PDA

View Full Version : เชื้อแรงไม่หยุด แมลงวันญี่ปุ่นติดหวัดนก


zipper
24-02-2005, 08:04 AM
รายงานจากประเทศญี่ปุ่นตรวจพบแมลงวันติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากฟาร์มไก่ที่เมืองเกียวโตตั้งแต่มีนาคม 2547 หมอจรัลย้ำ อย่าตื่นตูม แม้ติดเชื้อได้ แต่โอกาสแพร่สู่คนเป็นไปไม่ได้ ระบุต้องระวังแมลงวันจะกลายเป็นพาหะแพร่เชื้อในฟาร์ม ชี้“สุขอนามัยดี” จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดนก

นายแพทย์จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขโรคไข้หวัดนก ทำเนียบรัฐบาลให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับรายงานจากประเทศญี่ปุ่นที่ตรวจพบแมลงวันติดเชื้อโรคไข้หวัดนก(H5N1) จากพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในฟาร์มที่นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2547ว่า ถึงแม้ว่าแมลงวันจะมีโอกาสติดเชื้อโรคไข้หวัดนก แต่โอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคโดยตรงมาสู่คนแทบไม่มีเลย แต่อาจจะเป็นพาหะที่ทำให้มีการแพร่เชื้อโรคในฟาร์มได้ ดังนั้นการควบคุมแมลงวันร่วมกับการทำลายสัตว์ปีกในกรณีที่มีการติดเชื้อจึงเป็นมาตรการที่สำคัญ และขอให้ทำความสะอาดฟาร์ม กำจัดมูลสัตว์ให้ถูกต้อง เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีภายในฟาร์ม

“ขอให้ประชาชนไทยอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้ตระหนักถึงการดูแลสุขอนามัยตัวเอง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ จะป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรือมีฝาครอบอาหารไม่ให้แมลงวันตอม การปฏิบัติเช่นนี้จะสามารถป้องกันโรคอื่นๆได้ด้วย เช่น โรคอุจจาระร่วง รวมทั้งควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานเชื้อโรค” นายแพทย์จรัลกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามข้อมูลทางวิชาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่มีการตรวจพบที่ไหนมาก่อน และยังไม่มีหลักฐานการยืนยันในแมลงวัน หากมีข้อมูลคืบหน้าก็จะแจ้งประชาชนทราบต่อไป นายแพทย์จรัลกล่าว

สำหรับคำแนะนำประชาชนทั่วไปในการป้องกันโรคไข้หวัดนก ดังนี้ คือ รับประทานเนื้อไก่และไข่สุก 100% ถ้าสัตว์ปีกตายจำนวนมากผิดปกติ ให้แจ้งปศุสัตว์ หมายเลข 0-2653-4930 หรือ 0-2653-4444 ต่อ 5012,5013 หรือแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่กระทรวงสาธารณสุข หมายเลข 0-2590-3333 ในเขตกรุงเทพฯแจ้งที่ หมายเลข 0-2472-4286 หรือ ศูนย์ไข้หวัดนก กรมปศุสัตว์ หมายเลข 0-2653-5501-4 ในช่วงที่มีการระบาด ไม่ใช้มือเปล่าสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย ต้องสวมถุงมือ สวมผ้าปิดปากจมูก และล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้ง

กรณีสัตว์ปีกที่ป่วยตาย ให้เผาหรือฝัง โดยขุดหลุมลึกอย่างน้อย 1 เมตร ก่อนกลบดินให้ราดด้วยน้ำคลอรีน หรือโรยปูนขาว ก่อนทำการฝังกลบดินให้แน่น ผู้ที่มีอาชีพเลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ย้ายและขายสัตว์ปีก หรือผู้ที่สัมผัสซากสัตว์ปีก ถ้าป่วย มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ และอาจมีตาแดงด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ แล้วบอกประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก หรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยปอดบวมรายอื่นๆ ในรอบ 10 วันก่อนมีอาการ ให้แพทย์ทราบทันที

ทั้งนี้ในช่วงที่มีโรคระบาดในสัตว์ปีกหรือมีไก่ เป็ดตายมากผิดปกติ ขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเอาใจใส่ระมัดระวัง ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เตือนไม่ให้เด็กอุ้มไก่หรือนก หรือจับต้องซากสัตว์ปีกที่ตาย และให้เด็กหมั่นล้างมือบ่อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที รวมทั้งรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้งผัก ผลไม้ งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา


ที่มา: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9480000026921

phuang
24-02-2005, 08:55 AM
เอาอีกแล้วเหรอค่ะเนี่ย

koymoo
24-02-2005, 03:50 PM
เอาเข้าไป... เฮ้อ... เมื่อไหร่จะสิ้นสุดซ้ากกกกที... -*-!

pongsiri
11-03-2005, 08:23 AM
อันตรายมาก ถ้าแมลงวันมันเป็นพาหะได้ ต้องทำเครื่องดักแมลงวันที่บ้านซะแล้ว กัว ๆ