thanan
24-02-2005, 03:58 PM
<u>โดย..... ศาสตราจารย์ นายแพทย์จำลอง หะริณสุต</u>
<font color=blue><u>ปุจฉา</font></u>
ผู้ที่ตายไปแล้ว รับส่วนบุญที่มีคนทำบุญ และอุทิศส่วนกุศลให้ได้อย่างไร ?
<font color=blue><u>วิสัชนา</font></u>
ผู้ที่ตายไปจากภพนี้ ถ้าเป็นผู้ที่โดยมากทำกุศลกรรมไว้มาก จะไปเกิดเป็น (๑) มนุษย์อยู่ในภพภูมิมุษย์ หรือ (๒) เทวดาอยู่ในเทวภูมิ ซึ่งมีอยู่ ๖ ชั้น แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำอกุศลไว้มาก ก็จะไปเกิดเป็น (๓) สัตว์นรก (๔) สัตว์เดรัจฉาน (๕) เปรต และ (๖) อสุรกาย รูปกายของพวกทั้ง ๖ กลุ่มดังกล่าวนี้ นอกจากมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานที่เห็น ๆ แล้ว จะเป็นรูปปรมาณูทั้งสิ้น เรามองเห็นไม่ได้ จับต้องไม่ได้ และถือว่าเกิดอยู่ในภพภูมิอื่น อันห่างไกลจากมนุษยภูมิ นอกจากเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา สัตว์เดรัจฉาน และ ปรทัตตูปชีวิกเปรต
การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าจะให้ได้ผลไปถึงผู้นั้น ผู้นั้นจะต้องอยู่ในสถานะใกล้ชิดกับหมู่มนุษย์ เช่น ถ้าเป็นเทวดา ก็ต้องเป็นเทวดาชั้นต่ำ คือ อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา เช่น เทวดาที่อยู่ตามบ้านเรือน ศาลพระภูมิ ป่าเขา ฯลฯ ถ้าเป็นเปรต (เปรตมี ๔ จำพวก) ก็เป็นจำพวกปรทัตตูปชีวิกเปรต ที่สามารถรับส่วนกุศลที่มีผู้อุทิศให้ ตัวอย่างเช่น ญาติของเราคนหนึ่งถึงแก่กรรมลง ถ้ายังวนเวียนอยู่ในบริเวณบ้านของเราอยู่ในรูปโอปปาติกะ ที่เป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา หรือ ปรทัตตูปชีวิกเปรต ซึ่งบางครั้งก็แสดงตัวให้เห็นโดยตรง หรือโดยนิมิตเข้าฝันก็ได้ เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาตินั้นก็จะได้รับ
การทำบุญอุทิศส่วนกุศล จะไม่ถึงสัตว์นรก เพราะอยู่ไกลเกินไปประการหนึ่ง และสัตว์นรกถูกทรมานอยู่เป็นนิจ ไม่มีโอกาสรับส่วนกุศลได้อีกประการหนึ่ง มียกเว้นบ้าง คือ สัตว์นรกที่ใช้หนี้กรรมไปมากแล้ว จวนจะพ้นจากนรกแล้ว
ส่วนที่ว่าถ้าบุคคลล่วงลับไปแล้ว ไปเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานเสียแล้ว เช่น ไปเกิดเป็นทารกในครรภ์ หรือ ทารกคลอดออกมาแล้วในบ้านของเรา หรือ บ้านอื่นก็ตาม หรือไปเกิดเป็นแมว เป็นสุนัขในบ้านของเรา การทำบุญอุทิศส่วนกุศลก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใด เพราะเป็นเรื่องของการอยู่กันคนละภพละภูมิ ที่ถือว่าห่างไกลจากกันมาก กุศลนั้นเข้าไม่ถึง
<u>การที่จะได้กุศลต้องอาศัยเหตุ ๒ ประการ</u> คือ
(๑) ผู้ที่ได้รับ จะต้องรู้ จะโดยวิธีใด ๆ ก็ตาม (เพราะมีกุศล) และ
(๒) ผู้นั้นจะต้องอนุโมทนาด้วย จึงจะสำเร็จประโยชน์ หรือ ถ้าญาตินั้นไปเกิดเป็นเทวดาชั้น สูง ๆ แล้ว ก็ได้เพียงรับรู้ว่ามีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ แล้วอนุโมทนาเท่านั้นเอง แต่ตนเองไม่ได้รับบุญเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะความสุขกาย สบายใจของเทวดาชั้นสูง ๆ ที่กำลังเสวยอยู่นั้น ประณีตกว่าบุญกุศลที่เราอุทิศให้ (เปรียบเสมือนเทวดามีสะเต๊กเนื้อวัวโกเบ หรือ ออสเตรเลียอยู่ ย่อมไม่ยินดีปลาทูทอดเป็นของธรรมดา) อย่างไรก็ดี เทวดาชั้นสูงนั้น ๆ อาจมีความยินดีที่จะลงมารับส่วนบุญส่วนกุศลของเราก็ได้ในบางขณะ
เป็นที่เข้าใจกันว่า บุญที่ได้กระทำเพื่ออุทิศให้แก่ผู้ตายนั้น แม้ว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่ได้รับก็ตาม แต่บุญนั้นก็ไม่ได้สูญหายไปไหน คงเก็บติดอยู่เท่าเดิมที่ผู้กระทำบุญนั้น ซึ่งจะให้ผลแก่ผู้นั้นในชาตินี้ ชาติหน้า หรือ ชาติต่อ ๆ ไปได้ ตามควรแต่กรณีนั่นเอง
<font color=blue><u>ปุจฉา</font></u>
ผู้ที่ตายไปแล้ว รับส่วนบุญที่มีคนทำบุญ และอุทิศส่วนกุศลให้ได้อย่างไร ?
<font color=blue><u>วิสัชนา</font></u>
ผู้ที่ตายไปจากภพนี้ ถ้าเป็นผู้ที่โดยมากทำกุศลกรรมไว้มาก จะไปเกิดเป็น (๑) มนุษย์อยู่ในภพภูมิมุษย์ หรือ (๒) เทวดาอยู่ในเทวภูมิ ซึ่งมีอยู่ ๖ ชั้น แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำอกุศลไว้มาก ก็จะไปเกิดเป็น (๓) สัตว์นรก (๔) สัตว์เดรัจฉาน (๕) เปรต และ (๖) อสุรกาย รูปกายของพวกทั้ง ๖ กลุ่มดังกล่าวนี้ นอกจากมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานที่เห็น ๆ แล้ว จะเป็นรูปปรมาณูทั้งสิ้น เรามองเห็นไม่ได้ จับต้องไม่ได้ และถือว่าเกิดอยู่ในภพภูมิอื่น อันห่างไกลจากมนุษยภูมิ นอกจากเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา สัตว์เดรัจฉาน และ ปรทัตตูปชีวิกเปรต
การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าจะให้ได้ผลไปถึงผู้นั้น ผู้นั้นจะต้องอยู่ในสถานะใกล้ชิดกับหมู่มนุษย์ เช่น ถ้าเป็นเทวดา ก็ต้องเป็นเทวดาชั้นต่ำ คือ อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา เช่น เทวดาที่อยู่ตามบ้านเรือน ศาลพระภูมิ ป่าเขา ฯลฯ ถ้าเป็นเปรต (เปรตมี ๔ จำพวก) ก็เป็นจำพวกปรทัตตูปชีวิกเปรต ที่สามารถรับส่วนกุศลที่มีผู้อุทิศให้ ตัวอย่างเช่น ญาติของเราคนหนึ่งถึงแก่กรรมลง ถ้ายังวนเวียนอยู่ในบริเวณบ้านของเราอยู่ในรูปโอปปาติกะ ที่เป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา หรือ ปรทัตตูปชีวิกเปรต ซึ่งบางครั้งก็แสดงตัวให้เห็นโดยตรง หรือโดยนิมิตเข้าฝันก็ได้ เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาตินั้นก็จะได้รับ
การทำบุญอุทิศส่วนกุศล จะไม่ถึงสัตว์นรก เพราะอยู่ไกลเกินไปประการหนึ่ง และสัตว์นรกถูกทรมานอยู่เป็นนิจ ไม่มีโอกาสรับส่วนกุศลได้อีกประการหนึ่ง มียกเว้นบ้าง คือ สัตว์นรกที่ใช้หนี้กรรมไปมากแล้ว จวนจะพ้นจากนรกแล้ว
ส่วนที่ว่าถ้าบุคคลล่วงลับไปแล้ว ไปเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานเสียแล้ว เช่น ไปเกิดเป็นทารกในครรภ์ หรือ ทารกคลอดออกมาแล้วในบ้านของเรา หรือ บ้านอื่นก็ตาม หรือไปเกิดเป็นแมว เป็นสุนัขในบ้านของเรา การทำบุญอุทิศส่วนกุศลก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใด เพราะเป็นเรื่องของการอยู่กันคนละภพละภูมิ ที่ถือว่าห่างไกลจากกันมาก กุศลนั้นเข้าไม่ถึง
<u>การที่จะได้กุศลต้องอาศัยเหตุ ๒ ประการ</u> คือ
(๑) ผู้ที่ได้รับ จะต้องรู้ จะโดยวิธีใด ๆ ก็ตาม (เพราะมีกุศล) และ
(๒) ผู้นั้นจะต้องอนุโมทนาด้วย จึงจะสำเร็จประโยชน์ หรือ ถ้าญาตินั้นไปเกิดเป็นเทวดาชั้น สูง ๆ แล้ว ก็ได้เพียงรับรู้ว่ามีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ แล้วอนุโมทนาเท่านั้นเอง แต่ตนเองไม่ได้รับบุญเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะความสุขกาย สบายใจของเทวดาชั้นสูง ๆ ที่กำลังเสวยอยู่นั้น ประณีตกว่าบุญกุศลที่เราอุทิศให้ (เปรียบเสมือนเทวดามีสะเต๊กเนื้อวัวโกเบ หรือ ออสเตรเลียอยู่ ย่อมไม่ยินดีปลาทูทอดเป็นของธรรมดา) อย่างไรก็ดี เทวดาชั้นสูงนั้น ๆ อาจมีความยินดีที่จะลงมารับส่วนบุญส่วนกุศลของเราก็ได้ในบางขณะ
เป็นที่เข้าใจกันว่า บุญที่ได้กระทำเพื่ออุทิศให้แก่ผู้ตายนั้น แม้ว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่ได้รับก็ตาม แต่บุญนั้นก็ไม่ได้สูญหายไปไหน คงเก็บติดอยู่เท่าเดิมที่ผู้กระทำบุญนั้น ซึ่งจะให้ผลแก่ผู้นั้นในชาตินี้ ชาติหน้า หรือ ชาติต่อ ๆ ไปได้ ตามควรแต่กรณีนั่นเอง