Kamen rider
07-03-2005, 04:26 PM
http://www.marsmag.net/s1000_obj/content_obj/html/6149/Obj/pic.jpg
ผู้ชายหน้าตี๋ ใส่แว่น รูปร่างท้วม ท่าทางใจดี
เวลาพูดถึงผู้ชายบุคลิกแบบนี้คุณคิดว่าเขาประกอบอาชีพอะไร เจ้าของร้านขายของชำ หรืออาเจกที่ง่วนอยู่กับการตักเต้าฮวยให้ลูกค้า ใช่ มันอาจจะชวนให้คิดอย่างนั้น แต่ mars อยากให้คุณลองนึกภาพเขานั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ และมีหน้าที่ควบคุมทุกอย่างในการผลิตหนังไทยดูบ้าง
แม้จะห่างไกลจากภาพแรกที่คุณคิด แต่ยงยุทธ ทองกองทุนก็ประกอบอาชีพอย่างนี้จริงๆ คุณคงจำได้ว่าเขาเป็นผู้กำกับหนังอย่างสตรีเหล็กทั้ง 2 ภาค และแจ๋วที่กำลังจะลงโรง รวมถึงเป็นฟันเฟืองตัวเขื่องที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังไทยสู่ตลาดโลก และหากคุณได้รู้ว่าบทตอนแรกแห่งการเรียนรู้โลกของเขาเป็นเช่นไร คุณจะไม่คลางแคลงใจเลยว่าทำไมเขาจึงเลือกเป็น ผู้กำกับหนัง
บ้านผมอยู่ในย่าน Down Town ของเมืองลำปางเลยนะ ซึ่งอยู่ใกล้โรงหนังมาก เมื่อก่อนในลำปางมีโรงหนังทั้งหมด 3 โรง ชื่อโรงหนังเวียงเหนือ โรงหนังพีเจ และโรงหนังเฟรนด์ราม่า ซึ่งมันจะแบ่งเป็น 3 เกรดเลย โรงที่ไฮโซที่สุดคือโรงหนังพีเจ เพราะว่าสร้างใหม่ที่สุด ส่วนเฟรนด์ฯ นี่เป็นโรงหนังไม้ 2 ชั้นเคยปิดไปแล้ว พอช่วงที่หนังบูมก็กลับมาฉายใหม่
คนในตลาดแถวนั้นรู้ว่าหนังกำลังจะฉาย เพราะมีแตรวงบรรเลงเป็นสัญญาณว่ามหรสพจะเริ่มแล้ว ซึ่งบ้านผมเป็นร้านขายของชำอยู่แถวนั้น เลยอาศัยความเป็นเด็กตูดหมึกเข้าไปดูฟรีบ่อยๆ ทั้ง 3 โรงเลยนะ แต่จำได้ว่าราคาตั๋วแพงที่สุดของโรงหนังพีเจประมาณ 25 บาท ถ้าโรงหนังเฟรนด์ฯ นี่แพงที่สุด 15 บาท ถูกที่สุด 7 บาท เป็นเก้าอี้แถวหน้าสุด
ในยุคของหนังบู๊ไทย ที่มีดารายอดนิยมอย่าง สรพงษ์ ชาตรี สมบัติ เมทะนี นัยยา ชีวานันท์ หรือวันดี ศรีตรัง ผลัดเปลี่ยนกันมาโลดแล่นบนจอเงิน อาตี๋ยงยุทธวิ่งเข้าออกโรงหนังด้วยเหตุผลที่ว่า ไปดูหนังแล้วจะได้ไม่ต้องช่วยที่บ้านขายของ แต่ดูเหมือนการดูหนังจะเป็นอุบายของทางบ้านในการกำจัดเด็กซนๆ มากกว่า
วันเสาร์อาทิตย์ผมจะได้ร่วมมหกรรมการดูหนังอีกแบบหนึ่ง คือบ้านผมเป็นครอบครัวคนจีนที่มีลูกหลานเยอะมาก มีเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันทั้งหมดประมาณ 10 คน ทุกอาทิตย์อาม่าจะนั่งสามล้อมารับ หลานๆ ไปดูหนัง ใช้รถสามล้อคันเดียวนะ เพราะเด็กๆ ตัวเล็ก บางทีก็นั่งรถม้า แล้วแต่ว่าวันนั้นอาม่ามาอารมณ์ไหน
ไปกับอาม่าไม่ต้องซื้อตั๋วครบคนก็ได้ เพราะเป็นเด็กๆ และเป็นขาประจำ ไป 10 คน ซื้อแค่ 5 ใบ แล้วโรงหนังสมัยก่อนมันไม่เต็มด้วย หลานๆ เข้าไปก็วิ่งเล่นกัน ดูหนังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนอาม่าก็จะหลับ คืออาม่าก็ไม่ได้ดูหนัง (หัวเราะ) อาม่าไม่ได้รักหนังอะไรหรอก เพียงแค่วันหยุดเด็กๆ มันจะวุ่นวาย อาม่าเลยอาสามาช่วยเลี้ยงหลาน
ด้วยครอบครัวสนับสนุนขนาดนี้ หนังทุกเรื่องทุกโปรแกรมจึงไม่คลาดสายตาของยงยุทธ แม้แต่หนังที่ว่ากันว่าไม่เหมาะสำหรับเด็ก
รู้สึกว่าผมจะดูหนังโป๊เรื่องแรกพร้อมกับผู้ปกครองนะ สมัยก่อนหนังโป๊มันก็แค่หวือหวาหน่อย เห็นนมอะไรอย่างนี้ มาคิดได้ตอนโตว่าเราเคยดูหนังอย่างนี้ในโรงด้วยนี่หว่า เพราะไม่มีใครเลี้ยงเวลาพ่อแม่จะไปดูหนังกันก็ต้องเอาเราไปด้วย สมัยก่อนโทรทัศน์ที่ลำปางมีช่อง 8 อยู่ช่องเดียว ไม่รู้จะดูอะไรก็ไปดูหนัง
มีอีกครั้งหนึ่งคือหนังไทยเรื่องวัยอันตรายที่กรุง ศรีวิไลเล่นเป็นพระเอก แต่นางเอกเป็นใครจำไม่ได้แล้ว มันเป็นหนังที่ทำขึ้นมาเพื่อสอนเรื่องเพศศึกษา รู้สึกว่าจะล่อแหลมมาก แต่พวกผมได้ดู (หัวเราะ) ขนาดเขาประกาศแล้วนะว่าอายุต่ำกว่า 18 ห้ามดู ของแถมเป็นถุงยางอนามัยด้วยนะ ยังจำได้อยู่เลยเพราะผมได้มาด้วย ยุคนั้นเป็นยุคที่คุณมีชัย วีระไวทยะรณรงค์เรื่องการคุมกำเนิด เด็กๆ ได้กันทุกคนเลยนะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราก็ไม่รู้อะไร แต่มารู้ที่หลังว่า อ๋อ มันคือถุงยาง
อาตี๋ยงยุทธร่วมขบวนการดูหนังกับอาม่าจนถึงชั้นป.6 รถม้าคันเดียวมันเริ่มรับไม่ไหวแล้วไง แถมยังต้องเสียเงินซื้อตั๋วกันทุกคน อาม่าบอกว่า กูไม่ลงทุนแล้ว (หัวเราะ) แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาห่างไกลจากโรงหนังมากขึ้น เพราะหลังจากนั้นเขาก็เริ่มตีตั๋วเดินเข้าโรงหนังด้วยตัวเอง
ความชอบดูหนังมาชัดมากตอนเข้ามาเรียนมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ ก็ตามเพื่อนไปเรียนพิเศษตรงสะพานหัวช้าง ซึ่งอยู่ใกล้โรงหนังแมคเคนน่า เพรสสิเด็นท์ และฮอลลีวู้ด ทุกครั้งที่ออกมาเรียนพิเศษต้องดูหนัง 2 เรื่อง การดูหนังกลายเป็นสิ่งเสพติดเพราะมันสนุกมาก แรกๆ ก็ไปดูกับเพื่อน แต่หลังๆ เริ่มไปดูคนเดียว จนในที่สุดก็รู้ว่าอยากเป็นคนทำหนัง
บนแผ่นฟิล์มน่าจะมีทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักดันอาบเคลือบอยู่ เพราะมันทำให้อาตี๋น้อยบนรถสามล้อของอาม่ากลายมาเป็นผู้กำกับหนัง ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาได้ไปสัมผัสความบันเทิงบนผืนผ้าใบในมุมอื่นๆ ของโลก
ผมว่าโรงหนังเมืองไทยดีที่สุดครับ ยิ่งถ้าเป็นฝั่งยุโรปนี่ที่นั่งมันจะระนาบ เบาะก็แข็งๆ ผมเคยเข้าโรงหนังต่างประเทศครั้งแรกที่ฝรั่งเศส ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบเป็นแบ็กแพ็กเกอร์เงินน้อย ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยแข็งแรงนะ แต่มันมีหนังเรื่อง Sex,Lies,and Videotape ของสตีเว่น โซเดอร์เบิร์กเข้าฉาย อ่านเจอว่าเรื่องนี้ได้รางวัลไม่ดูไม่ได้แล้ว ปรากฏว่าหนังพากย์ฝรั่งเศส ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษก็ไม่มี หลับแล้วหลับอีก ค่าตั๋วก็แพง แล้วต้องกลับมาดูวีดีโออีกรอบ ก็ยังงงว่ามันได้รางวัลอะไรวะ(หัวเราะ) การดูหนังหลังจากที่ได้มาเป็นคนทำมันเปลี่ยนไปนะ เพราะว่ารู้เยอะมากมันก็เริ่มดูหนังไม่สนุกแล้ว ผมจึงพยายามปล่อยใจดูสบายๆ แล้วเรื่องไหนสนใจค่อยไปดูอีกรอบ
โรงหนังที่ลำปางก็ไม่ค่อยได้กลับไปดู สมัยนี้มันกลายเป็นร้านค้าไปหมดแล้ว รู้สึกว่าจะมีโรงหนังชื่อธนาซีนีเพล็กซ์ แล้วโรงหนังเวียงเหนือมันก็กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีโรงหนังแบบมัลติเพล็กซ์เล็กๆ ผมเลยไม่ค่อยผูกพันกับโรงหนังเหล่านั้นเท่าไร เดี๋ยวนี้การเลือกดูหนังมันขึ้นอยู่ที่การเดินทางด้วย แต่ไม่เครียดนะเวลาพลาดดูหนังในโรงเพราะมีดีวีดี ผมชอบสะสมด้วย มีเยอะจนน่าใจหายเมื่อมาคำนวณเป็นเงิน (หัวเราะ)
แม้จะมีทางเลือกเรื่องสถานที่ดูหนังมากขึ้น แต่ผู้กำกับใจดีก็ยังมีโรงหนังในฝัน ที่ไม่เกี่ยงว่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับว่ามันฉายหนังประเภทไหนให้คนดู
มีโรงหนังโรงนึงที่นิวยอร์คชื่อแองเจลิกา เป็นโรงหนังนอกกระแสแท้ๆ มีหนังเอธิโอเปีย อียิปต์ หนังอิหร่านเปลี่ยนโปรแกรมตลอดเวลา มีขายแค่ป๊อปคอร์น แต่เราใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้สบายเลย ซึ่งทุกวันนี้บ้านเราก็มีโรงหนัง House หรืออย่างลิโด้ก็ทำเลดีนะ แม้ว่าเครื่องฉายมันมืดไปหน่อย แต่อย่างน้อยคนดูก็มีทางเลือกมากขึ้น ผมอยากให้มีโรงหนังแบบนี้อีกเยอะๆ
มีคนเคยถามเหมือนกันว่าอยากเป็นเจ้าของโรงหนังไหม ผมว่าธุรกิจโรงหนังมันเป็นคนละศาสตร์กับการทำหนังเลยนะ ถ้าจะทำจริงๆ ผมคงยุให้คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมทำแล้วผมเป็นคนหาหนังมาฉายดีกว่า
นั่นน่าจะหมายความว่าคุณคงไม่ได้เห็นผู้ชายหน้าตี๋ ใส่แว่น รูปร่างท้วม ท่าทางใจดีเป็นเจ้าของโรงหนัง แต่จะยังคงเห็นเขานั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ต่อไป
ผู้ชายหน้าตี๋ ใส่แว่น รูปร่างท้วม ท่าทางใจดี
เวลาพูดถึงผู้ชายบุคลิกแบบนี้คุณคิดว่าเขาประกอบอาชีพอะไร เจ้าของร้านขายของชำ หรืออาเจกที่ง่วนอยู่กับการตักเต้าฮวยให้ลูกค้า ใช่ มันอาจจะชวนให้คิดอย่างนั้น แต่ mars อยากให้คุณลองนึกภาพเขานั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ และมีหน้าที่ควบคุมทุกอย่างในการผลิตหนังไทยดูบ้าง
แม้จะห่างไกลจากภาพแรกที่คุณคิด แต่ยงยุทธ ทองกองทุนก็ประกอบอาชีพอย่างนี้จริงๆ คุณคงจำได้ว่าเขาเป็นผู้กำกับหนังอย่างสตรีเหล็กทั้ง 2 ภาค และแจ๋วที่กำลังจะลงโรง รวมถึงเป็นฟันเฟืองตัวเขื่องที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังไทยสู่ตลาดโลก และหากคุณได้รู้ว่าบทตอนแรกแห่งการเรียนรู้โลกของเขาเป็นเช่นไร คุณจะไม่คลางแคลงใจเลยว่าทำไมเขาจึงเลือกเป็น ผู้กำกับหนัง
บ้านผมอยู่ในย่าน Down Town ของเมืองลำปางเลยนะ ซึ่งอยู่ใกล้โรงหนังมาก เมื่อก่อนในลำปางมีโรงหนังทั้งหมด 3 โรง ชื่อโรงหนังเวียงเหนือ โรงหนังพีเจ และโรงหนังเฟรนด์ราม่า ซึ่งมันจะแบ่งเป็น 3 เกรดเลย โรงที่ไฮโซที่สุดคือโรงหนังพีเจ เพราะว่าสร้างใหม่ที่สุด ส่วนเฟรนด์ฯ นี่เป็นโรงหนังไม้ 2 ชั้นเคยปิดไปแล้ว พอช่วงที่หนังบูมก็กลับมาฉายใหม่
คนในตลาดแถวนั้นรู้ว่าหนังกำลังจะฉาย เพราะมีแตรวงบรรเลงเป็นสัญญาณว่ามหรสพจะเริ่มแล้ว ซึ่งบ้านผมเป็นร้านขายของชำอยู่แถวนั้น เลยอาศัยความเป็นเด็กตูดหมึกเข้าไปดูฟรีบ่อยๆ ทั้ง 3 โรงเลยนะ แต่จำได้ว่าราคาตั๋วแพงที่สุดของโรงหนังพีเจประมาณ 25 บาท ถ้าโรงหนังเฟรนด์ฯ นี่แพงที่สุด 15 บาท ถูกที่สุด 7 บาท เป็นเก้าอี้แถวหน้าสุด
ในยุคของหนังบู๊ไทย ที่มีดารายอดนิยมอย่าง สรพงษ์ ชาตรี สมบัติ เมทะนี นัยยา ชีวานันท์ หรือวันดี ศรีตรัง ผลัดเปลี่ยนกันมาโลดแล่นบนจอเงิน อาตี๋ยงยุทธวิ่งเข้าออกโรงหนังด้วยเหตุผลที่ว่า ไปดูหนังแล้วจะได้ไม่ต้องช่วยที่บ้านขายของ แต่ดูเหมือนการดูหนังจะเป็นอุบายของทางบ้านในการกำจัดเด็กซนๆ มากกว่า
วันเสาร์อาทิตย์ผมจะได้ร่วมมหกรรมการดูหนังอีกแบบหนึ่ง คือบ้านผมเป็นครอบครัวคนจีนที่มีลูกหลานเยอะมาก มีเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันทั้งหมดประมาณ 10 คน ทุกอาทิตย์อาม่าจะนั่งสามล้อมารับ หลานๆ ไปดูหนัง ใช้รถสามล้อคันเดียวนะ เพราะเด็กๆ ตัวเล็ก บางทีก็นั่งรถม้า แล้วแต่ว่าวันนั้นอาม่ามาอารมณ์ไหน
ไปกับอาม่าไม่ต้องซื้อตั๋วครบคนก็ได้ เพราะเป็นเด็กๆ และเป็นขาประจำ ไป 10 คน ซื้อแค่ 5 ใบ แล้วโรงหนังสมัยก่อนมันไม่เต็มด้วย หลานๆ เข้าไปก็วิ่งเล่นกัน ดูหนังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนอาม่าก็จะหลับ คืออาม่าก็ไม่ได้ดูหนัง (หัวเราะ) อาม่าไม่ได้รักหนังอะไรหรอก เพียงแค่วันหยุดเด็กๆ มันจะวุ่นวาย อาม่าเลยอาสามาช่วยเลี้ยงหลาน
ด้วยครอบครัวสนับสนุนขนาดนี้ หนังทุกเรื่องทุกโปรแกรมจึงไม่คลาดสายตาของยงยุทธ แม้แต่หนังที่ว่ากันว่าไม่เหมาะสำหรับเด็ก
รู้สึกว่าผมจะดูหนังโป๊เรื่องแรกพร้อมกับผู้ปกครองนะ สมัยก่อนหนังโป๊มันก็แค่หวือหวาหน่อย เห็นนมอะไรอย่างนี้ มาคิดได้ตอนโตว่าเราเคยดูหนังอย่างนี้ในโรงด้วยนี่หว่า เพราะไม่มีใครเลี้ยงเวลาพ่อแม่จะไปดูหนังกันก็ต้องเอาเราไปด้วย สมัยก่อนโทรทัศน์ที่ลำปางมีช่อง 8 อยู่ช่องเดียว ไม่รู้จะดูอะไรก็ไปดูหนัง
มีอีกครั้งหนึ่งคือหนังไทยเรื่องวัยอันตรายที่กรุง ศรีวิไลเล่นเป็นพระเอก แต่นางเอกเป็นใครจำไม่ได้แล้ว มันเป็นหนังที่ทำขึ้นมาเพื่อสอนเรื่องเพศศึกษา รู้สึกว่าจะล่อแหลมมาก แต่พวกผมได้ดู (หัวเราะ) ขนาดเขาประกาศแล้วนะว่าอายุต่ำกว่า 18 ห้ามดู ของแถมเป็นถุงยางอนามัยด้วยนะ ยังจำได้อยู่เลยเพราะผมได้มาด้วย ยุคนั้นเป็นยุคที่คุณมีชัย วีระไวทยะรณรงค์เรื่องการคุมกำเนิด เด็กๆ ได้กันทุกคนเลยนะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราก็ไม่รู้อะไร แต่มารู้ที่หลังว่า อ๋อ มันคือถุงยาง
อาตี๋ยงยุทธร่วมขบวนการดูหนังกับอาม่าจนถึงชั้นป.6 รถม้าคันเดียวมันเริ่มรับไม่ไหวแล้วไง แถมยังต้องเสียเงินซื้อตั๋วกันทุกคน อาม่าบอกว่า กูไม่ลงทุนแล้ว (หัวเราะ) แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาห่างไกลจากโรงหนังมากขึ้น เพราะหลังจากนั้นเขาก็เริ่มตีตั๋วเดินเข้าโรงหนังด้วยตัวเอง
ความชอบดูหนังมาชัดมากตอนเข้ามาเรียนมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ ก็ตามเพื่อนไปเรียนพิเศษตรงสะพานหัวช้าง ซึ่งอยู่ใกล้โรงหนังแมคเคนน่า เพรสสิเด็นท์ และฮอลลีวู้ด ทุกครั้งที่ออกมาเรียนพิเศษต้องดูหนัง 2 เรื่อง การดูหนังกลายเป็นสิ่งเสพติดเพราะมันสนุกมาก แรกๆ ก็ไปดูกับเพื่อน แต่หลังๆ เริ่มไปดูคนเดียว จนในที่สุดก็รู้ว่าอยากเป็นคนทำหนัง
บนแผ่นฟิล์มน่าจะมีทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักดันอาบเคลือบอยู่ เพราะมันทำให้อาตี๋น้อยบนรถสามล้อของอาม่ากลายมาเป็นผู้กำกับหนัง ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาได้ไปสัมผัสความบันเทิงบนผืนผ้าใบในมุมอื่นๆ ของโลก
ผมว่าโรงหนังเมืองไทยดีที่สุดครับ ยิ่งถ้าเป็นฝั่งยุโรปนี่ที่นั่งมันจะระนาบ เบาะก็แข็งๆ ผมเคยเข้าโรงหนังต่างประเทศครั้งแรกที่ฝรั่งเศส ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบเป็นแบ็กแพ็กเกอร์เงินน้อย ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยแข็งแรงนะ แต่มันมีหนังเรื่อง Sex,Lies,and Videotape ของสตีเว่น โซเดอร์เบิร์กเข้าฉาย อ่านเจอว่าเรื่องนี้ได้รางวัลไม่ดูไม่ได้แล้ว ปรากฏว่าหนังพากย์ฝรั่งเศส ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษก็ไม่มี หลับแล้วหลับอีก ค่าตั๋วก็แพง แล้วต้องกลับมาดูวีดีโออีกรอบ ก็ยังงงว่ามันได้รางวัลอะไรวะ(หัวเราะ) การดูหนังหลังจากที่ได้มาเป็นคนทำมันเปลี่ยนไปนะ เพราะว่ารู้เยอะมากมันก็เริ่มดูหนังไม่สนุกแล้ว ผมจึงพยายามปล่อยใจดูสบายๆ แล้วเรื่องไหนสนใจค่อยไปดูอีกรอบ
โรงหนังที่ลำปางก็ไม่ค่อยได้กลับไปดู สมัยนี้มันกลายเป็นร้านค้าไปหมดแล้ว รู้สึกว่าจะมีโรงหนังชื่อธนาซีนีเพล็กซ์ แล้วโรงหนังเวียงเหนือมันก็กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีโรงหนังแบบมัลติเพล็กซ์เล็กๆ ผมเลยไม่ค่อยผูกพันกับโรงหนังเหล่านั้นเท่าไร เดี๋ยวนี้การเลือกดูหนังมันขึ้นอยู่ที่การเดินทางด้วย แต่ไม่เครียดนะเวลาพลาดดูหนังในโรงเพราะมีดีวีดี ผมชอบสะสมด้วย มีเยอะจนน่าใจหายเมื่อมาคำนวณเป็นเงิน (หัวเราะ)
แม้จะมีทางเลือกเรื่องสถานที่ดูหนังมากขึ้น แต่ผู้กำกับใจดีก็ยังมีโรงหนังในฝัน ที่ไม่เกี่ยงว่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับว่ามันฉายหนังประเภทไหนให้คนดู
มีโรงหนังโรงนึงที่นิวยอร์คชื่อแองเจลิกา เป็นโรงหนังนอกกระแสแท้ๆ มีหนังเอธิโอเปีย อียิปต์ หนังอิหร่านเปลี่ยนโปรแกรมตลอดเวลา มีขายแค่ป๊อปคอร์น แต่เราใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้สบายเลย ซึ่งทุกวันนี้บ้านเราก็มีโรงหนัง House หรืออย่างลิโด้ก็ทำเลดีนะ แม้ว่าเครื่องฉายมันมืดไปหน่อย แต่อย่างน้อยคนดูก็มีทางเลือกมากขึ้น ผมอยากให้มีโรงหนังแบบนี้อีกเยอะๆ
มีคนเคยถามเหมือนกันว่าอยากเป็นเจ้าของโรงหนังไหม ผมว่าธุรกิจโรงหนังมันเป็นคนละศาสตร์กับการทำหนังเลยนะ ถ้าจะทำจริงๆ ผมคงยุให้คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมทำแล้วผมเป็นคนหาหนังมาฉายดีกว่า
นั่นน่าจะหมายความว่าคุณคงไม่ได้เห็นผู้ชายหน้าตี๋ ใส่แว่น รูปร่างท้วม ท่าทางใจดีเป็นเจ้าของโรงหนัง แต่จะยังคงเห็นเขานั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ต่อไป