PDA

View Full Version : การทำสมาธิ สวดมนต์และภาวนากับการรักษาโรค


thanan
08-10-2004, 03:40 PM
การทำสมาธิ สวดมนต์ และภาวนา จะกลับมามีบทบาทในสังคมชาวพุทธอีกแน่นอน เพราะปัจจุบันมีความสับสนและวุ่นวายมากขึ้น และโรคภัยไข้เจ็บที่เข้ามาเบียดเบียนมนุษย์ก็มีความร้ายแรง

อีกทั้งคนคนหนึ่งก็เป็นได้หลายโรคหลายภัย ซึ่งการรักษาโดยยาแผนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเป็นคำตอบที่ดีได้ ทำให้ประชาชนหันมาสนใจรักษาสุขภาพของตนเองโดยการพึ่งพาธรรมชาติ วิถีชีวิตและความเชื่อแบบดั้งเดิมมากขึ้น ซึ่งก็รวมถึงการรักษาหรือการบำบัดทางจิตอีกด้วย

ปัจจุบันมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า เสียงสามารถรักษาโรคหรือช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้บ้าง (Sound Theraphy) ซึ่งรวมไปถึงการใช้เสียงเพลงในการบำบัดโรคด้วย (Music Theraphy) โดยจะใช้เสียงเพลงทั้งเสียงที่มาจากธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตกไหล ลมพัด นกร้อง หรือเสียงสัตว์ต่างๆ และถ้ามีออกซิเจนบริสุทธิ์ หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วทำสมาธิสวดมนต์ ก็คงทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นสำหรับสังคมชาวพุทธ ต่อมามนุษย์ก็มีการคิดค้นและเลียนเสียงธรรมชาติให้ออกมาเป็นเสียงดนตรี เสียงลมพัดพลิ้วก็ออกมาเป็นเสียงขลุ่ย เสียงกระทบกันของไม้ก็กลายเป็นเสียงโปงลาง เสียงแคนหรือเสียงระนาด เป็นต้น จากการที่คนไทยประยุกต์ใช้สิ่งที่มาจากธรรมชาติให้กลายเป็นเสียงดนตรี วัฒนธรรมในภาคต่างๆ เช่น การบายศรีสู่ขวั_ทางภาคเหนือ ที่กล่าวว่า "มาเด้อขวั_เอ๋ย ขวั_เจ้าอยู่ที่ไหนมาอยู่กับเนื้อกับตัว" ซึ่งถ้าผู้ใดได้ฟังหรือถูกกระทำในพิธีนี้ก็จะทำให้มีความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงการบายศรีสู่ขวั_ในภาคกลางด้วย ส่วนภาคอีสานก็จะมีการรำผีฟ้า หรือในจังหวัดสุรินทร์ก็จะมีรำมะโมก หรือในภาคใต้ก็จะมีพิธีโนราเหยียบเสน หรือจะเป็นระบำชาวเขา จุดประสงค์ของการทำพิธีเหล่านี้เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ ทำให้เกิดความสุข ซึ่งเป็นการช่วยรักษาและบำบัดโรคได้ทางหนึ่ง ถึงจะไม่มีผลต่อการรักษาโรคโดยตรงแต่ก็มีผลต่อจิตใจผู้ป่วย

ในสมัยก่อนคนทั่วไปก็จะเข้าใจว่า การสวดมนต์ ภาวนา และการทำสมาธิ มีประโยชน์ก็คือ สามารถทำให้จิตใจแจ่มใส เบิกบาน ทำให้ทำงานผิดพลาดน้อยลง ทำงานเสร็จตามมุ่งหมาย คลายเครียด มีผลต่อความจำ ไม่เบียดเบียนกัน ยึดมั่นในพระรัตนตรัย มีใจเมตตาและกรุณา ซึ่งจะเห็นได้ว่าในอดีตคนไทยจะนิยมไปทำบุ_ที่วัด หรือนิมนต์พระมาทำบุ_ หรือบ้านไหนมีคนป่วยก็นิมนต์พระมาสวดและรดน้ำมนต์ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความสบายใจ และมีความรู้สึกว่าถึงแม้ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตก็ยังได้ใกล้ผ้าเหลือง ในวิถีพุทธเราเชื่อว่าจะทำให้จิตใจสงบและสบายใจขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ.2503 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการสวดมนต์ไหว้พระของนักเรียน โดยมีใจความว่า "ให้ผู้อำนวยการหรือครูให_่ของแต่ละโรงเรียน ต้องจัดให้นักเรียนสวดมนต์ไหว้พระเวลาเข้าแถวหลังเชิ_ธงชาติและหลังเลิกเรียนสุดสัปดาห์" โดยมีความเชื่อว่า การสวดมนต์เป็นการได้เฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะได้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จิตก็จะสงบปราศจากความโลภ โกรธ หลง ทำให้จิตมีสมาธิ เข้มแข็ง อดทน ปั__าก็จะรู้แจ้งเห็นจริง เห็นสัจธรรมในการดำเนินชีวิต เป็นการสะสมบุ_และเป็นการฝึกความพร้อมเพรียง เพราะการสวดมนต์จะต้องปฏิบัติร่วมกันหลายๆ คน ซึ่งจะก่อให้เกิดพลัง

ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการสวดมนต์ ภาวนา และการทำสมาธิ ทางด้านการแพทย์มากขึ้น ซึ่งพบว่ามีผลทำให้อัตราการหายใจลดลง ร่างกายก็จะใช้ออกซิเจนแล้วถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มในร่างกายลดลง ทำให้สงบเป็นผลดีต่อปอด หัวใจ คนที่นั่งสมาธิลึกๆ นานๆ อัตราการเต้นของหัวใจต่ำ ปริมาณแล็คโทสในเลือดจะต่ำลง ก็แสดงให้เห็นว่ามีความวิตกกังวลน้อยลง คลื่นสมองของผู้นั่งสมาธิก็จะมีความราบเรียบ เหมือนคนที่หลับลึกๆ ซึ่งจะได้รับการพักผ่อนอย่างจริงจัง ได้มีการทดลองให้เด็กออทิสติก ซึ่งมีสมาธิสั้นทำอะไรได้ไม่นานมาสวดมนต์ พบว่าการสวดมนต์ทำให้สมาธิของเด็กกลุ่มนี้ยาวขึ้น เป็นต้น

ต่อไปในอนาคตน่าจะมีการสนับสนุนให้เกิดโรงพยาบาลวิถีไทยวิถีพุทธ โดยให้โรงพยาบาลจัดสถานที่ให้แก่_าติผู้ป่วย และผู้ป่วยในระยะพักฟื้นที่สามารถเดินและช่วยเหลือตัวเองได้ ทำสมาธิ สวดมนต์ และภาวนาเพื่อให้เรียนรู้ และเข้าใจหลักธรรม ผู้ป่วยจะได้มีความสุข

ที่มา ไทยโพสต์ 18/7/47

casy99
01-11-2004, 06:48 PM
การสวดมนต์ทำสมาธิเป็นการสร้างพลังงานเหนือธรรมชาติซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ยิ่งมีสมาธิในการสวดมนต์มากเท่าใดพลังงานที่แผ่ออกมายิ่งมหาศาลเกินกว่าพลังต่างๆในปัจจุบัน

elm
10-12-2004, 11:19 AM
แรกๆผมเองก็ไม่ค่อยมีความเข้าใจในประโยชน์ของการสวดมนต์เท่าไหร่ พอมาอ่านแล้วได้ความรู้อีกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับที่นำเรื่องนี้มาเล่าเก้าสิบกัน ถ้าหากมีเรื่องราวเกี่ยวกับประโยชน์ของการสวดมนต์อีก ขอให้ท่านได้กรุณามาโพสต์อีกครับ ขออนุโมทนาด้วยครับ

tummaism
10-08-2008, 01:20 PM
ครับ ผมก็ทําอยู่เป็นประจําทุกวันครับ มันทําให้ชีวิตเราดีขึ้นจริงๆ คิดอะไรก็เป็นระบบระเบียบขึ้นกว่าเดิม ทําให้เราปล่อยวาง ใจเย็น ให้อภัยเพื่อนมนุษย์ได้ง่ายขึ้นครับ มานั่งสมาธิกันนะครับพี่น้อง