paang
18-11-2006, 12:38 PM
http://thummada.com/php_upload3/27-6-2.gif
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี เป็นพระเถระยอดอัจฉริยะ ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในคราวที่แสดงธรรมต่อหน้านักปราชญ์ชาวต่างประเทศ ซึ่งรอบรู้ศาสนาเป็นอย่างดี ในกาลครั้งหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทให้ทนายมาอาราธนาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปแสดงรู้ในสิ่งที่ถูกที่ชอบด้วยโลกและธรรมในพุทธศาสนาอีกภาษาหนึ่งในนามประเทศสยาม ครั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ยินคำอาราธนาจึงรับว่า ฉันยินดีแสดงนักในข้อเข้าใจ
ทนายกลับไปกราบเรียนสมเด็จเจ้าพระยาประสาทว่า สมเด็จที่วัดรับแสดงในเรื่องให้รู้ความผิดถูกทั้งปวงได้
พอถึงวันกำหนด ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปถึงที่ประชุม นักปราชญ์ทั้งหลายยอมให้นักปราชญ์ของไทยออกความก่อนในที่ประชุมปราชญ์ ขุนนางทั้งปวงก็มาประชุมฟังอยู่ด้วย สมเด็จเจ้าพระยาประสาทจึงอาราธนาสมเด็จที่วัดระฆังฯ ขึ้นบัลลังก์แล้วนิมนต์ให้แสดงทีเดียว
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ออกวาจาสำแดงขึ้นว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา" กล่าวพึมพัมสองคำเทานี้สักชั่วโมงหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทลุกขึ้นจี้ตะโพกเจ้าประคุณสมเด็จแล้วกระซิบเตือนว่า "เจ้าคุณขยายคำอื่นให้เขาฟังบ้างซิ"
สมเด็จท่านตะโกนดังกว่าครั้งแรกขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ขึ้นเสียงว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา"
พิจารณา มหาพิจารณา อธิบายว่า การของโลกก็ดี การล่องน้ำเรียบ แต่น้ำข้าง ๆ กระเซ็นบ้างเพราะคลื่นฟากข้างเรือทั้งสองโตเป็นตลิ่งที่เดียว พระธรรมถาวรขณะนั้นท่านเป็นพระครูปลัด ได้ไปร่วมกับเจ้าประคุณสมเด็จในครั้งนั้น ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์เล่าว่า ใจท่านไม่ใคร่ดีเพราะไม่มีอะไรเกาะเหนี่ยว แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ยืนนิ่งโบกพัดเฉย คนเรือก็แจวเฉยเป็นปกติจนเข้าปากน้ำเมืองเพชร ท่านจึงเข้าเก๋งเอนกาย ชาวปากอ่าวเมืองเพชรเกรงบารมีสมเด็จโตมาก ถึงกับยกมือท่วมหัวสรรเสริญคุณสมบัติของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ว่า เจ้าประคุณรูปนี้สำคัญมาก แจวเรือฝ่าคลื่นลมกลางทะเลมาได้ตลอดปลอดโปร่งปราศอุทกันตราย
คัดลอกจาก :
http://www.jarun.org/ (http://www.jarun.org/)
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี เป็นพระเถระยอดอัจฉริยะ ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในคราวที่แสดงธรรมต่อหน้านักปราชญ์ชาวต่างประเทศ ซึ่งรอบรู้ศาสนาเป็นอย่างดี ในกาลครั้งหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทให้ทนายมาอาราธนาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปแสดงรู้ในสิ่งที่ถูกที่ชอบด้วยโลกและธรรมในพุทธศาสนาอีกภาษาหนึ่งในนามประเทศสยาม ครั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ยินคำอาราธนาจึงรับว่า ฉันยินดีแสดงนักในข้อเข้าใจ
ทนายกลับไปกราบเรียนสมเด็จเจ้าพระยาประสาทว่า สมเด็จที่วัดรับแสดงในเรื่องให้รู้ความผิดถูกทั้งปวงได้
พอถึงวันกำหนด ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปถึงที่ประชุม นักปราชญ์ทั้งหลายยอมให้นักปราชญ์ของไทยออกความก่อนในที่ประชุมปราชญ์ ขุนนางทั้งปวงก็มาประชุมฟังอยู่ด้วย สมเด็จเจ้าพระยาประสาทจึงอาราธนาสมเด็จที่วัดระฆังฯ ขึ้นบัลลังก์แล้วนิมนต์ให้แสดงทีเดียว
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ออกวาจาสำแดงขึ้นว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา" กล่าวพึมพัมสองคำเทานี้สักชั่วโมงหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทลุกขึ้นจี้ตะโพกเจ้าประคุณสมเด็จแล้วกระซิบเตือนว่า "เจ้าคุณขยายคำอื่นให้เขาฟังบ้างซิ"
สมเด็จท่านตะโกนดังกว่าครั้งแรกขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ขึ้นเสียงว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา"
พิจารณา มหาพิจารณา อธิบายว่า การของโลกก็ดี การล่องน้ำเรียบ แต่น้ำข้าง ๆ กระเซ็นบ้างเพราะคลื่นฟากข้างเรือทั้งสองโตเป็นตลิ่งที่เดียว พระธรรมถาวรขณะนั้นท่านเป็นพระครูปลัด ได้ไปร่วมกับเจ้าประคุณสมเด็จในครั้งนั้น ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์เล่าว่า ใจท่านไม่ใคร่ดีเพราะไม่มีอะไรเกาะเหนี่ยว แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ยืนนิ่งโบกพัดเฉย คนเรือก็แจวเฉยเป็นปกติจนเข้าปากน้ำเมืองเพชร ท่านจึงเข้าเก๋งเอนกาย ชาวปากอ่าวเมืองเพชรเกรงบารมีสมเด็จโตมาก ถึงกับยกมือท่วมหัวสรรเสริญคุณสมบัติของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ว่า เจ้าประคุณรูปนี้สำคัญมาก แจวเรือฝ่าคลื่นลมกลางทะเลมาได้ตลอดปลอดโปร่งปราศอุทกันตราย
คัดลอกจาก :
http://www.jarun.org/ (http://www.jarun.org/)