระเครื่อง


</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็นคนดังทั้งในวงการ “โทรทัศน์” และวงการ “บันเทิง” มายาวนานอีกคนสำหรับ “น้อย” สัตตกมล วรกุล เพราะกระโดดเข้าสู่สองวงการตั้งแต่สมัยเรียนจบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หมาด ๆ กระทั่งปัจจุบันรับตำแหน่ง “ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบริหารการสื่อสารองค์กร” พร้อมทำหน้าที่ “พิธีกร” ของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 สี นอกจากนี้ยังใช้เวลาว่างที่พอมีเล็ก ๆ ทำหน้าที่ “ดีเจรายการเพลง” ที่คลื่น “103.5 FM.ONE” ตั้งแต่ 08.00-12.30 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เพราะเป็นงานอีกด้านที่ชอบมากและไม่แต่เพียงเท่านี้หลาย ๆ โอกาสยังทำหน้าที่เป็น “อาจารย์พิเศษ” ทำการสอนวิชาสื่อสารมวลชนตามสถาบันต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งจากการเป็น “สาวเก่ง” เกินตัวนี่เองเมื่อปี 2547 จึงได้รับเลือกจาก “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ให้เป็น “นักศึกษาดีเด่น” ของมหาวิทยาลัยอีกคน สร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าตัวไม่น้อยเลย

อีกทั้งจากที่ทำงานในแวดวง “บันเทิง” มายาวนานก็เลยได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก “สมาคมนักข่าวบันเทิง” ให้รับตำแหน่ง “นายกสมาคม” อีกตำแหน่งก็เลยกลายเป็นการ “เพิ่มงาน” มากขึ้นแต่เจ้าตัวก็ไม่หวั่นเพราะเป็นผู้ที่ชอบทำงาน เรียกว่าหากไม่มีงานทำแล้วจะเกิดอาการหงุดหงิดหรือเหงาไปโน่นเลย

ส่วนทางด้าน “พระเครื่อง” นั้น “น้อย-สัตตกมล” เป็นอีกสาว “ยุคไฮเทค” ที่เกิดท่ามกลางความเติบโตก้าวไกลของเทคโนโลยี แต่ก็ยังเป็นผู้ยึดมั่นกับประเพณีเก่าแก่ของไทยคือนอกจากนับถือ “พุทธศาสนา” เฉกเช่นบรรพบุรุษแล้วยังนิยมการ “แขวนพระ” ติดตัวอีกด้วย โดยเผยว่า “ตั้งแต่เด็กแล้วที่คุณแม่ให้แขวนพระเพราะคุณแม่นับถือ “หลวงพ่อเกษม เขมโก” มาก คือคุณแม่เป็นชาวลำปางจึงรู้จักและมีโอกาสกราบหลวงพ่อเกษมตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตเรียกว่าหากมีงานบุญใหญ่ทีไร คุณแม่ก็จะไปทำบุญสร้างกุศลที่สำนักสุสานไตรลักษณ์เสมอ ๆ ก็เลยได้บูชาวัตถุมงคลที่หลวงพ่อเกษมสร้างขึ้นหลายรุ่น และพอลูก ๆ ทุกคนเริ่มเรียนหนังสือระดับชั้นมัธยม คุณแม่ก็จะนำเหรียญหลวงพ่อเกษมให้ลูกทุกคนแขวนติดคอไว้ น้อยก็เช่นกันนอกจากได้แขวนเหรียญหลวงพ่อเกษมแล้ว ยังมีโอกาสติดตามคุณแม่ไปกราบท่านหลายครั้งอีกด้วย ประกอบกับคุณพ่อก็เป็นนักสะสมพระเครื่องเช่นกัน ที่บ้านจึงมีทั้งพระพุทธรูปและพระเครื่องพอสมควร ซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละอย่างก็ไม่ทราบหรอก ว่าอันไหนดีมีราคา รู้แต่ว่าหากเป็นพระเครื่องหรือพระพุทธรูปที่เราเคยกราบไหว้มาตั้งแต่เด็ก ก็จะต้องกราบไหว้และนับถือท่านตลอดไป เพราะได้ยินได้ฟังเป็นประจำว่าการนับถือวัตถุมงคลเป็นสิ่งดี นอกจากเป็นความสุขทางใจแล้วหากมีภัยท่านก็จะช่วยให้หนักเป็นเบาได้ ซึ่งน้อยเองก็เชื่อเพราะสมัยเรียนอยู่มัธยมต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปเรียนเอง แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องให้ประ จักษ์คือหลังจากโรงเรียนเลิก ก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน โดยมีเพื่อนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย บัง เอิญวันนั้นอยากถึงบ้านเร็ว ๆ ก็เลยขับเร็วกว่าปกติ ผลตามมาก็คือรถมอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มคว่ำทำให้ตัวเองเจ็บเล็ก ๆ แค่ “ฟันหักไปหนึ่งซี่” ส่วนเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายซึ่งกระเด็นไปคนละทางกลับไม่เจ็บอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ตอนรถล้มลงมีความรู้สึกเลยว่าต้องเจ็บหนักแน่เพราะรถวิ่งค่อนข้างเร็ว แต่เมื่อไม่เป็นอะไรมากทั้งสองคนก็เลยเชื่อว่าเป็นเพราะ “เหรียญหลวงพ่อเกษมในคอคุ้มครอง” ตั้งแต่นั้นมายิ่งนับถือวัตถุมงคลมากขึ้นอีก

ต่อมาหลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ และต้องไปเรียนที่เชียงใหม่คุณพ่อก็ให้เปลี่ยนพระแขวนจาก “เหรียญหลวงพ่อเกษม” ที่สึกมากแล้วมาเป็น “พระสมเด็จ” แทนก็แขวนเดี่ยวเรื่อยมากระทั่งเรียนจบและมาทำงานในกรุงเทพฯที่ ช่อง 7 สี ต่อมาก็ได้ “พระนางพญา” จากผู้ใหญ่ที่นับถือพร้อมทั้ง “เหรียญเจ้าแม่กวนอิม” และ “ล็อกเกตเสด็จพ่อ ร.5” จาก “อาเอ็ด-กรุง ศรีวิไล” ก็เลยนำติดตัวเรื่อยมา แต่การทำงานในระยะหลังที่ทำหน้าที่ทั้ง “พิธีกรบ้าง-แสดงบ้าง-แถมร้องเพลงด้วย” ก็เลยไม่สะดวกกับการแขวนพระจึงใช้วิธีกลัดติดไว้กับคอเสื้อด้านในทั้ง 4 องค์ ยกเว้นในกรณีเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ จึงจะแขวนคอไปเลยเพราะไม่ต้องกังวลกับการแต่งตัวมากนัก โดยก่อนออกจากบ้านทุกครั้งจะต้องนั่งสมาธิพร้อมไม่ลืมสวดมนต์ด้วยคาถา “ชินบัญชร” ที่คุณแม่หัดให้ท่องมาตั้งแต่เด็กเพราะเชื่อว่าหากทำเป็นประจำแล้ว จะทำให้ชีวิตเป็นสุขค่ะ” นี่ก็คืออีกทรรศนะหนึ่งต่อการแขวนวัตถุมงคลของ “สาวเก่ง” ในยุค เทคโนโลยีก้าวหน้าไปสุดกู่หากไม่มีอะไร “ดีจริง” ก็เชื่อว่าคนชื่อ “น้อย-สัตตกมล วรกุล” ที่มีดีกรีเป็นถึง “นายกสมาคมนักข่าวบันเทิง” คงไม่แขวนพระให้หนักคอแน่นอน.
“ภวันตุเม”
</TD></TR></TBODY></TABLE>ref.http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=108721&NewsType=1&Template=1</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>